หน้า: [1] 2 3   ลงล่าง
  พิมพ์  
คะแนนเรตติ้งของหัวข้อนี้: ****
คุณยังไม่ได้ให้คะแนนเรตติ้งสำหรับหัวข้อนี้:
ผู้เขียน หัวข้อ: ปัญหาข้าว  (อ่าน 8437 ครั้ง)
chitrlada
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: เมษายน 10, 2008, 08:17:35 PM »

เก็บประเด็นต่อเนื่องจาก  FM 101 ตั้งแต่ พ.ค. ๕๑

จากอภิสิทธิ์ และเพื่อนสมาชิก

วันที่ ๓ เม.ย.๕๑ ปัญหาข้าว - วิกฤตหรือโอกาส?

- เกิดอะไรขึ้น

ประเด็น : รัฐบาลควรแก้ปัญหาของประชาชนมากกว่าแก้รัฐธรรมนูญ   เช่นเรื่องราคาข้าวที่สูงขึ้น  ซึ่งเป็นโอกาสที่เกษตรกรจะได้ประโยชน์และรัฐบาลจะได้แก้ปัญหาเรื่องสต๊อกข้าว

คำต่อคำ : “...แต่วันนี้สิ่งที่ผมอยากให้รัฐบาลทำนั้นนะครับ   เช่น  เรื่องข้าวนะครับ   เพราะว่าประเทศไทยเราก็ภูมิใจมาตลอดว่าเราเป็นประเทศที่ปลูกข้าวมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก   ส่งออกข้าวมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลกนะครับ   เราไม่เคยมีสถานการณ์ที่ราคาข้าวสูง ผลผลิตดี  อย่างนี้มานานแล้ว  มันเป็นโอกาสทองที่เกษตรกรของเราจะได้ประโยชน์  แล้วก็เป็นโอกาสดีที่รัฐบาลจะได้แก้ปัญหาสต๊อกข้าวของรัฐบาลซึ่งเกิดขึ้นจากนโยบายการรับจำนำในช่วงหลายปีที่ผ่านมานะครับ   ผมก็อยากเห็นการทำตรงนี้เพราะขณะนี้ปัญหามันดำรงอยู่หลายรูปแบบ   ก็คือว่า พอไม่มีการมาเอาใจใส่เรื่องนี้จริงจังอย่างเป็นระบบครบถ้วน   มีแต่การส่งสัญญาณ  วันนี้ไปทางหนึ่ง  เช่นบอกว่า ให้ชาวนาอย่างเพิ่งขายข้าว   วันนี้บอกให้รีบขายอะไรต่างๆ   ขณะนี้ปัญหาหนึ่งก็คือว่าสภาพการเก็งกำไรมันเกิดขึ้นในหลายๆ ทาง    ฉะนั้นก็มีการกักตุนนะครับ   มันก็มีปัญหา  ผู้ส่งออกจะไม่ส่งออกบ้าง  โรงสีหรือเกษตรกร  เรื่องการส่งมอบข้าวมีปัญหาหมดเพราะว่ามองว่าสภาพตลาดมันไม่นิ่ง..."

- อะไรจะเกิดขึ้น

ประเด็น : ราคาข้าวที่สูงอาจนำไปสู่การกักตุนเพื่อเก็งกำไร แต่การแทรกแซงโดยรัฐก็อาจส่งผลเสียต่อเกษตรกร

คำต่อคำ : "...ขณะนี้ปัญหาหนึ่งก็คือว่าสภาพการเก็งกำไรมันเกิดขึ้นในหลายๆ ทาง    ฉะนั้นก็มีการกักตุนนะครับ   มันก็มีปัญหา  ผู้ส่งออกจะไม่ส่งออกบ้าง  โรงสีหรือเกษตรกร  เรื่องการส่งมอบข้าวมีปัญหาหมดเพราะว่ามองว่าสภาพตลาดมันไม่นิ่ง   แล้วก็มีการเก็งกำไร  ต้องแก้ตรงนี้ก่อนอันที่หนึ่ง   สองการแก้นั้นจะทำอะไรก็แล้วแต่อย่าได้ไปทำลายโอกาสของเกษตรกร   คือถ้าเริ่มไปแทรกแซงตลาดแล้วก็ทำให้ราคาข้าวมันตกลง   ผมว่าอันนี้ก็ไม่เป็นธรรมกับเกษตรกรนะครับ..."  

- ข้อเสนออภิสิทธิ์
ประเด็น :  ข้าวในสต็อกของรัฐบาลซึ่งมีจำนวนมากนั้น   ถ้าบริหารดีก็สามารถทำกำไรได้มหาศาล (พิจารณาจากราคาข้าวในตลาดโลก) กำไรที่ได้ควรนำไป
1. คืนให้เกษตรกรที่นำข้าวมาจำนำ
2. ใช้พยุงราคาปุ๋ยให้ถูกลง
3. จัดทำระบบคูปองหรือแสตมป์อาหารให้คนยากคนจนมาแลกซื้อข้าวในราคาถูก
 

คำต่อคำ : "...วันนี้ข้าวในสต็อกของรัฐบาล  ท่านจะไปบรรจุถุงอะไรก็เป็นประเด็นนึงนะครับ   แต่ที่เหลือนั้นถ้าบริหารให้ดีสามารถทำกำไรให้รัฐบาลได้มหาศาลนะครับ   เพราะข้าวที่ค้างอยู่ในสต็อกไม่ใช่น้อยๆ นะครับ   แล้วก็กำไรที่ทำได้ขณะนี้ก็ไม่ใช่น้อยๆ เหมือนกัน   ดูจากราคาข้าวในตลาดโลก   แต่กำไรตรงนี้ครับเอามาทำอย่างนี้สิครับ   ทำไมไม่   1.  ทำไมไม่เอามาคืนให้เกษตรกรที่จำนำข้าว   เพราะนี่คือที่มาของข้าวส่วนนี้  แต่ว่าที่ชาวนาเขายอมปล่อยจำนำไปนั้นเพราะเขามักจะถูกบีบด้วยภาวะเรื่องหนี้สิน  เรื่องอะไร  วันนี้ได้กำไรแล้วรัฐบาลมีรายชื่ออยู่แล้วใครเอาข้าวมาจำนำ   คืนให้เขาได้ไม๊   2.  ปุ๋ยแพง  เอาเงินส่วนหนึ่งมาช่วยอุดหนุนให้มีปุ๋ยราคาถูกสำหรับการเพาะปลูกนะครับ   ในฤดูกาลเพาะปลูกต่อไปได้ไม๊นะครับ  แล้วก็   3.  ถ้ากังวลว่าพี่น้องคนยากคนจนที่ไม่มีข้าวอยู่ในมือต้องซื้อข้าวแพง   ทำไมไม่เอากำไรตรงนี้มาทำระบบคูปองหรือแสตมป์อาหาร  คือหมายความว่าจัดคูปองหรือแสตมป์อันนี้ให้กับคนยากคนจนซึ่งรัฐบาลก็มีฐานข้อมูลอยู่บ้างแล้วนะครับตอนนี้  เคยจดทะเบียนคนจนก็มี  กรมประชาสงเคราะห์   กรมพัฒนาชุมชนไปจัดสรรให้  แล้วก็คนก็ใช้คูปองอันนี้มาแลกซื้อข้าวในราคาถูก   คือเรื่องจะบรรจุถุงขายถูกนี่ก็ดีนะครับ   แต่ผมก็กังวลว่ามันมีมาตรการอะไรที่จะไม่ให้คนที่ไม่ใช่คนยากคนจนไปซื้อใช่ไม๊ครับ   แต่ว่าถ้าเราทำวิธีนี้เราก็สามารถที่จะให้ข้าวว่ากันไปตามกลไกตลาด   แต่เอาเงินกำไรของรัฐบาลที่ได้จากการขายข้าวในภาวะที่ข้าวแพงนั้นมาช่วยคนยากคนจนได้ซื้อข้าวในราคาถูก...”

จาก "คุยกับอภิสิทธิ์" เมื่อ ๑ พ.ค. ๕๑
- คุณ Masatha ถาม :  เรื่องข้าวมีนักวิเคราะห์บางท่านบอกว่าควรมี 2 เรต ข้าวที่ขายให้ฅนไทยควรจะถูกกว่าข้าวที่ส่งนอก เพราะประเทศไทยผลิตข้าวเองได้ คนไทยไม่ควรต้องกินข้าวแพง คุณอามองเรื่องนี้อย่างไรครับ? (แต่ผมคิดว่าข้าวแพงก็ดีนะฮะ จะได้ช่วยเกษตรกร ส่วนผู้บริโภค ช่วยเฉพาะคนจนจริงๆ ก็พอ)
อภิสิทธิ์ ตอบ : การแยกตลาดสินค้าอย่างข้าวไม่ง่ายและอาจมีปัญหาตามมา ควรใช้วิธีให้สิทธิคนยากจนซื้อข้าวในราคาถูกมากกว่าครับ


จาก FM101 วันที่ ๘ พ.ค.๕๑
บางอย่างสายไปแล้ว...ข้าวถุงต้องดูแลไม่ให้เอาเปรียบกัน


ประเด็น : ข้าวราคาแพง  แต่ชาวนาถูกกดราคา : รัฐบาลสับสนในการวางแผนแก้ปัญหา  ก่อให้เกิดการกักตุนเพื่อเก็งกำไร

คำต่อคำ : "...คือเรื่องข้าวนั้น   เราเตือนตั้งแต่ต้นว่า  รัฐบาลต้องระมัดระวังว่าอย่าส่งสัญญาณเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนในตลาดข้าว   เราติงตั้งแต่วันที่รัฐมนตรีบอกว่าอย่าเพิ่งขายข้าว   ราคาข้าวจะขึ้นไปเท่านั้นเท่านี้   เราติงการกลับไปกลับมาของรัฐบาลในเรื่องของข้าวถุงนะครับ   แล้วเราก็พยายามจะเน้นว่าจริงๆ ที่สุดนั้น  รัฐบาลดูแลอย่าให้มีการกักตุน   แล้วก็เสนอไป   ซึ่งตอนนี้ก็อาจจะสายไปแล้วนะครับ   เพราะว่ารัฐบาลไม่คิดเหมือนกับเราก็คือว่า   ขายข้าวในสต็อคทำกำไรเอาเงินมาช่วยชาวนา   เอาเงินมาช่วยเรื่องปุ๋ย   เอาเงินมาทำเป็นคูปองอาหารอะไรต่างๆ   เพื่อให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยซื้อข้าวได้ในราคาถูก   แต่ว่ามาถึงสถานการณ์ขณะนี้รัฐบาลคงทำได้ก็คือว่า  เดินหน้าเรื่องข้าวถุงแล้วก็ต้องเข้าไปดูแลไม่ให้มีปัญหาการกักตุนสินค้า   การเอารัดเอาเปรียบกัน  ซึ่งจะยากหน่อย   เพราะว่ามันมีความซับซ้อนขึ้นจากการเข้าไปแทรกแซงตรงจุดต่างๆ ของรัฐบาล"


จาก "คุยกับอภิสิทธิ์" เมื่อ ๑๙ พ.ค. ๕๑
- คุณ ป้ามันทน์ ถาม : กรณีข้าวสารขึ้นราคา 100% ทำร้ายคนจนอย่างมาก ดิฉันได้เห็นแม่บ้านยืนร้องไห้ที่ร้านขายข้าวสาร บ้านเราปล่อยให้สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ความไร้สำนึกของฝ่ายการเมืองผนวกกับความเห็นแก่ตัวของฝ่ายพ่อค้า (ซึ่งแท้จริงก็คือพวกเดียวกัน) ทำลายความสงบสุขในสังคมอย่างยิ่ง ณ วันนี้ ปัญหาลักทรัพย์ ฉกชิงวิ่งราวโดนกันทั่วหน้า เชื่อว่า ปชป. คงรับทราบพฤติกรรมของพ่อค้ายักษ์ใหญ่ทั้งหลายที่เอาเปรียบประชาชนหน้าด้านๆ ตัวอย่างเช่น ห้างโลตัส วันก่อนขึ้นราคาข้าวสารไม่มีวางแม้แต่ถุงเดียว รุ่งขึ้นวางเต็มชั้นในราคาใหม่ขึ้น 100% (ของเดิมราคาใหม่) … ประชาชนต้องก้มหน้ารับกรรมชั่วของพวก ชคม. ไปอีกนานแค่ไหนคะ
อภิสิทธิ์ ตอบ : ขอบคุณที่สะท้อนความรู้สึกมาครับ เราพยายามติดตามเสนอแนะเรื่องนี้มาโดยตลอด และจะทำอย่างต่อเนื่องต่อไปครับ

จาก "คุยกับอภิสิทธิ์" เมื่อ ๔ มิ.ย. ๕๑
- คุณ เสียงสาน ถาม : ผมได้อ่านข่าวในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์เกี่ยวกับการขายข้าวสารบรรจุถุงในราคาถูกพิเศษของสส.ในพื้นที่กทม. ที่คุณอภิสิทธิ์ไปร่วมขายด้วย แต่ผมเคยได้อ่านความเห็นของคุณอภิสิทธิ์วิจารณ์แนวทางแก้ปัญหาราคาข้าวของคุณมิ่งขวัญเรื่องการบรรจุข้าวถุงขายในราคาถูกว่า เป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ไม่สามารถช่วยคนจนได้จริง รบกวนช่วยชี้แจงจุดยืนของคุณอภิสิทธิ์เรื่องแนวทางแก้ปัญหาราคาข้าวอีกครั้ง…
อภิสิทธิ์ ตอบ : ๑.ถ้าผมเป็นรัฐบาลผมจะใช้วิธีแจกคูปองให้คนยากจน แต่เมื่อรัฐบาลไม่ทำ  สส.และผมก็ต้องหาวิธีช่วยมากกว่าที่จะอยู่เฉยๆ ครับ                      
๒.ได้แถลงไปแล้วครับ                    
๓.ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
SLL
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 2

« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 18, 2008, 09:34:32 AM »

ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอให้คืนกำไรจากการจำนำข้าวให้ประชาชนที่ปล่อยให้ข้าวหลุดจำนำไปแล้วเพราะรัฐบาลไม่ใช่นายทุนที่จะมาปล่อยเงินกู้หวังเก็งกำไรจากประชาชนผู้ยากไร้
ผมสนับสนุนคุณอภิสิทธิ์ทำเรื่องนี้อย่างเต็มที่ และต้องผลักดันให้รู้ไปเลยว่ารัฐบาลจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย อย่าท้อถอยครับ และอย่ากลัวว่ารัฐบาลเห็นด้วยแล้วคะแนนเสียงจะเป็นของรัฐบาล สู้กันตรงไปตรงมาผมว่าประชาชนเข้าใจครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Kem +
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
กระทู้: 0

« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 23, 2008, 10:47:29 PM »

ตอนนี้ชาวนาปลูกข้าวกันใหญ่ คุณอภิสิทธิ์ว่า จะทำให้ราคามันตกเหมือนอย่างกุ้งเมือ่ก่อนไม้คะ  ครม.เงาจะแนะนำให้เกษตรทำอย่างไรถึงจะดีจริงๆคะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Abhisit Vejjajiva
Administrator
Normal
*****
กระทู้: 171

« ตอบ #3 เมื่อ: เมษายน 25, 2008, 09:05:35 PM »

ราคาคงไม่ตกมากครับแต่ควรดูให้สอดคล้องกับแผนการจัดสรรน้ำ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
damjao
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 39


« ตอบ #4 เมื่อ: เมษายน 29, 2008, 08:46:13 AM »

สินค้าทางการเกษตรควรอยู่ในสภาวะที่เกษตรกรสามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน เพราะประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม รัฐควรให้ความสำคัญกับสินค้าทางการเกษตร ยุคนี้เป็นยุคทองของเขารัฐควรสนับสนุนให้โอกาส เราทอดทิ้งเขามานานแล้ว รากหญ้าที่เป็นกระดูกสันหลังผุผุจะได้มีวันนี้ที่ดีกว่าวันวาน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Abhisit Vejjajiva
Administrator
Normal
*****
กระทู้: 171

« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2008, 09:33:52 PM »

จาก FM101 วันที่ ๘ พ.ค.๕๑
บางอย่างสายไปแล้ว...ข้าวถุงต้องดูแลไม่ให้เอาเปรียบกัน


ประเด็น : ข้าวราคาแพง  แต่ชาวนาถูกกดราคา : รัฐบาลสับสนในการวางแผนแก้ปัญหา  ก่อให้เกิดการกักตุนเพื่อเก็งกำไร


คำต่อคำ : "...คือเรื่องข้าวนั้น   เราเตือนตั้งแต่ต้นว่า  รัฐบาลต้องระมัดระวังว่าอย่าส่งสัญญาณเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนในตลาดข้าว   เราติงตั้งแต่วันที่รัฐมนตรีบอกว่าอย่าเพิ่งขายข้าว   ราคาข้าวจะขึ้นไปเท่านั้นเท่านี้   เราติงการกลับไปกลับมาของรัฐบาลในเรื่องของข้าวถุงนะครับ   แล้วเราก็พยายามจะเน้นว่าจริงๆ ที่สุดนั้น  รัฐบาลดูแลอย่าให้มีการกักตุน   แล้วก็เสนอไป   ซึ่งตอนนี้ก็อาจจะสายไปแล้วนะครับ   เพราะว่ารัฐบาลไม่คิดเหมือนกับเราก็คือว่า   ขายข้าวในสต็อคทำกำไรเอาเงินมาช่วยชาวนา   เอาเงินมาช่วยเรื่องปุ๋ย   เอาเงินมาทำเป็นคูปองอาหารอะไรต่างๆ   เพื่อให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยซื้อข้าวได้ในราคาถูก   แต่ว่ามาถึงสถานการณ์ขณะนี้รัฐบาลคงทำได้ก็คือว่า  เดินหน้าเรื่องข้าวถุงแล้วก็ต้องเข้าไปดูแลไม่ให้มีปัญหาการกักตุนสินค้า   การเอารัดเอาเปรียบกัน  ซึ่งจะยากหน่อย   เพราะว่ามันมีความซับซ้อนขึ้นจากการเข้าไปแทรกแซงตรงจุดต่างๆ ของรัฐบาล"

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Abhisit Vejjajiva
Administrator
Normal
*****
กระทู้: 171

« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2008, 02:26:13 PM »

ถ้าผมเป็นรัฐบาลผมจะใช้วิธีแจกคูปองให้คนยากจน แต่เมื่อรัฐบาลไม่ทำ  สส.และผมก็ต้องหาวิธีช่วยมากกว่าที่จะอยู่เฉยๆ ครับ

วันที่ตอบ 30/05/2008

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
rachy
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
กระทู้: 28

« ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2009, 10:09:10 PM »

ท่านจะแจกคูปองได้หรือยังคะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Issaleyapon Boonmee
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
กระทู้: 2

« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 06, 2009, 07:18:03 PM »

อยากให้ท่านนายยกแก้ไขเรื่องปัญหาราค่าข้าวที่ทุกวันนี้เกษตรอย่างดิฉันและครอบครัวรวมทั้งคนในหมู่บ้านคิดหนักว่าจะทำนาต่อหรือเลิกทำเพราะทนกับราคาปุ๋ยและยาแทบไม่ไหวแล้วลุงทุนสูงมากไหนจะค่าเช่านา ค่ารถเกี่ยว และอื่นๆ อีกมากมาย ที่เครดิตมาจากร้านค้าเฉลี่ยแล้วต้องลุงทุนถึง6000-7000บาทต่อไร ถ้าจะให้ได้กำไรต้องให้ได้1000ตันต่อไรและราค่าข้าวต้องไม่ต่ำกว่า 10000บาท ชาวนาถึงจะอยู่ได้เพราะราค่าขายในท่าข้าวที่ขายกับชาวนาถูกกดราค่าเหลือแค่ตันละ6000-7000บาทถูกกดราค่าอย่างรุนแรงหน้าส่งสานชาวนาตาดำจริงๆเป็นกระดูกสั้นหลังของชาติแท้ๆ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
cummins
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
กระทู้: 99

« ตอบ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2010, 03:55:58 PM »

เรื่องราคาพืชผลทางการเกษตร ท่านนายกต้องติดตามอย่างใกล้ชิดครับ อย่าปล่อยพรรคร่วมมากนัก เกษตรกรเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ และเป็นฐานเสียงหลักของพรรคฝ่ายค้าน การเคลื่อนไหวใดๆของเกษตรกร รัฐบาลมีโอกาสเสียหายมากครับ วันก่อนชาวนาอยุธยา วันนี้ อยุธยา-สุพรรณบุรี-ปทุมธานี-นนทบุรี กำลังประท้วงที่ถนนสาย 340 เตรียมเข้า กทม พรุ่งนี้ เพราะราคาไม่เป็นไปตามที่ตกลงกัน โรงสีอาจหักค่าความชื้นในทางเอาเปรียบชาวนา หรือ ชาวนาไม่มียุ้งฉางเก็บที่เหมาะสม รีบไปดูกันเลยครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
momoproject
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
กระทู้: 2

« ตอบ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 19, 2010, 11:14:46 PM »

ข้าวเป็นสินค้าประเภท Commodity ราคาจะขึ้นลงตามภาวะความต้องการของตลาดโลก

การเก็งกำไรในข้าวเป็นสิ่งที่อันตรายมากครับ

เพราะข้าวไม่สามารถเก็บเอาไว้ได้เหมือนกับหุ้น  น้ำมัน หรือทองคำ

อีกทั้งยังมีต้นทุนในการจัดเก็บที่ค่อนข้างสูง

เป็นไปได้ไหมครับที่จะมีการสำรวจตลาดล่วงหน้า  และควบคุมการผลิตที่เหมาะสม การแปรรูป  หรือใช้นโยบายอื่นแก้ปัญหาที่ไม่ใช่การกักตุนอย่างที่ทำอยู่

เพราะการประกันราคาเท่ากับว่า ถ่ายโอนความเสี่ยงมาไว้กับประเทศแทน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
malecat
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
กระทู้: 18

« ตอบ #11 เมื่อ: มิถุนายน 09, 2010, 11:06:04 PM »

มาอีกแล้ว ไปทุกกระทู้เลย 
ปัญหาของข้าวเรื่องราคา มีสาเหตุหลักเดียวคือ เป็นพืชที่กะวงรอบถูก  เสร้จพ่อค้า มีวิธีคือ พัฒนาสหกรณ์ให้สามารถบริหารจัดเก็บข้าวและผลักดันสหกรณ์ที่พร้อมให้สามารถส่งออกได้ เมื่อมีที่เก็บ แล้วขายเอง นำเงินประกันไปให้สหกรณ์ที่พร้อมบริหารภายใต้กรอบแล้วเครือข่ายจะเกิดขึ้นเอง อยู่ที่ว่าพรรคไหนกล้าทำโครงการนำร่อง ยังมีเรื่องปุ่ยเคมีอีก ขออุบไว้ก่อน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
malecat
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
กระทู้: 18

« ตอบ #12 เมื่อ: มิถุนายน 11, 2010, 12:12:25 AM »

   เบื้องต้น สำหรับผู้ผลิต  หน้าที่ของผู้ผลิตคือ  BEST PRODUCTION แล้วค่อยไปลงรายละเอียดว่า จะทำอย่างไรที่เกษตรกรจะผลิตพืชผลออกมาที่ BEST ได้ ต้องใช้องค์ความรู้ต้นแบบอย่างไร จริงจะได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ  การเกษตรมีปัจจัยประกอบที่สำคัญแต่ดันเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ มีเพียงการลดผลกระทบให้ได้มากที่สุดเท่านั้น ผมเพิ่งเปิดร้านขายปุ๋ยมา 3 ปี แต่ชาวบ้านที่ทำนามาแล้วเนิ่นนาน กลับมาให้ผมแนะนำว่าควรใช้ปุ๋ยอะไร ยี่ห้อไหนมาใหม่ออกทีวีบ่อยก็ตามไปใช้กัน ผมว่ามันแสดงถึงความล้มเหลวนะจริงไหม
ส่วนเบื้องกลาง เบื้องปลายก็ต้องกระทรวงอื่นแล้วครับ
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
halfmoon
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
กระทู้: 83


« ตอบ #13 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2010, 12:33:13 AM »

ปัญหาข้าว001
หากเราจะตั้งโจทย์เพื่อแก้ปัญหาข้าว เราต้องตั้งโจทย์ให้ถูก หากตั้งผิดเราก็จะมีโจทย์และโจทก์เพิ่มขึ้น เพราะเรื่องข้าวเป็นปัญหาของคนไทยทุกภาคส่วน ดังนั้นเราต้องพูดเป็นส่วนๆ เพราะไม่แล้ว แต่ละส่วนมันจะตีกัน หากไม่แยกตัวประกอบของปัญหาออกมาพิจารณา เช่นว่า เราเคยได้ยินคำพูดที่ออกจากปากคนไทยแทบทุกคนว่า ชาวนาไทยทำไมจน แต่ชาวนาญี่ปุ่นทำไมรวยและเป็นที่ยกย่องมีเกียรติทางสังคม เผลอลับหลังแป๊บเดียวคนเดียวกันนั้นก็บอกว่า ข้าวแพงจัง ข้าวแกงก็แพง ข้าวสารก็แพง นี่ไงครับคือความจริงของคนในชาติไทย มันปรกติ แต่มันแตกต่างกันแม้ในตัวคนเดียวกัน ดังนั้นเราต้องแยกส่วนมาพิจารณา คือแยกตัวประกอบออกมาแก้ แล้วค่อยนำคำตอบมาพิจารณารวม เป็นวิธีแก้ไข แล้วจึงเป็นนโยบายชาติได้ โดยไม่สับสน หากไม่เราก็จะได้คำตอบสองทางคือ
หนึ่ง ชาวนาไทยเกิดมาเพราะกรรม แต่ก็มีบุญคุณกับเรา ทำให้เราได้กินข้าวราคาถูก ถือว่าเป็นเจ้าชีวิตเรา ดังนั้นเราควรไปทอดผ้าป่าที่บ้านนอกบ่อยๆหรือไม่ก็มอบทุนการศึกษาให้ลูกชาวนา เพื่อทดแทนบุญคุณและอนุรักษ์เผ่าพันธุ์ของเขาสืบไป ถือเป็นมรดกทางสังคมหรือมรดกแห่งชาติไทย ไม่ต้องไปสนใจญี่ปุ่นอเมริกาหรอก คนละชาติคนละวัฒนธรรม อย่าเอาไปเปรียบเทียบ ชาวนาญี่ปุ่นเป็นเพียงผู้มีเกียรติทางสังคม แต่ชาวนาเราคือเจ้าชีวิต เป็นกระดูกสันหลังของชาติ เทียบกันไม่ได้ เราต้องอนุรักษ์ตราบชั่วลูกชั่วหลานของเราและของชาวนาด้วย หากไม่มีลูกหลานชาวนา ลูกหลานเราก็จะตาย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
halfmoon
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
กระทู้: 83


« ตอบ #14 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2010, 02:22:12 PM »

สอง เราต้องต่อสู้กับต่างชาติให้ได้ เราต้องนำเงินจากการขายข้าวส่งออกให้เยอะ จะได้มีเงินมาพัฒนาประเทศและแบ่งปันไปขุดบ่อน้ำให้ชาวนาด้วย ชาวนาเราจะได้ทำนาปีละหลายครั้ง เราก็จะมีข้าวเยอะที่สุดในโลก เงินที่ได้มาก็เอามาแบ่งกัน ส่วนหนึ่งก็แปลงเป็นคูปองให้เราแลกซื้อข้าว ส่วนหนึ่งก็แปลงเป็นคูปองให้ชาวนาไปซื้อปุ๋ย และรัฐบาลก็ต้องดูราคาตลาดโลกด้วย หากต่ำเราต้องขายต่ำ และรัฐก็ต้องไปชดเซยชาวนาทีหลัง ข้าวราคาต่ำเราก็ส่งออกได้เยอะ เราเองก็ได้กินข้าวราคาถูกด้วย ส่วนรัฐมีหน้าที่รับผิดชอบส่วนเกินแทนเรา คือหาเงินไปช่วยชาวนา อย่าปล่อยให้ชาวนาตาย ไม่งั้นเราก็ตายด้วย เราตายรํฐก็ไม่มีภาษี
 
ไปซะอย่างนั้น เจ็บปวดทั้งสองอย่าง ทั้งสองอย่างย่อมจะเกิดจากการที่เราไม่แยกแยะปัญหาประชาชนก็ไม่แยก นำมาพูดนำมาถกก็วนอยู่อย่างนั้น ทำไมเราไม่แยกแยะ แล้วเราจะถกได้ถูกเรื่อง ได้ประโยชน์สูงสุดทุกฝ่าย

ผมอยากให้แยก และเริ่มพูดกัน ประชาสัมพันธ์ลักษณะการมองการพูดการวิจารณ์เป็นเรื่องๆไป อย่างเช่นว่า

1 ข้าวเปลือก เราควรพูดกันเรื่องข้าวเปลือก ชึ่งมันประกอบด้วยขั้นตอนการผลิต ต้นทุนการผลิต และแนวคิดวิถีการผลิต ซึ่งในส่วนของข้าวเปลือกที่ออกเป็นผลผลิตมา มาจากสองส่วนวิถีการผลิต

1.1   ปลูกเพื่อกิน ที่เหลือขาย....ร้อยละเท่าไหร่ในประเทศ และเหลือจากกินจะเข้าสู่ตลาดเท่าไหร่

1.2   ปลูกเพื่อขายเป็นอาชีพ ....ร้อยละเท่าไหร่ในประเทศ จะเข้าสู่ตลาดเพียงพอทั้งตลาดภายในและส่งออกหรือไม่ รัฐจะผลักดันพัฒนาอย่างไรในผลผลิตต่อไร่สูงและมีคุณภาพ ราคาขายได้สูงขึ้น ชาวนาจะได้มีกำไรมากขึ้น

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: