ประกันรายได้เงินเริ่มถึงมือเกษตรกรแล้ว ปรับปรุงมาตราการข้าว ตอบปัญหาชายแดนใต้ เร่งเยียวยามาบตาพุด คลี่คลายปัญหา รฟท. (๑ พ.ย.๕๒)

- ชายแดนใต้: ตอบข้อเสนอ/คำถาม ผู้ประกอบการ
- ชายแดนใต้: งบอย่างเดียวไม่พอ ต้องพัฒนาให้ตรงจุด
- มาบตาพุด: เร่งเยียวยา แจงแนวทางใช้ รธน.ม. ๖๗
- เกษตร: ประกันรายได้ เงินถึงมือเกษตรกรแล้ว
- เกษตร: ปรับปรุงมาตราการข้าวหลายแง่มุม
- ชายแดนใต้: ใช้ครม.พิเศษ ระหว่างผลักดัน กม. ศอ.บต.
- ชายแดนใต้: เหตุการณ์ลด ใช้กฎหมายพิเศษลด
- ชายแดนใต้: มาเลเซียร่วมมือพัฒนา/ช่วยเหลือ
- ตามข่าว: บทบาทไทยในอาเซียน ใช้วัสดุธรรมชาติลอยกระทง คลี่คลายปัญหา รฟท.
*ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

  - ชายแดนใต้: ตอบข้อเสนอ/คำถาม ผู้ประกอบการ

ผู้ดำเนินรายการ: "ได้เห็นความรู้สึกของชาวใหญ่ จังหวัดสงขลาแล้วนะครับว่าพวกเขารู้สึกกันอย่างไรกับบรรยากาศและเรื่องราวของเศรษฐกิจในช่วงนี้ ถึงช่วงเวลาที่เราจะไปฟังความเห็นของภาคเอกชน รวมไปถึงความเห็นของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการจะสื่อสารให้กับประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ"

ภาคเอกชน:
"เรียนท่านนายกรัฐมนตรีและคณะ และผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านครับ ผมในฐานะรองประธานสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา และนายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่ สงขลา นะครับ วันนี้มีความยินดีอย่างมากที่ท่านนายกฯ ได้มาพบกับภาคเอกชน ที่ได้รับฟังปัญหาว่ามีอะไรบ้าง ก็ต้องกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่า ตอนนี้สงขลาตั้งแต่เดือนพฤษภาคมมานี้ ภาคเอกชนก็ขาดทุนนะครับ เพราะว่าหลายปัญหาที่เข้ามาจากปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ฝ่ายความมั่นคง สองก็คือ การกระตุ้นการท่องเที่ยว ก็ฝากเรียนท่านช่วยให้กรม กอง ต่าง ๆ มาประชุมกระตุ้นการท่องเที่ยว เพื่อให้คนหาดใหญ่มีรายได้ขึ้นมานะครับ สามก็คือ เวลามาเลเซียเขาเข้ามานี้เขาก็ติดที่ด่าน ด่านก็มีปัญหา ส่วนอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ก็หาดใหญ่ตอนนี้คือหน้าฝน อยากจะให้ทางรัฐบาลช่วยเพิ่มงบประมาณให้เทศบาลนครหาดใหญ่ เพราะจะได้ไปแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วม อีกเรื่องหนึ่งที่ผมในนามนายกสมาคมโรงแรมฯ ก็มีปัญหากับทางเทศบาลเรื่องบำบัดน้ำเสียนะครับ ตอนนี้โรงแรมเป็นหนี้เทศบาลอยู่ประมาณทั้งดอกเบี้ยด้วยเกือบ ๕๐๐ ล้าน ก็ฝากท่านว่าช่วยแก้ปัญหา จะเป็นวิถีทางใดก็แล้วแต่ หนี้ของภาคเอกชนที่ค้างอยู่นี้ ให้สามารถจบไปก่อน แล้วก็ทำของใหม่อีก เราก็มาคุยกัน และอีกเรื่องหนึ่งนี้คือปัญหาเรื่องเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ soft loan นะครับ ก็ต้องฝากท่านนายกรัฐมนตรีว่า จะหาวิธีทำอย่างไรให้หาเงินมาช่วยภาคเอกชนได้กู้ต่อไป MLR -๒.๗๕ เราก็จะได้อยู่กันต่อไปนะครับ ถ้าไม่นั้นเราก็อยู่ไม่ได้ ขอบคุณมากครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: "ครับมีอยู่ ๓ เรื่องนะครับ วงจรปิด เรื่องความปลอดภัย เรื่องที่ ๒ เรื่องของน้ำท่วมน้ำเสีย เรื่องที่ ๓ เรื่องกระตุ้นการท่องเที่ยว อำนวยความสะดวกและเรื่องดอกเบี้ย ๓ เรื่องใหญ่ ๆ ฝากท่านนายกฯ"

...อภิสิทธิ์: ทีนี้จะขอไล่ตามคำถามที่ผมพอรวบรวมได้นะครับ

ประเด็นแรกก่อนนะครับในเรื่องการท่องเที่ยว เมื่อกี้ตอบ เรื่องด่านไปแล้ว  ตอบเรื่องสินเชื่อผ่อนปรนไปแล้ว

  • เรื่องด่านชายแดนเมื่อสักครู่ที่พูดไว้ว่าจะเป็นสะเดาหรือที่.... ก็ขณะนี้มีการจัดงบประมาณ และมีการเดินหน้า เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะเป็นสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นในแง่ของโครงสร้างพื้นฐาน อันนี้ก็เรียนให้ทราบถึงแนวที่ทำมานะครับ ผมตอบเรื่องของการค้าชายแดนในแง่ของด่านไปแล้ว เข้าใจว่าโครงการหลายโครงการที่ท่านยกขึ้นมา เช่น สะพานก็เป็นเรื่องที่กำลังดำเนินการศึกษา และจัดงบประมาณอยู่
  • ถ้าอยากจะช่วยสินเชื่อผ่อนปรน  ต้องเป็นมาตรการทางการคลัง คือทางกระทรวงการคลัง รัฐบาลต้องจัดเงินมาอุดหนุนให้ชัดเจนไปเลยนะครับ  ส่วนจะเพิ่มวงเงินอะไรต่าง ๆ นั้น  ผมจะดูนะครับ  เพราะว่าที่ได้รับรายงานมานี้วงเงินเดิมก็ยังใช้ไม่หมด  อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ยืนยันนะครับว่าถ้ามีความจำเป็นก็จะเดินหน้า  เพราะว่าในไทยเข้มแข็งเราได้เพิ่มทุนธนาคารของรัฐไปแล้ว  ก็คิดว่าน่าจะสามารถที่จะดำเนินการได้นะครับ 

เรื่องวงจรปิดครับ วงจรปิดเกิดปัญหาจากการที่โครงการติดตั้งวงจรปิดของกระทรวงมหาดไทยเกิดการยกเลิกสัญญาบอกเลิกสัญญา ผมได้ให้นโยบายและขณะนี้ก็กำลังการแล้วนะครับว่า ระหว่างที่ยกเลิกสัญญาหรืออาจจะมีการฟ้องร้องบวกกับคงจะต้องมีการสอบว่า มีการทุจริตในโครงการนี้ขอให้ทำโครงการต่อหรือเพิ่มโครงการใหม่ คืออย่าไปให้ปัญหาการฟ้องร้องกัน หรือการสอบทุจริตมาชะลอการติดตั้งวงจรปิด  เพราะฉะนั้น ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยก็เดินหน้าในการที่จะทำการจัดซื้อจัดจ้างใหม่ทันที  แต่ว่ากระบวนการนี้ต้องใช้เวลาอยู่บ้าง  ผมเองก็เป็นทุกข์เรื่องนี้ก็ต้องการที่จะให้เรื่องของการติดตั้งวงจรปิดเป็นไปอย่างรวดเร็ว และอาจจะมีการปรับปรุงโครงการให้มีความเป็นไปได้มากขึ้น เช่น ในเชิงของระบบที่จะติดเป็น Wireless และถ้าหากว่าในระยะเฉพาะหน้าอาจจะไม่จำเป็นต้องเชื่อมโยงกันทั้งหมดก็ได้ อย่างนี้เป็นต้น ก็จะได้ให้นโยบายไปเพื่อทำให้ได้รวดเร็วมากขึ้น"...

ภาคเอกชน: "ก่อนที่จะมาที่นี่ ทางหอการค้าและสภาอุตสาหกรรมทั้ง ๓ จังหวัด ๖ องค์กรก็มีการประชุมหารือกันนะครับ และก็ได้ข้อสรุปที่จะเสนอเรื่องการพัฒนาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งหมด ๖ ข้อนะครับ เริ่มจาก

ข้อที่ ๑ ก็คือเรื่องมาตรการสินเชื่อผ่อนปรนหรือ soft loan นะครับ ผมอยากให้ทางรัฐบาลเร่งรัดการออกระเบียบปฏิบัติให้กับธนาคารออมสินในพื้นที่นะครับ รวมทั้งเพิ่มวงเงินอีก ๓,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์เปิดการขอสินเชื่อผ่อนปรนขึ้นทันที ทั้งผู้ประกอบการรายเดิม และผู้ประกอบการรายใหม่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ข้อนี้อยากจะให้ทางรัฐบาลช่วยเร่งรัดด้วยครับ

เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องสิทธิประโยชน์ และงบประมาณในแผนพัฒนาพื้นที่พิเศษ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีวงเงินทั้งหมด ๖๓,๐๐๐ กว่าล้าน ทีนี้สิ่งที่ภาคเอกชนกลัวก็คือว่า ปัจจุบันนี้แผนนี้มันครอบคลุมทั้ง ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่คนที่เดือดร้อนก็คือคนที่อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราก็อยากจะให้ท่านทางท่านช่วยปรับปรุงแผน โดยแยกออกเป็น ๒ ประเด็นใหญ่ ๆ นะครับ ก็คือ

  • เรื่องการปรับปรุงเรื่องกฎ ระเบียบ สิทธิประโยชน์ เพื่อในการจูงใจให้คนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้อยู่ในพื้นที่ ไม่อพยพโยกย้ายหนีออกมา สิ่งที่เรากลัวคือว่าโครงสร้างประชาชนนี้จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนะครับ และภายใน ๕ หรือ ๑๐ ปีนี้เราอาจจะไม่มีใครอยากจะอยู่ไปรักษาที่ดินตรงนั้นไว้
  • ส่วนเรื่องย่อยอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องงบประมาณในแผนพัฒนาพื้นที่พิเศษ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี้ ก็ควรจะมุ่งเน้นในการแก้ไขปัญหาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องเร่งด่วนก่อน ขอบพระคุณมากครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: "ขอบพระคุณครับ ท่านประธานหอการค้าจังหวัดยะลานะครับ ๒ เรื่อง เรื่องของเงินกู้นะครับและเรื่องของ ๓ จังหวัดที่อาจจะต้องแยกความเร่งด่วนแตกต่างจาก ๕ จังหวัดบ้างนะครับในหลากหลายประเด็น"

...อภิสิทธิ์: "ส่วนประเด็นที่เป็นข้อเรียกร้องหรือข้อเสนอเดิม ๆ นะครับเกี่ยวกับ

  • เรื่องของสิทธิประโยชน์ที่เคยได้รับ ก็ยืนยันนะครับว่าในการตัดสินใจเชิงนโยบาย นี้จบหมดแล้วนะครับ คือต่ออายุไปหมดแล้ว ที่สำคัญก็จะมีประเด็นเรื่องของ soft loan ที่ถามกันเยอะ อธิบายนิดหนึ่งครับ ปัญหา soft loan เกิดขึ้นอย่างนี้ครับ เกิดขึ้นจากประเด็นที่ว่า มีกฎหมายแบงก์ชาติฉบับใหม่ขึ้นมาเมื่อประมาณเกือบ ๒ ปีแล้ว กฎหมายนี้ไปเอามาตรฐานของโลกครับว่า ธนาคารกลางควรจะเลิกบทบาทของการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพราะฉะนั้นกฎหมายนะครับไปเขียนไว้ ไม่ใช่ติดกฎระเบียบอะไร กฎหมายเลย ห้ามไม่ให้แบงก์ชาติทำงานนี้ต่อ เพียงแต่ว่าบอกว่าส่วนที่ปล่อยไปแล้วนี้ ก็ให้ทำจนเสร็จ จนครบอายุของเงินทุนเหล่านั้น ทีนี้เมื่อเราทราบอันนี้ก็มีมติคณะรัฐมนตรีอย่างที่ท่านทราบดีนะครับ ว่าเราก็วางเอาไว้ว่า ถ้าอย่างนั้นก็ให้ธนาคารออมสิน รวมทั้งธนาคารอิสลามเข้ามาช่วยทำในเรื่องของสินเชื่อผ่อนปรน มากขึ้นนะครับ เพื่อที่จะรับช่วงต่อจากธนาคารแห่งประเทศไทย

    ผมเพิ่งเรียกประชุม กรอ. ไป ก็ปรากฏว่าผมเพิ่งทราบว่าความเข้าใจนี้อาจจะคลาดเคลื่อนกันบางส่วน คือทั้งออมสินและธนาคารของรัฐไปเข้าใจว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยยังทำได้ปกติไปจนถึงสิ้นปีนี้ หรือตามอายุนะครับที่กำหนดเอาไว้ แต่ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยเขาบอกว่าเขาทำได้เฉพาะที่ค้างอยู่ เพราะฉะนั้นผมได้เร่งรัดเรื่องของธนาคารออมสินไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้น่าจะมีความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้น แต่ผมก็ทราบว่าจะมีปัญหาใหม่ เนื่องจากว่าธนาคารออมสินจะไปทำบทบาทเดียวกับแบงก์ชาติก็ไม่ได้ คือแบงก์ชาติไม่ได้มาปล่อยท่าน แบงก์ชาติต้องปล่อยเงินผ่านธนาคารพาณิชย์อื่น ๆ แต่ว่าธนาคารออมสินจะไปทำแบบนั้นคงจะไม่ใช่ ก็จะเกิดปัญหาขึ้นเล็กน้อยเพราะว่าจะมีหลาย ๆ ท่านที่บอกว่า ไม่ประสงค์ที่จะต้องย้ายในเรื่องของบริการจากธนาคารพาณิชย์อื่น ๆ ซึ่งเคยได้รับสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากแบงก์ชาติ แล้วจะต้องมาที่ออมสิน

    อันนี้ผมจะรับกลับไปดูว่าจะมีวิธีการที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไรนะครับ อาจจะเป็นความร่วมมือระหว่างธนาคารออมสินกับธนาคารพาณิชย์ หรือจะต้องมีวิธีการอื่นนะครับ แต่หลักก็คือว่ากฎหมายนี้ขณะนี้บอกว่า ไม่ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทำเรื่องนี้ เพราะจะเป็นการบิดเบือนนโยบายการเงิน ถ้าอยากจะช่วยสินเชื่อผ่อนปรน ต้องเป็นมาตรการทางการคลัง คือทางกระทรวงการคลัง รัฐบาล ต้องจัดเงินมาอุดหนุนให้ชัดเจนไปเลยนะครับ ส่วนจะเพิ่มวงเงินอะไรต่าง ๆ นั้น ผมจะดูนะครับ เพราะว่าที่ได้รับรายงานมานี้วงเงินเดิมก็ยังใช้ไม่หมด อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ยืนยันนะครับว่าถ้ามีความจำเป็นก็จะเดินหน้า เพราะว่าในไทยเข้มแข็งเราได้เพิ่มทุนธนาคารของรัฐไปแล้ว ก็คิดว่าน่าจะสามารถที่จะดำเนินการได้นะครับ"
  • ส่วนเรื่องของการประชุมนั้นก็รับไปนะครับ ผมก็ไม่ทราบข้อเท็จจริงว่ามีการหนีที่จะไม่มาประชุมที่นี่ แต่ว่าปลายเดือนนี้ผมก็จะมา มีงานของ มอ.ที่จัด ปลายเดือนพฤศจิกายน  ก็จะมาเพื่อที่จะมาประชุมที่นี่ แต่ก็รับข้อสังเกตตรงนี้ไป ประเด็นถัดมาครับคือประเด็นเรื่องของการส่งเสริมการลงทุน ผมเป็นคนที่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับข้อเสนอของท่านประธานหอฯ ยะลา คือขณะนี้เรามีมาตรการผ่อนปรนในเรื่องของภาษี และเราก็มีมาตรการของบีโอไอ  แต่ว่าสิ่งที่เราจะต้องเติมเข้าไปเพื่อจะให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษก็คือสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม  ผมได้ให้นโยบายตรงกับที่ท่านเสนอว่า สิทธิประโยชน์ที่จะให้เพิ่มเติมต้องไม่เหมือนกันในพื้นที่ ๕ จังหวัด  คือต้องให้ ๓ จังหวัดก่อน หมายความว่าสิทธิประโยชน์ที่จะให้ต้องสูงสุดที่ ๓ จังหวัด และถัดลงมาอาจจะเป็น ๔ อำเภอ แล้วถึงจะเป็นพื้นที่ที่เหลือของจังหวัดสงขลากับจังหวัดสตูล  อันนี้ผมเป็นคนให้ข้อสังเกตกับผู้ที่กำลังไปศึกษาเรื่องนี้ คือสภาพัฒน์ฯเอง  มิฉะนั้นแล้วก็ไปไม่ถึง ๓ จังหวัดพูดง่าย ๆ แต่ว่าถ้าเรามีลักษณะของระดับของสิทธิประโยชน์ก็จะมีส่วนในการที่จะกระจายให้เกิดความทั่วถึง"...

ภาคเอกชน: "ในส่วนของข้อ ๓ นะครับ เป็นการพัฒนาการขนส่งระบบราง ทางภาคใต้นี้เป็นเส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดนะครับ ถ้ามีการพัฒนาการขนส่งระบบรางได้ก็จะสามารถลดต้นทุนในการขนส่งสินค้าให้กับทางภาคเอกชนนะครับ ข้อ ๔ นะครับ ขอให้ปรับปรุงแก้ไขร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ ในส่วนของจังหวัดเรื่องการค้าชายแดนนะครับ เรื่องเร่งด่วนเรื่องแรกก็คือ ตอนนี้เราไม่มีสะพานที่อำเภอตากใบนะครับ ตอนนี้เรามีแต่แพขนานยนต์ เสียบ่อยมากและทำให้การค้าชายแดนตรงนั้นสะดุดนะครับ เนื่องจากเราเองเราก็ไม่มีสะพาน แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งครับการพัฒนาสร้างศูนย์รวมสินค้าชายแดนไทย - มาเลเซียที่อำเภอตากใบ อีกเรื่องหนึ่งครับ การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบริเวณลุ่มน้ำโก-ลก ก็อยู่ในแผนนี้นะครับ ด้านการกีฬาของจังหวัด ในมิติของความมั่นคง กระแสตอนนี้เรื่องฟุตบอลที่จังหวัดนราธิวาสนะครับ ฟุตบอลเราได้เหรียญทองกีฬาแห่งชาติ ได้แชมป์กีฬาลีกภูมิภาคดิวิชั่น ๒ ได้แชมป์ภาคใต้ ก็อยากจะของบประมาณสนับสนุนในเรื่องของการสร้างศูนย์กีฬา อีกเรื่องหนึ่งนะครับ เรื่องขอทุนสำหรับการพัฒนาเยาวชนและนักศึกษาเพื่อการกีฬา เพื่อดึงเยาวชนเหล่านี้ออกมาให้ห่างไกลยาเสพติด เป็นอีก ๑ ปัญหาของสถานการณ์ ขอบพระคุณครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: "ขอบคุณครับ ขอเสียงปรบมือให้กับท่านประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนราธิวาสครับ"

อภิสิทธิ์: " ส่วนเรื่องของขนส่งระบบราง  ก็ขอเรียนว่าเรื่องระบบรางเป็นส่วนสำคัญของไทยเข้มแข็ง ซึ่งผมจะใช้แนวทางซึ่งจะไปขอความร่วมมือจากต่างประเทศด้วย หรือเป็นเอกชน เพราะฉะนั้น อาจจะยังไม่ปรากฏอยู่ในตัว พ.ร.ก และพ.ร.บ. ซึ่งเคยมีการพูดกัน คือตรงนั้นจะเอาจากแผนของรถไฟที่มีอยู่เดิม แต่เรากำลังเร่ง อย่างเช่นเรื่องหัวรถจักร คิดว่าน่าจะเดินหน้าในการที่จะไปเจรจากับประเทศจีน ซึ่งดูจะมีความพร้อมในการที่จะขาย ส่วนรางคู่ก็ดี รางที่จะเชื่อมโยงเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก เชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน ภายใน ๒ สัปดาห์เขาจะเสนอแผนทั้งหมดให้ ครม.แล้วจะได้มีการจัดว่าจะทำตรงไหนก่อนหลัง และใช้เงินทุนจากไหนอย่างไร ซึ่งในส่วนที่จะเป็นรางคู่ลงมาทางใต้ ถ้าท่านบอกว่าถึงสุราษฎร์ฯ ก่อนก็ยังดี ก็ถูกต้องนะครับ เพราะว่าจริง ๆแล้วการทำรางคู่ในระหว่างที่เรายังไม่มีเงินที่จะทำตลอดทั้งสาย แนวที่เราจะใช้คือว่า เราจะทำในจุดที่ขณะนี้มีความจำเป็นจะต้องสับหลีก  ซึ่งมันไม่ใช่ตลอดทั้งสายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ถ้าบริหารจัดการตารางการเดินรถ เราทำเป็นรางคู่บางส่วนก็จะสามารถได้ในสิ่งที่เราต้องการ คือร่นเวลาของการเดินรถที่เสียไปกับการสับหลีก ตรงนี้ก็ขอเรียนว่าจะเดินหน้าทำ

พอดีท่านที่เสนอเรื่องนี้พูดเรื่องกีฬาด้วย  ขอเรียนว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ได้ถ่ายทอดฟุตบอลนราธิวาส และฤดูกาลต่อไปจะมีการจัดระบบในเรื่องของการถ่ายทอดฟุตบอลไทย  เพราะว่าขณะนี้ผมคิดว่าเราน่าจะสามารถส่งเสริมให้ลีกของไทย ทั้งพรีเมียร์ลีก ลีกภูมิภาค เป็นที่นิยม และทำให้ประชาชนชุมชนในท้องถิ่นมีความผูกพันกับกระแสของกีฬา กระแสของฟุตบอลมากขึ้นเหมือนต่างชาติมากขึ้น ทีวีก็จะเป็นตัวหนึ่งที่จะเป็นตัวกระตุ้น  พร้อม ๆ กันนั้นขณะนี้ก็มีการกันเงินจากกองทุนกีฬาส่วนหนึ่งที่เหลืออยู่ออกมา เพื่อมาทำเรื่องนี้เป็นการเฉพาะในการส่งเสริมให้เกิดทีมฟุตบอลในแต่ละจังหวัด  ในแต่ละสโมสร  เพื่อที่จะให้สามารถดึงดูดความสนใจและดึงให้คนของเราเข้ามาใกล้ชิดในเรื่องของกีฬามากขึ้น"... 

ภาคเอกชน: ผมได้รับมอบหมายในส่วนของสภาอุตสาหกรรมปัตตานีนะครับ มีอยู่ ๒ เรื่องด้วยกันนะครับที่จะเรียนให้ท่านครับ เรื่องแรกเกี่ยวกับเรื่องการยกระดับลุ่มน้ำของปัตตานีให้เป็นลุ่มน้ำสากลนะครับ เพื่อให้บรรทุกวัตถุดิบหรือสินค้าที่จะเข้ามาได้สะดวก เพราะลุ่มน้ำมันตื้นเขิน ทีนี้แนวทางแก้ไขที่จะนำเสนอ คือเสนอให้ทางราชการจัดสรรเพื่อดำเนินการขุดลอกทุกปีนะครับท่านครับ ย้ำว่าทุกปี จึงเสนอว่าควรจะให้มีการปรับปรุงแผนในการขุดลอกให้เป็นไปตามที่ทางจังหวัดและผู้ประกอบการสมาคมประมง และประชาชนนะครับ เพราะว่าอยากจะให้มันจะได้เกิดประโยชน์ที่แท้จริงครับ ในส่วน เรื่องที่ ๒ ต้องการให้เร่งรัดการทำ MOU ระหว่างไทย - อินโดนีเซียด้านการประมง ในส่วนข้อ ๒ การเข้าไปทำประมงในน่านน้ำอินโดภายใต้กฎหมายใหม่ จะต้องดำเนินการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่องควบคู่ไปด้วย ขอบพระคุณครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: "ขอบคุณท่านรองประธานสภาอุตสาหกรรมนะครับ"

...อภิสิทธิ์: "สำหรับในเรื่องของปัตตานีที่พูด เรื่องประมง ผมก็เรียนว่าผมก็เป็นคนหยิบเรื่องนี้ขึ้นมากับทางอินโดนีเซีย เพราะทราบว่าเป็นปัญหามา ๒-๓ ปีแล้ว  นับตั้งแต่เขาจัดระเบียบใหม่ในส่วนของเขา ผมก็เข้าใจนะครับวัตถุประสงค์ของทางอินโดนีเซียว่าเขาก็มีความรู้สึกว่าอยู่ดี ๆ จะให้เราไปเอาทรัพยากรของเขามาเฉย ๆ เขาคิดว่าเขาอยากจะได้อะไรมากกว่านั้น จึงมีเงื่อนไขในเรื่องของการที่จะต้องไปเพิ่มมูลค่าแปรรูปอยู่  ซึ่งผมบอกว่าไม่ขัดข้องในหลักการ แต่ว่าได้ขอไว้แล้วว่า การจะไปบอกว่าแปรรูปอะไรในลักษณะที่สลับซับซ้อนขณะนี้มันเกิดขึ้นได้ยาก เอาง่าย ๆ ก่อนนะครับ ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องห้องเย็น การเอาขึ้นท่าและมีการทำอะไรเล็กน้อยและก็ส่งออกมา และที่สำคัญคือว่าจำเป็นจะต้องหาการจับคู่ภาคเอกชน ไม่อย่างนั้นมันเกิดขึ้นไม่ได้ ซึ่งอันนี้จะได้ไปติดตามกับทางกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งจะรับไปดูเรื่องนี้ และอาจให้ประสานมาทาง ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ด้วยว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ส่วนร่องน้ำนั้นเช่นเดียวกันนะครับ ขณะนี้มีการศึกษาอยู่และเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจครับ ก็จะดำเนินการต่อไป"...  

ภาคเอกชน: "ในนามองค์กรสมาคมภาคเอกชนในจังหวัดสงขลา ขอขอบพระคุณท่านอภิสิทธิ์ที่ได้กรุณาสละเวลาพบปะภาคเอกชนในครั้งนี้ ซึ่งผมกับองค์กรอีก ๕ - ๖ องค์กรได้รวบรวมเป็นเอกสาร ซึ่งมีความยินดีนะครับถ้าท่านนายกฯ หรือท่านรัฐมนตรีจะให้ไปพบในกรุงเทพมหานคร เพื่อชี้แจงประเด็นต่าง ๆ อีกครั้งหนึ่งนะครับ เอกสารที่ผมมอบให้อาจจะหนาสักหน่อยนะครับท่านครับ นี่มาจาก ๕ องค์กรขอมอบให้ท่านนายกฯ หลังการประชุมครั้งนี้ ขอบพระคุณครับ"

ภาคเอกชน:
"ท่านนายกรัฐมนตรีครับ วันนี้นอกจากเรามี ๕ จังหวัดนะครับ เรายังมีเพื่อนสมาชิกของหอการค้าอีก ๙ จังหวัด รวมเป็น ๑๔ จังหวัดนะครับอยู่ที่นี่ ก่อนที่ผมจะนำเสนอปัญหาของจังหวัดสตูลนะครับ จังหวัดสตูลเองก็อยากจะย้ำกับท่านว่า ชาวจังหวัดสตูลเรายืนอยู่เคียงท่านตลอดเวลานะครับและก็สม่ำเสมอนะครับ ซึ่งสตูลเป็นจังหวัดเล็กครับท่าน ภูมิศาสตร์เราติดป่าชายเลน ป่าสงวน เขตอุทยาน ทำอะไรก็ลำบากครับท่าน ปัญหาเหล่านี้ก็อยากจะนำเสนอท่านด้วยใจจริง ๆ นะครับ ท่านครับ ประเด็นเหล่านี้เราติดปัญหาหมดเลยครับ กับสิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งจำเป็นครับท่าน วันนี้มันไม่ใช่เรื่องของสตูลหรือสงขลา แต่มันเป็นเรื่องของประเทศไทย ก็อยากจะหวังพึ่งว่าท่านได้ช่วยเมตตาตรงนี้ ด้วยผลงานต่าง ๆ ทั้งวิจัยและโครงการต่าง ๆ ผมได้ทำเป็นรูปเล่ม เพื่อจะนำเสนอท่าน ขอบคุณมากครับ"

...อภิสิทธิ์: "ก็จะมาหยุดตรงประเด็นสุดท้าย คือในส่วนของสตูล และเรื่องของเมกกะโปรเจกต์ ผมเรียนอย่างนี้ว่าผมจะรับไปดูนะครับเรื่องมอเตอร์เวย์ที่บอกว่าตกหล่นไป แล้วก็ใน

  • ส่วนของสะพานเศรษฐกิจ คือสะพานเศรษฐกิจพูดกันมานานนะครับ หลักคิดเดิมก็บอกว่ามีท่าเรือ ๒ ฝั่ หัวเชื่อมก็มีถนน มีรถไฟ มีท่อน้ำมัน ท่อก๊าซ แล้วก็จะเกิดอุตสาหกรรมขึ้น ๒ ฝั่ง  ข้อเท็จจริงก็คือแนวคิดนี้มีตั้งแต่เสนอว่าทำตั้งแต่ตอนบนเลยนะครับ ตั้งแต่ระนอง ชุมพร  และร่นลงมาเป็นกระบี่ ขนอม ไล่ลงมา ผมเรียนได้เลยว่าขณะนี้ทางตอนบนของภาคใต้ไล่ลงมาไม่เกิดน่ะครับสะพานเศรษฐกิจ  แนวสุดท้ายที่มาศึกษากันอยู่ก็คือปากบารา แล้วก็อาจจะแถวสิงหนคร  อาจจะจะนะ บัดนี้ต้องยอมรับครับว่าก็เริ่มมีบุคคลที่ไม่เห็นด้วย ฝั่งสตูลนั้นยังมีลักษณะที่อาจจะต้องไปดูว่าจะทำความเข้าใจหรือจะคลายความกังวลของคนที่เขาไม่เห็นด้วยอย่างไร แต่ฝั่งนี้เริ่มมีความรู้สึกว่าอาจจะต้องไปถึงปัตตานีแล้วครับ แม้กระทั่งสงขลาก็ดูว่าจะยาก อันนี้พูดตรง ๆ 
  • เมื่อวานนี้เองโครงการท่าเทียบเรือที่ปากบาราก็เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ แล้วสุดท้ายคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมฯ ก็บอกว่า ในส่วนของตัวการศึกษาเรื่องสิ่งแวดล้อมก็คงไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ประเด็นที่ใหญ่กว่านั้นคือว่า ทำท่าเทียบเรือ สมมติว่าทำสำเร็จเฉพาะท่าเทียบเรือ ก็ไม่มีประโยชน์ ถ้ารถไฟไม่เชื่อมโยง และถ้าไม่คุ้มค่าในทางเศรษฐกิจ เพราะว่าการจะให้ใช้ท่าเทียบเรือให้คุ้มค่าก็ต้องมีทั้งสินค้า และอาจจะต้องอุตสาหกรรมเกิดขึ้น ประเด็นก็จึงมีอยู่ว่าพี่น้องในพื้นที่ต้องตัดสินใจ ร่วมตัดสินใจกับรัฐบาลว่าตกลงจะมีการพัฒนาอุตสาหกรรมหรือไม่ ถ้ามีมีประเภทใด ถ้ามีแล้วทำอย่างไรไม่ให้กระทบกระเทือนเรื่องการท่องเที่ยว เพราะว่าสิ่งที่ผมไม่ต้องการก็คือเราบอกว่าอะไรมาก็ดี คือเห็นว่าเป็นการลงทุน เอาเข้าจริง ๆ ปรากฏว่ามาแล้วเกิดการต่อต้าน เกิดความขัดแย้ง โครงการเกิดขึ้นไม่ได้ทำลายภาพลักษณ์ เสียความเชื่อมั่น ไม่มีประโยชน์
     
  • เพราะฉะนั้น ขณะนี้ผมได้ให้ทางสภาพัฒน์ฯ ไปประเมินดูว่าที่พูดถึงพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ รวมทั้งสะพานเศรษฐกิจ  หน้าตามันครบทั้งวงจรคืออะไร เพื่อที่จะมาถามความคิดเห็นให้ประชาชนในพื้นที่ได้ดูว่าจะเอากันอย่างนี้ใช่หรือไม่ คือถ้ามองในภาพรวมนี่เข้าแบบมาตรา ๖๗ วรรคสองเลยครับ ว่ามีผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง เพราะกำลังจะเปลี่ยนวิถีชีวิต ถ้ามีเรื่องเหล่านี้เข้ามาทั้งหมด เพราะฉะนั้น พูดง่าย ๆ คือว่าจากเดิมซึ่งคิดว่าน่าจะมาลุยทำกันเลย  ผมคิดว่ามันคงเป็นไปได้ยาก  แต่ว่าไม่ได้แปลว่าจะชะลอซื้อเวลาไปเรื่อย ๆ ผมบอกเอาคำตอบมาเลย  จะทำก็ทำ ถ้าบอกจะไม่ทำก็ไม่ทำ แล้วเราจะได้มาดูว่ายุทธศาสตร์การพัฒนาจะหมุนไปสู่เรื่องท่องเที่ยวหรือเรื่องอะไร หรือ Creative Economy หรืออะไรมากขึ้นก็ว่ากันไป  ตรงนี้สภาพัฒน์ฯ ก็ขอเวลาอีกไม่นานครับ  แล้วกลับมา แล้วคณะรัฐมนตรีก็ดูในส่วนนี้
  • สุดท้ายผมก็จะเอาไปดูนะครับ รายงานเรื่อง Entertainment Complex แต่ว่าผมด้วยความเห็นใจที่ท่านบอกว่ามันอยากจะมีบางอย่างที่เป็นจุดขาย แต่ว่าถ้าให้ผมเลือกได้ ผมยังไม่อยากให้ตรงนี้เป็นจุดขายของพื้นที่นี้ ผมยังอยากให้เป็นเรื่องอื่น และผมก็คิดว่ามันจะเป็นตัวที่ส่งสัญญาณที่สับสนเกี่ยวกับเรื่องของวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนด้วย เพราะฉะนั้น แม้ว่าจะเห็นใจแล้วก็เข้าใจมุมมอง แต่ก็มีอีกมุมหนึ่งซึ่งผมคิดว่าจำเป็นจะต้องนำมา และก็ช่างน้ำหนักดูให้ดี  แล้วก็อย่างที่เรียนนะครับว่าผมยังเชื่อว่ามีจุดขายจุดอื่นอยู่ที่สามารถจะทำได้  แต่ก็พร้อมที่จะเอารายงานการศึกษาไปดู  เพราะเห็นท่านบอกทำนองว่า ศึกษาทั้งความเป็นไปได้ แล้วก็ทัศนคติของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ด้วย  ก็ยินดีที่จะไปดู  ก็คิดว่าเกือบครบนะครับ ไม่กล้าพูดว่าครบมีตลาดน้ำนะครับที่เมื่อกี้ยังไม่ได้พูดเท่าที่ดู  แต่ว่าทั้งหมดนี้จะขอให้ทุกหน่วยงาน และสรุป  แล้วก็ไปติดตาม เพราะว่าเราจะมีการประชุมทั้งในส่วนของ ครม.ภาคใต้เอง ทั้งในส่วนของ กรอ. และอื่น ๆ และถ้าเป็นเรื่องใหญ่กว่านั้นก็มีเรื่องของครม.เศรษฐกิจอยู่แล้ว

ผมก็ขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้งหนึ่ง แล้วขอยืนยันนะครับว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับกระบวนการการพัฒนาเพราะเป็นหัวใจของการแก้ไขปัญหาในเรื่องของความไม่สงบด้วย  ขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้งหนึ่งครับ  และอีกไม่นานกลับมาเยี่ยมกันอีกครับ"...

ผู้ดำเนินรายการ: "ขอบพระคุณนะครับท่านผู้แทนจากทั้งหมด ๖ ท่าน สงขลา ยะลา นราธิวาส ปัตตานี และสตูลนะครับ ผมขออนุญาตที่จะสรุปบางประเด็นก่อนให้ท่านนายกฯ นะครับ ในวันนี้เชื่อว่ามีประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของคำถามเป็นเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องของความมั่นคงมีอยู่สักประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ น่าจะเป็นบรรยากาศที่ดีขึ้นแล้วนะครับ เพราะว่าไม่ได้เป็นประเด็นที่พวกเราถามกันมากนัก ประเด็นเศรษฐกิจมีการพูดถึงศูนย์กลางท่องเที่ยว และก็หาดใหญ่เจาะไปถึง Entertainment Complex ซึ่งอาจจะมีเรื่องของคาสิโนเข้าไปด้วย ๓ จังหวัดก็บอกว่า ๓ จังหวัดเร่งกว่า พอมองกว้าง ๕ จังหวัดบอก ๕ จังหวัดก็ขอด้วยนะครับ อันนี้มี soft loan ๓,๐๐๐ ล้านนะครับ แล้วก็กระตุ้นผ่านทางเมกกะโปรเจกต์ โลจิสติกส์รถไฟรางคู่ ทวงสัญญาว่ามา นานแล้วเมื่อไรจะมาถึงเสียทีหนึ่งครับ และนอกจากนั้นในประเด็นเศรษฐกิจก็จะมีเรื่องของ MOU ด้านประมงกับอินโดนีเซีย แล้วก็มีแลนด์บริดจ์สงขลา-สตูล อันนี้หลัก ๆ ในประเด็นเศรษฐกิจกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีครับ"

ผู้ดำเนินรายการ  "ผมเองในฐานะของผู้ดำเนินรายการสัมมนานั้นแทบจะไม่น่าเชื่อนะครับ ประเด็นที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้บันทึกเอาไว้หลังจากที่มีการถามมาจากภาคเอกชนนั้นได้รับการตอบทุกประเด็นคำถาม ทีนี้หลังจากประเด็นต่างๆ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้พูดไปแล้ว หลังจากนั้นอีกทีหนึ่งในส่วนของคนที่เข้ามาฟัง เขารู้สึกยังไงไปฟังความเห็นของผู้เข้าร่วมสัมมนาท่านอื่นกันครับ"

ผู้ดำเนินรายการ  "ฟังนายกฯ ตอบทุกประเด็น แต่บางประเด็นอาจจะชอบบ้างไม่ชอบบ้าง รู้สึกยังไง"

ผู้เข้าร่วมสัมมนา  "ที่จริงชอบทุกคำตอบครับ"

ผู้ดำเนินรายการ "ชอบทุกคำตอบเลย"

ผู้เข้าร่วมสัมมนา  "เพราะว่าถ้าผมเป็นท่านนายกฯ ผมก็ต้องตอบ[แบบ]นี้ ในแง่ของหอการค้าจังหวัดสงขลาขอกราบเรียนว่าผมก็เป็นคนประเทศไทยคนหนึ่ง แน่นอนผมก็มีความรู้สึกว่าเราน่าจะคำนึงถึง จริยธรรม คุณธรรม ศีลธรรม แต่อย่างไรก็ตามนะครับหอการค้าส่งข่าวก่อนที่จะออกมาเป็นบทสรุปอันนี้  เราได้ทำการศึกษาวิจัย"

ผู้ดำเนินรายการ: "ไม่ใช่คิด ๆ แล้วก็ทำ" 

ผู้เข้าร่วมสัมมนา: "วันนี้พอท่านนายกฯ ลงมาก็เหมือนกับว่าคนได้พูดคุยกับนายกฯโดยตรง นักธุรกิจได้คุยกับท่านนายกฯ โดยตรง และประเด็นสำคัญที่สุดคือวันนี้นักธุรกิจที่มาฟัง การพูดสั้น ๆ เขาได้รู้เลยว่าแนวความคิดของท่านนายกฯ เป็นอย่างไร เหมือนเรื่องบ่อนกาสิโน ในความคิดนายกฯปฏิเสธ คือทางเอกชนเอง"

ผู้ดำเนินรายการ: "ท่านก็ไมได้ปฏิเสธนะ ท่านบอกว่าท่านจะไปศึกษานะ"

ผู้เข้าร่วมสัมมนา: "แต่ความจริงแล้วผมว่าลึก ๆ ในแง่คือไม่เอา ยังมีสิ่งอื่นที่มีศักยภาพมากกว่าที่จะทำเรื่องกาสิโน" 

ผู้เข้าร่วมสัมมนา: "ต้องยอมรับว่าปัญหาชายแดนภาคใต้เรา ทุกคน บางส่วนอาจจะรู้สึกชิน แต่ก็ยังเป็นอะไรที่เรายังรับไม่ได้  ก็ต้องช่วยกันแก้ไข"

ผู้ดำเนินรายการ: "ก่อนที่นายกฯ จะมาจับเข่าคุยกับภาคธุรกิจที่ ๕ จังหวัดชายแดน รู้สึกอย่างไร"

ผู้เข้าร่วมสัมมนา: "หวังที่นายกฯ พูดจะเกิดเป็นรูปธรรม บางเรื่องนายกฯ บอกว่าอีก ๒ อาทิตย์จะเข้าสู่ครม. บางเรื่องก็ทำไปแล้ว  ก็คิดว่าคงจะมีคำตอบบางเรื่องที่นายกฯ พูดในวันนี้ในสิ้นเดือนหน้า"

ผู้ดำเนินรายการ: "๑ วันที่ได้มีโอกาสในการดำเนินรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์  ผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่าถ้าหากว่าพวกเราได้ติดตามตั้งแต่ต้นจะรู้สึกเหมือนกับผม  ทุกประเด็นที่มีการถามคำถามจากทางภาคธุรกิจ ภาคเอกชน  รวมไปถึงประชาชนนั้นมีการตอบอย่างละเอียด เรียกได้ว่าทึ่งทีเดียวกับวิธีการคิด วิธีการจดจำข้อมูลต่าง ๆ ของท่านนายกรัฐมนตรี และหลังจากนั้นพอคุยกับคนอื่นแล้ว ทุกคนแปลกใจว่าท่านทำไมถึงแม่น  ทำไมถึงสามารถที่จะตอบรายละเอียดได้อย่างลึกซึ้ง และดูในลักษณะที่เป็นกันเอง และก็กินใจด้วย  วันนี้รายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์  ลาคุณผู้ชมไปก่อนนะครับ  พบกันใหม่ในสัปดาห์หน้า สวัสดีครับ"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ชายแดนใต้: งบอย่างเดียวไม่พอ ต้องพัฒนาให้ตรงจุด
...การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่สามารถแก้ได้ด้วยเงิน แต่หัวใจของการแก้ปัญหาคือการพัฒนาที่ตรงจุดและตามความต้องการของคนในพื้นที่ โดยจะพัฒนาด้านระบบโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งยังให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา เพื่อสร้างความไว้ใจซึ่งกันและกัน

อภิสิทธิ์:
"...ทีนี้เรื่องของแผนต่าง ๆ นะครับ ผมเรียนว่าเวลาพูดกันนี้ บางทีเราก็พูดเรื่องตัวงบประมาณเป็นหลัก ซึ่งก็สำคัญนะครับ เพราะว่าหลายเรื่องถ้าพูดไปแล้วไม่มีงบประมาณก็ทำไม่ได้ แต่ว่าผมก็ย้ำนะครับว่าเรื่องงบประมาณก็มีการวิพากษ์วิจารณ์เหมือนกันว่า ความจริงก็เห็นพูดกันมาไม่รู้กี่ปีแล้วว่างบก็มาลงที่นี่กี่หมื่นล้านนะครับ แล้วผมอยากจะย้ำนะครับว่า รัฐบาลนี้ไม่ได้คิดว่าปัญหาทั้งหลายนี้แก้ได้ด้วยเงิน ไม่ใช่ ถ้าเงินมาเป็นแสนล้านแต่ใช้ไม่ถูกวิธีก็เปล่าประโยชน์ ตรงกันข้าม ถ้าเงินอาจจะไม่ถูกใจ แต่สามารถเข้าไปเดินหน้าแก้ไขได้ตรงจุดนี้ ตรงนี้ต่างหากจะเป็นตัวที่พลิกฟื้นขึ้นมา เพราะสิ่งที่สำคัญไม่ใช่เรื่องงบประมาณครับ คือเรื่องการพัฒนานะครับ

ผมก็อยากจะบอกว่า
  • การจัดแผนและการจัดงบประมาณนี้ เราได้กำหนดเป้าหมายที่เป็นรูปธรรมชัดเจน เช่น ที่เราบอกว่าในช่วงของไทยเข้มแข็งนี้ครับ เราตั้งเป้าไว้เลยว่ารายได้ครัวเรือนจะต้องเพิ่มขึ้นเป็น ๑๒๐,๐๐๐ บาทต่อปีในปี ๒๕๕๕ ถ้าพูดเรื่องปาล์มเราก็บอกเลยว่าจะต้องเพิ่มพื้นที่ปลูก ๒๑๔,๗๕๕ ไร่ เพิ่มพื้นที่นาจากนาร้าง ๘๕,๐๐๐ ไร่ เพิ่มปริมาณแพะเนื้อป้อนโรงฆ่าสัตว์ โรงงานผลิตอาหารฮาลาล ๓๐๐,๐๐๐ ตัว ทุกอย่างจะเป็นรูปธรรมหมดเลยนะครับ แผนทั้งหมดจะต้องมีการเพิ่มการมีงานทำ ๑๒๐,๐๐๐ คน เพิ่มทักษะฝีมือแรงงานไม่ต่ำกว่า ๑๗๐,๐๐๐ คน แล้วก็มีประชาชนที่มีที่อยู่อาศัยมั่นคงขึ้นไม่ต่ำกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ซึ่งขณะนี้จะเห็นว่าการแก้ปัญหาในเชิงมิติทางสังคมเราก็ทำทั้งในเรื่องที่ทำกิน ที่รัฐมนตรีช่วยฯ ถาวร ไปทำ และก็เรื่องของบ้านมั่นคง ซึ่งความจริงเขาก็ยังเชิญให้ผมไปเยี่ยมอยู่ และก็ตั้งใจจะไปอยู่นะครับ อันนี้ก็ค่อนข้างชัดเจนนะครับ
  • นอกจากนั้นนะครับ ในโครงการที่เราทำนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าสอดคล้องกับความต้องการ มันมีโครงการในระดับของหมู่บ้าน ทั้งที่ ศอ.บต. กอ.รมน. ลงไปทำอยู่ แล้วหลักตรงนี้ก็คือว่าเราไปสำรวจความต้องการจริง ๆ
  • แล้วก็สิ่งที่ผมต้องการให้ทำมากก็คือการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐไปมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง หรือใครก็ตามนะครับ ไปมีส่วนร่วมในการพัฒนา เพื่อสร้างความใกล้ชิดความไว้วางใจระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่ของรัฐมากขึ้น
ตอนนี้มีเป้าหมายในปีแรก ๖๙๖ หมู่บ้าน หมู่บ้านยากจน ๓๒๙ หมู่บ้าน หมู่บ้านประมงพื้นบ้าน ๑๕๐ หมู่บ้าน หมู่บ้านเสริมสร้างสันติสุข ๒๑๗ หมู่บ้าน จากทั้งหมด ๒,๙๐๐ หมู่บ้านใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่นับงานที่ทางภาคเอกชนหรือภาคประชาชนเขาไปทำกันเอง ก็มีโครงการอื่น ๆ อยู่ซึ่งขณะนี้ผมก็ให้ทางภาครัฐติดตามและรับทราบมากยิ่งขึ้นนะครับ

สำหรับโครงสร้างพื้นฐานนะครับ ที่ค้างคากันมายาวนานนะครับ ก็มีตั้งแต่เรื่องของถนนนะครับ เช่น ภายในสิ้นปีนี้ครับ จะเปิดใช้เส้นทางหมายเลข ๔๑๘ นะครับ ซึ่งล่าช้าผ่านมาหลายรัฐบาล สิ้นปีนี้เปิดแน่นอน กรมทหารช่างจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างสะพานข้ามอ่างเก็บน้ำเขื่อนบางลาง ซึ่งจะย่นระยะทางที่คดเคี้ยว ก็ใช้เวลาคาดว่า ๒ ปีนะครับก็จะเสร็จ กรมทางหลวงก็จะเร่งรัดเรื่องของการก่อสร้างทางหลวง ซึ่งเป็นทางลัดที่เชื่อมระหว่างยะลานะครับ คือรามันกับบาเจาะ นราธิวาส ที่ล่าช้าให้เสร็จโดยเร็วเช่นเดียวกันนะครับ มีโครงการที่จะขยายสนามบินนราธิวาส เริ่มต้นศึกษาเรื่องของสนามบินเบตง..."

(กลับไปด้านบน)

- มาบตาพุด: เร่งเยียวยา แจงแนวทางใช้ รธน.ม. ๖๗

... รัฐบาลยึดถือแนวทางปฏิบัติตาม รธน.  พร้อมด้วยความเข้าใจความเดือดร้อนของประชาชนพื้นที่มาบตาพุด รองนายกฯ พบปะประชาชนที่มาชุมนุม เคลื่อนไหว และลงพื้นที่ เพื่อเร่งรัดเยียวยาปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีต ดูแลหลักประกันด้านสุขภาพ พัฒนาปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งการปฏิบัติตามกติกาที่เกี่ยวข้องกับมาตรา ๖๗ วรรคสอง อย่างเคร่งครัด เพื่อความสมดุลระหว่างการพัฒนากับการดูแลคุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมของประชาชน

อภิสิทธิ์ :
" เรื่องที่ ๒ ที่คงจะต้องพูดคุยในวันนี้ครับคือปัญหาที่เกิดขึ้นจากเรื่องของสิ่งแวดล้อมกับการพัฒนาอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือกรณีของมาบตาพุด  อยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่าจริง ๆ ผมย้ำไปหลายครั้งแล้วว่า รัฐบาลได้ยึดถือแนวทางการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ  เพียงแต่ว่าโครงการที่รัฐบาลได้เดินหน้าอนุมัติไปก่อนหน้านี้นั้น เป็นโครงการซึ่งเมื่อตรวจวิเคราะห์จากรายงานการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมแล้วเห็นว่าไม่ได้มีผลกระทบรุนแรงต่อชุมชน  แต่อย่างไรก็ตามครับในขณะนี้ด้วยความเห็นใจ และด้วยความเข้าใจความเดือดร้อนของพี่น้องที่อยู่ที่มาบตาพุด  ซึ่งเดือดร้อนจากปัญหามลพิษมาเป็นเวลาพอสมควร  เราก็ได้มีแนวทางในการทำงานอย่างนี้

  • ประการแรกได้มีการให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ได้เข้าไปพบกับพี่น้องประชาชนที่มาชุมนุม มาเคลื่อนไหว หรือแม้กระทั่งให้ลงไปในพื้นที่ และจะลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเร่งรัดมาตรการในเรื่องของการเยียวยาต่าง ๆ  จะดูแลเรื่องของหลักประกันในด้านการดูแลสุขภาพ พัฒนาปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โรงพยาบาลและอื่น ๆ  เพื่อเป็นการเยียวยาปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีต 
  • ประการที่ ๒ ครับขณะนี้กติกาที่เกี่ยวข้องกับมาตรา ๖๗ วรรคสอง รัฐบาลได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้วนะครับ คือคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมได้กำหนดแนวทางที่ชัดเจนขณะนี้ 

ประการที่  ๑  คือว่าโครงการใดจะเข้ามาตรา ๖๗ วรรคสองนั้น  ก็มีตั้งแต่โครงการที่อยู่ในประกาศของกระทรวงอื่น ๆ
 
ประการที่ ๒ เป็นโครงการที่มีเรื่องร้องเรียนเข้ามา และคณะอนุกรรมการจะมีการดำเนินการให้เข้าสู่กระบวนการของมาตรา ๖๗ วรรคสอง

ประการที่ ๓ อาจจะเป็นโครงการซึ่งมีการดำเนินการไปแล้ว  แต่ว่ามีปัญหามลพิษขึ้นมาก็จะย้อนกลับเข้ามาสู่กระบวนการนี้

ประการที่ ๔ คือว่าในพื้นที่ที่มีความอ่อนไหว โครงการใดซึ่งมีผลกระทบต่อความอ่อนไหวในพื้นที่นั้นก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการของมาตรา ๖๗ วรรคสอง 

ถามว่าเมื่อเข้าแล้วจะทำอะไรนะครับ 

ข้อที่  ๑ ก็คือทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งก็ทำกันอยู่แล้ว

ข้อที่  ๒ คือทำรายงานผลกระทบทางด้านสุขภาพ  ซึ่งเราได้ใช้กระบวนการที่ทางคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติได้กำหนดเอาไว้  แล้วเอาเข้ามาผนวกกับรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  ซึ่งใน ๒ กระบวนการนี้ก็จะมีการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนเป็นกระบวนการภายในตรงนี้อยู่แล้ว
 
ข้อที่  ๓ หน่วยงานที่จะต้องทำหน้าที่ในการอนุมัติ อนุญาต โครงการ จะต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นเป็นการเฉพาะ  ซึ่งจะอิงกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่มีอยู่ในเรื่องนี้  แต่จะมีข้อกำหนดเพิ่มเติมให้การรับฟังความคิดเห็นนั้นสามารถที่จะครอบคลุมประเด็นในเรื่องของผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพได้อย่างเหมาะสม

ข้อที่  ๔ จะเปิดโอกาสให้ทางผู้แทนขององค์กรที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อมกับผู้แทนจากภาควิชาการ รวมตัวกันในการที่จะเป็นองค์การอิสระ สามารถมาจดแจ้งและก็สนใจที่จะให้ความเห็นในโครงการใด รับรายงานของผู้ชำนาญการไปดู และให้ความเห็นกลับมายังหน่วยงานอนุญาต

เพราะฉะนั้น  ระหว่างที่ยังไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายก็จะใช้กระบวนการนี้  ขณะนี้ผมกำลังจะเดินหน้าในการที่จะให้หลายโครงการ ซึ่งแม้ว่ารัฐบาลได้เห็นว่าไม่ได้เข้าข่ายของมาตรา ๖๗ วรรคสอง เชิญชวนให้เข้ามาสู่กระบวนการนี้เพื่อความมั่นใจและความสบายใจของพี่น้องประชาชนในมาบตาพุด และที่จังหวัดระยอง  โดยโครงการเหล่านี้อยากจะเรียนว่าจริง ๆ แล้วก็อยู่ในช่วงของการก่อสร้าง ยังไม่ได้เริ่มต้นการประกอบการ และจะเดินหน้าได้มากน้อยแค่ไหน ก็จะขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยของศาล  ซึ่งทางรัฐบาลได้อุทธรณ์ไปในกรณีที่มีคำสั่งชั่วคราวระงับการดำเนินการอยู่ 

พร้อม ๆ กันนั้นครับผมได้หารือกับทางภาคประชาชนครับ  และทาง ส.ว. และ ส.ส.ที่สนใจในเรื่องนี้ก็ตั้งใจที่จะตั้งคณะกรรมการที่ประกอบไปด้วย ๔ ฝ่ายขึ้นมา เพื่อมาไล่ดู ๗๖ โครงการให้เห็นว่าแต่ละโครงการมีโครงการไหนมีปัญหาอย่างไร  จะต้องกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมและแก้ไขอะไรอย่างไร  ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าก็จะได้ความสมดุลระหว่างการพัฒนากับเรื่องของการดูแลคุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมของพี่น้องประชาชน

 << แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- เกษตร: ประกันรายได้ เงินถึงมือเกษตรกรแล้ว

... ประกันรายได้เกษตรกรเริ่มเดินหน้าอย่างชัดเจน ส่วนของข้าวโพด  ขึ้นทะเบียน ทำประชาคม ทำสัญญา ผลผลิตออก  มาใช้สิทธิ์ มีการชดเชยตามสัญญาทุกขั้นตอน ในส่วนของมันสำปะหลัง จะตามมาเช่นกัน 
 
อภิสิทธิ์ : " สัปดาห์นี้ในช่วงแรก ผมมีเรื่องที่อยากจะพูดคุยเป็นพิเศษอยู่ ๓ เรื่องครับ เรื่องแรกคงจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่สุด คือพี่น้องเกษตรกร  โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ ในขณะนี้โครงการประกันรายได้เกษตรกรก็เริ่มเดินหน้าอย่างชัดเจน  แล้วก็ผลิตผลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของข้าวโพด มันสำปะหลัง และข้าว ก็จะเริ่มออกมาในปริมาณที่ค่อนข้างมาก  เมื่อต้นสัปดาห์ผมได้ไปทำพิธีในการโอนเงินในส่วนของการชดเชยในโครงการประกันรายได้เกษตรกรในส่วนของข้าวโพด มีการโอนเงินไปที่เกษตรกร ทั้งที่จังหวัดลพบุรี  ทั้งที่จังหวัดเพชรบูรณ์  เกษตรกรที่ผมได้พบปะที่เดินทางมาที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ในกรุงเทพมหานคร  ก็มีการพูดคุยกัน หลายคนก็ทำอยู่  อาจจะ ๑๖-๑๗ ตันและได้ชดเชยกันไปกิโลกรัมละประมาณ ๑.๕๐ บาท เพราะฉะนั้น บางท่านก็ได้รับเงินกลับไป ๒๐,๐๐๐ บาท  ๓๐,๐๐๐ บาท นะครับ 

ก็เป็นการยืนยันนะครับว่าโครงการนี้ที่หลายฝ่ายมีความวิตกกังวลว่านโยบายชัดเจนหรือไม่  เงินจะสามารถดำเนินการโอนไปได้เมื่อไหร่ ขั้นตอนอย่างในส่วนของข้าวโพดขึ้นทะเบียน ทำประชาคม ทำสัญญา ผลผลิตออกมา  มาใช้สิทธิ์ตามสัญญา  ขณะนี้ก็ถือว่าครบถ้วนทุกขั้นตอนนะครับ  ได้เริ่มต้นแล้วในส่วนของข้าวโพด และในส่วนของมันสำปะหลังก็จะตามมา 

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- เกษตร: ปรับปรุงมาตราการข้าวหลายแง่มุม

... ส่วนของข้าวอาจมีขัดข้อง แต่ ครม. เร่งพิจารณาทบทวนและมีการปรับเพิ่มในเรื่องผลผลิตต่อไร่ที่ใช้ในการคำนวณ รัฐบาลมั่นใจราคาอ้างอิงเป็นราคาที่สามารถซื้อขายได้จริง มีการทอนราคาที่ชัดเจน อ้างอิงตลาดโลก ภาพรวมตลาดข้าวดีขึ้น เดินหน้าโครงการรักษาเสถียรภาพราคาข้าว แทรกแซงการรับซื้อ ไม่รีบร้อนระบายข้าว รัฐบาลมั่นใจสามารถดึงราคาและดำเนินโครงการประกันรายได้ โดยไม่เป็นภาระ

... อภิสิทธิ์ :
  "
สำหรับในส่วนของข้าวเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนที่เป็นเกษตรกรจำนวนมากที่สุด ตอนนี้ก็ยังต้องเร่งทำงาน  เพราะจะเป็นงานที่ยากที่สุดในบรรดาพืชผลทั้งหลาย เพราะว่าข้าวจะมีปริมาณมากที่สุด  ทั้งในแง่ของตัวผลิตผลเอง  ทั้งในแง่ของจำนวนครัวเรือนด้วย อยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่าการติดตามเรื่องนี้ทั้งในส่วนของราชการเอง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  กระทรวงพาณิชย์  กระทรวงการคลัง โดย ธ.ก.ส. ตัวท่านรองนายกรัฐมนตรี และตัวผมเอง ติดตามอย่างใกล้ชิดอยู่ตลอดเวลา  และผมทราบครับว่า พี่น้องประชาชนมีความห่วงใยหลายแง่หลายมุม  สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดที่มีการปลูกข้าวกันมาก โดยเฉพาะในจังหวัดที่ข้าวเริ่มออก  จะเป็น ส.ส.ในจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก อ่างทอง ลพบุรี หรือแม้กระทั่งในอีสานอย่างจังหวัดสุรินทร์  ก็ได้มีการมาให้ข้อมูลผม  เพื่อที่จะดูแลแก้ไขปัญหาที่ยังเป็นข้อขัดข้อง หรืออุปสรรคอยู่ ยกตัวอย่างเช่น

  • มีการร้องเรียนมาในเรื่องของปริมาณผลผลิตต่อไร่  ซึ่งเราได้ใช้ในการคำนวณในการชดเชย ก็มักจะมีการร้องเรียนมาว่าตัวเลขที่กระทรวงเกษตรฯ ใช้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตัวเลขค่าเฉลี่ย หรือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในอดีต หลายพื้นที่บอกว่าปัจจุบันทำได้มากกว่านั้น เพราะฉะนั้น เมื่อวันอังคาร (๒๗ ต.ค.) ทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีการพิจารณในเรื่องนี้ได้มีอนุกรรมการและคณะทำงานที่ไปทบทวนเรื่องนี้มา ก็ได้มีการปรับในเรื่องของผลผลิตต่อไร่ที่ใช้ในการคำนวณเพื่อชดเชยเกษตรกรปรับเพิ่มขึ้นไปแล้ว ๑๙ จังหวัด อย่างไรก็ตามสำหรับจังหวัดอื่น ๆ ที่ได้มีการร้องเรียนมาก็จะส่งให้คณะทำงานได้ช่วยไปทบทวนดูอีกครั้งหนึ่ง
  • ประเด็นที่ ๒ คือว่าในหลายจังหวัดนั้นยังมีเสียงบ่นว่าราคาอ้างอิง ซึ่งรัฐบาลใช้คำนวณเพื่อชดเชยพี่น้องเกษตรกร  ยังไม่เป็นราคาที่เกษตรกรสามารถขายผลิตผลของตัวเองได้จริง  ส่วนยังเป็นปัญหาเรื่องความชื้น ซึ่งขณะนี้ประกาศที่รัฐบาลได้ประกาศออกไป  จะมีการทอนราคาให้เห็นชัดเจนว่า  ข้าวความชื้นเท่าไหร่จะต้องขายได้ในราคาเท่าไหร่  เมื่อราคาอ้างอิงที่ประกาศไปเป็นเช่นนี้  ซึ่งเป็นราคาที่เราทอนมาจากราคาในตลาดโลก และหักในกระบวนการต่าง ๆ  ตั้งแต่การแปรสภาพไปสู่การส่งออก  ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมอยากจะให้ความมั่นใจอย่างนี้ครับว่า ราคาอ้างอิงที่รัฐบาลประกาศนั้น  รัฐบาลมั่นใจว่าเป็นราคาที่สามารถซื้อขายได้จริง และถ้าหากว่าขณะนี้ราคาที่ขายได้ต่ำกว่านั้น  ก็แปลว่ามีกระบวนการซึ่งมีส่วนเข้าไปกดราคาข้าว เพราะฉะนั้น รัฐบาล[จึงจะมี] มาตรการที่เข้าไปเสริมเพื่อรักษาเสถียรภาพ 
  • ขณะนี้รัฐบาลได้เดินหน้าทำโครงการที่เราเรียกว่ารักษาเสถียรภาพราคาข้าว  ทั้งในส่วนของการให้สินเชื่อแก่โรงสีที่มีปัญหาขาดสภาพคล่องเข้าไปซื้อข้าว และมาตรการสำคัญที่สุดคือว่า ในบางช่วงบางจังหวะบางพื้นที่รัฐบาลจะเข้าไปรับซื้อข้าวเองในราคาอ้างอิง เพราะมั่นใจว่าซื้อมาแล้วสามารถที่จะระบายหรือขายออกไปได้ในราคาที่ไม่ขาดทุน   โครงการนี้จะเริ่มต้นวันพรุ่งนี้จะไปเริ่มต้นกันที่กำแพงเพชร ที่พิษณุโลก และที่นนทบุรี  ซึ่งตั้งแต่มีการประกาศในการดำเนินโครงการนี้ไปราคาข้าวเริ่มขยับขึ้นมาน่าจะเป็นสัญญาณที่ดี และสำหรับในวันพรุ่งนี้จะต้องมีการประกาศราคาอ้างอิงใหม่ด้วย  ซึ่งจะสะท้อนภาพของราคาตลาดที่แท้จริง  ขอให้เกษตรกรมั่นใจว่าเราเดินหน้าทำในเรื่องเหล่านี้
  • และในส่วนของเกษตรกรที่ยังมีความห่วงใยอยู่ว่ายังไม่ได้ทำสัญญา  ขณะนี้ได้มีการเร่งรัดกระบวนการในเรื่องของการทำประชาคม รับรองทะเบียนและทำสัญญา โดยจะมุ่งเข้าไปทำในพื้นที่ซึ่งจะมีการเก็บเกี่ยวก่อน  ผมได้มีการไล่ตัวเลขอยู่ทุกสัปดาห์  บางสัปดาห์ก็มากกว่า ๑ ครั้งนะครับว่ามีการทำงานคืบหน้าไปแค่ไหนเพียงไร  เพราะฉะนั้น ยืนยันว่าโครงการนี้จะสามารถดำเนินการไปได้ 

สำหรับภาพรวมของตลาดข้าวก็อยากจะเรียนครับว่า มีแนวโน้มที่ค่อนข้างดีในเรื่องของราคา  เพราะฉะนั้น อยากจะเรียนว่ารัฐบาลนั้นไม่มีปัญหาเลยนะครับในขณะที่ทำโครงการนี้ รวมทั้งที่จะเข้าไปแทรกแซงในการรับซื้อ มั่นใจครับว่าตลาดในอนาคตจะเป็นตลาดที่ค่อนข้างดี  และรัฐบาลก็จะไม่รีบร้อนในเรื่องของระบายข้าว ยกเว้นในกรณีของการขายรัฐต่อรัฐ  เพราะฉะนั้น มั่นใจว่าจะสามารถดึงราคาและดำเนินโครงการประกันรายได้ โดยไม่เป็นภาระมากจนเกินไปสำหรับรัฐบาลเอง และที่สำคัญที่สุดครับ ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพด มันสำปะหลัง หรือข้าว โครงการนี้จะช่วยพี่น้องเกษตรกรได้ทุกครัวเรือน 

ส่วนเกษตรกรที่ปลูกข้าวอายุน้อยกว่า ๙๐ วัน  ซึ่งเราไม่ได้ส่งเสริมและไม่ได้เข้าโครงการนี้  ผมได้ขอให้ทางคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติได้รีบไปดูว่าจะมีมาตรการที่รองรับช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรเหล่านี้บ้างได้อย่างไร  แต่ก็จะจูงใจว่าให้เลิกปลูกข้าวซึ่งมีอายุน้อยกว่า ๙๐ วันซึ่งเราถือว่าเป็นข้าวคุณภาพต่ำ และไม่อยากที่จะส่งเสริมให้มีการเพาะปลูกต่อไป  ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นการทำลายศักยภาพขีดความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยเอง

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ชายแดนใต้: ใช้ครม.พิเศษ ระหว่างผลักดัน กม. ศอ.บต.
...เนื่องจากการผลักดันกฎหมาย ศอ.บต. ต้องใช้เวลาเพราะว่ากระบวนการของสภาฯ ค่อนข้างที่จะยาวนานและมีความละเอียดรอบคอบ จึงได้จัดตั้งคณะรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจภาคใต้ หรือดูแลจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาเพื่อดูแลปัญหา

อภิสิทธิ์:
"...ขณะเดียวกันนะครับ ในแง่ของกลไกการแก้ไขปัญหา ผมทราบดีครับว่าช่วงที่มารณรงค์ในช่วงของการเลือกตั้งนี้ เราพูดถึงการปรับปรุงกลไกหรือองค์กร คือ ศอ.บต. นะครับ แต่ว่าช่วงที่เข้ามานี้ เป็นช่วงสถานการณ์ซึ่งต้องยอมรับว่ามีวิกฤตการเมืองด้วย เพราะฉะนั้นเราก็รู้ว่าการผลักดันกฎหมายนี้อาจจะต้องใช้เวลา ผมก็เลยได้เลือกใช้วิธีในการจัดตั้งสิ่งที่เรียกว่าคณะรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจภาคใต้ หรือดูแลจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้นมาก่อน เพื่อยกระดับให้ฝ่ายนโยบายเข้ามาดูแลปัญหานี้อย่างจริงจัง ซึ่งก็ได้มีการประชุมจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจอย่างที่ท่านทราบดีอยู่แล้ว รวมไปถึงการมีทั้งท่านรองนายกฯ สุเทพ และท่านรัฐมนตรีช่วยฯ ถาวร ที่คอยเข้ามาติดตามเกาะติดสถานการณ์ในพื้นที่อยู่ตลอดเวลา แต่ว่าบัดนี้คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติกฎหมายที่จะปรับปรุงในเรื่องของการบริหารจัดการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และนำเสนอต่อสภาฯ นะครับ เพราะฉะนั้นกฎหมายนี้จะถึงสภาฯ สมัยประชุมนี้ คาดว่านะครับก็คงจะไปเสร็จเอาสมัยประชุมหน้า เพราะว่ากระบวนการของสภาฯ ก็ค่อนข้างที่จะยาวนานพอสมควร

หลักก็คือว่าการบริหารจัดการนี้จะมีเรื่องของสภาความมั่นคง ซึ่งความจริงแล้วผมก็เป็นประธานในฐานะนายกรัฐมนตรี และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาทำงานนี้ครบถ้วน แล้วก็จะมีคณะกรรมการในเรื่องของยุทธศาสตร์ แล้วก็จะมีตัว ศอ.บต. และก็จะมีในส่วนของสภาฯ นะครับที่จะประกอบไปด้วยผู้แทนฯ ของภาคต่าง ๆ ภาคส่วนต่าง ๆ นี้เข้ามาช่วยให้คำปรึกษาด้วย โดยมีการยกระดับในส่วนของ ศอ.บต. ว่า ตัวผู้บริหารสูงสุดฝ่ายประจำนั้นจะขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นแนวทางที่เราได้มีการเดินหน้าอย่างชัดเจน เพื่อให้การบริหารจัดการทั้งหลายมีกลไกที่มีความเข้มแข็ง และฝ่ายนโยบายจะต้องเข้ามารับผิดชอบอย่างชัดเจนมากขึ้น

ผมเรียนว่ากฎหมายนี้เมื่อสักครู่ [จากการพบปะกับตัวแทนของภาคเอกชนใน ๓ จังหวัดภาคใต้ ที่หาดใหญ่] มีข้อเสนอว่าอยากจะปรับอยู่ ๒ มาตรา ก็ขอเรียนนะครับ ในชั้นการพิจารณาของสภาฯ นี้เรายินดีรับทุกข้อเสนอ แล้วก็จะมีการนำไปถกเถียงอภิปรายและได้ข้อยุติในชั้นสภาฯ อีกทีหนึ่งนะครับ ประเด็นที่ยกขึ้นมาอย่างเช่นเรื่องขององค์ประกอบของคณะกรรมการ คงไม่ค่อยมีปัญหาครับ จริง ๆ แล้วก็โดยเจตนาที่เขียนเอาไว้ ก็เข้าใจว่าผู้แทนขององค์กรภาคเอกชนก็คงจะได้เลือกคนจากท้องถิ่นอยู่นะครับ แต่ว่าจะไปเขียนอย่างไรก็จะไปดูกันในสภาฯ ส่วนว่าจะรวม ๓ จังหวัด ๓ จังหวัดบวก ๔ อำเภอ หรือ ๕ จังหวัดนี้มันก็มีทั้ง ๒ แง่มุม ถกเถียงกันไปกันมานะครับ ก็คงจะไปดูในชั้นกรรมาธิการเช่นเดียวกันนะครับ นั่นคือในแง่ของภาพรวมของนโยบายนะครับที่อยากจะเน้นย้ำ"

(กลับไปด้านบน)

- ชายแดนใต้: เหตุการณ์ลด ใช้กฎหมายพิเศษลด
...ปัญหาความมั่นคงต้องใช้เวลาและนโยบายที่มีความต่อเนื่อง มั่นคง และอิงกับแนวพระราชดำริเรื่องเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ปัญหาในภาพรวมเหตุการณ์เริ่มลดลงก็จะใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษลดลง แต่ลักษณะของเหตุการณ์ดูรุนแรงขึ้น การเมืองเป็นตัวนำในการแก้ไขปัญหา และปัญหาต้องได้รับการสอบสวนสืบสวนอย่างตรงไปตรงมา ทั้งยังจะเริ่มทดลองเลิกกฎอัยการศึกใน ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลา แล้วนำกฎหมายความมั่นคงใช้แทน หากสำเร็จก็จะนำไปใน ๓ จังหวัด

อภิสิทธิ์:
"...เมื่อสักครู่นี้พิธีกรบอกว่าไม่ได้พูดถึงเรื่องความมั่นคงมากนัก ไม่ทราบว่าเป็นบรรยากาศที่ดีขึ้นหรือไม่ ผมคิดว่าอันนี้ก็ตอบยาก ที่ว่าตอบยากก็คือว่าผมคิดว่าท่านทั้งหลายที่อยู่ที่นี่ [การพบปะกับตัวแทนของภาคเอกชนใน ๓ จังหวัดภาคใต้ ที่หาดใหญ่] เผชิญกับปัญหานี้มานานแล้ว และก็คงจะเข้าใจว่าปัญหานี้คงไม่ใช่ปัญหาที่สามารถจะแก้ไขให้มันหายไปได้ภายในระยะเวลาสั้น ๆ ต้องการการบริหารจัดการ ต้องการนโยบายที่มีความต่อเนื่อง มั่นคง แม่นยำ และที่สำคัญที่สุดอิงอยู่กับแนวพระราชดำริในเรื่องเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ฉะนั้นตรงนี้ก็ต้องเป็นจุดเริ่มต้นนะครับที่อยากจะเรียนว่า รัฐบาลเองทราบตั้งแต่ต้นนะครับ จึงได้ประกาศเป็นนโยบายเร่งด่วน จึงได้พูดถึงการเป็นระเบียบวาระแห่งชาติ และจึงได้พูดถึงการเปลี่ยนแปลงในเชิงนโยบาย รวมทั้งกลไกในการบริหารจัดการต่าง ๆ คือ
  • ถ้ามองตั้งแต่ภาพใหญ่ที่สุด ก็คือความมั่นคงของประเทศ แล้วก็ในความมั่นคงของประเทศนั้นก็แตกออกมา ทั้งที่เป็นปัญหาในเรื่องของความมั่นคงโดยแท้ หมายถึงเรื่องของความสงบเรียบร้อยนะครับ
  • มาจนถึงเรื่องเศรษฐกิจ เพราะว่าก็เป็นตัวทำลายภาพลักษณ์ความเชื่อมั่น
  • แล้วก็มองลงมาถึงระดับของประชาชนนะครับ ความสูญเสียชีวิตแต่ละชีวิตก็ประมาณค่าไม่ได้ เพราะฉะนั้นเรารู้ว่าเรื่องนี้เป็นความทุกข์ของพี่น้องประชาชนทั้ง ๕ จังหวัด และความจริงก็เป็นความทุกข์ของพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วประเทศ ที่ยังจะต้องอยู่กับเหตุการณ์และสถานการณ์นี้
ในภาพรวมนะครับต้องบอกว่าจำนวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ลดลง แต่ว่าลดลงไม่มาก โดยเฉพาะถ้าเทียบปี ๒๕๕๒ กับ ๒๕๕๑ นี้ก็ยังลดลงไม่มาก และที่สำคัญก็คือว่าเมื่อเหตุการณ์เริ่มลดลง ลักษณะของเหตุการณ์คือกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ จะเลือกใช้วิธีที่ให้ดูรุนแรงขึ้นนะครับ อันนี้เป็นสิ่งที่ค่อนข้างชัด ผมก็อยากจะเรียนว่าในภาพรวมของนโยบายของรัฐบาล เราเชื่อในเรื่องของการเมืองเป็นตัวนำในการแก้ไขปัญหา และเราเชื่อว่าปัญหานี้ที่สุดแก้ได้ด้วยกระบวนการพัฒนา และการอำนวยความยุติธรรม การที่บอกว่าการเมืองนำ ไม่ได้หมายความว่าเรื่องการทหารก็ดี เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ก็ดี ไม่มีความสำคัญ ไม่ใช่ ต้องบอกนะครับว่าทางเจ้าหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคง ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ทหาร ก็ยังทำงานอย่างหนัก และบางครั้งก็ต้องทำงานในเชิงรุก ในการเข้าไปกดดันฝ่ายตรงกันข้ามนะครับ ปิดล้อมเพื่อที่ป้องกัน สกัด และก็ปรามไม่ให้ปัญหานี้เกิดขึ้น

ต้องพูดตรงนี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน ว่าการทำเช่นนี้ไม่ได้ขัดอะไรกับการที่บอกว่า นโยบายคือการเมืองนำการทหาร หรือการเมืองนำในเรื่องอื่น เพียงแต่ว่าปฏิบัติการทั้งหลายของเจ้าหน้าที่ รัฐบาลได้ทำความเข้าใจอย่างชัดเจนว่า ต้องเป็นไปโดยเคารพสิทธิมนุษยชน และสิทธิตามหลักสากล สิทธิในรัฐธรรมนูญทุกประการ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมได้ย้ำไปในช่วงที่ผ่านมา และก็ได้รับการตอบสนองอย่างดีก็คือว่า ไม่ว่าจะเป็นกองทัพ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของตำรวจ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนอื่น ๆ นี้ เมื่อใดก็ตามที่มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิ์ของพี่น้องประชาชน ผมบอกว่าต้องให้ความสำคัญกับข้อร้องเรียน และเอาจริงเอาจังกับการหาข้อเท็จจริง รวมทั้งถ้าหากว่ามีการกระทำผิดจากฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ ก็ต้องมีความรับผิดชอบเกิดขึ้น ซึ่งก็ย้ำนะครับว่าทางผู้นำของเหล่าทัพก็ดี ทางตำรวจก็ดี ก็ได้นำเอานโยบายนี้ไปทำอย่างชัดเจน

ผมเองเวลามีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้น แล้วมีกลุ่มประชาชนไม่ว่าจะกลุ่มใดนะครับ อยากจะร้องเรียนติดต่อสื่อสาร ผมก็ให้ความสำคัญนะครับ มีการติดต่อสื่อสารกันตลอดเวลาเพื่อรับฟังข้อมูลทุกด้าน เหตุการณ์ที่ถือว่ามีผลกระทบมากที่สุดในช่วง ๑๐ เดือนที่เราอยู่ คงหนีไม่พ้นในช่วงสั้น ๆ ครับที่มีการเข้าไปยิงในส่วนของเจ้าหน้าที่ครู แล้วก็มีเรื่องของการเข้าไปยิงในมัสยิดไอย์ปาแย ซึ่งทั้งสองกรณีนี้สิ่งหนึ่งซึ่งผมยืนยันได้ แล้วเราได้พิสูจน์แล้วก็คือว่า เราก็ใช้กระบวนการในการสืบสวนสอบสวนทำคดีตรงไปตรงมานะครับ จริงอยู่ครับขณะนี้การออกหมายจับ ผู้ถูกออกหมายจับอาจจะหลบหนีอยู่ แต่ว่าเราไม่ได้หยุด และที่สำคัญก็คือว่าผมว่าเราได้พิสูจน์ว่าเราทำตรงไปตรงมา เพราะจากการที่สดับตรับฟังข้อมูลจากพื้นที่เองก็ยอมรับว่าการสืบสวนสอบสวนและการออกหมายจับนั้น เป็นไปอย่างค่อนข้างที่จะเที่ยงตรง เที่ยงธรรม และตรงกับความเข้าใจของพี่น้องประชาชนในแง่ของข้อมูลในพื้นที่ด้วย ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ผมอยากจะยืนยัน

ที่สุดแล้วนะครับ ที่สุดแล้วนี้การทำงานเรื่องนี้จะวัดผลด้วยจำนวนเหตุการณ์ที่ลดลง และเราก็ต้องการที่จะใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษลดลง แม้กระทั่งการมีจำนวนเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงก็ต้องลดลงนะครับ ที่จริงแล้วสำหรับปีงบประมาณ ๒๕๕๓ นี้ ในส่วนของ กอ.รมน. ก็ได้สามารถปรับลดกำลังลงได้ส่วนหนึ่ง เพราะว่ามีหลายฟื้นที่ซึ่งเราสามารถที่จะเข้าไปดูแลสถานการณ์ได้ค่อนข้างที่จะดีขึ้น และเพื่อเป็นการเดินหน้าไปตามแนวทางนี้ ภายในเดือนหน้านี้ครับ เราจะเริ่มทดลองในการที่จะเลิกกฎอัยการศึกใน ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลา แล้วก็นำเอากฎหมายความมั่นคงมาใช้แทน หากตรงนี้ดำเนินการไปแล้วประสบความสำเร็จ เป้าหมายต่อไปก็คือใน ๓ จังหวัดเอง ก็จะเริ่มมีการถอน ไม่ว่าจะเป็นกฎอัยการศึกหรือ พ.ร.ก. แล้วก็นำกฎหมายความมั่นคงไปใช้ จนกระทั่งในที่สุดเราก็ต้องการที่จะสามารถใช้กฎหมายปกติได้เหมือนกับพื้นที่อื่น ๆ ในประเทศไทยนะครับ อันนี้คือสิ่งที่เราเดินหน้าทำในภาพรวม"

(กลับไปด้านบน)

- ชายแดนใต้: มาเลเซียร่วมมือพัฒนา/ช่วยเหลือ
...มาเลเซียพร้อมสนับสนุนไทยในทุกด้าน เศรษฐกิจ การศึกษา และการคมนาคม และต้นเดือนธันวาคมจะมีการพบกับท่านนายกฯ มาเลเซีย เป็นการพบปะประจำปีของนายกรัฐมนตรี และจะลงไปใน ๓ จังหวัด จะไปดูสะพานที่ก่อสร้าง และเรื่องของโรงเรียนด้วยกัน

อภิสิทธิ์:
"...ผมเรียนว่านอกจากเรื่องของการวางกลไกต่าง ๆ และสร้างความตื่นตัว มีคณะรัฐมนตรีที่มาดูแลปัญหาของพื้นที่โดยเฉพาะแล้วนี้ งานทางด้านการต่างประเทศนี้เราก็ทำค่อนข้างมาก มีการรุกเข้าไปเพื่อทำความเข้าใจกับประเทศต่าง ๆ นะครับ ผมเองทั้งที่เดินทางไปเยือนประเทศเพื่อนบ้าน จากการพูดคุยสนทนากับท่านนายกรัฐมนตรีมาเลเซียท่านใหม่ เร็ว ๆ นี้ท่านก็จะเห็นว่าช่วงที่ท่านเดินทางมาที่ประชุมอาเซียน ก็ได้มีการให้สัมภาษณ์แล้วก็ได้พูดชัดเจนว่าเห็นด้วยกับแนวทางของรัฐบาลปัจจุบัน ในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ และพร้อมที่จะเข้ามาสนับสนุนตามที่เราร้องขอนะครับ ก็คือ

          ๑. เห็นด้วยกับนโยบาย 

          ๒. ถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในของเรา และ 

          ๓. หากว่าเราต้องการให้เขาช่วยเรื่องอะไรนะครับ ก็ยินดีที่จะมาช่วยเหลือ

ซึ่งผมก็ได้มีการพูดคุยกันไว้ในบางเรื่องนะครับ เช่น เรื่องของการศึกษา เช่น เรื่องของการที่ผมบอกว่าที่เขาจะพัฒนาตอนเหนือของมาเลเซียนี้ ก็ควรที่จะมาผนวกกับเขตเศรษฐกิจพิเศษทางตอนใต้ของเรา และความร่วมมือบางอย่างนะครับผมบอกว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมองว่าเราเป็นคู่แข่งกัน เช่น กรณีของอุตสาหกรรมฮาลาล ด้วยเหตุผลที่ว่าความจริงแล้วนี้อุตสาหกรรมฮาลาลนั้นเขาอาจจะมีความพร้อมบางเรื่องมากกว่าเรา แต่เราก็มีความพร้อมในบางเรื่องมากกว่าเขา เช่น ความพร้อมเรื่องวัตถุดิบ อย่างนี้เป็นต้นนะครับ เพราะฉะนั้นผมบอกว่าแทนที่เหมือนกับจะมาแย่งชิงกันว่าใครจะเป็นศูนย์ ทำไมเราไม่คิดว่าทำร่วมกันนะครับ ซึ่งผมคิดว่าแนวทางนี้มีการประสานในเชิงขององค์กรทางภาควิชาการด้วย เพราะเรามีศูนย์ฮาลาลอยู่ที่จุฬาลงกรณ์ ก็มีการไปพูดคุยกัน อันนี้ก็จะเป็นแนวทางที่ทำ

ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็ค่อนข้างที่จะให้ความสำคัญนะครับ ผมเชื่อว่าหลายท่านที่อยู่ในพื้นที่จะทราบนะครับ ท่านก็ลงมาหลายครั้ง แล้วก็ยังมีการนำเอาทูตานุทูตจากยุโรปบ้าง จากประเทศในกลุ่มมุสลิม จากกลุ่มประเทศต่าง ๆ มาดู ทำให้เกิดความเข้าใจ และก็จะมีการสนับสนุนในการแก้ไขปัญหามากขึ้น ต้นเดือนธันวาคมนะครับผมจะมีการพบกับท่านนายกฯ มาเลเซีย ซึ่งถือเป็นการพบปะประจำปีของนายกรัฐมนตรีของ ๒ ประเทศ ปีนี้ที่ผมได้เสนอท่านไว้และท่านตอบรับแล้วก็คือว่า เราจะลงไปใน ๓ จังหวัดด้วยกัน เพราะฉะนั้นอันนี้ก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งก็จะไปดูสะพานที่ก่อสร้าง และจะไปดูในเรื่องของโรงเรียน อันนี้ก็จะเป็นแนวทางที่เดินหน้าทำเต็มที่"

(กลับไปด้านบน)

- ตามข่าว: บทบาทไทยในอาเซียน ใช้วัสดุธรรมชาติลอยกระทง คลี่คลายปัญหา รฟท.

อภิสิทธิ์ : "สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ สัปดาห์นี้กลับมาพบกันเช่นเคยนะครับ วันนี้เป็นการจัดรายการสดครับ  แต่ว่าในช่วงที่  ๒ ของรายการนั้นจะเป็นการเก็บบรรยากาศการไปพบปะกับตัวแทนของภาคเอกชนใน ๓ จังหวัดภาคใต้  ซึ่งเมื่อวานนี้ผมได้เดินทางลงไปพบปะกับกลุ่มผู้แทนของภาคเอกชนที่หาดใหญ่นะครับ"

ต่างชาติเห็นบทบาทของไทยในฐานะประธานอาเซียน
อภิสิทธิ์ : "สำหรับในช่วงแรกนี้อยากจะเริ่มต้นด้วยการขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกท่านอีกครั้งหนึ่งนะครับที่ได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดีและสร้างความประทับใจให้บรรดาผู้นำที่ได้มาร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน และการประชุมที่เกี่ยวข้องที่ชะอำ-หัวหิน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  การประชุมก็ได้ผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อยได้ครบถ้วนทั้งเนื้อหาสาระและในเรื่องของการที่ทำให้ผู้นำและประชาชนในต่างประเทศนั้นได้เห็นบทบาทของประเทศไทย ในการเป็นประธานของอาเซียน และในการที่สามารถผลักดันให้ความร่วมมือในภูมิภาคนี้เดินต่อไปได้ด้วยดี"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>

...เชิญชวนเที่ยวงานลอยกระทงสีสันของสายน้ำ ประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ ระมัดระวังเรื่องอุบัติเหตุความปลอดภัยภายในงาน ใช้วัสดุจากธรรมชาติ การรณรงค์ในเรื่องของ ๑ ครอบครัว ๑ กระทง
 
เชิญชวนใช้วัสดุธรรมชาติลอยกระทง
อภิสิทธิ์ : " สำหรับในสัปดาห์ที่จะถึงนี้พี่น้องประชาชนจำนวนมาก คงจะร่วมกันลอยกระทง เมื่อวานนี้ผมได้ไปเปิดงานซึ่งได้เริ่มต้นแล้วเป็นมหกรรมลอยกระทง เป็นงานสีสันแห่งสายน้ำ  ซึ่งทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากับกรุงเทพมหานคร ได้จัดขึ้น และผมก็ทราบครับว่ากิจกรรมของการลอยกระทงนั้นก็มีหลายต่อหลายจังหวัดมาก ไม่ว่าจะเป็นทางเหนือ เชียงใหม่ ตาก สุโขทัย อยุธยา สมุทรสงคราม ในภาคกลาง ก็มีการรื้อฟื้นประเพณีขึ้นมา ซึ่งเป็นประเพณีที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์เฉพาะของท้องถิ่นของตัวเอง หรือทางใต้ที่สงขลาก็จะมีงานต่าง ๆ สิ่งที่อยากจะย้ำกับพี่น้องประชาชนครับ

  • ประการแรกคือว่าขอให้ดูแลในเรื่องของความปลอดภัย เพราะทุกครั้งที่มีเทศกาล มีกิจกรรมที่พี่น้องประชาชนจำนวนมากไปเข้าร่วมนั้น ถ้าหากว่าไม่ระมัดระวังแล้วจะมีเรื่องของอุบัติเหตุ เรื่องของความสูญเสียที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น
  • ประการที่ ๒ ก็อยากจะเชิญชวนครับในเรื่องของการช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อม โดยการใช้วัสดุธรรมชาติ และมีการรณรงค์ในเรื่องของ ๑ ครอบครัว ๑ กระทงด้วย อันนี้ก็หวังเป็นอย่างยิ่งครับว่าจะได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกคน"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>

...กลับมาเดินรถได้เป็นปกติแล้ว โดยรัฐบาลเจรจาคลี่คลายปมความขัดแย้ง พนักงาน ร.ฟ.ท. แล้วจะเชิญตัวแทนทุกฝ่ายมาหารือร่วมกันหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประชาชน

เชิญสหภาพฯ ผู้บริหารมาพูดคุยเพื่อคลี่คลายปัญหา รฟท.
อภิสิทธิ์ : " สุดท้ายครับเรื่องที่จะต้องคุยเล็กน้อยคือว่า ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับรถไฟ  ขณะนี้รัฐบาลได้แก้ไขปัญหาจนรถไฟนั้นสามารถกลับมาให้บริการพี่น้องประชาชนได้ตามปกติแล้ว  แต่ว่ายังมีปมเงื่อนไขความขัดแย้งอยู่ในกรณีที่มีการลงโทษพนักงาน ในกรณีที่มีการร้องเรียนผู้บริหาร ในกรณีที่บอกว่าอาจจะมีความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้น และข้อห่วงใยที่เกี่ยวข้องกับตัวปัญหาความปลอดภัยก็ดี หรือแนวทางการปฏิรูปรถไฟต่อไปในอนาคตก็ดี  สัปดาห์ที่จะถึงนี้ผมจะได้เชิญทางตัวแทนของทุกฝ่าย  ไม่ว่าจะเป็นสหภาพฯ ผู้บริหาร มาพูดคุยกัน เพื่อคลายปัญหา แต่ว่าอยู่บนพื้นฐานที่ขณะนี้ทุกฝ่ายตกลงตรงกันว่าจะต้องเดินหน้าให้บริการแก่ประชาชนตามปกติ สัปดาห์นี้คงจะมีเวลาเพียงเท่านี้ครับ เดี๋ยวพักกันสักครู่แล้วไปดูการลงพื้นที่ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวานนี้พบปะกับผู้ประกอบการใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ"

... ผู้ดำเนินรายการ  (นายอภิรักษ์ หาญพิชิตวณิชย์) : " สวัสดีครับนี่คือรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ผมมีโอกาสได้เดินทางมาที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ แน่นอนนะครับบริเวณนี้เป็นหัวใจหลักในการเชื่อมต่อคมนาคมไปยังภาคใต้ รวมไปถึง ๓ - ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เดี๋ยวจะไปดูบรรยากาศและไปพูดคุยกับผู้คนแถวนี้กันนะครับว่า รถไฟที่ฟรี รถไฟที่มีการใช้บริการในแบบที่ต่อเนื่อง แต่ว่าตอนนี้เริ่มที่จะมาเปิดให้บริการกันอย่างต่อเนื่องอีกครั้งนั้น ความรู้สึกของเขาเป็นอย่างไร แล้วความคิดความเห็นต่อรัฐบาลชุดนี้มีอะไรจะฝากกันบ้าง เดี๋ยวเราไปดูกันครับ และแน่นอนนะครับ ความปลอดภัย ความสะดวก ความสบายของประชาชนในบริเวณนี้เป็นสิ่งที่เขาถามหา เดี๋ยวเราจะไปดูนะครับว่าบรรยากาศของผู้คนที่อยู่ในบริเวณนี้ จากการใช้บริการรถไฟเส้นหาดใหญ่ไปยังสุไหงโก-ลก เขารู้สึกอย่างไร แต่ว่าช่วงนี้ให้คุณผู้ชมได้เห็นบรรยากาศจริง ๆ พร้อม ๆ กันเลยครับ"

ผู้ดำเนินรายการ : " ไปไหนจ๊ะ"

ผู้โดยสารรถไฟ : " ไปปัตตานีค่ะ"

ผู้ดำเนินรายการ : " มากับคุณย่าเหรอ"

ผู้โดยสารรถไฟ : " ค่ะ"

ผู้ดำเนินรายการ : " รถไฟปิดมาหลายวัน พอมาเปิดแล้วดีขึ้นไหม"

ผู้โดยสารรถไฟ : " ดีขึ้นครับ"

ผู้ดำเนินรายการ : " นี่กลับบ้านหรือไปไหนกันครับ"

ผู้โดยสารรถไฟ : " ไปทำงาน"

ผู้ดำเนินรายการ : " ไปทำงานก็ไปกันทั้งบ้านเลย"

ผู้โดยสารรถไฟ : " ครับผม เดินทางลำบากครับ เพราะว่าเดินทางรถไฟตลอด"

ผู้ดำเนินรายการ : " พอรถสายใต้วิ่งแล้ว ขายดีไหม"

แม่ค้าที่สถานีรถไฟ : " ดีค่ะ"

ผู้ดำเนินรายการ : " แล้วขายของอะไรต่อมิอะไรดีขึ้นไหม"

แม่ค้าที่สถานีรถไฟ : " ก็ได้ค่ะพี่ ก็ดีกว่ารถไฟหยุดค่ะพี่"

ผู้ดำเนินรายการ : " นี่เอามาขายจากที่ไหน"

แม่ค้าที่สถานีรถไฟ : " มาจากพัทลุง"

ผู้ดำเนินรายการ : " มาจากที่พัทลุงเลยเหรอ ฝากอะไรถึงนายกฯ ไหม"

แม่ค้าที่สถานีรถไฟ : " นายกฯ ขอบคุณมาก ที่ให้รถไฟวิ่ง"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

*ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)
จากรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๐.๐๐ น.

คลิ๊ก เพื่ออ่านคำต่อคำ

คลิ๊ก เพื่อชม VDO รายการเต็ม

(กลับไปด้านบน)