หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
คะแนนเรตติ้งของหัวข้อนี้: ***
คุณยังไม่ได้ให้คะแนนเรตติ้งสำหรับหัวข้อนี้:
ผู้เขียน หัวข้อ: รัฐบาล คมช.อย่าช่วยสร้างภาพลักษณ์ ให้พ.ต.ท.ทักษิณ  (อ่าน 2421 ครั้ง)
lucieclayton
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
กระทู้: 0

« เมื่อ: มกราคม 20, 2007, 11:54:36 PM »

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรได้ใช้เวทีสื่อต่างประเทศ เช่น CNN ในการให้สัมภาษณ์ นอกจากนี้การให้การต้อนรับพ.ต.ท.ทักษิณฯของรองนายกรัฐมนตรี ประเทศสิงคโปร์ จนทำให้เกิดปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของ ๒ ประเทศคือ ไทย-สิงคโปร์ อยู่ในขณะนี้
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Abhisit Vejjajiva
Administrator
Normal
*****
กระทู้: 171

« ตอบ #1 เมื่อ: มกราคม 21, 2007, 12:03:09 AM »

เห็นข่าวที่หนังสือพิมพ์ต่างประเทศรายงานว่า  พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  กำลังว่าจ้างบริษัทลอบบี้ยิสต์ / ประชาสัมพันธ์ของต่างชาติแล้ว  อดคิดไม่ได้ว่า  คำพูดผ่านสถานีโทรทัศน์ CNN ของ พ. ต.ท.ทักษิณฯ ว่า “พอเป็นพอ” (enough is enough) ก็คงเป็นการ  “พูดอย่างทำอย่าง” อีกครั้ง


แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ  ใครเป็นพ.ต.ท.ทักษิณฯ ก็ต้องดิ้นรนต่อสู้ ยิ่งมีกำลังเงิน มีเครือข่าย มีผลประโยชน์มหาศาลที่ต้องปกป้องอยู่แล้ว ก็คงไม่ถอยออกไปจากเวทีการเมืองอย่างเงียบๆแน่นอน


ยิ่งเห็นการเคลื่อนไหวที่สิงคโปร์จนเป็นที่มาของการตอบโต้กันระหว่างสองประเทศแล้ว ก็ยิ่งตอกย้ำชัดเจนว่า  พ.ต.ท.ทักษิณฯ จะทำทุกวิถีทางเพื่อประโยชน์ของตน  โดยไม่สนใจผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อส่วนรวม


การเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณฯ จำเป็นต้องมีการสร้างภาพลักษณ์ในหลายๆด้าน  เพื่อสร้างความชอบธรรมทั้งในการเคลื่อนไหวในปัจจุบัน  และ รองรับการเคลื่อนไหวในอนาคตต่อไป   แต่การสร้างภาพลักษณ์จะประสบความสำเร็จได้นั้น  ต้องอาศัยเงื่อนไข เหตุการณ์ ตลอดจนการกระทำของฝ่ายต่างๆด้วย  จึงจะประสบความสำเร็จได้  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  บทบาทท่าทีของรัฐบาล และ คมช. มีผลอย่างมากต่อภาพลักษณ์ของพ.ต.ท.ทักษิณฯ 

สิ่งที่น่าห่วงใยในขณะนี้  คือรัฐบาล และคมช.โดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม  กำลังช่วย พ.ต.ท.ทักษิณฯ ในการสร้างภาพลักษณ์สามด้าน  ทั้งๆที่ความเป็นจริงกับภาพลักษณ์ที่พ.ต.ท.ทักษิณฯกำลังสร้างขึ้น เป็นสิ่งที่ไม่สอดคล้องกัน


ความจริงที่ควรได้รับการตอกย้ำทั้ง ๓ ด้านคือ


๑.  พ.ต.ท.ทักษิณฯ ไม่คู่ควรกับการเป็นตัวแทนของระบอบประชาธิปไตย   ตลอดระยะเวลาที่ พ.ต.ท.ทักษิณฯ และพรรคไทยรักไทยครองอำนาจ  หลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยถูกทำลายมาอย่างต่อเนื่อง  ไม่ว่าจะเป็น


- การละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน  ตั้งแต่นโยบายฆ่าตัดตอนในการทำสงครามกับยาเสพติด การใช้ความรุนแรงเป็นตัวนำในการขับเคลื่อนนโยบายสามจังหวัดชายแดนภาคใต้  ตลอดจนการข่มขู่ คุกคาม นักเคลื่อนไหวในด้านต่างๆ  เช่น  นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 


โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดวิกฤติทางการเมือง   ได้มีการระดมคนมาใช้ความรุนแรงกับผู้ต่อต้านรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณฯ   ทั้งการทำร้ายร่างกาย  พังเวทีปราศรัย  ปิดล้อมการสัมมนา  ตลอดจนมีเหตุการณ์ลอบวางระเบิดที่บ้านประธานองคมนตรี  พรรคประชาธิปัตย์  หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ  และสันติอโศก


- การแทรกแซง  ครอบงำสื่อสารมวลชน ด้วยรูปแบบที่หลากหลายทั้งโดยใช้อำนาจรัฐ  อิทธิพลทางธุรกิจผ่านเครือข่ายรัฐวิสาหกิจ และธุรกิจของครอบครัว  จนองค์กรสื่อมวลชนไร้พรมแดน  ได้ลดอันดับความมีเสรีภาพของสื่อมวลชนของประเทศไทยอย่างฮวบฮาบ


- การเข้าแทรกแซงองค์กรอิสระและกระบวนการยุติธรรม  จนทำให้ผู้มีอำนาจกลายเป็นผู้อยู่เหนือกฎหมาย  ตลอดจนมีการใช้กลไกรัฐ  เช่น  ตำรวจ  กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)  ปปง.  เพื่อประโยชน์ทางการเมือง  โดยใช้วิธีการ  เช่น การทุจริตการเลือกตั้ง   การดักฟังโทรศัพท์ เป็นต้น


- การใช้เงินมาทำลายการเมือง  โดยการซื้อ สส. ซื้อเสียง การทุจริต ฯลฯ 

แต่ทั้งหมดนี้กลับกลายเป็นอดีตที่กำลังถูกลืม  โดยเฉพาะในต่างประเทศซึ่งอยู่ห่างไกลความจริงที่กล่าวมาอยู่แล้ว  ก็พร้อมที่จะมองข้ามสิ่งเหล่านี้ในปัจจุบัน


กลยุทธของพ.ต.ท.ทักษิณฯ และพรรคไทยรักไทย  จึงต้องการสร้างให้ พ.ต.ท.ทักษิณฯ เป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตย  โดยอ้างคะแนนเสียงที่ได้รับในการเลือกตั้ง  และการถูกคณะรัฐประหารแย่งชิงอำนาจไป  แม้แต่ในคดียุบพรรคก็มีความพยายามยั่วยุสร้างกระแสว่าตุลาการรัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือของเผด็จการ 


ยิ่งรัฐบาล หรือ คมช. ตอกย้ำการห้ามเข้าประเทศ  ควบคุมสื่อ ซึ่งลามไปถึงการระงับสัญญาณถ่ายทอดรายการปกติของสถานีโทรทัศน์ในต่างประเทศ ก็ยิ่งเข้าทางของ พ.ต.ท.ทักษิณฯมากเท่านั้น


หากไม่มีการปรับแนวทางเหล่านี้  โดยการหลีกเลี่ยงการทำอะไรที่ขัดหลักประชา ธิปไตย  (โดยเฉพาะทำในสิ่งที่กล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณฯไว้)  และขยันชี้แจง  ตอบโต้ หักล้าง สิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณฯ  และเครือข่ายโฆษณาชวนเชื่อ  ๕  เดือนของพ.ต.ท.ทักษิณฯ ในฐานะผู้ถูกกระทำจะกลบ ๕ ปี ของพ.ต.ท.ทักษิณฯ ก่อนหน้านี้


๒. พ.ต.ท.ทักษิณฯ ไม่ได้สนับสนุนระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ (เสรีนิยม)  แต่เป็นผู้ที่เติบโตมาจากธุรกิจผูกขาด และระบบอุปถัมภ์  เมื่อมีโอกาสมาบริหารประเทศ  ก็ยิ่งตอกย้ำระบบนี้ (cronyism) การแข่งขันทางธุรกิจไม่ได้เกิดความเป็นธรรม  แต่กลับมีการใช้นโยบายทางเศรษฐกิจที่เอื้อประโยชน์ให้ธุรกิจของตนหรือพวกพ้อง  ในขณะที่ละเลยการสร้างความสามารถพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการแข่งขันในเศรษฐกิจยุคใหม่ คือเรื่องคุณภาพคน  เทคโนโลยี และธรรมาภิบาล

แต่ความเสียหายจากนโยบายและการส่งสัญญาณที่ผิดของรัฐบาลปัจจุบัน ผ่านมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย และวิธีการที่กำลังผลักดันการแก้ไขกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ได้ทำให้นักลงทุนเกิดความหวั่นไหว  โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักลงทุนต่างชาติ   ยิ่งมีการให้สัมภาษณ์ในลักษณะที่อิงกระแสชาตินิยมเพื่อตอบโต้ผู้วิจารณ์ หรือกลบเกลื่อนความรับผิดชอบ  ก็ยิ่งทำให้เกิดความรู้สึกว่า  รัฐบาลไทยหลังยุคทักษิณเข้าใจเศรษฐกิจสมัยใหม่น้อยลง  หรือร้ายกว่านั้น  เริ่มไม่ต้อนรับการลงทุนจากต่างประเทศ


ท่าทีเหล่านี้ควรมีการปรับแก้  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ต้องมีการหาจุดสมดุลระหว่างการยอมรับกลไกตลาด กับการสร้างความพอดี  ตามแนวพระราชดำริเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงที่ไม่ได้ขัดแย้งกับเศรษฐกิจสมัยใหม่แต่ประการใด  


การโฆษณาชวนเชื่อของพ.ต.ท.ทักษิณฯมาโดยตลอด คือ การให้คนมองข้ามปัญหาที่ตนสร้างขื้น  เช่น การทุจริตคอร์รัปชั่น  การขาดธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการ  แต่เน้นความสำเร็จ หรือความทันสมัยในการบริหารจัดการเศรษฐกิจ  โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับตลาดเงินตลาดทุน  หากรัฐบาลและคมช.ไม่สามารถพิสูจน์ถึงความเท่าทันต่อปัญหาเศรษฐกิจในภาพรวมแล้ว  ก็จะเป็นการช่วยสร้างภาพของพ.ต.ท.ทักษิณฯไปในตัว   


๓. พ.ต.ท.ทักษิณฯ ไม่ได้ผูกขาดการแก้ปัญหาความยากจน  แม้ว่านโยบายการแก้ปัญหาความยากจนของพ.ต.ท.ทักษิณฯ  จะมีการนำเสนออย่างต่อเนื่องในช่วง ๔-๕ ปีที่ผ่านมา แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว  พ.ต.ท.ทักษิณฯจะอ้างตัวเป็นผู้ผูกขาดการแก้ปัญหานี้ไม่ได้  ดังจะเห็นได้จาก


- นโยบายหลายเรื่องดำเนินมาก่อนรัฐบาลทักษิณ  แต่มีการขยายเป็นขั้นเป็นตอน  เช่น การเรียนฟรี  การรักษาพยาบาลฟรีสำหรับผู้ยากไร้  หรือโครงการที่ให้เงินทุนแก่ชุมชนในระดับหมู่บ้าน  บางเรื่องเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ได้มีการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐


- นโยบายประชานิยมของรัฐบาลทักษิณ  ได้สร้างปัญหาให้คนจนไม่น้อย เช่น การเพิ่มพูนหนี้สินครัวเรือน  ผลกระทบต่อมาตรฐานการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลภาครัฐ  ผลกระทบจากเขตการค้าเสรี (FTA)  หรือ การสร้างความเสียหายจากโครงการแทรกแซงราคาพืชผลต่างๆ


แต่การสร้างภาพความกระตือรือร้นในการแก้ไขปัญหา  และการผลิตนโยบายใหม่อย่างถี่ยิ่บเพิ่มสร้างความหวัง  ทำให้เกิดความรู้สึกว่า หากขาดพ.ต.ท.ทักษิณฯ การแก้ปัญหาต่างๆเหล่านี้จะสิ้นสุดลง


จึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่งที่รัฐบาลจะต้องทำให้ประชาชนรู้สึกว่า ปัญหาความยากจนและความเดือดร้อนของประชาชนจะได้รับการดูแลเอาใจใส่  และขจัดความกลัวว่าเมื่อเปลี่ยนแปลงรัฐบาลแล้ว จะยังมีนโยบายที่ตอบสนองความต้องการของเขา


๓-๔ เดือนที่ผ่านมา  การแก้ปัญหาในด้านนี้  รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือหลังน้ำท่วม ถูกมองว่าล่าช้า  ยิ่งเครือข่ายระบอบทักษิณในภาคราชการใส่เกียร์ว่าง  หรือยังขับรถให้นายเก่าอยู่  ก็ยิ่งเป็นการช่วยภาพลักษณ์ของพ.ต.ท.ทักษิณฯ 


 พ.ต.ท.ทักษิณฯ จะต้องมีความเคลื่อนไหวต่อไปแน่นอน  รัฐบาลและคมช. อย่าคิดแต่จะไปห้าม หรือ สกัดกั้น  สิ่งที่เป็นสิทธิของ พ.ต.ท.ทักษิณฯ  แต่ควรเร่งปรับปรุงท่าทีและแนวทางการทำงาน  มิฉะนั้นรัฐบาลและ คมช.เอง จะเป็นผู้ช่วยให้ พ.ต.ท.ทักษิณฯบรรลุเป้าหมาย  

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
นิรนาม
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 0

« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 23, 2007, 04:49:18 AM »

เข้าใจในความหวังดีของคุณอภิสิทธิ์ ในเวลานี้แต่
ทัศนะคติที่คุณอภิสิทธิ์แสดงออกมาขณะนี้ควรออกจาก
ประเด็น ทักษิณ จะดีกว่า

การยอมรับในศัตรู จะทำให้คุณอภิสิทธิ์ดูดีกว่านี้
เวลาที่เหลือของรัฐบาล คมช. ลดลงไปนั่นก็จะกลับ
เป็นเวลาของประชาธิปัติเองที่จะหาเสียงลดลง สิ่งสำคัญ
มากกว่าการไปยุ่งเรื่องคนอื่นคือการเตรียมความพร้อม
ของคุรอภิสิทธิ์เอง ผมบอกตามตรงว่าทางเลือกที่ดียัง
ไม่ปรากฏในสายตาผมและคนไทยหลาย ๆ คน
ผู้นำที่เป็นทางเลือกที่ดีคือผู้นำที่ใส่ใจประชาชนและ
สามารถสร้างความสามัคคีได้ ถ้าคุณอภิสิทธิ์และ
ประชาธิปัติย์ไม่สงบศึกภายนอก สร้างภาพลักษณ์ของ
คนที่รู้จักให้อภัย รู้จักยอมรับ รู้จักสร้างไมตรีกันในเชิง
สร้างสรรค์ หรือ พลัดใบซ่อมแซมพรรคหรือตัวคุณ
อภิสิทธิ์เอง

ประชาธิปัติย์ นับเป็นพรรคเก่าแก่ แต่กลับไม่สามารถ
ดึงใจคนไทยได้เพราะอะไร การกลับมาหาประชาชน
ควรเริ่มตั้งแต่ตอนนี้ ทิ้ง ทรท. ทิ้งทักษิณ เสีย ขณะนี้
ถ้าไม่รีบโน้มน้าวคนเคยรักทักษินซึ่งคนพวกนี้ก็คือ
คนไทย คนจน คนรากหญ้า อย่าดูถูก อย่าฉาบฉวย
คุณจะเก่งกว่านี้ถ้าคุณดึงคนรักทักษิณมารักคุณได้

ปรับภาพคุณเอง

ทักษิณก็เป็นคนไทยควรให้กลับไทยได้ ควรเชื่อในขบวน
การยุติธรรม และไม่ควรจะไปวิจารณ์

การคัดเลือกลูกพรรคที่เก่ง ๆ ทำงานเป็น ๆ หาคนเก่ง
เศรษฐกิจเตรียมเชิญมาเล่นการเมืองนับว่าสำคัญ
การเตรียมพร้อมเป็นรัฐบาลสมัยหน้าคือการเตรียมทีม
ที่เข้มแข้ง มิใช่เอาแค่เราเด่น การเคารพผู้ใหญ่ในพรรค
ความสามัคคีในพรรค เป็นสิ่งจำเป็นอย่าแตกแยก

ถ้าวันเลือกตั้งมาถึง ประชาธิปัติเข้มแข็งกว่านี้ คุณอภิสิทธิ์
มีภาวะผู้นำ และ หัวหน้าพรรคกว่านี้ ทุกอย่างคงจะดี
อย่าพลาดในสิ่งที่ทักษิณพลาด

หวังว่าช่วงเวลาที่รอการเลือกตั้ง ท่าทีความเข็มแข็ง
ของคุณอภิสิทธิ์และประชาธิปัติย์ จะเป็นทางเลือกที่
หน้าเลือก

ระบอบทักษิณจะไม่มีถ้ามีคนดีมาเป็นตัวเลือก
บางอย่างทักษิณไม่ใช่ผิดทั้งหมดก็ให้นำมาใช้
ส่วนที่เสียก็ตัดทิ้งขัดเกลาระบบที่ดีออกมา

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
klacia
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 0

« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 28, 2007, 06:54:17 PM »

ขอแสดงความนับถือครับ กระผมเองจบช่างมา และก็พึ่งจะมาให้ความสนในกับการเมืองการปกครองไม่นานนี้เอง ได้เห็นภาพลักษณ์ของคุณอภิสิทธิ์ผ่านสื่อต่าง ๆ แล้วเห็นว่าการแสดงออกไม่ว่าจะเป็นทางความคิด การกระทำ เห็นว่ามีความเป็นกลาง แม้จะทำหน้าที่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล ก็เลยมีความชื่นชอบเป็นส่วนตัว  แต่ที่คุณนิรนามแสดงความคิดเห็นมาก็ถูกต้องเช่นกัน จึงอยากให้ฟังเสียงสมาชิก เพื่อจะได้ไตร่ตรองให้ดีก่อนตัดสินใจทำอะไร  ส่วนตัวผมเองคงแนะนำอะไรมากไม่ได้เพราะทั้งคุณวุฒิและวัยวุฒิของผมเองก็คงไม่เทียบเท่ากับสมาชิกหลาย ๆ ท่าน  คงจะอาศัยเว็ปไซต์แห่งนี้เป็นแหล่งหาความรู้ทางด้านการเมืองการปกครองต่อไป
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
parkland
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 0

« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2007, 07:48:37 AM »

to see what he ate let's here what he just talked.  so let him speaks.  but to prevent trouble for nation, don't let him in (for now).
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: