วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11369 มติชนรายวัน
 |
รัฐบาลเดินเกมยุติวิกฤต "อภิสิทธิ์"โชว์ "การเมือง"เข้าทาง ปชป.
วิเคราะห์
นับตั้งแต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศใช้พระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉินที่พัทยา จังหวัดชลบุรี กระทั่งมาถึง การประกาศเลิกใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินใน กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล
ดูเหมือนว่าสถานการณ์ของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีจะสูงส่งขึ้น
ขณะเดียวกัน ยังดูเหมือนว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะได้เปล่งประกายรัศมี แห่งนายกรัฐมนตรีออกมามาก ขึ้นเรื่อยๆ
เริ่มตั้งแต่จังหวะก้าวที่นายอภิสิทธิ์ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีท่ามกลางเสียงปรามาสจากหลายฝ่าย รวมทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่มักมองนายอภิสิทธิ์เป็นเสมือน "เด็กน้อย" สู่การกล้าตัดสินใจ ใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ถึง 2 ครั้ง
กล้าเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ทหารเข้าสลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงในเขตกรุงเทพมหานคร
สู่การเห็นด้วยให้มีการเปิดการประชุมรัฐสภา เพื่ออภิปรายหาทางยุติเหตุรุนแรงไปเมื่อวันที่ 22-23 เมษายน ที่ผ่านมา
และจบลงด้วยการกำหนดกรอบและทิศทางที่จะนำพาประเทศไปสู่ความสงบ
ย่อมทำให้นายอภิสิทธิ์ได้แปรสภาพจาก "เด็กน้อย" กลายเป็น "นายกรัฐมนตรี" อย่างสมบูรณ์
ทั้งนี้เพราะสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้พิสูจน์ว่า นายอภิสิทธิ์กล้าใช้อำนาจนายกรัฐมนตรี เข้าไป จัดการปัญหา โดยฝ่ายราชการ ทั้งผู้นำเหล่าทัพ และตำรวจยอมปฏิบัติตาม กระทั่งสถานการณ์ คลี่คลาย สู่ความสงบ
ทั้งนี้เพราะความระมัดระวังในการสลายกลุ่มผู้ชุมนุมของฝ่ายปฏิบัติ ทำให้เหตุปัจจัยที่จะผกผัน กลายเป็นเงื่อนไข โค่นล้มรัฐบาลมีน้อยมาก ดูได้จากการข้อมูลหลักฐาน ในการหักล้างข้อกล่าวหา ในการประชุมรัฐสภา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
นอกจากจะทำให้รัฐบาลรอดพ้นจากข้อครหาแล้ว ยังกลับเป็นอาวุธทิ่มแทง ใส่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก พรรคเพื่อไทยหลายแผล
และสุดท้าย คือ คำอภิปรายสรุปท้ายในการประชุมรัฐสภาของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
หนึ่ง คือ การประกาศยกเลิกการใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ตามข้อเรียกร้องของบรรดาสมาชิกรัฐสภา
หนึ่ง คือ ขอให้ฝ่ายรัฐสภา อันประกอบด้วยคณะกรรมการประสานงานทั้ง 3 ฝ่าย คือ วิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และวิปวุฒิสภาหารือกับประธานรัฐสภา เพื่อกำหนดองค์ประกอบ คณะกรรมการตรวจสอบ ข้อข้องใจ ของสมาชิกรัฐสภาในเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น
หนึ่ง คือ ยินดียุบสภาภายหลังจากได้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับใหม่ที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกัน
หนึ่ง คือ การขอร้องมิให้ฝ่ายต่างๆ ดึงสถาบันพระมหากษัตริย์มากล่าวอ้าง และขอให้การเคลื่อนไหวต่างๆ เป็นการเคลื่อนไหวโดยปราศจากความรุนแรง
ทั้งหมดนี้ย่อมหมายความว่า ฝ่ายบริหารมอบหมายหน้าที่ให้ฝ่ายรัฐสภาช่วยดำเนินการยุติวิกฤตการณ์
และหากการเจรจาเรื่องรัฐธรรมนูญไม่มีข้อยุติ การยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ย่อมไม่เกิดขึ้น
นอกจากนี้ฝ่ายรัฐบาลยังสามารถชี้ให้เห็นว่า การดำเนินการของฝ่ายบริหารเป็นการดำเนินการเพื่อรักษาความสงบภายในประเทศ
นั่นย่อมหมายความว่า ยิ่งพรรคเพื่อไทยพูดถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีมากแค่ไหน ประชาชนจะยิ่งเห็นความแตกต่างในเป้าหมายระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน มากขึ้นเท่านั้น
ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับมา "บังคับคดี" โดยล่าสุดได้ประสานงานกับทางสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี เพื่อป้องกันมิให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้เป็นฐานในการเคลื่อนไหวทางการเมืองภายในประเทศไทย
ไม่ว่าเรื่องที่แท้จริงจะเป็นเช่นไร แต่จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ถือได้ว่า วันนี้ "การเมือง" เข้าทางพรรคประชาธิปัตย์
จากปรากฏการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ถือได้ว่ารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี สามารถเดินเกมได้เปรียบฝ่ายตรงกันข้าม
จากปรากฏการณ์ทั้งหมด แทนที่นายอภิสิทธิ์จะกลายเป็น "ผู้ร้าย" ในสายตาคนหมู่มาก กลับกลายเป็นว่า นายอภิสิทธิ์มีภาวะผู้นำในการพาประเทศชาติให้ดำเนินการไปสู่ความสงบเรียบร้อย
และจากปรากฏการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ทำให้ "การเมืองไทย" กำลังตกอยู่ภายใต้การกำหนดของพรรคประชาธิปัตย์
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ Back
|