... การชุมนุมไม่เป็นปฏิปักษ์กับรัฐฯ ตามสิทธิรัฐธรรมนูญ ขอความร่วมมือในการจัดระเบียบ รัฐฯต้องแลความสงบเรียบร้อยบ้านเมือง ปชช.ผนึกกำลังกันมาต่อสู้กับความรุนแรง ประกาศกฎหมายพิเศษขึ้นอยู่กับข้อมูล กฎหมายมั่นคงไม่ได้ห้ามชุมนุม หมิ่นเหม่ผิดกฎหมายเจ้าหน้าที่ต้องไปดูแล ยึดหลักกฎหมายไม่ได้ไม่ทำอย่างอื่น
อภิสิทธิ์: "ก่อนที่จะไปดูการสนทนากับทางคนข่าวจากโทรทัศน์ดาวเทียม ผมคงจะขอเกริ่นนำในเรื่องของสถานการณ์ทางการเมือง
ประการแรก[๑.]ก็อยากจะบอกว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วหลังจากเกิดเหตุการณ์ในเรื่องของการปาระเบิดธนาคาร และรวมไปถึงการที่มีคนได้ออกคลิปที่พูดถึงเรื่องของระเบิดนั้น มีความคืบหน้าอย่างชัดเจน ขณะนี้ก็ได้มีการจับกุม
-ทั้งผู้ขับมอเตอร์ไซด์ที่ได้พาคนไปปาระเบิด ก็จับกุมได้แล้ว
-คนที่อยู่ในคลิปเสียงซึ่งได้เผยแพร่ที่พูดถึงเรื่องการระเบิด ก็ถูกจับถูกควบคุมตัวอยู่
-และรวมทั้งคนอื่น ๆ ซึ่งได้มีการกระทำความผิด เช่น มีอาวุธไว้ในครอบครองโดยไม่ได้มีสิทธิ์ที่จะทำเช่นนั้น หรือ
แม้กระทั่งการพาผู้ต้องหาหลบซ่อน รวมทั้งความผิดอื่น ๆ
ถ้ามีการยุยงส่งเสริมให้มีการทำผิดกฎหมายนั้น รัฐบาลก็จำเป็นที่จะต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดตามกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตามผมอยากจะเรียนอย่างนี้ว่า จุดยืนของผมของรัฐบาลนั้นชัดเจน เรื่องของการชุมนุมทางการเมืองนั้นเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญที่พึงกระทำได้ รัฐบาลไม่ได้ถือว่าการชุมนุมนั้นเป็นเรื่องของการที่จะเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาล แต่เป็นการชุมนุมแสดงออกทางการเมือง
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นครับสิทธิตามรัฐธรรมนูญกำกับเอาไว้ชัดเจนว่าต้องเป็นการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ และต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนโดยไม่สมควร
เพราะฉะนั้นประการแรกก็คือว่าเรามีความจำเป็นเข้มงวดในเรื่องของการที่จะต้องตรวจตราในเรื่องของอาวุธ
ประการที่ [๒] คือว่าเราจำเป็นที่จะต้องช่วยจัดระเบียบ เพราะว่าถ้ามีการชุมนุมและมีการเดินทางเข้ามากันอย่างมาก ก็ส่งผลกระทบต่อเรื่องของการจราจร การสัญจรไปมา และการใช้ชีวิตตามปกติของพี่น้องประชาชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
- เราไม่ได้ห้ามการชุมนุม
- แต่เราขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนที่ตัดสินใจว่าจะมาชุมนุมนั้น ว่าขอให้ ๆ ความร่วมมือในเรื่องของการจัดระเบียบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจอดรถ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของยานพาหนะ หรือเรื่องอื่น ๆ
เพราะฉะนั้นผมอยากจะย้ำว่าสิ่งที่รัฐบาลจะทำนั้น รัฐบาลไม่ได้ขัดขวางการชุมนุม เพียงแต่ว่ารัฐบาลมีหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ผมอยากจะเรียนว่าจริง ๆ
- ขณะนี้สถานการณ์ของบ้านเมืองในประเทศนั้น โดยเฉพาะเรื่องของเศรษฐกิจกำลังไปได้ดี นโยบายหลายเรื่องกำลังมีการขับเคลื่อนไปสู่ความเป็นรูปธรรม และมีประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน
- และที่สำคัญคือว่า การตรวจสอบรัฐบาล ในปัจจุบันก็สามารถทำได้ผ่านกลไกของรัฐสภา ที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่แล้ว
- ผมอยากจะเรียนว่าผมไม่ขัดข้องที่พี่น้องประชาชนอยากจะมาชุมนุมแสดงออกโดยสงบ แต่ขณะเดียวกันก็มีความชัดเจนว่ามีคนกลุ่มหนึ่งซึ่งต้องการเห็นความวุ่นวาย ความรุนแรงเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา ไม่ใช่พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ที่จะมาชุมนุมละครับ แต่เป็นคนกลุ่มเล็ก ๆ ซึ่งมีวาระแอบแฝงเพื่อประโยชน์ของตัวเอง
เพราะฉะนั้น[๓.]ผมอยากจะเรียนครับ
- วันนี้ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างรัฐบาลกับผู้ที่จะมาชุมนุม หรือคนเสื้อแดง ไม่ได้เป็นการต่อสู้ระหว่างพรรคการเมือง
- แต่วันนี้สิ่งที่ผมอยากจะเชิญชวนก็คือว่า อยากให้พี่น้องประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ต่อสู้กับคนที่ต้องการเห็นบ้านเมืองมีแต่ความรุนแรงและความวุ่นวาย เพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มเล็ก ๆ อยากจะขอความร่วมมือว่าฝ่ายที่ต้องการความสงบนั้น ผมเชื่อว่าประกอบไปด้วยทั้งรัฐบาล ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐ ประชาชนทั่วไป และผมเชื่อว่าคนชุมนุมส่วนใหญ่ที่ต้องการจะแสดงออกทางการเมือง เพื่อเรียกร้องในเรื่องที่เป็นอุดมการณ์ความเชื่อของเขา ขอความกรุณาว่า ๓ กลุ่มนี้ผนึกกำลังกันมาต่อสู้กับคนที่ต้องการความรุนแรง เพราะเราคงต้องการที่จะเห็นสังคมไทยนั้น เป็นสังคมที่มีความสงบ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเป็นสังคมประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ขอความร่วมมือตรงนี้จากพี่น้องประชาชนทุกคน
- และผมเชื่อว่าเราจะสามารถผ่านและฟันฝ่าวิกฤตการณ์หรือปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงที่มีการชุมนุม ซึ่งอาจจะมีความสุ่มเสี่ยงต่อเหตุการณ์แทรกแซงซ้อนได้"
รัฐบาลเคารพสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ
อภิสิทธิ์: "ผมย้ำเป็นประเด็นสุดท้ายครับ และขอความร่วมมือทั้งจากสื่อมวลชน รวมไปถึงนักการเมืองฝ่ายค้านด้วยครับ รัฐบาลมีจุดยืนชัดเจนว่า เราเคารพสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ขอความกรุณาว่าการนำเสนอข่าวสารที่ไปอ้างว่า รัฐบาลจัดทำบัญชีดำบ้าง ก้าวล่วงไปจนถึงเรื่องของพระสงฆ์บ้าง อ้างว่ารัฐบาลเตรียมใช้ความรุนแรงบ้าง สิ่งเหล่านี้ไม่เป็นความจริง
- ผมยืนยันได้และผมคิดว่ารัฐบาลได้พิสูจน์มาแล้วตลอดระยะเวลาปีเศษ ๆ ที่ผ่านมา ว่ารัฐบาลนี้ไม่นิยมการดำเนินการในลักษณะเช่นนั้น
- เพราะฉะนั้นท่านได้ข่าวสารอะไรมานั้นขอความกรุณากลั่นกรองครับ อย่าตกเป็นเหยื่อของคนที่ต้องการที่จะให้เกิดบรรยากาศความขัดแย้งรุนแรงมากขึ้น เพื่อนำไปสู่การสร้างเหตุการณ์ให้นำไปสู่ความรุนแรง การจลาจลหรือสิ่งอื่น ๆ
- เพราะถ้าเหตุการณ์ไปถึงจุดนั้น ไม่มีฝ่ายไหนชนะครับ แต่ทุกคนจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้
ผมจะได้มีโอกาสคุยเรื่องนี้กับทางคนข่าวที่มาจากโทรทัศน์ดาวเทียมในช่วงที่ ๒ ซึ่งท่านผู้ชมสามารถติดตามได้ และสามารถติดตามตอนต่อเพื่อให้ครบถ้วนของการสนทนาได้เวลาสองทุ่มครึ่งต่อไปครับ"
ผู้ดำเนินรายการ: "ทีนี้ตรงนี้หลักชัดเจน มาถึงเรื่องที่หลายคนอยากรู้ การชุมนุมครับ การชุมนุมที่จะเกิดขึ้นนี้ นายกเพิ่งได้ตำแหน่งผู้ชายแห่งปี ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ ท่านนายกฯ ทำงานและฟันฝ่าในช่วงเวลาที่วิกฤตพอสมควร แต่ในช่วงเวลาการชุมนุมเขาบอกนายกฯ ไม่อยู่ ผู้ชายแห่งปีไปไหนครับ แล้วตกลงกับรองนายกฯ สุเทพฯ ได้หรือยังว่าใครจะบัญชาการในช่วงเวลานั้น"
อภิสิทธิ์: "คืออย่างนี้ครับ การมอบหมายนี้มันเกิดขึ้นมานานแล้ว เพราะว่าโดยปกติเราจะมีตารางในเรื่องของการไปเยือนต่างประเทศ ที่จริงที่มาค่อนข้างแน่นในช่วงมีนาคมนี้ ก็เพราะว่าเดิมเรานึกว่ามกราคม กุมภาพันธ์จะมีไม่ไว้วางใจ จะมีอะไรต่าง ๆ ค่อนข้างเยอะ เราก็ได้ขอเลื่อนเขามาเป็นมีนาคม ความจริงของพวกนี้คุยกันมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ผมนี้ก็ถือว่าตราบเท่าที่สถานการณ์ยังปกติ คำว่าปกติต้องถือว่ามีการชุมนุมทางการเมืองต้องถือเป็นเรื่องปกตินะครับ เราจะไปบอกว่ามีการชุมนุมปั๊บบ้านเมืองไม่ปกติ ผมว่าคงไม่ได้"
ผู้ดำเนินรายการ: "ไม่ได้มีปัญหาที่มา แม้จะมีคนเป็นหมื่นแสนเป็นแสนนี่นะครับ"
อภิสิทธิ์: "ถ้าเป็นการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ ต้องถือว่าเป็นเรื่องปกติ
- แต่แน่นอนนะครับเมื่อไรก็ตามซึ่งเราเห็นว่ามันมีความจำเป็น ซึ่งบางทีเราต้องประกาศกฎหมายพิเศษ อันนั้นผมต้องทบทวน ณ ขณะนี้ยังไม่ได้มีการประกาศออกกฎหมายพิเศษ ถูกไหมครับ ยังเป็นเรื่องเหตุการณ์ตามปกติอยู่
- ถ้าผมวันดีคืนดี ใครบอกวันนี้จะมาชุมนุม ผมบอกโทรไปหานายกฯ เขาแล้วบอกผมมาไม่ได้แล้วนะ แล้วพออาทิตย์จะไปข้างหน้า มีคนบอกจะมาชุมนุม ไปไม่ได้แล้วนะ เขาก็จะมองประเทศไทยว่า"
".....(ผู้ดำเนินรายการแทรก )....."
อภิสิทธิ์: "คืออย่างนี้นะครับ คือการชุมนุมในอดีตที่ผ่านมาก็มีหลายครั้งที่ผมเดินทางไปช่วงที่มีการชุมนุม ปีแรกผมเข้ามานี้ไปดาวอสก็มีการชุมนุม เดินกันมาจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมาถึงทำเนียบฯ ก็ไป แต่บางช่วงพอเราประกาศกฎหมายพิเศษ ผมก็จะไม่ไป เพราะฉะนั้นถ้ามีการประกาศกฎหมายพิเศษก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง"
ผู้ดำเนินรายการ: "ท่านนายกฯ คะ ในช่วงอาทิตย์นี้ยังอาจจะเปลี่ยนใจได้"
อภิสิทธิ์: "ขึ้นอยู่กับข้อมูลนะครับ"
ผู้ดำเนินรายการ: "กฎหมายพิเศษอาจจะไม่มีอะไร"
อภิสิทธิ์: "กฎหมายพิเศษก็เหมือนกัน บางคนชอบไปพูดบอก ประกาศใช้เฉพาะเวลาสีนี้ชุมนุม ไม่จริง คือ
- เราจะดูจากการข่าว เวลาการข่าวเขารายงานมาแล้วเขาบอกว่า ถ้าไม่ประกาศมันบริหารจัดการยาก เขาก็จะเสนอให้ประกาศ
- เพราะฉะนั้นผมยกตัวอย่างว่าอย่างกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมมา ผมจำไม่ได้กี่ครั้งแล้ว แต่ว่าตั้งแต่ธันวาคมมาก็มีชุมนุมหลายครั้ง ไม่ได้มีการประกาศใช้กฎหมายความมั่นคง
และก็อยากทำความเข้าใจเสียเลยนะครับว่ากฎหมายความมั่นคงเวลาประกาศนี้ไม่ได้ห้ามชุมนุมนะครับ บางคนไปนึกว่าประกาศกฎหมายความมั่นคงไปจำกัด ไม่ใช่ครับ เพียงแต่ว่ามี ๒ เรื่องที่กฎหมายความมั่นคงเราใช้ก็คือ
๑. เปิดโอกาสให้มีการบูรณาการเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเข้ามาร่วมกันทำงานได้ เพราะปกติไม่อย่างนั้นแล้วเราก็ให้ตำรวจเขาดูไป ทหารอาจจะมาเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานได้ในบางสถานการณ์ แต่อันนี้ก็คือเราจะสามารถมีการนำเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ มาใช้ วันจันทร์นี้ผมจะคุยกับทางผู้ว่าฯ กับผู้อำนวยการเขต ก็มีกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งเราจะนำมาดูว่าเขาจะมาช่วยในการดูแลความเรียบร้อยด้วย นั่นคืออันที่หนึ่งคือเราจะพยายามระดมให้เจ้าหน้าที่มาทำงานเป็นเอกภาพมากขึ้น
๒. จริงครับมีการออกข้อกำหนดบางเรื่องได้ เช่น เราอาจจะมีความจำเป็นที่จะต้องตรวจตราอาวุธ สมมติว่ามีข่าวว่าจะมีการนำเอาอาวุธกลับเข้ามา ซึ่งผมย้ำนะครับ เวลาข่าวอย่างนี้มา เขาไม่ได้บอกว่าพี่น้องประชาชนซึ่งมาชุมนุมส่วนใหญ่จะพกพาอาวุธกันมาคนละไม้คนละมือ ไม่ใช่ ส่วนใหญ่ มันเป็นคนกลุ่มเล็ก ๆ
- คนส่วนใหญ่ที่เขามานี้เขาคงไม่ได้ต้องการความรุนแรง ไม่มีใครชอบหรอกครับ อยู่ดี ๆ มานั่งเอาตัวเองมาเสี่ยง
- แต่มันมี พอเรามีข่าวว่าคนกลุ่มเล็ก ๆ อาจจะมาเพื่อให้มาป่วน จะฝ่ายไหนก็แล้วแต่ เราก็มีความจำเป็นที่จะต้องมีความเข้มงวดกวดขันมากขึ้นว่า เส้นทางบางเส้นทางเราต้องขอตรวจตราเป็นพิเศษ
อันนี้คือเหตุผลที่เราใช้กฎหมายความมั่นคง เพราะฉะนั้นเราก็จะรอดู ซึ่งคณะรัฐมนตรีจะต้องเป็นคนอนุมัติการใช้กฎหมายความมั่นคง ก็จะรอฟังวันจันทร์อีกครั้งหนึ่งนะครับว่าเขาจะว่าอย่างไร"
ผู้ดำเนินรายการ: "ท่านนายกฯ บอกว่าต้องมีการดูสถานการณ์ ประเมินสถานการณ์ก่อน ถ้าเกิดว่า ณ วันนี้แล้วเรามองดูสถานการณ์หรือว่าข้อมูลที่ท่านนายกฯ รับทราบมานี้ แนวโน้มที่มันจะไปสู่ความรุนแรง มันมีโอกาสเกิดขึ้นไหมคะ"
อภิสิทธิ์: "ผมต้องบอกตรง ๆ ว่ามันมีคนบางกลุ่มประกาศชัดว่าแรง แต่ว่าเราก็ต้องดูว่าเขาพูดเฉย ๆ หรือว่าอย่างไร แต่ว่าการพูดบางอย่างขณะนี้ก็หมิ่นเหม่ว่าผิดกฎหมายหรือไม่ เจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็จะต้องไปดูแล อย่างเช่นที่ผมยกตัวอย่างไปเมื่อสักครู่ว่า
- ไปปราศรัยว่าจะจับคนนี้ไปแขวนคออะไรต่าง ๆ ซึ่งมันไม่น่าจะ ในความรู้สึกผมนะครับแต่ว่าเจ้าหน้าที่ก็คงจะต้องไปดูว่า ต้องไปดูถ้อยคำว่าเป็นอย่างไร มีท่ามีอะไรหรือเปล่านะครับ แต่ว่าก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่จะต้องดูแลไป
- ทีนี้ความรุนแรงถามว่ามันมีโอกาสจะมีไหม ก็มีโอกาสที่จะมี เราก็พยายาม เหมือนกับที่ผ่านมานี้ ตอนที่มีการคำพิพากษาตัดสิน ก็มีการคาดการณ์ มีการข่าวอยู่เหมือนกันว่าอาจจะมีการสร้างความวุ่นวายในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ก็มีระเบิด ๓ ๔ ลูกที่ว่า ลักษณะอย่างนั้นเราไม่ประมาท
- และเราพยายามที่จะดูแล มันก็เป็นสิ่งที่ผมพยายามย้ำว่า ผมไม่คิดว่าการมีระเบิด การก่อเหตุรุนแรง การจลาจล การจะไปฆ่าใครสังหารใครจะเป็นประโยชน์กับประชาชน เป็นไปไม่ได้ ไม่เป็นประโยชน์กับใครทั้งสิ้น เพราะว่าการที่บ้านเมืองถลำเข้าไปสู่ความรุนแรง มันจะไม่มีวันจบ
เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะบอกกับพี่น้องประชาชนทุกคน รวมทั้งพี่น้องประชาชนที่กำลังจะมาชุมนุมว่า รัฐบาลไม่ต้องการความรุนแรง และรัฐบาลนี้พิสูจน์มาแล้วหลายครั้งว่าไม่มีความคิด ไม่เคยที่จะไปใช้ความรุนแรง เรามีหน้าที่อย่างเดียวคือการรักษากฎหมาย
ซึ่งผมต้องขอถือโอกาสพูดย้ำอีกครั้งว่าที่ผมไม่สบายใจก็คือ
- ยังคงมีการเอาคลิปเสียงตัดต่อ ไปเผยแพร่ ซึ่งหาว่าผมเคยสั่งการฆ่า เขาพิสูจน์กันหมดแล้ว กองพิสูจน์หลักฐาน คุณหมอพรทิพย์ฯ ใครต่อใครเอาคลื่นเสียงมาให้ดูเลยว่าตัดมาจากรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ นี้แล้วก็ไปใส่ อย่างนี้เราก็บอกว่า ผมก็ไม่เข้าใจว่าคนที่ทำนี้จะทำไปทำไม
- การที่เกิดความรุนแรงขึ้น ท่านก็บอกว่านำไปสู่ชัยชนะอะไรก็ไม่ทราบ ไม่มีชัยชนะอะไรหรอกครับที่ได้มาด้วยความรุนแรงแล้วจะยั่งยืน มีแต่จะทำให้เกิดวงจรของความเกลียดชัง ของความรุนแรง แล้วสุดท้ายถามว่าใครแพ้ครับ คือใครชนะไม่รู้ แต่ที่แพ้แน่ ๆ คือประชาชนไทย สังคมไทย
ซึ่งในปัจจุบันนี้เรื่องเศรษฐกิจเราก็ฟื้นได้ค่อนข้างเร็ว ต่อเนื่องที่จะมีความแข็งแรง ปัญหาหลายปัญหาเราก็กำลังเดินหน้าแก้กันอยู่อย่างค่อนข้างที่จะเป็นระบบ แต่ว่าถูกใจไม่ถูกใจเป็นธรรมดา สภาฯ เราก็มีอยู่ กำลังจะอภิปรายไม่ไว้วางใจอภิสิทธิ์ ก็ไปตรวจสอบในสภาฯ ได้"
ผู้ดำเนินรายการ: "แต่ล่มบ่อยนะครับ"
อภิสิทธิ์: "ถ้าไม่ไว้วางใจคงไม่ล่มหรอกครับ"
ผู้ดำเนินรายการ: "หลักที่นายกฯ อธิบายคือการรักษากฎหมายเราได้ยินมาโดยตลอด ว่าผู้ชุมนุมก็ว่ากันไปตามหลักประชาธิปไตย รัฐบาลจะรักษากฎหมาย แต่วาภาพของความขัดแย้งมันยังจะอยู่ ต่างประเทศก็ว่ามา ส่วนในประเทศก็มีความเคลื่อนไหว ความขัดแย้งมันยังคงอยู่ เพราะฉะนั้นหลักยึดกฎหมายอย่างเดียว ไม่รู้ว่านายกฯ จะเพิ่มเติมอะไรหรือเปล่า เพิ่งไปพบกับกูรูด้านความคิดสร้างสรรค์มานี้ จะมีนอกกรอบอื่น ๆ ไหมครับ ที่ขยับให้มันคลายความขัดแย้งลงมาได้"
อภิสิทธิ์: "เราต้องเข้าใจอย่างนี้นะครับ การพูดว่าเรายึดหลักกฎหมายไม่ได้หมายความว่าเราไม่ทำอย่างอื่น
- การพูดว่าเรายึดหลักกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าเราคับแคบ แต่ผมอยากจะบอกว่าในทุกสังคมที่เขาอยู่ได้ เขาเจริญได้ เขาล้วนแล้วแต่ยึดหลักกฎหมายทั้งสิ้น แต่การยึดหลักกฎหมายไม่ได้หมายความว่า
-เราไม่ทำในเรื่องรัฐศาสตร์
-ไม่ทำในเรื่องเศรษฐศาสตร์
-ไม่ทำในเรื่องจิตวิทยา
-ไม่ทำในเรื่องอื่น ๆ เราก็ทำ
- แต่ว่าเราจะบอกว่าการยึดหลักรัฐศาสตร์แปลว่าไม่เคารพกฎหมาย ไม่ใช่ ไม่มีที่ไหนพูดอย่างนั้นครับ
แล้วสังคมไทยผมก็ยืนยันมาตลอดว่าเราก็เป็นสังคมที่ให้อภัย เราก็เป็นสังคมซึ่งปกติก็มีความเอื้ออารีมีความเมตตาต่อกัน ไม่อย่างนั้นคนเขาคงไม่มาเที่ยวประเทศไทยเยอะแยะไปหมด
- ทุกคนที่มาเที่ยวประเทศไทยส่วนใหญ่กลับไปถ้าถามว่าประทับใจอะไร เขาไม่ได้พูดเรื่องอื่นนะครับ คือเราหาดทรายสวย อาหารอร่อย มีสถานที่สวยงามทั้งโบราณสถานอะไร แต่สิ่งแรกที่เขามักจะพูดถึง เขาประทับใจน้ำใจน้ำใสของคนไทย
- มันก็น่าเสียดายว่าทำไมขณะนี้สิ่งที่เราดังไปทั่วโลกว่าเป็นน้ำใจของเรา เรากลับไม่ค่อยมีให้ต่อกัน แต่การที่จะมีการให้อภัย มีการพูดคุยกันนี้มันต้องอยู่บนพื้นฐานของการยอมรับกติกา ไม่ใช่มาพูดคุยกันเพราะว่าฝ่ายหนึ่งข่มขู่จะใช้กำลัง เลยต้องไปพูดกัน เพราะถ้าทำอย่างนั้นนะครับ ต่อไปก็จะเป็นเรื่องของการที่จะส่งเสริมให้เกิดการข่มขู่ ความรุนแรง การวางอำนาจบาตรใหญ่กันมากขึ้น"
<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>