ประเด็น : หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการตราพระราชกำหนดกู้เงินชอบด้วยกฎหมายแล้ว รัฐบาลเร่งเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจรอบ ๒ โดยการกระจายโครงการต่าง ๆ ไปสู่พื้นที่ที่มีความพร้อม การลงทุนเพื่อให้ประเทศมีความเข้มแข็งและเพื่อสร้างงานและให้ประโยชน์ประชาชน พร้อมให้แสดงความคิดเห็นและตรวจสอบกระบวนการทำงานได้ นายกฯ "อภิสิทธิ์" ได้ชี้แจงว่าใน ๕ เดือนที่ผ่านมาการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบแรกประชาชนได้เห็นผลสามารถสัมผัสได้จริง
ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการออก พ.ร.ก. กู้เงินชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
คำต่อคำ : "เมื่อ วันอังคารนะครับหลังจากที่เดินทางกลับมาจากเกาหลีแล้ว
ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยในเรื่องที่พรรคฝ่ายค้านได้ยื่นตีความพระราช กำหนด (พ.ร.ก.) ในเรื่องให้อำนาจรัฐบาลในการกู้เงินในประเทศ ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ และ
ได้วินิจฉัยมาโดยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์แล้วว่า การตราพระราชกำหนดนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น
ขณะนี้รัฐบาลก็จะเร่งเดินหน้าในเรื่องของแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ ๒ ซึ่งผมได้มีโอกาสมาเล่าให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบอยู่เป็นระยะ ๆ โดยการนำพระราชกำหนดฉบับนี้ขอความเห็นชอบจากสภาฯ ขณะนี้ท่านประธานรัฐสภาได้นัดประชุมแล้ว ก็จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาพระราชกำหนดกันในวันจันทร์ที่ ๑๕ มิถุนายน และมีการประชุมในเรื่องของงบประมาณในวันที ๑๗-๑๘ มิถุนายน พระราชกำหนดผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ก็จะนำเสนอต่อวุฒิสภาในช่วงสมัยประชุมวิสามัญ จะเป็นเวลาประมาณ ๑ สัปดาห์ แล้วก็กฎหมายเหล่านี้ที่
เป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจในการสร้าง งานก็จะมีความคืบหน้าไป ในส่วนของหน่วยงานราชการต่าง ๆ ขณะนี้กำลังเตรียมการ เพราะว่าผมได้ขอให้ทำรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องของการกระจายโครงการต่าง ๆ ลงไปในพื้นที่ เพื่อประโยชน์ที่จะให้ทั้งผู้นำชุมชน ท้องถิ่น ท้องที่ พี่น้องประชาชน ได้ติดตามเพื่อตรวจสอบ อยากให้เร่งรัดครับ คือเราจะได้แสดงให้เห็นเลยว่าแต่ละโครงการที่เราจะทำ จะเรื่องแหล่งน้ำ จะเรื่องถนน จะเรื่องโรงเรียน จะเรื่องสถานีอนามัยนั้น ไปอยู่ที่ไหนอย่างไร จะมีการเผยแพร่ทางเว็บไซต์ (
www.chuaichart.com) จะมีการนำเสนอให้สภาฯ ได้รับทราบ และผมหวังจะให้พี่น้องประชาชนนั้นคอยติดตาม"
ผู้ดำเนินรายการ : "สวัสดีค่ะ... เมื่อสักครู่นี้ท่านนายกฯ พูดถึงเรื่องของ พ.ร.ก. เงินกู้ และ พ.ร.ก.ที่จะเข้าในช่วงสัปดาห์วันที่ ๑๕ มิถุนายน นะคะ ตอนนี้เตรียมพร้อมเรียบร้อยหรือยังคะ"
คำต่อคำ : "ครับ
ที่จริงก็เตรียมพร้อมมาระยะหนึ่งแล้ว เพราะว่าก่อนหน้านี้ก็ตั้งใจจะเอาเข้าสภาฯ ตั้งแต่ตอนใกล้ ๆ ปิดสมัยประชุม แต่ว่ามีการยื่นเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ ก็ต้องระงับไว้นะครับ จริง ๆ ตัวกฎหมายเองนี้มันมีอะไรไม่มากหรอก เพราะว่ามันเป็นรูปแบบของกฎหมาย ซึ่งก็เคยทำกันมาในอดีต เวลาที่รัฐบาล พูดง่าย ๆ ก็คือว่าใช้เงินงบประมาณชนเพดาน และมีการต้องการที่จะเอาเงินอีกส่วนหนึ่งมาลงทุน ก็จะขออำนาจกู้เพื่อที่จะเป็นการ เหมือนกับเป็นการยกเว้น การที่เราต้องจำกัดตัวเองว่าใช้จ่ายเงินได้เท่าไร ซึ่งก็จะเกิดขึ้นเฉพาะในยามวิกฤตนะครับ กฎหมายจะมีอยู่เท่านั้นเองครับ และจะมีฟอร์มของมันว่าให้อำนาจไปกู้อะไร เพียงแต่ว่าผมเองเป็นคนบอกว่า เวลาทำเงินกู้อย่างนี้ เคยเป็นผู้แทนมาก่อน ผู้แทนก็จะบ่นว่ามันไม่เหมือนกับเวลาเราออกกฎหมายงบประมาณ เวลา
เราออกกฎหมายงบประมาณต้องเอารายจ่ายเป็นรายละเอียด เป็นรายการมาให้ดูเลย ผมก็บอกว่าครั้งนี้เราก็ควรที่จะให้ทางสมาชิกสภาฯ ซึ่งเป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย และ
ต้องให้ประชาชนมีโอกาสรับรู้รับทราบด้วย เพราะฉะนั้นช่วงที่เตรียมตอนนี้ก็คือรายละเอียดของตัวโครงการที่จะไปดำเนิน การนะครับ"
ผู้ดำเนินรายการ : "รู้สึกคำถามเยอะเรื่องนี้ว่ารายละเอียดจะ ส่วนหนึ่งที่จะไปงบประมาณก็ส่วนหนึ่ง แต่ว่าที่จะไปลงทุนเป็นโครงการ ๆ นี้ มีโครงการอะไรบ้างหลัก ๆ ที่จะได้ตรวจสอบกัน"
คำต่อคำ : "คือเงินงวดแรก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านนี้ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านก็คือไปเสริมฐานะการคลัง อีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านก็คือเอาไปลงทุน
การลงทุนหลักของเราก็คือว่าต้องการเอาโครงการที่พร้อมทำ เพราะต้องการให้เกิดการจ้างงานเร็วที่สุด เพื่อจะเป็นการฟื้นฟูกระตุ้นเศรษฐกิจนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คือสิ่งที่เรามาดูว่าโครงการแบบไหนบ้างซึ่งน่าจะไปได้ เร็ว ซึ่งก็จะมีโครงการที่เราต้องการกระจาย คือเราไม่ได้เน้นว่าจะมีโครงการขนาดใหญ่ ๓ - ๔ โครงการแล้วก็กระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะเรารู้ว่าพูดกันอย่างนั้นมาทีไรนี้ พอโครงการใหญ่มีปัญหา มันจะสะดุด มันจะมีเรื่องนั้นเรื่องนี้ อันนี้เป็นโครงการที่ลงไปในพื้นที่ในชุมชนจริง ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นก็จะมีแหล่งน้ำ มีถนน นะครับ ถ้างวดที่ ๒ ก็คงจะมีเรื่องระบบรางด้วย เพราะระบบรางมันใช้เวลานานกว่า มีเรื่องของการปรับปรุงโรงเรียน อาจจะมีเรื่องศูนย์เด็กเล็ก มีเรื่องของการปรับปรุงสถานีอนามัย มีเรื่องของการปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยว ฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ อันนี้ก็จะเป็นโครงการที่จะดำเนินการได้ค่อนข้างเร็ว ทีนี้ที่ผมจะต้องการให้สภาฯ ได้เห็นก็คือ
การกระจายของโครงการเหล่านี้ไปตามภูมิภาค ไปตามภาคไปตามจังหวัดต่าง ๆ ทุกคนจะได้สบายใจว่างานนี้เป็นงานที่เราต้องการที่จะลงทุนเพื่อให้ประเทศไทย ทั้งประเทศเข้มแข็งจริง ๆ บนความเสมอภาคกัน"
ผู้ดำเนินรายการ : "แล้วที่บอกว่าเร็ว คุณอภิสิทธิ์ฯ ได้ประเมินไหมคะว่าจะเห็นผลเข้าไปกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ แล้วในระยะเวลาเท่าไร"
คำต่อคำ : "
บางโครงการนี้เราต้องการให้เริ่มได้ก่อนสิ้นปีงบประมาณนี้ด้วยนะครับ เรื่องตัวเงินนี้ทางกระทรวงการคลังก็ยืนยันว่าภายในเดือนสิงหาคมน่าจะจัดการ ได้เรียบร้อยนะครับ ทีนี้ถ้าตัวนี้ผ่านสภาฯ ขั้นตอนในการที่จะไปทำงานในพื้นที่คงจะเริ่มต้นได้เลย
และเราต้องการที่จะให้โครงการเริ่มทำได้ก่อนสิ้นปีงบประมาณนี้"
ผู้ดำเนินรายการ : "ก่อนสิ้นปีก็น่าจะเห็นผลกันในช่วง"
คำต่อคำ : "สิ้นปีงบประมาณนะครับ ก็คือประมาณกันยายนไปต้นไปจะเริ่มเห็นเลยครับ"
ผู้ดำเนินรายการ : "ค่ะ แสดงว่า ๕ เดือนที่ผ่านมา ฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ที่เขาบอกว่ามันไม่ค่อยเห็นผลในช่วงกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ แรก มีอุปสรรคต่าง ๆ จากนี้ไปน่าจะเดินได้ค่อนข้างจะราบรื่นกว่า"
คำต่อคำ : "ที่จริงจะบอก ๕ เดือนที่ผ่านมาไม่เห็นผลนี้คงไม่ใช่ คือ
เราต้องปรับขั้นตอนในการทำงาน ตอนแรกที่เข้ามาที่ไม่ใช้อันนี้ เพราะรู้ว่าถ้าเราทำตัวนี้ตั้งแต่แรก โครงการยังไม่เกิด เหตุผลที่โครงการยังไม่เกิดเพราะว่าการใช้เงินงบประมาณตามปกติของปี ๕๒ ของกรมชลประทาน ของกรมทางหลวงชนบทอะไรต่าง ๆ ยังไปได้ค่อนข้างน้อยนะครับ เราไปเพิ่มโครงการให้เขา เขาก็ทำได้เท่าเดิม แต่ว่าอันนี้เรามาใช้ในช่วงปลายปีงบประมาณ มันจะทำได้ แต่ช่วงที่เราทำก่อนหน้านี้ก็คือเราไปเสริมกำลังซื้อให้คน เพราะฉะนั้นเราก็
ทำเรื่องเรียนฟรี ทำเรื่องเบี้ยยังชีพ ทำเรื่องของเช็คช่วยชาติ ทำเรื่องของการแทรกแซงพืชผล ซึ่งเดินไปหมดแล้ว แล้วผมคิดว่าเป็นรูปธรรม สัมผัสได้จริง ๆ เขาก็ไปสำรวจความคิดเห็นมา เอาละ เรียนฟรีก็ยังมีคนบ่นถูกไหมครับว่าเรียนฟรีจริงหรือไม่จริง แต่ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่ามีการแบ่งเบาภาระผู้ปกครองไปได้พอสมควร และผมดู
ตัวเลขการสำรวจ ๗๐ - ๘๐ เปอร์เซ็นต์ก็มีความพึงพอใจ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุนี้อันนี้เห็น ๆ เลย เงินลงไป ตอนนี้น่าจะเกือบจะทั่วถึงแล้วนะครับ เพราะว่าผมก็ไล่ดูว่าบางท้องถิ่นที่ยังไม่ดำเนินการก็ขอให้จังหวัดเข้าไป เร่ง แล้วที่ช้าอยู่บางส่วนก่อนหน้านี้คือการโอนเงิน คือคนที่ไม่ได้มารับเงินสดแต่โอนเข้าบัญชี แล้วก็มีปัญหาระบบโอนเงินสำหรับบางท้องถิ่น ก็เร่งรัดก็คิดว่าน่าจะเรียบร้อยแล้วครับในช่วงนี้"