หน้า: 1 [2]   ลงล่าง
  พิมพ์  
คะแนนเรตติ้งของหัวข้อนี้: ***
คุณยังไม่ได้ให้คะแนนเรตติ้งสำหรับหัวข้อนี้:
ผู้เขียน หัวข้อ: แก้วิกฤตพลังงานและปัญหา ปตท.  (อ่าน 11088 ครั้ง)
นาวาชน คนเรือประทีป
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 6

« ตอบ #15 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2008, 07:35:30 PM »

เคยได้ยินแว๊บๆ ว่า  ผู้บริหาร ปตท. พูดถึงเกี่ยวกับการช่วยชดเชยค่าน้ำมันของปตท. ทำนองว่า  ปตท. คงจะอุ้มหรือช่วยเหลือไปเรื่อยๆ ไม่ได้  เพราะไม่อย่างนั้น ปตท. ก็ต้องเป็นบริษัทที่ทำงานแบบไม่แสวงหาผลกำไร  หรือไงเนี่ย  ซึ่งแสดงว่าผู้บริหาร ปตท. เอง  มองว่าตัวเองเป็นเอกชน  แต่ถูกบีบจากรัฐ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น (หรือไร)  ทำให้ต้องยอมรัฐบาล   ทางทีดี ถ้าทำได้อย่างที่ทาง ปชป เคยบอกไว้ คือเอากลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจ ยังน่าจะดีกว่าเลย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Kem +
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
กระทู้: 0

« ตอบ #16 เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2008, 12:37:02 PM »

ตอนนี้น้ำมันกำลังลง แต่ทำไมเขาจะขึ้น LPG รถยนต์ตั้งหลายบาทคะ มีรุ่นพี่ที่ลงทุนเปลี่ยนเครื่องรถไปแล้วก็ซวยเลย เขามีเหตุผลอะไรหรือคะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
Abhisit Vejjajiva
Administrator
Normal
*****
กระทู้: 171

« ตอบ #17 เมื่อ: พฤศจิกายน 15, 2008, 10:54:31 AM »

เราจะคัดค้านเรื่องนี้ครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
ธัญรัศม์
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
กระทู้: 0

« ตอบ #18 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2008, 07:50:22 PM »

ท่านนายก คิดจะวางแผนเพื่อเอา ปตท. กลับมาเป็นของรัฐ 100% ไหมค่ะ  ถ้าไม่คิดดิฉันขอเรียกร้องให้คิดได้แล้วค่ะ  เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติและเพื่อความกินดีอยู่ดีของประชาชน  เพราะน้ำมันและก๊าซเป็นต้นทุนการผลิตของทุกอย่าง  ทำไมเราต้องยกผลประโยชน์ของปตท. ให้เอกชนในเมือง ปตท.เองก็มีศักยภาพที่จะระดมทุนโดยการออกหุ้นกู้หรือกู้เงินได้เอง  และเกิดและโตมาจากทรัพยากรของแผ่นดิน  

คนไทยจะไม่มีวันกินดีอยู่ดีเลย หากต้องเจอต้นทุนทางเศรษฐกิจที่แพงและมุ่งเน้นหากำไรส่งส่วยให้เอกชนนายทุนแบบนี้

แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
nurse
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
กระทู้: 1

« ตอบ #19 เมื่อ: มกราคม 06, 2009, 11:45:48 PM »

เรื่องราคาน้ำมัน และก๊าซLPG ที่แพงขึ้น ท่านนายกคงมีข้อมูลมากมายที่จะดำเนินการแก้ไขเพื่อคนไทยอยู่แล้ว ดิฉันจึงไม่ขอแสดงความคิดเห็น แต่จะขอแสดงความคิดเห็นในส่วนของปัญหาในเรื่องการใช้พลังงานทดแทนสำหรับรถยนต์ เพราะบังเอิญว่าดิฉันอยู่ในส่วนของผู้เกี่ยวข้องกับการติดตั้งระบบก๊าซทั้งNGV และLPG ประชาชนทุกคนพยายามดิ้นเพื่อหาทางรอด แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งจะทำท่าไม่รอด เพราะทิศทางในการสนับสนุนพลังงานทางเลือกไม่ชัดเจน ประชาชนสับสนมากว่าจะเลือกใช้ NGV หรือ LPG หรือแก๊สโซฮอล์ ไบโอดีเซล หรือสารพัด E กันดี เพราะมีออกมาหลากหลายแต่ไม่สามารถยึดเป็นหลักได้แม้แต่อย่างเดียว ยกตัวอย่างเช่น1 . NGV มีข้อเสียคือ ค่าติดตั้งแพง ถังหนักและใหญ่มาก ติดตั้งแล้วรถก็จะกลายเป็นรถบรรทุกถังก๊าซไม่สามารถบรรทุกอะไรได้อีกเลย ก่อให้เกิดปัญหาความเสียหายต่อโช๊คอัพ และสปริงได้ในรถเก๋ง ซ้ำร้ายจากรถเก๋งที่นั่งได้ 5 คน ก็ต้องนั่งแค่ 2 คน เพราะน้ำหนักถังก๊าซที่กดลงบนสปริงทำให้ถ้ามีคนนั่งตัวถังรถก็จะติดกับล้อ รถก็วิ่งไม่ได้ สถานที่เติมก็น้อยถึงปัจจุบันจะดีขึ้นบ้างแต่ก็รอนาน วิ่งได้ระยะทางน้อยต้องเติมบ่อยๆ (แต่ก็ดีรับรองไม่หลับในแน่) รถที่มีซีซีมากๆติดตั้งไม่ได้ กำลังเครื่องตกลงมาก กระตุกดับบ่อย ขึ้นเนินไม่ได้ ซึ่งอาการนี้ก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหาอุบัติเหตุรถชนกันได้หากกำลังออกตัวแล้วดับ และรถที่ติดตั้งNGV ต้องตรวจรับรองจากวิศวกรทุกปี ไม่เช่นนั้นก็ต่อภาษีประจำปีไม่ได้ และวิศวกรก็หายากมาก คนต่างจังหวัดลำบากจริงๆ และเวลาไปเกิดเหตุขัดข้องก็หาคนแก้ไขได้ยากเพราะยังขาดช่างผู้ชำนาญและอุปกรณ์อะไหล่ที่ยังไม่แพร่หลาย รวมทั้งอุปกรณ์ที่นำเข้าก็หลากหลายยี่ห้อ เครื่องมือที่ใช้จูนก็ยี่ห้อใครยี่ห้อมัน
มองดูแล้วจะเหลือข้อดีอยู่อย่างเดียว คือ ถูก กว่าเชื้อเพลิงตัวอื่นๆ  2.LPG ข้อเสีย คือ โอกาสติดไฟมีมาก อาจเกิดอุบัติภัยก่อความเดือดร้อนให้แก่ผู้ใช้และคนรอบข้างได้ เพราะ ยังขาดการควบคุมที่จริงจังจากภาครัฐ คือการติดตั้งและอุปกรณ์หาได้ง่ายมาก ช่างที่ติดตั้งขาดความรู้ เนื่องจากช่วงที่ราคาน้ำมันแพงสุดๆ ประชาชนมีความต้องการสูง ในขณะเดียวกันผู้ที่มองหาโอกาสในการประกอบอาชีพเพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจก็มองเห็นโอกาส จึงทำให้เกิดช่างรับติดตั้งมากมาย บางคนเป็นช่างทำท่อไอเสีย ช่างเชื่อมเหล็ก ก็มารับติดตั้งถังก๊าซ อันตรายมาก แต่การควบคุมของภาครัฐกลับง่ายมาก คือให้วิศวกรเซ็นรับรองในครั้งแรกเท่านั้น หลังจากนั้นไม่ต้องตรวจ ให้ไปตรวจตามสถานตรวจสภาพเอกชนก็ใช้ได้ ไม่เข้มงวดเหมือนรถที่ติด NGV ที่ต้องตรวจทุกปี ข้อดีของ LPG คือ ค่าติดตั้งถูก หาเติมง่าย วิ่งแล้วให้ความรู้สึกเหมือนใช้น้ำมันทั้งในเรื่องอัตราเร่ง ความเร็ว ระยะทาง ราคาเชื้อเพลิงก็พอเหมาะกับสภาพเศรษฐกิจ ใช้กับรถที่ซีซีมากๆก็ได้ 3. แก๊สโซฮอล์ มองเหมือนถูกแต่จริงๆไม่ถูกเลยเพราะอัตราการสิ้นเปลืองมากกว่า และถ้าไม่หลอกตัวเอง ก็น่าจะยอมรับว่ามีโอกาสทำให้ปั๊มติ๊กเสียง่าย ซึ่งอัตราการประหยัดที่ได้รับกับการซ่อมบำรุงของลูกยางต่างๆ รวมถึงปั๊มติ๊กด้วยไม่คุ้มจริงๆ 4.ไบโอดีเซล ก็ยังมีปัญหา เพราะหากรถที่ใช้ระบบคอมมอนเรลมาใช้ตัวนี้ละก็ เตรียมค่าหัวฉีดไว้ได้เลย ไม่คุ้มแน่ๆ 5.สารพัด E ที่พยายามทำออกมาก็ยังไม่มีรถที่ผลิตมาเพื่อการนี้สักเท่าไร รวมทั้งสถานีเติมก็มีน้อย สรุปพลังงานทดแทนทุกตัวก็มีปัญหาในตัวทั้งหมด และปัญหาแน่ๆก็คือรถแต่ละคันเครื่องยนต์สร้างมาเพื่อระบบน้ำมันโดยเฉพาะดังนั้นปัญหาที่จะเกิดกับเครื่องยนต์ที่ใช้พลังงานทดแทนคงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอน ที่ดิฉันเขียนมาเล่าให้ท่านนายกอ่าน ก็เพื่อจะได้มองเห็นสภาพอันน่าวุ่นวายของประชาชนที่พยายามที่จะหาทางออกให้กับตัวเอง ประชาชนเดือดร้อนจริงๆ ในความเห็นของดิฉันคิดว่าการหาพลังงานทางเลือกมาใช้ทดแทนน้ำมันนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่รัฐควรจะเลือกเพีง 1 หรือ 2 ทาง เช่น เลือกตัวหนึ่งสำหรับดีเซล และอีกตัวหนึ่งสำหรับเบนซิน เพื่อจะได้พัฒนาให้จริงๆจังๆ ไม่ใช่สะเปะสะปะแบบที่เป็นอยู่นี้ และรัฐควรสนับสนุนให้เต็มทีเพื่อได้ประโยชน์อย่างรวดเร็วและชัดเจน อีกประการต้องควบคุมค่าพลังงานแต่ละชนิดอย่าให้ผันผวน ประชาชนทุกวันนี้เหมือนหนีเสือปะจระเข้
เรื่องปัญหาพลังงานดิฉันมองว่าทุกคนมุ่งตรงไปยังเรื่องรถยนต์เสียเป็นส่วนใหญ่ ดิฉันกำลังมองถึงชุมชนซึ่งดิฉันนึกถึงการดูแลท้องถิ่นของนักการเมืองท้องถิ่น เป็นไปได้หรือไม่ว่า ตามหมู่บ้าน เทศบาล หรือ อ.บ.ต. จัดให้มีบ่อจัดเก็บขยะ มูลสัตว์ ซากพืช อาจจะเป็น เปลือกสับปะรด ใบอ้อย ต้นกล้วย แล้วแต่จะหาได้ในท้องถิ่นนั้นๆ แล้วให้มีการผลิตแก๊สชีวภาพเพื่อใช้ตามครัวเรือน อาจแปรไปใช้ในการหุงต้ม แสงสว่าง หรืออื่นๆ เพื่อให้ชุมชนพึ่งตนเอง เป็นการประหยัดพลังงานอีกทางหนึ่งด้วย (เคยได้ยินว่าฟาร์มขนาดใหญ่ใช้มูลสัตว์มาทำกระแสไฟใช้ได้) ดิฉันขอฝากข้อเสนอแนะไว้เพื่อพิจารณาด้วย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สมชาย 2008
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 0

« ตอบ #20 เมื่อ: มกราคม 08, 2009, 04:52:41 PM »

ผมได้ศึกษาเรื่องก๊าช NGV และ LPG มานานหลายปีแล้ว ผมพบว่าก๊าช NGV ไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้กับรถยนต์เลยเพราะมีความเสี่ยงที่จะเกิดการระเบิดสูงมาก ถึงแม้ว่าจะอ้างว่าการติดตั้งมีมาตรฐานสูงก็ตาม ซึ่งต่างกับ LPG ที่มีความปลอดภัยกว่ามาก เมื่อเทียบกับ NGV NGV มีความดันที่สูงมากๆ ถ้ามองและคิดด้วยสามัญสำนึกที่เป็นกลาง ทุกๆคนจะรู้ทันทีว่ามันอันตรายขนาดไหนที่จะเอาระเบิดเวลาไปไว้ในรถที่บรรทุกคนในครอบครัวของคุณ กรมขนส่งก็รู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี จึงได้ขอตรวจรถยนต์ที่ใช้ NGV ทุกๆปี ขณะที่รถยนต์ที่ใช้ LPG ขอตรวจทุก 3 ปี (ถ้าจำไม่ผิด)(หรือไม่ต้องตรวจเลย)ปตท น่าจะรู้เรื่องนี้ดี  ผมขอเสนอให้เอา ปตท กลับมาเป็นของประเทศไทยเหมือนแต่ก่อน และปลดผู้บริหาร ปตท ทั้งหมด ปลดปลัดกระทรวงพลังงานและบอร์ด กบง พร้อมสอบสวนทุจริต แล้วความจริงทุกอย่างจะถูกเปิดเผยออกมา

หมายเหตุ webmaster ปรับแก้คำพูดให้เหมาะสมเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
panitta
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
กระทู้: 80

« ตอบ #21 เมื่อ: มกราคม 24, 2009, 09:53:24 PM »

การที่ภาครัฐยังให้ต่างประเทศเป็นเจ้าของรัฐวิสาหกิจ  ด้วยการนำรัฐวิสาหกิจเข้าตลาดหลักทรัพย์นั้น  ถือว่ารัฐนั้นทำลายประเทศโดยทางอ้อม  ซึ่งก็คงทราบกันดีและเห็นตัวอย่างชัดเจนที่สุดคือ ประเทศอาเจนติน่า  ซึ่งรัฐที่เป็นระบบนายทุนนิยมจะทำเช่นนั้นเพื่อตนเองและพวกพ้องโดยไม่สนใจประชาชนว่าจะมีปัญหาใดตามมาหรือไม่ เช่น ราคาที่ถูกกำหนดโดยนายทุน  การเก็งกำไรอย่างมหาศาล  
ดังนั้น  อยากให้รัฐบาลชุดนี้เอารัฐวิสาหกิจกลับมาเป็นของคนไทยเถอะ  เพราะการก่อตั้ง ปตท. นั้น มาจากเงินภาษีของคนไทยทั้งประเทศ  และตอนขายนั้นคนไทยที่เสียภาษีก็มิได้มีส่วนได้ส่วนเสีย  แต่กลับไม่ได้รับผลประโยชน์ประการใดเลย  อีกทั้งบอร์ดของ ปตท. เองก็ตาม ตอนที่เป็นรัฐวิสาหกิจบอกว่าขาดทุนทุกครั้งไป (ทั้งทีบอร์ดนั้นมีเงินหมุนเวียนในบอร์ดมิใช่น้อย  และใช้เงินจากกำไรของ ปตท. ในช่วงนั้นให้กับตนและพวกพ้อง อีกทั้งสมยอมกับระบบนายทุน) แต่พอ ปตท.เป็นของระบบทุนนิยมอย่างเต็มตัวด้วยการเข้าตลาดหุ้นแล้ว กลับมีกำไรมหาศาลอย่างไม่คาดคิด ทำให้เงินรั่วไหลไปอยู่กับชาวต่างชาติ  และทำให้ราคาของนั้นมันนั้นขึ้นอย่างไม่เป็นธรรม เพราะ ปตท.ต้องซื้อขายล่วงหน้ากับน้ำมันในรัฐเท็กซัดซึ่งเป็นของใครก็น่าจะเดาออก  ทำการซื้อขายก่อน 45 วัน อันนี้สามารถเก็งกำไรขาดทุนได้ หรือทำให้ทราบว่าจะมีผลประโยชน์อย่างไรได้บ้าง  ซึ่งถือว่าเป็นการช่วยกันโกงชาติและทำร้ายคนในชาติอย่างน่าละอายที่สุด  จึงอยากให้นำเอา ปตท. กลับคือมาเป็นของคนไทย  และขอร้องว่าอย่าได้นำรัฐวิสาหกิจใด ๆ เข้าตลาดหลักทรัพย์เลย  ควรที่จะปลูกจิตสำนึกบอร์ดให้มีความรักชาติมากกว่านี้  และควรแก้ไขที่คน  เพราะเชื่อมั่นว่าประเทศไทยเรานั้นมีสิ่งมีค่าทุกอย่างที่ต่างชาติต้องการแต่คนไทยกลับมองไม่เห็นคุณค่า  อย่าให้ประเทศไทยเป็นเมืองขึ้นของต่างชาติด้วยระบบทางเศรษฐกิจเลย เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นลูกหลานทุกคนในอนาคตต้องลำบากอย่างแน่นอน
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
knotty
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
กระทู้: 0

« ตอบ #22 เมื่อ: มกราคม 28, 2009, 09:37:31 PM »

หลังจากที่คุณมาร์คได้เป็นนายกแล้ว อยากทราบว่าท่านนายกจะมีวิธีใดบ้างที่จะช่วยพิจารณาโครงสร้างด้านพลังงานของ ปตท. เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่เข้าตลาดหุ้น ดูเหมือนว่าผู้บริหารของ ปตท จะไร้จรรยาบรรณ มุ่งสร้างแต่ผลกำไรให้ผู้ถือหุ้นอย่างเดียว ผลักภาระให้ ปชช แบกรับราคาน้ำมันฝ่ายเดียว รบกวนท่านนายกที่มีอำนาจบริหารในมือ และ กระทรวงการคลังที่ยังเป็นหุ้นครึ่งหนึ่งช่วย ปชช ทั้งประเทศด้วยเถอะค่ะ อ้อ..อีกเรื่องนะคะ นำคนผิดมาลงโทษให้สาสมที่มันทำให้โครงสร้างประเทศเราเสียหายด้วยนะคะ อย่าให้มันมาทำลายสถาบันสูงสุดของพวกเราอีก มีกี่คดีที่ยังไม่ตัดสินก็รีบก่อนที่มันจะเลย 2 ปีนะคะ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
สมชาย 2008
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 0

« ตอบ #23 เมื่อ: มกราคม 31, 2009, 09:57:26 PM »

ปี 2551 ที่ผ่านมา ปตท ฟันกำไรไปอีกแล้ว 4 หมื่นกว่าล้านบาท จากการขูดรีด เอารัดเอาเปรียบ โกหก หลอกลวง คนไทยทั้งประเทศ รัฐบาลที่ผ่านๆ มาน่าจะรู้ตัวแล้วน่ะว่าถูก ปตท หลอกมาตลอด ว่าขาดทุน หรือถ้าพูดให้ไพเราะคือ ถูก ปตท จูงจมูกตลอดมา และกำไรกว่าหมื่นล้านบาท จะถูกแบ่งให้คนต่างชาติไปอย่างหน้าชื่นตาบาน บนความยากลำบากของคนไทยทั้งประเทศ ผมหวังว่ารัฐบาลชุดนี้คงจะไม่เดินตาม รัฐบาลที่ผ่านมา เพราะตอนนี้น้ำมันแพงมากๆ ทั้งๆ ที่เรามีบ่อน้ำมันในประเทศหลายแห่ง นายกอภิสิทธิ์ต้องจัดการกับ ปตท อย่างจริงจังได้แล้วครับ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
cummins
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
กระทู้: 99

« ตอบ #24 เมื่อ: มกราคม 12, 2010, 03:41:48 PM »

พลังงานทดแทนที่รัฐบาลพยายามส่งเสริม มันสวนทางกันนะครับ ทั้งเอทเทอนอล และ ไบโอดีเซล ต่างมีราคาแพงกว่าต้นทุนน้ำมันหน้าโรงกลั่นเสียอีก รัฐจฃต้องมาใช้กลไกทางภาษีหรือกองทุนมาอุดหนุน มันก็เหมือนเอาเงินในกระเป๋าซ้ายมาจ่ายกระเป๋าขวา พืชผลทางการเกษตรบ้านเราราคาที่ถึงมือเกษตรกรก็ไม่ได้สูงมาก แต่ขั้นตอนเมื่อมาทำเป็นพลังงานทดแทนแล้วแพงกงว่าน้ำมันเสียอีก ภาครัฐต้องรีบหาพืชตัวอื่นที่สามารถมาแทนอ้อย หรือ ปาล์ม โดยเร็วเช่น มันสำปะหลัง สบู่ดำ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: