หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
คะแนนเรตติ้งของหัวข้อนี้: ****
คุณยังไม่ได้ให้คะแนนเรตติ้งสำหรับหัวข้อนี้:
ผู้เขียน หัวข้อ: สาเหตุของน้ำท่วมและภัยแล้ง พร้อมแนวทางแก้ไข  (อ่าน 42344 ครั้ง)
เพชร01
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 78

« เมื่อ: ธันวาคม 29, 2008, 10:55:17 AM »

ปัญหาถึงสาเหตุของน้ำท่วมและภัยแล้ง พร้อมแนวทางแก้ไข
1.ภัยจากน้ำท่วม
ลำดับ   มูลเหตุ   แนวทางแก้ไข
1   พื้นที่ป่าไม้บริเวณลาดเอียงเชิงเขาและสันเขาถูกทำลาย มีการปลูกพืชไร่ในพื้นที่ลาดเอียง(พืชเชิงเดี่ยว) ทำให้เวลาฝนตก ไม่มีต้นไม้ใหญ่ที่คอยดูดซับน้ำ น้ำจะไหลลงสู่พื้นราบอย่างรวดเร็ว มีการพังทลายของหน้าดิน พัดพาลงมาเป็นดินเลนและตะกอนดิน   หยุดการบุกรุกทำลายป่า ป่าเสื่อมโทรมทำการปลูกไม้ป่าทดแทน โดยการใช้เม็ดพันธ์หว่าน หรือย้ายต้นกล้าไปปลูกในพื้นที่ที่ต้องการ สำหรับพื้นที่ที่ถือครองโดยกรรมสิทธิ์ ส่งเสริมให้ปลูกไม้ยืนต้น หรือผสมผสานระหว่างพืชไร่กับไม้ยืนต้น โดยกำหนดสัดส่วนพื้นที่ปลูกให้เหมาะสม รวมถึงการปลูกหญ้าแฝกในแปลงปลูกพืช เพื่อชะลอการพังทลายของดิน
2   พื้นที่ต้นน้ำ คลอง ลำห้วย ทางน้ำ ไม่สามารถเป็นทางน้ำได้  เนื่องจาก ถูกบุกรุกถือครองกรรมสิทธิ์ หรือการทับถมของตะกอนดิน น้ำไหลเปลี่ยนทิศทาง อาจท่วมที่อยู่อาศัย หรือพื้นที่ทำกินได้รับความเสียหาย   ทำการขุดลอก คลอง ลำห้วย ทางน้ำ ให้น้ำสามารถไหลได้ดี พร้อมกันนี้ วางแผนจัดการสร้าง อ่างเก็บน้ำ หรือฝาย หรือเขื่อนตามความเหมาะสมตลอดลำน้ำเพื่อชะลอการไหลของน้ำ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เพชร01
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 78

« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 25, 2009, 09:55:11 AM »

ท่านนายกฯ /ทีมที่ปรึกษา/เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง โปรดประกาศการแนวทางการแก้ปัญหาภัยแล้ง และน้ำท่วม ที่เกิดขึ้นเป็นแนวทางปฏิบัติและกำหนดแผนงานอย่างชัดเจน เนื่องจากปัจจุบันจะเห็นได้ว่า เมื่อเกิดภัยแล้งจะมีงบเพื่อนำน้ำไปแจกจ่ายใช้ชาวบ้าน เมื่อเกิดน้ำท่วมก็จะมีสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปแจก และบางหน่วยงานคิดถึงเรื่องเครื่องเตือนภัย อันเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่แน่ละหน่วยงานราชการ/เจ้าหน้าที่ได้มีโอกาสใช้งบประมาณที่รั่วไหลได้ ถ้าหากวางแนวทางแก้ปัญหาตามที่เสนอตามข้อความข้างบน จะแก้ปัญหาได้อย่างถาวร ยั่งยืน ขอท่านโปรดพิจารณาด้วย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เพชร01
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 78

« ตอบ #2 เมื่อ: มกราคม 02, 2010, 09:27:19 PM »

แนวปฏิบัติระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ตำบล ยังไม่มีใครทราบปฏิบัติที่ชัดเจน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดชุมพร ยังมีการบุกรุกป่าต้นน้ำในหลายพื้นที่ บางพื้นที่เริ่มประสบความแห้งแล้ง ฝนทิ้งช่วง เห็นมีการของบจังหวัดแจกน้ำกันแล้ว เช่น ตำบลห้วยทราย จังหวัดประจวบฯ ตำบลคลองวาฬ ก็เช่นกันประสบภัยแล้งเนื่องจากฝนทิ้งช่วง และอ่างเก็บน้ำตื้นเขินมีตะกอนดินมากองทับถม ไปถามจังหว้ดถึงการบริหารจัดการน้ำบอกให้ไปถาม สำนักทรัพย์พยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถามสำนักทรัพย์ฯ บอกให้ถามกรมการจัดการน้ำ ถามจัดการน้ำ บอกให้ไปถามเจ้าหน้าที่กรมชลฯ ที่เพชรบุรี ครั้นขอแผนที่แหล่งน้ำ บอกยังสำรวจไม่ครบ ขอแผนที่ห้วยหนอง คลองบึง บอกไม่มียังไม่ได้ทำ ถาม อบต. กำนัน ผู้ใหญ่ ไม่มีข้อมูล ไม่ทราบนโยบายจากอำเภอ ครั้นดูการประชุมจังหวัดในทุกเดือนก็ไม่มีอะไรเป็นแก่นสารเพื่อประชาชน และการแก้ปัญหาของประชาชน ไปดูแนวปฏิบัติระดับชาติก็มีแต่คำพูดสวยหรู ผู้ปฏิบัติไปคนละทิศคนละทาง นี่หรือคือประเทศไทย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
cummins
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
กระทู้: 99

« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 25, 2010, 10:14:56 AM »

ถ้ารัฐบาลยังไม่เลิกการนำป่าเสื่อมโทรมมาจัดสรรเป็นที่ทำกิน ป่าจะถูกทำลายไปเรื่อยๆเพื่อให้เป็นป่าเสื่อมโทรม ป่าทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นป่าสงวน ป่าต้นน้ำ ป่าอนุรักษ์ ถ้าถูกทำลายรัฐต้องปลูกป่าทดแทนครับ ไม่ใช่นำมาทำเป็น สปก แจกกันเมื่อไรป่าก็หมด แล้วการเปลี่ยนมือทั้ง สปก ภบท 5 มันมีกันทั่วครับลองไปดูกันแม้แต่ในภาคใต้ก็หลายจังหวัด แล้วบรรดารีสอร์ทที่ปลูกอยู่ตามลาดเชิงเขามันมีโฉนดออกมาได้อย่างไร กรมป่าไม้ไปตรวจดูด้วย
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เพชร01
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 78

« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 23, 2010, 07:40:47 PM »

ปัจจุบันมีการบุกรุกแผ้วถางป่าต้นน้ำในหลายพื้นที่ เท่าที่มีข้อมูล และมีพรรคพวกแจ้งข่าวมา ก็ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร ผู้เป็นนายทุนจะจ้างชนกลุ่มน้อยจากประเทศเพื่อนบ้าน วิธีการคือจัดการจับจองแนวเขตของแต่ละกลุ่มทุน จากนั้นแผ้วถาง ทีม 1 ตัดต้นไม้เล็กก่อน ทีม 2 ตัดโค่นต้นไม้ใหญ่ ทีม 3 เก็บกวาดจุดไฟเผา (ถ้าโอกาสอำนวย) แล้วถึงทีม ปลูกยางพารา หรือปลูกปาล์ม ค่าจ้างต่อไร่ในแต่ละพื้นที่อาจแตกต่างกันบ้าง ถามว่าเจ้าหน้าที่รัฐไม่เข้าจัดการหรือ เขาบอกว่าจ่ายให้พวกอนุรักษ์ สี่หมื่นบาทต่อร้อยไร่ เขาก็จะไม่มายุ่ง ถามว่าอนุรักษ์ไหน เขาไม่ยอมบอก แต่บอกว่าระดับผู้ใหญ๋ก็เห็นด้วย หากมาตรวจพื้นที่ เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ก็จะพาไปเส้นทางอื่น
   นี่แหละต้นเหตุของภัยน้ำท่วมและภัยแล้งที่แท้จริง คิดว่าระดับนายกฯ/ รัฐมนตรี/ที่ปรึกษา/ผู้ติดตาม และข้าราชการระดับผู้ใหญ่ทราบปัญหาดี เพราะบางพื้นที่สอบถามว่าเป็ฯของใคร ได้รับคำตอบจากชาวบ้านว่า เป็นของนาย คงเป็นระดับผู้ใหญ่ละ
    หากในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็มีการบุกรุกอย่างมากเหมือนกัน ให้ลองถามท่านรองนายกฯสุเทพ แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะ....
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
เพชร01
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 78

« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 19, 2010, 03:49:10 PM »

การแก้ปัญหาภัยแล้ง ภัยน้ำท่วมง่ายนิดเดียว ถ้ามีการเตรียมการวางแผนอย่างเป็นระบบ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความร่วมมือกันอย่างจริงจัง เกรงแต่กลุ่มทุน กลุ่มนักการเมือง มุ่งเห็นประโยชน์ส่วนตนเป็นใหญ่ เห็นประโยชน์ของพี่น้องประชนเป็นรอง เห็นได้จากการบุกรุกทำลายป่าต้นน้ำล้วนมาจากฝีมือนายทุน กลุ่มนักการเมือง หรือกลุ่มราชการผู้มีอำนาจ ที่มีให้เห็นอยู่ทั่วประเทศ ส่วนชาวบ้านธรรมดา มักถูกเอารัดเอาเปรียบอยู่ร่ำไป คุณอภิสิทธิ์ ทราบดี แต่ไม่มีอำนาจในจัดการ สั่งการใดๆ ที่เป็นรูปธรรมให้เห็นเป็นประจัก เรียกว่า มีอำนาจแต่สั่งใครไม่ได้นั่นเอง


แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
damjao
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
เพศ: ชาย
กระทู้: 39


« ตอบ #6 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2010, 03:58:46 PM »

ขอให้คนไทยทุกหมู่เหล่าร่วมด้วยช่วยกัน..ทำความดีถวายพ่อหลวงและแผ่นดินเกิด
โดยถือเป็นวาระแห่งชาติ นอกจากไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติกันแล้วอีกทางหนึ่ง
ก็คือ...ช่วยกันปลูกป่าในใจคน ปลูกป่ากันอย่างน้อยคนละต้น เพื่อให้สอดคล้องกับ
พระราชเสาวณีย์ของสมเด็จฯ ที่ว่า ถ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นนำ พระองค์
ท่านจะเป็นป่า ป่าที่จงรักภักดีต่อสายนำ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
mymom
สมาชิกทั่วไป
Normal
*
กระทู้: 44

« ตอบ #7 เมื่อ: มกราคม 28, 2011, 12:35:57 AM »

แนวทางแก้ไขน้ำท่วม ในหัวข้อนี้จะเป็นผลดีระยะยาว ไปถึงรุ่นลูก รุ่นหลาน แต่แม่น้ำบางสายไม่เหมาะที่จะทำฝายกั้น หรือเขื่อนกั้น เป็นระยะ ๆ เช่น แม่น้ำชี เพราะลักษณะทางด้านกายภาพของแม่น้ำชี มีความคดเขี้ยว คดโข้ง เป็นระยะ ๆ ตลอดสายน้ำ จึงไม่เหมาะกับการทำฝายกั้น หรือเขื่อนกั้น ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ
แจ้งลบกระทู้นี้หรือติดต่อผู้ดูแล   บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: