ร่วมสดุดี ๙-๙-๙ ดูแลเกษตรกรทุกปัจจัยผลิต:ที่ทำกิน +โครงสร้างหลักประกัน หนุนโอทอป รพ.ตำบลไฮเทค พลิกโฉมการศึกษา วิจัยเกษตร เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ปกป้องอธิปไตย (๖ ก.ย.๕๒)

- เศรษฐกิจสร้างสรรค์: ไทยเข้มแข็งต่อยอดภูมิปัญญา เพิ่มมูลค่าศิลปวัฒนธรรม
- ไทยเข้มแข็ง : ๑๑ โครงการ ผลิกโฉมการศึกษาไทย
- เกษตร: ดูแลทุกปัจจัยการผลิต ตั้งแต่ที่ทำกิน
- เกษตร: โครงสร้างหลักประกัน+ ขยายจำนำ เปลี่ยนผ่านสู่ประกันรายได้
- เกษตร: เชือมโยงการวิจัยสู่มูลค่าเพิ่มให้เกษตรกร
- ไทยเข้มแข็ง: โรงพยาบาลตำบล ไฮเท็ค
- OTOP ยอดขายเพิ่ม สัญญาณเศรษฐกิจฟื้น
- ตามข่าว: เขตเศรษฐกิจเฉพาะ ร่วมสดุดี คดีใต้ ขออภิปราย รธน. ดูแลอธิปไตย อนุรักษ์แม่น้ำ
ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

  - เศรษฐกิจสร้างสรรค์: ไทยเข้มแข็งต่อยอดภูมิปัญญา เพิ่มมูลค่าศิลปวัฒนธรรม

… เศรษฐกิจสร้างสรรค์ นำความคิดทางประวัติศาสตร์ ประเพณี วัฒนธรรมมาดัดแปลง เพื่อต่อยอดเพิ่มมูลค่าทางปัญญา ศิลปวัฒนธรรม อันเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน และวางรากฐานที่เข้มแข็งสำหรับเศรษฐกิจไทยในอนาคต..

อภิสิทธิ์:
"ยังอยู่ในเรื่องของเศรษฐกิจนะครับ ในช่วงวันจันทร์ที่ผ่านมา  องค์ประกอบสำคัญที่เป็นยุทธศาสตร์ของรัฐบาลในเรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจอีกข้อหนึ่งก็คือเรื่องของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ได้มีการเปิดตัวโครงการเศรษฐกิจสร้างสรรค์  หรือไทยสร้างสรรค์  ไทยเข้มแข็ง  เป็นทางการเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานี้  รัฐบาลได้กำหนดเป็นพันธสัญญา ๑๒ ข้อ ว่าทำอย่างไรจะให้เศรษฐกิจสร้างสรรค์  ซึ่งก็คือการใช้ความคิด การใช้ภูมิปัญญาที่เรามีอยู่ต่อยอดจากศิลปวัฒนธรรมบ้าง  ทำในส่วนของอุตสาหกรรมบันเทิงบ้าง  ทำในเรื่องของการออกแบบมาเป็นผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม  และในส่วนของงานวิจัย  รวมไปถึงงานบริการอื่น ๆ สามารถเพิ่มมูลค่าการผลิตภายในประเทศ  ไม่ว่าจะเป็นสินค้าบริการ  จะเป็นภาคเกษตร  จะเป็นภาคอุตสาหกรรม จะเป็นการท่องเที่ยว หรืออะไรก็แล้วแต่  จะมีการเพิ่มมูลค่าตรงนี้ผ่านกระบวนการของความคิดเชิงสร้างสรรค์ 

  • ส่วนรัฐบาลที่เป็นพันธสัญญาคือ ว่าจะมีการปรับปรุงทั้งในเรื่องของกลไก  องค์กรต่าง ๆ  เพื่อที่จะเอื้อต่อการที่จะบริการเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้ครบวงจร  มีการบูรณาการ  มีความเป็นเอกภาพ และจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  มีการส่งเสริมในเรื่องของการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้  นั่นก็หมายถึงว่าคนของเราระบบการศึกษาของเรา  จะต้องตอบสนองแนวทางในเรื่องของการสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์พร้อม ๆ กันไปด้วย  ก็จะทำให้แต่ละเรื่องของหลักสูตรการศึกษาในโรงเรียน  ไปจนถึงการที่มีการฝึกในส่วนของอาชีพ ในส่วนของทักษะต่าง ๆ  ที่จะเอื้อกับเรื่องของการสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 

  • ส่วนของสังคม  ในส่วนของภาพรวมโดยทั่ว ๆ ไป  จะมีความพยายามอย่างเป็นระบบในการที่จะยกย่องคนที่มีผลงานในทางสร้างสรรค์ไม่ว่าจะเป็นในวงการใดก็แล้วแต่  เพื่อแสดงให้เห็นครับว่าความคิดที่สร้างสรรค์ตรงนี้นอกจากจะเป็นสิ่งที่สมควรได้รับการยกย่องในตัวเองแล้ว  ยังมีคุณค่ามหาศาล  มีคุณประโยชน์อย่างมากในการต่อยอดเศรษฐกิจของประเทศในอนาคตด้วย  พร้อม ๆ กันไปก็จะดึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเริ่มเดินหน้าในการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ต่าง ๆ เพื่อเอื้ออำนวยให้สังคมในบรรยากาศของสังคมนั้นเอื้อต่อเศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้วย 

  • กลุ่มสุดท้ายที่เป็นพันธสัญญาของรัฐบาล ก็จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรง  นั่นหมายถึงเรื่องของการสนับสนุนแหล่งเงินทุน  หมายถึงเรื่องของการปรับเปลี่ยนระบบวิธีการส่งเสริมการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์  ไปจนถึงเรื่องของการตลาด  เศรษฐกิจสร้างสรรค์จะมีความสำคัญครับ  เพราะว่าถ้าเราสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าของเราได้  โดยไม่ต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมนอกจากจะหมายถึงประสิทธิภาพที่ดีขึ้นแล้ว  ยังหมายถึงความสอดคล้องกับความยั่งยืนของระบบเศรษฐกิจด้วย  ฉะนั้น  การปรับเปลี่ยนแนวทางในการสนับสนุนส่งเสริมและผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจที่มาอิงตรงนี้  จะทำควบคู่ไปกับการทำงานที่ละเอียดมากยิ่งขึ้นในเชิงของพื้นที่ด้วย  เพราะว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในบางส่วนนั้น  จะอิงอยู่กับศิลปวัฒนธรรม ประเพณี  ประวัติศาสตร์  ของพื้นที่นั้น ๆ ด้วย  ซึ่งจะได้มีการต่อยอด"  

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ไทยเข้มแข็ง : ๑๑ โครงการ ผลิกโฉมการศึกษาไทย

...กระทรวงศึกษาธิการได้รับงบประมาณตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ปี ๒๕๕๓ โดยได้มุ่งเน้นในเรื่องการยกระดับคุณภาพทางการศึกษา และมุ่งเน้นในเรื่องการขยายโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพให้เข้าถึงแก่เยาวชนและคนไทยทั้งประเทศเป็นหลัก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) "พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักทุกท่านครับ ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการได้รับงบประมาณตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง เฉพาะในส่วนของปี ๒๕๕๓ จำนวนรวมกันทั้งสิ้น ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งงบประมาณจำนวนนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้นำมามุ่งเน้นในเรื่องของการยกระดับคุณภาพทางการศึกษา และนำมามุ่งเน้นในเรื่องของการขยายโอกาสทางการศึกษาให้กับเยาวชนไทยและคนไทยทั้งประเทศได้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพเป็นด้านหลัก โดยมีโครงการสำคัญๆ ทั้งสิ้นอย่างน้อย ๑๑ โครงการ ที่ขอนำเสนอต่อพี่น้องประชาชนในที่นี้ ภายใต้ช่วงระยะเวลาที่จำกัด

โครงการที่ ๑. โครงการติวฟรีอย่างมีคุณภาพ หรือ โครงการกระทรวงศึกษาธิการติวเข้มเติมเต็มความรู้ ภายใต้รายการ "Tutor Channel เพื่ออนาคตชาติ เพื่อโอกาสทุกคน" ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดทุกวันเสาร์ ผ่านช่อง ๑๑ หรือ NBT และ ETV รวมทั้ง UBC ช่อง ๙๖ และเคเบิ้ลทีวีทั่วทั้งประเทศ รวมทั้ง R-Radio ของอาชีวศึกษา ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะให้โอกาสเด็กไทยในชนบททุกคน ได้มีโอกาสเช่นเดียวกับเด็กที่อยู่ในเมือง เด็กที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร ที่อยู่ใกล้ศูนย์กลางการเรียนรู้

โครงการที่ ๒. คือโครงการโรงเรียนดี ๓ ระดับ ซึ่งจะเป็นเรื่องของการยกระดับคุณภาพการศึกษาให้กับโรงเรียนต่าง ๆ โรงเรียนดีระดับที่ ๑ คือโรงเรียนดีระดับสากลหรือระดับชาติ ซึ่งจะมีการดำเนินการ ๕๐๐ โรงทั่วทั้งประเทศทุกจังหวัด ให้มีมาตรฐานระดับสากลเช่นเดียวกับโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เตรียมอุดมศึกษา สตรีวิทยา เหล่านี้เป็นต้น ระดับที่ ๒ ก็คือโรงเรียนดีระดับอำเภอ ซึ่งจะดำเนินการทั้งสิ้น ๒,๕๐๐ โรง กระจายอยู่ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ และในระดับที่ ๓ ก็คือ โรงเรียนดีประจำตำบล จะทำทั้งหมด ๗,๐๐๐ โรง อย่างน้อยตำบลละ ๑-๒ โรง จะต้องมีโรงเรียนดีประจำตำบลเกิดขึ้น รวมทั้งสิ้น ๑๐,๐๐๐ โรงทั่วประเทศ โดยจะมุ่งเน้นในเรื่องของการยกระดับคุณภาพทางด้านวิชาการ ระบบการบริหารจัดการ ปัจจัยพื้นฐาน เช่น การก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ การซ่อมแซมอาคารหลังเก่าที่ชำรุดทรุดโทรม รวมทั้งในเรื่องของห้องสมุด ห้อง Lab คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เป็นต้น

โครงการที่ ๓. โครงการยกระดับคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็กที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำกว่ามาตรฐาน ซึ่งมีด้วยกันทั้งสิ้นจำนวน ๙,๐๐๐ โรง จะใช้เงินงบประมาณ ๑,๗๕๗ ล้านบาท เพื่อยกระดับคุณภาพ ๙,๐๐๐ โรงที่ว่า รวมทั้งจะมีการถ่ายทอดการสอนทางไกลผ่านดาวเทียมโดยใช้โรงเรียนวังไกลกังวลเป็นแม่ข่าย โดยจะถ่ายทอดในปีการศึกษานี้ คือเริ่มต้นในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ จำนวน ๔,๐๐๐ โรง และจะเริ่มต้นภาคเรียนแรกของปีการศึกษาหน้า คือเดือนพฤษภาคม อีก ๕,๐๐๐ โรง รวมแล้วก็จะเป็น ๙,๐๐๐ โรง

โครงการที่ ๔. โครงการยกระดับคุณภาพของโรงเรียนในพื้นที่ทุรกันดาร โรงเรียนเด็กด้อยโอกาส โรงเรียนเด็กพิการ และโรงเรียนในพระราชดำริ ซึ่งมีอยู่ด้วยกันทั้งสิ้นทั่วประเทศ ๓,๐๘๒ โรง จะใช้เงินงบประมาณ ๒,๑๑๔ ล้านบาท จะมีการจัดเรือนนอนให้กับโรงเรียนของเด็กที่อยู่ห่างไกลบนพื้นที่สูง นอกจากนั้นจะมีการจัดเตรียมอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอนสำหรับผู้พิการทั่วประเทศ

โครงการที่ ๕. โครงการห้องสมุด ๓ ดี เป็นนโยบายใหม่ของกระทรวงศึกษาธิการ ที่จะต้องมุ่งเน้นการสร้างห้องสมุดที่มีดีอย่างน้อย ๓ ข้อ ๑. คือ ต้องมีหนังสือดี ซึ่งรวมถึง e-Book ด้วย ๒. ต้องมี บรรยากาศดี และ ๓. ต้องมีบรรณารักษ์ดี ห้องสมุด ๓ ดีที่ว่าจะจัดให้กับทุกโรงเรียนทั่วประเทศ ๓๒,๐๐๐ โรง และจะจัดให้กับวิทยาลัยอาชีวศึกษา ๔๕๐ แห่งทั่วประเทศ รวมทั้งจัดสร้างห้องสมุด ๓ ดี สำหรับประชาชน ในช่วง ๓ ปี ตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๑๕๐ โรงทั่วประเทศ รวมทั้งจะมีการจัดโครงการห้องสมุด ๓ ดีสัญจร เพื่อส่งเสริมการอ่านให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ

โครงการที่ ๖. โครงการคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันนี้อัตราส่วนเครื่องคอมพิวเตอร์ต่อนักเรียนของไทยเรา โดยเฉลี่ยตกคอมพิวเตอร์ ๑ เครื่องนักเรียนต้องมาเรียน ๔๐ คน ซึ่งเป็นอัตราที่เป็นปัญหามากในปัจจุบัน แต่ว่าภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งต่อไปนี้เราจะเดินหน้าไปไกลถึงท่าน เราจะทำสัดส่วนให้ได้ถึง ๑๐ คนต่อ ๑ เครื่อง และถือเป็นการปฏิรูประบบการศึกษาโดยใช้ระบบข้อมูลสารสนเทศครั้งใหญ่ของประเทศไทย โดยจะมีการจัดเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างน้อย ๔๘๒,๐๐๐ เครื่อง จัดให้กับโรงเรียนทั่วประเทศ อย่างน้อย ๑๗,๓๒๘ โรง ที่อัตราส่วนยังไม่ได้ ๑ ต่อ ๑๐ ในปัจจุบัน

โครงการที่ ๗. โครงการ UniNet หรือโครงการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง จัดงบประมาณไว้ ๔,๐๐๐ ล้านบาทใน ๓ ปี ปี ๒๕๕๕ จะเสร็จครับตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง โดยจะใช้ระบบใยแก้วนำแสงเดินไปยังจุดสำคัญ ๆ ทางการศึกษาทั่วประเทศ อย่างน้อยทุกมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ไม่ว่ามหาวิทยาลัยของรัฐหรือเอกชนจะต้องมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเดินไปถึง ประการที่สอง ทุกวิทยาลัยอาชีวศึกษา ๔๕๐ แห่ง ต้องเดินไปถึง ทุกสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ๑๘๕ เขตพื้นที่ต้องมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเดินไปถึง รวมทั้งอย่างน้อยในระดับโรงเรียนไม่ต่ำกว่า ๓,๐๐๐ โรง ต้องมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเดินไปถึง และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่ว่านี้ เฉพาะในส่วนเส้นทางหลักจะมีความเร็วอย่างน้อย ๕๐ กิกะบิต ซึ่งถือว่าเป็นความเร็วที่สูงมาก อันนี้คือโครงการที่ ๗ ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง

โครงการที่ ๘. โครงการอบรมพัฒนายกระดับคุณภาพและศักยภาพของครู ซึ่งมีอยู่ทั้งประเทศ ๕๐๐,๐๐๐ คน เราจะจัดอบรมพัฒนาศักยภาพครูพร้อมกันในปี ๒๕๕๓ ทั้ง ๕๐๐,๐๐๐ คน แล้วก็จะยกระดับพัฒนาคุณภาพทั้งสองส่วน คือในส่วนผู้บริหารสถานศึกษาและในส่วนของครูผู้สอนประจำวิชา รวมทั้งครูแนะแนวแล้วก็ไม่เว้นแม้แต่ครูบรรณารักษ์ที่จะดำเนินการให้เสร็จภายในปี ๒๕๕๓

โครงการที่ ๙. โครงการศูนย์กลางการศึกษาในภูมิภาค หรือ Education Hub ที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาในภูมิภาคของเรา ปัจจุบันมีนักเรียนต่างชาติมาเรียนในประเทศไทยประมาณ ๓๐,๐๐๐ คน แต่ภายในปี ๒๕๕๗ ตั้งเป้าหมายว่าเราจะดึงนักศึกษาต่างชาติมาเรียนในประเทศไทยอย่างน้อย ๑๐๐,๐๐๐ คน มีโครงการรายละเอียดกำหนดไว้เสร็จครับ ว่าเราจะทำอย่างไรบ้าง

โครงการที่ ๑๐. โครงการมหาวิทยาลัยวิจัย ซึ่งเราเรียกร้องมานาน แต่บัดนี้ฝันเป็นจริงแล้วครับ ไม่กี่วันที่ผ่านมาประเทศไทยของเราประกาศมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติเรียบร้อยแล้วครับ ๙ มหาวิทยาลัย โดยมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติก็คือการยกระดับมหาวิทยาลัยที่เรามีปัจจุบัน ที่มีศักยภาพทางด้านการวิจัย แล้วจัดงบประมาณส่งเสริมการวิจัยไปให้ ๓ ปี ๙,๐๐๐ ล้านบาท ตกปีละ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ให้กับ ๙ มหาวิทยาลัย เพื่อได้ไปทำการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ ขณะเดียวกันก็เพื่อนำไปสู่การนำผลวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การเกษตร สังคม และภาคบริการ

โครงการที่ ๑๑. การยกระดับคุณภาพการศึกษาระดับอาชีวศึกษาสู่ความทันสมัย จะมีการจัดเตรียมครุภัณฑ์ อุปกรณ์เพื่อเดินหน้าสู่คุณภาพการเรียนการสอน เพื่อป้อนนักศึกษาที่มีคุณภาพสู่ตลาดเศรษฐกิจต่อไปในอนาคต และเป็นการปรับปรุงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ ๔๕๐ วิทยาลัยอาชีวศึกษาทั่วประเทศ รวมงบประมาณ ๖,๕๘๕ ล้านบาท

นอกจากนั้น ยังมีโครงการจัดตั้งสถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษา หรือ ETV ซึ่งปัจจุบันมีอยู่แล้ว แต่เป็นระบบดาวเทียม แต่ต่อไปอีก ๓ ปีข้างหน้าถ้าเป็นไปตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง เราจะมี Free TV เกิดขึ้นอีก ๑ ช่อง เพื่อการศึกษาโดยเฉพาะ คือ E Free TV เหมือน ๓ ๕ ๗ ๙ NBT TPBS ในปัจจุบันทุกประการ แต่เน้นเรื่องการศึกษาเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต นอกจากนั้นก็มีโครงการพัฒนาการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีแผนงานทั้งด้านพัฒนาวิชาการ สื่อการเรียนการสอน และพัฒนาทั้งโรงเรียนรัฐและโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม รวมทั้งปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกา เตรียมเงินไว้ทั้งหมด ๑,๘๘๖ ล้านบาท สุดท้ายคือการพัฒนามหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ซึ่งได้เตรียมเงินงบประมาณไว้ทั้งสิ้น ๙,๙๓๗ ล้านบาท ใน ๓ ปี ทั้งหมดนี้คือแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ที่ขอกราบเรียนต่อพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ และขอกราบเรียนสุดท้ายว่าทั้งหมดนี้จะเริ่มต้นทันทีภายในกลางเดือนกันยายนนี้ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- เกษตร: ดูแลทุกปัจจัยการผลิต ตั้งแต่ที่ทำกิน

...โครงการ"ที่ทำกิน"เป็นสิ่งสำคัญ และรัฐบาลรวบรวมที่ไม่ได้ใช้ให้เกษตรกรรายย่อยได้เช่าทำกิน สนับสนุนแหล่งเงินทุน นำเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้  

จัดสรรที่ดินราชพัสดุ ๑ ล้านไร่ให้เกษตรทำกิน
อภิสิทธิ์:
"สัปดาห์ที่ผ่านมานี้มีงานหลายเรื่องซึ่งมีความคืบหน้าไปมาก  โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมได้ใช้เวลาที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจของพี่น้องประชาชน  คือเศรษฐกิจในระดับของชุมชน  ในระดับของชาวบ้าน  ในวันที่ผมได้เดินทางไปที่ปทุมธานี ที่อำเภอหนองเสือ นั้น  ก็เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่รัฐบาลนี้กำลังผลักดันอย่างเต็มที่  ก็คือเรื่องของที่ทำกิน  และวันนั้นได้มีโอกาสไปที่ศูนย์เรียนรู้ในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงด้วย  ในส่วนของโครงการก่อนคือว่ารัฐบาลได้ดำเนินการในเรื่องของการรวบรวมที่ที่ไม่ได้ใช้  ที่เป็นที่ของกรมธนารักษ์  ของส่วนราชการต่าง ๆ เพื่อที่จะมาจัดสรรให้เกษตรกร เป้าหมายคือ ๑ ล้านไร่  ทางกระทรวงการคลังได้เดินทางในการที่จะรวบรวมที่ต่าง ๆ จากกระทรวง ทบวง กรม และท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบในเรื่องนี้  คือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง คุณหมอพฤฒิชัย ดำรงรัตน์  ก็ได้ไปรวบรวมที่ได้จากหลายจังหวัด  แล้วได้มีการจัดทำสัญญาเช่า  คือมีการรวบรวมที่เสร็จ   จะมีการมาประเมินว่าที่ตรงนั้นเหมาะสมในเรื่องของการเพาะปลูกอะไร แล้วจากนั้นก็มีการจัดทำบัญชีที่จะต้องเป็นเกษตรกรรายย่อย เป็นเกษตรกรที่ทำการเกษตรด้วยตนเอง  ที่ผ่านมาท่านรัฐมนตรีได้เดินทางไปหลายจังหวัดแล้วก่อนหน้านี้  เช่น ที่ชัยภูมิ  เพชรบูรณ์  แต่ว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผมเดินทางไปด้วยตัวเอง  ที่จังหวัดปทุมธานี  อำเภอหนองเสือ  มีเกษตรกรทั้งจากปทุมธานี  ทั้งจากสระบุรี  มารับในเรื่องของสัญญาเช่า  พร้อม ๆ กันนั้นก็มีหน่วยงานของรัฐโดยเฉพาะหน่วยงานที่ดูแลในเรื่องของเงินทุนบ้าง ที่ดูแลในเรื่องของการเกษตรโดยตรงบ้าง  เข้าไปช่วยเหลือสนับสนุน  เพื่อให้การเกษตรตรงนั้นสามารถที่จะดำเนินการไปได้ด้วยดี  

บังเอิญในวันเดียวกันครับได้แวะในศูนย์เรียนรู้ในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง   มีโอกาสพบกับปราชญ์ชาวบ้าน หมอดินนะครับ คุณลุงสนอง ขำประดิษฐ์  ก็เป็นตัวอย่างที่ได้พลิกฟื้นจากพื้นที่ตรงนั้น  ซึ่งเคยเป็นสวนส้ม  และมีปัญหาในเรื่องของดินเปรี้ยว  ในที่สุดก็ใช้เวลาในการฟื้นฟูจนกระทั่งจากที่มีภาระในเรื่องของหนี้สินต่าง ๆ    ก็หมดไป และได้น้อมนำแนวทางในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับ  อันนี้ก็เป็นตัวอย่างของการทำงานอย่างต่อเนื่อง ที่ผมได้เคยย้ำหลายครั้งครับว่า...

...ปัจจัยที่เป็นปัจจัยพื้นฐานทางการผลิตในด้านเกษตรนั้นรัฐบาลจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่...

-ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ทำกินด้วยเครื่องมือที่หลากหลายกันไป  ไปจนถึงในเรื่องของ
-แหล่งเงินทุน  ไปจนถึงในเรื่องของการสนับสนุน  ในเรื่องของ
-แหล่งน้ำ
-พันธุ์  และวันนี้ครับในช่วงท้ายของรายการจะไปดูใน
-เรื่องของการวิจัย  เพื่อสนับสนุนส่งเสริมในเรื่องของการเกษตร  โดยผมจะได้เดินทางพาท่านผู้ชมไปดูที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ที่วิทยาเขตกำแพงแสน  ในช่วงท้ายของรายการ  ก็สามารถติดตามกันได้" 
 


(กลับไปด้านบน)

- เกษตร: โครงสร้างหลักประกัน+ ขยายจำนำ เปลี่ยนผ่านสู่ประกันรายได้

...รัฐบาลจะดูแลคุณภาพชีวิตเกษตรกรทุกๆปัจจัยการผลิตตั้งแต่ที่ทำกินจนถึงเงินทุน จะมีหลักประกันด้วยระบบประกันภัยธรรมชาติให้เกษตรกร ประกันรายได้โดยการขึ้นทะเบียนเพื่อเป็นข้อมูลในการชดเชยเงินให้กรณีการขายต่ำกว่าต้นทุน ทั้งนี้ในอนาคตโลกโดยรวมจะขาดแคลนอาหาร แต่เรามีพื้นฐานการเกษตรดี ถ้ามีการจัดการที่ดีเราก็จะได้เปรียบชาติอื่น

ผู้ดำเนินรายการ: ...ทีนี้ตัวผมเองคร่าว ๆ อยากจะทราบถึงวิสัยทัศน์และนโยบายของทางภาครัฐเกี่ยวกับเรื่องของการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร รวมไปถึงแนวทางในการที่จะส่งเสริมการเกษตรกรรมว่ามีแนวทางอย่างไรบ้าง

อภิสิทธิ์: "ที่จริงคงต้องเริ่มต้นจากความคิดเบื้องต้นก่อนนะครับว่า จริง ๆ เราพูดกันมานานว่าประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ สมัยก่อนเราก็บอกในน้ำมีปลา ในนามีข้าว และเราก็มีความภาคภูมิใจมากว่าข้าวเราก็ส่งออกอันดับต้น ๆ ยางก็ส่งออกอันดับต้น ๆ  และมีพืชผลหลายตัว และยิ่งมองไปข้างหน้าในอนาคตสำหรับโลกโดยรวม ตอนนี้ที่เขาวิตกกังวลมากที่สุดคือขาดแคลนเรื่องอาหาร ขาดแคลนเรื่องพลังงาน ก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจคนกลัวกันมาก ตอนนั้นเขาบอกวิกฤต ๒ F Food กับ Fuel ก่อนมาเจอเรื่อง Finance F ๓ ไปแล้ว เราก็คาดหมายได้เลยว่าพอเศรษฐกิจฟื้น ปัญหานี้ย้อนกลับมาแน่ เราต้องถือว่าโชคดี ความโชคดีที่ว่าก็คือว่าเรามีอาหารเกินพอ เรารับประทานบริโภคกันเองเรามีเหลือสำหรับส่งออก แต่ว่าสิ่งที่เราต้องมานั่งคิดทบทวน  ผมเห็นมี ๒ เรื่องใหญ่ ๆ

  • เรื่องแรกคือในขณะที่เราบอกภาคภูมิใจว่าเราเป็นประเทศการเกษตรมาก่อน มีพื้นฐานการเกษตรที่ดี มีทรัพยากรมากมาย แต่ถามว่าใครยากจนที่สุดก็กลายเป็นเกษตรกร ก็น่าคิดว่าในขณะที่เราบอกว่าประเทศไทยสามารถอยู่ได้ด้วยตรงนี้ แต่คนที่เกี่ยวข้องกับตรงนี้จริง ๆ กลับกลายเปนคนที่ได้ประโยชน์จากการพัฒนาอาจจะเรียกว่าน้อยที่สุด นั่นประเด็นที่ ๑ นะครับ
  • ประเด็นที่ ๒ คือว่า ในเชิงของประสิทธิภาพการผลิต เราอาจจะส่งออกได้เยอะก็จริง แต่เวลาไปดูตัวเลขหลายตัวแล้วมันน่าตกใจนะครับ เช่นว่าเราปลูกข้าวใช้พื้นที่ ๑ ไร่นี้เราปลูกได้เท่าไร เราไปเทียบเคียงกับ อย่าว่าแต่ประเทศที่เขาเจริญมาก ๆ เทคโนโลยีสูง ๆ เลย เอาประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศยากจนกว่าเรา ปรากฏว่าตัวเลขเราต่ำกว่าเขา อันนี้คือโจทย์ใหญ่ที่เราจะต้องมาแก้ เพราะฉะนั้น

แนวทางที่รัฐบาลต้องการจะทำก็มี ๒ เรื่อง

(๑.) เรื่องแรกก็คือในแง่ของปัญหาของเกษตรกรเอง ตรงนี้จะไปเกี่ยวข้องกับเรื่องของการที่จะดูแลให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี เกษตรกรกลายเป็นกลุ่มคนใหญ่ที่สุด ที่ไม่มีหลักประกัน ถูกไหมครับ ถ้าเป็นผู้ใช้แรงงานอยู่ในโรงงานมีประกันสังคม คนเป็นข้าราชการก็มีระบบบำเหน็จบำนาญอะไรต่าง ๆ ดูแลอยู่ แต่เกษตรกรไม่มี และอย่าว่าแต่ความมั่นคงในแง่ที่ว่าบั้นปลายชีวิตว่าไม่มีบำเหน็จบำนาญเลย เอาว่าแต่ละปีฟ้าฝนเป็นอย่างไร เดี๋ยวแล้ง เดี๋ยวท่วมแล้วที่สำคัญก็คือเรื่องราคา ปลูกเสร็จก็มีความรู้สึกว่าโอกาสขาดทุนก็มี ปีแล้วปีเล่ารัฐบาลก็ต้องมานั่งคิดว่าจะหาระบบในการที่จะมาแทรกแซงช่วยเหลือเกษตรกรอย่างไร

...เพิ่มระบบประกัน เพิ่มความมั่นคงให้เกษตรกร
(๑)ระบบประกันที่เราจะดึงเข้ามามี ๒ เรื่อง

(๑.๑)เรื่องแรกก็คือเรื่องของการประกันภัย ภัยธรรมชาติ นะครับ ตอนนี้เขาเริ่มมีบ้างแล้วในบางพื้นที่ที่ไปทำ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เพิ่งเป็นสัปดาห์ที่มีวันประกันภัย เราก็ได้เห็นแล้วว่าในบางพื้นที่เขาจะมีระบบประกันอย่างนี้ว่าเกษตรกรสามารถซื้อประกันได้ หมายความว่าถ้าปีนี้ดูว่าฝนตกน้อยไป ถือว่าเป็นแล้งปั๊บ ถ้าวัดน้ำฝนปริมาณได้เท่านี้ บริษัทประกันต้องจ่ายเงินชดเชยเลย เราก็อยากจะขยายระบบนี้ และถ้าเราทำได้ถึงเรื่องของน้ำท่วมได้ก็ยิ่งดี น้ำท่วมนี่มีปัญหานิดหน่อยเพราะว่าบริษัทประกันยังเข้ามาได้ยาก เพราะเขามองว่าเรื่องน้ำท่วมบางทีมันไม่ได้เป็นเรื่องธรรมชาติอย่างเดียว มันอยู่ที่การตัดสินใจของคนด้วยว่าจะปล่อยน้ำไปท่วมที่พื้นที่ไหน อย่างไร ก็จะมีปัญหานิดหน่อย แต่ว่าเราต้องพัฒนาระบบนี้ขึ้นมา เพื่อที่จะให้เกษตรกรมีความมั่นใจว่า ในชีวิตแต่ละปีแต่ละปี ไม่ใช่ว่าดินฟ้าอากาศมาลงโทษ เรียกว่าล้มเหลวไปทั้งปีอะไรทำนองนั้น การที่เราใช้ระบบปัจจุบันอยู่ก็หมายความว่า พอเกิดภัยธรรมชาติทีก็เดือดร้อนทางฝ่ายปกครองต้องมาเร่งสำรวจ และมาของบกลาง มันไม่ควรจะเป็นอย่างนั้น เราควรต่อไปในอนาคตที่ว่า ทุกคนซื้อหรือว่าได้ประกันมีระบบประกันในเรื่องของดินฟ้าอากาศ และ

(๑.๒)ส่วนที่ ๒ ซึ่งสัปดาห์หน้าผมจะไปดูละเอียดในรายการด้วย อะไรด้วย ก็คือที่จะมาประกันในเรื่องของรายได้ของเกษตรกร จากเดิมที่เราต้องมาแทรกแซงในลักษณะที่ว่ามารับจำนำและกำหนดโควตากี่ล้านตันอะไรก็แล้วแต่ และก็ปรากฏว่าเกษตรกรส่วนใหญ่เข้าโครงการไม่ได้เพราะว่าโควตาเต็มแล้ว ต่อไปนี้สิ่งที่เรากำลังทำขณะนี้ทั่วประเทศก็คือว่ามีการให้มาขึ้นทะเบียน เกษตรกรปลูกอะไร ที่ไหน พื้นที่เท่าไร ใช้พันธุ์อะไร พอเราได้ข้อมูลตรงนี้มาเราพยายามทำให้เสร็จภายในสิ้นเดือนนี้ เราก็จะคำนวณว่าแปลว่าถ้าคุณปลูกข้าว สมมติพันธุ์นี้ อยู่ในพื้นที่นี้ อยู่ใน - นอกเขตชลประทาน ผลผลิตคุณเท่านี้ ถึงเวลาที่ผลผลิตออกมาจริง ๆ ถ้าสมมติว่าการซื้อขายข้าวต่ำกว่าต้นทุนบวกเท่าไร เราก็ชดเชยเงินให้ อันนี้ก็เป็นด้านแรกที่ผมบอกว่าเรามาดูแลเรื่องของชีวิตของเกษตรกร

(๒) ด้านที่ ๒ ก็คือว่า เราต้องมาพัฒนา ต้องมายกระดับคุณภาพมาตรฐานซึ่งก็คือเหตุผลว่าทำไมเรามาที่นี้วันนี้นะครับ เรามาที่นี่วันนี้เพราะว่าที่จริงที่นี่ก็แค่ ๘๐ กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ แต่ว่าก็เป็นศูนย์ที่เมื่อสักครู่ท่านรองอธิการบดีก็เพิ่งสรุปให้ผมเห็นในเรื่องของการวิจัยต่าง ๆ เรื่องของข้าว จะเป็นเรื่องพืชผล จะเป็นเรื่องสัตว์ แล้วก็มาถึงเรื่องปศุสัตว์ ซึ่งทำไมต้องทำตรงนี้ก็เพราะว่าอย่างที่บอกครับว่า ถ้าเราทำการเกษตรแบบเดิม ๆ
-ผลผลิตต่ำ รายได้ของเกษตรกรก็ต่ำ แต่โดยข้อเท็จจริงความต้องการในโลกอย่างไรเรื่องนี้ไม่มีลดหรอกครับ นับวันคนก็เพิ่มขึ้น ความต้องการเรื่องอาหารก็เพิ่มขึ้น แล้วก็ความคาดหวังก็คือเรื่องคุณภาพ
-คุณภาพเดี๋ยวนี้พืชผลทางการเกษตรส่งไปนี้เขาก็จะเข้มงวดกวดขันมากขึ้นว่า ถ้าเป็นพวกผักผลไม้ดูเรื่องแมลง เรื่องอะไรต่าง ๆ และถ้าเป็นเนื้อสัตว์ก็เช่นเดียวกัน

อภิสิทธิ์: "ยังไม่รู้  ก็นี่ครับภาพรวมคือสิ่งที่รัฐบาลต้องการจะเห็น  คือมันหยุดอยู่กับที่ไม่ได้  ต้องมีการพัฒนาเรื่องประสิทธิภาพ  เรื่องความปลอดภัย  เรื่องคุณภาพ  และให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด  ก็เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นหัวใจของการพัฒนาในอนาคต"

ผู้ดำเนินรายการ:   ในเรื่องของการประกันท่านเองก็ให้ความสำคัญมากนะครับ  เพราะว่าการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย  บางทีเขาทำอาชีพตัวคนเดียว  บางครั้งไม่ได้เข้าระบบเหมือนอย่างระบบบริษัท  บางครั้งพวกระบบบำนาญต่าง ๆ หรือว่าประกันสังคม

อภิสิทธิ์: "ยังไม่มีหลักประกันทั้งหลายเราก็ต้องพยายามทำให้ได้  คือหมายความว่าให้เกิดมีความมั่นคงมากขึ้น  แล้วก็เป็นอาชีพจริง ๆ  มีคนเขาบอกว่าเราจะต้องไปดูว่าทำไมเกษตรกรในประเทศที่เขาเจริญแล้ว  ทำไมร่ำรวยจัง เพราะว่าระบบต่าง ๆ ที่รองรับ รองรับมาตั้งแต่เทคโนโลยี การผลิต ระบบการถือครองที่ดิน ไปจนถึงการได้รับการส่งเสริมสนับสนุนการตลาดอะไรต่าง ๆ มันต้องให้ครบวงจรจริง ๆ ครับ  เพราะฉะนั้น เราต้องทำ เพราะว่าไม่อย่างนั้นแล้วพูดตรง ๆ นะครับว่าขณะที่เรามีทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งหนึ่งที่ผมห่วงเหมือนกันคือผมมองไปขณะนี้เวลาไปเยี่ยมประชาชนในชนบท  ลูกหลานเกษตรกรไม่ค่อยมีใครคิดจะเป็นเกษตรกรแล้ว" 

ผู้ดำเนินรายการ:  มาหางานทำในเมืองกันหมด

อภิสิทธิ์: "  ถูกต้องครับ  กลายเป็นว่ายิ่งเรียนสูงยิ่งหายออกไปจากภาคการเกษตรหมด ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงแล้วอนาคตพื้นฐานของการเกษตรเราดีมาก  ถ้าเรามาทำระบบตรงนี้ได้  มันจะเป็นการย้อนคือสวนกระแสแนวโน้มที่พูดง่าย ๆ มันถดถอยลงไปทุกปี ๆ " 

ผู้ดำเนินรายการ:  เราก็เดินทางย้อนกลับไปที่จุดเดิมอีกครั้งหนึ่งเป็นการพัฒนาชุมชน  เริ่มจากขั้นพื้นฐานว่าอย่างนั้นไป

อภิสิทธิ์: " ใช่ครับ"

ผู้ดำเนินรายการ:  ไหน ๆ ก็มากันถึงขนาดนี้แล้ว  ผมว่าเราก็ลองอยู่ชิมผลิตภัณฑ์ของที่นี่สักเล็กน้อยดีไหมครับ

อภิสิทธิ์: " ผมต้องดูก่อนว่าทำเสร็จก่อนไหม"

ผู้ดำเนินรายการ:  ลองดู  หลังจากการได้พูดคุยกับท่านนายกรัฐมนตรี  ทำให้ผมเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย  เพราะว่าศักยภาพของคนไทยนั้น  ผมว่าไม่แพ้ชนชาติใดในโลก  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการคิดค้นและพัฒนา  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเกษตร  หรือว่าปศุสัตว์  รวมไปถึงการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ในเชิงวิศวกรรมเพื่อช่วยให้เกษตรกรไทยนั้น มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และสะดวกสบายมากขึ้นนะครับ  กอร์ปกับการสนับสนุนทางภาครัฐ  รวมไปถึงวิสัยทัศน์ของท่านนายกรัฐมนตรีเอง เพื่อที่จะทำให้ประชาชนไทยนั้นมีความเป็นอยู่ที่ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป  และผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งครับว่าสถานที่แห่งนี้  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม จะเป็นกองกำลังทางวิชาการในเชิงเกษตร  เพื่อที่จะพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป ในโอกาสนี้ต้องขอขอบคุณเกษตรกรไทยนะครับ  เพราะว่าถ้าเกษตรกรไทยเข้มแข็ง ประเทศไทยเข้มแข็งแน่นอนครับ  ขอบคุณแผ่นดินแม่ที่เอื้อโอกาส  ขอบคุณรัฐบาลที่พัฒนาและสนับสนุนสิ่งดี ๆ เหล่านี้ให้เกิดขึ้นต่อไป  และแน่นอนครับรายการดี ๆ แบบนี้ เรื่องราวดี ๆ แบบนี้มีให้ชมกันทุกวันอาทิตย์ ๙ โมงเช้านะครับ  ยังไงก็อยากจะรู้เรื่องอะไรต่อไปมาติดตามชมกันได้  สุดท้ายนี้ขอขอบคุณครับ  ขอบคุณทุกท่านที่เชื่อมั่นในประเทศไทย สวัสดีครับ 

รัฐบาลขยายเวลาโครงการรับจำนำข้าวถึงสิ้นเดือนก.ย.นี้
อภิสิทธ์:
"ยังอยู่ในเรื่องของการเกษตรนะครับ  ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้  คณะรัฐมนตรีได้มีมติในเรื่องของปัญหาราคาข้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับพี่น้องเกษตรกรที่อยู่ในภาคเหนือตอนล่าง  ไล่ลงมาจนถึงภาคกลาง ภาคตะวันตก  ซึ่งปรากฏว่าข้าวออกมาไม่ทันกับโครงการรับจำนำ  ซึ่งปิดไปเมื่อสิ้นเดือนกรกฎาคม  โดยข้อเท็จจริงแล้วโครงการจำนำนั้น  รัฐบาลได้กำหนดโควตาไว้   ปรากฏว่ายังเหลือโควตาอยู่ ๙ แสนตัน  เพราะฉะนั้น คณะรัฐมนตรีจึงมีมติที่จะยืดในเรื่องของการจำนำข้าว  เพื่อรองรับข้าวในส่วนนี้จนครบโควตา หรือจนถึงสิ้นสุดเดือนกันยายน  และเงื่อนไขของการรับจำนำนั้น  ก็จะเป็นไปตามโครงการเดิมทุกประการ มีเงื่อนไขเดียวครับที่เป็นตัวจำกัดขึ้นมาอีกนิดหน่อย คือว่าสำหรับเกษตรกรซึ่งได้รับประโยชน์จากโครงการรับจำนำข้าวที่เป็นข้าวนาปรังไปแล้ว  จะไม่ให้เข้ามาในโครงการในรอบที่  ๒ อันนี้เพื่อที่จะให้กระจายโครงการต่าง ๆ ไปสู่พี่น้องเกษตรกรจำนวนให้มากที่สุด   และอันนี้จะเป็นช่วงสุดท้ายของการรับจำนำครับ  เพราะว่าในส่วนของฤดูกาลที่เป็นข้าวนาปีนั้น  โครงการประกันจะเริ่มต้นแน่นอน 

สัปดาห์หน้านะครับในรายการนี้  ผมจะพาพี่น้องประชาชนไปติดตามในเรื่องของโครงการประกันด้วย  คาดว่าจะเป็นที่จังหวัดลพบุรี  ผมเรียนว่าในส่วนของโครงการประกันในขณะนี้ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือการขึ้นทะเบียนในช่วงจากนี้ไป  ตลอดทั้งเดือนผมก็จะขอให้ทางท่านรัฐมนตรีและรวมไปถึงขอความร่วมมือจากสมาชิกรัฐสภาให้ช่วยกันติดตามในเรื่องของการขึ้นทะเบียน  เพราะว่าอันนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด  การขึ้นทะเบียนตรงนี้จะเป็นฐานข้อมูลที่รัฐจะต้องใช้ในการที่จะจ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกร  เพื่อประกันในเรื่องของการมีรายได้ที่ดี  ทำการเกษตรแล้วไม่ขาดทุน  อันนี้ก็เป็นงานทางด้านการเกษตรนะครับ  ที่เราได้มีการผลักดันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา  พร้อม ๆ ไปกับการระบายสินค้าที่อยู่ในสต็อกไม่ว่าจะเป็นข้าวโพดและมันสำปะหลัง  ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไข  ซึ่งจะทำให้เกิดความมั่นใจว่าการระบายสินค้าในครั้งนี้  ไม่กระทบกระเทือนในแง่ของราคาของพืชผลในตลาดภายในประเทศ  พร้อม ๆ กันไปนั้น  ก็สามารถที่จะระบายออกไปได้ในราคาที่ดีพอสมควร  และในปริมาณที่ไม่กระทบกับตลาดด้วย  และไม่ทำให้ของเสื่อมสภาพอยู่ในมือของรัฐบาลและเกิดความเสียหายอย่างกว้างขวางต่อไป"  

 

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- เกษตร: เชือมโยงการวิจัยสู่มูลค่าเพิ่มให้เกษตรกร

...การวิจัยต้องนำมาเชื่อมต่อกับการเกษตรและทำได้จริง

ผู้ดำเนินรายการ: (นายดอม เหตระกูล) สวัสดีครับคุณผู้ชมครับ ขอต้อนรับเข้าสู่รายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ผม ดอม เหตระกูล รับหน้าที่เป็นพิธีกรภาคสนามในวันนี้นะครับ และตอนนี้ผมอยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐมนี่เองนะครับ ที่นี่เป็นสถาบันวิจัยการพัฒนาพันธุ์พืช และการปศุสัตว์นะครับ เพื่อให้เกษตรกรพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ของตัวเองให้ไปในทิศทางที่ดีขึ้น และวันนี้ท่านนายกฯ เองก็จะมีนโยบายแนวทางดี ๆ มานำเสนอกันว่า การที่จะทำให้คุณภาพของเกษตรกรไทยและเกษตรกรรมไทยนั้นพัฒนาขึ้นไปสู่ระดับโลกนั้นจะเป็นอย่างไรบ้าง เดี๋ยวเราไปพบกับท่านนายกฯ กันเลยดีกว่าครับ และพระเอกของเราก็มาถึงแล้วนะครับ แต่ไม่ใช่โคพันธุ์กำแพงแสนนะครับ สวัสดีครับท่านนายกรัฐมนตรี วันนี้มาถึงจังหวัดนครปฐม มาถึงวิทยาเขตกำแพงแสนของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดูวัวพันธุ์ต่าง ๆ ที่มีการพัฒนามา

ผู้ดำเนินรายการ: ถ้าลองถามท่านนายกฯ ดูว่าปัจจุบันสถาบันวิจัยต่าง ๆ ที่ส่งเสริมเรื่องการเกษตร ปัจจุบันได้ทำงานได้อย่างสอดคล้องตามที่ได้ตั้งเป้าไว้บ้างไหมครับ 

อภิสิทธิ์: "คือที่เราได้ยินเสียงบ่นนะครับ เราไม่ตำหนิคนทำงาน แต่อาจจะเป็นเพราะระบบหรืออะไรก็แล้วแต่ ก็มีการพูดกันมากว่างานวิจัยของประเทศเรา  นี้ที่สามารถนำมาเชื่อมต่อได้จริง ๆ ยังค่อนข้างน้อย อาจจะเป็นเพราะว่าหน่วยงานกระจัดกระจายบ้าง อยู่กระทรวงเกษตรฯ ก็มี กระทรวงศึกษาฯ ก็มี ตามมหาวิทยาลัยสถาบันต่าง ๆ เพราะฉะนั้นเวลานี้พอเราทำโครงการไทยเข้มแข็ง หนึ่งในหัวข้อหลักในเรื่องของไทยเข้มแข็งก็คือเรื่องภาคเกษตรนะครับ ซึ่งก็เป็นเรื่องของการมาตอบสนองเรื่องอาหาร พลังงานทดแทน เราก็ต้องการที่จะเชื่อมโยงบูรณาการเข้ามา และหน่วยงานไหนมีโครงการที่จะสามารถพัฒนาเพื่อเพิ่มมูลค่าในเรื่องของสินค้าการเกษตรของเรา จะเป็นพืชผลปศุสัตว์หรืออะไรก็แล้วแต่ ก็จะเข้าข่ายการที่จะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ อย่างที่นี่ที่พูดถึงเรื่องของพันธุ์กำแพงแสน อาจจะต้องอธิบายให้พวกเราฟังนะครับ พวกเราก็ไม่ได้มีความรู้ ผมทราบแต่เพียงว่าขณะนี้พันธุ์นี้ทั่วประเทศประมาณ ๕,๐๐๐

ผู้แทนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์: กราบเรียนเพิ่มเติมนะครับ อันนี้เป็นโคพันธุ์กำแพงแสน โคเนื้อนะครับ พัฒนาโดยสถาบันสุวรรณวาจกกสิกิจ ซึ่งเป็นโคลูกผสมระหว่างโคพื้นเมือง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ โคอเมริกันบราห์มัน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ และโคโชเล่ต์จากฝรั่งเศสซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องการให้เนื้อ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันนี้เราก็พร้อมที่จะกระจายพันธุ์นี้ไปยังเกษตรกรทั่วประเทศครับ ข้อดีของโคพันธุ์นี้ก็คือว่า ในเรื่องเนื้อเรื่องการเติบโตอะไรต่าง ๆ เหมือนกับ ใกล้เคียงกับโคพันธุ์โชเล่ต์ จะบอกเหมือนคงจะไม่ได้ ใกล้เคียงกันมาก แต่ว่าสามารถทนร้อนในบ้านเราได้ดีครับ ปัจจุบันนี้เราก็มีเกษตรกรจำนวนมากนะครับที่เลี้ยงโคพันธุ์นี้ แล้วก็ตั้งเป็นสหกรณ์ มีหน้าที่ในการที่จะรับเอาโคที่เกษตรกรเลี้ยงมาแปรรูปเป็นเนื้อแล้วก็ส่งตลาด ซึ่งตอนนี้ตลาดเนื้อโคคุณภาพสูง โคกำแพงแสนเข้าไปส่งหมดแล้ว เชิญท่านนายกฯ ครับ

ผู้แทนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์:  ในส่วนนี้เป็นส่วนของงานวิจัย เป็นศัตรูธรรมชาติที่ใช้ควบคุมแมลงศัตรูพืช 

ผู้แทนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์:  อันนี้เขาจะเอาไปแขวนไว้ในไร่อ้อย นี่จะเป็นไข่แมลงแล้วก็ไปออกในไร่อ้อย จะไปทำลายเบียนของอ้อย

ผู้ดำเนินรายการ: อันนี้คือเพาะพันธุ์สัตว์เพื่อมากำจัดศัตรูพืชเป็นวัชพืชโดยเฉพาะ
นายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะเรื่องมันสำปะหลัง ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งรัฐบาลต้องการที่จะทำอย่างไรให้ราคามันสำปะหลังได้ประโยชน์จากเรื่องของพลังงานทดแทนด้วย


ผู้แทนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์: ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้มีส่วนช่วยในการส่งเสริมการใช้มันสำปะหลังเป็นอาหารสัตว์นะครับ เมื่อปี ๓๙ - ๔๐ มันสำปะหลังตอนนั้นล้นตลาดมากเพราะส่วนใหญ่ตลาดเราไปต่างประเทศ สถาบันสุวรรณวาจกกสิกิจนี่ละครับที่ช่วยส่งเสริมเรื่องการใช้เป็นอาหารสัตว์ ทำให้ราคาโดยรวมเพิ่มขึ้น

อภิสิทธิ์: "แต่ชาวบ้านอยากได้มากกว่านี้ อันนี้ล่ะครับหัวใจ  เพราะว่าอย่างที่บอก บางทีเพิ่มผลผลิต พื้นที่ไม่ได้ห่างกันมาก ผลผลิตต่างกันเป็นเท่าตัวก็มี"

ผู้แทนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์: ตอนนี้ที่ทางสถาบันสุวรรณฯ ได้ทำก็คือว่าทดลองใช้มูลสัตว์อันนี้เพิ่มผลผลิต ดีมากครับ เป็นทางหนึ่งที่เป็นไปได้ครับ

ในส่วนของสถาบันวิจัยและพัฒนาก็จะทำการวิจัยในส่วนเรื่องของพืชนะคะ พืชผักพวกนี้ ทางมหาวิทยาลัยเองก็จะมีเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เข้าไปสู่เกษตรกร เช่น หน่อไม้ฝรั่ง และส่งไปยังเกษตรกรที่อยู่รอบ ๆ ข้างนี้ แล้วเราก็มีผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยนะคะ และนอกจากนี้มีส่วนร่วมในการทำมาตรฐานที่เป็นมาตรฐาน THAICAP เพื่อที่จะให้ยกระดับในส่วนของการผลิตของเกษตรกร สามารถที่จะเข้าไปสู่ต่างประเทศได้ มีตลาดที่มีระดับ

อภิสิทธิ์: " ทีนี้จากตัวนี้ไปสู่มาตรฐานของสากล เรายังต้องปรับอะไรอีกเยอะไหม"

ผู้แทนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์: เราคำนึงถึงเกษตรกรรายย่อยน่ะค่ะ เพราะฉะนั้นในส่วนของเกษตรกรรายย่อย เราก็คิดถึงระบบทำถุงซึ่งตอนนี้เราก็ทำในเรื่องของระบบบริหารจัดการถุงซึ่งก็ขึ้นก็ร่วมอยู่กับทางกระทรวงเกษตรฯ ด้วย คิดกันแล้วต้องพัฒนาในส่วนนี้ด้วย

อภิสิทธิ์: "อย่างตัวนี้นี่ที่เขียนหมายความว่าผู้บริโภคพอซื้อปั๊บจะรู้เลย สามารถตอบได้ว่ามาจากที่ใด"

ผู้แทนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์:  เราทำเจาะเรื่องของ.......ด้วย และเราจะมีโมเดลอยู่ในมหาวิทยาลัยนี้ด้วย

ผู้แทนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์:  อันนี้เป็นข้าวหอมมะลิแท้ ๆ ทนน้ำท่วมได้ ถ้าน้ำไม่ท่วมก็เหมือนข้าวขาว

อภิสิทธิ์: "ปลูกได้ปีหนึ่งกี่รอบ"

ผู้แทนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์: ครั้งเดียวครับ

อภิสิทธิ์: " ยังเป็นครั้งเดียวอยู่"

ผู้แทนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์: อันนี้เป็นน้ำมันรำข้าวจากข้าว...จะเป็นสีดำ วิตามินสูงมาก อันนี้เป็นยาแก้เบาหวานจาทำจากรำข้าว ค่าใช้จ่ายประมาณ ๓๐๐ บาท
นายกรัฐมนตรี อย่างตัวนี้ที่มีตัวต้านอนุมูลอิสระสูงนี้สกัดออกมาทำเป็นอย่างอื่นด้วยแล้วใช่ไหม

เกษตรกร:  ทำยา

อภิสิทธิ์: " ในเชิงมูลค่า"

เกษตรกร:  ขวดนี้ขายที่ ๑๘๐ บาท

เกษตรกร:  เครื่องตรวจสอบความผิดปกติ แต่ไม่ใช่ผิดปกติแบบว่าบวมออกมา คือว่าในการผลิตถ้ามีเชื้อปนเข้าไปมาก เอาไปตั้งขายอาจจะเสียก่อนกำหนด

เกษตรกร:   อันนี้เป็นสบู่ดำนะครับ  ตอนนี้ทราบว่าสบู่ดำยังผลิตไม่เพียงพอ  เราพยายามศึกษาวิจัยเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์จากสบู่ดำ  เราต้องตัดทิ้งทุกปี

เกษตรกร:  อันนี้เป็นเครื่อง.... ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์  เพราะตอนนี้เมืองไทยมีปัญหา หลังมันใหญ่มาก ยกไม่ได้ เราสามารถดึงตัวนี้และเอาขึ้นรถได้เลยครับ

อภิสิทธิ์: "ต้นทุนเท่าไหร่รถ"

เกษตรกร:   ตอนนี้ต้นทุนยังไม่รู้  เพิ่งทำเสร็จครับ  จะใช้ปีนี้เป็นปีแรก

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ไทยเข้มแข็ง: โรงพยาบาลตำบล ไฮเท็ค

ยกระดับสถานีอนามัยมาเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล

อภิสิทธิ์:
...เปิดงานของกระทรวงสาธารณสุขที่เป็นงานสำคัญในส่วนของปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง  นั่นคือเรื่องของการที่จะมีการยกระดับสถานีอนามัยมาเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล  ซึ่งขณะนี้ได้เร่งรัดไป   ความจริงเร็วกว่าที่ผมคิดครับ  เพราะว่าเดือนตุลาคมนี้เขารายงานว่าจะสามารถเปิดได้ถึงประมาณ ๑,๐๐๐  แห่งเป็นอย่างน้อย  แล้วภายในสิ้นปีหน้าเช่นเดียวกัน  การยกระดับตรงนี้จะทำได้ทั่วประเทศถึงเกือบ ๑๐,๐๐๐ แห่ง  ซึ่งความจริงแล้วมากกว่าตำบลละ ๑ แห่งด้วยซ้ำ 

  • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลตรงนี้จะเป็นการทำให้พี่น้องประชาชนลดภาระของตัวเอง ในเรื่องของค่าใช้จ่าย ในเรื่องของเวลาในการเดินทาง  เพราะว่าบริการใกล้บ้านนั้นจะมีการปรับปรุงคุณภาพมาตรฐานขึ้น 
  • ที่สำคัญครับจะใช้ระบบของเทคโนโลยีสารสนเทศเชื่อมโยงจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลตรงนี้เข้าไปยังโรงพยาบาลในอำเภอ ในจังหวัด  เพราะฉะนั้น กรณีที่มีความจำเป็นจะต้องปรึกษาหารือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญซึ่งอยู่ในตัวเมือง  ก็จะสามารถทำได้ผ่านระบบนี้ 

(กลับไปด้านบน)

- OTOP ยอดขายเพิ่ม สัญญาณเศรษฐกิจฟื้น

...เศรษฐกิจไทย ฟื้นตัวเห็นได้จากงานจัดแสดงสินค้า OTOP ยอดขายได้เกินคาด
ยอดขายสินค้า OTOP เพิ่มขึ้น ๒๐๐ ล้านบาท
อภิสิทธิ์:
...โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับชุมชนนั้น  ข่าวดีข่าวหนึ่งคือว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว  หลังจากที่เราปิดงานในเรื่องของ OTOP ไป  ปรากฏว่ารวบรวมตัวเลขแล้ว  การค้าขายในช่วงงาน OTOP ในช่วงกลางปี ๆ นี้มูลค่าสูงเกือบถึง ๗๐๐ ล้านบาท  ถ้าเทียบกับปีที่แล้วในงานเดียวกันปรากฏว่ายอดขายตรงนี้เพิ่มขึ้นมาถึงประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท หรือประมาณร้อยละ ๔๐  ซึ่งอันนี้แสดงให้เห็นว่าโครงการในเรื่องของ OTOP ขณะนี้ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเต็มที่  และวันนี้ก็มีตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ซึ่งท่านจะทราบรายละเอียดได้ในช่วงท้ายรายการเช่นเคย  และก็น่าจะเป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่บ่งบอกถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง  แต่ว่าอย่างไรก็ตามครับแม้ว่าจะมีการสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ  สิ่งที่สำคัญในการที่จะช่วยดูแลประคับประคองให้การฟื้นตัวนั้นเป็นไปอย่างมั่นคง  เป็นไปอย่างยั่งยืน  สิ่งที่เราจะต้องทำต่อไปก็คือการเดินหน้าแผนในเรื่องของปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง  ซึ่งเมื่อวันศุกร์ได้มีการเปิดตัวในเรื่องของไทยเข้มแข็ง  ในส่วนของการลงทุนที่เป็นเรื่องของการยืนยันความพร้อมของกระทรวงหลัก ๆ ที่จะใช้เงินในส่วนของปฏิบัติการไทยเข้มแข็งในการลงทุน  ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  กระทรวงศึกษาธิการ  กระทรวงสาธารณสุข  และกระทรวงคมนาคม  เราจะเร่งรัดให้ได้ครับ  ผมสอบถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมั่นใจนะครับว่าขณะนี้เงินในกรอบของพระราชกำหนดซึ่งจะมีสูงถึงประมาณเกือบ ๓ แสนล้านบาท  จะสามารถลงไปสู่ระบบเศรษฐกิจได้  ถ้าจนถึงสิ้นปี ๒๕๕๓ หรือสิ้นปีหน้าจะออกไปได้ถึงประมาณร้อยละ ๘๐ ถึงร้อยละ ๙๐ ซึ่งจะเป็นการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์  เป็นการลงทุนครั้งสำคัญ  และเป็นการสร้างงานในปริมาณที่ผมคิดว่าจะช่วยทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจนั้นมีความรวดเร็ว มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น"


(กลับไปด้านบน)

- ตามข่าว: เขตเศรษฐกิจเฉพาะ ร่วมสดุดี คดีใต้ ขออภิปราย รธน. ดูแลอธิปไตย อนุรักษ์แม่น้ำ

เชิญชวนร้องเพลงสดุดีมหาราชา ๐๙.๐๙ น. 
อภิสิทธิ์: ...มีการจัดงานที่รณรงค์ในเรื่องของการทำให้การอ่านเป็นระเบียบวาระแห่งชาติ  ซึ่งจะมีการถ่ายทอดต่อจากรายการนี้ไป  เสื้อที่ผมใส่อยู่วันนี้เป็นเสื้อยืดในโครงการ “๙ ในดวงใจ” ซึ่งเป็นความริเริ่มจากองค์กรต่าง ๆ ทั้งองค์กรภาคเอกชน และตอนนี้ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ทั้งส่วนราชการ และองค์กรต่าง ๆ  ตั้งใจอย่างนี้ครับว่าในวันพุธที่จะถึงนี้เป็นวันที่ ๙ เดือนกันยายน ก็คือเดือน ๙  ถ้าถือตามปีฝรั่งก็เป็นปี ๒๐๐๙ เพราะฉะนั้น วันย่อก็จะเป็น ๐๙ ๐๙ ๐๙ จึงมีความคิดว่าในเวลา ๙ นาฬิกา ๙ นาที  ของวันที่ ๙ เดือน ๙ ปี ๐๙ นี้ ทุกหน่วยงานต่าง ๆ  จะได้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ รัชกาลที่ ๙  โดยการเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคนร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และสดุดีมหาราชา  ผมเลยขอถือโอกาสนี้ประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศทุกหน่วยงานได้ร่วมในกิจกรรมในวันพุธเวลา ๙ นาฬิกา ๙ นาที" 

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >> 

เตรียมขอเปิดอภิปรายทั่วไปในเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ
อภิสิทธิ์: ...นอกเหนือจากงานทางด้านเศรษฐกิจ  ผมก็เรียนว่ามีงานสำคัญที่มีความก้าวหน้าไปจากการหารือกันในส่วนของรัฐบาลเอง  ในเรื่องของสังคม  ในเรื่องของการเมือง ในเรื่องของความมั่นคง  ในเรื่องของการเมืองนั้นหลังจากที่คณะกรรมการของสภาฯ ซึ่งเป็นคณะกรรมการที่เข้ามาดูในเรื่องของการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ได้ทำรายงานเสนอต่อท่านประธานรัฐสภา  ท่านปรารภกับผมเอาไว้ว่ารัฐสภายังไม่มีโอกาส คือสมาชิกยังไม่มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้  คือตัวรายงานของคณะกรรมการเลย  ซึ่งมีข้อเสนอในเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ  และการแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ  ที่เกี่ยวข้อง  เนื่องจากสมัยประชุมสมัยปัจจุบันเป็นสมัยประชุมที่เขาเรียกว่านิติบัญญัติ  รัฐธรรมนูญจะกำหนดให้พิจารณาได้เพียงบางเรื่องเท่านั้น เช่น เรื่องของกฎหมาย และจะมีกระทู้ถามสามารถทำได้ เพราะว่าไม่ใช่เรื่องพิจารณา  ดังนั้น  ผมจะขอปรึกษาคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่จะถึงนี้   เพื่อที่จะมีมติขอให้มีการเปิดอภิปรายทั่วไป  ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรายงานของคณะกรรมการสมานฉันท์  และในเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ  ซึ่งจะเป็นเวทีที่เพื่อนสมาชิกรัฐสภา ไม่ว่าจะเป็น ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล  ส.ส.ฝ่ายค้าน  ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกวุฒิสภา  จะได้สามารถที่จะแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ได้อย่างเต็มที่  และหลังจากนั้นคงจะมีแนวทางที่ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า เราจะเดินหน้าในเรื่องนี้ต่อไปได้อย่างไร  อันนี้ก็เป็นงานในส่วนของการเมือง  ซึ่งผมคิดว่าจะทำให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นในความพยายามที่จะให้สภาวะทางการเมืองกลับเข้าสู่ความเป็นปกติให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้" 

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


รัฐบาลจะไม่ทำให้สูญเสียดินแดงหรืออธิปไตยของไทย
อภิสิทธิ์:
"อีกเรื่องหนึ่งครับซึ่งเป็นความกังวลของคนจำนวนไม่น้อย ก็คือสถานการณ์ชายแดน  โดยเฉพาะกรณีของไทย-กัมพูชา  ความจริงเมื่อวันจันทร์ และวันพุธของการประชุมร่วมรัฐสภา ทางกระทรวงกลาโหมได้เสนอในเรื่องของผลการเจรจาที่ไปดำเนินการกันมาและได้รับความเห็นชอบจากสภาฯ ไป  ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่า เรื่องนี้มีรายละเอียดมาก  ผมจะขอให้ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้พบกับพี่น้องประชาชนเป็นพิเศษ   คาดว่าจะเป็นในวันพรุ่งนี้  ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ เพื่ออธิบายที่มาที่ไปในเรื่องนี้  ผมเพียงแต่พูดสั้น ๆ ครับว่า  ผมเองเป็นคนติดตามปัญหานี้มาตั้งแต่ก่อนที่เข้ามาเป็นรัฐบาล  จุดยืนที่ผมได้แสดงในวันนั้นยังเหมือนเดิมทุกประการ  เพราะฉะนั้น ผมบอกได้เลยว่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการที่จะไปเสียสิทธิ์จากผลของเรื่องของการที่มีการไปขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนั้น  ยืนยันเลยครับว่ารัฐบาลได้ดำเนินการสกัดกั้นไม่ให้เป็นปัญหาอย่างเต็มที่  แถลงการณ์ร่วมซึ่งมีการไปลงนามในรัฐบาลก่อนก็ถูกยกเลิกไปแล้ว ขณะนี้การดำเนินการในส่วนของคณะกรรมการมรดกโลก  ก็มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง  ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็เพิ่งเดินทางไป  เพื่อที่จะรักษาสิทธิ์ของเราตรงนี้อย่างเต็มที่  และสำหรับในพื้นที่นั้นก็ยังมีการวางกองกำลังต่าง ๆอยู่  และจะพยายามที่จะหาทางเจรจาเพื่อย้อนกลับไป ให้เป็นไปตามข้อตกลงในปี ๒๕๔๓  ซึ่งมีการมองเห็นแล้วในเรื่องนี้ว่าเขตแดนนั้นถือไม่ตรงกัน  เรายึดสันปันน้ำ  ยกเว้นในกรณีของตัวปราสาทซึ่งต้องเป็นไปตามคำพิพากษาของศาลโลก  แต่ว่าทางกัมพูชานั้นก็ถือแผนที่อยู่อีกฉบับหนึ่ง  ข้อตกลงปี ๒๕๔๓ คือว่าจะต้องมีกระบวนการในการเจรจาตรงนี้  และระหว่างนั้นก็ไม่ควรมีใครเข้าไปปรับสภาพพื้นที่อันจะกระทบกับสิทธิของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด  เราก็พยายามเดินหน้าในการที่จะย้อนกลับไปตรงนั้น  และขอยืนยันครับว่าจนถึงนาทีนี้  ไม่มีกรณีใดที่เป็นการดำเนินการของรัฐบาลหรือการปล่อยปละละเลย ที่จะทำให้สูญเสียในเรื่องของดินแดงหรืออธิปไตยแต่อย่างใด"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>

๒๐ ก.ย.นี้วันอนุรักษ์แม่น้ำลำคลอง
อภิสิทธิ์:
"มีเรื่องที่จะพูดคุยอีกเยอะนะครับความจริงเมื่อวานนี้ผมก็ไปที่จังหวัดอ่างทองด้วยนะครับ  พูดสั้นๆ ครับเพราะว่าวันที่ ๒๐ เดือนนี้ก็เป็นวันในเรื่องของการอนุรักษ์แม่น้ำลำคลองต่าง ๆ ผมก็ไปร่วมกับพี่น้องประชาชนที่เคยไปเยือนจังหวัดอ่างทอง  ที่จะอนุรักษ์แม่น้ำเจ้าพระยา  ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งโครงการที่สนองพระราชดำริ และรับกระแสพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มาปฏิบัติ  ซึ่งเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่จะรักษาทรัพยากรธรรมชาติที่ล้ำค่าตรงนี้  พักสักครู่นะครับ  เดี๋ยวพบกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  ที่อธิบายถึงเรื่องของปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง  และช่วงท้ายรายการครับไปที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน เพื่อดูในเรื่องของปฏิบัติการไทยเข้มแข็งเช่นเดียวกัน  ในเรื่องของการวิจัยที่จะมาสนับสนุนการเกษตรของเราครับ" 

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>

รัฐบาลติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้อย่างใกล้ชิด
...“ไม่ทอดทิ้งพี่น้องชาวใต้” จะเร่งรัดจับกุมผู้ก่อการร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ รัฐจะเดินหน้าดูแล เชียวญาอย่างใกล้ชิด และต่อเนื่อง
อภิสิทธิ์:
"ที่จริงแล้วมีปัญหาอีกหลายปัญหาที่จะต้องพูดคุยกันนะครับ พี่น้องชาวใต้ครับ  ก็อยากจะเรียนครับว่ารัฐบาลนั้นติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและมีความห่วงใย ทราบดีว่าในช่วงเดือนนี้  ซึ่งเรามีข่าวออกมาล่วงหน้าว่าปฏิบัติการต่าง ๆ ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบจะมีความรุนแรงอยู่  แต่ว่าหน่วยงานฝ่ายความมั่นคงก็พยายามอย่างเต็มที่ครับในการที่จะสกัดกั้นป้องปราม  กรณีระเบิดที่เกิดขึ้นในรถ  ขณะนี้เนื่องจากเราสามารถที่จะเก็บภาพไว้ในกล้องวงจรปิด  และได้รายละเอียดพอสมควร  ก็ได้มีการเร่งรัดเพื่อที่จะต้องดำเนินคดีและเร่งรัดนำตัวคนผิดมาได้ให้  ก็จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการป้องปราม  ขอให้ความมั่นใจนะครับว่ารัฐบาลติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด   และโครงการตามนโยบายสำคัญ ๆ ต่าง ๆ ก็ลงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง  และท่านรัฐมนตรีก็ดี  ตัวผมเองก็จะเวียนไปในการลงพื้นที่  เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้ทั้งกับผู้ปฏิบัติหน้าที่  และพี่น้องประชาชนโดยทั่วไปด้วย"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


ส่งเสริมเขตเศรษฐกิจที่เป็นเขตเศรษฐกิจเฉพาะ
…คือการปรับเปลี่ยนเรื่องกลไก และโครงสร้างการปกครองท้องถิ่น เพื่อเอื้อต่อการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยว และพื้นที่ติดชายแดน

ซึ่งเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ครับ  ก็อยากจะบอกว่าในแง่ของการสนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจในพื้นที่ต่าง ๆ  ผมได้ประชุมคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน  แล้วก็สิ่งที่จะเป็นมาตรการสำคัญอีกมาตรการหนึ่งก็คือ การที่จะส่งเสริมเขตเศรษฐกิจที่เป็นเขตเศรษฐกิจเฉพาะ  ซึ่งหมายถึงการปรับเปลี่ยนในเรื่องของกลไก  โครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับการปกครองท้องถิ่นเพื่อที่จะเอื้อต่อการแก้ไขปัญหา  ยกตัวอย่างเช่น  ในบริเวณพื้นที่ชายแดนซึ่งมีการค้าขายชายแดนค่อนข้างสูง  ซึ่งมีในเรื่องของแรงงานต่างด้าวเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นที่แม่สอด  เมื่อวานนี้ผมก็เดินทางไปที่กาญจนบุรี  ก็ได้มีโอกาสพบปะกับผู้แทนของภาคเอกชนที่นั่น  ก็มีการเรียกร้องเรื่องนี้เช่นเดียวกัน  ซึ่งเรื่องนี้ก็มีการจะเร่งรัดในการที่จะผลักดัน  ในบางกรณีนั้นจะจัดทำเป็นกฎหมายด้วย  เช่น พื้นที่ที่เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างเกาะสมุย  จะมีการจัดทำเป็นในรูปแบบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบพิเศษ  และในส่วนของการค้าชายแดนก็จะทำเช่นเดียวกัน  ตรงนี้จะเป็นงานที่จะได้มีการผลักดันต่อไป  ทั้งในแง่ของโครงสร้างของการบริหารทางการเมือง คือเรื่องของท้องถิ่นควบคู่ไปกับการสนับสนุนส่งเสริมในเรื่องของเศรษฐกิจในพื้นที่เฉพาะต่อไปด้วย 

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

จากรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๐.๐๐ น.

ผู้ดำเนินรายการ คือ  นายดอม เหตระกูล

คลิ๊ก เพื่ออ่านคำต่อคำ

คลิ๊ก เพื่อชม VDO รายการเต็ม


(กลับไปด้านบน)