หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
คะแนนเรตติ้งของหัวข้อนี้: ****
คุณยังไม่ได้ให้คะแนนเรตติ้งสำหรับหัวข้อนี้:
ผู้เขียน หัวข้อ: พลิกระบบแก้ปัญหาค่าโดยสาร  (อ่าน 4896 ครั้ง)
chitrlada
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2008, 01:41:16 PM »

ประเด็น : เนื่องจากช่วงเลือกตั้งพรรคฯ เคยเสนอแผน ๙๙ วันไว้   ประกอบกับรัฐบาลบริหารประเทศมา ๙๙ วันแล้ว  พรรคฯ จึงมีข้อเสนอในการแก้ปัญหาต่างๆ  เช่น เรื่องค่ารถโดยสาร  ควรให้รถร่วมฯ เป็นผู้รับจ้าง ขสมก.  แล้วให้รัฐรับผิดชอบการขึ้นลงของค่ารถโดยไม่กระทบบริษัทรถและได้ช่วยเหลือประชาชน

คำต่อคำ : "ผมก็กังวลแล้วก็ห่วงใยมาโดยตลอด   แล้วก็ได้พยายามนำเสนอแนวทางต่างๆ เพื่อที่จะลดความขัดแย้งนะครับ   วันนี้บังเอิญประมาณ 9.30 น. ผมก็จะมีการแถลงข่าวเพราะว่าเป็นโอกาสที่ครบ 99 วันที่รัฐบาลเข้าบริหารราชการแผ่นดินนะครับ   แล้วเราก็เคยหาเสียงเอาไว้เรื่องวาระประชาชน   เรื่องแผน 99 วัน  ซึ่งก็จะมีข้อเสนอเพิ่มเติมไปว่าจะคลี่คลายปัญหาหรือวิกฤติต่างๆ ของบ้านเมืองได้อย่างไร    แต่ว่าหัวใจจริงๆ ก็คือว่า  อะไรที่เป็นชนวนความขัดแย้งทางการเมือง   อะไรที่จะมีความเสี่ยงที่จะนำไปสู่การเผชิญหน้านั้น รัฐบาลต้องลด  ละ  เลิกให้หมดนะครับ   แล้วก็เดินหน้ามาแก้ปัญหาซึ่งเป็นความเดือดร้อนของประชาชนซึ่งมีมากจริงๆ ในช่วงนี้

เพราะฉะนั้นวันนี้ผมยกตัวอย่างว่า    เช้านี้ก็จะมีพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่เดือดร้อนจากปัญหาในเรื่องของรถโดยสาร    เพราะว่ารถร่วมขณะนี้เข้าใจว่าก็หยุดวิ่งแล้วก็อ้างว่าไม่สามารถที่จะวิ่งรถได้  ก็จะไปชุมนุมเรียกร้องกัน   ปัญหาอย่างนี้คือสิ่งที่ต้องเร่งแก้ไข   ซึ่งมันควรจะมีวิธีการในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาเหล่านี้เป็นทางออก   ผมขออนุญาตยกตัวอย่างนะครับว่า  ที่จะแถลงข่าววันนี้ก็จะต้องพูดเรื่องนี้ว่าการแก้ปัญหาแบบที่รัฐบาลทำนี้  เช่น ไปตรึงราคารถ ขสมก. แต่รถร่วมขึ้น    แล้วก็มีราคาที่เขย่งกัน   มีปัญหาในเรื่องข้อกฏหมาย   ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งซึ่งจะทำให้มีปัญหาซับซ้อนเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ นะครับ   แล้วก็ในที่สุดความตั้งใจที่จะช่วยประชาชนก็ไม่สัมฤทธิ์ผล    ผมเสนอให้เห็นภาพนะครับว่าการแก้ปัญหาตรงนี้  อย่างตอนนี้มีวิกฤตในเรื่องของราคาน้ำมัน   มันก็เป็นโอกาสในการที่จะมาพลิกระบบในเรื่องของการกำหนดค่าโดยสาร   แล้วก็วิธีการในการที่เราจัดบริการรถสาธารณะ เหมือนกับที่ผมเองเคยใช้นโยบายนี้ไว้ในการหาเสียง   ก็อยากให้รัฐบาลทำเสียตั้งแต่วันนี้นะครับ

หลักๆ ขอเสนอสั้นๆ ง่ายๆ นะครับว่า    ต่อไปนี้การวิ่ง  จะเป็นรถเมล์   รถร่วมหรือรถอะไรให้ถือหลักว่ารัฐจะเป็น ขสมก. หรือจะเป็นรถร่วมนั้น  รับจ้าง ขสมก. หรือบริษัทที่เข้ามาดำเนินการวิ่งรถ    ความหมายก็คือว่า ประเมินกันเลยว่าเขามีรถกี่คัน  แล้วก็ทำสัญญากันว่าเขาต้องวิ่งรถวันละกี่เที่ยว   คุณภาพรถต้องเป็นอย่างไร   คุณภาพคนขับต้องเป็นอย่างไร   แล้วก็รับเงินไปจากรัฐบาล    แต่ว่าผู้โดยสารจะเสียค่าโดยสารเท่าไหร่   ผู้โดยสารเป็นคนจ่ายให้กับรัฐบาล"

"เพราะฉะนั้นตัวคนที่เข้ามาวิ่งรถนั้น  เราก็ดูสัญญาให้ดีว่ามีความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย  แล้ววิ่งไปตามสัญญาที่กำหนดกันเลยว่าเที่ยวนึงได้เงินไปเท่านี้    แต่ว่าถ้ารัฐบาลเห็นว่าประชาชนนั้นไม่สามารถจ่ายได้เนื่องจากต้นทุนอะไรต่างๆ เพิ่มขึ้น   ตรงนี้รัฐบาลก็ลดค่าโดยสารให้ประชาชน  รัฐบาลก็ต้องรับส่วนต่างไป   อย่างนี้ก็จะทำให้ทุกฝ่ายอยู่ได้   แต่ว่าถ้าเกิดทำอย่างที่ทำอยู่ในขณะนี้นั้น ผมว่ามันจะลำบากเพราะว่ารัฐบาลก็ไม่สามารถที่จะไปบังคับให้บริษัทเขาวิ่งแล้วเขาขาดทุนกันได้   อะไรต่างๆ    ในขณะเดียวกันนี้รัฐบาลก็อยากจะช่วยประชาชนในเรื่องค่าโดยสาร   คือผมคิดว่าประเด็นอย่างนี้คือประเด็นที่รัฐบาลต้องคิดต้องทำ   แล้วก็ถ้าจะระดมความเห็นจากทุกฝ่ายนะครับ   รวมทั้งจะให้พรรคประชาธิปัตย์ไปให้ความเห็นอะไรด้วยนั้น เรายินดีครับ   แต่ว่าบรรยากาศบ้านเมืองต้องทำให้ทุกคนได้มาทำงานร่วมกันในเรื่องแบบนี้"

จาก "คุยกับอภิสิทธิ์" เมื่อ ๓๐ พ.ค. ๕๑
- คุณ masatha ถาม : อ่านแนวคิดที่คุณอาเสนอให้รัฐบาลเข้ามาอุดหนุนเงินกับรถโดยสารแล้วประกันค่าโดยสารให้กับประชาชนแล้วครับ เห็นข่าวคุณกรณ์เสนอให้มีการปฏิรูประบบรถเมล์เช่นกัน นอกจากเรื่องค่าโดยสารแล้ว ทางพรรคมีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไรไม่ให้ขสมก.ขาดทุนครับ? (ถ้าไม่ขึ้นค่าโดยสาร ยังไงก็น่าจะขาดทุนอยู่ดีนี่ครับ?)
อภิสิทธิ์ ตอบ :   หากมีการตรึงค่าโดยสาร การขาดทุนก็คงจะมีอยู่แต่การอุดหนุนจะโปร่งใส ถ้าใช้วิธีที่เสนอและไม่กระทบกับการวิ่งรถที่มีคุณภาพครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
แพนด้า
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
กระทู้: 0

« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2008, 01:49:58 PM »

เห็นด้วยอย่างยิ่ง  ข้อเสนอนี้ดีมากๆ  ถ้าทำได้จริงก็ถือเป็นมิติใหม่ในการบริหารจัดการขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ เลยดีเดียว  รัฐไปบังคับห้ามขึ้นค่าโดยสาร  ทำให้บริษัทรถขาดทุน  เขาก็ต้องโวยวายเป็นธรรมดา  ไม่มีใครอยากทำการค้าขาดทุน...จริงไหม??  ประชาชนก็เดือดร้อน  เพราะขึ้นราคาไม่กี่บาทก็จริง  แต่ถ้าต่อรถหลายต่อ  รวมๆ ก็เพิ่มขึ้นหลายสิบบาท  คุณอภิสิทธิ์เสนอรัฐบาลเลยค่ะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Trinity
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
กระทู้: 18

« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 30, 2008, 09:34:26 PM »

ผมว่าข้อเสนอเข้าท่ามากครับ โปร่งใสชัดเจน ให้รัฐจ่ายค่าโดยสารส่วนขาดให้ ขสมก.เพื่อไม่ให้ขาดทุน และสามารถดูแลสภาพรถ ความสะอาด และให้บริการที่ดีได้  อยากเสนอต่อ ให้กทม.เป็นหน่วยงานของรัฐนั้น เพราะรัฐบาลดูท่าจะไม่ทำของแบบนี้ แล้วจะได้เป็นผลงานของ ปชป.ด้วย คุณอภิสิทธิ์คิดว่าทำได้ไหมครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Abhisit Vejjajiva
Administrator
Normal
*****
กระทู้: 171

« ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2008, 04:05:42 PM »

เสนอแล้ว คุณกรณ์ได้ไปพบรมต.คมนาคมและจะผลักดันต่อไปครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ordinary citizen
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 0

« ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2008, 12:38:43 AM »

ผมเห็นด้วยว่าสิ่งที่รัฐบาลทำนั้นไม่มีประโยชน์อะไรเลย  เสียเวลาเปล่า สับสน แล้วก็สร้างปัญหาตามมาให้แก้  (เหมือนที่คุณอภิสิทธิ์ชี้มา)  ผมเห็นด้วยกับเรื่องการรื้อระบบการเดินรถใหม่ในแนวทางที่ทางคุณอภิสิทธิ์ชี้มา  แต่ถ้าจะทำจริงๆ  ขอให้พิจารณาเรื่องประสิทธิภาพของการทำงานของหน่วยงานรัฐที่จำดำเนินการในส่วนนี้ด้วยครับ  เพราะหากให้รถร่วมวิ่งรถอย่างเดียว (แล้วเก็บเงินกับทางหน่วยงานรัฐ)  แล้วเราจะรับประกันเรื่องการจัดเก็บรายได้ว่าครบถ้วนหรือไม่  ไม่งั้นจะประสบปัญหาขาดทุนมากกว่านี้เหมือนอย่างการรถไฟ  (เข้าใจว่าระบบปัจจุบันก็มาจากความกังวลเรื่องนี้ เลยโอนไปหมดเลยทั้งรายรับจ่าย)

ผมเห็นว่าถ้าจะให้ถูกต้องที่สุด  ต้องโอนหน่วยงานนี้ไปขึ้นกับองค์การบริหารท้องถิ่น  ซึ่งคือ กทม. ในปัจจุบัน  เนื่องจากเป็นเรื่องปากท้องของคนในท้องถิ่น  ไม่ควรเป็นเรื่องของรัฐบาลกลางดูแล  ผมว่าน่าจะยุติธรรมกับคนทั้งประเทศและคล่องตัวมากกว่า  เวลาทำอะไรจะได้ไม่เป็นเรื่องการหาเสียงจนเกินไปครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ordinary citizen
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 0

« ตอบ #5 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2008, 12:38:43 AM »

ผมเห็นด้วยว่าสิ่งที่รัฐบาลทำนั้นไม่มีประโยชน์อะไรเลย  เสียเวลาเปล่า สับสน แล้วก็สร้างปัญหาตามมาให้แก้  (เหมือนที่คุณอภิสิทธิ์ชี้มา)  ผมเห็นด้วยกับเรื่องการรื้อระบบการเดินรถใหม่ในแนวทางที่ทางคุณอภิสิทธิ์ชี้มา  แต่ถ้าจะทำจริงๆ  ขอให้พิจารณาเรื่องประสิทธิภาพของการทำงานของหน่วยงานรัฐที่จำดำเนินการในส่วนนี้ด้วยครับ  เพราะหากให้รถร่วมวิ่งรถอย่างเดียว (แล้วเก็บเงินกับทางหน่วยงานรัฐ)  แล้วเราจะรับประกันเรื่องการจัดเก็บรายได้ว่าครบถ้วนหรือไม่  ไม่งั้นจะประสบปัญหาขาดทุนมากกว่านี้เหมือนอย่างการรถไฟ  (เข้าใจว่าระบบปัจจุบันก็มาจากความกังวลเรื่องนี้ เลยโอนไปหมดเลยทั้งรายรับจ่าย)

ผมเห็นว่าถ้าจะให้ถูกต้องที่สุด  ต้องโอนหน่วยงานนี้ไปขึ้นกับองค์การบริหารท้องถิ่น  ซึ่งคือ กทม. ในปัจจุบัน  เนื่องจากเป็นเรื่องปากท้องของคนในท้องถิ่น  ไม่ควรเป็นเรื่องของรัฐบาลกลางดูแล  ผมว่าน่าจะยุติธรรมกับคนทั้งประเทศและคล่องตัวมากกว่า  เวลาทำอะไรจะได้ไม่เป็นเรื่องการหาเสียงจนเกินไปครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Abhisit Vejjajiva
Administrator
Normal
*****
กระทู้: 171

« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2008, 12:27:26 PM »

เห็นด้วยครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Abhisit Vejjajiva
Administrator
Normal
*****
กระทู้: 171

« ตอบ #7 เมื่อ: มิถุนายน 04, 2008, 02:35:36 PM »

ตอบ หากมีการตรึงค่าโดยสาร การขาดทุนก็คงจะมีอยู่แต่การอุดหนุนจะโปร่งใส ถ้าใช้วิธีที่เสนอและไม่กระทบกับการวิ่งรถที่มีคุณภาพครับ

วันที่ตอบ
30/05/2008
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
โย-บางคูวัด
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 0

« ตอบ #8 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2008, 02:31:35 PM »

ขอสนับสนุนความคิดเห็นของคุณ ordinary citizen ครับ
รัฐบาลเหมือนไม่ได้ทำอะไรให้ดีขึ้นมาเลย เป็นรัฐบาลแท้ๆกลับทำให้เอกชนมีอำนาจต่อรองโดยที่รัฐบาลเองไม่ได้ศึกษาวิธีการแก้ปัญหาอย่างจริงๆจังๆ

จริงๆแล้วถ้าเอกชนอยากขึ้นราคาค่ารถโดยสารก็ให้เขาขึ้นไปมันก็สมเหตุสมผลอยู่ แต่ควรจะให้ขึ้นเฉพาะรถโดยสารที่ใช้น้ำมันเท่านั้นเพราะมีผลกระทบโดยตรง แต่รถโดยสารที่ดัดแปลงไปใช้แก้สไม่เกี่ยว และไม่สมควรขึ้นราคา

และเมื่อขึ้นราคาแล้วก็ควรจะติดป้ายแยกแยะให้ชัดเจนว่ารถคันใหนใช้แก๊ส หรือคันใหนใช้น้ำมัน ราคาค่าบริการเท่าไหร่ ที่เหลือเป็นเรื่องของประชาชนเป็นคนตัดสิน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ฤทธิรงค์
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 0

« ตอบ #9 เมื่อ: มิถุนายน 12, 2008, 08:04:31 PM »

ผมขอแสดงความคิดเห็น
1.  ปัญหาของ ขสมก. นับต้งแต่เป็น ขสมก. มีความไม่โปร่งใส  จนเป็นเหตุให้ประสบปัญหาขาดทุนตลอดมา  แต่รถร่วมบริการกับมีกำไร  คุณอภิสิทธิ์มีความคิดที่จะแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุบ้างหรือไม่  การแก้ปัญหาต่าง ๆ เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุมากกว่า ตราบใดที่ ขสมก. ยังขาดความโปร่งใสในการบริหาร ก็แก้ปัญหาการขาดทุนไม่ได้
2.  ปัญหาที่รถร่วมบริการหยุดวิ่งรับส่งผู้โดยสารทำให้เกิดความเดือนร้อนไปทั่ว เท่าที่สังเกตบางเส้นทาง มีรถร่วมบริการมากกว่ารถของ ขสมก. เมื่อรถร่วมบริการหยุดวิ่งก็จะทำให้ประชาชนเดือนร้อนมาก เป็นการใข้ความเดือนร้อนของประชาชนเป็นข้อต่อรองกับรัฐบาล  ผมมีแนวคิดเรื่องนี้ว่า  เป็นไปได้หรือไม่ที่รัฐบาลจะกำหนดให้ในแต่ละเส้นทาง ให้มีรถร่วมบริการ ไม่เกิน 30% ของจำนวนรถ ขสมก. ที่วิ่งอยู่ในเส้นทางนั้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้รถร่วมบริการรวมหัวกันใช้ความเดือนร้อนของประชาชนต่อรองกับรัฐบาล
       ข้อเสนอของคุณอภิสิทธิ์  น่าจะเป้นประโยชน์มาก แต่ผมคิดว่าถ้าจะให้ได้ผลดี ก็ต้องขจัดปัญหาที่สะสมมานานให้หมดไปก่อน  โดยเฉพาะปัญหารถร่วมบริการ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Abhisit Vejjajiva
Administrator
Normal
*****
กระทู้: 171

« ตอบ #10 เมื่อ: มิถุนายน 13, 2008, 05:06:35 PM »

เห็นด้วยครับว่าต้องมีการสะสางปัญหาของขสมก.
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Kitt
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 0

« ตอบ #11 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2008, 02:14:33 AM »

เป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการขึ้นค่าโดยสารของระบบขนส่งมวลชน ๓ เปอร์เชนต์ ของทุกปี เพื่อนำเงินส่วนนี้ไปใช้ในการซ่อมบำรุงรักษา และสวัสดิการของพนักงาน และอีกประการหนึ่งเพื่อเป็นการให้ประชาชนได้ยอมรับและเตรียมการว่าในทุก ๆ ปีค่าโดยสารหรือค่าบริการจะต้องปรับขึ้นทุกปี แต่นี่ปัจจุบันมีการอั่นค่าโดยสารหลายปีแล้วมาขึ้นที่เดียว ๑๐๐ เปอร์เซนต์ ทำให้ผุ้โดยสารหรือผู้ใช้บริการปรับตัวลำบาก ซึ่งเป็นภาระอย่างสุงของผู้มีรายได้น้อย เพราะจะมีค้าใช้จ่ายในส่วนนี้เพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าตัว และอีกอย่างหนึ่งจากความผันผวนของราคาเชื่อเพลิง จะได้มีการสำรองรายได้ส่วนเพิ่มสำหรับค่าเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
damjao
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 39


« ตอบ #12 เมื่อ: กรกฎาคม 14, 2008, 09:54:53 AM »

การแก้ปัญหาความขัดแย้งควรให้ทั้งสองฝ่ายได้ถอยหลังกันคนละก้าวแล้วหันหน้ามาคุยกันด้วยบรรยากาศของความเป็นพี่น้อง ความเป็นมิตร ต่างน้อมฟังเหตุผลของกันและกัน และมีการสร้างสรรค์ ไม่ยึดจุดยืนเอาชนะคะคานกัน ข้อเท็จจริง ขสมก.มีหนี้สินสะสมมาเป็นเวลาช้านาน
ผู้ที่เกี่ยวข้องควรใช้มืออาชีพที่มือสะอาด เป็นคนรุ่นใหม่ เห็นแก่ผลประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง ส่วนรัฐบาลควรนำนโยบายสาธารณะที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนมาทบทวนอย่างจริงจังว่าจะดำเนินการไปในทิศทางใด ที่สำคัญควรนำหลักธรรมาภิบาลโดยให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Jseventh
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
กระทู้: 2


« ตอบ #13 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2009, 10:18:43 AM »

......
เห็นด้วยอีกคนค่ะ..สำหรับความคิดเห็นด้านบน  ยิ้ม

ก่อนมาแวะที่นี่..ไปอ่านและแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนสมาชิกในเว็บบอร์ดแห่งหนึ่งมา
มีสมาชิกท่านนึงกล่าวในลักษณะที่คล้ายกันนี้ และดิฉันเห็นด้วยที่ "ขนส่งมวลชนกรุงเทพ"
ควรโอนย้ายไปให้กรุงเทพมหานครดูแล บริหาร จัดการ น่าจะเกิดความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

ส่วนรัฐ..จะได้ไปดูแล บริหาร จัดการ ในภาพใหญ่ของประเทศ เช่น ระบบการคมนาคมขนส่งทางราง
และระบบโลจิสติกส์ ตามที่รัฐได้มีนโยบายประกาศไว้....
อีกประการหนึ่ง..ที่น่าจะนำมาพิจารณาส่งเสริม ก็คือ รถเมล์ทางเลือกอื่นนอกเหนือจาก NGV
เช่น รถเมล์ไฟฟ้า รถเมล์ไฮโดรเจนไทย เป็นต้น

ขอบคุณค่ะ ที่ให้ช่องทางประชาชนธรรมดาๆอย่างดิฉัน ได้แสดงความคิดเห็น  ยิ้ม

หมายเหตุ webmaster ปรับแก้ไขถ้อยคำเพื่อความเหมาะสม ... = ข้อความที่ตัด    
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
cummins
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
กระทู้: 99

« ตอบ #14 เมื่อ: มิถุนายน 16, 2009, 10:31:04 AM »

ถ้าจะใช้ระบบตั๋วต่อ ต้องนำรถร่วมบริการมาเข้าระบบด้วย รายได้เก็บเข้า ขสมก แล้วจ่ายคืนตาม กม แต่สิ่งที่ควบคุมยากคือ 1.รายได้นำส่ง ขสมก ครบหรือเปล่าถ้าดูจากตั๋ว การใช้ตั๋ววนก็ยังทำได้ การแก้ปัญหา ใช้นายตรวจของ ขสมก ตรวจรถร่วมบริการ 2.การปล่อยรถครบตามจำนวนจริงหรือเปล่า  แจ้ง ขสมก ว่าออก 50 เที่ยวเพื่อหวังหารจำนวน กม มากๆ แต่วิ่งจริงแค่ 40 เที่ยว การแก้ปัญหา  ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ช่วยควบคุม หรือ ติดระบบติดตามรถ จีพีเอส ทุกวันนี้รถ ขสมก และ รถร่วม วิ่งทับซ้อนกันมากเกินไป ทำให้รถติดถ้าแบ่งเส้นทางใหม่ ใช้ตั๋วร่วม 30 บาทสำหรับรถแอร์ 10 บาทสำหรับรถร้อน ควรจะทำได้การเพิ่มรถอีก 4 พันคันยิ่งจะทำให้รถใน กทม ติดมากขึ้น เพิ่มไม่น่าเกิน 500-800 คันทดแทนรถที่ชำรุด คันไหนซ่อมได้ก็ทำให้แล้วเสร็จ ที่แปลกแต่จริง รถขสมก เองใช้ cng น้อยมากๆ ปอ 24 รถ เอ็มเอเอ็น ก็เหลือแค่ไม่กี่คันนอกนั้นดีเซลล้วนๆ รถร่วมใช้ cng เกือบหมดทั้งรถใหม่และดัดแปลงเครื่องยนต์ แล้ว ขสมก คิดหรือยังถ้ารถใหม่ 4 พันคันเข้ามาจริงจะให้ไปเติม cng ที่ไหนครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: