... เด็ดขาด ตั้งใจ ทำการบ้าน เอาจริงเอาจัง สุภาพในการใช้คำพูด คือ ตัวตน "อภิสิทธิ์" จากรายการเชื่อมั่นประเทศไทย โดยจะเห็นได้ชัดในกรณีสนามบินสุวรรณภูมิ และการให้เกียรติผู้ชมรายการฯ ผ่านการแต่งกายที่สุภาพ
... ย้อนดู:อภิสิทธิ์: " เพราะฉะนั้นอันนี้ในช่วงพูดคนเดียวคงได้สาระ แต่อารมณ์ความรู้สึกผมไม่ค่อยแน่ใจว่าออกมาเป็นอย่างไร แต่ว่าช่วงที่เป็นการเก็บภาพเวลาที่ไปในพื้นที่จะสนุก เพราะมันจะมีความเป็นธรรมชาติ จริงอยู่แรก ๆ เราจะขัด ๆ เขิน ๆ นิดหน่อย เพราะว่าเขาจะต้องมาติดไมค์ และตามตัวเราไปเรื่อย ๆ แต่ว่าโดยธรรมชาติพอเดินไปสักพักเดี๋ยวเราลืมไปเองว่ามีไมค์อยู่ เพราะฉะนั้น เราก็จะเริ่มพูดคุยกันเป็นเรื่องของปกติธรรมชาติไป ไม่ว่าจะเป็นการไปลงพื้นที่ อย่างเช่น ช่วงที่ไปอีสานหรือไปเหนือ หรือช่วงที่ไปอย่างสนามบินสุวรรณภูมิ หรือไปตลาดสามชุก หรืออะไร มันก็จะมีความแตกต่างของสถานการณ์ของอารมณ์ของมัน ซึ่งผมคิดว่าคงจะสื่อสารในเชิงอารมณ์ความเป็นธรรมชาติและสัมผัสถึงบรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างเรากับประชาชนได้ค่อนข้างดี ส่วนช่วงสัมภาษณ์มันก็เหมือนรายการสัมภาษณ์ทั่วไป ซึ่งผมคิดว่า หนึ่ง ก็ช่วยคลายความรู้สึกคนดู ผมเดาเอาเองนะครับ จากการที่ฟังพูดคนเดียว พอฟังพูดคนเดียวแล้วคนจะมีความรู้สึกว่าอาจจะอยากมีคำถามเพิ่มเติม หรือทำไมเรื่องนั้นไม่ได้พูด เรื่องนี้ไม่ได้พูด ก็ต้องอาศัยพิธีกรมาทำหน้าที่แทน"
... ย้อนดู:อภิสิทธิ์: " แต่ว่าถ้าถามถึงในแง่ของความประทับใจ ส่วนใหญ่เป็นความประทับใจเวลาไปลงพื้นที่พบกับประชาชนมากกว่า เพราะว่ามันจะเริ่มได้อารมณ์ของคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราพูด สิ่งที่เราทำจริง ๆ อย่างเช่น ตอนที่เราไปลพบุรี และมีบรรยากาศของเกษตรกรของชาวนา หรือแม้กระทั่งพอไปทำอีกครั้งตอนโครงการเริ่มเดินได้ที่พิจิตร และมีเกษตรกรมานั่งร่วมอยู่ด้วย แม้ว่าไม่ได้พูดอะไรมาก หรือว่าอาจจะถามเพียงเล็กน้อย แต่ก็สัมผัสถึงความรู้สึก ความสัมพันธ์ได้ ผมคิดว่าอันนั้นเป็นความประทับใจ หรือว่าที่ไปสามชุก หรือไปในพื้นที่ที่ชาวบ้านเขาอยากแสดงอะไรให้เราเห็น แม้กระทั่งโอทอปก็เป็นความประทับใจอีกแบบหนึ่ง ที่เห็นความกระตือรือร้นของประชาชน เขาอยาก เขามีของดีที่เขาอยากจะแสดงให้คนเห็น และเราช่วยให้เขาได้มีโอกาสสื่อสารด้วย"
... ทีมงานรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ: " และวันนั้นสิ่งที่ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์แสดงออกมา ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ได้ไหมครับว่า อะไรคือบุคลิกของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ปรากฏอยู่ในวันนั้น และเป็นตัวตนของคุณอภิสิทธิ์จริง ๆ"
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี: " ผมว่า
[๑] คือว่าตั้งใจทำงานเกินร้อย
[๒] มันบอกความเป็นคนที่ทำการบ้านเยอะมาก และก็ล่วงรู้ขั้นตอนกระบวนการปัญหาทุกอย่าง ใครเกี่ยวข้องอย่างไร และ
[๓] ความเป็นคนจี้ปัญหา เอาจริงเอาจัง แล้วตัดสินใจ"
ทีมงานรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ: " เด็ดขาด"
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี: " เด็ดขาด ความเด็ดขาดผมคิดว่าวันนั้นแสดงให้เห็นชัดมาก"
...ผู้ดำเนินรายการ: " ท่านนายกฯ ครับถ้าฟังอย่างนี้ก็แสดงว่าหยิบเอาของออกจากข้างนอกบริเวณร้านไปแล้ว น่าจะเข้าใจอย่างนั้นได้ไหม "
ย้อนดู:อภิสิทธิ์: " เอาปัญหาแรกก่อนว่าที่ขณะนี้มีร้องเรียนเข้ามาท่านหนึ่ง ที่บอกว่าไม่แน่ใจว่าร้านสุดสิ้นตรงไหน แต่ถ้าเกิดยืนยันว่าไม่มีการไปแจ้งความ ไปจับเขาในขณะที่อยู่ที่บริเวณ และคนไม่มีเจตนาจะขโมย ทีนี้ผมคิดว่าถ้ามีป้ายที่บอก แต่ผมไม่รู้ทำได้แค่ไหน อย่างตรงโน้นคงยาก อันนี้ค่อนข้างชัด แต่อย่างตรงโน้นคนซึ่งโดยสภาพ สมมติว่าเดินทางจะซื้อน้ำหอม ซื้อเหล้า ถามว่าเดินข้ามไปข้ามมาได้ใช่ไหม"
ผู้ชี้แจง: " โดยปกติถ้าพกเหล้าออกจากบริเวณ เราจะแนะนำให้ชำระเงินก่อน"
ย้อนดู:อภิสิทธิ์: " โดยธรรมชาติมันเดินข้ามอยู่แล้ว ถ้าเกินจุดนี้ไป สินค้ายังไม่ได้ชำระ ก็จะทำให้เกิดความรู้สึกว่าถ้ายืนอยู่ในนั้นปลอดภัย อันนี้จะช่วยปัญหาแรก"
ผู้ดำเนินรายการ: " สิ่งที่ท่านมองในจุดแรกคือความเข้าใจอาจจะคลาดเคลื่อน"
ย้อนดู:อภิสิทธิ์: " เราต้องพูดกันตรง ๆ นะครับ คนก็มีทั้งคนดี คนไม่ดี อย่างกรณีที่ BBC ลงหมายความว่า หยิบจากตรงโน้น และไปจับเอาปลาย อย่างนี้ชัดครับ"
ผู้ดำเนินรายการ: " อย่างนี้คือผิด"
ย้อนดู:อภิสิทธิ์: " คงไม่เจตนาจะจ่ายแล้วล่ะครับ ถ้าไปถึงโน้น"
ย้อนดู:อภิสิทธิ์: " เลยทำให้ผมคิดว่าได้ความเป็นความสดของบรรยากาศ และผมก็เตรียมไปในใจอยู่แล้วว่ามันมีเรื่องอะไรบ้างที่ต้องไปดู และพยายามไม่ให้เสียสมาธิกับเรื่องรายการว่าจะไม่ให้ตกหล่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องตำรวจที่จะต้องดูแลเวลาเกิดการจับกุม ตัวร้านค้าเอง เรื่องของของศุลกากร สรรพสามิต กระเป๋า อะไรต่าง ๆ"
... รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี: " ผมว่านี่คือตัวตนที่แท้จริงนะ แต่ผมคิดว่าท่านเป็นคนสุภาพ บางทีท่านก็ใช้คำพูดที่อาจจะ คือความหมายเหมือนกัน แต่ใช้คำพูดที่ค่อนข้างจะเลี่ยง ให้อีกคนหนึ่งเข้าใจเองว่าท่านกำลังสั่งการอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ตามเรื่อง แต่กรณีสุวรรณภูมิ ท่านแสดงออก เพราะตอนนั้นเหตุการณ์มันมาถึงจุดที่ท่านคุยกับหลายหน่วยงานแล้ว ไม่มีอะไรดีขึ้น ฉะนั้น ความเด็ดขาด การตั้งใจ การทำการบ้าน ความจริงจังที่งานวันนั้นนี่เห็นชัด แล้วในชีวิตการทำงานจริง ๆ ที่ทำเนียบ ที่ห้องประชุมเป็นอย่างนั้น เวลาประชุม ครม. ท่านสั่งเอง ทำการบ้านมาเสร็จสรรพแล้ว เปิดปั๊บท่านบอกเลยว่าข้าราชการไม่ต้องชี้แจง รัฐมนตรีชี้แจงก่อน ตัวรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องชี้แจง ชี้แจงไม่ได้ค่อยเอาตัวช่วย คือข้าราชการเข้ามา และท่านจี้ ทำไมคิดอย่างนั้น ทำไมเป็นอย่างนี้ ไม่ต้องอธิบายตรงนี้ผมเข้าใจ แต่ถามว่าสุดท้ายมันคืออะไรอย่างนี้เป็นต้น ที่สุวรรณภูมิเหมือนกัน และไม่ใช่จบแค่นั้นนะ ท่านตามเรื่องต่อทุกอาทิตย์และให้รายงานว่าที่ไปดูวันนั้นเป็นอย่างไร ๑-๒-๓-๔-๕"
... ย้อนดู:อภิสิทธิ์: " ก็ดีใจนะครับ เพราะว่าก็มีโอกาสกลับไปสุวรรณภูมิอีกหลายครั้ง ก็ดูเหมือนว่าดีขึ้น มีการปรับปรุงก็ดีใจว่ามันเป็นผลที่เกิดขึ้นมาได้จริง ๆ "
... รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี: " แต่ว่าสิ่งที่ผมคิดว่าเราได้มามากกว่านั้นอย่างหนึ่งมีสองเรื่องคือ หนึ่ง เราเห็นความตั้งใจจริงของนายกฯ ที่ทำรายการนี้แบบเกินร้อย เช่นว่า ท่านจะเป็นคนที่ติดตามสนใจอยู่ว่าอาทิตย์นี้เรื่องอะไร แล้วก็ตัวท่านเองจะต้องพูดเรื่องอะไรที่เป็นเรื่องสำคัญบ้าง ก็ยังมีการตระเตรียมข้อมูลทุกอย่างครบเรียบร้อยหมดก่อนออกรายการ กลับจากต่างประเทศบางทีได้อยู่บ้านแค่ชั่วโมงเดียวก็มาออกรายการสด"
ทีมงานรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ: " เช่น กลับจากเวียดนาม กลับจากกรุงโคเปนเฮเกน
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี: " ใช่กลับจากโคเปนเฮเกน"
... "อภิสิทธิ์" กับ Sudoku
ย้อนดู:อภิสิทธิ์: " เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องเวลา แม้กระทั่งต้องกลับมาจัดรายการ อย่างที่เดนมาร์กกลับมาถึงเช้าปั๊บก็ต้องมาจัดรายการเลย หรือมีหนหนึ่งไปกัมพูชา จริง ๆ แล้วเราก็กลับมาตั้งแต่ตอนหัวค่ำ ปรากฏว่าเครื่องบินเสียกว่าจะกลับมาถึงก็ตีสอง ตีสาม แต่วันรุ่งขึ้นก็ต้องมาอัดรายการ นัดหมายไว้แล้ว อะไรอย่างนี้ ก็ชินแล้วครับ และผมรู้เลยว่าถ้าจะกลับมาเมืองไทยและต้องมาทำรายการ ผมก็จะพยายามปรับเวลาตัวเอง ตั้งแต่ตอนอยู่บนเครื่องบิน แต่เวลาเราขึ้นเครื่องบินซูดูกุ ชอบเล่น โดยเฉพาะเวลาเดินทาง และขึ้นเครื่องบินมีซูดูกุเล่น เหมือนกับเป็นการทดสอบตัวเองด้วย วันนี้สมองเราโลดแล่นแค่ไหน ถ้าเล่นได้เร็วปั๊บ แก้เสร็จปั๊บก็มีความรู้สึกโอเควันนี้ใช้ได้ เราพร้อมพอสมควร วันไหนทำซูดูกุไม่ได้ก็เริ่มกังวลแล้ว สงสัยวันนี้ท่าทางปฏิภาณไหวพริบการคิดการแก้ปัญหาจะไม่ดีเท่าที่ควร ถ้าดูจากกระดานนี้ก็รู้สึกว่าอันนี้ไม่มีขีดฆ่า ไม่มีลบเลย วันนั้นคงจะเป็นวันที่ดี แต่จำไม่ได้แล้ววันไหนครับ
เตรียมตัวแค่ไหนส่วนใหญ่แล้ว ผมปกติเวลาไปพูดหรือออกรายการตามที่ต่าง ๆ ก็มักจะไม่ค่อยใช้ ไม่ได้เขียนละเอียดอยู่แล้ว และโดยเฉพาะเวลารายการโทรทัศน์ ถ้านั่งก้มเงยก้มเงยอยู่ตลอด ผมว่าคนดูเขาคงรำคาญ เพราะฉะนั้นจริง ๆ พยายามเรียบเรียงความคิดในหัวมากกว่า ซึ่งจะเป็นแนวที่ผมใช้เวลาไปพูดตามที่ต่าง ๆ ช่วงที่นั่งรถก็พยายามเรียบเรียง อย่างมาก็โน๊ตเอาไว้นิดหนึ่ง จดเอาไว้นิดหนึ่งว่ามีประเด็นหลัก ๆ อะไรที่ไม่ให้ลืม ส่วนใหญ่พอมาถึงทีมงานก็เจอของฝากเยอะ ช่วยประชาสัมพันธ์งานนี้ อย่าลืมเรื่องโน้น เสร็จแล้วก็ยังมีบางประเด็นที่ทีมงานเขาจะมาเสนอแนะอีก เช่น บอกว่าอย่าลืมมติ ครม. เรื่องนั้น วันนั้นประชุมเรื่องนี้ ก็ต้องเอามาจับ ๆ รวมกัน ส่วนใหญ่บอกตรง ๆ ก็ ๕ นาที ๑๐ นาทีก่อนออกรายการ พอถึงเวลาก็พูดไป แถมบางทีมีของแถม...
... รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี: " มีอยู่ตอนหนึ่งคือตอนที่ตัดเทปรายการไม่เสร็จที่จะต้องต่อจากที่ท่านพูดคนเดียว ทีมงานก็ส่งไปบอกว่าให้ขยายไปอีก ๕ นาที ๑๐ นาที โอ้โห พูดไป ๒๐.๓๐ นาที แต่ท่านก็แฮปปี้ที่ได้คุย ผมมีความรู้สึก
๑. วัตถุประสงค์ที่ได้คือนายกฯ ตั้งใจในการคุยกับประชาชนมาก
๒. ที่ผมคิดว่าได้เยอะคือว่ารายการนี้ตกลงกันตั้งแต่ต้นว่าไม่มีรูปแบบรายการที่แน่นอน"
... ย้อนดู:อภิสิทธิ์: " เราก็บอกว่ารายการนี้คงไม่ใช่เหมือนกับรายการที่มาตอบคำถามรายวัน เพราะฉะนั้น ก็อยากจะให้เป็นพิธีกรที่ซักถามจริง แต่ว่ามองภาพระยะยาวหน่อย ไม่ใช่แค่มามองว่าเหมือนกับมาสัมภาษณ์ผม เหมือนกับที่ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์อยู่ทุกวัน ๆ แต่ว่าที่ผ่านมาก็พึงพอใจกับพิธีกรแทบจะเรียกว่าทุกรายนะครับ ต่างคนต่างก็มีประสบการณ์ มีความตั้งใจมาค่อนข้างดี"
ทีมงานรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ: " พูดถึงเสื้อผ้าของนายกฯ ที่ใช้ในรายการ ตอนแรก ๆ ท่านใส่สูท และคนก็วิจารณ์กันมาก ไปทำยังไงถึงทำให้ท่านระยะหลังมานี่ ผมว่าเปลี่ยนเสื้อทุกสัปดาห์ และมียี่ห้อด้วย ยี่ห้อหมายถึงทุกงานเลย มีงานโอทอปก็ใส่โอทอป ไทยเข้มแข็ง ใส่ไทยเข้มแข็ง อันนี้มีเบื้องหลังไหม"
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี: " จริง ๆ เราพยายามคุยกับนายกฯ ว่าวันอาทิตย์ผมว่าคนคงไม่อยากจะเห็นใครมาออกจอทีวีแล้วก็ยังใส่สูทนั่งผูกไท และก็นั่งพูดอะไรที่แข็ง ๆ ทุกวัน แต่ว่าใหม่ ๆ ท่านบอกว่า ท่านใช้คำนี้เลยนะเราต้องให้เกียรติกับผู้ชมด้วย ฉะนั้น แรก ๆ ท่านก็ออกมาเป็นลักษณะที่ผูกไทใส่สูท แต่พอตอนหลังมาก็จะมีรายการต่าง ๆ ที่กระทรวงจัด ก็จะขอว่าให้ใส่เสื้อเหมือนกับเป็นการโปรโมทรายการ เพราะฉะนั้น วิธีการอย่างนี้คนดูกลับชอบที่มีความรู้สึกว่าอยากให้วันอาทิตย์เป็นวันสบาย ๆ ซึ่งท่านก็พยายามจะดูให้สุภาพที่สุดนะครับ อันหนึ่งก็คือท่านเคารพคนดู เคารพผู้ชม เพราะฉะนั้น ท่านก็จะสุภาพ ตรงเวลา และจะแต่งตัว แล้วก็ดูดี และคำพูดจาก็พยายามที่จะพูดให้เห็นว่าเราแคร์ความรู้สึกของคนดู ของผู้ชม จะเป็นอย่างนั้น"
... ย้อนดู:อภิสิทธิ์: " คือจริง ๆ แล้วเวลาลงพื้นที่ ส่วนใหญ่ก็จะมีการใช้เสื้อผ้าที่เหมาะสมไป ที่เป็นปัญหามากก็จะเป็นตอนพูดเดี่ยว และจะมีกองเชียร์ของแต่ละความคิดมาตลอดเวลา ยังไม่จบนะครับ ฝ่ายหนึ่งก็หงุดหงิดมาก บอกวันอาทิตย์วันพักผ่อนทำไมใส่สูทผูกเนคไท ทำไมใส่เสื้อให้ดูเป็นทางการ อีกฝ่ายหนึ่งก็ยืนยันบอกถ้าเกิดขืนใส่เสื้อยืดออกมา ทำไมมันดูไม่เหมาะ เป็นหัวหน้ารัฐบาล คือจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันตลอดเวลา ก็ไม่ลงตัวสักทีครับ"
<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>