... การแก้ปัญหารถไฟฯ ได้มีการกำหนดแนวทางสำหรับการปฏิรูปซึ่งกำลังจะเกิดขึ้น โดยจะปรับปรุงเพื่อเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัย ขยายบริการไปสู่พื้นที่ที่ยังไม่ได้รับบริการและเชื่อมโยงไปสู่เพื่อนบ้าน และจะมีการลงทุนในระบบรางคู่เพื่อเพิ่มความเร็วในการวิ่ง การลงทุนทั้งหมดอาจจะเป็นเงินประมาณ ๑ แสนล้านบาท ในส่วนของระบบการบริหารจัดการจะมีการหารือร่วมกับการรถไฟฯ เพื่อหาแนวทางจัดการโครงสร้างองค์กร
อภิสิทธิ์: "...ในช่วงแรกนี้ผมขอถือโอกาสรายงานงานที่รัฐบาลได้ดำเนินการตามปกติให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ ...เรื่องนโยบายสำคัญที่อยากจะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนที่เป็นความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของรัฐบาลในสัปดาห์นี้นะครับ ...เรื่องรถไฟ ช่วงที่ผ่านมานั้นเราจะเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นในเรื่องของความขัดแย้งระหว่างฝ่ายพนักงาน ฝ่ายบริหาร และที่สำคัญคือว่าปัญหาความปลอดภัย หรือผลกระทบที่เกิดขึ้นเวลามีการหยุดให้บริการ ซึ่งผมได้เคยบอกกับพี่น้องประชาชนว่า นอกจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อให้รถไฟกลับมาบริการตามปกติแล้ว ประเด็นปัญหาทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับรถไฟทั้งหมด รัฐบาลจะได้ดำเนินการมาทบทวน เพื่อนำไปสู่การปฏิรูป เมื่อวันพุธคณะรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจจึงได้มีการประชุมในเรื่องนี้ และได้มีการกำหนดแนวทางที่ชัดเจนแล้วครับ นั่นก็คือว่าการลงทุนที่สำคัญที่จะต้องเกิดขึ้นในส่วนของการรถไฟฯ ต่อไปนั้น
[๑] เริ่มตั้งแต่การลงทุนซึ่งจะนำไปสู่ความมั่นใจในเรื่องของมาตรฐานความปลอดภัยทั้งหมด มีการสำรวจตรวจสอบครับตั้งแต่เรื่องของทาง ระบบราง อาณัติสัญญาณ ไปจนถึงหัวรถจักร สรุปมาเรียบร้อยว่าขณะนี้อุปกรณ์โครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่มีส่วนไหนบ้างที่จำเป็นจะต้องมีการปรับปรุงอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณจากปฏิบัติการไทยเข้มแข็งไปแล้ว ในส่วนที่เหลือก็มีการรวบรวมเป็นตัวเลขขึ้นมา
[๒] ประการที่ ๒ การปรับปรุงหรือการขยายบริการที่สำคัญคือว่าเราต้องที่จะให้รถไฟมีบทบาทสำคัญมากขึ้น หรือการขนส่งระบบรางมีความสำคัญมากขึ้นในการขนส่งทั้งสินค้าและคน
- ปัจจุบันข้อจำกัดอย่างหนึ่งนอกเหนือจากเรื่องของปัญหาที่ได้พูดไปแล้ว ก็คือว่าความเร็วที่รถไฟของเราวิ่งอยู่ จะอยู่ที่ประมาณ ๕๐-๖๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยเหตุผลในเรื่องของอุปกรณ์ ด้วยเหตุผลในเรื่องของราง และด้วยเหตุผลที่มีระบบรางเดี่ยว ทำให้มีการเสียเวลาในเรื่องของการสับหลีก คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจได้เป้าครับว่านอกเหนือจากการรวบรวมตัวเลขลงทุนในเรื่องของการเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยแล้ว ตั้งเป้าว่ารถไฟนั้นจะต้องสามารถวิ่งอยู่ที่ประมาณ ๑๐๐-๑๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งหมายถึงนอกจากการปรับปรุงรางหรือเส้นทางเดิม
- ก็จะมีการลงทุนในเรื่องของระบบรางคู่ ....ที่จะลดเวลาในเรื่องของการสับหลีก และทำให้รถไฟวิ่งได้เร็วขึ้น...
- นอกจากนั้นยังจะมีหลายพื้นที่ซึ่งปัจจุบันนั้นยังไม่ได้รับบริการในเรื่องของรถไฟ ยกตัวอย่างเช่น
- พื้นที่ทางอีสาน ซึ่งจะมีการดำเนินการเพื่อที่จะทำให้รถไฟของเราเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะฉะนั้น เส้นทางที่สำคัญก็คือเส้นทางที่ออกไปจากบัวใหญ่ ก็จะไปทางมุกดาหาร และไปถึงนครพนม เพื่อที่จะเชื่อมโยงกับทางลาวและเวียดนามต่อไป
- หรือเส้นทางทางเหนือที่จะต้องไปเชื่อมโยงกับจีนที่จะลงมาทางด้านเหนือของเรา จากเด่นชัยไปเชียงรายและไปที่ชายแดน...
- การลงทุนตรงนี้ทั้งหมดอาจจะเป็นเงินประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งที่รัฐบาลได้ดำเนินการก็คือ
- บางส่วนจะดำเนินการในกรอบของไทยเข้มแข็ง
- บางส่วนจะนำไปสู่การเจรจาระหว่างประเทศ ซึ่งผมเองได้มีการเกริ่นนำเอาไว้ ยกตัวอย่างเช่นกับทางประเทศจีนที่สนใจที่จะเข้ามาร่วมลงทุนในเรื่องนี้
- และนอกจากนั้นก็จะมีโครงการความเป็นไปได้ที่จะเชิญชวนภาคเอกชนที่จะเข้ามาลงทุน
- ซึ่งตรงนี้จะครอบคลุมไปถึงอีกโครงการหนึ่งคือรถไฟความเร็วสูง ซึ่งจะได้มีการศึกษาความเหมาะสมความเป็นไปได้ของเส้นทางและการเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วม
เส้นทางที่ตอนนี้ดูจะมีความเป็นไปได้มากที่สุด ก็คือรถไฟความเร็วสูงที่จะวิ่งจากกรุงเทพฯ ออกไปยังภาคตะวันออก ก็ไประยอง จันทบุรี และอาจจะไปถึงตราด ซึ่งทั้งหมดนี่ครับคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจได้เห็นชอบในหลักการ ก็จะมีการนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป
แล้วในเรื่องของแหล่งเงินทุนทางกระทรวงการคลัง สภาพัฒน์ฯ (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) ทางกระทรวงคมนาคม ก็จะไปจัดออกมาว่าตรงไหนอยู่ในไทยเข้มแข็ง ตรงไหนอยู่ในงบประมาณปกติ ตรงไหนที่จะเป็นความร่วมมือกับต่างประเทศหรือกับภาคเอกชนต่อไป
[๓] ...ในเรื่องของการปรับปรุงระบบการบริหารจัดการ ตรงนี้ข้อเสนอก็จะมีการกลับมาครับ ก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรีต้องการที่จะให้มีการแยกบริษัทออกมา แต่ว่าเมื่อมีการท้วงติง และยังมีความไม่สบายใจก็จะใช้วิธีการในเรื่องของการจัดทำเป็นหน่วยธุรกิจ คือมีการแยกบัญชี แต่ทั้งหมดยังอยู่ภายใต้การรถไฟ
- ก็จะแบ่งเป็นในส่วนหน่วยงานที่ดูแลเรื่องราง
- ที่ดูแลเรื่องการเดินรถ
- และหน่วยงานที่ดูแลในเรื่องของทรัพย์สิน
ซึ่งตรงนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการที่จะปรับปรุงทั้งโครงการ ทั้งในเรื่องของระบบบุคลากรทั้งหมดของการรถไฟฯ ต่อไป
แต่ว่าความจำเป็นที่จะต้องมีการแยกอาจจะเป็นเรื่องของบริษัทที่มารองรับโครงการพิเศษ เช่นกรณีของรถไฟที่เชื่อมกับทางสนามบินสุวรรณภูมิเข้ามาสู่ตัวเมืองในขณะนี้ ก็จะเป็นเรื่องที่เราจะมีการดำเนินการเพื่อไปหารือกับทางการรถไฟฯ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหาร พนักงาน สหภาพฯ ให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด
ฉะนั้นทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องของการกำหนดแนวทาง วิสัยทัศน์ สำหรับการปฏิรูปรถไฟซึ่งกำลังจะเกิดขึ้น..."