...รัฐฯประกาศใช้ กม.ความมั่นคงแล้ว โดยใช้คำวินิจฉัยศาลปกครองเป็นแนวปฎิบัติกับผู้ชุมนุมเพื่อให้มีระบบ กฎกติกา ป้องกันรักษาปลอดภัย ด้านรัฐฯศาลระบุชัดต้องยึดตามหลักสากล คือแจ้ง เตือน เริ่มมาตรการ พรก.ฉุกเฉิน ระบุเงื่อนไขชัดเจน ต้องมีความฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน เกิดเหตุ จึงประกาศใช้ได้ การชุมนุมยังสามารถทำได้ตามรธน. รัฐฯได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีทั้งจากแกนนำในการประสานงานและผู้ชุมนุมในการให้ตรวจอาวุธ ซึ่งเป็นความปลอดภัยของกลุ่มชุมนุมเอง
...ประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงในพื้นที่กทม.นนทบุรี และหลายอำเภอ
อภิสิทธิ์: "สำหรับการชุมนุมเคลื่อนไหวของพี่น้องประชาชนในทางการเมือง อย่างที่ผมได้เรียนมาตลอดระยะเวลาหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าการทำงานในเรื่องของรัฐบาลนั้นก็คือต้องการที่จะให้เป็นการชุมนุม ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เป็นการชุมนุมที่ยังสามารถใช้สิทธิทางการเมืองได้ แต่ว่าไม่นำไปสู่เหตุการณ์ความวุ่นวาย การจลาจลหรือมีความรุนแรง ซึ่งจะทำให้ประเทศชาตินั้นได้รับผลกระทบ หรือเสียหายอย่างรุนแรงมาก
ซึ่งการทำงานของภาครัฐนั้น ในสัปดาห์ที่ผ่านมาก็คือ
- ได้มีการประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และอีกหลายอำเภอในจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งการประกาศนี้อย่างที่ผมทำความเข้าใจมาโดยตลอดครับ
- เป็นมาตรการในลักษณะของการป้องกันเหตุ หรือพยายามที่จะจัดระบบเพื่อให้เราสามารถเข้าใจระงับเหตุ ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงได้ ไม่ได้เป็นการไปละเมิดสิทธิของพี่น้องประชาชนในการที่จะมาชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งรัฐบาลได้ยืนยันมาตลอด ว่าสามารถที่จะทำได้
ก็ต้องเรียนครับว่าหลังจากที่ได้มีการประกาศใช้กฎหมายความมั่นคง และในช่วง ๒ วันที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่มีผู้ชุมนุมเดินทางมาจากต่างประเทศเข้าสู่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลนั้น ก็ขอขอบคุณครับว่าทุกอย่างนั้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ที่มีการเป็นห่วงกันว่าจะมีการตั้งด่านและจะทำให้เป็นปัญหานั้น"
...รัฐบาลพยายามอำนวยความสะดวกให้ผู้มาชุมนุม
ผมขอเรียนอย่างนี้ครับว่าการตั้งด่านทั้งหมดนั้นก็เพื่อที่จะตรวจตราในบางเรื่อง เพราะว่าก็มีการข่าวอย่างที่ผมเรียนว่า มี
-คนบางกลุ่มซึ่งอยากจะเห็นปัญหาความรุนแรง หรือความวุ่นวายเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นการตรวจตั้งด่านนั้นก็เป็นไปเพื่อที่ จะตรวจตราเรื่องอาวุธบ้าง หรือ
-เรื่องของต่างด้าวที่อาจจะแทรกเข้ามาบ้าง
-เรื่องของยาเสพติดบ้าง
ไม่ได้เป็นเรื่องของการที่จะไปสกัดกั้นไม่ให้คนเข้ามา บางทีผมเห็นข่าวก็ต้องเรียนว่าไม่ได้เป็นอย่างที่มีการวิเคราะห์ว่าตั้งด่านและจะสกัด และก็มีการแหกด่านฝ่าด่านไม่มีครับ ทั้งหมดเป็นเรื่องของการอำนวยความสะดวกและการตรวจตราเพื่อประโยชน์ของประชาชน และเพื่อประโยชน์ของผู้ชุมนุมเอง ผมเรียนว่าในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ก็ต้องขอขอบคุณทั้งเจ้าหน้าที่และทั้งผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ ให้ความร่วมมือด้วยดี และที่สำคัญก็คือมีพี่น้องประชาชนจำนวนมากด้วยที่ให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่
ในการปฏิบัติการนั้นก็พบว่าส่วนใหญ่นั้นสามารถที่จะประสานงานกันได้ ผมเองจึงได้ตั้งท่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ไว้ประสานงานกับทางผู้ชุมนุม ซึ่งปัจจุบันนั้นผู้ชุมนุมก็ประสานงานผ่านคุณหมอเหวง
ตัวอย่างของการดำเนินการของการประสานงาน ก็เช่นในช่วงของการที่ผู้ชุมนุมเข้ามา
- ปรากฏว่ามีบางด่านจราจรเริ่มติดขัด เริ่มเคลื่อนตัวได้ช้า ก็มีการประสานว่าจะสามารถเพิ่มช่องได้หรือไม่อย่างไร อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งก็ได้มีการสนองตอบกันไป รวมไปถึงในหลายพื้นที่ก็มีการจัดที่จอดรถ
- และทางภาครัฐเองก็จัดรถบัสไป เพื่อที่จะอำนวยความสะดวกในการนำผู้ชุมนุมเข้ามา บางส่วนก็เข้ามา ตัดสินใจเอารถบัสเข้ามา เราก็จัดให้ตามจำนวนที่ขอไป
- แต่บางส่วนก็เปลี่ยนใจบอกว่าไม่ขอนั่งรถบัส จะเอารถเข้ามาเอง ก็ไม่ว่ากัน ก็สามารถที่จะเดินทางกันเข้ามาได้ อาจจะมีบางช่วงที่การจราจรอาจจะชะลอตัวติดขัดบ้าง แต่ในภาพรวมก็เป็นไปด้วยดี
ก็จะมีเหตุการณ์เล็ก ๆ บางเหตุการณ์ครับ เช่น เกิดเป็นปากเป็นเสียงกัน และมีการทำร้ายร่างกายกันที่ปทุมธานี กรณีหนึ่ง ซึ่งผมก็อยากจะเรียนอย่างนี้ครับเพื่อเป็นอุทาหรณ์ว่า จริง ๆแล้วแม้ว่าในภาพรวมเราพยายามจะบริหารจัดการให้ดีที่สุดอย่างไร แต่ว่าบางครั้งถ้าเกิดเราไม่สามารถที่จะควบคุมอารมณ์กันได้ มันก็จะเกิดปัญหาขึ้น เพราะฉะนั้นมันเป็นความสำคัญจริง ๆ นะครับสำหรับทุกฝ่ายที่จะต้องทำทุกอย่างด้วยการมีสติ และได้พยายามที่จะมีความผ่อนปรนซึ่งกันและกัน เพื่อให้การดำเนินการต่าง ๆ นั้นเป็นไปได้ด้วยดี
การประสานงานระหว่างรัฐบาลกับผู้ชุมนุมยังมีเรื่อง ๆ นะครับ เช่น การตกลงกันว่าในบางครั้งก็จะขอความร่วมมือในเรื่องของการตรวจตรวจอาวุธ โดยจะไม่ให้ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐตรวจฝ่ายเดียวครับ อาจจะเอาตำรวจไปคู่กับการ์ดของฝ่ายที่มาชุมนุม อย่างนี้เป็นต้น
...รัฐฯยินดียืดหยุ่น ผ่อนปรน เข้าหากัน
และเมื่อคืนนี้ก็มีอีกตัวอย่างหนึ่งที่อยากจะเล่าให้ฟังว่า หลังจากที่มีการพูดจาปราศรัยบนเวที ทางผู้ชุมนุมหรือแกนนำผู้ชุมนุมบางส่วนเริ่มมีความรู้สึกกังวลว่า ถ้าทหารอยู่ตรงนั้นมาก เดี๋ยวอาจจะมีความรู้สึกที่ตึงเครียดขึ้นมา ก็ประสานงานมา เราก็มีการสลับกำลัง อย่างเช่นในบางจุดเมื่อวานในพื้นที่ชุมนุม ให้ทหารได้ถอยออกไปเอาเจ้าหน้าที่ตำรวจสลับเข้ามา ก็ได้รับความร่วมมือจากทั้งสองฝ่ายด้วยดี จะเห็นว่ามีการผ่อนปรนเข้าหากันและกัน และขณะเดียวกันครับแม้ว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยดี การติดตามของรัฐบาลงานทางด้านการข่าวก็ยังมีความห่วงใยในเรื่องของคนบางกลุ่ม ซึ่งอาจจะมีปัญหาได้ ก็เรียนตรง ๆ ครับ
เมื่อคืนก็ประสานกลับไปที่ผู้ชุมนุมเช่นเดียวกันครับว่า ตามข่าวของเรานั้นก็ยังมีบางกลุ่มที่เข้ามาชุมนุมแล้ว เรามีความวิตกกังวลว่า อาจจะไม่ได้เป็นไปในแนวทางเดียวกับการชุมนุมหลัก ซึ่งอาจจะเกิดความสับสน อาจจะเกิดปัญหา และนำไปสู่ความเข้าใจผิดหรือความรุนแรงได้
ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มที่เข้ามาจากอุบลราชธานีที่ใช้ชื่อว่าชักธงรบ กลุ่มที่มาจากเชียงใหม่ ที่มีแกนนำคุณเพชรวรรต อย่างนี้ สิ่งที่เราขอไปคือท่านเลขาธิการนายกฯ ก็ได้ประสานไปที่คุณหมอเหวงบอก ว่าขอให้แกนนำกลุ่มเหล่านี้ช่วยประสานงานกับเราด้วย เพราะว่าการเคลื่อนไหวนั้นดูว่ายังมีความไม่ชัดเจนในบางส่วน อย่างนี้เป็นต้น
...ยึดคำวินิจฉัยศาลปกครองกลาง ๙ ต.ค.๕๑ มาเป็นแนวปฏิบัติกับผู้ชุมนุม
เพราะฉะนั้น ผมก็หวังว่าวันนี้ทางคุณหมอเหวงก็จะให้บุคคลเหล่านี้ได้ประสานมา เราจะได้มีความสบายใจว่าการเคลื่อนไหวของทุกกลุ่มต่าง ๆ นั้นเป็นไปตามกติกา
กติกาที่ว่าที่เราจะยึดก็คือรัฐธรรมนูญ และกฎหมายของบ้านเมือง รัฐบาลได้ยึดถือเอาคำวินิจฉัยของศาลปกครองเมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๑ มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติ ตรงนั้นก็คือคำวินิจฉัยชัดเจนครับ
- ชัดเจนว่าการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ตามรัฐธรรมนูญไม่ได้ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชนนั้นย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าการชุมนุมนั้นมีลักษณะในการที่จะไปสร้างความหวาดกลัว เกิดการข่มขู่คุกคาม เกิดการปิดล้อมสถานที่ไม่สามารถที่จะทำให้เจ้าหน้าที่หรือประชาชนใช้ชีวิตตามปกติได้ กรณีเช่นนั้นทางศาลได้เคยวินิจฉัยว่าจะไม่ใช่การชุมนุมที่ได้รับการคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญ ซึ่งโดยหลักความหมายจริง ๆ ก็คือว่าเจ้าหน้าที่สามารถที่จะไปสลายการชุมนุมได้
แต่การสลายการชุมนุม ศาลก็จะเขียนไว้ชัดเจนอีกเช่นเดียวกันในคำวินิจฉัยว่า
- ไม่ใช่ว่าถ้าภาครัฐบอกจำเป็นจะสลายการชุมนุมแล้ว จะใช้วิธีการใดก็ได้ ศาลก็ได้เขียนชัดเจนว่าต้องยึดหลักสากล
- ซึ่งการยึดหลักสากลก็คือ การที่จะต้องเริ่มต้นจาก
-การที่จะแจ้งกับผู้ชุมนุมก่อนว่าบางสิ่งที่เขาทำอยู่ มันเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ใช่เป็นการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ เราก็จะมีการแจ้ง
-หลังจากนั้นก็จะเตือนครับ ว่าขอให้ผู้ชุมนุมให้ความร่วมมือ ถ้าไม่ให้ความร่วมมือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
-เจ้าหน้าที่ก็จะมีมาตรการจากเบาไปหาหนักอย่างไร ขอเรียนว่านี่คือแนวปฏิบัติที่เราจะใช้ตลอดการชุมนุมในครั้งนี้
...รัฐบาลไม่มีความคิดจะเข้าไปปราบปรามประชาชน
ก็มีการพูดกันมากนะครับขณะนี้ มีการไปวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลเตรียมที่จะประกาศพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พูดถึงว่าจะมีความรุนแรงเข้าไปปราบปรามประชาชน ผมย้ำอีกครั้งหนึ่งครับ รัฐบาลนี้ไม่มีความคิดที่จะเข้าไปปราบปรามประชาชน และรัฐบาลจะไม่ได้ประโยชน์ อะไรเลยจากการที่จะไปปราบปรามประชาชน หรือใช้ความรุนแรงกับพี่น้องประชาชนที่มาชุมนุม เพราะฉะนั้นขอให้มั่นใจได้ แต่ด้วยความที่เรากังวลว่ามีคนบางกลุ่มประสงค์จะให้เกิดความรุนแรง ซึ่งไม่ใช่ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ ซึ่งไม่ใช่แกนนำผู้ชุมนุมหลัก เราจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการที่เข้มงวดตามสมควรในการที่จะช่วยกันจัดระเบียบก็ว่าได้นะครับในเรื่องของการชุมนุมในครั้งนี้
...พรก.ฉุกเฉิน ระบุเงื่อนไขชัดเจน มีความฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน จึงประกาศได้
ผมเรียนครับว่าพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น ไม่ใช่นึกอยากจะประกาศก็ประกาศได้ เป็นพระราชกำหนดที่ระบุเงื่อนไขของเหตุการณ์ชัดเจน คือต้องเป็นเหตุการณ์ที่มีความฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน เห็นแล้วว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้น หรือปัญหาเกิดขึ้นแล้วจึงจะมีการประกาศ
และถ้ามีการประกาศก็เช่นเดียวกันครับ ไม่ได้หมายความว่าจะดำเนินการอะไรได้ตามใจชอบนะครับ
-เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว การประกาศใช้พระราชกำหนดนั้น เราก็ได้เพียงแต่นำเอากำลังต่าง ๆ เข้ามาเพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ
-จะเห็นว่าเมื่อเมษายนปีที่แล้วการชุมนุมในช่วงสุดท้ายที่ทำเนียบรัฐบาล ก็ไม่ได้มีการเข้าไปสลายนะครับ แต่ว่าทำด้วยลักษณะของการเข้าไปเจรจาเพื่อทำความเข้าใจหลังจากที่เราเปิดถนนหนทางต่าง ๆ ซึ่งเป็นปัญหาในเหตุการณ์ปีที่แล้วได้
ผมเรียนครับว่าเรื่องของการชุมนุมนั้นก็คงจะมีอีกหลายประเด็นที่จะต้องพูดคุยกัน และเดี๋ยวช่วงที่ ๒ ผมจะได้คุยกับทางพิธีกรที่รับเชิญ
แต่ผมเรียนครับว่าหลายเรื่องซึ่งมีการนำไปกล่าวหา ผมอยากจะย้ำอีกครั้งว่าอยากจะให้ย้อนกลับไปดูข้อมูล ข่าวสารในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เหตุการณ์เดือนเมษายนปีที่แล้วที่มักจะมีการไปอ้างว่ารัฐบาลเป็นผู้สร้างสถานการณ์นั้น การตรวจสอบเหตุการณ์ต่าง ๆไม่ใช่เฉพาะโดยสื่อมวลชน แต่ว่าโดยกรรมการของสภาฯ โดยกลุ่มต่าง ๆ ชัดเจนครับว่าไม่มีความสูญเสียชีวิตที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ของรัฐเลย รวมทั้งที่มักจะไปอ้างว่าผมเคยมีความคิด มีคำสั่งเคยพูดจาสั่งฆ่าประชาชนก็พิสูจน์กันออกมาแล้วว่าเป็นคลิปเสียงที่มีการตัดต่อ ตัดต่อจากรายการนี้แหละครับ เรียกว่าเคยเอามากางกันให้ดูเลยว่าประโยคไหนหยิบมาจากรายการวันที่เท่าไหร่
ผู้ดำเนินรายการ: ต้องขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีด้วย คุณผู้ชมครับ ต้องย้ำกับคุณผู้ชม นะครับว่าวันนี้สถานการณ์ที่มันเกิดขึ้น ผมเชื่อมั่นอย่างเช่นผู้นำประเทศของเราเหมือนกันนะครับ ว่าวันนี้คนไทยต้องแสดงออกซึ่งความรัก รักประเทศชาติ รักแผ่นดินที่เกิด คิดต่างได้นะครับแต่ต้องไม่ใช้ความรุนแรง แล้วผมเชื่อมั่นเหมือนกันนะครับว่านโยบาย หรือว่าแนวทางที่รัฐบาลวางไว้ในการรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ชาติของเราจะผ่านพ้นวิกฤตไปได้ บ้านเราเพิ่งได้รับข่าวดีครับท่านนายกฯ เป็นประเทศที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก และสนามบินอันดับ ๑ ของเอเชีย ไม่อยากจะให้เกิดอะไรแบบนี้ ท่านนายกฯ ทิ้งท้ายให้กับพี่น้องประชาชน
<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>