ครูสร้างคน ปฎิรูปการศึกษาและคุณภาพครู รมต.ใหม่พร้อมทำงาน มาบตาพุดคืบชัดเจน เอกชนร่วมมือเลิกหวยออนไลน์ เพิ่มกองทุนหมู่บ้านรอบ ๒ กรณีตำรวจให้ป.ป.ช.วินิจฉัย (๑๗ ม.ค.๕๓)

- ๕ รมต.ใหม่ พร้อมสานต่อนโยบายทันที
- ปฏิรูปการศึกษา: พัฒนาโครงสร้าง สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต
- ปฏิรูปการศึกษา: พัฒนาวิชาชีพ สู่ครูพันธุ์ใหม่
- ปฎิรูปการศึกษา : ปรับสวัสดิการ ยกคุณภาพชีวิตครู
- มาบตาพุด: ๘๐๐ ล้านแก้ปัญหาหมักหมม ผ่านระเบียบการลงทุนครบถ้วนแล้ว
- กรณี ผบ.ตร. : ต้องรักษาความศักดิ์สิทธิ์ขององค์กรอิสระ
- หวยออนไลน์ : เอกชนพร้อมร่วมมือ หาทางชดเชยโดยไม่ใช้เงิน
- กองทุนหมู่บ้าน : เพิ่มทุนรอบ ๒ เร่งดำเนินการให้ครบ มีระบบประเมิน
- อภิสิทธิ์ ในสายตาของครู
- ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

  - ๕ รมต.ใหม่ พร้อมสานต่อนโยบายทันที

รมต.จุรินทร์ พร้อมเดินหน้าสะสางโครงการไทยเข้มแข็งในกระทรวงสาธารณะสุข ให้เป็นไปอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ ส่วนกระทรวงศึกษา รมต.ชินวรณ์  พร้อมสานต่อปฏิรูปการศึกษารอบสองด้วยประสบการณ์ตรง

อภิสิทธิ์: "สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ กลับมาพบกันเป็นประจำนะครับทุกเช้าวันอาทิตย์เพื่อรับทราบเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผมและรัฐบาลได้ดำเนินการตลอดระยะเวลาสัปดาห์ที่ผ่านมา  ปลายสัปดาห์ที่แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมในเรื่องของการแต่งตั้งให้รัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง  คือเรื่องของการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งจะมีทั้งสิ้นด้วยกัน ๕ ตำแหน่ง โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯ ให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ได้เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ คือรัฐมนตรีท่านใหม่จะเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ในวันพรุ่งนี้  เพราะฉะนั้น รัฐมนตรีทั้ง ๕ ท่านที่จะเข้ารับหน้าที่ก็จะสามารถปฏิบัติงานได้ตั้งแต่วันอังคารเป็นต้นไปครับ  อยากจะเรียนว่าในส่วนของรองนายกรัฐมนตรีที่จะมาดูแลในเรื่องของเศรษฐกิจก็ดี  กระทรวงคมนาคมก็ดี และโดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ  งานสำคัญก็คงจะเป็นงานสานต่อโครงการและนโยบายสำคัญ ๆ ของรัฐบาลที่ได้มีการดำเนินการมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการนั้นก็มีงานทางด้านการปฏิรูปการศึกษา  ซึ่งเป็นงานใหญ่ที่จะต้องมีการผลักดันอย่างต่อเนื่อง และในช่วงที่ ๒ ของรายการในวันนี้  เมื่อวานนี้เป็นวันครู  เพราะฉะนั้น ผมกับทางพิธีกรรับเชิญจะได้สนทนากับผู้แทนครูจากทั่วทุกภูมิภาค  จากภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อที่จะได้พูดคุยถึงงานทางด้านการศึกษา  ทั้งที่ทำมาแล้ว  และที่จะต้องทำต่อไป 

สำหรับที่กระทรวงสาธารณสุขนั้น  ในส่วนของท่านรัฐมนตรีจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์  ซึ่งจะรับหน้าที่นั้น

[๑.] ภารกิจสำคัญก็คือการสะสางปัญหาที่เป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเรื่องของไทยเข้มแข็ง ที่มีการสอบสวน ที่มีการสอบข้อเท็จจริง และมีการนำผลสรุปเข้ามาส่งให้ทางรัฐบาล  เพราะว่าแม้ว่าจะมีบางส่วนนั้นส่งไปที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่ว่าในส่วนของข้าราชการประจำก็คงจะต้องทำความชัดเจนกันครับ และก็สามารถทำให้งานของกระทรวงนั้นสามารถเดินหน้าต่อไปได้ 

[๒.] รวมไปถึงการทบทวนในส่วนของการจัดซื้อจัดจ้างและการลงทุนในไทยเข้มแข็ง ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ  มีความโปร่งใส และสามารถตอบสนองความต้องการซึ่งยังมีอยู่มากในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน  และอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อันนี้ก็เป็นเรื่องของการทำงานของคณะรัฐมนตรีหลังจากที่จะมีรัฐมนตรีท่านใหม่เข้ารับตำแหน่ง และถวายสัตย์ปฏิญาณในวันจันทร์ที่จะถึงนี้"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ปฏิรูปการศึกษา: พัฒนาโครงสร้าง สู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต

... ปฏิรูปทศวรรษ ๒ เน้นโอกาสทางการศึกษา โครงสร้าง และไทยเข้มแข็ง เช่น ครูพันธุ์ใหม่ ฝึกอบรมต่าง ๆ ซึ่งสิ่งที่รบ.เร่งรัดคือ เรื่องของคุณวุฒิวิชาชีพครู และเรื่อง กศน.เน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งหมายถึงการศึกษานอกโรงเรียนมากขึ้น

... ผู้ดำเนินรายการ: " ทีนี้เราไปฟังจากทางด้านสื่อมวลชนบ้างดีกว่า ว่าในด้านการศึกษานี้สื่อมวลชนมีคำถามอะไรบ้าง ก็เป็นผู้แทนสื่อมวลชนประจำกระทรวงศึกษาธิการนะครับ คุณเพลินฤดี เภาสูตร์นะครับ"

คุณเพลินฤดี: " ค่ะจะถามเรื่องของการปฏิรูปการศึกษานะคะ คือในทศวรรษที่ผ่านมานี้เราไปเน้นในเรื่องของโครงสร้าง เราเสียเวลามามากพอแล้วตรงนั้น แล้วพอการปฏิรูปการศึกษาในรอบ ๒ ขึ้นมานี้ก็มีข่าวเรื่องจะมีการมาปรับโครงสร้างอีกแล้วอย่างนี้ค่ะ จะมีทบวง มีอะไรขึ้นมา คืออยากเรียนถามท่านนายกฯ ว่าท่านนายกฯ จะมีหลักประกันอย่างไรที่ว่าการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ ๒ จะเน้นในเรื่องของคุณภาพ คือส่งผลต่อคุณภาพของการศึกษาของเด็กไทยอย่างแท้จริงน่ะค่ะ"

อภิสิทธิ์:  " จริง ๆ ตอนที่ทำรอบแรกผมได้มีโอกาสทำอยู่ ๒ ปี   และหลังจากนั้นมาก็มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และหลังจากนั้นผมก็อยู่ในฝ่ายที่ตรวจสอบ  ก็ได้ยกประเด็นนี้ครับว่าทำไมเรื่องของโครงสร้างกลายเป็นตัวที่มาทำให้งานทางด้านการปฏิรูปด้านอื่น ๆ ถูกบดบังไปหมด  แต่จะบอกว่าไม่ได้ทำเลยคงไม่ค่อยเป็นธรรมกับรัฐบาลในอดีตนัก  เพียงแต่ว่าเรื่องโครงสร้างกลายเป็นประเด็นใหญ่  และมักจะเป็นประเด็นที่เกิดความขัดแย้ง  ก็เลยอยู่ในสายตา และทำให้บรรยากาศของการปฏิรูปได้รับผลกระทบ  เหตุผลหนึ่งซึ่งเวลาทำปฏิรูปทศวรรษที่ ๒ ที่เมื่อสักครู่เราเน้นบอกว่ามีเรื่อง กศน. มีเรื่องของคุณวุฒิวิชาชีพและเรื่องครู  คือเราได้ประเมินแล้วว่าส่วนไหนที่ไปได้ช้ากว่าส่วนอื่น  เพราะฉะนั้น จุดเน้นตรงนี้เป็นจุดเน้นที่ ครม. ได้มีมติในการปฏิรูปชัดเจน และพอ ครม. มีมติไปแล้ว  ขณะนี้ก็จะมีคณะกรรมการนโยบายกับคณะกรรมการขับเคลื่อน  ซึ่งผมกับรัฐมนตรีท่านใหม่จะต้องเป็นคนที่ดำเนินการ  และก็ตั้งใจว่าพอรัฐมนตรีท่านใหม่เข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ เราก็จะเร่งรัดโดยยึดมั่นในทิศทางตรงนี้

ทีนี้ถามว่าเรื่องโครงสร้างทำไมยังเป็นประเด็นอยู่  อันนี้ต้องเรียนอย่างหนึ่งนะครับว่า บางทีเขาห้ามไม่ได้เพราะ

  • ปัญหาอุปสรรคเกิดขึ้น  เช่น ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างประถมกับมัธยม  อย่างนี้เป็นต้น  คืออยู่ด้วยกันก็มีปัญหาบ้าง
     
  • แต่ว่าหลักเราก็อยากให้อยู่ด้วยกัน  หรือกรณีอุดมศึกษากับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เดิมอยู่คนละกระทรวง หรือส่วนหนึ่งของอุดมศึกษาอยู่คนละกระทรวง  มาอยู่กระทรวงเดียวกัน เราก็ตั้งใจว่าเป็นหลักอย่างนั้น  แต่ว่าพอมาอยู่ด้วยกัน  แต่ละภาคส่วนของการศึกษาก็มีความรู้สึกว่ามันมีประเด็นเฉพาะของตัวเอง  ซึ่งบางทีถูกละเลย  ซึ่งต้องแก้ไข 
  • แต่ผมได้คุยกับคนทำงาน คือตัวรัฐมนตรี ว่าต้องระมัดระวัง คือประเด็นปัญหาเหล่านี้ต้องตอบสนอง เพราะเป็นเรื่องที่มาจากผู้ปฏิบัติจริง ๆ เหมือน กศน.เหมือนการศึกษาเอกชน  อย่างภาคใต้เราต้องไปทำเรื่องการศึกษาเอกชนต่างหากขึ้นมา 
  • แต่ว่าพยายามที่จะไม่ให้ตัวนี้มาเป็นตัวหลักในเรื่องของการถกเถียงในเรื่อง
    ประสิทธิภาพ  อันนี้รวมไปถึงเรื่องท้องถิ่น
    ด้วย
     
  • เรื่องการถ่ายโอนซึ่งบางทีบางช่วงก็ต่อต้านการถ่ายโอน  บางยุคก็ปรากฏว่าโรงเรียนอยากจะขอไปอยู่  และบางทีก็อยากจะขอกลับมาใหม่  คือปัญหาพวกนี้ไม่หมดไปล่ะครับ  แต่ที่ผมได้เน้นย้ำคือว่าเราต้องตอบสนองในการแก้ปัญหา เหล่านี้   แต่อย่าให้ปัญหาเหล่านี้ลุกลามขึ้นมาเป็นตัวหลัก ที่เป็นประเด็นในทางการศึกษา และเกิดความขัดแย้งเป็นประเด็นทางการเมือง  และสุดท้ายงานที่จะต้องใช้เวลาในการทำต่อเนื่อง  เช่น เรื่องการพัฒนาบุคลากร เรื่องของตัวหลักสูตร คุณภาพ ตัวนี้ต้องไม่ให้ได้รับผลกระทบ"

...โครงสร้างอัตรากำลังครู
อภิสิทธิ์: "
แล้วก็ที่สำคัญก็คือว่าพยายามที่จะดูในเรื่องของโครงสร้างของอัตรากำลังของครู บังเอิญครุจะบริหารแยกออกมาจาก ก.พ. แต่ ก.พ. ก็มีหน้าที่ในการดูภาพรวมของระบบราชการด้วย

...ครูขาดครูเกิน ปัญหาคือการกระจาย
ทีนี้ในอดีตเถียงกันค่อนข้างมากนะครับว่าครูขาด ครูเกิน ซึ่งเราก็ได้บอก คือมีการนำเสนอผมมา ผมได้เคยทำงานนี้มาเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว แล้วก็แปลกใจว่า ๑๐ ปีผ่านไป ประเด็นที่ถกเถียงกันอยู่นี้ยังเหมือนเดิมนะครับ ก็คือจะมีคือฝ่ายครูหรือฝ่ายโรงเรียนก็จะบอกเรามาตลอดเวลาว่าที่นั่นที่นี่ขาดครู และพอเวลาเขาเอาตัวเลขมาเสนอเขาก็จะบอกว่าเอาตัวเลขครู ตัวเลขนักเรียนมาดูแล้วมันขาดเล็กน้อยเท่านั้นเอง คือหัวใจจริง ๆ เรื่องนี้ก็คือว่าภาพรวมนี้ขาดไม่มาก หรือบางทีอาจจะไม่ถึงกับขาด แต่ว่าปัญหาคือการกระจาย ก็หมายถึงว่าในเมืองใหญ่ ๆ ในพื้นที่ที่เจริญแล้ว ความจริงครูอาจจะเกินจากมาตรฐานที่กำหนดไว้ ว่าสัดส่วนครูกับนักเรียนจะเป็นอย่างไร แต่ว่าในพื้นที่ห่างไกลออกไปนี้มีความขาดแคลน นอกจากนั้นผมก็ได้เปลี่ยนแนวแล้ว บอกเลิกมาดูตัวเลขรวม ๆ ได้แล้ว ผมยกตัวอย่างว่าโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนขนาดเล็กอาจจะมีเด็กอยู่แค่ ๒๐ คน แต่มีครู ๒ คน ทุกคนก็บอกนี่สัดส่วนดีมากเลย ครู ๑ คนนักเรียนแค่ ๑๐ คน แต่ว่าต้องนึกว่าครู ๑ คนต้องสอน ๓ ชั้น อย่างนี้เป็นต้น

...ไม่เพิ่มข้าราชการใช้วิธีจ้าง: รักษาสิทธิ์สวัสดิการ
เพราะฉะนั้นผมก็เลยบอกว่าต่อไปนี้ไม่ต้องพูดเรื่องตัวเลขรวม ๆ ที่เอามาเฉลี่ยมาอะไรกันแล้ว ไล่ไปดูดีกว่าว่าโรงเรียนในแต่ละประเภท เช่น โรงเรียนขนาดเล็กจะทำอย่างไร โรงเรียนที่อยู่ขนาดใหญ่จะทำอย่างไร แล้วก็กรณีของ กศน. หรือหน่วยงานอื่น ๆ ซึ่งมีบุคลากรหลายประเภทคละกันอยู่นี้จะทำอย่างไร เรื่องนี้ ก.ค. ได้มีมติไปแล้ว แต่ว่าผมคงต้องทำงานใกล้ชิดกับทางหน่วยงานที่บริหารงานบุคคลของครู ซึ่งแยกออกมาจาก ก.ค.อีกทีหนึ่งครับ เพราะฉะนั้นก็พยายามที่จะเร่งรัดเพราะว่าผมก็ได้พูดไปแล้วใน ก.ค.นะครับว่าตัวเลขลูกจ้างในปัจจุบันโดยเฉพาะที่ไม่ใช่ลูกจ้างประจำหรือพนักงานราชการนี้จะเพิ่มขึ้นอยู่เกือบตลอดเวลา คือหน่วยงานพอถูกกำกับโดยนโยบายในภาพรวมว่าไม่ให้เพิ่มข้าราชการ ก็จะใช้วิธีจ้าง เดี๋ยวนี้มีทั้งจ้างเป็นเดือน เป็นวัน เป็นชั่วโมงก็ยังมีนะครับ ซึ่งทำให้เกิดปัญหามากในแง่ของสิทธิประโยชน์ สวัสดิการ ก็จะพยายามเร่งสะสางให้ดีที่สุดครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: " มีจำนวนเยอะไหมครับ"

ครูวรวิทย์: " ก็ประมาณ ๘,๐๐๐ คนครับ"

...กศน. ปฎิรูปรอบ๒ เรียนรู้ตลอดชีวิต คุณวุฒิวิชาชีพ
อภิสิทธิ์:
" แล้วก็ในส่วนของ กศน. เอง ก็จะเป็นงานด้านหนึ่งซึ่งการปฏิรูปในทศวรรษที่ ๒ มุ่งเน้น เพราะว่าต้องบอกว่าการทำงานด้านการศึกษานี้เราใช้เวลา และก็ต้องทุ่มเทมากในเรื่องโอกาสการศึกษา และเรื่องโครงสร้างเป็นเรื่องที่จะมีการถกเถียงและมีความล่าช้าอยู่พอสมควร ซึ่งวันนี้พอมาถึงการปฏิรูปทศวรรษที่ ๒ เราจึงพบว่าสิ่งที่ต้องเร่งทำคือ

  • เรื่องของครู เรื่องของคุณวุฒิวิชาชีพ
  • และเรื่องของ กศน. เนื่องจากว่าการปฏิรูปในทศวรรษที่ ๒ เราจะเน้นเรื่องของการเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งหมายถึงการศึกษานอกโรงเรียนมากขึ้น"

ผู้ดำเนินรายการ: " ครับ ก็อดใจรออีกสักนิดหนึ่ง ในทศวรรษที่ ๒ นะครับ"

อภิสิทธิ์: " และก็จะมี ทศวรรษที่ ๒ นี่คือเริ่มแล้วนะครับ ไม่ใช่รออีก ๑๐ ปีนะครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: " ไม่ต้องรอนะครับ"

... ผู้ดำเนินรายการ: " ทีนี้เราไปทางผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาบ้างดีกว่านะครับ คุณวิทธยา บริบูรณทรัพย์ ครับ"

คุณวิทธยา: " สวัสดีครับท่านนายกฯ ผมเป็นผู้แทนจากผู้บริหารสถานศึกษานะครับ ผมกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับเรื่องของการปฏิบัติการไทยเข้มแข็งโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยนะครับ ซึ่งทางกระทรวงศึกษาธิการได้รับงบประมาณในการพัฒนาสถาบันการศึกษาหลายโครงการ โครงการต่าง ๆ ขณะนี้เช่นโครงการพัฒนาครูทั้งระบบ คือการพัฒนาโรงเรียนที่ไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐาน หรือการพัฒนาสื่อสารเรียนการสอนอะไรต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ ซึ่งทางโรงเรียนเห็นว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง จะทำให้ช่วยเหลือโรงเรียนที่ยังด้อยยังไม่พร้อมนี้พัฒนาขึ้นมา แต่สิ่งที่ผมกราบเรียนถามท่านก็คือ โครงการเหล่านี้อยากให้เร่งรัดผลักดันให้เร็ว และให้ถึงโรงเรียน ให้โรงเรียนได้มีโอกาสไปดำเนินการด้วยตัวเองเพื่อจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเองได้ไหมครับ"

...ไทยเข้มแข็ง ลงทุนโครงสร้างการศึกษา
อภิสิทธิ์:
" คืออันนี้ก็คือโยงกลับไปว่าที่เราต้องทำไทยเข้มแข็งนี้ เพราะว่าในช่วงประมาณ ๖ - ๗ ปีที่ผ่านมา จะด้วยเหตุผลของนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นในเรื่องพูดง่าย ๆ คือเรื่องเศรษฐกิจให้หมุนเวียนนะครับ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานน้อยมาก เพราะฉะนั้นที่ต้องทำไทยเข้มแข็งขึ้นมานี้ ก็ไม่ใช่เฉพาะด้านการศึกษาด้านเดียว โรงพยาบาล ถนนหนทาง แหล่งน้ำจะต้องเร่งปรับปรุง เพราะว่าเสื่อมโทรมไปเยอะ ขอยืนยันว่าเรื่องของการที่จะต้องมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะผลักดันอย่างแน่นอนนะครับ ทีนี้ไทยเข้มแข็งก็จะมีทั้งในส่วนที่เป็นโครงการเร่งด่วนตามพระราชกำหนด ซึ่งอันนี้ก็เดินหน้าแล้วและไปได้เยอะแล้วนะครับ แต่ว่ามันจะมีเหลืออีกครึ่งหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ต้องรอกฎหมายที่อยู่ในสภาฯ ยังไม่เรียบร้อย

แต่ว่าอย่างไรก็ตามนี้ ไม่ว่ากฎหมายจะใช้เวลาหรือจะมีปัญหาอุปสรรคอย่างไร ผมก็ได้คุยกับทางกระทรวงการคลังกับสำนักงบประมาณ ในการเตรียมเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอันนี้ก็จะมีทั้งในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานของตัวสถานศึกษา แล้วขณะเดียวกันก็มีโครงการอยู่หลายโครงการที่จะมาเชื่อมโยงกับไทยเข้มแข็งด้วย เช่น ครูพันธุ์ใหม่ การฝึกอบรมต่าง ๆ ซึ่งจะมีผลต่อครู จริง ๆ แล้วตั้งเป้าไว้จำนวนเป็นหลักแสนครับ เพราะฉะนั้นก็คิดว่าจะเป็นโครงการสำคัญนะครับ และยืนยันว่าไทยเข้มแข็งได้ผลักดันอย่างต่อเนื่อง"

ผู้ดำเนินรายการ: " แล้วพอจะกำหนดได้ไหมครับว่าประมาณสักเดือนไหน อะไรอย่างนี้"

อภิสิทธิ์: " คือขณะนี้ในส่วนของโครงการที่อยู่ในพระราชกำหนดแล้ว เราตั้งเป้าว่าเงินต่าง ๆ นี้ต้องใช้ภายในปีนี้เกือบหมด ๙๐ เปอร์เซ็นต์ใช้ในปีนี้เกือบหมด ส่วนกฎหมายขณะนี้อยู่ที่สภาฯ สภาฯ จะเปิดสัปดาห์หน้า กรรมาธิการทำงานเกือบเสร็จแล้ว ทีนี้ถ้าทุกอย่างตกลงกันได้ ผ่านได้เรียบร้อย ก็เท่ากับกฎหมายก็ออกมาได้ภายในเดือน - ๒ เดือนข้างหน้า แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้ ตอนนี้รัฐบาลเตรียมแผนสองอยู่ ซึ่งก็จะต้องไปดูว่าจะต้องใช้เวลานานขึ้นสักเท่าไร"

... ผู้ดำเนินรายการ:  " ทีนี้เราไปที่คุณครูที่มาจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนบ้างดีกว่านะครับ คุณครูรัชนี  ชังชู  จากโรงเรียนปราโมชวิทยา กรุงเทพฯ" 

คุณครูรัชนี:
    " ขออีกคำถามหนึ่งค่ะ คือเรื่องสัดส่วนการรับนักเรียนของภาครัฐกับภาคเอกชน  ภาครัฐห้องเรียนหนึ่งถึง ๕๐ คน ๕๐ คนเศษ  เป็นไปได้ไหมที่ว่าอย่าให้นักเรียนภาครัฐต้องแน่นถึงขนาดนั้น"


...สัดส่วนตัวเลขชัดเจน ๕:๑
อภิสิทธิ์:  " แผนการศึกษาตอนนี้เราปรับแผนการศึกษา  เดิมเป็นแผน ๑๕ ปี ไปจบเอาปี ๕๙  เพราะฉะนั้น มาตอนนี้ประมาณครึ่งทาง  ซึ่งครม.เพิ่งอนุมัติปรับแผนไป  และก็เป้าหมายของแผนเป็นตัวเลขชัดเจน ๕ ต่อ ๑ ในตัวนั้นก็คือสัดส่วนของการศึกษาเอกชน ซึ่งเราต้องการให้เพิ่มขึ้นชัดเจน  เพราะฉะนั้น ทิศทางขณะนี้คือจะต้องส่งเสริมให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น  เห็นด้วยครับ

ผู้ดำเนินรายการ:  " ทุกวันนี้ของคุณครูห้องเรียนหนึ่งกี่คนครับ"

คุณครูรัชนี: "  เอกชนจะรับประมาณ ๓๐ คนเท่านั้น"

ผู้ดำเนินรายการ: " ครูคิดว่าตัวเลขที่เหมาะสมอยู่ประมาณที่เท่าไหร่ครับ"

คุณครูรัชนี:  " ที่ ๓๐-๓๕ คนน่าจะเป็นขนาดนั้น"

อภิสิทธิ์:  " คือต้องเรียนอย่างนี้ว่าในช่วงที่เราผลักดันเรื่องการเรียนฟรี  จะเป็น ๑๒ ปี ๑๕ ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงหนึ่งซึ่งเด็กไหลกลับเข้ามาที่ภาครัฐค่อนข้างเยอะ  ซึ่งตัวนี้พอโครงการ ๑๕ ปีมีกติกาที่ชัดเจน  ผมคิดว่าจะทำให้การปรับกลับไปอาจจะง่ายขึ้น  และรวมเรื่องโครงการกู้ยืมด้วย"

คุณครูรัชนี:  " ขอบคุณค่ะ รวมทั้งการขยายจำนวนเด็ก ชั้นเรียนของภาครัฐทั้งชั้นด้านบนและด้านล่าง  อย่างเช่น กทม.เมื่อก่อนไม่มีนักเรียน  ปัจจุบันนี้มีมัธยม หรือว่า อบต.ก็รับอนุบาล ก็ทำให้เกิดผลกระทบกับโรงเรียนเอกชนด้วย"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ปฏิรูปการศึกษา: พัฒนาวิชาชีพ สู่ครูพันธุ์ใหม่

...งานของครูคือการสร้างคน นักเรียนต้องไม่มองข้ามสิ่งที่ครูทำให้  ครูต้องก้าวข้ามความท้าทายใหม่ ๆ ด้วยการพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา รัฐบาลพร้อมสนับสนุน สร้างครูพันธุ์ใหม่ และเพิ่ม Teacher Time Channel เพื่อเป็นช่องทางการแลกเปลี่ยนการเรียนการสอนสำหรับ

...เน้นการเรียนการสอน
อภิสิทธิ์: "สิ่งที่รัฐบาลเริ่มปรับไปก็คือว่า เราจะพยายามเอาเรื่องของแนวการประเมินหรือการทำผลงานที่อิงกับเรียนการสอนมากขึ้น ท่านรัฐมนตรีตอนนี้ก็ไปดำรงตำแหน่งที่กระทรวงสาธารณสุขนะครับ แต่ว่าท่านได้บอกว่าได้มีการปรับแนวทางมาโดยลำดับ และให้น้ำหนักมากขึ้นกับงานที่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนโดยตรงนะครับ เพื่อที่จะลดปัญหาที่หลายคนพูดกันมาว่ามีเอกสารกระดาษเยอะแยะไปหมด อย่างที่ครูพูด เพราะฉะนั้นนี่เป็นทิศทางที่ชัดเจนนะครับ และก็เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปรอบสอง หรือปฏิรูปทศวรรษที่สอง บางคนบอกว่ารอบที่ทำมาต้องยอมรับว่าเรื่องของครูมีความคืบหน้าน้อยกว่าตอนที่เราวางเป้าหมายไว้เมื่อประมาณ ๑๐ ปีที่แล้วครับ"

...Teacher Time Channel
... อภิสิทธิ์:
" แล้วก็ในส่วนของครูอีกเรื่องหนึ่งที่จะถือโอกาสพูดเลยก็คือว่า ตอนนี้มีโทรทัศน์เพื่อการศึกษา Tutor Channel เราก็จะมีเรื่อง Teacher Time Channel เข้ามา คาดว่าจะเริ่มได้ประมาณเดือนเมษายน ซึ่งหลักก็คือว่าเราจะมีเวลาสำหรับครูที่จะสื่อสารกันเอง มีส่วนร่วมและ มีช่องทาง ก็จะออกทางทีวีไทยส่วนหนึ่ง และโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมทางด้านการศึกษาอีกส่วนหนึ่ง"

ผู้ดำเนินรายการ: " Tutor Channel นี่สำหรับนักเรียน"

อภิสิทธิ์: " สำหรับเด็ก อันนี้สำหรับครู ก็จะเป็นการแลกเปลี่ยน อาจจะเป็นครูที่ประสบความสำเร็จ แล้วก็เป็นต้นแบบเป็น
แบบอย่าง สามารถที่จะใช้ช่องทางนี้สื่อสารกับครูทั่วประเทศที่อื่นได้"

ผู้ดำเนินรายการ: " ก็คุยกันทางโทรทัศน์ ไม่ต้องใช้โทรศัพท์แล้ว"

อภิสิทธิ์: " อันนี้คุยแบบพร้อมกันหลาย ๆ คนครับ"

...ครูพันธุ์ใหม่
ผู้ดำเนินรายการ  ...เด็กนักเรียนพร้อมที่จะเรียนอยู่เยอะมาก  บางคนยังขาดที่เรียนกัน  ซึ่งครูก็ในโครงการไทยเข้มแข็ง ๒ เราจะมีครูพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้นอีก

อภิสิทธิ์:   " ก็จะมีทั้งครูพันธุ์ใหม่ และโครงการในการพัฒนาบุคลากรทั้งหมด

  • ครูพันธุ์ใหม่นี่ความจริงก็จะไม่รอ  กำลังพยายามจะเริ่มให้ได้ ๒,๐๐๐ คน   และตลอดระยะเวลาอีก ๓-๔ ปีข้างหน้า ก็อีกประมาณ ๓๐,๐๐๐ คน และโ
  • โครงการที่จะฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรจะให้ครอบคลุมประมาณ ๔๕๐,๐๐๐ คน" 

ผู้ดำเนินรายการ  คุณครูจะได้ไม่ขาดแคลนแล้ว ประเด็นนี้แล้วทางนี้มีใครต้องการจะถามอีกไหมครับ

...
" วันนี้เราก็คุยกันมาพอสมควรนะครับ  ก็ได้รับคำตอบที่ค่อนข้างกระจ่างขึ้นมา ผมขอถามอีกหนึ่งคำถามแล้วกันในฐานะที่ท่านนายกรัฐมนตรีก็เคยเป็นทั้งอาจารย์เป็นทั้งครูด้วย  วันนี้ก็เป็นวันครู  มีอะไรจะฝากถึงครู ถึงลูกศิษย์  บ้างไหมครับ"

...ฝากถึงครูฝากถึงศิษย์
อภิสิทธิ์:   " เอาสำหรับครูบาอาจารย์ดีกว่าสำหรับวันครู  สิ่งสำคัญที่สุดก็คือขอเป็นกำลังใจให้  ผมทราบดีว่าการทำหน้าที่ครูเป็นงานที่ยากที่สุดอย่างหนึ่ง  เพราะเป็นงานสร้างคน  ไม่มีอะไรยากเท่ากับการสร้างคน  เราต้องการที่จะให้มีคนดี คนเก่ง  คนที่อยู่ในสังคมได้ดี  คนที่มีความสุข 

ปัจจุบันนับวันภาระของการสร้างคนถูกผลักออกมาจากสถาบันครอบครัวมาที่สถาบันการศึกษามากขึ้น  ซึ่งรัฐบาลเองก็ไม่ได้อยากให้เป็นเช่นนั้น  และจะพยายามให้สถาบันครอบครัวกลับเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น  และขณะเดียวกันพอโลกเปลี่ยนแปลงไป ยุคสมัยนี้เด็กก็มีสิ่งล่อใจ  มีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป สามารถที่จะใช้สื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะสื่อสมัยใหม่เข้ามาอยู่ในชีวิตมากขึ้น เพราะฉะนั้น จริง ๆแล้วงานของครูยากขึ้นมากในเรื่องของการสร้างคน  ผมอยากเป็นกำลังใจให้และขอยืนยันว่ารัฐบาลจะสนับสนุนการทำงานของท่านอย่างเต็มที่  ขณะเดียวกันคงต้องเรียนว่าการที่จะสามารถก้าวข้ามความท้าทายใหม่ ๆ ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก็หมายถึงการที่จะต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา  รัฐบาลจะช่วยสนับสนุนในเรื่องนี้และก็เป็นกำลังใจให้กับคุณครูทุกคน

ถ้าจะฝากถึงนักเรียน  คงจะต้องบอกว่าบางทีนักเรียนก็มองข้ามสิ่งที่ครูทำให้ อาจจะอยู่ด้วยกันทุกวัน หรือบางคนแย่กว่านั้นคือไม่ค่อยอยู่  ก็อยากจะบอกว่านี่คือคนที่มาทุ่มเทเพื่อที่จะทำให้เราเติบโตขึ้นมาเป็นคนดี คนเก่ง วันนี้ก็เป็นวันครู  เราก็จัดกิจกรรม  ก็อยากจะให้ลูกศิษย์ลูกหาทั่วประเทศของคุณครูทุกคนได้ระลึกถึงพระคุณของครู  แต่ไม่ใช่เฉพาะวันนี้  ตลอดทั้งปีและก็ตลอดไป "

ผู้ดำเนินรายการ  วันนี้ก็หวังว่าท่านผู้ชม ไม่ว่าจะเป็นครูหรือว่านักเรียน วันนี้ท่านคงฟังและคงได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าคุณภาพชีวิตและมาตรฐานของครู จะได้ยกระดับมาถึงขนาดไหน ซึ่งวันนี้เราก็ได้รับคำตอบค่อนข้างกระจ่างจากท่านนายกรัฐมนตรี และจากผู้ที่อยู่ในแวดวงการเรียนการสอนหลาย ๆ ท่านที่มาช่วยถามคำถามในวันนี้  ก็ขอให้วันนี้คุณครูทั้งหลายก็มีความสุขกับคำตอบที่ได้รับจากท่านนายกฯ ไป  ก็ต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ และผู้ร่วมรายการทุก ๆ ท่านครับ  ขอบคุณครับ

...คุณครูบังอรครับหลังจากที่เราได้ถามคำถามท่านนายกฯ แล้ว ท่านตอบมาและเรายังมีอะไรติดคาใจอยู่บ้างไหม  อยากจะฝากอะไรถึงท่านอีกไหมครับ

คุณครูบังอร  จริง ๆ แล้วในวันนี้ก็ถือว่าเป็นวันดีที่ครูอรได้มาร่วมงานรับรางวัลครูดีในดวงใจประจำปีนี้ และได้มาพูดคุยกับท่านนายกฯ ก็ทำให้รู้สึกว่าเบาใจ โล่งใจแทนคุณครูและผู้บริหาร พี่น้องเพื่อนครูทั้งหมดทุกภาคร่วมกันเลย  ไม่ใช่เฉพาะภาคอีสาน และหวังว่าสิ่งที่ท่านนายกฯ พูดคุยในวันนี้จะสัมฤทธิผลให้คุณครูได้เห็นเป็นที่ประจักษ์ ไม่ใช่ว่าหมดรัฐบาลไปแล้ว ทุกอย่างก็ไปปรับไปด้วย หายไปด้วยอย่างนี้  ฟังดูแล้วคิดว่าจะมีความเป็นไปได้  มีกำลังใจเพิ่มขึ้นสำหรับคุณครูค่ะ

คุณครูชอุ่ม  ยังไงก็ฝากท่านนายกฯ ว่าช่วยดูแลนิดหนึ่ง อย่างน้อยก็เป็นขวัญกำลังใจของพวกเราทั้งหมด และก็อยากให้ได้กับคุณครูที่เป็นครูอัตราจ้าง  และวิทยากรอิสลามศึกษา  ซึ่งทุกคนมาทำงานในพื้นที่เดียวกัน  แต่ว่ายังไม่ได้เหมือนกัน  พอพวกเราได้เราก็นึกว่าเพื่อนครูที่มาทำงานเดินทางมาเหมือนกัน น่าจะให้เขาได้รับสวัสดิการเหมือนกันทุกคนค่ะ

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ปฎิรูปการศึกษา : ปรับสวัสดิการ ยกคุณภาพชีวิตครู

... ปฏิรูปการศึกษารอบสอง รัฐบาลเร่งผลักดันเงินเดือน วิทยฐานะ แบ่งเบาภาระครู ออกโครงการคืนครูให้นักเรียน เน้น ครูได้ทุ่มเทการสอน มีเวลากับนักเรียนเต็มที่

... ผู้ดำเนินรายการ: " สวัสดีครับ วันนี้เป็นวันครูนะครับ ตอนนี้เราก็มาอยู่ที่คุรุสภากันนะครับ แล้วเราก็ได้รับเกียรติจากท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ มาตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องของครูนะครับว่าเราจะทำอย่างไรที่จะยกคุณภาพมาตรฐานชีวิตของครูให้ดีขึ้น ซึ่งในวันนี้เราก็นี่ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็อยู่ที่นี่แล้ว สวัสดีครับ"

อภิสิทธิ์: " สวัสดีครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: " และก็ไม่ใช่แค่นี้นะครับ เรายังมีผู้ร่วมสนทนากัน ซึ่งก็อยู่ในแวดวงการศึกษาอีกหลายท่านนะครับ ซึ่งก่อนอื่นวันนี้ท่านนายกฯ วันนี้เป็นวันครู เราก็จะมาคุยเกี่ยวกับเรื่องของครูกัน ซึ่งตัวผมเองก็ธรรมดาไม่ได้เป็นครูนะครับ ตอนหลัง ๆ จัดรายการเป็นครูเฉพาะในห้องเรียนประถม ซึ่งวันนี้เราจะมาคุยถึงการศึกษาระดับภาพรวมเลย ขอเริ่มที่คุณครูชอุ่มก่อนละกัน สวัสดีครับ คุณครูชอุ่ม แวแม จากโรงเรียนบ้านตะบิ้ง จังหวัดปัตตานี คุณครูมาไกลจากภาคใต้เลย วันนี้ได้โอกาสดีแล้วครับคุณครูครับ คุณครูอยากจะเรียนถามอะไรกับท่านนายกฯ ก็เชิญเลยครับ"

ครูชอุ่ม: " ขอบคุณค่ะ ก็อยู่จังหวัดปัตตานีนะคะท่าน อยู่ปัตตานีนี้เหตุการณ์ก็ยังเหมือนเดิมนะคะตอนนี้ แต่ว่าเรื่องขวัญกำลังใจของคุณครูค่ะ เพราะว่าคุณครูต้องเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ที่เสี่ยงภัยนะคะท่าน เรื่องการทำผลงานทางวิชาการค่ะ เพราะว่าในบางกรณีนี้คุณครูบางท่านต้องไปโรงเรียนด้วยว่าเช้านี้เราจะถึงโรงเรียนไหม เย็นนี้เราจะกลับถึงบ้านหรือเปล่านะคะ บางทีก็ต้องหอบเอกสารที่จะไปทำผลงาน บางท่านก็ทำมาหลายปีแล้วก็ยังจะต้องปรับปรุงบ้าง ไม่ผ่านบ้างนะคะ อยากถามนายกฯ ว่าจะทางจังหวัดชายแดนภาคใต้นี่ท่านน่าจะให้พวกเรา ท่านจะช่วยพวกเราได้อย่างไรบ้างคะ"

อภิสิทธิ์: " อาทิตย์ที่แล้วนี้ มีเด็กมาจาก ๓ จังหวัดก็คือสภาพที่น่าเห็นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือว่าทำงานและการศึกษาอยู่ภายใต้ความกลัว ทีนี้วันนี้คงไม่ใช่เวลาที่จะคุยเรื่องนโยบาย ๓ จังหวัดภาคใต้ แต่ยืนยันว่าจริง ๆ ในรอบปีนี้เหตุการณ์ความไม่สงบความรุนแรงก็เริ่มลดลงต่อเนื่อง และเรามีแนวทางหลายอย่างและหลายพื้นที่ขณะนี้ก็ดีขึ้นมาก เราก็ต้องยังจำเป็นที่จะต้องใช้กองกำลังต่าง ๆ คุ้มครอง และเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้จำนวนกองกำลังของเราในภาคใต้ต้องมีมากนะครับ เพราะว่ามีพี่น้องประชาชนรวมทั้งกลุ่มคน เช่น ในส่วนของโรงเรียนที่ต้องการการคุ้มกันอยู่ตลอดเวลา ทีนี้สำหรับของปัญหาการศึกษาใน ๓ จังหวัดภาคใต้นี้ ก็มีปัญหาที่เป็นปัญหาทั่วไปด้วยนะครับ อย่างเรื่องการทำผลงานนี้ไม่ใช่เฉพาะที่ ๓ จังหวัดภาคใต้นะครับ ทั่วประเทศนี้เป็นเสียงที่ ต้องเรียกว่าเป็นเสียงบ่นมาเป็นระยะเวลานานพอสมควร"

...ครู กศน.
ผู้ดำเนินรายการ: " คุณครูจะได้ยิ้มได้ ยิ้มออกนะครับคุณครูครับ ทีนี้เราไปที่คุณครูวรวิทย์ กิตติคุณศิริ นะครับ เป็นผอ.ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน จังหวัดเพชรบุรีครับ"

ครูวรวิทย์: " ท่านนายกฯ ครับ ผมเป็นตัวแทนของครู กศน. ครับท่าน ก็จำแนกชนิดครูอยู่ ๓ ประเภทนะครับ ที่เป็น(๑)ข้าราชการส่วนหนึ่ง (๒)เป็นพนักงานราชการส่วนหนึ่งครับ แต่ครูส่วนใหญ่ของเราตอนนี้เป็น(๓)ลูกจ้างชั่วคราวรายปีครับ ซึ่งทำงานอยู่ในพื้นที่ชนบททั่วประเทศอีกประมาณ ๘,๐๐๐ คนครับท่าน แล้วก็ทางกระทรวงเองก็พยายามจะผลักดันให้เป็นพนักงานราชการ เพื่อให้มีความมั่นคงในหน้าที่การงานครับ ก็อยากจะฝากไว้กับท่านนายกฯ ได้กรุณาสนับสนุนส่วนนี้นะครับ คิดว่าเพราะว่าคืออย่างนี้บางท่านทำงานมา ๑๕ ปี ๒๐ ปีแล้วท่านครับเงินเดือนไม่ขึ้น และอยู่ในพื้นที่ทุรกันดารเยอะแยะในหลายพื้นที่ครับท่านครับ ฝากท่านดูแลด้วยครับ ขอบคุณครับ"

อภิสิทธิ์: " ปัญหานี้ก็เช่นเดียวกันนะครับ ไม่ใช่เฉพาะที่เพชรบุรี ตอนที่ไป ๓ จังหวัด ผมไป ๓ จังหวัดก็มีครูที่เป็นอัตราจ้างในเงื่อนไขต่าง ๆ กันไปค่อนข้างเยอะ ทีนี้ตำแหน่งพนักงานราชการนี้ซึ่งเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ รองรับลูกจ้างประจำเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้ก็เรียกว่าลูกจ้างประจำก็ปรับฐานะไปเป็นพนักงานราชการค่อนข้างจะเยอะแล้ว ส่วนที่เหลือนี้ก็จะต้องดูแลในฐานะลูกจ้างประจำกันต่อเนื่อง ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือคนที่ไม่มีสถานะเป็นลูกจ้างประจำ ซึ่งตรงนี้ในรอบปีที่ผ่านมาผมก็ให้มีความชัดเจนอย่างน้อยที่สุดในเรื่องของประกันสังคม"

... ผู้ดำเนินรายการ: " ภาคใต้แล้วทีนี้เราไปภาคอีสานบ้างดีกว่านะครับ ซึ่งเราก็มีคุณครูบังอร เพชรทองครับ จากโรงเรียนอนุบาลนครราชสีมานะครับ จากโคราชเลย เชิญเลยครับคุณครู"

ครูบังอร: " สวัสดีค่ะท่านคะ ดิฉันคุณครูบังอร เพชรทองนะคะ จากโรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา และเป็นตัวแทนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต ๑ ด้วยนะคะ อยู่ภาคอีสานก็ได้เห็นความยากลำบาก ความแร้นแค้น ภาคอีสานนี่รายได้ค่อนข้างน้อย ก็อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วใช่ไหมคะ แล้วครูเรามีรายได้เข้าทางเดียวคือเงินเดือนซึ่งก็น้อยอยู่แล้วนะคะ ก็ทราบว่ารัฐบาลมีโครงการอะไรต่าง ๆ ที่พยายามจะช่วย แต่ก็ยังมีปัญหาในเรื่องหนี้สินอยู่ ตรงนี้ก็ขอเรียนถามท่านนายกฯ น่ะค่ะว่าท่านมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาหนี้สินเพิ่มขึ้นมาอีกหรือเปล่า หรือว่ามีแนวทางแก้ไขอะไรใหม่ ๆ ขึ้นมาอีกบ้างหรือเปล่า จะให้ครูเราอยู่อย่างสบายและมีรายได้เพิ่มขึ้นน่ะค่ะ"

อภิสิทธิ์: " ในส่วนของปัญหาหนี้สินนะครับ อันนี้ก็อยากจะพูดในภาพรวมให้พี่น้องประชาชนได้เห็นภาพนะครับก็คือว่าครูเป็นข้าราชการเป็นส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นเงินเดือนไม่ได้สูง แต่ว่าที่สำคัญคือว่าในสังคมเราความคาดหวังที่มีต่อครู ซึ่งทำให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก สถานะทางสังคมด้วยอะไรหลาย ๆ อย่าง อันนี้เป็นที่มาของปัญหาหนี้ที่เกิดขึ้นมากพอสมควรนะครับ ทีนี้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมารัฐบาลหลายยุคก็จะมีโครงการสวัสดิการเรื่องเงินกู้เรื่องอะไรต่าง ๆ นะครับ รัฐบาลชุดนี้ก็พยายามที่จะปรับปรุงเงื่อนไขต่าง ๆ มากขึ้น เช่น การลดดอกเบี้ย และเช่นการที่จะเพิ่มในเรื่องของสวัสดิการ ขณะเดียวกันสำหรับกรณีที่ใครที่เป็นหนี้นอกระบบ ตอนนี้ก็มีโครงการใหญ่ในเรื่องของหนี้นอกระบบด้วย แต่ว่าขณะเดียวกันเมื่อตอนที่เราปฏิรูปการศึกษารอบที่แล้ว ได้มีการพูดถึงเรื่องของการพัฒนาวิชาชีพครู ซึ่งพูดถึงเรื่องของเงินเดือนและก็เงินวิทยฐานะ ซึ่งขณะนี้ทางรัฐบาลก็เข้ามาผลักดันในเรื่องของกฎหมาย และเรื่องของการแก้เกี่ยวกับเรื่องของเงินวิทยฐานะต่าง ๆ ซึ่งคิดว่าจะช่วยทำให้ปัญหานี้อาจจะยังไม่หมดไปนะครับ แต่ว่าบรรเทาเบาบางลง และก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องดูกันต่อไปว่าจะทำอย่างไร โดยเฉพาะในอนาคตในส่วนของการรับคนเข้ามาสู่ราชการครู เรื่องครูพันธุ์ใหม่ เราก็จะมีลักษณะของการเป็นความชัดเจนในเรื่องของหลักประกันต่าง ๆ ที่มีมากขึ้นด้วย"

... ผู้ดำเนินรายการ: " สรุปแล้วปีนี้คุณครูจะได้มีเงินเพิ่มใช่ไหมครับ"

อภิสิทธิ์: " จริง ๆ แล้วปีนี้ในส่วนของระบบราชการทั้งหมดมีความตั้งใจอยู่เหมือนกันครับว่าจะมีการขึ้นค่าตอบแทนครับ"

คุณวิทธยา: " ขอเพิ่มเติมประเด็นเดียวครับ คือเกี่ยวกับเรื่องการปรับเงินเดือนครู เพื่อเป็นขวัญกำลังใจกับครูทั้งประเทศ อยากจะขอกรุณาทางรัฐบาลได้กรุณาเร่งเรื่องเงินเดือนและเงินวิทยฐานะครูครับ"

อภิสิทธิ์: " เรื่องเงินเดือนและเงินวิทยฐานะนะครับ วันนี้ยืนยันครับว่าจะเร่งผลักดันอย่างต่อเนื่อง"

ผู้ดำเนินรายการ: " ปีนี้"

อภิสิทธิ์: " ปีนี้ครับ"

... ผู้ดำเนินรายการ:  " เราไปต่อที่ภาคเหนือบ้างดีกว่า  คุณครูสมบัติ จันทร์ผ่องศรี  โรงเรียนพะเยาพิทยาคม" 

คุณครูสมบัติ: " ปัญหาของครูปัจจุบันนี้คงไม่พ้นเรื่องสวัสดิการ ครูทั่วประเทศมีการพัฒนาและก้าวหน้าทางวิชาชีพก็คือการทำผลงานเพื่อเลื่อนวิทยฐานะ  ก็มีคนถามไปแทบทุกภาคแล้ว  อยากจะเรียนถามท่านนายกฯ ตรงที่ว่าให้ช่วยเหลือเราเกี่ยวกับเรื่องเกณฑ์การประเมิน  ในบริบทของครูประถมศึกษาในชั้นรัฐบาล เขาจะสอนและชุมชน และอีกมากมายในลักษณะของการขาดแคลน เขาคงไม่มีทักษะในการเขียน ซึ่งเป็นเอกสารที่จะมาเสนอผลงาน  อันนี้ ๒ โรงเรียนมัธยมก็มาก  เรื่องไม่มีทักษะ มีครูเก่งอีกมากมายที่เขาไม่เขียนเพราะเขาท้อแท้  เพราะเกณฑ์ที่เอามาจับเขา  ผู้ที่จะตัดสินว่าเขาผ่านหรือไม่ผ่านมาจากอุดมศึกษา ซึ่งในบริบทของอุดมศึกษาก็เป็นงานวิชาการซึ่งเข้มข้นมาก ตรงนี้มีครูมากมายตอนนี้ไม่ว่าภาคไหนก็เกณฑ์ก็ไม่เหมือนกัน  คนที่ประเมินก็มีเกณฑ์ที่ไม่เหมือนกัน  ไม่ว่าจะเป็นภาคอีสาน ภาคใต้ โทรศัพท์ถึงกันตลอดว่าทำไมกรรมการผู้ประเมิน  ทำไมถึงยึดหลักนี้  ทำไมภาคอีสานยึดหลักนี้  ทำไมภาคเหนือยึดหลักนี้  ตรงนี้ก็เกิดความท้อแท้ที่จะส่ง  ฉะนั้น ก็อยากให้ท่านนายกฯ ได้ช่วยในเรื่องของการปรับเปลี่ยนและพิจารณาในเรื่องเกณฑ์การประเมิน"

อภิสิทธิ์: " คงจะย้อนกลับมาคล้ายกับคำถามแรกเลย  เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในใจของครูทั่วประเทศจริง ๆ  ก็ขอยืนยันนะครับว่าได้ทำงานกับท่านอดีตรัฐมนตรีจุรินทร์มา ๑ ปี ได้พยายามผลักดันเพื่อปรับตรงนี้  โดยเฉพาะเรื่องงานเอกสาร  ซึ่งจะต้องทำต่อไป  ก็เข้าใจว่ายังมีปัญหาอยู่ค่อนข้างมาก  แต่เลยถือโอกาสเรียนว่าในปีที่ผ่านมา  สิ่งหนึ่งซึ่งเป็นโครงการสำคัญของรัฐบาล และไปโยงกับตอนกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็คือเรื่องการคืนครูให้นักเรียน  โครงการนี้หลักก็คือว่าภารกิจของครูในช่วงหลายปีที่ผ่านมารู้สึกสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มีอะไรก็ให้ครูทำหมด แถมยังมาเจอกับระบบประเมิน  ระบบอะไรต่าง ๆ ที่มีงานเอกสารมากมาย  ปีที่แล้วพอตอนมีวิกฤตเศรษฐกิจ  เราเลยคิดโครงการต้นกล้าอาชีพ  และก็ฝึกคนที่จะไปทำงานแบ่งเบาภาระของครูได้  ที่ไม่ใช่เรื่องการเรียนการสอน  ปีที่แล้วฝึกไปได้ และส่งไปได้ ๑๔,๐๐๐ คน  ตอนนี้ ๑๔,๐๐๐ คนทั่วประเทศก็จะจ้างต่อเนื่องไป ซึ่งตรงนี้เราก็หวังว่าช่วยลดภาระของคุณครูทั้งหลายได้ และก็มีเวลาสำหรับครูที่จะไปอยู่กับนักเรียนมากขึ้น นี่คือโครงการที่เราเรียกว่า คืนครูให้นักเรียน ทราบว่าตอนนี้ยังมีเสียงร้องอยู่ ส่งไปแล้วก็บอกคนหนึ่งต้องวิ่งหลายโรงเรียน  แต่ว่าก็จะพยายามทำตรงนี้อย่างต่อเนื่อง  เพราะว่าสุดท้ายเราคุยกันในวันครู  หัวใจของครูจริง ๆ ก็อยู่ที่นักเรียน อยู่ที่เด็ก อยู่ที่ลูกศิษย์  ถ้าเราสามารถที่จะทำระบบและก็ทุกอย่าง เพื่อให้ครูทุ่มเทได้เต็มที่สำหรับลูกศิษย์  นั่นคือการช่วยระบบการศึกษา และที่สำคัญที่สุดผมว่านั่นก็คือความปรารถนาของคุณครูทุกคนที่ตัดสินใจเลือกวิชาชีพนี้"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- มาบตาพุด: ๘๐๐ ล้านแก้ปัญหาหมักหมม ผ่านระเบียบการลงทุนครบถ้วนแล้ว

รัฐบาลล้างปัญหาหมักหมม อนุมัติงบ ๘๐๐ ล้าน  ตั้งศูนย์อาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม ดูแลเป็นการเฉพาะ ประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษ  ให้ประชาชนร่วมทำแผน ด้านมาตรา ๖๗ วรรคสอง คลอดองค์การอิสระ ตั้ง OSOS บริการนักลงทุน พร้อมประกาศและระเบียบรองรับครบถ้วนแล้ว ยันเจตนารมณ์ คุ้มครองสุขภาพประชาชน และสิ่งแวดล้อม

อภิสิทธิ์: "สำหรับงานที่วันนี้อยากจะขอรายงานพี่น้องประชาชนนะครับ อยากจะขอเริ่มต้นจากกรณีของมาบตาพุด กรณีของมาบตาพุดนั้นเมื่อวานนี้ผมได้เดินทางไปที่จังหวัดระยอง และที่มาบตาพุด เพื่อไปติดตามงานสำคัญซึ่งอาจจะไม่ได้มีการรายงานข่าวกันมากนัก  นั่นคืองานที่เราเข้าไปแก้ไขปัญหาเยียวยาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหามลพิษ และปัญหาการพัฒนา หรือปัญหาของอุตสาหกรรมที่ผ่านมาทั้งหมด  โดยเมื่อประมาณเดือนธันวาคมคือเดือนที่แล้ว  คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณที่เป็นเงินงบกลางถึง ๘๐๐ กว่าล้านบาท  เพื่อไปแก้ปัญหาซึ่งค้างคาหมักหมมมาเป็นเวลานานในพื้นที่มาบตาพุด  คือ

[๑.] ในเรื่องของการกำจัดขยะ 

[๒.] เรื่องของการที่จะจัดทำให้พี่น้องประชาชนนั้นมีน้ำประปาใช้ 

และ [๓.]  ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบสาธารณสุข 

ผมจึงได้เดินทางไปเมื่อวานนี้นะครับ  เริ่มต้นจากการเปิดศูนย์อาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม  ซึ่งจะเป็นการเข้าไปปรับปรุงในเรื่องของการบริการทางด้านการรักษาพยาบาลและสาธารณสุขสำหรับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ 

ที่ต้องมีศูนย์นี้เพราะว่าแม้ว่าพี่น้องประชาชนที่นั่นจะมีบริการสาธารณสุขเช่นเดียวกับพี่น้องในที่อื่น ๆ ในเรื่องของการตรวจสุขภาพ ในเรื่องของสิทธิในการรักษาพยาบาล แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นจากมลพิษนั้นจำเป็นจะต้องได้รับการดูแลเป็นการเฉพาะ  เพราะฉะนั้น การที่เราเปิดศูนย์นี้ก็เพื่อที่จะให้

  • กระบวนในการดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชน เช่น การตรวจสุขภาพ  ซึ่งผมได้ไปเยี่ยมการออกตรวจสุขภาพครั้งแรกใน ๔๐ กว่าครั้งที่จะมีการดำเนินการในประมาณ ๕-๖ เดือนข้างหน้า  จะต้องเป็นการตรวจในลักษณะที่แตกต่างไปจากที่อื่นเป็นการเฉพาะ อย่างนี้เป็นต้น
     
  • และศูนย์นี้จะต้องได้รับการสนับสนุนในเรื่องของบุคลากร อุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อที่จะมาดูแลปัญหาของพี่น้องชาวมาบตาพุด และชาวระยองได้อย่างตรงจุด  ที่สำคัญคือศูนย์นี้จะต้องทำงานในเชิงรุก
     
  • เมื่อวานนี้จึงได้มีการพบปะกับทางอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ซึ่งจะต้องมีบทบาทสำคัญในการทำงานในเรื่องนี้ด้วย 

ผมอยากให้ความมั่นใจว่าในส่วนของรัฐบาลนั้นจะเดินหน้าดูแลแก้ไขปัญหาที่เป็นผลกระทบให้กับพี่น้องประชาชนชาวระยอง ชาวมาบตาพุด อย่างดีที่สุด  และศูนย์นี้เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ ที่เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่รัฐบาลได้ผลักดัน  ซึ่งเรื่องต้องขอขอบคุณท่านรองนายกฯ กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ในขณะนั้นซึ่งเป็นผู้ไปสำรวจความต้องการต่าง ๆ และได้เดินหน้าจัดทำโครงการผลักดันและให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติไปเรียบร้อยแล้ว

นอกเหนือจากเรื่องนี้แล้ว  สิ่งที่รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการต่อก็คือรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่ประกาศให้เขตมาบตาพุดนั้นเป็นเขตควบคุมมลพิษ  ซึ่งหมายถึงว่าท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมกันจัดทำแผนเพื่อที่จะมาบริหารจัดการเกี่ยวกับเรื่องของมลพิษ  ขณะนี้ก็มีการนำเสนอโครงการไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ซึ่งเรากำลังจะเร่งดูแลเพื่อที่จะอนุมัติโครงการต่าง ๆ เหล่านี้  เพื่อให้การบริหารจัดการในเรื่องของมลพิษนั้นดียิ่งขึ้น

การปฏิบัติตามมาตรา ๖๗ วรรคสองมีประกาศและระเบียบรองรับไว้แล้ว

สำหรับในเรื่องของการลงทุนนั้น สัปดาห์ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่จะเป็นระเบียบที่ใช้ในการบริหารจัดการในเรื่องของการให้ความเห็นขององค์การอิสระต่อโครงการซึ่งอาจจะมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชุมชนในเรื่องของสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ  ซึ่งระเบียบตัวนี้จะใช้ระหว่างที่ตัวกฎหมายยังไม่ได้มีการแก้ไข 

  • และจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการที่เรียกว่าเป็นคณะกรรมการกลางในการประสานงานเพื่อที่จะให้องค์การอิสระ  ซึ่งจะประกอบไปด้วยผู้แทนขององค์กรด้านสิ่งแวดล้อมกับสถาบันการศึกษานั้นสามารถที่จะนำความเห็นมาประกอบการพิจารณาของหน่วยงานในการอนุมัติโครงการต่าง ๆ ซึ่งหลังจากคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติระเบียบฉบับนี้แล้ว  และได้ประกาศใช้แล้ว  ก็ถือว่าขณะนี้การปฏิบัติตามมาตรา ๖๗ วรรคสองนั้น  มีประกาศและระเบียบรองรับครบถ้วนแล้ว  และผมทราบว่าขณะนี้หลายโครงการซึ่งศาลได้คำสั่งชั่วคราวที่จะระงับการดำเนินการนั้น  ก็ได้เข้าสู่กระบวนการใหม่หลายโครงการแล้ว 
  • นอกจากนั้นผมจะจัดให้มีบริการในศูนย์บริการจุดเดียวนักลงทุน  ที่เป็นนโยบายของรัฐบาลที่เราเรียก OSOS คือ One Start One Stop Center เป็นผู้จัดระบบ คือมีโต๊ะเป็นการเฉพาะที่จะบริการนักลงทุนทั้งหลายที่ยังมีปัญหาอยู่ในเรื่องของมาบตาพุดเพื่อสร้างความชัดเจนให้เกิดขึ้น และตัวผมเองนั้นก็จะมีโอกาสพบกับตัวแทนของนักลงทุนชาวญี่ปุ่น  ซึ่งจะเดินทางมาพบกับผมในสัปดาห์ที่จะถึงนี้  เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าขณะนี้เรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นกำลังคลี่คลายไป  เพราะว่าเราได้จัดระบบและมีระเบียบ กฎต่าง ๆ เข้ามารองรับการดำเนินการตามมาตรา ๖๗ วรรคสองเรียบร้อยแล้ว 

ส่วนการที่นักลงทุนนั้นจะยื่นข้อเท็จจริงเพิ่มเติมหรือจะเรียกว่าอุทธรณ์ต่อศาลปกครองนั้น  ก็สามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง  หลังจากที่รัฐบาลได้วิเคราะห์และได้เสนอแนะไปว่ามีช่องทางใดบ้างที่จะทำให้โครงการเหล่านี้สามารถเดินได้  โดยไม่ไปขัดกับเจตนารมณ์และการดำเนินการในการปกป้องคุ้มครองผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในเรื่องของสุขภาพและสิ่งแวดล้อม  เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็เป็นความคืบหน้าชัดเจนนะครับในส่วนของมาบตาพุด"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- กรณี ผบ.ตร. : ต้องรักษาความศักดิ์สิทธิ์ขององค์กรอิสระ

...จากที่ ป.ป.ช. ได้ชี้มูลความผิดนายตำรวจในเหตุการณ์ ๗ ต.ค.๕๑ แต่ทาง ก.ตร.ไม่เห็นด้วยนั้น ตามกฎหมายไม่สามารถอุทธรณ์ได้ เพราะ ป.ป.ช. เป็นองค์กรอิสระ หากไม่เห็นด้วยก็สามารถอุทธรณ์ผ่านทางศาลปกครอง ฝ่ายบริหารต้องรู้จักจำกัดขอบเขตอำนาจของตนเอง

อภิสิทธิ์:
"สำหรับเรื่องสุดท้ายที่คงจะต้องขอถือโอกาสคุยกับพี่น้องประชาชน  ก็อาจจะเป็นข่าวคราวซึ่งเกิดความสับสนกันอยู่ในเรื่องของอำนาจระหว่างคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) กับ ป.ป.ช. เพราะว่าก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.ได้มีการชี้มูลกรณีของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ แล้วก็บอกว่ามีข้าราชการตำรวจที่ทำผิดวินัยร้ายแรงอยู่  ซึ่งต่อมาได้ส่งเรื่องมาให้ทางรัฐบาล  รัฐบาลโดยผมและท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) หรือรักษาการผบ.ตร. ได้มีการดำเนินการสั่งลงโทษตามมติของ ป.ป.ช. ต่อมาบุคคลที่ถูกลงโทษได้มีการใช้สิทธิในการอุทธรณ์ตามกฎหมายของตำรวจ  ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่าข่าวคราวก็ออกมาว่าทางตำรวจโดย ก.ตร. ซึ่งพิจารณาเรื่องการอุทธรณ์นั้น  ไม่เห็นด้วยกับมติของป.ป.ช. เมื่อผมทราบข่าวนี้  เนื่องจากผมเป็นคนร่างกฎหมาย ป.ป.ช. คนหนึ่ง และได้มีการติดตามเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย ป.ป.ช.มาโดยตลอด จึงได้สอบถามสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปว่า ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในเรื่องนี้เป็นอย่างไร  ซึ่งคำตอบที่ได้มาก็ตรงกับความเข้าใจของผมมาโดยตลอด  ก็คือว่า

  • การที่เรามีกฎหมาย ป.ป.ช. เป็นการยกระดับจากสมัยก่อนที่เรามีกฎหมาย ป.ป.ป.  ที่ต้องยกระดับเพราะว่าในอดีตพอ ป.ป.ป. เข้าไปสอบในเรื่องอะไรแล้ว  กลับกลายเป็นมีสถานะเหมือนกับแค่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเฉย ๆ ซึ่งผลที่ออกมาอาจจะถูกเปลี่ยนแปลงหรืออาจจะถูกลบโดยมติของฝ่ายบริหารได้  เขาจึงยกระดับ ป.ป.ป.มาเป็น ป.ป.ช. มีลักษณะเป็นองค์กรอิสระที่มีอำนาจเพิ่มมากขึ้น  ในกฎหมาย ป.ป.ช. จึงได้เขียนเองไว้ว่า กระบวนการอุทธรณ์ตามกฎหมายบริหารงานบุคคลทั้งหมด  ทำได้แต่จะอุทธรณ์ได้เฉพาะในเรื่องดุลพินิจของการสั่งลงโทษของผู้บังคับบัญชา ไม่สามารถที่จะไปอุทธรณ์ในประเด็นที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้วินิจฉัยไปแล้ว  ผมทราบดีครับว่าทาง ก.ตร.ก็ดี หรือผู้เกี่ยวข้องก็ดี อาจจะมีความไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ ป.ป.ช.ได้วินิจฉัยไป 
  • แต่ข้อเท็จจริงคือว่าระบบที่จะไปคานอำนาจกับ ป.ป.ช. นั้นสามารถทำได้  โดยการให้บุคคลเหล่านี้ไปฟ้องร้องต่อศาลปกครอง  ซึ่งในอดีตนั้นก็มีหลายครั้งที่ศาลปกครองนั้นกลับมติของ ป.ป.ช. ที่จะต้องเป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าเราต้องให้ ป.ป.ช. ศาลปกครองหรือองค์กรอิสระทั้งหลายมีความศักดิ์สิทธิ์  ฝ่ายบริหารถ้าหากสามารถที่จะไปลบล้างคำวินิจฉัยขององค์กรอิสระได้  นั่นเท่ากับว่าองค์กรอิสระจะไม่มีความหมาย

เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ผมจะต้องดำเนินการเพื่อยืนยันหลักอันนี้ครับ  มิฉะนั้นแล้วปัญหาในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่น หรือการใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบเราก็จะไม่มีกลไกที่เป็นองค์กรอิสระที่มีความศักดิ์สิทธิ์เลย  เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ไม่ว่าใครจะมีความเห็นในเรื่องของข้อเท็จจริงอย่างไร  เรามีความจำเป็นที่จะต้องรักษาระบบให้องค์กรอิสระนั้นมีความศักดิ์สิทธิ์  เพื่อที่จะให้องค์กรเหล่านี้สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่  และฝ่ายบริหารนั้นต้องรู้จักในการที่จะจำกัดขอบเขตอำนาจของตัวเอง 

ส่วนความเป็นธรรมนั้นอย่างที่ผมเรียนครับ  ยังมีกระบวนการตรวจสอบถ่วงดุลระหว่างองค์กรอิสระด้วยกันเองได้"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- หวยออนไลน์ : เอกชนพร้อมร่วมมือ หาทางชดเชยโดยไม่ใช้เงิน

... รัฐบาลมีนโยบายยกเลิกหวยออนไลน์ เพราะไม่ต้องการเพิ่มช่องทางการพนัน ซึ่งบริษัทผู้ลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศแม้จะผิดหวังที่ไม่ได้ดำเนินโครงการนี้ แต่ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ และจะไม่ฟ้องศาล แต่จะใช้การเจรจาหาทางชดเชยร่วมกัน ซึ่งเครื่องที่ได้ติดตั้งไปแล้วจะมีการนำมาใช้เพื่อประโยชน์อื่นต่อไป

อภิสิทธิ์:
เรื่องถัดมาที่ผมอยากจะคุยกับพี่น้องประชาชนในสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่เราได้ทำก็คือความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องกรณีหวยออนไลน์  ทางคณะกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจของสภาผู้แทนราษฎรได้เชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรวมทั้งตัวผมด้วยไปหารือกันในเรื่องนี้  ซึ่งรวมถึงตัวบริษัทด้วยก็น่าดีใจครับว่าในคณะกรรมาธิการฯนั้นบรรยากาศเป็นไปด้วยดี 

  • ทุกฝ่ายก็ยอมรับว่าการที่รัฐบาลจะตัดสินใจในเชิงนโยบายโดยที่จะยืนยันว่าเราไม่อยากจะได้เงินตรงนี้เข้ามา เพื่อแลกกับการทำหวยออนไลน์และอาจจะสร้างปัญหาสังคมที่ตามมา จากการที่เด็กเยาวชนและคนจำนวนมากที่จะเข้าไปสู่วงจรของการเล่นการพนัน  ก็ดูว่าตรงนี้เป็นที่เข้าใจและยอมรับว่าเป็นสิทธิและการตัดสินใจของรัฐบาล  แต่ว่าอย่างไรก็ตามในส่วนของสัญญานั้น ทางบริษัทเอง และรวมไปถึงบริษัทต่างประเทศที่เป็นหุ้นส่วนกับบริษัทไทยก็ได้มีโอกาสมาพบผมด้วย หลังจากที่ผมได้ไปชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ
  • สิ่งที่น่ายินดีก็คือว่าทั้งบริษัทไทยและหุ้นส่วนที่เป็นต่างประเทศนั้น  แม้ว่าอาจจะผิดหวังที่ไม่ได้ดำเนินโครงการหวยออนไลน์ ๒ ตัว ๓ ตัว  แต่ก็บอกว่าเมื่อรัฐบาลมีนโยบายนั้นพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ  ร่วมมือกับคณะทำงานที่ผมได้ตั้งขึ้น เพื่อที่จะดูว่าการที่ไม่ดำเนินการตามโครงการนี้มีผลกระทบเป็นความเสียหายมากแค่ไหนอย่างไร  และเมื่อได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่าความเสียหายเป็นอย่างไรแล้ว  ก็จะมีวิธีการในการที่จะชดเชย  ซึ่งตรงนี้หมายความว่าทางบริษัทก็ได้บอกว่าไม่มีความประสงค์ในการที่จะไปฟ้องร้องหรือทำให้เรื่องเกิดความยุ่งยาก  จากการที่จะต้องไปขึ้นโรงขึ้นศาล  แต่ว่าจะมาเจรจากันว่าการชดเชยจะทำอย่างไร 
  • ซึ่งการชดเชยไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการชดเชยในรูปของตัวเงิน 
    • ผมยกตัวอย่างว่าถ้าเราสามารถที่จะเอาเครื่องที่ไปติดตั้งทั้งที่เป็นคอมพิวเตอร์ เมนเฟรม (mainframe) และตัวตู้ที่ไปติดตั้งตามที่ต่าง ๆ มาใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น  สามารถสร้างรายได้ขึ้นมา  ก็สามารถเข้ามาทดแทนโครงการนี้  อันนี้ก็เป็นตัวอย่างของการที่เราจะดำเนินการในเรื่องนี้ 
    • พร้อม ๆ กันไปนั้นสำหรับคนที่ได้รับผลกระทบในเรื่องของเป็นผู้บริหารตู้ 
    • หรือว่าก่อนหน้านี้มีการจดทะเบียนคนเดินโพย  รัฐบาลก็จะพิจารณาว่าจะช่วยเยียวยาคนเหล่านี้อย่างไร 

เพราะฉะนั้น ขณะนี้การบริหารจัดการทางด้านนี้  ผมคิดว่ามีแนวโน้มไปในทางที่ดีครับ  ก็คือสามารถที่จะสนองตอบนโยบายของรัฐบาลในการที่จะไม่เพิ่มช่องทางใหม่ ๆ  ในเรื่องของการพนัน  หรืออบายมุขพร้อม ๆ กันนั้นก็คงจะไม่ทำให้รัฐหรือผู้เสียภาษีอากรเสียหาย  แต่จะหาข้อยุติซึ่งทั้งบริษัท ทั้งรัฐบาลเอง จะมีความพึงพอใจและสามารถเป็นไปตามเป้าหมายของเราได้"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- กองทุนหมู่บ้าน : เพิ่มทุนรอบ ๒ เร่งดำเนินการให้ครบ มีระบบประเมิน

... รัฐบาลอนุมัติเพิ่มทุนให้กองทุนหมู่บ้านรอบที่ ๒ เป็นที่เรียบร้อยแล้วประมาณร้อยละ ๖๐ ยังคงเหลืออีกร้อยละ ๔๐ ที่ยังขาดคุณสมบัติในการได้รับการเพิ่มทุน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ขณะเดียวกันรัฐบาลจะจัดให้มีการประเมินผลการบริหารจัดการเพื่อนำไปสู่การบริหารจัดการที่ดีขึ้นและไม่ให้นำไปสู่การเกิดปัญหาหนี้เสียต่อไป

อภิสิทธิ์:
"ถัดมาเรื่องที่อยากจะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนก็คือเรื่องของกองทุนหมู่บ้านครับ เพราะว่าสัปดาห์ที่แล้วผมได้ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมกองทุนหมู่บ้าน  กรรมการกองทุนหมู่บ้าน  เพื่อที่จะเพิ่มทุนให้กับกองทุนหมู่บ้าน  การเพิ่มทุนครั้งนี้เป็นรอบที่ ๒  เพราะว่ารอบแรกนั้นผมได้ไปทำพิธีโอนเงินไปแล้ว  ขณะนี้หลังจากที่อนุมัติการเพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้านไปแล้ว ๒ รอบ  ก็เท่ากับว่ากองทุนหมู่บ้านประมาณร้อยละ ๖๐ ได้รับการเพิ่มทุนไปเรียบร้อยแล้ว  ผมอยากจะเรียนครับว่าต่อจากนี้ไปสำหรับกองทุนที่เหลืออีกร้อยละ ๔๐ ขณะนี้แบ่งเป็น ๒ ส่วน 

  • ส่วนหนึ่งก็คือส่วนที่ยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล  ตรงนี้จะขาดคุณสมบัติในการที่จะได้รับการเพิ่มทุน เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเข้าไปช่วยดูว่าทำอย่างไรจะให้กองทุนเหล่านี้สามารถที่จะจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลได้ 
  • ส่วนที่ ๒ คือกองทุนที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเรียบร้อยแล้ว  แต่ยังขาดความพร้อมตามเงื่อนไขที่ได้มีการกำหนดในการที่จะรับการเพิ่มทุน  ตรงนี้เราจะมีการพิจารณาเพื่อที่จะเพิ่มทุนให้กับกองทุนหมู่บ้านที่เหลือเป็นประจำทุกเดือน

อยากจะให้ทางพี่น้องประชาชน กรรมการกองทุนที่ยังไม่ได้รับการเพิ่มทุนประสานไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งเครือข่ายกองทุนหมู่บ้าน  ทั้งในส่วนของจังหวัด  เพื่อที่จะได้ดูว่าสามารถที่จะทำให้กองทุนนั้นเข้ากับเงื่อนไขในการที่จะมารับการเพิ่มทุนได้หรือไม่ เราจะได้สามารถเดินหน้าเร่งรัดที่จะสามารถเพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้านให้ได้ เรียกว่าครบทุกกองทุน  หรือเกือบครบทุกกองทุนในระยะเวลาอันใกล้  

ขณะเดียวกันรัฐบาลก็จะมีการดำเนินการในการประเมินผลของการบริหารจัดการในเรื่องของกองทุนหมู่บ้าน  ซึ่งเป็นการประเมินไม่ใช่ในลักษณะจับผิด  แต่ว่าจะเป็นการประเมินเพื่อนำไปสู่การบริหารจัดการที่ดีขึ้น  เพราะว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่โอนไปยังกองทุนหมู่บ้านนั้น  เราต้องการให้มีการนำไปใช้อย่างคุ้มค่า 

- สร้างอาชีพ สร้างรายได้

- เป็นเงินหมุนเวียนอย่างแท้จริง

- และไม่กลายเป็นหนี้เสีย  หรือไม่กลายเป็นจุดที่ทำให้การขยายหนี้สิน และทำให้เกิดหนี้นอกระบบมากยิ่งขึ้น 

ซึ่งขณะนี้ทั้งสถาบันการศึกษา  ทั้งเครือข่าย ทั้งคณะกรรมการสำนักงานก็กำลังเดินหน้าในการที่จะจัดวางระบบการประเมินตรงนี้  ซึ่งจะทำให้การใช้และการบริหารเงินกองทุนหมู่บ้านนั้นเป็นไปด้วยความรอบคอบและมีประสิทธิภาพ  ตามเจตนารมณ์ในเรื่องของการที่จะให้เป็นเงินทุนในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้มากยิ่งขึ้น"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- อภิสิทธิ์ ในสายตาของครู

ผู้ดำเนินรายการ: สวัสดีครับ ผมกนิษฐ์ สารสิน นะครับ หรือว่าเด็ก ๆ อาจจะเรียกกันว่าครูเป๊ะ นะครับ ซึ่งตอนนี้ผมยืนอยู่ที่โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ นะครับ ซึ่งเป็นโรงเรียนของท่านนายกรัฐมนตรีครับ เมื่อก่อนท่านศึกษาอยู่ที่นี่ครับ ซึ่งวันนี้ก็เป็นวันครูด้วย ทางคณะครุศาสตร์ซึ่งเป็นต้นสังกัดของโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ก็ได้จัดงานวันครูขึ้น และได้จัดเป็นประจำทุก ๆ ปีนะครับเพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณของครูนะครับ และปีนี้พิเศษยิ่งขึ้นครับเพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ให้เกียรติมาร่วมงานด้วย และวันนี้ผมก็จะพาท่านผู้ชมไปพบกับท่านอาจารย์ที่เคยสอนท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อสมัยตอนเรียนอยู่ และก็ไปชมห้องเรียนที่ท่านเคยเรียนอยู่ และก็เราไปร่วมดูบรรยากาศในงานวันครูว่าเป็นอย่างไรบ้างครับ
...
ผู้ดำเนินรายการ : อาจารย์สวัสดีครับ อาจารย์ลินจงนะครับ (รศ.ลินจง อินทรัมพรรย์) ก็ผมอยากจะทราบว่า ๑ ปีที่ผ่านมานี้อาจารย์ เมื่อเวลาเราเห็นลูกศิษย์เราที่ตอนนี้เป็นนายกฯ อยู่แล้ว อาจารย์รู้สึกอย่างไรบ้าง

รศ.ลินจง: ก็มีความรู้สึกหลาย ๆ อย่าง

  • ๑. ภูมิใจที่คุณอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรี
  • ความรู้สึกที่ ๒. คือ มีความสุขที่นายกรัฐมนตรีได้ทำหน้าที่แล้วก็ได้ทำงานที่ถือว่าเป็นงานที่ยากที่สุด เป็นการทำงานเพื่อทุกคน เพื่อประเทศชาติ ดูว่าเป็นความเสียสละทั้งความสุขส่วนตัวและก็อะไรหลาย ๆ อย่าง มีปัญหาที่ท่านนายกฯ ต้องแก้

ที่ผ่านมา ๑ ปีก็ถือว่านายกฯ สอบผ่านในสายตาของครูคนหนึ่ง ก็คาดว่านายกฯ คงจะทำงานเพื่อประเทศชาติประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี

ผู้ดำเนินรายการ ทีนี้เรามาพบอาจารย์อีกท่านหนึ่งครับที่เคยสอนท่านนายกฯ มานะครับ อาจารย์องอาจครับ (อาจารย์องอาจ บุญรักษ์) สวัสดีครับ อาจารย์ครับ ๑ ปีที่ผ่านมานี้ที่เราเห็นลูกศิษย์เราไปทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรี มาถึงตอนนี้แล้วเรารู้สึกอย่างไรบ้างครับ

อาจารย์องอาจ: ตอนแรกก็

  • ชื่นชมยินดีกับเขานะครับ เพราะเขาประสบผลสำเร็จอย่างที่เขาตั้งใจจะทำ ทีนี้ดูสถานการณ์ก็มีคนท้วงว่าใครขึ้นมาบริหารประเทศตอนนี้หนักมาก และก็น่าเป็นห่วงนะครับ

ผลงานที่เขาผ่านมา ๑ ปีก็คิดว่าท่านทำได้ดีแล้วนะครับ ในระดับนานาชาตินี้ท่านยกระดับประเทศไทยขึ้นไปสู่สายตาชาวโลก และภาคภูมิใจมากนะครับ ก็ชื่นชมท่าน หวังว่าท่านจะประคองประเทศชาติให้อยู่รอดตลอดไป และก้าวหน้าไปทัดเทียมกับนานาประเทศครับ

ผู้ดำเนินรายการ: ขอบคุณครับอาจารย์ ทีนี้นะครับเรามาชมสภาพภายในโรงเรียนกันนะครับ แต่ถ้าเผื่อใครที่ไม่ได้มาโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ นานแล้วนี้จะจำไม่ได้ เพราะว่าอาคารเรียนเดี๋ยวนี้ปรับเปลี่ยน เปลี่ยนแปลงไปเยอะนะครับ ถ้าเรามองดูนะครับตรงนี้เราจะเห็นเสาธง เสาธงอยู่ที่เดิมนะครับ และอาคารเรียน ๒ อาคารก็เป็นอาคารเดิม อาคารตึกด้านนี้กับด้านนี้จะเป็นตึกคู่ขนานกันตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว เมื่อตอนปัจจุบันจะมีตึกขึ้นมาใหม่อีกหลายตึกเลยนะครับ ทีนี้เรา

ขึ้นไปดูห้องเรียนดีกว่าครับ ตอนที่ท่านนายกฯ เรียนอยู่ที่นี่ถึงชั้นประถมปีที่ ๖ เราไปดูห้องเรียนชั้น ป.๖ กันครับ ตอนนี้เราขึ้นมาถึงชั้นที่ ๒ ต้องขึ้นอีกชั้นนะครับ ชั้น ๓ มาถึงแล้วชั้น ๓ ครับ ซึ่งตึกนี้ชั้น ๓ ของตึกนี้เมื่อก่อนจะเป็นชั้น ป.๖ นะครับ ซึ่งท่านอยู่ห้อง ป.๖/๖ เดี๋ยวเราจะลองนับดู ซึ่งสมัยนี้ตอนนี้เขาเปลี่ยนเป็น ป.๕ อยู่ตึกนี้แทนนะครับ น่าจะเป็นห้องนี้นะครับ ๖/๖ ซึ่งตอนนี้ก็เป็นชั้น ป.๕/๓ เมื่อก่อนเราจะรู้สึกว่าห้องเรียนใหญ่มาก แต่พอตอนนี้เรามาดูทำไมห้องเรียนดูเล็กจัง ห้องเรียนเมื่อก่อนจะมีแค่กระดานดำเฉย ๆ นะครับ เดี๋ยวนี้จะมีสื่อการสอนด้วย มีทีวีในห้องด้วย โรงเรียนก็ได้พัฒนาไปเยอะ มีทั้งทีวีนะครับแล้วก็มีทั้งคอมพิวเตอร์ต่อห้อง ผมว่าตอนนี้เราก็ได้ชมโรงเรียนกันพอสมควรแล้วนะครับ เห็นทั้งอาคารเรียนที่เคยเรียนกันอยู่ และห้องเรียนที่ท่านนายกฯ เคยอยู่นะครับ

ตอนนี้ผมว่าเรารีบไปที่พิธีกันเลยดีกว่าครับว่างานวันครูที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเขาจัดนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง และท่านนายกฯ ก็ใกล้จะมาร่วมงานแล้วนะครับ ผมว่าเราไปชมกันเลยดีกว่า (ภาพงานวันครูที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)
จากรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เวลา ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐น.


คลิ๊ก เพื่ออ่านคำต่อคำ

คลิ๊ก เพื่อชม VDO รายการเต็ม

(กลับไปด้านบน)