ทำความเข้าใจกับกัมพูชากรณีขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก
คำต่อคำ : "...ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีข่าวคราวเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องการต่างประเทศ ประเทศไทยกำลังจะต้องไปเข้าร่วมเป็นผู้สังเกตการณ์ในการประชุมในเรื่องของมรดกโลก เราก็เพียงแต่ยืนยันจุดยืนเดิมครับ ว่าในเรื่องของมรดกโลกนั้น เนื่องจากพื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหารนั้นคาบเกี่ยวเข้ามาทั้งดินแดนของไทยและกัมพูชา เราอยากจะเห็นความสงบ เราอยากจะเห็นความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับกัมพูชา เพราะฉะนั้น หลายเรื่องที่ขณะนี้ทางมรดกโลก หรือองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้เดินหน้าไป เรามีความห่วงใยว่าเป็นตัวหนึ่งที่เร่งให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง ความตึงเครียด และการปะทะที่บริเวณชายแดน เพราะฉะนั้น ตรงนี้เราก็ได้ดำเนินการในการแสดงจุดยืนตรงนี้ไป ส่วนความสัมพันธ์กับกัมพูชานั้น ท่านรองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ จะมีการเดินทางไป เพื่อทำความเข้าใจว่าสิ่งที่เราทำทั้งหมดนั้นไม่ได้มีอะไรแตกต่างไปจากสิ่งที่ได้พูดคุยกับกัมพูชาไว้ ว่าในเรื่องของเขตแดนก็ต้องแก้ไขกันไปตามกลไกที่ได้ตกลงกันไว้ภายใต้สันติวิธี แต่ว่าจุดยืนเราไม่ตรงกับกัมพูชาตรงที่ว่าการขึ้นทะเบียนมรดกโลกนั้น กัมพูชาประสงค์จะทำในลักษณะฝ่ายเดียว ในขณะที่เรามองว่าการทำเช่นนั้นกำลังส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ และมีความเสี่ยงในการที่จะเร่งให้เกิดความรุนแรง ถ้าหากว่าไม่มีการบริหารจัดการเรื่องนี้ โดยคำนึงถึงความละเอียดอ่อนของประเด็นปัญหาทั้งหมด ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้คงจะต้องเดินหน้าทำความเข้าใจกับทางกัมพูชาต่อไป"
เดินทางเยือนต่างประเทศ
คำต่อคำ : "สัปดาห์หน้าการเดินทางของผมที่ไปต่างประเทศก็จะมีครับ ในเรื่องของสิงคโปร์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเทศในกลุ่มอาเซียนที่ผมจะต้องเดินทางไปเยือนตามธรรมเนียม พร้อม ๆ กันไปก็คือ ต้องการที่จะไปฟื้นฟูเป้าหมายเรื่องความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน เรื่องของแรงงาน และเรื่องอื่น ๆ และในช่วงกลางสัปดาห์เป็นต้นไป จะเดินทางไปเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นการเดินทางที่มีความสำคัญมาก ผมก็พาคณะใหญ่ที่สุดเลยครับรอบนี้ เพราะว่ามีภาคเอกชนที่ร่วมเดินทางไปด้วย เพราะว่าการขยายการค้า การลงทุน และเรื่องอื่น ๆ หรือความร่วมมือทางด้านวัฒนธรรมนั้น ยังมีโอกาสที่จะขยายไปเพื่อประโยชน์ของทั้งสองประเทศอีกมาก เป้าหมายสำคัญในเรื่องของสินค้าเกษตร ยางพารา มันสำปะหลัง ผลไม้ จะมีการหยิบยกขึ้นมาพูดคุย การที่จีนจะเข้ามาร่วมในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน อย่างเช่น รถไฟ และเรื่องของการท่องเที่ยว ซึ่งเราก็ต้องการที่จะได้พี่น้องประชาชนชาวจีนกลับมาเยี่ยมเยียนท่องเที่ยวในประเทศไทยให้มากเหมือนเดิม ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ผมจะได้นำไปหารือข้อราชการในการเดินทางไปเยือนประเทศจีนในสัปดาห์หน้าที่จะถึง..."
- เร่งรัดติดตามคดีความต่าง ๆ ในภาคใต้
คำต่อคำ : "อีกเรื่องหนึ่งก็คือสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมขอยืนยันว่าการเร่งรัดติดตามคดีความต่าง ๆ มีความคืบหน้าไป แต่สิ่งสำคัญคือว่า เราต้องให้เกิดความมั่นใจว่าการดำเนินการสืบสวนสอบสวน นำไปสู่การจับกุมนั้น เป็นการกระทำที่มีความรัดกุม เราจะใช้หลักฐานที่เกี่ยวข้องกับทางนิติวิทยาศาสตร์ให้มากที่สุด และขอยืนยันครับว่ารัฐบาลจะต้องให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่ายในเรื่องนี้อย่างแน่นอน พร้อม ๆ กันไปนะครับ ข่าวคราวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เช่นเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงก็เดินหน้าในการที่จะติดตามผู้ที่กระทำความผิดในคดีอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ เพราะฉะนั้น พี่น้องประชาชนอาจจะได้ฟังข่าวว่าก่อนหน้านี้ ๒-๓ วันที่ผ่านมานี้มีการเข้าไปปิดล้อม เพราะว่ามีการไล่ตามจับบุคคลที่มีหมายจับอยู่ในคดีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ชีวิตในอดีตที่ผ่านมา หรือเรื่องอื่น ๆ และมีการต่อสู้มีการปะทะกัน ทำให้ผู้ที่มีหมายจับอยู่เสียชีวิตไป การปฏิบัติการเช่นนี้มีความจำเป็น และเป็นเรื่องของการรักษากฎหมายเท่านั้น และขอยืนยันว่ากระบวนการทั้งหมดนั้นต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ไม่มีการไปละเมิดสิทธิของใคร ซึ่งผิดไปจากหลักเกณฑ์ตามกฎหมายโดยเด็ดขาด อันนี้เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าเราทำงานควบคู่กันไป งานพัฒนาก็ทำ งานสะสางคดีความต่าง ๆ ให้ความเป็นธรรม ก็จะทำพร้อม ๆ กันไป"
- อย่าตื่นตระหนกไข้หวัดสายใหญ่พันธุ์ใหม่
คำต่อคำ : "ผมเรียนเพิ่มเติมครับว่างานในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังคงมีการติดตามสถานการณ์ที่อยู่ในความสนใจของ พี่น้องประชาชน เช่น กรณีของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งตัวเลขในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น มีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นค่อนข้างที่จะรวดเร็ว อันนี้ก็เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากคนที่เดินทางกลับมา โดยเฉพาะในช่วงเปิดภาคเรียน ไปพบอยู่ในโรงเรียน หรือสถานที่ที่มีคนเดินทางมาจากประเทศที่มีการติดเชื้อก่อนหน้านี้ เพราะฉะนั้น ในขณะนี้หลายประเทศจะประสบกับสถานการณ์คล้าย ๆ กับเราครับ ที่ตัวเลขของผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น แต่ผมย้ำอีกครั้งนะครับว่า เราไม่มีความจำเป็นต้องตื่นตระหนก มีการวางแนวทางเอาไว้ ขอให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในข่ายสงสัยได้รีบเข้าไปรับการรักษาพยาบาล และมีการแจ้งข้อมูลมายังทางการ ก็จะบริหารจัดการ เพราะว่าโดยทั่ว ๆ ไปแล้ว โรคนี้รักษาหายได้ไม่ยาก และมีกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะเจ็บไข้ได้ป่วย และมีความเสี่ยงในแง่ของการเสียชีวิตนั้น ก็จะมีการแยกออกมาเป็นพิเศษ นั่นคือกลุ่มที่เป็นผู้สูงอายุหรือเด็ก หรือคนที่มีโรคอื่นซ้อนกันอยู่ หรือผู้ที่ตั้งครรภ์ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขได้วางระบบไว้เรียบร้อยแล้ว"