ผู้ดำเนินรายการ: (นายประสาน อิงคนันท์) สวัสดีครับกลับเข้าสู่รายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ นะครับ วันนี้ผมได้รับเกียรติจากท่านนายกฯ มาทำหน้าที่สัมภาษณ์ดำเนินรายการทั้งช่วงนี้และช่วงหน้าด้วยนะครับในการลงพื้นที่กับท่านนายกฯ สวัสดีครับท่านนายกฯ ครับ
อภิสิทธิ์: "สวัสดีครับ"
ผู้ดำเนินรายการ: ครบรอบ ๖ เดือนของรัฐบาล มีคนใกล้ชิดทักท่านนายกฯ ไหมครับว่า ๖ เดือนที่ผ่านมาเหมือนเดิมหรือว่าแก่ขึ้นหรือเปล่าครับ
...หยุดแก่ไม่ได้แต่..อ้วนขึ้น
อภิสิทธิ์: "คนเราก็ต้องแก่ขึ้นนะครับ คงไม่สามารถหยุดเวลาได้ แต่ว่ารู้สึกว่าอ้วนขึ้นครับ"
ผู้ดำเนินรายการ: อ้วนขึ้นนะครับแสดงว่ายังกินได้อยู่นะครับ ยังรับประทานได้อยู่
อภิสิทธิ์: "ได้ครับ แต่ว่าไม่ค่อยมีเวลานะครับ จริง ๆ ก็ยังแปลกใจว่าทำไมอ้วนขึ้นมา เพราะว่าจริง ๆ บางวันมื้อกลางวันก็ไม่ได้ทาน ข้าวเช้าปกติก็ไม่ได้ทานอยู่แล้ว"
...กัปตันอภิสิทธิ์
ผู้ดำเนินรายการ: ถ้าเปรียบว่าเหมือนท่านนายกฯ เป็นกัปตันเรือ พาเรือลงทะเลในช่วงที่คลื่นลมกำลังเยอะ ๆ ๖ เดือนที่ผ่านมามองทะเลรอบ ๆ ข้างเป็นอย่างไรครับ มองสถานการณ์บนเรืออย่างไร"
อภิสิทธิ์: "ผมคิดว่าดีที่สุดก็คือลองนึกย้อนกลับไปนะครับ ประมาณปลายปีที่แล้ว ที่บ้านเมืองก็เรียกว่ายุ่งเหยิงวุ่นวายพอสมควร และก็ขณะเดียวกันเราก็กำลังตกใจกันว่าเศรษฐกิจโลกเข้ามากระแทกเศรษฐกิจไทยแรง ผมเข้ามานี้ผมว่า ๒ สิ่งที่อยู่ในใจคนคืออยากเห็นบ้านเมืองสงบ และอยากเห็นเศรษฐกิจสามารถที่จะฟื้นตัวได้ ในแง่ว่าบ้านเมืองสงบนี้แน่นอนครับ ๖ เดือนผ่านมาก็ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ แต่ในขณะนี้ก็คงจะรู้สึกได้ว่าบ้านเมืองเราก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น แต่ว่าผมไม่ได้ประมาทและก็ติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ที่รู้ว่ายังมีปมความขัดแย้งต่าง ๆ อยู่ ก็จะเดินหน้าค่อย ๆ คลี่คลายไป"
...ทำงานได้เยอะเพราะมาทำงานเช้า
อภิสิทธิ์: "...แล้วนอกจากนั้นครับปรากฏว่า คือมีคนบอกว่าเห็นข่าวผมไปเปิดงาน ไปปาฐกถาเยอะ ที่จริงผมอยากจะบอกนะครับว่าผมทำงานแต่ละวันนี้ ไม่ได้ไปละเลยเรื่องอื่นครับ ผมยืนยันได้เลยว่าการประชุม การสั่งการ การติดตามข้อมูล ผมยืนยันได้ว่าทำไม่น้อยกว่าผู้นำท่านอื่น ๆ แน่นอน เพียงแต่ว่า คนที่ติดตามผมทำงาน ทราบนะครับว่าผมเริ่มทำงานเช้า เพราะฉะนั้นการที่ไปงานเปิดงาน ในอดีตอาจจะ ๑ งาน ผมก็ทำให้ได้สัก ๒ แต่ว่าเช้าก็ประชุมได้ บ่ายก็ประชุมได้ ช่วงกลางวันก็เชิญผู้เกี่ยวข้องมา ทำได้ตลอดเวลาครับ และยังมีแรงที่จะทำอยู่ ก็ตั้งใจจะทำผมยกตัวอย่างนะครับว่า กรรมการที่ในอดีต นายกรัฐมนตรีไม่เข้ามาดูแลด้วยตัวเอง ผมเข้ามาดูเยอะ เช่น ผู้สูงอายุ คนพิการ เด็กเยาวชน กรรมการบางกรรมการไม่ประชุมมา ๒ ปี ผมก็ต้องมารื้อฟื้น เช่น กรรมการโรคเอดส์ เพิ่งประชุมกันไปนี้ เพราะว่า ๒ ปีที่ผ่านมาสถานการณ์เรื่องเอดส์ของเราก็แย่ลง เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จำเป็นจะต้องเข้าไปดูแลแก้ไข เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ความมั่นใจว่าผมทุ่มเททำงานเต็มที่ แต่ว่าปัญหานี้ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนเข้าใจอยู่แล้วว่า สถานการณ์หนักหน่วงพอสมควร ผมก็จะเดินหน้าทำอย่างเต็มที่ต่อไป และก็ยินดีรับฟังเสียงสะท้อนต่าง ๆ เพื่อที่จะปรับปรุงการทำงาน
ผู้ดำเนินรายการ: ในฐานะประชาชนคือนอกเหนือจาก ผมเข้าใจว่าท่านนายกฯ พยายามจะบอกว่าคงไม่สามารถทำตามความรู้สึกของเราได้ทุกอย่าง บางอย่างต้องยืนอยู่บนเหตุผลด้วยใช่ไหมครับ
อภิสิทธิ์: "ครับ คือจริง ๆ แล้วถ้าเรา วิธีที่จะช่วยที่สุดนะครับ ผมก็บอกว่าพยายามเข้าใจคนอื่น อย่าคิดเฉพาะในมุมของเรา พยายามเข้าใจมุมของคนอื่น เราอาจจะไม่เห็นด้วยกับเขาก็ได้ แต่ถ้าเราสามารถเข้าใจได้ว่าทำไมเขาคิดอย่างนั้น บางทีมันจะมีคำตอบ
ผู้ดำเนินรายการ: วันนี้หน้าหนังสือพิมพ์ผมเข้าใจว่าก็คงเต็มไปด้วยข่าววันเกิดของนายกฯ ทักษิณฯ นะครับ สักเดือนหน้าจะเป็นวันเกิดของท่านนายกฯ ใช่ไหมครับ ก็เลยอยากจะ
อภิสิทธิ์: "ห่างกันเยอะครับเป็น ๑๐ กว่าปีครับ"
ผู้ดำเนินรายการ: ครับ เลยอยากจะถามท่านนายกฯ ว่า ถ้าถึงวันเกิดแล้วมีโอกาสขอพรสัก ๓ ประการ นายกฯ อยากจะขอเรื่องอะไรบ้างครับ
...พรวันเกิด
อภิสิทธิ์: "ผมคิดว่าผมก็คงเหมือนกับทุก ๆ คนนะครับ ๓ ข้อนี้ผมก็ต้องบอกก่อนว่า ๑. ตัวเองก่อนนะครับ ขอให้ตัวเองมีสุขภาพแข็งแรง ๒. ก็ครอบครัว ครอบครัวนี้เราก็อยากให้ครอบครัวเรามีสุขภาพแข็งแรง มีความสุข เป็นครอบครัวที่อบอุ่น และ ๓. คือประเทศชาติ ให้สงบ ให้เจริญ ๓ ข้อนี้ผมว่าทุกคนน่าจะเหมือนกันมั้งครับ"
ผู้ดำเนินรายการ: คือ ๓ ข้อนี้พอแล้วนะครับ
อภิสิทธิ์: "ครับ"
ผู้ดำเนินรายการ: ต้องอวยพรท่านนายกฯ ทักษิณด้วยไหมครับวันนี้
อภิสิทธิ์: "ผมก็ไม่มีอะไรนะครับ ท่านก็มีการฉลองจัดงานอะไรต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องปกติ ผมก็คิดว่าท่านก็คงเหมือนคนอื่นมั้งครับ ก็คงอยากจะมีความสุข ถ้าผมสื่อสารได้ผมก็อยากจะบอกว่า ถ้าหากว่าท่านใช้คำว่าดวงตาเห็นธรรม ก็คงจะมีความสุขมากขึ้น"
ผู้ดำเนินรายการ: มีคนฝากมาถามผมนะครับบอกว่า ถ้าท้ายที่สุดแล้วท่านนายกฯ อาจจะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งนายกฯ แล้วความสุขในบั้นปลายนี้คืออะไรครับ
...ความสุขในบั้นปลาย
อภิสิทธิ์: "ผมหรือครับ ผมว่าความสุขผมไม่ได้อยู่ที่ว่ามีตำแหน่งอะไร อันนี้พูดจากใจจริง เพราะฉะนั้นผมถึงค่อนข้างจะสบายใจว่า ผมทำงานหน้าที่เป็น ส.ส. เป็นฝ่ายค้าน เป็นฝ่ายรัฐบาลนี้ ผมก็มีความสุขมาตลอด เพราะผมมีความสนุกกับสิ่งที่เป็นความรับผิดชอบ เป็นหน้าที่ ชอบทำงาน แล้วก็ผมทำงานบนอุดมการณ์สำนึกของผม ไม่ทำอะไรที่ฝืนสิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้นผมก็จะมีความสุข และผมก็มีครอบครัวที่ให้ความเข้าใจกับผมเป็นอย่างดี และก็มีความสุขอยู่ด้วยกัน ผมว่าชีวิตผมก็มีความสุขอยู่แล้ว และคนเรานี้ก็ต้องเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพราะฉะนั้นจะมาถามว่าบั้นปลายอะไร บั้นต้น ไม่หรอกครับ ชีวิตต่อเนื่อง และคนเราก็ต้องเปลี่ยนแปลงหน้าที่บทบาทไปตลอดเวลา ผมก็ไม่ได้ไปกังวลไปคิดอะไรในเรื่องพวกนี้ เพราะว่าแต่ละวันใช้ชีวิตก็ใช้ตามแนวทางที่ใช้มา ก็มีความสุขดีตลอดเวลา
ผู้ดำเนินรายการ: ดูเหมือนท่านนายกฯ ความสุขจะต้องมีครอบครัวมาเป็นส่วนประกอบแรก ๆ นะครับ คือถ้าอยู่ไกลที่อื่นแล้วไม่มีครอบครัวคงไม่มีความสุขใช่ไหมครับ
อภิสิทธิ์: "คือผมอยากจะเรียนว่าจริง ๆ แล้วถ้าเราทำหน้าที่ของเรา หน้าที่ของเราไม่ใช่เป็นหน้าที่ในเรื่องการงานอย่างเดียว เรามีความรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าครอบครัว ในฐานะพ่อ ในฐานะสามี ในฐานะอะไรต่าง ๆ ในฐานะลูกนะครับ เราก็ต้องทำทุกหน้าที่ให้ดีที่สุด แล้วถ้าเราทำแล้วมีความรักความเข้าใจให้กันและกัน นั่นคือความสุข"
ผู้ดำเนินรายการ: วันนี้คงจะมีโอกาสสัมภาษณ์ท่านนายกฯ ในสตูดิโอเท่านี้ก่อนนะครับ ขอบพระคุณท่านนายกฯ มากนะครับ...
<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>