๖เดือนที่ผ่านมาสัญญาณฟื้นเศรษฐกิจชัดเจน ต้นกล้าช่วยลดว่างงาน โฉนดชุมชนบ้านมั่นคงมาจากชุมชนเข้มแข็ง อุ่นใจได้วัคซีนกับยามีเพียงพอ(๒๖ ก.ค.๕๒)

- เศรษฐกิจเริ่มฟื้น: ตัวเลขเดือนมิ.ย.เริ่มเป็นบวก
- บ้านมั่นคง: ไทยเข้มแข็งช่วยแก้ปัญหาคนจนเมือง
- สมัครต้นกล้าอาชีพกว่า ๔แสน จบแล้ว ๒แสน ๗๐% มีงานทำ
- ผลงาน ๖ เดือน : แก้ปัญหาเฉพาะหน้า เริ่มทำระยะยาว
- ประชุมอาเซียนภูเก็ต ลุล่วงด้วยดี
- “อภิสิทธิ์” อ้วนขึ้น ออกงาน vs ทำงาน พรวันเกิด vs พรทักษิณ?
- ตามข่าว: อุ่นใจได้ยาวัคซีนไข้หวัดมีพอ เกษตรกรได้ประโยชน์ทุกคน
* ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

  - เศรษฐกิจเริ่มฟื้น: ตัวเลขเดือนมิ.ย.เริ่มเป็นบวก
...ตัวเลขเศรษฐกิจของเดือนมิ.ย. เริ่มกลับมาเป็นบวก ทั้งดัชนีการบริโภค การลงทุน และส่งออก   นอกจากนั้น การสำรวจความเชื่อมั่นทั้งของผู้บริโภคของธุรกิจ  ก็มีแนวโน้มที่จะขยับตัวสูงขึ้น

ตัวเลขเศรษฐกิจเดือนมิ.ย.เริ่มเป็นบวก

อภิสิทธิ์:
"เมื่อพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจแล้ว  ก็อยากจะถือโอกาสรายงานนะครับว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนกับหลาย ๆ ฝ่าย  ทั้งในส่วนของผู้แทนขององค์กรระหว่างประเทศ ทั้งในส่วนของการที่ผมได้เชิญประชุมหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานสำคัญ ๆ  ทางด้านเศรษฐกิจ  คือได้มีการประชุมร่วมกับทางกระทรวงการคลัง กับท่านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย  และมาดูตัวเลขทางเศรษฐกิจ  ผมคิดว่าเราเริ่มเห็นแนวโน้มที่ดี  คือนอกเหนือจากเศรษฐกิจโลกเองมีแนวโน้มที่จะมีความเข้มแข็งเติบโตขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง  ปรากฏว่าเรามาไล่ดูตัวเลขเศรษฐกิจที่เป็นตัวเลขรายเดือน  สิ่งที่น่าดีใจคือพบว่าหลังจากที่ตัวเลขทางเศรษฐกิจ  ถ้าเทียบเดือนต่อเดือนมีลักษณะของการติดลบมาต่อเนื่อง หลังจากที่เกิดวิกฤตตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว มาในเดือนมิถุนายนนี้ปรากฏว่าตัวเลขต่าง ๆ ถ้าเทียบกับเดือนพฤษภาคมเริ่มเป็นบวก  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดัชนีการบริโภค  ไม่ว่าจะเป็นดัชนีทางด้านการลงทุน  ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการส่งออกเอง  ถ้าเทียบเดือนต่อเดือน  ก็กลับมาเป็นบวก"  

อภิสิทธิ์: "นอกจากนั้นการสำรวจความเชื่อมั่นทั้งของผู้บริโภค  ทั้งของธุรกิจ  ก็มีแนวโน้มที่จะขยับตัวสูงขึ้นในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้   เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าขณะนี้เราเริ่มเห็นสัญญาณของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจชัดเจนยิ่งขึ้น  ซึ่งก็ดูจากทั้งเรื่องของตัวเลขการเติบโตต่าง ๆ ที่ได้พูดมาแล้ว  การใช้กำลังการผลิต  ซึ่งตรงนี้เป็นผลดีกับเรื่องของการสร้างงานด้วย  เพราะว่าก่อนหน้านี้คงจำกันได้ว่าเราวิตกกังวลกันมากว่าตัวเลขการจ้างงานหรือปัญหาการว่างงานจะเป็นปัญหาที่รุนแรงมาก  แต่ว่าในขณะนี้ถ้าหากว่าเรามองเห็นชัดเจนนะครับว่าเศรษฐกิจไม่น่าที่จะตกต่ำไปมากกว่านี้  และเริ่มที่จะทรงตัวหรือเริ่มขยับตัวขึ้น  ก็จะทำให้แรงกดดันในเรื่องของปัญหาการจ้างงานลดลงไป  ทั้งหลายทั้งปวงนี้ยืนยันนะครับว่าสิ่งที่ผมได้เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ว่า เศรษฐกิจที่จะติดลบ ๓ ไตรมาสแรก น่าจะกลับมาเป็นบวกได้ในไตรมาสที่ ๔  ขณะนี้การประมาณการของหน่วยงานต่าง ๆ ก็ยังเป็นไปตามแนวทางนี้   จริงอยู่ครับในช่วงกลางสัปดาห์มีการบอกว่าธนาคารแห่งประเทศไทยนั้นปรับลดตัวเลขเศรษฐกิจทั้งปีลง  แต่ว่าท่านผู้ว่าการฯ ได้คุยกับผมว่า ปัจจัยที่ปรับลง เพราะว่าในไตรมาสแรกเศรษฐกิจติดลบมากกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเคยคาดการณ์ไว้  แต่ว่าถ้าดูตัวเลขในแง่ของเดือนมิถุนายนแล้วก็ยังมีความมั่นใจว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจจะค่อย ๆ ลดลงโดยลำดับ  และจะกลับมาเป็นบวกได้ในไตรมาสที่ ๔ "

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง  >>

(กลับไปด้านบน)

- บ้านมั่นคง: ไทยเข้มแข็งช่วยแก้ปัญหาคนจนเมือง

...เป็น โครงการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยแบบ “นอกกรอบ” คือแทนที่จะบังคับให้ผู้รุกที่ย้าย ก็ให้ได้อยู่ในที่เดิม แต่จัดระบบกติกาใหม่ โดยให้ชุมชนรวมตัวกันบริหาร ด้วยเงินสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งในปี ‘๕๓ จะได้รับจาก "ไทยเข้มแข็ง” กว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท

รัฐบาลเร่งผลักดันโฉนดชุมชน

...อภิสิทธิ์: " มีงานอีกหลายเรื่องซึ่งผมได้เดินหน้าผลักดันอย่างต่อเนื่อง  ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการแก้ปัญหาที่ทำกิน  ซึ่งในส่วนของโฉนดชุมชนก็จะมีการผลักดันอย่างต่อเนื่อง  กำลังทำความเข้าใจกับทุกหน่วยงาน  หน่วยงานซึ่งอาจจะเคยมีปัญหายังประสานงานไม่ค่อยเรียบร้อย  เช่น  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ผมได้คุยกับท่านรัฐมนตรี  พบกับภาคประชาชนแล้ว  ก็มีความก้าวหน้าไปในทางการที่ดีขึ้น   และในช่วงท้ายของรายการในวันนี้  ในส่วนของชุมชนเมืองเอง  เราจะไปคุยกันในเรื่องของบ้านมั่นคง  ซึ่งเป็นหลักการเดียวกันเหมือนกันในการแก้ไขปัญหาในเรื่องของที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชนในชุมชนเมือง  ตอนนี้พักกันสักครู่นะครับ  เดี๋ยวกลับมาพบกับพิธีกรรับเชิญเพื่อสนทนากันสักประมาณ ๒๐ นาที  และในช่วงท้ายก็ไปดูในเรื่องของบ้านมั่นคงและการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของรัฐบาล "  

ผู้ดำเนินรายการ: สวัสดีครับพบกับรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” วันนี้ผม ประสาน  อิงคนันท์ รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ  วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่นายกฯ อภิสิทธิ์นั้นได้ลงมาตรวจเยี่ยมโครงการเกี่ยวกับการใช้งบประมาณในโครงการไทยเข้มแข็ง  วันนี้มาที่ชุมชนบางบัว  อยู่ในกรุงเทพมหานครที่เขตบางเขน  เป็น ๑ ในโครงการบ้านมั่นคง  คุณผู้ชมอาจเคยได้ยินมาแล้ว  เป็นโครงการเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาทางด้านที่อยู่อาศัยของคนที่มีรายได้น้อย  หรือถ้าพูดกันง่าย ๆ คือเรื่องของการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับชุมชนแออัดในเมืองเกี่ยวกับเรื่องปัญหาของคนจนเมืองนั่นเอง  โครงการนี้เป็นโครงการที่ตั้งขึ้นเพื่อที่จะให้ชุมชนนั้นได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของตนเอง  ซึ่งรัฐบาลนั้นได้จัดงบประมาณมาลงให้การสนับสนุน  

วันนี้นายกฯ อภิสิทธิ์ลงมาที่นี่เพื่อมาตรวจเยี่ยมความคืบหน้าของโครงการ  แต่ก่อนหน้านั้นผมได้มีโอกาสไปพูดคุยกับชาวบ้านถึงความเป็นมาเป็นไปว่าที่ชุมชนบางบัวนี้เป็นอย่างไรบ้าง สมัยก่อนก็เป็นเช่นเดียวกับที่อื่น ๆ คือเป็นชุมชนแออัดอยู่ข้างคลอง  มีการรุกล้ำคูคลอง  มีปัญหายาเสพติด  ปัญหาน้ำเน่าเสีย  แต่ทุกวันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว

ผู้ดำเนินรายการ:  ตอนนี้ท่านนายกฯ ฟังบรรยายสรุปรอเปิดป้ายโครงการ รวมถึงทักทายชาวบ้านที่มาต้อนรับวันนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว  เดี๋ยวผมคงจะได้มีโอกาสพูดคุยกับท่านนายกฯ ว่าโครงการบ้านมั่นคงที่มาสร้างความเปลี่ยนแปลงกับชุมชนบางบัวแบบนี้แล้ว นอกจากที่นี่จะเกิดขึ้นที่ไหนอีกนะครับ ท่านไปที่ไหนประชาชนยังอุ่นหนาฝาคั่งเหมือนเดิมนะครับ


อภิสิทธิ์: "ธรรมดาครับ  เวลาไปเยี่ยมเยียนประชาชนก็อยากจะพบผู้บริหารประเทศ  ปกติครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: ท่านนายกฯ มาถึงที่นี่  ตอนนี้นโยบายของรัฐบาลเอง

อภิสิทธิ์:  "หลักคิดของรัฐบาลในเรื่องของที่อยู่อาศัยกับที่ทำกินในชนบทในเมืองจะคล้าย ๆ กัน  คือว่าเราจะทราบว่าในปัญหาในอดีตที่ผ่านมาแก้ไขยังไม่ได้  มันมีข้อติดขัดเรื่องกฎหมายบางอย่าง  ทำอย่างไรพอที่จะไปเป็นเจ้าของ   เหมือนกับมีการพูดกันว่าบุกรุกมาเป็นเจ้าของ  และขายและไปบุกรุกต่อ  เพราะฉะนั้น หลักที่เราพยายามทำตอนนี้คือว่าแทนที่เราจะคิดอยู่ในกรอบเดิม ๆ ว่าตกลงว่าจะเป็นของใคร  จะเป็นของชาวบ้าน หรือของรัฐ  เราให้ชาวบ้านรวมกลุ่ม  ซึ่งจริง ๆ  เขากันมาก่อนแล้ว  ตั้งแต่หลายปีแล้ว  เพราะฉะนั้นจะเป็นในต่างจังหวัด  เขาก็มีเครือข่ายของประชาชนเรื่องที่ดินก็ดี  ในกรุงเทพฯ ก็มีหลายชุมชนที่เขาทำเป็นสหกรณ์ และรวมตัวกัน  ทีนี้พอเขารวมตัวกันเขาดูแลกันเอง  มันง่ายหน่อย  เพราะว่าหน่วยงานรัฐจะเข้าไปรู้ว่าสภาพข้อเท็จจริงว่าใครเป็นใคร  ใครมาอยู่ ๗๐-๘๐ ปี  ใครเพิ่งเข้ามา หรือใครแปลกปลอมเข้ามา เขาจะรู้  เราก็ให้องค์กรของประชาชนเขาจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย  พอเรียบร้อยตอนนี้หลักอย่างที่คุยกันเมื่อสักครู่คือว่าแทนที่รัฐจะให้กรรมสิทธิ์เป็นคน ๆ  เราก็ให้มาที่ตัวชุมชน  เราก็โอนเงินมาที่สหกรณ์  สหกรณ์เขาก็จะไปดูแลกันเอง  อย่างกรณีของบ้านมั่นคงเราจะทำเรื่องให้เขาเช่า โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รัฐบาลสมัยท่านนายกฯ ชวน หลีกภัย ตั้งขึ้นมาเป็นองค์การมหาชน  ก็เอาเงินมา   และมาเช่าสัญญา ๓๐ ปี  อันนี้จะทำให้เกิดความมั่นคง มีความเป็นระบบและมาปล่อยเป็นสินเชื่อ   ดอกเบี้ยประมาณ ๔ เปอร์เซ็นต์ และให้สหกรณ์เข้ามาจัดการ 

ผู้ดำเนินรายการ: ดูเหมือนว่ากรอบการแก้ปัญหาแบบเดิม ๆ ที่คิดว่าไปมองว่าชาวบ้านผิดอย่างเดียว ย้ายออกไปแก้ปัญหา  ตรงนี้ไม่ใช่แนวทางที่จะใช้ได้ผล

อภิสิทธิ์:  "ก็จะมีปัญหามาตลอดว่า  ผมเองผมเป็นตัวแทน กทม. สมมติเวลาเกิดประเด็นที่บอกว่าย้ายไปอยู่ที่อื่น  คือไม่อยากไป  เพราะว่าชีวิต อาชีพ อะไรต่าง ๆ หรือโรงเรียน  ก็ผูกพันกันอยู่  และโดยเฉพาะคนที่อยู่มานานหลายสิบปี"
 
ผู้ดำเนินรายการ: อย่างเวลาเราพูดถึงโครงการที่เกี่ยวกับการก่อสร้างขนาดใหญ่  มีโครงการบ้านเอื้ออาทร อะไรก็แล้วแต่ 

อภิสิทธิ์: "บ้านเอื้ออาทรปัญหาหลักตอนนี้นอกจากเรื่องรูปแบบแล้ว  ขณะนี้ที่ผ่านมาปัญหาที่เรารับรายงานมาเรื่องบ้านเอื้ออาทรคือหลายพื้นที่ไปไกล  และที่บอกว่าจอง ๆ  กัน เอาเข้าจริง ๆ จองไม่จริง  เข้าไปอยู่ไม่จริง  กำลังสะสางแก้ปัญหาให้การเคหะแห่งชาติอยู่  แต่ว่ามันคนละแนวคิดกัน  บ้านมั่นคงเป็นเรื่องที่ที่มีอยู่แล้ว  ชาวบ้านอยู่ ๆ แล้ว  และเรามาจัดระบบ จัดระเบียบ  จัดกติกา หาสินเชื่อ  หาทุน  และมาบริหารจัดการโดยให้ชาวบ้านเป็นคนทำ  แต่บ้านเอื้ออาทรหมายความว่าไปสร้าง และบอกว่าให้คนมาจอง และไปอยู่  อยู่ไม่อยู่  และจะเป็นอย่างไรก็อีกเรื่องหนึ่ง"
 
ผู้ดำเนินรายการ: ผมจะเข้าใจว่าในบางชุมชนนี่บางทีชาวบ้านรวมตัวกันเข้มแข็ง พยายามจะลุกขึ้นมาแก้ปัญหา เปลี่ยนแปลงชุมชนของตัวเอง แต่ว่าบางครั้งอาจจะไปติดขัดพวกเรื่องข้อกฎหมาย

อภิสิทธิ์: "บ้านมั่นคงก็ยังมีประเด็นเรื่องกฎหมายควบคุมอาคาร ซึ่งเราก็ต้องมาแก้ไป และส่วนตรงนี้ก็ได้รับความร่วมมือจากธนารักษ์เขาด้วย ว่าที่นี่ตกลงเราจะจัดสรรให้เป็นระบบเช่าเป็นระบบอะไรอย่างไร"

ผู้ดำเนินรายการ: เมื่อสักครู่นี้ก็ชาวบ้านที่เรียกว่าทำผักสวนครัวอยู่หน้าบ้านนะครับ

...สวัสดิการ ระบบบำนาญประชาชน จะเป็นเรื่องถัดไป
อภิสิทธิ์: "
คือเมื่อสักครู่นี้ที่คุยกันเขาก็บอกว่านอกจากเรื่องของตัวบ้านแล้วจะต้องมีเรื่องระบบสวัสดิการ และระบบอาชีพเข้ามา ความจริงเรื่องสวัสดิการก็จะเป็นเรื่องถัดไปที่รัฐบาลกำลังจะเร่งไปดู ก็คือสนับสนุนเรื่องของสวัสดิการชุมชนที่เขาทำกันเองอยู่แล้ว ว่าต่อไปนี้ต้องให้รัฐบาลสมทบด้วยและจะเป็นการจูงใจให้คนเริ่มมีการออม มีสวัสดิการ และไปสู่ระบบ ต่อไปเราก็อยากให้เรียกว่าบำนาญประชาชนกันนะครับ ทั้งเบี้ยยังชีพทั้งอะไรก็เอามารวมกัน เพราะฉะนั้นงานพวกนี้ผมคิดว่าสำคัญ ต้องใช้เวลา เพราะว่าต่อไปข้างหน้าประเทศเราจะมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ๆ เป็นสัดส่วน เพราะฉะนั้นผมก็ดีใจนะครับที่เมื่อกี้เขาพูดเลยว่าไม่ใช่มีเฉพาะเรื่องว่าสร้างบ้านแจกแล้วก็แจกไป เรื่องอาชีก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะในที่สุดแล้วเรื่องที่บอกว่าปล่อยสินเชื่อไปเงินกลับมาหมุนเวียนหรือไม่ มีหนี้สินหรือไม่ก็อยู่ตรงนี้ ถ้าเราไม่ทำครบวงจรก็จะเป็นปัญหา

ผู้ดำเนินรายการ: เท่าที่ผมฟังชาวบ้านดูดูเหมือนว่า นอกจากการแก้ปัญหาเรื่องบ้านแล้วดูเหมือนว่าสิ่งอื่น ๆ จะตามมา เรื่องการรวมตัวกันในชุมชนครับ

อภิสิทธิ์:  ใช่ครับ จะมีประเด็นฝากอยู่ตลอดเรื่องยาเสพติด เรื่องอะไรต่าง ๆ"

ผู้ดำเนินรายการ: วันนี้ท่านนายกฯ มาที่นี่นะครับ ผมเข้าใจว่าคงจะได้ นอกจากที่ชุมชนแล้วผมเข้าใจว่าน่าจะมีอีกหลาย ๆ ที่ที่น่าอยากจะซักถามถึงความคืบหน้าโครงการนะครับ เรื่องว่ารัฐบาลจะเข้ามาช่วยดูแลสนับสนุนอย่างไรบ้าง เรื่องของงบประมาณด้วยนะครับ

อภิสิทธิ์: "ที่จริงวันนี้เข้าใจว่าพี่น้องมาจากหลายพื้นที่มากนะครับ ที่องค์กรมีชื่อย่อ พอช. หลักของการทำงานในช่วงที่ผ่านมานี้ต้องบอกครับว่าแต่ละพื้นที่งานสำเร็จไม่สำเร็จ สำคัญที่สุดคืออยู่ที่ชาวบ้าน ถ้าพี่น้องประชาชนรวมตัวกันจัดระบบได้ดี หรือรู้เพราะชาวบ้านด้วยกันเองรู้ว่าใครเป็นใครอยู่แล้วในพื้นที่ ตรงนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด ที่ทำอยู่จะเป็นที่อยู่อาศัยในชุมชนเมืองอย่างนี้ หรือว่าที่เป็นที่ทำกินในพื้นที่ชนบทตอนนี้เราจึงเน้นในเรื่องของการที่จะทำระบบที่เรียกว่าโฉนดชุมชน หรือการให้สิทธิ์กับชุมชนกับสหกรณ์ แล้วองค์กรของประชาชนจะสามารถไปบริหารจัดการกันเองได้ ในกรณีอย่างนี้สำคัญที่สุดก็คือเราได้ตามวัตถุว่าที่ หรือว่าบริเวณนั้นเรื่องของการทำกินก็ดี เรื่องของการอยู่อาศัยก็ดี ก็คือเป็นของประชาชนที่อยู่ตรงนั้น ไม่ใช่ว่าถ้าเราไปช่วย และสมมติว่ามีเอกสารสิทธิ์ให้ไปปรากฏว่าอีกไม่นานเท่าไรเปลี่ยนมือ อาจจะเป็นพ่อค้านายทุนมายึดไปอีก เสร็จแล้วก็คนที่ได้เอกสารไปก็ต้องไปหา ไปบุกรุกที่อื่นอยู่ เราก็ต้องการที่จะหยุดปัญหาอย่างนี้ด้วยการนำเอาแนวคิดว่าชุมชนเป็นเรื่องของชุมชนบริหารจัดการ เพราะนั้นเงินก้อนแรกก็จะเป็นเรื่องของใช้ของไทยเข้มแข็ง แล้วก็ที่ตามมาอีก ๓ - ๔ ปีข้างหน้านี้ก็จะดูความเป็นไปได้ในเรื่องของงบประมาณ เพื่อทยอยจัด แต่ว่าที่เราพูดคุยกันมาก่อนหน้านี้ก็อุ่นใจว่าหนี้เสียน้อยมาก ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องของความเข้มแข็งของประชาชนเอง"

ผู้ดำเนินรายการ: ไม่ทราบว่ามีพี่น้องท่านใดมีคำถามไหมครับ

ชาวบ้าน: ผมขายที่อยู่แถวเชียงใหม่นะครับ คือในที่ดินบางที่รัฐให้นายทุนเช่าได้ แต่ทำไมประชาชนเช่าไม่ได้

อภิสิทธิ์: "คือตอนนี้ทางกระทรวงทรัพยากรฯ ได้ขอจัดทำโครงการใหญ่โครงการหนึ่ง คือท่านรัฐมนตรีใช้คำว่าสแกน ข้อเท็จจริงคือไปตรวจสอบเรื่องของที่ที่มีการพิพาทมาตลอดว่าเป็นที่อะไรกันแน่ ป่ารุกคนหรือคนรุกป่า ทำไมเป็นป่าสงวนแต่ส่วนราชการตั้งอยู่ได้ ซึ่งมีเยอะมากทั่วประเทศในขณะนี้ คาดว่าใช้เวลาประมาณ ๒ ปีนะครับ คือเดิมนี้ปัญหาจะมีว่าเป็นเรื่องการพิสูจน์สิทธิ์ แล้วก็มีความยากลำบากมาก ถ้าไม่มีเอกสารก็ออกโฉนดอะไรต่าง ๆ ไม่ได้ ตอนนี้จะตั้งต้นกันว่าไปสำรวจกันก่อนว่าสภาพข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร จะใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ซึ่งมีมากขึ้นที่จะมาทำเรื่องนี้ ก็คิดว่าอันนี้จะเป็นตัวช่วยตัวหนึ่งในการที่ในที่สุดสามารถที่จะตัดสินใจได้ว่าแต่ละที่นี้จะสามารถได้สิทธิ์กับประชาชนได้อย่างไร"

ผู้ดำเนินรายการ: อยากให้ท่านนายกฯ ทิ้งท้ายไว้นิดหนึ่งครับ ที่ชุมชนกำลังรุดหน้าไปได้พอสมควร ตอนนี้ต้องบอกว่านโยบายรัฐบาลคืออย่างทีท่านบอก ประชาชนมาก่อนใช่ไหมครับ

อภิสิทธิ์: "อยากให้ความมั่นใจนะครับเรื่องของงบประมาณ  เรื่องของแผนที่มองไปข้างหน้านี้ ได้เสนอเข้า ครม. หมดแล้วนะครับ แล้วก็ครม. มีมติเห็นชอบ เพียงแต่ว่าไปดูว่าเงินที่จะเอามานี้แหล่งไหน อย่างไร จึงจะดีที่สุด ๑,๐๐๐ ล้านก็เรียบร้อยไปแล้ว ส่วนปีต่อ ๆ ไปก็กำลังดูทางเลือกต่าง ๆ ขอยืนยันว่าเดินหน้าแน่นอนครับ เพราะนี่เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ทิ้งท้ายก็ต้องบอกอีกครั้งหนึ่งนะครับว่างานทั้งหมดที่สำเร็จได้ จริงอยู่รัฐบาลเข้ามาสนับสนุน ท้องถิ่นเข้ามาทำงาน พอช. เข้ามาช่วย แต่ความสำเร็จจริง ๆ คือความสำเร็จของประชาชน ถ้าทุกคนรวมตัวกัน เคารพกติกายึดถือประโยชน์ส่วนรวม ซื่อสัตย์ต่อกัน อันนี้คือหัวใจของความสำเร็จ ทำอย่างนี้ได้นะครับผมเชื่อว่าการสนับสนุนจากรัฐบาลจะทำให้ทุกฝ่ายเป็นไปได้ด้วยดีตามความต้องการของพี่น้องประชาชนครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: ตอนนี้ภารกิจของท่านนายกรัฐมนตรีในการลงมาตรวจเยี่ยมโครงการบ้านมั่นคงก็เสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ จะเห็นนะครับว่าสิ่งที่ท่านนายกฯ ดูเหมือนชาวบ้านพยายามจะพูดออกมาก็คือว่าเรื่องของการพัฒนาไม่ว่าจะเป็นระดับเล็กระดับใหญ่หรือว่าระดับชุมชนนั้น ส่วนหนึ่งก็คือต้องมีชาวบ้านเป็นตัวตั้ง และก็ต้องเริ่มต้นจากชุมชนนะครับ อย่าไปหวังพึ่งเพียงแค่เรื่องของรัฐบาลเพียงอย่างเดียว ว่าการให้กับประชานิยมคงไม่มีทางสำเร็จนะครับ ส่วนอื่น ๆ ชุมชนต้องเริ่มต้นแล้วก็มีรัฐบาลเป็นตัวเสริมนะครับ จากนี้ไปคงจะต้องฝากความหวังไว้ที่นายกรัฐมนตรีนะครับ ในการที่จะให้ความสำคัญกับชาวบ้านโดยใช้ชุมชนเป็นตัวตั้งครับ

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง  >>


(กลับไปด้านบน)

- สมัครต้นกล้าอาชีพกว่า ๔แสน จบแล้ว ๒แสน ๗๐% มีงานทำ

...ผู้อบรม ช่วยชะลอการเลิกจ้าง สนับสนุนวิสาหกิจชุมชน
มีผู้สนใจเข้าฝึกอบรมในโครงการต้นกล้าอาชีพ ๔ แสนคน

อภิสิทธิ์: "เมื่อพูดถึงเรื่องของเศรษฐกิจและการว่างงานแล้ว  ก็เลยถือโอกาสรายงานเรื่องของโครงการสำคัญของรัฐบาลโครงการหนึ่งที่ได้ดำเนินการมาประมาณ ๔ เดือนแล้ว คือเรื่องของโครงการต้นกล้าอาชีพ  ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการที่รัฐบาลจะใช้ในการรับมือกับเรื่องของปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ และปัญหาการว่างงาน  อยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่า มีผู้ที่สนใจเข้ามาสู่โครงการต้นกล้าอาชีพประมาณ ๔ แสนคน  และใน ๔ แสนคนขณะนี้ได้ดำเนินการจัดการฝึกอบรม ทั้งที่ฝึกไปแล้ว ทั้งที่ทำอยู่  ประมาณเกือบ ๒ แสนคนแล้ว  ซึ่งแบ่งเป็นในส่วนของโครงการต้นกล้าอาชีพที่ประชาชนเข้ามา และอยากจะแสดงความสนใจ  อยากจะฝึกในเรื่องต่าง ๆ เกือบแสนคน   อีก ๘ หมื่นคนจะเป็นโครงการพิเศษ  เช่น  หน่วยงานต่างๆ มีความต้องการในเรื่องของคนที่จะเข้ามาทำงานให้ เช่น การคืนครูให้นักเรียน  ที่เราทำการฝึกอบรม และสร้างเจ้าหน้าที่ธุรการกระจายไปตามโรงเรียนต่าง ๆ หรือจะเป็นในเรื่องของการที่จะมีการทำการสำรวจขึ้นทะเบียนเกษตรกร ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังจะต้องดำเนินการอยู่  เพื่อรองรับในเรื่องของนโยบายการประกันราคาหรือประกันรายได้ในเรื่องข้าว  ข้าวโพด มันสำปะหลัง  และนอกจากนั้นยังมีอีกเกือบ ๒ หมื่นคนที่เข้ามาในโครงการนี้ภายใต้ข้อตกลงระหว่างรัฐบาลกับภาคเอกชนเองว่า ถ้าเข้ามารับการฝึกอบรมแล้ว  ทางภาคเอกชนจะชะลอการเลิกจ้าง"

อภิสิทธิ์: "เพราะฉะนั้น เกือบ ๒ แสนคนเข้ามาสู่โครงการนี้แล้ว  ที่น่าสนใจคือว่าเมื่อได้รับการฝึกอบรมแล้ว  ขณะนี้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์โดยประมาณของคนที่ผ่านการฝึกอบรม  มีงานทำแล้ว  จะเป็นการไปรับจ้างหรือการประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าโครงการที่รัฐบาลดำเนินการน่าจะสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในการที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องของการว่างงาน  นอกจากเรื่องของการที่บอกว่ามีงานทำแล้ว  สิ่งหนึ่งที่เป็นเป้าหมายของต้นกล้าอาชีพคือเราส่งเสริมให้คนที่ผ่านโครงการกลับไปทำเรื่องของวิสาหกิจชุมชน  ซึ่งมีตัวอย่างเยอะนะครับ  เดี๋ยวจะมีภาพให้ดูให้เห็นเป็นตัวอย่างว่า เรามีหลายคนซึ่งฝึกอยู่ในภูมิภาค และไปประสบความสำเร็จ  เมื่อสักครู่ผ่านไปจะมีที่ระยอง เขาฝึกเรื่องของชำร่วย   ที่โคราชก็มีคนไปทำเรื่องของการซ่อมกระเป๋า  กางเกงยีนส์  อย่างนี้เป็นต้น  นอกจากนั้นยังมีเป็นเพ้นท์เสื้อยืดที่ปทุมธานี  ไปทำผลิตภัณฑ์เพ้นท์เสื้อยืด  ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นวิสาหกิจที่ไปเริ่มต้นขึ้น  แม้กระทั่งปาท่องโก๋  เขาไปทำปาท่องโก๋  บอกทอดแล้วรวย  ขยายสาขาได้ด้วย ๒ จังหวัด  อันนี้ได้รับการฝึกจากที่ชัยภูมิ  นี่คือตัวอย่างของงานที่ผมคิดว่าจะมีความสำคัญต่อไป  โครงการต้นกล้าอาชีพก็ยังเดินหน้าต่อ  นอกเหนือจากเป็นการชะลอการเลิกจ้าง  นอกเหนือจากเป็นการสร้างงานแล้ว  เรากำลังจะพยายามสนับสนุนให้เกิดวิสาหกิจชุมชน  ให้คนกลับไปถิ่น  และเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคของชุมชน ในภาคของพื้นที่ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย  อันนี้เป็นเรื่องของความคืบหน้าทางเศรษฐกิจ  ซึ่งผมคิดว่าเป็นแนวโน้มที่ดี" 

อภิสิทธิ์: "...แต่ในแง่ของเศรษฐกิจนี้อย่างที่เมื่อสักครู่นี้ที่เล่าให้ฟัง เราก็พูดตั้งแต่ต้นว่าจะพยายามให้มันกลับมาเป็นบวกปลายปี ขณะนี้การประเมินทุกอย่างก็เป็นอย่างนั้นอยู่ และหลายเรื่องซึ่งคนเคยกลัวกันเมื่อตอนที่ผมเข้ามา บอกว่าการว่างงานจะพุ่งขึ้นไปถึง ๒ ล้านคนถึงอะไรนี้ ผมคิดว่าขณะนี้ไม่น่าจะเป็นอย่างนั้นแล้วนะครับ

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง  >>


(กลับไปด้านบน)

- ผลงาน ๖ เดือน : แก้ปัญหาเฉพาะหน้า เริ่มทำระยะยาว

...๖ เดือนแรกรัฐบาลได้แก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจและความขัดแย้งลุล่วงไประดับหนึ่ง แต่ยังต้องทำต่ออีกหลายอย่าง เช่น เริ่งสินเชื่อ และค่าเงิน นอกจากนี้ ยังได้ปูรากฐานโครงสร้างเศรษฐกิจสังคมระยะยาว ทั้งการศึกษา คุณภาพชีวิต เศรษฐกิจสร้างสรรค์

อภิสิทธิ์:
 "...แต่แน่นอนก็ยังมีงานบางเรื่องที่เป็นงานทางด้านเศรษฐกิจในเชิงนโยบาย ที่ต้องทำเพิ่ม
 

อภิสิทธิ์:
"ผมเกริ่นไว้แล้วก่อนหน้านี้มีเรื่องสินเชื่อ ซึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา ท่านรองนายกฯ กอร์ปศักดิ์ฯ ท่านรัฐมนตรีฯ กรณ์ฯ ก็ได้เชิญธนาคารรัฐต่าง ๆ มา แล้วก็เริ่มกำหนดเป้าหมายในเรื่องการปล่อยสินเชื่อ เพราะว่าตอนนี้พอเศรษฐกิจเริ่มทรง หรือว่าตัวเลขต่าง ๆ เริ่มเป็นบวกมากขึ้น ความกังวลวิตกกังวลเรื่องหนี้เสียมันจะลดลง เพราะฉะนั้นการเร่งเป้าหมายตรงนี้ก็จะทำได้มากขึ้น เรื่องที่สองคือเรื่องของค่าเงิน ซึ่งเราก็บ่นกันว่ามันแข็งจนทำให้กระทบการส่งออกหรือไม่แต่ว่าเราก็ต้องยอมรับว่าขณะนี้ ๖ เดือนผ่านไป การเกินดุลการค้ามันเกินดุลเยอะมากนะครับ เพราะว่าส่งออกลด แต่ว่านำเข้าลดมากกว่า ก็เลยทำให้มีแรงกดดันให้ค่าเงินแข็ง ซึ่งตรงนี้ก็ได้มีการทำความเข้าใจกันพูดคุยกับทางกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว ว่าการบริหารจัดการในเรื่องของเงินโดยเฉพาะเรื่องของเงินกู้ต่าง ๆ นี้ก็จะใช้วิธีการซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันค่าเงินไม่ให้แข็งขึ้น เช่น ขณะนี้กำลังไล่ดูครับว่าหลายโครงการซึ่งจะต้องกู้เงินต่างประเทศเข้ามาก็เปลี่ยน กู้ในประเทศ เพราะมีเงินในประเทศอยู่เยอะ แล้วก็ค่อยไปแลก หรือว่าถ้ากู้ต่างประเทศเข้ามาก็มาพักไว้ก่อน เพื่อที่จะเป็นแนวทางในการที่จะลดแรงกดดันต่อค่าเงิน"

อภิสิทธิ์: "เพราะฉะนั้นถามผมในภาพรวมนี้นะครับ เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องการเมือง ก็เป็นไปในแนวทางซึ่งเราได้วางไว้ แต่จะบอกว่าพอใจไหม บอกพอใจไม่ได้ ผมจะไม่พอใจจนกว่าเศรษฐกิจกลับมาเป็นบวก ผมจะไม่พอใจจนกว่าเรามีความสบายใจว่าความขัดแย้งทางการเมืองได้คำตอบสุดท้ายแล้ว ซึ่งมันยังไม่ได้ เราก็อยู่ในช่วงของการพิจารณารายงานของคณะกรรมการของสภาฯ มา ขณะเดียวกันก็ต้องบอกว่าแม้ว่ามีวิกฤตสองเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ๖ เดือนที่ผ่านมาเราก็ทำอีกหลายเรื่อง ซึ่งคนพูดกันมานานว่าอยากให้ทำ หลายคนบอกจะทำแต่ก็ไม่ได้ทำ เช่น เรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เช่น เรื่องของการเรียนฟรี เช่น เรื่องของการที่จะให้ขวัญกำลังใจ อสม. อย่างนี้เป็นต้น พูดกันมานานแต่ไม่ได้ทำ ตอนนี้ทำแล้ว นอกจากนั้นที่สำคัญก็คือว่า การปูทางไปสู่การปรับโครงสร้างของเศรษฐกิจสังคมในระยะยาว ก็ไม่ได้มีการ พูดง่าย ๆ ว่าลืมไป ปฏิรูปการศึกษาก็เดิน ปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ทำเรื่องของเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ Creative Economy ก็ทำ กำลังทำระบบสวัสดิการ ระบบการออม แก้ปัญหาเรื่องที่ทำกิน ด้วยการเอาระบบใหม่เข้ามา และก็ที่อยู่อาศัยที่เราไปลงพื้นที่กัน พวกนี้ก็เดินหมด"

... แม้ถูกมองว่าเปิดงานและปาฐกถาบ่อย แต่ก็เริ่มทำงานเช้ามากตั้งแต่ตี ๔ จึงสามารถทำได้มาก แม้แต่งานกรรมการระดับชาติหลายอย่างที่นายกก่อนๆไม่ทำ อภิสิทธิ์ ก็นั่งคุมเอง

... แนงทางแก้ขัดแย้ง : ให้แสดงออก แต่ต้องอยู่ในกรอบกติกา
ผู้ดำเนินรายการ: ผมอยากจะถามท่านนายกฯ ในฐานะประชาชนคนหนึ่งในประเทศไทย ผมเข้าใจว่างานทางเรื่องการแก้ปัญหาปากท้องก็เดินหน้าต่อไป แต่ในเชิงคนที่ตื่นมาแล้วอ่านหนังสือพิมพ์ตอนเช้า ๆ ก็จะเห็นบนหน้าหนังสือพิมพ์มีแต่เรื่องของความขัดแย้งบ้าง มีเรื่องการเมืองบ้าง ผมเลยอยากจะรู้ว่าจริง ๆ แล้ว ทุกวันนี้ที่ผ่าน ๆ มา ๓ ปีที่ผ่านมา การเมืองเป็นความขัดแย้งร่วมของคนในชาติ ท่านนายกฯ มองว่าในอนาคตข้างหน้า อะไรจะเป็นจุดศูนย์รวมร่วมกันสำหรับคนทั้งประเทศในการที่จะจัดเข้ามา เห็นในสิ่งที่เหมือนกันและนำพาประเทศไปในทิศทางเดียวกันได้ครับ

อภิสิทธิ์: "คือผมคิดว่าพอมันมีความคิดเห็นที่ขัดแย้งแตกต่างรุนแรงนี้ ผมคิดว่าเราก็ทำให้หลายคนมีจุดยืนหรือท่าที ซึ่งค่อนข้างที่จะกร้าวใส่กันอยู่นะครับ และหลายเรื่องพอยิ่งเดินไป ๆ คล้าย ๆ มันตอกย้ำความแตกต่างความขัดแย้งตรงนี้ สิ่งที่ผมพยายามทำคืออย่างนี้ครับ ประการแรก ผมต้องขีดวงก่อน ขีดวงก็คือว่าผมยืนยันว่าความขัดแย้งจะต้องเป็นเรื่องความขัดแย้งทางการเมือง อย่าได้ลุกลามไปถึงเรื่องของสถาบันหลักของชาติ อย่าได้ลุกลามไปถึงเรื่องของสถาบันที่จะต้องดำรงความเป็นกลางเช่นศาลอะไรต่าง ๆ ก็พยายามอย่างเต็มที่ตรงนี้ที่จะขีดวง และหลังเมษายนมาก็ดูว่าน่าจะดีขึ้นมาระดับหนึ่งนะครับ

ประการที่สอง ผมคิดว่าคนไทยต้องทำความเข้าใจเหมือนกันว่า ที่จะหวังว่าอยู่ดี ๆ ทุกคนมาเห็นพ้องต้องกัน อย่าเรียกว่ารักกันไม่รักกันนะครับ แต่ว่าบอกว่าเห็นเหมือนกันนี้ ในเรื่องหลายเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ แต่ว่าสังคมอื่น ๆ ก็เหมือนกันนะครับ ไม่ใช่ว่าเขาจะเห็นดีเห็นงามเห็นพ้องต้องกันเหมือนกันในทุกเรื่อง แต่สิ่งที่เรา ผมพยายามจะทำคือว่า ผมเป็นคนที่อยู่ในฝ่ายที่บอกว่ามีอำนาจ ผมยอมรับความแตกต่าง คือในอดีตนี้ความขัดแย้งที่มันรุนแรงขึ้นส่วนหนึ่งก็เพราะว่า มันมีความพยายามที่จะไปปิดกั้น ไปข่มขู่ ไปคุกคาม ฝ่ายที่อาจจะอยู่ตรงข้าม อันนี้จะไม่มี ผมยืนยันว่าไม่มีการทำเด็ดขาด แล้วขณะเดียวกันนี้ก็ต้องค่อย ๆ ทำให้ทุกฝ่ายเริ่มมายอมรับว่าเวลาที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างนี้ มันต้องมีวีการที่เหมาะสม ว่าจะคลี่คลายความแตกต่างนั้นได้อย่างไร ถ้าผมกับคุณจะมาเถียงกันว่าคนนั้นทำถูกหรือทำผิด ถ้ามันเป็นเรื่องกฎหมายนี้ ก็ต้องปล่อยให้กระบวนการของกฎหมายแล้วทำตรงไปตรงมา ตำรวจ อัยการ ศาล จะต้องเป็นคนว่า แล้วเราต้องยอมรับ แต่ว่าถ้าหากว่ากระบวนการตรงไหนมันบิดเบี้ยว ฝ่ายบริหารก็จะเข้าไปดูแล อันนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ว่าถ้าเรามาเถียงว่าถูกหรือผิดกฎหมาย แล้วเรามาใช้บอกว่าฝ่ายใครมีพวกมากกว่า อย่างนี้สังคมก็จะอยู่ไม่ได้

ในทางกลับกันเรื่องทางการเมือง เรื่องนโยบาย เรื่องอะไรต่าง ๆ ก็ว่ากันไปตามกระบวนการของสภาฯ สภาฯ ก็มีเสียงข้างมาก เสียงข้างน้อย ลงมติกันไป จะผลักดันกฎหมายไหน ติดใจเรื่องอะไรก็ไปตั้งกระทู้ถาม ถามญัตติกัน สื่อมวลชนก็สามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่ว่าอย่าใช้ความรุนแรงนะครับ อย่าใช้วิธีการซึ่งไม่มีจิตวิญญาณของประชาธิปไตย เช่น การไปขัดขวางการทำหน้าที่ของคนอื่นอะไรต่าง ๆ อย่างนี้เป็นต้น ถ้าเราทำอย่างนี้ไปอีกระยะหนึ่ง มันก็จะค่อย ๆ ลงตัว แต่ว่าอย่างไรก็ตามยังมีคนกลุ่มหนึ่งซึ่งอาจจะมีเป้าหมายอื่นไปแล้ว อยากจะทำให้เกิดความวุ่นวาย อันนั้นรัฐบาลก็ต้องดูแลตามช่องทางของกฎหมายต่าง ๆ เพราะว่าเราก็ต้องบังคับใช้กฎหมาย อย่างที่ผมบอกครับว่าชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ทำได้ เมื่อไรมีอาวุธ เมื่อไรทำผิดกฎหมาย รัฐบาลก็ต้องใช้กฎหมายเข้าไปจัดการอย่างตรงไปตรงมา

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง  >>


(กลับไปด้านบน)

- ประชุมอาเซียนภูเก็ต ลุล่วงด้วยดี
...การประชุมอาเซียนภูเก็ตของไทยผ่านไปด้วยดี ความพอใจของต่างชาติได้ช่วยฟื้นความเชื่อมั่นในไทยซึ่งเป็นผลดีอย่างมากต่อการท่องเที่ยว

อภิสิทธิ์:
"สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ  สัปดาห์ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ทำหน้าที่สำคัญในการเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนและเวทีความมั่นคงในภูมิภาค  ซึ่งนอกเหนือจากการเป็นเจ้าภาพแล้ว ประเทศไทยยังคงทำหน้าที่เป็นประธานของอาเซียนด้วย  ในการจัดการประชุมที่ภูเก็ตที่มีขึ้นครั้งนี้ นอกเหนือจากประเทศในกลุ่มอาเซียน  ประเทศซึ่งเป็นคู่เจรจาสำคัญ ๆ  ซึ่งมีทั้งจีน  ญี่ปุ่น  เกาหลี  สหรัฐอเมริกา  ออสเตรเลีย อินเดีย และอีกหลายประเทศแล้ว  ก็ยังมีประเทศอื่น ๆ เข้ามาร่วมในการประชุมเวทีความมั่นคงด้วย"

ขอบคุณชาวภูเก็ตและประชาชนที่ทำหน้าที่เจ้าภาพที่ดี

อภิสิทธิ์: "สิ่งแรกที่ผมอยากจะต้องขอบคุณคือพี่น้องประชาชนชาวภูเก็ต  และพี่น้องประชาชนคนไทย  ซึ่งได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพที่ดี  ทำให้การประชุมนั้นผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อย  ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างมากในการที่จะสร้างความเชื่อมั่นในแง่ของภาพลักษณ์ของประเทศไทย  และโดยเฉพาะสำหรับพี่น้องชาวภูเก็ตเอง  ก็น่าจะเป็นข่าวดีในแง่ของการที่จะกระตุ้นการท่องเที่ยวให้เกิดความเชื่อมั่น และมีนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น  หลังจากที่เราประสบกับปัญหาการสะดุดลงตั้งแต่เดือนเมษายน  โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่พัทยา  นอกจากนั้นคงต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ ทั้งในส่วนของฝ่ายรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยความมั่นคงทั้งหลายที่ได้ทำงานกันอย่างหนักตลอด ๑ สัปดาห์  และทำให้การประชุมผ่านพ้นไปด้วยดี  ในแง่ของความราบรื่นของการจัดการ"

นอกจากในส่วนนั้นแล้ว เนื้อหาสาระของการประชุมเองก็มีความคืบหน้าไปมาก  การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญคือในการเดินหน้าที่จะไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียน  ซึ่งก็มีความคืบหน้าในเรื่องของการที่จะมีการจัดตั้งกลไกเกี่ยวกับเรื่องของสิทธิมนุษยชน  กลไกที่จะเป็นกลไกที่ระงับข้อพิพาทในกรณีที่เกิดขึ้นระหว่างประเทศสมาชิกด้วยกัน และในส่วนของเวทีความมั่นคงในภูมิภาคเอง  แม้ว่าปัญหาเรื่องยาก ๆ อย่างเช่นเรื่องเกาหลีเหนือ  เรื่องพม่า  เราก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะให้ทุกฝ่ายมีความเห็นพ้องต้องกัน  แต่ว่าอย่างไรก็ตาม การที่เราได้จัดเวทีนี้ขึ้นมาทำให้หลายประเทศที่เกี่ยวข้องกับปัญหาทั้งหลายเหล่านี้  ได้มีโอกาสมาแลกเปลี่ยนพูดคุยกัน  ซึ่งเป็นสิ่งซึ่งไม่ได้มีโอกาสมาก่อนหน้านี้

สหรัฐฯ พอใจบทบาทของไทยในการจัดประชุมรมว.กต.อาเซียน

สิ่งที่เป็นเสียงสะท้อนที่ดีคือว่าในระหว่างการประชุม หรือว่าก่อนและหลังการประชุมนั้น  ผมได้มีโอกาสพบกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสหรัฐอเมริกาและทั้งรัสเซีย  ซึ่งทั้งสองประเทศได้แสดงความพึงพอใจต่อบทบาทของประเทศไทยในการดำเนินการในการจัดการประชุม หรือการทำหน้าที่เป็นประธานในครั้งนี้   แล้วยังได้มายืนยันในเรื่องของการกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคี  อย่างสหรัฐฯ ท่าทีที่ท่านรัฐมนตรีต่างประเทศ นางฮิลลารี คลินตัน  ได้แสดงออกตลอดระยะเวลาที่อยู่ในประเทศไทยชัดเจนมากว่า ทางสหรัฐอเมริกานั้น  เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลก็กำลังให้ความสำคัญกับภูมิภาคเอเชียอย่างเต็มที่  และคาดหวังประเทศไทยในฐานะที่เป็นพันธมิตรหรือเป็นมิตรประเทศมายาวนานกว่า ๑๗๕ ปี  ที่จะกระชับความร่วมมือทางด้านต่าง ๆ ด้วย และในส่วนของความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ นั้น  ปลายเดือนนี้ท่านประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ก็เดินทางไปที่สหรัฐอเมริกา  เนื่องจากฟิลิปปินส์เองนั้นเป็นผู้ประสานงานในส่วนของอาเซียนกับสหรัฐอเมริกาด้วย  ท่านประธานาธิบดีฟิลิปปินส์โทรศัพท์มาหาผมเมื่อวานนี้พูดคุยกัน  ก็ได้แสดงความพึงพอใจกับบทบาทของเราในการประชุมที่ภูเก็ต  แล้วได้สอบถามความคิดเห็น ซึ่งผมได้ให้ความเห็นและสรุปเรื่องราวต่าง ๆ ที่ได้มีการพูดคุยกัน  เพื่อประโยชน์ในการที่ทางฟิลิปปินส์เองจะนำไปใช้ในการพูดคุยกับสหรัฐฯ และจะผลักดันความร่วมมือของอาเซียนกับสหรัฐฯ ต่อไปด้วย   ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าจะเป็นผลดีอย่างมาก  ทั้งในส่วนของประเทศไทย  ทั้งในส่วนของอาเซียนโดยรวม

เช่นเดียวกันนะครับการพบปะกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย  ก็มีการพูดถึงการกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคี  ซึ่งกลไกต่าง ๆ ที่จะทำงานเร่งรัดผลักดันให้เกิดการค้าการลงทุนระหว่างกันมากขึ้น  ในฐานะที่รัสเซียก็เป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่  และกำลังเติบโต  ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะเป็นประโยชน์กับธุรกิจไทย  กับประชาชนคนไทยไม่น้อยเลยนะครับ  การดำเนินงานทางด้านการต่างประเทศตรงนี้  ผมคิดว่ากำลังมีส่วนสำคัญในการที่จะทำให้ความเชื่อมั่นและในเรื่องของการท่องเที่ยว สามารถฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

นักธุรกิจจีนเข้ามาดูลู่ทางการลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น

สัปดาห์ที่ผ่านมาเช่นเดียวกันนะครับ  มีเรื่องราวของการเข้ามาเยี่ยมเยียนประเทศไทย  โดยเฉพาะในส่วนของจีนเองหลังจากที่ผมเดินทางกลับมาจากจีนนั้น ปรากฏว่าตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา นักท่องเที่ยวจีนเริ่มได้รับการสนับสนุนจากทางการให้สามารถที่จะส่งนักท่องเที่ยวกลับเข้ามาได้  สัปดาห์ที่ผ่านมาผมยังได้มีโอกาสพบกับชาวจีนซึ่งไปอยู่ในประเทศอาเซียน  คือทั้ง ๑๐ ประเทศ รวมทั้งในจีนเองส่วนหนึ่ง  ซึ่งเดินทางมาประชุมร่วมกันในประเทศไทยก็หลายร้อยคน  และสัปดาห์หน้าผมยังจะมีโอกาสได้พบกับกลุ่มนักธุรกิจจีนอีกกลุ่มใหญ่  ซึ่งหลังจากที่ผมได้เดินทางไปเยือนประเทศจีน  ก็ได้ตัดสินใจที่จะเดินทางมาประเทศไทยเพื่อมาดูลู่ทางในการลงทุนมากยิ่งขึ้น  เพราะฉะนั้น ตรงนี้ผมคิดว่ากำลังเป็นส่วนสำคัญในการที่จะทำให้เศรษฐกิจของเรานั้น  มีโอกาสที่จะฟื้นตัวขึ้นมา  โดยแรงผลักดันของการท่องเที่ยว   ซึ่งจะกระเตื้องขึ้นมาด้วย

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง  >>

(กลับไปด้านบน)

- “อภิสิทธิ์” อ้วนขึ้น ออกงาน vs ทำงาน พรวันเกิด vs พรทักษิณ?

ผู้ดำเนินรายการ: (นายประสาน อิงคนันท์) สวัสดีครับกลับเข้าสู่รายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ นะครับ วันนี้ผมได้รับเกียรติจากท่านนายกฯ มาทำหน้าที่สัมภาษณ์ดำเนินรายการทั้งช่วงนี้และช่วงหน้าด้วยนะครับในการลงพื้นที่กับท่านนายกฯ สวัสดีครับท่านนายกฯ ครับ

อภิสิทธิ์: "สวัสดีครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: ครบรอบ ๖ เดือนของรัฐบาล มีคนใกล้ชิดทักท่านนายกฯ ไหมครับว่า ๖ เดือนที่ผ่านมาเหมือนเดิมหรือว่าแก่ขึ้นหรือเปล่าครับ

...หยุดแก่ไม่ได้แต่..อ้วนขึ้น
อภิสิทธิ์:
"คนเราก็ต้องแก่ขึ้นนะครับ คงไม่สามารถหยุดเวลาได้ แต่ว่ารู้สึกว่าอ้วนขึ้นครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: อ้วนขึ้นนะครับแสดงว่ายังกินได้อยู่นะครับ ยังรับประทานได้อยู่

อภิสิทธิ์: "ได้ครับ แต่ว่าไม่ค่อยมีเวลานะครับ จริง ๆ ก็ยังแปลกใจว่าทำไมอ้วนขึ้นมา เพราะว่าจริง ๆ บางวันมื้อกลางวันก็ไม่ได้ทาน ข้าวเช้าปกติก็ไม่ได้ทานอยู่แล้ว"

...กัปตัน“อภิสิทธิ์”
ผู้ดำเนินรายการ: ถ้าเปรียบว่าเหมือนท่านนายกฯ เป็นกัปตันเรือ พาเรือลงทะเลในช่วงที่คลื่นลมกำลังเยอะ ๆ ๖ เดือนที่ผ่านมามองทะเลรอบ ๆ ข้างเป็นอย่างไรครับ มองสถานการณ์บนเรืออย่างไร"

อภิสิทธิ์:
"ผมคิดว่าดีที่สุดก็คือลองนึกย้อนกลับไปนะครับ ประมาณปลายปีที่แล้ว ที่บ้านเมืองก็เรียกว่ายุ่งเหยิงวุ่นวายพอสมควร และก็ขณะเดียวกันเราก็กำลังตกใจกันว่าเศรษฐกิจโลกเข้ามากระแทกเศรษฐกิจไทยแรง ผมเข้ามานี้ผมว่า ๒ สิ่งที่อยู่ในใจคนคืออยากเห็นบ้านเมืองสงบ และอยากเห็นเศรษฐกิจสามารถที่จะฟื้นตัวได้ ในแง่ว่าบ้านเมืองสงบนี้แน่นอนครับ ๖ เดือนผ่านมาก็ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ แต่ในขณะนี้ก็คงจะรู้สึกได้ว่าบ้านเมืองเราก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น แต่ว่าผมไม่ได้ประมาทและก็ติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ที่รู้ว่ายังมีปมความขัดแย้งต่าง ๆ อยู่ ก็จะเดินหน้าค่อย ๆ คลี่คลายไป"

...ทำงานได้เยอะเพราะมาทำงานเช้า
อภิสิทธิ์:
"...แล้วนอกจากนั้นครับปรากฏว่า คือมีคนบอกว่าเห็นข่าวผมไปเปิดงาน ไปปาฐกถาเยอะ ที่จริงผมอยากจะบอกนะครับว่าผมทำงานแต่ละวันนี้ ไม่ได้ไปละเลยเรื่องอื่นครับ ผมยืนยันได้เลยว่าการประชุม การสั่งการ การติดตามข้อมูล ผมยืนยันได้ว่าทำไม่น้อยกว่าผู้นำท่านอื่น ๆ แน่นอน เพียงแต่ว่า คนที่ติดตามผมทำงาน ทราบนะครับว่าผมเริ่มทำงานเช้า เพราะฉะนั้นการที่ไปงานเปิดงาน ในอดีตอาจจะ ๑ งาน ผมก็ทำให้ได้สัก ๒ แต่ว่าเช้าก็ประชุมได้ บ่ายก็ประชุมได้ ช่วงกลางวันก็เชิญผู้เกี่ยวข้องมา ทำได้ตลอดเวลาครับ และยังมีแรงที่จะทำอยู่ ก็ตั้งใจจะทำผมยกตัวอย่างนะครับว่า กรรมการที่ในอดีต นายกรัฐมนตรีไม่เข้ามาดูแลด้วยตัวเอง ผมเข้ามาดูเยอะ เช่น ผู้สูงอายุ คนพิการ เด็กเยาวชน กรรมการบางกรรมการไม่ประชุมมา ๒ ปี ผมก็ต้องมารื้อฟื้น เช่น กรรมการโรคเอดส์ เพิ่งประชุมกันไปนี้ เพราะว่า ๒ ปีที่ผ่านมาสถานการณ์เรื่องเอดส์ของเราก็แย่ลง เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จำเป็นจะต้องเข้าไปดูแลแก้ไข เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ความมั่นใจว่าผมทุ่มเททำงานเต็มที่ แต่ว่าปัญหานี้ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนเข้าใจอยู่แล้วว่า สถานการณ์หนักหน่วงพอสมควร ผมก็จะเดินหน้าทำอย่างเต็มที่ต่อไป และก็ยินดีรับฟังเสียงสะท้อนต่าง ๆ เพื่อที่จะปรับปรุงการทำงาน

ผู้ดำเนินรายการ: ในฐานะประชาชนคือนอกเหนือจาก ผมเข้าใจว่าท่านนายกฯ พยายามจะบอกว่าคงไม่สามารถทำตามความรู้สึกของเราได้ทุกอย่าง บางอย่างต้องยืนอยู่บนเหตุผลด้วยใช่ไหมครับ

อภิสิทธิ์:
"ครับ คือจริง ๆ แล้วถ้าเรา วิธีที่จะช่วยที่สุดนะครับ ผมก็บอกว่าพยายามเข้าใจคนอื่น อย่าคิดเฉพาะในมุมของเรา พยายามเข้าใจมุมของคนอื่น เราอาจจะไม่เห็นด้วยกับเขาก็ได้ แต่ถ้าเราสามารถเข้าใจได้ว่าทำไมเขาคิดอย่างนั้น บางทีมันจะมีคำตอบ

ผู้ดำเนินรายการ: วันนี้หน้าหนังสือพิมพ์ผมเข้าใจว่าก็คงเต็มไปด้วยข่าววันเกิดของนายกฯ ทักษิณฯ นะครับ สักเดือนหน้าจะเป็นวันเกิดของท่านนายกฯ ใช่ไหมครับ ก็เลยอยากจะ

อภิสิทธิ์:
"ห่างกันเยอะครับเป็น ๑๐ กว่าปีครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: ครับ เลยอยากจะถามท่านนายกฯ ว่า ถ้าถึงวันเกิดแล้วมีโอกาสขอพรสัก ๓ ประการ นายกฯ อยากจะขอเรื่องอะไรบ้างครับ

...พรวันเกิด
อภิสิทธิ์:
"ผมคิดว่าผมก็คงเหมือนกับทุก ๆ คนนะครับ ๓ ข้อนี้ผมก็ต้องบอกก่อนว่า ๑. ตัวเองก่อนนะครับ ขอให้ตัวเองมีสุขภาพแข็งแรง ๒. ก็ครอบครัว ครอบครัวนี้เราก็อยากให้ครอบครัวเรามีสุขภาพแข็งแรง มีความสุข เป็นครอบครัวที่อบอุ่น และ ๓. คือประเทศชาติ ให้สงบ ให้เจริญ ๓ ข้อนี้ผมว่าทุกคนน่าจะเหมือนกันมั้งครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: คือ ๓ ข้อนี้พอแล้วนะครับ

อภิสิทธิ์: "ครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: ต้องอวยพรท่านนายกฯ ทักษิณด้วยไหมครับวันนี้

อภิสิทธิ์: "ผมก็ไม่มีอะไรนะครับ ท่านก็มีการฉลองจัดงานอะไรต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องปกติ ผมก็คิดว่าท่านก็คงเหมือนคนอื่นมั้งครับ ก็คงอยากจะมีความสุข ถ้าผมสื่อสารได้ผมก็อยากจะบอกว่า ถ้าหากว่าท่านใช้คำว่าดวงตาเห็นธรรม ก็คงจะมีความสุขมากขึ้น"

ผู้ดำเนินรายการ: มีคนฝากมาถามผมนะครับบอกว่า ถ้าท้ายที่สุดแล้วท่านนายกฯ อาจจะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งนายกฯ แล้วความสุขในบั้นปลายนี้คืออะไรครับ

...ความสุขในบั้นปลาย
อภิสิทธิ์:
"ผมหรือครับ ผมว่าความสุขผมไม่ได้อยู่ที่ว่ามีตำแหน่งอะไร อันนี้พูดจากใจจริง เพราะฉะนั้นผมถึงค่อนข้างจะสบายใจว่า ผมทำงานหน้าที่เป็น ส.ส. เป็นฝ่ายค้าน เป็นฝ่ายรัฐบาลนี้ ผมก็มีความสุขมาตลอด เพราะผมมีความสนุกกับสิ่งที่เป็นความรับผิดชอบ เป็นหน้าที่ ชอบทำงาน แล้วก็ผมทำงานบนอุดมการณ์สำนึกของผม ไม่ทำอะไรที่ฝืนสิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้นผมก็จะมีความสุข และผมก็มีครอบครัวที่ให้ความเข้าใจกับผมเป็นอย่างดี และก็มีความสุขอยู่ด้วยกัน ผมว่าชีวิตผมก็มีความสุขอยู่แล้ว และคนเรานี้ก็ต้องเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพราะฉะนั้นจะมาถามว่าบั้นปลายอะไร บั้นต้น ไม่หรอกครับ ชีวิตต่อเนื่อง และคนเราก็ต้องเปลี่ยนแปลงหน้าที่บทบาทไปตลอดเวลา ผมก็ไม่ได้ไปกังวลไปคิดอะไรในเรื่องพวกนี้ เพราะว่าแต่ละวันใช้ชีวิตก็ใช้ตามแนวทางที่ใช้มา ก็มีความสุขดีตลอดเวลา

ผู้ดำเนินรายการ: ดูเหมือนท่านนายกฯ ความสุขจะต้องมีครอบครัวมาเป็นส่วนประกอบแรก ๆ นะครับ คือถ้าอยู่ไกลที่อื่นแล้วไม่มีครอบครัวคงไม่มีความสุขใช่ไหมครับ

อภิสิทธิ์: "คือผมอยากจะเรียนว่าจริง ๆ แล้วถ้าเราทำหน้าที่ของเรา หน้าที่ของเราไม่ใช่เป็นหน้าที่ในเรื่องการงานอย่างเดียว เรามีความรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าครอบครัว ในฐานะพ่อ ในฐานะสามี ในฐานะอะไรต่าง ๆ ในฐานะลูกนะครับ เราก็ต้องทำทุกหน้าที่ให้ดีที่สุด แล้วถ้าเราทำแล้วมีความรักความเข้าใจให้กันและกัน นั่นคือความสุข"

ผู้ดำเนินรายการ: วันนี้คงจะมีโอกาสสัมภาษณ์ท่านนายกฯ ในสตูดิโอเท่านี้ก่อนนะครับ ขอบพระคุณท่านนายกฯ มากนะครับ...

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง  >>


(กลับไปด้านบน)

- ตามข่าว: อุ่นใจได้ยาวัคซีนไข้หวัดมีพอ เกษตรกรได้ประโยชน์ทุกคน

ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่ ๒๐๐๙ อย่างใกล้ชิด

...อภิสิทธิ์: "
จริง ๆ สัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีแขกต่างประเทศ แม้กระทั่งทีมฟุตบอล  ทีมลิเวอร์พูล  ก็มา  เขาก็เข้าใจสถานการณ์เรื่องไข้หวัดใหญ่เป็นอย่างดี  และเข้าใจว่าจริงๆ แล้วสามารถที่จะเดินทางมายังประเทศไทย  จะมาเล่นกีฬา  จะมาประชุมสัมมนาอะไรต่าง ๆ  หลายฝ่ายก็ยังมีความเข้าใจที่ดี  ซึ่งเราจะได้มีการติดตามในเรื่องนี้ต่อไป "

...อภิสิทธิ์: "ส่วนในด้านของการท่องเที่ยวนั้น ความจริงแล้วตัวเลขหลังจากเดือนเมษายนสะดุดไป  และเริ่มดีขึ้นมา  ตอนนี้ต้องยอมรับครับว่าได้รับผลกระทบอยู่จากเรื่องของไข้หวัดใหญ่ด้วย  เพราะว่าไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่กำลังเป็นปัญหาซึ่งไม่ใช่มีเฉพาะในประเทศไทย  แต่ว่าในหลายประเทศซึ่งมีระบบการรายงานแบบต่อเนื่อง จะเป็นทุกสัปดาห์หรือว่าสัปดาห์ละ ๒ ครั้ง  ช่วงนี้เป็นช่วงที่การแพร่ระบาดได้เพิ่มสูงขึ้น  ตัวเลขที่เราเห็นพุ่งสูงขึ้น จะมีทั้งที่ชิลี แคนาดา ออสเตรเลีย อังกฤษ  และรวมทั้งของเราด้วย  ขอเรียนย้ำอีกครั้งนะครับว่าเราได้กำหนดแนวทางตอนนี้มีคู่มือแจกจ่ายไปยังพี่น้องประชาชนแล้ว  ซึ่งน่าจะช่วยดูแลให้มีการปฏิบัติที่สามารถจะทำให้เราควบคุมในเรื่องของการบริหารจัดการในเรื่องนี้ได้  

จุดอ่อนที่ยังมีอยู่ในแง่ของการเสียชีวิต  ซึ่งขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขกำลังเร่งแก้ไข  คือพบว่าหลายรายที่เสียชีวิตนั้นเข้าถึงยาที่เป็นยาเฉพาะในเรื่องนี้คือโอเซลทามิเวียร์ช้าไปสักนิดหนึ่ง  ซึ่งตรงนี้ระบบการกระจายยากำลังมีการปรับปรุงในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข  โดยเฉพาะในระยะหลังการระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่  จะมีแนวโน้มไปในภูมิภาคมากยิ่งขึ้น  แต่ขอเรียนยืนยันว่าผมด้วยตัวเองและรัฐบาลติดตามสถานการณ์เรื่องนี้ใกล้ชิดตลอดเวลา  และพร้อมที่จะใช้มาตรการต่าง ๆ  ที่จะมีความเหมาะสมในการบริหารจัดการ  อยากจะเรียนครับว่าเรื่องของการมองไว้ล่วงหน้าทั้งเรื่องการสำรอง ไม่ว่าจะเป็นวัคซีน ไม่ว่าจะเป็นยา มีเพียงพอแน่นอน เพราะฉะนั้น พี่น้องประชาชนสามารถที่จะอุ่นใจได้ว่า รัฐบาลได้ใช้ความระมัดระวังในการติดตามมาตรการต่าง ๆ  อย่างเต็มที่ และจริง ๆ แล้วทางองค์การอนามัยโลกซึ่งเข้ามาติดตามการทำงานของเราได้ยอมรับถึงแนวทางและมาตรฐานของเราอย่างชัดเจนในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้  เพียงแต่ปัญหาเรื่องนี้ขณะนี้ลุกลามไป ๑๖๐ กว่าประเทศ  และหลายประเทศก็ประสบกับปัญหาที่การแพร่ระบาดนั้นกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว  โดยเฉพาะหลายประเทศขณะนี้วิตกกังวลกันมาว่า ตัวเลขการติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นเรียกว่าจะเป็นเท่าตัวในเกือบทุกสัปดาห์  เราก็ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดเช่นเดียวกัน และพยายามที่จะสร้างความเข้าใจกับทุก ๆ ฝ่ายว่ามาตรการของเราดี 

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง  >> 

...ขึ้นทะเบียนให้เกษตรกทุกคนได้ประโยชน์จากการประกันราคา
เดือนสิงหาคมจะเปิดให้เกษตรกรชาวนาขึ้นทะเบียน

อย่างไรก็ตาม ปัญหาในเรื่องของเศรษฐกิจก็ยังมีอยู่  และในหลายส่วน ๆ ก็ยังต้องการได้รับความช่วยเหลือ เช่น ในส่วนของภาคเกษตร  ผมได้เรียนไปแล้วว่ารัฐบาลได้มีมติไปตั้งแต่เมื่อวันอังคารว่า ต่อไปนี้ระบบการสนับสนุนในเรื่องของเกษตรกรของพืชหลัก คือ ข้าว  ข้าวโพด  มันสำปะหลัง นั้น จะเปลี่ยนแปลงจากระบบการแทรกแซงราคาเดิม มาเป็นระบบที่เกษตรกรทุกคนจะได้ประโยชน์ คือพูดง่าย ๆ ไม่ได้มีว่าต่อไปนี้จะมีการจำนำเพียงเท่านั้นเท่านี้   กี่ล้านตัน  และปรากฏว่าพอถึงโควตาก็มีเกษตรกรซึ่งไม่ได้ประโยชน์จากโครงการ  ต่อไปนี้เรากำลังจะเปิดโอกาสครับ  ตั้งแต่เดือนสิงหาคมในส่วนของข้าว  ที่จะให้เกษตรกรนั้นมาขึ้นทะเบียน  และทุกคนที่ขึ้นทะเบียนจะได้ประโยชน์จากโครงการในการแทรกแซงของภาครัฐ  ในเรื่องของโครงการประกันราคา  ซึ่งจะมีการทยอยอธิบายรายละเอียดในเรื่องนี้  และคงจะต้องใช้เวลา  อาจจะต้องมีรายการพิเศษสักวันหนึ่งที่พูดคุยกันถึงเรื่องนี้ต่อไป  
แต่ว่ายังมีเกษตรกรบางกลุ่มขณะนี้ประสบกับความเดือดร้อน  นั่นคือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนลำไย  ที่จริงแล้วก่อนหน้านี้ราคาลำไยไปได้ค่อนข้างดี   แต่ปรากฏว่าขณะนี้ผลผลิตลำไยออกมาค่อนข้างเร็ว  และออกมาค่อนข้างมาก  โดยเฉพาะที่เป็นลำไยสดร่วง  อันนี้เลยเป็นปัญหาที่กระทบกับในเรื่องของการตลาด  ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติแล้วในส่วนของกระทรวงการคลัง  ก็จะไปเร่งรัดในเรื่องของการอำนวยสินเชื่อให้มีคนเข้าไปซื้อลำไย  และในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ จะมีเรื่องของการที่จะไปช่วยพิจารณาว่า สหกรณ์หลายสหกรณ์ซึ่งเคยมีปัญหาจากการแทรกแซงในอดีตมีปัญหาหนี้เสีย  จะมีวิธีการดูแลผ่อนผันได้อย่างไรให้สามารถเข้ามาร่วมโครงการในการแทรกแซงเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่เป็นชาวสวนลำไยด้วย  อันนี้เป็นเรื่องหนึ่งซึ่งรัฐบาลยังติดตามอย่างใกล้ชิด

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง  >>


(กลับไปด้านบน)

* ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

จากรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เวลา ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐น.

ผู้ดำเนินรายการ คือ  คุณประสาน อิงคนันท์

คลิ๊ก เพื่ออ่านคำต่อคำ

คลิ๊ก เพื่อชม VDO รายการเต็ม


(กลับไปด้านบน)