...อภิสิทธิ์ตอบปัญหาเยาวชน"การบ้าน"ที่อยากทำ ๓ เรื่องของนายกฯ เล่าถึงสังคมในอุดมคติและการสร้างจิตสาธารณะให้กับเยาวชน ในมุมมองของอภิสิทธิ์ "นโยบายประชานิยม" ส่วนใหญ่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนควรจะได้รับ โดยรัฐบาลควรมีงบประมาณรองรับ และต้องไม่ทำให้ประชาชนอ่อนแอ ไม่สิ้นเปลือง ไม่มีการทุจริต
เยาวชน: "คืออยากจะถามท่านนายกฯ ค่ะ เนื่องจากทราบมาว่าท่านนายกฯ จบการศึกษาจากเมืองนอก คือจบทางด้านการเมือง เศรษฐศาสตร์ และปรัชญา เลยอยากจะถามคำถามนี้ว่า นโยบายของรัฐบาลที่ออกมามีลักษณะเป็นนโยบายประชานิยม เลยอยากจะถามว่ามันสวนทางกับสิ่งที่ท่านเรียนมาหรือเปล่า และอยากจะถามว่าถ้าประเทศไทยใช้นโยบายประชานิยมต่อไป ประเทศไทยจะประสบปัญหาเหมือนประเทศแถบลาตินอเมริกาหรือเปล่าคะ"
อภิสิทธิ์: "ผมจะนิยามประชานิยม คือคนจะนิยามประชานิยมไม่ค่อยเหมือนกัน คือบางคนเขาบอกอะไรถูกใจประชาชน แบบว่าประชานิยม ถ้าอย่างนั้นก็ยอมรับล่ะครับว่า หลายนโยบายก็คงจะต้องประชานิยม เพราะว่าถ้าทำแล้วประชาชนไม่นิยม ก็คงจะลำบาก แต่ที่ประชานิยมในความหมายที่น้องพูดถึงประสบการณ์ของบางประเทศ ก็คือ
๑. ปรากฏว่าทำไปแล้ว ต่อไปรัฐบาลไม่มีสตางค์ที่จะทำ ก็เกิดปัญหาว่าหนี้สินท่วม ระบบเศรษฐกิจล้ม ก็ขอยืนยันว่าทุกนโยบายที่รัฐบาลทำอยู่ จะมีการคำนวณตัวเองไปล่วงหน้า จะเรียนฟรี ผู้สูงอายุ อะไรต่าง ๆ ว่าเงินจะต้องใช้ในอนาคตเท่าไหร่ และมีการประเมินว่ากำลังของรัฐบาล เศรษฐกิจโตเท่านี้จะเก็บภาษีได้เท่านี้ มีปัญหาไหม ก็ยืนยันเลยว่าขณะนี้เนื่องจากเป็นช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ หนี้สินรัฐบาลจะพุ่งสูงขึ้น แต่เท่าที่ดูขณะนี้ยังเชื่อว่าสัดส่วนไม่มีต่อรายได้ของประเทศ จะไม่สูงเท่ากับเมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้ว ตอนที่เจอวิกฤต ที่เขาเรียก ต้มย้ำกุ้ง นะครับ เพราะฉะนั้น ไม่มีปัญหา
๒. ประชานิยมคือเขาบอกว่าลด แลก แจก แถม แต่ว่าสิ่งที่รัฐบาลให้ในขณะนี้ เช่น เรื่องเรียนฟรี ผู้สูงอายุ ผมไม่ถือว่าเป็นลด แลก แจก แถม ผมถือว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน เป็นสวัสดิการที่คนเหล่านี้ควรจะได้ แต่ถ้าไปให้อย่างอื่นก็คงไม่เหมาะ เช่น ให้แล้วก็ทำให้คนอ่อนแอลง ทีนี้มันก็ลำบากนะครับ เพราะว่าบางเรื่องเราก็พยายามทำ อย่างเรื่องชุมชนพอเพียง ถามว่าที่มา ๆ ยังไง คือสมัยก่อนเขาก็มีโครงการ จะเรียน SML บ้าง อยู่ดีมีสุข อะไรต่าง ๆ เอาเงินลงไป แล้วชาวบ้านก็ไปคิดกันว่าจะใช้ทำอะไร ก็พบความจริงว่าหลายโครงการก็ค่อนข้างที่จะสิ้นเปลือง และหลายโครงการก็อาจจะมีทุจริตด้วย แต่พอเราเข้ามา เราก็บอกว่าทำไมเราไม่เอาแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาจับ ก็ไปทำเรื่องชุมชนพอเพียง ซึ่งส่วนใหญ่ก็ได้ผลดี แต่ก็น่าเสียใจว่าก็เกิดทุจริตอีก ก็ยังเป็นเรื่องที่จะต้องแก้ไขกันไป เพราะฉะนั้น เราระมัดระวังอยู่แล้วในเรื่องว่าประชานิยม ไม่ประชานิยม เพราะต้องการให้โครงการทุกอย่างมีความยั่งยืน และจริงๆ แล้วช่วงต่อไปนี้ ๓ ปีข้างหน้าที่พูดถึงไทยเข้มแข็ง เงินของรัฐบาลที่ลงไปจะย้อนกลับมาเป็นแหล่งน้ำ เป็นถนน เป็นโรงเรียนที่ดีขึ้น เป็นสถานีอนามัยที่ยกระดับเป็นโรงพยาบาลสุขภาพตำบล มันจะทำให้ประเทศ เศรษฐกิจ สังคม มีความเข้มแข็งมากขึ้น และจะมีผลตอบแทนกลับมา"
เยาวชน: "หนูชื่อน้องฟ้านะคะ เป็นนายอำเภอน้อยเหมือนกัน อยากจะทราบว่าหนูไปโรงเรียนคุณครูก็จะให้การบ้านค่ะ อภิสิทธิ์มีการบ้านอะไรที่อยากทำมากที่สุด ให้แก่ประชาชนคะ"
อภิสิทธิ์: "การบ้านเพียบเลยครับ สำหรับผมระยะนี้ การบ้านใหญ่ ๆ ก็มีอยู่ ๒-๓ ข้อเท่านั้นเอง
- ข้อแรก ก็คือว่าเศรษฐกิจ ตอนนี้โลกเจอเศรษฐกิจวิกฤตปัญหารุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี เอาให้ประเทศไทยผ่านพ้นตรงนี้ไป โดยคนเดือดร้อนน้อยที่สุด และก็พร้อม ๆ กันไปก็ทำยังไงให้เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวขึ้นมา และคนทำมาค้าขาย มีงานทำ ก็ทำมา ๙ เดือน ก็เริ่มดีขึ้นพอสมควรเลยแหละ แต่ยังไม่ดีพอ ก็ต้องทำต่อ อันนี้ก็การบ้านข้อ ๑ การบ้าน
- ข้อที่ ๒ เมื่อกี้ก็พูดกันแล้ว สังคมแตกแยก สังคมขัดแย้งจะทำกันอย่างไร
- และการบ้านใหญ่ที่สุดก็คือคุณภาพชีวิตคน ซึ่งปัญหาก็จะแตกต่างกัน เพราะว่าบางพื้นที่ก็บอกว่าอยากได้แหล่งน้ำ อยากได้ถนนหนทาง ตอนนี้ก็ทำเรื่องไทยเข้มแข็ง ก็ว่าไป ผู้สูงอายุเดี๋ยวนี้มีเบี้ยยังชีพ เมื่อก่อนก็จะบ่นว่าอยากมีหลักประกัน อยากมีรายได้ตามชรา แต่เราก็จะเสริมจากเบี้ยยังชีพต่อไปเนี่ย เราอยากจะให้ทุกคนเหมือนกับมีประกันสังคมของตัวเอง เก็บเงินรัฐบาลสมทบเงิน พอถึงเวลาเกษียณไม่ทำงานแล้วก็เอาเงินตัวนี้ออกมา ก็อยากจะทำของแบบนี้ และก็ปัญหาสังคมก็เยอะ ยาเสพติดหลายพื้นที่ยังเป็นการบ้านข้อใหญ่ ใช่ไหมครับ ถ้าเพื่อน ๆ เราอยู่ ๓ จังหวัดภาคใต้ ก็ต้องบอกการบ้านข้อใหญ่คือความสงบใน ๓ จังหวัด เยอะไปหมดเลยครับ ถ้ามาช่วยผมทำได้ก็ดี"
พิธีกร : "อันนี้มีคนต่อคิวแล้วค่ะ"
พิธีกร : "คราวนี้สุดท้ายจริง ๆ แล้วครับ อยากจะถามท่านนายกฯ ว่า ถ้าเกิดปัญหาทุกอย่างมันเยอะมาก อยากรู้ตอนจบแบบ Happy ending ของท่านนายกฯ ว่าสังคมไทยจะเป็นในรูปแบบไหน เอาแบบทุกคนมีความสุขเลย"
อภิสิทธิ์: "ผมคิดว่าสุดท้ายเลยต้องการเห็นก็คือว่า ทุกคนอยู่ในสังคมเดียวกัน แล้วก็มีความสุขในการได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำนะครับ หรือมีส่วนร่วมในการช่วยกำหนดอนาคตของบ้านเมือง แล้วก็บางคนหรือว่าจริง ๆ ทุกคนก็คงได้บางเรื่องที่ตัวเองอยากเห็นเกิดขึ้นได้แล้วและก็จะต้องอีกหลายเรื่องที่ไม่ได้ แต่ว่ายอมรับได้ ถ้าการตัดสินนี้มันเป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตย แล้วจริง ๆ ถ้าทุกคนยอมรับกติกาได้ ความสุขมันเกิดขึ้นเอง เพราะเรารู้แล้วนี่ว่าเราได้ทำหน้าที่บทบาทของเรา เราได้พยายามผลักดันสิ่งที่เราอยากจะทำแล้ว มันได้มาเพราะส่วนรวมต้องการอย่างนี้ มันไม่ตรงใจเราทีเดียว แต่เราได้ทำแล้วมันก็มีความสุขได้"
<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>