... เกษตรกรบ่น ประกันรายได้ ตรวจสอบละเอียด อภิสิทธิ์ เน้นการตรวจสอบคือ การทำประชาคม มีการรับรอง ประมวลข้อมูล ป้องกันตัวเลขซ้ำซ้อน เพื่อความมั่นคงทางเสถียรภาพ และการทำงานอย่างโปร่งใส
ผู้ดำเนินรายการ: " คราวนี้ละครับอีกประเด็นหนึ่งครับที่มีคนร้องเรียน ชาวนาละครับ บอกว่ากำหนดบางอย่างขายได้ ๒๕ ตัน ๒๕ เกวียนบ้างนะครับ อยากให้ท่านรองผู้จัดการ ธ.ก.ส. อธิบายว่าตัวเลขนี้มาอย่างไร แล้วลูกค้า ธ.ก.ส. นี้จริง ๆ แล้วพอไม่พอครับ"
รองผู้จัดการ ธ.ก.ส.: " ก็อยากที่กราบเรียนท่านผู้ฟังและผู้ชม อย่างที่ท่านนายกฯ ได้กราบเรียนไป เพราะว่าโครงการนี้ให้ได้ทุกคน เพราะฉะนั้นคนที่มีโอกาสที่จะผลิตมาก ก็เทียบเปอร์เซ็นต์แล้วอย่างที่ท่านนายกฯ ได้กราบเรียนไปว่าโครงการนี้ได้ทุกคนสำหรับผู้ปลูกข้าว ผู้ปลูกข้าวโพด และผู้ปลูกมัน เพราะฉะนั้นจำนวนคนที่จะได้ทั้งหมดมันมีมากแน่นอนครับ ที่ผ่านมานั้นโครงการรับจำนำที่ผ่านมาของรัฐบาลได้เพียงประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของเกษตรกร เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เป็นภาระและเป็นหน้าที่ที่จะต้องดูแลให้ทั่วถึงนั้น แน่นอนครับว่าจำนวนปริมาณซึ่งก็คาดการณ์ดูแล้ว คนส่วนใหญ่ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของเกษตรกรจะได้รับผลประโยชน์จากโครงการนี้เพิ่มขึ้นถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์"
ผู้ดำเนินรายการ: " กลับกันนะครับที่ผ่านมานี้ ๓๐ ได้ ๗๐ ไม่ได้ แต่วันนี้ ๗๐ ได้ ๓๐ อาจจะได้แต่ได้ไม่ครบ"
รองผู้จัดการ ธ.ก.ส.: " ครับผม ใช่ เพราะฉะนั้นก็ทั่วถึง ลักษณะที่ในการกำหนดนี้ก็มีคณะกรรมการที่พิจารณา และแน่นอนครับส่วนนี้ไม่ได้เสียประโยชน์จากโครงการก่อน ๆ ที่ผ่านมาเป็นหลักเลยครับ"
ผู้ดำเนินรายการ: " เอาละครับ ก็ฟังชัดเจนนะครับ คราวนี้มาคนที่ใกล้ชาวนาที่สุดครับ ลิ้นกับฟันก็ได้ครับ โรงสี มีข่าวนะครับทำนองว่ามันต้องไปขึ้นทะเบียนใช่ไหมครับ เกษตรกรต้องขึ้นทะเบียน และปรากฏว่ามีข้อมูลจำพวกว่าตัวเลขชักจะโป่งขึ้นมานี้จริงไม่จริงอย่างไรครับ"
นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย: " พื้นที่ ๔๘ ล้านไร่ใน ๕๗ ล้านไร่ ยอดออกมา ๒๕ ล้านตัน ถ้าออกมา ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์คาดว่าต้องถึง ๓๔ ล้านตัน"
ผู้ดำเนินรายการ: " แต่รัฐบาลบอกจะเอาแค่ ๒๓ ล้านตันเศษ ๆ"
นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย: " ไม่ใช่รัฐบาลเอา ๒๓ คือข้อเท็จจริงมันมี ๒๓ ล้านตัน แต่ว่าการสำรวจมามี ๓๐ กว่าล้านตัน มันโป่งไปประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์"
ผู้ดำเนินรายการ: " เป็นผลงานรัฐบาลหรือเปล่า ทำไมให้ผลผลิตการเกษตรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว"
นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย: " ไม่น่าจะใช่"
ผู้ดำเนินรายการ: " มันเป็นเพราะอะไร"
นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย: " การสำรวจข้อมูลของเรายังไม่เรียบร้อยเท่าที่ควร ยังไม่ทันสมัยเท่าที่ควร ข้อมูลของทางเศรษฐกิจกับทางเกษตร ทางกรมการข้าวมันไม่ค่อยตรงกัน ปัจจัยการเหลื่อมของปริมาณนี้มันไม่สามารถจะเอาโฉนดทุกใบมาจดทะเบียนได้ เนื่องจากติดข้อกฎหมายหลาย ๆ อย่าง กฎหมายพวกนี้ เจ้าของที่ดินไม่ยอมโฉนดมาจด ก็เลยได้ตัวเลขที่ไม่แม่นยำ"
ผู้ดำเนินรายการ: " ถ้ามา ๓๐ ล้านตันครับท่านนายกฯ ครับ จะทำอย่างไรครับ"
อภิสิทธิ์: " เท่าที่ประเมินนี้ความจริงตัวเลขนี้คือเราพยายามให้เป็นตามความเป็นจริง ทีนี้แน่นอนครับเวลาในการทำงานนี้ถูกจำกัดโดยตัวฤดูกาลเพาะปลูก ไปสำรวจแล้วเราก็พยายามที่จะตรวจสอบ ตรวจสอบก็คือให้ทำประชาคม มีการรับรองกัน หน่วยงานไหนมีข้อมูลอยู่แล้ว เช่น ธ.ก.ส. เกษตร ก็ให้ช่วยลองสอบทานดู เพราะฉะนั้นตัวนี้ก็เป็นตัวที่เราทำให้ดีที่สุด ในการที่จะป้องกันไม่ให้ตัวเลขนับซ้ำหรือโป่งขึ้นมา แต่ว่าขณะนี้ก็อยู่ในขั้นตอนที่กำลังที่จะประมวลข้อมูล เพราะหลายพื้นที่ข้อมูลเสร็จแล้วก็ยังไม่ได้ทำสัญญา ก็จะมีการไปตรวจสอบ ผมคิดว่าเราก็คงจะต้องสอบทานกัน ความจริงเสียงบ่นจากพี่น้องเกษตรกรมาอีกทางหนึ่ง ว่าตรวจสอบเยอะจัง"
ผู้ดำเนินรายการ: " ละเอียดไป"
อภิสิทธิ์: " ละเอียด แล้วก็หลายรอบนะครับ จนกระทั่ง ธ.ก.ส. ก็ถูกต่อว่า บอกก็ตรวจสอบตอนขึ้นทะเบียนมาแล้วพอจะทำสัญญา จะมาตรวจสอบอีกแล้ว เราพยายามหาความพอดี แต่ว่าในที่สุดแล้ว พอฤดูกาลต่อ ๆ ไป ผมคิดว่าจะง่ายขึ้นเพราะเรามีฐานข้อมูลแล้ว และครั้งนี้ก็ต้องจะเรียกว่าขู่นิด ๆ ก็ได้นะครับว่าถ้าแจ้งข้อมูลเท็จก็เป็นเรื่องได้นะครับ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องช่วยกันตรวจสอบ"
ผู้ดำเนินรายการ: " นี่ละครับก็มีเสียงนะครับ บอกว่าเดิมทีรัฐบาลบอกว่าจะประกันรายได้แค่บางจุด ๘ จังหวัดเท่านั้นเอง แต่ท่านนายกฯ บอกเอาหมดเลย อย่างนี้เป็นมาอย่างไรครับ"
อภิสิทธิ์: " คือมันมีหลายปัจจัยที่ทำให้เราต้องเร่งทำนะครับ
- เรื่องหนึ่งก็อย่างที่บอกแล้วครับว่าตลาดข้าวเราเริ่มเสียหายมากขึ้น ขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศปรากฏว่าราคาข้าวเราห่างจากเวียดนามไปเป็นร้อยเหรียญแล้วนะครับตอนหลังนี้ เนื่องจากว่าต้นทุนของเราภายในประเทศนี้จากการรับจำนำมันสูงขึ้น ๆ
- เรื่องสองนี้ผมก็ห่วงเรื่องพันธุ์ข้าว นี้ก็เป็นข้อร้องเรียนอีกข้อหนึ่งนะครับว่าข้าวไม่ถึง ๙๐ วัน ซึ่งเราไม่อยากจะส่งเสริมแล้ว ปรากฏว่ามีพี่น้องเกษตรกรบางพื้นที่ก็ยังปลูกอยู่ เดี๋ยวจะต้องไปช่วยดูว่าจะแก้ไขปัญหาให้เขาได้อย่างไร
- แต่ว่าสำคัญที่สุดคืออันนี้ครับ ต้นปี ๕๓ นี้ตามข้อตกลงอาเซียน เขตการค้าเสรีอาเซียนเกิดขึ้น เพราะฉะนั้น ข้าวของประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาได้"
ผู้ดำเนินรายการ: " ๐ เปอร์เซ็นต์"
อภิสิทธิ์: " ถ้าเรายังใช้ระบบที่เรียกว่าจำนำแล้วคนเอามา เราไม่รู้ครับ ข้าวไม่มีพาสปอร์ต ตรวจไม่ได้ว่าเป็นสัญชาติอะไร"
ผู้ดำเนินรายการ: " ดูเครื่องแต่งกายได้ไหมครับ"
อภิสิทธิ์: " ไม่ได้นุ่งอะไรมาเป็นพิเศษครับที่จะบอกได้ แล้วเรามีบทเรียน บทเรียนที่ชัดเจนก็
- คือกรณีข้าวโพดครับ ข้าวโพดในช่วงที่จำนำมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วนี้ครับ ทุกปี ๆ ปกติเราจะต้องนำเข้าข้าวโพดมาใช้นี้ไม่พอ ปรากฏว่าพอเจอโครงการจำนำทีเดียว ไม่ต้องนำเข้าเลยแถมยังมีเหลือ เหลือใช้อีก ก็แสดงว่าเราไปรับจำนำข้าวโพดที่ขนกันมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ผมว่าเราอันตรายมากนะครับ ถ้าเราปล่อยอย่างนั้นต่อไป เราก็จะไม่มีวิธีในการที่จะจัดการปัญหานี้ เราก็ต้องใช้โครงการที่ดูอย่างแน่ชัดว่าเป็นข้าวไทย มันไทย ข้าวโพดไทย โดยมีการขึ้นทะเบียนเชื่อมโยงกับตัวที่ดินทำกิน แล้วก็ตัวประชาคม"
ผู้ดำเนินรายการ: " ทุกอย่างทำมีเหตุมีผลอธิบายได้"
อภิสิทธิ์: " ใช่"
ผู้ดำเนินรายการ: " ไม่ใช่เป็นเพราะว่าท่านนายกฯ หนุ่มที่สุดแล้วแบบทำอะไรรวดเร็ว หรือว่าเท่"
อภิสิทธิ์: " คงไม่ละครับ ผมก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรครับ ก็ช้าก็ว่าเร็วก็ว่า แต่ว่าเราดูตามเหตุตามผลนะครับ ตามเหตุตามผลแล้วก็ตัดสินใจกันว่าไม่น่าที่จะสามารถทำโครงการจำนำได้อีก โดยเฉพาะมีเรื่องเขตการค้าเสรีเข้ามา"
ผู้ดำเนินรายการ: " คนใกล้ชิดทำการค้านะครับ คุณชาญชัยครับ เชื่อมั่นไหมครับ การประกันรายได้นี้จะสำเร็จ และมีอะไรครับที่น่าจะปรับปรุงหรือเพิ่มเข้าไปครับ"
นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย: " ผมเชื่อมั่น เชื่อมั่นว่าสำเร็จแน่นอน"
ผู้ดำเนินรายการ: " เชื่อมั่นนายกฯ หรือเชื่อมั่นโครงการ"
นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย: " เชื่อมั่นโครงการและเชื่อมั่นนายกฯ ด้วยครับ วันนี้เกษตรกรเราต้องดีใจแทนเกษตรกรเพราะว่า เขาจะได้รับผลประโยชน์ทุกคน ตามนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ ทีนี้เราจะต้องทำนโยบายเสริมขึ้นมาอีกก็คือต้องรักษาเสถียรภาพราคาขึ้นมาด้วย ควบคู่กันไปแล้วต้องทำทันทีครับ"
ผู้ดำเนินรายการ: " ทำอย่างไรครับ"
นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย: " ก็จะวิธีซื้อแทรกแซงก็ได้เป็นบางขณะ อย่างช่วงนี้ราคาอ้างอิงออกมารู้สึกว่าข้าว ๕ เปอร์เซ็นต์ต้องชดเชย ๑,๕๓๔ บาท ข้าวเหนียวต้อง ๒,๐๐๐ - ๒,๑๐๐ ถ้าเราปล่อยให้เป็นอย่างนี้ไป อย่างท่านนายกฯ บอก ๓,๐๐๐ - ๔,๐๐๐ ต้องไป เราต้องรักษาเสถียรภาพราคาด้วย เราประกันรายได้เกษตรกรแล้ว เราต้องประกันรายได้ประเทศชาติด้วย"
ผู้ดำเนินรายการ: " ประกันรายได้ของรัฐบาล คือถ้ามันตกมาก ๆ รัฐบาลก็ไปแน่ ท่านนายกฯ พยักหน้านี้เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยครับ"
อภิสิทธิ์: " เห็นด้วยครับ เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยนะครับ และก็มันมีหลายเรื่องแม้กระทั่งกับทางโรงสีเองนะครับ ซึ่งก็จะต้องเข้าไปช่วยดูแลเรื่องของสภาพคล่องนะครับ ในการที่จะสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาเสถียรภาพได้ด้วย ทีนี้ผมก็บอกเลยนะครับว่าวันพรุ่งนี้ วันจันทร์นี้ เราจะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ นโยบายข้าวแห่งชาติก็จะพิจารณาเรื่องสำคัญก็คือ ๑. มาตรการเรื่องเสถียรภาพ อย่างที่เมื่อสักครู่นี้"
ผู้ดำเนินรายการ: " ก็คือการทำให้ราคาตลาดไม่ห่างจากอ้างอิงมากนัก"
อภิสิทธิ์: " คือจะพยุงประคับประคองไม่ให้ราคาอ้างอิงกับราคาตลาดมันต้องราคาเดียวกัน อย่าให้อ้างอิงรูดลงไปอีกนะครับ แต่ว่าเราประกาศทุก ๑๕ วัน เพราะฉะนั้น อันนี้อาจจะเป็นการไปช่วยเรื่องของสภาพคล่อง อาจจะเป็นเรื่องของการรับซื้อจำนำ หรืออะไรในบางพื้นที่ก็จะทำกันไป
- ประการที่สอง ต้องแก้ปัญหาความสับสนนิดหน่อย เพราะว่าราคาอ้างอิงก็คือราคาสำหรับข้าวความชื้น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ บางทีพี่น้องเกษตรกรมีคนไปบอก ไหนรัฐบาลบอกขายได้ ๘,๐๐๐ กว่า พอจริง ๆ ทำไมเหลือ ๗,๐๐๐ นะครับ ก็ต้องไปดูเรื่องความชื้น ผมก็บอกว่าต่อไปนี้ ผมเป็นคนเซ็นประกาศราคาอ้างอิง เพิ่งเซ็นไปเมื่อวันศุกร์ ก็เลยบอกกระทรวงพาณิชย์ว่า ถึงเวลาไปถึงพี่น้องประชาชนจริง ๆ นี้อย่าไปบอกแค่ราคา ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ทอนให้เขาเห็นเลย"
ผู้ดำเนินรายการ: " ๑๖ เปอร์เซ็นต์เท่าไร"
อภิสิทธิ์: " เพียงแต่ว่าราคาชดเชยมันเหมือนเดิม จะเป็น ๑,๕๐๐ ก็คือ ๑,๕๐๐ ไม่ว่าจะความชื้นเท่าไร แต่ว่าพี่น้องจะได้อิงได้ แล้วก็ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ พูดกันง่าย ๆ นะครับ ดูกันเห็น ๆ
- ประการถัดมานี้ พี่น้องที่ร้องว่าเขาทำได้มากกว่าที่เกษตรคำนวณให้เขา ผมก็ขอให้ทบทวน"
ผู้ดำเนินรายการ: " แต่ไม่เกินเพดานที่กำหนดไว้"
อภิสิทธิ์: " ครับคือไม่เกินเพดานแต่จะช่วยรายย่อย เพราะรายย่อยเขาอาจจะไม่ถึงเพดานอยู่แล้ว เขาบอกว่าที่เขามี ๓ ไร่ ๔ ไร่ ๑๐ ไร่อะไรก็แล้วแต่นี้ ไปบอกเขาว่าเขาได้เท่านี้ จริง ๆ เขาทำได้มากกว่านั้น อันนี้ได้รับร้องเรียนมากจากพิษณุโลก สุโขทัย แถวนั้น ผมก็บอกว่าขอให้ทบทวนให้ด้วยนะครับ อันนี้ก็เป็นอีกมาตรการหนึ่งที่จะต้องทำในวันจันทร์"
ผู้ดำเนินรายการ: " ก็มีการมองกันว่าข้าวเราถึงแม้จะปลูกในบ้านเรา ชาวนาเก็บไว้ทำพันธุ์ส่วนหนึ่ง เราทานกันส่วนหนึ่ง แต่ราคามันอิงกับราคาส่งออก คราวนี้ถ้าเราเกิดปัญหา มีการกดราคามาจากต่างประเทศ เราจะดันหรือเราจะสู้ยังไงครับ"
อภิสิทธิ์: " ในเรื่องของต่างประเทศสินค้าอย่างนี้ บางครั้งบางช่วงก็เป็นตลาดของผู้ซื้อ บางครั้งก็เป็นตลาดของผู้ขาย แต่ว่าที่เรียกว่าจะมารวมหัวในระดับโลก ในที่จะกดอะไร ไม่ค่อยปรากฏหรอกครับ จริง ๆ ราคาขึ้นลงของมันก็จะมีคำอธิบาย อย่างก่อนหน้านี้จะค่อนข้างผูกพันกับเรื่องราคาน้ำมัน เรื่องอะไรกัน น้ำมันขึ้นก็ขึ้น น้ำมันลงก็ลง อย่างนี้เป็นต้น แต่เราก็จะดูแล และในแง่ของความร่วมมือกับประเทศที่ส่งออกข้าวด้วยกัน ก็มีการพูดคุยและพยายามระมัดระวัง ไม่ให้มีการแข่งขันตัดราคากัน"
ผู้ดำเนินรายการ: " ทีนี้มาถาม ธ.ก.ส.เงินมีไหม และพอไหมที่จะจ่าย"
รองผู้จัดการ ธ.ก.ส.: " ถามว่าเงินมีไหม มีแน่นอน เพราะเราเป็นสถาบันการเงิน และธ.ก.ส.ได้รับความไว้วางใจจากผู้ฝาก เพราะฉะนั้น ธ.ก.ส.พร้อม และพร้อมที่จะจ่ายทันทีขณะนี้ ซึ่งครม.ก็ให้ความอนุเคราะห์ว่าให้ ธ.ก.ส. จ่ายไปก่อนได้เลย เราก็พร้อมที่จะดำเนินการ เมื่อกี้เสริมกับท่านนายกสมาคมโรงสีฯ นิดหนึ่งว่า ในส่วน ธ.ก.ส. ก็มีมาตรการเสริมอย่างที่ท่านอภิสิทธิ์พูดถึงก็คือ โดยบริบทของ ธ.ก.ส. ก็สามารถจะทำได้ เมื่อราคาเกินอ้างอิงจะต่ำลง ธ.ก.ส. ก็จะไปแทรกแซงโดยบทบาท ธ.ก.ส. เป็นรายคนเราก็ตั้งไว้พอสมควร อย่างโรงสีเราก็จะไปเสริมสภาพคล่องให้ หรือเป็นสหกรณ์การเกษตร เราก็จะไปเสริมให้ ซึ่งเราตั้งงบตรงนี้ไว้ประมาณเกือบ ๔๐,๐๐๐ ล้านมาเสริมตรงนี้อีก เพราะฉะนั้น ก็ฝากกับพี่น้องเลยว่าอย่าได้วิตกว่า มาตรการประกันรายได้ครั้งนี้ท่านได้กำไรแน่นอน และ ธ.ก.ส.ก็พร้อมที่จะไปดูแล โดยบทบาท ธ.ก.ส.นะครับตรงนี้ เข้าไปเสริมสภาพตรงนี้เพื่อจะแทรกแซงรักษาเสถียรภาพราคา อย่างที่ท่านนายกฯ ว่า ตรงนี้ ธ.ก.ส. พร้อมครับ ทั้งคนและเงินครับ ซึ่งข้าว กับ มัน จะต้องทำให้เสร็จใน ๓๐ พฤศจิกายน เพราะฉะนั้น เราพร้อมอยู่แล้วขณะนี้ในพื้นที่"
ผู้ดำเนินรายการ: " ในเรื่องการลงทะเบียนล่ะครับจะอธิบายว่านี่ไปลง ๆ ที่ไหนอย่างไร แล้ว ธ.ก.ส. เวลาขึ้นทะเบียนมีอะไร"
รองผู้จัดการ ธ.ก.ส.: " ก็ยอมรับครับว่าอย่างที่ท่านนายกฯ พูด แต่เราไม่ล้มล่ะครับ อาจจะสะดุดบ้าง แต่ไม่ล้ม เราก็จะเดินไปพร้อมกับกระทรวงเกษตรฯ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ เราจะทำทุกขั้นตอนให้เร็วที่สุด ซึ่งขณะนี้ในพื้นที่ทาง ธ.ก.ส. ร่วมกับกระทรวงเกษตรฯ หรือกรมส่งเสริมการเกษตร ลงไปทำพร้อมกันเพื่อไม่ให้เกษตรกรเสียเวลา เพราะฉะนั้น หนึ่งจุดสามารถดูแลได้ทั้งหมด และที่ครม.เองได้มีมติให้ความสะดวก ธ.ก.ส.หรือคณะกรรมการทำไมมองดูว่าต้องตรวจสอบเข้มข้นมากขึ้น ก็อย่างที่ท่านนายกฯ ว่าก็ต้องดูกันหน่อย แต่เพื่อความมั่นคงทางเสถียรภาพ และการทำงานอย่างโปร่งใส"
<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>