ย้อนดูเชื่อมั่นปี ๕๒ เบื้องหลังรายการ ทำไมต้องมีเชื่อมั่นฯ เสน่ห์ความสดของบรรยากาศ มองตัวตนนายกฯ ผ่านรายการ (๓ ม.ค.๕๓)

- เบื้องหลังรายการ ..ทำไมต้องมีเชื่อมั่นฯ
- เสน่ห์ เชื่อมั่นฯ ..พร้อมตอบทุกเรื่อง
- เชื่อมั่นฯ ช่วยกำหนดทิศทางประเทศ
- เชื่อมั่นฯ ปี ๕๓ ..นายกฯพร้อมเปลี่ยน
- ตัวตน “อภิสิทธิ์ “ ผ่านรายการเชื่อมั่นประเทศไทย
- ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

  - เบื้องหลังรายการ ..ทำไมต้องมีเชื่อมั่นฯ

...ตอนเริ่มทำรายการบ้านเมืองอยู่ในภาวะสับสน สื่อสารมวลชนไม่สามารถช่วยให้รัฐบาลสื่อกับพี่น้องประชาชนได้ครบถ้วน รายการนี้เป็นทางที่จะได้มีโอกาสบอกให้ประชาชนรับทราบว่า ๗ วันที่ผ่านมาทำอะไรบ้างในทุกระยะ แต่ก็มีอุปสรรค์ในการทำงานบ้างยิ่งเวลาทำงานในต่างประเทศ

อภิสิทธิ์
: "สวัสดีปีใหม่ครับ ท่านผู้ชมที่เคารพทุกท่านครับ สำหรับรายการ เชื่อมั่นประเทศไทยฯ ในวันนี้ ซึ่งเป็นการจัดรายการในครั้งแรกของปี ๒๕๕๓ จะลองมองย้อนกลับไปดูครับว่าตลอดปี ๒๕๕๒ นับตั้งแต่ที่ได้มีการจัดทำรายการนี้มารวมทั้งสิ้น ๕๐ ตอน และผมไปนับดูแล้วมีพิธีกรรับเชิญทั้ง ๗๓ คน เบื้องหน้าเบื้องหลังของการจัดทำรายการนี้ตลอดระยะเวลา ๑ ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไรไปติดตามได้ครับ"

...จุดเริ่มรายการเชื่อมั่นฯ 
อภิสิทธิ์: "ตอนที่เราเริ่มทำรายการ มันก็เป็นความคิดว่าบ้านเมืองอยู่ในภาวะซึ่งค่อนข้างที่จะสับสน เราอยากจะมีโอกาสที่จะได้สื่อสารกับพี่น้องประชาชน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือต้องยอมรับว่าแต่ละวันเวลาเราให้ข่าว เราอาจจะให้สัมภาษณ์ ผมก็ประมาณดูว่า ๑๐-๑๕ นาที แต่ว่าข่าวที่ไปออกทางโทรทัศน์อาจจะได้สัก  ไม่แน่ใจว่ากี่วินาที และหนังสือพิมพ์เองก็มีการเลือกสรุปประเด็น หลายครั้งก็อยากจะพูดหนึ่งเรื่อง  แต่ถูกถามกลับ[มาอีกเรื่องหนึ่ง]"

...ย้อนดู: ผู้ดำเนินรายการ (สู่ขวัญ บูลกุล): จากสถานการณ์ทั้งนอกประเทศและในประเทศ ต้องถามตรง ๆ ว่าเรามีอะไรให้เราเชื่อมั่นในตัวเราเองค่ะ

...ย้อนดู: อภิสิทธิ์
: "ผมคิดว่าสิ่งแรกเลยที่ผมยืนยันได้ และผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทราบดีก็คือว่าบ้านเมืองของเรา และคนของเรา มีจุดแข็งมากมาย"

...ย้อนดู: คุณสู่ขวัญ บูลกุล  ตอนที่ได้รับติดต่อก็ยินดีและตื่นเต้นเหมือนกันนะคะ เพราะเราก็ทราบอยู่แล้วว่าท่านจะมีรายการ แต่ตอนนั้นก็ยังไม่มีใครนึกออกว่ารูปแบบของรายการจะเป็นอย่างไร  เพราะก็มีอดีตนายกฯ ท่านอื่นเคยทำมา และกลายเป็นของแต่ละบุคคลไป

อภิสิทธิ์: "ความจริงแล้วก็ไม่ใช่คนแรกที่จัดรายการในลักษณะนี้ สมัยนายกรัฐมนตรีทักษิณ ใช้สื่อวิทยุ ต่อมาท่านนายกฯ สุรยุทธ์ เป็นนายกฯ ท่านแรกที่มาจัดรายการทุกสัปดาห์  และต่อมาก็คือท่านนายกฯ สมัคร ก็มาเว้นไปในช่วงของท่านนายกฯ สมชาย เพราะฉะนั้น เราก็คิดว่าช่องทางนี้น่าจะเป็นช่องทางที่จะได้มีโอกาสรายงานให้ประชาชนทราบว่า ๗ วันที่ผ่านมาทำอะไรบ้าง และได้มีโอกาสพูดในสิ่งซึ่งอาจจะไม่ได้สามารถสื่อสารถึงประชาชนโดยตรงในแง่ของการสื่อสารอธิบายเหตุ อธิบายผลต่อสิ่งต่าง ๆ ที่เราทำ  นี่เป็นที่มาของกรอบความคิดในเรื่องของรายการ โดยปกติเวลาทำการเชื่อมโยงอย่างนี้จะไม่ชอบ เพราะมีความรู้สึกว่ามันต่อกันไม่ค่อยติด มันต่อกันไม่สนิท แต่วันนั้นยอมรับว่าความชัดของภาพ และการที่ไม่มีในระยะเวลาที่ทิ้งห่าง มันน่าตกใจ เหมือนนั่งเจออยู่กับทีมงานและพิธีกรเลย  ก็ช่วยแก้ปัญหาเรื่องระยะห่างตรงนั้นไป"

...ย้อนดู: ผู้ดำเนินรายการ (เนาวรัตน์ เจริญประพิณ  พิชณุตม์ จงใจพิพัฒน์   และชนิดา ประสมสุข) สวัสดีค่ะท่านนายกฯ คะ

...ย้อนดู: อภิสิทธิ์: "สวัสดีครับ"

...ย้อนดู: ผู้ดำเนินรายการ  เป็นอย่างไรบ้างครับท่าน บรรยากาศที่โคเปนเฮเกน อากาศหนาวไหมครับ

...ย้อนดู: อภิสิทธิ์: "อากาศค่อนข้างหนาวนะครับ น่าจะติดลบเกือบตลอด และก็มีหิมะตก แต่ว่าไม่มากนัก  แต่ว่าหิมะที่ตกและก็สะสมอยู่พอสมควรครับ"

...ย้อนดู: ผู้ดำเนินรายการ  ท่านนายกฯ คะเห็นบอกว่าข้างนอกติดลบ  แต่ว่าข้างในห้องประชุมเกี่ยวกับเรื่องของโลกร้อน ๑๐๐ กว่าประเทศร้อนระอุเลยเหรอคะ

...อุปสรรค์ เบื้องหลังในต่างประเทศ
อภิสิทธิ์: "เพราะผมทราบว่าเวลาไปต่างประเทศข้อจำกัดเยอะในการทำรายการ เพราะว่าทีมงานเอาไปทั้งหมดก็ไม่ได้  บางทีกล้องตัวเดียว ๒ ตัว ไฟก็ไม่มี ระบบเสียงอะไรต่าง ๆ บางทีออกมาก็คล้าย ๆ คนดูก็หงุดหงิด  แต่เราก็ต้องทำงานภายใต้ข้อจำกัด"

นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  เราก็อยากจะเผยแพร่กิจกรรมของท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ให้กับประชาชนได้รับทราบในทุกระยะ แต่บางครั้งบางคราวในการประชุมต่างประเทศ ก็มีข้อจำกัดคือว่าเราอนุญาตให้ช่างภาพเข้าไปได้ไม่มาก พวกผมก็อาสาเข้าไปเป็นช่างภาพแทน และพยายามเก็บภาพที่ดี ๆ ไว้ให้กับประชาชนได้รับทราบ ก็เป็นเรื่องที่ยากเหมือนกัน  แต่ว่าเป็นเรื่องซึ่งเป็นความจำเป็นด้วย และเราเองก็รู้สึกว่าจะทำให้ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีสื่อสารกับประชาชนได้มากขึ้น และในต่างประเทศ  ผมก็สังเกตด้วยว่าอย่างประเทศอื่น ๆ ก็เริ่มทำกันเหมือนกันนะครับ คือมีผู้ติดตาม หรือมีรัฐมนตรี หรือมีคณะทำงาน ซึ่งเข้าไปเป็นช่างภาพแทนบ้างในบางจังหวะ ก็ถือว่าเป็นการทำงานอีกแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นช่างภาพจำเป็น ฝีมือผมไม่ค่อยดีเท่าไหร่  เทียบกับช่างภาพอาชีพไม่ได้นะครับ  แต่ว่าคงแก้ขัด คงต้องเรียนรู้กันอีกเยอะ  ผมก็เพิ่งเรียนรู้นะครับ  แต่เนื่องด้วยว่าเดี๋ยวนี้อุปกรณ์ทันสมัย และขนาดเล็กพกพาได้ เราก็เลยนำเอากล้องเหล่านี้เข้ามาภาพ

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย) อาทิตย์นี้เทปครั้งที่ ๔๙ ตอนนี้เราเดินมา ๔๙ แล้ว

ทีมงานรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ  วันที่ ๒๗ ธันวาคม คือครั้งที่ ๕๐

อภิสิทธิ์: "ช่วงที่พูดคนเดียวเราจะได้ยินเสียงสะท้อนมาเรื่อยเลยครับ บางทีก็ตั้งแต่ว่าไฟมืด หน้าดำ อะไรต่าง ๆ เยอะแยะไปหมด หรือว่าวันนี้ทำไมเหมือนหมดแรง  บางทีเราไม่รู้หรอกครับ  แต่ว่าผมก็เดาว่าจริง ๆ แล้ว

  • ช่วงที่พูดคนเดียวก็คงเป็นช่วงที่คนคงติดตามในเรื่องของสาระของประเด็นเป็นหลัก ซึ่งผมก็ชอบที่จะได้อธิบาย เพราะบางครั้งก็
  • มีความรู้สึกจากการที่สัมผัสกับคนว่าหลายเรื่องเราทำ ไม่เข้าใจเพราะยังไม่มีการลำดับความให้เห็น เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็เป็นประโยชน์ 
  • แต่ว่าในแง่ของอารมณ์ของการสื่อสาร ผมยอมรับว่าผมไม่ถนัดในเรื่องของการที่จะพูดกับกล้อง เพราะฉะนั้น เวลาพูดกับกล้องยังเป็นเรื่องที่ยากอยู่  ผมยอมรับเลยว่าหาคนที่จะมีพรสวรรค์อย่างท่านอดีตนายกฯ สมัครในการที่จะพูดกับกล้องนี่ยากมาก ผมทำไม่เป็น และทุกครั้งก็ยังรู้สึกแปลก ๆ อยู่ว่านั่งพูดอยู่กับคนที่เรามองไม่เห็น"

...ย้อนดู: ผู้ดำเนินรายการ (ดร.ไชยา ยิ้มวิไล): ขอ ๒ คำถามหลัก ๆ เลย ไปเจอหนังสือพิมพ์ที่ท่านไปพูดที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี เมื่อวันสองวันที่ผ่านมา  มีประโยคคำว่าในเรื่องของเผาบ้านเผาเมืองอะไรต่าง ๆ เหล่านั้น  ฟังแล้วตกใจ  ลึก ๆ จริงๆ  แล้วรุนแรงขนาดนั้นไหมครับ

...ตอบทุกเรื่อง
...ย้อนดู: อภิสิทธิ์: "ผมคงไม่ได้พูดว่าจะมีคนมาเผาบ้านเผาเมือง  ผมเพียงแต่บอกว่าการเคลื่อนไหว การชุมนุมทางการเมืองยังมีอย่างต่อเนื่อง และถ้าเป็นการเคลื่อนไหวการชุมนุมที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ  อาจารย์จะทราบดีจุดยืนผมชัดเจน  ถ้าเคลื่อนไหวตามรัฐธรรมนูญทำได้ตลอดเวลา  และผมก็เคารพสิทธิเสรีภาพ ความคิดเห็นที่แตกต่างของทุก ๆ คน  แต่ว่าต้องไม่ให้มีเหมือนกับช่วงก่อนสงกรานต์อีก  ก็คือการทำผิดกฎหมาย  บังเอิญผมก็ทราบว่ามันก็ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่ยังคิดจะทำแบบนั้นอยู่  ผมก็บอกว่ากลุ่มนั้นคือกลุ่มที่ทำลายโอกาสของบ้านเมือง  แต่ว่าถ้ากลุ่มที่เขามาแสดงโดยปกติภายใต้รัฐธรรมนูญ  ผมบอกเลยว่านอกจากจะเป็นสิทธิ์แล้ว ผมไม่กังวลเลยในแง่ของภาพลักษณ์ของประเทศ  เพราะว่าเวลามีการชุมนุมโดยสงบและก็ผ่านมาด้วยเรียบร้อย  ผมอธิบายง่ายว่านี่คือสังคมประชาธิปไตย"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- เสน่ห์ เชื่อมั่นฯ ..พร้อมตอบทุกเรื่อง

...ความสดของบรรยากาศ มีพิธีกรที่เป็นตัวแทนของประชาชนในการถามมากที่สุด  โดยไม่มีการเตรียมซักซ้อม ไม่มีการบอกว่าคำถามนี้ห้ามถาม คาดเดาไม่ถูกว่าจะได้คำถามแบบไหน แต่นายกฯ พร้อมตอบทุกคำถาม จึงเป็นเสน่ห์ของรายการ

...พิธีกรทั่วฟ้าเมืองไทยมากที่สุด
อภิสิทธิ์:
 "และโดยปกติผมก็คุ้นแล้วกับการไปออกรายการโทรทัศน์ที่มีพิธีกรสัมภาษณ์  เพียงแต่ว่าเที่ยวนี้อาจจะแปลกหน่อยเพราะว่ามี ๓ คนบ้าง ๕ คนบ้าง ๗ คนบ้าง อาจจะเป็นบรรยากาศที่ไม่คุ้น"

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี:  เราได้รับความร่วมมือจากพิธีกรทั่วฟ้าเมืองไทยมากที่สุด ไม่มีรายการไหนที่เคยมีพิธีกรมาจัดทำรายการได้มากเท่านี้  และในสิ่งนี้จะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
 
...ย้อนดู: ผู้ดำเนินรายการ (พิม ยอนซ่า คูลลิ่ง) ก่อนอื่นพิมขอพูดถึงโครงการ “ฉันรักประเทศไทย” ไหน ๆ วันนี้เราก็ใส่เสื้อมาโปรโมทเต็มที่ทุกคน  อยากให้ท่านนายกฯ พูดถึงโครงการว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไรคะ

...ความเชื่อมั่น สิ่งสำคัญของการทำงาน
...ย้อนดู: อภิสิทธิ์:
 "ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญในการทำงานและแก้ปัญหาอย่างหนึ่งคือเรื่องของความเชื่อมั่น" 

...ย้อนดู: นายบุญชัย โชควัฒนา:  เพราะฉะนั้น การทำตรงนี้เท่ากับการรื้อฟื้นแนวทาง กระตุ้นเตือนประชาชนทุกระดับให้สำนึก ให้รู้ถึงบุญคุณของประเทศชาติ

...ย้อนดู: นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน  ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี  พูดถึงประเด็นต่าง ๆ ที่จะช่วยกันทำให้เมืองไทยเอาสิ่งดี ๆ ลักษณะนิสัยที่ดีของคนไทยก็ดี  การรวมพลังในเรื่องของการที่จะช่วยกันสร้างความมั่นใจให้กับประเทศไทย

...ย้อนดู: ผู้ดำเนินรายการ (ปุ้ย พิมลวรรณ ศุภยางค์)  ถ้าเกิดว่าคงไม่มีคุณพ่อคุณแม่ที่ไหนอยากจะให้ลูกไปเรียนไกลจากที่บ้านมาก  ท่านบอกว่าบ้านอยู่แถวเกษตร ก็ให้เรียนโรงเรียนแถวนั้นสิ แต่บางทีคุณพ่อคุณแม่แต่ละคนมาตรฐานไม่เหมือนกัน ก็มองว่าโรงเรียนนี้คุณภาพหรือมาตรฐานไม่เหมือนกับโรงเรียนที่เขาอยากจะให้ลูกเข้าไปเรียนน่ะค่ะท่าน

...ย้อนดู: อภิสิทธิ์
: "ซึ่งก็อยากจะเน้นในเรื่องของคุณภาพการเรียนการสอน เพราะว่านี่คือหัวใจนะครับ เป็นหัวใจในการจะไปแก้ปัญหาอีกหลายอย่าง ตั้งแต่เรื่องแป๊ะเจี๊ย เก็บเงินกัน  และไปจนถึงเรื่องว่ามีความวิตกกังวลว่า ถ้าเข้าโรงเรียนไม่ดีแล้ว แอดมิชชั่นเดี๋ยวเข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ ไม่ได้ อะไรต่าง ๆ ก็พันกันไปหมด ตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่จะต้องใช้เวลาในการที่จะแก้ปัญหา เพราะว่ามันมีทั้งเรื่องความพร้อมทางกายภาพ มีทั้งเรื่องของการพัฒนาครู การกระจายครู อะไรต่าง ๆ"

...ไม่มีการเตรียม พร้อมตอบทุกคำถาม
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  แต่ว่าแรก ๆ เรื่องพิธีกรก็เป็นอย่างนี้ครับว่า เราอาจจะมีการพูดคุยกันว่ามีประเด็นอะไรบ้างที่ท่านจะถามกันเหมือนกับเตรียม แต่ว่าหลัง ๆ มาเนื่องจากว่าพิธีกรเองเขาจะมีประเด็นของตัวเอง ซึ่งเราบอกไปเลยว่าอาทิตย์นี้เรื่องนี้เป็นหลักนะ เขาคิดคำถาม และนายกฯ เองก็ไม่กังวล ไม่มีการเตรียมซักซ้อม บอกคำถามนี้ห้ามถาม  คำถามนี้อย่างนี้  ไม่มีเลย  นายกฯ พร้อมตอบทุกคำถาม จำได้ตอนเทปที่ไปออกกับสรยุทธ์  อันนั้นก็หนักพอสมควร หรือบางทีไปบางรายการชาวบ้านถาม ก็ต้องตอบ

...ย้อนดู: อภิสิทธิ์: "สภาฯ ก็ไปยกร่างมาว่าที่จะแก้มาตรา ๒๓๗ จะแก้อย่างไร  แก้เสร็จก็เอามาวาง  พอวางปั๊บ พอไปทำประชามติ  ใครเห็นด้วย ใครไม่เห็นด้วย ก็เอาร่างนี้ไปวิเคราะห์ ไปแจกแจงให้ประชาชนเห็นว่าแก้แล้วเป็นอย่างนี้ ไม่แก้เป็นอย่างนี้ ผลดีผลเสียเป็นอย่างไร ประชาชนก็ไปลงคะแนน ว่าจะเอาหรือไม่เอา และผมเชื่อเมื่อประชาชนลงคะแนนแม้ว่าในทางกฎหมายอาจจะไม่ได้ผูกมัดสมาชิกสภาฯ แต่ผมเชื่อว่าผู้แทนปวงชนชาวไทยคงจะเคารพการตัดสินใจของพี่น้องประชาชน"

...ย้อนดู: ผู้ดำเนินรายการ (สรยุทธ  สุทัศนะจินดา) คือท่านนายกฯ พยายามที่จะให้ยอมรับในกระบวนการก่อน คือทุกฝ่ายต้องเห็นกัน นักการเมืองต้องจบตรงนี้ทั้ง ๖ ประเด็นนะ

...ย้อนดู: อภิสิทธิ์: "ซึ่งขณะนี้ไปด้วยดี และผมขอบคุณทางวิปฝ่ายค้าน ทางวุฒิสมาชิก และวิปรัฐบาล ซึ่งมีอีกหลายพรรคที่มีความเห็นแตกต่างกัน แต่กระบวนการเมื่อวันศุกร์บรรยากาศที่คุยกันดีมาก  ครึ่งชั่วโมงกว่า ๆ มั๊งครับก็เรียบร้อย"

...ย้อนดู: ผู้ดำเนินรายการ (ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง) ท่านนายกฯ เข้ามากับรัฐบาลนี้เข้ามาได้ ๗ เดือน  ก็ประสบวิกฤตต่าง ๆ เยอะแยะเลย ตั้งแต่วิกฤตแรก การเมืองนั้นผู้คนแตกแยกชัดเจนมาก ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจโลกมีปัญหา เราถูกสะเก็ดระเบิดไปด้วย ขณะเดียวกันเรื่องไข้หวัดปัญหาทางสังคม เรื่องไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ ก็มากมาย ท่านนายกฯ คิดว่ารัฐบาลนี้โชคดีหรือโชคร้าย

...ย้อนดู: อภิสิทธิ์: "ผมไม่เคยคิดมองในมุมว่าเป็นโชค  ผมถือว่าปัญหาเรื่องวิกฤตต่าง ๆ  เป็นเรื่องซึ่งเกิดขึ้นได้ และผมมองในมุมว่าเราต้องทำอะไรมากกว่า"

...ย้อนดู: ผู้ดำเนินรายการ  (สุทธิชัย หยุ่น) เห็นทะเล ห่างไกลจากความเครียดทั้งหลายแหล่ของงานการ คิดบ้างไหมว่าเราตัดสินใจเป็นนายกฯ นี่คิดผิดหรือเปล่า ชีวิตมันน่าอภิรมย์กว่านี้เยอะแยะเลยที่จะมาเป็นนายกฯ เนี่ย

...ย้อนดู: อภิสิทธิ์: "ผมไม่เคยคิดอย่างนั้นน่ะครับ"

...ย้อนดู: ผู้ดำเนินรายการ  ไม่เคย

...ย้อนดู: อภิสิทธิ์: "ไม่เคยคิดอย่างนั้น  ผมเป็นคนที่ถือว่าผมเลือกมาทำงานการเมืองเอง  และก็สนุกกับงานการเมือง"

...ย้อนดู: ผู้ดำเนินรายการ มันสนุกตรงไหน จริง ๆ แล้วในการเป็นนายกฯ

...ย้อนดู: อภิสิทธิ์: "มันสนุกตรงที่ว่าเราพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง สังคม ให้ดีขึ้น  มีหลายเรื่องที่เราใฝ่ฝันว่าประเทศไทยน่าจะต้องมี"

...ย้อนดู: อภิสิทธิ์: "ก็สนุกสนานตามปกตินะครับของการได้มีโอกาสพูดคุยกับ โดยเฉพาะพิธีกรที่ค่อนข้างที่จะช่างซักอยู่ ก็ปกติ หรือว่ากับคุณสุทธิชัยที่หาดทราย ความจริงผมไม่ค่อยชอบนอนอย่างนั้นเท่าไหร่อยู่แล้ว  แต่ว่าก็พูดคุยก็เป็นบรรยากาศอีกบรรยากาศหนึ่ง ก็แปลกดี"
  
...เสน่ห์ของรายการ
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
  เสน่ห์อย่างหนึ่งรายการนี้อย่างที่ว่าคือคาดเดาไม่ถูก ๆ ไหมครับ ฉะนั้น เราก็มีความเห็นว่าสื่อมวลชนก็เหมือนกับตัวแทนของประชาชน เราไม่มีโอกาสจะเชิญประชาชนทุกคน แต่สื่อมวลชนขาข้างหนึ่งเขาอยู่กับประชาชน เขาทำงานแทน อีกข้างหนึ่งเขาอยู่ใกล้ชิดกับเรา ฉะนั้น โอกาสที่เขาจะซักถามเราก็ดี  มันเป็นเรื่องที่ตรงไปตรงมาดี  ก็เลยใช้วิธีการแบบเชิญทางสื่อมวลชนมาทำรายการร่วมกับเรา  ไม่มีสีเสื้อด้วย มีอยู่ช่วงหนึ่งที่มีคนเรียกร้องบอกเหลือง แดง อะไรอย่างนี้  เราเชิญคุณสโรชา มา และอีกอาทิตย์หนึ่งสาทิตย์ก็ให้สัมภาษณ์นายกฯ ด้วยบอกว่า เราก็พร้อมจะเชิญทาง “ความจริงวันนี้” มา คือคุณวีระ มุสิกพงษ์ ในทางฝ่ายโน้นปฏิเสธ  เพราะฉะนั้น หลักของเราเรื่องใช้พิธีกรเยอะ  ผมคิดว่า หนึ่ง ได้พิธีกรตรงกับแนวของรายการในสัปดาห์นั้น สอง พิธีกรแต่ละท่านที่จะมา เขาจะมีคำถามเฉพาะส่วนตัวของเขาที่เข้ามา และสื่อได้ตรง และมีแฟนเฉพาะของกลุ่มนั้น และก็สื่อออกไป 

อภิสิทธิ์: "เลยทำให้ผมคิดว่าได้ความเป็นความสดของบรรยากาศ และผมก็เตรียมไปในใจอยู่แล้วว่ามันมีเรื่องอะไรบ้างที่ต้องไปดู  และพยายามไม่ให้เสียสมาธิกับเรื่องรายการว่าจะไม่ให้ตกหล่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตำรวจที่จะต้องดูแลเวลาเกิดการจับกุม ตัวร้านค้าเอง เรื่องของของศุลกากร สรรพสามิต กระเป๋า อะไรต่าง ๆ"

...ย้อนดู: อภิสิทธิ์: "ก็ดีใจนะครับ เพราะว่าก็มีโอกาสกลับไปสุวรรณภูมิอีกหลายครั้ง ก็ดูเหมือนว่าดีขึ้น มีการปรับปรุงก็ดีใจว่ามันเป็นผลที่เกิดขึ้นมาได้จริง ๆ" 

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  แต่ว่าสิ่งที่ผมคิดว่าเราได้มามากกว่านั้นอย่างหนึ่งมีสองเรื่องคือ 

  • หนึ่ง เราเห็นความตั้งใจจริงของนายกฯ ที่ทำรายการนี้แบบเกินร้อย  เช่นว่า ท่านจะเป็นคนที่ติดตามสนใจอยู่ว่าอาทิตย์นี้เรื่องอะไร แล้วก็ตัวท่านเองจะต้องพูดเรื่องอะไรที่เป็นเรื่องสำคัญบ้าง
  • ก็ยังมีการตระเตรียมข้อมูลทุกอย่างครบเรียบร้อยหมดก่อนออกรายการ  กลับจากต่างประเทศบางทีได้อยู่บ้านแค่ชั่วโมงเดียวก็มาออกรายการสด 

ทีมงานรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ เช่น กลับจากเวียดนาม กลับจากกรุงโคเปนเฮเกน

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ใช่กลับจากโคเปนเฮเกน
 
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  มีอยู่ตอนหนึ่งคือตอนที่ตัดเทปรายการไม่เสร็จที่จะต้องต่อจากที่ท่านพูดคนเดียว ทีมงานก็ส่งไปบอกว่าให้ขยายไปอีก ๕ นาที ๑๐ นาที  โอ้โห พูดไป ๒๐.๓๐ นาที  แต่ท่านก็แฮปปี้ที่ได้คุย  ผมมีความรู้สึก หนึ่ง 

วัตถุประสงค์ที่ได้คือ

  • นายกฯ ตั้งใจในการคุยกับประชาชนมาก
  • สอง ที่ผมคิดว่าได้เยอะคือว่ารายการนี้ตกลงกันตั้งแต่ต้นว่าไม่มีรูปแบบรายการที่แน่นอน

...พิธีกรที่นายกฯอยากเจอ
อภิสิทธิ์ : "เราก็บอกว่ารายการนี้คงไม่ใช่เหมือนกับรายการที่มาตอบคำถามรายวัน เพราะฉะนั้น ก็อยากจะให้เป็นพิธีกรที่ซักถามจริง แต่ว่ามองภาพระยะยาวหน่อย  ไม่ใช่แค่มามองว่าเหมือนกับมาสัมภาษณ์ผม เหมือนกับที่ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์อยู่ทุกวัน ๆ แต่ว่าที่ผ่านมาก็พึงพอใจกับพิธีกรแทบจะเรียกว่าทุกรายนะครับ ต่างคนต่างก็มีประสบการณ์ มีความตั้งใจมาค่อนข้างดี"

...ย้อนดู: ผู้ดำเนินรายการ  (นายทฤษฎี สหวงศ์ , นางสาวเฌอมาลย์ บุญยศักดิ์) สวัสดีครับ ผมผู้ใหญ่ลี ปอ ทฤษฎี ครับ สวัสดีค่ะ พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ ค่ะ นางมา ค่ะ

...ย้อนดู: ปอ ทฤษฎี เราอยู่ที่ อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรีนะครับ

...ย้อนดู: พลอย เฌอมาลย์ ใช่แล้วค่ะพี่ปอ

...ย้อนดู: ปอ ทฤษฎี พลอยอยากรู้ไหมครับว่าวันนี้เรามาทำไม

...ย้อนดู: พลอย เฌอมาลย์ มาทำไมคะพี่ปอ

...ย้อนดู: ปอ ทฤษฎี เกษตรกรเขาขายของ ขายพืชผลทางการเกษตร ได้กำไร รัฐบาลเขามีนโยบายว่าประกันได้แน่ ๆ กำไร ไม่รู้ทำได้อย่างไร

...ย้อนดูอภิสิทธิ์:"ผมว่าจะเป็นการจดทะเบียนที่ทำให้เรารู้หมดเลยว่าทั้งประเทศเรามีเกษตรกรอยู่ที่ไหน ปลูกอะไร แล้วตรงนี้จะเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มากในการแก้ปัญหาต่อไป  เป็นการที่รัฐบาลกำลังจะบอกว่า เราคำนวณให้ว่าปลูกข้าว ปลูกมัน ปลูกข้าวโพด ต้นทุนเท่าไร ควรจะมีค่าตอบแทนสักเท่าไร กำไร แล้วเราก็คำนวณดูว่าจะต้องชดเชยเงินให้เท่าไร เป็นเรื่องของรายได้ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็จะเป็นความมั่นใจอย่างหนึ่ง และก็ถ้าเราทำอย่างนี้ได้ ผมคิดว่าเกษตรกรก็จะเห็นอนาคตของตัวเองที่มีความชัดเจนมากขึ้น"

...ย้อนดู: ปอ ทฤษฎี มั่นใจได้เลยว่าได้กำไรชัวร์

อภิสิทธิ์: "คือเราคำนวณให้เลยว่าต้นทุนเท่านี้ บวกให้อีก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ หรือเท่าไรก็แล้วแต่ ถ้าวันข้างหน้ารัฐบาลรวยกว่านี้ก็อาจจะให้มากกว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ หรือเท่าไหร่ก็แล้วแต่ ถ้าวันข้างหน้ารัฐบาลรวยกว่านี้ก็อาจจะให้มากกว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- เชื่อมั่นฯ ช่วยกำหนดทิศทางประเทศ

...รายการเชื่อมั่นฯ มีส่วนทำให้ประเทศเดินหน้าไปได้อย่างมีทิศทาง บนความเชื่อมั่นระดับหนึ่งของประชาชน การสื่อสารระหว่างคนทำงานกับคนที่เราต้องรับผิดชอบ เป็นหัวใจสำคัญ ผู้นำประเทศจะต้องไปสัมผัสชาวบ้านหรือตัวปัญหาที่แท้จริง ไปนั่งอยู่กับเขาไปพูดคุยกับเขา ไปสัมผัสบรรยากาศ ไปรับรู้ความทุกข์ยากของเขา ไปรับฟังปัญหาของเขา การช่วยเหลือต้องไม่เลือกปฏิบัติ

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ๑ ปีได้อะไรถูกไหมครับ

ทีมงานรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ ปีหน้าเราจะเดินกันอย่างไร  อาจจะปรับปรุงมีอะไรใหม่ ๆ ให้กับผู้ที่ติดตาม ไม่ต่อยอด

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  พูดไปก็เป็นประเด็นเปล่า ๆ  คุยเรื่องนี้ก่อน เพราะเราจะหยุดกล้อง เรื่องอะไรนะ

ทีมงานรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ ในฐานะที่เป็นโปรดิวเซอร์ใหญ่

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  เกินไป 

ทีมงานรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ  จริง ๆ แล้วผมต้องถามว่าจากวัตถุประสงค์ที่เริ่มต้นทำรายการนี้ขึ้นมา จนถึงปัจจุบันตอนที่ ๕๐ แล้ว เข้าเป้าไหมกับรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์”

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  คือเดิมทีคิดกันเอาไว้ว่ารายการนายกฯ อยากให้เป็นรายการที่ไปในที่ที่อยู่กับประชาชนทุกสัปดาห์  ตอนนั้นผมก็เริ่มคิดกับทีมงานว่า อย่างเช่นวันนี้จะพูดเรื่อง ๓ จังหวัดภาคใต้ เราก็น่าจะทำในลักษณะที่ไปคุยกับประชาชน ลงไปนราธิวาสเลยครับ จะนั่งที่ตรงไหนก็แล้วแต่มีชาวบ้านหมด วันนี้จะคุยถึงเรื่องของปัญหาชาวเขา ทำไมเราไม่ไปแม่ฮ่องสอนหรือไปเชียงราย พูดถึงเรื่องปัญหาชาวนาไปไปนั่งในนาไปคุย เพราะว่าแนวคิดเหล่านี้มาจากเรื่องวาระประชาชน  ตอนเราทำวาระประชาชน เราคิดว่าคนเป็นผู้นำประเทศจะต้องไปสัมผัสชาวบ้านหรือตัวปัญหาที่แท้จริง ไปนั่งอยู่กับเขาไปพูดคุยกับเขา ไปสัมผัสบรรยากาศ ไปรับรู้ความทุกข์ยากของเขา ไปรับฟังปัญหาของเขา

อภิสิทธิ์: "ผมคิดว่าจากที่ได้มีโอกาสพบปะกับผู้คนค่อนข้างมากในทุกวันและในทุกสัปดาห์ มีคนจำนวนมากทีเดียว จริง ๆ มากกว่าที่ผมคาดคิดที่เดินมาบอกว่าติดตามรายการในวันอาทิตย์ และไม่นับรวมว่าคนที่เขียนเสนอแนะความคิดเห็น ติติง วิพากษ์วิจารณ์เข้ามา ซึ่งเราก็ยินดีกับทุกความเห็นที่เข้ามา ก็อย่างน้อยที่สุดแสดงให้เห็นว่าเราสื่อสารกับคน"

..."คือว่าการช่วยเหลือต้องไม่เลือกปฏิบัติ หรือคำว่าเลือก ไม่เลือกปฏิบัติ ต้องดูว่าข้อเท็จจริงเหมือนไม่เหมือนกันตรงไหน เพราะฉะนั้น บอกได้เลยว่าตรวจสอบให้ทุกคนนะครับ  ถ้าใครเข้าหลักเกณฑ์เดียวกันที่จะได้รับความช่วยเหลือก็ต้องได้  แต่ถ้าสมมติว่าข้อเท็จจริงไม่ตรงกันก็ต้องมาดูอีกทีหนึ่งว่าวิธีการจะแก้ปัญหาให้กับกลุ่มอื่น ๆ จะทำอย่างไร  อันนี้คือแนวทางที่จะต้องทำครับ"

..."ตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้ามาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี  ผมรู้ว่ามีปัญหาต่าง ๆ มากมายที่รอการแก้ไข  ผมบอกได้เลยครับว่าเราไม่ได้รอช้า  เราเดินหน้าทำเรื่องเหล่านี้ให้เสร็จภายใน ๓ เดือน ๔ เดือนแรก ลูกหลานของพี่น้องต้องได้เรียนฟรี  เพราะฉะนั้น วันนี้นโยบายเรียนฟรี ๑๕ ปีเดินหน้าแล้ว  และจะเดินต่อไป เพราะเราถือว่าอันนี้เป็นสิทธิของลูกหลานของพวกเราทุกคน" 

...: "มันเป็นโอกาสในการสร้างความเข้าใจนโยบายหลายเรื่อง มาตรการหลายมาตรการ เหตุการณ์หลายเหตุการณ์  การจะได้มานั่งบรรยายให้ทราบว่ามันเป็นมาอย่างไร  ไม่ได้มีโอกาสมากนัก ผมดูว่าความเข้าใจในหลายเรื่องเมื่อเราได้มีโอกาสชี้แจงอย่างนี้ก็ดีขึ้น  ส่วนความเชื่อมั่นนั้นก็คงประกอบไปด้วยหลายปัจจัย แต่ผมว่าการสื่อสารระหว่างคนทำงานกับคนที่เราต้องรับผิดชอบด้วย ก็เป็นหัวใจสำคัญ และผมว่ารายการนี้ก็มีส่วนไม่มากก็น้อยในการทำให้ประเทศสามารถที่จะเดินหน้าไปได้อย่างมีทิศทาง บนความเชื่อมั่นระดับหนึ่งของประชาชน"
 
... "บังเอิญเวลาเราจัดงบประมาณเราจัดเป็นปี ๆ เขาก็ไปดูว่าเราจัดงบประมาณไว้สำหรับผู้สูงอายุ ไปดูในกฎหมายงบประมาณก็จะเขียนว่าเป็นเงินเบี้ยยังชีพ ๖ เดือน  เขาก็เลยไปเข้าใจว่าจะได้แค่เฉพาะ ๖ เดือนที่จริงไม่ใช่ครับ คือเมื่อเป็นนโยบายรัฐบาลแล้วก็จะทำต่อไป  ยกเว้นมีรัฐบาลอื่นมาเปลี่ยนนโยบายนั่นอีกเรื่องหนึ่ง  แต่รัฐบาลนี้เป็นนโยบายชัดเจน และต่อไปจะพยายามทำเป็นกฎหมาย หรือเป็นระเบียบต่อไปด้วย  ใครที่มีคุณสมบัติที่จะรับเบี้ยยังชีพในช่วงต่อไปนี้ครับ  ก็ได้รับตลอดไป อันนี้จะได้มั่นใจเพราะว่าผมเอง บางวันเปิดโทรทัศน์เปิดวิทยุ บางช่องยังบอกว่า ๖ เดือนอยู่  ขอยืนยันว่าไม่ได้ให้เฉพาะ ๖ เดือน ให้ตลอดไปครับ ตราบเท่าที่ยังมีคุณสมบัติครบ ผู้สูงอายุ  หมายความว่าพอหมดสิ้นปีนี้ ปีหน้าก็ต่อ"

ย้อนดู: อภิสิทธิ์: "ต่อไปเลยครับ และใครที่ขึ้นทะเบียนแล้วก็ไม่ต้องขึ้นทะเบียบอีก รับต่อไปเลยนะครับ อันนี้เฉพาะในรอบนี้นะครับ"

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี:  การสื่อของนายกฯ ถึงประชาชนเป็นการสื่อกันแบบเหมือนกับตาต่อตา นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ มองประชาชนผ่านกล้องถึงคน ๖๐ กว่าล้านคนทั้งประเทศ  ซึ่งเป็นประชาชนที่เฝ้าดูการทำงานของนายกรัฐมนตรี ช่วงนี้ได้

ย้อนดู: อภิสิทธิ์: "ตั้งแต่มารับตำแหน่งก็ยังอยู่ในช่วงที่กำลังเดินทางไปเยี่ยมประเทศในอาเซียนทั้งหลาย สิงคโปร์ก็เป็นอีกประเทศหนึ่งซึ่งมีความสำคัญในแง่ของการพัฒนาความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจ ทางด้านสังคม ทางด้านความมั่นคงด้วย"

ย้อนดู: อภิสิทธิ์: "ส่วนแรกเลยก็คือเรื่องไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ครับ เพราะยังเป็นเรื่องซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ และความจริงก็เป็นปัญหาในระดับโลก และผมก็ต้องการทำความเข้าใจถึงแนวทางต่าง ๆ ที่จะต้องมีการดำเนินการกันต่อไป" 

ย้อนดู: อภิสิทธิ์: "สำหรับเรื่องของปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง สัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีการเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง เดี๋ยววันนี้จะมีการพูดคุยในช่วงที่ ๒ ในเรื่องของโครงการไทยเข้มแข็งที่เกี่ยวข้องกับระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานคร นั่นคือเรื่องของรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นรถลอยฟ้า หรือรถใต้ดิน"

 <<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >> 


(กลับไปด้านบน)

- เชื่อมั่นฯ ปี ๕๓ ..นายกฯพร้อมเปลี่ยน

... รายการเชื่อมั่นประเทศไทย ปี ๕๓ นายกฯ อยากไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อพูดคุยกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ในการแก้ปัญหาต่างๆ ของประชาชน นอกจากนี้รายการเชื่อมั่นฯ ยังคงมีหน้าที่ในการเรียกความเชื่อมั่นจากพี่น้องประชาชนกลับสู่ประเทศ

... รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี:
  " คือพูดถึงจุดเปลี่ยนแปลงต้องให้เครดิตกับทีมงานที่เข้ามา พี่เถลิง ใครต่อใคร ผมคิดว่ามันทำให้รายการเรามีความเป็นรายการที่ดูรูปแบบดูน่าสนใจมากขึ้น เพราะลำพังพวกเราคิด บางทีเราก็คิดเฉพาะประเด็นกับอะไรที่น่าสนใจ แต่ว่าพอทางฝั่งพี่เข้ามาก็ทำให้มีมุมของรายการโทรทัศน์ จริง ๆ มีคนเสนอความเห็นมาเยอะมาก ๆ ทุกรูปแบบ แล้วมีคนติดตามและจะวิพากษ์วิจารณ์ทุกอาทิตย์ รายการวันนี้พิธีกรเป็นอย่างนี้ ประเด็นเป็นอย่างนี้ นายกฯ ทำไมอย่างนั้นอย่างนี้ อะไรอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเราก็จะปรับปรุงทุก ๆ ครั้งที่มีการเสนอเข้ามา  ข้อดีของรายการนี้อย่างหนึ่งคือมันปรับได้ทุกอาทิตย์ และนายกฯ พร้อมปรับด้วย"
 
... อภิสิทธิ์:  " คือวิธีที่เราประเมินและตรวจสอบคือว่าสิ่งเหล่านั้นไปถูกผลิตซ้ำ วิพากษ์วิจารณ์มากน้อยแค่ไหน ถ้ามันมีการเอาไป แม้ว่าจะเป็นวิพากษ์วิจารณ์ในทางไม่เห็นด้วย อย่างน้อยที่สุดเราก็ทราบแล้วว่ามันเป็นประเด็นของสังคม เพราะฉะนั้น การเถียงกันว่าตกลงเดินหน้า ย่ำอยู่กับที่ ถอยหลังอะไรต่าง ๆ ผมก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี  เพราะว่าในที่สุด ๑ ปีที่ผ่านมาที่พยายามจะสรุปกันไปว่าตกลงการทำงานเป็นอย่างไร ผมก็พยายามบอกว่าหัวใจอย่างหนึ่งคือการเดินหน้าประเทศไทย และเรื่องของเศรษฐกิจ เรื่องแนวโน้ม เหตุการณ์ สถานการณ์ต่าง ๆเป็นเรื่องที่คนจะมีความกังวลใจอยู่ตลอดเวลา ว่าไปแล้วบางทีคนดูคนฟังคือเรื่องเก่าก็อาจจะอยากรู้  แต่ว่าที่อยากรู้ไม่น้อยกว่าแน่ ๆ คือว่าแนวโน้มข้างหน้าเป็นอย่างไร เราคิดอย่างไร"

... รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี: " คือผมว่ารายการนี้ส่วนหนึ่งต้องตอบโจทย์ของความเป็นนายกรัฐมนตรีต่อประเทศด้วย เพราะฉะนั้น สถานการณ์ของปีหน้ามันจะต้องมาประเมินกันก่อนว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร ถ้าถามความตั้งใจผมนะ ปีหน้าผมว่ามีสองอย่างที่น่าจะทำนะครับ

[๑] จะต้องมีภาพของนายกฯ ที่ใกล้ชิดประชาชน แล้วแยกเป็นแต่ละกลุ่มปัญหาที่นายกฯ ของประเทศไทยต้องดูแลให้มากยิ่งขึ้น อันนี้ต้องคล้าย ๆ พูดง่าย ๆ คือว่าจับเข่าคุยกัน เปิดอกคุยกัน  ผมไปอยู่ในท่ามกลางชาวบ้านไม่มีปัญหา และผมคุย คุณมีอะไรคุณว่ามา แล้วนายกฯ จะได้พูดคุยสั่งการมีแนวคิดเชิงนโยบายที่ชัดเจน เป็นการสื่อที่เป็นการส่งสัญญาณไปทั่วประเทศ ผมคิดว่าประเทศนี้จำเป็นต้องมีอย่างนั้นนะครับ 

[๒] คือนอกเหนือจากการไปพบกับชาวบ้านแล้ว อยากจะไปทุก ๆ ที่ อันนี้ภาวนาว่า มีแนวความคิดเดิมที่ตกค้างอยากไปทุกที่"

... อภิสิทธิ์:  " จริง ๆ แล้วเราอยากไปทั่วประเทศอยู่แล้ว  ไม่ว่าจะเป็น ๓ จังหวัดภาคใต้ ถ้าทำได้อยากจะไปพูดคุยกับชาวบ้านที่นั่น อาจจะเมื่อทำงานไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อที่จะได้แลกเปลี่ยนกันด้วย คือจริง ๆ  แล้วอยากจะไปทุกจังหวัดครับ ทุกจังหวัดก็มีประเด็นมีเอกลักษณ์ และเราก็อยากจะได้สัมผัสกับคนทั้งประเทศ"

... รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี:  " ผมว่าเชียงใหม่ ในความเห็นผมนะ ทำไมถามว่าเหตุผลเชียงใหม่ เพราะว่าไปท้าทายอะไรหรืออย่างไร ก็คงไม่ใช่นะครับ  แต่ว่าเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีจดหมายเรียกร้องมาเยอะที่สุด  เขามาที่ผมเนี่ย และก็ประกาศไปเลยว่าไม่เห็นด้วยกับที่อีกกลุ่มหนึ่งไปทำอย่างนั้นอย่างนี้  โดยพื้นฐานผมคิดว่าเชียงใหม่เป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งยาวนาน ผมว่านายกฯ ไปที่นั่นผมนึกถึงภาพการอยู่ร่วมกับชาวบ้านง่าย ๆ ในหมู่บ้านเล็ก ๆ พูดคุยกันถึงปัญหาแล้วก็มีชาวบ้านที่เป็นคนเชียงใหม่  ซึ่งก็พูดจาอ่อนหวานอยู่แล้ว พูดด้วยภาษาทางเหนือกับท่านนายกฯ"
 
... อภิสิทธิ์:  " ผมคิดว่าปัจจุบันผมต้องทำใจก่อนนะครับว่าไปที่ไหนยังไงก็มีสื่อ เพราะเขาอาจจะต้องตามไปดูว่ามันจะมีอะไรอย่างไรบ้างที่จะต้องรายงานให้ประชาชนทราบ แต่ว่าสำหรับรายการผมคิดว่ามันเป็นประเด็นที่เราตัดสินใจ เราเลือก เพราะฉะนั้น ก็อาจจะมันคนละความรู้สึกกัน อันนั้นก็เหมือนกับว่าเขาไปรายงานข่าว แต่อันนี้ของรายการก็คือสิ่งที่เราอยากจะสื่อสารถึงประชาชนอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าก็ไปว่ากันสด ๆ กับบรรยากาศจริง ๆ ซึ่งบางทีเราก็ต้องยอมรับนะครับ  ผมก็ทุกครั้งที่ไปในรายการสดในพื้นที่ก็กังวล เพราะไม่รู้มันจะออกมาอย่างไร  จะเผลอจะอะไรยังไงหรือเปล่า  จริง ๆ ถ้าผมดูสบาย ๆ เนี่ย  แสดงว่าผมลืมไปว่ามีกล้องอยู่  เพราะว่าไม่ชอบ เดิน ๆ  ไปไหนแล้วมีกล้องเดินอยู่ข้างหน้า จะมีความรู้สึกไม่สบายเท่าไหร่ แต่ถ้าตากล้องเขาอดทนเพียงพอที่จะตามไปจนกระทั่งผมลืมก็คงจะได้ภาพที่ดูเป็นสบาย ๆ หน่อย"

... ทีมงานรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ:  " ความนิยมที่เพิ่มขึ้น และนโยบายต่าง ๆ ที่ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายที่เข้าถึงประชาชนชาวรากหญ้าทั้งหลายแล้ว จะทำให้แรงต่อต้านการเดินทางของนายกฯ ยิ่งหนักขึ้นไหม เท่าที่ประเมินในทางการเมือง"
 
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี:  " ผมว่าพูดกันตรงไปตรงมามันมีผลที่สัมพันธ์กันอยู่แล้วนะครับ ก็คือความเคลื่อนไหวต่อต้านนายกฯ กับรัฐบาลภายในประเทศ ก็มีปัจจัยขับเคลื่อนมาจากทางการเมือง  ส่วนหนึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นความรู้สึกไม่พอใจส่วนตัว  ส่วนหนึ่งมาจากเกิดความรู้สึกต่อต้านหรือไม่ชอบ แต่อีกส่วนหนึ่งอาจจะมาจากความรู้สึกที่มีการแข่งขัน คะแนนนิยมในทางการเมืองรวมอยู่ด้วย เพราะฉะนั้น ยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้นเท่าไหร่  โอกาสที่จะถูกต่อต้านก็มีมากขึ้น เมื่อรัฐบาลลงมือทำจริง ๆ แล้ว คนที่ได้ประโยชน์แม้ว่าไม่เคยอบก็กลับคิดใหม่  มีคนหนึ่งเล่าให้ผมฟังเมื่อวานบอกว่า เขาได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ซึ่งเดิมไม่เคยได้รับ  และนโยบายรัฐบาลให้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ๖๐ ปีขึ้นไป  เขาก็พูดกับเพื่อนเขาบอกว่า เขาเคยเลือกคนอื่นไม่เคยดูดำดูดีคนแก่ผู้อาวุโสอย่างนี้เลย  นี่คือคนที่เขาไม่ชอบ ไม่ได้เลือกด้วย แต่ให้เขาทุกคน  เหมือนกันกับเรื่องประกันรายได้เกษตรกร ช่วงแรกที่มีปัญหาเพราะว่ากลุ่มคนกลุ่มหนึ่งไปรณรงค์บอก อย่าไปลงทะเบียนเลย เขาไม่ทำหรอก เขาหลอก แต่พอมีการโอนเงินไปจริง ๆ คนบอกเขาทำจริง ๆ นะ  เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าตรงนี้มันเปลี่ยน  พอมันเปลี่ยนไปแล้ว  คะแนนนิยมอาจจะได้รับผลกระทบ แต่ถามว่าเป็นห่วงไหม  ก็ไม่ใช่ว่าประมาทนะ แต่ผมว่าสังคมน่ะ จะไม่อยากให้บ้านเมืองกลับไปสู่ความขัดแย้งกันอีก" 
 
... อภิสิทธิ์:  " ว่าในการมาทำงานของผมแม้ว่าปัญหาจะเยอะมากมาย และรู้ว่าสังคมต้องผ่านอะไรอีกหลายอย่าง  แต่โดยพื้นฐานผมพูดเสมอว่าผมเชื่อมั่นในประเทศของผม  ผมเชื่อมั่นในคนไทย  ก็คงจะหยิบตรงนี้ออกมาให้สอดคล้องกับสิ่งที่เราถือเป็นภารกิจสำคัญด้วยของรัฐบาลนี้ตอนเข้ามา คือทำอย่างไรจะสามารถเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนสู่ประเทศได้" 

... ทีมงานรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ:   " ทีนี้ในปีหน้า ก่อนถึงปีหน้า  ถ้าจะให้เลือกสัก ๓-๔ ตอนที่โปรดิวเซอร์ชอบ  ลองเลือกดูหน่อย  เผื่อว่าเราจะได้นำมาให้ผู้ชมได้ชมกันอีกสักรอบหนึ่ง"

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี:  " ผมชอบไปลพบุรี วันนั้นไปลพบุรี  ผมมีความรู้สึกว่า ทีมงานรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ ร้องเพลงทุ่งรวงทองอะไรอย่างนี้ "

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี: " นายกฯ เขามีความสุขมาก และคนดูก็มีความสุขนะ  ผมชอบเทปที่ไปอำนาจเจริญ  ยโสธร อุบลราชธานี  ผมมีความรู้สึกว่าวันนั้นเป็นวันที่นายกฯ สื่อกับคนแบบถึงตัวใกล้ชิด ท่ามกลางข้อครหาว่าคนภาคอีสานไม่ชอบพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ชอบอภิสิทธิ์  มันไม่จริง มันไม่ต้องมีคำบรรยาย (ภาพนายกรัฐมนตรีพบยายไฮ)"

ดร.อริสรา กำธรเจริญ: " ในฐานะประชาชนคนหนึ่งก็อยากขอเป็นกำลังใจให้กับนายกรัฐมนตรีและทีมงานในการแก้ไขปัญหาให้กับบ้านเมืองค่ะ หลังจากที่มีการแถลงนโยบายในรอบ ๑ ปีที่ผ่านมา  ซึ่งบอกว่าบางนโยบายก็พอใจ  บางนโยบายก็ยังไม่พอใจ  ต้องเร่งเดินหน้ากันต่อนะคะ  ก็ขอส่งกำลังใจไปให้ค่ะกับนโยบายที่ยังไม่พอใจ และต้องการจะทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม  นอกจากนี้ก็อยากให้ท่านดูแลสุขภาพด้วยนะคะ"

คุณวาสนา นาน่วม (ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์):  " ตอนที่พี่เช็คว่าเป็นพิธีกรก็ดูแบบ  คือพี่ชอบเขาอยู่แล้วตรงที่ว่าเขาดูแบบเซอ ๆ แบบเป็นคนติดดินอะไรแบบนี้ คือเราไม่คิดว่าคนที่เขาทำรายการ เหมือนกับเป็นรายการวาไรตี้ทั่วไปเรื่องชีวิตคน เขาจะแบบค่อนข้างลึกซึ้งเรื่องการเมือง เวลาเขาถามนายกรัฐมนตรี เขาก็ถามได้ดี เขาอาจจะทำการบ้านมา หรือเขาอาจจะสนใจเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว  เขาสามารถถามได้ smooth มาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของชีวิตชาวบ้านหรือแม้แต่เรื่องการเมืองประเด็นต่าง ๆ ก็สามารถ cover ได้ครอบคลุมมาก"

ผู้ดำเนินรายการ  (สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ):  " ได้รับภารกิจให้มาเป็นพิธีกรภาคสนามในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยฯ” เพื่อที่จะติดตามท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ ซึ่งเป็นผู้ชายที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในประเทศ และเป็นที่คาดหวัง เป็นความหวังของคนทั้งประเทศ ไม่ว่าจะใส่เสื้อสีอะไรนะครับ ภารกิจที่ท่านนายกรัฐมนตรีมาอันหนึ่งก็คือมาดูเรื่องของโครงการแก้ปัญหาภัยแล้ง  ซึ่งเท่าที่ได้คุยกับท่านนายกรัฐมนตรีบนเครื่องบินนะครับ  แนวความคิดของท่านนายกรัฐมนตรีหรือว่ารัฐบาลชุดนี้ก็คือจะไม่ทำโครงการที่เป็นเมกกะโปรเจ็กต์ โครงการผันน้ำ อะไรอย่างที่เราเคยได้ยินกันนะครับ แต่ว่าจะใช้วิธีการทำโครงการเล็ก ๆ แต่จ่ายไปตามชุมชนต่าง ๆ แล้วให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการนะครับผมเป็นคนทำสื่อนะครับ  เพราะฉะนั้น ผมรู้ว่าในกระบวนการผลิตหรือการทุ่มเทเรี่ยวแรงที่จะทำอะไรสักอย่างหนึ่ง  อันไหนที่เป็นการทำแบบเผา ๆ อันไหนเป็นการทำแบบการทุ่มเทอะไรอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ที่ผ่านมาในการที่ใช้สื่อในการที่จะสื่อสารถึงเรื่องความเข้าใจที่ควรจะมีต่อมิติการทำงานของรัฐอะไรอย่างนี้  ผมคิดว่าในรายละเอียดผมคงไม่มีอะไรที่จะแนะนำเขานะครับ  มีแต่ให้กำลังใจครับ"

นายอิสรา สุนทรวัฒน์  กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี:  " ในฐานะที่เห็นเกือบทุกตอนนะครับ และเห็นเกือบทุกครั้งไม่ว่าจะไปไหนก็แล้วแต่นะครับ  ขอชื่นชมทางทีมงานก่อนว่าเป็นทีมงานที่ค่อนข้างจะเข้มแข็ง"

คุณรุ่งฟ้า ทรัพย์พร้อม ผู้สื่อข่าวช่อง ๓: " อาจให้สื่อได้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ด้วย เพราะว่าโดยบุคลิกของนายกฯ ก็เป็นคนรุ่นใหม่" 

คุณบุษยา อุ้ยเจริญ  ผู้สื่อข่าว โมเดิร์นไนน์ทีวี:  " ที่บุรีรัมย์ชอบมากคือมันได้ลงไปเจอกับชาวบ้านจริง ๆ อยากให้เป็นบรรยากาศแบบนี้ และอยากให้ไปทุกพื้นที่ค่ะ"

... อภิสิทธิ์:  " ทั้งหมดนั้นก็เป็นเบื้องหน้าเบื้องหลังของรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยฯ” ในปี ๒๕๕๒ ผ่านไป ๕๐ ตอน ปีนี้ปี ๒๕๕๓ เป็นปีที่ผมเชื่อว่าท่านผู้ชมและพี่น้องประชาชนคนไทยก็คงตั้งความหวังเอาไว้ รัฐบาลเองก็อยากจะเชิญชวนให้เราช่วยกันทำปีนี้ให้เป็นปีที่พี่น้องคนไทยมีความสุขกันถ้วนหน้า รายการนี้ก็ยังคงทำหน้าที่ต่อไปในการที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่น สื่อสารกับพี่น้องประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของประเทศ มีอะไรที่จะติชมแนะนำผมและรายการยินดีรับฟังเสมอ สำหรับวันนี้ลาไปก่อนครับ"

 <<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ตัวตน “อภิสิทธิ์ “ ผ่านรายการเชื่อมั่นประเทศไทย

... เด็ดขาด ตั้งใจ ทำการบ้าน เอาจริงเอาจัง สุภาพในการใช้คำพูด คือ ตัวตน "อภิสิทธิ์" จากรายการเชื่อมั่นประเทศไทย โดยจะเห็นได้ชัดในกรณีสนามบินสุวรรณภูมิ และการให้เกียรติผู้ชมรายการฯ ผ่านการแต่งกายที่สุภาพ

... ย้อนดู:อภิสิทธิ์: " เพราะฉะนั้นอันนี้ในช่วงพูดคนเดียวคงได้สาระ แต่อารมณ์ความรู้สึกผมไม่ค่อยแน่ใจว่าออกมาเป็นอย่างไร แต่ว่าช่วงที่เป็นการเก็บภาพเวลาที่ไปในพื้นที่จะสนุก เพราะมันจะมีความเป็นธรรมชาติ จริงอยู่แรก ๆ เราจะขัด ๆ เขิน ๆ นิดหน่อย เพราะว่าเขาจะต้องมาติดไมค์ และตามตัวเราไปเรื่อย ๆ แต่ว่าโดยธรรมชาติพอเดินไปสักพักเดี๋ยวเราลืมไปเองว่ามีไมค์อยู่ เพราะฉะนั้น เราก็จะเริ่มพูดคุยกันเป็นเรื่องของปกติธรรมชาติไป ไม่ว่าจะเป็นการไปลงพื้นที่ อย่างเช่น ช่วงที่ไปอีสานหรือไปเหนือ หรือช่วงที่ไปอย่างสนามบินสุวรรณภูมิ หรือไปตลาดสามชุก หรืออะไร  มันก็จะมีความแตกต่างของสถานการณ์ของอารมณ์ของมัน ซึ่งผมคิดว่าคงจะสื่อสารในเชิงอารมณ์ความเป็นธรรมชาติและสัมผัสถึงบรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างเรากับประชาชนได้ค่อนข้างดี  ส่วนช่วงสัมภาษณ์มันก็เหมือนรายการสัมภาษณ์ทั่วไป  ซึ่งผมคิดว่า หนึ่ง ก็ช่วยคลายความรู้สึกคนดู  ผมเดาเอาเองนะครับ จากการที่ฟังพูดคนเดียว  พอฟังพูดคนเดียวแล้วคนจะมีความรู้สึกว่าอาจจะอยากมีคำถามเพิ่มเติม หรือทำไมเรื่องนั้นไม่ได้พูด เรื่องนี้ไม่ได้พูด ก็ต้องอาศัยพิธีกรมาทำหน้าที่แทน" 

... ย้อนดู:อภิสิทธิ์:  " แต่ว่าถ้าถามถึงในแง่ของความประทับใจ ส่วนใหญ่เป็นความประทับใจเวลาไปลงพื้นที่พบกับประชาชนมากกว่า เพราะว่ามันจะเริ่มได้อารมณ์ของคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราพูด  สิ่งที่เราทำจริง ๆ อย่างเช่น ตอนที่เราไปลพบุรี และมีบรรยากาศของเกษตรกรของชาวนา หรือแม้กระทั่งพอไปทำอีกครั้งตอนโครงการเริ่มเดินได้ที่พิจิตร และมีเกษตรกรมานั่งร่วมอยู่ด้วย แม้ว่าไม่ได้พูดอะไรมาก หรือว่าอาจจะถามเพียงเล็กน้อย แต่ก็สัมผัสถึงความรู้สึก ความสัมพันธ์ได้  ผมคิดว่าอันนั้นเป็นความประทับใจ หรือว่าที่ไปสามชุก หรือไปในพื้นที่ที่ชาวบ้านเขาอยากแสดงอะไรให้เราเห็น แม้กระทั่งโอทอปก็เป็นความประทับใจอีกแบบหนึ่ง ที่เห็นความกระตือรือร้นของประชาชน  เขาอยาก เขามีของดีที่เขาอยากจะแสดงให้คนเห็น  และเราช่วยให้เขาได้มีโอกาสสื่อสารด้วย"

... ทีมงานรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ:  " และวันนั้นสิ่งที่ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์แสดงออกมา ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ได้ไหมครับว่า อะไรคือบุคลิกของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ปรากฏอยู่ในวันนั้น และเป็นตัวตนของคุณอภิสิทธิ์จริง ๆ"

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี:  " ผมว่า

[๑] คือว่าตั้งใจทำงานเกินร้อย

[๒] มันบอกความเป็นคนที่ทำการบ้านเยอะมาก และก็ล่วงรู้ขั้นตอนกระบวนการปัญหาทุกอย่าง  ใครเกี่ยวข้องอย่างไร และ

[๓] ความเป็นคนจี้ปัญหา เอาจริงเอาจัง แล้วตัดสินใจ" 

ทีมงานรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ: " เด็ดขาด"

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี: " เด็ดขาด ความเด็ดขาดผมคิดว่าวันนั้นแสดงให้เห็นชัดมาก"

...ผู้ดำเนินรายการ:  " ท่านนายกฯ ครับถ้าฟังอย่างนี้ก็แสดงว่าหยิบเอาของออกจากข้างนอกบริเวณร้านไปแล้ว  น่าจะเข้าใจอย่างนั้นได้ไหม "

ย้อนดู:อภิสิทธิ์:  " เอาปัญหาแรกก่อนว่าที่ขณะนี้มีร้องเรียนเข้ามาท่านหนึ่ง   ที่บอกว่าไม่แน่ใจว่าร้านสุดสิ้นตรงไหน  แต่ถ้าเกิดยืนยันว่าไม่มีการไปแจ้งความ  ไปจับเขาในขณะที่อยู่ที่บริเวณ  และคนไม่มีเจตนาจะขโมย  ทีนี้ผมคิดว่าถ้ามีป้ายที่บอก  แต่ผมไม่รู้ทำได้แค่ไหน  อย่างตรงโน้นคงยาก  อันนี้ค่อนข้างชัด  แต่อย่างตรงโน้นคนซึ่งโดยสภาพ  สมมติว่าเดินทางจะซื้อน้ำหอม ซื้อเหล้า  ถามว่าเดินข้ามไปข้ามมาได้ใช่ไหม"
 
ผู้ชี้แจง:  " โดยปกติถ้าพกเหล้าออกจากบริเวณ  เราจะแนะนำให้ชำระเงินก่อน"

ย้อนดู:อภิสิทธิ์:   " โดยธรรมชาติมันเดินข้ามอยู่แล้ว  ถ้าเกินจุดนี้ไป  สินค้ายังไม่ได้ชำระ  ก็จะทำให้เกิดความรู้สึกว่าถ้ายืนอยู่ในนั้นปลอดภัย  อันนี้จะช่วยปัญหาแรก"
 
ผู้ดำเนินรายการ:  " สิ่งที่ท่านมองในจุดแรกคือความเข้าใจอาจจะคลาดเคลื่อน"

ย้อนดู:อภิสิทธิ์:   " เราต้องพูดกันตรง ๆ  นะครับ   คนก็มีทั้งคนดี  คนไม่ดี    อย่างกรณีที่  BBC ลงหมายความว่า หยิบจากตรงโน้น  และไปจับเอาปลาย  อย่างนี้ชัดครับ" 

ผู้ดำเนินรายการ: " อย่างนี้คือผิด"

ย้อนดู:อภิสิทธิ์:  " คงไม่เจตนาจะจ่ายแล้วล่ะครับ ถ้าไปถึงโน้น"

ย้อนดู:อภิสิทธิ์:    " เลยทำให้ผมคิดว่าได้ความเป็นความสดของบรรยากาศ และผมก็เตรียมไปในใจอยู่แล้วว่ามันมีเรื่องอะไรบ้างที่ต้องไปดู  และพยายามไม่ให้เสียสมาธิกับเรื่องรายการว่าจะไม่ให้ตกหล่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตำรวจที่จะต้องดูแลเวลาเกิดการจับกุม ตัวร้านค้าเอง เรื่องของของศุลกากร สรรพสามิต กระเป๋า อะไรต่าง ๆ"

... รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี:  " ผมว่านี่คือตัวตนที่แท้จริงนะ แต่ผมคิดว่าท่านเป็นคนสุภาพ บางทีท่านก็ใช้คำพูดที่อาจจะ คือความหมายเหมือนกัน แต่ใช้คำพูดที่ค่อนข้างจะเลี่ยง  ให้อีกคนหนึ่งเข้าใจเองว่าท่านกำลังสั่งการอย่างนั้นอย่างนี้  แต่ตามเรื่อง แต่กรณีสุวรรณภูมิ ท่านแสดงออก เพราะตอนนั้นเหตุการณ์มันมาถึงจุดที่ท่านคุยกับหลายหน่วยงานแล้ว ไม่มีอะไรดีขึ้น  ฉะนั้น ความเด็ดขาด การตั้งใจ การทำการบ้าน ความจริงจังที่งานวันนั้นนี่เห็นชัด แล้วในชีวิตการทำงานจริง ๆ ที่ทำเนียบ ที่ห้องประชุมเป็นอย่างนั้น เวลาประชุม ครม. ท่านสั่งเอง ทำการบ้านมาเสร็จสรรพแล้ว เปิดปั๊บท่านบอกเลยว่าข้าราชการไม่ต้องชี้แจง รัฐมนตรีชี้แจงก่อน ตัวรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องชี้แจง ชี้แจงไม่ได้ค่อยเอาตัวช่วย คือข้าราชการเข้ามา และท่านจี้ ทำไมคิดอย่างนั้น ทำไมเป็นอย่างนี้  ไม่ต้องอธิบายตรงนี้ผมเข้าใจ  แต่ถามว่าสุดท้ายมันคืออะไรอย่างนี้เป็นต้น ที่สุวรรณภูมิเหมือนกัน และไม่ใช่จบแค่นั้นนะ ท่านตามเรื่องต่อทุกอาทิตย์และให้รายงานว่าที่ไปดูวันนั้นเป็นอย่างไร  ๑-๒-๓-๔-๕"

... ย้อนดู:อภิสิทธิ์:  " ก็ดีใจนะครับ เพราะว่าก็มีโอกาสกลับไปสุวรรณภูมิอีกหลายครั้ง ก็ดูเหมือนว่าดีขึ้น มีการปรับปรุงก็ดีใจว่ามันเป็นผลที่เกิดขึ้นมาได้จริง ๆ "

... รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี:  " แต่ว่าสิ่งที่ผมคิดว่าเราได้มามากกว่านั้นอย่างหนึ่งมีสองเรื่องคือ  หนึ่ง เราเห็นความตั้งใจจริงของนายกฯ ที่ทำรายการนี้แบบเกินร้อย  เช่นว่า ท่านจะเป็นคนที่ติดตามสนใจอยู่ว่าอาทิตย์นี้เรื่องอะไร แล้วก็ตัวท่านเองจะต้องพูดเรื่องอะไรที่เป็นเรื่องสำคัญบ้าง ก็ยังมีการตระเตรียมข้อมูลทุกอย่างครบเรียบร้อยหมดก่อนออกรายการ  กลับจากต่างประเทศบางทีได้อยู่บ้านแค่ชั่วโมงเดียวก็มาออกรายการสด

ทีมงานรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ: " เช่น กลับจากเวียดนาม กลับจากกรุงโคเปนเฮเกน

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี:  " ใช่กลับจากโคเปนเฮเกน"

... "อภิสิทธิ์" กับ Sudoku
ย้อนดู:อภิสิทธิ์:
   " เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องเวลา แม้กระทั่งต้องกลับมาจัดรายการ อย่างที่เดนมาร์กกลับมาถึงเช้าปั๊บก็ต้องมาจัดรายการเลย หรือมีหนหนึ่งไปกัมพูชา  จริง ๆ แล้วเราก็กลับมาตั้งแต่ตอนหัวค่ำ ปรากฏว่าเครื่องบินเสียกว่าจะกลับมาถึงก็ตีสอง ตีสาม แต่วันรุ่งขึ้นก็ต้องมาอัดรายการ นัดหมายไว้แล้ว อะไรอย่างนี้ ก็ชินแล้วครับ และผมรู้เลยว่าถ้าจะกลับมาเมืองไทยและต้องมาทำรายการ ผมก็จะพยายามปรับเวลาตัวเอง ตั้งแต่ตอนอยู่บนเครื่องบิน  แต่เวลาเราขึ้นเครื่องบินซูดูกุ ชอบเล่น โดยเฉพาะเวลาเดินทาง และขึ้นเครื่องบินมีซูดูกุเล่น  เหมือนกับเป็นการทดสอบตัวเองด้วย วันนี้สมองเราโลดแล่นแค่ไหน ถ้าเล่นได้เร็วปั๊บ แก้เสร็จปั๊บก็มีความรู้สึกโอเควันนี้ใช้ได้ เราพร้อมพอสมควร วันไหนทำซูดูกุไม่ได้ก็เริ่มกังวลแล้ว สงสัยวันนี้ท่าทางปฏิภาณไหวพริบการคิดการแก้ปัญหาจะไม่ดีเท่าที่ควร  ถ้าดูจากกระดานนี้ก็รู้สึกว่าอันนี้ไม่มีขีดฆ่า ไม่มีลบเลย วันนั้นคงจะเป็นวันที่ดี แต่จำไม่ได้แล้ววันไหนครับ
 
เตรียมตัวแค่ไหนส่วนใหญ่แล้ว  ผมปกติเวลาไปพูดหรือออกรายการตามที่ต่าง ๆ ก็มักจะไม่ค่อยใช้ ไม่ได้เขียนละเอียดอยู่แล้ว และโดยเฉพาะเวลารายการโทรทัศน์ ถ้านั่งก้มเงยก้มเงยอยู่ตลอด  ผมว่าคนดูเขาคงรำคาญ  เพราะฉะนั้นจริง ๆ พยายามเรียบเรียงความคิดในหัวมากกว่า ซึ่งจะเป็นแนวที่ผมใช้เวลาไปพูดตามที่ต่าง ๆ ช่วงที่นั่งรถก็พยายามเรียบเรียง อย่างมาก็โน๊ตเอาไว้นิดหนึ่ง จดเอาไว้นิดหนึ่งว่ามีประเด็นหลัก ๆ อะไรที่ไม่ให้ลืม ส่วนใหญ่พอมาถึงทีมงานก็เจอของฝากเยอะ ช่วยประชาสัมพันธ์งานนี้ อย่าลืมเรื่องโน้น เสร็จแล้วก็ยังมีบางประเด็นที่ทีมงานเขาจะมาเสนอแนะอีก เช่น  บอกว่าอย่าลืมมติ ครม. เรื่องนั้น วันนั้นประชุมเรื่องนี้ ก็ต้องเอามาจับ ๆ รวมกัน ส่วนใหญ่บอกตรง ๆ ก็ ๕ นาที ๑๐ นาทีก่อนออกรายการ พอถึงเวลาก็พูดไป แถมบางทีมีของแถม...
 
... รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี:  " มีอยู่ตอนหนึ่งคือตอนที่ตัดเทปรายการไม่เสร็จที่จะต้องต่อจากที่ท่านพูดคนเดียว ทีมงานก็ส่งไปบอกว่าให้ขยายไปอีก ๕ นาที ๑๐ นาที  โอ้โห พูดไป ๒๐.๓๐ นาที  แต่ท่านก็แฮปปี้ที่ได้คุย  ผมมีความรู้สึก

๑. วัตถุประสงค์ที่ได้คือนายกฯ ตั้งใจในการคุยกับประชาชนมาก

๒. ที่ผมคิดว่าได้เยอะคือว่ารายการนี้ตกลงกันตั้งแต่ต้นว่าไม่มีรูปแบบรายการที่แน่นอน"

... ย้อนดู:อภิสิทธิ์:  " เราก็บอกว่ารายการนี้คงไม่ใช่เหมือนกับรายการที่มาตอบคำถามรายวัน เพราะฉะนั้น ก็อยากจะให้เป็นพิธีกรที่ซักถามจริง แต่ว่ามองภาพระยะยาวหน่อย  ไม่ใช่แค่มามองว่าเหมือนกับมาสัมภาษณ์ผม เหมือนกับที่ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์อยู่ทุกวัน ๆ แต่ว่าที่ผ่านมาก็พึงพอใจกับพิธีกรแทบจะเรียกว่าทุกรายนะครับ ต่างคนต่างก็มีประสบการณ์ มีความตั้งใจมาค่อนข้างดี"

ทีมงานรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ:  " พูดถึงเสื้อผ้าของนายกฯ ที่ใช้ในรายการ ตอนแรก ๆ ท่านใส่สูท และคนก็วิจารณ์กันมาก ไปทำยังไงถึงทำให้ท่านระยะหลังมานี่  ผมว่าเปลี่ยนเสื้อทุกสัปดาห์ และมียี่ห้อด้วย ยี่ห้อหมายถึงทุกงานเลย มีงานโอทอปก็ใส่โอทอป ไทยเข้มแข็ง ใส่ไทยเข้มแข็ง  อันนี้มีเบื้องหลังไหม"

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี:  " จริง ๆ เราพยายามคุยกับนายกฯ ว่าวันอาทิตย์ผมว่าคนคงไม่อยากจะเห็นใครมาออกจอทีวีแล้วก็ยังใส่สูทนั่งผูกไท และก็นั่งพูดอะไรที่แข็ง ๆ ทุกวัน  แต่ว่าใหม่ ๆ ท่านบอกว่า ท่านใช้คำนี้เลยนะเราต้องให้เกียรติกับผู้ชมด้วย ฉะนั้น แรก ๆ ท่านก็ออกมาเป็นลักษณะที่ผูกไทใส่สูท แต่พอตอนหลังมาก็จะมีรายการต่าง ๆ ที่กระทรวงจัด ก็จะขอว่าให้ใส่เสื้อเหมือนกับเป็นการโปรโมทรายการ เพราะฉะนั้น วิธีการอย่างนี้คนดูกลับชอบที่มีความรู้สึกว่าอยากให้วันอาทิตย์เป็นวันสบาย ๆ ซึ่งท่านก็พยายามจะดูให้สุภาพที่สุดนะครับ อันหนึ่งก็คือท่านเคารพคนดู เคารพผู้ชม เพราะฉะนั้น ท่านก็จะสุภาพ ตรงเวลา และจะแต่งตัว แล้วก็ดูดี  และคำพูดจาก็พยายามที่จะพูดให้เห็นว่าเราแคร์ความรู้สึกของคนดู ของผู้ชม จะเป็นอย่างนั้น"

... ย้อนดู:อภิสิทธิ์:   " คือจริง ๆ แล้วเวลาลงพื้นที่ ส่วนใหญ่ก็จะมีการใช้เสื้อผ้าที่เหมาะสมไป ที่เป็นปัญหามากก็จะเป็นตอนพูดเดี่ยว และจะมีกองเชียร์ของแต่ละความคิดมาตลอดเวลา ยังไม่จบนะครับ ฝ่ายหนึ่งก็หงุดหงิดมาก บอกวันอาทิตย์วันพักผ่อนทำไมใส่สูทผูกเนคไท  ทำไมใส่เสื้อให้ดูเป็นทางการ อีกฝ่ายหนึ่งก็ยืนยันบอกถ้าเกิดขืนใส่เสื้อยืดออกมา ทำไมมันดูไม่เหมาะ เป็นหัวหน้ารัฐบาล คือจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันตลอดเวลา ก็ไม่ลงตัวสักทีครับ"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)
จากรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เวลา ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐น.


คลิ๊ก เพื่ออ่านคำต่อคำ

คลิ๊ก เพื่อชม VDO รายการเต็ม

(กลับไปด้านบน)