...ปีที่แล้วรัฐบาลต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงต้องกู้ ไทยเข้มแข็งคือเครื่องมือฟื่นเศรษฐกิจ หลักคือต้องมีแต่ไม่จำเป็นต้องใช้ รัฐฯบริหารจัดการได้ไม่ทำให้ภาวะหนี้ของประเทศเกินตัว เมื่อเศรษฐกิจเริ่มขยายไม่จำเป็นต้องมาเพิ่มภาษีหรือเก็บภาษีเพิ่ม ขณะนี้ตัวเลขเศรษฐกิจทุกตัวดีมาก รายได้เข้ารัฐฯ คาดเกินเป้า ๒แสนล้าน และน่าจะคืนเร็วกว่าที่คิดไว้ ๒แสนล้าน
นักจัดรายการวิทยุ (ประสาน ศิลป์จารุ สถานีวิทยุ วปท. และรายการทีวี นายมั่นนายคง): "...อันนี้ก็ขอเรียนบอกให้ทราบ เวลานี้สำหรับผมนั้นถามนายกฯ ว่าท่านนายกฯ หนักใจไหมครับเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณตอนนี้ ซึ่งรัฐบาลไปกู้มาเป็นจำนวนมาก และประชาชนก็ให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องเงินกู้ครั้งนี้ และอีกอย่างก็พูดกันมากเรื่องนี้ถ้าหากนายกฯ ไม่พูดให้แจ่มใส ข่าวมันจะออกไปว่ากู้มาแล้วเมื่อไหร่จะใช้กันหมด เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ มีผลกระทบต่อรัฐบาล ฉะนั้น ตรงนี้ผมจึงอยากจะเรียนให้ท่านนายกฯ ได้ทราบว่าแล้วก็อยากจะทราบ ประชาชนทั่วไปก็อยากจะทราบว่า
- เงินที่ท่านนายกฯ กู้มานั้น คงจะมีสิทธิ์ว่าจะใช้ด้วยวิธีการใดจึงจะให้หมดไป
- และเวลานี้ปัญหาหลายเรื่องที่จะเข้ามาอย่างเช่นหวยออนไลน์ก็ตาม ซึ่งจะเป็นรายได้เข้ามาก็มีอุปสรรค
- อุตสาหกรรมที่ระยองก็มีปัญหา สิ่งต่าง ๆเหล่านี้เป็นอุปสรรคสำหรับในการที่จะนำเศรษฐกิจให้ขึ้นมา แต่เวลานี้เศรษฐกิจหลายตัวนี้ขึ้นมา
- แม้กระทั่งยางพาราเวลานี้ ๑๐๐ บาทแล้ว ข้าวก็ขึ้น ข้าวโพดก็ขึ้น แต่ไม่มีคนมาร้องเรียน
- ฉะนั้นผมจึงอยากจะถามท่านนายกฯ ว่า ภาษีจะขึ้นอีกไหม เพราะว่าเมื่อเห็นแล้วว่าเวลาที่วงเงินที่กู้มามาก ประชาชนเขาสนใจตรงนี้ครับ ฉะนั้นขอให้นายกฯ ช่วยตอบให้ประชาชนเขาเบาใจด้วยนะครับ"
...เดินหน้าเต็มที่ ดูจังหวะเวลา ดูข้อกฎหมายผลข้างเคียง
อภิสิทธิ์: "ผมยืนยันนะครับว่าจังหวะเวลาที่จะตัดสินใจต่าง ๆ ก็คือเราต้องการทำให้เร็วที่สุด แต่ว่าการทำงานในแต่ละเรื่องถ้าเราไม่สนใจข้อกฎหมายเลย หรือว่าเราไม่พิจารณาผลข้างเคียงที่ตามมา บางครั้งเราอาจจะใช้คำว่าดีใจ หรือสะใจ ว่าเรื่องนี้จบไปแล้ว แต่ว่าเผลอแป๊บเดียวครับมันย้อนกลับมา เพราะฉะนั้นไม่มีปัญหานะครับเรื่องใดซึ่งเรามีความพร้อม เราเดินหน้าเต็มที่
เล่นฟุตบอลได้จังหวะก็ยิงละครับ แต่ถ้าจะล้ำหน้าต้องวิ่งกลับไปก่อนนะครับ เพราะว่ายิงเข้าไปก็ไม่ได้ประตูนะครับ แถมเสียลูกโทษอีกต่างหาก เพราะฉะนั้น อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ผมขอยืนยัน และผมไม่ทำละครับ เลี้ยงไปเลี้ยงมาบนสนามก็ไม่ทำ บริหารราชการแผ่นดินก็ไม่ทำ ก็อยากจะให้ความมั่นใจ
...เงินกู้: ต้องกู้ต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ
ทีนี้เรื่องเงินกู้เรื่องหนี้ต้องขอขอบคุณ เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องซึ่งวิพากษ์วิจารณ์กันมากมาตลอดทั้งปีที่แล้ว และปีนี้ก็ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ แต่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างนี้ครับ
ถ้าปีที่แล้วรัฐบาลไทยเหมือนกับรัฐบาลทั่วโลก เจอกับปัญหาว่าเศรษฐกิจตกต่ำ แทบจะเรียกได้ว่าหนักหนาสาหัสที่สุดในรอบหลายสิบปี หรือ บางคนบอกเป็นร้อยปีด้วยซ้ำ ทางเลือกก็มีว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจไหม ถ้าจะกระตุ้นเศรษฐกิจในภาวะที่ เศรษฐกิจตกต่ำรัฐบาลไม่ว่าจะที่ไหนก็ไม่มีรายได้ ก็ต้องตัดสินใจกู้ยืมเงิน เราก็ตัดสินใจอย่างที่ท่านพูด เราก็ยิงประตูเลยละครับบอกว่าต้องกู้ ฟันธงเลยว่าต้องกู้ เพราะต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ
...เมื่อเศรษฐกิจขยายไม่ต้องเพิ่มภาษี
แต่เงินที่เรากู้ สมมติกู้เต็มจำนวน คือที่เราเคยพูดไว้ ๘ แสนล้าน มันไม่ได้ทำให้ภาวะของหนี้สินของประเทศมันเกินตัว เทียบไปกับอีกหลายต่อหลายประเทศในโลกยังอยู่ในเกณฑ์ที่ถือว่าค่อนข้างต่ำ บริหารจัดการได้ และเรา ก็เชื่อด้วยซ้ำว่า เมื่อเศรษฐกิจเริ่มขยายตัว ไม่จำเป็นต้องมาเพิ่มภาษีหรือเก็บภาษีใหม่ ๆ เพื่อจะเอาเงินเข้ามาก็สามารถที่จะแก้ไขปัญหาไปได้เอง เมื่อเศรษฐกิจเติบโตขึ้น
ผมก็อยากจะยกเป็นตัวอย่างให้เห็นเพราะว่าวันนี้มันผ่านมาประมาณ ๗ ปี เป็นรูปธรรมเลยครับ ปรากฏว่าเรากู้เข้ามาขณะนี้ตามพระราชกำหนดประมาณ ๔ แสนล้าน มีโครงการที่ทำเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจไป แล้วก็เศรษฐกิจขณะนี้ตัวเลขทุกตัวดีมาก
- จะมีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม
- การสร้างงาน
- การขยายตัวทางเศรษฐกิจ และพอเศรษฐกิจโลกเริ่มดีขึ้นก็
- ส่งออก
- ท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็ดี
...เก็บรายได้เกินเป้า ๒ แสนล้าน
เป็นเรื่องที่กลับมาทันทีคืออะไรครับ ปรากฏว่าปีนี้เราอาจจะเก็บรายได้เข้ารัฐเกินกว่าเป้า ๒ แสนล้าน กู้ไปบอกว่าประมาณ ๔ แสน ทำท่าจะได้คืนมาเร็วกว่าที่คิดแล้ว ๒ แสน
ในทางตรงกันข้ามวันนั้นถ้าเราไม่กู้ เราจะพบนะครับขณะนี้มีเศรษฐกิจในโลกหลายประเทศปรากฏว่ากระตุ้นเศรษฐกิจไม่สำเร็จ ผลที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ เศรษฐกิจยังตกต่ำ เหมือนเดิม แต่หนี้เพิ่มขึ้นเพราะว่ามันจัดเก็บรายได้ไม่ได้ เพราะฉะนั้น นี่คือหลักการบริหาร และเงินที่กู้ผมระมัดระวังตั้งแต่ต้น สิ่งแรกก็คือบอกว่าไม่จำเป็นไม่กู้จากต่างประเทศ
เพราะฉะนั้นให้ความมั่นใจเลยครับว่า ที่ทำอยู่ทั้งหมดนี้ไม่นำไปสู่ปัญหาที่บอกว่าจะต้องไปเพิ่มภาษีเพื่อจะหารายได้เข้ามา เป็นเรื่องที่บริหารจัดการว่าจำเป็นต้องกู้กระตุ้นเศรษฐกิจ พอกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว เงินย้อนกลับเข้ามาเอง แล้วเราเห็นภาพแล้วในช่วง ๑ ปีที่ผ่านมา
...ไทยเข้มแข็งเครื่องมือฟื้นเศรษฐกิจ
มาถึงวันนี้จึงเป็นเหตุผลซึ่งก่อนหน้านี้มีการถกเถียง อาจจะเข้าใจถูก เข้าใจผิดกันบ้าง ว่าตกลงเราจะเลิกไทยเข้มแข็งหรือเปล่า
ความจริงไม่ได้บอกว่าจะเลิกครับ แต่บอกว่าไทยเข้มแข็งในส่วนที่จะไปกู้อีก ๔ แสนล้าน ถ้าดูตัวเลขไปอีกระยะหนึ่งแล้ว มันทำท่าว่าไม่ต้องกู้ เพราะว่ามีเงินของรัฐบาลเพิ่มขึ้นมา เราก็จะไม่กู้เพิ่ม
เพราะฉะนั้น ผมจึงเชื่อว่าในที่สุดอาจจะไม่ต้องเต็มจำนวน แต่ว่าควรจะมีเครื่องมืออันนี้ไว้ไหม มีไว้แต่อาจจะต้องไม่ใช้แล้ว อันนี้ก็คือหลักที่เราใช้ ซึ่งผมคิดว่าน่าจะทำให้ทุกคนมั่นใจ แล้วก็ความจริงวิจารณ์กันมากนะครับบอกกู้กันมากมายมหาศาล ผมย้อนกลับไปดูว่าเมื่อไม่นานมานี้ อย่าง ๒๕๔๕ ท่านกู้รวดเดียวปีเดียว ๗๕๐,๐๐๐ ล้าน ไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจเลยครับ ต้องมาแก้ปัญหาระบบธนาคารอย่างเดียว เคยทำกันมาแล้ว เพราะฉะนั้นให้ความมั่นใจตรงนี้
<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>
...ภาษีที่ดินภาษีทรัพย์สิน: รายได้ขององค์กรปกครองท้องถิ่น
...รัฐบาลทำภาษีทรัพย์สินที่ดินเพื่อลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนให้เกิด
ความยุติธรรมในสังคม และกระตุ้นให้ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า โดยมีการทำประชาพิจารณ์ เงินที่เก็บจากภาษีนี้ส่วนหนึ่งจะมาตั้งกองทุนธนาคารที่ดิน เพื่อช่วยเหลือพี่น้องที่ไม่มีที่ดินทำกิน
...อภิสิทธิ์: "ส่วนภาษีใหม่ที่จะมี พอมีจริง ๆ ในรัฐบาลนี้ คือภาษีที่ดินและทรัพย์สิน
ภาษีที่ดินและทรัพย์สินที่ทำไม่ได้มุ่งหวังเรื่องรายได้ เพราะว่ารายได้ของภาษีที่ดินทรัพย์สินจะเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
แต่ถามว่าทำภาษีทรัพย์สินที่ดินทำไม คำตอบง่าย ๆ เลยครับความยุติธรรมในสังคม
ภาษีตัวนี้จะกลายเป็นภาษีที่สามารถที่จะลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนได้มาก แล้วก็ยังจะเป็นภาษีที่จะไปกระตุ้นให้เราใช้ทรัพยากรของเราคุ้มค่ามากขึ้น
ใครทิ้งที่รกร้างว่างเปล่าจะโดนหนักเลย เพราะฉะนั้น พูดง่าย ๆ ก็คือถ้าไม่อยากเสียภาษีฟรี ๆ สูง ๆ ก็ต้องขายละครับ หรือต้องเอาไปใช้ประโยชน์ให้มันคุ้มค่ากับที่ดินที่มีอยู่
แล้วก็ยังจะกันเงินส่วนหนึ่งที่เก็บจากภาษีตัวนี้ได้มาทำเป็นกองทุนธนาคารที่ดิน เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่ไม่มีที่ทำกิน เพราะฉะนั้น ภาษีตัวนี้ก็ไม่ได้มุ่งเรื่องรายได้ แต่จะเป็นเรื่องความเป็นธรรม ผมเร่งกระทรวงการคลังอยู่ครับ จะเสนอเข้า ครม.ได้ ไม่น่าจะเกินใน ๒ สัปดาห์ข้างหน้า แต่ว่าต้องไปผ่านขั้นตอนของกฤษฎีกา และสภาฯ อีก
มีนิดเดียวที่เดี๋ยวประชาชนจะตกใจ คือเราจะต้องมีหลักเกณฑ์การยกเว้นให้กับที่ดินทางการเกษตร กับที่อยู่อาศัย แต่ไม่ใช่ทุกคนนะครับ
- คือที่ดินทางการเกษตร ก็คงจะยกเว้นโดยดูว่าสักกี่ไร่ ที่ถือว่าไม่ต้องเสีย แต่ถ้าเป็นเจ้าของขนาดใหญ่ แม้ทำการเกษตรก็จะต้องให้เสียบ้าง
- ส่วนที่อยู่อาศัยนั้นเราจะดู ๒ ตัวประกอบกันก็คือ
- ขนาดของที่ดินที่ใช้สำหรับอยู่อาศัย บวกกับมูลค่า
- ส่วนตัวเลขรายละเอียดนั้นเราจะไม่เขียนในกฎหมาย เพราะว่าจะอยู่ในกฎหมายลูก เพราะฉะนั้น ระหว่างที่กฎหมายแม่เดินไป เราจะทำประชาพิจารณ์ รับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องเกษตรกร จากประชาชนทั่วไปที่มีที่อยู่อาศัย ว่าแค่ไหนจึงถือว่าสมเหตุสมผลในการที่จะยกเว้น"
... นักจัดรายการวิทยุ (เฉลิมชัย ยอดมาลัย FM ๙๗ รายการคิดต่างสร้างสรรค์): "ประเด็นที่อยากถามให้ลึกคือเรื่องเกี่ยวกับภาษีทรัพย์สิน ผมไม่แน่ใจว่าเป็นภาษีมรดกได้หรือเปล่า แต่ว่าผมสนใจเรื่องภาษีมรดกกับภาษีที่ดิน อยากทราบกรอบระยะเวลาที่จะเกิดจริง ๆ เพราะว่าเรื่องนี้พูดมาหลายครั้ง แต่ผมเข้าใจว่าคนไทยก็จะมีคนกลุ่มหนึ่งที่มีที่ดินมากมาย และคนที่มีที่ดินมากมาย ก็จะมีอำนาจรัฐอยู่ในมือ ทีนี้ตรงนี้ครับท่านนายกฯ กรุณาให้กรอบระยะเวลาว่าจะเป็นผลได้อย่างมากน้อยในระยะเวลาสักแค่ไหนครับ"
...ภาษีที่ทรัพย์สินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาแทนภาษีบำรุงท้องที่ภาษีโรงเรือน
อภิสิทธิ์: "เอาให้ชัดก่อนนะครับ เรื่องภาษีที่พูดอยู่ไม่ใช่ภาษีมรดก
- ภาษีมรดกเก็บก็คือ เก็บจากคนที่เสียชีวิตและก็ส่งทรัพย์สินต่อให้ลูกหลาน
- แต่เรากำลังพูดถึงทรัพย์สินที่เป็นที่ดินสิ่งปลูกสร้าง พูดง่าย ๆ ก็คือจากเดิมที่เรามีภาษีบำรุงท้องที่กับภาษีโรงเรือน ก็จะยกเลิก ๒ ตัวนี้มาเป็นภาษีทรัพย์สินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แล้วก็ประเมินจากมูลค่าของทรัพย์สินตัวนี้อย่างแท้จริง เงินส่งท้องถิ่น กันส่วนหนึ่งเข้าทำกองทุนธนาคารที่ดิน
โดยทั่ว ๆ ไปกฎหมายไทยโดยเฉลี่ยใช้เวลาประมาณ ๒ ปีหรือปีครึ่ง และที่เราจำเป็นจะต้องทำด้วยก็คือเพื่อให้คนสามารถปรับตัวได้ ร่างกฎหมายที่เขียนอยู่ในขณะนี้ก็คือ
- พอประกาศใช้เวลายังไม่ใช้บังคับ จะมีช่วงระยะเวลาเว้นสักช่วงหนึ่ง ใครอยากจะขายที่ดินอะไรต่าง ๆ ช่วงนั้นกลัวว่าจะต้องเสียภาษีก็ทำได้
- และพอถึงสัก ๒ หรือ ๓ ปีก็จะเริ่มเก็บอัตราครึ่งหนึ่งก่อน
- แล้วพอถึง ๕ ปีก็เก็บเต็มจำนวน
ส่วนที่กลัวว่าคนมีอำนาจจะไม่ยอม ก็ต้องเป็นนโยบายรัฐบาล ก็เป็นหน้าที่รัฐบาลต้องผลักดัน ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าผ่าน ครม. ก็มั่นใจว่าผ่านสภาผู้แทนราษฎร"
นักจัดรายการ (ภาคภูมิ พันธุ์สถิตย์ FM ๑๐๐.๕ อสมท): "ท่านนายกฯ ได้อธิบายเรื่องงบประมาณ เรื่องการกู้เงินอะไรต่าง ๆ ของรัฐบาล ทีนี้รายการวิทยุก็จะเป็นรายการที่เข้าถึงชาวบ้าน ชาวบ้านฟังง่าย ๆ หรือว่าที่เราจะออกอากาศทางโทรทัศน์ ทางรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ ชาวบ้านที่ต่างจังหวัดก็ดูเยอะ เลยอยากให้ท่านนายกฯ ช่วยอธิบายหรือว่าพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจปากท้องของชาวบ้านให้เขาฟังง่าย ๆ
- ว่าขณะนี้สถานะของประเทศหรือว่าในตัวของเขาอยู่ในเศรษฐกิจในรูปแบบไหนอะไรอย่างไร
- หรือว่ามีอะไรจะบอกกับประชาชน อย่างเช่นที่มี คือผมกำลังพูดเรื่องเศรษฐกิจ ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่อาจจะคาบเกี่ยวกัน
อย่างเช่นมีอดีตนายกฯ คนหนึ่งที่อยู่เมืองนอก ที่ท่านประกาศผ่านช่องทางของท่านบอกว่าถ้าคนอีสานเอากลับประเทศได้ จะช่วยปลดหนี้ให้ภายใน ๖ เดือน"
...เศรษฐกิจภาคชนบทดี ส่งผลเศรษฐกิจภาพรวมจะดีด้วย
อภิสิทธิ์: "เอาเรื่องพื้น ๆ ก่อนนะครับเรื่องเศรษฐกิจว่าตอนนี้เป็นอย่างไร เมื่อสักครู่ก็มีการพูดถึงว่าราคาพืชผลค่อนข้างดี อันนี้ช่วยได้เยอะ และก็เป็นตัวหนึ่งซึ่งทำให้เงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจค่อนข้างดีด้วย
แต่จริง ๆ แล้วเมื่อใดก็ตามที่เศรษฐกิจในภาคชนบทดี เศรษฐกิจในภาพรวมค่อนข้างจะดี เพราะว่าการหมุนเวียนการจับจ่ายใช้สอยก็จะดี ขณะนี้ราคาพืชผลโดยรวมดี
...โครงการประกันรายได้ เข้าแก้ไขคนรับซื้อกดราคาข้าว
แต่ว่าผมกำลังระมัดระวังเรื่องข้าวนิดหน่อย เพราะว่ามันจะมีเรื่องของการระบายข้าวออกมา แล้วก็ตอนนี้ในบางพื้นที่ก็ร้องเรียนเข้ามาว่าราคาข้าวตามตลาด จริง ๆ เป็นเท่านี้ แต่ว่าคนรับซื้อกดราคาบ้าง หรืออ้างเหตุผลที่จะไม่ยอมรับซื้อบ้าง ก็กำลังเร่งเข้าไปแก้ไข แต่เชื่อว่าโครงการประกันรายได้บวกกับมาตรการที่ให้กระทรวงพาณิชย์ไปทำ ในการที่จะเข้าไปแทรกแซงในกรณีที่จำเป็น เพราะว่าถูกกดราคา ก็คงจะช่วยสถานการณ์ตัวนี้ได้
- แล้วตัวเลขส่งออก
- ท่องเที่ยวขณะนี้ค่อนข้างดี
- ความเชื่อมั่นดัชนีการใช้กำลังการผลิต
- ดัชนีความเชื่อมั่นในภาคอุตสาหกรรมค่อนข้างดี
<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>
...มาบตาพุด: วางกติกาหาจุดเหมาะสม เป็นธรรมกับประชาชน
...วางกติกาสำหรับโครงการที่จะลงทุน บนพื้นฐานความสมัครใจเพราะศาลยังไม่ได้ช้ในคดีหลัก ต้องมีใบอนุญาตตามมาตรา ๖๗ วรรคสอง ต้องมองมุมประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ที่ต้องรับผลกระทบจากการลงทุน ซึ่งเราต้องเคารพคำวินิจฉัยของศาล และให้ความเป็นธรรมกับทางประชาชนด้วย
แต่ว่ามีความเสี่ยงอยู่ ๒ ตัว ที่ไปที่ไหนก็พูดกันอยู่ ตัวแรกคือเรื่องมาบตาพุดว่าจะกระทบกับการลงทุนภาคเอกชนมากน้อยแค่ไหน
ก็เลยขอถือโอกาส เมื่อสักครู่อาจจะยังไม่ได้ตอบท่านนะครับ คือเราคิดว่าเราได้หาจุดที่เหมาะสมแล้ว
- เราได้วางกติกาสำหรับโครงการที่จะลงทุน ว่าขณะนี้เข้ามาดำเนินการตามกติกาใหม่ บนพื้นฐานความสมัครใจ เพราะศาลยังไม่ได้ชี้ในคดีหลัก ว่าเขาต้องทำหรือไม่ และก็คิดว่าใช้เวลาประมาณเกินครึ่งปีนิดหน่อย เพื่อให้กระบวนการเสร็จทุกอย่าง
- และก็มีใบอนุญาตที่จะถูกต้องตามมาตรา ๖๗ วรรคสอง ตามมาตรฐานที่สูงได้
จริง ๆ แล้วถามว่านานไหม ๖ เดือน ๗ เดือน ๘ เดือน ก็อยากจะบอกว่าผมก็อยากให้คิดในมุมของประชาชนที่อยู่ที่มาบตาพุดบ้าง เขาเดือดร้อนมามาก แล้วก็ไปดูพื้นที่จริงกันทุกราย ก็จะเห็นความเป็นจริงว่ามันหลายเรื่องในอดีต มันยังไม่สามารถที่จะตอบคำถามเขาได้ว่า ทำไมเขาต้องแบกรับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการลงทุนที่นั่น
ถามว่านักลงทุนพอใจไหม ถ้าถามความพอใจอย่างเดียวก็ต้องบอกว่า เขาอยากให้เร็วกว่านี้ เขาไม่อยากจะต้องมีกระบวนการที่ยุ่งยากเท่านี้ แต่เรากำลังเคารพคำวินิจฉัยของศาล และให้ความเป็นธรรมกับทางประชาชนด้วย แล้วผมคิดว่ามันเฉพาะโครงการกลุ่มนี้เท่านั้นนะครับ โครงการใหม่มีกติกาใหม่แล้ว ก็จบ เขาก็จะรู้ตั้งแต่ต้นว่ากติกาใหม่เป็นอย่างไร ซึ่งมันกระทบความเชื่อมั่นรอบนี้ เพราะว่ามันอยู่ตรงรอยต่อ แล้วคนไปทั้งรัฐบาลด้วย นักลงทุนด้วย ไปเข้าใจว่าทำอย่างนี้และมันใช้ได้ แต่ปรากฏว่าศาลท่านบอกว่าใช้ไม่ได้ ก็ต้องมาทำกันใหม่ มันจะมีเฉพาะกลุ่มนี้เท่านั้นเอง
แต่หลังจากนี้ไปทุกคนก็ถือว่ามีกติกาใหม่แล้ว ก็จะมีความชัดเจน อันนี้ก็เป็นส่วนของปัจจัยหนึ่งซึ่งจะต้องระมัดระวังในเรื่องของเศรษฐกิจ
<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>
...การเมืองกับเศรษฐกิจ ต้องกลั่นกรองข้อมูลข่าวที่ได้รับ
...รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนเรื่องการปฎิบัติต่อผู้ใช้สิทธิทางการเมือง มีหน้าที่ดูแลความสงบพี่น้อง การเคลื่นไหวทางการเมืองเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ อย่าใช้ความรุนแรง แต่ประชาชนต้องการกลั่นกรองข้อมูลข่าวที่ได้รับด้วย ข้อมูลนั้นต้องสามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้
ส่วนอีกปัจจัยหนึ่งก็การเมืองละครับ พูดกันตรง ๆ ว่าถ้าบ้านเมืองสงบเรียบร้อย ทุกอย่างก็เดินไปได้ค่อนข้างมั่นใจ
แต่ถ้าทุกวันผมก็ยังต้องตอบคำถามว่าจะปฏิกวัติไหม จะมีระเบิดไหม จะรุนแรงไหม มันก็ธรรมดา มันก็กระทบ
เพราะฉะนั้น อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ผมถึงได้ย้ำว่าจริงๆ ผมเข้าใจความเคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นสิทธิที่ทำได้ และผมก็เข้าใจว่ามีความเห็นที่แตกต่าง ความคิดเห็นที่ยังมีความขัดแย้ง แตกแยกกันอยู่ ก็แสดงออกได้ รัฐบาลนี้ไม่ห้ามเลย แต่ว่าถ้าจะทำอะไรให้มันรุนแรง ขอความกรุณาอย่าไปทำเลย เพราะว่านั่นไม่ได้ทำร้ายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทำร้ายทุกคน และสิ่งที่เป็นหน้าที่รัฐบาลในการรักษาความสงบ ก็ทำเพื่อทุกคน ไม่ใช่ทำเพื่อรัฐบาลหรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
แต่อยากจะย้ำตรงนี้แล้วก็อยากจะขอให้พี่น้องประชาชนกลั่นกรองข้อมูลที่ได้รับ คือกล่าวหาผม กล่าวหารัฐบาลรุนแรงมากนะครับ ว่าผมไปสั่งฆ่าประชาชน อะไร ทั้ง ๆ ที่พิสูจน์กันไปแล้ว ว่าเทปก็ตัดต่อ รัฐบาลนี้ก็อยู่มาปีกว่า พิสูจน์นโยบายชัดเจนในเรื่องของการปฏิบัติต่อผู้ใช้สิทธิทางการเมือง และใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ว่าไม่มีแนวคิดอย่างนั้นเลย เพราะฉะนั้น ขอให้ช่วยกลั่นกรองหน่อยว่าข้อมูลที่ได้รับ
บางทีพูดตื่นเต้นมาก มีเอกสารลับกี่สิบหน้า มีแผนสั่งฆ่า อ่านดูแล้วไม่มีอะไรเลยครับ เพราะว่ามันไม่มีจริง ๆ และวันที่ผมประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ประเด็นหลักที่สุด ที่ประชุมซักซ้อมทำความเข้าใจกัน รัฐบาลไม่ได้ไปต่อสู้กับใคร รัฐบาลมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยเพื่อประโยชน์ของทุกคน รวมทั้งคนที่มาชุมนุมด้วย อันนี้คือสิ่งที่เป็นจุดยืนของรัฐบาล
...ล้างหนี้แทนประชาชนได้จริงหรือ
ส่วนที่จะล้างหนี้ประชาชน ผมว่าประชาชนฟังมาบ่อยแล้ว เรื่องหนี้จะถูกล้าง ทั้งล้างทั้งเช็ดเลยครับ หายไปหมดเลย ใครก็ชอบทั้งนั้น จริง ๆ แล้วกระบวนการการแก้ปัญหาหนี้สิน ทำกันมาทุกยุคทุกสมัย ก็ยังประสบความสำเร็จบ้าง ไม่ประสบความสำเร็จบ้าง
มันไม่ง่ายอย่างนั้นละครับ ที่มันไม่ง่ายอย่างนั้นเพราะว่าถ้าหากว่าวันดีคืนดีเราลุกขึ้นมา และเราก็บอกว่าเลิกหนี้กันไปเลย ใครมีหนี้อยู่ ไม่มีหนี้เลย สิ่งที่ตามมาแน่นอนครับ เจ้าหนี้ก็คือว่าไม่มีใครต่อไปจะให้ใครกู้อีกแล้ว เศรษฐกิจก็จะชะงัก และคนก็จะมีปัญหากันมากขึ้น ขณะเดียวกันถ้าบอกว่ามันจะมีเงินสักก้อนมหึมาเข้ามา และก็มาจ่ายหนี้แทนชาวบ้านให้หมดเลย ไม่มีใครมีละครับ
- คือผมกำลังดูอยู่เฉพาะส่วนของกองทุนฟื้นฟูเกษตรกร มันเป็นแสนล้านนะครับ มันไม่ใช่ว่าจะมีใครที่จะมีเงินมา
- นี่เฉพาะที่ยังไม่รวมหนี้นอกระบบ ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ มาขึ้นทะเบียนแล้วตั้งล้านคน คนหนึ่งก็บอกเท่าไหร่ ๒ แสน แต่ความจริงบางคนบอกมาขึ้นแค่ ๒ แสน ตัวเองมีหนี้ตั้ง ๖-๗ แสนเป็น ๑ ล้านก็มี ปริมาณเงินตรงนี้มหึมา
- แต่หนี้นอกระบบขณะนี้เริ่มแก้แล้ว
- หนี้ของกองทุนฟื้นฟูล่าสุดผมใช้วิธีให้ไปเจรจาหมด
คือความหมายก็คือเดิมปัญหาคือกองทุนฟื้นฟูทำงานได้ช้า เพราะว่าต้องค่อย ๆ ไปซื้อหนี้ทีละราย ๆ และก็มีสมาชิกเยอะมาก ล่าสุดผมกำลังจะขอว่า ถ้าเป็นไปได้ ทำข้อตกลงกันระหว่างธนาคารที่เป็นเจ้าของหนี้ ทั้งรัฐทั้งเอกชน ทำข้อตกลงกติกาบางอย่างว่า ให้กองทุนฟื้นฟูกึ่ง ๆ เหมือนกับรับหนี้ไป แล้วก็ไปบริหารและไปฟื้นฟู และก็มีหลักประกันให้กับธนาคารพาณิชย์ หรือธนาคารที่เป็นเจ้าหนี้ได้หรือไม่ เพราะฉะนั้น งานนี้กำลังเดิน รัฐบาลนี้กำลังทำอยู่ ผมก็ยอมรับครับ และผมก็บอกตรง ๆ ว่าใครที่มาบอกว่ามาถึงแล้วก็ล้างหนี้ให้ทุกคนได้ ไม่ใช่ความจริงครับ นี่คือความจริงแน่นอน"
<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>
...๕ มาตรการ: น้ำต้องเลิกไม่ทั่วถึง แต่รถเมล์ รถไฟ ไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม ยังเดินต่อ
นักจัดรายการ (พิเชษฐ์ วิชัยรัตน์ FM ๙๐.๕, ๙๖.๕): "ประเด็นที่ ๒ ก็คือหลาย ๆ ท่านพูดเรื่องการกู้เงิน และนายกฯ พูดอยู่ครั้งหนึ่งบอกว่า ถ้าดูจากตอนนี้แล้ว ดูจากการจัดเก็บรายได้ ดูจากการประเมินตัวเลขเศรษฐกิจของหลายสำนักต่างประเทศ อัตราการเจริญเติบโต เดิมนายกฯ พูดบอก ๓.๕ ตอนนี้เป็น ๔ เปอร์เซ็นต์ แสดงว่ามีความมั่นใจว่าตัวเลขเศรษฐกิจเหล่านั้นจะดี และมีอยู่คำหนึ่งที่พูดก็คือว่าอาจจะต้องมีการลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจบางส่วน ซึ่งตรงนี้หลายคนก็สนใจ ผมเข้าใจว่าเอกชนก็สนใจ ชาวบ้านก็สนใจว่าการลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะกระทบต่อเขาหรือเปล่า จะกระทบอะไรหรือเปล่า ตรงนี้ผมว่าน่าจะมีความชัดเจนในประเด็นนี้"
อภิสิทธิ์: " ตัวที่เกี่ยวกับพี่น้องประชาชนทั่วไปก็จะเรียนซะเลยคือ เดิมเราเคยมีมาตรการช่วงที่เราเรียกว่ามาตรการชั่วคราว
- เริ่มจากสมัยรัฐบาลก่อนที่เรียก ๖ เดือน ๖ มาตรการ
- และต่อมาก็มาเหลือ ๕ มาตรการ
- และต่อมาก็ร่นเวลาลงมา
- สถานะขณะนี้แนวคิดรัฐบาลก็คือว่าก็คงจะต้องลดมาตรการเหล่านี้ลงมา เพราะว่ามันไม่ควรจะเป็นมาตรการถาวร
แต่ว่าขณะนี้ในส่วนของรถเมล์ รถไฟ ไฟฟ้า แล้วก็เรื่องก๊าซหุงต้ม ยังไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงนโยบาย ยังจะเดินต่อ
ตัวที่คิดว่ากำลังจะต้องเลิกคือเรื่องของน้ำ เหตุผลก็คือว่าเราพบความเป็นจริงหลังจากที่ใช้มาตรการนี้มาก็คือ คนมีฐานะจำนวนไม่น้อยเลยครับได้ประโยชน์จากโครงการนี้ ซึ่งไม่ใช่เจตนานะครับ พูดง่าย ๆ
- คนมีสตางค์ไม่จ่ายค่าน้ำอยู่
- ขณะเดียวกันมาตรการนี้ค่อนข้างที่จะไม่ค่อยทั่วถึง คือไม่เหมือนไฟครับ ทุกคนใช้ไฟจากการไฟฟ้าฯ แต่น้ำ คนที่ใช้น้ำ จากการประปาฯ เป็นเพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้น และคนยากคนจนจริง ๆ ส่วนใหญ่ต้องไปใช้น้ำของประปาหมู่บ้าน ขององค์กรท้องถิ่น
จริง ๆ เดิมเราปรับลงมาโดยลำดับคือว่าเดิมให้ ๓๐ คิว ก็เหลือ ๒๐ คิว แต่ตอนหลังมานั่งคำนวณแล้ว ๒๐ คิว คนหนึ่งใช้วันหนึ่งก็ยังได้เยอะมาก ซึ่งความจริงแล้วไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้น มาตรการตรงนี้ก็คือที่จะต้องเลิกก็คือเรื่องค่าน้ำฟรี สำหรับคนที่ใช้น้ำ ๒๐ คิว คือจะครบกำหนดเดือนมีนาคม ก็คงจะยกเลิกตัวนั้นตัวเดียวนะครับ
ส่วนการเลิกมาตรการอื่น ๆ ก็อยู่ในระหว่างการพิจารณา เพราะว่าจะมีมาตรการจูงใจทางภาษีเรื่องของอสังหาริมทรัพย์ ที่จะหมดอายุปลายเดือนมีนาคม ซึ่งผมจะให้เอาเข้า ครม. ในวันอังคารนี้ว่าจะต่ออายุหรือไม่ ถ้าต่อหรือไม่ต่อ คนจะได้ทราบเสียตั้งแต่เนิ่น เพราะว่าถ้าบางคนวางแผนจะโอนจะอะไรจะได้มีเวลาที่จะทำ ถ้าไม่ต่ออายุ"
<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>