คุยข่าวภาควิทยุ ปฎิรูปการการศึกษา เคารพศาล ปัญหาหวย เงินกู้ ภาษีที่ดินภาษีทรัพย์สิน ๕มาตรการ จริยธรรมการเมือง รัฐสภาเวทีกลางการพูด(๒๑ ก.พ. ๕๓)

- หวย: รัฐฯไม่มีประโยชน์ทับซ้อน เจตนาทำเพื่อประชาชน
- เศรษฐกิจ: เปิดใจตอบทุกเรื่องทุกคำถาม
- อุบัติเหตุการเมือง: ชุมนุม สมานฉันท์ คำตัดสินศาล
- ทำไมจริยธรรมการเมืองสำคัญกว่ากติกา ?
- การศึกษา: รัฐเห็นชอบทศวรรษ ๒ มุ่งผลสัมฤทธิ์สุดท้าย
- สื่อ: แสดงความคิดสุจริตใจ ภายใต้กฎหมายอย่างเสมอภาค
- เกษตร: ตัดวงจรปัญหาเพลี้ย ประกันฯ รอบแรก เข้าสู่ครม.
- อภิสิทธิ์ โดนด่า ถอดใจหรือไม่?
- ชายแดนใต้: รัฐฯเข้าถึง ชัดเจน ตรวจสอบอำนาจการใช้ พ.ร.ก.
- ตามข่าว: ชวนใช้หลอดประหยัดไฟ GT200 คืบหน้าพื้นที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง
- ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๑ ชั่วโมง ๓๐ นาที)

  - หวย: รัฐฯไม่มีประโยชน์ทับซ้อน เจตนาทำเพื่อประชาชน

... นโยบายรัฐฯ ไม่ขายหวยบนดิน สลากกินแบ่งยังทำต่อ แต่จะจำกัดวง รัฐฯไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน เจตนาทำเพื่อประชาชน แจงวาเลนไทน์ฉลากเกินราคา เพราะผันตามความต้องการ อนาคตหากใช้เครื่องอาจแก้ได้ แต่ต้องดูกม. ให้ชัดเจน ด้านผู้เสียหายรัฐฯเยียวยาแน่ ส่วนบริษัทชดเชยเช่นกัน แต่รูปแบบอื่นที่ไม่ใช่เงิน

นักจัดรายการวิทยุ (บุษยา อุ้ยเจริญ FM ๑๐๕): "ก็ขอถาม เขาบอกว่าให้เริ่มกันด้วยเรื่องของเศรษฐกิจนะคะ ก็ถามเรื่องใกล้ตัวมาก ๆ เพราะว่าชาวบ้านก็ถามกันเยอะ เรื่องหวยค่ะ ตกลงศึกษาแล้วอะไรแล้วนี้ท่านนายกฯ จะตัดสินใจชัดเจนเมื่อไร แล้วก็ในตู้ที่เอามานี้จะใช้ทำอะไรคะ"

อภิสิทธิ์: "รายงานของคณะกรรมการที่ไปพิจารณาเรื่องนี้ถึงมือผมเมื่อวันพฤหัสบดีนะครับ ความจริงแล้วก่อนหน้านั้นเขาได้ส่งประเด็นมาให้ผม ซึ่งเป็นประเด็นข้อกฎหมาย คือหลังจากที่ได้ไปดูที่มาที่ไปของโครงการและสัญญาแล้วนี้ มีข้อสังเกตอยู่บางข้อเกี่ยวกับเรื่องของข้อกฎหมายหรือความสมบูรณ์ของสัญญา หรือความถูกต้องของสัญญา หรือความไม่กระจ่างที่เกี่ยวข้องกับสัญญา เพราะฉะนั้นก่อนหน้านี้ผมได้ทำหนังสือไปถึงทางอัยการสูงสุด กับทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อได้ช่วยให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับข้อกฎหมายในเรื่องนี้

รายงานที่สมบูรณ์ที่มาถึงผมก็ยังมีข้อกฎหมายบางประเด็นเพิ่มเติม ซึ่งก็อาจจะมีความจำเป็นที่จะต้องส่งหน่วยงานต่าง ๆ เพิ่มเติมด้วย ตรงนี้สำคัญนะครับเพราะว่า

    • สิ่งที่เราอยากจะทำก็เป็นเรื่องหนึ่ง
    • วิธีการที่จะทำก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ความหมายก็คือว่าบางทีเราอาจจะตัดสินในเชิงนโยบายได้ว่า สมมติอยากจะเอาเครื่องนี้ไปทำอะไรก็ตาม ยังมีปัญหาที่ตามมาอีกว่าวิธีทำจะทำในลักษณะไหนอย่างไร

    • เป็นเรื่องของสัญญาเดิม
    • หรือเป็นเรื่องของการแก้ไขสัญญา
    • หรือเป็นการยกเลิกสัญญาแล้วนำไปสู่การมีสัญญาเกี่ยวกับการชดเชย

อย่างนี้เป็นต้นนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนั้นผมเรียนว่าคงจะเป็นเรื่องของข้อกฎหมาย ซึ่งต้องรอความเห็นจากหน่วยงานที่จะให้ความเห็นทางกฎหมายมา เราก็จะต้องยึดตามการปฏิบัติตามกฎหมายโดยให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายในส่วนของข้อกฎหมาย

ส่วนนโยบายนั้นโดยสรุปง่าย ๆ ก็คือว่า

  • ทางเลือกที่เสนอมาจะมีการพิจารณาเฉพาะทางเลือกซึ่งไม่นำไปสู่การมีสิ่งที่เราเคยเรียกว่าหวยบนดิน คือการเล่นหวย ๒ ตัว ๓ ตัว โดยผ่านเครื่องเหล่านี้ จะไม่มี
  • ถ้าจะมีการนำเครื่องนี้มาใช้ จะเป็นการนำมาใช้ทดแทนสลากที่พิมพ์จำนวนหนึ่ง เพราะฉะนั้นจะไม่มีการเพิ่ม พูดง่าย ๆ คือไม่มีการเพิ่มปริมาณการพนัน แต่ว่าจะมีช่องทางของการเปลี่ยนแปลงในการจำหน่ายสลาก ซึ่งเราคิดว่าถ้าทำวิธีนี้และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือไม่มีการเพิ่มการพิมพ์สลาก หรืออาจจะลดด้วยซ้ำ และมีการจัดสรรโควต้ากันใหม่ น่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาสลากเกินราคาได้ด้วยนะครับ

เพราะฉะนั้นในชั้นนี้ก็คือรอข้อกฎหมายนิดหนึ่ง เพราะว่าเมื่อเรารู้ข้อกฎหมายแล้วเราจึงจะสามารถปฏิบัติได้ถูก แต่หลักในเชิงนโยบายก็คือว่าถ้าจะมีการเอาเครื่องมาใช้ก็จะใช้ในลักษณะนี้"

นักจัดรายการวิทยุ (ฟองสนาน จามรจันทร์): "ท่านนายกฯ ด้วยความเคารพ เพราะว่าในรายการนี้ประชาชนบางส่วนเขาบอกว่า ไม่เห็นจะผิดตรงไหนเลยถ้าจะมีหวยเลขท้าย ๒ ตัว ๓ ตัว แต่ในเมื่อเป็นเรื่องนโยบายก็ยอมรับนะคะ แต่ด้วยความเคารพนะคะท่านนายกฯ ท่านนายกฯ

  • ยืนยันได้ไหมว่าสิ่งที่ท่านกำลังทำอยู่นี้จะไม่เข้าทาง มีคนกล่าวหาว่ามีคนในพรรคประชาธิปัตย์มีประโยชน์
  • สอง สลากกินแบ่งรัฐบาล ๘๐ บาท งวดวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมาขาย ๑๒๐ บาท ด้วยความเคารพนะคะอีกครั้ง ด้วยความเคารพมาก ๆ ถ้าเกิดรัฐบาลไปคุมคนอื่นไม่ให้ขายของแพง แต่รัฐบาลออกสลากกินแบ่งรัฐบาลเอง แต่สลากกินแบ่งรัฐบาลนี้ขาย ๑๒๐ ขาย ๑๒๕ ท่านนายกฯ จะให้ใครรับผิดชอบแทนประชาชนคะ ด้วยความเคารพจริง ๆ ค่ะ"

อภิสิทธิ์: "เรื่องหวยบนดินกับเรื่องสลากเกินราคา และหวยใต้ดินด้วย อยากทำความเข้าใจอีกครั้งนะครับ

[หนึ่ง] ยืนยันได้เลยว่าตัวผมเองหรือพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีผลประโยชน์อะไรเกี่ยวข้อง ไม่ได้ต้องการทำเรื่องนี้โดยมีวัตถุประสงค์แอบแฝงอะไรที่ไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของใคร

แต่ว่าถ้าใครจำได้ว่าตั้งแต่ก่อนผมมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ผมแสดงความไม่เห็นด้วยกับการทำหวยบนดินมาโดยตลอด หลักสำคัญที่ผมไม่เห็นด้วยนี้เพราะว่าผมเห็นชัดเจนว่าเมื่อใดก็ตามที่มีช่องทางในการพนันถูกกฎหมายเพิ่มเติมนี้ เมื่อนั้นจะมีคนเข้ามาเล่นการพนันเพิ่มขึ้น

เราไม่มีตัวเลขการศึกษาที่ละเอียดมากนักในประเทศของเรา ว่าเวลาที่มีหวยบนดินแล้วคนมาเล่นการพนันเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน แต่ที่เรามีก็คือสถาบันที่ทำการศึกษา ติดตามพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน เขาพบว่าช่วงที่มีหวยบนดินนั้นมีเด็กเยาวชนมาเล่นการพนันเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว

ผมว่าตัวเลขตัวนี้น่าจะเป็นจริงนะครับ เพราะว่าเราคิดกันง่าย ๆ ก็คือว่า ในแวดวงคนที่เรารู้จักนี้ ถามว่าหลายคนเล่นการพนันผิดกฎหมายคือหวยใต้ดินไหม ผมเชื่อว่าเราก็คงรู้จักหลายคนที่เล่น แต่อะไรก็ตามซึ่งมันเป็นของผิดกฎหมายใต้ดินนี้ มันเล่นไม่สะดวกหรอกครับ คือมันยังไงก็ต้องมีปัญหา มีความกลัว และที่สำคัญก็คือว่าสัญญาณที่ออกไปก็คือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่เมื่อใดก็ตามเราบอกของเหล่านี้ถูกกฎหมายนี้ ความลังเล การยับยั้งชั่งใจจะลดน้อยลงไปมาก ไม่ใช่เฉพาะเด็กและเยาวชน แต่ประชาชนทั่วไป เพราะฉะนั้นอันนี้คือเหตุผลหลักที่ผมไม่ต้องการที่จะทำตรงนี้

ขณะเดียวกันก็ไม่ได้สุดโต่ง คือไม่ได้ไปฝันว่าทุกอย่างจะหายไปหมดหรือปลอดไปได้หมด เพราะฉะนั้นสิ่งที่มีอยู่คือสลากกินแบ่งนี้ก็ยังทำต่อ แต่พยายามที่จะจำกัดวงลงมา ก่อนนี้ก็มีทิศทางที่ชัดเจนว่าจะจำกัดวงลงมา
เหมือนกับที่ผมเล่าให้ฟังว่าก่อนหน้านี้ก็มีการนำเสนอขึ้นมา อยากจะขยายเวลาเรื่องไก่ชน ผมก็บอกว่าไม่ควรขยาย แต่มีแล้วมีอยู่ อนุญาตไปแล้วก็ยังคงไว้ อันนี้คือจุดยืนแล้วก็ยืนยันเลย และถ้าใครมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องขอให้แจ้งมา ขอให้มีหลักฐานเบาะแสที่สามารถดำเนินการต่อได้ ผมยืนยันครับไม่ว่าจะเป็นพรรคไหน นักการเมืองคนใด เราดำเนินการแน่นอน"

[สอง] ส่วนกรณีของสลากเกินราคานี้ มีการสอบถามเรื่องนี้มาอย่างมาก แล้วก็มีคำอธิบายจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งดูแลเรื่องนี้ พยายามแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ แต่ขณะนี้ผมมาดูตัวเลขกันใหม่อีกรอบหนึ่ง

คือต้องบอกว่าความจริงราคาจะแกว่งตัวด้วย ไม่ใช่ราคาซึ่งคงที่ ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการ ขึ้นอยู่กับเทศกาล แต่ว่าวันนั้นที่ตอบกระทู้ถามในสภาฯ ผมฟังท่านรัฐมนตรีช่วยฯ ชี้แจงก็บอกว่าราคาที่ขายก็ยังเกินอยู่ แต่ว่าเริ่มมีแนวโน้มลดลง แต่ผมก็ยังไม่พอใจนะครับในเรื่องนี้ ท่านรัฐมนตรีเองท่านก็ทราบว่าต้องแก้ไขกันใหม่ เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วเรื่องนี้จะไปพันถึงเรื่องการที่จะต้องมีการรื้อเรื่องของโควต้าและวิธีการในการจำหน่าย

มีประเด็นหนึ่งซึ่งน่าสนใจก็คือก่อนหน้านี้มีความรู้สึกกันว่า การขยายสลากพอขายกันเกินราคานี้ ถ้าเพิ่มสลากแล้วปัญหาจะลดลง ขณะนี้ที่น่าสนใจก็คือว่ามันอาจจะตรงกันข้าม เพราะว่ากติกาของการขายสลากพอเราไปดูเราจะพบว่ามันคืนไม่ได้ เมื่อคืนไม่ได้นี้ยิ่งสลากมีเพิ่มและมีความเป็นไปได้ว่าสลากจะขายไม่หมดนี้ มันก็จะต้องมีการบวกราคาเข้าไปสำหรับคนที่เขารับไปขาย

เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งถ้าหากว่าจะมีการเอาเครื่องมาใช้เพื่อการนี้ เรามั่นใจนะครับว่าถ้าเอาเครื่องมาใช้เพื่อการนี้อย่างน้อยการซื้อที่เครื่อง ขายเกินราคาไม่ได้ ก็จะเป็นตัวบีบให้ราคาสลากลดลง เพราะฉะนั้นการที่จะเอาเครื่องมาขายเพื่อแก้ปัญหานี้ก็เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าน่าสนใจน่าสนับสนุน

แต่ว่าต้องมาดูว่าการจัดสรรโควต้าใหม่จะทำกันอย่างไร เพราะว่าอาจจะมีบางองค์บางกลุ่มที่เราคิดว่า ยังจะต้องคงสิทธิ์ตรงนี้เอาไว้ แต่ว่าที่บอกตอนแรกคือต้องรอนิดหนึ่ง เพราะว่าถึงแม้ตัดสินใจว่าจะทำอย่างนี้ก็ยังต้องไปดูข้อกฎหมายด้วยว่า มันสามารถที่จะทำเป็นสัญญาใหม่ หรือแก้ไข หรือทำได้เลย หรือต้องมาประมูลใหม่ ซึ่งอันนี้ก็จะต้องรอดูประเด็นข้อกฎหมายที่จะตอบมาอีกที"

นักจัดรายการวิทยุ (ชนุตม์ ลือกิจนา): "ก็ขอถามต่อเรื่องของหวยเลยนะครับ หลังจากที่คุณเกียรติฯ ได้ออกมาพูดแนวทางหนึ่งที่จะออกสลากรัฐบาล ๖ ตัวแทน ๒ -๓ ตัวนี้นะครับ ผมก็นั่งรออยู่ว่าจะมีเสียงบ่นเสียงด่า ใครออกมาด่าหรือเปล่า ก็มีท่านหนึ่งก็ออกมาสอบถามว่าเหตุผลหลักก็คือในการที่ไม่ออก ๒ ตัว ๓ ตัวนี้เหตุผลหนึ่งก็คือว่ากลัวเด็ก เยาวชนจะมาเล่นหวยกันเยอะนะครับ ทีนี้เขาก็สงสัยว่าถ้าเกิดว่ามาออก ๖ ตัวนี้แล้วเด็กจะไม่มาเล่นหรือ อันนี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่จะต้องระมัดระวังด้วยไหมครับ"

อภิสิทธิ์: "ที่เราดูนี้ความดึงดูดเด็กและเยาวชนในลักษณะที่เป็นเกมสลาก ใช้คำนี้ก่อนนะครับ

  • เกมสลาก ๒ ตัว ๓ ตัวหรือว่าบางทีเขาเรียกล็อตโต้ เรียกอะไรพวกนี้นะครับ
  • กับการซื้อสลากกินแบ่งเราจะเห็นค่อนข้างชัดว่าแรงจูงใจมันค่อนข้างต่างกันเยอะ

ความสนใจของเด็กที่จะไปเล่นในการซื้อสลาก ๖ ตัวกับการเล่น ๒ - ๓ ตัวนี้ค่อนข้างที่จะแตกต่างกันมาก เพราะฉะนั้นที่บอกว่าจะเอามาทำ ๖ ตัวนี้จริง ๆ มันก็เหมือนกับการเป็นเครื่องพิมพ์สลากนั้นเอง แต่การขายสลากตรงนี้ยังอยู่ภายใต้กติกาของเกม เหมือนสลากกินแบ่งในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นเราไม่คิดว่าจะเป็นตัวที่จะไปกระตุ้นให้เด็กเยาวชนมาเล่น แต่ว่าถ้าเป็นเกม ๒ ตัว ๓ ตัวเป็นเกมใหม่ สามารถเดินเข้าแล้วเลือกเลขได้อะไรได้ เราคิดว่าน่าจะเป็นปัญหามากกว่า"

นักจัดรายการวิทยุ (จำรัส เซ็นนิล): "สวัสดีครับท่านนายกฯ ครับ เมื่อวานผมมีโอกาสเป็นตัวแทนของสถานีไปร่วมสัมมนาที่รัฐสภา เกี่ยวกับหวยออนไลน์ รู้สึกมีตัวแทนจำหน่ายมาพูดคุยกันอย่างกว้างขวาง คุณเกียรติฯ ก็ขึ้นไปคุย ผลปรากฏว่าคุณเกียรติฯ ยังบอกว่าขออุบไว้ก่อน ก็มีเสียงค่อนข้างจะไม่สบายใจเท่าไร บอกต้องรอท่านนายกฯ ฟันธงคนเดียว ว่าจะอนุมัติหรือเปล่า ผมคิดว่าตอนนี้ท่านผู้ฟังทั่วประเทศก็คงรอคอยว่าจะใช้ระยะเวลานานหรือเปล่า"

อภิสิทธิ์: "คงอธิบาย ๒ เรื่องนะครับ เรื่องอุบกับเรื่องเวลา ผมเองก็สอบถามทาง และพอได้อ่านรายงานแล้วนี้

  • ต้องขอเรียนว่าเหตุผลที่ไม่สามารถเปิดเผยทุกสิ่งทุกอย่างได้ขณะนี้ เพราะว่าอาจจะมีความจำเป็นในการที่จะต้องไปเจรจากับบริษัทเอกชน ซึ่งเป็นคู่สัญญาในโครงการเดิม ถ้าหากว่าเราเปิดทุกสิ่งทุกอย่างไป การเจรจาอาจจะทำให้เราเสียเปรียบได้ เพราะฉะนั้นนี่คือเหตุผลว่าทำไมจะไม่ได้เปิดเผยทุกอย่างนะครับ ไม่ใช่ว่ามีวาระซ่อนเร้นอะไร แต่ว่าผมคิดว่าทุกคนคงเข้าใจ เวลาที่มีการไปเจรจากับคู่สัญญา และถ้าฝ่ายหนึ่งต้องเปิดเผยทุกสิ่งทุกอย่างหมด แล้วอีกฝ่ายหนึ่งไม่ต้องนี้ ก็คงจะพอเห็นว่าฝ่ายไหนจะเป็นฝ่ายได้เปรียบเสียเปรียบ
     
  • ส่วนระยะเวลานี้ผมก็อยากให้เร็ว แต่ว่าอย่างที่บอกก็คือผมไม่สามารถที่จะ แม้ตัดสินใจในเชิงนโยบายแล้ว ยังไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ทันที จนกว่ามีความชัดเจนว่าสัญญา สถานะของสัญญาปัจจุบันเป็นอย่างไร แล้วก็โครงการที่อยากจะทำนี้ สมมติคือมันมีได้หลายทางนะครับ
    • มีตั้งแต่ว่าสัญญานี้อาจจะมีปัญหาตั้งแต่ต้น กรณีเช่นนั้นต้องถือว่าไม่มีอะไรผูกพันแล้ว ก็ต้องมาตัดสินใจว่าจะทำโครงการใหม่เลยไหม ถ้าทำโครงการใหม่เลยก็ต้องเริ่มต้นกันใหม่ในแง่ของการประมูล
    • ในแง่ของการเปิดโอกาสให้บริษัทอื่น ๆ เข้ามา ถ้าสัญญาใช้ได้ก็ต้องมาดูต่ออีกว่ารูปแบบของสิ่งที่เราจะทำนี้ อยู่ในสัญญาเดิมหรือต้องแก้สัญญา ถ้าแก้สัญญาต้องเจรจากับบริษัทเขา หรือกำลังจะบอกว่าเลิกสัญญาเดิมแต่มาทำสัญญาในลักษณะเป็นการชดเชย เพราะฉะนั้นข้อกฎหมายตรงนี้ต้องชัดเจน

เพราะว่าไม่เช่นนั้นแล้วก็จะเป็นปัญหาที่ตามมากับรัฐบาล ว่าเราทำผิดกฎหมายหรือไม่ ทำผิดสัญญาแล้วมีความเสียหายที่จะต้องชดใช้หรือไม่ เพราะฉะนั้นต้องใช้เวลาอยู่บ้าง แต่สิ่งหนึ่งซึ่งเมื่อวานก็คุยอยู่กับทั้งคุณเกียรติฯ และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็คือว่าสำหรับคนที่ได้รับความเสียหาย คือบอกว่าได้ไปติดตู้ และมีค่าใช้จ่ายและไปรอ จำนวนนี้นะครับ ยืนว่ารัฐบาลไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร จะต้องให้สิทธิ์คนเหล่านี้หรือเยียวยาคนเหล่านี้ อันนี้ให้ความมั่นใจตรงนี้ได้ครับ"

นักจัดรายการ (พิเชษฐ์ วิชัยรัตน์ FM ๙๐.๕, ๙๖.๕): "จริง ๆ ยังมีประเด็นที่ยังสงสัย และก็สนใจอยู่ ๒-๓ ประเด็นที่พูดมาแล้วในรายละเอียด 

  • ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหวย  เรื่องการยกเลิก ๒ ตัว ๓ ตัว เพราะว่าในแง่ของการฟ้องร้องของจาโก้  ตอนนี้อยู่ในชั้นศาลฎีกา ๔,๐๐๐ ล้าน แต่นี่ก็ใกล้เข้ามาแล้วที่สำนักงานสลากฯ จะต้องรับผิดชอบ 
  • และกรณีเอกชนที่เจรจาว่าจะเอาไปออกสลาก ๖ ตัว  ผมไม่แน่ใจว่าในส่วนของข้อกฎหมายนี้จะเป็นอย่างไร
  • และประเด็นเรื่องสมมติว่าเจรจาแล้ว เอาไปออกแล้ว จะมีเงื่อนไขอย่างอื่นที่อยู่อะไรอีกหรือเปล่า  ซึ่งผมเข้าใจว่าเอกชนเขาอยากจะรู้เหมือนกันรายละเอียดตรงนั้น  ว่าจะต้องใช้เอกชนเพิ่มเติมอีกหรือเปล่า หรือมีเงื่อนไขอย่างอื่นหรือไม่อย่างไร  ตรงนี้ประเด็นหนึ่งนะครับ"

อภิสิทธิ์: "เอาตรงนี้ให้จบเลยนะครับ  แสดงว่าคุณพิเชษฐ์ตามละเอียดมาก ก็คือถูกต้องเลยครับ มันมีความพัวพันอยู่หลายเรื่อง  ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมผมต้องมีความเห็นทางกฎหมายที่ชัดเจนจากที่ปรึกษากฎหมายของรัฐบาลจะได้ไม่เดินไปแล้วมีปัญหา

แต่สิ่งหนึ่งที่ยืนยันคือว่าในกรณีที่สัญญาไม่ใช่ของจาโก้ ของตัวปัจจุบันจีเทค ถ้าจะมีการเลิกสัญญาผมจะไม่เดินในแนวที่ต้องเอาเงินไปเสีย จะต้องเป็นการทำอะไรบางอย่างเพื่อชดเชยเขา โดยไม่ต้องมีลักษณะของการจ่ายเงิน อันนี้จะได้ชัดเจนครับ"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- เศรษฐกิจ: เปิดใจตอบทุกเรื่องทุกคำถาม

...ปีที่แล้วรัฐบาลต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงต้องกู้ ไทยเข้มแข็งคือเครื่องมือฟื่นเศรษฐกิจ หลักคือต้องมีแต่ไม่จำเป็นต้องใช้ รัฐฯบริหารจัดการได้ไม่ทำให้ภาวะหนี้ของประเทศเกินตัว เมื่อเศรษฐกิจเริ่มขยายไม่จำเป็นต้องมาเพิ่มภาษีหรือเก็บภาษีเพิ่ม ขณะนี้ตัวเลขเศรษฐกิจทุกตัวดีมาก รายได้เข้ารัฐฯ คาดเกินเป้า ๒แสนล้าน และน่าจะคืนเร็วกว่าที่คิดไว้ ๒แสนล้าน

นักจัดรายการวิทยุ (ประสาน ศิลป์จารุ สถานีวิทยุ วปท. และรายการทีวี นายมั่นนายคง):
"...อันนี้ก็ขอเรียนบอกให้ทราบ เวลานี้สำหรับผมนั้นถามนายกฯ ว่าท่านนายกฯ หนักใจไหมครับเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณตอนนี้  ซึ่งรัฐบาลไปกู้มาเป็นจำนวนมาก และประชาชนก็ให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องเงินกู้ครั้งนี้  และอีกอย่างก็พูดกันมากเรื่องนี้ถ้าหากนายกฯ ไม่พูดให้แจ่มใส ข่าวมันจะออกไปว่ากู้มาแล้วเมื่อไหร่จะใช้กันหมด เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ มีผลกระทบต่อรัฐบาล ฉะนั้น ตรงนี้ผมจึงอยากจะเรียนให้ท่านนายกฯ ได้ทราบว่าแล้วก็อยากจะทราบ ประชาชนทั่วไปก็อยากจะทราบว่า

    • เงินที่ท่านนายกฯ กู้มานั้น คงจะมีสิทธิ์ว่าจะใช้ด้วยวิธีการใดจึงจะให้หมดไป 
    • และเวลานี้ปัญหาหลายเรื่องที่จะเข้ามาอย่างเช่นหวยออนไลน์ก็ตาม  ซึ่งจะเป็นรายได้เข้ามาก็มีอุปสรรค
    •  อุตสาหกรรมที่ระยองก็มีปัญหา  สิ่งต่าง ๆเหล่านี้เป็นอุปสรรคสำหรับในการที่จะนำเศรษฐกิจให้ขึ้นมา  แต่เวลานี้เศรษฐกิจหลายตัวนี้ขึ้นมา
    • แม้กระทั่งยางพาราเวลานี้  ๑๐๐ บาทแล้ว ข้าวก็ขึ้น ข้าวโพดก็ขึ้น แต่ไม่มีคนมาร้องเรียน
    • ฉะนั้นผมจึงอยากจะถามท่านนายกฯ ว่า ภาษีจะขึ้นอีกไหม  เพราะว่าเมื่อเห็นแล้วว่าเวลาที่วงเงินที่กู้มามาก ประชาชนเขาสนใจตรงนี้ครับ ฉะนั้นขอให้นายกฯ ช่วยตอบให้ประชาชนเขาเบาใจด้วยนะครับ"

...เดินหน้าเต็มที่ ดูจังหวะเวลา ดูข้อกฎหมายผลข้างเคียง
อภิสิทธิ์: "ผมยืนยันนะครับว่าจังหวะเวลาที่จะตัดสินใจต่าง ๆ ก็คือเราต้องการทำให้เร็วที่สุด  แต่ว่าการทำงานในแต่ละเรื่องถ้าเราไม่สนใจข้อกฎหมายเลย หรือว่าเราไม่พิจารณาผลข้างเคียงที่ตามมา บางครั้งเราอาจจะใช้คำว่าดีใจ หรือสะใจ ว่าเรื่องนี้จบไปแล้ว แต่ว่าเผลอแป๊บเดียวครับมันย้อนกลับมา เพราะฉะนั้นไม่มีปัญหานะครับเรื่องใดซึ่งเรามีความพร้อม เราเดินหน้าเต็มที่

เล่นฟุตบอลได้จังหวะก็ยิงละครับ  แต่ถ้าจะล้ำหน้าต้องวิ่งกลับไปก่อนนะครับ  เพราะว่ายิงเข้าไปก็ไม่ได้ประตูนะครับ  แถมเสียลูกโทษอีกต่างหาก  เพราะฉะนั้น อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ผมขอยืนยัน และผมไม่ทำละครับ  เลี้ยงไปเลี้ยงมาบนสนามก็ไม่ทำ  บริหารราชการแผ่นดินก็ไม่ทำ  ก็อยากจะให้ความมั่นใจ

...เงินกู้: ต้องกู้ต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ
ทีนี้เรื่องเงินกู้เรื่องหนี้ต้องขอขอบคุณ เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องซึ่งวิพากษ์วิจารณ์กันมากมาตลอดทั้งปีที่แล้ว และปีนี้ก็ยังมีการวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่  แต่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างนี้ครับ 

ถ้าปีที่แล้วรัฐบาลไทยเหมือนกับรัฐบาลทั่วโลก เจอกับปัญหาว่าเศรษฐกิจตกต่ำ  แทบจะเรียกได้ว่าหนักหนาสาหัสที่สุดในรอบหลายสิบปี  หรือ บางคนบอกเป็นร้อยปีด้วยซ้ำ  ทางเลือกก็มีว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจไหม ถ้าจะกระตุ้นเศรษฐกิจในภาวะที่ เศรษฐกิจตกต่ำรัฐบาลไม่ว่าจะที่ไหนก็ไม่มีรายได้  ก็ต้องตัดสินใจกู้ยืมเงิน  เราก็ตัดสินใจอย่างที่ท่านพูด เราก็ยิงประตูเลยละครับบอกว่าต้องกู้  ฟันธงเลยว่าต้องกู้  เพราะต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ 

...เมื่อเศรษฐกิจขยายไม่ต้องเพิ่มภาษี
แต่เงินที่เรากู้  สมมติกู้เต็มจำนวน  คือที่เราเคยพูดไว้  ๘ แสนล้าน  มันไม่ได้ทำให้ภาวะของหนี้สินของประเทศมันเกินตัว เทียบไปกับอีกหลายต่อหลายประเทศในโลกยังอยู่ในเกณฑ์ที่ถือว่าค่อนข้างต่ำ บริหารจัดการได้ และเรา ก็เชื่อด้วยซ้ำว่า เมื่อเศรษฐกิจเริ่มขยายตัว ไม่จำเป็นต้องมาเพิ่มภาษีหรือเก็บภาษีใหม่ ๆ เพื่อจะเอาเงินเข้ามาก็สามารถที่จะแก้ไขปัญหาไปได้เอง เมื่อเศรษฐกิจเติบโตขึ้น

ผมก็อยากจะยกเป็นตัวอย่างให้เห็นเพราะว่าวันนี้มันผ่านมาประมาณ ๗ ปี เป็นรูปธรรมเลยครับ ปรากฏว่าเรากู้เข้ามาขณะนี้ตามพระราชกำหนดประมาณ ๔ แสนล้าน มีโครงการที่ทำเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจไป แล้วก็เศรษฐกิจขณะนี้ตัวเลขทุกตัวดีมาก 

    • จะมีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม 
    • การสร้างงาน
    • การขยายตัวทางเศรษฐกิจ และพอเศรษฐกิจโลกเริ่มดีขึ้นก็
    • ส่งออก
    • ท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็ดี 

...เก็บรายได้เกินเป้า ๒ แสนล้าน
เป็นเรื่องที่กลับมาทันทีคืออะไรครับ  ปรากฏว่าปีนี้เราอาจจะเก็บรายได้เข้ารัฐเกินกว่าเป้า ๒ แสนล้าน  กู้ไปบอกว่าประมาณ ๔ แสน ทำท่าจะได้คืนมาเร็วกว่าที่คิดแล้ว ๒ แสน 

ในทางตรงกันข้ามวันนั้นถ้าเราไม่กู้  เราจะพบนะครับขณะนี้มีเศรษฐกิจในโลกหลายประเทศปรากฏว่ากระตุ้นเศรษฐกิจไม่สำเร็จ  ผลที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ  เศรษฐกิจยังตกต่ำ เหมือนเดิม แต่หนี้เพิ่มขึ้นเพราะว่ามันจัดเก็บรายได้ไม่ได้  เพราะฉะนั้น นี่คือหลักการบริหาร  และเงินที่กู้ผมระมัดระวังตั้งแต่ต้น สิ่งแรกก็คือบอกว่าไม่จำเป็นไม่กู้จากต่างประเทศ 

เพราะฉะนั้นให้ความมั่นใจเลยครับว่า ที่ทำอยู่ทั้งหมดนี้ไม่นำไปสู่ปัญหาที่บอกว่าจะต้องไปเพิ่มภาษีเพื่อจะหารายได้เข้ามา  เป็นเรื่องที่บริหารจัดการว่าจำเป็นต้องกู้กระตุ้นเศรษฐกิจ  พอกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว  เงินย้อนกลับเข้ามาเอง  แล้วเราเห็นภาพแล้วในช่วง ๑ ปีที่ผ่านมา
  
...ไทยเข้มแข็งเครื่องมือฟื้นเศรษฐกิจ
มาถึงวันนี้จึงเป็นเหตุผลซึ่งก่อนหน้านี้มีการถกเถียง อาจจะเข้าใจถูก เข้าใจผิดกันบ้าง ว่าตกลงเราจะเลิกไทยเข้มแข็งหรือเปล่า 

ความจริงไม่ได้บอกว่าจะเลิกครับ  แต่บอกว่าไทยเข้มแข็งในส่วนที่จะไปกู้อีก ๔ แสนล้าน ถ้าดูตัวเลขไปอีกระยะหนึ่งแล้ว  มันทำท่าว่าไม่ต้องกู้   เพราะว่ามีเงินของรัฐบาลเพิ่มขึ้นมา เราก็จะไม่กู้เพิ่ม 

เพราะฉะนั้น ผมจึงเชื่อว่าในที่สุดอาจจะไม่ต้องเต็มจำนวน  แต่ว่าควรจะมีเครื่องมืออันนี้ไว้ไหม  มีไว้แต่อาจจะต้องไม่ใช้แล้ว อันนี้ก็คือหลักที่เราใช้  ซึ่งผมคิดว่าน่าจะทำให้ทุกคนมั่นใจ แล้วก็ความจริงวิจารณ์กันมากนะครับบอกกู้กันมากมายมหาศาล  ผมย้อนกลับไปดูว่าเมื่อไม่นานมานี้  อย่าง ๒๕๔๕  ท่านกู้รวดเดียวปีเดียว ๗๕๐,๐๐๐ ล้าน ไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจเลยครับ ต้องมาแก้ปัญหาระบบธนาคารอย่างเดียว เคยทำกันมาแล้ว  เพราะฉะนั้นให้ความมั่นใจตรงนี้

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>

...ภาษีที่ดินภาษีทรัพย์สิน: รายได้ขององค์กรปกครองท้องถิ่น
...รัฐบาลทำภาษีทรัพย์สินที่ดินเพื่อลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนให้เกิด
ความยุติธรรมในสังคม  และกระตุ้นให้ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า โดยมีการทำประชาพิจารณ์ เงินที่เก็บจากภาษีนี้ส่วนหนึ่งจะมาตั้งกองทุนธนาคารที่ดิน เพื่อช่วยเหลือพี่น้องที่ไม่มีที่ดินทำกิน

...อภิสิทธิ์: "ส่วนภาษีใหม่ที่จะมี  พอมีจริง ๆ ในรัฐบาลนี้ คือภาษีที่ดินและทรัพย์สิน 

ภาษีที่ดินและทรัพย์สินที่ทำไม่ได้มุ่งหวังเรื่องรายได้  เพราะว่ารายได้ของภาษีที่ดินทรัพย์สินจะเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 

แต่ถามว่าทำภาษีทรัพย์สินที่ดินทำไม  คำตอบง่าย ๆ เลยครับความยุติธรรมในสังคม 
ภาษีตัวนี้จะกลายเป็นภาษีที่สามารถที่จะลดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนได้มาก  แล้วก็ยังจะเป็นภาษีที่จะไปกระตุ้นให้เราใช้ทรัพยากรของเราคุ้มค่ามากขึ้น 

ใครทิ้งที่รกร้างว่างเปล่าจะโดนหนักเลย  เพราะฉะนั้น พูดง่าย ๆ ก็คือถ้าไม่อยากเสียภาษีฟรี ๆ สูง ๆ ก็ต้องขายละครับ หรือต้องเอาไปใช้ประโยชน์ให้มันคุ้มค่ากับที่ดินที่มีอยู่ 

แล้วก็ยังจะกันเงินส่วนหนึ่งที่เก็บจากภาษีตัวนี้ได้มาทำเป็นกองทุนธนาคารที่ดิน  เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่ไม่มีที่ทำกิน  เพราะฉะนั้น ภาษีตัวนี้ก็ไม่ได้มุ่งเรื่องรายได้ แต่จะเป็นเรื่องความเป็นธรรม  ผมเร่งกระทรวงการคลังอยู่ครับ  จะเสนอเข้า ครม.ได้ ไม่น่าจะเกินใน ๒ สัปดาห์ข้างหน้า  แต่ว่าต้องไปผ่านขั้นตอนของกฤษฎีกา  และสภาฯ อีก 
มีนิดเดียวที่เดี๋ยวประชาชนจะตกใจ  คือเราจะต้องมีหลักเกณฑ์การยกเว้นให้กับที่ดินทางการเกษตร กับที่อยู่อาศัย  แต่ไม่ใช่ทุกคนนะครับ

  • คือที่ดินทางการเกษตร  ก็คงจะยกเว้นโดยดูว่าสักกี่ไร่  ที่ถือว่าไม่ต้องเสีย แต่ถ้าเป็นเจ้าของขนาดใหญ่  แม้ทำการเกษตรก็จะต้องให้เสียบ้าง 
  • ส่วนที่อยู่อาศัยนั้นเราจะดู ๒ ตัวประกอบกันก็คือ
    • ขนาดของที่ดินที่ใช้สำหรับอยู่อาศัย  บวกกับมูลค่า 
    • ส่วนตัวเลขรายละเอียดนั้นเราจะไม่เขียนในกฎหมาย  เพราะว่าจะอยู่ในกฎหมายลูก  เพราะฉะนั้น ระหว่างที่กฎหมายแม่เดินไป เราจะทำประชาพิจารณ์ รับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องเกษตรกร จากประชาชนทั่วไปที่มีที่อยู่อาศัย ว่าแค่ไหนจึงถือว่าสมเหตุสมผลในการที่จะยกเว้น"

... นักจัดรายการวิทยุ  (เฉลิมชัย ยอดมาลัย FM ๙๗ รายการคิดต่างสร้างสรรค์): "ประเด็นที่อยากถามให้ลึกคือเรื่องเกี่ยวกับภาษีทรัพย์สิน  ผมไม่แน่ใจว่าเป็นภาษีมรดกได้หรือเปล่า  แต่ว่าผมสนใจเรื่องภาษีมรดกกับภาษีที่ดิน  อยากทราบกรอบระยะเวลาที่จะเกิดจริง ๆ เพราะว่าเรื่องนี้พูดมาหลายครั้ง  แต่ผมเข้าใจว่าคนไทยก็จะมีคนกลุ่มหนึ่งที่มีที่ดินมากมาย และคนที่มีที่ดินมากมาย ก็จะมีอำนาจรัฐอยู่ในมือ  ทีนี้ตรงนี้ครับท่านนายกฯ กรุณาให้กรอบระยะเวลาว่าจะเป็นผลได้อย่างมากน้อยในระยะเวลาสักแค่ไหนครับ"

...ภาษีที่ทรัพย์สินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาแทนภาษีบำรุงท้องที่ภาษีโรงเรือน
อภิสิทธิ์: "เอาให้ชัดก่อนนะครับ  เรื่องภาษีที่พูดอยู่ไม่ใช่ภาษีมรดก 

  • ภาษีมรดกเก็บก็คือ เก็บจากคนที่เสียชีวิตและก็ส่งทรัพย์สินต่อให้ลูกหลาน
  • แต่เรากำลังพูดถึงทรัพย์สินที่เป็นที่ดินสิ่งปลูกสร้าง พูดง่าย ๆ ก็คือจากเดิมที่เรามีภาษีบำรุงท้องที่กับภาษีโรงเรือน  ก็จะยกเลิก ๒ ตัวนี้มาเป็นภาษีทรัพย์สินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แล้วก็ประเมินจากมูลค่าของทรัพย์สินตัวนี้อย่างแท้จริง  เงินส่งท้องถิ่น กันส่วนหนึ่งเข้าทำกองทุนธนาคารที่ดิน

โดยทั่ว ๆ ไปกฎหมายไทยโดยเฉลี่ยใช้เวลาประมาณ ๒ ปีหรือปีครึ่ง  และที่เราจำเป็นจะต้องทำด้วยก็คือเพื่อให้คนสามารถปรับตัวได้  ร่างกฎหมายที่เขียนอยู่ในขณะนี้ก็คือ 

    • พอประกาศใช้เวลายังไม่ใช้บังคับ  จะมีช่วงระยะเวลาเว้นสักช่วงหนึ่ง  ใครอยากจะขายที่ดินอะไรต่าง ๆ  ช่วงนั้นกลัวว่าจะต้องเสียภาษีก็ทำได้ 
    • และพอถึงสัก ๒ หรือ ๓ ปีก็จะเริ่มเก็บอัตราครึ่งหนึ่งก่อน 
    • แล้วพอถึง ๕  ปีก็เก็บเต็มจำนวน 

ส่วนที่กลัวว่าคนมีอำนาจจะไม่ยอม ก็ต้องเป็นนโยบายรัฐบาล ก็เป็นหน้าที่รัฐบาลต้องผลักดัน  ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าผ่าน ครม. ก็มั่นใจว่าผ่านสภาผู้แทนราษฎร"

นักจัดรายการ (ภาคภูมิ พันธุ์สถิตย์  FM ๑๐๐.๕ อสมท): "ท่านนายกฯ ได้อธิบายเรื่องงบประมาณ เรื่องการกู้เงินอะไรต่าง ๆ ของรัฐบาล ทีนี้รายการวิทยุก็จะเป็นรายการที่เข้าถึงชาวบ้าน ชาวบ้านฟังง่าย ๆ หรือว่าที่เราจะออกอากาศทางโทรทัศน์  ทางรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ  ชาวบ้านที่ต่างจังหวัดก็ดูเยอะ เลยอยากให้ท่านนายกฯ ช่วยอธิบายหรือว่าพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจปากท้องของชาวบ้านให้เขาฟังง่าย ๆ

  • ว่าขณะนี้สถานะของประเทศหรือว่าในตัวของเขาอยู่ในเศรษฐกิจในรูปแบบไหนอะไรอย่างไร 
  • หรือว่ามีอะไรจะบอกกับประชาชน  อย่างเช่นที่มี  คือผมกำลังพูดเรื่องเศรษฐกิจ  ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่อาจจะคาบเกี่ยวกัน 

อย่างเช่นมีอดีตนายกฯ คนหนึ่งที่อยู่เมืองนอก ที่ท่านประกาศผ่านช่องทางของท่านบอกว่าถ้าคนอีสานเอากลับประเทศได้  จะช่วยปลดหนี้ให้ภายใน ๖ เดือน"

...เศรษฐกิจภาคชนบทดี ส่งผลเศรษฐกิจภาพรวมจะดีด้วย
อภิสิทธิ์:
 "เอาเรื่องพื้น ๆ ก่อนนะครับเรื่องเศรษฐกิจว่าตอนนี้เป็นอย่างไร  เมื่อสักครู่ก็มีการพูดถึงว่าราคาพืชผลค่อนข้างดี อันนี้ช่วยได้เยอะ และก็เป็นตัวหนึ่งซึ่งทำให้เงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจค่อนข้างดีด้วย
แต่จริง ๆ แล้วเมื่อใดก็ตามที่เศรษฐกิจในภาคชนบทดี  เศรษฐกิจในภาพรวมค่อนข้างจะดี เพราะว่าการหมุนเวียนการจับจ่ายใช้สอยก็จะดี  ขณะนี้ราคาพืชผลโดยรวมดี 

...โครงการประกันรายได้ เข้าแก้ไขคนรับซื้อกดราคาข้าว
แต่ว่าผมกำลังระมัดระวังเรื่องข้าวนิดหน่อย เพราะว่ามันจะมีเรื่องของการระบายข้าวออกมา  แล้วก็ตอนนี้ในบางพื้นที่ก็ร้องเรียนเข้ามาว่าราคาข้าวตามตลาด  จริง ๆ เป็นเท่านี้  แต่ว่าคนรับซื้อกดราคาบ้าง หรืออ้างเหตุผลที่จะไม่ยอมรับซื้อบ้าง  ก็กำลังเร่งเข้าไปแก้ไข  แต่เชื่อว่าโครงการประกันรายได้บวกกับมาตรการที่ให้กระทรวงพาณิชย์ไปทำ  ในการที่จะเข้าไปแทรกแซงในกรณีที่จำเป็น  เพราะว่าถูกกดราคา  ก็คงจะช่วยสถานการณ์ตัวนี้ได้ 

    • แล้วตัวเลขส่งออก
    • ท่องเที่ยวขณะนี้ค่อนข้างดี 
    • ความเชื่อมั่นดัชนีการใช้กำลังการผลิต 
    • ดัชนีความเชื่อมั่นในภาคอุตสาหกรรมค่อนข้างดี 

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>

...มาบตาพุด: วางกติกาหาจุดเหมาะสม เป็นธรรมกับประชาชน
...วางกติกาสำหรับโครงการที่จะลงทุน บนพื้นฐานความสมัครใจเพราะศาลยังไม่ได้ช้ในคดีหลัก ต้องมีใบอนุญาตตามมาตรา ๖๗ วรรคสอง  ต้องมองมุมประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ที่ต้องรับผลกระทบจากการลงทุน  ซึ่งเราต้องเคารพคำวินิจฉัยของศาล และให้ความเป็นธรรมกับทางประชาชนด้วย

แต่ว่ามีความเสี่ยงอยู่ ๒ ตัว ที่ไปที่ไหนก็พูดกันอยู่  ตัวแรกคือเรื่องมาบตาพุดว่าจะกระทบกับการลงทุนภาคเอกชนมากน้อยแค่ไหน 

ก็เลยขอถือโอกาส เมื่อสักครู่อาจจะยังไม่ได้ตอบท่านนะครับ  คือเราคิดว่าเราได้หาจุดที่เหมาะสมแล้ว 

  • เราได้วางกติกาสำหรับโครงการที่จะลงทุน  ว่าขณะนี้เข้ามาดำเนินการตามกติกาใหม่  บนพื้นฐานความสมัครใจ เพราะศาลยังไม่ได้ชี้ในคดีหลัก ว่าเขาต้องทำหรือไม่  และก็คิดว่าใช้เวลาประมาณเกินครึ่งปีนิดหน่อย  เพื่อให้กระบวนการเสร็จทุกอย่าง 
  • และก็มีใบอนุญาตที่จะถูกต้องตามมาตรา ๖๗ วรรคสอง ตามมาตรฐานที่สูงได้ 

จริง ๆ แล้วถามว่านานไหม ๖ เดือน ๗ เดือน ๘ เดือน ก็อยากจะบอกว่าผมก็อยากให้คิดในมุมของประชาชนที่อยู่ที่มาบตาพุดบ้าง  เขาเดือดร้อนมามาก  แล้วก็ไปดูพื้นที่จริงกันทุกราย ก็จะเห็นความเป็นจริงว่ามันหลายเรื่องในอดีต  มันยังไม่สามารถที่จะตอบคำถามเขาได้ว่า ทำไมเขาต้องแบกรับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการลงทุนที่นั่น 

ถามว่านักลงทุนพอใจไหม ถ้าถามความพอใจอย่างเดียวก็ต้องบอกว่า เขาอยากให้เร็วกว่านี้  เขาไม่อยากจะต้องมีกระบวนการที่ยุ่งยากเท่านี้  แต่เรากำลังเคารพคำวินิจฉัยของศาล และให้ความเป็นธรรมกับทางประชาชนด้วย แล้วผมคิดว่ามันเฉพาะโครงการกลุ่มนี้เท่านั้นนะครับ โครงการใหม่มีกติกาใหม่แล้ว  ก็จบ  เขาก็จะรู้ตั้งแต่ต้นว่ากติกาใหม่เป็นอย่างไร  ซึ่งมันกระทบความเชื่อมั่นรอบนี้  เพราะว่ามันอยู่ตรงรอยต่อ  แล้วคนไปทั้งรัฐบาลด้วย  นักลงทุนด้วย  ไปเข้าใจว่าทำอย่างนี้และมันใช้ได้ แต่ปรากฏว่าศาลท่านบอกว่าใช้ไม่ได้  ก็ต้องมาทำกันใหม่  มันจะมีเฉพาะกลุ่มนี้เท่านั้นเอง 

แต่หลังจากนี้ไปทุกคนก็ถือว่ามีกติกาใหม่แล้ว  ก็จะมีความชัดเจน  อันนี้ก็เป็นส่วนของปัจจัยหนึ่งซึ่งจะต้องระมัดระวังในเรื่องของเศรษฐกิจ

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>

...การเมืองกับเศรษฐกิจ ต้องกลั่นกรองข้อมูลข่าวที่ได้รับ
...รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนเรื่องการปฎิบัติต่อผู้ใช้สิทธิทางการเมือง มีหน้าที่ดูแลความสงบพี่น้อง การเคลื่นไหวทางการเมืองเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ อย่าใช้ความรุนแรง แต่ประชาชนต้องการกลั่นกรองข้อมูลข่าวที่ได้รับด้วย ข้อมูลนั้นต้องสามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้

ส่วนอีกปัจจัยหนึ่งก็การเมืองละครับ  พูดกันตรง ๆ ว่าถ้าบ้านเมืองสงบเรียบร้อย  ทุกอย่างก็เดินไปได้ค่อนข้างมั่นใจ 

แต่ถ้าทุกวันผมก็ยังต้องตอบคำถามว่าจะปฏิกวัติไหม จะมีระเบิดไหม จะรุนแรงไหม  มันก็ธรรมดา มันก็กระทบ 

เพราะฉะนั้น อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ผมถึงได้ย้ำว่าจริงๆ  ผมเข้าใจความเคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นสิทธิที่ทำได้  และผมก็เข้าใจว่ามีความเห็นที่แตกต่าง  ความคิดเห็นที่ยังมีความขัดแย้ง แตกแยกกันอยู่  ก็แสดงออกได้  รัฐบาลนี้ไม่ห้ามเลย  แต่ว่าถ้าจะทำอะไรให้มันรุนแรง  ขอความกรุณาอย่าไปทำเลย  เพราะว่านั่นไม่ได้ทำร้ายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทำร้ายทุกคน  และสิ่งที่เป็นหน้าที่รัฐบาลในการรักษาความสงบ ก็ทำเพื่อทุกคน  ไม่ใช่ทำเพื่อรัฐบาลหรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง 

แต่อยากจะย้ำตรงนี้แล้วก็อยากจะขอให้พี่น้องประชาชนกลั่นกรองข้อมูลที่ได้รับ  คือกล่าวหาผม กล่าวหารัฐบาลรุนแรงมากนะครับ  ว่าผมไปสั่งฆ่าประชาชน อะไร  ทั้ง ๆ ที่พิสูจน์กันไปแล้ว ว่าเทปก็ตัดต่อ รัฐบาลนี้ก็อยู่มาปีกว่า พิสูจน์นโยบายชัดเจนในเรื่องของการปฏิบัติต่อผู้ใช้สิทธิทางการเมือง และใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ว่าไม่มีแนวคิดอย่างนั้นเลย เพราะฉะนั้น ขอให้ช่วยกลั่นกรองหน่อยว่าข้อมูลที่ได้รับ

บางทีพูดตื่นเต้นมาก มีเอกสารลับกี่สิบหน้า  มีแผนสั่งฆ่า  อ่านดูแล้วไม่มีอะไรเลยครับ  เพราะว่ามันไม่มีจริง ๆ  และวันที่ผมประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ประเด็นหลักที่สุด ที่ประชุมซักซ้อมทำความเข้าใจกัน  รัฐบาลไม่ได้ไปต่อสู้กับใคร  รัฐบาลมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยเพื่อประโยชน์ของทุกคน  รวมทั้งคนที่มาชุมนุมด้วย  อันนี้คือสิ่งที่เป็นจุดยืนของรัฐบาล
 
...ล้างหนี้แทนประชาชนได้จริงหรือ

ส่วนที่จะล้างหนี้ประชาชน  ผมว่าประชาชนฟังมาบ่อยแล้ว  เรื่องหนี้จะถูกล้าง  ทั้งล้างทั้งเช็ดเลยครับ  หายไปหมดเลย  ใครก็ชอบทั้งนั้น  จริง ๆ แล้วกระบวนการการแก้ปัญหาหนี้สิน  ทำกันมาทุกยุคทุกสมัย  ก็ยังประสบความสำเร็จบ้าง  ไม่ประสบความสำเร็จบ้าง 

มันไม่ง่ายอย่างนั้นละครับ  ที่มันไม่ง่ายอย่างนั้นเพราะว่าถ้าหากว่าวันดีคืนดีเราลุกขึ้นมา และเราก็บอกว่าเลิกหนี้กันไปเลย ใครมีหนี้อยู่ ไม่มีหนี้เลย สิ่งที่ตามมาแน่นอนครับ เจ้าหนี้ก็คือว่าไม่มีใครต่อไปจะให้ใครกู้อีกแล้ว  เศรษฐกิจก็จะชะงัก และคนก็จะมีปัญหากันมากขึ้น  ขณะเดียวกันถ้าบอกว่ามันจะมีเงินสักก้อนมหึมาเข้ามา และก็มาจ่ายหนี้แทนชาวบ้านให้หมดเลย  ไม่มีใครมีละครับ 

  • คือผมกำลังดูอยู่เฉพาะส่วนของกองทุนฟื้นฟูเกษตรกร  มันเป็นแสนล้านนะครับ  มันไม่ใช่ว่าจะมีใครที่จะมีเงินมา
  • นี่เฉพาะที่ยังไม่รวมหนี้นอกระบบ  ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่  มาขึ้นทะเบียนแล้วตั้งล้านคน   คนหนึ่งก็บอกเท่าไหร่ ๒ แสน แต่ความจริงบางคนบอกมาขึ้นแค่ ๒ แสน ตัวเองมีหนี้ตั้ง  ๖-๗ แสนเป็น ๑ ล้านก็มี  ปริมาณเงินตรงนี้มหึมา
    • แต่หนี้นอกระบบขณะนี้เริ่มแก้แล้ว 
    • หนี้ของกองทุนฟื้นฟูล่าสุดผมใช้วิธีให้ไปเจรจาหมด 

คือความหมายก็คือเดิมปัญหาคือกองทุนฟื้นฟูทำงานได้ช้า  เพราะว่าต้องค่อย ๆ ไปซื้อหนี้ทีละราย ๆ  และก็มีสมาชิกเยอะมาก ล่าสุดผมกำลังจะขอว่า ถ้าเป็นไปได้  ทำข้อตกลงกันระหว่างธนาคารที่เป็นเจ้าของหนี้ ทั้งรัฐทั้งเอกชน  ทำข้อตกลงกติกาบางอย่างว่า ให้กองทุนฟื้นฟูกึ่ง ๆ เหมือนกับรับหนี้ไป แล้วก็ไปบริหารและไปฟื้นฟู และก็มีหลักประกันให้กับธนาคารพาณิชย์ หรือธนาคารที่เป็นเจ้าหนี้ได้หรือไม่  เพราะฉะนั้น งานนี้กำลังเดิน  รัฐบาลนี้กำลังทำอยู่   ผมก็ยอมรับครับ และผมก็บอกตรง ๆ ว่าใครที่มาบอกว่ามาถึงแล้วก็ล้างหนี้ให้ทุกคนได้ ไม่ใช่ความจริงครับ  นี่คือความจริงแน่นอน"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>

...๕ มาตรการ: น้ำต้องเลิกไม่ทั่วถึง แต่รถเมล์  รถไฟ ไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม ยังเดินต่อ  
นักจัดรายการ (พิเชษฐ์ วิชัยรัตน์ FM ๙๐.๕, ๙๖.๕): "ประเด็นที่ ๒ ก็คือหลาย ๆ ท่านพูดเรื่องการกู้เงิน และนายกฯ พูดอยู่ครั้งหนึ่งบอกว่า ถ้าดูจากตอนนี้แล้ว  ดูจากการจัดเก็บรายได้  ดูจากการประเมินตัวเลขเศรษฐกิจของหลายสำนักต่างประเทศ  อัตราการเจริญเติบโต  เดิมนายกฯ พูดบอก ๓.๕ ตอนนี้เป็น ๔ เปอร์เซ็นต์ แสดงว่ามีความมั่นใจว่าตัวเลขเศรษฐกิจเหล่านั้นจะดี  และมีอยู่คำหนึ่งที่พูดก็คือว่าอาจจะต้องมีการลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจบางส่วน  ซึ่งตรงนี้หลายคนก็สนใจ  ผมเข้าใจว่าเอกชนก็สนใจ  ชาวบ้านก็สนใจว่าการลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะกระทบต่อเขาหรือเปล่า จะกระทบอะไรหรือเปล่า ตรงนี้ผมว่าน่าจะมีความชัดเจนในประเด็นนี้"

อภิสิทธิ์: " ตัวที่เกี่ยวกับพี่น้องประชาชนทั่วไปก็จะเรียนซะเลยคือ  เดิมเราเคยมีมาตรการช่วงที่เราเรียกว่ามาตรการชั่วคราว

  • เริ่มจากสมัยรัฐบาลก่อนที่เรียก ๖ เดือน ๖ มาตรการ
  • และต่อมาก็มาเหลือ ๕ มาตรการ
  • และต่อมาก็ร่นเวลาลงมา 
  • สถานะขณะนี้แนวคิดรัฐบาลก็คือว่าก็คงจะต้องลดมาตรการเหล่านี้ลงมา  เพราะว่ามันไม่ควรจะเป็นมาตรการถาวร 

แต่ว่าขณะนี้ในส่วนของรถเมล์  รถไฟ ไฟฟ้า  แล้วก็เรื่องก๊าซหุงต้ม ยังไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงนโยบาย  ยังจะเดินต่อ 

ตัวที่คิดว่ากำลังจะต้องเลิกคือเรื่องของน้ำ เหตุผลก็คือว่าเราพบความเป็นจริงหลังจากที่ใช้มาตรการนี้มาก็คือ  คนมีฐานะจำนวนไม่น้อยเลยครับได้ประโยชน์จากโครงการนี้  ซึ่งไม่ใช่เจตนานะครับ  พูดง่าย ๆ

    • คนมีสตางค์ไม่จ่ายค่าน้ำอยู่ 
    • ขณะเดียวกันมาตรการนี้ค่อนข้างที่จะไม่ค่อยทั่วถึง  คือไม่เหมือนไฟครับ  ทุกคนใช้ไฟจากการไฟฟ้าฯ  แต่น้ำ คนที่ใช้น้ำ จากการประปาฯ เป็นเพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้น และคนยากคนจนจริง ๆ ส่วนใหญ่ต้องไปใช้น้ำของประปาหมู่บ้าน ขององค์กรท้องถิ่น 

จริง ๆ เดิมเราปรับลงมาโดยลำดับคือว่าเดิมให้ ๓๐ คิว ก็เหลือ ๒๐ คิว แต่ตอนหลังมานั่งคำนวณแล้ว ๒๐ คิว คนหนึ่งใช้วันหนึ่งก็ยังได้เยอะมาก  ซึ่งความจริงแล้วไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น  เพราะฉะนั้น มาตรการตรงนี้ก็คือที่จะต้องเลิกก็คือเรื่องค่าน้ำฟรี สำหรับคนที่ใช้น้ำ ๒๐ คิว  คือจะครบกำหนดเดือนมีนาคม  ก็คงจะยกเลิกตัวนั้นตัวเดียวนะครับ 

ส่วนการเลิกมาตรการอื่น ๆ ก็อยู่ในระหว่างการพิจารณา เพราะว่าจะมีมาตรการจูงใจทางภาษีเรื่องของอสังหาริมทรัพย์ ที่จะหมดอายุปลายเดือนมีนาคม  ซึ่งผมจะให้เอาเข้า ครม. ในวันอังคารนี้ว่าจะต่ออายุหรือไม่  ถ้าต่อหรือไม่ต่อ คนจะได้ทราบเสียตั้งแต่เนิ่น  เพราะว่าถ้าบางคนวางแผนจะโอนจะอะไรจะได้มีเวลาที่จะทำ  ถ้าไม่ต่ออายุ"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- อุบัติเหตุการเมือง: ชุมนุม สมานฉันท์ คำตัดสินศาล

...การชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ สันติวิธี ภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่มีใครทำอะไรแน่นอน รัฐบาลพยายาม ให้สังคมรู้จักร่วมกันบนความคิดเห็นที่แตกต่าง ไม่ละเมิดสิทธิ์การพูด การคิดกัน แต่อยู่ในขอบเขตของกฎหมาย เจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมเป็นคนชี้ อ่านคำพิพากษาท่านต้องลำดับทั้งข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย อยากให้ทุกคนฟัง จะได้เข้าใจเหตุผลการตัดสินของศาล 

นักจัดรายการวิทยุ (พุทธอภิวรรณ องค์พระบารมี):
" ขอถามถึงสถานการณ์ที่ตอนนี้ประชาชนเป็นห่วง นั่นก็คือเรื่องเกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุมที่กำลังจะเกิดขึ้น อย่างล่าสุดแม้ว่ารัฐบาลจะประกาศว่าตอนนี้มีมาตรการรองรับต่าง ๆ อยากให้ท่านนายกฯ สร้างความมั่นใจสักนิดหนึ่งครับว่า จะสร้างความมั่นใจอย่างไรให้กับประชาชนว่าจะไม่มีอุบัติเหตุทางการเมืองเกิดขึ้น..."


...ซักซ้อมพร้อมทุกฝ่าย: ไม่ให้มีอุบัติเหตุทางการเมือง
อภิสิทธิ์:
" เอาเรื่องของประเทศก่อนนะครับ เรื่องของประเทศ เรื่องของความมั่นคง เรื่องของการจัดการนี้ ความจริงเราซักซ้อมหน่วยงานทั้งหมดแล้ว

  • มีประสบการณ์พอสมควร
  • มีเครื่องไม้เครื่องมือ
  • [มี]บุคลากร
  • [มี]กฎหมายรองรับ

ผมก็ยังยืนยันว่าการใช้สิทธิ์ของประชาชนจำนวนหนึ่งจะมากแค่ไหนนี้ทำได้ แต่ว่าหน้าที่เราก็คือไม่ให้มันออกนอกขอบเขตของกฎหมาย คือไม่มีการใช้ความรุนแรง และถ้าหากว่า

การชุมนุมแปลงสภาพไปเป็นการจลาจล หรือการก่อความวุ่นวายเราก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด แต่ว่าการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดคืออยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ที่เรามี โดยกฎหมายก็เคยไล่ให้ฟังว่าเรามี

[๑.] กฎหมายปกติก่อน
[๒.] ถ้าแรงขึ้นมาหน่อยก็เป็นกฎหมายความมั่นคง 
[๓.] ถ้าแรงขึ้นมาอีกก็เป็นการประกาศพระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งเราจะหลีกเลี่ยงการใช้กฎหมายพิเศษโดยไม่จำเป็น ในชั้นนี้อย่างที่เราจะเห็นนะครับ

ที่ผ่านมาเวลาเรามีข่าวเหมือนกับแนวโน้มว่าจำเป็นจะต้องใช้อำนาจพิเศษเราก็ประกาศ เวลาที่การข่าวยังบอกว่าไม่จำเป็นต้องใช้ เราก็ไม่ประกาศ อันนี้คือแนวทางซึ่งผมให้ความมั่นใจว่าเราจะใช้ และรัฐบาลก็ไม่ต้องการให้เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง รัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดความวุ่นวาย และผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ก็ไม่ต้องการให้เกิดความวุ่นวาย เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะเป็นสิ่งที่ขอยืนยัน และอย่างที่เราเคยเตือนไว้นะครับว่าเดือนนี้ทั้งเดือนและต่อเนื่องไปมีนาคมเล็กน้อย ก็คงจะเป็นการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างจะเข้มข้น เพราะมันมีคดีความมีเหตุการณ์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นจังหวะเวลาที่นำไปสู่การเคลื่อนไหว"

...ไม่มีเหตุผลที่จะปฎวัติรัฐประหาร
นักจัดรายการวิทยุ (เรวัติ สังข์ช่วย): " ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีอย่างนี้ว่า เสร็จสิ้นจากศึกการเมืองหนใหญ่ ซึ่งก็คาดน่าจะจบ ในช่วงของปลายเดือนนี้หรืออาจจะต่อไปอีกนิดหน่อยอย่างที่นายกฯ บอกนี้นะครับ นายกฯ จะทำอย่างไร นายกฯ อภิสิทธิ์ มีแนวคิดอย่างไรในการที่จะทำให้สังคมกลับามาสู่บรรยากาศของการร่วมด้วยช่วยกัน การหันหน้าเข้ามาหากันทุกกลุ่ม ทุกฝ่าย ทุกความคิด นายกฯ มีแนวคิดเรื่องนี้อย่างไร ขอบพระคุณครับ"

อภิสิทธิ์: " ผมเตือนก่อนนะครับ คือที่บอกว่าเดี๋ยวจะผ่านศึกอันนี้ไปแล้วก็ทุกอย่างจะจบ โลกความเป็นจริงไม่เป็นอย่างนั้นครับ ปัญหาจะมีอยู่ตลอดเวลาเป็นเรื่องปกติธรรมดา เราอยู่กับสังคมคนหมู่มาก ความคิดความอ่านแตกต่างกัน ชอบก็ไม่เหมือนกัน มันจะต้องมีความเห็นที่ไม่ตรงกัน หรืออาจจะใช้คำว่ามีความขัดแย้งอยู่เป็นระยะ ๆ ทุกสังคมก็มีอย่างนี้

แต่ว่าสิ่งสำคัญที่สุดที่รัฐบาลนี้พยายามทำก็คือ

  • ให้สังคมรู้จักที่จะอยู่ร่วมกันบนความคิดเห็นที่แตกต่าง ไม่ละเมิดสิทธิ์กัน เราให้สิทธิ์ ใครคิดอะไร ใครอยากจะพูดอะไรเราให้สิทธิ์ แต่ว่าอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย คนตีความกฎหมายก็ต้องเป็นกระบวนการยุติธรรม

ถามผมว่าอึดอัดหลายเรื่องไหม บางคำพูดที่พูดกันบนเวทีนี้ผมว่ามันน่าจะผิดกฎหมาย แต่ว่าถ้าศาลเขาบอกไม่ผิดก็คือไม่ผิดนะครับ อยู่ที่เจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมที่จะเป็นคนชี้ และรัฐบาลต้องยอมรับ รัฐบาลจะไปชี้เองก็ไม่ได้ ไปบอกว่าคนนี้พูดอย่างนี้ไม่อยากให้พูด ไม่ให้พูด รัฐบาลนี้ไม่ทำ แต่ทุกคนต้องเรียนรู้แล้วต่อจากนี้ ว่ามันจะมีความเห็นที่แตกต่างกันอย่างนี้ แล้วก็เรื่องไหนที่เป็นประโยชน์ส่วนรวมมันควรจะร่วมด้วยช่วยกัน และเรื่องไหนซึ่งมันเป็นเรื่องที่จะนำไปสู่ความเสียหายของบ้านเมืองก็ไม่ควรมีใครไปทำเลย แต่ว่าถ้าจะบอกว่าทุกคนจะต้องมาเห็นเหมือนกันหมด คิดเหมือนกันหมด ไม่มีหรอกครับ สังคมมาถึงจุดที่ความหลากหลายมันมีมากเกินกว่าที่จะไปคาดหวังว่าทุกคนจะมาเหมือนกันหมด แล้วก็ไม่ควรที่จะไปบังคับให้คนอื่นเหมือนกับเรา แต่เราต้องบอกว่าใครที่ไม่เหมือนกับเรา เราอยู่ด้วยกันได้อย่างสงบสุข"

...ศาลกระบวนการเปิดเผย เปิดโอกาสทุกฝ่ายต่อสู้ได้
นักจัดรายการวิทยุ (ฟองสนาน จามรจันทร์): " เรียนถามท่านนายกฯ อภิสิทธิ์นะคะว่า ประเทศไทยหลังวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. จะเป็นอย่างไร สองนะคะ ถ้าเกิดพรรคการเมืองฝ่ายค้านเสนอชื่อส.ส. ในพรรคร่วมรัฐบาลเป็นนายกรัฐมนตรีแข่งกับท่านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านยังจะเดินหน้าสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ หรือว่าถ้ารู้แกวท่านจะยุบสภาฯ หรือลาออกก่อน ขอบพระคุณค่ะ"

อภิสิทธิ์: " คือ ๒๖ กุมภาพันธ์ เวลาที่พูดถึงก็หมายถึงการตัดสินคดี ผมก็เรียนว่าการตัดสินคดีนี้ คดีทุกคดีเป็นกระบวนการของศาล ซึ่งเป็นกระบวนการที่เปิดเผย และเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้ต่อสู้ ถึงจุดหนึ่งศาลก็ต้องตัดสิน ไม่ใช่เฉพาะคดีนี้หรอกครับ ผมบอกได้เลยทุกคดีนี้ตัดสินต้องมีคนพอใจกับคนไม่พอใจ อย่างน้อยโจทก์ จำเลย ฝ่ายหนึ่งพอใจอีกฝ่ายก็ไม่พอใจ ไม่อย่างนั้นคงไม่รอให้ศาลตัดสิน คงไกล่เกลี่ยกันไปแล้ว เราก็ต้องเคารพกระบวนการของศาล ผมก็ไม่ทราบว่าวันที่ ๒๖ นี้ศาลท่านจะตัดสินอย่างไร ผมเพียงแต่ว่าหวังว่าเมื่อศาลท่านตัดสินนี้ ซึ่งเวลาท่านอ่านคำพิพากษาท่านก็จะต้องลำดับทั้งข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย ผมอยากให้ทุกคนฟัง จะได้เข้าใจการตัดสินของศาล และก็อยากให้ทุกคนเคารพศาล เพราะว่าถ้าเราไม่เคารพศาล มันไม่มีจุดจบหรอกครับบ้านเมือง เพราะว่าเราจะมาเถียงกันว่าคนโน้นถูกคนโน้นผิด ขึ้นศาลเสร็จศาลตัดสินเราก็ยังเถียงศาลต่อนี้ ต่อไปวันข้างหน้าก็เท่ากับว่าเราไม่มีกติกาแล้วในบ้านเมือง เพราะฉะนั้นก็ขอให้ทุกคนฟังและเคารพศาลนะครับ แต่แน่นอนนะครับถ้าศาลทุจริตฉ้อฉลมันก็มีกฎหมายไปเล่นงานศาลได้เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าศาลจะทำอะไรก็ได้ แต่ว่าถ้าศาลท่านไม่ทุจริต ไม่ได้ฉ้อฉล ท่านพิจารณา ท่านใช้ดุลพินิจของท่าน เอาข้อกฎหมายมาปรับกับข้อเท็จจริงแล้วท่านตัดสินอย่างไร เราต้องให้สังคมเคารพ เพราะฉะนั้นผมหวังว่า และผมเชื่อว่าวันนั้นทุกคนจะฟังละครับ ทุกคนก็ใจจดใจจ่ออยากจะรู้อยู่แล้ว ฟัง แต่อย่าฟังแค่ว่าใครชนะใครแพ้คดี ฟังด้วยว่าเหตุผลต่าง ๆ นี้คืออะไร และเราก็จะเดินหน้าต่อไปได้"

...อภิสิทธิ์เคารพการตัดสินของศาล
...อภิสิทธิ์:
"
...และให้มีการดำเนินการถ้ามีการผิดกฎหมาย ส่วนการตีความกฎหมายอย่างที่ผมเรียนครับ เราต้องเคารพศาล  ผมยกตัวอย่างว่า จำได้ไหมครับช่วงปลายปีที่แล้วที่ผมได้รับเชิญไปเชียงใหม่ ที่มีการพูดจา คนก็ฟังว่ามันเป็นการขู่ว่าจะฆ่าผม แต่ว่าพอขึ้นไปที่ศาล ศาลท่านตัดสินบอกว่ามันไม่ใช่ความผิด  เราก็ต้องเคารพกัน" 

...กระทรวงต่างประเทศ ทำความเข้าใจอยู่เป็นระยะๆ
...รัฐบาลของแต่ละประเทศ  ก็มีความรับผิดชอบต่อคนของเขาในการแจ้งข่าวและการชุมนุมที่ไม่มีเป้าหมายเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ

นักจัดรายการ (ราเมศ เชื้อเมืองพาน FM ๙๙.๕ ร่วมด้วยช่วยกัน):
" คำถามเกี่ยวกับเรื่องการเมืองที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ  ล่าสุดหลายประเทศเองก็มีการแจ้งเตือนให้กับประชากรในประเทศของเขาที่อยู่ในประเทศไทยของเรา และคนที่กำลังจะเดินทางมาที่ประเทศไทย ก็คือให้อยู่ห่างจากสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้  และขณะเดียวกันในประเทศไทยเราเอง วันนี้ล่าสุดก็มีโพลออกมาบอกว่าประชาชนมากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ที่ไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะดูแลสถานการณ์ได้ในตอนนี้  ท่านนายกฯ จะมีอะไรบอกกับประชาชน และบอกกับนานาประเทศบ้างครับ"

อภิสิทธิ์:  " สำหรับต่างประเทศเราให้ทางกระทรวงการต่างประเทศทำความเข้าใจอยู่เป็นระยะ ๆ ผมเข้าใจว่าเขาก็มีหน้าที่เตือนคนของเรา เพราะว่าในสถานการณ์การชุมนุมต้องยอมรับว่าตลอดระยะเวลาที่มีการชุมนุมใหญ่ถึงปีนี้ก็ประมาณ ๕ ปีแล้ว  ตลอดระยะเวลาที่มีการชุมนุมใหญ่  มันก็มีเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้  เพราะฉะนั้น ผมว่ารัฐบาลของแต่ละประเทศ  เขาก็มีความรับผิดชอบต่อคนของเขาที่จะต้องเตือนว่าถ้าจะมาเมืองไทย  ก็อย่าไปอยู่ใกล้ที่จะมีการชุมนุม  อันนี้ต้องเข้าใจเขา เหมือนกับรัฐบาลไทยก็ควรจะแนะนำคนไทยเหมือนกันว่าประเทศนี้ถ้าไปมีเหตุการณ์อย่างนี้อยู่  จะเป็นอย่างไร  แต่เราก็ต้องยืนยันและจะให้ทางกระทรวงการต่างประเทศยืนยันไปว่า เรามั่นใจว่าเราดูแลสถานการณ์ได้  และการชุมนุมในภาพรวมตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันในภาพรวมส่วนใหญ่ ยกเว้นบางช่วงเท่านั้น เช่น เมษายนปีที่แล้ว ก็เป็นการชุมนุมที่สงบ  แล้วที่สำคัญคือว่าไม่เคยเป็นการชุมนุมที่มีเป้าหมายไปเกี่ยวข้องอะไรกับต่างประเทศ เป็นเรื่องภายในของเรา
 
ส่วนประชาชนที่ไม่มั่นใจ  ผมก็เห็นใจ  เพราะว่าอ่านข่าวสารนี่ก็น่ากลัว  ผมตื่นเช้ามาเห็นพาดหัวแต่ละครั้ง  ผมก็คิดว่าคนอ่านก็ต้องกลัวครับ  แม้ว่าถ้าผมฟังคำปราศรัยของคนที่บอกว่าจะชุมนุม  คือพูดถึงความรุนแรงผมคิดว่าคนก็ตกใจ  ผมถึงพยายามบอกว่ามันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปพูดถึงความรุนแรง  ให้ความเป็นธรรมกับคนชุมนุมระดับหนึ่งนะครับ คือบางครั้งคำพูดที่เขาพูดแรงมาก ๆ ส่วนใหญ่เขาจะพูดบอกว่าถ้ารัฐบาลไปปราบเสื้อแดง หรือถ้ามีการปฏิวัติรัฐประหาร เขาก็จะออกมาสู้รุนแรง  แต่เวลาออกมาก็บอกว่าเขาประกาศว่าจะเกิดอย่างนั้นอย่างนี้ขึ้น  แต่ขณะเดียวกันผมก็อยากจะบอกกับที่ชุมนุมว่า ไม่อยู่ในหัวผมเลยที่จะไปปราบการชุมนุมที่สงบตามรัฐธรรมนูญ  และผมก็ยืนยันว่าไม่มีเหตุผลอะไรในขณะนี้ที่จะมีการปฏิวัติรัฐประหาร  เพราะฉะนั้น ดีที่สุดก็อย่าไปพูดในสิ่งที่มันยังไม่เกิด จะได้ไม่มีคนตกใจ บ้านเมืองก็จะได้เกิดความมั่นใจขึ้น  และท่านก็ใช้สิทธิ์ของคนไปตามรัฐธรรมนูญ  เพราะว่าถ้าท่านประกาศว่าท่านชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ สันติวิธี ภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่มีใครไปทำอะไรท่านแน่นอน"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>  


(กลับไปด้านบน)

- ทำไมจริยธรรมการเมืองสำคัญกว่ากติกา ?

...หลายครั้งปัญหาไม่ได้เกิดจากกติกา ปัญหาเกิดจากจริยธรรมทางการเมือง จริยธรรมไม่ได้เป็นลักษณะบทบังคับ หรือบทลงโทษตามกฎหมาย แต่ต้องสร้างเป็นค่านิยม สืบทอดกลายเป็นประเพณี เช่น การแสดงความรับผิดทางการเมือง

นักจัดรายการวิทยุ (ประสาน ศิลป์จารุ): " ท่านนายกฯ ครับ วันนี้ผมมานี้ผมจะไม่พูดเรื่องการเมือง เพราะว่ารายการผมพูด ๗ วันการเมือง แล้วพูดรุนแรงด้วย แต่วันนี้ตั้งใจมานี้ตั้งใจไม่พูดเลย แต่เมื่อเขาชวนผมเล่นการเมืองแล้วผมก็จะเล่นด้วยแล้วตอนนี้ คือผมอยากจะถามท่านนายกฯ นะครับว่าเวลานี้จริยธรรมทางการเมืองนี้ มันขัดกับประชาชน ท่านนายกฯ จะมีหนทางแก้ไขอย่างไรให้ประชาชนเขามีความรู้ เขามีความเข้าใจ เขามีความต้องการที่จะให้เป็นไปตามที่ประชาชนเขาเรียกร้อง ท่านนายกฯ จะทำอย่างไรครับ"

อภิสิทธิ์: " คือเรื่องจริยธรรม เรื่องบางทีเราใช้คำว่าวัฒนธรรมหรือพฤติกรรมทางการเมือง ผมเป็นคนที่พูดมาในระยะหลังว่า อาจจะสำคัญกว่ากติกาแล้ว เพราะว่าเรามีประสบการณ์มากว่าเราคิดว่าการเมืองแก้ได้ด้วยการแก้รัฐธรรมนูญแก้กฎหมาย และผมก็เคยพูดเล่น ๆ ว่าเราลองมาเกือบหมดแล้วนะครับ เลือกตั้งเขตเล็กเขตใหญ่ พวงเล็กพวงใหญ่ เรียงเบอร์ไม่เรียง มีบัญชีรายชื่อไม่มี ลองมาหมดแล้ว วุฒิก็ลองมาทั้งเลือกตั้ง แต่งตั้ง สรรหา ลูกผสม ทำมาหมดแล้ว แต่ว่าหลายครั้งปัญหาไม่ได้เกิดจากกติกา ปัญหาเกิดจากพฤติกรรม วัฒนธรรม และจริยธรรมทางการเมือง ผมก็พยายามที่จะผลักดันเพราะว่าเรื่องจริยธรรมนี้มันไม่เหมือนเรื่องกฎหมายครับท่านครับ คือเรื่องจริยธรรมนี้แม้เขียน แม้กำหนดออกมานี้ โดยหลักของมันแล้วมันไม่ได้เป็นลักษณะของบทบังคับ หรือบทลงโทษตามกฎหมาย และผมก็เคยชี้ให้เห็นว่าในหลายประเทศมันไม่มีกติกาเขียนไว้ แต่เขาทำจนสืบทอดกันมาเป็นประเพณี เช่น การแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง หลายประเทศเรื่องเล็กกว่าเราเยอะเลย แต่กลายเป็นประเพณีไปแล้วว่าถ้าเกิดขึ้นนี้มีการแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง

ผมก็พยายามที่จะสร้างค่านิยมต่าง ๆ ขึ้นมาเท่าที่จะทำได้ สื่อก็เอาไปใช้คำว่ากฎเหล็ก ๙ ข้อบ้างอะไรบ้าง แต่ผมยืนยันว่ามันเป็นความเปลี่ยนแปลง เช่น เอาง่าย ๆ นะครับ เราอยู่

  • ในระบบสภาฯ ผมก็เป็นรัฐบาลที่บอกว่ารัฐมนตรีต้องตอบกระทู้ในสภาฯ ผมก็ไปตอบด้วยตัวเองนะครับ เพราะถือว่าอันนี้คือความรับผิดชอบต่อผู้แทนของประชาชน เขาขอแค่อาทิตย์ละ ๒ ชั่วโมงหรือชั่วโมงเศษ ๆ เท่านั้นเอง เอาคำถามที่เขาบอกประชาชนอยากรู้มาถาม แล้วเราไม่ไปตอบเราไปอ้างว่าเรายุ่งวุ่นวาย มีภารกิจการงาน เป็นไปไม่ได้ครับ ถ้าเราเป็นนักบริหารจริง ๒ ชั่วโมงวันพฤหัสบดี รู้เวลาแน่นอนเราต้องจัดได้ ก็ทำแล้ว แถมยังถ่ายทอดทางโทรทัศน์ให้ดูด้วยนะครับเดี๋ยวนี้ นี่ก็เป็นตัวอย่างว่า ผมบอกไม่ได้แล้ว ความรับผิดชอบต่อสภาฯ นี้อย่าสักแต่ว่าพูดว่าเราเชื่อระบบสภาฯ เราเป็นนักประชาธิปไตย เลือกตั้งเป็นผู้แทนประชาชน แต่ปรากฏว่าพอเป็นผู้บริหารแล้วไม่ให้ความสำคัญ อย่างนี้ผมก็ทำให้เป็นตัวอย่างว่าต่อไปนี้คนเป็นนายกฯ ไปตอบกระทู้ถามสดทุกอาทิตย์ ยกเว้นหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ เช่น มีประชุมระหว่างประเทศมาเจอกันนะครับ เราไปขอประเทศอื่นให้เขาไม่ประชุมไม่ได้ อันนั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง นี่ก็ตัวอย่าง

...นักจัดรายการวิทยุ (ฟองสนาน จามรจันทร์): " ถ้าเกิดพรรคการเมืองฝ่ายค้านเสนอชื่อส.ส. ในพรรคร่วมรัฐบาลเป็นนายกรัฐมนตรีแข่งกับท่านในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านยังจะเดินหน้าสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ หรือว่าถ้ารู้แกวท่านจะยุบสภาฯ หรือลาออกก่อน ขอบพระคุณค่ะ"

อภิสิทธิ์:
" ส่วนการไม่ไว้วางใจนี้ ผมไม่เชื่อนะครับว่าพรรคฝ่ายค้านจะมาใส่ชื่อคนในรัฐบาลเข้ามาเป็นนายกฯ แทน แล้วก็แต่ว่าถ้าเขายื่นญัตติแล้ว ตามรัฐธรรมนูญนี้มันต้องเดินหน้าครับ เมื่อเขายื่นญัตติแล้วก็ต้องไปอภิปรายไม่ไว้วางใจกัน ผมก็ไปชี้แจงเท่านั้นเอง"

  • กรณีที่เกิดขึ้นที่กระทรวงสาธารณสุขนะครับ อันนี้พูดก็ไม่อยากจะ เดี๋ยวจะหาว่ามาชมพรรคพวกกันเอง แต่สิ่งที่รัฐมนตรีฯ วิทยาแถลงในวันที่ท่านลาออก ทั้ง ๆ ที่ใครไปอ่านรายงานก็จะเห็นว่าโครงการไทยเข้มแข็งต่าง ๆ ซึ่งมีปัญหานี้ รัฐมนตรีฯ วิทยา บอกว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง แต่ในรายงานบอกว่าท่านต้องรับผิดชอบต่อความบกพร่องที่เกิดขึ้นในกระทรวง ท่านแถลงลาออกท่านบอกท่านลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อความรู้สึกของประชาชน ผมว่านี่ก็เป็นแนวมาตรฐานทางการเมือง ซึ่งเรากำลังพยายามทำกันมากขึ้น ๆ ใช้เวลาครับ แล้วผมก็อยากจะขอความเป็นธรรม เพราะว่าคือนักการเมืองนี้ตกเป็นจำเลยอยู่ตลอดเวลา เวลาเกิดการทุจริตอะไรขึ้น ผมยกตัวอย่างเลยนะครับ พอเกิดทุจริต สื่อถามคำแรกถึงนักการเมืองไหม ผมก็ต้องบอกสิว่าขอความเป็นธรรมบ้าง ยังไม่รู้เลยว่านักการเมืองเกี่ยวหรือไม่เกี่ยว แต่วัดความสำเร็จของการจัดการเรื่องนี้ว่าถึงนักการเมืองหรือไม่ถึงนักการเมือง ก็ถ้าเขาไม่เกี่ยวมันก็ต้องไม่ถึง แต่ถ้าเขาเกี่ยวแล้วไม่ถึงสิครับมาต่อว่า อันนี้คือสิ่งที่ผมอยากจะให้ความเป็นธรรม

...คอรัปชั่น ไม่เคยปล่อยผ่าน มีกระบวนการตรวจสอบ ส่งต่อองค์กรอิสระ
นักจัดรายการ (พัชระ สารพิมพา FM ๙๖.๕ อสมท):
" ปัจจุบันนี้การคอร์รัปชั่น ประชาชนเข้าใจและเชื่อมั่นใจว่ามันสูงมาก ระยะหลัง ๆ จะได้ยินข่าวเรื่องนายอำเภอหัวละล้าน แค่เข้าโรงเรียนนายอำเภอ หรือไม่ก็จะเรื่องคอมพิวเตอร์ หรือการโยกย้ายตำรวจระดับแค่หัวหน้าโรงพักเป็นสิบ ๆ ล้าน  ท่านนายกฯ เชื่อหรือไม่ว่าเรื่องพวกนี้มีอยู่จริง  เชื่อไหมว่ามันใช่  แต่ผมมั่นใจว่าชาวบ้านเชื่อว่ามันใช่  หรือแม้กระทั่งเรื่องของล่าสุดที่มีหัวหน้าผู้ตรวจราชการของกระทรวงมหาดไทยพูดเองว่าการแต่งตั้งโยกย้ายระดับอธิบดีถึงขั้น ๓๐๐-๔๐๐ ล้านบาท ตรงนี้ท่านนายกฯ คิดว่ามันจริงไหม  ท่านเชื่อไหม และท่านจะวางรากฐานแก้ไขปัญหาพวกนี้อย่างไร  ในระยะยาว  หรือระยะสั้น"


อภิสิทธิ์:  " ถามผมว่าเชื่อไหม  ผมบอกว่าบางเรื่องผมเชื่อ  แต่จะให้ผมตอบว่าจริงทุกเรื่องที่เขากล่าวหา ผมไม่เชื่อว่าเป็นอย่างนั้น  ขณะเดียวกันจะบอกว่าทุกเรื่องไม่มีมูล  ผมไม่เชื่อ  ผมเชื่อบางเรื่องจริง บางเรื่องไม่จริง  ถามว่าจะรู้ได้อย่างไรจริง ไม่จริง  ก็ต้องหาคนที่มีความเป็นอิสระ มีสถานะที่เหมาะสมที่เข้าไปสอบ แน่นอนการสอบเนี่ยยากที่จะบอกว่าได้หลักฐานที่ผูกมัดร้อยเปอร์เซ็นต์  แต่โดยทั่ว ๆ ไปกรรมการที่สอบเขาก็มีมาตรฐานของเขาในการใช้ดุลพินิจ 

สิ่งหนึ่งที่ผมให้ความมั่นใจได้ก็คือว่ายุคที่ผมเป็นนายกฯ เรื่องที่มีการกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริต ไม่เคยมีเรื่องไหนที่ผมปล่อยผ่านไปเฉย ๆ มีกระบวนการที่จะมีคำตอบ และก็มีความรับผิดชอบ หรือมีการส่งกระบวนการต่อไปให้องค์กรอิสระทั้งสิ้น"

...อภิสิทธิ์: " ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือกระบวนการทางการเมืองผมย้ำตลอด  ผมเป็นคนที่มาในระบบนี้  ผมเคารพระบบนี้  เพราะฉะนั้น ออกมาอย่างไรเราก็ต้องปฏิบัติตามนั้น  ไม่มีอะไรมากกว่านั้น  ให้ความมั่นใจว่าตัวระบบต้องสำคัญกว่าตัวบุคคล  ขอขอบคุณอีกครั้งหนึ่งครับ สวัสดีครับ"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- การศึกษา: รัฐเห็นชอบทศวรรษ ๒ มุ่งผลสัมฤทธิ์สุดท้าย

รัฐบาลเห็นชอบปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษ ๒ มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์สุดท้ายที่ตัวนักเรียน เก่ง ดี มีความสุข ไม่ลืมความเป็นไทย เข้าใจเรื่องระดับสากล ส่วนครูต้องเร่งผลักดันบัญชีเงินเดือน กองทุน ฝึกอบรม และครูพันธุ์ใหม่ โรงเรียนขนาดเล็ก ต้องปรับการจัดการ ให้ประชาชนมั่นใจ องค์กรท้องถิ่นจะดูแลการเดินทางนักเรียน พร้อมผลักดันให้มีธรรมาภิบาล ปรับหลักสูตรร้อยละ ๓๐ เรียนรู้ผ่านกิจกรรม รู้รอบด้าน ใช้ได้จริง เพื่อเตรียมพื้นฐานสำหรับเป็นพลเมืองดีในสังคม

อภิสิทธิ์: "สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพครับ รายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยฯ” กลับมาพบกับพี่น้องอีกครั้งนะครับ วันนี้มาที่กรมประชาสัมพันธ์ เพราะว่าในช่วงที่ ๒ ของรายการเป็นการพูดคุยกับพิธีกรรายการโทรทัศน์ แต่ว่าสัปดาห์นี้จะคุยข่าวกับคนคุยข่าวภาควิทยุ คือได้เชิญผู้จัดรายการ พิธีกร ซึ่งจัดรายการอยู่ในวิทยุกระจายเสียงหลายสถานีมาพูดคุยกัน ซึ่งจะมีประเด็นครอบคลุมทั้งในเรื่องของการเมือง เศรษฐกิจ ซึ่งจะมีรายการในช่วงที่ ๒ ให้ได้ชมกันประมาณ ๔๕ นาที แต่ว่ารายการที่พูดคุยกันในความเป็นจริงนั้นคุยกันไปถึง ๒ ชั่วโมง และได้มีการถ่ายทอดผ่านวิทยุกระจายเสียงไปแล้วเมื่อวานนี้

สำหรับในวันอาทิตย์นี้มีเรื่องที่อยากจะรายงานให้พี่น้องประชาชนทราบ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญ ๆ ของรัฐบาลหลายเรื่อง อยากจะเริ่มต้นที่เรื่องของการศึกษา เพราะว่าเราทำงานในเรื่องการศึกษาในรอบปีแรกนั้น คนให้ความสนใจมากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นในเรื่องของโอกาสทางการศึกษา 

    • คือนโยบายการเรียนฟรี ๑๕ ปี แต่ว่างานที่มีความสำคัญอย่างมาก และเป็นสิ่งที่เป็นเรื่องที่มีการเรียกร้องจากทุก ๆ ฝ่ายก็คือเรื่องของคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเรื่องของการปฏิรูปการศึกษา
    • ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความเห็นชอบแนวคิดที่จะมีการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่  ๒ พูดง่าย ๆ ก็คือว่าการปฏิรูปในรอบแรกซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ นั้นผ่านมาแล้ว ๑๐ ปี หรือ ๑ ทศวรรษ ก็มีบางเรื่องซึ่งดำเนินการไปแล้วประสบความสำเร็จ แต่ก็มีอีกหลาย ๆเรื่องซึ่งยังเป็นปัญหาอยู่

เพราะฉะนั้น เมื่อวันจันทร์ผมได้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษา เพื่อที่หยิบยกเอาประเด็นและจุดเน้นต่าง ๆ มาซักซ้อมความเข้าใจกัน การปฏิรูปการศึกษาในรอบนี้สิ่งที่ผมได้พูดชัดเจนคือว่า เราจะต้องมุ่งเน้นไปที่ผลสัมฤทธิ์สุดท้ายก็คือ ที่ตัวนักเรียน ที่ตัวเด็ก ที่จะผ่านระบบการศึกษาออกมาแล้วเป็นคนที่มีคุณภาพ 
               -เก่ง 
               -ดี 
               -มีความสุข 
               -ไม่ลืมความเป็นไทย 
               -แล้วก็มีความเข้าใจเรื่องราวในระดับสากล 
ซึ่งการจะทำตรงนี้ได้ก็จะต้องมุ่งเน้นไปเรื่องของการเรียนการสอน เรื่องของบุคลากรทางด้านการศึกษา ก็คือครูบาอาจารย์และผู้บริหารทางด้านการศึกษา  

ทีนี้เรื่องสำคัญ ๆ ที่ผมคิดว่าจะเป็นรูปธรรมและมีการผลักดันอย่างชัดเจนที่จะมีผลในการที่จะปรับปรุงคุณภาพการศึกษา 

  • ก็เริ่มต้นตั้งแต่ในส่วนของบุคลากรทางการศึกษา คือครูเองที่จะต้องมีการเร่งผลักดัน
          -ในเรื่องของบัญชีเงินเดือน 
          -ในเรื่องของกองทุน
          -ในเรื่องของการฝึกอบรมครูที่มีอยู่ในปัจจุบัน 
          -พร้อมทั้งโครงการครูพันธุ์ใหม่
    ซึ่งได้มีการอนุมัติโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้จะถือเป็นหัวใจที่สำคัญที่จะนำไปสู่การที่เรามีความพร้อมในเรื่องของการปรับปรุงคุณภาพการศึกษาในโรงเรียน 

แต่นอกเหนือจากเรื่องของบุคลากรทางการศึกษาแล้ว อย่างน้อย ๆ อีก ๒ เรื่องที่เราเห็นว่าจำเป็นที่จะต้องเร่งแก้ไข ก็คือ

  • เรื่องของระบบการบริหารการจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือในโรงเรียนขนาดเล็ก ข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งที่เราพบก็คือว่าจากการประเมินคุณภาพการศึกษา ทุกครั้งที่ผ่านมานั้นเราจะเห็นว่าคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กจะประสบกับปัญหามากที่สุด 
    • เพราะฉะนั้น การแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กเป็นหัวใจสำคัญ และยิ่งเราไปค้นพบว่าทรัพยากรกว่าครึ่งหนึ่งในเรื่องของการจัดการศึกษานั้น ต้องไปที่โรงเรียนขนาดเล็ก และก็มีผลสัมฤทธิ์น้อย ความจำเป็นที่จะต้องมีการปรับปรุงครั้งใหญ่ก็จะมีการดำเนินการอย่างเร่งด่วน 
    • โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวขณะที่คือกระทรวงศึกษาธิการจะเร่งดำเนินการให้มีโรงเรียนที่พี่น้องประชาชนนั้นมีความมั่นใจในระดับของตำบล ในพื้นที่ใกล้เคียง และจะมีการประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเรื่องของการที่จะดูแลในเรื่องของการเดินทางของนักเรียนไปยังโรงเรียนซึ่งอาจจะต้องห่างไกลออกไป แต่มีความสะดวกและจะทำให้มีคุณภาพ บริหารการจัดการศึกษาได้ง่าย มีคุณภาพที่ดี เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาของโรงเรียนขนาดเล็กซึ่งประสบกับปัญหาในเรื่องของการที่จะต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก 
    • และที่ผ่านมานั้นพบจากการประเมินว่ามีผลสัมฤทธิ์หรือมีคุณภาพค่อนข้างที่จะต่ำ อันนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งจะต้องมีการ ดำเนินการในเชิงการบริหารจัดการ นอกเหนือจากเรื่องของภาพรวมของการกระจายอำนาจ ที่จะให้สถานศึกษาต่าง ๆ นั้นสามารถที่จะดูแลแก้ไขปัญหาของตัวเองได้มากขึ้น พร้อม ๆ กับผลักดันให้มีธรรมาภิบาล   
  • อีกส่วนหนึ่งนั้นก็เป็นเรื่องที่ผมได้เคยปรารภมาหลายครั้ง และกระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการไปแล้ว คือเริ่มต้นดำเนินการไปแล้ว ก็คือ
    • การปรับหลักสูตร ซึ่งจะมีประเด็นสำคัญคือว่า ในส่วนของโรงเรียนโดยเฉพาะระดับประถมนั้น มีเนื้อหาซึ่งถือว่าซ้ำซ้อนเกินความจำเป็น มีการไปสำรวจ มีการไปวิจัย ขณะนี้พบว่า สามารถ ที่จะตัดออกได้ถึงร้อยละ ๓๐ ซึ่งจะได้มีการดำเนินการเพื่อที่จะเปิดพื้นที่ เวลา ประมาณร้อยละ ๓๐ ของนักเรียนสามารถเรียนรู้ในเรื่องของการเรียนรู้ผ่านกิจกรรม หรือการเรียนรู้นอกห้องเรียน ซึ่งกำลังมีการดำเนินการจัดทำเนื้อหาสาระ จะเป็นการเรียนผ่านกิจกรรมในเรื่องของ
           -กีฬา
           -ศิลปะ
           -การพบปะกับปราชญ์ชุมชน
           -ปราชญ์ชาวบ้าน อย่างนี้เป็นต้น 
    • ซึ่งผมคิดว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเรื่องของหลักสูตรและระบบการศึกษาครั้งสำคัญที่จะทำให้เด็กของเรา ลูกหลานของเรานั้นเติบโตขึ้นมา โดยมีความรู้ในลักษณะที่มีความรอบด้าน เป็นความรู้ที่ใช้ได้จริงมากยิ่งขึ้น และเป็นการเตรียมพื้นฐานที่ดีสำหรับการเป็นพลเมืองที่ดีในสังคมต่อไปด้วย 

ยังมีอีกหลายเรื่องครับทางด้านการศึกษาที่จะต้องมีการดำเนินการในการปฏิรูปในรอบนี้ ไม่ว่าจะเป็น
     -ในเรื่องของการจัดทำคุณวุฒิวิชาชีพ
     -และเรื่องของการเสริมเกี่ยวกับความพร้อมทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ อย่างนี้เป็นต้น
ซึ่งงานทางด้านนี้จะนำไปสู่การดำเนินการขับเคลื่อน โดยคณะกรรมการอีกชุดหนึ่ง พร้อมๆ กันนั้นจะมีการจัดสมัชชาครั้งใหญ่ในต้นเดือนมีนาคม เพื่อรวบรวมประเด็นและก็มีการผลักดันตามแนวทางที่ได้มีการตั้งเป้าหมาย เอาไว้ในการที่ปฏิรูปรอบนี้อย่างชัดเจน ผมได้เน้นย้ำครับว่าการปฏิรูปรอบนี้ต้องการเห็นผลในลักษณะที่ค่อนข้างจะรวดเร็วเป็นรูปธรรม และผลที่ว่านั้น ก็คือผลที่เกี่ยวข้องกับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของเด็กนักเรียนจริง ๆ อันนี้ก็เป็นนโยบายที่อยากจะถือโอกาสเรียนให้ทราบ เพราะว่าไม่ค่อยได้มีโอกาสพูดคุยทางด้านการศึกษาบ่อยนัก" 

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- สื่อ: แสดงความคิดสุจริตใจ ภายใต้กฎหมายอย่างเสมอภาค

... การแสดงความเห็นโดยสุจริตใจ ไม่ชวนให้ใครทำผิดกฎหมายทำได้ การตีความกฎหมายเราต้องเคารพศาล หากบุคคลใดเป็นเป้าก็ใช้สื่อสารชี้แจงได้  อย่าไปดึงสถาบันซึ่งไม่เกี่ยวเข้ามา ต้องมีเวทีกลางสะท้อนความคิดเห็นทั้งสองฝ่าย ถ้าบิดเบือนข้อมูลอย่างจงใจ ต้องใช้สิทธิ์กันตามกฎหมาย ทุกฝ่ายต้องมีสิทธิ์แสดงออกภายใต้กฎหมายอย่างเสมอภาคกัน 

อภิสิทธิ์: "ขอสวัสดีท่านผู้ฟังทุกท่านนะครับ วันนี้ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ได้มาคุยข่าวกับคนคุยข่าวของภาควิทยุนะครับ หลังจากที่สัปดาห์ที่แล้วผมได้เชิญพิธีกรรายการโทรทัศน์ต่าง ๆ มาร่วมสนทนาด้วย

  • ความจริงแล้วสื่อวิทยุนี้ถือว่าเป็นสื่อที่มีความสำคัญมาก เพราะว่าพี่น้องประชาชนจำนวนมากหลากหลาย สามารถที่จะติดตามข่าวสาร รับรู้ข้อมูลต่าง ๆ ผ่านสื่อวิทยุกระจายเสียงมาเป็นเวลาช้านาน
  • แล้วก็วิทยุนั้นสำหรับส่วนตัวผมก็จำได้นะครับว่าตั้งแต่เด็กเราถือว่าสะดวกมาก เพราะว่าจะไม่เหมือนโทรทัศน์ คือเราไม่ต้องอยู่ที่ใดที่หนึ่ง สามารถพกติดตัวไปได้โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันนั้นก็สามารถที่จะมีการรับฟังผ่านโทรศัพท์มือถือก็ยังได้

เพราะฉะนั้นวันนี้ก็เป็นโอกาสดีที่ได้มาพบปะกับทางคนคุยข่าว หรือนักจัดรายการวิทยุ ซึ่งมากันหลากหลายจากหลายสถานี และเช่นเดียวกับครั้งที่ผ่านมานะครับ ผมคิดว่าจะเปิดโอกาสให้ทางพิธีกรหรือผู้จัดรายการนั้นเป็นผู้ตั้งคำถาม อยากจะสนทนาอยากจะทราบสิ่งใดเกี่ยวกับปัญหาของบ้านเมืองและงานของรัฐบาลในปัจจุบันผมคิดว่าก็คงจะเป็นโอกาสที่ดี ท่านใดจะเป็นผู้เริ่มก่อนครับ"

นักจัดรายการ (วิสุทธิ์ คมวัชรพงศ์ FM ๙๖.๕ อสมท) "ท่านนายกฯ ย้ำเสมอว่าเคารพในสิทธิของแต่ละคน ความรุนแรงท่านนายกฯ พูดถึงว่าฟังได้ แม้จะรุนแรงจากฝ่ายตรงข้ามก็ตามแต่ มีจุดหนึ่งที่ท่านนายกฯ ไม่ทราบได้ยินไหมทางวิทยุที่อยู่นอกภายใต้การควบคุม ตอนนี้ผมคิดว่าบรรยากาศที่เราเรียกว่าสมานฉันท์ แตกต่าง แต่ไม่แตกแยก จะมีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเยอะมาก แม้กระทั่งใจกลางเมืองใหญ่กรุงเทพมหานคร ผมฟังรัฐบาล รัฐบาลเองบอกว่าอยู่ภายใต้อำนาจของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ผมถาม กทช.ๆ บอกว่าไม่มีอำนาจ เลยไม่ทราบว่าภาวะที่เป็นช่วงรอยต่อจะทำอย่างไร เพราะเหมือนกับเราเห็นคนจะทำความผิดซึ่งหน้า บอกตำรวจ ๆ บอกว่าความผิดยังไม่เกิดขึ้น หมายความว่าที่รอความชัดเจน แต่ว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายใต้คนทำวิทยุ รัฐบาลจะทำอะไรให้ชัดเจนกว่านี้ครับ"

อภิสิทธิ์: "ได้กำชับไปแล้วนะครับว่า พูดตามตรงโดยธรรมชาติของคนที่เป็นสื่อจริง ๆ คงไม่มีความรุนแรงเข้ามาหรอก สื่อที่เป็นวิชาชีพสื่อคงไม่มีใครที่จะไปปลุกระดมให้เกิดความรุนแรง ส่วนการใช้สื่อเพื่อปลุกระดม ซึ่งเกิดขึ้นกับสถานีส่วนใหญ่อาจจะเป็นวิทยุชุมชนที่พูดกันอยู่ในขณะนี้  ก็อย่างที่เรียนคือว่า

    • ถ้าเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตใจ ไม่ได้ไปเชิญชวนให้ใครทำผิดกฎหมาย เขาก็ทำได้
    • แต่ว่าถ้าเชิญชวนให้ทำผิด กฎหมายก็ต้องไปดำเนินการ 

ซึ่งขณะนี้ได้ซักซ้อมกันมากขึ้นระหว่างตำรวจ รัฐบาล กทช. และผมเข้าใจว่าก็เริ่มมีการใช้อำนาจบ้าง คือมันจะมีความต่างกันอยู่ คือ

    • ตำรวจเขาสามารถดำเนินการในเรื่องของคดีอาญาได้ เช่น สมมติผมไปพูดอะไรที่ผิดกฎหมายในสถานีตำรวจ อย่างไรก็ดำเนินการกับผมได้
    • แต่ว่าที่จะไปปิดสถานีวิทยุ โดยที่อ้างว่าผมไปทำอย่างนี้คงไม่ใช่อย่างนั้น อันนี้จะต้องไปดูในแง่ของผู้ที่มีอำนาจในการที่จะอนุญาต และธรรมชาติของวิทยุชุมชน
    • ก็มีอีกประการหนึ่งคือว่า ตั้งง่าย ในช่วงรอยต่อที่กติกาไม่ชัดเจน ก็คือตั้งง่าย เพราะเครื่องก็ไม่เท่าไหร่นี่ครับราคา ถึงถูกยืมไปก็ซื้อเครื่องใหม่กันเข้ามา เราก็เคยเห็นมาแล้วแต่มีการเฝ้าระวังติดตามใกล้ชิด และให้มีการดำเนินการถ้ามีการผิดกฎหมาย
    • ส่วนการตีความกฎหมายอย่างที่ผมเรียนครับ เราต้องเคารพศาล ผมยกตัวอย่างว่า จำได้ไหมครับช่วงปลายปีที่แล้วที่ผมได้รับเชิญไปเชียงใหม่ ที่มีการพูดจา คนก็ฟังว่ามันเป็นการขู่ว่าจะฆ่าผม แต่ว่าพอขึ้นไปที่ศาล ศาลท่านตัดสินบอกว่ามันไม่ใช่ความผิด เราก็ต้องเคารพกัน

นักจัดรายการ (ไพศาล มังกรไชยา FM ๙๖.๕ อสมท) "คือการเคลื่อนไหวทางการเมืองรอบนี้ เป้าโจมตีนอกจากรัฐบาลแล้ว ซึ่งรัฐบาลคงจะมีช่องทางในการตอบโต้หรือชี้แจงไป แต่ว่ายังมีเป้านอกรัฐบาล ก็คงจะมีเจตนาที่อยากจะให้มากระทบรัฐบาลไม่ทางตรงก็ทางอ้อม  รัฐบาลมีแนวปฏิบัติอย่างไรในกรณีที่เป้าโจมตีเป็นบุคคลหรือว่าองค์กรนอกรัฐบาล"

อภิสิทธิ์: "คือจริง ๆ แล้วบุคคลใดซึ่งตกเป็นเป้าก็สามารถที่จะใช้สื่อสารต่าง ๆ ในการชี้แจงได้เช่นเดียวกัน ผมคิดว่า

    • อันนี้ต้องเรียนว่าเวลาที่มีการหยิบยกข้อมูลจริงเท็จ สุดแล้วแต่มาโจมตีซึ่งกันและกัน การจะชี้แจงคนที่ไม่เกี่ยวข้องจะไม่สามารถชี้แจงได้ เราก็พยายามย้ำว่าเวลาที่มีการต่อสู้ทางการเมือง อย่าไปดึงเอาสถาบันซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองเข้ามา อันนี้ก็เป็นจุดที่เราย้ำตลอดเวลา
    • แต่เราห้ามเขาไม่ได้ ถ้าเขายังทำอยู่ในกรอบของกฎหมาย ถ้าเขายังทำอยู่ในกรอบของกฎหมายแล้วไปกระทบกับบุคคลอื่น ๆ ที่ไม่ใช่รัฐบาล ผมก็ยืนยันว่าคนเหล่านั้นก็ต้องได้รับความเป็นธรรมจากสื่อของสังคมในการที่จะชี้แจง ซึ่งอาจจะมีเครือข่ายของเขา หรือใครก็ตามออกมาชี้แจง มันก็ต้องเป็นลักษณะอย่างนี้ 
    • การที่จะบอกว่าให้รัฐบาลไปชี้แจงแทนคนอื่นก็คงจะไม่ได้  ก็จะเกิดคำถามอีกว่าทำไมรัฐบาลชี้แจงแทนบางคน และไม่ชี้แจงแทนคนบางคน อย่างนี้เป็นต้น 

แต่ว่าเราถือว่าทุกฝ่ายต้องมีสิทธิ์ในการที่จะแสดงออก เอาข้อมูลข้อเท็จจริงให้ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเสมอภาคกัน"

นักจัดรายการวิทยุ (พีรพัฒน์ วัฒนาภิรมย์ FM ๙๐.๕,๙๒.๕,๙๗.๐,๑๐๑.๐) "ต้องพูดให้ฟังอย่างนี้ เพราะว่าเราสัมผัสกับคนฟังหลากหลายกลุ่มด้วยกัน และจะมีทั้งความคิดที่แตกต่างและก็เหมือนกัน ผมฟังท่านนายกฯ พูดมาสักครู่นี้ทั้งหมด เราเข้าใจกันชัดเจนว่าอะไรคืออะไร ประเด็นคืออะไร ทีนี้ปัญหาคือว่าเมื่อหลุดจากปากท่านนายกฯ ไปแล้ว ข้อมูลเหล่านี้มันสูญหายเป็นส่วน ๆ และบางทีทำให้ชาวบ้านเข้าใจผิด และยิ่งในบางพื้นที่เขาบอกว่ามันมีปัญหาในแง่ที่ว่าคนที่ไม่ชอบท่านนายกฯ อยู่แล้วเป็นการส่วนตัว เขาก็จะไม่ฟัง ตรงนี้ครับผมจะถามในเชิงนโยบายว่า ท่านนายกฯ มีนโยบายอย่างไร เกี่ยวกับเรื่องของสื่อโดยเฉพาะสื่อของรัฐที่จะทำให้คนที่ไม่ฟังท่าน หันมาฟังท่าน และเข้าใจสภาพความเป็นจริงให้ได้ จะถึงขั้นต้องปรับตัวรัฐมนตรีหรือเปล่า" 

อภิสิทธิ์: "คืออย่างนี้ครับ ผมต้องพูดอย่างนี้ก่อนนะครับ

    • เราบังคับให้คนชอบเรา เราไปบังคับให้คนฟังเรามันเป็นไปไม่ได้ อันนี้คือสิ่งซึ่งผมคิดว่าเราต้องยอมรับสภาพความเป็นจริง 
    • เราก็ต้องคิดในทางกลับกันนะครับ มีคนจำนวนหนึ่งเหมือนกันที่ไม่ชอบคนที่อยู่คนละข้างกับเรา และก็ไม่ฟังเหมือนกัน 

คือมันก็เป็นสภาพความเป็นจริง และปัจจุบันคนก็มีเสรีภาพในการเลือกมากยิ่งขึ้น สมัยก่อนอาจจะไม่มากเท่านี้ สมัยนี้ความที่มีทั้งโทรทัศน์ดาวเทียม มีทั้งวิทยุชุมชน มีทั้งอินเตอร์เน็ต ต้องยอมรับว่าสภาพสังคม การที่จะมีสื่อที่บอกว่าทุกคนฟังเหมือนกัน ดูเหมือนกัน ยกเว้นอาจจะละครยอดนิยม ก็จะกำหนดไปเรื่อย ๆ คนที่ดูอินเตอร์เน็ต ผมยกตัวอย่างเรื่องอินเตอร์เน็ต เขาก็จะเลือกเข้าเว็บไซต์ซึ่งส่วนใหญ่คนคิดเหมือนเขา 

  • นอกจากคนที่อยากจะไปป่วนฝ่ายตรงกันข้าม ก็จะเข้า เพราะฉะนั้น ก็จะฟังข้อมูลรับข้อมูลที่ผลิตซ้ำและไปในทางเดียวกันหมด มันก็เป็นปัญหาของความเปลี่ยนแปลงของสภาพของวิถีชีวิตคนกับสื่อ
  • แต่ว่าผมถืออย่างนี้นะครับ ว่ามันยังต้องมีเวทีกลางซึ่งทั้งสองฝ่ายได้พูด เช่น รัฐสภา เพราะฉะนั้น ในรัฐสภาถ้าเราช่วยเผยแพร่ข่าวซึ่งมันสะท้อนความคิดเห็นทั้งสองฝ่าย ผมว่าประชาชนก็จะสามารถเปรียบเทียบได้ว่าเหตุและผลของคนเป็นอย่างไร นั่นส่วนหนึ่ง 
  • อีกส่วนหนึ่งก็คือว่าเราไปจำกัดความเห็นที่แตกต่างไม่ได้ แต่ว่าถ้ามันมีการบิดเบือนข้อมูลอย่างจงใจ เราก็ต้องมีการดำเนินการใช้สิทธิ์กันตามกฎหมาย ก็ว่ากันไปในกระบวนการนั้น ผมเองก็ได้ย้ำไปและโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากว่าไปใช้สื่อ และไปยุยงให้คนทำผิดกฎหมาย ก็ให้ทางฝ่ายกฎหมายดูตลอดเวลาว่าดำเนินการอะไรได้บ้าง"

นักจัดรายการวิทยุ (ฟองสนาน จามรจันทร์ FM ๙๒.๕ รายการหมุนตามวัน) "ท่านนายกฯ คะในนามของท่านอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และชาวสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย  เราขอฝากท่านนายกฯ ไปอีกคำถามเดียวนะคะว่าคิดอย่างไร ทำอย่างไรช่วยคิดด้วยว่า ส.ส.จะไปประชุมตรงเวลา และในนามของทุกคนที่อยู่ในวันนี้ขอกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นอย่างสูง ที่ให้เกียรติสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และผู้จัดรายการวิทยุจากหลาย ๆ คลื่น วันที่ ๒๕ นี้เป็นวันวิทยุขอเรียนเชิญท่านมาอีกครั้ง ๘๐ ปีของวันวิทยุไทย กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง และขอให้ท่านได้เดินเข้าสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ แพ้ชนะมันเป็นเรื่องของเกมการเมือง ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีโชคดีนะคะ ขอบพระคุณค่ะ"

อภิสิทธิ์: "ผมก็ขอถือโอกาสขอบคุณทุกท่านด้วยความเกรงใจ เพราะว่ามานั่งกันอยู่อาจจะได้คนละคำถาม หรือ ๒ คำถามเท่านั้นเอง และขอบคุณเพราะผมคิดว่าท่านก็เป็นบุคคลสำคัญที่สื่อสารข้อมูลไปถึงพี่น้องประชาชนในวงกว้าง"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- เกษตร: ตัดวงจรปัญหาเพลี้ย ประกันฯ รอบแรก เข้าสู่ครม.

...เร่งดำเนินการตัดวงจรปัญหาเพลี้ยในข้าว อุปสรรคประกันรายได้รอบแรก เนื่องจากความสับสนขั้นตอนการทำและใช้สิทธิ์ตามสัญญา เข้าครม.อีกครั้ง รวมทั้งเชิญชวนเกษตรกรสอดส่องการจัดระเบียบ ประชาคม ประกันรายได้รอบสอง

อภิสิทธิ์: " สำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเรื่องที่สำคัญเกี่ยวข้องกับพี่น้องเกษตรกร ๒ เรื่อง

  • เรื่องแรกคือว่าที่เรามีแผนในเรื่องของการตัดวงจรปัญหาเพลี้ยในข้าว ขณะนี้ก็สามารถที่จะมีการดำเนินการจัดทำโครงการเรียบร้อยแล้ว และงบประมาณก็เตรียมพร้อม  เพราะฉะนั้น จากนี้ไปทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็จะไปทำงานกับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ที่มีการระบาดของเพลี้ย เพื่อที่จะดำเนินการตัดวงจรตัวนี้ออกไป ซึ่งจะเป็นเรื่องสำคัญในการที่จะทำให้เรามีความมั่นใจในเรื่องของผลผลิตในการปลูกข้าวในรอบต่อ ๆ ไป
  • [เรื่องที่สอง] ขณะเดียวกันคณะรัฐมนตรีได้มีการพิจารณาถึงปัญหาอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับการประกันรายได้ในรอบแรก ซึ่งยังตกค้างอยู่  โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือว่าในช่วงของความสับสนเกี่ยวกับขั้นตอนการทำสัญญาและการใช้สิทธิ์ตามสัญญา และต่อมาเมื่อราคาข้าวสูงขึ้นนั้น ทำให้พี่น้องเกษตรกรจำนวนมากเสียโอกาสในการที่จะใช้สิทธิ์ได้รับเงินชดเชย ทั้งๆ  ที่ว่าไม่ได้เป็นความผิดของตัวเอง แต่เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนกันในเรื่องของระยะเวลาของการใช้สิทธิ์ในการประกันรายได้  ตรงนี้ครับก็ได้มีข้อยุติครอบคลุมเกษตรกรน่าจะทุกกลุ่มแล้ว  ที่จะต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมก็คือ
    • กรณีของเกษตรกร ซึ่งทำสัญญาในช่วงครึ่งเดือนหลังของเดือนพฤศจิกายน  แต่ปรากฏว่ามีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน  แต่ไม่ทราบว่าจริง ๆ แล้วสามารถที่จะใช้สิทธิ์ได้ทันที  ยังมีความเข้าใจว่าต้องไปใช้สิทธิ์ในเดือนธันวาคม 

เพราะฉะนั้น เกษตรกรซึ่งมีปัญหาในเรื่องนี้โดยเฉพาะเกษตรกรที่ปลูกข้าวเหนียว และข้าวปทุม ซึ่งไม่มีการชดเขยในเดือนธันวาคม  ผมก็จะนำเรื่องนี้เข้าไปหารือคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง  และเชื่อว่าขณะนี้เราสามารถที่จะสะสางแก้ไขปัญหาการดำเนินการการประกันรายได้ของเกษตรกรในรอบแรกเป็นที่เรียบร้อย"

... พี่น้องเกษตรกร ช่วยสอดส่อง จัดทำทะเบียน ประชาคม ประกันรายได้ รอบ ๒ 
อภิสิทธิ์:
" ส่วนในรอบที่ ๒ นั้น  อยากจะขอเรียนอย่างนี้ครับว่า ขณะนี้มีรายงานเข้ามาว่าการรวบรวมตัวเลขการเพาะปลูกนั้น  น่าจะสูงกว่าความเป็นจริง ผมอยากจะเรียนว่าเราต้องช่วยกันสอดส่องดูแลจากกระบวนการของการทำประชาคม ไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะนี้ขึ้น  ซึ่งในรอบนี้นั้น  ผมได้ขอความร่วมมือจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเรียบร้อยแล้ว  เราจะใช้ภาพถ่ายทางอากาศที่ถ่ายผ่านดาวเทียมนั้น มาตรวจสอบในเรื่องของพื้นที่จริงที่มีการเพาะปลูกด้วย 

เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าเราค้นพบว่าตัวเลขที่มีการรายงานขึ้นมาในเรื่องของการปลูกในพื้นที่ต่าง ๆ ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงที่มีการสุ่มตรวจ และการใช้ภาพถ่ายนั้น เราจะต้องเข้าไปตรวจในประชาคมนั้นทั้งหมด แล้วประชาคมนั้น ๆ ก็จะเสียเวลานะครับ  ก็คือระหว่างที่มีการตรวจสอบนั้นจะไม่สามารถดำเนินการในเรื่องของการทำสัญญาและใช้สิทธิ์ได้  เพราะฉะนั้น เป็นหน้าที่ของพี่น้องประชาชน เกษตรกรในประชาคม ที่ต้องช่วยกันสอดส่องดูแลว่าการจัดทำทะเบียนและการจัดทำประชาคมในรอบนี้เป็นไปตามความเป็นจริง เพราะว่าขณะนี้ตัวเลขที่เราเข้ามา เราเชื่อว่าน่าจะสูงเกินความเป็นจริงอยู่พอสมควร เพราะฉะนั้น เราไม่ต้องการให้โครงการดี ๆ ซึ่งดำเนินการมาแล้วรอบหนึ่ง  ซึ่งเป็นที่พอใจของพี่น้องเกษตรกรจำนวนมาก  จะต้องได้รับผลกระทบจากความคลาดเคลื่อนของข้อมูล และมาเป็นปัญหาในภายหลังระหว่างรัฐกับพี่น้องประชาชนเอง
   
งานเหล่านี้ก็เป็นงานสำคัญในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมานะครับ  ผมคิดว่าสำหรับระยะเวลาที่เหลือของรายการในวันนี้  อยากจะให้พี่น้องประชาชนได้ไปฟังการสนทนาระหว่างผมกับคนคุยข่างในส่วนของคนจัดรายการวิทยุ  และผู้ดำเนินรายการตามสถานีวิทยุต่าง ๆ ซึ่งคงจะครอบคลุมถึงประเด็นอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และปัญหาที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชนครับ"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- อภิสิทธิ์ โดนด่า ถอดใจหรือไม่?

... การปฏิบัติภารกิจ ในบางครั้งมีผู้ชุมนุมต่อต้าน มีเสียงบ่น ด่าทอ นายกฯค่อนข้างมีสมาธิ รับฟัง ถือว่าเป็นข้อมูลอย่างหนึ่ง บางครั้งก็รู้สึก แต่ต้องอดทน อาจจะเกิดจากข้อมูลคลาดเคลื่อน ต้องพยายามทำความเข้าใจ แต่ว่าไม่ถอดใจ

นักจัดรายการวิทยุ (พุทธอภิวรรณ องค์พระบารมี): " ...แล้วก็ขออีกคำถามหนึ่งนะครับ มีคนฟังสอบถามมาว่า การแตกแยกที่เกิดขึ้นนี้เวลาท่านนายกฯ ไปที่ไหน ตอนนี้ก็จะมีกลุ่มต่อต้าน บางครั้งมีการมาด่าท่านนายกฯ ต่อหน้า มีหลายคนอยากจะรู้ว่าความรู้สึกในใจของท่านนายกฯ จริง ๆ เวลามีคนมาด่าท่านนายกฯ ซึ่ง ๆ หน้าท่านคิดอะไรอยู่ และเคยมีสักครั้งหนึ่งไหมว่า ท่านนายกฯ คิดจะถอดใจ ขอบคุณครับ"

อภิสิทธิ์: " ส่วนการที่มีคนจำนวนหนึ่งไปชุมนุมต่อต้านอะไรต่าง ๆ เวลาผมปฏิบัติภารกิจ ผมค่อนข้างสมาธิดีนะครับ เพราะฉะนั้นทำภารกิจอะไรก็ปฏิบัติภารกิจนั้นต่อไป ผมก็ฟังครับไม่ใช่ไม่ฟังครับ แล้วก็ได้ยินด้วย ก็ถือเป็นข้อมูลอย่างหนึ่ง เพราะว่าทำให้ผมทราบว่าเขาคิดอะไรนะครับ ผมยกตัวอย่างเช่น วันก่อนก็ไปทำพิธีเททองยกช่อฟ้าอยู่ เริ่มต้นขึ้นมาคำแรกก็ตะโกนว่าฆาตกร อันนี้ก็ทำให้ผมทราบว่าอย่างน้อยผมรู้แล้วว่ามีไปให้ข้อมูลเขาผิดว่าผมไปสั่งฆ่าประชาชนอะไรต่าง ๆ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นผมก็ฟัง ก็ได้ยิน ถามว่ารู้สึกอย่างไร ผมก็บอกได้นะครับว่ามนุษย์ทุกคนคงไม่ต่างกันครับคงไม่มีใครฟังแล้วสนุก แต่ว่าเราก็ต้องรู้นะครับว่าเราต้องอดทน อดกลั้น และผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้คิดอย่างนั้น ผมมั่นใจอย่างนั้นเพราะว่าจริง ๆ ทุกที่ที่ไปนี้คนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้น แล้วคนไทยส่วนใหญ่ครับพูดตรง ๆ แม้แต่เวลาไม่ชอบใครโดยปกติก็ไม่เป็นอย่างนี้ครับ คนไทยส่วนใหญ่ไปที่บ้านเขานะครับ บางทีเขาไม่ชอบเขาก็ต้อนรับ มันก็เป็นนิสัยของคนไทยซึ่งสืบทอดกันมาตั้งแต่ดั้งเดิม

เพราะฉะนั้นผมก็เห็นใจว่าบางคนคงได้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน แล้วก็เลยมีความโกรธ แต่ว่าเราก็ต้องพยายามทำความเข้าใจต่อไป แต่ว่าไม่ถอดใจไม่ถอดครับ ไม่มีประโยชน์อะไรจะไปถอดใจละครับ ถอดใจเขาก็ไม่หยุดด่าครับ"

นักจัดรายการวิทยุ (ประสาน ศิลป์จารุ สถานีวิทยุ วปท. และรายการทีวี นายมั่นนายคง): " มีแฟนรายการให้กำลังใจนายกฯ เขาบอกว่านายกฯจะทำอะไรก็ทำไปเลย อย่าพะว้าพะวังให้เดินหน้าเหมือนกับท่านชอบเตะฟุตบอล ชู้ตให้เข้าโกลไปเลยและปัญหาต่าง ๆ มันจะหมด  ถ้าหากขืนปล่อยเอาไว้ เลี้ยงลูกไปเลี้ยงลูกมา  จะเสียเปรียบคู่ต่อสู้  จะยิงประตูเอา"

...อภิสิทธิ์: " เราเดินหน้าเต็มที่ เล่นฟุตบอลได้จังหวะก็ยิงละครับ  แต่ถ้าจะ ล้ำ หน้าต้องวิ่งกลับไปก่อนนะครับ  เพราะว่ายิงเข้าไปก็ไม่ได้ประตูนะครับ  แถมเสียลูกโทษอีกต่างหาก  เพราะฉะนั้น อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ผมขอยืนยัน และผมไม่ทำละครับ  เลี้ยงไปเลี้ยงมาบนสนามก็ไม่ทำ"

...อภิสิทธิ์: " ส่วนที่ผมพูดจา  อยากจะบอกตรง ๆ ว่าผมไม่ถนัดงานเรื่องของวิทยุโทรทัศน์เท่าไหร่  เป็นงานที่มาด้วยความจำเป็น  เพราะว่ามีความต้องการที่จะสื่อสารกับพี่น้องประชาชน  ก็มีคนเขียนจดหมายมาตลอดเวลา ว่าให้พูดคำนี้น้อยลง  ก็จะพยายามทำตามเท่าที่ทำได้  ไม่ฝืนกับธรรมชาติของตัวเอง  แต่ว่าก็อยากจะขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้งหนึ่ง"

 <<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ชายแดนใต้: รัฐฯเข้าถึง ชัดเจน ตรวจสอบอำนาจการใช้ พ.ร.ก.

...นโยบายการพัฒนารัฐฯเข้าถึง ในโครงการพัฒนาระดับหมู่บ้านและได้รับความมือจากประชาชน  รัฐบาลมีความชัดเจนมากขึ้นในเรื่องการอำนวยความยุติธรรม มีการตรวจสอบการใช้ พ.ร.ก. ยกฟ้อง ใช้อำนาจลักษณะไหน ก่อนต่ออายุ พ.ร.ก. จะขอให้มีการประเมินในประเด็นที่เห็นว่าสำคัญ เพื่อปรับแก้  

นักจัดรายการวิทยุ  (อิศรา มีศรี  FM ๙๙.๕ ร่วมด้วยช่วยกัน) สถานการณ์ทาง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้บ้างนะครับ รู้สึกว่ายังมีระเบิดและมีการฆ่ากันทุกวัน ไม่ทราบว่าจะมีลู่ทางในการแก้ไขปัญหาให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดอย่างไรไหมครับ

อภิสิทธิ์:  "ขณะนี้สถานการณ์ใน ๓ จังหวัดที่มีการรายงานขึ้นมาดีขึ้นมาก ในความหมายที่ว่าความเข้าถึงของรัฐ

  • โดยเฉพาะที่จะทำโครงการการพัฒนาระดับหมู่บ้าน 
  • รวมไปถึงที่ได้รับความมือจากประชาชน คิดเป็นพื้นที่ คิดเป็นจำนวนชุมชนต่าง ๆ ค่อนข้างที่จะดีทีเดียว 

แต่ว่าฝ่ายตรงกันข้าม แน่นอนครับยังมีแนวร่วมเยอะ ยังมีการเคลื่อนไหวอยู่  
ผมเชื่อว่านโยบายการพัฒนาดินไปต่ออีกสักระยะหนึ่งนะครับ  นี่พูดตามจริงงบฯ เพิ่งลงไปประมาณ ๔ เดือน  เดินต่อไปอีกระยะหนึ่ง และท่าทีที่เรา

ชัดเจนมากขึ้นในเรื่องการอำนวยความยุติธรรม เช่น

  • เวลาเหตุการณ์เกิดในเรื่องของ
    -การร้องเรียน
    -และมีระบบการตรวจสอบ
    -การใช้อำนาจรัฐที่ดีขึ้น  ผมยังมั่นใจว่าจะดีขึ้น  และผม
  • กำลังเร่งที่จะได้ข้อยุติเรื่องมาตรา ๒๑ กฎหมายความมั่นคงใน ๔ อำเภอในจังหวัดสงขลา ถ้าทำตัวนั้นด้วยและเป็นเครื่องมือใหม่  ซึ่งต่อไปถ้าขยายผลได้  ผมก็ยังมั่นใจว่าจะดีขึ้น 

เนื่องจากเวลาค่อนข้างจำกัด ขอบุคคลที่ยังไม่ได้มีโอกาสถามก่อนนะครับ"
...การอำนวยความยุติธรรม
นักจัดรายการวิทยุ
  (อนุพงษ์ ไชยฤทธิ์ FM ๑๐๑.๐) ถามเรื่องภาคใต้ต่อนะครับ  คือนอกจากเรื่องของมาตรา ๒๑ แล้วมันก็มีประเด็นเรื่องการอำนวยความยุติธรรม เรื่องของผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ความมั่นคงฯ มีจำนวนมากที่ติดคุกเป็นปี และภายหลังประมาณสัก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ที่ศาลสั่งไม่ฟ้องก็เป็นผู้บริสุทธิ์  ทางรัฐบาลจะมีมาตรการที่จะดูแลในเรื่องของกระบวนการอันนี้อย่างไร 

อภิสิทธิ์:  "คงเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) นะครับ ไม่ใช่กฎหมายความมั่นคง"

...อย่างไรที่ไม่ให้ ๓ จังหวัดใต้เป็นประเด็นสากล
นักจัดรายการวิทยุ  (อนุพงษ์ ไชยฤทธิ์ FM ๑๐๑.๐)  ครับ ถ้าดูสถานการณ์ทางสากล องค์กรอิสระอย่างน้อย ๒ แห่ง ฮิวแมนไร้ท์วอทช์ก็พูดถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนใน ๓ จังหวัด การแก้ปัญหายังไม่ดีขึ้น  เมเปิลคอฟท์ ก็เขยิบเรื่องของความเสี่ยงการก่อการร้าย  ก็เขยิบไทยมาอันดับ ๙ และก็พูดถึงปัญหานี้  ๓ จังหวัดภาคใต้ ทั้งหมดจะเป็นเงื่อนไขที่ทำให้การประชุมองค์การการประชุมอิสลาม (โอไอซี) ที่จะมีที่ปากีสถาน วาระในเรื่อง ๓ จังหวัดภาคใต้จะเป็นประเด็นหนึ่งตรงนั้น แล้วไทยจะดำเนินการอย่างไรที่ไม่ให้ปัญหาใน ๓ จังหวัดเขยิบขึ้นไปเป็นประเด็นสากล

...โอไอซี รัฐบาลทำต่อเนื่อง
อภิสิทธิ์:  
"ในส่วนของโอไอซีก็ทำต่อเนื่อง และผมยืนยันว่าที่รัฐบาลนี้ได้ทำงาน โดยเฉพาะกับทางมาเลเซียกับอินโดนีเซีย ไม่นับประเทศอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ในโอไอซี เพื่อ

  • ทำความเข้าใจ  โดยเฉพาะการที่เรามีโครงการทั้งพาทูตไปดูพื้นที่ 
  • ทั้งเชิญสื่อจากตะวันออกกลางมาดูพื้นที่  ผมยังมั่นใจว่าเราสามารถทำให้เขามั่นใจได้ว่าประเด็นนี้ไม่ได้เป็นไปอย่างที่มีบางฝ่ายไปกล่าวหาว่ามันเป็นปัญหาของการละเมิด

โดยนโยบายของรัฐบาล  ความจริงผมยังคุยกับชาวต่างประเทศด้วยซ้ำว่า ระยะหลังนโยบายหลายประเทศในยุโรปที่ปฏิบัติต่อคนที่นับถือศาสนาอื่น  ถ้าเทียบกับเราแล้วจะเห็นได้ว่าเราให้สิทธิเสรีภาพชัดเจนว่ามากกว่าด้วยซ้ำไป อันนี้ก็เป็นเรื่องการต่างประเทศ

...ใช้ระเบิด ดูให้รุนแรง...แก้ได้เพราะเป็นแนวต่อสู้
ทีนี้กรณีที่มีสถาบันเขาจัดประเด็นเรื่องของความเสี่ยงเหตุการณ์ก่อการร้าย  ผมเรียนอย่างนี้ว่าแนวโน้มที่เราเห็นอันหนึ่งก็คือเวลาที่ฝ่ายเคลื่อนไหวถูกบีบพื้นที่มากขึ้น  แล้วก็กระบวนการการพัฒนาเป็นแนวต่อสู้ของเรา แนวที่เขาต้องทำคือว่าต้องทำเหตุให้มันดูรุนแรงขึ้น  เพื่อเป็นทาง  เพื่อสร้างความกลัวมากขึ้น  เพราะฉะนั้น อันนี้ก็เป็นที่มาของการที่เขาใช้รูปแบบของการระเบิดมากขึ้น แล้วที่จัดอันดับเราก็อยู่บนฐานที่เขาเห็นเหตุระเบิดที่มันเกิดขึ้น  เพราะฉะนั้น อันนี้เราทราบว่าเป็นแนวต่อสู้  ซึ่งเราจะต้องเดินต่อในแนวที่เราทำ  และเราก็เชื่อว่าตัวนี้จะสามารถที่จะค่อย ๆ ลบด้วยอื่นไปได้  

...ตรวจสอบการใช้ พ.ร.ก. ยกฟ้อง ใช้อำนาจลักษณะไหน
ส่วนปัญหาที่มีการใช้ พ.ร.ก.และยกฟ้องเยอะ อันนี้เป็นส่วนหนึ่งซึ่งผมได้ขอให้มีการประเมิน  ขณะนี้ก็พอตัวเลขล่าสุดออกมา  ผมจะให้แจกแจงต่อว่าคดีที่ยกฟ้องส่วนใหญ่ใช้อำนาจในลักษณะไหนของพ.ร.ก. เพราะว่า

รัฐบาลนี้เวลาที่เราต่ออายุ พ.ร.ก. เราจะขอให้มีการประเมินในประเด็นที่เราเห็นว่าสำคัญ  เช่น มีการปรับปรุงกระบวนการร้องเรียนการใช้อำนาจต่าง ๆ ผมต้องไปตรวจสอบตัวเลข  เพราะมีคนพูดว่าคดีซึ่งค่อนข้างที่จะ  กลุ่มคดีที่ถูกยกฟ้องส่วนใหญ่ เพราะว่าเราไม่ได้ใช้นิติวิทยาศาสตร์  ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงต้องปรับแนวเพื่อให้กระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ทำงานได้มากขึ้น  กระบวนการยุติธรรมมันมีตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงไปสิ้นสุดที่ศาล  แต่ว่าเราก็จะหลีกเลี่ยงครับ  ถ้าเราเห็นว่ามันเป็นจุดอ่อนจริง ๆ เมื่อคนที่ใช้อำนาจตามพ.ร.ก.ในที่สุดไปกล่าวหาคนและก็ส่วนใหญ่ไม่เป็นอย่างนั้น  ก็ต้องมาทบทวนว่าทำอย่างไรไม่ให้เกิดกระบวนการนี้อีก"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ตามข่าว: ชวนใช้หลอดประหยัดไฟ GT200 คืบหน้าพื้นที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง

เชิญชวนใช้หลอดไฟ (หลอดผอม) เบอร์ ๕ ประหยัดพลังงาน ลดโลกร้อน
อภิสิทธิ์:
" นโยบายอีกด้านหนึ่งซึ่งมีการดำเนินการในสัปดาห์ที่ผ่านมา  ก็คือผมได้ไปรณรงค์ในเรื่องของการประหยัดพลังงาน เพื่อที่จะมาช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องของโลกร้อน  เรื่องนี้ก็อยากจะเรียนครับว่า เป็นเรื่องของการที่จะส่งเสริมสนับสนุนให้มีการเปลี่ยนหลอดไฟเป็นหลอดที่เรียกว่า หลอมผอม  เดิมเปลี่ยนจากหลอดที่อ้วนหน่อยมาเป็นหลอดผอม  แต่ตอนนี้มาเป็นหลอดผอม เบอร์ ๕ ประหยัดไฟ  ซึ่งสามารถที่จะลดการใช้ไฟได้ถึงร้อยละ ๓๐ เพราะฉะนั้น จะเริ่มต้นจากส่วนราชการก่อน  ครึ่งหนึ่งนั้นทางกระทรวงพลังงานกับการไฟฟ้าฯ จะเข้าไปดำเนินการในการเปลี่ยนให้  และจะมีแรงจูงใจในการเปลี่ยนหลอดให้กับส่วนราชการที่เหลือ ซึ่งจะเป็นจำนวนทั้งสิ้นประมาณ ๒ ล้านหลอด  ซึ่งการเปลี่ยนตรงนี้  อยากจะเรียนว่าการคืนทุนนั้นจะคืนทุนได้ค่อนข้างจะรวดเร็ว  เพราะว่าจากการประหยัดไฟนั้น  หลอดอายุการใช้งานประมาณ ๔ ปี  แต่สามารถที่จะคืนทุนได้จริงๆ ประมาณ ๒ ปี

เพราะฉะนั้น ก็อยากจะรณรงค์ว่าสำหรับหน่วยงานอื่น ๆ นอกเหนือจากส่วนราชการแล้ว  ก็อยากให้เปลี่ยนแปลงมาใช้หลอดไฟที่เป็นหลอดไฟประหยัดพลังงาน  รวมทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ  เพราะว่าการประหยัดพลังงานได้ถึงร้อยละ ๓๐ นอกจากจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ใช้ไฟแล้ว  ก็เป็นการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึงร้อยละ ๓๐ เช่นเดียวกัน จากการที่เราจะต้องผลิตไฟฟ้า  ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการช่วยกันทำให้ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในส่วนของประเทศไทยลดลง  ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นมาก เราเคยประสบความสำเร็จในการรณรงค์ก่อนหน้านี้มาแล้วเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว ในการเปลี่ยนหลอดไฟมาเป็นหลอดผอม  แต่ครั้งนี้เราสามารถทำเพิ่มเติมได้อีกร้อยละ ๓๐ ก็อยากจะเชิญชวนทั้งองค์กรและพี่น้องประชาชนให้มาสนับสนุนในเรื่องนี้ 

เฉพาะในส่วนขององค์กรนั้น  ถ้าหากว่ามีค่าใช้จ่ายในเรื่องนี้ก็จะมีแรงจูงใจเป็นพิเศษในการที่จะสามารถที่จะมาหักลดหย่อนค่าใช้จ่ายได้เพิ่มเติมอีกร้อยละ ๒๕ ในปี ๒๕๕๓ นี้ด้วย  อันนี้ก็เป็นงานอีกด้านหนึ่งซึ่งได้มีการผลักดัน และมีการเริ่มต้นการรณรงค์"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>

...GT 200 ทำความเข้าใจกับคนใช้ก่อน การสอบทุจริตต้องเดินต่อ
อภิสิทธิ์: " แล้วก็บางเรื่องบางทีเราก็กระโดดจากเรื่องหนึ่งไปอีกเรื่องหนึ่งเร็วมาก อย่างเครื่องจีที 200 นี้ผมยกตัวอย่าง พอเครื่องทดสอบเสร็จบอกใช้ไม่ได้ปั๊บ ก็เอาแล้ว บอกว่าจะห้ามเลยไหมหรือไม่ห้าม ซึ่งผมก็บอกว่าเราต้องเอาข้อเท็จจริงไปทำความเข้าใจกับคนใช้เขาก่อน เพราะคนที่เขาใช้เขามีความอุ่นใจ เขามีความมั่นใจและคุ้นเคยกับการใช้ตัวนี้มานาน ถ้าไปสั่งห้ามนี่โกลาหลนะครับ เพราะว่าถ้าเกิดทหารที่เขาปฏิบัติหน้าที่อยู่บอกว่ามาห้ามผมแล้วไม่ให้อะไรผมเลย แล้วเกิดวันนั้นเขาออกไปแล้วมีระเบิดมีอะไรขึ้น เราจะอธิบายเขาอย่างไร ก็ต้องให้เวลานะครับ ผมถึงบอกว่าวันนี้ท่าน ผบ. ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมท่านทราบชัดเจนอยู่แล้วว่ามันจะต้องนำไปสู่การไม่ใช้ แต่ว่าต้องขอเวลาในการทำความเข้าใจกับกำลังพล แล้วเตือนเลยว่าขณะนี้

๑. อย่าไปใช้กับคน เพราะคนเขารู้กันทั่วประเทศแล้วบอกว่าเครื่องนี้ใช้ไม่ได้ ถ้าคุณไปใช้กับคน เขาฟ้องคุณเอาได้ง่าย ๆ นะ กับ

๒. ถ้าจะไปใช้กับพื้นที่ต้องบอกตัวคนใช้เขานะ ก็ทางวิทยาศาสตร์มันบอกว่ามันไม่ได้ช่วยคุณนะ เดี๋ยวคุณไปเข้าใจผิดว่ามันปลอดภัย แต่ถ้าเขารู้แล้ว และเขายังยืนยันเขาบอกเขาขอใช้ก่อน หน่วยก็ไปพิจารณาเอาว่าจะอย่างไร แต่สุดท้ายนี้มันก็ต้องไป แต่ว่าทันทีเห็นไหมครับ

เรากระโดดไปเรื่องนั้นแล้วก็กระโดดต่อเลย สอบหรือยังว่าทุจริตการซื้อ ความจริงเครื่องนี้ใช้ได้หรือไม่ได้กับประเด็นการทุจริตการซื้อ มันไม่ใช่เรื่องเดียวกันนะครับ ถึงเครื่องใช้ได้แต่ทุจริตก็ต้องสอบ เครื่องใช้ไม่ได้ ถ้าไม่ทุจริตมันก็คือไม่ทุจริต แต่นี้ถามว่าสอบหรือยังผมก็บอกว่าเอารายงานมาดูก่อนว่า เขาซื้อช่วงไหนอย่างไรบ้าง เพราะเฉพาะที่ผมสัมผัสกับเครื่องจีที ๒๐๐ นี้นะครับ ผมก็ไม่ได้รู้จักเครื่องตัวนี้มาก่อน วันดีคืนดีครับกรรมาธิการของสภาฯ ที่ดูเรื่องยาเสพติดมาขอพบผม เชิญเจ้าหน้าที่เชิญใครต่อใครมา แล้วบอกผมบอกว่าอยากได้เครื่องตัวนี้ เพราะว่ามันไปตรวจสารเสพติดแล้วเจอ แล้วก็มีอีกหลายคนครับ คุณหมอพรทิพย์ ใครต่อใครมาเล่าให้ฟัง จะบอกว่าคนที่มาบอกว่าอยากให้ซื้อเพิ่มนี้มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องนี้ ผมบอกตรง ๆ เลยนะครับไม่ใช่ทุกคนแน่นอน หลายคนที่มาคุยกับผม ผมมั่นใจเลยว่าเขาก็สุจริตใจ ส่วนมีทุจริตหรือเปล่าอีกเรื่องหนึ่งนะครับ แต่ว่าทันทีที่จะมาบอกว่าใครบอกให้ซื้อตัวนี้เป็นคนทุจริต ผมว่าอันนี้ไม่ให้ความเป็นธรรม เพราะฉะนั้นผมก็จะดูก่อน รายงานสิว่ากองทัพซื้อมาตั้งแต่เมื่อไร ป.ป.ส. ซื้อมาตั้งแต่เมื่อไร ซื้อแต่ละยุคแต่ละช่วงราคาเท่าไร กระบวนการเป็นอย่างไร แล้วเราก็จะได้มาดูกัน แล้วก็อย่าลืมนะครับ อย่างเครื่องตัวนี้ไม่ใช่ว่ามาซื้อ คือบางคน ผมตอบกระทู้เหมือนกับมาซื้อรัฐบาลนี้ ไม่ใช่นะครับ ซื้อกันมาตั้งแต่ปี ใช้กันมาตั้งแต่ ๔๗ - ๔๘ - ๔๙ อะไรต่าง ๆ แล้วก็ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย ผมเคยได้รายชื่อมาว่ามีประเทศไหนที่ซื้อเข้าไปนี้เยอะมากนะครับ คือถ้าบอกว่าถูกหลอกก็เรียกว่าถูกหลอกกันระดับโลกเลยละครับงานนี้ อันนี้ก็ต้องให้ความเป็นธรรมว่าไม่ใช่ว่ามามีเฉพาะที่นี่ที่เดียว แต่แน่นอนครับผมก็จะหาข้อเท็จจริง ถ้ามีการทุจริตก็จะดำเนินการครับ"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>

... ความคืบหน้า การลากสายไฟ ในพื้นที่ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง
นักจัดรายการวิทยุ  (ฟองสนาน จามรจันทร์  FM ๙๒.๕ รายการหมุนตามวัน):
  " รายการหมุนตามวัน สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เมื่อเราเปิดสายทุกครั้ง ประชาชนไกลปืนเที่ยง ไม่ว่าจะอยู่ที่ชัยนาท ไม่ว่าจะอยู่แถวภูเวียง โทร.มาทวงท่านนายกฯ ตลอดค่ะ เขาไม่มีไฟฟ้าใช้ บางบ้านยังใช้เตารีดที่ใช้ถ่านอยู่เลย  บางบ้านไม่มีโอกาสได้ดูทีวีตลอดชีวิต ท่านนายกฯ สั่งไป ๖ เดือนแล้ว  ไม่ทราบว่ามีความคืบหน้าอย่างไร  ขอยืนยันว่าโทร.มาทวงทุกสัปดาห์  ๆ ละหลาย ๆ คน"


อภิสิทธิ์:  " มีความคืบหน้าครับ คือขณะนี้ในพื้นที่ซึ่งสามารถลากสายเข้าไปได้  โดยมีต้นทุน  ผมจำตัวเลขไม่ชัดนะครับ ที่ไม่สูงเกินไป  การไฟฟ้าฯ จะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีนี้และปีหน้าอีกปีหนึ่ง ซึ่งจะเป็นพื้นที่ที่เยอะพอสมควร  แต่พื้นที่ที่ลากสายเข้าไป แล้วต้นทุนจะสูงมาก เช่น  ตามเกาะ หรือในพื้นที่ที่ห่างไกลจริง ๆ ได้มีมาตรการคือให้เขาไปสำรวจพลังงานทดแทน ว่าจะใช้ตัวไหนได้ และก็จะดำเนินการ  อันนี้คือมีแผนแล้ว  มีมติไปตั้งแต่ปีที่แล้ว  และเขาเอาแผนมาเสนอเมื่อประมาณปลายปี  และอนุมัติแผนนี้เพื่อเดินแล้วครับ กำลังเดินอยู่"

นักจัดรายการวิทยุ (ฟองสนาน จามรจันทร์ FM ๙๒.๕ รายการหมุนตามวัน): " ท่านนายกฯ ให้คำมั่นได้ไหมคะ คุณป้าสำราญที่ชัยนาทจะมีไฟฟ้าใช้เมื่อไหร่ ๑๒ ปีแล้วค่ะ"

อภิสิทธิ์:  " ผมต้องขอให้ส่งแผนที่มา  เพื่อผมจะได้ดูได้ว่าลากสายเข้าไปในพื้นที่ตรงนั้นอยู่ในข่ายที่กำลังจะลากสายเข้าไปหรือไม่"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๑ ชั่วโมง ๓๐ นาที)
จากรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เวลา ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐น. และเวลา ๒๐.๔๐- ๒๑.๐๐ น.


คลิ๊ก เพื่ออ่านคำต่อคำ

คลิ๊ก เพื่อชม ปฎิรูปการศึกษา,รณรงค์ประหยัดพลังงาน,หวย สลาก,ไม่ถอดใจ สมาธิดี,จริยธรรมการเมือง, VDO รายการเต็ม

(กลับไปด้านบน)