หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
คะแนนเรตติ้งของหัวข้อนี้: ***
คุณยังไม่ได้ให้คะแนนเรตติ้งสำหรับหัวข้อนี้:
ผู้เขียน หัวข้อ: วาระประชาชนเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วม : ข้อเสนอต่อรัฐบาล  (อ่าน 9287 ครั้ง)
lucieclayton
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
กระทู้: 0

« เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2006, 02:25:19 PM »

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการกำกับติดตามช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.) เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย จำนวน ๔๗ จังหวัด
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Abhisit Vejjajiva
Administrator
Normal
*****
กระทู้: 171

« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2006, 02:33:40 PM »

ในขณะที่ประเด็นปัญหาทางการเมืองยังได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง  ข่าวสารปัญหาน้ำท่วมใน ๔๗ จังหวัดที่ประสบอุทกภัยดูจะได้รับการนำเสนอน้อยลง  แม้ว่ารัฐบาลจะได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุด คือ คณะกรรมการอำนวยการกำกับติดตามช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (คชอ.)  และแม้ว่าจะยังคงมีหน่วยงานต่างๆที่ระดมความช่วยเหลือไปให้พี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง  จากการติดตามข่าวสารข้อมูล และ จากการเยี่ยมเยียนประชาชนในหลายจังหวัด (กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง)  ผมเห็นว่า การจัดระบบการช่วยเหลือฟื้นฟูที่ดี  จะบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้อีกมาก  และอาจจะเป็นการเริ่มต้นวางรากฐานวิธีการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในอนาคต  ตลอดจนสามารถใช้โอกาสนี้ริเริ่มโครงการใหม่ๆ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน  จึงอยากนำเสนอแนวคิดดังต่อไปนี้


๑. การจ่ายเงินชดเชย

๑.๑   การสำรวจความเสียหาย    ในหลายพื้นที่ที่ได้สัมผัส  แม้ว่าจะอยู่ในสภาพที่จมน้ำมาเป็นเวลากว่า ๑ เดือน  แต่ก็ยังไม่มีตัวเลขการสำรวจบุคคล และ ครัวเรือนที่ประสบภัยจากหน่วยงานต่างๆที่เป็นข้อยุติ  กระทรวงมหาดไทยควรจะเป็นแกนหลักร่วมกับองค์กรท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นๆ สำรวจความเสียหายต่อที่อยู่อาศัย พื้นที่การเกษตร และความเสียหายทางธุรกิจ ในพื้นที่ๆน้ำท่วมโดยธรรมชาติ หรือ ที่รองรับการผันน้ำ โดยควรจะดำเนินการให้เสร็จภายใน ๑ เดือน เพื่อประโยชน์ในการชดเชยค่าเสียหายโดยเร็ว


๑.๒.   การชดเชยค่าเสียหาย    คชอ.ควรกำหนดหลักเกณฑ์การชดเชยทันที  โดยปรับปรุงเกณฑ์การกำหนดวงเงินให้เหมาะสมกับความเสียหาย  ทั้งนี้อาจตั้งสมมติฐานล่วงหน้าว่ามีผู้ได้รับความเสียหายประมาณ ๑ ล้านครัวเรือน  พื้นที่การเกษตรที่เสียหาย ๓ ล้านไร่  โดยอาจกำหนดงบประมาณรวมที่จะใช้ไว้ที่ ๕,๐๐๐ ล้านบาท  รัฐบาลควรปรับเวลาการทำงานในส่วนนี้  โดยเงินชดเชยควรถึงมือประชาชนก่อนสิ้นปี  (ขณะนี้รัฐบาลตั้งกรอบเวลาไว้ถึง ๓ เดือนนับจากวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๙)


๒. การฟื้นฟูที่อยู่อาศัย

เป็นเรื่องดีที่นายกรัฐมนตรีได้ให้แนวทางการซ่อมแซมบ้านเรือน ว่าให้ปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพธรรมชาติ  การช่วยเหลือที่ดีที่สุด คือ การจ่ายเงินให้นำไปซ่อมแซมบ้าน  โดยอาจให้ทหารและหน่วยงานราชการสนับสนุนเรื่องเครื่องจักร  บุคลากร  และให้กระทรวง ศึกษาธิการระดมนักเรียนอาชีวะ  นิสิต นักศึกษา ออกไปช่วยเหลือในเรื่องการซ่อมแซมบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า ตลอดจนให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ


๓. การฟื้นฟูอาชีพและเศรษฐกิจ

๓.๑   เกษตรกร   นอกเหนือจากการชดเชยความเสียหายตามพื้นที่แล้ว  รัฐบาลควรใช้โอกาสนี้สร้างโอกาส และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร  ภายใต้โครงการความร่วมมือใหม่ๆ เช่น
- ร่วมมือกับร้านค้า ผู้ประกอบการ ตลาดสด รับซื้อผักที่มีราคาแพงเพราะปริมาณการผลิตน้อย จากเกษตรกรผู้ประสบภัยที่ได้รับเมล็ดผักจากรัฐบาล และสามารถเพาะปลูกได้ในเวลาอันสั้นทันทีที่น้ำลด
- จากปริมาณน้ำที่มีมาก  ควรเพิ่มเป้าหมายให้พื้นที่ภาคกลางทำนาได้ ๓ ครั้งต่อปี ทดลองการทำ contract  farming  การจัดปัจจัยการผลิต การนำเอาระบบประกันภัยพืชผล และการประกันรายได้มาใช้กับพื้นที่ในลุ่มน้ำที่ได้รับผลกระทบในปีนี้

ทั้งนี้เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่ มีหลักประกันเกี่ยวกับการประกอบอาชีพใน ๑ ปีข้างหน้า


๓.๒   ผู้ใช้แรงงาน  การฟื้นฟูสาธารณูปโภค และสถานที่สำคัญต่างๆของชุมชน  ควรเปิดทางให้มีการจ้างงานผู้ใช้แรงงานที่ได้รับผลกระทบเป็นอันดับแรก

๓.๓   มาตรการเกี่ยวกับหนี้สิน  ควรมีมาตรการพิเศษแก้ปัญหาหนี้สินของบุคคลและธุรกิจ  โดยรัฐบาลทำข้อตกลงกับสถาบันการเงินเจ้าหนี้  ยกเว้นดอกเบี้ยให้เป็นเวลา ๖ เดือน   ยืดหนี้  ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยควรปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้สถาบันเหล่านี้ไปหารายได้เพื่อชดเชยความสูญเสียจากมาตรการนี้  การใช้วิธีนี้จะไม่กระทบต่องบประมาณของรัฐบาลเลย
  นอกจากนี้ควรมีการยกเว้นภาษีโรงเรือน และภาษีบำรุงท้องที่

๔. มาตรการระยะยาว

หลายพื้นที่ปีนี้ประสบภัยรุนแรงกว่าปี พ.ศ. ๒๕๓๘ และ พ.ศ. ๒๕๔๕  บางพื้นที่ที่ประสบภัยไม่เคยน้ำท่วมมาก่อน  รัฐบาลควรศึกษาและจัดวางระบบการเฝ้าระวัง และป้องกันตลอดแนวแม่น้ำ  มีกลไกการบริหารน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้าและการเกษตรที่ตัดสินใจระบายน้ำจากเขื่อนอย่างเหมาะสมตลอดเวลา  ควรมีการสำรวจการสร้างเขื่อนถาวรในหลายพื้นที่ เจรจากับผู้รุกล้ำลำน้ำให้ย้ายที่อยู่อาศัย  ตลอดจนรณรงค์ในเรื่องการรักษาป่าไม้อย่างจริงจัง  ที่สำคัญควรถือโอกาสลงทุน กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการทำโครงการขุดลอกคูคลอง  และพัฒนาพื้นที่เป็นแก้มลิงให้มากที่สุด


๕. กลไกการบริหาร

การดำเนินการทั้งหมดนี้  รัฐบาลอาจทบทวนการทำงานในรูปของอนุกรรมการหลายๆคณะ (รัฐบาลตั้งไว้ ๑๓ คณะ)  เพราะจะทำให้ไม่คล่องตัว  และอาจมีปัญหาการประสานงาน แต่ควรมีรัฐมนตรีที่ได้รับอำนาจให้มาดูแลโดยเฉพาะ  รายงานความคืบหน้าต่อคณะรัฐมนตรี และประชาชนทุกสัปดาห์  และควรให้หน่วยงาน เช่น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน  (สตง.) เข้ามาร่วมในกลไกการใช้จ่ายเงิน  เพื่อให้การดำเนินการต่างๆเป็นไปอย่างรวดเร็วและโปร่งใส


หากรัฐบาลสามารถดำเนินการช่วยเหลือฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ  และสร้างโอกาสใหม่ๆให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ  นอกจากจะเป็นความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่แล้ว  จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นทางการเมืองได้อีกด้วย

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
โออินเตอร์เน็ต
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 3


ล่างฟานหวิน

« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2006, 12:14:29 AM »

สรุปว่า ดีที่รัฐบาล มีงบช่วยเหลือเยอะ และคนไทย ส่วนใหญ่ ก็ใจบุญ ช่วยเหลือกันตลอด เมื่อมีภัยธรรมชาติ แต่ปัญหา ส่วนใหญ่ ของจริง ๆ สิ่งของ มักจะไม่ถึงผุ้เดือดร้อนจริงๆ มักจะอยู่ กันเป็น ทอดๆเหมือนแท่งไอติม กว่าถึงคนเดือดร้อนจริงๆ เหลือแต่แท่ง เพราะผมเองก็ เห็นประสบมาด้วยตนเองแล้ว เอาแค่ บ้านกำนัน ผุ้ใหญ่ ผุ้ช่วยผุ้ใหญ่บ้าน คนใกล้ชิด ญาติ เสื้อผ้า ปลากระป๋อง ข้าวสาร กองอยู่แอบอยู่ที่นั่นแหละเต็มบ้านไปหมด เรียกว่า ซุกเอาเองไว้แทบหมด นี่แค่ระดับล่างนะ ระบนก็น่าจะเอา รายการใหญ่ เป็นเงินสด เช่น ที่เจอมา ที่นา สวน เสียหาย นิดเดียว แต่ลง กรอกข้อมุลไปเกินจริง ซะเว่อร์ ที่ดิน มีทำกิน มี 5 ไร่ ลงเสียหาย ไป 50 ไร่ เป็นต้น แต่ ทางอำเภอ เขารู้อยู่แล้ว เงินมา ก็ เบียด ไว้ 45 ไร่ ให้ จริงๆ คนที่เดือด ร้อน ก้ 5 ไร่ เท่าเดิม งบน้ำท่วม ของแจก บริจาค ช่วยเหลือ นี่แหละ เป็นแหล่ง โกงกินกัน เห็น ๆ กับตา มาเยอะแล้ว แก้ ตรงนี้ จัดระเบียบให้รัดกุม ควบคุม ให้ดีจะได้ประโยชน์ เยอะ เพราะคนประสบภัยจริงๆ มักยุ่งกับเรื่องช่วยเหลือตนเองในแต่วันให้ หมดความวุ่นวายที่ได้ประสบภัยไป ไม่ค่อยได้ ยุ่งๆ ติดตามของแจก มากนัก เลยทำให้ พวกที่ ทำงานด้านนี้ แหละ อม ของแจกไม่ทั่วถึง กันเยอะ เจอด้วยตนเองเห็นด้วยตา ประจำ โกงกันเห็น แม้กระทั่งของแจก นี่แหละ ตัวดี จริงๆ
-- ส่วนระยะยาว น่าจะวาง ผังเมือง การสร้างถนน อาคาร น่าจะดู ทางน้ำ ให้ดี ท่อระบายน้ำต่างๆ เพราะน้ำท่วม ส่วนใหญ่ เพราะน้ำไหล ไม่ทันไม่ทันนี่แหละ เล่น สร้างถนน ปิดทางน้ำไหล ซะหมดเลย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เพชร01
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 78

« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 23, 2010, 07:12:48 PM »

ทีมที่ปรึกษา/ทีมทำงานของ พณฯท่านนายกรัฐมนตรี ต้องทำงานให้มากกว่านี้ ก่อนหน้านี้ปัญหาน้ำท่วมในบางพื้นที่ แต่ปัจจุบันปัญหาภัยแล้ง หากมองปัญหาเฉพาะจุดก็จะเป็นเช่นนี้แล น้ำท่วมแจกของบรรเทาทุกข์ ภัยแล้ง แจกน้ำ (ใช้งบบรรเทาสาธารณะภัย) นายกฯ ต้องสั่งเป็นแนวปฏิบัติให้ทุกกระทรวง ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศึกษาวางแนวทางการแก้ปัญหา และแนวทางปฏิบัติที่ชันเจนเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ให้พ้นจากภัยภิบัติซ้ำซาก พร้อมทั้งฝึกอบรมให้ความรู้แก่ชุมชน หมู่บ้านถึงแนวทางการแก้ปัญหาระยะยาว อย่างถาวร
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เพชร01
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 78

« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 23, 2010, 07:22:06 PM »

ปัญหาถึงสาเหตุของน้ำท่วมและภัยแล้ง พร้อมแนวทางแก้ไข
1.ภัยจากน้ำท่วม
ลำดับ   มูลเหตุ   แนวทางแก้ไข
1   พื้นที่ป่าไม้บริเวณลาดเอียงเชิงเขาและสันเขาถูกทำลาย มีการปลูกพืชไร่ในพื้นที่ลาดเอียง(พืชเชิงเดี่ยว) ทำให้เวลาฝนตก ไม่มีต้นไม้ใหญ่ที่คอยดูดซับน้ำ น้ำจะไหลลงสู่พื้นราบอย่างรวดเร็ว มีการพังทลายของหน้าดิน พัดพาลงมาเป็นดินเลนและตะกอนดิน   หยุดการบุกรุกทำลายป่า ป่าเสื่อมโทรมทำการปลูกไม้ป่าทดแทน โดยการใช้เม็ดพันธ์หว่าน หรือย้ายต้นกล้าไปปลูกในพื้นที่ที่ต้องการ สำหรับพื้นที่ที่ถือครองโดยกรรมสิทธิ์ ส่งเสริมให้ปลูกไม้ยืนต้น หรือผสมผสานระหว่างพืชไร่กับไม้ยืนต้น โดยกำหนดสัดส่วนพื้นที่ปลูกให้เหมาะสม รวมถึงการปลูกหญ้าแฝกในแปลงปลูกพืช เพื่อชะลอการพังทลายของดิน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เพชร01
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 78

« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 23, 2010, 07:26:10 PM »

2   พื้นที่ต้นน้ำ คลอง ลำห้วย ทางน้ำ ไม่สามารถเป็นทางน้ำได้  เนื่องจาก ถูกบุกรุกถือครองกรรมสิทธิ์ หรือการทับถมของตะกอนดิน น้ำไหลเปลี่ยนทิศทาง อาจท่วมที่อยู่อาศัย หรือพื้นที่ทำกินได้รับความเสียหาย   ทำการขุดลอก คลอง ลำห้วย ทางน้ำ ให้น้ำสามารถไหลได้ดี พร้อมกันนี้ วางแผนจัดการสร้าง อ่างเก็บน้ำ หรือฝาย หรือเขื่อนตามความเหมาะสมตลอดลำน้ำเพื่อชะลอการไหลของน้ำ และเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง พร้อมวางระบบการจ่ายน้ำสำหรับเกษตรอย่างเหมาะสม
3   พื้นที่ชุมชน/พื้นที่ราบ มีการบุกรุก คลอง ลำห้วย ทางน้ำ และแอ่งน้ำ ได้มีการถมเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยหรือเพื่อธุรกิจ   วางผังเมืองให้ชัดเจน จัดวางระบบระบายน้ำอย่างเป็นระบบ ถนนทางสัญจรต้องที่ท่อระบายน้ำที่เหมาะสม พร้อมกันนี้หากมีพื้นที่มากพอ ให้ทำการสร้างอ่างเก็บน้ำ เพื่อเป็นที่พักน้ำชะลอความแรงของน้ำและเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เพชร01
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 78

« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 23, 2010, 07:26:41 PM »

4   ความ รู้เท่าไม่ถึงการณ์และขาดข้อมูลถึงผลได้ผลเสียของการทำให้สภาพแวดล้อมในธรรมชาติ ขาดความสมดุลย์ ของประชาชนในท้องถิ่น    จัดให้มีหน่วยงานให้ความรู้ความเข้าใจถึงผลกระทบ ความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งจะสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่และใกล้เคียง  และมีการวางแผนการทำงานร่วมกันกับท้องถิ่น/ชุมชน
5   ขาดทิศทางการจัดการที่ชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของภาครัฐทำให้การใช้พื้นที่ไม่เหมาะสม    การป้องกันปัญหามีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำเป็นอย่างยิ่งต้องวางแผนและกำหนดเป้าหมายการทำงานร่วมกัน เพื่อจัดสรรพื้นที่อย่างเหมาะสม เช่น กรมโยธาธิการและผังเมือง ต้องมีการวางผังเมืองและการให้ประโยชน์ของพื้นที่แต่ละพื้นที่ กรมทรัพยากรน้ำ จัดการน้ำให้เหมาะสม กรมส่งเสริมการเกษตร จัดสัดส่วนพื้นที่การเพาะปลูก กรมปศุสัตว์ส่งเสริมให้เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่เหมาะสม กรมธุรกิจการเกษตร จัดหาตลาดให้เกษตรกรเพื่อมิให้สินค้าล้นตลาดหรือราคาสูงเกินไป  อย่างนี้เป็นต้น
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เพชร01
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 78

« ตอบ #7 เมื่อ: มีนาคม 23, 2010, 07:27:27 PM »

2.ภัยแล้ง เนื่องจากบางปีเกิดฝนทิ้งช่วงทำให้ขาดน้ำอุปโภคบริโภคในหลายพื้นที่ ทั้งยังทำให้พืชผลทางการเกษตรเสียหาย   
ลำดับ   มูลเหตุ   แนวทางการแก้ไข
1   พื้นที่ป่าถูกทำลาย ความชื้นสัมพันธ์ไม่เพียงพอ   ส่งเสริมการเพิ่มพื้นที่ป่า  ปลูกป่าถาวร ปลูกป่าทดแทนทั้งในที่ส่วนบุคคลและที่ป่าสงวน อย่างจริงจังและต่อเนื่องโดยให้ชุมชนมีร่วมร่วม ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบจัดทำแผนการทำงานและรายงานผลความคืบหน้าเป็นทุกเดือน พร้อมทั้งรายงานปัญหาและอุปสรรค เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ และช่วยกันแก้ไข
2   มีการบุกรุกพื้นที่ป่า ถือครองกรรมสิทธิ์ ปลูกพืชไร่ ขาดต้นไม้ซึมซับน้ำ   วางผังการใช้พื้นที่ให้ชัดเจนโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบ มีการประชุมทุกเดือนเพื่อยับยั้งการบุกรุกและสำรวจสำรวจพื้นที่จริง โดยให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการจัดเขตการให้ประโยชน์ของพื้นที่อย่างจริงจัง
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เพชร01
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 78

« ตอบ #8 เมื่อ: มีนาคม 23, 2010, 07:27:56 PM »

3   ขาดการวางแผนการสร้างแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์จากน้ำฝน   หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนการจัดการน้ำเป็นระบบและเหมาะสม โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด (แกนหลักหน่วยงานของรัฐจัดทำแผนจากข้อมูลจริงในพื้นที่ มีการสำรวจก่อนการทำแผน)
4   การใช้น้ำอย่างไม่เหมาะสมหรือสิ้นเปลืองเกินไป ทั้งในภาคที่อยู่อาศัยและภาคการเกษตร   มีหน่วยงานให้ความรู้ความเข้าใจถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนภาคการเกษตรควรจัดสรร ฤดูการปลูกพืชที่ใช้น้ำอย่างเหมาะสม เพื่อหลีกเหลี่ยงช่วงขาดแคลน ซึ่งเกี่ยวกับการกำหนดราคาผลผลิตเพื่อให้เกษตรกรที่ทางเลือกในการปลูกพืช
5   ขาดหน่วยงานภาครัฐที่เข้ามาดูแลอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง   กำกับให้มีการประสานงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนงานผู้ใช้ประโยชน์จากน้ำ ผู้จัดสรรน้ำ มีการประชุมทุกเดือนเพื่อรายงานความคืบหน้า ปัญหาและอุปสรรคให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบและช่วยกันแก้ไข
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: