หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
คะแนนเรตติ้งของหัวข้อนี้: ***
คุณยังไม่ได้ให้คะแนนเรตติ้งสำหรับหัวข้อนี้:
ผู้เขียน หัวข้อ: มาตรการห้ามโฆษณาเหล้าและกำหนดอายุขั้นต่ำของผู้ซื้อที่ ๒๕ ปี เหมาะสมหรือไม่  (อ่าน 6565 ครั้ง)
lucieclayton
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
กระทู้: 0

« เมื่อ: ตุลาคม 20, 2006, 10:39:06 AM »

รัฐบาลได้ออกมาตรการห้ามโฆษณาเหล้า และอยู่ระหว่างการพิจารณาออกกฎหมายใหม่ ซึ่งรวมถึงการกำหนดอายุขั้นต่ำของผู้ซื้อเหล้าที่กำหนดว่าต้องมีอายุ ๒๕ ปีบริบูรณ์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Abhisit Vejjajiva
Administrator
Normal
*****
กระทู้: 171

« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2006, 10:40:05 AM »

เพราะรัฐบาลกำลังจะตราพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งจะออกมาเพื่อคุ้มครองผู้ที่ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ได้รับผลกระทบจากผู้ดื่มอยู่แล้ว

๑. ผมสนับสนุนมาตรการในการที่จะลดการดื่มสุรา โดยเฉพาะในหมู่เด็กและเยาวชน เนื่องจากระยะหลังการดื่มสุราของคนไทยได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  และมีผู้ดื่มใหม่โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน  ความสูญเสียที่เกิดจากการดื่มสุรามีมาก  เช่น  ความสูญเสียจากอุบัติเหตุ อันเนื่องมาจากการดื่มสุรา ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆของประเทศ


๒. ผมอยากให้มาตรการที่จะออกมา เป็นการดำเนินการอย่างเป็นระบบครบวงจร แต่เนื่องจากเรื่องนี้มีข้อพิจารณาหลายแง่มุม  ทั้งเรื่องสิทธิ เสรีภาพ  มิติทางเศรษฐกิจและสังคม  จำเป็นที่จะต้องพิจารณาความเชื่อมโยงต่างๆ  และควรมีการจัดลำดับ ความสำคัญและจุดเน้นที่เหมาะสม  เช่น  การเข้มงวดกวดขันการขายสุราบริเวณใกล้สถานที่ศึกษา  การเข้มงวดเรื่องการดื่ม และการขับ  เป็นต้น


๓. เมื่อมีมาตรการการห้ามโฆษณา โดยมีข้อยกเว้นมิให้ใช้บังคับหรือการจำกัดในเรื่องการถ่ายทอดสดกีฬา  รัฐบาลต้องดูแลให้การใช้มาตรการนี้เกิดความเป็นธรรม  เพราะจะเกิดปัญหาการโฆษณาจากต่างประเทศ  รวมทั้งปัญหาบริษัทที่ผลิตสุราและผลิตภัณฑ์อื่นๆ   เช่น น้ำดื่ม ที่ใช้ตราสินค้ายี่ห้อเดียวกัน  ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ  และมีลักษณะที่เอื้อต่อกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ หรือกลุ่มที่ครองตลาดอยู่ในปัจจุบัน


๔.  เมื่อไม่มีการโฆษณา  ค่าใช้จ่ายมหาศาลในการตลาดของบริษัทผลิตสุรา ก็จะหมดไป  ดังนั้น ควรขึ้นภาษีเหล้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการลดราคาเพื่อจูงใจให้มีการดื่มมากขึ้น  และน่าที่จะถือโอกาสนี้ ปรับโครงสร้างภาษีเหล้า ให้เก็บตามดีกรีของแอลกอฮอล์


๕. ภาษีที่เก็บได้เพิ่มขึ้นควรนำไปใช้ในการรณรงค์   รวมทั้งโฆษณาให้คนตระหนักถึงอันตรายของสุรา  และชดเชยการสูญเสียรายได้ของวงการกีฬาในปัจจุบัน


๖.  สำหรับเรื่องการกำหนดอายุขั้นต่ำของผู้ซื้อสุรานั้น   ผมไม่เห็นด้วยที่จะเพิ่มเป็น ๒๕ ปี เป็นไปได้อย่างไรที่คนที่มีสิทธิเลือกตั้งแล้ว  บรรลุนิติภาวะแล้ว  กลับถูกมองว่าขาดวิจารณญาณในการจะดื่มหรือไม่  นอกจากนี้การกำหนดอายุขั้นต่ำ ๒๕ ปี ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงเพราะบุคคลอายุ ๒๐ ปี สามารถเข้าสถานบันเทิงได้  ดังนั้น ถ้าจะเพิ่มอายุขั้นต่ำของผู้ซื้อสุราจาก ๑๘ ปี ควรเป็น ๒๐ ปี   และควรพิจารณาต่อไปด้วยว่า  ควรมีการกำหนดอายุขั้นต่ำของผู้ดื่มสุราหรือไม่


๗.  มาตรการทั้งหมดนี้จะได้ผลมากน้อยเพียงใดขึ้นกับการบังคับใช้กฎหมายด้วย รัฐบาลควรมีการจัดตั้งกลไกขึ้นมาเฉพาะเพื่อติดตาม กำกับ ดูแล  มาตรการต่างๆให้เกิดผลอย่างจริงจัง โดยควรมีการประเมินผลของมาตรการต่างๆ เป็นระยะๆ เพื่อทบทวนปรับปรุงตามความเหมาะสมต่อไป

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Siralex
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 0

« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 21, 2006, 08:17:34 AM »

ไม่มีทางเป็นไปได้ในทางปฏิบัติที่จะห้ามคนที่อายุต่ำกว่า25ปีดื่มเหล้า

ชาวต่างชาติ เขาสามารถดื่มได้ตั้งแต่อายุ18ปีแล้วประเทศเขายังพัฒนาได้เลย

อายุ 20ปีประชาชนบรรลุนิติภาวะแล้วจะยังห้ามพวกเขาอีกเหรอครับ พวกเขาเลือกตั้งได้แล้วนะ มีวิจารญาณพอแล้วแหละ

คนที่เขาทำงานเหนื่อย เรียนเหนื่อยทีนี้จะเอาอะไรผ่อนคลายละ หรือว่าภาครัฐจะให้เอาแต่เรียน และจดจำตัวหนังสือในตำรา
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Chanonpat
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 4


« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 24, 2006, 11:02:46 PM »

ก่อนอื่นขอชี้แจงว่าผมไม่ใช่พวกชอบดื่มนะครับ

ผมมองว่าสิ่งที่ควรทำมากกว่าการจำกัดอายุของคนดื่มคือการนำสถานบันเทิงที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ออกไปให้ห่างจากสถานศึกษาและวัดก่อน

ส่วนอายุของคนดื่ม ผมคิดว่าอายุ 18 ปีขึ้นไปก็น่าจะดื่มได้แล้ว ผมมองว่ามันไม่ได้อยู่ที่อายุของคนดื่มเสมอไป เราควรมองว่า ไม่ว่าคนดื่มจะเป็นใคร เมื่อดื่มจนมึนเมาถึงขั้นประมาทขาดความยั้งคิด ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็สามารถก่อเหตุไม่คาดฝันได้

แล้วเมื่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น รัฐฯ มีบทลงโทษอย่างไร ? อย่างในกรณีเมาแล้วขับ ผมไม่เคยเห็นว่าจะมีใครได้รับการลงโทษอย่างจริงจังและเด็ดขาด มีแต่ข่าวคนเมาขับรถชนคนตายหลายศพ นักแสดงชื่อดังมึนเมาทะเลาะวิวาท นักร้องดังขับรถพุ่งชนชาวบ้านดับอนาถ ได้ข่าวแบบนี้บ่อยมาก แต่ไม่มีการบ่งบอกว่าคนขับคนนั้นได้รับการลงโทษอย่างไร ? ต้องจำคุกหรือไม่ ? เหล่านี้ไม่มีการประชาสัมพันธ์เลย

ซึ่งจริงๆ แล้วสิ่งที่ทำได้และควรทำก็คือรัฐฯ ต้องเอาจริงกับคนที่ก่อเหตุให้ได้รับการลงโทษโดยที่ให้เยาวชนได้รับรู้ว่าจะมีโทษอย่างไรถ้าก่อเหตุขณะมึนเมา หรือก่อให้เกิดอุบัติเหตุ หรืออะไรก็ตามที่สาเหตุมาจากความมึนเมาจากการดื่ม มากกว่าจำกัดหรือตีกรอบเสรีภาพของประชาชนนะครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
โออินเตอร์เน็ต
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 3


ล่างฟานหวิน

« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2006, 10:29:14 PM »

น่าจะเอากลางๆ ก่อน ค่อยๆ เป็น ค่อยไปองค์กร ทางธุรกิจได้ปรับตัวได้ ไม่ใช่ปรับกระหันหยุด อย่างนี้ปรับตัวไม่ทัน มึนเหมือนกัน หรือ พวกกีฬ้า ต่างที่สนับสนุนไว้ รวนกันไปหมด น่าออกกฏหมายเอาหลักๆ
1.อายุต่ำกว่า 20 ปี ห้ามดื่มเหล้า ฝ่าฝืนมีโทษปรับ
2.ห้ามดื่มเหล้าในสถานที่สาราณะ ราชการ ศาสนา มูลนิธิ สมาคม ฝ่าฝืนมีโทษปรับ
3.ห้ามดื่มเหล้า ในเวลาราชการ ฝ่าฝืนมีโทษปรับ
4.ผุ้ใด มีสภาพมืนเมา เพราะฤทธิ์แฮลกอร์ ในที่สาธารณะ ราชการ ศาสนา มีโทษปรับ
5.ผุ้ใดเกิดมีคดี ต่างๆ ไว่ว่ามีด้วยคดีใด มี สารแฮลกอฮอร์ หรือ มีความมืนเมาเพราะแฮลกอร์ เมื่อศาลตัดสินว่าผิด ผุ้นั้นต้องได้รับโทษสอง เท่า
6.ผุ้ที่ก่อความผิด มีศาลตัดสินความผิด แล้วแต่ ผุ้นั้นได้ดื่มแฮลกอร์ฮอร์ หรือมีความมึนเมา ผู้นั้นไม่มีสิทธิ์ได้รับการ รอลงอาญา

------------------------
เอาเคร่าๆ แค่นี้ ก่อน ถ้าห้ามโฆษณา กันหมด เหมือนที่ ออกมาปัจจุบัน ขนาดถ้วยชาม ร่ม ที่มีโลโก้ เหล้า ก็ไม่ได้ ผมว่า วุ่นวาย แน่ กระทบต่อธุรกิจ และคนเป็นจำนวนมาก ตีความกันวุ่นแน่ และที่กระทบมากที่สุด น่าจะเป็นงบกีฬา กับ งบ ช่วยเหลือทางสังคม อื่นที่ บริษัทเหล้า เขาช่วยเหลือ อยู่ เยอะ เช่นกัน อันนี้ ก็ คงหมดไป เดือดร้อนกันไปทั่วแน่

คนซื้อไม่ผิด เพราะคนไม่ซื้อเหล้า กินของคนอื่นๆ มันก็เมา เหมือนกัน คนเมา ถ้าไม่เมามากๆ กินพอสมควร รู้สติ มันก็ไม่เสียหายเดือดร้อนไหรมาก ที่มันเสียหาย คือ คนที่กินเหล้า เช้ายันเย็น เมาแล้วไม่มีสติ ไม่รุ้เรื่องเลย นั่นแหละปัญหา
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
โออินเตอร์เน็ต
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 3


ล่างฟานหวิน

« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 26, 2006, 10:46:04 PM »

คนไม่ซื้อกินเหล้า คนอื่นมันก็เมาเหมือนกัน เอาแค่หลักๆ พอมั้ง
ห้ามกินสาธาระณะ กินเป็นที่ กินเป็นเวลา (เอาห้ามกินเวลาราชการไปเลย)
กินเมาไม่สติ ก็มีโทษหรือขาดสิทธิไป เช่น ถ้ามีคดี ไม่ต้องรอลงอาญา ให้ตำรวจมีอำนาจ จับคนเมา สาระณะไปนอน โรงพัก สัก 3-8 ชม. พอพื้น ค่อยกลับบ้าน เอาแค่ พื้นๆ ในชีวิต คนส่วนใหญ่ พอ เรื่องห้าม โฆษณา ผมไม่เห็นด้วย เลย เพราะว่า มันไม่เกี่ยว มันเป็นธุรกิจ การกินหรือไม่กินมันอยู่ที่กิน อย่ากินมาก กินอยุ่บ้าน เมาแล้วนอน มีสติ ตลอดก็ไม่น่ามีปัญหา
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ไบรท์
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 0

« ตอบ #6 เมื่อ: ตุลาคม 28, 2006, 12:42:14 PM »

ควรมีการกำหนดโทษของผู้ที่เมาแล้วขับ โดยให้ถือว่าเป็นการเจตนา   และควรกำหนดโทษของผู้ที่เมาแล้วทำร้ายคนอื่นให้หนักขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เอม
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 0

« ตอบ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2006, 03:15:36 PM »

1. ต้องถามว่า ถ้าทำได้ ดีใหม
สำหรับคนไม่กินเหล้าและเห็นเหล้าให้โทษอย่างผม คำตอบคือ ดี

2. บรรลุนิติภาวะ กับสิ่งที่ กฏหมายกำหนด เพื่อความสงบสุขของสังคม
เป็นคนละเรื่อง

เรากำหนดให้ ผู้ขับรถรับจ้าง อายุต้องไม่ต่ำกว่า 25ปี มีใครโวยวายไหม มีแต่สรรเสริญ
น่าจะดูว่า วัยรุ่น ที่ก่อ กรรมทำเข็ญ มีการใช้เหล้าย้อมใจกันมากแค่ไหน

3. อย่าอ้างฟรั่ง เลย ครับ ประเทศพัฒนาแล้วไม่เคารพในหลวง แต่เราเคารพ ฟรั่ง
ทิ้งพ่อแม่ เราไม่ทิ้ง
ฟรั่งไม่นับถือ พุทธ แต่ เรานับถือ

อะไรดี เราลอกเขาได้

แต่อะไรไม่ดี ทำไมต้องไปอ้าง

ถ้างั้น เราให้ เด็ก 13-14-15-16 กินได้ทั้ง เหล้า และ FREE SEX เช่นฟรั่งเลย ดีไหม

สรุป ว่า ดี กับสังคมไหม ต้องตอบว่า ดี
จะทำได้ จริง ไหม นั่นเป็นคนละเรื่อง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
วิน
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 5

« ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2006, 04:11:17 PM »

การซื้อกับการดื่มมันคนละเรื่องนะครับ ยกตัวอย่างบุหรี่ ถ้าอยากให้เลิกซื้อผมว่ายกเลิกโรงงานยาสูบให้ได้ก่อนดีกว่านะครับ ควรแยกแยะ แล้วก็ช่วยแนะนำให้เลิกการทำภาพเบลอในละครและตามรายการโทรทัศน์เถอะครับ ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิของบุคคลที่ควรจะได้อรรถรสของการดูหนังดูละคร หรือแม้กระทั่งดูข่าวในปัจจุบัน ยิ่งเซ็นเซอร์เด็กก็ยิ่งอยากรู้อยากเห็น และไม่รู้ว่าจะเป็นการไปกระตุ้นความอยากให้อยากลิ้มรสและทดลองมากขึ้นรึเปล่า
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
LookKae
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
กระทู้: 5


« ตอบ #9 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2009, 10:36:56 AM »

......
ที่ต่างประเทศเค้าพัฒนาได้ เค้าเริ่มมันจากการพัฒนาระเบียบวินัยของคน สอนให้คนรู้จักติด
เขาดื่มกันได้ตั้งแต่ 18 ปี ประเทศพัฒนาได้?? ขอข้อมูลอ้างอิงด้วยครับ ว่าประเทศอะไร พัฒนาในด้านไหน แล้วก็ขอข้อมูล จำนวนคนดื่ม จำนวนประชากรที่งประเทศ รายได้ของประชาชน ความถี่ในการดื่มของประชาชน จำนวนอุบัติเหตุจากการดื่มสุรา ค่าใช้จ่ายในการรักษาผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการดื่มสุรา แล้วเอาตัวเลขมาเปรียบเทียบกับบ้านเราดูนะครับ บางครั้งหลายๆประเทศ ก็พยายามให้ประเทศอื่นเห็นว่าประเทศของเค้าพัฒนาแล้ว ถ้าเราไม่เคยเข้าไปอาศัยใช้ชีวิตร่วมกับเค้า เราอาจจะไม่ทราบเรื่องราวทั้งหมดก็เป็นได้

ส่วนเรื่องผ่อนคลาย โดยปกติผมจะออกกำลังกาย เล่นดนตรีครับ เล่นหมากรุกกับเพื่อน เล่นเกมส์บ้าง ดูทีวี ดูหนัง อ่านหนังสือการ์ตูน อ่านนิยาย นวนิยาย แต่งนิยาย ฝันกลางวัน ฟังเพลง แต่ง hi5 ยังมีอะไรอีกมากครับที่สามารถทำเพื่อผ่อนคลายโดยไม่ต้องเสียเงิน ไม่ต้องพึ่งสุรา
แล้วก็เรื่องเอาแต่เรียน คงไม่ได้มาจากภาครัฐมั้งครับ น่าจะมาจากพ่อแม่และสังคมของเราเองที่ปลูกฝังว่า ต้องเรียนเก่ง จบมามีอาชีพมั่นคง มีรายได้เยอะ ฯลฯ วัตถุนิยมทั้งเพ!!! ในกระแสสังคม เราไม่จำเป็นต้องเป็นน้ำนี่ครับ เราเลือกเป็นอะไรได้ตั้งหลายอย่าง เป็นปลาก็ได้ เป็นสาหร่ายก็ได้ เป็นเรือก็ได้ เป็นตอไม้ก็ได้

หมายเหตุ webmaster ปรับแก้ไขถ้อยคำเพื่อความเหมาะสม ... = ข้อความที่ตัด   
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
prarinda
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
กระทู้: 2

« ตอบ #10 เมื่อ: กันยายน 11, 2009, 01:15:37 AM »

เห็นด้วยอย่างสูง  เพราะทุกวันนี้เด็กมหาลัยติดเหล้ากันงอมแงม ถ้า กม นี้ออกมาสังคมคงน่าอยู่ขึ้นเยอะ  ประเทศไทยคงพัฒนาได้เร็วขึ้น เพราะเยาวชนคงจะเข้มแข็ง
ขอให้ กม นี้ ผ่านด้วยเถอะ  ขอบคุณท่านนายก สำหรับ กม ดีๆนี้นะคะ  จากเด็กมหาลัยขอนแก่น
 
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
sornny
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 20

« ตอบ #11 เมื่อ: ธันวาคม 10, 2009, 03:19:29 AM »

ปัญหานี้หาความพอดีต่อวิธีแก้อยากครับ ผมว่าเอาข้อมูลผลกระทบกับผู้คนที่ประสพปัญหามาเรียงลำดับความร้ายแรง และดูว่าอันดับที่ร้ายแรงที่สุดกับที่รองๆลงมามันเป็นเรื่องใด แล้วออกกฎหมายมาใช้บังคับอย่างจริงจังเลย โดยไม่ต้องใส่ใจกับผลประโยชน์ของกลุ่มที่หากินกับของพวกนี้ เพราะในที่สุดเพื่อรักษาผลประโยชน์ คนพวกนั้นจะต้องปรับตัวและยอมรับกับเหตุผลที่กฎหมายออกมาเพื่อดูแลสังคมส่วนรวม ไม่ใช่อำนวยประโยชน์ให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น เช่นห้ามขายให้เยาวชน ห้ามในเขตพื้นที่การศึกษาทุกระดับ หรือในสถานที่ราชการ และบนทางหลวงแผ่นดินเป็นต้น และถ้าใครฝ่าฝืนต้องมีโทษหนัก สำหรับผู้ดื่มถ้าขับยวดยานพาหนะให้มีโทษจำคุกด้วย
         ส่วนการซื้อขอให้เป็นไปอย่างเสรีในที่ทางที่เหมาะสมตามกฎหมาย เพราะการซื้อขายเป็นสิทธิของบุคคลไม่ควรมีระเบียบใดๆไปจำกัด โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่ไม่ทราบกฎข้อบังคับไม่มีทางจะเข้าใจได้เลยในเรื่องข้อห้ามเกี่ยวกับสิทธิส่วนบุคคล อย่างเช่นห้ามซื้อขายในช่วงบ่ายถึงเย็นมันงงและก็บ่นว่า กฎหมายอย่างนี้มันเหมาะกับคนในประเทศอย่างนี้เท่านั้น แค่รู้จักรับผิดชอบว่าไม่ควรดื่มในเวลางานรัฐบาลต้องออกกฎหมายมาห้ามซื้อซะเลย
          กับอีกเรื่องที่ใช้กันทั่วโลกและได้ผลคือการเก็บภาษีสูงสุด เพื่อทำให้สินค้าพวกสุรายาสูบมีราคาซื้อขายแพงมากๆก็จะสามารถลดการบริโภคลงอย่างได้ผล แต่ประเทศเรากลับมาบังคับให้พิมพ์ภาพที่น่าเกลียดที่สุดเท่าที่จะหาได้เอามาพิมพ์ลงบนฉลาก จนชาวต่างชาติตกใจว่านี่มันกฎหมายอะไรวะ แล้วมันจะทำให้คนดื่มหรือสูบน้อยลงได้อย่างไร
        วิธีการแก้ปัญหาแบบดูถูกคนในประเทศด้วยกันเองควรทบทวนให้ดี และเลือกใช้วิธีที่ได้ผลจริงๆดีกว่าสร้างภาพให้คนคิดแต่ทำคนทั้งประเทศขายหน้าไปตามๆกัน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: