ยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อม บริหารราคาสินค้าเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ ประเด็นเด่นในปฏิรูปการศึกษา การเมืองแบบอภิสิทธิ์ (๓๑ พ.ค. ๕๒)

- ๓ วันสำคัญของโลกกับนโยบายรัฐ
- ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม
- นำร่องประกันราคา v.จำนำสินค้าเกษตร
- ประเด็นเด่นในการปฏิรูประบบการศึกษา
- การเมืองแบบอภิสิทธิ์ : ประสิทธิภาพ โปร่งใส ส่วนร่วม
- กู้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจรองรับการลงทุน
- เสียงประชาชน : ๓ เรื่องที่ต้องปรับปรุง
. . . บังคับใช้กฎหมายปราบปรามยาเสพติดอย่างเด็ดขาด
. . . หัวใจการแก้ปัญหาภาคใต้คือการพัฒนา
. . . เปิดให้ประชาชนแจ้งเบาะแสการทุจริต ฯ
- ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-เกาหลี
- ประชาชนกับการประท้วง รอยร้าวในรัฐบาล?
* ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)
* คลิ๊กเพื่อดู Clips VDO

  - ๓ วันสำคัญของโลกกับนโยบายรัฐ
ประเด็น : ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีวันสำคัญของโลกถึง ๓ วันคือ วันงดสูบบุหรี่โลก ตรงกับวันที่ ๓๑ พฤษภาคม รัฐบาลได้มีมาตรการที่สอดรับกับวันงดสูบบุหรี่คือ การต่อต้านรณรงค์ให้งดสูบบุหรี่ทั้งยังได้ใช้มาตรการการขึ้นภาษี ส่วนวันที่ ๑ มิถุนายน เป็นวันดื่มนมโลก รัฐบาลสนับสนุนให้ดื่มนมแม่ และเพิ่มให้เด็กนักเรียนดื่มนม จากเดิมสนับสนุนถึง ป.๔ ปัจจุบันจนถึง ป.๖ และวันที่ ๕ มิถุนายน เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับเรื่องของการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยสนับสนุนให้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างชาญฉลาด ไม่มุ่งพัฒนา จนทำให้ทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมไป

ช่วยกันรณรงค์ให้คนสูบบุหรี่น้อยลง

คำต่อคำ : "อย่างไรก็ตามครับ วันนี้ที่ออกอากาศอยู่จะเป็นวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ก็จะเป็นวันงดสูบบุหรี่โลกครับ ผมจึงได้ใส่เสื้อวันนี้มาร่วมรณรงค์กับเขาด้วยนะครับ จะเห็นมีตราสัญลักษณ์อยู่ตรงนี้ครับ ที่เป็นการเตือนภัยในเรื่องของควันบุหรี่ อยากจะถือโอกาสนี้บอกกับพี่น้องประชาชนนะครับ ว่าเรื่องของบุหรี่นั้นเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และสิ่งที่รัฐบาลไทยหลายยุคหลายสมัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยความร่วมมือจากองค์กรภาคเอกชน ที่ทำงานในเรื่องของการรณรงค์ต่อต้าน หรือรณรงค์ให้คนงดสูบบุหรี่ ก็ได้ทำงานมาอย่างหนักอย่างต่อเนื่อง มีมาตรการหลายมาตรการนะครับ เช่น มาตรการในการห้ามโฆษณา นอกเหนือจากมาตรการในเรื่องของการรณรงค์ และที่สำคัญในช่วงหลังก็คือว่า มีการใช้มาตรการทางด้านภาษีมาเป็นตัวที่จะช่วยสกัดกั้นให้คนนั้นสูบบุหรี่น้อยลง และรัฐบาลนี้ได้เดินหน้าตามแนวทางนี้ต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่ามีการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อขยายเพดานในเรื่องของภาษีบุหรี่ และมีการจัดเก็บอัตราที่สูงขึ้น ซึ่งผมทราบว่าทำให้คนที่สูบบุหรี่อาจจะบอกว่าเดือดร้อน

แต่ก็อยากจะบอกครับว่าทั้งหมดที่ทำก็เพื่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนคนไทยเอง สิ่งที่คงจะต้องเน้นย้ำในช่วงนี้ก็คือว่า นอกเหนือจากคนที่สูบบุหรี่แล้ว คนที่สูดควันบุหรี่จากการที่คนอื่นสูบบุหรี่ ก็ตกอยู่ในภาวะอันตรายในเรื่องของสุขภาพเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น อยากจะขอความร่วมมือหน่วยราชการ หน่วยงานภาคเอกชน พี่น้องประชาชนครับว่าเราจะทำกันอย่างไร ที่จะช่วยกันรณรงค์ให้คนของเราสูบบุหรี่น้อยลง สำหรับผู้สูบ ถ้าสามารถเลิกได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดี และถ้าหากว่าท่านคิดว่าเป็นเรื่องของตัวท่านเอง ก็ต้องบอกครับว่าใครที่สูดควันบุหรี่ที่ท่านสูบเข้าไป ก็อยู่ในภาวะอันตรายด้วย ผมอยากให้ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับในเรื่องของการประสบความสำเร็จในการรณรงค์เรื่องนี้ เพราะว่ามีการศึกษามีการประเมินเหมือนกันว่า ตั้งแต่เราเริ่มรณรงค์มาอย่างจริงจังนั้น เขาคำนวณมามีคนที่สูบบุหรี่น้อยกว่า ถ้าหากว่าเราอยู่เฉย ๆ มากถึง ๔ ล้านคน เพราะฉะนั้น วันนี้ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญที่โลกกำหนดให้เป็นวันงดสูบบุหรี่ ก็ขอความร่วมมือในเรื่องนี้ด้วย"

รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณให้เด็กดื่มนมจนถึง ป.๖

คำต่อคำ : "ความจริงในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ครับ ก็มีวันที่โลกกำหนดให้เป็นวันรณรงค์หรือวันสำคัญในด้านต่าง ๆ วันที่ ๑ มิถุนายน ก็เป็นวันดื่มนมโลก ครับ ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ประเทศไทยเองได้มีการรณรงค์มาอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือว่า เราสนับสนุนให้เด็กในโรงเรียนได้ดื่มนม รัฐบาลนี้ได้เพิ่มเรื่องของการให้เด็กนักเรียนดื่มนม จากเดิมสนับสนุนถึง ป.๔ ปัจจุบันนี้ได้มีการจัดงบประมาณและกำหนดโครงการให้เด็กในโรงเรียนได้ดื่มนม ถึงประถม ๖ คือจนถึง ป.๖ แล้ว ซึ่งก็เป็นการช่วยเหลือเรื่องของเกษตรกรทางด้านโคนมด้วย เพราะฉะนั้น นี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งประเทศไทยให้ความสำคัญ และเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากต่อสุขภาพของเด็กของคนไทยเช่นเดียวกัน ที่จริงถ้าเราสังเกตดูนะครับว่าระยะหลังนับตั้งแต่ที่มีการรณรงค์ให้เด็กดื่มนม เราจะพบครับว่าเด็กรุ่นใหม่ เด็กเยาวชนของเราร่างกายจะเติบโตรวดเร็วนะครับ และก็มีร่างกายใหญ่โตขึ้นเทียบกับในอดีต อันนี้ก็จะเห็นได้ชัดว่าเป็นประโยชน์ที่เกิดขึ้น ในขั้นต่อไปนั้น สิ่งที่รัฐบาลจะต้องไปดูมากขึ้นก็คือในส่วนของเด็กก่อนเข้าโรงเรียน คือเด็กประถมวัย เด็กเล็ก ซึ่งเราจะต้องช่วยกันดูแลให้เด็กเหล่านี้ได้รับนมที่เพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงแรกก็คือสนับสนุนให้ดื่มนมแม่ นั่นก็คือวันที่ ๑ นะครับ"

การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างชาญฉลาด

สร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการที่ใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
คนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจแบบยั่งยืน

(กลับไปด้านบน)

- ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม

คำต่อคำ : "พอถึงปลายสัปดาห์วันที่ ๕ มิถุนายนครับ เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลกด้วยครับ วันสิ่งแวดล้อมโลกนี้ก็เป็นวันที่ทางโลกก็จะมีการรณรงค์ในเรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในขณะนี้ก็คือความตื่นตัวในเรื่องของปัญหาโลกร้อน เรื่องปัญหาความแปรปรวนในเรื่องของภูมิอากาศ ดินฟ้าอากาศ ก็อยากจะเรียนเช่นเดียวกันนะครับว่า รัฐบาลนี้ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องของการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งคำว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนนั้น นอกเหนือในเรื่องของเสถียรภาพทางเศรษฐกิจแล้ว แน่นอนที่สุดก็คือเรื่องของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างชาญฉลาด เราต้องเก็บทรัพยากรธรรมชาติเอาไว้ให้ลูกหลานของเรามีใช้ด้วย ไม่ใช่ว่ามุ่งในเรื่องของการพัฒนา จนทำให้ทรัพยากรธรรมชาตินั้นเสื่อมไป"

สร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการที่ใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

คำต่อคำ :
"ก็อยากจะเรียนครับว่า มีมาตรการและนโยบายอยู่หลายเรื่อง ซึ่งรัฐบาลต้องการจะผลักดันเป็นนโยบายสำคัญ และได้ดำเนินการอยู่ เริ่มต้นตั้งแต่ในเรื่องของการสนับสนุนพลังงานทดแทน กระทรวงพลังงานทำอย่างต่อเนื่อง มีการกำหนดแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนของการพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อภาคการเกษตรหรือเกษตรกรด้วย พร้อมๆ กับการที่จะลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน เรื่องนี้สิ่งที่เราทำต่อเนื่องก็คือกำหนดโครงสร้างทั้งในเรื่องภาษี ราคารับซื้อไฟฟ้าจากการใช้เชื้อเพลิงที่เป็นการผลิตที่เป็นพลังงานทดแทนให้เกิดแรงจูงใจ ให้โครงสร้างในเรื่องของพลังงานของเรานั้น มาใช้พลังงานทดแทนมากยิ่งขึ้น อันนี้ก็จะเป็นงานที่ทำต่อเนื่อง ขณะเดียวกันครับในการพัฒนาเศรษฐกิจ หรือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ภาคอุตสาหกรรม ภาคลงทุนเอง ขณะนี้กำลังดูในเรื่องของการเพิ่มพูนสิทธิประโยชน์ แรงจูงใจ ในการลงทุน สำหรับกรณีที่ผู้ประกอบการนั้นตัดสินใจที่จะเปลี่ยนเทคโนโลยี อาจจะเป็นภาคอุตสาหกรรมก็ได้ จะเป็นภาคการท่องเที่ยวก็ได้ ที่จะมาใช้เทคโนโลยีแล้วเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือลดความสิ้นเปลืองในการใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงนี้ก็เป็นกลยุทธ์สำคัญหรือยุทธศาสตร์สำคัญต่อไปในอนาคตด้วย เพราะว่าภาคที่มีความสำคัญกับเศรษฐกิจไทย ไม่ว่าจะเป็นภาคการท่องเที่ยว หรือภาคอุตสาหกรรม เรายังสามารถปรับปรุงในแง่ของเทคนิคการผลิต ในแง่ของการก่อสร้างอาคาร ในแง่ของการลงทุนอีกหลายต่อหลายด้าน ซึ่งรัฐบาลก็จะให้แรงจูงใจ สำหรับทุก ๆ รายที่สามารถที่จะมาปรับปรุงในเรื่องของการใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และก็เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ผมยังเชื่อมั่นนะครับว่า เรายังทำอะไรได้อีกมาก

และนอกเหนือจากภาพใหญ่ในเรื่องพลังงาน อุตสาหกรรม หรือการท่องเที่ยว แล้ว สุดท้ายก็อยากจะย้ำกับ พี่น้องประชาชนทุกคนนะครับว่า ในเรื่องของสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นเรื่องที่พวกเราทุกคนมีส่วนร่วม และมีส่วนช่วยได้ ที่จริงแล้วถามว่าปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาโลกร้อน ที่เกิดขึ้น เป็นฝีมือของใคร ก็ต้องบอกนะครับว่า จริง ๆ แล้วก็เป็นฝีมือของพวกเราทุกคน เพราะฉะนั้น เมื่อเรามีส่วนร่วมในการสร้างปัญหา เราก็ต้องร่วมกันแก้ไข แนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเองก็เป็นแนวพระราชดำริ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานไว้ ส่งผลในเรื่องของการรักษาความสมดุลในทุก ๆ ด้าน ซึ่งรวมถึงความสมดุลทางด้านธรรมชาติ ทางด้านทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมโดยรวม โครงการในเรื่องของชุมชนพอเพียงที่เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนจัดทำโครงการมาขอสนับสนุนเงินทุนจากภาครัฐ ก็เป็นโครงการที่ให้โอกาสในเรื่องของโครงการใดก็ตามที่จะมีส่วนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม"

คนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจแบบยั่งยืน

คำต่อคำ :
"และเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมานี้ ผมได้มีโอกาสไปเปิดโครงการในเรื่องของการสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจ โดยอาศัยแนวพระราชดำริหรือปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) รับผิดชอบอยู่ สิ่งที่สำคัญในวันนั้นที่ผมมีความรู้สึกพออกพอใจก็คือว่า ได้มีเครือข่ายของประชาชน และที่สำคัญที่สุดก็คือเครือข่ายของเยาวชนครับ ได้มาช่วยรณรงค์งานทางด้านนี้ แล้วก็ได้เน้นย้ำว่าเรื่องของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ต้องเริ่มต้นจากแนวคิด และมีการรณรงค์ให้คิดอย่างยั่งยืน มีการเปิดเว็บไซต์ www.mosothai.com mo ย่อมาจาก moderation ความพอประมาณ ความพอเพียงนั่นเอง ส่วน so ย่อมาจาก society คือสังคม อันนี้ก็เป็นกิจกรรมซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีว่า คนรุ่นใหม่ได้มีความตื่นตัวในเรื่องนี้ และจะมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจแบบยั่งยืน ซึ่งจะสอดคล้องกับเป้าหมายของโลกในเรื่องของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม นั่นเอง เพราะฉะนั้น ในสัปดาห์หน้ามีวันสำคัญ ๆ ที่ชาวโลก ประชาคมโลก ให้ความสนใจ และผมก็อยากให้ประเทศไทยคนไทยของเราได้เป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องเหล่านี้"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>

(กลับไปด้านบน)

- นำร่องประกันราคา v.จำนำสินค้าเกษตร

คำต่อคำ : "อย่างกรณีปัญหาของสินค้าเกษตร ผมต้องเรียนครับว่ากระทรวงพาณิชย์ก็อยู่ในฐานะที่น่าเห็นใจนะครับ รัฐบาลนี้เข้ามาต้องมาสานต่อโครงการการรับจำนำพืชผลการเกษตร ที่มีการตั้งราคาไว้ค่อนข้างที่จะสูงเกินความเป็นจริง และนำไปสู่การที่มีการนำเอาสินค้าต่าง ๆ เข้ามาจำนำจำนวนมาก แล้วก็ทำให้สต็อกของสินค้าเกษตรเหล่านี้ของรัฐสูงมาก และมีความจำเป็นที่จะต้องระบาย ระบายก็ต้องไม่ให้เสื่อมคุณภาพ ระบายโดยไม่ให้กระทบตลาด ก็มีปัญหามาก แต่รัฐบาลก็ยืนยันครับว่า ในอดีตที่ผ่านมาต้องยอมรับ โดยเฉพาะในช่วงปีที่แล้วซึ่งมีการเริ่มต้นการจำนำสินค้าเกษตรอย่างนี้ ในการระบายไปนั้น รัฐบาลเสียหายมากในแง่ของการขาดทุน และถ้าเราไปดูครับ เงินที่ขาดทุนไป บางทีเป็นหมื่นล้าน มาคำนวณดูจริง ๆ และมาดูจำนวนคนที่เข้าสู่โครงการรับจำนำที่ได้ประโยชน์ไปไม่มากครับ

เพราะฉะนั้น สิ่งที่เรากำลังทำในขณะนี้ก็คือ ๑. ในแง่ของการระบายสินค้า ทำหลักเกณฑ์ให้เรียบร้อย และเรื่องนี้มีคณะทำงานที่ทางคณะรัฐมนตรีได้ตั้งขึ้นมา ประชุมกันเรียบร้อย จะเสนอหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในวันพุธที่จะถึงนี้ ซึ่งผมมั่นใจว่าจะทำให้แนวทางการระบายสินค้านั้น สามารถรักษาประโยชน์ของประเทศชาติได้มากขึ้น ทั้งในแง่ของการขาดทุนน้อยลง หรือถ้าไม่ขาดทุนได้ก็ยิ่งดี รวมไปถึงการระบายสินค้าในลักษณะที่ไม่ไปกระทบกับราคาพืชผลการเกษตรในตลาด ขณะเดียวกันในระยะยาว เราก็จะต้องมาปรับแนวทางของการแทรกแซงพืชผลทางการเกษตร ขณะนี้สิ่งที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติไปแล้วคือกรณีของมันสำปะหลัง ที่จะเริ่มต้นวิธีใหม่ครับ คือว่าเราจะรับจดทะเบียนเกษตรกรที่ปลูกมันตั้งแต่ต้นฤดูกาลเลยนะครับ แล้วก็เมื่อเข้ามาจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว จะมีการกำหนดราคาที่เรียกว่าเป็นราคาประกันที่จะไปใช้ ขณะนี้กำหนดไว้ที่ ๑.๗๐ บาท เมื่อพี่น้องเกษตรกรได้เอาผลผลิตออกมาขายแล้ว ถ้าได้ต่ำกว่าราคานี้เท่าไหร่ รัฐบาลก็จะชดเชยให้กับทุกรายที่มาขึ้นทะเบียนตามโครงการนี้

เพราะฉะนั้น โครงการนี้จะเป็นโครงการที่ทุกคนนะครับที่เป็นเกษตรกร แล้วมาขึ้นทะเบียน และก็เปิดโอกาสให้ขึ้นกันทุกคน ได้ประโยชน์อย่างทั่วถึง จะไม่เหมือนกับกรณีจำนำ ซึ่งเราเห็นแล้วครับว่า เราเปิดรับจำนำได้ ก็ต้องกำหนดโควตา และจะมีคนจำนวนน้อยเท่านั้น และคนที่อยู่นอกโควตาก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยจากโครงการนี้ แล้วก็แนวทางที่เราทำใหม่นี้ ก็จะเป็นแนวทางซึ่งไม่มีภาระของภาครัฐในการที่จะต้องมาเก็บสินค้าในสต็อก และมาบริหารจัดการให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ก็จะเป็นแนวทางที่จะนำร่องไปนะครับ สินค้าตัวอื่น ๆ ความจริง ข้าว ในส่วนของ ๒ แสนตัน ที่เป็นข้าวหอม ที่ทุ่งกุลา กำลังนำร่องทำโครงการนี้เช่นกัน อาจจะต้องมีการปรับปรุงโครงการตามความเหมาะสมต่อไป แต่ผมคิดว่าเรากำลังหมุนมาสู่รูปแบบของการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่อิงกับความเป็นจริง อิงกับกลไกตลาดได้มากขึ้น แล้วก็ขณะเดียวกันก็ตอบสนองเป้าหมายที่ต้องการให้พี่น้องเกษตรกรมีรายได้ดีขึ้น"

ผู้ดำเนินรายการ : "พยายามหาทางเลือก หาหนทางที่ดีที่สุด ก็คาดว่าในสัปดาห์หน้า"

คำต่อคำ :
 "วันพุธนี้น่าจะเรียบร้อยในแง่ของรูปแบบวิธีการของการระบายสินค้า"

ผู้ดำเนินรายการ : "เพราะเมื่อสักครู่ ผมฟังท่านว่ายิ่งเก็บเอาไว้ในสต็อก คุณภาพก็เสีย ราคาก็ตก"

คำต่อคำ :
"เก็บไว้ก็มีปัญหาเยอะ"


<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>

(กลับไปด้านบน)

- ประเด็นเด่นในการปฏิรูประบบการศึกษา
ประเด็น : การปฏิรูปการศึกษานั้นเบื้องต้นรัฐบาลได้ดำเนินการโดยการให้โอกาสทางการศึกษา โดยได้มีโครงการเรียนฟรีเพื่อสนับสนุนเด็กให้มีโอกาสทางการศึกษา และปัญหาด้านต่างๆ ก็พยายามติดตามแก้ไขอย่างเร่งด่วน ทั้งเรื่องของเงินกู้เงินก็มีการขยายวงเงิน และด้านคุณภาพก็ปรับปรุงมาตรฐานการศึกษาให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

ผู้ดำเนินรายการ : "เมื่อสักครู่ผมฟังทางคุณพ่อ ท่านนายกฯ พูดรู้สึกเหมือนในฐานะคนรุ่นใหม่ เรามองเรื่องของปัญหา ณ ปัจจุบัน แต่ประเด็นตรงนี้ ผมไปเล็งว่าเรื่องโรงเรียน เรื่องการศึกษา การปฏิรูประบบการศึกษาในระยะยาวเชิงรูปธรรม จะมีแนวทางแก้ไขอย่างไรบ้างครับ"

คำต่อคำ :
"คือเรื่องของการศึกษา เบื้องต้นคือเราต้องทำเรื่องโอกาสก่อน นั่นคือเรื่องเรียนฟรี ซึ่งยังมีอุปสรรคอยู่ ผมทราบ ไม่ใช่ไม่ทราบนะครับ แต่ว่าอุปสรรคต้องมีกับทุกโครงการ แต่ข้อเท็จจริงก็คือปีนี้เราได้แบ่งเบาภาระ พ่อแม่ผู้ปกครองไปโดยการส่งเงินไปให้เลย เรื่องของอุปกรณ์การเรียนกับเครื่องแบบนักเรียน ส่วนตำราเรียน หนังสือยืมเรียน ตอนนี้ผมให้นโยบายไปแล้วนะครับ คือเด็กยังไม่ค่อยคุ้น หนังสือยืมเนี่ยไม่ชอบอยากขีดเส้นใต้ อยากจดอยากโน๊ต ตามจริง ๑.ก็คืออนุญาตให้ทำ ๒. บอกกระทรวงศึกษาธิการไปแล้วว่า ถ้าคิดว่าไปไม่ได้ ไม่เป็นไร ไม่ต้องยืมก็ได้ จะใช้วิธีให้หรืออะไรก็ทำไป แต่ว่าจริง ๆ ผมเรียนต่างประเทศ ผมจำได้เลยว่าสมัยที่ผมเรียนต่างประเทศ ผมก็ได้หนังสือคนรุ่นก่อน ๆ เขาใช้แล้ว มีรอยขีดเขียน ขีดเส้นใต้ ไฮไลท์อะไรมา ผมคงไม่ได้มีปัญหานะครับ แต่ถ้าคิดว่ามันเป็นอุปสรรค ยังไม่คุ้นไม่เคยก็ค่อยว่า โดยเฉพาะในส่วน ม.๔ ม. ๕ ม. ๖ เพราะเขาถือว่าเขาต้องเก็บคะแนนตอนที่จะสอบเข้า

กองทุนกู้ยืมไปขยายวงเงินปช่วยดูแลให้ ก็เดินหน้าเต็มที่ ทีนี้ปฏิรูปคุณภาพ อันนี้สำคัญมาก ทีนี้จุดหลัก ๆ ที่ผมต้องบอกเลยว่าที่จะทำ คือถ้าจะคุยเรื่องนี้คุยได้เป็นชั่วโมง ๑. เด็กเล็กต้องเสริมมาก ตอนนี้เรื่องโภชนาการ เรื่องศูนย์ดูแลเด็กเล็ก ซึ่งศูนย์ดูแลเด็กเล็กจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ๒. เข้าสู่ระบบโรงเรียน ผมยืนยันว่ากระบวนการเรียนรู้ของระบบการศึกษาไทยขณะนี้ เรียนมากเกินไป ให้สาระมากเกินไป น่าจะให้เรียนจากกิจกรรมมากขึ้น ฝึกให้คิด ฝึกให้ทำงาน"

ผู้ดำเนินรายการ : "อย่างที่โบพูดเรื่องหลักสูตรการเรียนการสอน"

คำต่อคำ :
"ซึ่งปัญหาก็คือตรงนี้พอจะไปทำ แต่ว่าถ้าไม่สามารถไปแก้ระบบการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งยังเน้นการทดสอบความรู้ ถึงรัฐบาลจะทำอย่างไรไป แต่ว่าครู อาจารย์ โรงเรียน ผู้ปกครอง เด็กนักเรียนก็มัวแต่กังวลว่าจะสอบเข้าอย่างไร เพราะฉะนั้น ต้องไปแก้ตรงนั้นด้วย"

ผู้ดำเนินรายการ : "ท่านนายกฯ คนรุ่นใหม่คาดหวังกับท่านมากนะครับ ในเรื่องปฏิรูปการศึกษา"

คำต่อคำ :
"ซึ่งตรงนี้ผมได้ไปคุยกับที่ประชุมอธิการบดีมาแล้วครั้งหนึ่ง เราต้องแก้ตรงนั้นด้วย ถัดมาก็คือว่าระบบเราไม่สมดุล เรียนอาชีวะน้อยลง เรียนสายสามัญมากไป และก็เรียนวิทยาศาสตร์น้อยไป เรียนสังคมศาสตร์มากไป ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องสัดส่วนของนักเรียน อันนี้ก็ต้องแก้ มีอีกเยอะ และเมื่อวันพฤหัสบดีหรือวันศุกร์ที่ผมประชุม ก.พ. ก็มีการเอาปัญหาเรื่องครูมาดู ผมก็บอกว่าต่อไปนี้อย่าไปดูภาพรวม ตรงนั้นชอบเถียงกันว่าตกลงครูขาด หรือครูเกิน จริง ๆ ตอบไม่ได้หรอกครับ เพราะอะไรครับ มันต้องไปดูลึกลงไปแต่ละโรงเรียน โรงเรียนเล็ก ๆ มีเด็ก ๒๐ คน มีครู ๒ คน เท่ากับครู ๑ คนต่อเด็ก ๑๐ คน นี่เกินเกณฑ์นะครับ แต่จริงๆ หมายความว่าครู ๑ คน สอน ป.๑ ป.๒ ป.๓ อีกคนสอน ป.๔ ป.๕ ป.๖ บอกไม่ใช่ ต้องบริหารจัดการอย่างไร แล้วก็ภาพรวมครูอาจจะพอในการกระจายครู และภาระครูตอนนี้ คืนครูให้นักเรียน"

(กลับไปด้านบน)

- การเมืองแบบอภิสิทธิ์ : ประสิทธิภาพ โปร่งใส ส่วนร่วม
ประเด็น : นายกฯ อภิสิทธิ์ พยายามหาทางช่วยให้บ้านเมือง และการเมืองมีการพัฒนา มีการเรียนรู้ สร้างการมีส่วนร่วมในการสร้างระบบ ทั้งยังได้ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและความโปร่งใส และยังได้เป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์โรคเอดส์ด้วย โดยการเป็นเป็นพรีเซ็นเตอร์

ผู้ดำเนินรายการ : "ท่านครับตรงนี้เป็นที่เข้าใจแล้ว ท่านพูดถูกว่าเรื่องความขัดแย้ง เรื่องทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงก็เป็นประเด็นสำคัญ ทีนี้อย่างคนรุ่นใหม่อย่างโบ (นายเอกลักษณ์ ยิ้มวิไล) เขาติดตามข่าว เป็นคอลัมนิสต์ด้วย เขาก็พยายามที่จะติดตามตรงนี้ เขาค่อนข้างห่วงว่า เพราะท่านก็เป็นคนรุ่นใหม่เหมือนเขาเหมือนกัน"

ผู้ดำเนินรายการ : "เรียนตามตรงนะครับในฐานะตัวแทนคนรุ่นใหม่ ท่านเปรียบเสมือนกับตัวแทนคนรุ่นใหม่ ตอนนี้ท่านอายุเพียง ๔๔-๔๕ ปี แนวทางการเมืองของท่านที่กำหนดไว้ในอนาคตจะเป็นเช่นใดครับ"

คำต่อคำ :
"ผมก็พยายามที่จะหาทางที่จะช่วยให้บ้านเมือง และรวมถึงการเมือง มันต้องมีพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ผมไม่นิยมการจะไปบอกว่าอะไรเก่าไม่ดี อะไรใหม่ดีกว่า ก็ไม่ใช่อย่างนั้น หลายเรื่องที่มีการเปลี่ยนแปลงบางครั้งก็ไม่ดี แต่ว่าต้องมีการพัฒนา และมีการเรียนรู้ มีการช่วยกันสร้างระบบ และสิ่งที่ผมให้ความสำคัญก็คือเรื่องของประสิทธิภาพกับความโปร่งใส เพราะฉะนั้น อะไรที่จะช่วยให้กติกาในการทำงาน กติกาในทางการเมือง ไปสู่ความโปร่งใสได้ ไปสู่ประสิทธิภาพได้ ทั้ง ๒ เรื่องนี้จะมีได้ก็ต้องการมีส่วนร่วมของประชาชน ผมก็จะส่งเสริมอยู่ตลอดเวลา"

ผู้ดำเนินรายการ : "ประเด็นที่ท่านพูดถึงส่วนร่วม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมารู้สึกว่าภาพลักษณ์ของท่านดูเป็น Family man หรือบุคคลของครอบครัว มากเลยนะครับ ไม่ว่าการเป็นพรีเซ็นเตอร์ในเรื่องของรณรงค์โรคเอดส์ หรือการที่ท่านไปส่งลูกสาวที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่านมีนัยอื่น ๆ มีแนวทางในการที่นำเสนอ"

คำต่อคำ :
"คง ๒ ส่วนนะครับ ในส่วนที่ผมไปพูดในงานที่สัมมนาเรื่องโรคเอดส์ และก็เหมือนกับที่ผมพูดเมื่อสักครู่เรื่องสิ่งแวดล้อมก็ดี เรื่องบุหรี่ก็ดี คือผมอาจจะบอกว่าปัญหาหลายปัญหา ผมหรือรัฐบาลอาจจะมีนโยบาย อาจจะมีงบประมาณ อาจจะมีโครงการ แต่สุดท้ายหลายเรื่องอยู่ที่ว่าสังคมทั้งสังคม ช่วยกันมีส่วนร่วมมากน้อยแค่ไหน ใช่ไหมครับ อย่างเรื่องบุหรี่ก็ดี ถ้าเกิดขึ้นภาษีไป แล้วห้ามโฆษณา แต่ว่าค่านิยมก็ยังเหมือนเดิม หรืออาจจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ไม่ดี อย่างคนรุ่นใหม่ก็รู้สึกว่า พฤติกรรมการสูบก็ลดลงบ้าง แต่ยังไม่มากอย่างที่เราอยากจะเห็น และดีไม่ดีรู้สึกว่าผู้สูบที่เป็นผู้หญิง อาจจะมีสัดส่วนที่สูงขึ้น อย่างนี้เป็นต้น มันก็ต้องไปช่วยกันรณรงค์ ช่วยกันแก้ แล้วโรคเอดส์ชัดเจนมากก็คือว่า ตอนเริ่มต้นก็เป็นสิบ ๆ ปีแล้ว เมื่อก่อนนี้เราก็เพ็งเล่งไปที่หญิงบริการ คนติดยา อาจจะมีกลุ่มทหารเกณฑ์ กลุ่มคนรักเพศเดียวกัน ชายที่รักเพศเดียวกัน อะไรอย่างนี้ แต่ตอนหลังมันเริ่มไม่ใช่ เยาวชนทั่วไปซึ่งมีพฤติกรรมทางเพศแบบฉาบฉวย แม้กระทั่งแม่บ้าน พอดีวันนั้นไปผู้ที่เป็นแกนนำเครือข่าย เขาก็เรียกร้องบอกว่าคนเป็นนายกฯ ต้องมาเป็นอยู่แถวหน้า เหมือนกับต้องมาช่วยรณรงค์เรื่องนี้ ผมบอกถ้าดูอย่างนี้ เรื่องหนึ่งที่ผมจะช่วยรณรงค์ให้คือว่า ในส่วนของกลุ่มแม่บ้านที่ตอนหลังมาติด ก็อยู่ที่ว่าถ้าสามีมีความซื่อสัตย์ต่อครอบครัว เราก็ลดความเสี่ยงตรงนี้ได้ ผมบอกอย่างนี้ผมอาสา

ส่วนที่เดินทางไปที่จุฬาฯ นั้น อันนั้นเป็นเรื่องส่วนตัว พอดีเป็นงานปฐมนิเทศของลูกสาว เลยไปทำหน้าที่ในฐานะพ่อ"

(กลับไปด้านบน)

- กู้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจรองรับการลงทุน
ประเด็น : ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยเกี่ยวข้องกับเรื่องการตราพระราชกำหนดเรื่องกู้ยืมเงิน หากชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้วรัฐจะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยการลงทุนเพื่อทำให้ประเทศไทยเข้มแข็ง โดยมีเป้าหมายว่าใน ๓ ปีข้างหน้า จะทำให้โครงสร้างพื้นฐานมีความพร้อม และเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทยเริ่มดีขึ้น โดยดูจากบริษัทใหญ่ในเรื่องของอุตสาหกรรมยานยนต์ ๒ บริษัท คือ GM และ Ford กำลังพิจารณาแผนที่จะมาขยายการลงทุนในประเทศไทย

เปิดสภาสมัยวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.ก./พ.ร.บ.กู้เงินและพ.ร.บ.งบประมาณ ๕๓

คำต่อคำ :
"สัปดาห์หน้าเช่นเดียวกันนะครับ วันที่ ๓ นี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการตรา พระราชกำหนดในเรื่องของการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้ยืมเงิน ผมคงจะต้องรอว่า ศาลท่านจะมีคำวินิจฉัยว่าอย่างไร แต่ถ้าหากว่าท่านวินิจฉัยว่าการตราพระราชกำหนดนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้ว ผมก็จะได้เร่งในการนำเอาพระราชกำหนดนี้ขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาต่อไป ซึ่งขณะนี้รัฐบาลตั้งใจที่จะเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑๕-๒๓ โดยมีเป้าหมายก็คือว่าเอาเรื่องของพระราชกำหนดและพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน และพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ นั้น เสนอเข้าสู่สภาฯ อยากจะขอความร่วมมือจากเพื่อนสมาชิกรัฐสภานะครับ ให้ความเห็นชอบในส่วนนี้ ที่จริงแล้วตัวพระราชกำหนด หรือพระราชบัญญัติไปใช้คำว่ากู้เงิน เราก็เลยไปให้ความสนใจกับเรื่องการกู้เงิน ที่จริงแล้วเรื่องสำคัญของพระราชกำหนดและพระราชบัญญัติ ๒ ฉบับนี้ คือ เรื่องที่รัฐบาลต้องการไปลงทุนเพื่อพี่น้องประชาชนคนไทยครับ ลงทุนเพื่อทำให้ประเทศไทยเข้มแข็งขึ้นมา โดยมีเป้าหมายว่าใน ๓ ปีข้างหน้า เราจะทำให้โครงสร้างพื้นฐานของเรามีความพร้อมมากยิ่งขึ้น หมายถึงการมีแหล่งน้ำให้พี่น้องเกษตรกร มีพื้นที่ซึ่งได้ประโยชน์จากการชลประทาน ตั้งใจจะให้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เพื่อที่จะช่วยให้ผลผลิตทางการเกษตรดีขึ้น ตั้งแต่จะให้มีการขนส่งระบบราง ไม่ว่าจะเป็นรถไฟรางคู่ ไม่ว่าจะเป็นความเป็นไปได้ที่จะมีการทำรถไฟความเร็วสูง ในบางสาย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ไปจนถึงเรื่องของถนนหนทางในชนบท ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของโรงเรียน ซึ่งควรจะมีการปรับปรุง จะเป็นห้องสมุดหรือจะเป็นห้องปฏิบัติการอื่น ๆ รวมไปถึงในเรื่องของสาธารณสุข ที่พูดถึงเรื่องของการปรับปรุงทั้งสถานีอนามัย และสร้างศูนย์ความเป็นเลิศ ในเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บ ที่เป็นโรคภัยสำคัญต่าง ๆ จะเป็นมะเร็ง เบาหวาน ไต อย่างนี้เป็นต้น รวมไปถึงการสนับสนุนแหล่งท่องเที่ยวก็ดี สนับสนุนเรื่องของเศรษฐกิจที่อิงกับความคิดที่สร้างสรรค์ ทั้งหมดนี้ครับ เป็นเรื่องที่เราจำเป็นจะต้องลงทุน"

กู้เงินในประเทศเพื่อนำมาลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

คำต่อคำ :
"ผมอยากจะบอกครับว่า ในช่วงเร็ว ๆ นี้ครับ การจัดอันดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทยนั้น ก็ปรากฏว่าอันดับของประเทศไทยนั้นดีขึ้นมา ๑ อันดับ และในส่วนของการบริหารจัดการของภาครัฐนั้น ก็ดีขึ้นมามากพอสมควร แต่สิ่งที่เราเห็นชัดเจนครับว่าเป็นจุดอ่อนอยู่ในที่เขาจัดอันดับ คือเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน เพราะฉะนั้น นี่เป็นสิ่งจำเป็น และผมเชื่อว่าการลงทุนเหล่านี้คุ้มค่า เพียงแต่ว่าการลงทุนเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี การจัดเก็บรายได้ต่ำ เพราะฉะนั้น ไม่สามารถอาศัยเงินงบประมาณตามปกติได้ รัฐบาลเลยตัดสินใจเลือกวิธีการในการที่จะ จริง ๆ แล้วหลักก็คือออกพันธบัตรนั่นแหละครับ เพื่อดึงเอาเงินที่มีอยู่ในประเทศของเรา ไม่ได้ไปกู้จากต่างชาติ ดึงจากเงินที่อยู่ในประเทศของเรา ซึ่งปัจจุบันจะใช้คำว่า แช่อยู่ก็ได้ครับในระบบการเงิน ระบบธนาคารของเรา ซึ่งไม่ได้ถูกปล่อยออกมา เอามาใช้ให้เป็นประโยชน์ ซึ่งตรงนี้ผมมั่นใจครับ ถ้าเดินตามแนวนี้ แล้วเราได้คัดเลือกโครงการซึ่งมีความพร้อมในการดำเนินการเร็ว สำคัญที่สุดก็คือมากระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงานถึง ๑.๕-๒ ล้านคน ในช่วง ๓ ปีข้างหน้าซึ่งเป็นสิ่งที่ผมเชื่อว่าทุกฝ่ายต้องการ ถ้าทำอย่างนี้ได้ เศรษฐกิจจะฟื้นตัวเร็วขึ้น เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวเร็วขึ้น การจัดเก็บรายได้ของรัฐก็จะเพิ่มขึ้นโดยปริยาย และวันนั้นล่ะครับ จะมีเงินที่ย้อนกลับไปชำระหนี้ตรงนี้ได้ ไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วงในเรื่องของเสถียรภาพหรือความมั่นคงของเศรษฐกิจ"

บริษัทรถยนต์ต่างชาติมีแผนขยายการลงทุนในไทย

คำต่อคำ :
"ผมอยากจะย้ำครับว่าในช่วง ๒-๓ วันที่ผ่านมานี้เหมือนกันนะครับ ผมได้เห็นชัดเจนว่า ยังคงมีความสนใจ ความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทย บริษัทใหญ่ในเรื่องของอุตสาหกรรมยานยนต์ ๒ บริษัท ที่จริงเอ่ยชื่อก็ได้นะครับ ทั้ง GM ทั้ง Ford กำลังพิจารณาแผนที่จะมาขยายการลงทุนในประเทศไทยอยู่ ก็มาพูดคุยถึงเงื่อนไข ความสนับสนุนต่าง ๆ ที่รัฐบาลพึงจะให้เขาได้ แต่ว่าที่สำคัญคือว่า ในการประเมินของเขาเอง เขามองเห็นศักยภาพ เขายังต้องการที่จะขยายการลงทุนที่นี่ แม้แต่เรื่องของการท่องเที่ยวก็เช่นเดียวกัน เราก็เดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการสนับสนุนเรื่องนี้ และจะมีนักกีฬา บุคคลสำคัญต่าง ๆ ที่จะเดินทางมาสู่ประเทศไทย ซึ่งคนเหล่านี้ความจริงก็รู้จักประเทศไทย และมีความประทับใจในประเทศไทยมาโดยตลอดนะครับ พี่น้องที่ติดตามข่าวก็จะเห็นครับว่าแชมป์โลกแมนนี ปาเกียว ได้มาเยี่ยมคารวะผมที่ทำเนียบรัฐบาล ก็แวะมาประเทศไทยเพราะว่ามีความประทับใจในประเทศไทยเช่นเดียวกัน และก็จะมีบุคคลในวงการต่าง ๆ ที่เดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผมคิดว่าทั้งหมดนี้ถ้าเราให้การต้อนรับ สร้างความประทับใจ ก็จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่น เสริมภาพลักษณ์ของประเทศได้เป็นอย่างดี

ผู้ดำเนินรายการ : "ถึงไม่เป็นนายกฯ ก็ทำอยู่แล้ว ท่านไม่เคยนอกลู่นอกทาง สัปดาห์นี้ศาลรัฐธรรมนูญจะตีความเรื่องพระราชกำหนด ๔ แสนล้าน ผมเชื่อว่าผ่านแน่นอน คำถามก็คือว่า ทีนี้ความเคลื่อนไหวอาจจะดูครองแคลงยังแกว่งกันอยู่ในเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาลอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ และจะเข้าสภาฯ จะเปิดสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาตัวร่างงบประมาณรายจ่าย ท่านกังวลไหมครับว่าจะเกิดอะไรขึ้น จะผ่านไหมครับ"

คำต่อคำ :
ผมยังเชื่อว่าไม่ได้มีปัญหานะครับ ฟังพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ก็ยังมีความต้องการที่จะทำงานด้วยกัน แล้วก็ไม่ว่าจะเป็นตัวพระราชกำหนด ไม่ว่าจะเป็นตัวงบประมาณ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้เป็นผู้อนุมัติ ทุกพรรคก็ได้เห็นได้มีส่วนร่วมในการอนุมัติอยู่แล้ว แต่ว่าก็เป็นเรื่องที่ทุกพรรคต้องไปทำความเข้าใจกับสมาชิกของตัวเอง และวิปก็จะต้องทำงานหนัก ผมเองหรือว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพฯ ในฐานะเลขาธิการพรรคของพรรคแกนนำ ก็คงจะต้องทำความเข้าใจ ใครติดใจอะไรก็มาสอบถามกัน แต่ผมไม่ได้คาดคิดว่าจะมีปัญหา"

ผู้ดำเนินรายการ : "ทั้งตัว พ.ร.ก. และ พ.ร.บ."

คำต่อคำ :
"ครับทั้งตัว พ.ร.ก. และ พ.ร.บ.กู้เงิน และพ.ร.บ.งบประมาณ"

ผู้ดำเนินรายการ : "อันนี้ท่านนายกฯ กำลังพูดถึงว่า ทั้งตัว พ.ร.ก. ๔ แสนล้าน และ พ.ร.บ. ๔ แสนล้าน และงบประมาณ จะเอาให้จบในช่วง"

คำต่อคำ :
"สมัยวิสามัญ"

ผู้ดำเนินรายการ : "สมัยวิสามัญเลย และจะเริ่มดำเนินการเรียกว่าเอาเงินมาใช้"

คำต่อคำ :
"ตัวงบประมาณเป็นไปตามปฏิทินของมันไม่ใช่ไหมครับ ก็ผ่านวาระแรกมิถุนายน และต้องไปผ่านวาระ ๒, ๓ และเข้าวุฒิสภา ก็ตั้งใจว่าให้ประกาศใช้ และเริ่มต้นตามปกติคือ ๑ ตุลาคม"

ผู้ดำเนินรายการ : "อันนั้นคืองบประมาณ"

คำต่อคำ :
"พ.ร.ก. จะต้องเข้าสภาผู้แทนราษฎร ถ้าผ่านศาลรัฐธรรมนูญออกมาก็เข้าสภาผู้แทนราษฎร ผ่านสภาผู้แทนราษฎรก็เข้าวุฒิสภา แต่ว่าอันนี้ก็คือให้ความเห็นชอบอย่างเดียว ไม่มีวาระ ๒ ไม่มีวาระ ๓ ถ้าเป็นไปตามปฏิทินนี้ ๒๒-๒๓ มิถุนายนถือว่าผ่าน ผ่านนี่ทางกระทรวงการคลังก็ตั้งใจว่าเงินที่จะต้องเอาเข้ามาประมาณสิงหาคม ไม่เกิน ๒ แสนล้าน ก็มาเสริมฐานะในเรื่องการคลัง อีก ๒ แสนล้านก็จะมีโครงการ เมื่อวานนี้ก็เชิญทางสำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และให้เขาไปคุยกับกระทรวงการคลัง และทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องว่า ให้เอาแผนต่าง ๆ ว่าที่จะใช้เงินใช้อย่างไรให้สภาฯ ดูด้วย ที่จริงตามกฎหมายไม่มี กฎหมายก็บอกแต่ว่าขออำนาจไปกู้เงิน แล้วเอามาใช้จ่ายเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพื่อเสริมฐานะการคลัง ผมขอว่าให้เอาโครงการที่เราบอกว่าแหล่งน้ำ โรงเรียน ถนน สถานีอนามัย หรือแหล่งท่องเที่ยวหรืออะไร บอกเขาด้วยว่าไปจังหวัดไหน ยอดเงินเท่าไหร่ กรมไหนเท่าไหร่ เพื่อประโยชน์ในการที่จะได้ติดตามตรวจสอบ แล้วผมก็เชิญชวนเวลาผมเจอในโอกาสต่าง ๆ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น บอกทุกคนต้องช่วยกันดูนะ เพราะว่าเป็นเงินของประชาชนที่จะต้องรับภาระตรงนี้ให้ช่วยตรวจสอบ เพราะฉะนั้น โครงการนี้ก็จะเอาเข้า แล้วก็โครงการที่คัดมาสำหรับ ๒ แสนล้านแรก เป็นโครงการที่เราบอกว่าต้องพร้อมทำ ความหมายก็คือว่า ลุยเลยเพื่อที่จะสร้างงาน เพราะว่าหัวใจของครั้งนี้ก็คือสร้างงาน สร้างความเข้มแข็ง ส่วน พ.ร.บ.อีก ๔ แสนล้าน ก็จะเพียงรับวาระ รับหลักการไป และในช่วงที่เข้าไปกรรมาธิการจะได้เอารายละเอียดต่าง ๆ จะไปแปรก็ว่ากันไป"

ผู้ดำเนินรายการ : "เมื่อสักครู่ในช่วงแรก ผมฟังแล้วผมอยากให้ท่านขยายความอีกนิดหนึ่ง อันนี้ต้องขออนุญาตเสียมารยาทนะครับ บอกว่ารัฐบาลกู้ ๔ แสนล้าน กู้ ๘ แสนล้าน และจะมีไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ เมื่อสักครู่ท่านอธิบายออกไป ผมก็เข้าใจว่าจริง ๆ แล้วไม่ใช่กู้ คือเอาเงินที่แช่เอาไว้ เอามาทำ ขยายผลอีกนิดครับ"

คำต่อคำ :
"หัวใจของเรื่องนี้คือเราจะลงทุนไหม เราจะสร้างงานไหม ไม่มีการกู้เงินก็ทำได้นะครับ เราก็ใช้งบประมาณ ซึ่งพอรายได้การจัดเก็บภาษีลดลง และทั่วโลกอย่างนี้ ไม่มีใครที่ไหนตอนนี้ ภาษีเพิ่มขึ้นล่ะครับ อาจจะมี จีน ประเทศเดียวมั๊งครับซึ่งเศรษฐกิจยังเติบโตได้อย่างค่อนข้างที่จะเข้มแข็ง เราก็อยู่เฉย ๆ ก็ได้ แต่อาจารย์ก็คงทราบว่า ถ้าอยู่เฉย ๆ ก็หมายความว่าเศรษฐกิจติดลบเยอะ คนก็ตกงาน พอคนตกงานก็ไม่มีรายได้ ไม่มีรายได้ภาษีก็ตกลงอีก เป็นลูกโซ่ไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ เศรษฐกิจก็ดิ่งลงไปเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันอย่างที่ผมบอกเขาก็มาวัดความสามารถการแข่งขันของประเทศ เขาก็บอกเราอยู่ทุกปี ๆ บอก ถนนเรายังไม่ดี โทรคมนาคมเรายังไม่ทันสมัยพอ โรงเรียน โรงพยาบาล อะไรต่าง ๆ ต้องปรับปรุง ผมก็บอกเราก็ทำ ทีนี้ทำนี่บอกว่ากู้ ผมก็บอกว่าเราไม่ควรกู้ต่างประเทศ ที่จริงรัฐบาลนี้ที่บอกว่าไปกู้ต่างประเทศอะไรมากมาย ไม่ใช่ล่ะครับ จริง ๆ ไม่ใช่ และก็การกู้เงินก็ทำกันทุกยุค ถามว่าอย่างตอนสนามบินสุวรรณภูมิ ไม่กู้เงินเหรอครับ ก็ต้องกู้ หรือว่าโครงการใหญ่ก็ต้องกู้ทั้งนั้น แต่ครั้งนี้กู้ในประเทศ และเป็นการกู้ในภาวะซึ่งตอนนี้เขาบอกว่าแบงกฺไม่ปล่อยเงิน และเราไปดูในข้อเท็จจริงคือ มีเงินอยู่ในระบบธนาคารเยอะแยะไปหมด และวิธีกู้ก็น่าจะเป็นการออกพันธบัตร การออกพันธบัตรก็เป็นทางเลือกให้คนออมอีกทางหนึ่ง"

ผู้ดำเนินรายการ : "พูดง่าย ๆ ก็หมายความว่า เงินที่กองอยู่ในบรรดาธนาคารทั้งหลายที่ท่านพูดเมื่อสักครู่ตอนเบื้องต้น"

คำต่อคำ :
"เราก็เอามาลงทุนซะ"

ผู้ดำเนินรายการ : "ในพันธบัตร ๘ แสนล้านกับ ๑.๔๓ ล้าน งบกระตุ้นเศรษฐกิจ ๓ ปีก้อนเดียวกันไหมครับ"

คำต่อคำ :
"๘ แสนล้านจะเป็นส่วนหนึ่งของ ๑.๔, ๑.๕ ล้านล้าน ที่เหลืออาจจะเป็นงบประมาณปกติ และอีกส่วนหนึ่งก็จะเป็นว่า ถ้ามีกรณีที่เอกชนเขาบอก เขายินดีจะมาลงทุนในบางเรื่อง และตกลงกันว่าจะมีการให้เขามาบริหารจัดการ หรือเอาเงินคืนอย่างไรก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง"

(กลับไปด้านบน)

- เสียงประชาชน : ๓ เรื่องที่ต้องปรับปรุง
ประเด็น : การสะท้อนความคิดเห็นผ่านการสำรวจความคิดเห็นประชาชนเกี่ยวกับความพึงพอใจในการทำงานของรัฐบาลนั้น ซึ่งงานที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการมีอยู่ ๓ เรื่อง คือปัญหายาเสพติด ปัญหาภาคใต้ และการทุจริตคอร์รัปชั่นของรัฐบาลหรือราชการ ซึ่งทั้งหมดนี้รัฐบาลก็ได้เร่งดำเนินการเพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนและจัดการกับปัญหาต่าง ๆ อย่างเป็นธรรมและโปร่งใส

รัฐดูแลสวัสดิการให้ประชาชนทุกกลุ่ม

คำต่อคำ :
"พี่น้องที่เคารพครับ ผมก็ทำงานมาขณะนี้เป็นเวลาประมาณ ๕ เดือน เข้าสู่เดือนที่ ๖ มีการสะท้อนความคิดเห็นผ่านการสำรวจความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนมาต่าง ๆ นานา และล่าสุดก็มีการพูดถึงความพึงพอใจในการทำงานของรัฐบาล ในเรื่องของผม และรัฐมนตรีในหลายแง่หลายมุมด้วยกัน ก็อยากจะเรียนครับว่า ผมก็จะอาศัยในช่วงของการปิดสมัยประชุมสภาฯ ในขณะนี้ เมื่อวันก่อนได้มีการพูดคุยกับหน่วยงานหลัก เพื่อที่จะมาไล่ดูและประเมินการทำงานของกระทรวงต่าง ๆ มีนโยบายใดบ้างที่จำเป็นจะต้องเร่งรัดมากยิ่งขึ้น เช่นในเรื่องเศรษฐกิจ ที่ผมพูดคุยไป การลงทุนทั้งหลายตรงนั้นต้องชัดเจน งานที่เป็นงานสำคัญของรัฐบาลในเชิงสวัสดิการที่จะต้องดูแล ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นคนพิการ ไม่ว่าจะเป็นคนที่ประกันตนอยู่ในระบบประกันสังคม ซึ่งจะต้องมีการปรับปรุง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของผู้ใช้แรงงานโดยทั่วไป แรงงานนอกระบบ และเด็กเยาวชนของเราในเรื่องของสิทธิการเรียนฟรี ทั้งหมดนี้ก็พยายามที่จะสร้างระบบสวัสดิการที่ยั่งยืน ซึ่งจะมีการเสริมการเติมให้มีการครบถ้วนต่อไป รวมไปถึงประชาชนที่ทำงานให้กับรัฐอยู่ในสถานะต่าง ๆ ตั้งแต่ลูกจ้างชั่วคราว ซึ่งก็จะดูแลในเรื่องของสวัสดิการในเรื่องของประกันสังคม ให้มีสิทธิเสมอภาคกันอย่างนี้เป็นต้น ไปจนถึงกลุ่มอาสาอื่น ๆ ที่จะดูในเรื่องของการที่จะสนับสนุนการทำงานของท่านต่อไป"

(กลับไปด้านบน)

. . . บังคับใช้กฎหมายปราบปรามยาเสพติดอย่างเด็ดขาด
คำต่อคำ : "พร้อม ๆ กันนี้ครับ ผมก็เรียนว่าผมก็รับฟังเสียงที่สะท้อนออกมาจากพี่น้องประชาชน ในเรื่องงานด้านต่าง ๆ ก็ขอเรียนตรงไปตรงมาเลยครับมีอยู่ ๓ เรื่องในขณะนี้ ที่จะต้องมีการเร่งรัดปรับปรุง เรื่องแรกแน่นอนก็คือปัญหาเรื่องยาเสพติด แม้ว่ารัฐบาลจะได้เดินหน้าและก็ให้ กอ.รมน. มารับผิดชอบในเรื่องนี้ ภายใต้แนวคิดที่เราบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเด็ดขาด พร้อม ๆ กับการรณรงค์ที่ใช้แนวคิด ๕ รั้วป้องกัน จะเป็นชายแดน จะเป็นสังคม ชุมชน โรงเรียน ครอบครัว แต่ว่าพี่น้องประชาชนหลายพื้นที่ครับ ยังร้องเข้ามาว่ามีปัญหาเรื่องยาเสพติด ที่สำคัญก็คือมีการร้องมาด้วยว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง เรื่องนี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้มีการเรียกประชุมอีกครั้งหนึ่ง และตอนนี้การเข้มงวดกวดขันกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเอง ไปเกี่ยวข้องไม่ใช่เฉพาะยาเสพติด เรื่องตู้ม้า เรื่องอื่น ๆ ก็จะมีการเข้มงวดกวดขันมากยิ่งขึ้น และหลังจากที่ผมเดินทางกลับจากเกาหลีแล้ว ผมจะมาติดตามเรื่องนี้เป็นพิเศษอีกเรื่องหนึ่งนะครับ"

(กลับไปด้านบน)

. . . หัวใจการแก้ปัญหาภาคใต้คือการพัฒนา
คำต่อคำ : "เรื่องที่ ๒ คือเรื่องปัญหาของภาคใต้ที่ยังมีเหตุการณ์ จะเรียกว่าเป็นลักษณะก่อกวนหรืออะไรก็ตาม แต่ว่าถึงแม้ว่าเหตุการณ์ความไม่สงบ ถ้านับความถี่ของเหตุการณ์อาจจะลดลง แต่สถานการณ์โดยรวมยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ผมเองก็ขณะนี้ในฐานะที่เป็นผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) ได้มีการปรับในเรื่องของโครงสร้างกำลังต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อไปครับจะต้องไปดูในเรื่องของการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ท่านรองนายกฯ สุเทพได้พาคณะเดินทางไปดู เพื่อที่จะเร่งรัดสิ่งที่เราถือว่าเป็นหัวใจของการแก้ไขปัญหาคือการพัฒนา นั่นหมายถึงโครงการที่ผมได้พูดคุยมาก่อนหน้านี้ ว่าเราได้จัดงบประมาณใน ๒-๓ ปีข้างหน้า ต้องการให้เป็นโครงการพัฒนาที่ถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่จริง ๆ ตรงกับความต้องการ และต้องปรับปรุงวิธีการทำงาน ส่วนการรักษาความสงบเรียบร้อยนั้น การใช้อำนาจพิเศษตามกฎหมายต่าง ๆ เมื่อกฎหมายความมั่นคงมีความพร้อมมากยิ่งขึ้น ตอนนี้ก็จะเริ่มนำไปสู่กระบวนการที่จะมาทบทวนกฎหมายพิเศษต่าง ๆ รวมไปถึงการปรับโครงสร้างหน่วยงานที่บริหารเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ"

(กลับไปด้านบน)

. . . เปิดให้ประชาชนแจ้งเบาะแสการทุจริต ฯ

คำต่อคำ : "เรื่องสุดท้ายครับที่ผมมีความรู้สึกเป็นห่วงที่สุด เพราะว่าพี่น้องประชาชนสะท้อนมา ก็คือการพูดถึงว่ามีการทุจริตคอร์รัปชั่นในแวดวงของรัฐบาลหรือราชการ ผมเรียนยืนยันนะครับว่า ผมให้ความสำคัญเรื่องนี้เป็นพิเศษ และให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาตลอด นับตั้งแต่ที่ผมเข้ามาสู่การเมือง และเคยมีโอกาสทำงานในเรื่องนี้ ผลักดันกฎหมาย เช่น กฎหมายที่เราเรียกว่า กฎหมายฮั้ว ทำให้การฮั้วเป็นความผิดทางอาญาก็ดี สนับสนุนการทำงานขององค์กรอิสระคือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือก่อนหน้านี้เป็น ป.ป.ป. มาโดยตลอด ผมเรียนว่าถ้าพี่น้องประชาชนมีเบาะแส ทราบกรณีการทุจริตที่ไหนอย่างไร สามารถที่จะร้องเรียนมาที่ผม หรือมาที่รัฐบาล ท่านไว้ใจใครร้องเรียนมาที่หน่วยงานนั้นครับ ผมขอยืนยันว่าจะดูแลเอาใจใส่คำร้องเรียนเหล่านี้อย่างจริงจัง ให้มีการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา ให้เกิดความโปร่งใส โครงการต่าง ๆ ของรัฐบาล อย่างเช่น โครงการที่จะมีการลงทุนกัน ๘ แสนล้าน โดยเฉพาะอย่างรวดเร็ว ๒ แสนล้าน ก็จะมีการเปิดเผยให้ประชาชน ให้พื้นที่ตรวจสอบกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะให้เรามั่นใจว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ของพี่น้องประชาชน ไม่รั่วไหลออกไป

ส่วนโครงการที่พี่น้องประชาชนมีความห่วงใย ผมก็ยืนยันครับว่า ในการทำงานของผม คณะรัฐมนตรีชุดนี้จะพิจารณาทุกเรื่องด้วยความรอบคอบ ด้วยการรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก และได้ทำความเข้าใจกับรัฐมนตรีทุกท่านในเรื่องนี้ว่า เราไม่สามารถที่จะประมาทหรือปล่อยให้มีโครงการใดและมีช่องโหว่ในเรื่องการทุจริตได้เลยในยามที่เศรษฐกิจเป็นอย่างนี้ และพี่น้องประชาชนนั้นประสบกับความยากลำบาก ที่สำคัญเราต้องการที่จะสร้างบรรทัดฐาน มาตรฐานที่ดี ธรรมาภิบาลในทางการเมือง เพราะฉะนั้น ก็ขอความร่วมมือจากทุกกระทรวงไปแล้ว"


<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>

(กลับไปด้านบน)

- ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-เกาหลี
ประเด็น : นายกฯ อภิสิทธิ์ เดินทางไปประเทศเกาหลีเพื่อร่วมประชุมผู้นำอาเซียน สมัยพิเศษ และได้รับเชิญให้เป็นผู้กล่าวเปิดและปาฐกถาในการประชุมของนักธุรกิจชั้นนำทั้งของเกาหลีและอาเซียน ทั้งยังได้หารือทวิภาคีกับท่านประธานาธิบดีของเกาหลีในเรื่องของการท่องเที่ยว แรงงาน การค้าและการลงทุน

ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-เกาหลี สมัยพิเศษ

คำต่อคำ :
"... ช่วงที่ผมไม่อยู่วันอาทิตย์ วันจันทร์ วันอังคาร นั้น ผมเดินทางไปที่เกาหลีเพื่อประชุมสุดยอดอาเซียน-เกาหลี เป็นโอกาสดีครับ ที่ในส่วนของผู้นำอาเซียนเองจะได้พบปะกันนะครับหลังจากที่ได้พบปะกันในช่วงแรกของการประชุมที่พัทยา ก่อนที่จะมีการเลื่อนออกไป และมีปัญหาในภูมิภาคที่อยู่ในความสนใจของชาวโลก เช่น ปัญหาที่เกิดขึ้นในพม่า ที่เราจะได้มาพูดคุยปรึกษาทำความเข้าใจกัน แล้วก็ทำให้ความร่วมมือของอาเซียนเดินหน้าต่อไป และในส่วนของเกาหลีเองได้ให้ความสำคัญกับการประชุมครั้งนี้ค่อนข้างมาก ในการประชุมครั้งนี้ ผมเชื่อครับว่าในเรื่องของการกระชับความร่วมมือทางการลงทุน ซึ่งจะมีการลงนามก็ดี รวมไปถึงมาตรการที่ทางรัฐบาลเกาหลีจะประกาศออกมาในการที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาในภูมิภาคอาเซียนมากยิ่งขึ้น ก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนคนไทย และอาเซียนโดยส่วนรวม

นอกจากนั้นครับ ผมยังได้รับเชิญให้ไปกล่าวเปิดและปาฐกถาในการประชุมของนักธุรกิจชั้นนำทั้งของเกาหลีและอาเซียน ก็จะเป็นโอกาสดีอีกโอกาสหนึ่ง ที่จะได้ไปพูดให้ฟังถึงลู่ทางต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนทั้งในอาเซียน และในประเทศไทย ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนภายใต้ความร่วมมือในเรื่องการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว รวมไปถึงการมีโอกาสได้หารือทวิภาคีกับท่านประธานาธิบดีของเกาหลีอีกครั้งหนึ่งด้วย ซึ่งจะมีทั้งประเด็นในเรื่องของการท่องเที่ยว ทั้งเรื่องแรงงานการค้า การลงทุน…"

(กลับไปด้านบน)

- ประชาชนกับการประท้วง รอยร้าวในรัฐบาล?
ประเด็น : การเคลื่อนไหวการชุมนุมทางการเมืองยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง กระทำได้แต่ต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งความคิดเห็นที่แตกต่างสามารถแสดงออกได้แต่หากมีการกระทำที่ผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินคดี เพราะต้องรักษาความสงบเรียบร้อยให้กับสังคม และไม่ว่าจะอยู่กลุ่มใดก็ตามอย่าให้การสนับสนุนกลุ่มบุคคลที่ก่อเกิดการกระทำที่ผิดกฎหมาย

ผู้ดำเนินรายการ : "...เจอหนังสือพิมพ์ที่ท่านไปพูดที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี เมื่อวันสองวันที่ผ่านมา มีประโยคคำว่า เดือนมิถุนายน ก็คือเดือนนี้จะมีในเรื่องของเผาบ้านเผาเมืองอะไรต่าง ๆเหล่านั้น ฟังแล้วตกใจ อันที่ ๒ มีในเรื่องของวิวาทะ ดูเสมือนว่ารัฐบาลจะรอยร้าวอะไรต่าง ๆ เหล่านั้น ลึก ๆ จริงๆ แล้วรุนแรงขนาดนั้นไหมครับ"

คำต่อคำ :
"เอาเรื่องแรกก่อนนะครับ ผมคงไม่ได้พูดว่าจะมีคนมาเผาบ้านเผาเมือง ผมเพียงแต่บอกว่าการเคลื่อนไหว การชุมนุมทางการเมืองยังมีอย่างต่อเนื่อง และถ้าเป็นการเคลื่อนไหวการชุมนุมที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ อาจารย์จะทราบดีจุดยืนผมชัดเจน ถ้าเคลื่อนไหวตามรัฐธรรมนูญทำได้ตลอดเวลา และผมก็เคารพสิทธิเสรีภาพ ความคิดเห็นที่แตกต่างของทุก ๆ คน แต่ว่าต้องไม่ให้มีเหมือนกับช่วงก่อนสงกรานต์อีก ก็คือการทำผิดกฎหมาย บังเอิญผมก็ทราบว่ามันก็ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่ยังคิดจะทำแบบนั้นอยู่ ผมก็บอกว่ากลุ่มนั้นคือกลุ่มที่ทำลายโอกาสของบ้านเมือง แต่ว่าถ้ากลุ่มที่เขามาแสดงโดยปกติภายใต้รัฐธรรมนูญ ผมบอกเลยว่านอกจากจะเป็นสิทธิ์แล้ว ผมไม่กังวลเลยในแง่ของภาพลักษณ์ของประเทศ เพราะว่าเวลามีการชุมนุมโดยสงบและก็ผ่านมาด้วยเรียบร้อย ผมอธิบายง่ายว่านี่คือสังคมประชาธิปไตย เราสามารถที่จะเห็นคนออกมาแสดงความคิดความอ่านได้ ก็เพียงแต่บอกว่า จริง ๆ เดือนที่ผ่านมา ผมคิดว่าหลายฝ่ายก็เริ่มมีความรู้สึกว่าประเทศไทย ควรจะได้รับโอกาส ผมไม่พูดถึงรัฐบาล พูดถึงประเทศไทย คนไทยควรจะได้รับโอกาสที่จะฟันฝ่าปัญหาในช่วงนี้ไป ในช่วงที่คนตกงาน ในช่วงที่คนเดือดร้อน ทำอย่างไรที่จะให้มันมีความสงบในระดับหนึ่ง"

ผู้ดำเนินรายการ : "ในช่วงเดือนกว่า ๆ ๒ เดือนที่ผ่านมา หลังจากในช่วงสงกรานต์เดือด สถานการณ์ทุกอย่างก็รู้สึกว่าจะคลี่คลายนุ่มนวลลงเยอะ"

คำต่อคำ :
"ก็ดีขึ้นครับ แต่ผมอยากจะเรียนว่า อันนี้เป็นเรื่องที่เรายังต้องทำงานกันหนัก เพราะว่าการเลื่อนการประชุมที่พัทยาออกไป การที่ต้องเรียกว่าผู้นำขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปขึ้นเครื่องบินอะไรต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ยังเป็นสิ่งที่เป็นความรับรู้ของชาวโลกอยู่ค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้น เราต้องใช้ระยะเวลาอีกช่วงหนึ่งที่จะพิสูจน์และทำให้ทุกฝ่ายเขามีความมั่นใจจริง ๆ ก็เพียงแต่ขอความร่วมมือว่าทุกอย่างขอให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย ใครอยู่ในวงการไหนก็แล้วแต่ ๑. อย่าไปสนับสนุนใครด้วยทำผิดกฎหมาย ๒. ช่วยกันทำความเข้าใจกับประชาชนว่าทั้งหมด เราเพียงแต่ต้องการให้โอกาสแก่คนไทย

ส่วนประเด็นที่ ๒ ที่พูดถึงว่ามีรอยร้าวในรัฐบาลหรือไม่อย่างไร ผมก็ต้องบอกว่าความคิดเห็นที่แตกต่างมีแน่นอน ของอย่างนี้จะไปบอกไม่มีอะไรเลย ผมว่าก็หลอกกันเปล่า ๆ แต่ความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ก็เป็นเรื่องของมาตรการการทำงาน และผมก็คิดว่าสิ่งที่จะต้องพูดคุยกันก็ว่ากันด้วยเหตุด้วยผล และสำคัญที่สุดก็คือต้องยึดประโยชน์ของประชาชนที่เป็นตัวได้ข้อยุติ ผมยังเชื่อมั่นนะครับว่า เราล้วนแล้วแต่เป็นนักการเมือง จะพรรคเดียวกัน หรือคนละพรรคก็ตาม สุดท้ายถ้าหากว่าเรายึดประโยชน์ประชาชน ทุกคนก็พอใจ แต่ถ้าเราไม่ยึดประโยชน์ประชาชน ถึงเราตกลงกันเองได้ วันข้างหน้าก็ไปไม่ได้ คือถ้าถามประชาชนทุกครั้งว่าเขาไม่ชอบอะไรที่สุดในเรื่องการเมือง มี ๒ เรื่อง ติดอันดับตลอด คือ ความขัดแย้ง กับ การทุจริต เพราะฉะนั้น ผมอยากจะบอกว่าเวลามีความคิดเห็นที่แตกต่าง ผมก็เห็นการรายงานของสื่อจะเน้นอยู่ตรงนี้ แต่จริง ๆ แล้วผมอยากให้เน้นว่า สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่นี้ ต้องการทำอะไร ถ้านำไปสู่ คือตัวเนื้องาน เอาเนื้องานมาพูดกัน เหมือนที่ผมอธิบายไปเมื่อสักครู่ว่าทำไมผมถึงคิดว่าการแก้ปัญหาเรื่องการแทรกแซงและการระบายสินค้าเกษตร มันทำเหมือนเดิมไม่ได้ หน่วยงานเขาอาจจะคิดว่ามันเคยทำมาแล้ว และก็คิดว่าเขาอาจจะปรับปรุงแล้ว แต่ผมก็มีบางมุมมองว่าอาจจะต้องทำเรื่องอีกแบบหนึ่งอีกวิธีหนึ่ง ก็มาดูกัน และอะไรประโยชน์สูงสุดก็ต้องไปอย่างนั้น"

(กลับไปด้านบน)

* ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)
จากรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๐.๐๐ น.
    ผู้ดำเนินรายการ คือ 
รศ.ดร.ไชยา ยิ้มวิไล และ คุณเอกลักษณ์ ยิ้มวิไล

คลิ๊ก เพื่ออ่านคำต่อคำ

คลิ๊ก เพื่อชม VDO รายการเต็ม

(กลับไปด้านบน)

* คลิ๊กเพื่อดู Clips VDO
คลิ๊กเพื่อดู "คนรุ่นใหม่กับการเมือง"

คลิ๊กเพื่อดู "ความคิดเห็นประชาชนต่องานรัฐบาล"

คลิ๊กเพื่อดู "เดือนมิถุนาเกิดความรุนแรง?"

คลิ๊กเพื่อดู "รอศาลวินิจฉัยเรื่องเงินกู้"

คลิ๊กเพื่อดู "พรก. กู้ผ่านพร้อมลงมือทำตามนโยบาย"

(กลับไปด้านบน)