กัมพูชาต้องทบทวนท่าที การประชุมเอเปค ณ สิงค์โปร์ อาเซียนร่วมกับสหรัฐฯ ปรับปรุงการรถไฟฯ ตั้งกรรมการ ๔ ฝ่ายแก้ปัญหามาบตาพุด ยกระดับการปราบปรามยาเสพติด (๑๕ พ.ย.๕๒)

- ไทย-กัมพูชา: รักษาประโยชน์ที่สุด โดยไม่ให้กระทบประชาชน
- แก้ปัญหามาบตาพุด: เป้าหมาย ๓๐-๖๐-๑๒๐ วัน
- ปฏิรูปรถไฟ : ปลอดภัย เร็ว ขยายอีสาน/เหนือ เชื่อมถึงเพื่อนบ้าน
- แก้ปัญหายาเสพติด: ยกระดับความเข้มข้น
- อาเซียน : แกนขับเคลื่อนภูมิภาค ที่สนองต่อประชาชน
- เอเปค: เน้นการฟื้นตัวที่สมดุล ทั่วถึง และยั่งยืน
- สหรัฐฯต้องการมีส่วนร่วมกับอาเซียน
- ตามข่าว: นายกฯพบปะผู้นำธุรกิจสิงคโปร์และทีมนักฟุตบอลไทยก่อนลงสนามพบกับสิงคโปร์
*ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

  - ไทย-กัมพูชา: รักษาประโยชน์ที่สุด โดยไม่ให้กระทบประชาชน
...แนวทางการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น รัฐบาลได้ดำเนินการทางการทูตเพื่อแสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาลกัมพูชา และรักษาผลประโยชน์อย่างดีที่สุดของประชาชนคนไทย ตอบโต้โดยไม่ให้เกิดความรุนแรงกระทบต่อประชาชน  ยกเลิกบันทึกความเข้าใจพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลที่ทำกับกัมพูชาเมื่อปี ๒๕๔๔ แต่ต้องผ่านสภาก่อนจึงจะสมบูรณ์ และให้กัมพูชาทบทวนท่าทีของตนเองซึ่งทำอย่างที่เป็นก่อนการประชุมอาเซียน ก็ราบรื่นดี

อภิสิทธิ์:
"...สิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่องของกัมพูชา ผมย้ำกับพี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่งครับว่าปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากรัฐบาล ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับกัมพูชานั้นเป็นไปอย่างราบรื่นปกติ จนกระทั่งเมื่อถึงประมาณก่อนที่จะมีการประชุมสุดยอดอาเซียน และหลังจากนั้นก็เป็นที่ทราบกันดีว่ากรณีของการไปแต่งตั้งคุณทักษิณ (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) ไปเป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา หรือรัฐบาลกัมพูชา ซึ่งมีผลกระทบต่อเรื่องของผลประโยชน์ขัดกันในเรื่องของข้อตกลงระหว่างไทยกับกัมพูชาก็ดี การที่กัมพูชาได้ประกาศหรือไม่ส่งตัวตามสนธิสัญญาผู้ร้ายข้ามแดน และมีการออกแถลงการณ์ในลักษณะที่พาดพิงมาถึงระบบยุติธรรมของไทย และการเมืองไทยก็ดี นี่คือจุดเริ่มต้นของปัญหา

ซึ่งแนวที่รัฐบาลได้ดำเนินการก็คือดำเนินการมาตรการทางการทูตเพื่อแสดงออกถึงความไม่พอใจ และก็มีการตอบโต้กันไป โดยที่รัฐบาลตั้งเป้าชัดครับว่าเราไม่ได้ต้องการให้เกิดปัญหาที่ลุกลามไปสู่ความรุนแรง เราไม่ต้องการที่จะให้วิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นไทยหรือกัมพูชา ซึ่งพบปะทำมาค้าขายบริเวณชายแดนได้รับผลกระทบ ยกเว้นในกรณีในเรื่องของการเดินทางเข้าไปเพื่อเล่นการพนัน ซึ่งที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าขาดการเข้มงวดกวดขันในเรื่องของการตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ เพราะฉะนั้น สิ่งที่รัฐบาลทำไปก็คือ
  • ๑. มาตรการทางการทูต เช่น การเชิญเอกอัครราชทูตกลับมา และต่อมาก็มีปัญหาที่เกิดขึ้นกับกรณีของเลขานุการของทูตซึ่งมีการส่งกลับ
  • [๒] พร้อม ๆ กันนั้นก็มีการทบทวนความร่วมมือต่าง ๆ เริ่มต้นจากบันทึกความเข้าใจซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับคุณทักษิณ ซึ่งได้มีส่วนในการเข้าไป ลงนามไว้ในช่วงปี ๒๕๔๔ และเป็นเรื่องของผลประโยชน์ในพื้นที่ที่มีการบอกว่าทับซ้อนกันในทะเล รวมไปถึงการที่จะกำหนดเขตแดนในทางทะเล ตรงนี้เนื่องจากเป็นเรื่องซึ่งน่าจะเข้าข่ายมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง กระบวนการในการยกเลิกจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อผ่านความเห็นชอบของสภาฯ และโดยที่มีข้อกฎหมายที่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ความละเอียด คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในหลักการที่จะให้กระทรวงการต่างประเทศไปดำเนินการดูข้อกฎหมายทั้งหมด และในระหว่างนี้การเจรจาในเรื่องของการดำเนินการในส่วนของทรัพยากรในพื้นที่ดังกล่าวก็จะยังมีการชะลอไว้ก่อน
  • [๓] พร้อม ๆ กันไปก็จะมีการดูโครงการความร่วมมือต่าง ๆ ที่เราจะได้มีการทบทวน ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่างที่เรียนก็คือว่าเราหลีกเลี่ยงมาตรการที่จะไปกระทบกับสิ่งที่เป็นความร่วมมือ ความช่วยเหลือที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน และไม่ให้กระทบกับเรื่องของการค้าขายตามชายแดน ผมเรียนว่ารัฐบาลได้มีการไปติดตามเพื่อดูแลพื้นที่อย่างใกล้ชิด ทั้งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ทั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ไปดูในพื้นที่ด้วยตัวเอง และก็พบว่าขณะนี้สถานการณ์นั้นยังเป็นไปอย่างปกติในเรื่องของการค้าการขาย
ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นในทางการทูตนั้นในที่สุดก็ต้องมีการแก้ไขกัน เป็นเรื่องระหว่างทางรัฐบาลกัมพูชากับรัฐบาลไทย ซึ่งผมก็ยืนยันครับว่าถ้ารัฐบาลกัมพูชาเพียงแต่ทบทวนท่าทีของตัวเอง และทำทุกสิ่งทุกอย่างย้อนกลับไปสู่เหตุการณ์ก่อนหน้าที่จะมีปัญหาขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียน ผมก็เชื่อว่าความร่วมมือและความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี ก็จะสามารถดำเนินการไปได้อย่างราบรื่น นอกจากนั้นผมก็ยืนยันครับว่าในฐานะประธานของอาเซียนเอง เราจะไม่ให้เกิดผลกระทบกับความร่วมมือในกรอบของอาเซียน และความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาต่าง ๆ

ผมยืนยันครับว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำในขณะนี้เป็นไปตามกติกาและมาตรฐานของสากล และเราก็เรียกร้องที่จะให้กัมพูชาดำเนินการในลักษณะเดียวกัน เพราะจุดเริ่มต้นของปัญหานั้นเกิดขึ้นจากการไม่ปฏิบัติตามแนวทางตรงนี้ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าเสียใจว่าปัญหานี้ก็เกิดขึ้นจากคนไทยบางคนบางกลุ่มเท่านั้นเอง ที่ไปสร้างปัญหาตัวนี้ขึ้นมา

ผมอยากจะเรียนย้ำครับว่าวันนี้สิ่งสำคัญที่สุดก็คือความสมัครสมานสามัคคีของคนไทย ความอดทนอดกลั้น และการแสดงถึงความจริงใจว่าเราต้องการจะเป็นเพื่อนบ้านที่ดีด้วยการเคารพกฎ กติกาต่าง ๆ แน่นอนครับสิ่งที่เป็นความรู้สึกของพี่น้องประชาชนนั้น ผมยืนยันว่ารัฐบาลจะดูแลปกป้องผลประโยชน์และศักดิ์ศรีของประเทศอย่างถึงที่สุด บนมาตรฐานที่จะเป็นที่ยอมรับเป็นแบบอย่างที่ดีของประชาคมระหว่างประเทศ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ผมก็อยากจะขอเชิญชวนนะครับพี่น้องประชาชนคนไทยครับว่า เรากันเองต้องสามัคคี และเราต้องไม่ปล่อยให้คนบางคนบางกลุ่มเท่านั้นเองครับไปสร้างปัญหาที่ทำให้เกิดการกระทบกระทั่ง กระทบกับประชาชนคนไทย กระทบกับความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน และกระทบกับความร่วมมือต่าง ๆ

ก็ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนตรงนี้อีกครั้งหนึ่ง และยืนยันว่าเราจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลามออกไป ทั้งนี้ทั้งนั้นบนการรักษาผลประโยชน์อย่างดีที่สุดของพี่น้องประชาชนคนไทยและประเทศไทย ..."

... ผู้ดำเนินรายการ: "ความเชื่อมั่นของคนไทยวันนี้รู้สึกจะอยู่ที่เรื่องไทย – กัมพูชา การที่คนไทยถูกจับ ท่านนายกฯ จะพูดอย่างไรให้คนไทยเชื่อมั่นว่าเรื่องปัญหาไทย – กัมพูชา"

อภิสิทธิ์:
"สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าประชาชนคนไทยมั่นใจได้ก่อนคือรัฐบาลนี้รักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนคนไทยเท่านั้น ไม่มีผลประโยชน์อื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง มั่นใจสบายใจได้ ส่วนวิธีการ การแก้ไขปัญหาจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งมันก็มีคนที่เข้าไปยั่วยุให้มันเกิดปัญหาขึ้นนี้ เราก็ต้องแก้กันไป แต่ว่ามั่นใจได้เลยครับว่า ประโยชน์ของประเทศ ศักดิ์ศรีของประเทศ เราปกป้องแน่นอน"

ผู้ดำเนินรายการ: "หมายรวมถึงในเรื่องของเศรษฐกิจ เรื่องของคนที่ทำมาค้าขายชายแดนด้วย"

อภิสิทธิ์:
"ถูกต้องครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: "แสดงว่าวันนี้จะไม่มีการปิดชายแดน"

อภิสิทธิ์:
"มาตรการที่เราดำเนินการในขณะนี้จะเห็นนะครับว่า เราระมัดระวังมาก เราเลือกใช้มาตรการทางการทูต เป็นการแสงออกในทางการทูต หรือในทางการเมือง เราพยายามที่จะให้กระทบกับประชาชนคนไทย แม้กระทั่งประชาชนชาวกัมพูชา ประชาชนธรรมดานี้ครับให้น้อยที่สุด" ...

ผู้ดำเนินรายการ: "ปัญหาระหว่างไทย – กัมพูชา จะทำให้การประชุมหรือแม้แต่การเป็นประธานของอาเซียน"

อภิสิทธิ์:
"ในฐานะประธานของอาเซียนนี้ผมได้ยืนยันกับเพื่อน ๆ อาเซียนนะครับว่าจะไม่ให้ประเด็นอย่างนี้มากระทบกับการทำงานของอาเซียนแน่นอน"

(กลับไปด้านบน)

- แก้ปัญหามาบตาพุด: เป้าหมาย ๓๐-๖๐-๑๒๐ วัน
อภิสิทธิ์: "...กรณีการแก้ไขปัญหาทั้งในเรื่องของมาบตาพุด และในเรื่องของการหาความสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อมกับการพัฒนาอุตสาหกรรม อยากจะเรียนว่าในแง่ของกฎหมายก็จะมีการนำเสนอต่อสภาฯ ระเบียบต่าง ๆ ที่จะมารองรับมาตรา ๖๗ วรรคสองนั้นได้มีการอนุมัติไปแล้ว แต่ว่าเพื่อที่จะให้เกิดความมั่นใจ ไว้เนื้อเชื่อใจกันมากขึ้น เมื่อทางภาคประชาชนมีความริ่เริ่มว่าน่าจะมีคณะกรรมการขึ้นมาสักชุดหนึ่งประกอบไปด้วย ๔ ฝ่ายคือ ภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาชน และภาควิชาการ ในที่สุดทางรัฐบาลได้สนองตอบโดยการตั้งคณะกรรมการ ๔ ฝ่ายขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว โดยได้เชิญท่านอดีตนายกรัฐมนตรี อานันท์ ปันยารชุน มาทำหน้าที่เป็นประธาน และมีผู้แทนจาก ๔ ฝ่ายที่ได้กล่าวมาแล้ว คณะกรรมการชุดนี้ก็จะดูว่า
  • ใน ๓๐ วันจะจำแนกแยกแยะ ๗๖ โครงการ เพื่อจะดูว่าการเดินต่อของโครงการเหล่านี้มีประเด็นเงื่อนไขอะไรที่จะสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ความมั่นคงระหว่างกันและกัน
  • ภายใน ๖๐ วันก็จะเข้าไปดูว่าเรื่องของการจัดทำแผนเพื่อรองรับการเป็นเขตควบคุมมลพิษ และเรื่องของการที่จะแก้ไขปัญหา มีมาตรการเยียวยาในเรื่องต่าง ๆ ก็จะสามารถดำเนินการได้ และ
  • ภายใน ๑๒๐ วัน ประเด็นที่ยังเป็นข้อโต้แย้งกันอยู่เกี่ยวกับเรื่องกฎหมายใหม่ที่จะออกมา หรือระเบียบต่าง ๆ ที่จะนำออกมาใช้ ก็จะได้มีการรับฟังความคิดเห็นพร้อม ๆ กันไปด้วย
ซึ่งตรงนี้จะต้องมีการดำเนินการกันต่อไป คำสั่งได้ออกไปแล้ว และคาดว่าตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไปคณะกรรมการชุดนี้ก็จะเริ่มทำงานได้ ส่วนคดีในศาลปกครองนั้นก็ว่าไปตามกระบวนการของศาล..."

... ผู้ดำเนินรายการ: "ถามเรื่องความเชื่อมั่นโดยเฉพาะล่าสุดที่เรามีปัญหาไม่ว่าจะเป็นมาบตาพุด ซึ่งความเชื่อมั่นของนักลงทุน ...วัดจากความรู้สึกจากสื่อมวลชนที่ถาม ความเชื่อมั่นต่อไทยลดลงไหมคะ"

อภิสิทธิ์:  "ผมคิดว่าประเด็นที่มันเป็นปัญหานี้จะมีเกิดขึ้นอยู่เกือบตลอดเวลา แต่สิ่งสำคัญคือว่าเขาต้องรู้ว่าแนวทางที่รัฐบาลจะแก้ไขคืออะไรนะครับ เพราะฉะนั้นเวลามันมีเหตุหรือมีข่าวขึ้นมานี้เป็นเรื่องปกตินะครับ อย่างมาบตาพุดนี้พอครั้งนี้เราได้พูดถึงแนวทางการแก้ปัญหาของรัฐบาล บริษัทซึ่งอยู่ใน ๑ ใน ๗๖ โครงการก็ขอบคุณและยอมรับ มองเห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลพยายามทำนี้ พยายามรักษาความสมดุลของประเด็น อย่างนี้เป็นต้นนะครับ...เพราะฉะนั้นก็เป็นที่เข้าใจนะครับ ส่วนประเด็นอื่น ๆ ซึ่งจะมีการหยิบยกขึ้นมาก็เป็นการสอบถามตามปกติ แต่ผมคิดว่าครั้งนี้ผมได้มีโอกาสพบกับภาคเอกชนนะครับ ซึ่งหลายกลุ่มไม่ใช่ครั้งแรก เคยพบที่สหรัฐฯ บ้าง เคยพบที่ประเทศไทยบ้าง ผมคิดว่าขณะที่เขาเข้าใจแนวทางของรัฐบาล และค่อนข้างที่จะพอใจ และมีความมั่นใจนะครับ แม้ว่าจะมีปัญหาใหม่ ๆ เข้ามา ผมคิดว่าเขาจะเริ่มมองเห็นแล้วว่าวิธีการที่รัฐบาลแก้ปัญหานี้จะเป็นอย่างไร"

ผู้ดำเนินรายการ: "อย่างเช่นมาบตาพุดเข้าใจว่าท่านนายกฯ ถูกถาม อธิบายสั้น ๆ คำตอบสั้น ๆ ที่ท่านนายกฯ ให้กับนักลงทุนคืออะไรคะ"

อภิสิทธิ์: "๑. ก็คือว่าเรามีกฎหมายใหม่ ศาลก็จะต้องเป็นคนชี้ 

              ๒. ถึงแม้ว่าจะต้องมีการปฏิบัติตามกฎหมายที่เข้มงวดมากขึ้น ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นภาระมากเกินไป เพราะว่ามันเป็นเรื่องของการเพิ่มขั้นตอนบางขั้นตอนเท่านั้นเอง และ 

              ๓. ขณะนี้ก็คือผมได้มีคณะกรรมการที่มี ๔ ฝ่าย เข้ามาร่วมเป็นที่ยอมรับของภาคประชาชน เป็นที่ยอมรับของภาคธุรกิจ ซึ่งทำให้เกิดบรรยากาศที่ดี และเสริมสร้างความเชื่อมั่นหรือความมั่นใจ หรือไว้วางใจซึ่งกันและกัน" ... 

(กลับไปด้านบน)

- ปฏิรูปรถไฟ : ปลอดภัย เร็ว ขยายอีสาน/เหนือ เชื่อมถึงเพื่อนบ้าน

... การแก้ปัญหารถไฟฯ ได้มีการกำหนดแนวทางสำหรับการปฏิรูปซึ่งกำลังจะเกิดขึ้น โดยจะปรับปรุงเพื่อเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัย ขยายบริการไปสู่พื้นที่ที่ยังไม่ได้รับบริการและเชื่อมโยงไปสู่เพื่อนบ้าน และจะมีการลงทุนในระบบรางคู่เพื่อเพิ่มความเร็วในการวิ่ง การลงทุนทั้งหมดอาจจะเป็นเงินประมาณ ๑ แสนล้านบาท ในส่วนของระบบการบริหารจัดการจะมีการหารือร่วมกับการรถไฟฯ เพื่อหาแนวทางจัดการโครงสร้างองค์กร

อภิสิทธิ์:
"...ในช่วงแรกนี้ผมขอถือโอกาสรายงานงานที่รัฐบาลได้ดำเนินการตามปกติให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ ...เรื่องนโยบายสำคัญที่อยากจะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนที่เป็นความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของรัฐบาลในสัปดาห์นี้นะครับ ...เรื่องรถไฟ ช่วงที่ผ่านมานั้นเราจะเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นในเรื่องของความขัดแย้งระหว่างฝ่ายพนักงาน ฝ่ายบริหาร และที่สำคัญคือว่าปัญหาความปลอดภัย หรือผลกระทบที่เกิดขึ้นเวลามีการหยุดให้บริการ ซึ่งผมได้เคยบอกกับพี่น้องประชาชนว่า นอกจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อให้รถไฟกลับมาบริการตามปกติแล้ว ประเด็นปัญหาทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับรถไฟทั้งหมด รัฐบาลจะได้ดำเนินการมาทบทวน เพื่อนำไปสู่การปฏิรูป เมื่อวันพุธคณะรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจจึงได้มีการประชุมในเรื่องนี้ และได้มีการกำหนดแนวทางที่ชัดเจนแล้วครับ นั่นก็คือว่าการลงทุนที่สำคัญที่จะต้องเกิดขึ้นในส่วนของการรถไฟฯ ต่อไปนั้น

[๑] เริ่มตั้งแต่การลงทุนซึ่งจะนำไปสู่ความมั่นใจในเรื่องของมาตรฐานความปลอดภัยทั้งหมด มีการสำรวจตรวจสอบครับตั้งแต่เรื่องของทาง ระบบราง อาณัติสัญญาณ ไปจนถึงหัวรถจักร สรุปมาเรียบร้อยว่าขณะนี้อุปกรณ์โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่มีส่วนไหนบ้างที่จำเป็นจะต้องมีการปรับปรุงอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณจากปฏิบัติการไทยเข้มแข็งไปแล้ว ในส่วนที่เหลือก็มีการรวบรวมเป็นตัวเลขขึ้นมา

[๒] ประการที่ ๒ การปรับปรุงหรือการขยายบริการที่สำคัญคือว่าเราต้องที่จะให้รถไฟมีบทบาทสำคัญมากขึ้น หรือการขนส่งระบบรางมีความสำคัญมากขึ้นในการขนส่งทั้งสินค้าและคน

  • ปัจจุบันข้อจำกัดอย่างหนึ่งนอกเหนือจากเรื่องของปัญหาที่ได้พูดไปแล้ว ก็คือว่าความเร็วที่รถไฟของเราวิ่งอยู่ จะอยู่ที่ประมาณ ๕๐-๖๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยเหตุผลในเรื่องของอุปกรณ์ ด้วยเหตุผลในเรื่องของราง และด้วยเหตุผลที่มีระบบรางเดี่ยว ทำให้มีการเสียเวลาในเรื่องของการสับหลีก คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจได้เป้าครับว่านอกเหนือจากการรวบรวมตัวเลขลงทุนในเรื่องของการเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยแล้ว ตั้งเป้าว่ารถไฟนั้นจะต้องสามารถวิ่งอยู่ที่ประมาณ ๑๐๐-๑๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งหมายถึงนอกจากการปรับปรุงรางหรือเส้นทางเดิม
  • ก็จะมีการลงทุนในเรื่องของระบบรางคู่ ....ที่จะลดเวลาในเรื่องของการสับหลีก และทำให้รถไฟวิ่งได้เร็วขึ้น...
  • นอกจากนั้นยังจะมีหลายพื้นที่ซึ่งปัจจุบันนั้นยังไม่ได้รับบริการในเรื่องของรถไฟ ยกตัวอย่างเช่น

    - พื้นที่ทางอีสาน ซึ่งจะมีการดำเนินการเพื่อที่จะทำให้รถไฟของเราเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะฉะนั้น เส้นทางที่สำคัญก็คือเส้นทางที่ออกไปจากบัวใหญ่ ก็จะไปทางมุกดาหาร และไปถึงนครพนม เพื่อที่จะเชื่อมโยงกับทางลาวและเวียดนามต่อไป

    - หรือเส้นทางทางเหนือที่จะต้องไปเชื่อมโยงกับจีนที่จะลงมาทางด้านเหนือของเรา จากเด่นชัยไปเชียงรายและไปที่ชายแดน...
  • การลงทุนตรงนี้ทั้งหมดอาจจะเป็นเงินประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งที่รัฐบาลได้ดำเนินการก็คือ

    - บางส่วนจะดำเนินการในกรอบของไทยเข้มแข็ง

    - บางส่วนจะนำไปสู่การเจรจาระหว่างประเทศ ซึ่งผมเองได้มีการเกริ่นนำเอาไว้ ยกตัวอย่างเช่นกับทางประเทศจีนที่สนใจที่จะเข้ามาร่วมลงทุนในเรื่องนี้

    - และนอกจากนั้นก็จะมีโครงการความเป็นไปได้ที่จะเชิญชวนภาคเอกชนที่จะเข้ามาลงทุน
  • ซึ่งตรงนี้จะครอบคลุมไปถึงอีกโครงการหนึ่งคือรถไฟความเร็วสูง ซึ่งจะได้มีการศึกษาความเหมาะสมความเป็นไปได้ของเส้นทางและการเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วม

           เส้นทางที่ตอนนี้ดูจะมีความเป็นไปได้มากที่สุด ก็คือรถไฟความเร็วสูงที่จะวิ่งจากกรุงเทพฯ ออกไปยังภาคตะวันออก ก็ไประยอง จันทบุรี และอาจจะไปถึงตราด ซึ่งทั้งหมดนี่ครับคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจได้เห็นชอบในหลักการ ก็จะมีการนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป 
แล้วในเรื่องของแหล่งเงินทุนทางกระทรวงการคลัง สภาพัฒน์ฯ (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) ทางกระทรวงคมนาคม ก็จะไปจัดออกมาว่าตรงไหนอยู่ในไทยเข้มแข็ง ตรงไหนอยู่ในงบประมาณปกติ ตรงไหนที่จะเป็นความร่วมมือกับต่างประเทศหรือกับภาคเอกชนต่อไป

[๓] ...ในเรื่องของการปรับปรุงระบบการบริหารจัดการ ตรงนี้ข้อเสนอก็จะมีการกลับมาครับ ก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรีต้องการที่จะให้มีการแยกบริษัทออกมา แต่ว่าเมื่อมีการท้วงติง และยังมีความไม่สบายใจก็จะใช้วิธีการในเรื่องของการจัดทำเป็นหน่วยธุรกิจ คือมีการแยกบัญชี แต่ทั้งหมดยังอยู่ภายใต้การรถไฟ
        - ก็จะแบ่งเป็นในส่วนหน่วยงานที่ดูแลเรื่องราง
        - ที่ดูแลเรื่องการเดินรถ
        - และหน่วยงานที่ดูแลในเรื่องของทรัพย์สิน

ซึ่งตรงนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการที่จะปรับปรุงทั้งโครงการ ทั้งในเรื่องของระบบบุคลากรทั้งหมดของการรถไฟฯ ต่อไป 
            แต่ว่าความจำเป็นที่จะต้องมีการแยกอาจจะเป็นเรื่องของบริษัทที่มารองรับโครงการพิเศษ เช่นกรณีของรถไฟที่เชื่อมกับทางสนามบินสุวรรณภูมิเข้ามาสู่ตัวเมืองในขณะนี้ ก็จะเป็นเรื่องที่เราจะมีการดำเนินการเพื่อไปหารือกับทางการรถไฟฯ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหาร พนักงาน สหภาพฯ ให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด
ฉะนั้นทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องของการกำหนดแนวทาง วิสัยทัศน์ สำหรับการปฏิรูปรถไฟซึ่งกำลังจะเกิดขึ้น..."

(กลับไปด้านบน)

- แก้ปัญหายาเสพติด: ยกระดับความเข้มข้น
อภิสิทธิ์: "...เรื่องของปัญหายาเสพติด ในระยะที่ผ่านมานั้นรัฐบาลได้มีนโยบายโดยเฉพาะเรื่องของ ๕ รั้วป้องกัน บวกกับการที่เข้มงวดกวดขันในเรื่องของการปราบปรามมากยิ่งขึ้น

- ซึ่งแม้ว่าจะได้ทำให้มีการจับกุมปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งรายที่ใหญ่ขึ้น

- แม้กระทั่งผลสำรวจของทางสถาบันสำรวจความคิดเห็นก็บ่งบอกว่ามีความพึงพอใจระดับหนึ่ง

แต่ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเราก็ได้ตัดสินใจว่าจะต้องยกระดับของความเข้มข้นในการดำเนินนโยบายทางด้านนี้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ
  • การปราบปรามและการป้องกันการลักลอบยาเสพติดผ่านชายแดนเข้ามา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือว่าจะมีการเข้มงวดกวดขันในพื้นที่เหล่านั้น และเพิ่มประสิทธิภาพ
  • ผมเองได้พบปะพูดคุยกับทั้งกรรมาธิการของสภาฯ ทั้งกับผู้ปฏิบัติงาน และตกลงที่จะจัดเครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์ให้มีความพร้อมมากยิ่งขึ้น ทำให้เราสามารถที่จะตรวจสอบ และสามารถสกัดกั้นการนำเข้าสารต่าง ๆ หรือยาเสพติดเข้ามาจากชายแดนของเรา
  • ส่วนในแง่ของการทำงานกับชุมชนในอีก ๔ รั้วนั้น ก็จะมีการเพิ่มพูนกิจกรรมที่ทำกับประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาก็ค่อนข้างที่จะได้ผล
              
    รวมไปถึงกระบวนการในการที่จะทำให้เกิดการบำบัดสำหรับผู้ที่เสพยาโดยความสมัครใจ จะเป็นการบำบัดโดยสมัครใจ
ซึ่งเรามีการตั้งเป้าว่าจะต้องเพิ่มสัดส่วนตรงนี้ให้ได้ และที่ผ่านมาก็เริ่มเพิ่มมามากขึ้น แต่ว่าจะมีการทำงานละเอียดลงไปในระดับพื้นที่ ในระดับชุมชนมากยิ่งขึ้นไปอีก เพื่อที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งผมทราบดีว่าเป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชนจำนวนมากนั้นมีความห่วงใย..."

(กลับไปด้านบน)

- อาเซียน : แกนขับเคลื่อนภูมิภาค ที่สนองต่อประชาชน

... การรวมตัวที่มีอยู่ในเอเชียนี้  ไม่ว่าจะเป็นอาเซียนหรือ APEC ถึงแม้ว่า รูปแบบการรวมตัว  เป็นสิ่งที่กระจัดกระจาย ไม่เป็นระบบ แต่ต้องดูว่าการรวมตัวและความร่วมมือต่าง ๆ สามารถตอบสนองความต้องการของประชากร โดยเฉพาะความสันติสุข และความมั่งคงได้หรือไม่ ไม่ควรมองเป็นสิ่งที่ต้องต่อต้านหรือมาคัดค้าน ซึ่งการรวมตัวไม่ควรหยุดนิ่งอยู่ตรงนี้เท่านั้น  ควรจะพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ 
 

ผู้บรรยายแปล:
" นายกรัฐมนตรีเริ่มต้นเช้าวันเสาร์ด้วยการรับการบรรยายสรุปภารกิจประจำวัน  ก่อนจะเดินทางไปศูนย์ประชุม Suntec เริ่มต้นการประชุม APEC โดยการพบตัวแทนนักธุรกิจจากสหรัฐฯ จากนั้นได้ขึ้นเวทีการประชุม  APEC CEO Summit 2009 : Session Nine พร้อมกับบรรยายในหัวข้อ “Are our present models of regionalism such as APEC and ASEAN adequate?” ซึ่งได้รับเสียงปรบมือชื่นชมอย่างมาก "

ผู้บรรยายแปล:
" นายกรัฐมนตรีก็ได้เล่านะครับว่ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมสนทนาในวันนี้ที่มาพูดเกี่ยวกับแนวโน้มต่อไปในอนาคตเกี่ยวกับการรวมตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค  รู้สึกยินดีที่ได้มาร่วมสนทนากับท่านประธานาธิบดีเม็กซิโก  และนายกรัฐมนตรีประเทศออสเตรเลีย  ซึ่งทั้งสองท่านก็เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในเรื่องนี้นะครับ   และนายกรัฐมนตรีก็ได้แซวนิดหนึ่งนะครับเมื่อสักครู่  ทางผู้ดำเนินรายการได้บอกว่าดีใจไหมที่เหมือนกับตำแหน่งประธานอาเซียนได้หมดวาระไปแล้ว  นายกรัฐมนตรีก็เลยบอกว่าจริง ๆ แล้วขอแก้นิดหนึ่งว่าประธานยังไม่หมดวาระ  เพราะว่าจะต้องดำเนินการประชุมอีกปลายปีนี้นะครับ" 

ผู้บรรยายแปล: " ท่านนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียก็ได้เสนอต่อในช่วงการประชุมสุดยอดในเรื่องที่ผ่านมา  และในขณะเดียวกันท่านนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นก็ได้เสนอเกี่ยวกับเรื่อง East Asia Community เหมือนกัน  ในการประชุมผู้นำอาเซียนที่ผ่านมา  ในตอนช่วงนั้นผมก็ได้ลองถามคำถามดูว่าเราจะตอบกันอย่างไร  ถ้าผมจะถามทุกคนตอนนี้  ผมก็จะเริ่มองค์กรหรือรูปแบบของการรวมตัวในภูมิภาคนี้ขึ้นมา  สักกี่คนที่จะสามารถเขียนได้ว่าตอนนี้เรามีความร่วมมืออย่างไรบ้างในภูมิภาคอันนี้  ซึ่งน่าจะเห็นได้ว่าทุกคนก็อาจจะไม่สามารถเขียนออกมาได้ทั้งหมดนะครับว่าเรามีอะไรบ้าง  ไม่ว่าจะเป็นอาเซียน  เอเชียแปซิฟิค ARF หรืออาเซม

เพราะฉะนั้นอันนี้อาจจะเป็นสิ่งที่นำมาสู่การตั้งคำถามว่าสิ่งที่เรามีอยู่แล้วคือการรวมตัว  รูปแบบการรวมตัว  เป็นสิ่งที่เหมือนกระจัดกระจายไม่เรียบร้อย  ไม่เป็นระบบ  ก็เลยทำให้เกิดข้อคิดมาว่าเราควรจะมานั่งดูเรื่องระบบของการรวมตัวทางภูมิภาคใหม่หรือเปล่า  สิ่งที่สำคัญคือจะต้องถามคำถามที่ถูกต้อง  ตรงประเด็น 

คำถามแรกก็คือว่าตอนนี้สิ่งที่เรามี รูปแบบหรือว่าการรวมตัวต่าง ๆ ที่มี  สามารถตอบสนองความต้องการของประชากรในภูมิภาคได้หรือไม่  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้ที่ได้เห็นกันอยู่ว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก  ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยีก็ตาม  และเราก็ได้พบกับปัญหาต่าง ๆ ตอนนี้ด้วยซึ่งแบบเป็นระดับที่เราไม่เคยมีมาก่อนนะครับ  อย่างเช่นเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

  • และถ้าเกิดสมมติเราจะสามารถดูคำถามเหล่านี้และจะตอบคำถาม  ก็อาจจะมาดูว่าถึงแม้ว่าตอนนี้ลักษณะต่าง ๆ รูปแบบต่าง ๆ ที่เรามีในภูมิภาค  การรวมตัวหรือความร่วมมือต่าง ๆ นี้  ยังกระจัดกระจายไม่เป็นระบบนี้  เราก็ต้องมาดูกันว่าการรวมตัวและความร่วมมือต่าง ๆ เหล่านี้  ก็สามารถตอบสนองความต้องการของประชากรได้หรือเปล่า  ยกตัวอย่างเช่น การรวมตัวของ APEC หรือกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคนี้  ตอนแรก ๆ เลยก็ไม่ได้เริ่มด้วยวัตถุประสงค์เหมือนกับตอนนี้ที่ดำเนินการอยู่  แต่ว่าในที่สุดแล้วคือการที่ทำให้ APEC สามารถมีการประชุมระดับสุดยอดผู้นำได้  ก็คือการนำไปสู่การเจรจารอบอุรุกวัย 

ในขณะที่เรากำลังประสบวิกฤตทางเศรษฐกิจ  กลุ่ม G๒๐ ก็ได้ปรากฏขึ้นมา  และก็จะเป็น Forum ที่เป็นการวางนโยบายในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน  ก็มีบทบาทสำคัญมาก ๆ ที่จะช่วยทำให้เศรษฐกิจโลกได้มีการฟื้นตัวได้เร็ว  เพราะตอนนี้ก็เช่นเดียวกันกับของอาเซียน  ตอนนี้ก็อาจจะเห็นได้ว่าอาเซียนก็มีบทบาทสำคัญเป็นตัวแกนในการรวมตัว  หรือความร่วมมือต่าง ๆ ทางอาเซียนได้เริ่มก่อตั้งขึ้นมาเองนี้ตอนนั้นภูมิภาคของอาเซียนเองก็เป็นภูมิภาคที่ยังมีประเทศยังประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสงครามอยู่  และ ๔๐ ปีต่อจากนั้นเราก็สามารถที่จะสร้างประชาคมได้  และยิ่งไปกว่านั้นนี้ตอนนี้ก็เห็นว่าอาเซียนสามารถนำประเทศต่าง ๆ ซึ่งอาจจะเป็น Dialogue Partner เข้ามาร่วมประชุมด้วยได้ทุกปี เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย  นิวซีแลนด์ และในปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นปีที่เต็มไปด้วยวิกฤต  อาเซียนก็สามารถแสดงให้เห็นว่ารับมือกับวิกฤตได้  อย่างเช่น ยกตัวอย่างในกรณีของวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้  ประเทศอาเซียนและประเทศคู่เจรจา +๓ คือจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ก็ได้ร่วมมือกันในการที่จะนำความริเริ่มเชียงใหม่เป็นอีกระดับหนึ่ง  และอันนี้คือการริเริ่มเชียงใหม่ก็จะสามารถนำไปสู่การเป็น Model หรือเป็นตัวอย่างที่ดีกับภูมิภาคอื่น ๆ ในการที่จะรับมือกับปัญหาสภาพความคล่องตัวทางการเงิน  และจะสามารถช่วยสนับสนุนการทำงานของ IMF ได้ด้วย  การริ่เริ่มเชียงใหม่ก็เป็นการส่งเสริมการทำงานของ IMF และอาจจะเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งของประเทศต่าง ๆ และในขณะเดียวกันก็จะทำให้ IMF จะต้องรู้สึกมีความรับผิดชอบมากขึ้น

และตอนนี้ในขณะเดียวกันที่อาเซียนก็ยืนยันแสดงท่าทีที่แน่วแน่ว่า  ไม่สนับสนุนการกีดกันทางการค้านี้  ไม่ใช่แค่เพียงเท่านั้น  อาเซียนได้มีการลงนามและได้มีการทำข้อตกลงเพื่อเปิดเสรีทางการค้ามากขึ้นด้วย  เพราะฉะนั้นก็อาจจะพูดได้ว่าอาเซียน  หรือความร่วมมือที่จะมีอยู่ตอนนี้ก็น่าจะเพียงพอในการที่จะตอบสนองความต้องการ  และก็รับมือกับสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ได้ ซึ่งอาเซียนเองก็ได้มีหน้าที่เป็นแกนสำคัญ  ไม่ว่าจะเป็นฟันเฟืองในการหมุนของกลุ่ม East Asia Economic คืออาเซียน +๖ หรือว่ากลุ่มอาเซียน +๓ เอง  และในขณะเดียวกันการทำงานของอาเซียนก็อาจจะมองได้ว่าเป็นการช่วยสนับสนุนและส่งเสริมความร่วมมือต่าง ๆ และการรวมตัวต่าง ๆ ในภูมิภาคได้ด้วยเช่นกัน  

จะเห็นได้ว่าอาเซียนก็สามารถนำมาสู่โต๊ะเจรจาผู้นำจากประเทศคู่เจรจาสำคัญ ๆ หลายประเทศ  แต่ทั้งนี้ถึงแม้ว่าอาเซียนจะสามารถดำเนินการได้และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้  แต่เราก็ไม่สามารถที่จะหยุดยั้ง ณ จุดนี้ได้นะครับ  ไม่ควรแค่พึงพอใจในจุดนี้  เราจะต้องพัฒนาต่อไป   มองต่อไปข้างหน้า  เพราะว่าต่อไปนี้ Trend ของโลกก็คือจะต้องมีการรวมตัวในภูมิภาคมากขึ้น  เทคโนโลยีและเรื่องการดำเนินงานต่าง ๆ ต่อไปจะทำให้รัฐบาลต้องมีบทบาทมากขึ้น  ในการจะเข้ามาคอยดูแลการอำนวยความสะดวก  เพราะฉะนั้นการรวมตัวต่าง ๆ ที่มีอยู่  ความร่วมมือนี้ก็เป็นสิ่งที่ทำให้มีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนากันต่อไป 

เพราะฉะนั้นการรวมตัวที่มีอยู่ในเอเชียนี้  ไม่ว่าจะเป็นอาเซียนเองหรือ APEC นี้ไม่ควรจะมองว่าเป็นสิ่งที่มาต่อต้านหรือมาคัดค้านการรวมตัวหรือความร่วมมือต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน  แต่สิ่งสำคัญที่นายกรัฐมนตรี ยินดีอย่างยิ่งก็คือว่า  ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอของนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียหรือข้อเสนอของนายกฯ ญี่ปุ่น  ความร่วมมือต่าง ๆ ก็จะมุ่งไปสู่ทิศทางจุดเดียวกัน  ตอนนี้เราก็คือไม่ควรที่จะปฏิเสธในข้อเสนอต่าง ๆ ที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน  ควรจะพิจารณาให้รอบคอบ  สิ่งจำเป็นที่สุดและสิ่งสำคัญที่สุดในการที่จะมีความร่วมมือต่าง ๆ ก็คือว่าจะต้องตอบสนองกับความต้องการของประชาชนได้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งความมุ่งมั่นของทุกคนที่จะได้รับความสันติสุข สันติภาพ และความมั่งคั่งรุ่งเรือง  เพราะฉะนั้นแล้วถึงแม้ว่าอาจจะสรุปได้ว่า  ความร่วมมือต่าง ๆ ที่เรามีอยู่ในปัจจุบันนี้เพียงพอในการตอบสนองความต้องการของประชาชน  แต่ก็เราก็ไม่ควรจะหยุดยิ่งอยู่ตรงนี้  และควรจะพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ "

ผู้บรรยายแปล: "ตอนนี้ก็เป็นช่วงที่นายกรัฐมนตรีตอบคำถามนะครับที่ผู้มาร่วมงานได้ถามนายกรัฐมนตรี  ปัญหาคำถามมีการถามจากผู้มาร่วมนี้ ๓ คำถามหลัก คำถามแรกถามว่า  บทบาทของอเมริกาในเอเชียแปซิฟิคนี้ตอนนี้มีบทบาทอย่างไรบ้าง และคำถามที่สองถามว่าท่านผู้นำต่าง ๆ ในการที่จะแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงปัจจุบัน เคยได้อ่านหนังสืออะไรบ้างที่จะช่วยในการออกนโยบายต่าง ๆ และก็คำถามที่สาม  บทบาทของคนรุ่นใหม่จะสามารถทำอะไรได้บ้าง "

ผู้บรรยายแปล: " สำหรับของสหรัฐอเมริกานายกรัฐมนตรี ก็ตอบว่า

  • แน่นอนที่สุดสหรัฐอเมริกาก็มีบทบาทสำคัญในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคนี้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความมั่นคง  หรือด้านเศรษฐกิจก็ตาม  เพราะฉะนั้นในอีก ๒ -๓ วันต่อไปจากนี้ก็จะเสนอให้สหรัฐฯ ได้มีบทบาทเพิ่มขึ้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลักดันให้การเจรจารอบโดฮาประสบผลสำเร็จ  และถ้าเมื่อมองถึงในรูปของแผนการรวมตัวของภูมิภาคต่าง ๆ ต่อไปเราจะต้องมาดูว่าความสมดุลกัน...จะเป็นอย่างไรบ้าง  เพราะฉะนั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมีบทบาทของทั้งเอเชีย  และสหรัฐอเมริกา
      
  • และสำหรับคำถามเรื่องหนังสือ....(เสียงบรรยากาศในห้องงานแทรกเสียงผู้แปล)....เป็นที่น่ายินดีมากนะครับ  และก็เหมือนว่าเป็นการ...บทบาทของอาเซียนและภายใต้การนำของประเทศไทย  ในการเป็นประธานอาเซียนในปีนี้ด้วย

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- เอเปค: เน้นการฟื้นตัวที่สมดุล ทั่วถึง และยั่งยืน

... ผู้ดำเนินรายการ: " ภารกิจแรกของนายกรัฐมนตรีเมื่อเดินทางมาถึงประเทศสิงคโปร์  คือการเป็นสักขีพยานในการลงนามในพิธีสารทางการค้าระหว่างไทยกับเปรู  ในโอกาสนี้นายกรัฐมนตรีของไทยได้พบปะสนทนากับประธานาธิบดีเปรู  นายอลัน  การ์เซีย  เปเรซ ด้วย สาระสำคัญของพิธีสารดังกล่าว  คือไทยกับเปรูจะลดภาษีประมาณร้อยละ ๗๐ ของรายการสินค้าทั้งหมดให้แก่กัน"

... ผู้ดำเนินรายการ: " มา APEC คราวนี้เข้าใจว่าท่านนายกฯ ได้มาลงนามในเรื่องของข้อตกลงระหว่างไทยกับเปรูเป็นทวิภาคี  นอกเหนือจากไทย – เปรูแล้วมีอะไรอีกบ้างที่จะมีการลงนามกัน  แล้วถ้าเกิดมองในภาพรวม  ครั้งนี้ APEC ครั้งนี้เราจะได้อะไรบ้างคะ"

อภิสิทธิ์:  " ในส่วนของทวิภาคีมีกรณีของเปรูซึ่งเราสามารถที่จะดำเนินการในเรื่องของการเจรจาไปได้นะครับ  แต่จริง ๆ แล้วข้อตกลงในทางระหว่างประเทศขณะนี้  ใครติดตามสภาฯ ตลอด ๑ สัปดาห์ที่ผ่านมาก็จะทราบนะครับ  มีเป็นเกือบ ๒๐ ข้อตกลงที่ขณะนี้กำลังดำเนินการและผ่านสภาฯ  ก็จะดำเนินการต่อไป 

ส่วน APEC เป็นเวทีในลักษณะที่มาพูดคุยหารือร่วมมือกันในเรื่องของเศรษฐกิจเป็นหลัก  สิ่งสำคัญก็คือการมีวิสัยทัศน์ร่วมในการประคับประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั้งของโลก ทั้งของภูมิภาค  และรวมถึงของประเทศไทยด้วยนะครับ  รวมไปถึงการมีข้อตกลงในเรื่องของการที่จะอำนวยความสะดวกทางด้านการค้า การลงทุน มีการคุยกับภาคเอกชนด้วย  และก็รอบนี้ต้องถือว่ามีประเด็นที่ถือว่าเป็นประเด็นขัดแย้งระหว่างผู้นำนี้น้อยมากนะครับ  เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องของการประคับประคอง  และการมองไปข้างหน้านะครับ  ว่าการพัฒนาในภูมิภาคนี้ควรจะเป็นอย่างไร"

ผู้ดำเนินรายการ: " แต่ว่าประชาชนมั่นใจได้ว่าทุกอย่างจะเป็นประโยชน์กับประชาชน เนื่องจากอย่างที่นายกฯ พูดก็คือ ทุกอย่างมีการผ่าสภาฯ ใช่ไหม นี่คือ"

นายกรัฐมนตรี: " นั่นเป็นส่วนหนึ่งนะครับ และอีกส่วนหนึ่งก็คือว่าที่น่าดีใจคือการประชุม APEC คราวนี้ไม่ได้พูดถึงเฉพาะว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวจะเติบโต แต่พูดถึงว่าจะฟื้นตัวแล้วเติบโตอย่างไร และให้ความสำคัญกับ 3 เรื่อง

1. ความสมดุลของการฟื้นตัว หมายความว่าไม่ใช่ว่าไปกระจุกอยู่ที่ใดที่หนึ่ง แล้วก็เกิดปัญหาในอนาคต
2. เป็นการฟื้นตัวซึ่งทุกคนได้ประโยชน์ คำว่าทุกคนนี้ไม่ช่หมายถึงเฉพาะประเทศนะครับ แต่หมายถึงคนทุกกลุ่ม จะให้ความสำคัญกับวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม คนยากคนจน ที่จะได้ประโยชน์จากการค้าที่เพิ่มพูนอย่างไร หรือการฟื้นตัวที่ดีขึ้นมาอย่างไร กับ
3. คือจะต้องเป็นการฟื้นตัวที่มีความยั่งยืน เพราะฉะนั้นก็จะต้องดูแลปัญหาในเรื่องของสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศด้วย"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- สหรัฐฯต้องการมีส่วนร่วมกับอาเซียน

... การประชุมระหว่างอาเซียนกับโอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นการยืนยันที่จะเดินหน้าความสัมพันธ์ให้เข้มข้นขึ้น  โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจและความมั่นคง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความต้องการมีส่วนร่วม และให้ความสำคัญกับอาเซียนของสหรัฐฯ

ผู้ดำเนินรายการ: "สวัสดีค่ะขอต้อนรับเข้าสู่รายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ นะคะ  สัปดาห์นี้ดิฉัน  กรุณา  บัวคำศรี ทำหน้าที่ดำเนินรายการ  มากันที่ประเทศสิงคโปร์ค่ะ  ซึ่งกำลังมีการจัดการประชุม APEC ขึ้นนะคะ  APEC นั้นเป็นการรวมตัวกันของประเทศในเอเชียแปซิฟิคทั้งหมด ๒๐ ประเทศ  เพื่อความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจนะคะ  การประชุมครั้งนี้แน่นอนจะมีการตกลงทางด้านเศรษฐกิจใหม่ ๆ ออกมาค่อนข้างหลายอย่างนะคะ  แต่ว่าสิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้นก็คือในเรื่องของการประชุมที่จะเกิดขึ้นระหว่างอาเซียน  ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพ  และทางประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่  นายโอบามา นะคะ  ในส่วนของการประชุมในช่วงที่ผ่านมา  นายกฯ อภิสิทธิ์  ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับทั้งในส่วนของตัวแทนธุรกิจ  ซึ่งอยู่ในสิงคโปร์ซึ่งมาจากหลายชาตินะคะ  และบรรดาผู้นำทางการเมืองที่เดินทางมาถึงแล้วนะคะ  เป็นการพูดคุยเพื่อเรียกความมั่นใจทางด้านการลงทุน  ทางด้านการเมือง  ซึ่งกำลังถูกตั้งข้อสงสัยในนานาชาติกลับคืนมา  และในช่วงบ่ายจะมีการพูดคุยกับทางประธานาธิบดีโอบามา  ซึ่งแน่นอนที่ถูกจับตามองมากก็คือนโยบายใหม่ของสหรัฐฯ ที่จะมีต่อเอเชียและอาเซียนค่ะ"

... ผู้บรรยายแปล: "ตอนนี้ก็เป็นช่วงที่นายกรัฐมนตรีตอบคำถามนะครับที่ผู้มาร่วมงานได้ถามนายกรัฐมนตรี  ปัญหาคำถามมีการถามจากผู้มาร่วมนี้ ๓ คำถามหลัก คำถามแรกถามว่า  บทบาทของอเมริกาในเอเชียแปซิฟิคนี้ตอนนี้มีบทบาทอย่างไรบ้าง 

ผู้บรรยายแปล: " สำหรับของสหรัฐอเมริกานายกรัฐมนตรี ก็ตอบว่า

  • แน่นอนที่สุดสหรัฐอเมริกาก็มีบทบาทสำคัญในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคนี้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความมั่นคง  หรือด้านเศรษฐกิจก็ตาม  เพราะฉะนั้นในอีก ๒ -๓ วันต่อไปจากนี้ก็จะเสนอให้สหรัฐฯ ได้มีบทบาทเพิ่มขึ้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลักดันให้การเจรจารอบโดฮาประสบผลสำเร็จ  และถ้าเมื่อมองถึงในรูปของแผนการรวมตัวของภูมิภาคต่าง ๆ ต่อไปเราจะต้องมาดูว่าความสมดุลกัน...จะเป็นอย่างไรบ้าง  เพราะฉะนั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมีบทบาทของทั้งเอเชีย  และสหรัฐอเมริกา

... ผู้ดำเนินรายการ:  " ท่านคาดหวังอะไรกับการประชุมอาเซียนและสหรัฐในวันพรุ่งนี้คะ"

อภิสิทธิ์:  " ผมคิดว่าเป็นโอกาสดีที่ทำให้เห็นเป็นรูปธรรมนะครับ ในสิ่งที่สหรัฐฯ ได้พูดมาตลอดตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล  ว่าจะให้ความสำคัญกับภูมิภาคนี้มากขึ้นนะครับ  รัฐมนตรีต่างประเทศฮิลลารี  คลินตัน ก็ได้มาแสดงให้เห็นว่าต้องการที่จะมีส่วนเข้ามาสัมพันธ์กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  เอเชียในภาพรวมมากขึ้น  ครั้งนี้ก็เป็นการพบปะกันครั้งแรกระหว่างผู้นำของอาเซียนที่เป็นกลุ่มนะครับ  กับผู้นำของสหรัฐฯ เพราะฉะนั้นเบื้องต้นก็คือการยืนยันที่จะมีการเดินหน้าความสัมพันธ์ที่มีความเข้มข้นมากขึ้น  ส่วนในรายละเอียดก็คงจะประกอบไปด้วยทั้งเรื่องของเศรษฐกิจทั้งเรื่องความมั่นคง"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ตามข่าว: นายกฯพบปะผู้นำธุรกิจสิงคโปร์และทีมนักฟุตบอลไทยก่อนลงสนามพบกับสิงคโปร์

... ผู้ดำเนินรายการ: " หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เดินทางไปเยี่ยมนักฟุตบอลทีมชาติไทยที่โรงแรมที่พักเพื่อให้กำลังใจ  ก่อนที่ทีมชาติไทยจะลงสนามพบกับสิงคโปร์  โดยนายกรัฐมนตรีได้พูดคุยทักทายอย่างเป็นกันเอง  รวมถึงถ่ายรูปร่วมกับนักฟุตบอลทีมชาติไทยด้วย (ภาพบรรยากาศนายกรัฐมนตรีพบปะกับนักฟุตบอลทีมชาติไทย)

และในช่วงค่ำนายกรัฐมนตรีได้รับเชิญไปในงานเลี้ยงของ  Young Presidents’ Organization และได้แสดงปาฐกถาพร้อมกับตอบคำถามของผู้เข้าร่วม  (เสียงนายกรัฐมนตรีปาฐกถาพร้อมกับตอบคำถามเป็นภาษาอังกฤษ)"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

*ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)
จากรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๐.๐๐ น.

ผู้ดำเนินรายการ คือ "คุณกรุณา บัวคำศรี"

คลิ๊ก เพื่ออ่านคำต่อคำ

คลิ๊ก เพื่อชม VDO รายการเต็ม

(กลับไปด้านบน)