ฉลอง ๕ ธันวา ๘๒ พรรษารวมใจไทยเป็นหนึ่ง น้อมนำพระราชดำรัสไปปฎิบัติ ความคืบหน้ามาบตพุด ทดสอบแอร์พอร์ตลิงค์ ระบบตั๋วใหม่รถไฟฟ้า (๖ ธ.ค.๕๒)

- พระราชดำรัส ณ มหาสมาคม ๕ ธ.ค. ๕๒
- เฉลิมฉลอง ๕ ธันวา ๘๒ พรรษา หลอมรวมใจคนไทย
- น้อมรับพระราชดำรัส: ความสุขจะเกิดบ้านเมืองต้องเป็นปกติสุข และมั่นคง
- น้อมรับพระราชดำรัส: สิ่งแวดล้อม พลังงานทดแทน เกษตรที่ยั่งยืน
- น้อมรับพระราชดำรัส: ส่วนตัวอภิสิทธิ์ น้อมนำมาใช้อย่างไร?
- ขนส่งมวลชน: ทดสอบแอร์พอร์ตลิงค์ เริ่มระบบค่าโดยสารใหม่รถไฟฟ้าสีม่วง
- มาบตาพุด: เพิ่มความช่วยเหลือ ฟื้นความเชื่อมั่น ปรับปรุงกระบวนการเพื่อเดินหน้า
- ตามข่าว: โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ตามเบี้ยยังชีพเบี้ยคนพิการ
- ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

  - พระราชดำรัส ณ มหาสมาคม ๕ ธ.ค. ๕๒
พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ในพระบรมมหาราชวัง เนื่องในพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๒ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๒  ความว่า

“ขอขอบพระทัยและขอบใจท่านทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง ที่มีไมตรีจิตพรั่งพร้อมกันมาให้พรวันเกิด ด้วยถ้อยคำที่เลือกสรรมาจากใจจริง  ซึ่งปรารถนาดีมุ่งหมายให้ข้าพเจ้ามีความสุข ความสวัสดี โดยประการต่างๆ ความสุข ความสวัสดีของข้าพเจ้าจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยบ้านเมืองของเรามีความเจริญ มั่นคง เป็นปกติสุข ความเจริญมั่นคงทั้งนั้น  จะสำเร็จผลเป็นจริงไปได้  ก็ด้วยทุกคนทุกฝ่ายในชาติมุ่งที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เต็มกำลัง ด้วยสติ รู้ตัว ด้วยปัญญา รู้ผิด และด้วยความสุจริต จริงใจ โดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนอื่น จึงขอให้ท่านทั้งหลายในที่นี้  ซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่สำคัญอยู่ในสถาบันหลักของประเทศ และชาวไทยทุกคน หมู่เหล่า ทำความเข้าใจในหน้าที่ของตนให้กระจ่าง แล้วทำตั้งจิต ตั้งใจ ให้เที่ยงตรงหนักแน่น ที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด เพื่อให้สำเร็จประโยชน์ส่วนรวมอันไพบูลย์ คือ ชาติ บ้านเมือง อันเป็นถิ่นที่อยู่ที่ทำกินของเรา มีความเจริญ มั่นคง ยั่งยืนไป ขออำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครองรักษาท่านให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย และอำนวยสุขสิริสวัสดิ์ พิพัฒนมงคลให้สัมฤทธิผลขึ้นแก่ท่าน ทั่วหน้ากัน”

(กลับไปด้านบน)

- เฉลิมฉลอง ๕ ธันวา ๘๒ พรรษา หลอมรวมใจคนไทย

ผู้ดำเนินรายการ: สำหรับในปีนี้ซึ่งพระองค์ท่านทรงมีพระชนมายุ ๘๒ พรรษา ทางรัฐบาลเองได้มีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองอย่างไรบ้างครับ

อภิสิทธิ์: " ...กิจกรรมเฉลิมฉลองนั้นขณะนี้พี่น้องประชาชนจำนวนไม่น้อยเลยนะครับ  คงจะได้มีโอกาสไปมีส่วนร่วมแล้ว  และเดี๋ยวช่วงท้ายรายการก็จะมีบรรยากาศของการเฉลิมฉลองทั้งกิจกรรมที่ถนนราชดำเนินกลาง  แล้วการจุดเทียนชัยถวายพระพร  เรื่องของการทำนิทรรศการต่าง รวมทั้งการแสดง แสงสีเสียง  โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ที่กำลังมีการแสดงอยู่ทุกวันอยู่ที่ลานพระราชวังดุสิตหรือลานพระบรมรูปทรงม้า เชื่อมโยงไปยังกิจกรรมในต่างจังหวัดด้วย  อันนี้ก็เป็นงานสำคัญที่ผมคิดว่าจะช่วยกันหลอมรวมจิตใจพี่น้องประชาชนคนไทยให้เป็นหนึ่งเดียว  มีความสมัครสมานสามัคคี ก็อยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมเหล่านั้น  แล้วก็จริง ๆ แล้วนอกเหนือจากกิจกรรมที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษา  กิจกรรมของรัฐบาลกิจกรรมหนึ่งก็คือเรื่องไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็ง  ก็เพิ่งมีการปิดโครงการไป  ที่เราเชิญชวนพี่น้องประชาชนทั่วประเทศมาร่วมร้องเพลงชาติเป็นรายจังหวัด เรียงตามตัวอักษร  ก็ปิดโครงการไปที่กรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม คือเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา  ก็ต้องขอขอบคุณ  ถือโอกาสขอบคุณพี่น้องประชาชนซึ่งเข้ามามีส่วนร่วมโดยตรงรวมกันแล้วเกินล้านคน  เป็นล้านนะครับ  ที่มาร่วมกันร้องเพลงชาติไม่นับผู้ที่ติดตามสนใจดูอยู่ทางโทรทัศน์ทุกวัน เวลาหกโมงเย็นและแปดโมงเช้าครับ"

ผู้ดำเนินรายการ:  สุดท้ายนี้ท่านมีอะไรที่จะฝากกับประชาชนเนื่องในวโรกาสสำคัญนี้ครับ

อภิสิทธิ์: " ...ผมคิดว่าในช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา มีการสำรวจว่าพี่น้องประชาชนคนไทยมีความสุขมากน้อยแค่ไหน  ซึ่งเป็นการสำรวจที่เขาทำเป็นประจำ ก็จะเห็นว่าเดือนนี้เป็นเดือนที่พี่น้องประชาชนคนไทยมีความสุข เขามีโอกาสที่จะได้ถวายความจงรักภักดีแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้คิดถึงสถาบันหลักของชาติที่เป็นที่พึ่ง เป็นหลัก แล้วก็เป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวหลอมรวมจิตใจของพวกเรา  เพราะฉะนั้น ในช่วงเวลานี้ที่เป็นช่วงเวลาที่เป็นความสุขของพี่น้องประชาชน  ผมก็อยากจะให้เป็นพลังสำหรับพี่น้องประชาชนต่อไป  ทั้งในการดำเนินชีวิต  ทั้งในการปฏิบัติหน้าที่  แล้วก็ต้องมาช่วยกันครับ  ทำอย่างไรที่จะทำให้บรรยากาศความรู้สึก ความสุขแบบนี้  มีไม่ใช่เฉพาะช่วงต้นเดือนธันวาคม  มีตลอดไป  และถวายให้พระองค์ท่านด้วย"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- น้อมรับพระราชดำรัส: ความสุขจะเกิดบ้านเมืองต้องเป็นปกติสุข และมั่นคง

...คนไทยทุกคนมีความเห็นที่แตกต่างกันได้ ถ้าทุกคนใช้สิทธิของตัวเองอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม จะทำหน้าที่ใดก็ตาม   สามารถที่จะน้อมนำกระแสพระราชดำรัสไปปฏิบัติได้  ส่วนรัฐบาลนั้นพระองค์ท่านได้รับสั่งชัดเจนว่า บุคคลที่มีตำแหน่งหน้าที่ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ทุ่มเท  ใช้สติปัญญาในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ พระองค์ท่านก็รับสั่งว่าที่ถวายพระพรให้พระองค์ท่านมีความสุขจะเกิดขึ้นได้บ้านเมืองต้องมีความปกติสุข และมั่นคง  อันนี้คือหน้าที่สำคัญที่สุดของพวกเราทุกคนในขณะนี้ 

ผู้ดำเนินรายการ:   สวัสดีครับท่านผู้ชมครับขอต้อนรับสู่รายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์” ผมยงยุทธ มัยลาภ ได้รับเกียรติให้มาเป็นผู้ดำเนินรายการ และเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีถึงปัญหาเรื่องราวของการดำเนินงานของรัฐบาล ภารกิจต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมา  เมื่อสักครู่ที่จบไปก็เป็นมิวสิควีดิโอเพลงพระราชนิพนธ์สายฝน  รวมถึงประมวลภาพพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ซึ่งถือว่าในช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งที่ประชาชนคนไทยต่างเฉลิมฉลองในวโรกาสสำคัญ วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๘๒ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๒ พร้อมทั้งมีภาพของกระแสพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน  เป็นพิธีออกมหาสมาคมของพระองค์ที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เมื่อวานนี้  ในช่วงนี้เรามาเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีถึงเรื่องราวของรัฐบาล และภารกิจของรัฐบาลในช่วงเวลานี้ครับ  สวัสดีครับท่านครับ  ในกระแสพระราชดำรัสที่เราได้นำเสนอท่านผู้ชมไปเมื่อสักครู่นี้   ท่านมีความรู้สึกอย่างไรกับการที่พระองค์ท่านได้ทรงมีรับสั่งครับ...ท่านประเมินเรื่องของความสามัคคีปรองดองของคนในชาติอย่างไรบ้างครับ  อันนี้ก็เป็นแนวทางพระราชดำริเหมือนกันร่วมรักสามัคคี

อภิสิทธิ์: "ผมก็อยากจะเชิญชวนพี่น้องประชาชน  เพราะผมก็มั่นใจว่าพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ก็คงอยากเห็นบ้านเมืองสงบ  และก็อยากจะเห็นที่พระองค์ท่านรับสั่งว่าบ้านเมืองเป็นปกติสุข  แต่ว่าทุกคนก็ต้องทำหน้าที่  ผมเข้าใจดีครับว่าประชาชนมีจำนวนมากหลากหลาย  มีความเห็นที่แตกต่างกันได้  แต่ว่าถ้าทุกคนใช้สิทธิของตัวเองอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม  บ้านเมืองก็เป็นปกติสุขได้ครับ

อภิสิทธิ์: "ผมคิดว่าสิ่งที่ผมอยากจะเห็นเกิดขึ้นก็คือว่า ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วไปได้น้อมนำกระแสพระราชดำรัสรับใส่เกล้าใส่กระหม่อม และนำไปปฏิบัติ ในส่วนของรัฐบาลนั้นพระองค์ท่านได้รับสั่งชัดเจนว่า ในเรื่องของบุคคลที่มีตำแหน่งหน้าที่ต่าง ๆ ก็ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต  แล้วก็ทุ่มเท  ใช้สติปัญญาในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ  ซึ่งผมคิดว่าไม่ว่าใครจะอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ใดก็ตาม สามารถที่จะน้อมนำกระแสพระราชดำรัสไปปฏิบัติได้  แต่ว่าที่ผมคิดว่าพวกเราทุกคนคงจะต้องมาช่วยกันเต็มที่คือว่า พระองค์ท่านได้รับสั่งว่า มีพี่น้องประชาชน และมีผู้แทนของพี่น้องประชาชนได้นำถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา และพระองค์ท่านก็รับสั่งว่าที่ถวายพระพรให้พระองค์ท่านมีความสุขจะเกิดขึ้นได้บ้านเมืองต้องมีความปกติสุข และมั่นคง  ผมคิดว่าอันนี้คือหน้าที่สำคัญที่สุดของพวกเราทุกคนในขณะนี้  ทำอย่างไรให้บ้านเมืองของเรานั้นมีความเป็นปกติสุข และมีความมั่นคงได้  ซึ่งก็คงจะโยงใยไปถึงกระแสพระราชดำรัสในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ให้ดีด้วยส่วนหนึ่ง  ผมก็เรียนว่าอันนี้ก็ถือเป็นงานสำคัญที่รัฐบาลจำเป็นที่จะต้องพยายามทำให้ดีที่สุดในเรื่องของการที่จะทำให้บ้านเมืองกลับเข้าสู่ความเป็นปกติสุขได้  เพราะฉะนั้น อันนี้ก็ถือว่าเป็นการบ้านข้อใหญ่สำหรับรัฐบาลด้วย  สำหรับประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่าย  เพราะว่าผมเชื่อว่าพวกเราก็ต้องการที่จะหลอมรวมใจเป็นหนึ่งเดียว  แล้วก็ทำให้คำถวายพระพรที่เราได้ถวายให้องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นเกิดขึ้นจริง และพระองค์ท่านได้รับสั่งชัดเจนแล้วว่าจะเกิดขึ้นได้  เราจะต้องมีหน้าที่ในการทำอะไรอีกหลายอย่างต่อไปครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: ในแนวทางพระราชดำริต่าง ๆ ที่พระองค์ท่านได้พระราชทานในช่วงเวลาที่ผ่านมา ประชาชนมีความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ  แต่ว่าอย่างที่ท่านนายกฯ ว่าคืออาจจะได้รับทราบถึงแนวทางพระราขดำริ  แต่ว่าไม่นำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง  ท่านจะมีคำแนะนำอะไรให้กับประชาชนคนไทยโดยส่วนรวมในเรื่องนี้บ้างครับ

อภิสิทธิ์: "คือผมคิดว่าการที่พระองค์ท่านได้รับสั่งว่าพระองค์ท่านจะมีความสุข  เมื่อบ้านเมืองมีความมั่นคง มีความเป็นปกติสุข  และก็รับสั่งถึงความเป็นอยู่ของพสกนิกร  ก็เป็นการยืนยันสิ่งที่ประชาชนคนไทยได้รู้สึกมาตลอด ว่าเรามีพระมหากษัตริย์ที่เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนัก  และก็ทุ่มเทพระวรกายในเรื่องของการทรงงานเพื่อประชาชน  น่าสนใจก็คือว่าตลอดระยะเวลากว่า ๖๐ ปี  การปฏิบัติพระราชกรณียกิจในหลายต่อหลายเรื่อง"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- น้อมรับพระราชดำรัส: สิ่งแวดล้อม พลังงานทดแทน เกษตรที่ยั่งยืน

...เรามีพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนัก มีสายพระเนตรยาวไกล ทุ่มเทพระวรกายในเรื่องของการทรงงานเพื่อประชาชน สนพระทัยในเรื่องของพลังงานทดแทน รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยน้อมนำกระแสพระราชดำรัส แนวพระราชดำริ เพื่อมาขยายผล จะมีคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการตามพระราชดำริต่างๆ การพัฒนาชนบท การบริหารการจัดการน้ำ ช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน  พี่น้องเกษตรกรได้อย่างดียิ่ง ถ้าวิถีชีวิตของพวกเราแต่ละวันสามารถลดการใช้ทรัพยากรแบบสิ้นเปลืองลงได้ เราก็จะช่วยแก้ไขปัญหาได้

อภิสิทธิ์: "คือผมคิดว่าการที่พระองค์ท่านได้รับสั่งว่าพระองค์ท่านจะมีความสุข  เมื่อบ้านเมืองมีความมั่นคง มีความเป็นปกติสุข  และก็รับสั่งถึงความเป็นอยู่ของพสกนิกร  ก็เป็นการยืนยันสิ่งที่ประชาชนคนไทยได้รู้สึกมาตลอด ว่าเรามีพระมหากษัตริย์ที่เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนัก  และก็ทุ่มเทพระวรกายในเรื่องของการทรงงานเพื่อประชาชน  น่าสนใจก็คือว่าตลอดระยะเวลากว่า ๖๐ ปี  การปฏิบัติพระราชกรณียกิจในหลายต่อหลายเรื่อง เป็นเรื่องที่ถึงทุกวันนี้มันมีความทันสมัยอย่างมาก  เช่น  การที่พระองค์ท่านสนพระทัยในเรื่องของสิ่งแวดล้อม  สนพระทัยในเรื่องของพลังงานทดแทน  สนพระทัยในความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเกษตรกรในชนบท  และทรงมีพระราชดำริในหลายต่อหลายเรื่อง เช่น ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  เกษตรทฤษฎีใหม่  ซึ่งเป็นแนวทางที่ทำให้เกิดการทำการเกษตรที่ยั่งยืน และส่งผลตอบแทนต่อพี่น้องประชาชนในระดับของชุมชนอย่างแท้จริง

ผมยังนั่งนึกอยู่เหมือนกันว่าในขณะที่โลกมาพูดกันเรื่องการพัฒนาที่สมดุล  การพัฒนาที่ยั่งยืน  การพัฒนาที่มีความเป็นธรรม  สิ่งที่พระองค์ท่านได้ทรงปฏิบัติมาเป็นตัวอย่างตลอดระยะเวลากว่า ๖๐ ปี พี่น้องประชาชนคนไทยต้องถือว่าโชคดีมากที่พระองค์ท่านมีสายพระเนตรยาวไกล แล้วก็ได้พระราชทานแนวพระราชดำรินี้ไว้  รัฐบาลเองนั้นทุกยุคทุกสมัยก็น้อมนำกระแสพระราชดำรัส แนวพระราชดำริต่าง ๆ เพื่อมาขยายผล  จะมีหน่วยงานพิเศษด้วยคือคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการตามพระราชดำริ  ซึ่งรัฐบาลนี้ก็เดินหน้าในการที่จะสานต่องานต่าง ๆ

งานที่ผมคิดว่าเป็นงานที่มีความสำคัญอย่างต่อเนื่องมาตลอดคือ เรื่องของการพัฒนาชนบท  และเรื่องของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

เราจะเห็นชัดเจนเลยว่าไม่ว่าจะเป็นปัญหาการขาดแคลนน้ำ  ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วม  ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำเสีย หรือปัญหาอื่น ๆ  พระองค์ท่านได้พระราชทานแนวพระราชดำริเอาไว้  แล้วก็นำไปสู่โครงการหลายโครงการที่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ รัฐบาลชุดปัจจุบันได้มีการอนุมัติโครงการตามแนวพระราชดำริในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ เช่น  ที่ห้วยสโมง ก็เพิ่งอนุมัติไป  แต่ว่าเราเริ่มเห็นผลพวงของการที่ได้มีการดำเนินการตามโครงการตามพระราชดำริหลายต่อหลายโครงการ  เช่น  ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งแม้จะยังเกิดขึ้นอยู่  แต่ว่าเวลาเปรียบเทียบย้อนกลับไปว่าถ้านึกภาพว่า ไม่มีเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์  หรืออย่างที่หาดใหญ่ไม่มีคลองระบายน้ำ หรือตามพื้นที่ต่าง ๆ ถ้าไม่มีแก้มลิง  ปัญหาเรื่องของอุทกภัย  ปัญหาเรื่องของน้ำท่วม  ก็จะหนักหนาสาหัสกว่านี้มาก  ในทางกลับกันครับโครงการพระราชดำริที่นำไปสู่การให้พี่น้องประชาชนหรือเกษตรกรมีน้ำกิน น้ำใช้ น้ำเพื่อการเกษตร  ก็ช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน  พี่น้องเกษตรกรได้อย่างดียิ่ง และในส่วนของพลังงานทดแทนนั้น  ขณะนี้รัฐบาลได้มีแผนการในการที่จะทำอย่างไรที่เราจะสามารถเพิ่มสัดส่วนของพลังงานทดแทนที่เป็นสัดส่วนของการใช้พลังงานทั้งหมดของประเทศ ให้เพิ่มขึ้นมาจากปัจจุบันเพียงร้อยละ ๖  ให้เป็นร้อยละ ๒๐ ให้ได้  จริง ๆ ตั้งเป้าไว้ถึง ๑๕ ปี  แต่ผมคิดว่าขณะนี้คงจะต้องมีการเร่งรัด  และประเด็นเหล่านี้ครับก็กลายเป็นประเด็นซึ่งเป็นประเด็นที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ  สัปดาห์หน้าผมต้องเดินทางไปที่กรุงโคเปนเฮเกน  ส่วนหนึ่งก็จะมีการสอบถามอยู่ตลอดเวลาว่า แต่ละประเทศมีความคิดในการที่จะแก้ปัญหาโลกร้อน  ปัญหาความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างไร  และก็แน่นอนนอกจากงานของรัฐบาลแล้ว  ไม่ว่าจะเป็นตัวโครงการตามพระราชดำริก็ดี  ไม่ว่าจะเป็นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงก็ดี  ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าชาวโลกพึงจะได้รับรู้ถึงความโชคดีของพี่น้องประชาชนคนไทย"

ผู้ดำเนินรายการ:  พูดถึงเรื่องน้ำ ทั้งน้ำเสีย น้ำมาก น้ำล้น น้ำน้อยต่าง ๆ เหล่านี้  อันนี้วิกฤตปัญหาภาวะโลกร้อนก็ทำให้น้ำแข็งละลาย คนก็เป็นห่วงกังวลเรื่องของระดับน้ำในมหาสมุทรจะเพิ่มมากขึ้น  ถ้าท่านนำเอาแนวทางพระราชดำริมาประยุกต์ใช้   ท่านจะแนะนำประชาชนคนไทยอย่างไรเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาซึ่งส่วนหนึ่งเราอาจจะทำไม่ได้  เพราะเป็นปัญหาระดับโลก  แต่ส่วนหนึ่งเราอาจจะทำได้ 

อภิสิทธิ์: "คงจะต้องมีมาตรการทั้งในส่วนที่เป็นการบรรเทาปัญหาความเดือดร้อน ในส่วนของการป้องกัน และภาพใหญ่ของการที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาให้กับโลก  ในแง่ของการบรรเทาความเดือดร้อน  ปัจจุบันก็มีความจำเป็นที่จะต้องมาแก้ไขปัญหาเป็นจุด ๆ  เพราะว่าถ้าความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศมีความต่อเนื่อง หรือมีความรุนแรงแบบที่เป็นอยู่  ก็คาดการณ์กันบอกว่าอุณหภูมิจะเพิ่มขึ้น  ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้น เพราะฉะนั้น ขณะนี้พื้นที่แนวริมตลิ่งของแม่น้ำต่าง ๆ และพื้นที่ชายฝั่งทั้งหมด  ก็ถือว่าตกอยู่ในภาวะที่มีความเสี่ยงอยู่  ปัจจุบันก็มีความจำเป็นที่จะต้องเร่งทำโครงการ  แม้แต่ในกรุงเทพฯ ชายทะเลบางขุนเทียนก็มีเรื่องที่จะต้องไปทำ  สัปดาห์ก่อนผมเพิ่งไปสงขลามา  ชายหาดตรงสงขลากำลังหายไปปีหนึ่งปีหนึ่งน่าใจหายเลยนะครับ มากทีเดียว  ก็ต้องมีการป้องกัน  อันนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องมีการดำเนินการ  พร้อมๆ กันไปเรื่องของการทำพื้นที่รองรับน้ำ แก้มลิง  การบริหารจัดการน้ำ  ก็ต้องทำให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น  นั่นส่วนหนึ่งนะครับในการที่เรียกว่าจะบรรเทาปัญหา   
   
การป้องกันปัญหานั้น ซึ่งจะโยงไปถึงเรื่องของการที่เราจะมีส่วนร่วมกับโลกในการที่จะลดปัญหาโลกร้อนในภาพรวม ก็มีทั้งในเรื่องของโครงการที่จะต้องช่วยในเรื่องของสิ่งแวดล้อม  การปลูกป่า การรักษาป่าต้นน้ำลำธาร  การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น  เช่น การเกษตร  ทำอย่างไรอย่าไปบุกรุกที่ที่เป็นที่ป่าเพิ่มขึ้น  แต่ว่าต้องเพิ่มผลผลิตให้ได้  โดยใช้ภูมิปัญญา  โดยใช้เทคโนโลยี  และก็ไม่ใช้ทรัพยากรเปลืองหรือเพิ่มมากขึ้น  แต่สามารถสร้างผลผลิต  สร้างความมั่นคงทางอาหารได้  การที่เราลดการพึ่งพาพลังงานที่มาจากเชื้อเพลิงฟอสซิล  และก็ใช้พลังงานทดแทนพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น  ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการที่จะช่วยทำตรงนี้  ซึ่งจริงอยู่แต่ละคนอาจจะมีความรู้สึกว่าประเทศเราทำไป  ประเทศเดียวไม่พอ มันไม่พอหรอกครับ  แต่ว่าถ้าทุกประเทศคิดอย่างนี้  ก็แปลว่าไม่มีใครทำอะไรเลย  ในทางตรงกันข้าม  ผมก็ยังยืนยันว่าทุกประเทศต้องคิดว่าแต่ละคนต้องมุ่งทำในสิ่งที่จะเป็นประโยชน์กับสิ่งแวดล้อมของโลก  เพื่อความอยู่รอดของมวลมนุษยชาติ  และความอยู่รอดของโลกเรา  อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ผมก็อยากจะชักชวนพี่น้องประชาชน 

อยากจะเรียนด้วยครับว่า จริง ๆไม่ใช่เฉพาะโครงการนะครับ  วิถีชีวิตของพวกเราแต่ละวัน แต่ละวัน  ถ้าเราสามารถที่จะลดการใช้ทรัพยากรแบบสิ้นเปลือง  ถ้าเราลดกิจกรรมอะไรก็ตาม  ซึ่งใช้วัสดุที่มีส่วนทำให้โลกร้อน  เราก็เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างปัญหาด้วยกันทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ถ้าเราลดตรงนี้ได้  เราก็จะช่วยแก้ไขปัญหาได้ด้วยเช่นเดียวกัน" 

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- น้อมรับพระราชดำรัส: ส่วนตัวอภิสิทธิ์ น้อมนำมาใช้อย่างไร?

ผู้ดำเนินรายการ: ตัวท่านนายกฯ อภิสิทธิ์เองน้อมนำแนวทางพระราชดำริมาใช้ในชีวิตประจำวันอย่างไรครับ

อภิสิทธิ์: "ผมเองก็จะพยายามดูเรื่องของการประหยัดในเรื่องของการทรัพยากรต่าง ๆ เช่น สถานที่ทำงาน  ผมเข้ามาทำงานในทำเนียบ  ผมเห็นเปิดแอร์เยอะเลยนะครับ  แม้กระทั่งห้องน้ำนายกฯ ก็เปิด  ผมก็บอกปิดเลยครับ  ห้องน้ำนายกฯ อย่างนี้  ไม่ต้องเปิดแอร์ เพราะว่าเข้าไปไม่กี่นาทีนะครับ  ไม่ต้องเปิด  อย่างนี้เป็นต้นนะครับ  ผมใช้กระดาษพิมพ์เอกสารอะไร  ก็พยายามใช้กระดาษที่นำกลับมาใช้ใหม่  เล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างนี้ครับ  ผมคิดว่าพวกเราช่วยกันคนละไม้คนละมือจะช่วยแก้ปัญหาได้ด้วยครับ"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ขนส่งมวลชน: ทดสอบแอร์พอร์ตลิงค์ เริ่มระบบค่าโดยสารใหม่รถไฟฟ้าสีม่วง

...เมื่อก่อนเอกชนเข้ามารับสัมปทานแล้วเข้ามาลงทุนส่วนหนึ่งหรือลงทุนทั้งหมด และจะแบ่งรายได้คือการจัดเก็บค่าโดยสารให้ทางรัฐบาล แต่ว่าในปัจจุบันและในอนาคต รัฐบาลจะเปลี่ยนแนวคิด คือจะให้เอกชนเข้ามาลงทุนในการวิ่งรถแล้วให้ค่าตอบแทน แต่การจัดเก็บค่าโดยสารจะเป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลกับประชาชนโดยตรง ซึ่งจะให้ความยืดหยุ่นในการบริหารค่าโดยสารที่เหมาะสมได้ นี่เป็นแนวทางที่รัฐบาลจะนำมาใช้ สำหรับรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายอื่น ๆ ต่อไป

...เปิดทดสอบวิ่งรถแอร์พอร์ตลิงค์
อภิสิทธิ์
: " พี่น้องที่เคารพครับ ในสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นก็มีงานสำคัญของรัฐบาลที่ผมอยากจะรายงานความคืบหน้านะครับ งานแรกก็คงจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการ

  • ผลักดันโครงการที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งระบบราง ผมได้มีโอกาสไปทำพิธีเปิดทดสอบวิ่งรถแอร์พอร์ตลิงค์ หรือรถไฟฟ้าที่เชื่อมระหว่างสนามบินสุวรรณภูมิกับสถานีมักกะสันนะครับ ซึ่งเมื่อโครงการนี้ดำเนินการได้คือเปิดได้จริง ซึ่งคาดว่าประมาณ ๓ เดือนจากนี้ไปก็จะเป็นการเปิดโอกาส
    • ให้พี่น้องประชาชนที่จะไปสนามบินสุวรรณภูมิครับ สามารถที่จะขึ้นรถไฟฟ้าได้นะครับจากทางสถานีที่มักกะสัน รวมทั้งผู้โดยสารที่จะเดินทางไปต่างประเทศก็จะสามารถที่จะเช็คอินได้จากตัวสถานีได้เลยนะครับ รถที่ใช้นั้นจะวิ่ง ๒๘ กิโลเมตรครับ โดยใช้เวลา ๑๕ นาที มีความเร็วสูงสุดถึง ๑๖๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงนะครับ ผมได้ไปลองนั่งมาแล้วก็ประทับใจมากครับ แล้วก็บริการนี้เมื่อเปิดขึ้นก็จะเก็บค่าโดยสารที่ ๑๕๐ บาทนะครับโดยประมาณ กำลังจะดูรายละเอียด แต่ว่า ๑๕๐ บาทนั้นก็จะเป็นราคาที่ถือว่าถูกมากนะครับ และก็ถูกกว่าบริการแบบเดียวกันถ้าเทียบเคียงกับสนามบินในเมืองใหญ่ ๆ อื่น ๆ ในโลก
    • นอกจากนั้นครับตรงนี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของระบบขนส่งมวลชนที่บริการระหว่างพญาไทกับสนามบินสุวรรณภูมินะครับ คือนอกเหนือจากรถด่วนที่วิ่ง ๑๕ นาทีแล้ว ยังจะมีรถที่วิ่งจอดประมาณ ๖ สถานีครับ ระหว่างมักกะสันกับสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งจะใช้เวลา ๓๐ นาที ค่าโดยสารจะไปสูงสุดอยู่ที่ ๔๕ บาทนะครับ นั่นคือระบบขนส่งมวลชนโครงการอีกโครงการหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลตั้งใจที่จะให้เปิดใช้บริการได้ในอีกประมาณ ๓ เดือนข้างหน้า
  • สำหรับกรณีของรถไฟฟ้าซึ่งเป็นรถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งมีการดำเนินการในเรื่องของการก่อสร้างอยู่ คณะรัฐมนตรีได้มีการพิจารณาครับว่า ในเรื่องของการวิ่งรถนั้นจะใช้ระบบใดนะครับ คือก่อนหน้านี้เราก็จะมีเอกชนเข้ามารับสัมปทาน แล้วก็จะเข้ามาลงทุนส่วนหนึ่งหรือลงทุนทั้งหมด แต่จะใช้วิธีการในการที่จะแบ่งรายได้คือการจัดเก็บค่าโดยสารกับทางรัฐบาล แต่ว่าในปัจจุบันและในอนาคตครับ รัฐบาลจะเปลี่ยนแนวคิดครับว่าวิธีการในการที่จะเข้ามาร่วมลงทุนกับภาคเอกชนนั้น เราให้เอกชนเข้ามาลงทุนในการวิ่งรถครับ แต่ว่าเราจะให้ค่าตอบแทน พูดง่าย ๆ เหมือนกับเราซื้อบริการจากทางเอกชนไปเลยนะครับว่าเขาเข้ามาลงทุนอย่างนี้แล้ว เขาจะมีค่าตอบแทนเท่าไรนะครับ แต่ในขณะที่เรื่องของการจัดเก็บค่าโดยสารนั้นก็จะเป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลกับประชาชนโดยตรง ด้วยวิธีนี้นะครับ
    • จะช่วยให้เราสามารถที่จะมีความยืดหยุ่นในการบริหารในเรื่องของค่าโดยสารที่เหมาะสมได้
    • พร้อม ๆ กันไปนั้นการที่จะเดินไปสู่การเป็นระบบตั๋วเดียว ระหว่างรถไฟฟ้า รถใต้ดิน รถลอยฟ้าด้วยกันก็ดี
    • หรือแม้กระทั่งที่จะเชื่อมโยงไปถึงรถเมล์ในอนาคตก็ทำได้ง่ายขึ้นครับ เพราะว่าเรื่องของการเก็บค่าโดยสารจะไม่มีข้อผูกพันใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาคเอกชนนะครับ

เวลานี้ที่รัฐบาลกำลังจะต้องตัดสินใจอยู่อีกเรื่องเดียวเท่านั้นเองครับว่า ในเรื่องของการมาวิ่งรถของทางภาคเอกชนนั้น ควรจะเป็นการให้เอกชน พูดง่าย ๆ ก็คือว่ารถก็เป็นของเอกชนไปเลย มาวิ่งให้เราอย่างเดียวเราก็กำหนดในเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย ความถี่ และปริมาณการให้บริการ หรือจะยังเป็นกรณีซึ่งรถนั้นจะโอนมาเป็นทรัพย์สินของรัฐนะครับ 
       แต่ว่าหลักสำคัญที่ผมพูดตอนแรกก็คือต่อจากนี้ไปเป็นเรื่องของการลงทุนของภาคเอกชน ส่วนการจัดเก็บค่าโดยสารค่าบริการนั้นก็จะเป็นเรื่องระหว่างรัฐกับประชาชน เป็นแนวทางที่รัฐบาลจะนำมาใช้ สำหรับรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายอื่น ๆ ต่อไปในอนาคตด้วยนะครับ อันนี้ก็เป็นความคืบหน้าที่สำคัญเรื่องหนึ่ง"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- มาบตาพุด: เพิ่มความช่วยเหลือ ฟื้นความเชื่อมั่น ปรับปรุงกระบวนการเพื่อเดินหน้า

... รัฐบาลต้องการให้เกิดการพัฒนาแบบยั่งยืน กรณีปัญหาใหม่ที่แหลมฉบัง ได้เร่งเพิ่มความช่วยเหลือและหาแนวทางป้องกัน ส่วนกรณี ๖๕ โครงการที่ถูระงับชั่วคราวรัฐบาลกำลังรวบรวมผลกระทบต่างๆจากคำสั่งศาล และจะช่วยบรรเทาหรือแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดกับภาคเอกชน รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอจากคณะกรรมการ ๔ ฝ่าย เพื่อปรับปรุงระเบียบกระบวนการต่างๆ ซึ่งเมื่อดำเนินการแล้ว จะได้ยื่นศาลปกครองให้พิจารณาระงับการคุ้มครองชั่วคราวต่อไป

อภิสิทธิ์: " ...เรื่องที่สองที่อยากจะบอกกับพี่น้องประชาชนนะครับ คือปัญหาใน

(๑) เรื่องของการพัฒนากับเรื่องสิ่งแวดล้อม สัปดาห์ที่แล้วก็เกิดเหตุที่แหลมฉบังนะครับ รัฐบาลก็ได้มีการเพิ่มในเรื่องของความช่วยเหลือต่าง ๆ และก็กำลังรอข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องทั้งหมดว่าปัญหานั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร และในอนาคตจะมีการป้องกันและจะแก้ได้อย่างไรด้วย พร้อม ๆ กันนั้นครับสัปดาห์ที่ผ่านมาแน่นอนครับ หลายคนก็วิตกกังวลว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นที่มาบตาพุด แล้วก็นำไปสู่การฟ้องร้อง

และปัจจุบันก็มีคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด ในเรื่องของการระงับโครงการต่าง ๆ ชั่วคราว ๖๕ โครงการจาก ๗๖ โครงการที่เคยมีการร้องไปยังศาลก่อนหน้านี้นั้น จะมีผลกระทบมากน้อยแค่ไหนอย่างไร แล้วรัฐบาลจะมีแนวทางแก้ไขอย่างไรนะครับ ก็ขอเรียนนะครับว่าในหลักการนี้ครับ รัฐบาลจะนำเอาคำสั่งของศาลแจ้งให้กับทางภาคเอกชน แล้วจะได้มีการหารือแนวปฏิบัติครับว่าการที่จะให้คำวินิจฉัยของศาลบังคับใช้ได้ โดยไม่มีผลกระทบที่ตามมาในเชิงข้อกฎหมายหรือเรื่องอื่น ๆ นั้นควรจะเป็นอย่างไร แต่หลักแน่นอนครับก็คือทั้งภาครัฐและภาคเอกชนนั้นต้องเคารพคำวินิจฉัยของศาล

(๒) ประเด็นที่สองที่เราก็กำลังเร่งดำเนินการก็คือว่า กรณีของภาคเอกชนเมื่อมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจนแล้วนะครับว่ากิจกรรมใดโครงการใดที่จะต้องมีการระงับนั้น ก็จะมีการรวบรวมผลกระทบที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากการที่โครงการหยุดชะงักไปจะเป็น

  • เรื่องการก่อสร้างหรือไม่ 
  • มีการกระทบกับการจ้างงานแค่ไหน และรวมไปถึงว่าถ้า
  • ความล่าช้าหรือถ้าไม่สามารถเปิดดำเนินการได้ ผลที่ตามมาไม่ว่าจะเป็นใน
  • ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ไม่ว่าจะเป็นส่วนที่
  • เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมหรือธุรกิจอื่น ๆ ที่มีความเกี่ยวเนื่องหรือคาบเกี่ยวกัน

ก็จะให้มีการประมวลมานะครับ คงไม่เกิน ๒ สัปดาห์นี้ครับ แล้วรัฐบาลจะได้ใช้ข้อมูลตัวนี้ ในการที่จะดูมาตรการ ในการที่จะบรรเทาหรือแก้ไขปัญหา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือจะได้ไปทำความเข้าใจชี้แจงเป็นรายโครงการ เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนในภาพรวม ในแง่ของความเชื่อมั่นที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน

(๓)และประการที่สามครับที่รัฐบาลมีการดำเนินการอยู่ในขณะนี้ โดยเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการ ๔ ฝ่ายซึ่งกำลังมีการดำเนินการนั้นก็คือว่า เราจะได้มีระเบียบนะครับ ซึ่งขณะนี้ผมทราบจาก

คณะกรรมการ ๔ ฝ่ายว่า ได้หารือร่วมกันนะครับเกี่ยวกับว่าการปฏิบัติตามมาตรา ๖๗ วรรคสองของรัฐธรรมนูญ ที่จะต้องมี

  • การวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
  • การวิเคราะห์ผลกระทบต่อสุขภาพ
  • การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และ
  • การมีการรับความเห็นจากองค์การอิสระนั้น

จะทำอย่างไร จริง ๆ รัฐบาลมีระเบียบอยู่แล้วครับ แต่ว่าเพื่อให้เกิดความเห็นพ้องต้องกัน และความสบายใจจากทุกฝ่าย ก็กำลังรอข้อเสนอที่จะเป็นการปรับปรุงระเบียบที่รัฐบาลมี แล้วเมื่อทำตรงนี้เสร็จ ทางโครงการทั้ง ๖๕ โครงการซึ่งศาลให้ระงับอยู่นี้ ก็พร้อมที่จะเดินตามกระบวนการนี้นะครับ และก็เชื่อว่าเมื่อได้เดินตามกระบวนการนี้ ก็จะอยู่ในฐานะที่จะทำคำร้องต่อศาลอีกครั้งหนึ่ง ว่าจะสามารถที่จะยกเลิกคำสั่งระงับที่เป็นคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวได้หรือไม่อย่างไร เพื่อที่จะให้กระบวนการในการพัฒนาตรงนี้สามารถเดินต่อไปได้

เพราะฉะนั้นก็อยากเรียนครับว่า ก็เป็นปัญหาที่พวกเราทุกคนต้องร่วมมือกันนะครับ และช่วยกันในการที่จะคลี่คลายต่อไป รัฐบาลก็ต้องการที่จะให้การพัฒนานั้นเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน และไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน และก็มีมาตรการใดที่จะทำเพื่อป้องกันได้ ไม่เพียงแต่รัฐบาลครับ ผมมั่นใจว่าทั้งรัฐบาลและเอกชนพร้อมที่จะทำตรงนี้ เพียงแต่ว่าขอให้กระบวนการทั้งหลายนั้นเดินหน้าไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความชัดเจนในที่สุด ซึ่งก็จะเป็นตัวที่จะทำให้เราสามารถไปสร้างความมั่นใจให้กับประชาคมโลก และภาคธุรกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งในต่างประเทศได้ดียิ่งขึ้นต่อไปนะครับ"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ตามข่าว: โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ตามเบี้ยยังชีพเบี้ยคนพิการ


...โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว
อภิสิทธิ์
: "กลับมาพบกันในช่วงสุดท้ายของรายการนะครับ ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องงานของรัฐบาลในสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกเหนือจากกิจกรรมที่ได้พูดไปแล้วนะครับ ยังมีอีก ๑ โครงการ ๑ กิจกรรมนะครับที่อยากจะเชิญชวนพี่น้องประชาชน ที่มีป้ายอยู่ตรงนี้ครับ คือ

โครงการ ๔ ปีสายใยรัก โครงการสายใยรักแห่งครอบครัวนะครับ ซึ่งจะมีการจัดงานที่ชื่อว่าหมู่บ้านสายใยรักแห่งครอบครัว ระหว่างวันที่ ๘ - ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๒ สำหรับในงานนี้นั้น ก็จะมีบรรยากาศของหมู่บ้านสายใยรักแห่งครอบครัวภายใต้คำขวัญว่า นมแม่ถ้วนทั่ว ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง นะครับ ซึ่งในแต่ละเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพ เรื่องของความอบอุ่นในครอบครัว หรือแม้กระทั่งในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง ก็จะมีทั้งนิทรรศการและมีทั้งกิจกรรมที่น่าสนใจในงานนะครับ ๘ - ๑๓ ธันวาคมที่อิมแพ็คเมืองทองธานีครับ

...เบี้ยยังชีพ ส่วนที่ช้าจ่าย ๓ เดือน
สุดท้ายครับมีเรื่องที่อยากจะขอเรียนนะครับ ที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการของพี่น้องประชาชนก็คือว่า สืบเนื่องมาจากการที่การโอนเงินในช่วงแรกของงบประมาณปีนี้มีความล่าช้าไปบ้าง เนื่องจากว่ามีการไปตีความกฎหมาย กฎหมายก็มีการประกาศออกมาล่าช้าเล็กน้อย ก็ทำให้มีเสียงสอบถามมาในเรื่องของเบี้ยยังชีพ แล้วก็ค่าตอบแทนของกลุ่มต่าง ๆ ก็ทราบครับว่าส่วนใหญ่ขณะนี้ไม่ได้มีปัญหาแล้ว แต่กรณีของกรุงเทพมหานครนั้น ผมได้รับคำยืนยันจากกรุงเทพมหานครล่าสุดว่า วันที่ ๑๑ ธันวาคมนี้ครับจะสามารถที่จะจ่ายเงินได้ แล้วก็จะจ่ายให้ทั้ง ๓ เดือนก็คือตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม พร้อม ๆ กันไป

...เบี้ยคนพิการ
แล้วในสัปดาห์ที่ผ่านมาเช่นดียวกันครับ เมื่อวันที่ ๓ นั้นเป็นวันคนพิการสากล ผมได้ไปร่วมงานแล้วก็ได้ยืนยันแล้วครับว่า ขณะนี้ที่มีการขึ้นทะเบียนคนพิการนั้น ก็จะนำไปสู่การจ่ายเบี้ยคนพิการได้เดือนละ ๕๐๐ บาทตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๕๓ เป็นต้นไป นี่ก็เป็นสรุปคร่าว ๆ ของงานในสัปดาห์ที่ผ่านมานะครับ เนื่องจากเวลาในวันนี้มีจำกัด ก่อนที่จะจบรายการในวันนี้ครับ รายการก็จะขอทิ้งท้ายบรรยากาศครับ ที่พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศกำลังมีความสุขกับการที่ได้ถวายความจงรักภักดีแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครับ สัปดาห์หน้าพบกันใหม่ครับ สวัสดีครับ"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

จากรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๐.๐๐ น.

คลิ๊ก เพื่ออ่านคำต่อคำ

คลิ๊ก เพื่อชม VDO รายการเต็ม


(กลับไปด้านบน)