อาเซียนภายใต้การนำอภิสิทธิ์ ๑๐เดือน vs ร้อยฝัน บำนาญประชาชน โฉนดชุมชน ยกเสถียรภาพราคาข้าว เด็ก vs ผู้นำ สมานฉันท์ ภาคใต้ รถไฟ (๒๕ ต.ค. ๕๒)

- ตรวจการบ้าน ๑๐ เดือน vs ๑๐๐ ฝันวันฟ้าใหม่
- การประกันรายได้: รัฐดูแลเสถียรภาพราคาข้าว
- อาเซียนภายใต้การนำ “อภิสิทธิ์“
- กฎหมาย “บำนาญประชาชน” ผ่าน ครม. แล้ว
- อาเซียนในเวทีโลก
- อาเซียน vs สหภาพยุโรป : ไม่ล้าหลังถ้าดูความเป็นมา
- “อภิสิทธิ์” กับทะเล สนุกงาน vs ภาระ เด็กอ่อนแอ vs เด็กดื้อ vs ผู้นำ
- สมานฉันท์ พร้อมเลือกตั้งแต่ไม่พร้อมปฎิวัติ
- ตามข่าว: โฉนดชุมชน แก้ปัญหาภาคใต้ สหภาพ รฟท.
*ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

  - ตรวจการบ้าน ๑๐ เดือน vs ๑๐๐ ฝันวันฟ้าใหม่

... พิธีกร: "ผมเอาหนังสือเล่มนี้มาเพื่อจะตรวจการบ้านท่านนายกฯ  “๑๐๐ ฝัน”

อภิสิทธิ์:
 "เสร็จกี่ข้อแล้วครับพิธีกร  นั่นสิ  แต่ถามว่า ๑๐๐ ฝันได้สักกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว ๑๐ เดือนที่ผ่านมา"

อภิสิทธิ์: "ผมเนี่ยตั้งใจว่าครบ ๑ ปี  ผมจะมาตรวจการบ้าน  แต่ผมจำได้เยอะครับที่ทำไปอยู่นี่ครับ"

พิธีกร: "ผมกำลังช่วยประชาชนตรวจการบ้านท่านนายกฯ" 

อภิสิทธิ์:
  ดีครับ

พิธีกร: "๑๐๐ ข้อที่คิดว่าตัวเองทำได้สักกี่เปอร์เซ็นต์ กี่ข้อ"

อภิสิทธิ์:
"ผมยังไม่ได้ประเมินนะครับ ดูง่าย ๆ นะครับว่าทุกเรื่องผมจำนะครับ ครอบครัวที่พร้อมดูแลเด็กในครรภ์ ส่งเสริมพ่อแม่ การศึกษาเยาววัยอะไรต่าง ๆ วงการต่าง ๆ เริ่มหมด การศึกษา คืนครูให้นักเรียน มีโครงการแล้ว ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอยู่ในไทยเข้มแข็ง หลักประกันการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทำแล้ว"

พิธีกร: "นี่คือเริ่มทำแล้ว" 

อภิสิทธิ์:
 "บางอันเสร็จแล้วครับ  เรียนฟรีก็เสร็จแล้ว คืนครูให้นักเรียนก็ต้องถือว่ามีการส่งคนเข้าไปถอนงานธุรการ แบ่งเบามาส่วนหนึ่งแล้ว ที่ยังยากอยู่ในหมวดนี้ก็เป็นเรื่องหลักสูตร การปฏิรูปที่กำลังทำกันอยู่ ระบบแอดมิดชั่น หรือเรื่องอื่น ๆ"

พิธีกร: "ท่านลงไปทำเองหรือเปล่า การศึกษา"

อภิสิทธิ์:
 "รัฐมนตรีจุรินทร์ท่านก็ทำอยู่"

พิธีกร: "แต่ว่านายกฯ ต้องจี้เป็นพิเศษไหม เพราะว่า"

อภิสิทธิ์:
 "ผมให้ความคิดอยู่ตลอด และก็ติดตามทุกเรื่อง  ประกันสังคมชาวบ้านเริ่มแล้วเห็นไหมครับ สร้างงานในบ้าน  ความจริงต้นกล้าอาชีพส่งกลับไปตอนนี้ก็เยอะนะครับ  สวัสดิการดูแลคนชราเดินแล้ว ก็ส่วนใหญ่ก็ไปนะครับ สุขภาพของคน ระบบสุขภาพภาคประชาชน แพทย์ของชนบท นี่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบลกำลังจะเกิดขึ้น คุ้มครองสิทธิ์ผู้ป่วย กำลังส่งกฎหมายเข้าสภาฯ เห็นไหมครับ เศรษฐกิจนี่โครงสร้างพื้นฐานนี่ก็ไทยเข้มแข็งที่กำลังจะเดินนะครับ ระบบขนส่ง ตอนนี้ติดปัญหาเรื่องลงทุน ติดปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม"

พิธีกร: "มาบตาพุดนี่อยู่ในนี้ แต่มันกลายเป็นอุปสรรคที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดคิด"

อภิสิทธิ์:
 "ใช่ครับ"

พิธีกร: "แปลว่าคุณอภิสิทธิ์ไม่ได้เขียนเรื่องสิ่งแวดล้อมพอล่ะสิ  ถึงเกิดเรื่องสิ่งแวดล้อมในมาบตาพุดได้"

อภิสิทธิ์:
 "ผมจำไม่ได้ว่าผมเขียนเล่มนี้ กรกฎาคม ๕๐ รัฐธรรมนูญยังไม่ออก มาตรา ๖๗"

พิธีกร: "แต่ในสำนึกของนักการเมืองที่จะเป็นนายกฯ ต้องมีเรื่องสิ่งแวดล้อม"

อภิสิทธิ์:
 "คือเวลานี้เรื่องสิ่งแวดล้อมเราทำไงครับ  ปัญหามีเป็นเรื่องการตีความกฎหมายว่าที่ทำแล้วตรงกับกฎหมายหรือเปล่าเท่านั้นเอง ใช่ไหมครับ ผมเข้ามาคุณสุทธิชัยจำได้ ประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษ หลังจากที่เดิมก่อนหน้านี้ไม่ยอมประกาศ  และไปถูกฟ้องกัน ผมก็ประกาศ มีการทำแผนตอนนี้ที่จะปรับปรุงเรื่องบริการสาธารณะ  โรงพยาบาล  ดูแลสิ่งแวดล้อม  แล้วก็เรื่องโครงการที่ผ่านไปเนี่ย ก็ใช้ EIA ว่าเป็นตัวประเมินว่าไม่มีผลกระทบรุนแรง  แต่บังเอิญศาลท่านตีความอีกอย่างหนึ่ง ก็ไม่เป็นไร ก็มาแก้ไข เพราะผมก็ต้องการความสมดุลอยู่แล้ว"

พิธีกร: "ไม่ได้ลืมนะสิ่งแวดล้อม"

อภิสิทธิ์:
 "ไม่ได้ลืมล่ะครับ นี่ครับเอกชน บทบาทของในภาคอุตสาหกรรม นาล่มกำลังจะเริ่มต่อ"

พิธีกร: "นาล่ม ชีวิตไม่ล่มนี่"

อภิสิทธิ์:
 "ประกันภัยเกษตรกรและประกันรายได้  ตอนนี้ก็เดินหน้า ใช่ไหมครับ นี่ครับ ๑๐๐ เรื่องผมก็ว่า ไม่มีเรื่องไหนที่ผมลืมนะครับ บางเรื่องยอมรับว่ายังเป็นปัญหาอยู่"

พิธีกร: "ทำไมเรื่องที่ยังทำไม่ได้เพราะอะไรครับ เอาล่ะ ๑๐ เดือนเราก็ต้องเข้าใจแล้วว่า เพิ่ง ๑๐ เดือน แต่ว่าต้องมีเรื่องใหญ่ ๆ สำคัญ ๆ ที่เดินหน้า แล้วเรื่องอะไรที่พอเดินปั๊บมันหยุด แล้วเราบอกมันไม่ได้ตามที่เราต้องการ"

อภิสิทธิ์:
 "ผมยกตัวอย่างนะครับ อย่างท่าเรืออันดามัน  ตอนนี้ปัญหาในเรื่องของมวลชน ความยอมรับ ยังแก้ไขอยู่  อย่างนี้  ยกตัวอย่างปั๊บ  ก็ยังเป็นปัญหา  แต่ว่าเรื่องส่วนใหญ่มันเดินหน้าตามนี้หมดน่ะครับ"

พิธีกร: "แปลว่าความฝันนี้ยังอยู่นะครับ ๑๐๐ ความฝันยังอยู่"

อภิสิทธิ์: "ผมไม่ทิ้งล่ะครับ  เพราะผมต้องเป็นคนเก็บหนังสือนี้เยอะ"

พิธีกร: "แล้วจะต้องอยู่กี่ปีครับถึงจะได้อย่างน้อยพอใจว่าเป้าหมาย ๑๐๐ ข้อเราทำ"

อภิสิทธิ์:
 "เมื่อไหร่ที่ผมหยุดเดินตามนี้ ผมก็คงอยู่ไม่ได้หรอก"

พิธีกร: "ถ้าหยุดเดิน แปลว่าเป็นนายกฯ ไม่ได้แล้ว"

อภิสิทธิ์:
"เป็นไม่ได้ล่ะครับ  ผมเดินนะครับ แล้วเป็นนานเท่าไหร่ผมก็ตอบไม่ได้  แต่บอกได้แต่ว่าทุกวันที่อยู่ก็เดินหน้าทำในสิ่งเหล่านี้ครับ"

พิธีกร:  "แปลว่าต้องการเวลาอีกนานเท่าไหร่ถึงจะบอกว่า"

อภิสิทธิ์:
 "ผมไม่ขอเป็นเวลาครับ"

พิธีกร:  "ขอเป็นอะไร"

อภิสิทธิ์:
 ผมไม่ขอครับ ผมบอกผมมีหน้าที่ทำไปเรื่อยๆ"

พิธีกร: "เท่าที่เวลาจะให้เรา"

อภิสิทธิ์:
 "และก็อยู่ที่ประชาชนจะตัดสิน ถ้าเขาบอกว่าสงสัยทำอย่างนี้ชาติหน้าก็ไม่เสร็จ เขาคงไม่ให้ผมเป็นล่ะครับนายกฯ ถ้าเขาต้องการตามนี้ถูกไหมครับ"

พิธีกร: "ถ้าต้องการเป็นถึงชาติหน้า เขาคงไม่ให้"

อภิสิทธิ์:
 "ก็นั่นสิครับ เพราะฉะนั้น ก็ตามเหตุตามผลของมัน  อย่างที่ผมบอก ผมมีหน้าที่บริหารงานและผมชอบที่จะสื่อสารอธิบาย เรื่องไหนทำไม่ได้ก็บอกกันตรง ๆทำไมทำไม่ได้ เรื่องไหนทำได้ ก็ต้องทำ ก็มีเท่านั้นเอง"

... พิธีกร: "เลือกตั่งพรุ่งนี้พร้อมไหมครับ"

อภิสิทธิ์:
 "ถ้าเลือกพรุ่งนี้ก็ต้องพร้อมล่ะครับ ไม่มีปัญหา"

พิธีกร: "จะแพ้หรือชนะ"

อภิสิทธิ์:
 "อยู่ที่ประชาชน ผมไม่คิดว่า"

พิธีกร: "ประเมินว่าประชาชนจะให้เราแพ้หรือชนะ"

อภิสิทธิ์:
 "ผมว่าประเมินว่าถ้าแพ้ชนะทางใดทางหนึ่งก็แพ้ชนะกันไม่มาก"

พิธีกร: "ไม่มาก สูสี  กับเพื่อไทยนี่สูสี"

อภิสิทธิ์:
 "สูสี" 

พิธีกร: "แต่คนอื่นเขาประเมินว่าประชาธิปัตย์จะแพ้"

อภิสิทธิ์:
"ผมยังคิดอย่างนี้ครับว่าคะแนนพรรคน่าจะชนะ  แต่ ส.ส.เขตยังเป็นปัญหาอยู่"

พิธีกร: "คะแนนพรรคชนะ  เอาความมั่นใจนี้มาจากไหน"

อภิสิทธิ์:
 "ผมก็ดูจากหลายการสำรวจความคิดเห็นอะไรต่าง ๆ  คราวที่แล้วนะคุณสุทธิชัย แพ้ไปไม่กี่แสนคะแนนจาก ๓๐ ล้าน  แพ้ไปไม่กี่แสนคะแนน  หลังจากนั้นมาเราได้ทำอะไรหลายอย่าง ซึ่งผมก็สัมผัสกับพี่น้องประชาชนแล้ว เขามีความพอใจ หลายคนยอมรับ บอกไม่เคยรู้มาก่อนว่าเราจะเป็นแบบนี้  แม้กระทั่งเขาคิดว่าเราใจแคบ ถ้าเป็นโครงการคนอื่นโละทิ้ง วันนี้โอท็อป กองทุนหมู่บ้าน เราไปปรับปรุง ก็มีความพอใจ หลายคนก็บอกว่าเรื่องที่พูด ๆ แบบเรียนฟรี พูดไปเฉย ๆ หรือเปล่า  ไม่ทำจริง นี่ ๓ เดือน ๔ เดือนเข้ามาทำเสร็จ ก็มีหลายอย่างซึ่งผมคิดว่าก็เป็นที่ยอมรับ"

พิธีกร: "ฉะนั้น พร้อมสำหรับทุกสถานการณ์"

อภิสิทธิ์:
"ผมต้องพร้อมอยู่แล้ว"

พิธีกร: "ไม่ว่าจะอยู่ต่อเลือกตั้ง ยุบสภา"

อภิสิทธิ์:
"พร้อมหมดล่ะครับ"

พิธีกร: "พร้อมจะรับการปฏิวัติไหม"

อภิสิทธิ์:
 "ไม่พร้อม  ไม่ใช่ผมไม่พร้อมครับ  ประเทศไม่พร้อมครับ"

พิธีกร: "สวัสดีครับ"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- การประกันรายได้: รัฐดูแลเสถียรภาพราคาข้าว
อภิสิทธิ์ : "สุดท้ายที่เป็นงานนโยบายที่มีการติดตามอย่างต่อเนื่อง ก็คือกรณีของการประกันรายได้เกษตรกร  ซึ่งนอกเหนือจากการปรับแก้รายละเอียดของการทำงานบางส่วน ให้เกิดความชัดเจนคล่องตัว ทันต่อสถานการณ์มากขึ้น  ก็จะมีการเข้าไปทำในเรื่องของมาตรการรักษาเสถียรภาพด้วย ในภาวะที่ตลาดข้าวไม่ดี  ก็จะช่วยกันพยุงราคาด้วยมาตรการที่หลากหลาย  ไม่ว่าจะเป็นการรับฝากข้าว  ซึ่งก็คล้าย ๆ กับเรื่องของการจำนำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเข้าไปรับซื้อในราคาอ้างอิงของรัฐบาลเอง รวมไปถึงการปล่อยสินเชื่อให้กับโรงสี  ซึ่งก็คงจะทำให้ตลาดข้าวมีลักษณะของการหมุนเวียนมากขึ้น ราคาในตลาดก็จะไม่ตกลงไปมาก และพร้อม ๆ กันไปนั้นเมื่อราคาตกลงไม่มาก  เงินที่รัฐบาลใช้ในโครงการชดเชยเพื่อประกันรายได้นั้น  ก็จะลดภาระลงไปด้วย  ก็เหมือนกับเป็นการ  บางคนก็บอกกระเป๋าซ้าย กระเป๋าขวา ครับ  คือเงินที่เราจะทุ่มในมาตรการรักษาเสถียรภาพนั้นมันไม่ได้สูญเปล่า  มันจะเป็นการประหยัดเงินในส่วนของโครงการประกันรายได้เกษตรกร  อันนี้ก็เพื่อรักษาเสถียรภาพในตลาดข้าว  เพราะว่าพี่น้องเกษตรกรจำนวนมาก โดยเฉพาะในภาคกลางก็มีเสียงบ่นว่าราคาข้าวซึ่งไม่ค่อยดีนัก  ก็ทำให้การได้รับการชดเชยนั้นอาจจะไม่เพียงพอ  เพราะว่าราคาในตลาดนั้นอาจจะต่ำ ตกเร็ว กว่าราคาอ้างอิง ซึ่งเราประกาศไว้ทุก ๑๕ วัน  เพราะฉะนั้น มาตรการรักษาเสถียรภาพจึงมีความจำเป็น"

(กลับไปด้านบน)

- อาเซียนภายใต้การนำ “อภิสิทธิ์“

... ในฐานะประธานอาเซียนไทยได้เน้นให้อาเซียนเป็นเรื่องของประชาชน มีการจัดตั้งกลไกในเรื่องของสิทธิมนุษยชนในระดับอาเซียนขึ้นเป็นครั้งแรก และให้ระดับประชาคมจากประเทศสมาชิกเข้ามามีส่วนร่วม ในด้านเศรษฐกิจ อาเซียนได้เดินหน้าเรื่องการค้าเสรี และตกลงจะร่วมกันตั้งกองทุนสำรองระหว่างประเทศ ("ความริเริ่มเชียงใหม่") และลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่จะเชื่อมโยงประเทศในอาเซียนเข้าด้วยกัน

อภิสิทธิ์: "สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักครับ  เชื่อมั่นประเทศไทยวันนี้เป็นการบันทึกเทปนะครับ  ผมเพิ่งเดินทางกลับมาจากงานเลี้ยงอาหารค่ำ บรรดาผู้นำและรัฐมนตรีและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการประชุมอาเซียน และการประชุมที่เกี่ยวข้อง  ซึ่งมีผู้นำจากถึง ๑๕ ประเทศเดินทางมาร่วมประชุมในครั้งนี้  ตอนหลังก็คงจะมีโอกาสได้ถ่ายทอดผลของการประชุมทั้งหมดนะครับ  เพราะว่ายังมีการประชุมต่อเนื่องอีก ๑ วันในวันพรุ่งนี้  แต่ว่าโดยสรุปแล้วก็ต้องบอกว่า งานนี้เป็นงานสุดท้ายในฐานะประธานของอาเซียน ที่ได้มาจัดการประชุมที่ประเทศไทย  ในตลอดระยะเวลาประมาณ ๑ ปีครึ่ง  ซึ่งประเทศไทยได้เป็นประธาน และผมเข้ามาทำหน้าที่อยู่ประมาณ ๑๐ เดือน ก็ต้องถือว่าเราได้สามารถผลักดันให้เกิดความก้าวหน้าในแง่ของการรวมกลุ่มของประชาคมอาเซียนได้ในระดับที่เป็นที่น่าพอใจ 

  • ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นในเรื่องของการร่วมมือทางด้านการเมือง ทางด้านความมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประชุมครั้งนี้ได้มีการจัดตั้งกลไกในเรื่องของสิทธิมนุษยชนในระดับอาเซียนขึ้นเป็นครั้งแรก  ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเศรษฐกิจ  ซึ่งยังมีเป้าหมายอย่างชัดเจนที่จะรวมตัวกันเป็นตลาดเดียว  ภายในระยะเวลา ๖ ปีข้างหน้า 
  • และไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความร่วมมือทางด้านสังคม วัฒนธรรม ที่สำคัญคือว่าในการประชุมครั้งนี้มีผู้นำจากประเทศคู่เจรจาที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น  จีน เกาหลี อินเดีย  ซึ่งได้มีการหารือร่วมกับผู้นำอาเซียนไปแล้ว  ต่างก็มีความพึงพอใจกับระดับความสัมพันธ์ของกลุ่มประเทศอาเซียนกับประเทศเหล่านี้  หรือประเทศของตนเองด้วยกันทั้งสิ้น 
  • และจะมีความร่วมมือที่จะผลักดันเพิ่มเติม  ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการมีเงินทุนมาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่จะเชื่อมโยงประเทศในอาเซียนเข้าด้วยกัน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศของเรากับประเทศเพื่อนบ้าน  หรือไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความร่วมมือในการเปิดเสรีทางด้านการค้า การลงทุน เพิ่มขึ้น  ซึ่งทั้งหมดนี้  ผมถือว่าเราได้วางรากฐานที่ดีสำหรับการเดินหน้าของประชาคมอาเซียน 

สำหรับตัวผมเองในฐานะประธานนั้นจะมีงานสุดท้ายอีก ๑ งาน ก็คือในเดือนพฤศจิกายนนั้น จะต้องเดินทางไปที่ประเทศสิงคโปร์  เพื่อมีการจัดการประชุมสุดยอดระหว่างอาเซียนกับสหรัฐอเมริกา  ซึ่งประธานาธิบดีบารัค โอบามา และผมจะเป็นประธานร่วมในการประชุมครั้งนั้น  
สำหรับสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกเหนือจากเรื่องของงานอาเซียนแล้ว  ก็อยากจะใช้เวลาสั้น ๆ ในช่วงนี้นะครับ  เพราะว่าหลังจากนี้จะเป็นช่วงที่พิธีกรรับเชิญจะมาพูดคุยสัมภาษณ์ พร้อมกับมีเบื้องหลังของงานการจัดการประชุมอาเซียนครั้งนี้"

... ผู้ดำเนินรายการ (ดร.สมเกียรติ  อ่อนวิมล)  : "การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๑๕ ที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว ในวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๒ นี้ ที่โรงแรมดุสิตธานี จังหวัดเพชรบุรี มีพิธีเปิดเวลา ๐๙.๔๕ น.  ซึ่งการจัดประชุมครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประธานอาเซียน  หัวข้อหลักในการประชุมคือ  Enhancing connectivity, empowering peoples  หรือ “เชื่อมโยงประชาคม  สร้างเสริมประชาชน” ที่จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาความเชื่อมโยงในภูมิภาค ตลอดจนการเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคประชาสังคม เช่น การส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาและวัฒนธรรม  ตลอดจนความร่วมมือในด้านอื่น ๆ  ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอาเซียน โดยจะมีการหารือในประเด็นต่าง ๆ  คือ 

  • เรื่องการเชื่อมโยงและความร่วมมือด้านการศึกษา เพื่อหาแนวทางการส่งเสริมการเชื่อมโยง ทั้งในด้านกายภาพ เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน  และเครือข่ายคมนาคม  และการเชื่อมโยงระหว่างประชาชน  โดยเฉพาะการพัฒนาหลักสูตรการศึกษา
  • และความร่วมมือด้านวัฒนธรรม เพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างประชาชนบนพื้นฐานของวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน  ตลอดจนส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของอาเซียน
  • การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะมีการหารือต่อยอดจากการประชุม Climate Change Summit ที่สหประชาชาติเมื่อปลายเดือนกันยายน ปี ๒๕๕๒ และเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมรัฐภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  หรือ  United Nations Framework Convention on Climate Change เรียกย่อว่า UNFCCC ที่จะมีขึ้นที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เดือนธันวาคม ปี ๒๕๕๒ นี้ 

 
... ผู้ดำเนินรายการ: " แต่เขาบอกว่า FTA  เขตการค้าเสรีอาเซียนเนี่ย  พูดสวยงามสวยหรู  แต่ภายในกันเอง ๑๐ ประเทศมันไม่เกิน  ฟิลิปปินส์ก็ไม่ยอมให้ข้าวไทย  การลดภาษี"

อภิสิทธิ์: " ผมถามอย่างนี้บ้างนะครับ  ถ้ายุโรปยกตัวเองว่าฉันเขตการค้าเสรี   แล้วถามว่าที่อุดหนุนเกษตรกรกันอยู่นี่  ไม่ยิ่งกว่ากีดกันเหรอครับ  มันก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้น  ใช่ไหมครับ"
 
ผู้ดำเนินรายการ: " แต่เราตั้งเป้าแล้วไง  เราตั้งเป้าไว้แล้วว่า "

อภิสิทธิ์: " เขาก็โฆษณาไม่หยุด "

ผู้ดำเนินรายการ: " แต่เขาก็เลื่อนไป  ของเราจะต้องเลื่อนไปไหมว่าต่อไปนี้"

อภิสิทธิ์: " มันก็อยู่ตามความเป็นจริงนะครับ   แล้วก็ตอนนี้ผมก็คิดว่ามันมีแรงกดดันมากขึ้น  จากความเป็นสถาบันที่มันมีขึ้นขณะนี้  ก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้น  อย่างตอนนี้ก็อาจจะเหลือแค่เรื่องสินค้าเกษตร  ที่เป็นตัวปัญหา  ซึ่งจะมาโทษเรื่องสินค้าเกษตรก็ต้องถามว่าสหรัฐฯ ยุโรปเสรีหรือยัง สินค้าเกษตร"

ผู้ดำเนินรายการ: " นั่นล่ะปัญหาใหญ่ทั่วโลก"

อภิสิทธิ์: " ญี่ปุ่นก็ยังมี  ทุกคนเข้าใจได้  เพราะมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน  มันเกี่ยวข้องกับประชาชนในชนบท  ซึ่งเป็น"

ผู้ดำเนินรายการ: " ตกลงฝันได้ไหมในชั่วชีวิตของคุณอภิสิทธิ์ว่าจะเป็น Free Trade Area จริง ๆ"

อภิสิทธิ์: " ผมยังมั่นใจนะครับว่าเดินหน้าเต็มที่ "

ผู้ดำเนินรายการ: " แต่ว่าจะถึงจุดนั้นหรือเปล่า ภาษี ๐ เปอร์เซ็นต์  ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์"

อภิสิทธิ์: " ถ้าถามใจผมก็คงเหมือนคุณสุทธิชัยอยากให้เร็วกว่านี้  แต่ถามว่าเข้าใจไหมว่าทำไมมันติดตรงนั้นตรงนี้  ก็เข้าใจ  และผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญก็คือว่าที่เราพยายามทำตอนนี้  โดยเฉพาะหลังจากเราเป็นประธาน  เราเน้นเรื่องอาเซียนของประชาชน"

ผู้ดำเนินรายการ: " ตรงนี้ที่มีคนถามว่าชาวบ้านทั่วไปไม่ค่อยรู้จักอาเซียน ดังนั้น นี่คือความล้มเหลวอันยิ่งใหญ่ของอาเซียน"

อภิสิทธิ์: " ผมคิดว่านั่นคือปัญหาในอดีตที่ทำให้หลายเรื่องเดินช้า เพราะว่ามันยังเป็นเรื่องซึ่งชาวบ้านทั่วไป ยังมีความรู้สึกว่าห่างไกล ก็เลยกลายเป็นเรื่องการพูดคุยกันระหว่างกลุ่มเล็ก ๆ ของผู้นำ ของรัฐบาลต่อรองกัน อาจจะมีธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง  แต่วันนี้ผมว่ามันเป็นอย่างนั้นต่อไปไม่ได้  และเราก็พยายามริเริ่มสิ่งใหม่ ๆ กลไกสิทธิมนุษยชน  มีระบบ"

ผู้ดำเนินรายการ: " มันฟังดูดีแต่ทำได้ไหม  สิทธิมนุษยชน  เอาเรื่องพม่าอย่างนี้ "

อภิสิทธิ์: " และถ้าไม่เริ่มทำอย่างนี้จะทำยังไง "

ผู้ดำเนินรายการ:  " หมายความเริ่มโดยที่รู้ว่าอาจจะทำไม่ได้ แต่ก็เริ่ม "

อภิสิทธิ์: " เราต้องเริ่มก้าวไปในทิศทางที่ถูกต้อง  อาจจะเดินช้าบ้าง เดินเร็วบ้าง  แต่ว่าทิศทางต้องชัด  และอย่าหยุดเดิน  แล้วกลไกนี้เอาล่ะถามว่าวันนี้หลายคนพอใจไหม  ก็ต้องบอกอาจให้มันเป็นมากกว่านี้  เราก็ใส่ทันที  บอกว่าต้องมีการทบทวนทุกกี่ปี ๆ  ใช่ไหมครับ  เราก็ใช้วิธีนี้เพื่อบังคับให้มันเดินไปในทางที่ถูกต้องตลอดเวลา"

ผู้ดำเนินรายการ: " ภาคประชาคม ภาคประชาสังคม เอ็นจีโอ วันนี้ก็ประท้วง เพราะว่าเขาขอเข้าไป ๑๐ คนเพื่อร่วม แต่ได้เข้าไป ๕ คน ก็เลยวอล์กเอ้าต์หมด แสดงว่า"

อภิสิทธิ์: " ก็ไม่ได้หมดนะครับ  วันนี้ก็นั่งคุยกันอยู่ " 

ผู้ดำเนินรายการ: " ตกลงเจรจากันรู้เรื่องไหม "

อภิสิทธิ์: " ไม่ครับ  ก็มีภาคประชาสังคมก็เข้ามา"

ผู้ดำเนินรายการ: " เขาวอล์กเอ้าต์หรือเปล่า "

อภิสิทธิ์: " เขามา ๕ คน "

ผู้ดำเนินรายการ: " แต่เขาก็บอกไม่เอา  เขาจะออกหมดเลย "

อภิสิทธิ์: " ไม่ครับ  ไม่มีครับ  ก็นั่งคุยกัน " 

ผู้ดำเนินรายการ: " ทำไมตัดจาก ๑๐ เหลือ ๕ "

อภิสิทธิ์: " มันเป็นพื้นฐานของความเข้าใจกันที่ต้องทำงานร่วมกัน และผมก็บอกไปแล้วว่าอันนี้เป็นจุดที่ต้องมีการปรับปรุงต่อไปในอนาคต  ครั้งที่แล้วก็มีปัญหากระทบกระทั่งกันเล็กน้อย  แต่ว่าเราก็ยืนยันมาตลอดว่า ต่อไปนี้การประชุมอาเซียนเปิดโอกาสให้ตัวแทนสภาฯ เข้ามา ตัวแทนเยาวชนเข้ามา  ตัวแทนภาคประชาชนเข้ามา และผมคิดว่าสิ่งต่อไปที่ผมก็คุยกับท่านเลขาธิการอาเซียน ดร.สุรินทร์  ก็คือว่า เลขาธิการอาเซียนต้องเข้ามาช่วยดูในเรื่องของการเตรียมการเวทีตรงนี้มากขึ้น  คือเดิมเลขาฯ "

ผู้ดำเนินรายการ: " เวทีนี้ผมนึกว่าเป็นของทางด้านสำนักงานเลขา ไม่ใช่"

อภิสิทธิ์: " คือเลขาฯ เขาก็ลังเล เพราะว่ายังเป็นเรื่องของประเทศเจ้าภาพ "
 
ผู้ดำเนินรายการ: " แต่ละประเทศว่าอยากจะเจอเอ็นจีโอไหม เดี๋ยวมาด่าฉันในกลางเวทีใหญ่"

อภิสิทธิ์: " ใช่ไหมครับ  เพราะว่าผู้นำประเทศก็ยังมีความลังเลตรงนั้นอยู่ "

ผู้ดำเนินรายการ: "  ความไม่เสมอภาค ไม่เท่าเทียม ก็ตรงนี้ด้วย  ไม่ใช่แก้เศรษฐกิจไม่เท่ากันนะ  ความยอมรับให้ "

อภิสิทธิ์: "  ถูกต้องครับ กติกาและวิธีปฏิบัติ แนวปฏิบัติในแต่ละประเทศก็ไม่เหมือนกัน  แต่อย่างนี้อีกเช่นเดียวกันล่ะ  อย่างกรณีนี้ผมในฐานะประธานปีนี้  เมื่อกุมภาฯ ก็ต้องทำ  คือนอกจากที่เขาเข้ามา  แล้วเขาก็ยังหงุดหงิดว่ามันยังได้ไม่เต็มที่  ผมก็ให้เขาเจอต่างหากอีกรอบหนึ่ง  เจอกับประธานก็ได้ "

ผู้ดำเนินรายการ: " คราวที่แล้ว  มีคนบอกว่าคุณอภิสิทธิ์ลงไป  ทำให้แก้ความเครียดได้  คราวนี้ไม่เห็นคุณอภิสิทธิ์ลงไป "

อภิสิทธิ์: " คราวนี้ตกลงกันแล้วว่าเดี๋ยวจะเจอกัน "

ผู้ดำเนินรายการ: " แปลว่าจะมีการสื่อกัน กับภาคประชาคมมากขึ้น "

อภิสิทธิ์: " แน่นอน  เพราะว่าผมต้องการให้เป็นอย่างนั้น "

ผู้ดำเนินรายการ: " แต่ประเทศที่เขาไม่อยากเจอ  พม่า เขมร ลาว "

อภิสิทธิ์: " เราต้องค่อย ๆ ทำให้เกิดความยอมรับในกระบวนการ "

ผู้ดำเนินรายการ: " แล้วคุณอภิสิทธิ์ ต้องไปล็อบบี้แต่ละประเทศ "

อภิสิทธิ์: " คืออย่าไปว่าประเทศอื่นเขาเลยนะครับ  เอาว่าในประเทศไทย  คุณสุทธิชัยก็เห็นคนเป็นรัฐบาลมาหลายยุค  บางคนเขาไม่ยอมนะครับให้คนมาวิจารณ์  ไม่ยอมให้คุณสุทธิชัยสัมภาษณ์ก็มี  ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา  เราก็ต้องพยายามสร้างค่านิยม  ทำความเข้าใจ  ผมก็ต้องการที่จะเป็นแบบอย่างที่บอกว่า ผู้นำที่ฟังคน และยอมให้คนวิจารณ์เป็นยังไง  ก็ทำอย่างนี้  "

... แต่ผมคิดว่าในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา  เราเป็นประธานมาเกือบปีครึ่ง  เรามีกฎบัตรใหม่  ตัวนี้ก็ทำให้ลักษณะความร่วมมือเป็นระบบ มีกติกา มีสถาบัน มีกลไกชัดเจนมากขึ้น  แล้ว ๑๐ เดือนที่ผ่านมาที่ผมมาทำหน้าที่ประธาน  ผมก็กล้าพูดนะครับว่าหลายเรื่องในอาเซียนก็ทำตัวให้เห็นเป็นแบบอย่างด้วย เกิดวิกฤตทางการเงินขึ้น  เราก็มีการขยายความริเริ่มเชียงใหม่  ซึ่งก็เรียกว่าเป็นตัวอย่างของภูมิภาคอื่น ๆ ได้เลยนะครับ ว่าต่อไปนี้ไม่ต้องพึงเฉพาะกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ  มีกองทุนมีอะไรของตัวเอง  เราไม่ได้เพียงแค่ประกาศว่าจะต่อต้านการกีดกันทางการค้า  แต่เราเดินหน้าเซ็น FTA นะครับ  มีที่ขยายทั้งกับจีน  ทั้งกับเกาหลี ญี่ปุ่น อินเดีย  ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์  นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง "

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- กฎหมาย “บำนาญประชาชน” ผ่าน ครม. แล้ว
อภิสิทธิ์ : "งานนโยบายที่สำคัญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นถือว่ามีความก้าวหน้าอีกหลายเรื่องครับ  เรื่องแรกคือว่าเรื่องของการที่จะมีการผลักดันกฎหมาย เพื่อเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนทุกคน  มีหลักประกันความมั่นคงในเรื่องของการออม  และในที่สุดก็คือเหมือนกับมีบำนาญ  เป็นบำนาญของประชาชน  กฎหมายฉบับนี้ผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว และจะไปให้ทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาก่อนที่จะส่งสภาฯ  หลักสำคัญคือว่าจะเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนนั้นสามารถออมเงินได้  ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่  ถ้าไม่ได้เป็นข้าราชการ ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม  สามารถที่จะออมเงินได้  และรัฐบาลจะสมทบเงินจำนวนหนึ่ง  และเงินเหล่านี้จะเก็บไว้เป็นบัญชีเป็นกองทุนของบุคคลนั้น  และเมื่ออายุครบ ๖๐ ปีก็จะมีสิทธิในการที่จะรับบำนาญ  ซึ่งก็เป็นเงินที่ได้มาจากทั้งเงินที่ใส่เข้าไป  เงินที่สมทบและดอกผลที่เกิดขึ้นจากการออมในครั้งนี้  อันนี้ก็ถือว่าเป็นก้าวสำคัญในการที่จะทำให้พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนมีหลักประกัน  มีความมั่นคงในเรื่องของการออม  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อก้าวเข้าสู่วัยชรา"

ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน

อภิสิทธิ์ :
"งานอีกชิ้นหนึ่งซึ่งผมได้พูดมาตลอดในเรื่องของการแก้ปัญหาที่ทำกิน  ก็คือเรื่องของแนวคิดเรื่องของโฉนดชุมชน  สัปดาห์นี้เช่นเดียวกันครับคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีในเรื่องของการออกโฉนดชุมชน  ซึ่งก็จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งซึ่งจะเข้าไปแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน  ซึ่งปัจจุบันอาจจะเข้าไปครอบครองทำกินอยู่ในที่ดินของรัฐ  ไม่ว่าจะเป็นของหน่วยงานไหนก็ตาม  และที่ได้พูดคุยกันไปแล้วคือว่าจะสามารถออกมาเป็นเอกสารในลักษณะของกลุ่มหรือสหกรณ์  และสหกรณ์นี้ก็จะเป็นผู้ดูแลในการจัดสรรที่ดังกล่าวในเรื่องของการทำกินใช้ประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในที่นั้น ๆ นะครับ"

(กลับไปด้านบน)

- อาเซียนในเวทีโลก

... อาเซียนต้องผนึกกัน " ไปไหนไปด้วยกัน " เพื่อกำหนดท่าทีร่วมกัน  ในการรักษาผลประโยชน์ให้กับประเทศสมาชิก ๑๐ ประเทศและการต่อรองกับนานาประเทศบนเวทีโลก

ผู้ดำเนินรายการ: " น้ำยาของอาเซียนจากนี้ไปอยู่ตรงไหน  เพราะว่ามีคนปรามาสว่าอาเซียนเก่งแต่ออกแถลงการณ์  ประชุมกันในระดับนักการเมือง รัฐบาล  และนักการทูต"

อภิสิทธิ์: " ผมก็คิดว่าสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นใน ๖ ปีข้างหน้า จะเป็นตัวที่ท้าทายมาก  ว่าข้อตกลง และคราวนี้มีกรอบเวลาที่ชัดเจน  จะทำกันได้มากน้อยแค่ไหน อันที่ ๑  อันที่ ๒ เวลานี้ต้องยอมรับ คนมองความร่วมมือเกินอาเซียนไปอีก  เอเชียตะวันออก เอเชียแปซิฟิก  ญี่ปุ่นก็จะมาเสนอ ออสเตรเลียก็จะมาเสนอ"

ผู้ดำเนินรายการ: " แต่พอมันใหญ่ขึ้น  มันยิ่งทำให้อาเซียนจะไร้ความหมายขึ้นไหม  เพราะว่ามันจะไป"

อภิสิทธิ์: " ตรงนี้แหละที่เป็นจุดทดสอบที่สำคัญอีกอันหนึ่ง  มุมมองของผมคืออย่างนี้ครับ  อาเซียนนี่ต้องผนึกกัน และการเข้าไปอยู่ร่วมในอะไรที่ใหญ่กว่าอาเซียน  ต้องไปอยู่ด้วยกันในฐานะอาเซียน  นึกออกไหมครับ  เรามีอยู่ ๑๐ ประเทศ ต้องนับให้เป็น ๑  ถ้า ๑๐ ประเทศนี้ไปอยู่ในเอเชียตะวันออก เอเชียแปซิฟิก ในฐานะ ๑-๑-๑-๑-๑"

ผู้ดำเนินรายการ: " เสร็จแน่ "

อภิสิทธิ์: " เสร็จแน่  เหยียบเราตาย  เพราะฉะนั้น 

๑. ในส่วนเราเองเราต้องผนึก

๒. คุณค่าของการผนึกเป็นผลดีกับคนอื่นด้วย  เป็นผลดียังไง  ถ้าเราเป็นประเทศเล็ก ๆ ๆ  ก็จะมีปัญหาว่าคนที่มีอำนาจทางการเมืองหรือเศรษฐกิจที่เป็นพี่เบิ้มทั้งหลาย  อาจจะเป็นอินเดีย จีน ญี่ปุ่น  ถ้าเขามีปัญหา หรือมีความตึงกันขึ้นมาในระหว่างความสัมพันธ์  ซึ่งต้องยอมรับว่าก็มีเป็นระยะ ๆ  มันก็เดินยาก เพราะว่าคนอื่นก็ถูกมองว่าเหมือนกับประกอบไปเฉย  ๆ  แต่ถ้าเราเป็นหนึ่ง  เราเนี่ยช่วยลดความตึงเครียดที่อาจจะเกิดขึ้นได้  ฉะนั้น เราก็มีคุณค่าสำหรับคนอื่น และคนอื่นถ้าเขาเข้าใจอย่างนี้  เขาก็ต้องสนับสนุนให้เราผนึกกำลังกันไว้  ภาษาอังกฤษเราจึงพยายามใช้คำว่า ASENA Centrality "


ผู้ดำเนินรายการ: " ไปไหนไปด้วยกัน "

อภิสิทธิ์: " เราต้องเป็นแกนอยู่ตรงนี้  แล้วก็สามารถที่จะทำให้ขยายความร่วมมือออกไป  โดยไม่ทำให้พอเข้าไปอยู่ในนั้นแล้วเราแตกเป็นส่วนเล็ก ๆ อยู่ในนั้น "

ผู้ดำเนินรายการ: " แต่นั่นแปลว่าข้างในเองต้องแข็งแกร่งพอสมควร "

อภิสิทธิ์: " ถูกต้องครับ "

ผู้ดำเนินรายการ: " อย่างเรื่องพม่าแข็งแกร่งได้ยังไง  นี่อเมริกาก็จะส่งทีมมาข้ามหัวอาเซียน  ทั้งที่อาเซียนจะแก้ปัญหากันเองได้เรื่องพม่า กลายเป็นว่าตอนนี้ "

อภิสิทธิ์: " ทำไมไม่มองอย่างนี้ล่ะครับว่าก่อนหน้านี้อาเซียนบอกใช้แนวมีความสัมพันธ์  ตะวันตกบอกใช้การ Sanction วันนี้ตะวันตกยอมรับแล้วว่า ต้องใช้แนวที่อาเซียนใช้"

ผู้ดำเนินรายการ: " เขาตามอาเซียน หรือเพราะว่าเขาสามารถพูดตรงกับพม่า  หรือพม่าเกรงใจอาเซียนน้อยกว่าอเมริกา"

อภิสิทธิ์: " แล้วเดิมทำไมเขาถึงพูดตรงไม่ได้  เขาก็พูดได้  ทำไมเขาพูดไม่ได้  วันนี้ที่เขาพูดได้เพราะอะไร"

ผู้ดำเนินรายการ: " เพราะอะไร  อาเซียนกดดันเขาเหรอ "

อภิสิทธิ์: " ไม่  เพราะว่าผมคิดว่าส่วนหนึ่งก็เพราะว่าอาเซียนประสบความสำเร็จในการเป็นตัวเชื่อม  จำตอนนาร์กิสได้ไหมครับ  ถ้าไม่มีอาเซียนใครจะเข้าไปได้ "

ผู้ดำเนินรายการ: " ใช่ครับ "

อภิสิทธิ์: " เพราะฉะนั้น วันนี้เขาก็มาในแนวนี้ด้วย  และผมก็ยังเชื่อมั่นครับว่าผมเองในการสัมพันธ์กับอาเซียน  ก็จะมีความมั่นอกมั่นใจมากกว่าประเทศซึ่งเคยกดดันเขาด้วยวิธีอื่น" 

ผู้ดำเนินรายการ: " แต่ในคำปราศรัยของคุณอภิสิทธิ์ที่เปิดในการประชุมสุดยอดก็ยังเป็นห่วงอยู่ว่า อาเซียนถ้าไม่ Act now ไม่ take action ก็อาจจะกลายเป็นกลุ่มที่ไร้ความหมาย  ไม่มีใครสนใจ  ใช่ไหม  ลึก ๆ เป็นห่วง"

อภิสิทธิ์: " เป็นห่วง คือผมก็บอกตั้งแต่ว่าก่อนมาเป็นนายกฯ ส่วนใหญ่ก็ไปร่วมในเวทีของกลุ่มนักการเมืองรุ่นใหม่ในอาเซียน  เราจะห่วงเรื่องนี้มาตลอด  และความห่วงใยนี้ก็ยังคงมี  แต่ผมเห็นสัญญาณที่ดี  ผมคิดว่าตอนนี้ผู้นำรุ่นปัจจุบันที่เข้ามาอยู่ในอาเซียน ตระหนักถึงตรงนี้เกือบทุกคน "

ผู้ดำเนินรายการ: " ในแง่ของทางปฏิบัติจะทำอย่างไรให้ฟื้นความมีชีวิตชีวาของอาเซียน"

อภิสิทธิ์: " ผมคิดว่าเราก็ทำไปได้เยอะนะครับปีนี้  อย่างที่ผมบอก  และเราก็มีตัวแทนไป G ๒๐ เป็นเสียงที่โลกเขาฟัง  เราก็ต้องพยายามเดินหน้าในลักษณะนี้ต่อเนื่อง "


ผู้ดำเนินรายการ:  " มีผู้นำที่มาร่วมประชุมกระซิบถามท่านนายกฯ ประเทศไทยไหมว่าเมื่อไหร่บ้านเมืองคุณจะสงบเสียที "

อภิสิทธิ์: " ไม่มีล่ะครับ "

ผู้ดำเนินรายการ: " ผมก็หนี  คราวที่พัทยาผมก็วิ่งหนีเกือบตาย  มาคราวนี้ก็ดูจะเรียบร้อยกว่าใช่ไหมครับ "

อภิสิทธิ์: " ส่วนใหญ่ก็ให้กำลังใจนะครับ  เขาก็รู้ว่ามันก็เป็นปัญหาเรื่องของการเมือง  แต่ว่าส่วนใหญ่ก็เข้าใจว่า ปัญหาการเมืองนี่มันเกิดได้  และก็เป็นปัญหาซึ่งไม่ใช่ว่าเริ่มต้นขึ้นในปีนี้  และแถมสะสมมาอีก และเขารู้ว่าผมมีหน้าที่มาแก้  ผมไม่ได้ก่อ  ผมเป็นคนมาแก้  เพราะฉะนั้น ส่วนใหญ่ก็ให้กำลังใจ  และผมคิดว่าหลายคนก็เข้าอกเข้าใจ  และความรู้สึกนี้ก็มีมาตั้งแต่  คือหลังจากที่เกิดเรื่องที่พัทยา เราไปประชุมกันรอบหนึ่งแล้วที่เกาหลี  ในวันนั้นทุกคนก็มีความเข้าอกเข้าใจ  และมองเห็นว่ารัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่ "

ผู้ดำเนินรายการ:  " มีไหมที่ไม่เข้าใจ  และมีไหมที่ตีรวนหน่อย  บอกประเทศไทยไม่ไหวหรอก  คุณอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ นี่เอาไม่อยู่มั๊ง "

อภิสิทธิ์: " ไม่มีหรอกครับ  อาเซียนไม่ทำอย่างนั้นอยู่แล้ว "

ผู้ดำเนินรายการ: " ใช้ตำรวจ  ทหาร ตั้ง ๑๘,๐๐๐ ที่นี่  ที่กรุงเทพฯ ๑๘,๐๐๐ เมืองไทยไม่เคยมี  มาตรการรักษาความปลอดภัยที่มากขนาดนี้สำหรับการประชุมครั้งหนึ่งครั้งใด"

อภิสิทธิ์: " คุณสุทธิชัยคงต้องไปดูแนวโน้มการประชุมในต่างประเทศล่ะครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: " ตั้งแต่ WTO แต่ว่าไม่ใช้ทหาร ตำรวจ ถึงขนาดนี้"

อภิสิทธิ์: " ผมเพิ่งกลับมาจากพิสเบิร์ต" 

ผู้ดำเนินรายการ: " ผมก็เห็นข่าวก็ปะทะกัน"

อภิสิทธิ์: " ผมว่ากำลังไม่น้อยกว่าเราล่ะครับ  ผู้ประท้วงเขาแค่ ๑๐๐ คนเองนะครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: " แต่นั่นเป็นประท้วงลักษณะกลุ่ม "

อภิสิทธิ์: "  จะประท้วงลักษณะไหนก็ตาม  วันก่อนผมก็คุยกับผู้นำ  ผมจำไม่ได้ชาติไหน  ก็ยังปรารถกันเรื่องนี้ว่าสมัยหนึ่งทุกคนแย่งกันเป็นเจ้าภาพการประชุม  เดี๋ยวนี้ทุกคนปวดหัวหมดว่า ถ้าเป็นเจ้าภาพการประชุมเจอการประท้วง จะภายใน ภายนอก มากันหมดล่ะครับเดี๋ยวนี้  เพราะฉะนั้น อันนี้ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดามากขึ้น"

ผู้ดำเนินรายการ: " นี่มันไม่ปกติ กลายเป็นปกติไปแล้วเหรอ  เขาว่าใช้งบเท่าไหร่นะคราวนี้"

อภิสิทธิ์: " สภาพของสังคมเป็นอย่างนั้นไป  ขณะเดียวกันเราต้องบอกครับว่า คือถ้าไม่มีเหตุที่พัทยา ก็คงไม่ต้องทำกันถึงขนาดนี้  แต่มันเคยเกิดแล้ว  เพราะครั้งที่แล้วผมก็สารภาพว่าผมประเมินผิด ผมไม่นึกว่าคนไทยจะทำกันขนาดนั้น"

ผู้ดำเนินรายการ: " เอาล่ะคราวนั้นผิดหวังที่สุดในชีวิต เห็นบอก  แล้วทำให้ชีวิตตัวเองต้องเสี่ยงภัยที่สุดในชีวิตด้วย"

อภิสิทธิ์: " อันนั้นไม่เป็นไรล่ะครับ "

ผู้ดำเนินรายการ: " ทำไมไม่เป็นไร  ไม่กลัวตายเหรอ"

อภิสิทธิ์: " คือชีวิตมันก็เสี่ยงภัยอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วล่ะ"

ผู้ดำเนินรายการ: " ตอนจะเป็นนายกฯ คิดหรือว่าวันหนึ่งจะต้องมาเจอ  โดนทุบ  เกือบจะโดนยิงตาย"

อภิสิทธิ์: " ผมยังไม่ทันเป็นนายกฯ ผมก็เคยถูกเขาจะตีที่เชียงใหม่มาแล้วนะครับ เป็นเรื่องปกติธรรมดาครับ  มันต้องมีความเสี่ยงอยู่บ้าง  แต่ว่าไม่เสี่ยงได้ก็ดี  แต่ว่าเรื่องนั้นไม่สำคัญเท่ากับผลกระทบที่เกิดขึ้นในส่วนรวม"

ผู้ดำเนินรายการ: " พอใจไหมกับการจัดคราวนี้ทั้งหมดในภาพรวม "

อภิสิทธิ์: " ถึงขณะนี้ก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อยนะครับ  แต่ว่ามีงานอีกเยอะในวันเสาร์ วันอาทิตย์  วันที่เราคุยกันอยู่นี่เป็นวันศุกร์  เสาร์ อาทิตย์ และก็มีอีกหลายประเทศที่ผมยังไม่ได้มีโอกาสพบกับผู้นำ"

ผู้ดำเนินรายการ: " แต่การสกัดไม่ให้ผู้ประท้วงเข้ามานี่ "

อภิสิทธิ์: " ก็ขอบคุณนะครับ  เขาก็มีการติดต่อมาที่จะยื่นหนังสือ  ไม่เข้ามาในพื้นที่อะไร  ก็ดูจะผ่านไปด้วยความเรียบร้อย"

ผู้ดำเนินรายการ: " คนเสื้อแดงบอกว่านายกฯ รีบแตกตื่นไปเอง  เขาไม่ได้จะมาทำอะไรมากมายขนาดนั้น  ใช้งบประมาณมากมาย  เกินเหตุหรือเปล่า  ตื่นเกินเหตุหรือเปล่า"


อภิสิทธิ์: " ผมไม่ได้มีอะไรแตกตื่นเกินเหตุล่ะครับ  ผมมีหน้าที่รักษาบรรยากาศของบ้านเมือง  และก็ครั้งนี้ก็ต้องทราบว่าถ้ามีปัญหาอีก  ก็ลองนึกภาพแล้วกันว่าความเสียหายจะขนาดไหน"
 
ผู้ดำเนินรายการ: " ถ้าเกิดเหตุอีกนี่เอาไม่อยู่จริง ๆ ใช่ไหม"

อภิสิทธิ์: " ไม่ครับ หมายความว่าถ้าเกิดเหตุ  และมีปัญหาขึ้น  ต้องนึกถึงภาพลักษณ์ของประเทศ"

ผู้ดำเนินรายการ: " มันจะไม่เหลือเลยใช่ไหมครับ "

อภิสิทธิ์: " คือผมคิดว่าผมใช้เวลามาประมาณ ๑๐ เดือน ทำความเข้าใจจากหลายสิ่งหลายอย่างที่มันเกิดขึ้น ๓-๔ ปีที่ผ่านมาแล้ว   คนภายนอกนี่เริ่มมีความเข้าใจที่ดีขึ้น  แต่ถ้าเกิดเหตุอีก  ผมว่าใครก็ไปอธิบายอะไรยาก"

... ผู้ดำเนินรายการ (ดร.สมเกียรติ  อ่อนวิมล): "โดยเฉพาะการกำหนดท่าทีร่วมกันของอาเซียนที่จะเป็นเสียงสำคัญให้กับประเทศที่กำลังพัฒนา  เพื่อเป็นการรักษาประโยชน์อาเซียนและประเทศที่กำลังพัฒนาอื่น ๆ  ในประเด็นสำคัญ  เช่น

  • ภาระทางการเงินจากการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความร่วมมือด้านเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง  ความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจการเงิน  ก็จะมีการหารือเกี่ยวกับวิกฤตเศรษฐกิจและการเงิน  ตลอดจนการผลักดันความร่วมมือในการจัดตั้งกองทุนสำรองพหุภาคีภายใต้ข้อริเริ่มเชียงใหม่  หรือที่เรียกว่า Chiang Mai Initiative  รวมทั้งการหารือถึงข้อเสนอเรื่องการจัดตั้งเขตการค้าเสรีตะวันออก  ซึ่งจะได้มีการหารือกับประเทศจีน ญี่ปุ่น  และสาธารณรัฐเกาหลี  หรือเกาหลีใต้ ในกรอบอาเซียน บวก ๓
  • การจัดการในเรื่องภัยพิบัติและโรคติดต่อ  จะมีการผลักดันความร่วมมือในด้านการจัดการในเรื่องของภัยพิบัติที่เกิดขึ้น  โดยเฉพาะการเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากร  เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยพิบัติต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  รวมทั้งความร่วมมือในการป้องกันและควบคุมโรคติดต่อต่าง ๆ โดยเฉพาะความร่วมมือในด้านการวิจัยและการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรค 
  • ความมั่นคงทางด้านพลังงานและอาหาร  ได้มีการหารือ หาแนวทางในการรับมือกับปัญหาการขาดแคลนพลังงาน และขาดแคลนอาหาร  ตลอดจนความเชื่อมโยงระหว่างการใช้พื้นที่เกษตรในการผลิตพลังงานชีวภาพ  โดยจะผลักดันความร่วมมือในการจัดตั้งกลไกสำรองข้าวฉุกเฉิน  การศึกษาวิจัยร่วมกัน และการถ่ายทอดทางเทคโนโลยี  รวมทั้งการลงทุนในภาคการเกษตรและพลังงานทดแทน  โดยเฉพาะในด้านพลังงานชีวภาพ 

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้แสดงความยินดีต่อการให้คำมั่นของเวียดนามในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมมหกรรมประชาชนอาเซียน  หรือ ASEAN People’s Forum  ในปีหน้า ภายในหัวข้อ “สู่การเป็นประชาคมอาเซียน จากวิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติ”  หากการประชุมอาเซียนในครั้งนี้ก้าวไปสู่การปฏิบัติร่วมกันอย่างแท้จริง  เชื่อว่าจะทำให้ประชาชนของทุกประเทศสมาชิกได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน

วันนี้ได้มีการหารืออย่างไม่เป็นทางการระหว่างผู้นำอาเซียนกับ ๓ ภาคส่วน ได้แก่ สมัชชารัฐสภาอาเซียน  ผู้แทนเยาวชนอาเซียน  รวมทั้งผู้แทนประชาสังคมอาเซียน ที่ประชุมย้ำความมุ่งมั่นของอาเซียนในการมีปฏิสัมพันธ์กับภาคส่วนต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น  ซึ่งจะสะท้อนความพยายามในการดำเนินการเร่งรัดสู่การเป็นประชาคมอาเซียน  ซึ่งในการหารือเรื่องดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายได้หยิบยกประเด็นสำคัญ เช่น

  • บทบาทของสมัชชาอาเซียนในการดำเนินการเชิงรุกสู่การเป็นประชาคมอาเซียน คือการเปิดโอกาสด้านการศึกษาให้แก่เยาวชน  การสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม 
  • รวมทั้งประเด็นที่เป็นความท้าทายในระดับนานาชาติ เช่น วิกฤตเศรษฐกิจโลก  ปัญหาและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังได้หารือระดับทวิภาคีกับผู้นำประเทศบรูไน และพม่า อีกด้วย
การหารืออย่างไม่เป็นทางการในครั้งนี้เป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของอาเซียนในการมีปฏิสัมพันธ์กับทุกภาคส่วนในภูมิภาค   เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์การสร้างประชาคมอาเซียนเพื่อประชาชน  ในปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ โดยการเร่งรัดการให้สัตยาบันความตกลงต่าง ๆ ของอาเซียน  การสอดคล้องของกฎหมายภายในประเทศสมาชิก  และเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับอาเซียนในหมู่ประชาชน  ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นพ้องต้องกันว่า

  • สมัชชารัฐสภาอาเซียนควรมีบทบาทสำคัญในการสร้างประชาคมอาเซียนที่สามารถเป็นประธานเชื่อมในการนำเอากฎบัตรอาเซียนไปสู่ประชาชนอาเซียน ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าควรจัดให้มีการพบปะหารือระหว่างอาเซียนกับรัฐสภาอาเซียนต่อไป เพื่อเป็นการส่งเสริมความเข้าใจระหว่างฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายนิติบัญญัติอาเซียน ที่ประชุมยังได้แสดงความยินดีต่อประเทศบรูไนดารุสซาลาม  ในฐานะสมาชิกใหม่ของสมัชชารัฐสภาอาเซียน  และหวังว่าในอนาคตอันใกล้สมัชชารัฐสภาอาเซียนจะประกอบด้วยสมาชิกกว่า ๑๐ ประเทศ เข้าร่วมในภูมิภาคอาเซียน


นายกรัฐมนตรีได้กล่าวยกย่องการจัดตั้งกลไกสิทธิมนุษยชนของอาเซียน ถือว่าเป็นบทบาทสำคัญของความพยายามของอาเซียนในการรวมตัวของภูมิภาค  โดยได้กล่าวว่าในที่สุดแล้วการจัดตั้ง ASEAN Intergovernmental Commission on  Human Rights เรียกย่อว่า  AICHR คือการย้ำความมุ่งมั่นของรัฐสมาชิกที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอาเซียน  เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชน และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างประชาคมของเรา  ซึ่งล้วนเป็นรากฐานที่สำคัญของประชาคมเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวต่อไปอีกว่า ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป  เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่จะขับเคลื่อน  AICHR หรือองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนของอาเซียนไปข้างหน้า เพื่อให้องค์กรนี้มีความน่าเชื่อถือ และมีประสิทธิภาพในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน  โดยได้เชิญชวนให้ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม  และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหลาย ร่วมกันทำงานเพื่อความสำเร็จของ AICHR ตลอดจนขอให้แต่ละประเทศสมาชิกอาเซียนสนับสนุนการดำเนินงานของ AICHR ต่อไป

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- อาเซียน vs สหภาพยุโรป : ไม่ล้าหลังถ้าดูความเป็นมา

... อาเซียนในตอนเริ่มต้น ๔๒ ปีที่แล้วเป็นการแก้ปัญหาความมั่นคงในภูมิภาค ต่อมา๑๐กว่าปีที่แล้วจึงเริ่มพูดกันเรื่องเศรษฐกิจ คือเขตการค้าเสรี และ ๒ ปีที่ผ่านมาก็ได้เริ่มมีกฎบัตรซึ่งทำให้มีความเป็นสถาบันมากขึ้น ซึ่งนับว่าได้พัฒนามาอย่างมาก เพราะประเทศสมาชิกอาเซียนมีความแตกต่างในระบอบการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม เทียบกับสหภาพยุโรปที่ประเทศสมาชิกค่อนข้างจะมีระดับการพัฒนาที่ใกล้เคียงกัน

ผู้ดำเนินรายการ: " มาที่นี่อาเซียนประชุมสุดยอด ครั้งที่ ๑๕ อาเซียนตอนตั้ง ๔๒ ปีก่อน คุณอภิสิทธิ์อายุ ๓ ขวบเอง วันนี้คนอายุ ๔๕ เป็นนายกฯ แล้ว  แต่อาเซียน ๔๒ ปีดูเหมือนบางคนบอกว่ายังไม่ไปถึงไหนเลย  มันเป็น ๔๒ ปีของอะไร อาเซียน "

อภิสิทธิ์:  " ผมว่าต้องดูประวัติศาสตร์  เราชอบเทียบอาเซียนกับสหภาพยุโรป  ตัวอย่าง  แต่ต้องไม่ลืมว่าวันที่อาเซียนตั้งมันมีปัญหาเรื่องความขัดแย้งถึงขั้นสงครามอยู่ในภูมิภาค "

ผู้ดำเนินรายการ:    " ใช่  สงครามเย็น "

อภิสิทธิ์:  " แล้วอาเซียนที่ตั้งขึ้นมา  เบื้องต้นเลยเป็นเรื่องความมั่นคง  ผมก็ถามว่ามีกี่ภูมิภาคบ้างในโลก ๔๐ กว่าปีที่ผ่านมา  ที่จากจุดที่มีความขัดแย้งอย่างนั้น  มาเป็นภูมิภาคที่ค่อนข้างจะมีเสถียรภาพ และไม่ค่อยมีความขัดแย้ง  ไม่ใช่ไม่มีเลย "

ผู้ดำเนินรายการ: " ค่อนข้างจะ "

อภิสิทธิ์: " แต่ว่าเทียบกับที่อื่นสิครับ  ที่เราเห็นเกิดขึ้นสิครับ  เพราะฉะนั้น  ตรงนี้มันก็เป็นจุดหนึ่งซึ่งคนมองข้าม  อันที่ ๒ เรื่องเศรษฐกิจมันเพิ่งมาเริ่มปี ๓๕ ถ้าผมจำไม่ผิด  เขตการค้าเสรีมาเริ่มต้นตอนนั้น "

ผู้ดำเนินรายการ: " ๒๐๐๓ ที่มีประกาศร่วม  ๒๐๑๐ สำหรับ ๖ ประเทศแรก "

อภิสิทธิ์: " ถ้าจะเริ่มเขตการค้าเสรีก็ต้องสมัยรัฐบาลท่านนายกฯ อานันท์  ๒๕๓๕ หรือ ๑๙๙๒"

ผู้ดำเนินรายการ: " คือเจตนารมณ์ "

อภิสิทธิ์:  " เจตนารมณ์  แต่ว่าก็เทียบดูอีกว่ายุโรปเนี่ยตอนที่ทำเรื่องนี้  ระดับการพัฒนาของประเทศสมาชิกค่อนข้างจะใกล้กัน  ขนาดไกลกันที่สุดก็บอกอะไร  อาจจะเป็นประเทศทางใต้กับทางเหนือในยุโรป "

ผู้ดำเนินรายการ: " กรีก อะไรแถวนั้น "

อภิสิทธิ์: " แต่มันก็ถือว่าเป็นประเทศที่เรียกว่าประเทศพัฒนาแล้วเกือบทั้งสิ้น  ของเราเนี่ยระบบการเมืองก็ต่างกัน  ระบบเศรษฐกิจก็ต่างกัน  เราก็ต้องใช้เวลา  แต่ผมคิดว่าในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา  เราเป็นประธานมาเกือบปีครึ่ง  เรามีกฎบัตรใหม่  ตัวนี้ก็ทำให้ลักษณะความร่วมมือเป็นระบบ มีกติกา มีสถาบัน มีกลไกชัดเจนมากขึ้น  แล้ว ๑๐ เดือนที่ผ่านมาที่ผมมาทำหน้าที่ประธาน  ผมก็กล้าพูดนะครับว่าหลายเรื่องในอาเซียนก็ทำตัวให้เห็นเป็นแบบอย่างด้วย เกิดวิกฤตทางการเงินขึ้น  เราก็มีการขยายความริเริ่มเชียงใหม่  ซึ่งก็เรียกว่าเป็นตัวอย่างของภูมิภาคอื่น ๆ ได้เลยนะครับ ว่าต่อไปนี้ไม่ต้องพึงเฉพาะกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ  มีกองทุนมีอะไรของตัวเอง  เราไม่ได้เพียงแค่ประกาศว่าจะต่อต้านการกีดกันทางการค้า  แต่เราเดินหน้าเซ็น FTA นะครับ  มีที่ขยายทั้งกับจีน  ทั้งกับเกาหลี ญี่ปุ่น อินเดีย  ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์  นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง "

...ผู้ดำเนินรายการ: " โดยมารยาทใช่ไหม  ทีนี้ประเด็นเรื่องอาเซียนจะไม่ก้าวก้ายเรื่องภายในของแต่ละประเทศ  ทุกวันนี้ถึงแม้จะมีกฎบัตรแล้ว  ทุกมติต้องเป็นเอกฉันท์ใช่ไหมครับ จากนั้นก็บอกว่า "

อภิสิทธิ์:
  " ก็มีการตีความกันอยู่ว่า ๆ ยังไง  แต่ว่าลักษณะของประเทศตะวันออก  ส่วนใหญ่ในการทำงาน  เราก็ไม่ค่อยมีลักษณะที่บอกเอ้ายกมือ  ใครยังไง ๆ คือคุยกัน  หาจุดร่วมกัน  และก็เดินไปสู่จุดนั้น  ก็เป็นแนวที่ทำมา  เอาล่ะบางคนก็บอกอย่างนี้ไม่ถึงใจ  แต่หลายปัญหาแก้ด้วยวิธีนี้ก็ง่ายกว่า  แต่เราก็อย่ายอมให้วิธีนี้มาหมายความว่า เพราะฉะนั้น  ถ้าหากว่ามีอะไรสักนิดหนึ่งก็เลยไม่กล้าไปยุ่ง "

ผู้ดำเนินรายการ: " นั่นไง เขากลัวกันไงว่า ๑๐ ใน ๑๐ "

อภิสิทธิ์: " ไม่ล่ะครับ  ผมคิดว่าในขณะนี้ต้องยอมรับว่าปัญหาซึ่งในอดีต ๓๐ ปีที่แล้ว  ๒๐ ปีที่แล้ว  อาจจะแม้แต่ ๑๐ ปีที่แล้ว  บอกเลยว่าเป็นเรื่องต้องห้าม  ผมพูดอย่างนี้ก็คุยกันหมดไหม"

ผู้ดำเนินรายการ: " ทุกเรื่องไม่ว่าจะละเอียดขนาดไหน "

อภิสิทธิ์:  " เพียงแต่ว่าคุยกันในแบบของเรา  และเราก็สงวนท่าที  เพราะบางเรื่องเป็นเรื่องที่ต้องคุยเพื่อแก้ปัญหา  ไม่ใช่คุยเพื่อเอาไปคุยข้างนอก  อย่างนี้เป็นต้น"

ผู้ดำเนินรายการ: " จะไม่โฉ่งฉางออกมา "

อภิสิทธิ์: " ไม่ควรล่ะครับ " 

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- “อภิสิทธิ์” กับทะเล สนุกงาน vs ภาระ เด็กอ่อนแอ vs เด็กดื้อ vs ผู้นำ

พิธีกร: "เกริ่นนำ (นายสุทธิชัย หยุ่น  บรรณาธิการอำนวยการกลุ่มเนชั่น) สวัสดีครับ ผมมาที่หัวหิน บังเอิญเป็นช่วงที่เขาประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ ๑๕ จบพอดี และเชื่อไหมครับว่า ผมแอบเห็นท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาอยู่แถวนี้ เห็นว่าเขากำลังจะถ่ายทำรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยฯ” สำหรับออกวันอาทิตย์พอดีครับ ความเป็นนักข่าวทำให้ผมจะต้องเข้าไปแจม เพื่อจะถามเขาว่าในใจ ผมมีคำถามเกี่ยวกับเรื่องอาเซียนมาก ว่าจากจุดนี้ไปหลังจากที่ไทยยกความเป็นประธานให้กับเวียดนามแล้ว ๑๘ เดือนที่ผ่านมาที่ไทยเราเป็นเจ้าภาพได้อะไรบ้าง และสิ่งที่เราพยายามที่จะให้อาเซียนเป็นของประชาชนจริง ๆ อย่างที่ท่านนายกฯ ว่ามันทำได้จริงหรือเปล่า เจอนายกฯ อย่างนี้ออกนอกเวทีห้องประชุม ต้องซักต้องถามกัน ดูสิครับว่าสวยยังไง ชายทะเลตรงหัวหินนี้ มองไกล ๆ นะครับจะเห็นเรือรบ ใช่ไหมครับ เรือรบนี่เป็นส่วนหนึ่งของ รปภ. สำหรับผู้นำอาเซียน ๑๐ บวก ๓ บวก ๖ อย่าบอกใครนะครับว่ามาแอบจอดไว้เนี่ยเผื่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน แต่โชคดีว่าเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันนั้น ไม่เกิดขึ้นครับ เดี๋ยวแอบไปซักถามนายกฯ ให้ท่านผู้ชมครับ"

..."อภิสิทธิ์" กับทะเล

พิธีกร: "ครั้งสุดท้ายที่ได้มาดูทะเลนานแล้วยังครับ"

อภิสิทธิ์:
 "ที่จริงผมเพิ่งแอบมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว"

พิธีกร: "ลงมาได้ยังไงครับ"

อภิสิทธิ์:
 "ผมงานเสร็จวันอาทิตย์ประมาณบ่ายสอง ครอบครัวเขามาพักผ่อนที่นี่ ผมก็มาถึงนี่ประมาณ ๔-๕ โมงเย็น แล้วก็จันทร์เช้ากลับไปทำงานเหมือนเดิม"

พิธีกร: "หลบมาโดยไม่รู้ ไม่มีใครสามารถ"

อภิสิทธิ์:
"คงรู้ครับ แต่รู้ว่ามาส่วนตัว แต่ว่ามาก็ไม่ได้เห็นหรอกครับ คราวที่แล้วมาถึงฝนตก" 

พิธีกร: "ท่านนายกฯ กับหัวหินนี่ ความจริงมีความใกล้ชิดกันพอสมควร"

อภิสิทธิ์:
 "ผมก็มาเที่ยวตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะเมื่อก่อนครอบครัวมีบ้านอยู่ เพราะฉะนั้น เวลาที่มีวันหยุดยาว หน้าร้อน ปิดเทอม อะไรก็จะมาหัวหินอยู่เป็นประจำ"

..."อภิสิทธิ์" สนุกงาน vs ภาระ

พิธีกร: "ชีวิตเห็นทะเล ห่างไกลจากความเครียดทั้งหลายแหล่ของงานการ คิดบ้างไหมว่าเราตัดสินใจเป็นนายกฯ นี่คิดผิดหรือเปล่า ชีวิตมันน่าอภิรมย์กว่านี้เยอะแยะเลยที่จะมาเป็นนายกฯ เนี่ย"

อภิสิทธิ์:
 "ผมไม่เคยคิดอย่างนั้นน่ะครับ"

พิธีกร: "ไม่เคย"

อภิสิทธิ์:
 "ไม่เคยคิดอย่างนั้น ผมเป็นคนที่ถือว่าผมเลือกมาทำงานการเมืองเอง และก็สนุกกับงานการเมือง"

พิธีกร: "สนุกจริง ๆ" 

อภิสิทธิ์:
 "สนุกจริง ๆ"

พิธีกร: "วันก่อนผมเห็นท่านนายกฯ อิตาลี ซิลวิโอ  แบร์ลุสโคนี ให้สัมภาษณ์"

อภิสิทธิ์:
 "ผมไม่ได้สนุกแบบนี้"

พิธีกร: "สัมภาษณ์ CNN นะบอกว่า I don’t  enjoy being prime minister  it is my duty รู้สึกอย่างนั้นหรือเปล่า"

อภิสิทธิ์:
 "ผมคงไม่พูดอย่างนั้นน่ะครับ คือเป็นหน้าที่น่ะเป็นด้วย แต่ว่าผมก็มีความเชื่อมาตลอดว่าจะทำอะไรได้ดี  ต้องสนุกกับมัน คือถ้าไม่สนุกก็ควรทำ เพราะในที่สุดจะทำได้ไม่ดี  เพราะฉะนั้น ผมอยู่การเมืองมาผมรู้การเมืองมันก็คือการแก้ปัญหา และใครที่คิดว่าปัญหามันจะหมดไป จะไม่มีวันเจอวันนั้นน่ะ เรื่องนี้จบก็ต้องมีเรื่องใหม่มา" 

พิธีกร: "ใช่"

อภิสิทธิ์: "เพราะฉะนั้น เราก็มีหน้าที่แก้ปัญหาไป และขณะเดียวกันพอเรารู้ว่ามันเป็นอย่างนี้ เราก็จะไม่ให้ปัญหาวันต่อวันมาบดบังในสิ่งที่เราอยากทำสำหรับระยะยาวด้วย  ผมก็สนุกกับการแก้ปัญหาไป"

พิธีกร: "มันสนุกตรงไหน จริง ๆ แล้วในการเป็นนายกฯ"

อภิสิทธิ์:
 "มันสนุกตรงที่ว่าเราพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง สังคม ให้ดีขึ้น  มีหลายเรื่องที่เราใฝ่ฝันว่าประเทศไทยน่าจะต้องมี ผมยกตัวอย่างในเรื่องระยะยาวที่อยากทำตอนนี้คือเรื่องระบบสวัสดิการที่ดี เราเริ่มเรียนฟรี เราเริ่มทำเบี้ยยังชีพ นี่เราผ่านกฎหมายเรื่องกองทุนเงินออม เราปรับปรุงระบบสุขภาพอยู่  เรื่องแบบนี้เรามีความรู้สึกว่า เราได้มีส่วนในการผลักดันให้มันเกิดขึ้น สมมติ ๕ ปี ๑๐ ปีจากนี้ไป ระบบนี้มันเริ่มเติบโตขึ้น  คนไทยถือว่ามีความมั่นคง มีสวัสดิการ ผมก็ว่ามันเป็นสิ่งที่เราพึงพอใจ

พิธีกร: "นี่คือความฝันตอนอยากที่เป็นนายก ฯ อยากทำนั่นทำนี่ แต่พอมาเจอเข้าจริง ๆ มันทำได้ตามนั้นหรือเปล่า"

อภิสิทธิ์:
 คือเราก็รู้ว่าการบอกว่าคิดว่าจะทำนั่นทำนี่ได้เนี่ย มันไม่ใช่อยู่ที่เราคนเดียว

พิธีกร: "นั่นสิ ตอนที่ก่อนเป็นนายกฯ เราคิดว่า ถ้าเป็นนายกฯ นะ ฉัน ๑-๒-๓-๔ เลย" 

อภิสิทธิ์:
 "ไม่ล่ะครับ  ผมเนี่ยผมเป็นคนที่ศึกษาเรื่องการเมือง สนใจเรื่องระบอบประชาธิปไตย มันไม่มีแล้วล่ะครับยุคนี้ ที่คิดว่ามีใครคนหนึ่งแล้วก็ทุบโต๊ะ ชี้นิ้ว แล้วมันจะเป็น ไม่มีล่ะครับ  จะเป็นประเทศที่เป็น หรือไม่เป็นประชาธิปไตย ก็ไม่มีใครทำได้แล้วยุคนี้" 

พิธีกร: "แม้กระทั่งเผด็จการ เด็ดขาด เบ็ดเสร็จ ก็ยังไม่ได้เหรอครับ"

อภิสิทธิ์:
 "นับวันแม้แต่ผู้นำของมหาอำนาจก็จะรู้มากขึ้นด้วย ว่าตัวเองก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้หลายเรื่องโดยลำพัง"

พิธีกร: "ดูโอบามาเป็นตัวอย่างใช่ไหม ตั้งแต่เรื่อง Health Care เรื่องผ่านกฎหมาย"

อภิสิทธิ์:
 "จริง ๆ ก็ไม่ใช่เฉพาะท่านน่ะครับ  ก็ทุกท่านก่อนหน้านี้ก็จะเริ่มเรียนรู้ ที่สุดแล้วสิ่งที่เราอยากทำ ถ้าอยากให้มันเกิดขึ้นจริง ๆ คือต้องชวนคนทั้งประเทศ ชวนคนทั้งสังคม ให้อยากได้และก็อยากทำด้วยกัน อันนี้คือสิ่งสำคัญที่สุด ก็ท้าทายดีครับ" 

พิธีกร: "แต่ว่าโดนด่า โดนวิจารณ์ตลอดเวลา ไม่รู้สึกเลยว่ามันคุ้มหรือเปล่าเนี่ย"

อภิสิทธิ์:
 "เราต้องยอมรับว่า เรื่องการเมืองเป็นเรื่องซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะเห็นเหมือนกันหมด คือการวิพากษ์วิจารณ์เป็นส่วนหนึ่งของการเป็นบุคคลที่ต้องรับผิดชอบ ถ้าไม่มีใครวิจารณ์เลยก็แสดงว่าไม่ต้องรับผิดชอบอะไร แต่ว่าแน่นอนล่ะ คนวิจารณ์ไม่มีใครชอบหรอกครับ แต่ว่าเราก็ฟัง ถ้าถามว่าหงุดหงิดบ้างไหม  บางทีหงุดหงิดเวลาที่เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ซึ่งไม่อยู่กับข้อเท็จจริง หรือว่าไม่ค่อยมีเหตุมีผลเท่าไหร่ หรือว่าถ้าเลวร้ายที่สุดก็อาจจะมีวาระแอบแฝง อันนี้ก็ไม่เป็นไร แต่มีอยู่บ้าง แต่ว่าถ้ามีข้อวิพากษ์วิจารณ์ในลักษณะซึ่งให้เราเห็นปัญหา เราต้องขอบคุณนะ  เพราะฉะนั้น หลายเรื่องเวลาที่เป็นประเด็นขึ้นมา บางทีเราก็จะเห็นว่าทุกปัญหาเวลาถูกวิจารณ์ ผมไม่มีลักษณะที่จะไปตอบโต้แบบที่บอกว่า คุณว่าผม ผมว่าคุณ ผมก็จะบอกว่า พยายามจะอธิบายว่าที่คุณวิจารณ์มุมมองอาจจะต่างกัน และบางเรื่องผมต้องขอบคุณว่า เวลามีการตรวจสอบ ทำให้ผมสามารถที่จะไปมองเห็นบางจุด บางมุมได้"

..."อภิสิทธิ์" เด็กอ่อนแอ vs เด็กดื้อ vs ผู้นำ

พิธีกร: "แต่สิ่งที่กำลังมีคำถามคือว่า คุณอภิสิทธิ์จะทนต่อแรงกดดันพวกนี้ได้มากน้อยแค่ไหน มีความอึดแค่ไหน และมีความเป็นผู้นำแค่ไหน ตอนนี้ ๑๐ เดือนแล้ว คิดว่าตัวเองเป็นผู้นำหรือเปล่า"

อภิสิทธิ์:
 "ผมไม่อยากประเมินตัวเอง แต่ผมว่า ๑๐ เดือนที่ผ่านมาก็มีหลายบททดสอบ"

พิธีกร: "ชัดเจนมาก

อภิสิทธิ์:
 "ชัดเจน ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ"

พิธีกร: "หลาย ๆ ครั้งทุกคนบอกว่าสงสัยไม่รอดแล้วมั๊งคราวนี้" 

อภิสิทธิ์:
 "แต่ว่ามันก็มุมมองล่ะครับ คืออย่างนี้ เวลาอยากจะบอกว่าอะไรนะ เป็นเด็ก อ่อน ไม่เข้มแข็ง ก็พูด บางทีก็บอกเด็กดื้อ แปลกดีนะ ก็แล้วแต่จะมอง"

พิธีกร: "แล้วตกลงเราเป็นเด็กอะไรกันแน่"

อภิสิทธิ์:
  "ผมก็บอกว่าผมไม่รู้ว่าเด็กหรือเปล่านะครับ เด็กเขาไม่นับว่าผมเป็นเด็กอยู่แล้วล่ะ ผมก็อายุพอสมควรแล้ว ผมก็กล้าให้เปรียบเทียบได้ว่า ถ้าบอกว่าเด็กคือไม่มีวุฒิภาวะ ตอบผมมาว่าไม่มีวุฒิภาวะเรื่องอะไร เรื่องความสามารถ เรื่องจริยธรรม เรื่องอารมณ์ ตรงไหนบกพร่องบอกมา"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- สมานฉันท์ พร้อมเลือกตั้งแต่ไม่พร้อมปฎิวัติ
ผู้ดำเนินรายการ : "ความเด็ดขาดไง บางคนมองบางเรื่องเนี่ยดูเหมือนคุณอภิสิทธิ์จะซื้อเวลาไปเรื่อย ๆ ไม่กล้าตัดสินใจ"

อภิสิทธิ์ :
"ยังไม่มีเลยครับ"

ผู้ดำเนินรายการ : "ไม่กล้าทุบโต๊ะ"

อภิสิทธิ์ :
"เรื่องไหนล่ะครับที่ซื้อเวลา"

ผู้ดำเนินรายการ : "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)"

อภิสิทธิ์ :
"ผบ.ตร. ไม่ใช่เรื่องซื้อเวลาครับ เวลานี้ผมได้พูดจุดยืนของผมชัด  มันมีความแตกต่างทางความคิดของคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) และเราก็พยายามที่จะหาทางที่จะไม่ให้มันเกิดความขัดแย้งที่รุนแรง"

ผู้ดำเนินรายการ : "มันมีบางเรื่องที่มันมีปัจจัยนอกเหนือการควบคุม"

อภิสิทธิ์ :
  "นั่นก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง"

ผู้ดำเนินรายการ : "มีไหม"

อภิสิทธิ์ :
"มีครับ มันก็ทุกเรื่องน่ะครับ  นอกเหนือจากเศรษฐกิจ  ผมถามก่อนเศรษฐกิจรอบนี้  ประเทศไทย คนไทย ทำอะไรผิด  เราอยู่ของเราเฉย ๆ  นอกเหนือความควบคุม เศรษฐกิจโลกมันล่ม  ส่งออกหาย ๒๐ เปอร์เซ็นต์  ท่องเที่ยวหาย ๒๐ เปอร์เซ็นต์  เราก็จะมาโอดครวญว่าไม่ใช่ความผิดของเราก็ไม่ใช่  เราก็ต้องแก้ไขไป  แต่จะมาบอกว่าทำไมรัฐบาลไม่สามารถทำให้มันกลับมาเหมือนเดิมได้เลย  มันก็ต้องเข้าใจว่าเงื่อนไขมันเป็นอย่างไร   แต่ตอนนี้ผ่านมา ๑๐ เดือน ผมก็ว่าการประเมินเริ่มแตกต่างแล้วนะ  เมื่อต้นปีคนบอกคนจะว่างงาน ๒ ล้าน เศรษฐกิจจะฟุบยาว อะไรต่าง ๆ  ขณะนี้ไม่มีใครคิดอย่างนั้น  เพราะฉะนั้น มันก็มีความก้าวหน้าในการแก้ปัญหามาโดยลำดับ  และผมก็กล้าบอกว่า ๑๐  เดือนหลายเรื่องซึ่งเป็นเรื่องที่พรรคการเมืองทุกพรรคเคยพูดมา  แต่ยังไม่ได้ทำ  เราทำไปเยอะแล้ว  เพราะฉะนั้น เราก็ทำตามนี้  นโยบายอื่นๆ ก็เดินหน้า  สมานฉันท์ก็อย่างที่บอกนะครับ  ไม่มีใครสามารถทำให้คนทุกคนมาเห็นตรงกันอยู่แล้ว  แต่ก็มีคำตอบ  พอผมมีคำตอบเรื่องประชามติ  ผมคิดว่าน่าจะเป็นที่ยอมรับ  แต่บังเอิญตอนนี้ฝ่ายค้านเขาเปลี่ยนใจ"

ผู้ดำเนินรายการ : "อันนี้จะถอยไหม อันนี้ทำให้ช้าลงไปอีกไหม กระบวนการเนี่ย"

อภิสิทธิ์ :
"เราก็ไม่เป็นไรครับ เพราะว่าตอนนี้"

ผู้ดำเนินรายการ : "เพราะว่าจริง ๆ ในใจก็ไม่ค่อยอยากแก้รัฐธรรมนูญอยู่แล้วนี่"

อภิสิทธิ์ :
"คือผมพูดอย่างนี้ ถ้าเราเอาความต้องการของตัวเอง ทุกคนนะครับก็ต้องเลิกพูดเรื่องสมานฉันท์ ถ้าอยากจะสมานฉันท์นั่นหมายความว่าทุกคนต้องพร้อมถอยบ้าง ผมถอยแต่ผมไม่ให้เสียหลักการ ผมถอยบนเงื่อนไขว่าผมจะทำตามที่ประชาชนตัดสิน ก็คือประชามติ" ...

ผู้ดำเนินรายการ : "เลือกตั้งพรุ่งนี้พร้อมไหมครับ"

อภิสิทธิ์ :
"ถ้าเลือกพรุ่งนี้ก็ต้องพร้อมล่ะครับ  ไม่มีปัญหา"

ผู้ดำเนินรายการ : "จะแพ้หรือชนะ"

อภิสิทธิ์ :
"อยู่ที่ประชาชน ผมไม่คิดว่า"

ผู้ดำเนินรายการ : "ประเมินว่าประชาชนจะให้เราแพ้หรือชนะ"

อภิสิทธิ์ :
"ผมว่าประเมินว่าถ้าแพ้ชนะทางใดทางหนึ่งก็แพ้ชนะกันไม่มาก"

ผู้ดำเนินรายการ : "ไม่มาก สูสี  กับเพื่อไทยนี่สูสี"

อภิสิทธิ์ :
"สูสี"

ผู้ดำเนินรายการ : "แต่คนอื่นเขาประเมินว่าประชาธิปัตย์จะแพ้"

อภิสิทธิ์ :
"ผมยังคิดอย่างนี้ครับว่าคะแนนพรรคน่าจะชนะ  แต่ ส.ส.เขตยังเป็นปัญหาอยู่"

ผู้ดำเนินรายการ : "คะแนนพรรคชนะ  เอาความมั่นใจนี้มาจากไหน"

อภิสิทธิ์ : "ผมก็ดูจากหลายการสำรวจความคิดเห็นอะไรต่าง ๆ  คราวที่แล้วนะคุณสุทธิชัย แพ้ไปไม่กี่แสนคะแนนจาก ๓๐ ล้าน  แพ้ไปไม่กี่แสนคะแนน  หลังจากนั้นมาเราได้ทำอะไรหลายอย่าง  ซึ่งผมก็สัมผัสกับพี่น้องประชาชนแล้ว  เขามีความพอใจ  หลายคนยอมรับ  บอกไม่เคยรู้มาก่อนว่าเราจะเป็นแบบนี้  แม้กระทั่งเขาคิดว่าเราใจแคบ  ถ้าเป็นโครงการคนอื่นโละทิ้ง  วันนี้โอท็อป  กองทุนหมู่บ้าน  เราไปปรับปรุง  ก็มีความพอใจ  หลายคนก็บอกว่าเรื่องที่พูด ๆ แบบเรียนฟรี  พูดไปเฉย ๆ หรือเปล่า  ไม่ทำจริง  นี่ ๓ เดือน ๔ เดือนเข้ามาทำเสร็จ  ก็มีหลายอย่างซึ่งผมคิดว่าก็เป็นที่ยอมรับ"

ผู้ดำเนินรายการ : "ฉะนั้น พร้อมสำหรับทุกสถานการณ์"

อภิสิทธิ์ :
"ผมต้องพร้อมอยู่แล้ว"

ผู้ดำเนินรายการ : "ไม่ว่าจะอยู่ต่อเลือกตั้ง ยุบสภา"

อภิสิทธิ์ :
"พร้อมหมดล่ะครับ"

ผู้ดำเนินรายการ : "พร้อมจะรับการปฏิวัติไหม"

อภิสิทธิ์ :
"ไม่พร้อม  ไม่ใช่ผมไม่พร้อมครับ  ประเทศไม่พร้อมครับ"

(กลับไปด้านบน)

- ตามข่าว: โฉนดชุมชน แก้ปัญหาภาคใต้ สหภาพ รฟท.
ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน

อภิสิทธิ์ :
"งานอีกชิ้นหนึ่งซึ่งผมได้พูดมาตลอดในเรื่องของการแก้ปัญหาที่ทำกิน  ก็คือเรื่องของแนวคิดเรื่องของโฉนดชุมชน  สัปดาห์นี้เช่นเดียวกันครับคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีในเรื่องของการออกโฉนดชุมชน  ซึ่งก็จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งซึ่งจะเข้าไปแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน  ซึ่งปัจจุบันอาจจะเข้าไปครอบครองทำกินอยู่ในที่ดินของรัฐ  ไม่ว่าจะเป็นของหน่วยงานไหนก็ตาม  และที่ได้พูดคุยกันไปแล้วคือว่าจะสามารถออกมาเป็นเอกสารในลักษณะของกลุ่มหรือสหกรณ์  และสหกรณ์นี้ก็จะเป็นผู้ดูแลในการจัดสรรที่ดังกล่าวในเรื่องของการทำกินใช้ประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในที่นั้น ๆ นะครับ"
ยกระดับ ศอ.บต. ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี

อภิสิทธิ์ :
"อีกเรื่องหนึ่งครับ คือเรื่องของการแก้ไขปัญหาภาคใต้  กฎหมายที่จะจัดตั้งองค์กรพิเศษก็คือการยกระดับของ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เพื่อให้มาขึ้นตรงอยู่กับทางนายกรัฐมนตรี  หรือว่ารัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย  และมีการบูรณาการงานทางด้านของเศรษฐกิจ ความมั่นคง เพื่อความเป็นเอกภาพในการแก้ไขปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้  ก็ได้ผ่าน ครม. และพร้อมที่จะส่งสภาฯ ต่อไปเช่นเดียวกัน"
รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อห่วงใยของสหภาพ รฟท.

อภิสิทธิ์ :
"สุดท้ายครับก็อยากจะเรียนครับว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในช่วงต้นสัปดาห์นั้นก็มีความห่วงใยกันมาก กับกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นกับการเดินรถไฟ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือเรื่องของการที่มีการหยุดงาน  ซึ่งก็อยากจะเรียนครับว่าขณะนี้รัฐบาลได้แก้ไขปัญหาเพื่อให้การบริการประชาชนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ  โดยไม่ได้ยอมโอนอ่อนผ่อนตามข้อเรียกร้องอะไร  ซึ่งเราถือว่าจะผิดหลักการและจะเป็นการส่งเสริมให้เกิดปัญหาเช่นนี้อีก  ขณะเดียวกันครับก็ต้องยืนยันครับว่ารัฐบาลพร้อมรับฟังข้อห่วงใยของสหภาพฯ  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความปลอดภัยในการเดินรถ  หรือถ้าหากว่าต้องการจะให้มีการตรวจสอบในเรื่องของฝ่ายบริหารเอง  ยินดีที่จะรับฟังแล้วก็พิจารณาเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ เพียงแต่ขออย่างเดียวครับว่า การให้บริการประชาชนนั้นต้องคงเดิม  ต้องเป็นปกติ  เพราะว่าไม่ควรที่จะเอาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาต่อรองในเรื่องเหล่านี้"

(กลับไปด้านบน)

*ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)
จากรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๐.๐๐ น.

คลิ๊ก เพื่ออ่านคำต่อคำ

คลิ๊ก เพื่อชม VDO รายการเต็ม

(กลับไปด้านบน)