ผู้ดำเนินรายการ: "ได้เห็นความรู้สึกของชาวใหญ่ จังหวัดสงขลาแล้วนะครับว่าพวกเขารู้สึกกันอย่างไรกับบรรยากาศและเรื่องราวของเศรษฐกิจในช่วงนี้ ถึงช่วงเวลาที่เราจะไปฟังความเห็นของภาคเอกชน รวมไปถึงความเห็นของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการจะสื่อสารให้กับประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ"
ภาคเอกชน: "เรียนท่านนายกรัฐมนตรีและคณะ และผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านครับ ผมในฐานะรองประธานสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา และนายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่ สงขลา นะครับ วันนี้มีความยินดีอย่างมากที่ท่านนายกฯ ได้มาพบกับภาคเอกชน ที่ได้รับฟังปัญหาว่ามีอะไรบ้าง ก็ต้องกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่า ตอนนี้สงขลาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมมานี้ ภาคเอกชนก็ขาดทุนนะครับ เพราะว่าหลายปัญหาที่เข้ามาจากปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ฝ่ายความมั่นคง สองก็คือ การกระตุ้นการท่องเที่ยว ก็ฝากเรียนท่านช่วยให้กรม กอง ต่าง ๆ มาประชุมกระตุ้นการท่องเที่ยว เพื่อให้คนหาดใหญ่มีรายได้ขึ้นมานะครับ สามก็คือ เวลามาเลเซียเขาเข้ามานี้เขาก็ติดที่ด่าน ด่านก็มีปัญหา ส่วนอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ก็หาดใหญ่ตอนนี้คือหน้าฝน อยากจะให้ทางรัฐบาลช่วยเพิ่มงบประมาณให้เทศบาลนครหาดใหญ่ เพราะจะได้ไปแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วม อีกเรื่องหนึ่งที่ผมในนามนายกสมาคมโรงแรมฯ ก็มีปัญหากับทางเทศบาลเรื่องบำบัดน้ำเสียนะครับ ตอนนี้โรงแรมเป็นหนี้เทศบาลอยู่ประมาณทั้งดอกเบี้ยด้วยเกือบ ๕๐๐ ล้าน ก็ฝากท่านว่าช่วยแก้ปัญหา จะเป็นวิถีทางใดก็แล้วแต่ หนี้ของภาคเอกชนที่ค้างอยู่นี้ ให้สามารถจบไปก่อน แล้วก็ทำของใหม่อีก เราก็มาคุยกัน และอีกเรื่องหนึ่งนี้คือปัญหาเรื่องเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ soft loan นะครับ ก็ต้องฝากท่านนายกรัฐมนตรีว่า จะหาวิธีทำอย่างไรให้หาเงินมาช่วยภาคเอกชนได้กู้ต่อไป MLR -๒.๗๕ เราก็จะได้อยู่กันต่อไปนะครับ ถ้าไม่นั้นเราก็อยู่ไม่ได้ ขอบคุณมากครับ"
ผู้ดำเนินรายการ: "ครับมีอยู่ ๓ เรื่องนะครับ วงจรปิด เรื่องความปลอดภัย เรื่องที่ ๒ เรื่องของน้ำท่วมน้ำเสีย เรื่องที่ ๓ เรื่องกระตุ้นการท่องเที่ยว อำนวยความสะดวกและเรื่องดอกเบี้ย ๓ เรื่องใหญ่ ๆ ฝากท่านนายกฯ"
...อภิสิทธิ์: ทีนี้จะขอไล่ตามคำถามที่ผมพอรวบรวมได้นะครับ
ประเด็นแรกก่อนนะครับในเรื่องการท่องเที่ยว เมื่อกี้ตอบ เรื่องด่านไปแล้ว ตอบเรื่องสินเชื่อผ่อนปรนไปแล้ว
- เรื่องด่านชายแดนเมื่อสักครู่ที่พูดไว้ว่าจะเป็นสะเดาหรือที่.... ก็ขณะนี้มีการจัดงบประมาณ และมีการเดินหน้า เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะเป็นสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นในแง่ของโครงสร้างพื้นฐาน อันนี้ก็เรียนให้ทราบถึงแนวที่ทำมานะครับ ผมตอบเรื่องของการค้าชายแดนในแง่ของด่านไปแล้ว เข้าใจว่าโครงการหลายโครงการที่ท่านยกขึ้นมา เช่น สะพานก็เป็นเรื่องที่กำลังดำเนินการศึกษา และจัดงบประมาณอยู่
- ถ้าอยากจะช่วยสินเชื่อผ่อนปรน ต้องเป็นมาตรการทางการคลัง คือทางกระทรวงการคลัง รัฐบาลต้องจัดเงินมาอุดหนุนให้ชัดเจนไปเลยนะครับ ส่วนจะเพิ่มวงเงินอะไรต่าง ๆ นั้น ผมจะดูนะครับ เพราะว่าที่ได้รับรายงานมานี้วงเงินเดิมก็ยังใช้ไม่หมด อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ยืนยันนะครับว่าถ้ามีความจำเป็นก็จะเดินหน้า เพราะว่าในไทยเข้มแข็งเราได้เพิ่มทุนธนาคารของรัฐไปแล้ว ก็คิดว่าน่าจะสามารถที่จะดำเนินการได้นะครับ
เรื่องวงจรปิดครับ วงจรปิดเกิดปัญหาจากการที่โครงการติดตั้งวงจรปิดของกระทรวงมหาดไทยเกิดการยกเลิกสัญญาบอกเลิกสัญญา ผมได้ให้นโยบายและขณะนี้ก็กำลังการแล้วนะครับว่า ระหว่างที่ยกเลิกสัญญาหรืออาจจะมีการฟ้องร้องบวกกับคงจะต้องมีการสอบว่า มีการทุจริตในโครงการนี้ขอให้ทำโครงการต่อหรือเพิ่มโครงการใหม่ คืออย่าไปให้ปัญหาการฟ้องร้องกัน หรือการสอบทุจริตมาชะลอการติดตั้งวงจรปิด เพราะฉะนั้น ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยก็เดินหน้าในการที่จะทำการจัดซื้อจัดจ้างใหม่ทันที แต่ว่ากระบวนการนี้ต้องใช้เวลาอยู่บ้าง ผมเองก็เป็นทุกข์เรื่องนี้ก็ต้องการที่จะให้เรื่องของการติดตั้งวงจรปิดเป็นไปอย่างรวดเร็ว และอาจจะมีการปรับปรุงโครงการให้มีความเป็นไปได้มากขึ้น เช่น ในเชิงของระบบที่จะติดเป็น Wireless และถ้าหากว่าในระยะเฉพาะหน้าอาจจะไม่จำเป็นต้องเชื่อมโยงกันทั้งหมดก็ได้ อย่างนี้เป็นต้น ก็จะได้ให้นโยบายไปเพื่อทำให้ได้รวดเร็วมากขึ้น"...
ภาคเอกชน: "ก่อนที่จะมาที่นี่ ทางหอการค้าและสภาอุตสาหกรรมทั้ง ๓ จังหวัด ๖ องค์กรก็มีการประชุมหารือกันนะครับ และก็ได้ข้อสรุปที่จะเสนอเรื่องการพัฒนาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งหมด ๖ ข้อนะครับ เริ่มจาก
ข้อที่ ๑ ก็คือเรื่องมาตรการสินเชื่อผ่อนปรนหรือ soft loan นะครับ ผมอยากให้ทางรัฐบาลเร่งรัดการออกระเบียบปฏิบัติให้กับธนาคารออมสินในพื้นที่นะครับ รวมทั้งเพิ่มวงเงินอีก ๓,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์เปิดการขอสินเชื่อผ่อนปรนขึ้นทันที ทั้งผู้ประกอบการรายเดิม และผู้ประกอบการรายใหม่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ข้อนี้อยากจะให้ทางรัฐบาลช่วยเร่งรัดด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องสิทธิประโยชน์ และงบประมาณในแผนพัฒนาพื้นที่พิเศษ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีวงเงินทั้งหมด ๖๓,๐๐๐ กว่าล้าน ทีนี้สิ่งที่ภาคเอกชนกลัวก็คือว่า ปัจจุบันนี้แผนนี้มันครอบคลุมทั้ง ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่คนที่เดือดร้อนก็คือคนที่อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราก็อยากจะให้ท่านทางท่านช่วยปรับปรุงแผน โดยแยกออกเป็น ๒ ประเด็นใหญ่ ๆ นะครับ ก็คือ
- เรื่องการปรับปรุงเรื่องกฎ ระเบียบ สิทธิประโยชน์ เพื่อในการจูงใจให้คนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้อยู่ในพื้นที่ ไม่อพยพโยกย้ายหนีออกมา สิ่งที่เรากลัวคือว่าโครงสร้างประชาชนนี้จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนะครับ และภายใน ๕ หรือ ๑๐ ปีนี้เราอาจจะไม่มีใครอยากจะอยู่ไปรักษาที่ดินตรงนั้นไว้
- ส่วนเรื่องย่อยอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องงบประมาณในแผนพัฒนาพื้นที่พิเศษ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี้ ก็ควรจะมุ่งเน้นในการแก้ไขปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องเร่งด่วนก่อน ขอบพระคุณมากครับ"
ผู้ดำเนินรายการ: "ขอบพระคุณครับ ท่านประธานหอการค้าจังหวัดยะลานะครับ ๒ เรื่อง เรื่องของเงินกู้นะครับและเรื่องของ ๓ จังหวัดที่อาจจะต้องแยกความเร่งด่วนแตกต่างจาก ๕ จังหวัดบ้างนะครับในหลากหลายประเด็น"
...อภิสิทธิ์: "ส่วนประเด็นที่เป็นข้อเรียกร้องหรือข้อเสนอเดิม ๆ นะครับเกี่ยวกับ
- เรื่องของสิทธิประโยชน์ที่เคยได้รับ ก็ยืนยันนะครับว่าในการตัดสินใจเชิงนโยบาย นี้จบหมดแล้วนะครับ คือต่ออายุไปหมดแล้ว ที่สำคัญก็จะมีประเด็นเรื่องของ soft loan ที่ถามกันเยอะ อธิบายนิดหนึ่งครับ ปัญหา soft loan เกิดขึ้นอย่างนี้ครับ เกิดขึ้นจากประเด็นที่ว่า มีกฎหมายแบงก์ชาติฉบับใหม่ขึ้นมาเมื่อประมาณเกือบ ๒ ปีแล้ว กฎหมายนี้ไปเอามาตรฐานของโลกครับว่า ธนาคารกลางควรจะเลิกบทบาทของการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพราะฉะนั้นกฎหมายนะครับไปเขียนไว้ ไม่ใช่ติดกฎระเบียบอะไร กฎหมายเลย ห้ามไม่ให้แบงก์ชาติทำงานนี้ต่อ เพียงแต่ว่าบอกว่าส่วนที่ปล่อยไปแล้วนี้ ก็ให้ทำจนเสร็จ จนครบอายุของเงินทุนเหล่านั้น ทีนี้เมื่อเราทราบอันนี้ก็มีมติคณะรัฐมนตรีอย่างที่ท่านทราบดีนะครับ ว่าเราก็วางเอาไว้ว่า ถ้าอย่างนั้นก็ให้ธนาคารออมสิน รวมทั้งธนาคารอิสลามเข้ามาช่วยทำในเรื่องของสินเชื่อผ่อนปรน มากขึ้นนะครับ เพื่อที่จะรับช่วงต่อจากธนาคารแห่งประเทศไทย
ผมเพิ่งเรียกประชุม กรอ. ไป ก็ปรากฏว่าผมเพิ่งทราบว่าความเข้าใจนี้อาจจะคลาดเคลื่อนกันบางส่วน คือทั้งออมสินและธนาคารของรัฐไปเข้าใจว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยยังทำได้ปกติไปจนถึงสิ้นปีนี้ หรือตามอายุนะครับที่กำหนดเอาไว้ แต่ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยเขาบอกว่าเขาทำได้เฉพาะที่ค้างอยู่ เพราะฉะนั้นผมได้เร่งรัดเรื่องของธนาคารออมสินไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้น่าจะมีความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้น แต่ผมก็ทราบว่าจะมีปัญหาใหม่ เนื่องจากว่าธนาคารออมสินจะไปทำบทบาทเดียวกับแบงก์ชาติก็ไม่ได้ คือแบงก์ชาติไม่ได้มาปล่อยท่าน แบงก์ชาติต้องปล่อยเงินผ่านธนาคารพาณิชย์อื่น ๆ แต่ว่าธนาคารออมสินจะไปทำแบบนั้นคงจะไม่ใช่ ก็จะเกิดปัญหาขึ้นเล็กน้อยเพราะว่าจะมีหลาย ๆ ท่านที่บอกว่า ไม่ประสงค์ที่จะต้องย้ายในเรื่องของบริการจากธนาคารพาณิชย์อื่น ๆ ซึ่งเคยได้รับสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากแบงก์ชาติ แล้วจะต้องมาที่ออมสิน
อันนี้ผมจะรับกลับไปดูว่าจะมีวิธีการที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไรนะครับ อาจจะเป็นความร่วมมือระหว่างธนาคารออมสินกับธนาคารพาณิชย์ หรือจะต้องมีวิธีการอื่นนะครับ แต่หลักก็คือว่ากฎหมายนี้ขณะนี้บอกว่า ไม่ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทำเรื่องนี้ เพราะจะเป็นการบิดเบือนนโยบายการเงิน ถ้าอยากจะช่วยสินเชื่อผ่อนปรน ต้องเป็นมาตรการทางการคลัง คือทางกระทรวงการคลัง รัฐบาล ต้องจัดเงินมาอุดหนุนให้ชัดเจนไปเลยนะครับ ส่วนจะเพิ่มวงเงินอะไรต่าง ๆ นั้น ผมจะดูนะครับ เพราะว่าที่ได้รับรายงานมานี้วงเงินเดิมก็ยังใช้ไม่หมด อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ยืนยันนะครับว่าถ้ามีความจำเป็นก็จะเดินหน้า เพราะว่าในไทยเข้มแข็งเราได้เพิ่มทุนธนาคารของรัฐไปแล้ว ก็คิดว่าน่าจะสามารถที่จะดำเนินการได้นะครับ"
- ส่วนเรื่องของการประชุมนั้นก็รับไปนะครับ ผมก็ไม่ทราบข้อเท็จจริงว่ามีการหนีที่จะไม่มาประชุมที่นี่ แต่ว่าปลายเดือนนี้ผมก็จะมา มีงานของ มอ.ที่จัด ปลายเดือนพฤศจิกายน ก็จะมาเพื่อที่จะมาประชุมที่นี่ แต่ก็รับข้อสังเกตตรงนี้ไป ประเด็นถัดมาครับคือประเด็นเรื่องของการส่งเสริมการลงทุน ผมเป็นคนที่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับข้อเสนอของท่านประธานหอฯ ยะลา คือขณะนี้เรามีมาตรการผ่อนปรนในเรื่องของภาษี และเราก็มีมาตรการของบีโอไอ แต่ว่าสิ่งที่เราจะต้องเติมเข้าไปเพื่อจะให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษก็คือสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ผมได้ให้นโยบายตรงกับที่ท่านเสนอว่า สิทธิประโยชน์ที่จะให้เพิ่มเติมต้องไม่เหมือนกันในพื้นที่ ๕ จังหวัด คือต้องให้ ๓ จังหวัดก่อน หมายความว่าสิทธิประโยชน์ที่จะให้ต้องสูงสุดที่ ๓ จังหวัด และถัดลงมาอาจจะเป็น ๔ อำเภอ แล้วถึงจะเป็นพื้นที่ที่เหลือของจังหวัดสงขลากับจังหวัดสตูล อันนี้ผมเป็นคนให้ข้อสังเกตกับผู้ที่กำลังไปศึกษาเรื่องนี้ คือสภาพัฒน์ฯเอง มิฉะนั้นแล้วก็ไปไม่ถึง ๓ จังหวัดพูดง่าย ๆ แต่ว่าถ้าเรามีลักษณะของระดับของสิทธิประโยชน์ก็จะมีส่วนในการที่จะกระจายให้เกิดความทั่วถึง"...
ภาคเอกชน: "ในส่วนของข้อ ๓ นะครับ เป็นการพัฒนาการขนส่งระบบราง ทางภาคใต้นี้เป็นเส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดนะครับ ถ้ามีการพัฒนาการขนส่งระบบรางได้ก็จะสามารถลดต้นทุนในการขนส่งสินค้าให้กับทางภาคเอกชนนะครับ ข้อ ๔ นะครับ ขอให้ปรับปรุงแก้ไขร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ ในส่วนของจังหวัดเรื่องการค้าชายแดนนะครับ เรื่องเร่งด่วนเรื่องแรกก็คือ ตอนนี้เราไม่มีสะพานที่อำเภอตากใบนะครับ ตอนนี้เรามีแต่แพขนานยนต์ เสียบ่อยมากและทำให้การค้าชายแดนตรงนั้นสะดุดนะครับ เนื่องจากเราเองเราก็ไม่มีสะพาน แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งครับการพัฒนาสร้างศูนย์รวมสินค้าชายแดนไทย - มาเลเซียที่อำเภอตากใบ อีกเรื่องหนึ่งครับ การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณลุ่มน้ำโก-ลก ก็อยู่ในแผนนี้นะครับ ด้านการกีฬาของจังหวัด ในมิติของความมั่นคง กระแสตอนนี้เรื่องฟุตบอลที่จังหวัดนราธิวาสนะครับ ฟุตบอลเราได้เหรียญทองกีฬาแห่งชาติ ได้แชมป์กีฬาลีกภูมิภาคดิวิชั่น ๒ ได้แชมป์ภาคใต้ ก็อยากจะของบประมาณสนับสนุนในเรื่องของการสร้างศูนย์กีฬา อีกเรื่องหนึ่งนะครับ เรื่องขอทุนสำหรับการพัฒนาเยาวชนและนักศึกษาเพื่อการกีฬา เพื่อดึงเยาวชนเหล่านี้ออกมาให้ห่างไกลยาเสพติด เป็นอีก ๑ ปัญหาของสถานการณ์ ขอบพระคุณครับ"
ผู้ดำเนินรายการ: "ขอบคุณครับ ขอเสียงปรบมือให้กับท่านประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนราธิวาสครับ"
อภิสิทธิ์: " ส่วนเรื่องของขนส่งระบบราง ก็ขอเรียนว่าเรื่องระบบรางเป็นส่วนสำคัญของไทยเข้มแข็ง ซึ่งผมจะใช้แนวทางซึ่งจะไปขอความร่วมมือจากต่างประเทศด้วย หรือเป็นเอกชน เพราะฉะนั้น อาจจะยังไม่ปรากฏอยู่ในตัว พ.ร.ก และพ.ร.บ. ซึ่งเคยมีการพูดกัน คือตรงนั้นจะเอาจากแผนของรถไฟที่มีอยู่เดิม แต่เรากำลังเร่ง อย่างเช่นเรื่องหัวรถจักร คิดว่าน่าจะเดินหน้าในการที่จะไปเจรจากับประเทศจีน ซึ่งดูจะมีความพร้อมในการที่จะขาย ส่วนรางคู่ก็ดี รางที่จะเชื่อมโยงเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก เชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน ภายใน ๒ สัปดาห์เขาจะเสนอแผนทั้งหมดให้ ครม.แล้วจะได้มีการจัดว่าจะทำตรงไหนก่อนหลัง และใช้เงินทุนจากไหนอย่างไร ซึ่งในส่วนที่จะเป็นรางคู่ลงมาทางใต้ ถ้าท่านบอกว่าถึงสุราษฎร์ฯ ก่อนก็ยังดี ก็ถูกต้องนะครับ เพราะว่าจริง ๆแล้วการทำรางคู่ในระหว่างที่เรายังไม่มีเงินที่จะทำตลอดทั้งสาย แนวที่เราจะใช้คือว่า เราจะทำในจุดที่ขณะนี้มีความจำเป็นจะต้องสับหลีก ซึ่งมันไม่ใช่ตลอดทั้งสายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ถ้าบริหารจัดการตารางการเดินรถ เราทำเป็นรางคู่บางส่วนก็จะสามารถได้ในสิ่งที่เราต้องการ คือร่นเวลาของการเดินรถที่เสียไปกับการสับหลีก ตรงนี้ก็ขอเรียนว่าจะเดินหน้าทำ
พอดีท่านที่เสนอเรื่องนี้พูดเรื่องกีฬาด้วย ขอเรียนว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ได้ถ่ายทอดฟุตบอลนราธิวาส และฤดูกาลต่อไปจะมีการจัดระบบในเรื่องของการถ่ายทอดฟุตบอลไทย เพราะว่าขณะนี้ผมคิดว่าเราน่าจะสามารถส่งเสริมให้ลีกของไทย ทั้งพรีเมียร์ลีก ลีกภูมิภาค เป็นที่นิยม และทำให้ประชาชนชุมชนในท้องถิ่นมีความผูกพันกับกระแสของกีฬา กระแสของฟุตบอลมากขึ้นเหมือนต่างชาติมากขึ้น ทีวีก็จะเป็นตัวหนึ่งที่จะเป็นตัวกระตุ้น พร้อม ๆ กันนั้นขณะนี้ก็มีการกันเงินจากกองทุนกีฬาส่วนหนึ่งที่เหลืออยู่ออกมา เพื่อมาทำเรื่องนี้เป็นการเฉพาะในการส่งเสริมให้เกิดทีมฟุตบอลในแต่ละจังหวัด ในแต่ละสโมสร เพื่อที่จะให้สามารถดึงดูดความสนใจและดึงให้คนของเราเข้ามาใกล้ชิดในเรื่องของกีฬามากขึ้น"...
ภาคเอกชน: ผมได้รับมอบหมายในส่วนของสภาอุตสาหกรรมปัตตานีนะครับ มีอยู่ ๒ เรื่องด้วยกันนะครับที่จะเรียนให้ท่านครับ เรื่องแรกเกี่ยวกับเรื่องการยกระดับลุ่มน้ำของปัตตานีให้เป็นลุ่มน้ำสากลนะครับ เพื่อให้บรรทุกวัตถุดิบหรือสินค้าที่จะเข้ามาได้สะดวก เพราะลุ่มน้ำมันตื้นเขิน ทีนี้แนวทางแก้ไขที่จะนำเสนอ คือเสนอให้ทางราชการจัดสรรเพื่อดำเนินการขุดลอกทุกปีนะครับท่านครับ ย้ำว่าทุกปี จึงเสนอว่าควรจะให้มีการปรับปรุงแผนในการขุดลอกให้เป็นไปตามที่ทางจังหวัดและผู้ประกอบการสมาคมประมง และประชาชนนะครับ เพราะว่าอยากจะให้มันจะได้เกิดประโยชน์ที่แท้จริงครับ ในส่วน เรื่องที่ ๒ ต้องการให้เร่งรัดการทำ MOU ระหว่างไทย - อินโดนีเซียด้านการประมง ในส่วนข้อ ๒ การเข้าไปทำประมงในน่านน้ำอินโดภายใต้กฎหมายใหม่ จะต้องดำเนินการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่องควบคู่ไปด้วย ขอบพระคุณครับ"
ผู้ดำเนินรายการ: "ขอบคุณท่านรองประธานสภาอุตสาหกรรมนะครับ"
...อภิสิทธิ์: "สำหรับในเรื่องของปัตตานีที่พูด เรื่องประมง ผมก็เรียนว่าผมก็เป็นคนหยิบเรื่องนี้ขึ้นมากับทางอินโดนีเซีย เพราะทราบว่าเป็นปัญหามา ๒-๓ ปีแล้ว นับตั้งแต่เขาจัดระเบียบใหม่ในส่วนของเขา ผมก็เข้าใจนะครับวัตถุประสงค์ของทางอินโดนีเซียว่าเขาก็มีความรู้สึกว่าอยู่ดี ๆ จะให้เราไปเอาทรัพยากรของเขามาเฉย ๆ เขาคิดว่าเขาอยากจะได้อะไรมากกว่านั้น จึงมีเงื่อนไขในเรื่องของการที่จะต้องไปเพิ่มมูลค่าแปรรูปอยู่ ซึ่งผมบอกว่าไม่ขัดข้องในหลักการ แต่ว่าได้ขอไว้แล้วว่า การจะไปบอกว่าแปรรูปอะไรในลักษณะที่สลับซับซ้อนขณะนี้มันเกิดขึ้นได้ยาก เอาง่าย ๆ ก่อนนะครับ ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องห้องเย็น การเอาขึ้นท่าและมีการทำอะไรเล็กน้อยและก็ส่งออกมา และที่สำคัญคือว่าจำเป็นจะต้องหาการจับคู่ภาคเอกชน ไม่อย่างนั้นมันเกิดขึ้นไม่ได้ ซึ่งอันนี้จะได้ไปติดตามกับทางกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งจะรับไปดูเรื่องนี้ และอาจให้ประสานมาทาง ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ด้วยว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ส่วนร่องน้ำนั้นเช่นเดียวกันนะครับ ขณะนี้มีการศึกษาอยู่และเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจครับ ก็จะดำเนินการต่อไป"...
ภาคเอกชน: "ในนามองค์กรสมาคมภาคเอกชนในจังหวัดสงขลา ขอขอบพระคุณท่านอภิสิทธิ์ที่ได้กรุณาสละเวลาพบปะภาคเอกชนในครั้งนี้ ซึ่งผมกับองค์กรอีก ๕ - ๖ องค์กรได้รวบรวมเป็นเอกสาร ซึ่งมีความยินดีนะครับถ้าท่านนายกฯ หรือท่านรัฐมนตรีจะให้ไปพบในกรุงเทพมหานคร เพื่อชี้แจงประเด็นต่าง ๆ อีกครั้งหนึ่งนะครับ เอกสารที่ผมมอบให้อาจจะหนาสักหน่อยนะครับท่านครับ นี่มาจาก ๕ องค์กรขอมอบให้ท่านนายกฯ หลังการประชุมครั้งนี้ ขอบพระคุณครับ"
ภาคเอกชน: "ท่านนายกรัฐมนตรีครับ วันนี้นอกจากเรามี ๕ จังหวัดนะครับ เรายังมีเพื่อนสมาชิกของหอการค้าอีก ๙ จังหวัด รวมเป็น ๑๔ จังหวัดนะครับอยู่ที่นี่ ก่อนที่ผมจะนำเสนอปัญหาของจังหวัดสตูลนะครับ จังหวัดสตูลเองก็อยากจะย้ำกับท่านว่า ชาวจังหวัดสตูลเรายืนอยู่เคียงท่านตลอดเวลานะครับและก็สม่ำเสมอนะครับ ซึ่งสตูลเป็นจังหวัดเล็กครับท่าน ภูมิศาสตร์เราติดป่าชายเลน ป่าสงวน เขตอุทยาน ทำอะไรก็ลำบากครับท่าน ปัญหาเหล่านี้ก็อยากจะนำเสนอท่านด้วยใจจริง ๆ นะครับ ท่านครับ ประเด็นเหล่านี้เราติดปัญหาหมดเลยครับ กับสิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งจำเป็นครับท่าน วันนี้มันไม่ใช่เรื่องของสตูลหรือสงขลา แต่มันเป็นเรื่องของประเทศไทย ก็อยากจะหวังพึ่งว่าท่านได้ช่วยเมตตาตรงนี้ ด้วยผลงานต่าง ๆ ทั้งวิจัยและโครงการต่าง ๆ ผมได้ทำเป็นรูปเล่ม เพื่อจะนำเสนอท่าน ขอบคุณมากครับ"
...อภิสิทธิ์: "ก็จะมาหยุดตรงประเด็นสุดท้าย คือในส่วนของสตูล และเรื่องของเมกกะโปรเจกต์ ผมเรียนอย่างนี้ว่าผมจะรับไปดูนะครับเรื่องมอเตอร์เวย์ที่บอกว่าตกหล่นไป แล้วก็ใน
- ส่วนของสะพานเศรษฐกิจ คือสะพานเศรษฐกิจพูดกันมานานนะครับ หลักคิดเดิมก็บอกว่ามีท่าเรือ ๒ ฝั่ง หัวเชื่อมก็มีถนน มีรถไฟ มีท่อน้ำมัน ท่อก๊าซ แล้วก็จะเกิดอุตสาหกรรมขึ้น ๒ ฝั่ง ข้อเท็จจริงก็คือแนวคิดนี้มีตั้งแต่เสนอว่าทำตั้งแต่ตอนบนเลยนะครับ ตั้งแต่ระนอง ชุมพร และร่นลงมาเป็นกระบี่ ขนอม ไล่ลงมา ผมเรียนได้เลยว่าขณะนี้ทางตอนบนของภาคใต้ไล่ลงมาไม่เกิดน่ะครับสะพานเศรษฐกิจ แนวสุดท้ายที่มาศึกษากันอยู่ก็คือปากบารา แล้วก็อาจจะแถวสิงหนคร อาจจะจะนะ บัดนี้ต้องยอมรับครับว่าก็เริ่มมีบุคคลที่ไม่เห็นด้วย ฝั่งสตูลนั้นยังมีลักษณะที่อาจจะต้องไปดูว่าจะทำความเข้าใจหรือจะคลายความกังวลของคนที่เขาไม่เห็นด้วยอย่างไร แต่ฝั่งนี้เริ่มมีความรู้สึกว่าอาจจะต้องไปถึงปัตตานีแล้วครับ แม้กระทั่งสงขลาก็ดูว่าจะยาก อันนี้พูดตรง ๆ
- เมื่อวานนี้เองโครงการท่าเทียบเรือที่ปากบาราก็เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ แล้วสุดท้ายคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมฯ ก็บอกว่า ในส่วนของตัวการศึกษาเรื่องสิ่งแวดล้อมก็คงไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ประเด็นที่ใหญ่กว่านั้นคือว่า ทำท่าเทียบเรือ สมมติว่าทำสำเร็จเฉพาะท่าเทียบเรือ ก็ไม่มีประโยชน์ ถ้ารถไฟไม่เชื่อมโยง และถ้าไม่คุ้มค่าในทางเศรษฐกิจ เพราะว่าการจะให้ใช้ท่าเทียบเรือให้คุ้มค่าก็ต้องมีทั้งสินค้า และอาจจะต้องอุตสาหกรรมเกิดขึ้น ประเด็นก็จึงมีอยู่ว่าพี่น้องในพื้นที่ต้องตัดสินใจ ร่วมตัดสินใจกับรัฐบาลว่าตกลงจะมีการพัฒนาอุตสาหกรรมหรือไม่ ถ้ามีมีประเภทใด ถ้ามีแล้วทำอย่างไรไม่ให้กระทบกระเทือนเรื่องการท่องเที่ยว เพราะว่าสิ่งที่ผมไม่ต้องการก็คือเราบอกว่าอะไรมาก็ดี คือเห็นว่าเป็นการลงทุน เอาเข้าจริง ๆ ปรากฏว่ามาแล้วเกิดการต่อต้าน เกิดความขัดแย้ง โครงการเกิดขึ้นไม่ได้ทำลายภาพลักษณ์ เสียความเชื่อมั่น ไม่มีประโยชน์
- เพราะฉะนั้น ขณะนี้ผมได้ให้ทางสภาพัฒน์ฯ ไปประเมินดูว่าที่พูดถึงพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ รวมทั้งสะพานเศรษฐกิจ หน้าตามันครบทั้งวงจรคืออะไร เพื่อที่จะมาถามความคิดเห็นให้ประชาชนในพื้นที่ได้ดูว่าจะเอากันอย่างนี้ใช่หรือไม่ คือถ้ามองในภาพรวมนี่เข้าแบบมาตรา ๖๗ วรรคสองเลยครับ ว่ามีผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง เพราะกำลังจะเปลี่ยนวิถีชีวิต ถ้ามีเรื่องเหล่านี้เข้ามาทั้งหมด เพราะฉะนั้น พูดง่าย ๆ คือว่าจากเดิมซึ่งคิดว่าน่าจะมาลุยทำกันเลย ผมคิดว่ามันคงเป็นไปได้ยาก แต่ว่าไม่ได้แปลว่าจะชะลอซื้อเวลาไปเรื่อย ๆ ผมบอกเอาคำตอบมาเลย จะทำก็ทำ ถ้าบอกจะไม่ทำก็ไม่ทำ แล้วเราจะได้มาดูว่ายุทธศาสตร์การพัฒนาจะหมุนไปสู่เรื่องท่องเที่ยวหรือเรื่องอะไร หรือ Creative Economy หรืออะไรมากขึ้นก็ว่ากันไป ตรงนี้สภาพัฒน์ฯ ก็ขอเวลาอีกไม่นานครับ แล้วกลับมา แล้วคณะรัฐมนตรีก็ดูในส่วนนี้
- สุดท้ายผมก็จะเอาไปดูนะครับ รายงานเรื่อง Entertainment Complex แต่ว่าผมด้วยความเห็นใจที่ท่านบอกว่ามันอยากจะมีบางอย่างที่เป็นจุดขาย แต่ว่าถ้าให้ผมเลือกได้ ผมยังไม่อยากให้ตรงนี้เป็นจุดขายของพื้นที่นี้ ผมยังอยากให้เป็นเรื่องอื่น และผมก็คิดว่ามันจะเป็นตัวที่ส่งสัญญาณที่สับสนเกี่ยวกับเรื่องของวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนด้วย เพราะฉะนั้น แม้ว่าจะเห็นใจแล้วก็เข้าใจมุมมอง แต่ก็มีอีกมุมหนึ่งซึ่งผมคิดว่าจำเป็นจะต้องนำมา และก็ช่างน้ำหนักดูให้ดี แล้วก็อย่างที่เรียนนะครับว่าผมยังเชื่อว่ามีจุดขายจุดอื่นอยู่ที่สามารถจะทำได้ แต่ก็พร้อมที่จะเอารายงานการศึกษาไปดู เพราะเห็นท่านบอกทำนองว่า ศึกษาทั้งความเป็นไปได้ แล้วก็ทัศนคติของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ด้วย ก็ยินดีที่จะไปดู ก็คิดว่าเกือบครบนะครับ ไม่กล้าพูดว่าครบมีตลาดน้ำนะครับที่เมื่อกี้ยังไม่ได้พูดเท่าที่ดู แต่ว่าทั้งหมดนี้จะขอให้ทุกหน่วยงาน และสรุป แล้วก็ไปติดตาม เพราะว่าเราจะมีการประชุมทั้งในส่วนของ ครม.ภาคใต้เอง ทั้งในส่วนของ กรอ. และอื่น ๆ และถ้าเป็นเรื่องใหญ่กว่านั้นก็มีเรื่องของครม.เศรษฐกิจอยู่แล้ว
ผมก็ขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้งหนึ่ง แล้วขอยืนยันนะครับว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับกระบวนการการพัฒนาเพราะเป็นหัวใจของการแก้ไขปัญหาในเรื่องของความไม่สงบด้วย ขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้งหนึ่งครับ และอีกไม่นานกลับมาเยี่ยมกันอีกครับ"...
ผู้ดำเนินรายการ: "ขอบพระคุณนะครับท่านผู้แทนจากทั้งหมด ๖ ท่าน สงขลา ยะลา นราธิวาส ปัตตานี และสตูลนะครับ ผมขออนุญาตที่จะสรุปบางประเด็นก่อนให้ท่านนายกฯ นะครับ ในวันนี้เชื่อว่ามีประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของคำถามเป็นเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องของความมั่นคงมีอยู่สักประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ น่าจะเป็นบรรยากาศที่ดีขึ้นแล้วนะครับ เพราะว่าไม่ได้เป็นประเด็นที่พวกเราถามกันมากนัก ประเด็นเศรษฐกิจมีการพูดถึงศูนย์กลางท่องเที่ยว และก็หาดใหญ่เจาะไปถึง Entertainment Complex ซึ่งอาจจะมีเรื่องของคาสิโนเข้าไปด้วย ๓ จังหวัดก็บอกว่า ๓ จังหวัดเร่งกว่า พอมองกว้าง ๕ จังหวัดบอก ๕ จังหวัดก็ขอด้วยนะครับ อันนี้มี soft loan ๓,๐๐๐ ล้านนะครับ แล้วก็กระตุ้นผ่านทางเมกกะโปรเจกต์ โลจิสติกส์รถไฟรางคู่ ทวงสัญญาว่ามา นานแล้วเมื่อไรจะมาถึงเสียทีหนึ่งครับ และนอกจากนั้นในประเด็นเศรษฐกิจก็จะมีเรื่องของ MOU ด้านประมงกับอินโดนีเซีย แล้วก็มีแลนด์บริดจ์สงขลา-สตูล อันนี้หลัก ๆ ในประเด็นเศรษฐกิจกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีครับ"
ผู้ดำเนินรายการ "ผมเองในฐานะของผู้ดำเนินรายการสัมมนานั้นแทบจะไม่น่าเชื่อนะครับ ประเด็นที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้บันทึกเอาไว้หลังจากที่มีการถามมาจากภาคเอกชนนั้นได้รับการตอบทุกประเด็นคำถาม ทีนี้หลังจากประเด็นต่างๆ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้พูดไปแล้ว หลังจากนั้นอีกทีหนึ่งในส่วนของคนที่เข้ามาฟัง เขารู้สึกยังไงไปฟังความเห็นของผู้เข้าร่วมสัมมนาท่านอื่นกันครับ"
ผู้ดำเนินรายการ "ฟังนายกฯ ตอบทุกประเด็น แต่บางประเด็นอาจจะชอบบ้างไม่ชอบบ้าง รู้สึกยังไง"
ผู้เข้าร่วมสัมมนา "ที่จริงชอบทุกคำตอบครับ"
ผู้ดำเนินรายการ "ชอบทุกคำตอบเลย"
ผู้เข้าร่วมสัมมนา "เพราะว่าถ้าผมเป็นท่านนายกฯ ผมก็ต้องตอบ[แบบ]นี้ ในแง่ของหอการค้าจังหวัดสงขลาขอกราบเรียนว่าผมก็เป็นคนประเทศไทยคนหนึ่ง แน่นอนผมก็มีความรู้สึกว่าเราน่าจะคำนึงถึง จริยธรรม คุณธรรม ศีลธรรม แต่อย่างไรก็ตามนะครับหอการค้าส่งข่าวก่อนที่จะออกมาเป็นบทสรุปอันนี้ เราได้ทำการศึกษาวิจัย"
ผู้ดำเนินรายการ: "ไม่ใช่คิด ๆ แล้วก็ทำ"
ผู้เข้าร่วมสัมมนา: "วันนี้พอท่านนายกฯ ลงมาก็เหมือนกับว่าคนได้พูดคุยกับนายกฯโดยตรง นักธุรกิจได้คุยกับท่านนายกฯ โดยตรง และประเด็นสำคัญที่สุดคือวันนี้นักธุรกิจที่มาฟัง การพูดสั้น ๆ เขาได้รู้เลยว่าแนวความคิดของท่านนายกฯ เป็นอย่างไร เหมือนเรื่องบ่อนกาสิโน ในความคิดนายกฯปฏิเสธ คือทางเอกชนเอง"
ผู้ดำเนินรายการ: "ท่านก็ไมได้ปฏิเสธนะ ท่านบอกว่าท่านจะไปศึกษานะ"
ผู้เข้าร่วมสัมมนา: "แต่ความจริงแล้วผมว่าลึก ๆ ในแง่คือไม่เอา ยังมีสิ่งอื่นที่มีศักยภาพมากกว่าที่จะทำเรื่องกาสิโน"
ผู้เข้าร่วมสัมมนา: "ต้องยอมรับว่าปัญหาชายแดนภาคใต้เรา ทุกคน บางส่วนอาจจะรู้สึกชิน แต่ก็ยังเป็นอะไรที่เรายังรับไม่ได้ ก็ต้องช่วยกันแก้ไข"
ผู้ดำเนินรายการ: "ก่อนที่นายกฯ จะมาจับเข่าคุยกับภาคธุรกิจที่ ๕ จังหวัดชายแดน รู้สึกอย่างไร"
ผู้เข้าร่วมสัมมนา: "หวังที่นายกฯ พูดจะเกิดเป็นรูปธรรม บางเรื่องนายกฯ บอกว่าอีก ๒ อาทิตย์จะเข้าสู่ครม. บางเรื่องก็ทำไปแล้ว ก็คิดว่าคงจะมีคำตอบบางเรื่องที่นายกฯ พูดในวันนี้ในสิ้นเดือนหน้า"
ผู้ดำเนินรายการ: "๑ วันที่ได้มีโอกาสในการดำเนินรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่าถ้าหากว่าพวกเราได้ติดตามตั้งแต่ต้นจะรู้สึกเหมือนกับผม ทุกประเด็นที่มีการถามคำถามจากทางภาคธุรกิจ ภาคเอกชน รวมไปถึงประชาชนนั้นมีการตอบอย่างละเอียด เรียกได้ว่าทึ่งทีเดียวกับวิธีการคิด วิธีการจดจำข้อมูลต่าง ๆ ของท่านนายกรัฐมนตรี และหลังจากนั้นพอคุยกับคนอื่นแล้ว ทุกคนแปลกใจว่าท่านทำไมถึงแม่น ทำไมถึงสามารถที่จะตอบรายละเอียดได้อย่างลึกซึ้ง และดูในลักษณะที่เป็นกันเอง และก็กินใจด้วย วันนี้รายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ลาคุณผู้ชมไปก่อนนะครับ พบกันใหม่ในสัปดาห์หน้า สวัสดีครับ"
<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>