เลิกหวยออนไลน์ รายได้ไม่คุ้มเสีย สธ.โปร่งใส รมต.แสดงสปิริต ชายแดนใต้: รูปธรรม ๑ ปี ตัวชี้วัดคุณภาพ ทำไมการพัฒนาต้องมีทหาร ? รบ.ปรับแนวทางเข้ากับวิถีชีวิตประชาชน (๑๐ ม.ค.๕๓)

- เลิกหวยออนไลน์ รายได้ไม่คุ้มผลกระทบ เป็นธรรมกันทุกฝ่าย
- สธ.โปร่งใส : รมต.ลาออกแสดงสปิริต สอบสวนเดินหน้าต่อ
- ชายแดนใต้: รูปธรรมใน ๑ ปี พร้อมตัวชี้วัดคุณภาพ
- ชายแดนใต้: ทำไมต้องมีทหาร ? ในการพัฒนา
- ชายแดนใต้: ทำไมไม่เจรจา ?
- ชายแดนใต้: รบ.ปรับแนวทางให้เข้ากับวิถีชีวิตประชาชน
- ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

  - เลิกหวยออนไลน์ รายได้ไม่คุ้มผลกระทบ เป็นธรรมกันทุกฝ่าย

..." อภิสิทธิ์" จุดยืนที่ชัดเจน ๑.ไม่ต้องการให้รบ.ขยายการพนัน หรืออบายมุขอื่น ๆ ถือเป็นการกระตุ้นสังคม  ๒.อยากจะให้ระวังแนวคิดแก้ไขเรื่องที่ผิดกม. ให้เป็นเรื่องถูก กม. รัฐบาลไม่ประสงค์หารายได้จากสิ่งเหล่านี้และมั่นใจกับการตัดสินใจครั้งนี้ที่ส่วนรวมได้ประโยชน์อย่างแท้จริง ซึ่งไม่คุ้มกับผลกระทบต่อสังคม เด็กและเยาวชนในอนาคต ทั้งนี้รบ.พร้อมให้ความเป็นธรรมกับสิทธิประโยชน์ที่พึงจะได้ตามที่ระบุไว้ในสัญญา ซึ่งจะต้องมีการชดเชย และครอบคลุมถึงกลุ่มคน ซึ่งมีความรู้สึกว่าได้รับผลกระทบ

อภิสิทธิ์: "เรื่องที่  ๒ ที่อยู่ในความสนใจกันมากคือปัญหาหวยออนไลน์  ผมต้องเท้าความสักนิดนะครับว่าจริง ๆ แล้วตั้งแต่ที่ผมไม่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  ผมมีจุดยืนที่ชัดเจนครับ  ผมมีจุดยืนที่ชัดเจนว่า

[๑.] ผมไม่ต้องการให้รัฐบาลส่งสัญญาณในเรื่องของการขยายเรื่องของอบายมุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือว่าการอำนวยความสะดวกหรือการทำให้การพนัน หรืออบายมุขอื่น ๆ ขยายตัวได้ง่าย  โดยเฉพาะการเพิ่มรูปแบบใหม่  ๆ เข้าไป เพราะถือเป็นการกระตุ้นสังคม 

[๒.] ผมอยากจะให้ระมัดระวังเป็นพิเศษจากแนวคิดที่บอกว่าปัญหาใดก็ตามซึ่งดูจะแก้ไขได้ยาก และเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย  ก็ใช้วิธีการทำให้เป็นเรื่องที่ถูกกฎหมายเสีย  เพราะผมคิดว่าอันนี้ก็จะไปเกี่ยวข้องกับประเด็นแรกว่าเป็นการส่งสัญญาณที่ผิด

ที่สำคัญคือว่าเราเคยมีประสบการณ์มาแล้วครับกรณีของหวยบนดิน  ซึ่งได้มีการดำเนินการก่อนหน้านี้ก่อนที่จะมีการชี้ว่าขัดต่อกฎหมาย  ก็พบความจริงอย่างหนึ่งครับว่าในช่วงที่มีหวยบนดินนั้น หวยใต้ดินไม่ได้หมดไป  ถามว่ามีการลดลงไปบ้างหรือไม่  คงมีการลดลงไปบ้างครับ  แต่การลดลงของหวยใต้ดินนั้นเทียบกับปริมาณของคนที่เข้ามาเล่นหวยเทียบกันไม่ได้เลย 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของเด็กและเยาวชนนั้นก็มีการศึกษาอย่างชัดเจนว่าทำให้เด็กและเยาวชนนั้นเข้ามาเกี่ยวข้องหรือมาเล่นหวยเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว  เพราะฉะนั้น สมมติว่าเราลดหวยใต้ดินไปได้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์  แต่ว่าคนที่เข้ามาเล่นหวยเพิ่มเติมจากที่ไม่เคยเล่นมาก่อน มันจะมากกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์  ที่ลดลงไปอย่างมากมายมหาศาล 

เพราะฉะนั้น ประเด็นนี้มันจึงไม่ใช่ประเด็นที่ว่าเราจะแก้ปัญหาหวยใต้ประเด็นจึงอยู่ที่ว่าถ้าจะทำก็เพียงแต่ว่าเราเสียดายเงินที่อยู่ในระบบหวยใต้ดิน และก็อยากเอาขึ้นมาบางส่วน หรือว่าเป็นช่องทางใหม่ในการเงินรายได้ให้กับรัฐบาล  ซึ่งผมคิดว่าผมอยากจะส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า รัฐบาลนั้นไม่ประสงค์ที่จะรายได้จากสิ่งเหล่านี้เพิ่มขึ้นดินด้วยวิธีนี้หรือไม่ ประเด็นจึงอยู่ที่ว่าถ้าจะทำก็เพียงแต่ว่าเราเสียดายเงินที่อยู่ในระบบหวยใต้ดิน และก็อยากเอาขึ้นมาบางส่วน หรือว่าเป็นช่องทางใหม่ในการเงินรายได้ให้กับรัฐบาล  ซึ่งผมคิดว่าผมอยากจะส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า รัฐบาลนั้นไม่ประสงค์ที่จะรายได้จากสิ่งเหล่านี้เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้น อันนี้ก็คือจุดยืนที่ได้แสดงมาโดยตลอด

ขณะเดียวกันหลายคนก็สอบถาม ตั้งข้อสงสัยว่าทำไมปล่อยเวลาล่วงมาถึง ๑ ปีถึงได้มาพูด ถึงมาตัดสินใจเรื่องนี้หรือมาทำเรื่องนี้  ไม่ใช่ครับ  ตลอดทั้งปี ๒๕๕๒ ผมได้คุยกับท่านรัฐมนตรีว่าการและช่วยว่าการกระทรวงการคลัง รวมทั้งท่านปลัดทั้ง ๒ ปลัดเลยนะครับ เพราะว่าปีที่แล้วมีการเปลี่ยนแปลงปลัดกระทรวงด้วย  ผมบอกว่าให้ช่วยไปดูหน่อยว่าจะสามารถที่จะเจรจากับคู่สัญญาได้อย่างไรหรือไม่ ว่าสามารถที่จะหาข้อตกลงใหม่มาทดแทนการที่ไม่ต้องออกหวยออนไลน์  ถ้าเขามีการลงทุนในเรื่องของอุปกรณ์หรือเครื่องต่าง ๆ ก็ให้ไปดูสิว่าสามารถที่จะเอาเครื่องไปทำเป็นอย่างอื่นได้หรือไม่  ตกลงกันได้หรือไม่  ซึ่งก็มีการเจรจากันมาคือหมายความว่าทางสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลก็ทราบนโยบายนี้จากท่านรัฐมนตรีเป็นเวลา ๑ ปี  แต่ว่าหาข้อยุติไม่ได้ครับ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็เหมือนกับว่ายังมีการยืนยันเจตนารมณ์ในการดำเนินการในโครงการเดิม  จนกระทั่งมาถึงปลายปีครับ  ผมก็ทราบว่าทางคณะกรรมการของกองสลากฯ ก็มีมติว่าจะให้เดินหน้าในเรื่องนี้  และจะแจ้ง ครม. ทราบต่อไป  ผมจึงมาดูว่าถ้าไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงสัญญาอะไรต่าง ๆ ได้ ก็ต้องไปดูในตัวสัญญาว่ามีช่องทางใดที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้  ก็ไปพบข้อเท็จจริงว่าในสัญญานั้นเปิดช่องเอาไว้ว่า ถ้าเป็นกรณีที่เป็นนโยบายของรัฐบาลก็สามารถที่จะเลิกโครงการได้  แต่ต้องมีการชดเชย ด้วยเหตุผลนี้ครับผมจึงได้บอกว่าเมื่อไม่สามารถที่จะตกลงหรือหาแนวทางอื่นมาทดแทนได้  ก็น่าที่จะได้พิจารณาให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และจะได้กลับไปเจรจากันใหม่ 

ผมก็อยากจะเชิญชวนภาคเอกชนที่เป็นคู่สัญญาว่า รัฐบาลมีความตั้งใจเช่นนี้เป็นนโยบาย เป็นเป้าหมายในเรื่องของสังคม อยากจะให้ร่วมมือครับ  แล้วให้ความเป็นธรรมกับท่านว่าสิทธิหรือประโยชน์ที่พึงจะได้ตามที่ระบุไว้ในสัญญาที่จะต้องมีการชดเชยกัน ถ้าเราสามารถหารูปแบบในการที่จะมาตกลงกันได้  ไม่ต้องมีความขัดแย้ง ไม่ต้องมีการฟ้องร้องกัน  รัฐบาลพร้อมให้ความเป็นธรรมเต็มที่  และจะครอบคลุมไปถึงกลุ่มคนซึ่งมีความรู้สึกว่าได้รับผลกระทบ เช่น คนที่เคยถูกคัดเลือกว่าจะได้เป็นคนเดินโพย อะไรต่าง ๆ ควรจะมีการหาทางเยียวยาหรือหาทางออกให้กับคนเหล่านี้ด้วย  รัฐบาลจะให้ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่  เพราะว่าทำเรื่องนี้ก็เพื่อเป้าหมายในเรื่องของสังคม   และการส่งสัญญาณที่ถูกต้อง 

ขณะเดียวกันครับก็อยากจะเรียนว่าการดำเนินการในเรื่องนี้ก็จะต้องใช้เวลาอีกประมาณ ๑ เดือนในการที่จะหาคำตอบ หาทางออกที่ดีที่สุด  และผมเชื่อมั่นครับว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ส่วนรวมได้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง

สำหรับปัญหาหวยใต้ดินนั้นเป็นเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย  รัฐบาลก็ต้องเข้มงวดกวดขันมากยิ่งขึ้น  เพราะผมย้ำอีกครั้งว่าจากตัวเลข จากประสบการณ์ที่เราเคยผ่านมา และโดยเฉพาะจากข้อกฎหมาย ในปัจจุบันใครที่คิดว่าหวยออนไลน์จะมาแก้ไขปัญหาหวยใต้ดินนั้น  ไม่จริงครับ  ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้  การบังคับใช้กฎหมายอย่างเดียวนะครับที่จะเป็นตัวที่สามารถเดินเรื่องนี้ได้อย่างแท้จริง  และผมยืนยันครับว่าผมมีจุดยืนที่ชัดเจนว่าเงินรายได้ที่เราจะได้จากหวยออนไลน์นั้น ไม่คุ้มกับผลกระทบทางสังคม ผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนและอนาคตของชาติที่ตามมา จึงได้มีการตัดสินใจที่จะเดินไปในแนวทางนี้ครับ เวลาในช่วงเริ่มต้นหมดแล้วนะครับ  เพราะว่าในช่วงต่อไปนั้นก็จะไปดูภาพที่ได้บันทึกไว้จากการปฏิบัติภารกิจที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และหลังจากนั้นมาพบกับพิธีกรรับเชิญเพื่อพูดคุยกันในเรื่องของปัญหาความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- สธ.โปร่งใส : รมต.ลาออกแสดงสปิริต สอบสวนเดินหน้าต่อ

...รมต.วิทยาลาออก พูดชัดเจน เพื่อเป็นการรับผิดชอบต่อความรู้สึกของประชาชน  ส่วนรมช.คงจะมีความชัดเจนภายในวันสองวันนี้ ด้านนายกรัฐมนตรี ยืนยันแนวทางการทำงานของรัฐบาล หากมีปัญหา ข้อครหา  ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ไม่ว่าจะเป็นโครงการใด รัฐบาลจะดำเนินการค้นหาข้อเท็จจริงให้เกิดความโปร่งใส และให้มีความรับผิดชอบทางการเมืองที่มีความชัดเจน

อภิสิทธิ์: " ในช่วงต้นนี้ครับคงจะมี ๒ เรื่องที่ผมอยากจะขอใช้เวลาพูดคุยกับพี่น้องประชาชน เพราะว่าอยู่ในความสนใจและบังเอิญก็เป็นสิ่งที่ยังไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกันในรายการนี้เลยนะครับ  เรื่องแรกเลยคือเรื่องของปัญหาที่เกิดขึ้นที่กระทรวงสาธารณสุข  อยากจะขออธิบายนิดหนึ่งครับว่าปัญหาที่เกิดขึ้นที่กระทรวงสาธารณสุขนั้นสืบเนื่องมาจากเมื่อมีการดำเนินการในเรื่องของปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง  และมีการนำเสนอโครงการต่าง ๆ ของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อที่จะผลักดันในโครงการไทยเข้มแข็งนั้น  ก็มีข้อท้วงติงและข้อครหาขึ้นมาครับว่ามีการจัดซื้อหรือมีการเสนอให้มีการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ ครุภัณฑ์ เครื่องไม้เครื่องมือ ซึ่งไม่ได้เป็นที่ต้องการของโรงพยาบาลต่าง ๆ และก็มีการตั้งข้อสังเกตว่าในการตั้งงบประมาณหรือการเสนอของบประมาณนั้นในบางรายการนั้นราคาสูงเกินความเป็นจริง 

ผมเลยได้มีการพูดคุยปรึกษาหารือกับทางรัฐมนตรีในขณะนั้นคือท่านรัฐมนตรีวิทยา แก้วภราดัย ท่านเป็นผู้เสนอเองครับว่าเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ดีที่สุดก็คือเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการที่มีความเป็นกลางเข้ามาตรวจสอบในเรื่องนี้  ความเป็นจริงแล้วเรื่องของโครงการต่าง ๆ เหล่านี้ยังไม่ได้มีการดำเนินการอยู่ในขั้นตอนของการที่จะมีการนำเสนอ แล้วจะได้มีการอนุมัติในการใช้จ่ายเงินปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง  ท่านรัฐมนตรีท่านเห็นว่าเพื่อความโปร่งใสและแสดงออกถึงความสุจริตใจ  ท่านก็บอกว่าให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบและโครงการต่าง ๆ ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีปัญหานั้นก็ให้ระงับเอาไว้ก่อน  ในที่สุดแล้วท่านก็เสนอว่าคุณหมอบรรลุ ศิริพานิช นั้นเป็นบุคคลซึ่งได้รับความเชื่อถือ และน่าจะมีความเป็นกลางในการที่จะสอบในเรื่องนี้ทั้งหมด ก็เสนอให้ผมนั้นไปทาบทาม  ในที่สุดนั้นก็ได้มีการตกลงกันในการตั้งคณะกรรมการชุดที่เข้ามาตรวจสอบโดยผมเป็นผู้ลงนามในคำสั่ง  ท่านรัฐมนตรีวิทยานั้นท่านเป็นผู้เสนอและเห็นชอบที่จะให้มีการดำเนินการเช่นนี้

เรื่องที่ ๑ หลังจากที่สอบมา ๒ เดือน  คณะกรรมการก็ได้นำผลของการสอบมาเสนอผมในช่วงปลายปี แล้วได้มีข้อเสนอที่ชัดเจนซึ่งผมได้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีไปแล้ว  ข้อแรกก็คือเรื่องของโครงการต่าง ๆ นั้น ตรวจพบในความเห็นของคณะกรรมการว่า มีหลายรายการซึ่งไม่ควรที่จะได้มีการดำเนินการ และมีหลายรายการซึ่งราคาสูงเกินความเป็นจริง  เพราะฉะนั้น ผมได้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครม.ก็มีมติในการไปทบทวนรายการเหล่านี้ทั้งหมด  แต่ว่าเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาใหม่ ๆ เกิดขึ้นมาอีก  การทบทวนโครงการเหล่านี้ งบประมาณเหล่านี้ ก็หมายความรายการใดที่ตัดออกไปก็ดี  งบประมาณที่น้อยลง เพราะว่าราคาการปรับลดลงมาก็ดี เงินทั้งหมดนั้นจะไม่ใช้  ไม่มีการจัดสรรไปทำโครงการใหม่ ไม่มีการโยกงบประมาณอะไรทั้งสิ้น

เรื่องที่ ๒ คือว่าเนื่องจากว่าทางคณะกรรมการมีความเห็นว่าข้าราชการที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้มีทั้งที่เกษียณอายุไปแล้ว และที่ยังไม่เกษียณอายุ 

  • ที่เกษียณอายุไปแล้วนั้นก็ขอให้ส่งเรื่องทั้งหมดให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ครม.ก็ได้มีมติให้กระทรวงสาธารณสุขส่งเรื่องราวทั้งหมดให้ ป.ป.ช.แล้ว 
  • สำหรับข้าราชการที่ยังอยู่ในราชการ ก็เสนอให้มีการดำเนินการทางวินัย ซึ่งก็ต้องมีการแยกแยะต่อไปครับ เพราะว่าบางรายนั้นระบุชัดเจนว่าคณะกรรมการไม่ได้คิดว่ามีปัญหาการทุจริต แต่อาจจะมีความบกพร่องหรืออาจจะต้องมีความรับผิดชอบในทางสายงาน  แต่บางรายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการที่มีการนำเสนอในเรื่องของรายการที่มีปัญหาต่าง ๆ ก็คงต้องมีการแยกแยะกันไป   แต่ว่าตามกฎหมายของ ก.พ. การที่จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบต้องเป็นไปตามลำดับชั้น  ซึ่งจะต้องรอรัฐมนตรีท่านใหม่ที่จะเข้ามาดำเนินการในเรื่องนี้

ส่วนที่ ๓ นั้นก็เป็นเรื่องของฝ่ายการเมือง  ฝ่ายการเมืองนั้นรายงานก็ระบุมาว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องหรือสมควรที่จะต้องรับผิดชอบ ๔ ท่าน ๒ ท่านลาออกไปก่อนหน้านี้แล้ว  เป็นที่ปรึกษาหรือเป็นตำแหน่งทางการเมืองที่เกี่ยวข้อง  ลาออกไปตั้งแต่ก่อนที่จะมีการสอบสวน  ส่วนอีก ๒ ท่านนั้น คือท่านรัฐมนตรีว่าการ และท่านรัฐมนตรีช่วย  ซึ่งทางคณะกรรมการก็บอกว่าเป็นดุลพินิจของผมที่จะดำเนินการต่อไป   ผมก็ได้ยืนยันว่าเนื่องจากตอนต้นของการจัดตั้งรัฐบาล  ผมได้พูดไปแล้วนะครับว่าการทำงานในรัฐบาลนั้นก็จะต้องมีความรับผิดชอบ  ซึ่งความรับผิดชอบทางการเมืองนั้นจะมีมาตรฐานที่สูงกว่าความรับผิดชอบในทางกฎหมาย  ซึ่งต่อมาท่านรัฐมนตรีวิทยาก็ได้ลาออก โดยพูดชัดเจนว่าเป็นการลาออกเพื่อรับผิดชอบต่อความรู้สึกต่อประชาชน  และในส่วนของท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการก็คงจะมีความชัดเจนภายในวันสองวันนี้  ทั้งหมดนี้ก็คือเรื่องที่ได้มีการดำเนินการไปเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในกระทรวงสาธารณสุข 

ผมขอยืนยันนะครับว่าเรื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ยืนยันถึงแนวทางการทำงานของรัฐบาลว่า ถ้าหากว่ามีปัญหาข้อครหา ข้อกล่าวหา ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ไม่ว่าจะเป็นโครงการใด ๆ ก็ตามนั้น รัฐบาลจะดำเนินการค้นหาข้อเท็จจริงให้เกิดความโปร่งใส และจะต้องมีการดำเนินการทั้งทางวินัย ทางอาญา และให้มีความรับผิดชอบทางการเมืองที่มีความชัดเจน ทั้งนี้ทั้งนั้นผมขอย้ำครับว่าผู้ที่ถูกกล่าวหาทั้งหมด หรือถูก พาดพิงทั้งหมดนั้น ก็จะมีโอกาสในการที่จะชี้แจงและได้รับความเป็นธรรมอย่างแน่นอน  ผมเองไม่สามารถที่จะไปสรุปได้ เพราะว่ารายงานที่เสนอเข้ามานั้นก็มีพาดพิงถึงบุคคลในลักษณะต่าง ๆ กันไป อย่างที่ผมได้เรียนแล้ว และบางเรื่องคงจะต้องมีการสอบเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนต่อไป อันนั้นก็เป็นเรื่องหนึ่งซึ่งอยู่ในความสนใจ และก็ผมคิดว่าภายในสัปดาห์หน้าทุกอย่างคงจะเรียบร้อยชัดเจนครับ "

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >> 


(กลับไปด้านบน)

- ชายแดนใต้: รูปธรรมใน ๑ ปี พร้อมตัวชี้วัดคุณภาพ

... สิ่งที่รัฐบาลได้ดำเนินการอย่างชัดเจน ๑.การปรับปรุงกม.บริหารราชการ ๓ จ.ชายแดนใต้ ๒.แผนพัฒนา จ.ชายแดนใต้ กำหนดเป้าหมายชัดเจนมีตัวชี้คุณภาพชีวิตประชาชน ๓.บทบาทความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชน ๔.เริ่มทดลองกฎอัยการศึกษา ๔ อำเภอสงขลา

ผู้ดำเนินรายการ:
" สวัสดีค่ะกลับมาในช่วงท้ายของรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์” นะคะ วันนี้ดิฉัน เขมสรณ์  หนูขาว ได้มีโอกาสมานั่งสนทนากับท่านนายกฯ นะคะ ถึงประเด็นในเรื่องของปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้  แต่วันนี้ไม่ได้มาคนเดียวมีผู้ร่วมดำเนินรายการอีก ๓ ท่านนะคะ ซึ่งต้องบอกว่าเป็นผู้ที่ติดตามสนใจและศึกษาเรื่องของปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้อย่างใกล้ชิด  ขออนุญาตแนะนำผู้ร่วมดำเนินรายการก่อนนะคะ  ท่านแรกค่ะ คุณอนุพงศ์ ชัยฤทธิ์  พี่เปี๊ยก เป็นสื่อมวลชนอิสระ และติดตามเรื่องของภาคใต้มาโดยตลอดกว่า ๒๐ ปีแล้ว  นอกจากนี้ยังมีอีก ๒ ท่านค่ะเราลิ้งค์ตรงมาเลยนะคะจากหาดใหญ่  เป็นผู้ที่คลุกคลีอยู่ในพื้นที่และเข้าใจถึงปัญหาอย่างแท้จริงนะคะ คุณมูฮัมหมัดอายุบ ปาทาน  จาก Deep South Watch ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้  และคุณสุพจน์ จริงจิต  จากหนังสือพิมพ์โพกัส ภาคใต้  สวัสดีท่านนายกฯ ค่ะ  ทางโน้นอาจจะ delay นิดหนึ่งนะคะ แต่ทางหาดใหญ่ลิ้งค์ตรงสดมาเลยนะคะ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตพูดถึงภาพรวมก่อนค่ะ  ก่อนหน้านี้ท่านนายกฯ พูดมาค่อนข้างชัดเจนในการแถลงผลงานของรัฐบาล ว่ายังไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ในเรื่องของการแก้ปัญหาภาคใต้  ถ้าอย่างนั้นถามว่า ๑ ปีที่ผ่านมารัฐบาลได้มีมาตรการอะไรออกมาที่เป็นรูปธรรมในการแก้ปัญหาภาคใต้คะ"

อภิสิทธิ์:  " คือผมอยากให้เข้าใจว่าความไม่พอใจคือว่าข้อเท็จจริงคือยังมีความรุนแรงอยู่  แม้ว่าเหตุการณ์ความรุนแรงเวลาดูตัวเลขอาจจะบอกว่าลดลง ๕๒ เทียบกับปี ๕๑ อาจจะลดลงเล็กน้อย และก็  ๕๑ ถ้าเทียบกับ ๕๐ ก็ลดลง จากการทำงานของรัฐบาลก่อนหน้า และเจ้าหน้าที่ทางด้านฝ่ายความมั่นคง  แต่ว่ายังไม่พอใจก็คือว่าความรุนแรงยังอยู่ในระดับที่เราไม่ควรจะยอมรับ  ขณะเดียวกันต้องยอมรับด้วยว่าที่สามารถลดเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้  ส่วนหนึ่งเราต้องใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงมหาศาล แต่ว่าไม่ได้หมายความว่า ๑ ปีรัฐบาลไม่พอใจว่าทิศทาง นโยบาย หรือสิ่งที่ได้ดำเนินการอยู่  สิ่งที่ได้ดำเนินการไปแล้วก็ชัดเจนนะครับคือ 

[๑.] เรากำลังมีการปรับปรุงกฎหมายในการที่จะมาบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้  ขณะนี้ก็อยู่ในขั้นของกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร  ตรงนั้นจะบูรณาการชัดเจนมากยิ่งขึ้น  และมีความรับผิดชอบทางการเมืองที่สูงขึ้น  ในแง่ของการบริหารจัดการนโยบายนี้ 

ประการที่ [๒.] คือว่าในสิ่งที่เราเน้นย้ำทิศทางที่ปรับเปลี่ยนไปก็คือเน้นการพัฒนา กับการอำนวยความยุติธรรม  ในส่วนของการพัฒนานั้นเราได้ มีการอนุมัติแผนที่มาจาก ครม. ที่ตั้งขึ้นเพื่อดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ  แผนพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้  ซึ่งผมพูดว่าปีที่ผ่านมาเราเพิ่งอนุมัติเงินไป ๒๐,๐๐๐ ล้าน  พอถึงสิ้นปี ๕๕ ประมาณ ๖๐,๐๐๐ กว่าล้าน แต่ที่พูดนี่เดี๋ยวจะมีคนบอกว่าอย่าคิดว่าเงินแก้ปัญหาได้  ถูกต้องครับ  ผมไม่ได้บอกว่ามีเงินลงไปแล้วจะแก้ปัญหาได้  แต่ความแตกต่างที่เราได้เห็นจากการลงพื้นที่ด้วยครั้งนี้ก็คือว่า แผนครั้งนี้เรากำหนดเป้าหมายชัดเจน ไม่ใช่บอกว่ามีเงินลงไปแล้วนั่นคือความสำเร็จว่าใช้เงินไปเท่าไหร่  เรามีตัวชี้วัดที่กำหนดเอาไว้แล้ว รายได้เฉลี่ยของประชาชนต้องเพิ่มขึ้นเท่าไหร่  พื้นที่ปาล์มจะเพิ่มขึ้น  พื้นที่นาข้าวจะเพิ่มขึ้น  มีการฝึกอาชีพเพิ่มขึ้น  และที่สำคัญคือว่าในการไปทำงานอย่างที่เราจะเห็น ๒ หมู่บ้านที่ลงไปวันนั้นที่นราธิวาสหนึ่ง และที่ปัตตานีหนึ่ง ก็คือเรามีการทำประชาคมเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เป็นผู้เสนอว่าจะแก้ปัญหาของเขาได้อย่างไร  เขาไปสำรวจเลยว่าครัวเรือนไหนมีรายได้ต่ำกว่า ๖๔,๐๐๐ บาท ขั้นแรกจะเอาให้ทุกคนให้เกิน ๖๔,๐๐๐ บาทก่อน แล้วจะไปถึง ๑๒๐,๐๐๐  บาท ที่เป็นเป้าหมายสุดท้าย อย่างนี้เป็นต้น   แล้วก็รวมไปถึงว่าแก้ปัญหาเฉพาะไปเลย เช่น ที่อยู่อาศัย ที่มีการมอบบ้าน  ก็เป็นการมีส่วนร่วม  และเราจะเห็นว่ามีการฝึกอาชีพ มีการฟื้นฟูเยาวชนที่มีปัญหายาเสพติด อย่างนี้เป็นต้น  เพราะฉะนั้น ตรงนี้ผมคิดว่าเป็นแนวทางที่ดี 

[๓.] ที่สำคัญสุดท้ายคือว่าเรากำลังปรับแนวทางที่พูดถึงเรื่องความยุติธรรม และบทบาทความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐกับประชาชน  บทบาทที่เราเห็นทหารช่างทำถนน  ซึ่งค้างมาหลายปีนี่เสร็จ บทบาทของทหารพรานที่จัดกิจกรรมพิเศษ  จริง ๆ นอกเหนือจากเรื่องปลา  ปรากฏว่าที่นั่นกลายเป็นที่ยอดนิยมสำหรับคนที่เป็นชิคุนกุนยา และก็มารักษา  ก็เป็นบริการที่จัดใหม่  ก็สร้างความไว้วางใจที่ดีขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชน  ส่วนปัญหาการละเมิดสิทธิ  ครม.ก็ได้มีมติไป ๒-๓ ครั้ง ปรับปรุงกระบวนการในเรื่องของการร้องเรียน โดยเฉพาะทุกครั้งที่จะมีการต่ออายุพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จะมีการทำการประเมินและมองดูว่ามีจุดอ่อนตรงไหนในแง่ของการไปใช้กฎหมายในทางที่ผิด  ปัจจุบันจะมีกลไกใหม่ขึ้นมา ระบบการร้องเรียน ระบบการบันทึก เกี่ยวกับการใช้อำนาจ

[๔.] และสุดท้ายก็คือว่าใน ๔ อำเภอของสงขลา ซึ่งก็เป็นส่วนที่เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาด้วยนอกจาก ๓ จังหวัดเราได้เริ่มทดลองในการเอากฎอัยการศึกออก  เอากฎหมายความมั่นคงซึ่งเบากว่าเยอะเข้าไป แล้วก็ต้นปีนี้ช่วงเดือน ๒ เดือนนี้ ผมจะเอามาตรา ๒๑ ของกฎหมายความมั่นคงมาดู  ซึ่งจะเป็นวิธีการในการที่จะดึงคนที่ถือว่าหลงผิดเข้าไปร่วมอยู่ในกระบวนการ กลับเข้ามา  ซึ่งกฎหมายความมั่นคงเปิดช่องได้  ถ้าเราทำตรงนี้และก็เริ่มไปได้ดี  ผมก็จะเอาตัวนี้ไปใช้กับ ๓ จังหวัดอีกทีหนึ่ง  ซึ่งขณะนี้มีทั้งกฎอัยการศึกและพ.ร.ก.ด้วย

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ชายแดนใต้: ทำไมต้องมีทหาร ? ในการพัฒนา

... ในหมู่บ้านหลายหมู่บ้านในพื้นที่๓จ.ชายแดนใต้ การพัฒนาหลายโครงการ ถ้าทหารไม่เข้าไป ก็ไม่สามรถเข้าถึงพื้นที่ได้ การเมืองนำการทหารคือ การเมืองนำนโยบายเข้าไปแก้ปัญหาในพื้นที่ ลดกำลังทหารลง ซึ่งมีการใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษ เอาจริงเอาจังการตรวจสอบกับข้อร้องเรียนต่าง ๆ

ผู้ดำเนินรายการ (อนุพงศ์):
   " ดูเหมือนรัฐบาลก็เดินหน้าในเรื่องของแนวทางในการพัฒนา ลดการใช้กำลังทางทหาร  อย่างที่ท่านนายกฯ ได้ให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่าจะลดจำนวนทหาร กำลังทหารใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อันนี้เป็นสัญญาณว่าสถานการณ์มันดีขึ้น และเปลี่ยนในเรื่องของเชิงนโยบาย"

อภิสิทธิ์:  " มัน ๒ ส่วนนะครับ สัญญาณว่าดีขึ้น  ก็ดีขึ้น  แต่อย่างที่ผมบอกครับว่าตัวเลขมันไม่ได้ดีขึ้นมาก  แต่ว่าสัญญาณที่เราต้องการจะส่งไปด้วย  คือว่าเราต้องการจะแสดงให้เห็นว่าเป้าหมายสุดท้ายไม่ใช่ว่าเราบอกว่าเหตุการณ์ลดลง  แต่ว่ากองกำลังของเราไปอยู่ที่นั่น ตอนนี้หลายหมื่น  เพิ่มขึ้น ๆ ไม่ใช่  เราต้องการลดเหตุการณ์และลดกำลังด้วย เพื่อที่จะเป็นตัวยืนยันว่านั่นล่ะคือการทำให้พื้นที่ตรงนั้นเข้าสู่ภาวะปกติอย่างแท้จริง"

ผู้ดำเนินรายการ (เขมสรณ์): " คือเหมือนที่ท่านนายกฯ เคยบอกว่าการเมืองนำการทหาร ยังเน้นตรงนั้นอยู่"

อภิสิทธิ์: " ถูกต้องครับ  อันนี้คือรูปธรรมของการเมืองนำการทหาร แน่นอนนะครับใครที่อยากจะเห็นมันเร็วกว่านี้อาจจะมีความรู้สึกว่า ยังไม่ใช่  แต่ผมบอกว่าเรื่องเหล่านี้มันไม่ใช่ง่าย  เพราะว่าในขณะที่ฝ่ายหนึ่งอาจจะมองว่ากองกำลังฝ่ายความมั่นคงที่อยู่ตรงนั้น และมีปัญหาการละเมิดสิทธิซึ่งมีบ้าง แต่ว่านโยบายชัด แต่เราบอกว่าคนจำนวนมากอาจจะมีออกนอกแถวไปก็มีบ้าง  แต่ขณะเดียวกันต้องไม่ลืมชุมชนอีกหลายชุมชนที่เขาก็มีความรู้สึกว่าเขายังมีความจำเป็นต้องการที่จะให้มีกองกำลังอยู่ตรงนั้น ให้เขาอุ่นใจ  มันก็มีความเห็นที่หลากหลาย  ซึ่งเราก็ต้องค่อย ๆ ทำไปในทิศทาง  แต่ว่าทิศทางที่เรากำหนดมันชัด  และเราเดินต่อเนื่องแน่นอน"

ผู้ดำเนินรายการ (เขมสรณ์):  " ขออนุญาตไปทางศูนย์ข่าวที่หาดใหญ่ด้วยนะคะ  เชิญคุณอายุบ และคุณสุพจน์เลยค่ะ"

ผู้ดำเนินรายการ (มูฮัมหมัดอายุบ): " สวัสดีครับท่านนายกฯ ผมมีประเด็นที่นายกฯ พูดถึงประเด็นการเมืองนำการทหาร  คือผมอยากคุยในประเด็นที่ว่าการเมืองนำการทหาร ไม่ทราบว่าทางรัฐบาลส่งสัญญาณชัดเจนไหมระหว่างทหาร ตำรวจ และพลเรือน ว่าจะต้องเดินนโยบายการเมืองนำการทหาร  ในวิธีปฏิบัติจริง ๆ ในภาคใต้"

อภิสิทธิ์:  " ส่งสัญญาณชัดเจนครับ จริง ๆ แล้วผมประชุมกับทางผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจ และประชุมกันในกรอบของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) บ้าง ครม.ภาคใต้บ้าง สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) บ้าง เราได้พูดชัดเจนถึงทิศทาง และผมได้เน้นย้ำว่าการที่เรามีกฎหมายพิเศษอยู่ และมีการใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษ การตรวจสอบการเอาจริงเอาจังกับข้อร้องเรียนต่าง ๆ จำเป็นต้องทำ  ซึ่งทางผู้บัญชาการเหล่าทัพ  ทางผู้บัญชาการตำรวจ  หัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ เห็นด้วยกับแนวทางนี้  และก็ยืนยันกับผมครับว่าจะต้องปรับปรุงในเรื่องนี้  เพราะว่าไม่ต้องการที่จะให้เรื่องเหล่านี้เป็นเหยื่อของฝ่ายตรงข้ามในการที่จะไปขยายผลครับ

... ผู้ดำเนินรายการ (สุพจน์): " สวัสดีครับท่านนายกฯ   ผมขออนุญาตถามท่านนายกฯ นิดหนึ่ง เพราะท่านพูดถึงเรื่องการเมืองนำการทหาร  แต่ถ้าเราดูการจัดงบประมาณตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ จนถึง ๒๕๕๒ แสนกว่าล้าน  ๑๙๐,๐๐๐ กว่าล้าน เป็นที่น่าสังเกตว่างบประมาณที่จะตอบโจทย์เรื่องการเมืองนำการทหาร ได้รับการจัดสรรงบประมาณน้อยมาก  อย่างกระทรวงยุติธรรม โครงการเสริมสร้างความยุติธรรม  ซึ่งเป็นความต้องการของคนในพื้นที่  แสนกว่าล้านได้รับการจัดสรรแค่ ๖๖๐,๐๐๐ ล้านใน ๓ จังหวัด ปัตตานี  นราธิวาส ยะลา  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งมีหน้าที่ในการฟื้นฟูทรัพยากร ซึ่งเป็นฐานชีวิตของชาวบ้าน ๕-๖ ปี แสนกว่าล้านได้แค่  ๓,๕๓๐,๐๐๐ บาท กระทรวงแรงงานซึ่งเมื่อสักครู่ท่านนายกฯ พูดบอกว่าจะพัฒนาฝีมือแรงงานก็ได้แค่ ๓๘.๖๘ ล้านบาท  มาดูกระทรวงศึกษาธิการดูเหมือนจะได้เยอะ แต่ปรากฏว่าเป็นงบก่อสร้างอาคารนิดเดียว และมาดูกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ดูว่าจะได้เยอะ แต่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของกรมชลประทาน ในขณะที่ ส.ป.ก. ซึ่งมีหน้าที่ดูแลเรื่องที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย  ได้แค่ ๑๑.๔ ล้านบาทจากแสนกว่าล้าน กระทรวงมหาดไทยใช้งบประมาณค่อนข้างได้สูง  ๑๙,๐๐๐ กว่าล้านใช้เกลี้ยงเลย ส่วนใหญ่ก็ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกือบหมดเลย กรมที่ดินซึ่งดูแลเรื่องโฉนด เรื่องที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน ที่ไปตอบโจทย์ตรงนั้นกลับได้แค่ ๕,๕๖๐,๐๐๐ บาท ซึ่งพอดูตัวเลขแบบนี้แล้วผมไม่แน่ใจว่า ถ้าการจัดสรรงบประมาณที่ผ่านมา คงจะไม่น่าไปตอบโจทย์การเมืองนำการทหาร และในส่วนของการใช้งบไทยเข้มแข็งของนายกฯ จะทำอย่างไร เพราะยังใช้ฟังก์ชั่นเดิมคือผ่านกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ"

อภิสิทธิ์: " ผมอยากจะเรียนอย่างนี้นะครับ อยากจะทำความเข้าใจให้ตรงกันสักนิดหนึ่ง การเมืองนำการทหารนี้คือหมายความว่าเราถือว่าปัญหาที่การเมืองจะต้องเอานโยบายนำเข้าไปแก้ ซึ่งจะตรงข้ามนะครับ ขออนุญาต จริง ๆ ไม่อยากพาดพิงรัฐบาลเก่า คือรัฐบาลเก่าพูดจะชัดเจนเลย ปัญหานี้เป็นปัญหาตำรวจ ทหาร จะแก้ไข อดีตนายกฯ เคยพูดชัดเจน ผมบอกว่าเราทำอย่างนั้นไม่ได้ แต่คำถามว่างบประมาณนี้ใช้ผ่านช่องทางไหน อย่างไร เพื่อตอบสนองนโยบายตัวนี้ มันจะต้องเป็นขั้นเป็นตอนของมันไป ผมยกตัวอย่างให้เห็นเป็นรูปธรรมเลยก็ได้นะครับว่า ถนนที่ผมไปเปิดนี้ ยะลา ปัตตานี นี้ครับ เดิมงบของกรมทางหลวง ถูกไหมครับ ปรากฏว่าในที่สุดทำไม่ได้ ทำไม่ได้เพราะอะไร เพราะเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดปัญหาขึ้นกับผู้รับเหมา ผู้รับเหมาก็ทิ้งงาน ในที่สุดก็ไม่สามารถทำงานได้ ทำได้ ๒๕ เปอร์เซ็นต์

ถามว่าการเมืองนำการทหาร ขณะนั้นผมเป็นคนเสนอนะครับแต่ว่าทางรัฐบาลท่านพลเอก สุรยุทธ์ฯ ท่านอาจจะตัดสินใจโดยไม่เกี่ยวข้อเสนอของผมก็ได้ ท่านก็บอกเอาทหารเข้าไปทำสิ ผมเห็นด้วยตั้งแต่ตอนนั้น เพราะว่าผมเห็นว่า

๑. จะทำให้เกิดความสำเร็จของงาน

๒. จะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างทหารกับประชาชน

สุดท้ายเราก็ต้องจัดงบให้ทหารช่าง ถูกไหมครับ เข้าไปทำ จนทหารช่างทำเส้นทางนี้สำเร็จ การที่งบประมาณไปอยู่กับทหารนี้ ผมไม่ได้มองว่าขัดกับการที่บอกว่าการเมืองนำการทหาร เช่นเดียวกันขณะนี้ครับต้องยอมรับว่าในหมู่บ้านหลายร้อยหมู่บ้านเลยนี้ การทำงานพัฒนาหลายเรื่อง ถ้าไม่เอาทหารเข้าไป บอกกันตรง ๆ ครับว่าเข้าพื้นที่ไม่ได้

เพราะฉะนั้นในขั้นนี้ยังเป็นขั้นที่ทางบทบาทของศอ.บต. ก็ดี ทหารก็ดี หรือกลไกของกอ.รมน. ซึ่งผมอยากจะย้ำนะครับว่าหลักของ กอ.รมน. ไม่ใช่เฉพาะทหาร แต่เป็นการบูรณาการทหาร ตำรวจ ข้าราชการ ฝ่ายปกครอง และยังต้องอาศัยกลไกเหล่านี้มากพอสมควร เพราะกลไกของกระทรวง ทบวง กรม ตามปกติ พบว่าทำงานได้ยากในหลายพื้นที่ แต่เมื่อเข้าไปแล้ว ผมไม่ได้ต้องการให้เข้าไปแล้วแบบถาวร ผมจึงมีนโยบายชัดเจนว่ากำลังของทหารเองนี้ เป้าหมายคือเราลด เพราะฉะนั้นพอเข้าไปได้ สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจได้ กำลังเริ่มถอนมาได้ หน่วยงานปกติเข้าไปได้ ผมว่าเราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างของงบประมาณและการใช้บุคลากรที่ตามมาอีกขั้นหนึ่งครับ ผมไม่อยากให้มองว่ามันเป็นเรื่องขัดกันในขณะนี้ ว่าทำไมเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังมีบทบาทสูงกับการที่เรากำลังพูดถึงเรื่องการเมืองนำการทหารครับ"

ผู้ดำเนินรายการ (เขมสรณ์): " ได้ยินท่านนายกฯ บอกแบบนี้"

ผู้ดำเนินรายการ (สุพจน์): " ยังไม่แน่ใจท่านนายกฯ จะใช้ฟังก์ชั่นไหน แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากจะทราบก็คือ เราจะจัดการเรื่องงบประมาณอย่างไรเพื่อไปตอบสนองนโยบายของรัฐในการแก้ปัญหาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และตรงเป้า และสามารถใช้การเมืองนำการทหารได้ จะใช้ทหารก็ไม่แปลก แต่ต้องไปตอบโจทย์เรื่องการเมืองนำการทหารในการแก้ปัญหา"

อภิสิทธิ์: " โจทย์ที่เราตั้งขณะนี้นะครับก็เป็นโจทย์ที่มาจากแผนที่เราทำขึ้น เรื่องแผนพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีเป้าหมายชัดเจนนะครับ อย่างที่ผมยกตัวอย่างไปเมื่อสักครู่ว่า เขาต้องไปสำรวจเลยในแต่ละหมู่บ้านว่า รายได้ของคนครัวเรือนที่ต่ำกว่า ๖๔,๐๐๐ บาทตอนนี้อยู่ที่ไหนอย่างไรบ้าง จะแก้ไขอย่างไร จะนำมาฝึกอาชีพ หรือเรื่องการศึกษาขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)  ก็ไปตั้งขึ้นอะไรอย่างนี้นะครับ ก็จะทำ ผมน้อมรับนะครับเพราะผมก็ทราบว่าเสียงวิจารณ์ในเรื่องงบตรงนี้ยังมีพอสมควร แล้วก็ได้กำชับอยู่ในการประชุมของครม. ภาคใต้ และกอ. รมน. ด้วยครับ ก็ต้องขอขอบคุณที่ตั้งข้อสังเกต คือระมัดระวังครับเพราะผมก็รู้ว่าอย่างที่ผมพยายามอธิบายครับ มันเป็นขั้นเป็นตอนไป บางทีเข้าไปแล้วถอนยาก นี้ผมเข้าใจนะครับ แต่ว่าจริง ๆ แล้วเป้าหมายของเราก็ชัดเจนคือต้องเข้าไปให้ได้ก่อน เสร็จแล้วเราก็จะเอาหน่วยงานต่าง ๆ ที่เป็นหน่วยงานปกติเข้าไปทดแทนให้ได้ นั่นคือความสำเร็จ ถ้าเข้าไปแล้วถอนไม่ได้นั่นไม่ใช่ความสำเร็จครับ อันนี้ผมตระหนักดีครับ"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ชายแดนใต้: ทำไมไม่เจรจา ?

... ความเป็นไปได้ในการยุติปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนใต้ ด้วยการเจรจา คำถามคือ เจรจากับใคร? เนื่องจากผู้นำการเคลื่อนไหวมีหลายรุ่น การทำงานไม่เหมือนกัน และใครเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง  กรณีของตากใบอยู่ในกระบวนการศาล กรณีไอร์ปาแย รบ.เดินหน้าติดตามอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่ารัฐเอาจริงเอาจังกับเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจ และความรู้สึกที่ไม่ดีกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่

ผู้ดำเนินรายการ (อนุพงศ์): " นโยบายสำคัญที่รัฐบาลชุดนี้พูดถึงคือเรื่องของการอำนวยความยุติธรรม ที่ท่านนายกฯ พูดถึงมาตรา ๒๑ ใน พ.ร.บ.ความมั่นคงซึ่งมันยังไม่เกิด คือหมายถึงว่ายังไม่ได้ใช้นะครับ แต่ว่าสิ่งที่มันยังปรากฏอยู่และยังเป็นเงื่อนไข ก็อย่างเรื่องของกรณีตากใบ และกรณีที่มีคนร้ายเข้าไปกราดยิงในมัสยิดที่ไอร์ปาแย ซึ่งถ้าเข้าไปดูใน Youtube ก็ยังมีภาพเหล่านี้และมีคนเข้าไปชมกันเป็นหมื่นเหมือนกัน มีการทำเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเหล่านี้ได้เป็นเงื่อนไข รัฐบาลจะเร่งทำเรื่องนี้อย่างไรทั้ง ๒ กรณีนี้ จะทำให้เกิดความรู้สึกว่าชาวบ้านนั้นมีความยุติธรรมที่จะฟ้องได้"

อภิสิทธิ์: " คือกรณีของตากใบขณะนี้อยู่ในกระบวนการของศาลนะครับ แล้วยังมีกรณีอื่น ๆ ด้วย ซึ่งผมก็ยืนยันว่าพยายามติดตามอย่างเต็มที่ อย่างก่อนหน้านี้ก็จะมีกรณีของอิหม่ามท่านหนึ่งด้วย ซึ่งต่อมาศาลก็ได้วินิจฉัยว่าเสียชีวิตระหว่างที่อยู่ในการควบคุมตัว ก็ต้องเดินต่อ แต่ว่าตามกฎหมายเราก็ไปป.ป.ช. เรื่องก็อยู่ที่ป.ป.ช. เป็นองค์กรอิสระ ซึ่งผมเข้าใจดีว่าพอเรื่องเหล่านี้ช้ามันก็มีการหยิบไปเป็นเงื่อนไข แต่ว่าพูดด้วยความเป็นธรรมนะครับมันไม่ได้ช้าเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับ ๓ จังหวัดภาคใต้ เราก็ทราบว่าเรื่องเวลาไปป.ป.ช. ไปศาลนี้ใช้เวลา แล้วก็บังเอิญหน่วยงานเหล่านี้เป็นหน่วยงานที่เป็นอิสระ แต่ว่าสิ่งหนึ่งซึ่งผมต้องทำให้ได้คือเรื่องไอร์ปาแย ไอร์ปาแยพูดกันตรง ๆ ก็คือว่าพอเกิดเหตุขึ้นนี้ ก็มีคนตั้งข้อสงสัยว่ามันเกี่ยวข้องกับทางเจ้าหน้าที่หรือไม่ คือต้องแยกนิดหนึ่งว่าไอร์ปาแยไม่เหมือนกับตากใบหรือกรือเซะ กรือเซะ ตากใบ นี้เป็นปฏิบัติการของภาครัฐชัดเจน ส่วนไอร์ปาแยมันก็เหมือนกับอาชญากรรมที่เกิดขึ้น แต่เราไม่รู้ว่าเป็นใครนะครับ แต่ว่าผมก็ให้ความมั่นใจว่าไม่มีการไปโยนความผิดไปให้ฝ่ายอื่นครับ ใครทำต้องเจอคนนั้น สุดท้ายนี้ออกหมายจับมา ผมคิดว่าวันนี้คนในพื้นที่ไม่มีใครสงสัยนะครับว่าเราออกหมายจับโดยไปหาแพะหรือเปล่า เขาคิดว่าเราออกถูกคน ปัญหาเวลานี้คือจับตัวมาให้ได้ ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตอยู่ว่าที่จับไม่ได้เพราะอะไร ซึ่งผมขอยืนยันนะครับว่า ตลอด ๒ - ๓ เดือนที่ผ่านมานี้ผมจี้เกือบทุกสัปดาห์ว่าพยายามตามตัวมาให้ได้ เพราะผมรู้ว่าเรื่องนี้สำคัญนะครับ และมีเบาะแสมีอะไรเพิ่มขึ้นแล้ว ผมคิดว่าถ้าได้ จะเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญว่าภาครัฐเอาจริงเอาจังกับเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจ และก็ความรู้สึกที่ไม่ดีกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่"

ผู้ดำเนินรายการ (อนุพงศ์): " ครับ ทีนี้พอพูดถึงประชาชน ในกรณีความขัดแย้ง ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี้รัฐบาลจะเจรจากับใคร เพราะดูจากรูปแบบที่เกิดขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่ว่าจะเป็นที่อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์นะครับ เรื่องของโมโรในมินดาเนาก็ยังไม่จบ ที่อินโดนีเซียจบลงที่อาเจะห์ มีการเจรจากับ Free Aceh Movement  มีทางออกคือการเจรจา อย่างกรณีของไทยถ้าไม่ใช้การทหารการลดกำลังทหารอย่างที่ท่านว่านี้ การเจรจามันเป็นไปได้ไหม จะเจรจากับใคร"

อภิสิทธิ์: " จริง ๆ คำถามที่ดีมากก็คือเจรจากับใคร เหตุผลหนึ่งซึ่งรูปแบบของปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่เหมือนกับหลายประเทศตรงนั้นก็คือว่า ไม่มีองค์กรที่แสดงความรับผิดชอบ หรือแม้กระทั่งไม่มีองค์กรที่คนส่วนใหญ่มีความมั่นใจนะครับว่าเป็นคนที่ควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดได้อย่างแท้จริง มีความหลากหลายอยู่ และพูดตรง ๆ

[ประเด็นหนึ่ง] ก็ที่เราติดตามมานี้ผู้นำของการเคลื่อนไหวนี้หลายรุ่น และก็ทำงานก็ไม่เหมือนกัน นั่นก็

[ประเด็นที่สอง] คือว่าเราจะใช้ช่องทางอย่างเช่น มาตรา ๒๑ ในการที่จะพูดคุยกับคนที่เข้าไปร่วมโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์นะครับ และสามารถที่จะกลับมาเพื่อที่จะทำความเข้าใจกันได้

แต่ว่าคำถามที่เราก็ต้องถามเช่นเดียวกันว่า ถ้าเราจะบอกว่า

[๑.] เจรจา เราก็ไม่รู้อยู่แล้วเจรจากับใคร

[๒.] เรามีเหตุผลอะไรที่จะยอมรับว่าคนเหล่านี้เป็นตัวแทนของประชาชนด้วย ในขณะที่เรามีการเลือกตั้งของคนในท้องถิ่น ที่สามารถที่จะดูแลเรื่องราวของตัวเองได้อยู่แล้ว และถ้าเรายิ่งตอบสนองความต้องการของเขาทางเศรษฐกิจ ทางสังคม ทางวัฒนธรรม แล้วยังต้องตั้งคำถามขึ้นว่าใครจะเป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นครับผมอยากจะเรียนว่าการพูดคุยระหว่างเจ้าหน้าที่กับคนในพื้นที่ ซึ่งอาจจะอยู่ในข่ายสงสัยว่าเป็นใครหรือไม่อย่างไร หรือแม้กระทั่งนอกพื้นที่ มันก็เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

ส่วนความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านก็ต้องขอเรียนว่าขณะนี้ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับทางมาเลเซียกับอินโดนีเซีย ความเข้าใจในเรื่องนี้ ความร่วมมือในเรื่องนี้ดีมาก อินโดนีเซียนั้นพูดจริง ๆ แล้วก็ได้ช่วยอธิบายให้เราในองค์การอิสลาม OIC มาหลายครั้งนะครับ และจากการที่ท่านนายกฯ มาเลเซียกับผมได้คุยกันแบบเปิดอกในเรื่องนี้ หรือลงไปพื้นที่ด้วยกัน ระยะหลังเราก็จะเห็นแนวโน้มที่ดีในแง่ของความร่วมมือระหว่าง ๒ ประเทศในเรื่องความมั่นคงด้วยครับ"

ผู้ดำเนินรายการ (อนุพงศ์): " อันนี้เป็นที่มาของการจับกุมที่ปาเสมัสเมื่อเดือนที่แล้วหรือเปล่าหลังจากที่เจอกับนายกฯ มาเลเซีย"

อภิสิทธิ์: " จะตอบฟันธงอย่างนั้นคงไม่ได้นะครับ แต่ว่าเอาเป็นว่าผมว่าความร่วมมือและเหตุที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นตัวที่บ่งบอกนะครับว่าเรากำลังมีความสัมพันธ์ในทางการทำงานที่ดี"

... ผู้ดำเนินรายการ (มูฮัมหมัดอายุบ): " สวัสดีครับท่านนายกฯ ผมมีประเด็นที่นายกฯ พูดถึงประเด็นการเมืองนำการทหาร  คือผมอยากคุยในประเด็นที่ว่าการเมืองนำการทหาร ไม่ทราบว่าทางรัฐบาลส่งสัญญาณชัดเจนไหมระหว่างทหาร ตำรวจ และพลเรือน ว่าจะต้องเดินนโยบายการเมืองนำการทหาร  ในวิธีปฏิบัติจริง ๆ ในภาคใต้"

อภิสิทธิ์:  " ส่งสัญญาณชัดเจนครับ จริง ๆ แล้วผมประชุมกับทางผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจ และประชุมกันในกรอบของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) บ้าง ครม.ภาคใต้บ้าง สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) บ้าง เราได้พูดชัดเจนถึงทิศทาง และผมได้เน้นย้ำว่าการที่เรามีกฎหมายพิเศษอยู่ และมีการใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษ การตรวจสอบการเอาจริงเอาจังกับข้อร้องเรียนต่าง ๆ จำเป็นต้องทำ  ซึ่งทางผู้บัญชาการเหล่าทัพ  ทางผู้บัญชาการตำรวจ  หัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ เห็นด้วยกับแนวทางนี้  และก็ยืนยันกับผมครับว่าจะต้องปรับปรุงในเรื่องนี้  เพราะว่าไม่ต้องการที่จะให้เรื่องเหล่านี้เป็นเหยื่อของฝ่ายตรงข้ามในการที่จะไปขยายผลครับ

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ชายแดนใต้: รบ.ปรับแนวทางให้เข้ากับวิถีชีวิตประชาชน

... รัฐบาลเชื่อว่ากระบวนการที่จะนำสันติสุขกลับคืนสู่พื้นที่ได้ก็คือกระบวนการการพัฒนา การอำนวยความยุติธรรม และที่สำคัญคือการให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา หัวใจสำคัญอยู่ที่ว่า ตอบสนองความต้องการของประชาชนหรือไม่

อภิสิทธิ์:
" พี่น้อง ท่านพี่น้องที่เคารพรักทุกท่านครับ วันนี้ผมและคณะได้เดินทางมาที่นี่เพื่อมาติดตามงานสำคัญของรัฐบาลก็คือการพัฒนาพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเราเรียกว่าเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เวลาที่เรามีโครงการต่าง ๆ เราจะไม่คิดเอง แล้วก็มาหยิบยื่นให้โดยไม่สนใจว่าพี่น้องต้องการอะไร แต่เราใช้หลักของการจัดทำประชาคม ซึ่งมีผู้นำโดยธรรมชาติของพี่น้องเข้ามามีส่วนร่วมในการประสานงาน รับฟังว่าความต้องการนั้นคืออะไร เราจะได้สามารถจัดงบประมาณลงมาได้ในแง่ของนโยบายทั่ว ๆ ไปนะครับ คือท่านรองนายกฯ กลัวผมจะลืมพูดคือเรื่องราคายาง เพราะว่าท่านสัญญากับผมเอาไว้บอกว่าจะต้องทำราคายางให้ได้เกิน ๘๐ บาท ตอนนี้เกินแล้วใช่ไหมครับ เกินแล้วให้กำลังใจท่านรองนายกฯ หน่อย แล้วก็ขอขอบคุณที่พี่น้องประชาชนได้ให้ความร่วมมือ ได้ให้ความไว้วางใจในการที่ทำงานร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ เพื่อที่จะพัฒนาหมู่บ้านและพื้นที่แห่งนี้ต่อไป ที่จริงมีเรื่องจะคุยเยอะครับ เพราะว่าวันนี้มีทั้งมาในส่วนของที่อยู่อาศัยนะครับ จะเรียกว่ามอบกุญแจบ้าน มีทั้งเรื่องของศาลาละหมาด ซึ่งท่านรองนายกฯ ท่านเดินทางมาเมื่อปลายปีที่แล้ว แล้วก็ได้รับทราบ และไประดมทรัพยากรมาเพื่อแก้ไขปัญหา และมีเรื่องอื่น ๆ อีก และตลอดทั้งวันผมใช้เวลาอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้ก็จะมีโครงการอีกหลายลักษณะที่เป็นตัวยืนยันว่านี่คือความตั้งใจจริงของรัฐบาล ผมอยากจะขอถือโอกาสนี้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่าน และพี่น้องประชาชนทุกท่านครับที่ทำให้งานของเรามีความคืบหน้าไปข้างหน้า และยืนยันครับว่านี่คือแนวทางที่รัฐบาลจะเดินหน้าทำงานเคียงคู่กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ นำความสันติสุขและความเจริญก้าวหน้าไปยังพี่น้องประชาชนโดยถ้วนหน้าครับ ขอขอบคุณครับ"

ประชาชน: " ท่านครับท่านต้องเข้มแข็งต่อไปครับ ต้องสู้ครับท่าน เป็นกำลังใจให้ครับ"

อภิสิทธิ์: " ขอบคุณมากครับ"

ประชาชน: " ผมดีใจมากที่ท่านนายกฯ ให้เกียรติมา"

ประชาชน: " ขอขอบคุณที่ท่านนายกฯ และคณะรัฐมนตรีให้เกียรติมาในหมู่บ้าน และคอยช่วยเหลือพวกเราค่ะ ยังเห็นพวกเราอยู่ และขอขอบคุณทางหน่วยงานต่าง ๆ ที่เข้ามาช่วยค่ะ"

อภิสิทธิ์: " ผมขอถือโอกาสนี้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุก ๆ ฝ่าย ทุก ๆ คนที่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างถนนสายนี้ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๑๘ นั้นถือว่าเป็นสมบัติของพี่น้องประชาชนทุกคน เป็นความตั้งใจของรัฐบาลในการที่จะมอบเส้นทางนี้เป็นของขวัญปีใหม่ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้"

อภิสิทธิ์: " ในส่วนของเจ้าหน้าที่ในทุกส่วนนั้น สิ่งสำคัญที่สุดก็คือการยึดมั่นในแนวทางนี้ แนวทางตามพระราชดำริ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และจะเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญที่สุดที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ ผมทราบดีว่าหน่วยทหารพรานในพื้นที่กองทัพภาคที่ ๔ มีส่วนสำคัญอย่างมากในการที่จะป้องกันแก้ไขปัญหาการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ เนื่องจากเป็นกำลังคือทหารที่ประจำอยู่ในพื้นที่ แล้วก็มีกำลังพลส่วนใหญ่ ญาติพี่น้องมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ที่จะคอยดูแลช่วยเหลือประชาชนได้อย่างใกล้ชิด และหน่วยทหารพรานก็จะต้องเป็นกำลังหลักในการดูแลความเรียบร้อย การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนต่อไป"

ทหารพราน: " ตอนแรก ๆ ที่เข้ามานี้เขาไม่ต้อนรับเราเลยนะครับ แม้แต่น้ำก็ไม่ให้กิน คุยก็ไม่ค่อยคุย แต่พอทหารเข้าไปอยู่ในพื้นที่แล้วผมคุยกับชาวบ้านเสมอว่า เราไม่ได้เข้ามาเพื่อเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของชาวบ้าน แต่สิ่งไหนที่ชาวบ้านเห็นว่าดี สิ่งไหนที่ชาวบ้านต้องการเราก็เข้ามาช่วยเสริม ช่วยมาทำตรงนี้นะครับ"

ประชาชน: " ตั้งแต่เริ่มได้โครงการแม้กระทั่งชีวิตสุดท้ายตอนนี้ของหน่วยทหารคือรักษาป่ากับทำฟัน แต่ชาวบ้านทั้งหมดอยู่ในพื้นที่จังหวัดสงขลาเมื่อก่อนตอนทหาร ไม่มีใครดู"

ทหารพราน: " จากที่ไม่เคยได้กินน้ำ ไม่เคยพูดคุยนะครับ เหมือนกลุ่มแม่บ้านทุกคนที่อยู่ในพื้นที่บอกว่าทหารไม่ใช่เป็นที่พึ่งของชาวบ้านอย่างเดียว"

ประชาชน: " ตอนนี้ทหารให้เรามีวิชาการ ให้เราเป็นผู้นำ ให้ทุกอย่าง อยากให้ประชาชนทั้งประเทศให้เขาเข้าใจเถอะ เข้าใจว่าทหารลงมาช่วยจริง ๆ"

อภิสิทธิ์: " นอกเหนือจากเรื่องของการพัฒนาแล้ว ยังมีกิจกรรมหรือโครงการพิเศษอีกหลายโครงการ เช่น ในเรื่องของสาธารณสุข"

แพทย์: " คือต้องยอมรับว่าใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังมีผู้ป่วยที่เป็นต้อกระจก ที่ยังไม่ได้เข้าถึงบริการของรัฐอีกจำนวนพอสมควร เนื่องจากเรายังขาดแคลนจักษุแพทย์ที่มาอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โอกาสนี้ที่เราได้จักษุแพทย์มาจากกรุงเทพฯ มาช่วยผ่าตัดต้อกระจกให้กับพ่อแม่พี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ถือว่าเป็นความโชคดีครับ เป็นโครงการแสงแห่งความหวัง เนื่องในเฉลิมพระเกียรติ ๑๒ สิงหามหาราชินี ซึ่งเราได้รับงบประมาณและได้รับการสนับสนุนส่วนหนึ่งจากทหาร ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขของเรา"

ทหารพรานหญิง: " เขาก็ภูมิใจดีใจกับโครงการนี้ค่ะ คือความภาคภูมิใจของเขา"

แพทย์: " เคยเป็นคนไข้ต้อกระจกซึ่งเราทำไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อตอนเดือนสิงหาคม เนื่องใน ๑๒ สิงหามหาราชินี และเราจะทำอีกครั้งหนึ่งในวันที่ ๑๘ - ๒๒ มกราคมนี้ครับ เพราะคนไข้ต้อกระจกนี้เกือบทั้งหมดเลยจะเป็น ๒ ข้าง เวลาผ่าตัดเราต้องผ่าตัดทีละข้างก่อนนะครับ"

รองนายกฯ สุเทพ: " ยินดีด้วยนะครับ แจ๋วเลยใช่ไหม ผมทำแล้ว ๒ ข้างเสียข้างละ ๔๐,๐๐๐ นี่เสียข้างละเท่าไร"

ประชาชน: " ฟรี"

เสียงกล่าวรายงาน: " สำหรับโครงการฟาร์ตัวอย่างนั้นเป็นพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงห่วงใยพสกนิกรตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบ ซึ่งเป็นพี่น้องทั้งชาวไทยพุทธ และมุสลิม ได้มาถวายฎีกาขอพระราชทานความช่วยเหลือให้มีงานทำและอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย"

อภิสิทธิ์: " สวัสดีครับ มาช่วยงานหรืออย่างไรครับ"

เสียงกล่าวรายงาน: " ในจังหวัดยะลานั้นมีโครงการฟาร์มตัวอย่างตามแนวพระราชดำริจำนวนทั้งสิ้น ๓ ฟาร์ม ซึ่งได้รับความกรุณาจากทางรัฐบาลที่ตระหนักถึงคุณประโยชน์ตามพระราชดำริดังกล่าว ได้จัดทำฟาร์มตัวอย่างเศรษฐกิจพอเพียงขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้แผนพัฒนาพื้นที่พิเศษ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยใช้รูปแบบและแนวทางของพระองค์ท่านในลักษณะของโครงการขยายผลเพิ่มขึ้นอีกจำนวน ๕ แห่ง คือที่จังหวัดยะลาจำนวน ๑ แห่ง ที่อำเภอรามัญ จังหวัดนราธิวาส ๓ แห่ง คือที่อำเภอเมือง อำเภอยี่งอ และอำเภอสุไหงปาดี และที่จังหวัดปัตตานีจำนวน ๑ แห่ง คือที่อำเภอมายอ โดยใช้งบประมาณไทยเข้มแข็งในปี ๒๕๕๓ ถึงปี ๒๕๕๕ จำนวน ๑๘๒ ล้านบาท"

อภิสิทธิ์: " สวัสดีครับ ขอให้เข้มแข็งทุกคนนะ"

อภิสิทธิ์: " พี่น้องบ้านปาตาบาระ พี่น้องชาวสายบุรี ชาวปัตตานีที่เคารพรักทุกท่านครับ วันนี้ผมและคณะได้เดินทางมาเยี่ยมพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะก็คือมาติดตามในเรื่องของนโยบายสำคัญของรัฐบาล ที่ได้มุ่งสร้างความสงบสุข ความสันติสุขในพื้นที่ ผ่านกระบวนการของการพัฒนาและการอำนวยความยุติธรรม ผมต้องขอขอบคุณพี่น้องประชานที่ได้มาให้การต้อนรับคณะ และได้พบปะทักทายกันด้วยความอบอุ่น พี่น้องที่เคารพครับ ผมมาจังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกครั้งมีความรู้สึกเสมอว่าที่จริงแล้วพื้นที่ตรงนี้มีความอุดมสมบูรณ์ และพี่น้องประชาชนที่นี่เป็นกำลังสำคัญในการที่จะพัฒนาประเทศ และพัฒนาความเป็นอยู่ของตัวเองและชุมชนได้ ผมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่ง ในการร่วมมือกับทางรัฐบาล ผลักดันโครงการต่าง ๆ ภายใต้นโยบายที่เป็นแผนพัฒนาพิเศษของพื้นที่ ภายใต้ปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ที่จะนำไปสู่ความสันติสุขและประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนในพื้นที่นี้อย่างเสมอภาคและถ้วนหน้า ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่งครับ สวัสดีครับ"

... อภิสิทธิ์: " ทั้งหมดก็เป็นภารกิจ ๑ วันนะครับที่ผมและคณะได้เดินทางไปใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อยากจะสรุปในภาพรวมครับว่ารัฐบาลชุดนี้มีความเชื่อว่ากระบวนการที่จะนำความสันติสุขกลับคืนสู่พื้นที่ได้ก็คือกระบวนการการพัฒนา การอำนวยความยุติธรรม และที่สำคัญที่สุดคือการให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา จะเห็นได้ว่าวันนี้ตลอดทั้งวันไม่ว่าจะเป็นงานที่เราเห็นในด้านของการพัฒนาชุมชน จะเป็นที่บ้านกรือเราะ จะเป็นที่หมู่บ้านที่ทำการประมง การทำประชาคม การมีส่วนร่วมของประชาชนกำลังให้คำตอบกับประชาชนในหมู่บ้านนั้น ๆ ว่าจะสามารถพัฒนาอาชีพ จะแสวงหาโอกาส จะนำความเจริญมาสู่ชุมชนและพื้นที่ของตัวเองได้อย่างไร และจากการทำงานที่จะประสบความสำเร็จนั้น ก็ต้องมีความร่วมมือจากทั้งประชาชนและจากเจ้าหน้าที่ในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร เราได้เห็นการผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐบาลต้องเดินหน้าสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้เห็นได้ชัดว่ากองทัพพร้อมที่จะเข้ามาทำงานนี้ เพื่อสนองตอบความต้องการของพี่น้องประชาชน เราได้เห็นการทำงานของทหารพราน ซึ่งได้มีกิจกรรมมากมายในการที่จะเชื่อมโยงกับมวลชนในพื้นที่ และผมก็ได้ย้ำครับว่าการสร้างความไว้วางใจ ความไว้เนื้อเชื่อใจ และการปฏิบัติอยู่ในกรอบของกฎหมายและการเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีของเพื่อนร่วมชาติด้วยกัน คือแนวทางที่จะนำความสงบสุขกลับคืนมาได้ และแน่นอนที่สุดครับ ฟาร์มตัวอย่างตามแนวพระราชดำริ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ เป็นรูปธรรมของการที่รัฐพยายามที่จะสร้างโอกาสให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย ดูแลความเป็นอยู่ให้ดีเสมอภาคถ้วนหน้าทั่วประเทศ การทำงานในเรื่องของการแสวงหาความสันติสุขใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังต้องทำงานหนักอีกต่อไป และมีอีกหลายเรื่อง จะเป็นเรื่องของกฎหมาย จะเป็นเรื่องของการปฏิบัติ จะเป็นเรื่องของนโยบายที่จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขอยู่ตลอดเวลา และผมเชื่อมั่นว่าที่ได้เห็นงานที่ได้เริ่มต้นทำมาใน ๑ ปีที่ผ่านมานี้ เราได้เดินไปในแนวทางที่กำลังแสวงหาความร่วมมือ และความไว้วางใจของพี่น้องในพื้นที่ ซึ่งคือกุญแจสำคัญในการนำนโยบายสันติสุขนั้นไปสู่ความสำเร็จได้ครับ"

... ผู้ดำเนินรายการ (มูฮัมหมัดอายุบ): " อีกประเด็นหนึ่ง ๖ ปีมานี้ถ้าดูตามข้อมูล มีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บ บาดเจ็บประมาณ ๖,๐๐๐ คน เสียชีวิตประมาณ ๔,๐๐๐ คน เหตุการณ์ประมาณเกือบหมื่น  ทีนี้มีคนพิการที่เสียชีวิตเยอะมากในภาคใต้  ทั้งตำรวจ ทหาร และประชาชนผู้บริสุทธิ์  ผมคิดว่าแนวคิดเรื่องของการไปเยียวยาในการดูแลคนเหล่านี้ในอนาคตต่อไป  เพราะการเยียวยาเป็นเรื่องระยะยาว  รัฐบาลมีแนวคิดตรงนี้อย่างไรบ้าง"

อภิสิทธิ์:   " ในส่วนของการเยียวยาจะมีคณะกรรมการซึ่งดูแลเรื่องนี้ และปีที่ผ่านมาได้มีการขยายหลักเกณฑ์ในเรื่องการเยียวยาพอสมควร  เพราะว่าก่อนหน้านี้บางทีการจำกัดความว่าใครจะมีสิทธิ์ได้รับการเยียวยาแคบไป  ก็มีขยาย และผมยังให้นโยบายพิเศษด้วย อย่างเช่น  คนที่ประสบกับเหตุการณ์  และลูกต้องประสบปัญหาในขณะนี้กำลังให้นโยบายไปที่จะไปดูว่าควรจะให้ทุนการศึกษาตลอดทาง  ไม่ใช่เยียวยากันเฉพาะหลังเหตุการณ์แล้วก็จบกันไป  ซึ่งขณะนี้ท่านรองสุเทพฯ กำลังดำเนินการที่จะนำเรื่องนี้เสนอต่อครม. เพราะฉะนั้น เรื่องการเยียวยาจะทำ  นอกจากนั้นมันคงไม่ใช่เฉพาะเรื่องของการชดเชยเรื่องเงิน แต่ว่าเรื่องของโครงการ กิจกรรมต่าง ๆ  พูดง่าย ๆก็คือรักษาแผล และสิ่งที่สำคัญที่เราตระหนักก็คือว่าถ้าเราไม่มีกระบวนการในการสร้างความสัมพันธ์ ความสมานฉันท์  ความสูญเสียแต่ละครั้งอาจจะนำมาสู่ความโกรธแค้น ซึ่งจะทำให้วงจรของความรุนแรงไม่จบ เพราะฉะนั้น ตรงนี้จะมีการดำเนินการเป็นลักษณะของโครงการที่จะช่วยเยียวยาในลักษณะนี้ด้วยครับ"

ผู้ดำเนินรายการ (มูฮัมหมัดอายุบ):  " อีกประเด็นถ้าดูในภาคใต้  ท่านนายกฯ ลงพื้นที่  ท่านนายกฯ พูดบ่อยเรื่องกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน แต่ประเด็นก็คือในพื้นที่ตอนนี้มีภาคประชาสังคมทำงานอยู่ในพื้นที่เยอะมาก  ผมคิดว่ารูปธรรมที่ชัดเจนที่จะให้ภาคประชาสังคม หรือประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมจริง ๆ ในการแก้ปัญหามันควรจะเป็นอย่างไร เพราะว่าท่านนายกฯ พูดเรื่องกระบวนการมีส่วนร่วมตลอด เรามีช่องทางอย่างไรบ้างให้ภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมอย่างนี้ครับ"

อภิสิทธิ์:  " การมีส่วนร่วมมีหลายทางนะครับ และขณะเดียวกันจะมีหลายรูปแบบ  สิ่งที่เราไปทำอยู่ขณะนี้โดยเฉพาะเศรษฐกิจระดับชุมชนก็คือทั้งชาวบ้าน ทั้งองค์กรเอกชน และหน่วยงานของรัฐเข้าไปได้ อย่างเช่นเรื่องที่อยู่อาศัย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) (พอช.)  ต้องเข้าไปช่วย อย่างที่เราทำเรื่องบ้านมั่นคงหรือที่เราเห็นภาพในการมอบบ้านเมื่อสักครู่นี้  กรณีของที่ทำกิน เทือกเขาบูโดก็มีการออกเอกสารสิทธิ์ไปให้  และเราก็จะพยายามดูในเรื่องของโฉนดชุมชน  ซึ่งเรื่องโฉนดชุมชนเดินไม่ได้ ถ้าเกิดภาคประชาชนไม่เข้ามาร่วมด้วย  อันนี้ก็จะทำ  ขณะเดียวกันการมีส่วนร่วมในด้านอื่น ๆ เช่น การติดตาม ตรวจสอบ การส่งข้อมูล ผมยินดี และพยายามเปิดช่องทางให้มากขึ้น"

ผู้ดำเนินรายการ (เขมสรณ์): " มาถึงเรื่องของการเมือง เรื่องของการทหาร ก็ต้องยอมรับว่าในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความแตกต่างเรื่องของการนับถือศาสนา อย่างตัวดิฉันเองนับถือศาสนาอิสลาม เป็นมุสลิมเหมือนกัน ดังนั้นถ้าถามว่าจะมีนโยบายเรื่องของศาสนาเข้าไปช่วยเหลือเพื่อคลี่คลายปัญหาด้วยไหมคะ"

อภิสิทธิ์: " คือความจริงไม่ใช่เฉพาะมิติของศาสนานะครับ ความหลากหลายก็มีเรื่องภาษา เรื่องวัฒนธรรมโดยทั่ว ๆ ไปนะครับ และหลักที่รัฐบาลยืนยันก็คือว่าเราพยายามที่จะให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่สามารถที่จะใช้ชีวิตที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตความเชื่อของเขาได้เต็มที่ และแก้ปัญหาอุปสรรคไป ผมยกตัวอย่างเช่น กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา เป็นปัญหาเพราะว่ามีนักศึกษา นักเรียน ที่เป็นมุสลิมไม่กล้าเข้ามากองทุนนี้ เพราะว่าจะขัดกับหลักศาสนา"

ผู้ดำเนินรายการ (อนุพงศ์): " มีเรื่องของดอกเบี้ย"

อภิสิทธิ์: " ปีที่แล้วในที่สุดแล้วก็ทำสำเร็จ ก็คือว่าแยกส่วนหนึ่งมาบริหารจัดการโดยธนาคารอิสลาม อย่างนี้ก็เป็นตัวอย่างนะครับ มีข้อเรียกร้องในเรื่องของชาริอะฮ์นะครับ ก็มีการดูอยู่ และทางกระทรวงยุติธรรมก็กำลังมีแผนในเรื่องของกระบวนการยุติธรรม เพื่อที่จะสอดคล้องกับวิถีชีวิตมากขึ้น อย่างนี้เป็นต้น การศึกษานะครับปรากฏว่าข้อเท็จจริงก็คือในพื้นที่นี้ ความนิยมของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาสูงมาก เรานี้โครงสร้างสช. แทบจะเรียกว่าเหมือนกับเปลี่ยนไปแล้ว เลิกไปแล้ว เราก็ไปตั้งใหม่นะครับ เพื่อที่จะดูแลโรงเรียนเอกชนได้มากขึ้น และตอนนี้ก็ทำหลักสูตร ๒ ภาษาเข้าไปด้วย เพื่อเป็นการตอบสนองต่อความต้องการในพื้นที่ เพราะฉะนั้นทั้งในมิติของศาสนา ภาษา วัฒนธรรม เราก็จะต้องทำมากขึ้น ให้พี่น้องประชาชนมีความรู้สึกว่า ไม่ได้มีการเลือกปฏิบัติและมีเสรีภาพในการที่จะใช้วิถีชีวิตตามที่เขาต้องการ"

ผู้ดำเนินรายการ (เขมสรณ์): " ก็ต้องบอกว่าระยะหลัง ๆ มีข้อเสนอแนวคิดในการแก้ปัญหาหลายเรื่อง เขตปกครองพิเศษ เรื่องของการกระจายอำนาจ Decentralization ที่ท่านนายกฯ เคยพูดมา เรื่องของนครรัฐปัตตานี ของพลเอก ชวลิต มีเรื่องไหนที่พอจะเป็นไปได้ ที่จะสามารถเข้ามาแก้ไขได้ไหมคะ"

อภิสิทธิ์: " คือผมคิดว่าแนวคิดเรื่องของรูปแบบโครงสร้างของการปกครองท้องถิ่นนี้มันไม่ได้เป็นปัญหานะครับ อยากจะเสนอกันก็ทำได้ แต่ว่าผมคิดว่าสิ่งที่อาจจะสำคัญมากกว่าก็คือสิ่งที่พูดไปเมื่อสักครู่ ในเรื่องของการพัฒนาที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตความเชื่อ ความต้องการของเขา ถ้าเป็นความต้องการจริง ๆ ว่าอยากจะมีรูปแบบการปกครองพิเศษ ผมก็คิดว่าเป็นเรื่องที่สามารถที่จะนำเสนอกันได้ แต่ความเห็นก็จะหลากหลายนะครับ แตกต่างกันไปเพราะว่าการมีโครงสร้างรูปแบบปกครองพิเศษ ที่เป็นท้องถิ่นขนาดใหญ่ ๑ ท้องถิ่นแล้วครอบคลุม ๓ จังหวัดนี้ผมไม่แน่ใจว่าจะตอบโจทย์ได้ดีกว่าการที่เรามีอบต. อบจ. เทศบาลที่มีอยู่ในปัจจุบันหรือไม่ และต้องบอกว่าจริง ๆ ขณะนี้เทศบาล อบต. อบจ. หลายแห่งทำงานได้ดี อย่างที่ยะลานี้ท้องถิ่นได้รางวัลได้อีกนะครับ ซึ่งก็ทำได้ดีอยู่ ถามว่าถ้าดึงมาผมว่าเหมือนจะเป็นกทม. นะครับ ขนาดกทม. ยังมีคนเสนอเลยครับเดี๋ยวนี้ว่าต้องแยก เพราะว่ามันใหญ่เกินไป ถามว่าถ้าไปรวมอยู่ที่ปัตตานี การตอบสนองคน ๓ จังหวัดจะดีขึ้นหรือไม่นะครับ แต่ว่าผมว่าหัวใจจริง ๆ ไม่ได้อยู่ที่ว่ามันมีรูปแบบพิเศษหรือไม่ หัวใจจริง ๆ อยู่ที่ว่ามันตอบสนองความต้องการของประชาชนหรือไม่"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)
จากรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เวลา ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐น.


คลิ๊ก เพื่ออ่านคำต่อคำ

คลิ๊ก เพื่อชม VDO รายการเต็ม

(กลับไปด้านบน)