นายกฯ อภิสิทธิ์เยือนอังกฤษ เตรียมแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ สนับสนุนสิทธิเสรีภาพ แก้ปัญหาเกษตรและภาคใต้ (๑๕ มี.ค. ๕๒)

- รัฐบาลพร้อมช่วยเหลือเกษตรกรไทย
- เตรียมแผนกระตุ้นเศรษฐกิจช่วง ๒ โดยอาศัยเงินกู้จากต่างประเทศ
- แก้ปัญหาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
- นายกฯ อภิสิทธิ์พบผู้บริหาร Tesco แก้ปัญหาเศรษฐกิจ
- นายกฯ อภิสิทธิ์ เยือนอังกฤษในฐานะประธานอาเซียน และผู้นำประเทศ
- เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
* ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)
* คลิ๊กเพื่อดู Clips VDO

  - รัฐบาลพร้อมช่วยเหลือเกษตรกรไทย
ประเด็น : รัฐบาลได้ตั้งกรรมการเฉพาะกิจขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาภัยแล้ง ในส่วนขอ.ภาคการเกษตรได้มีโครงการในเรื่งองของการจำนำข้าวนาปรังและจะทำให้เกิดปัญหาน้อยที่สุด และในเรื่องของปัญหาที่ทำกินได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมาเพื่อดูแลในเรื่องนี้โดยเฉพาะ และใหระยะเวลาในการทำงาน ๙๐ วันเพื่อสะสางปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป้าหมายสำคัญที่สุดคือการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม หากว่ามีปัญหาในเชิงกฎหมาย ในเชิงโครงสร้าง จะต้องมาร่วมกันพิจารณาแก้ไข โดยให้ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุดและอย่างแท้จริง ด้านการผลิต Tesco จะเอาผลไม้ไทยมาวางขายในร้านทั่วโลก โดยเฉพาะที่ประเทศอังกฤษด้วย และเชื่อว่า Tesco สามารถเอาผลไม้มาขายมากขึ้น ๑๐ เท่าจากเดิม ซึ่งถ้าทำได้จริงก็เป็นโอกาสที่สำคัญของเกษตรกรไทย
 
คำต่อคำ : "...ปัญหาใหญ่ซึ่งเรามีความเป็นห่วงในขณะนี้คือ ปัญหาภัยแล้ง ซึ่งชัดเจนมากว่าในหลายพื้นที่ของประเทศไทยปีนี้จะประสบกับปัญหาภัยแล้งค่อนข้างจะรุนแรง ในเรื่องนี้ผมได้ขอให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ ได้จัดการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการตั้งเป็นกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมา เพื่อเตรียมรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น   

ขณะเดียวกันในแง่ของภาคการเกษตรเอง สัปดาห์นี้จะเป็นการเริ่มต้นในเรื่องของโครงการรับจำนำข้าวนาปรัง ซึ่งทางคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติได้มีการพิจารณารายละเอียดเงื่อนไขของโครงการ ในระหว่างที่ผมกำลังอัดรายการนี้อยู่ ในสัปดาห์หน้าคงมีจะได้มีโอกาสมาพูดคุยกันถึงรายละเอียด แต่อยากจะย้ำว่าเราได้เตรียมความพร้อมในเรื่องนี้พอสมควร และก็ต้องการที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ในส่วนของข้าวนาปรัง ราคาแน่นอนครับ คงจะเทียบกับข้าวนาปีไม่ได้ แต่เชื่อว่าจะเป็นราคาที่ช่วยทำให้ตลาดขยับไปในทางที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันก็จะทำให้โครงการนี้เป็นโครงการที่มีปัญหาน้อยลง เทียบกับที่ผ่านมาในแง่ของปัญหาที่ต้องมีการบริหารจัดการจากการที่ราคาอาจจะฝืนสภาพของตลาดมากจนเกินไป ...

สัปดาห์ที่ผ่านมามีอีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องเกษตรกร นั่นคือปัญหาที่ทำกิน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือมีเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทยได้มาชุมนุมเรียกร้องปัญหาซึ่งค่อนข้างที่จะเรื้อรังมาเรียกว่าหลายปี หลายรัฐบาลทีเดียว  ในเรื่องนี้ผมได้จัดให้มีการตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมา และได้มีการประชุมพูดคุยกันกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง  ไม่ว่าจะเป็นทางเกษตรกรเอง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้  ซึ่งเรื่องนี้ก็ครอบคลุมไปตั้งแต่ที่ราชพัสดุ  ที่ในเขตป่าสงวน  ที่อุทยาน  ที่ ส.ป.ก. ซึ่งทั้งหมดนี้ได้มีการพูดคุยอย่างนี้ครับว่า รัฐบาลมีนโยบายในเรื่องที่ทำกินอย่างชัดเจน  ที่ผ่านมาเราได้ทำหลายเรื่องที่ชี้ชัดว่าเราต้องการที่จะรักษาที่ให้กับพี่น้องเกษตรกร ที่มีความจำเป็นที่จะต้องทำกินในพื้นที่ หรือที่ดินที่มีความจำเป็นในการที่จะประกอบอาชีพ ในการที่จะเลี้ยงดูตนเอง เราจะใช้เครื่องมือที่มีความหลากหลายมากขึ้น นอกจากกฎหมายที่เคยใช้กันอยู่ รวมทั้งกฎหมายปฏิรูปที่ดิน รัฐบาลก็มีนโยบายใหม่ในเรื่องของธนาคารที่ดิน และในเรื่องของโฉนดชุมชน สิ่งสำคัญที่เราได้พูดคุยกับพี่น้องที่ได้มาชุมนุมทั้ง ๔ ภาคคือว่าเป้าหมายสำคัญที่สุดคือการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม และที่ทำกิน ขณะเดียวกันถ้าหากว่ามีปัญหาในเชิงกฎหมาย ในเชิงโครงสร้าง ก็เป็นเรื่องที่จะต้องมาร่วมกันพิจารณาแก้ไข โดยให้พี่น้องประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ก็มีการตั้งอนุกรรมการขึ้นมา และให้เวลาในการทำงาน ๙๐ วัน ที่คิดว่าจะสะสางปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับที่ดินทำกินในทุกภูมิภาค ในกลุ่มของเครือข่ายปฏิรูปที่ดิน  

ก็เรียนว่าเรื่องนี้กับเรื่องหนี้สินก็เป็นรูปธรรมอย่างหนึ่งที่รัฐบาลชุดปัจจุบันได้พยายามที่จะแก้ไขปัญหาเรื้อรัง ซึ่งอาจจะใช้เวลาบ้าง แน่นอนที่สุดไม่ได้ถูกใจพี่น้องประชาชนในทุกเรื่อง แต่เราจะพยายามลดเงื่อนไข ซึ่งเป็นปัญหาเป็นอุปสรรค และบางครั้งก็เป็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่กับพี่น้องประชาชน โดยในระหว่างที่เราทำการแก้ไข ทำการดำเนินการในเรื่องนี้ จะมีความอะลุ่มอล่วยในการปฏิบัติต่อพี่น้องประชาชนจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งก็มีความจำเป็นในการรักษากฎหมาย เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็คือความคืบหน้าในเรื่องของการแก้ปัญหาในภาคการเกษตร

...เมื่อเช้านี้ที่ได้เริ่มต้นคุยกันกับทางผู้บริหารของ Tesco ซึ่งก็เป็นนักลงทุนรายใหญ่ สิ่งที่เราดีใจก็คือว่าไม่ใช่เฉพาะ Tesco แต่ว่าช่วงบ่ายที่ได้ไปพบกับนักธุรกิจด้วยก็คือเรามีเพื่อน หรือมีหุ้นส่วนกับเรานี้เยอะที่อยู่ที่นี่ แล้วก็ยังมีความเชื่อมั่นในพื้นฐานของเรานะครับ และก็มีความตั้งใจที่จะขยายการค้าการลงทุน กรณี Tesco วันนี้ที่ผมดีใจมากก็คือว่าเขาอยากจะใช้เครือข่ายของเขาส่งออกสินค้าของเรามากขึ้น และวันนี้เขาก็ยกมาเพียงตัวอย่างเดียวง่าย ๆ ก็คือเรื่องของผลไม้ ซึ่งเขาอยากจะเอาผลไม้ไทยมาวางขายในร้านของเขาทั่วโลก โดยเฉพาะที่ประเทศอังกฤษด้วย ผมฟังดูตัวเลขก็ตกใจนะครับ เขาบอกว่าเขาเชื่อว่าเขาสามารถเอาผลไม้มาขายมากขึ้น ๑๐ เท่าจากที่ทำอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งถ้าทำได้จริงก็เป็นโอกาสที่สำคัญเลยของเกษตรกรไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวสวนผลไม้ซึ่งหลายปีที่ผ่านมาอย่างที่เราทราบ มีปัญหามากในเรื่องของราคา โดยเฉพาะเวลาผลผลิตออกมา เขาขอรัฐบาลไทยอย่างเดียวครับว่าทำอย่างไรเราสามารถเอาผลไม้นี้เก็บ แล้วสามารถส่งมาถึงประเทศต่าง ๆ เร็วที่สุด อย่าปล่อยให้เสีย อย่าปล่อยให้คุณภาพได้รับผลกระทบ ส่วนเรื่องการขนส่งถ้าลดต้นทุนได้เขาก็พร้อม ส่วนการที่จะมาบรรจุหีบห่อหรือจะขายอะไรก็เป็นเรื่องของเขา อันนี้ก็เป็นตัวอย่างที่ดี เวลาเราเปิดเรื่องของการค้าการลงทุนแล้วก็มีผลประโยชน์ต่อเนื่องตามมาไปจนถึงเกษตรกรของเรา..."

(กลับไปด้านบน)

- เตรียมแผนกระตุ้นเศรษฐกิจช่วง ๒ โดยอาศัยเงินกู้จากต่างประเทศ
ประเด็น : รัฐบาลเตรียมแผนในการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่ ๒ โดยอาศัยเงินกู้ต่างประเทศ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้พิจารณา และอนุมัติกรอบการเจรจาที่เกี่ยวข้องกับเงินกู้โดยอยู่ในกรอบของกฎหมาย วงเงินประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อมาใช้ในเรื่องของโครงการในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ความจำเป็นที่ต้องไปกู้เงินจากต่างประเทศคือ ประเทศไทยมีเงินตราต่างประเทศเป็นเงินสำรองเยอะ ซึ่งมีมากกว่าหนี้ต่างประเทศ ตามกฎหมายแล้วไม่สามารถนำเอาเงินสำรองมาใช้จ่ายได้จึงต้องไปกู้เงินจากต่างประเทศเพื่อมากระตุ้นเศรษฐกิจ

คำต่อคำ : "สำหรับปัญหาเศรษฐกิจโดยรวมขอเรียนอย่างนี้ครับว่า ผมเคยคุยกับพี่น้องประชาชนไว้ว่า สภาวะการณ์เศรษฐกิจของเรา คงจะขึ้นอยู่กับปัญหาของเศรษฐกิจโลก และวันนี้ก็ชัดเจนแล้วว่าสภาวะของเศรษฐกิจโลกหนักหนาสาหัสกว่าที่หลายฝ่ายเคยคาดการณ์ไว้  ทุกวันนี้ฝ่ายต่าง ๆ  ก็ยังมีการปรับการพยากรณ์ของโลกไปในทางลบ เพราะฉะนั้น ที่ผมเคยพูดไว้ครับว่าเราคงจะต้องเตรียมแผนในการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่ ๒  ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยเงินกู้จากต่างประเทศ เรียนว่าคณะรัฐมนตรีในวันอังคารได้พิจารณา และอนุมัติกรอบการเจรจาที่เกี่ยวข้องกับเงินกู้ ก็จะเป็นเงินกู้อยู่ในกรอบวงเงิน ๒,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะนำมาใช้ในเรื่องของโครงการในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ที่มีความจำเป็นจะต้องใช้เงินตราต่างประเทศด้วย ซึ่งตรงนี้ตามรัฐธรรมนูญเราจะต้องมีการนำเสนอต่อรัฐสภา เพื่อให้อนุมัติกรอบการเจรจา แล้วจะมีการดำเนินการเจรจาซึ่งคาดว่าน่าจะทำให้เราสามารถมีเงินก้อนนี้มาใช้จ่ายได้ประมาณไตรมาสที่ ๓ หรือประมาณเดือนสิงหาคม-กันยายน ซึ่งคิดว่าจะมารับช่วงจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งเราได้ดำเนินการไปแล้วในช่วงครึ่งปีแรก 

ผมทราบดีนะครับว่าพี่น้องประชาชนจำนวนหนึ่งมีความเป็นห่วงเป็นใยว่า เราจะต้องไปกู้เงินจากต่างประเทศ อยากจะเรียนว่าที่จริงแล้ว เรามีเงินตราต่างประเทศเยอะครับเป็นเงินสำรอง ซึ่งขณะนี้มีมากกว่าหนี้ต่างประเทศของเราหลายเท่าตัว แต่ว่าตามกฎหมายของเรา ๆ ไม่สามารถนำเอาเงินสำรองเหล่านั้นมาใช้จ่ายได้ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราจะทำโครงการการพัฒนา เราจึงจำเป็นต้องไปกู้เงินมา แต่ไม่ได้หมายความว่า สถานะทางการเงินหรือเงินสำรองของประเทศมีปัญหา  ขณะเดียวกันที่หลายคนห่วงว่าการกู้ยืมเงินนั้นจะเป็นการทำให้เงินปัญหาหนี้ของสาธารณะหรือหนี้ของรัฐบาล ก็เรียนว่าคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ได้มีการติดตามตัวเลขหนี้สาธารณะ ซึ่งปัจจุบันจะอยู่ประมาณร้อยละ ๓๘ ของรายได้ประชาชาติของเรา คาดว่าในช่วงของวิกฤตนี้ ซึ่งจำเป็นต้องมีการกู้ยืมเงินมากขึ้น และขณะเดียวกันรายได้ก็ไม่ขยายตัวหรืออาจจะหดตัวบ้างเล็กน้อย สัดส่วนหนี้ตรงนี้ต้องสูงขึ้นเป็นธรรมดา อาจจะขึ้นไปถึงใกล้เคียงกับร้อยละ ๕๐

อยากจะเรียนว่าไม่ใช่ตัวเลขที่น่าตกใจอะไร  หลายประเทศก็มีตัวเลขที่สูงกว่านี้ และที่สำคัญที่สุดว่าในขณะนี้ทุกประเทศเห็นตรงกันว่า ในยามที่เศรษฐกิจฝืดเคือง ในยามที่มีความเสี่ยงที่พี่น้องประชาชนจะตกงาน ในยามที่พี่น้องยากลำบาก จากปัญหาการไม่มีรายได้ รัฐบาลจะต้องมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ในยามที่เศรษฐกิจฝืดเคืองการจัดเก็บภาษีก็จะจัดเก็บได้น้อย เพราะฉะนั้น การกู้เงินต้องเกิดขึ้น แต่จะเป็นการกู้เงินซึ่งไม่ทำให้กระทบกับเรื่องของวินัยทางการเงินการคลังของเรา และเราก็เชื่อมั่นว่าเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้น เราจะสามารถจัดเก็บรายได้มาชดเชยในส่วนของหนี้หรือว่าการขาดดุลในช่วงที่เศรษฐกิจฝืดเคือง ซึ่งเป็นแนวทางที่ทุกประเทศกำลังทำอยู่ ที่จริงผมเดินทางมาที่นี่ เวลาตอบคำถามสื่อมวลชน เขากลับถามเราครับว่า ทำไมเราไม่ใช้จ่ายเงินหรือกู้ยืมเงินมากกว่านี้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งผมได้ชี้แจงไปว่าเราต้องอยู่ในกรอบของกฎหมายของเรา แต่ขณะเดียวกันเราก็กำลังมองหาช่องทางต่าง ๆ ที่จะทำให้เราสามารถที่จะมีเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมได้  อันนี้ก็เป็นเรื่องงานทางด้านเศรษฐกิจ..."

(กลับไปด้านบน)

- แก้ปัญหาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ประเด็น : ปัญหาในเรื่องของความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผลจากการประชุม กอ.รมน. ได้มีการอนุมัติในเรื่องของโครงสร้างและอัตรากำลังที่ใช้อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเปรียบเทียบสถิติต่าง ๆ ปรากฏว่าความถี่ของเหตุการณ์ความรุนแรงลดลง รัฐบาลต้องรักษาความสงบเรียบร้อย และในเดือนหน้ารัฐบาลต้องมีการทบทวนการใช้กฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นกฎอัยการศึก พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินว่าต้องมีการทบทวน แก้ไขในเชิงระบบ ในเชิงโครงสร้าง อย่างไร เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

คำต่อคำ :
"...ปัญหาในเรื่องของความมั่นคง ได้มีการประชุมคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเรื่องของการอนุมัติในเรื่องของโครงสร้างและอัตรากำลังที่ใช้อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งในช่วง ๓ เดือนที่ผ่านมา เปรียบเทียบสถิติต่าง ๆ ปรากฏว่าความถี่ของเหตุการณ์ความรุนแรงลดลง แต่สภาพความรุนแรงอาจจะมีเพิ่มขึ้นบ้าง ก็เป็นธรรมดา เพราะว่าเมื่อฝ่ายตรงข้ามถูกกดดันจนสามารถปฏิบัติการได้น้อยลง เขาก็ต้องพยายามที่จะสร้างข่าว และสร้างความหวาดกลัว ด้วยการใช้รูปแบบที่มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม แนวนโยบายของภาคใต้นั้น รัฐบาลจะมุ่งเน้นไปในเรื่องของโครงการการพัฒนา สัปดาห์ที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน มีกระทู้ถามในสภาฯ ส.ส.ในพื้นที่สอบถามถึงปัญหาต่าง ๆ ในภาคใต้ โดยเฉพาะการไม่ได้รับสวัสดิการของภาครัฐ ก็เป็นเรื่องที่เราจะให้ความสำคัญ และเร่งรัด ครม.ก็อนุมัติในเรื่องเบี้ยเสี่ยงภัย และเรื่องของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะช่วยให้การแก้ปัญหาตรงนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และครม. ๓ จังหวัดภาคใต้ ซึ่งได้จัดตั้งขึ้นมาเป็นพิเศษ  คงจะสามารถประชุมครั้งแรกได้ภายในสัปดาห์ ๒ สัปดาห์นี้ เพราะได้เตรียมเรื่องของโครงการพัฒนาต่าง ๆ ไว้พอสมควร

เพราะฉะนั้น ตรงนี้เป็นสิ่งที่เราจะเดินหน้าต่อไป ในเรื่องเดียวกันนี้ ผมอยากจะเรียนว่า ผมทราบดีว่าปัจจุบันเราต้องใช้ทั้งทรัพยากรคน ทั้งงบประมาณมากมายมหาศาลใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และคงจะเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ได้ เพราะฉะนั้น ตัวชี้วัดอันหนึ่ง ซึ่งผมได้บอกกับผู้ปฏิบัติงานคือว่าเราต้องสามารถรักษาความสงบเรียบร้อยได้ โดยใช้กำลังคนน้อยกว่านี้ หรือใช้ทรัพยากรในเรื่องของการรักษาความมั่นคงน้อยกว่านี้ ก็เป็นเป้าหมายสำคัญ และในเดือนหน้าเราจะต้องมีการทบทวนการใช้กฎหมายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกฎอัยการศึก ไม่ว่าจะเป็นพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินว่า มีข้อดี ข้อเสีย อย่างไร เพราะฉะนั้น อยากจะเรียนว่าเรื่องนี้กำลังมีการทบทวน มีการแก้ไขในเชิงระบบ ในเชิงโครงสร้าง ซึ่งก็หวังว่าจะทำให้ประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ นั้นดีขึ้น..."

(กลับไปด้านบน)

- นายกฯ อภิสิทธิ์พบผู้บริหาร Tesco แก้ปัญหาเศรษฐกิจ
ประเด็น : ปัจจุบันที่เศรษฐกิจมีปัญหาทั้งโลก แต่ว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ยากที่จะฟื้นได้ ถ้าหากว่าไม่มีความเชื่อมั่นและไม่มีความร่วมมือในการประสานงานกัน จากการที่ได้พบปะพูดคุยกับผู้บริหารของ Tesco และกลุ่มนักธุรกิจต่างก็มีความเชื่อมั่นและจะขยายการค้าการลงทุนร่วมกับประเทศไทย หากว่าประเทศไทยสามารถรักษาบรรยากาศของบ้านเมืองได้ ก็เชื่อว่าเรื่องการค้าการลงทุนก็คงจะเข้ามามากขึ้นตามด้วย

ผู้ดำเนินรายการ : "...จะสอบถามว่าถ้าไล่ตามลำดับเวลาที่มีการนัดพบตั้งแต่เช้า ที่มากันตั้งแต่เช้าวันศุกร์เลยทีเดียวนะครับ จะขออนุญาตถามนะครับว่าถ้าสรุปได้ในช่วงแรก ๆ ที่พบกับผู้บริหารของ Tesco ไม่ทราบว่าทางพี่น้องคนไทย เนื้อหาสาระที่ได้มาตรงนี้จะเป็นประโยชน์อย่างไรต่อคนไทยโดยส่วนรวมครับ"

คำต่อคำ : "ขออนุญาตเรียนสักนิด ที่จริงผมทราบดีว่าปัญหาในประเทศนี้เยอะมาก แล้วก็บางทีก็จะมีคำถามว่าเราต้องใช้เวลากับเรื่องการต่างประเทศ ในการเดินทางมาต่างประเทศมากน้อยแค่ไหน ก็อยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่าในสภาวการณ์ปัจจุบันที่เศรษฐกิจมีปัญหาทั้งโลก การแก้ปัญหาภายในประเทศของแต่ละประเทศก็ทำกันไป แต่ว่าเศรษฐกิจของเราและของประเทศอื่น ๆ ยากที่จะฟื้นได้ หนึ่ง ถ้าหากว่าไม่มีความเชื่อมั่น และ สองก็คือว่าถ้าไม่มีความร่วมมือในการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด เพราะฉะนั้นแม้ว่าในช่วง ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา ซึ่งก็อยู่ในสมัยประชุมด้วย เราก็มีภารกิจในประเทศมากมาย ผมก็พยายามที่จะหาทางที่จะสร้างความเชื่อมั่นในต่างประเทศกับประเทศคู่ค้าที่มีความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นที่ผมเดินทางไปดาวอส ไม่ว่าจะเป็นเดินทางไปญี่ปุ่นหรือประเทศอาเซียนอื่น ๆ และครั้งนี้ก็มาตามคำเชิญของท่านนายกฯ อังกฤษ โดยเฉพาะได้พูดคุยกันเกี่ยวกับการประชุมสุดยอดที่จะมีขึ้นในกลุ่มประเทศ ๒๐ ประเทศ ซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุด และรวมกันแล้วมีรายได้ถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของทั้งโลกเลย 

ท่านรองเลขาฯ อิสราฯ ก็พูดถูกนะครับ ก็คือว่าพอมีเวลาที่จะต้องมาและสั้นนี้เราก็ทำงานกันทั้งวัน ผมก็มายุโรปก็ได้ค้างคืนเดียว และก็เริ่มทำงานมาถึงนับถึงเวลาที่เราอัดรายการนี้ก็รู้สึกว่าจะมากกว่า ๑๒ ชั่วโมงแล้ว ที่ทำงานกันอย่างต่อเนื่อง และผมถือว่าคุ้มค่า อย่างเมื่อเช้านี้ที่ได้เริ่มต้นคุยกันกับทางผู้บริหารของ Tesco ซึ่งก็เป็นนักลงทุนรายใหญ่ สิ่งที่เราดีใจก็คือว่าไม่ใช่เฉพาะ Tesco แต่ว่าช่วงบ่ายที่ได้ไปพบกับนักธุรกิจด้วยก็คือเรามีเพื่อน หรือมีหุ้นส่วนกับเรานี้เยอะที่อยู่ที่นี่ แล้วก็ยังมีความเชื่อมั่นในพื้นฐานของเรานะครับ และก็มีความตั้งใจที่จะขยายการค้าการลงทุน..."

ผู้ดำเนินรายการ : "การประท้วงการอะไรต่ออะไรใช่ไหมครับ"

คำต่อคำ : "ที่เข้ามารัฐบาลคิดอย่างไร ผมก็ได้บอกกับเขาตรงไปตรงมา แล้วก็ดีใจที่เขาก็มองตรงกับผมก็คือว่าเขาคงไม่สามารถทำธุรกิจได้ ถ้าคนในท้องถิ่นคนในชุมชนไม่ยอมรับเขา แต่ว่าแน่นอนครับการแข่งขันทางธุรกิจก็มีผลกระทบ สิ่งหนึ่งซึ่งผมบอกก็คือว่าเราก็มีหน้าที่ดูแล กำกับดูแลว่าการแข่งขันนี้เป็นธรรม ไม่ได้ไปกลั่นแกล้งไม่ได้ไปเลือกปฏิบัติอะไร และก็ไม่ใช่ว่าเขาเป็นต่างชาติหรือเขาเป็นคนไทย ผมบอกว่าในทุกธุรกิจนี้ ทุกประเทศ รัฐบาลก็มีหน้าที่ดูแลว่าไม่มีการเอารัดเอาเปรียบกัน ระหว่างธุรกิจด้วยกันเอง ระหว่างธุรกิจกับผู้บริโภค เพราะฉะนั้นผมก็บอกเขานะครับว่า ถ้าเรากำลังจะออกกฎหมายค้าปลีกนะครับ เขาไม่ต้องตกใจถ้าเขาแข่งขันอย่างเป็นธรรม แต่ว่าถ้าแน่นอนนะครับมีเงื่อนไขอะไรซึ่งก็เป็นไปตามมาตรฐานสากลที่รัฐเห็นว่าการค้าขายไม่เป็นธรรม เราก็ต้องเข้าไปแก้ไขนะครับ แต่เขาก็ยืนยันนะครับว่าเขาก็ต้องการเป็นมิตรกับประเทศที่เขาเข้าไปลงทุน เขายืนยันว่าตั้งแต่เขาลงทุนมาเขายังไม่เคยเอาเงินกลับมาเลยนะครับ เขาเอาเงินลงทุนเพิ่มเติม ซึ่งก็เป็นการสร้างงานสร้างโอกาส และเขาก็รับกับผมนะครับว่าเขาจะพยายามไปทำงานใกล้ชิดกับร้านค้าขนาดเล็ก โชห่วย มากขึ้น ว่ามีอะไรที่จะทำให้อยู่ร่วมกันได้ ก็ถือว่าเป็นนโยบายที่เข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกันนะครับ

และพูดถึงเรื่องธุรกิจแล้วนี้ นอกจากที่พบกับเขาและรัฐมนตรีคลังก็มาพบกับนักลงทุนในอีกหลาย ๆ ส่วน และที่ผมไปพูดกับนักธุรกิจในช่วงบ่ายแล้ว ในช่วงกลางวันผมก็ได้มีโอกาสเฝ้าฯ ดยุค ออฟ ยอร์ก นะครับ ซึ่งพระองค์ท่านก็ทรงเป็นผู้แทนพิเศษทางด้านการค้าการลงทุนของที่นี่ด้วย สิ่งที่พระองค์ท่านทำเป็นประจำคือว่า รวบรวมนักธุรกิจให้มาพบปะกับรัฐบาลในหลาย ๆ ประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทย แล้วก็ทรงเยือนประเทศไทยมาค่อนข้างที่จะเรียกว่าเกือบทุกปี เพื่อที่จะดูลู่ทางของการลงทุนเพิ่มขึ้น บรรยากาศก็เช่นเดียวกันครับเป็นไปด้วยดี มีความสนใจ และเขาก็ยอมรับเลยนะครับว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ผ่านมาก็ช่วยให้เขามีความสบายใจมากยิ่งขึ้น ในแง่ของเสถียรภาพ ฉะนั้นถ้าเราสามารถรักษาบรรยากาศของบ้านเมืองของเราได้อย่างนี้  ผมก็เชื่อมั่นว่าเรื่องการค้าการลงทุนก็คงจะเข้ามามากขึ้น"

(กลับไปด้านบน)

- นายกฯ อภิสิทธิ์ เยือนอังกฤษในฐานะประธานอาเซียน และผู้นำประเทศ
ประเด็น : การเดินทางไปประเทศอังกฤษครั้งนี้ได้มีการแลกเปลี่ยนพูดคุยกันในระดับทวิภาคี และได้ระชับความสัมพันธ์ตั้งแต่ระดับราชวงศ์ถึงประชาชน ทั้งยังได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวด้วย การที่ทั้งยุโรปและสหรัฐฯ มองว่าเอเชียเข้มแข็งคือไม่มีปัญหาเรื่องระบบสถาบันการเงิน สามารถมีส่วนร่วมในการที่จะช่วยให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวขึ้นมาได้ ซึ่งวิกฤตเศรษฐกิจโลกขณะนี้ได้ส่งผลกระทบไปยังประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย แม้ว่าจะไม่มีปัญหา แต่คนของเอเชียก็เจ็บ เนื่องจากระบบสวัสดิการและการดูแลทางสังคมยังไม่มีการพัฒนาได้ดีเท่าที่ควร

ผู้ดำเนินรายการ : "ที่ท่านมาในคราวนี้ ในฐานะเป็นประธานอาเซียน และในฐานะเป็นผู้นำของประเทศไทยนะครับ ผมถามนิดหนึ่งนะครับว่า แยกแยะได้ไหมครับหรือว่าในสถานภาพอันเดียวกัน คือคนอาเซียนได้อะไรขึ้นมา และคนไทยได้อะไรขึ้นมาครับ"

นายกรัฐมนตรี : "ที่จริงแล้วผลประโยชน์ของไทยกับผลประโยชน์ของอาเซียนก็คงไม่ขัดกันนะครับ ไปในทางเดียวกัน ในแง่ของความสัมพันธ์ทวิภาคีก็มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันบ้าง แต่โดยที่ปัญหาค่อนข้างน้อย ความสัมพันธ์ก็ค่อนข้างลึกซึ้งตั้งแต่ระดับราชวงศ์ถึงประชาชน อย่างที่ท่านทูตฯ ได้กล่าวไป ก็ไม่ได้มีอะไรตกค้างมากนะครับ มีข่าวดีบางเรื่อง เช่น เขาก็ได้ช่วยเราในเรื่องของปัญหาการส่งออกเนื้อไก่เข้ามาสหภาพยุโรป อย่างนี้เป็นต้น และรวมไปถึงอย่างที่ได้พูดคุยไปแล้วว่า มีหลายบริษัทที่ดูแลในเรื่องของช่องทางการลงทุนการค้าการขายเพิ่มขึ้น และผมก็มาเปิดงานท่องเที่ยวด้วย ที่จริงผมก็เพิ่งทราบว่าปีที่ผ่านมามีคนอังกฤษไปเที่ยวเมืองไทย ๙๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งถือว่าเยอะมากนะครับ และน่าดีใจก็คือว่าคนเหล่านี้ก็ยังกลับไปประเทศไทย และตัวเลขการท่องเที่ยวในส่วนของนักท่องเที่ยวยุโรปก็ค่อนข้างที่จะฟื้นตัวได้ค่อนข้างรวดเร็ว ซึ่งอันนี้เราก็จะเดินหน้ามาอย่างต่อเนื่อง ท่านรัฐมนตรีท่องเที่ยวฯ ท่านก็มา มาที่เบอร์ลินด้วย รู้สึกจะไปที่สเปนด้วย และก็มาที่ประเทศอังกฤษ

แต่ในหมวกของการเป็นประธานอาเซียน สิ่งที่ผมถือเป็นหน้าที่ก็คือว่า ทำอย่างไรในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจโลกนี้ เสียงของเศรษฐกิจที่กำลังพัฒนา เศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นมาใหม่ ๆ ทั้งหลาย จะสามารถมาถึงบรรดามหาอำนาจ บรรดาเศรษฐกิจซึ่งถือว่าพัฒนาแล้วนะครับ ประเด็นหลักที่ผมได้แลกเปลี่ยนพูดคุยก็คือว่า จริง ๆ เขามองเอเชีย จริง ๆ ท่านทูตฯ ใช้คำว่าเราอาจจะมีข่าวดีมา พวกเราที่อยู่เมืองไทยก็คงตกใจว่าข่าวดีอะไร เพราะเราก็เจอปัญหาหนักหน่วง ซึ่งก็เป็นเรื่องจริงนะครับ ตัวเลขติดลบเรื่องส่งออก เรื่องท่องเที่ยว หรือการเติบโตทางเศรษฐกิจก็ไปทั่วเอเชีย แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้งยุโรปและสหรัฐฯ มองว่าเอเชียเข้มแข็งอยู่ก็คือว่า เราไม่มีปัญหาเรื่องระบบสถาบันการเงินเลย เพราะฉะนั้นตรงนี้จะอย่างไรก็ตามเขาก็ค่อนข้างเชื่อว่า เราสามารถมีส่วนร่วมในการที่จะช่วยให้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวขึ้นมาได้ ผมก็ต้องการให้เขาเข้าใจด้วยว่าวิกฤตเศรษฐกิจโลกขณะนี้เวลามันกระทบไปประเทศอย่างเอเชียนี้ แม้เราไม่มีปัญหาระบบสถาบันการเงินนี้ แต่คนของเราเจ็บ ที่สำคัญก็คือว่าในเศรษฐกิจอย่างเรานี้ ระบบสวัสดิการและการดูแลทางสังคมนี้ มันไม่ได้พัฒนาเท่ากับประเทศของเขา เวลาคนตกงาน เวลาคนเจ็บไข้ได้ป่วย หรืออะไรก็แล้วแต่ เขาต้องตระหนักถึงตรงนี้ว่าผลกระทบในแง่ของวิกฤตเศรษฐกิจนี้ เวลาไปถึงคนจน แล้วในประเทศที่ยากจนนี้มันจะกระทบหนักหนาสาหัส

เพราะฉะนั้นสิ่งที่คาดหวังก็คือว่า เวลาที่ประชุมจี ๒๐ ต้นเดือนเมษายนนี้ มีคำตอบที่ชัดเจนว่าเราจะมีวิธีการในการดูแลประเทศเหล่านี้ และคนที่ด้อยโอกาสที่สุดนี้อย่างไร ซึ่งก็จะหมายถึงการปฏิรูป บทบาทของสถาบันอย่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ ธนาคารโลก ว่าจะมีวิธีการในการที่จะนำเงินมาช่วยเหลือเศรษฐกิจเหล่านี้ได้อย่างไร นอกเหนือจากการมาแลกเปลี่ยนและยืนยันว่า นโยบายการเงินการคลังของทั้งโลกจะต้องสอดคล้องกัน และที่สำคัญก็คือว่าได้มีความพยายามที่จะใช้วิธีการกีดกันทางการค้า เพื่อที่จะหาทางออกสำหรับตัวเอง และพอทุกคนทำก็คือทุกคนก็จมลงไปด้วยกันนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นการแลกเปลี่ยนที่สำคัญในแง่ของประธานอาเซียน และต้นเดือนเมษายนผมก็ต้องเดินทางกลับมาที่นี่อีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่จะร่วมประชุมเป็นทางการกับเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก ๒๐ แห่ง"

(กลับไปด้านบน)

- เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
ประเด็น : เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเป็นสิทธิในระบอบประชาธิปไตยเป็นเรื่องธรรมดาที่ภายในประเทศที่จะมีความคิดเห็นแตกต่างกัน แต่ควรจะคำนึงถึงหน้าตาของประเทศชาติบ้างในการคัดค้านต่อต้านและการใช้สิทธิเสรีภาพนั้นต้องไม่กระทบกระเทือนต่อการกระทำซึ่งอาจจะล่อแหลมต่อการผิดกฎหมาย

ผู้ดำเนินรายการ : "...ในฐานะที่ท่านเป็นทูตฯ ที่นี่ และในฐานะที่ท่านจะต้องเป็นผู้บรรยาย มีความคิดเห็นอย่างไรครับที่คนไทยเราจะออกไป จะเรียกว่าคัดค้าน หรือจะออกมาต่อต้าน อย่างไรนะครับ จะมีข่าวมากน้อยขนาดไหนครับ"

เอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน : "ในความเห็นของผมนะครับ เรื่องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นนั้นก็เป็นสิทธิในทางประชาธิปไตย และก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ภายในประเทศจะมีความคิดเห็นต่างกัน แต่ใจผมก็อยากจะให้คนไทยนึกถึงหน้าประเทศชาติเหมือนกันว่าเวลาอย่างการเยือนของนายกรัฐมนตรีเป็นการเยือนในนามของรัฐบาลไทย ท่านมาทำหน้าที่ให้กับประเทศไทย ฉะนั้นผมคิดว่านอกจากเป็นความภาคภูมิใจแล้ว ก็น่าจะเป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะให้ความร่วมมือให้การสนับสนุน สำหรับวันที่ผ่านมา วันนี้ถ้าผมนับไม่ผิด รายการหลัก ๆ และมีรายการแทรกเข้ามาอีก สิ่งที่ผมได้เห็นก็คือบรรยากาศที่ดีมาก ความเข้าใจที่ดีมาก และมีความหวังในความร่วมมือที่ดีมากที่จะก้าวไปข้างหน้าพร้อม ๆ กัน หรืออย่างที่ท่านนายกฯ ว่า ทางสหราชอาณาจักรหรือประเทศอังกฤษนี้เป็นประเทศที่เป็นตลาดที่สำหรับส่งออกของไทยใหญ่ที่สุด มูลค่าประมาณ ๓,๗๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐฯ และมีนักท่องเที่ยวสูงที่สุดจากยุโรป และก็เป็นนักลงทุนระดับต้น ฉะนั้นการที่อังกฤษมีความมั่นใจกับประเทศไทยนั้น มันมีความหมายอย่างมากสำหรับประเทศจากยุโรป"

คำต่อคำ : "สำหรับผมนี้ ผมก็ถือว่าเรื่องเสรีภาพเป็นเรื่องที่ผมเคารพ และแน่นอนครับใจผมเวลาเราออกไปเยือนประเทศต่าง ๆ นะครับเราก็อยากให้เขาได้เห็นภาพที่ดี แต่ว่าผมเป็นนักประชาธิปไตย ผมเข้าใจดีว่าในสังคมเราซึ่งมีความเห็นที่แตกต่างหลากหลายอยู่นี้ จะมีการแสดงออกบ้างในรูปแบบต่าง ๆ นี้ผมรับได้นะครับ ตราบเท่าที่การแสดงออกนั้น ๑. ไม่มีลักษณะของการก่อความวุ่นวายความรุนแรง กับ ๒.ไม่มาปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของผมด้วย ในการที่จะแสดงความคิดความอ่านต่าง ๆ นะครับ ผมยังเชื่อว่าไม่มีปัญหานะครับ แต่ว่าวันที่รายการนี้ออกไป พรุ่งนี้ก็จะผ่านพ้นไปแล้วนะครับ ผมก็คิดว่าที่จริงไม่เพียงแต่ข่าวคราวที่ว่าอาจจะมีคนออกมาแสดงความคิดเห็นคัดค้านอะไรนี้ เราก็ต้องยอมรับว่ารายงานข่าวของสื่อต่างประเทศ ก็ยังมีความคิดเห็นหรือข้อมูลที่ผมมองว่าคลาดเคลื่อนทั้งในเรื่องของประชาธิปไตย ว่ารัฐบาลสถานะของระบบของเราขณะนี้เป็นอย่างไรนะครับ ไม่ว่าจะเป็น อาจจะเป็นเรื่องการบังคับใช้กฎหมายของเรา ซึ่งผมก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะชี้แจงนะครับ ถ้ามีคนที่เข้ามาแล้วก็จะแสดงความคิดเห็นอย่างรุนแรง ผมก็ยินดีที่จะแลกเปลี่ยน ที่จะตอบ และผมคิดว่าถ้าเราทำอย่างนี้ก็ยิ่งเป็นการยืนยันว่ารัฐบาลนี้ และหัวหน้ารัฐบาลมีทัศนคติ มีจิตใจที่มีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

และก็ในช่วง ๑ วันที่ผ่านมานี้ผมก็ให้สัมภาษณ์ทั้ง BBC ทั้งหนังสือพิมพ์ Financial Time's ก็จะมีคำถามซึ่งเราก็จะเห็นในหลาย ๆ โอกาส และผมก็ได้ชี้แจงและผมก็คิดว่า ก็น่าจะทำความเข้าใจให้ดีขึ้นนะครับ และก็ได้ให้เขาได้ข้อมูลจากตัวผมเอง เพื่อยืนยันว่าหลายข่าวซึ่งจะมีข่าวในด้านลบ เช่น เรื่องโรฮิงยาบ้าง เรื่องการปิดเว็บไซต์ หรืออะไรต่าง ๆ นะครับ ผมก็บอกเลยนะครับว่าทุกเรื่องที่เขาวิพากษ์วิจารณ์นี้ผมจะเป็นผู้นำที่ใส่ใจ อย่างเรื่องเว็บไซต์ก็เล่าให้ฟังด้วยนะครับ สัปดาห์ที่ผ่านมาผมก็เชิญกลุ่มพลเมืองที่ใช้เน็ต แม้กระทั่งเจ้าของเว็บไซต์ที่มีปัญหา ผมก็โทรศัพท์ไปพูดคุยด้วย เพื่อที่จะบอกว่าจริง ๆ ความตั้งใจของรัฐบาลนโยบายเป็นอย่างไร ผู้ปฏิบัติ ปฏิบัติไปอย่างไร และจะมีวิธีการใดที่เราช่วยกันดูแลว่าการใช้สิทธิเสรีภาพนั้น ไม่กระทบกระเทือนต่อการกระทำซึ่งอาจจะล่อแหลมต่อการผิดกฎหมาย และเราก็หาวิธีการที่ดีขึ้นในการจัดการกับเรื่องนี้ ผมเป็นคนที่จะพร้อมที่จะพูดคุยเรื่องเหล่านี้ตรงไปตรงมา ทั้งกับคนไทยไม่ว่าอยู่ในประเทศไทยหรืออยู่ต่างแดน ทั้งกับชาวต่างประเทศด้วย และผมก็ถือว่าถ้าเราทำอย่างนี้ไป แม้ว่าเขาจะไม่เห็นด้วยกับเราทุกเรื่อง อย่างน้อยเขาจะยอมรับว่าเราเป็นรัฐบาลที่มีความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงนะครับ ซึ่งนอกจากจะมาตามระบบรัฐสภาแล้ว ทัศนคติในเรื่องของการจัดการกับคนที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างกับการเคารพสิทธิเสรีภาพ กับการใส่ใจและรับผิดชอบต่อสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมจะเป็นการยืนยันถึงการเติบโตของประชาธิปไตยไทยด้วย..."

(กลับไปด้านบน)

* ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)
จากรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๐.๐๐ น.
คลิ๊ก เพื่ออ่านคำต่อคำ

คลิ๊ก เพื่อชม VDO รายการเต็ม

* ผู้ดำเนินรายการ คือ นายอิสรา สุนทรวัฒน์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง
   เอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน คือ นายกิตติ วะสีนนท์

(กลับไปด้านบน)

* คลิ๊กเพื่อดู Clips VDO
คลิ๊กเพื่อดู "แก้เศรษฐกิจและช่วยเหลือเกษตรกร"

คลิ๊กเพื่อดู "แก้ปัญหาความมั่นคงของชาติ"

คลิ๊กเพื่อดู "นายกฯ อภิสิทธิ์พบปะกับผู้บริหาร Tesco"

คลิ๊กเพื่อดู "ประโยชน์จากนายกฯ ประสานความร่วมมือ"

คลิ๊กเพื่อดู "ปาฐกถาที่ Oxford"

(กลับไปด้านบน)