แต่งตั้งผบ.ตร. ยกเครื่องบริหารชายแดนใต้ ต่อยอดโอทอป น้ำมันโลกเพิ่ม ต้นทุนต้องไม่เพิ่ม การศึกษาต้องเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต (๒๓ ส.ค.๕๒)

- เบื้องหลังการตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่
- ปฎิรูปการศึกษาภาค ๒ : ๔ เรื่องแรกที่เดินหน้าแล้ว
- มาตราการต่อยอดโอทอป: รากฐานเศรษฐกิจเข้มแข็ง
- น้ำมันโลกเพิ่มสูง ต้นทุนอื่นๆต้องไม่เพิ่มตาม
- ยกเครื่องการบริหารชายแดนใต้: มิติการพัฒนาและความยุติธรรม
- อำนาจของ อภิสิทธิ์ กับการเป็นนายก
* ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

  - เบื้องหลังการตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่

...การแต่งตั้งผบ.ตร.ตามกฎหมาย นายกฯเป็นผู้เสนอชื่อ กตช.ให้ความเห็นชอบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหน้าที่สนองนโยบายของรัฐบาลในการที่จะให้เกิดความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง บังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา มีประสิทธิภาพ และต้องเป็นที่ไว้วางใจมั่นใจของประชาชน

อภิสิทธิ์: "สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ เช้าวันนี้ผมมาอยู่ที่เมืองทองธานี เดี๋ยวอีกสักพักหนึ่งก็จะมีการเปิดงานอย่างเป็นทางการคืองาน "โอทอป ช้อปช่วยชาติ" ซึ่งมาทำงานนิทรรศการแสดงสินค้าและมาสนับสนุนในเรื่องของหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้น โดยปกติแล้วปีละ ๒ ครั้ง อันนี้ก็ถือเป็นงานในช่วงกลางปี และในช่วงที่ ๒ ของรายการและช่วงสุดท้ายวันนี้ก็จะมีพิธีกรรับเชิญและผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานทางด้านนี้มาพูดคุยกันก่อนที่จะมีการเปิดงานอย่างเป็นทางการอีกทีเวลา ๑๐.๓๐ น. ถ่ายทอดสดวันนี้เมื่อสักครู่มาช้าสักนิดนะครับ เพราะว่ามีปัญหาสัญญาณในเรื่องของการถ่ายทอดสด แต่ขณะนี้เรียบร้อยแล้ว แต่ในช่วงแรกขอพูดคุยกับพี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่งตามปกติ ก็คือเรื่องของงานของรัฐบาลในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมคิดว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่พี่น้องได้รับรู้ข่าวสารมากที่สุดคงหนี้ไม่พ้นปัญหาในเรื่องของการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ"

การเสนอชื่อบุคคลที่จะเป็น ผบ.ตร.คนใหม่
จึงอยากจะขอเรียนกับพี่น้องประชาชนนะครับว่า การแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาตินั้น ต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยเรื่องของการบริหารงานตำรวจ ซึ่งในกฎหมายนั้นก็กำหนดเอาไว้ว่า นายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้คัดเลือกรายชื่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เสนอต่อคณะกรรมการที่เรียกสั้นๆว่า ก.ต.ช. เพื่อให้ความเห็นชอบ เพราะฉะนั้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เราก็เริ่มต้นกระบวนการที่กำหนดไว้ในกฎหมาย นั่นก็หมายความว่า ผมในฐานะนายกรัฐมนตรีและทำหน้าที่เป็นประธาน ก.ต.ช. ก็เสนอชื่อที่ผมเห็นว่ามีความเหมาะสมให้ทางคณะ ก.ต.ช.ได้ให้ความเห็นชอบ แต่ปรากฏว่าในการลงมติในวันนั้นยังไม่ได้ให้ความเห็นชอบ เพราะฉะนั้นกระบวนการนี้ก็ถือว่ายังไม่ยุติ มีการวิพากษ์วิจารณ์ มีการสอบถามว่า เป็นอย่างไร ทำไมการเสนอชื่อ เสนอชื่อได้กี่ชื่อ ผมก็อยากจะย้ำอย่างนี้ครับว่า ที่จริงในการดำเนินการในเรื่องนี้ ตั้งแต่ก่อนที่จะมีกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งก่อนหน้านั้นก็จะมีคณะกรรมการเช่นเดียวกันเป็นผู้พิจารณาเรื่องนี้ ผู้มีอำนาจเสนอชื่อเข้าไป จะเสนอชื่อเดียวครับ ทั้งเป็นประเพณีปฏิบัติและที่สำคัญคือถ้าตามกฎหมายปัจจุบัน การที่กฎหมายใช้ถ้อยคำว่า เป็นเรื่องที่คณะกรรมการให้ความเห็นชอบ ในขณะที่นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ที่จะเป็นคนคัดเลือกชื่อ หมายความว่าเสนอไปเพื่อขอความเห็นชอบ ถ้าเสนอหลายชื่อเขาจะไม่เรียกเห็นชอบครับ เขาจะเรียกว่าเป็นการคัดเลือก เป็นการเลือกตั้ง


สตช.ต้องมีบทบาทสำคัญในการรักษากฎหมาย
ส่วนกระบวนการคัดเลือกนั้นเป็นหน้าที่ของผมในฐานะนายกรัฐมนตรี สำหรับการคัดเลือกและการที่จะขอความเห็นชอบในครั้งนี้ ผมก็เรียนสั้น ๆ นะครับว่า ไม่ได้หมายความว่า ผมก็คิดอะไรของผมเอง ผมได้มีการสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานทางด้านตำรวจก็ทราบว่า มีบุคคลหลายคนที่คิดว่ามีความสามารถที่จะมาดำรงตำแหน่งนี้ได้ และมีการเชิญบุคคลหลายท่านมาพูดคุยสอบถามความคิด ความอ่านต่าง ๆ สุดท้ายผมยืนยันครับว่า สิ่งสำคัญที่สุดที่ผมต้องการจะเห็นเกิดขึ้นคือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการที่จะต้องรักษากฎหมาย ดูแลบ้านเมืองให้เกิดความสงบเรียบร้อยเป็นที่วางใจ มั่นใจและศรัทธาของประชาชน โดยเฉพาะในยามที่ปัญหาของการเมือง ปัญหาความขัดแย้งมีมาก และปัญหาอาชญากรรมอื่น ๆ พี่น้องบ่นมา จะเป็นเรื่องยาเสพติด จะเป็นเรื่องอะไรก็ตามมีมาก ฉะนั้นสิ่งที่ผมต้องการให้เห็นเกิดขึ้นก็คือประสิทธิภาพสูงสุด

ผมก็ได้วิเคราะห์นะครับ สถานการณ์ในวันนี้ สิ่งที่เราต้องการก็คือทำอย่างไร ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก้าวเข้าสู่ความเป็นตำรวจอาชีพ ต้องยอมรับครับว่า หลายปีที่ผ่านมา มีเรื่องของการเมืองเข้าไปแทรกแซงและระบบคุณธรรมในตำรวจได้รับผลกระทบอย่างค่อนข้างรุนแรง เพราะฉะนั้นบุคคลที่ผมเสนอชื่อ ผมมองว่าจะต้องมีคุณสมบัติ ๒ อย่าง

  • อย่างแรกคือ สามารถที่จะทำให้ความขัดแย้งภายในลดลงได้ เป็นบุคคลซึ่งได้รับการยอมรับนับถือและมีบุคลิกในลักษณะที่จะสามารถประสานความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อให้การทำงานของทางตำรวจมีประสิทธิภาพ
  • ประการที่สอง ในภายนอกต้องมีความยอมรับนับถือในลักษณะของความเป็นกลางทางการเมือง และสามารถที่จะเดินหน้าคดีต่าง ๆ ได้อย่างตรงไป ตรงมา
    เอาล่ะครับในการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาอาจจะมีข้อมูล อาจจะมีความเห็นที่ยังไม่ตรงกัน ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา เพราะในอดีตกระบวนการที่จะได้ผู้บัญชาการตำรวจ หรืออธิบดีกรมตำรวจ ในอดีตก็มีอย่างนี้ที่เคยเกิดขึ้นเหมือนกันว่า เสนอไปครั้งแรกก็ยังไม่เรียบร้อย ก็มีการเสนอครั้งที่ ๒ แม้กระทั่งครั้งที่ ๓ เข้าใจว่าก็ยังเคยมีเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ผมก็ทำงานต่อไป เพื่อที่จะได้เฟ้นตัวผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ผมคิดว่าจะมีคุณสมบัติในลักษณะที่ผมได้กล่าวมาแล้ว เพื่อที่จะให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถที่จะเป็นที่พึ่ง ที่หวังของพี่น้องประชาชน และที่สำคัญคือสนองนโยบายของรัฐบาลในการที่จะให้เกิดความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง และการบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไป ตรงมา และมีประสิทธิภาพ
    ผลักดันให้ตำแหน่งรองลงไปเสร็จภายใน ส.ค.นี้

    เรื่องนี้ถามว่าจะดำเนินการได้เสร็จเมื่อไร ก็อยากจะเรียนว่า ที่จริงก็เป็นความตั้งใจดีของผม ว่าอยากจะเสร็จก่อนเดือนสิงหาคม เพราะว่าในกฎหมาย กฎระเบียบต่าง ๆ ในส่วนของตำรวจจะมีนิดหนึ่งก็คือว่า ในส่วนของรอง ตำแหน่งรองลงไปจะต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นอำนาจของ ก.ตร. ซึ่งมีท่านรองนายกรัฐมนตรี สุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นประธานอยู่ ผมก็พยายามที่จะผลักดันว่า จะเสร็จก่อนเดือนสิงหาคม เพื่อที่จะให้ทาง ก.ตร. ได้ทราบว่าใครเป็นผู้บัญชาการคนใหม่ น่าจะดีกว่า แต่ว่าท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนปัจจุบัน ท่านได้บอกกับผมว่า ที่จริงแล้ว ก็ไม่จำเป็นแม้ว่ากระบวนการของ ก.ต.ช. เรื่องผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ยังไม่เรียบร้อย ก.ตร.ก็สามารถที่จะพิจารณาในส่วนของ ก.ตร.ก่อนหรือทำต่อก็ได้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้พี่น้องประชาชนไม่ต้องวิตกกังวลนะครับ อาจจะต้องใช้เวลายาวกว่าที่ผมคิดนิดหนึ่งเท่านั้นเอง แต่ว่าสิ่งที่ผมต้องการให้เกิดขึ้น เพื่อประโยชน์ของตัวองค์กรตำรวจเอง เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนนั้น ผมมุ่งมั่นเดินหน้าอย่างเต็มที่ และเชื่อครับว่าจะก้าวพ้นปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ได้ นะครับ

    << แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>

(กลับไปด้านบน)

- ปฎิรูปการศึกษาภาค ๒ : ๔ เรื่องแรกที่เดินหน้าแล้ว

...การพัฒนาคนคือหัวใจของการพัฒนาสังคมประเทศชาติ การปฎิรูปการศึกษาครั้งนี้ต้องทำให้สามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต มีคุณภาพ ปรับหลักสูตร เด็กต้องค้นพบตัวเองได้เร็ว ตั้งสถาบันคุณวุฒิการศึกษาดูแลมาตรฐานการฝึกอาชีพใหตรงกับความต้องการ ไม่จำเป็นต้องจบปริญญา สถาบันคุรุศึกษาเป็นกระบวนการผลิตครูคุณภาพ ยกระดับการศึกษานอกโรงเรียนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ต่อเนื่องได้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ พร้อมกับนำเทคโนโลยีมาพัฒนาเพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมมากขึ้น

การปฏิรูปการศึกษาช่วงทศวรรษที่ ๒

อภิสิทธิ์: "...แต่ว่างานนโยบาย ๒ เรื่อง ที่วันนี้อยากจะคุยด้วย คือ งานทางด้านการศึกษา..."

อภิสิทธิ์: "งานทางด้านการศึกษานั้น ที่จริงแล้วเรื่องของการปฏิรูป ซึ่งมีการเริ่มต้นระดมความคิดเห็นกันมา คือเรามีการปฏิรูปการศึกษามารอบที่แล้ว เริ่มต้นเมื่อปี ๒๕๔๒ บัดนี้ จริงๆ ช่วง ๑-๒ วัน ครับรอบ ๑๐ ปี พอดี หลายเรื่องก็มีความก้าวหน้าไป แต่ต้องยอมรับว่าอีกหลายเรื่องยังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็ตั้งเป้าหมายว่า จะต้องมีการปฏิรูปในช่วงทศวรรษที่ ๒ หลังจากที่กฎหมายการศึกษาแห่งชาติมีการบังคับใช้สาระหลักหรือเป้าหมายหลักครับ วันนี้เราต้องทำให้คนของเราสามารถที่จะเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ เพราะฉะนั้นอันนี้คือเป้าหมายสำคัญที่สุด ในการปฏิรูปรอบนี้ ผมมีโอกาสได้พูดกับพี่น้องประชาชนในรายการนี้ และในโอกาสอื่น ๆ หลายครั้งนะครับ และผมมองว่าการปฏิรูปการศึกษาต้องไปแก้

  • ตั้งแต่เรื่องของหลักสูตร
  • ตั้งแต่การดูแลเด็กเล็ก
  • ศึกษาระดับประถม ที่ผมอยากให้เรียนรู้จากกิจกรรมมากขึ้น เรียนรู้เนื้อหาสาระจากหนังสือและจากห้องเรียนน้อยลง
  • การศึกษาระดับมัธยมที่ต้องการให้เด็กค้นพบตัวเองได้เร็วขึ้น
  • ไปจนถึงการปรับปรุงระบบการสอบคัดเลือกเข้าสู่มหาวิทยาลัย

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญ ที่เรากำลังเดินหน้าทำหลังจากที่เราได้ทำในเรื่องของการขยายโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการเรียนฟรี ๑๕ ปี ซึ่งเป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศมีความพึ่งพอใจ แม้ว่าจะมีปัญหาอุปสรรคอยู่บ้างในบางโรงเรียน

รัฐบาลเดินหน้าจัดตั้งสถาบันคุรุศึกษา
แต่ว่าสิ่งที่คณะรัฐมนตรี ได้ให้ความเห็นชอบไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา คือการที่จะกำหนดแนวทางของการปฏิรูป และที่ผมจะเล่าในวันนี้ก็คือว่า นอกเหนือจากจะมีการตั้งคณะกรรมการที่เป็นนโยบายและมาขับเคลื่อน ซึ่งผมจะเข้าไปเป็นประธานด้วยตัวเองแล้ว สิ่งที่เราจะเร่งทำอย่างน้อยๆ มี ๔ เรื่อง ที่เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายเคยวิพากษ์วิจารณ์มานาน และอาจจะถือว่าเป็นจุดอ่อนของการปฏิรูปการศึกษาในช่วงที่ผ่านมา เรื่องแรกคือ

(๑.) เรื่องครู โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการของการผลิตครู เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลจะเดินหน้าทำก็คือ จัดตั้งสถาบันที่เรียกว่า คุรุศึกษาขึ้นมา เพื่อที่จะมาดูแลในเรื่องของกระบวนการการผลิต การพัฒนา และเรื่องของการประกันคุณภาพของครู เรื่องนี้ก็จะทำไปถึงอีกหลายเรื่อง เช่น พี่น้องที่เป็นข้าราชการครูบ่นมาว่า ปัจจุบันการพัฒนาการประเมินไม่ได้อิงกับภารกิจหลักคือเรื่องของการสอนหนังสือ ซึ่งรัฐบาลเองมีนโยบายในการคืนครูให้นักเรียนอยู่แล้ว อย่างที่เราทำในเรื่องของต้นกล้าอาชีพ ฝึกคนและไปช่วยงานธุรการ เพราะฉะนั้นพอมาถึงเรื่องนี้ ต่อไปก็หมายความว่าระบบการประเมินซึ่งมีคนบ่นมาก ว่าเอกสารกัน และไม่ได้ไปใช้ประโยชน์อะไร ก็กำลังมีการปรับแก้ และสถาบันที่จะตั้งขึ้นใหม่นี้ ก็จะมามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในกระบวนการของการผลิตพัฒนาและรับรองประกันคุณภาพของครู

เตรียมตั้งสถาบันเชื่อมโยงคุณวุฒิทางการศึกษาสู้การประกอบอาชีพ

(๒.) เรื่องการศึกษาในปัจจุบันหลายคนพุ่งเป้าไปที่เรื่องของการได้ปริญญา ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก แต่จริง ๆ แล้วความต้องการของเศรษฐกิจ สังคม ในแง่ของบุคลากรมีความหลากหลายมากกว่านั้นเยอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการศึกษาสายอาชีพ เพราะฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาลจะทำต่อไป คือจะมีการตั้งสถาบันที่มาดูแลในเรื่องของคุณวุฒิทางการศึกษา นั่นหมายความว่าใครที่จะเรียนจบอะไรก็แล้วแต่ ไม่จำเป็นในเรื่องของปริญญา สามารถที่จะเข้ามาสู่กระบวนการที่สถาบันจะช่วยดูแลในเรื่องของมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพต่าง ๆ ตรงนี้กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงแรงงานได้คุยกันแล้ว ที่ผ่านมาจะมีอุปสรรคอยู่ระหว่างการประสานงานระหว่าง ๒ กระทรวงนี้ ขณะนี้ท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่าน ได้คุยกันเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นจากนี้ สถาบันนี้จะเกิดขึ้นมา ซึ่งจะช่วยทำให้มีการฝึกฝนอาชีพให้กับคน ในการที่จะป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมหรือธุรกิจ หรืองานทางด้านอื่น ๆ ตรงตามความต้องการของนายจ้าง หรือผู้ประกอบการ หรือแม้กระทั่งระบบราชการเอง อันนี้ก็เป็นเรื่องที่สอง ที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษา

ยกระดับหน่วยงานที่ทำงานด้านการศึกษานอกโรงเรียน 

(๓.) เรื่องคือการศึกษานอกโรงเรียน เพราะว่าการศึกษาโรงเรียนจะเป็นกระบวนการสำคัญในการที่จะทำให้คนของเราเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต เพราะฉะนั้นจะมีการยกระดับหน่วยงานที่ทำงานทางด้านการศึกษานอกโรงเรียนขึ้นมา ตรงนี้ก็จะช่วยทำให้งานตรงนี้มีความเข้มแข็งมากขึ้น และสอดคล้องกับเป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษาในครั้งนี้ ส่วนเรื่องสุดท้าย

(๔. ) จะเป็นเรื่องของเทคโนโลยี ซึ่งมีเรื่องของกองทุนที่ถูกกำหนดเอาไว้ในกฎหมายก่อนหน้านี้ คือ ๑๐ ปี ที่แล้วแต่ว่าการดำเนินการแทบจะเรียกได้ว่ายังคืบหน้าไปน้อยมาก เพราะฉะนั้นตอนนี้ก็อาจจะมีเรื่องของระบบการบริหารจัดการกองทุน เทคโนโลยีที่จะมาพัฒนาการศึกษาที่เป็นรูปธรรม เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษาในครั้งนี้ด้วย

ฉะนั้นอยากจะบอกกับพี่น้องนะครับว่า ผมพูดเสมอว่าเรื่องของการพัฒนาคนคือหัวใจของการพัฒนาประเทศชาติ บ้านเมือง และการพัฒนาสังคม ปัจจุบันระบบการศึกษายังมีปัญหาอยู่มาก รัฐบาลจะถือเรื่องของการปฏิรูปการศึกษาในรอบนี้ เป็นนโยบายสำคัญ ผมเองจะต้องเข้าไปผลักดัน และร่วมขับเคลื่อนในเรื่องนี้ และในเบื้องต้นที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบไปนั้น มีงานหลายเรื่องซึ่งจะต้องทำ และไม่สามารถทำเสร็จได้ในช่วงสั้น ๆ ตั้งเป้าเอาไว้ว่า ภายใน ๕ ปี หลายอย่างจะต้องปรากฏเป็นรูปธรรม แต่สิ่งที่ผมได้พูดไป ๔ เรื่องในวันนี้ จะเป็นเรื่องที่เราจะสามารถเดินหน้าได้อย่างค่อนข้างรวดเร็ว เป็นรูปธรรมและแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่มีอยู่ในเรื่องของการศึกษา

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- มาตราการต่อยอดโอทอป: รากฐานเศรษฐกิจเข้มแข็ง

... รัฐบาลต้องทำโอทอปของไทยให้ต่างชาติได้รู้ มีการพัฒนาต่อยอด แปลงทุนทางปัญญาความคิด เพื่อให้โครงสร้างรากฐานเศรษฐกิจเข้มแข็งได้จัด"สมัชชาโอทอป"ให้ผู้ประกอบการ ผู้สนใจ มาพูดคุยกัน เพื่อรับรู้ปัญหา  และรับข้อเสนอข้อสรุปมาพิจารณาและดำเนินการ 
อภิสิทธิ์:กรณีของโอทอป ความจริง  ในช่วงที่เราทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน  ก็เป็นโครงการที่เราบอกว่าเป็นเรื่องที่ดี  ที่จะมีการสนับสนุนในเรื่องของธุรกิจ หรือวิสาหกิจของชุมชน   แต่ว่าโอทอปเองก็มีทั้งความสำเร็จ  และมีทั้งปัญหา  ความสำเร็จเราก็จะเห็น  เพราะเวลาเขามาสามารถขายสินค้าได้ นั่นคือความสำเร็จที่เรามองเห็น  แต่กับทุกความสำเร็จที่เรามองเห็น  ก็จะมีความล้มเหลวอยู่เหมือนกัน  เพราะมีอีกหลายแห่งที่ก้าวมาไม่ถึงตรงนี้"
 
ผู้ดำเนินรายการ:   ถามท่านว่าปัญหาของโอทอปตอนนี้คืออะไร

อภิสิทธิ์:

  • ประการที่ ๑  ยังมีว่าในหลายพื้นที่ถ้าขาดความเข้มแข็งพื้นฐาน  ที่จะได้ผลิตภัณฑ์ตัวไหนที่เป็นตัวสะท้อนเอกลักษณ์ต่าง ๆ ของตำบลเป็นอย่างไร  บางครั้งต้องยอมรับในช่วงที่ทำโครงการแรก ๆ ก่อนหน้านี้  บางทีในแต่ละพื้นที่ไม่ได้คิดเอง  มีกระบวนการราชการหรืออะไรต่าง ๆ เข้าไป  หรือว่าทำตามคนอื่น และไม่ประสบความสำเร็จ  อันนี้ก็เกิดขึ้นเยอะ 
  • ประการที่ ๒ เป็นธุรกิจ  จะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก  มีปัญหาได้ทั้งนั้น  จะมีปัญหาเรื่องการเงินบ้าง การตลาดบ้าง  อันนี้คือสิ่งที่เราจะแก้ 

ฉะนั้น  สิ่งที่รัฐบาลผมได้ทำคือว่าได้จัดสมัชชาโอทอป  ความหมายคือเอาผู้ประกอบการ ผู้สนใจ ที่จะทำงานด้านโอทอป มาพูดคุยกัน  ได้มีการทำไปเมื่อประมาณเดือน หรือ ๒ เดือนที่แล้ว   และเขาก็จะมีข้อเสนอ ข้อสรุป  ส่งมาให้  ซึ่งเราจะมาพิจารณา  และดำเนินการ  การจัดงานที่เรียกว่า  MIDYEAR หรือโอทอป ช้อปช่วยชาติ ในวันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เขาได้เรียกร้องมา  เหมือนกับก่อนหน้านี้เขาก็บอกว่า รายการผมนี่  ช่วยเอาของมาวาง ๆ และโฆษณาให้เขาหน่อยได้ไหม  ก็มีการดำเนินการไป  

แต่มีข้อเสนออื่น ๆ  ที่น่าสนใจมากมาย 

(๑.) อะไรจะเป็นโอทอป  อะไรจะไม่เป็น  ผมว่าอันนี้สำคัญ  เพราะถ้าเรามีเป้าหมายว่า ตรงนี้จะไปต่างประเทศ  และมันก็เหมือนเป็นยี่ห้อ  ถูกไหมครับ  เหมือนเราซื้อของจากต่างประเทศ  ส่วนใหญ่เราจะมั่นใจ ไม่มั่นใจ  ดูยี่ห้อ  ทีนี้โอทอปไม่เหมือนยี่ห้อสินค้า  ถูกไหมครับ  เพราะไม่ใช่เป็นผลิตภัณฑ์เดียวว่า เสื้อยี่ห้อนี้  รองเท้ายี่ห้อนั้น  แต่กำลังจะบอกว่ามันเป็นยี่ห้อที่มากับวิสาหกิจชุมชนของไทย  เราก็ต้องมีความมั่นใจว่าจะเรียกผลิตภัณฑ์ใดเป็นโอทอป  มีหลักมีเกณฑ์  นั่นอันที่ ๑

(๒.) เรื่องการจัดมาตรฐานของตัวสินค้า  จริง ๆ เขาให้ดาวกันอยู่แล้ว  แต่จริง ๆ มีเสียงฟ้อง มีเสียงบ่นกับผมว่าในอดีตที่ผ่านมา บางทีของไม่ได้เปลี่ยน  แต่ดาวเปลี่ยน"
 
ผู้ดำเนินรายการ:  ดาวมันงอกขึ้นมาเอง  โดยคุณภาพไม่ได้เพิ่มขึ้น

อภิสิทธิ์: "งอกไม่ค่อยบ่นครับ  ส่วนใหญ่บ่นหาย   คือดาวงอกไม่ค่อยบ่นครับ  แต่ดาวหาย  เขาก็มีความเดือดร้อนมาก  ฉะนั้น ระบบการทำมาตรฐานตรงนี้  มันจำเป็นที่จะต้องมีการปรับปรุงให้เป็นระบบเช่นเดียวกัน 

(๓.) เรื่องของการพัฒนา เพราะฉะนั้น  มันก็มีการเริ่มต้นโครงการก่อนหน้านี้  ที่บอกว่าอิงกับความรู้ Knowledge Base เราก็จะต่อยอดตรงนี้  เพื่อที่จะให้มันไม่หยุดอยู่กับที่  มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง   

นอกจากนั้นจะเป็นปัญหาเรื่องการเงินบ้าง การตลาดบ้าง 

(๔.) เรื่องการเงิน  การจัดงานโอทอปรอบนี้จะพิเศษกว่าครั้งอื่น ๆ คือว่ามีสถาบันการเงินมาร่วมด้วย  ไม่ใช่เป็นเรื่องการขายสินค้าอย่างเดียว  เพื่อที่จะมาให้บริการกับผู้ประกอบการโอทอปเอง  ว่าสามารถที่จะมีแหล่งเงินทุน  สามารถที่จะมีอะไรที่เป็นช่องทางในการช่วยเหลือเขาเพิ่มเติมได้มากขึ้น  ซึ่งมีสถาบันทั้งธนาคารออมสิน  ธนาคารวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือธนาคารเอสเอ็มอี  อันนี้เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งสุดท้ายคือ

(๕.) เรื่องการตลาด   นอกเหนือจากการจัดงานปีละ ๒ ครั้งแล้ว  ก็ต้องหาช่องทางในการเผยแพร่มากขึ้น  ก็มีข้อเสนอที่กำลังพิจารณาอยู่หลายเรื่อง  บางคนอยากให้มีคล้าย ๆ ศูนย์แสดงสินค้าเป็นการถาวรอยู่  ช่วงนี้ไม่มีก็ขอเป็นแบบเสมือนก่อน  ก็จะทำเว็บไซต์ให้มีระบบ มีความครอบคลุม อย่างนี้เป็นต้น 

ฉะนั้น อันนี้คือภาพรวมที่อยากจะบอกว่า เราสานต่องานอย่างไร  เรากำลังทำให้งานทางด้านนี้มีการปรับปรุงดีขึ้นอย่างไร  และสุดท้ายที่สุดคืออยากจะบอกว่า  รัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันเรื่องนี้แน่นอน  เพราะเราไม่ได้มองว่าอันนี้เป็นเรื่องของตัวโครงการเท่านั้น  เรามองว่าอันนี้เป็นส่วนสำคัญของนโยบายใหญ่ ๆ อีก ๒ เรื่อง

  • เรื่องที่  ๑ คือเราต้องการให้เศรษฐกิจของไทย มีโครงสร้างที่แข็งแกร่งจากฐานราก  ตรงนี้จะช่วยเราได้  เวลาเกิดวิกฤตแบบที่เจออยู่นี่ครับ  ถ้ามันมีของพวกนี้อยู่  เป็นพื้นฐานอยู่  ก็จะช่วยคนได้ 
  • เรื่องที่ ๒ เรากำลังบอกว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจจากนี้ไป   เราจะต้องแปลงทุนทางปัญญาความคิด  ซึ่งประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ทั้งในเรื่องความคิด ปัญญา  ประวัติศาสตร์  วัฒนธรรมประเพณี  เอามาใช้มากขึ้น  เพราะอะไรครับ  เพราะถ้าเราคิดแต่ว่าจะใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้  น้ำ พลังงาน  เพื่อผลิตอย่างเดียว  ทุกอย่างในที่สุดหมด  แต่ความคิดไม่มีวันหมด  มีออกมาได้เรื่อย ๆ   เพราะฉะนั้น ถ้าเราสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับของด้วยการใช้ความคิด  ด้วยการใช้ปัญญา  ด้วยการติดยี่ห้อ  เพื่อทำให้เกิดความมั่นใจในเรื่องมาตรฐาน  อันนี้ก็จะเป็นสิ่งที่ช่วยเราได้มากครับ"

ผู้ดำเนินรายการ:   เรียกได้ว่าได้รับความกระจ่างในเรื่องของโอทอป  ในมือของผมจะเป็นคำถามบางส่วน  ที่ได้จากการสัมมนาโอทอปที่ท่านเล่าให้ฟัง  ซึ่งจากที่ท่านเล่ามาหลาย ๆ อันก็ครอบคลุมคำถาม  แต่มีบางอันผมคัดเอาไว้  ถามว่าจะทำให้โอทอปเป็นองค์กรอิสระได้หรือไม่  เพราะที่ผ่านมาขึ้นกับนโยบายการเมืองมากไป

อภิสิทธิ์: "คือจริง ๆ แล้วขณะนี้ยังไม่ได้เรียกว่าเป็นองค์กร  เป็นโครงการซึ่งรัฐบาลก็ผลักดัน มีหน่วยงานรับผิดชอบอยู่  จริงๆ  ผมไม่แน่ใจว่าที่บอกว่าขึ้นกับการเมืองมากเกินไป  มันอะไร  แต่อย่างที่ผมบอกนะครับว่า อย่างแนวของผมเข้ามาปั๊บดูแล้ว  งานนี้เป็นงานที่สอดคล้องกับนโยบาย  เป็นประโยชน์กับประชาชน  ก็เดิน  ไม่ได้ไปบอกว่าพอเปลี่ยนรัฐบาลที  ต้องมาตั้งต้นกันใหม่  ไม่ทำอย่างนั้นอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น  อันนี้ผมคิดว่าถ้างานนี้เราทำให้เข้มแข็งมากขึ้น ๆ เปลี่ยนแปลงรัฐบาลไป  ผมเชื่อว่าเดินหน้า  อันนี้คือสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นอย่างนั้น   ส่วนในแง่ว่ามีความจำเป็นอะไรไหมในเรื่ององค์กร  ก็จะดูเป็นเรื่อง ๆ  เช่น  เรื่องมาตรฐาน  อาจจะต้องมีความจำเป็นว่ามีความชัดเจน  กระบวนการที่เป็นหน่วยงานที่เข้มแข็ง  มีความเห็นอิสระมากขึ้น  อย่างที่คุยกันว่าดาวงอก ดาวหาย  ถ้าเป็นตามข้อเท็จจริงก็ไม่เป็นไร  แต่ถ้าปรากฏว่ามันขึ้นอยู่กับว่าคนอนุมัติ  หรือคนกำหนดดาว  อย่างนี้คงจะไม่ดีแน่   ทำให้ระบบทั้งหมดขาดมาตรฐานไปเสียเอง"

ผู้ดำเนินรายการ:   ตั้งกองทุนโอทอปในแต่ละจังหวัดได้หรือไม่

อภิสิทธิ์: "เรื่องของเงินสนับสนุนต่าง ๆ ขณะนี้ผมคิดว่ายังอาจจะเร็วเกินไปที่จะบอกว่าไปตั้งเป็นกองทุนกระจายไปทั่ว  เพราะเราต้องการให้มีระบบบริหารที่มีความรัดกุมพอสมควร  เอาเป็นว่าผมก็ยินดีรับฟังเสียงสะท้อนในเรื่องของกองทุนนี้  และได้มีการดูว่ารูปแบบของกองทุน  ถ้ามีจะทำในลักษณะไหนอย่างไร"

ผู้ดำเนินรายการ:   วันนี้เรามีพิธีเปิดกันด้วยใช่ไหมครับ  เริ่มกี่โมงครับ

อภิสิทธิ์: "เสร็จจากรายการนี้ครับ  ผมเชิญคนมาเที่ยวดีกว่า"
 
อธิบดี:  ก็เรียนเชิญนะครับ  เพราะวันนี้ถือว่าเป็นการเปิดงานที่เป็นพิธีการ  โดยท่านนายกรัฐมนตรีมาเป็นประธานในการเปิดงาน  สินค้าโอทอปจากทุกภาค จากทั่วประเทศของเรา ๒,๐๐๐ กว่าบู้ธ  ๑๐,๐๐๐ กว่าชนิด  จะมาจำหน่ายที่นี่  ฉะนั้น แฟนพันธุ์แท้สินค้าโอทอปต่าง ๆ ก็เรียนเชิญครับ  งานนี้ซื้อสินค้าราคามาตรฐาน ช้อปโอทอป ช้อปช่วยชาติ 

อภิสิทธิ์: "อยากจะบอกนะครับว่าเราคุยกันมาในเรื่องนี้ งานต้องทำอีกเยอะ  ท่านอธิบดีก็ทำงานในเรื่องของการสนับสนุนชุมชน  ที่สำคัญเรื่องมาตรฐานต่อไปนี้เป็นเรื่องหัวใจ  ทางกระทรวงก็มาช่วยด้วย และสำคัญที่สุดคือการทำงานเหมือนทุกเรื่อง  ผมคิดว่ารัฐบาลทำงานโดยคิดเองทำเองไม่ได้  เพราะฉะนั้น การมีตัวแทน  และการที่เราจัดสมัชชา  การที่เราจะทำให้มีการประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง  เพื่อรับรู้ปัญหา  เป็นเรื่องปกตินะครับบางทีงานเราทำอยู่ดี ๆ สภาวะแวดล้อมเปลี่ยนไป  เราก็ต้องปรับเปลี่ยน  เพราะฉะนั้น  ยืนยันว่ารัฐบาลเอาใจใส่งานนี้  และจะประสานงานกับผู้ประกอบการ  และจะปรับปรุงให้งานนี้มีความเข้มแข็งต่อไป"

ผู้ดำเนินรายการ:   เดี๋ยวพาคุณผู้ชม และคนทำงาน  เราเดินชมงานกัน  อันนี้เห็นว่าอันนี้ย้อมใช้สีจากโคลนเลย
ผู้ค้า:   ใช้สีธรรมชาติ  จากอำเภอเกาะคา  เป็นการย้อมสีฝ้ายจากน้ำดินลูกรังธรรมดา และเรามาแช่น้ำค้างคืนไว้  แล้วเอามาย้อมได้ตัวนี้  ไอน้ำตัวนี้เป็นตัวย้อม เป็นการย้อมเย็น  ทั่วไปเราจะย้อมร้อน  สีที่เราได้เราจะย้อมถึง ๘ ครั้ง และเอามาล้างด้วยน้ำสารส้มอีกทีหนึ่ง  เสื้อตัวนี้จะได้เป็นเสื้อสีน้ำดิน  โดยการสนับสนุนจากผู้ว่าราชการจังหวัด  ท่านสนับสนุนให้เราได้ทำตัวนี้ขึ้นมา
ผู้ค้า:   อันนี้สีจากครั่ง  จะเป็นตัวที่เกาะอยู่บนต้นฉำฉา มีเฉพาะทางภาคเหนือเท่านั้น ที่เราจะปล่อยในเดือนกันยายน และเราจะเก็บงานได้ตอนธันวาคม  เราก็จะเอามานวดด้วยทั่ง
ผู้ดำเนินรายการ:   ขอบคุณครับ  เราต้องแวะอีกหลายที่ครับ  เชิญด้านขวาครับ  อันนี้อะไรครับ
ผู้ค้า:   จากดินไทย จังหวัดพิษณุโลก
ผู้ดำเนินรายการ:   ทำจากดินอะไรครับ
ผู้ค้า:   เป็นดินไทย  ทำพวกดอกไม้ 
ผู้ดำเนินรายการ:   ขอบคุณครับ  ทางโน้นมีอะไรกันบ้าง อันนี้เป็นใบลาน  มาจากจังหวัดไหนครับ
ผู้ค้า:    มาจากจังหวัดตาก  อันนี้เป็นใบลาน  มอบให้ท่านนายกฯ
ผู้ดำเนินรายการ:   ใบลานทำอะไรได้บ้างครับ
ผู้ค้า:   ทำหมวก ทำถ้วยใบลาน  ทำกรอบรูป  ทำโคมไฟใบลาน  ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่  เป็นโคมแขวน นอกนั้นจะเป็นหมวกหลาย ๆ ชนิด  และของที่ระลึกเล็ก ๆ น้อย ๆ 

อภิสิทธิ์:
"ปกติช่องทางที่ขาย ๆ ที่ไหนบ้าง"

ผู้ค้า:   จะขายในตลาดแถวริมทางเป็นตลาดของหน่วยชุมชน  และจะออกตามงานต่าง ๆ มี order สั่งมาจำหน่าย

อภิสิทธิ์: "มี order จากไหนบ้าง"

ผู้ค้า:   จากเพชรบูรณ์ หลาย ๆ ที่  ก็ไปขายที่ภูเก็ตบ้าง

อภิสิทธิ์: "เขารู้ได้ยังไง"

ผู้ค้า:  พอดีเรามีโบชัวร์  เวลาเราออกงาน  เราจะนำตรงนี้ติดมาด้วย

ผู้ดำเนินรายการ:   ขอบคุณมากครับ 

ผู้ค้า:    ขายองค์ความรู้ไปสนับสนุนให้กลุ่มได้ทำกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์โอทอป  กลุ่มนี้ใช้คอนเซ็ปต์ “ลดโลกร้อน ปลอดสารพิษ เศรษฐกิจพอเพียง” โดยใช้วัตถุดิบที่เขาปลูกฝ้ายเอง ย้อมสีธรรมชาติ  ไม่มีการนำเข้าวัตถุดิบ  และลดสารเคมีปนเปื้อนสิ่งแวดล้อม

ผู้ดำเนินรายการ:  ขอบคุณมากครับ  นี่จากจังหวัดไหนครับ

ผู้ค้า:   เชียงราย  เรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตชาวชนบท  อันนี้จะใส่ไม้ สร้างบ้าน 

อภิสิทธิ์: "หยอดเหรียญแล้วขยับได้"

ผู้ค้า:    ๑๐ บาท

ผู้ดำเนินรายการ:   เรียกว่ามีสินค้าทุกชนิดเลย 

ผู้ค้า:   จากจังหวัดแพร่  เข้าใจนายกฯ ผิดมา ๗ ปีแล้วครับ  ตอนนี้ผมซาบซึ้งครับว่าต่อไปนี้ผมมีท่านนายกฯ คนนี้อยู่ในใจ 

ผู้ค้า:    เวลาปวดเมื่อย นวดน้อย ๆ

อภิสิทธิ์: "ขายดีไหม  ยินดีด้วย  ผมกลัวเศรษฐกิจไม่ดี  กลัวคนจะน้อย"

ผู้ค้า:  อันนี้เป็นธัญพืชค่ะ

ผู้ดำเนินรายการ:    วันนี้หมดเวลานะครับ ต้องขอบพระคุณทุกท่านที่ได้ร่วมสนทนาพูดคุยในวันนี้  ขอบคุณครับ

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- น้ำมันโลกเพิ่มสูง ต้นทุนอื่นๆต้องไม่เพิ่มตาม

... การลดราคาน้ำมันดีเซล ๒ บาทรัฐบาลได้ช่วยเหลือแล้ว ถ้าราคาน้ำมันโลกมีแนวโน้มสูงขึ้นนโยบายที่วางไว้ก็สามารถรองรับได้พอสมควร โดยต้องไม่ลุกลามไปสู่การเพิ่มต้นทุนในด้านอื่นๆ

ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด

อภิสิทธิ์: "...แท้ที่จริงแล้วเรื่องปัญหาของบ้านเมืองอีกหลายปัญหามีมาก และตัวผมเองก็ยังเดินหน้าทุ่มเทในการแก้ไขปัญหาซึ่งเป็นปัญหาหลัก ๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นนโยบายสำคัญ หรือที่เคยมีการพูดจากับพี่น้องประชาชนไว้ตั้งแต่ในช่วงของการเลือกตั้ง เราก็เดินหน้าต่ออย่างเต็มที่หลายสัปดาห์ที่ผ่าน ผมได้คุยในเรื่องของเศรษฐกิจ

อยากจะเรียนนะครับว่า เรื่องที่ผมยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด อย่างต่อเนื่องก็มีเรื่องของราคาน้ำมัน เพราะว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกนั้น ยังเพิ่มสูงขึ้นอยู่ แต่อย่างที่บอกแล้ว แนวที่รัฐบาลได้วางมาทำให้เรามีกำลังในการที่จะเข้าไปดูแลแก้ไขแทรกแซงได้พอสมควร แม้ว่าน้ำมันในตลาดโลกจะแพงกว่านี้ เพราะฉะนั้นที่เริ่มต้นไปแล้วในส่วนของ ๒ บาทของน้ำมันดีเซล ถ้ามีความจำเป็นจะต้องทำอะไรเพิ่มเติม รัฐบาลก็จะทำ และที่แน่นอนที่สุดครับจะไม่ทำให้เรื่องนี้ลุกลามบานปลายไปสู่การเพิ่มต้นทุนในด้านอื่น ๆ โดยเฉพาะในเรื่องของการขนส่ง ในเรื่องของการเดินทาง และเรื่องของแพง ก็จะเป็นเรื่องที่เราจะให้ทางกระทรวงพาณิชย์ ติดตามอย่างใกล้ชิด"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ยกเครื่องการบริหารชายแดนใต้: มิติการพัฒนาและความยุติธรรม

...รัฐบาลกำลังจะทำให้กลไกการทำงานในภาคใต้มีความเป็นเอกภาพมากขึ้น เชื่อมโยงกับฝ่ายนโยบาย ฝ่ายการเมืองที่จะต้องมีความรับผิดชอบสูงขึ้น เอาการเมืองนำการทหาร เรื่องของมิติการพัฒนา และความยุติธรรมเข้ามานำหน้าในการที่จะสร้างความสันติสุขให้เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนใต้ โดยการกำหนดยุทธศาสตร์ การสร้างเสริมสันติสุข จัดตั้งสภา ให้พี่น้องได้มีส่วนร่วม คอยติดตามงาน กรณีเจ้าหน้าที่รัฐฯ ไม่ปฎิบัติตาม หน่วยงานสามารถลงโทษได้

ร่างกฎหมายบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้

อภิสิทธิ์: "อีกเรื่องหนึ่งครับที่อยากจะคุยในวันนี้ คือเรื่องปัญหาภาคใต้ ซึ่งคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารเช่นเดียวกันได้มีการอนุมัติกฎหมายซึ่งจะนำเสนอต่อสภาฯ ให้ทันภายในสมัยประชุมนี้ จะเป็นกฎหมายที่มีการปรับเรื่องของกลไกองค์กรที่เข้ามาแก้ไขปัญหาภาคใต้ หลายท่านคงจำได้ ว่าผมได้พูดเสมอว่าการทำงานแก้ไขปัญหาในภาคใต้ จะมองในมิติในเรื่องของความมั่นคงลักษณะของเรื่องของการปราบปราม ในเรื่องของการใช้เจ้าหน้าที่ทางฝ่ายความมั่นอย่างเดียวไม่ได้ รัฐบาลพูดเสมอว่า ต้องเอาเรื่องของการพัฒนาและเรื่องของกระบวนการการให้ความเป็นธรรม หรือความยุติธรรมเข้าไปนำหน้า ซึ่งองค์กรในสภาพปัจจุบันจำเป็นจะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง จะเห็นได้ว่าตอนเข้ามาเนื่องจากตอนนั้น เรายังอยู่ในช่วงของการร่างกฎหมาย เราจึงต้องมีคณะรัฐมนตรีที่มาดูแลในเรื่องของงานพัฒนา แต่กฎหมายฉบับนี้ จะเริ่มต้นกันว่า

  • หน่วยงานที่จะต้องจัดทำแผนให้ครอบคลุมทุกมิติ ของปัญหาในภาคใต้จะเป็นสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งจะเป็นคนที่มีการจัดทำแผนในลักษณะนี้ มีการทบทวนในทุก ๕ ปี
  • จากนั้นจะต้องมีคณะกรรมการที่มากำหนดยุทธศาสตร์ เพื่อให้เป็นไปตามแผนในการสร้างเสริมสันติสุข กรรมการชุดนี้นายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นประธาน และจะมีฝ่ายเลขาธิการซึ่งก็จะมีศูนย์หรือสำนักงาน พูดง่าย ๆ คือเป็นการ...
  • ยกระดับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)ขึ้นมาให้หน่วยงานนี้ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี และคนที่เข้ามาเป็นตัวฝ่ายประจำจะยกขึ้นมาเทียบเท่ากับระดับปลัดกระทรวง ซึ่งก็จะเข้ามาบูรณาการและนำสิ่งเหล่านี้ไปสู่ภาคปฏิบัติ โดยการประสานงานกับทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งที่เรากำลังทำก็หมายความว่า เรากำลังที่จะทำให้กลไกที่ทำงานในภาคใต้มีความเป็นเอกภาพมากขึ้น เชื่อมโยงกับฝ่ายนโยบาย ฝ่ายการเมืองที่จะต้องมีความรับผิดชอบสูงขึ้น ซึ่งผมมั่นใจว่า น่าจะเป็นแนวทางที่ถูกต้อง

ผมยกตัวอย่างว่าในกฎหมายจะมี ๒ เรื่อง ซึ่งผมคิดว่าจะช่วยทำให้การแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เรื่องแรก คือ นอกเหนือจากองค์กรที่ผมพูดขึ้นมาแล้ว

  • จะมีการตั้งสภา มีตัวแทนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เข้ามาคอยติดตามว่า รัฐบาล ได้ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ในการสร้างเสริมสันติสุขอย่างแท้จริงหรือไม่ เพราะว่าหลายครั้งเราจะเห็นครับ รัฐบาลที่มีการดำเนินนโยบายในเรื่องนี้ก็จะมีปัญหาว่า พอลงไปสู่ภาคปฏิบัติ ลงไปสู่พื้นที่แล้วขาดความเป็นเอกภาพบ้าง ขาดความเข้าใจบ้าง และพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบอาจจะยังไม่มีช่องทางในการมีส่วนร่วมอย่างเป็นกิจจะลักษณะ เพราะฉะนั้นพอมีสภานี้ขึ้นมาภายใต้กฎหมายใหม่ พี่น้องประชาชนก็จะมีส่วนร่วมได้อย่างเป็นระบ
  • และผมยกตัวอย่างอีกเรื่องหนึ่งเท่านั้นเองครับว่า ถ้ามีเรื่องกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ดำเนินการ ไม่ปฏิบัติตามนี้ หน่วยงานใหม่ก็จะสามารถลงโทษได้ เพื่อที่จะให้เรามั่นใจได้อย่างเต็มที่ว่า เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่นั้น ต้องเดินหน้าตามนโยบายของรัฐบาลที่กำลังพูดถึงการ เอาการเมืองนำการทหาร เอาเรื่องของมิติการพัฒนา และความยุติธรรมเข้ามานำหน้าในการที่จะสร้างความสันติสุขให้เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของเรา


    << แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>

(กลับไปด้านบน)

- อำนาจของ อภิสิทธิ์ กับการเป็นนายก

...ถ้าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญกับชีวิตของประชาชน  ของส่วนรวม  เรื่องไหนผมไม่รู้  ผมต้องรีบไปทำให้ตัวเองรู้...

ผู้ดำเนินรายการ:    ท่านผู้ชมครับกลับเข้าสู่รายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" ผม เกตุเสพย์สวัสดิ์  ปาละกะวงศ์ ณ อยุธยา  ทำหน้าที่พิธีกรในช่วงนี้  ซึ่งจะว่ากันตามหลักแล้วผมน่าจะเป็นแขกรับเชิญ  เพราะนี่เป็นรายการของท่าน  ท่านอยู่ประจำ  ผมมาแล้วก็ไป

อภิสิทธิ์: "รายการนี้มีความพิเศษครับ  คือคนรับเชิญเป็นพิธีกร"

ผู้ดำเนินรายการ:   เป็นเรื่องที่ประหลาดใจอยู่เหมือนกัน  แต่โชคดีที่ท่านไม่รับหน้าที่พิธีกร  เพราะพวกเราคงตกงานกัน  ท่านครับหลายฝ่ายบอกว่าวันนี้ในส่วนของการอารักขาหนักใจมาก  เพราะว่าด้านหลังเป็นบู้ธมีดอรัญญิก  อาวุธจะเยอะมาก  ยังไงท่านระวังตัวด้วย  วันนี้เราอยู่กันที่งาน “OTOP MIDYEAR ๒๐๐๙ :  โอทอป ช้อปช่วยชาติ” ก็พูดคุยกันในรายละเอียดของโอทอป ท่านครับเริ่มคำถามแรก  หลายคนตั้งข้อสังเกตว่าโอทอปเป็นโครงการของรัฐบาลที่แล้ว  ในการที่จะท่านส่งเสริมโครงการโอทอป  จะเรียกว่าเป็นการตอกย้ำความสำเร็จของรัฐบาลที่ผ่านมาหรือเปล่าครับ

อภิสิทธิ์: "...รัฐบาลเป็นรัฐบาลของประเทศ  คนเป็นรัฐบาลช่วงใดช่วงหนึ่งเท่านั้น  มาแล้วก็ไป ผมนี่ถือคติว่างานที่เราทำในฐานะรัฐบาล ในอดีตจะเป็นคนอื่น  จะเป็นใครทำไว้  ถ้าเป็นงานที่เราเห็นว่าเป็นประโยชน์กับประชาชน  เราก็ต้องทำต่อ  จะมาบอกว่าถ้าเป็นของคนอื่นแล้ว  เราตัดทิ้งไม่ใช่  แต่ว่าการทำต่อ  เราก็จะดู  ถ้าสมมติว่างานนั้นดี  แต่ว่ายังมีปัญหาอยู่  เราก็ต้องมาแก้ปัญหา  บางครั้งเราอาจจะปรับปรุงให้ดีขึ้น  หรือถ้างานไหนที่เขาทำมาแล้ว มันไม่ดีจริง ๆ  อันนั้นเราก็เลิก  ผมใช้คตินี้คือเราต้องถืออย่างที่ผมบอก ประชาชนต้องมาก่อน  แล้วถ้าอันไหนเป็นประโยชน์กับประชาชนเราก็ทำต่อ..."

ผู้ดำเนินรายการ:   ท่านผู้ชมได้รับความกระจ่างในเรื่องของโอทอป  มองไปจากข้างหลังอาจจะเห็นโล่ง ๆ  แต่จริง ๆ แล้วประชาชนอยู่ประมาณ ๓ แสนกว่าคนอยู่ด้านหน้านะครับ  วันนี้หลายคนทราบว่าผมจะได้มาคุยกับท่าน  ก็ฝากคำถามมาเยอะแยะมากมาย  คำถามแรก บอกว่าท่านเคยทราบไหมว่าเวลาท่านแถลงข่าวหรือออกทีวี คนที่ยืนข้างหลังท่านเป็นแพ ๆ  เราเรียกกันว่า วอลเปเปอร์  ทำไมต้องเยอะอย่างนั้นล่ะครับ 

อภิสิทธิ์: "ที่จริงส่วนใหญ่แล้ว  ผมจะสัมภาษณ์ก็มีที่ทำเนียบรัฐบาล  หรืออาจจะเป็นเพราะว่าผมไปงาน อย่างวันนี้มาที่นี่ เดี๋ยวก็มีการสัมภาษณ์  มีสัมภาษณ์จะที่ทำเนียบฯ หรือทีไหนก็ตาม  ก็มีทั้งคนที่ทำงาน  ทั้งเจ้าหน้าที่ที่เขาดูแลความปลอดภัย  แม้กระทั่งพี่น้องประชาชนธรรมดา  ก็มามุงดู[เป็น]ธรรมดา"
  
ผู้ดำเนินรายการ:   ผมเล่าให้พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนสนิท  ว่าผมจะได้มาคุยกับท่าน  แต่ละคนแน่นอนพอทราบแบบนี้แล้วก็ฝากคำถามมา  แม้กระทั่งหลานผมอยู่ ป. ๒ เขาฝากมา  แม่ผมไปใส่บาตร  พระก็ฝากคำถามมา  อย่างหลานผมถามว่า  เขาไม่ชอบแม่ครัวในโรงอาหารเลย  เพราะทำอาหารไม่อร่อย  ท่านช่วยใช้อำนาจย้ายแม่ครัวได้ไหม  หรือพระที่วัดที่ต่างจังหวัด จังหวัดตราด  พระร้องเรียนมาว่า ถังสังฆทานไม่มีคุณภาพ  ท่านช่วยบอกให้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)  จัดการหน่อยได้ไหม  ผมมาดูในแต่ละคำถาม  พบว่ามีหลายหมวดหมู่มาก  การเมือง  ศาสนา  สังคม  การศึกษา เศรษฐกิจ  ผมเลยเกิดความสงสัยว่า คนเป็นนายกรัฐมนตรีต้องตอบได้ทุกเรื่องเลยหรือเปล่า  และต้องแบกรับทุกปัญหาเลยหรือเปล่า  ท่านกรุณาอธิบายความหมายที่แท้จริงของการเป็นนายกฯ ในแง่นี่หน่อยครับ
 
อภิสิทธิ์: "ที่จริงแล้วถ้าพูดในเชิงหลักการบริหารก็ดี  ถ้าพูดในเรื่องของการเมืองประชาธิปไตยด้วย  งานหลายอย่างควรจะมีคนที่รับผิดชอบ  ที่อยู่ใกล้ชิดประชาชน  เราจะเห็นนะครับ  ผมไม่ได้เป็นนายกฯ คนเดียวนะครับ  มีนายก อบจ.  นายก อบต. เยอะแยะไปหมด"

ผู้ดำเนินรายการ:    ตำแหน่งนายกฯ เป็นตำแหน่งที่มีเยอะมากในประเทศเรา
 
อภิสิทธิ์: "เพราะว่าอะไรครับ  เรากำลังจะต้องกระจายงานหลายงานไป  ไม่ใช่ทุกอย่างต้องวิ่งเข้ามาหา  เพราะว่าคน ๆ เดียวไม่มีทางที่จะไปทำทุกเรื่องได้อยู่แล้ว  ทีนี้มันก็เป็นปัญหาอยู่ ๒ ปัญหาว่า ๑. ในสังคมบ้านเราอาจจะเป็นค่านิยม คือคิดว่าถ้าคนอยู่ตำแหน่งตรงโน้น  น่าจะสั่งทุกคนได้   เพราะฉะนั้น แทนที่จะดูว่าจะต้องไปหาคนที่อยู่ระดับ"
 
ผู้ดำเนินรายการ:   เหมือนหลานผมอยากย้ายแม่ครัวโรงอาหาร  ก็คิดว่าท่านทำได้ 

อภิสิทธิ์: "เลยคิดว่าถ้านายกฯ สมมติเขาสั่งทุกอย่าง  จริง ๆ มันไม่ใช่  แต่ว่าแต่ละคนจะมีความรับผิดชอบของตัวเองไป  อันนั้นก็เป็นปัญหาที่  ๑  ปัญหาที่  ๒  บางทีเรายังขาดการประชาสัมพันธ์  ไม่ใช่ประชาสัมพันธ์ในเชิงภาพรวม  แต่ว่าแต่ละหน่วยงานที่มีความรับผิดชอบของตัวเอง  ว่าเวลาประชาชนมีปัญหาจะไปติดต่อ  จะไปขอรับความช่วยเหลือจากเขาในเรื่องไหน  ได้อย่างไร  ซึ่งความจริงอันนี้รัฐบาลพยายามที่จะช่วย  มี ๑๑๑๑ ให้โทร.เข้ามา  และเราจะช่วยกรองให้ว่าเรื่องนี้ต้องติดต่อทางนี้

ผู้ดำเนินรายการ:  ปลาวาฬหลานผม จะย้ายแม่ครัวให้โทร.ไป  ๑๑๑๑ เลย

อภิสิทธิ์: "อันนี้ต้องทำความเข้าใจกัน  แต่สิ่งหนึ่งซึ่งผมในฐานะหัวหน้ารัฐบาลปฏิเสธไม่ได้คือว่า ถ้าพี่น้องประชาชนมีปัญหา มีความทุกข์ตรงไหน  ยังไงก็ต้องใส่ใจ  คือเราคงไม่ได้ทำเอง  ไม่ต้องไปสั่งทุกเรื่อง แต่ว่าเราต้องสามารถที่จะทำให้เขาได้รับการตอบสนองได้  จริง ๆ ปกติทุกสัปดาห์   ผมจะมีทั้งจดหมาย อีเมล์  แม้กระทั่งเอสเอ็มเอส  อะไรต่าง ๆ  ร้องเรียนเข้ามามากมาย  เราก็จะต้องพยายามส่งให้หน่วยงานต่าง ๆ เข้าไปแก้ไข  ผมเองไม่ไปถือว่าเรื่องของคนใดคนหนึ่งมันเล็กเกินไป  และความจริงผมก็พยายามเปิดฟังสิ่งเหล่านี้ตลอดเวลา  เพื่อให้ได้ทราบว่าปัญหาของพี่น้องประชาชน   ความทุกข์ของพี่น้องประชาชนเป็นยังไง  แต่ถามว่าต้องตอบได้ทุกเรื่องไหม  เป็นไปไม่ได้หรอกครับ  ใครจะไปตอบได้ทุกเรื่อง  แต่ว่าผมเอาใจใส่   ถ้าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญกับชีวิตของประชาชนของส่วนรวม  เรื่องไหนผมไม่รู้  ผมต้องรีบไปทำให้ตัวเองรู้"

อภิสิทธิ์: " ...ปัญหาซึ่งพี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบ มากมายและยังเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญสูงสุด แม้แต่เรื่องที่บางคนบอกว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆ บ่นกันมาก แม้กระทั่งเรื่องหวยแพง ผมก็ได้ติดตามและรับฟังเสียงสะท้อนมา ก็ได้บอกท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ให้ช่วยไปเร่งหามาตรการที่จะแก้ไขในเรื่องนี้ด้วย

ที่จริงมีงานอีกหลายเรื่องที่รัฐบาลกำลังเดินหน้าขับเคลื่อนไป ผมก็ขอยืนยันกับพี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่งนะครับว่า อย่าไปวิตกกังวลกับเรื่องข่าวคราวที่เกี่ยวข้องกับการเมืองบ้าง ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารบ้าง ปัญหาอุปสรรคเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ผมย้ำว่าทุกปัญหามีทางออก และตราบเท่าที่ผมอยู่ตรงนี้ ผมก็ต้องมั่นใจว่าการบริหารราชการแผ่นดิน เป็นไปเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เป็นไปตามคำมั่นสัญญา และนโยบายที่ผมให้กับพี่น้องประชาชนไว้ เพราะว่า ที่สุดแล้วผมคือผู้ที่จะต้องรับผิดชอบสูงสุดกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่เป็นการบริหารราชการแผ่นดิน เดี๋ยวพักกันสักครู่ ครับ และกลับมาพบกับพิธีกรรับเชิญพูดคุยกันในเรื่องของโอทอป และช่วงท้ายรายการอาจจะได้มีโอกาสมาเยี่ยมชมงานที่จัดขึ้น ก่อนที่จะมีการเปิดอย่างเป็นทางการในช่วงเวลา ๑๐.๓๐ น."

ผู้ดำเนินรายการ:
   ปกติท่านมีโอกาสช้อปปิ้ง

อภิสิทธิ์: "ผมไม่มีโอกาสช้อปปิ้งที่ไหนทั้งนั้นครับ" 

ผู้ดำเนินรายการ:  จำได้ไหมครับล่าสุดสินค้าโอทอปชิ้นไหนที่ท่านใช้

อภิสิทธิ์: "จริง ๆ แล้วส่วนใหญ่ก็จากงาน อย่างเสื้อ"  

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

* ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

จากรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เวลา ๑๑.๐๐-๑๒.๐๐น.

ผู้ดำเนินรายการ คือ  คุณเกตุเสพย์สวัสดิ์  ปาละกะวงศ์ ณ อยุธยา  

คลิ๊ก เพื่ออ่านคำต่อคำ

คลิ๊ก เพื่อชม VDO รายการเต็ม


(กลับไปด้านบน)