เรื่องที่สามที่เป็นหัวใจสำคัญของการสร้างเศรษฐกิจให้เข้มแข็งในวันนี้ คือธรรมาภิบาล เพราะผมเชื่อว่าความเข้มแข็งที่ยั่งยืนในระบบเศรษฐกิจไทยคือการสร้างระบบที่มีการแข่งขันที่ดี มีกติกาที่ชัดเจน ที่โปร่งใส ที่จะให้ภาคธุรกิจแข่งขันกันด้วยความสามารถ และให้การแข่งขันในทางธุรกิจมันเกิดประโยชน์กับประเทศกับส่วนรวม ไม่ใช่เกิดกำไรอย่างเดียว
รัฐที่มีธรรมาภิบาลนั้นจะไปขจัด จะไปลดภาระทั้งหลายที่ไปสร้างให้กับภาคธุรกิจเอกชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความไม่เป็นธรรมในระบบภาษี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่น
ที่ผ่านมาเราเอาคนไปรับใช้ทุนนิยม เราต้องเอาทุนนิยมมารับใช้คน
ในขณะเดียวกัน ผมเชื่อว่าเศรษฐกิจคุณภาพต้องควบคู่ไปกับสังคมคุณธรรม ปัญหาสังคมถูกละเลยมามาก มากจนบางครั้งเราลืมดูข้อเท็จจริง สถิติตัวชี้วัดหลายตัว ที่ได้บ่งบอกถึงทิศทางของสังคมที่น่ากลัวมาก ตัวชี้วัดของสังคมเกือบทุกตัวน่าเป็นห่วง อัตราการหย่าร้างจำนวนเด็กที่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ เวลาที่เด็กใช้ไปกับโทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต SMS เวลาที่เด็กใช้ไปกับเรื่องของการพนัน อบายมุข สิ่งยั่วยวนใจต่าง ๆ เราไม่สามารถสร้างเศรษฐกิจ หรือบ้านเมืองที่ดีได้ ถ้าสังคมของเราไม่ฟื้นฟูค่านิยมในเรื่องของคุณธรรม ผมไม่เชื่อว่าประเทศไทยจะเจริญรุ่งเรืองได้ ถ้าเด็กและเยาวชนของเรากำลังถูกชักจูงให้มีค่านิยมในลักษณะที่ว่า โกงได้แต่ขอให้มีผลงาน การแก้ไขวิกฤตค่านิยมเรื่องคุณธรรมนั้น มีความเร่งด่วนไม่น้อยไปกว่าการแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ
ในภาครัฐ ธรรมาภิบาลของรัฐนั้นต้องประกอบด้วยระบอบการเมืองที่ดี ที่ประชาชนมีส่วนร่วม และต้องมีระบบราชการที่หวนกับไปยึดระบบคุณธรรมที่ทุกองคาพยพ ทุกกลไกของสังคมนั้นทำงานบนพื้นฐานของวิชาชีพเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานด้านบริหาร ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานด้านบริการประชาชน รวมไปถึงเรื่องของกระบวนการยุติธรรม