ระบบจัดการสถานการณ์ชุมนุมชัดเจนภายใต้ กม. ประสานแกนนำอำนวยสะดวก แม่ทัพรับใช้รัฐไม่ใช่รัฐบาล ระวังข่าวลือ ปรับประกันรายได้รับราคาผันผวน อาลัย พล ต.อ.สมเพียร (๑๔ มี.ค.๕๓)

- ชุมนุมเสื้อแดง: จัดการอย่างเป็นระบบ ประสานผู้ชุมนุมเพื่อให้ราบรื่น
- ชุมนุมเสื้อแดง: จะพิจารณาข้อเรียกร้องด้วยเหตุผล นายกฯก็มีสิทธิ์อยู่ครบเทอม
- ชุมนุมเสื้อแดง: ทหารมืออาชีพ รับใช้รัฐ ไม่ใช่รัฐบาลอภิสิทธิ์
- ชุมนุมเสื้อแดง: ระวังข่าวลือ รัฐบาลเปิดเวปสื่อสารกับพี่น้อง
- ร่วมอาลัย พล ต.อ.สมเพียร ตร.แบบอย่าง เสียชีวิตหลัง กตร.เห็นชอบโยกย้าย
- เศรษฐกิจ: สัญญาณฟื้นต่อเนื่อง ญี่ปุ่นขอรับส่งเสริมเพิ่มขึ้น
- ประกันรายได้: ปรับระบบแก้ตลาดผันผวน ประกาศอ้างอิงข้าวทุก ๗ วัน
- ภัยแล้ง: รัฐบาลยังตามดู ไทยเตรียมประชุมลุ่มน้ำโขง เชิญคู่เจรจาจีน
- มุมอภิสิทธิ์ : โลกมอง ปชต.ไทยพัฒนา ขอโทษเพื่อนร่วมซอย
- ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

  - ชุมนุมเสื้อแดง: จัดการอย่างเป็นระบบ ประสานผู้ชุมนุมเพื่อให้ราบรื่น

...รัฐฯประกาศใช้ กม.ความมั่นคงแล้ว โดยใช้คำวินิจฉัยศาลปกครองเป็นแนวปฎิบัติกับผู้ชุมนุมเพื่อให้มีระบบ กฎกติกา ป้องกันรักษาปลอดภัย ด้านรัฐฯศาลระบุชัดต้องยึดตามหลักสากล คือแจ้ง เตือน เริ่มมาตรการ พรก.ฉุกเฉิน ระบุเงื่อนไขชัดเจน ต้องมีความฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน เกิดเหตุ จึงประกาศใช้ได้ การชุมนุมยังสามารถทำได้ตามรธน. รัฐฯได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีทั้งจากแกนนำในการประสานงานและผู้ชุมนุมในการให้ตรวจอาวุธ ซึ่งเป็นความปลอดภัยของกลุ่มชุมนุมเอง

...ประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงในพื้นที่กทม.นนทบุรี และหลายอำเภอ

อภิสิทธิ์: "สำหรับการชุมนุมเคลื่อนไหวของพี่น้องประชาชนในทางการเมือง  อย่างที่ผมได้เรียนมาตลอดระยะเวลาหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าการทำงานในเรื่องของรัฐบาลนั้นก็คือต้องการที่จะให้เป็นการชุมนุม  ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เป็นการชุมนุมที่ยังสามารถใช้สิทธิทางการเมืองได้  แต่ว่าไม่นำไปสู่เหตุการณ์ความวุ่นวาย  การจลาจลหรือมีความรุนแรง  ซึ่งจะทำให้ประเทศชาตินั้นได้รับผลกระทบ หรือเสียหายอย่างรุนแรงมาก 
ซึ่งการทำงานของภาครัฐนั้น ในสัปดาห์ที่ผ่านมาก็คือ

  • ได้มีการประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร  นนทบุรี และอีกหลายอำเภอในจังหวัดใกล้เคียง  ซึ่งการประกาศนี้อย่างที่ผมทำความเข้าใจมาโดยตลอดครับ 
  • เป็นมาตรการในลักษณะของการป้องกันเหตุ  หรือพยายามที่จะจัดระบบเพื่อให้เราสามารถเข้าใจระงับเหตุ  ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อความมั่นคงได้  ไม่ได้เป็นการไปละเมิดสิทธิของพี่น้องประชาชนในการที่จะมาชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมือง  ซึ่งรัฐบาลได้ยืนยันมาตลอด ว่าสามารถที่จะทำได้

ก็ต้องเรียนครับว่าหลังจากที่ได้มีการประกาศใช้กฎหมายความมั่นคง และในช่วง ๒ วันที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่มีผู้ชุมนุมเดินทางมาจากต่างประเทศเข้าสู่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลนั้น ก็ขอขอบคุณครับว่าทุกอย่างนั้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อย  ที่มีการเป็นห่วงกันว่าจะมีการตั้งด่านและจะทำให้เป็นปัญหานั้น"

...รัฐบาลพยายามอำนวยความสะดวกให้ผู้มาชุมนุม
ผมขอเรียนอย่างนี้ครับว่าการตั้งด่านทั้งหมดนั้นก็เพื่อที่จะตรวจตราในบางเรื่อง  เพราะว่าก็มีการข่าวอย่างที่ผมเรียนว่า มี
-คนบางกลุ่มซึ่งอยากจะเห็นปัญหาความรุนแรง หรือความวุ่นวายเกิดขึ้น  เพราะฉะนั้นการตรวจตั้งด่านนั้นก็เป็นไปเพื่อที่ จะตรวจตราเรื่องอาวุธบ้าง หรือ
-เรื่องของต่างด้าวที่อาจจะแทรกเข้ามาบ้าง 
-เรื่องของยาเสพติดบ้าง

ไม่ได้เป็นเรื่องของการที่จะไปสกัดกั้นไม่ให้คนเข้ามา   บางทีผมเห็นข่าวก็ต้องเรียนว่าไม่ได้เป็นอย่างที่มีการวิเคราะห์ว่าตั้งด่านและจะสกัด  และก็มีการแหกด่านฝ่าด่านไม่มีครับ  ทั้งหมดเป็นเรื่องของการอำนวยความสะดวกและการตรวจตราเพื่อประโยชน์ของประชาชน และเพื่อประโยชน์ของผู้ชุมนุมเอง  ผมเรียนว่าในการทำงานของเจ้าหน้าที่  ก็ต้องขอขอบคุณทั้งเจ้าหน้าที่และทั้งผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ ให้ความร่วมมือด้วยดี และที่สำคัญก็คือมีพี่น้องประชาชนจำนวนมากด้วยที่ให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่

ในการปฏิบัติการนั้นก็พบว่าส่วนใหญ่นั้นสามารถที่จะประสานงานกันได้  ผมเองจึงได้ตั้งท่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์  สภาวสุ  เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ไว้ประสานงานกับทางผู้ชุมนุม  ซึ่งปัจจุบันนั้นผู้ชุมนุมก็ประสานงานผ่านคุณหมอเหวง 

ตัวอย่างของการดำเนินการของการประสานงาน  ก็เช่นในช่วงของการที่ผู้ชุมนุมเข้ามา

  • ปรากฏว่ามีบางด่านจราจรเริ่มติดขัด  เริ่มเคลื่อนตัวได้ช้า  ก็มีการประสานว่าจะสามารถเพิ่มช่องได้หรือไม่อย่างไร  อย่างนี้เป็นต้น  ซึ่งก็ได้มีการสนองตอบกันไป  รวมไปถึงในหลายพื้นที่ก็มีการจัดที่จอดรถ 
  • และทางภาครัฐเองก็จัดรถบัสไป เพื่อที่จะอำนวยความสะดวกในการนำผู้ชุมนุมเข้ามา  บางส่วนก็เข้ามา ตัดสินใจเอารถบัสเข้ามา  เราก็จัดให้ตามจำนวนที่ขอไป 
  • แต่บางส่วนก็เปลี่ยนใจบอกว่าไม่ขอนั่งรถบัส  จะเอารถเข้ามาเอง ก็ไม่ว่ากัน  ก็สามารถที่จะเดินทางกันเข้ามาได้  อาจจะมีบางช่วงที่การจราจรอาจจะชะลอตัวติดขัดบ้าง  แต่ในภาพรวมก็เป็นไปด้วยดี  

ก็จะมีเหตุการณ์เล็ก ๆ บางเหตุการณ์ครับ  เช่น เกิดเป็นปากเป็นเสียงกัน และมีการทำร้ายร่างกายกันที่ปทุมธานี กรณีหนึ่ง  ซึ่งผมก็อยากจะเรียนอย่างนี้ครับเพื่อเป็นอุทาหรณ์ว่า จริง ๆแล้วแม้ว่าในภาพรวมเราพยายามจะบริหารจัดการให้ดีที่สุดอย่างไร  แต่ว่าบางครั้งถ้าเกิดเราไม่สามารถที่จะควบคุมอารมณ์กันได้  มันก็จะเกิดปัญหาขึ้น  เพราะฉะนั้นมันเป็นความสำคัญจริง ๆ นะครับสำหรับทุกฝ่ายที่จะต้องทำทุกอย่างด้วยการมีสติ และได้พยายามที่จะมีความผ่อนปรนซึ่งกันและกัน  เพื่อให้การดำเนินการต่าง ๆ นั้นเป็นไปได้ด้วยดี 

การประสานงานระหว่างรัฐบาลกับผู้ชุมนุมยังมีเรื่อง ๆ นะครับ เช่น การตกลงกันว่าในบางครั้งก็จะขอความร่วมมือในเรื่องของการตรวจตรวจอาวุธ  โดยจะไม่ให้ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐตรวจฝ่ายเดียวครับ  อาจจะเอาตำรวจไปคู่กับการ์ดของฝ่ายที่มาชุมนุม อย่างนี้เป็นต้น 

...รัฐฯยินดียืดหยุ่น ผ่อนปรน เข้าหากัน
และเมื่อคืนนี้ก็มีอีกตัวอย่างหนึ่งที่อยากจะเล่าให้ฟังว่า หลังจากที่มีการพูดจาปราศรัยบนเวที  ทางผู้ชุมนุมหรือแกนนำผู้ชุมนุมบางส่วนเริ่มมีความรู้สึกกังวลว่า ถ้าทหารอยู่ตรงนั้นมาก  เดี๋ยวอาจจะมีความรู้สึกที่ตึงเครียดขึ้นมา  ก็ประสานงานมา  เราก็มีการสลับกำลัง  อย่างเช่นในบางจุดเมื่อวานในพื้นที่ชุมนุม ให้ทหารได้ถอยออกไปเอาเจ้าหน้าที่ตำรวจสลับเข้ามา  ก็ได้รับความร่วมมือจากทั้งสองฝ่ายด้วยดี  จะเห็นว่ามีการผ่อนปรนเข้าหากันและกัน และขณะเดียวกันครับแม้ว่าทุกอย่างเป็นไปด้วยดี  การติดตามของรัฐบาลงานทางด้านการข่าวก็ยังมีความห่วงใยในเรื่องของคนบางกลุ่ม  ซึ่งอาจจะมีปัญหาได้  ก็เรียนตรง ๆ ครับ

เมื่อคืนก็ประสานกลับไปที่ผู้ชุมนุมเช่นเดียวกันครับว่า  ตามข่าวของเรานั้นก็ยังมีบางกลุ่มที่เข้ามาชุมนุมแล้ว  เรามีความวิตกกังวลว่า อาจจะไม่ได้เป็นไปในแนวทางเดียวกับการชุมนุมหลัก  ซึ่งอาจจะเกิดความสับสน อาจจะเกิดปัญหา และนำไปสู่ความเข้าใจผิดหรือความรุนแรงได้ 
ยกตัวอย่างเช่น  กลุ่มที่เข้ามาจากอุบลราชธานีที่ใช้ชื่อว่าชักธงรบ  กลุ่มที่มาจากเชียงใหม่ ที่มีแกนนำคุณเพชรวรรต  อย่างนี้  สิ่งที่เราขอไปคือท่านเลขาธิการนายกฯ  ก็ได้ประสานไปที่คุณหมอเหวงบอก ว่าขอให้แกนนำกลุ่มเหล่านี้ช่วยประสานงานกับเราด้วย  เพราะว่าการเคลื่อนไหวนั้นดูว่ายังมีความไม่ชัดเจนในบางส่วน  อย่างนี้เป็นต้น 

...ยึดคำวินิจฉัยศาลปกครองกลาง ๙ ต.ค.๕๑ มาเป็นแนวปฏิบัติกับผู้ชุมนุม
เพราะฉะนั้น ผมก็หวังว่าวันนี้ทางคุณหมอเหวงก็จะให้บุคคลเหล่านี้ได้ประสานมา  เราจะได้มีความสบายใจว่าการเคลื่อนไหวของทุกกลุ่มต่าง ๆ นั้นเป็นไปตามกติกา 

กติกาที่ว่าที่เราจะยึดก็คือรัฐธรรมนูญ และกฎหมายของบ้านเมือง  รัฐบาลได้ยึดถือเอาคำวินิจฉัยของศาลปกครองเมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๑ มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติ ตรงนั้นก็คือคำวินิจฉัยชัดเจนครับ 

  • ชัดเจนว่าการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ  ตามรัฐธรรมนูญไม่ได้ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชนนั้นย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าการชุมนุมนั้นมีลักษณะในการที่จะไปสร้างความหวาดกลัว  เกิดการข่มขู่คุกคาม เกิดการปิดล้อมสถานที่ไม่สามารถที่จะทำให้เจ้าหน้าที่หรือประชาชนใช้ชีวิตตามปกติได้  กรณีเช่นนั้นทางศาลได้เคยวินิจฉัยว่าจะไม่ใช่การชุมนุมที่ได้รับการคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญ  ซึ่งโดยหลักความหมายจริง ๆ ก็คือว่าเจ้าหน้าที่สามารถที่จะไปสลายการชุมนุมได้

แต่การสลายการชุมนุม  ศาลก็จะเขียนไว้ชัดเจนอีกเช่นเดียวกันในคำวินิจฉัยว่า

  • ไม่ใช่ว่าถ้าภาครัฐบอกจำเป็นจะสลายการชุมนุมแล้ว  จะใช้วิธีการใดก็ได้  ศาลก็ได้เขียนชัดเจนว่าต้องยึดหลักสากล  
  • ซึ่งการยึดหลักสากลก็คือ การที่จะต้องเริ่มต้นจาก
    -การที่จะแจ้งกับผู้ชุมนุมก่อนว่าบางสิ่งที่เขาทำอยู่  มันเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย  ไม่ใช่เป็นการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ  เราก็จะมีการแจ้ง 
    -หลังจากนั้นก็จะเตือนครับ  ว่าขอให้ผู้ชุมนุมให้ความร่วมมือ ถ้าไม่ให้ความร่วมมือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
    -เจ้าหน้าที่ก็จะมีมาตรการจากเบาไปหาหนักอย่างไร ขอเรียนว่านี่คือแนวปฏิบัติที่เราจะใช้ตลอดการชุมนุมในครั้งนี้ 

...รัฐบาลไม่มีความคิดจะเข้าไปปราบปรามประชาชน
ก็มีการพูดกันมากนะครับขณะนี้ มีการไปวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลเตรียมที่จะประกาศพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน  พูดถึงว่าจะมีความรุนแรงเข้าไปปราบปรามประชาชน  ผมย้ำอีกครั้งหนึ่งครับ  รัฐบาลนี้ไม่มีความคิดที่จะเข้าไปปราบปรามประชาชน  และรัฐบาลจะไม่ได้ประโยชน์ อะไรเลยจากการที่จะไปปราบปรามประชาชน  หรือใช้ความรุนแรงกับพี่น้องประชาชนที่มาชุมนุม  เพราะฉะนั้นขอให้มั่นใจได้  แต่ด้วยความที่เรากังวลว่ามีคนบางกลุ่มประสงค์จะให้เกิดความรุนแรง  ซึ่งไม่ใช่ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่  ซึ่งไม่ใช่แกนนำผู้ชุมนุมหลัก  เราจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการที่เข้มงวดตามสมควรในการที่จะช่วยกันจัดระเบียบก็ว่าได้นะครับในเรื่องของการชุมนุมในครั้งนี้ 

...พรก.ฉุกเฉิน ระบุเงื่อนไขชัดเจน มีความฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน จึงประกาศได้
ผมเรียนครับว่าพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น  ไม่ใช่นึกอยากจะประกาศก็ประกาศได้  เป็นพระราชกำหนดที่ระบุเงื่อนไขของเหตุการณ์ชัดเจน  คือต้องเป็นเหตุการณ์ที่มีความฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน  เห็นแล้วว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้น หรือปัญหาเกิดขึ้นแล้วจึงจะมีการประกาศ 

และถ้ามีการประกาศก็เช่นเดียวกันครับ ไม่ได้หมายความว่าจะดำเนินการอะไรได้ตามใจชอบนะครับ 
-เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว  การประกาศใช้พระราชกำหนดนั้น  เราก็ได้เพียงแต่นำเอากำลังต่าง ๆ เข้ามาเพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ 
-จะเห็นว่าเมื่อเมษายนปีที่แล้วการชุมนุมในช่วงสุดท้ายที่ทำเนียบรัฐบาล ก็ไม่ได้มีการเข้าไปสลายนะครับ  แต่ว่าทำด้วยลักษณะของการเข้าไปเจรจาเพื่อทำความเข้าใจหลังจากที่เราเปิดถนนหนทางต่าง ๆ ซึ่งเป็นปัญหาในเหตุการณ์ปีที่แล้วได้ 

ผมเรียนครับว่าเรื่องของการชุมนุมนั้นก็คงจะมีอีกหลายประเด็นที่จะต้องพูดคุยกัน  และเดี๋ยวช่วงที่ ๒ ผมจะได้คุยกับทางพิธีกรที่รับเชิญ 

แต่ผมเรียนครับว่าหลายเรื่องซึ่งมีการนำไปกล่าวหา  ผมอยากจะย้ำอีกครั้งว่าอยากจะให้ย้อนกลับไปดูข้อมูล ข่าวสารในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง  เหตุการณ์เดือนเมษายนปีที่แล้วที่มักจะมีการไปอ้างว่ารัฐบาลเป็นผู้สร้างสถานการณ์นั้น  การตรวจสอบเหตุการณ์ต่าง ๆไม่ใช่เฉพาะโดยสื่อมวลชน  แต่ว่าโดยกรรมการของสภาฯ โดยกลุ่มต่าง ๆ ชัดเจนครับว่าไม่มีความสูญเสียชีวิตที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ของรัฐเลย  รวมทั้งที่มักจะไปอ้างว่าผมเคยมีความคิด  มีคำสั่งเคยพูดจาสั่งฆ่าประชาชนก็พิสูจน์กันออกมาแล้วว่าเป็นคลิปเสียงที่มีการตัดต่อ  ตัดต่อจากรายการนี้แหละครับ  เรียกว่าเคยเอามากางกันให้ดูเลยว่าประโยคไหนหยิบมาจากรายการวันที่เท่าไหร่ 

ผู้ดำเนินรายการ:  ต้องขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีด้วย คุณผู้ชมครับ ต้องย้ำกับคุณผู้ชม    นะครับว่าวันนี้สถานการณ์ที่มันเกิดขึ้น ผมเชื่อมั่นอย่างเช่นผู้นำประเทศของเราเหมือนกันนะครับ ว่าวันนี้คนไทยต้องแสดงออกซึ่งความรัก รักประเทศชาติ รักแผ่นดินที่เกิด คิดต่างได้นะครับแต่ต้องไม่ใช้ความรุนแรง แล้วผมเชื่อมั่นเหมือนกันนะครับว่านโยบาย หรือว่าแนวทางที่รัฐบาลวางไว้ในการรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ชาติของเราจะผ่านพ้นวิกฤตไปได้ บ้านเราเพิ่งได้รับข่าวดีครับท่านนายกฯ เป็นประเทศที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก และสนามบินอันดับ ๑ ของเอเชีย ไม่อยากจะให้เกิดอะไรแบบนี้ ท่านนายกฯ ทิ้งท้ายให้กับพี่น้องประชาชน

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ชุมนุมเสื้อแดง: จะพิจารณาข้อเรียกร้องด้วยเหตุผล นายกฯก็มีสิทธิ์อยู่ครบเทอม

...รัฐบาลเข้ามาในช่วงที่สังคมมีขัดแย้ง มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ ส่วนรวมและประชาชน รัฐฯมีหลักทำงานชัดเจน ไม่ใช้ความรุนแรง โดยทุกคนต้องใช้สิทธิ์ตามรธน.ในกระบวนการประชาธิปไตย รวมถึงนายอภิสิทธิ์ ที่มีสิทธิ์อยู่ครบเทอมเช่นกัน แต่การยุบสภาฯ ลาออกเป็นวิถีประชาธิปไตยที่เกิดขึ้นได้ ต้องมีเหตุผลของการยุบสภาฯ ชัดไม่ก้าวล่วงสถาบันอื่น รัฐฯให้ความสำคัญกับทุกเสียงเพียงแค่ ๑ เสียงถ้ามีเหตุผลก็ต้องฟัง เสียงทุกเสียง ชีวิตของคนทุกคนมีความสำคัญ

ผู้ดำเนินรายการ: " สวัสดีครับคุณผู้ชมครับ กลับเข้าสู่รายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ นะครับ ผม มนัส ตั้งสุข ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการนะครับ และผมก็เชื่อเหลือเกินว่าเช้าวันนี้ของคนไทยหลายสิบล้านคนที่ตื่นขึ้นมาในวันแห่งครอบครัว วันอาทิตย์แบบนี้ อยากจะฟังอยากจะได้ยินเสียงของท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำประเทศ ว่าจะพาพี่น้องคนไทย พาคนไทยทั้งประเทศฝ่าวิกฤตทางการเมืองของประเทศไปได้อย่างไร กับเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือว่า นปช. หรือจะเรียกกลุ่มคนเสื้อแดงก็สุดแท้แต่นะครับ อยากรู้ท่าทีและความมั่นใจออกจากปากของผู้นำประเทศที่ชื่อว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีครับ สวัสดีครับ"

อภิสิทธิ์: " สวัสดีครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: "ต้องขอบพระคุณด้วยนะครับที่ให้โอกาสมาทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องประชาชนคนไทย วันนี้อยากจะฟังมาก ๆ นะครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะให้ความมั่นใจอย่างไร และสองวันที่ผ่านมาท่านนายกฯ ครับต้องชื่นชม เพราะว่าหลายฝ่ายชื่นชมทั้งรัฐบาล ทั้งตัวของกลุ่ม นปช. ที่ชุมนุมเอง ทั้งสองฝ่ายทำงานร่วมกันได้อย่างดี ทำให้การชุมนุมไม่รุนแรง สันติวิธี แต่วันนี้คือสิ่งที่ทุกคนจะกังวลใจ รัฐบาลประเมินอย่างไรครับวันนี้ จำนวนผู้ชุมนุมจะถึง ๑ ล้านไหม ขวดน้ำมัน ๑ ล้านลิตรจะออกฤทธิ์หรือไม่ครับท่านนายกฯ ครับ"

...รับฟังทุกเสียง แค่ ๑ เสียงถ้ามีเหตุผลต้องฟัง
อภิสิทธิ์:
" ผมอยากจะพูดอย่างนี้นะครับว่าเรื่องจำนวนตัวเลขนี้เราก็ดูตามสภาพความเป็นจริงนะครับ พูดกันไปเดี๋ยวจะไปตีความกันว่ามากไป น้อยไป อะไรต่าง ๆ เอาเป็นว่าเอาคร่าว ๆ นะครับเรากำลังมองถึงตัวเลขประมาณที่อยู่ในที่ชุมนุมแล้วเมื่อคืนนี้ อาจจะใกล้เคียงผมให้ว่าใกล้เคียง ๑๐๐,๐๐๐ ก็ได้ประมาณโดยประมาณ ผมคิดว่าจำนวนก็คงจะอยู่ประมาณนี้ ซึ่งก็เป็นเรื่องซึ่งไม่ได้เกินความคาดหมายของฝ่ายต่าง ๆ ก็อยู่ประมาณนี้ ปีที่แล้วในช่วงเดือนเมษายนก็อาจจะประมาณนี้ หรือน้อยกว่านี้มากกว่านี้ก็เล็กน้อยเท่านั้นเอง
ความสำคัญก็คงไม่ได้อยู่ที่เพียงตรงนั้นละครับ จริง ๆ ผมได้เคยพูดในสภาฯ ตอนหลังก็เอาไปตีความกัน ไม่ทราบว่าตรงหรือเปล่านะครับ

  • บอกว่า ๑ คน ๑ เสียง ๑๐๐,๐๐๐ เสียงมาฟังอะไรต่าง ๆ นี้ผมก็บอกว่าทุกเสียงต้องฟัง ๑ เสียงแม้แต่มีคนเดียวแต่ถ้ามีเหตุผลก็ต้องฟัง ๑๐๐,๐๐๐ คนเราก็ต้องยิ่งฟังนะครับ แต่ว่าถามว่าข้อเรียกร้องจะเป็นอะไรอย่างไรนี้เราคงจะต้องฟังกันต่อไปว่าเป็นอย่างไร

...ดูแลคนหมู่มาก ต้องเข้าใจ มีระเบียบ ความสะดวก ตรวจความปลอดภัย
ทีนี้การเข้ามาของคนหมู่มากผมก็เรียนแล้วว่าหลายครั้งสิ่งที่เรากลัวที่สุด ความจริงมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์หลายครั้งที่เกิดเหตุการณ์อย่างนี้
-บางทีเกิดจากความไม่เข้าใจเล็ก ๆ แล้วบานปลายได้ เพราะฉะนั้น ๒ วัน ๓ วันที่ผ่านมานี้
-รัฐบาลก็จึงพยายามปรับแนวทางการทำงานของทุกฝ่าย ให้เป็นในลักษณะของการเอื้ออำนวยความสะดวกและจัดระเบียบ เพื่อประโยชน์ของใครครับ ความจริงแล้วต้องบอกว่าเพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย ประโยชน์ของทุกฝ่ายก็คือบ้านเมืองสงบ แน่นอนสำคัญในเรื่องเศรษฐกิจ สังคม การเมือง อย่างที่ผมได้พูดไปแล้วในช่วงต้นรายการ สำคัญสำหรับพี่น้องประชาชนทั่วไปซึ่งอยากจะใช้ชีวิตตามปกติ สำคัญสำหรับผู้ชุมนุม เพราะ
-ผู้ชุมนุมอยู่ในคนหมู่มากก็จะต้องมีความปลอดภัยด้วย ถ้าจะไม่ถูกใจก็จะมีกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งเท่านั้นเองที่อยากให้มันวุ่นวาย เพราะฉะนั้นการที่บอกมีด่านมีอะไรต่าง ๆ นี้ก็เพื่ออำนวยความสะดวก แล้วเราก็พิสูจน์แล้วนะครับ มีการจัดรถบัสให้ และความร่วมมือร่วมไม้กันก็ดี มีการประสานงานในการตรวจตราต่าง ๆ นะครับ

...รัฐฯมีแนวทำงานชัดเจน ไม่ใช้ความรุนแรง พี่น้องไม่ตื่นตระหนก แต่ไม่ประมาท
ผมก็คิดว่าในแง่นั้นพี่น้องประชาชนก็น่าจะสบายใจได้นะครับว่ามันมีแนวทางการทำงานที่ชัดเจน ความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นจากภาครัฐก่อนไม่มีทางเกิดขึ้นได้นะครับ ไม่มีเหตุผล ไม่มีนโยบาย ไม่มีแนวคิดใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ในขณะเดียวกันผมพูดเสมอครับ ดีที่สุดของเราคือเราไม่ตื่นตระหนก แต่เราไม่ประมาท คำว่าไม่ตื่นตระหนกก็คือว่าผมก็บอกว่าพี่น้องประชาชนอย่าไปคิดว่ามันจะวุ่นวาย แล้วก็ยิ่งตื่นตระหนกแล้วทำให้การทำงานต่าง ๆ ยิ่งลำบากนะครับ แต่การไม่ประมาทก็คือว่า ต้องยอมรับครับว่า

กลุ่มที่อาจจะมีความคิดที่จะใช้ความรุนแรง เราก็ยังติดตามอยู่นะครับ
-เราก็ยังติดตามอยู่ สงสัยอะไรตรงไหน
-แล้วก็จะมีการประสานกับผู้ชุมนุมบ้าง เข้าไปดูแลบ้าง

อย่างเช่นเมื่อวานเราก็ไม่ททราบว่ากลุ่มไหน แต่ว่าที่ไปพบเรื่องเอ็ม ๗๙ อะไรต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องที่พลเมืองดีเขาแจ้งเบาะแสมา เราก็เข้าไปตรวจ ตรวจสอบพบก็ดำเนินการไป ยังไม่รู้เลยว่าเป็นเรื่องของฝ่ายไหนอย่างไร อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นเราไม่ประมาทครับ เพราะว่ามันมีคนบางกลุ่มซึ่งอยากให้วุ่นวาย เราก็ต้องติดตามดูแลใกล้ชิด จะให้ผมไปบอกว่าตอนนี้ทุกอย่างเรียบร้อยราบรื่นแล้ว ผมไม่บอก แต่ขณะเดียวกันผมก็บอกว่าผมมั่นใจว่าแนวทางที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ในทุกเรื่องนี้เป็นแนวทางที่เป็นหลักประกันที่ดีที่สุดของการที่จะฟันฝ่าปัญหาต่าง ๆ ตรงนี้ไปได้ แต่ว่าที่สำคัญที่สุดก็คือว่าผมคนเดียวก็ทำไม่ได้นะครับ เจ้าหน้าที่จำนวนมากทั้งตำรวจทั้งทหาร ข้าราชการพลเรือนจำนวนมากเขาก็เสียสละเต็มที่ครับ ขณะนี้ทำงานกันเรียกว่า ๒๔ ชั่วโมงก็ว่าได้ เสาร์-อาทิตย์ก็ไม่รู้แล้ววันไหนเป็นอย่างไหน "

ผู้ดำเนินรายการ: "ยังไม่ได้พักกันเลย"

...ประชาชนตื่นตัว ดูแลชุมชน แจ้งประสานขอความช่วยเหลือจากรัฐฯ
อภิสิทธิ์:
" แล้วข้อสำคัญก็คือพี่น้องประชาชนในชุมชน ซึ่งรอบนี้ก็มีความตื่นตัวมากขึ้นนะครับ หลายชุมชนก็มีการเตรียมการในการที่จะดูแลชุมชนของตัวเองอย่างดี รวมไปถึงการประสานเข้ามาเลยกับทางภาครัฐว่าอยากจะให้รัฐเข้าไปช่วยเหลือดูแลในเรื่องไหนอย่างไร แล้วเราก็ขอให้มีการแจ้งเบาะแสต่าง ๆ เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนว่า

สถานการณ์ขณะนี้เป็นปกตินะครับ แต่เราก็จะติดตามอย่างใกล้ชิด ขอให้พี่น้องติดตามข่าวสารนะครับ เพราะว่าจะมีข่าวสารเยอะ ผมยืนยันครับว่าทาง
-เราจะชี้แจงข่าวสารต่าง ๆ ตามข้อเท็จจริงตรงไปตรงมา
-เพราะว่าผมมีความเชื่อว่าความจริงและความจริงใจเท่านั้นครับที่จะทำให้เราสามารถที่จะแก้ปัญหาเวลาที่มีความขัดแย้งทางความคิดหรือมีการเคลื่อนไหวการชุมนุมกันได้"

ผู้ดำเนินรายการ: "ท่านนายกฯ ครับ ไหน ๆ ก็พูดถึงเรื่องของข่าว ข่าวลือวันนี้ที่ออกมาหลายกระแสมากนะครับ ช่วงเหตุการณ์แบบนี้ รวมถึงเรื่องของการปฏิวัติรัฐประหารที่อาจจะเกิดขึ้น วันนี้หลายคนบอกเห็นหน้าผมแล้วยังไงดี อันนี้คุยแบบสบาย ๆ นะครับ ก็มีคำถามฝากมาจากสำนักข่าวต่างประเทศที่มาประจำการอยู่ในบ้านเรา เขาฝากคุยฝากถามมาเหมือนกันว่า วันนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กลุ่ม นปช.เองประกาศที่จะเผด็จศึกรัฐบาลภายใน ๓ วัน รอคำตอบจากท่านนายกรัฐมนตรี เป้าประสงค์ของเขาคือต้องการให้มีการลาออกของตัวท่าน แล้วก็มีการประกาศยุบสภาฯ ของรัฐบาล นี่คือสิ่งที่เขาเรียกร้อง โอกาสแบบนี้ กิจกรรมที่กำลังดำเนินอยู่บนท้องถนนวันนี้ โอกาสที่จะได้รับสิทธิ์ตามข้อเรียกร้องนั้นเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน"

...แกนนำ ข้อเรียกร้องไม่ชัด ต้องดูเหตุผล
อภิสิทธิ์:
" ความจริงเรายังไม่ทราบชัดเจนนะครับ ผมพูดตรง ๆ ว่าขณะนี้ก็เป็นการพูดจาปราศรัยของแกนนำบางคน แล้วก็ต้องเรียนว่าบางคนเองพูด ๒ วันก็ไม่ตรงกันนะครับ เช่น เมื่อกี้บอกว่าลาออก บางคนก็บอกยุบสภาฯ บางคนพูดว่ายุบสภาฯ แต่วันก็พูดว่ายุบสภาฯ นี่แค่หลักกิโลเมตรแรก มีเรื่องอื่น ๆ ที่จะต้องตามมาอีก ก็แสดงให้เห็นว่ามันยังไม่ชัดเจน"

ผู้ดำเนินรายการ: "ไม่นิ่งพอ"

อภิสิทธิ์: " ถ้าตกผลึกก็คงจะเกิดขึ้นละครับ คือพอชุมนุมก็อาจจะมีการตกผลึกก็มีข้อเรียกร้องมา เมื่อมีข้อเรียกร้องมาผมก็จะเอามาดู แล้วเราก็ต้องใช้เหตุใช้ผลในการพูดคุยกัน คงไม่ใช่เรื่องที่มาบอกว่าผมยื่นข้อเสนอนี้ แล้วก็ตอบว่าใช่/ไม่ใช่ คงไม่ใช่อย่างนั้นละครับ มันคงจะเป็นเรื่องที่

...ในกระบวนการประชาธิปไตย อภิสิทธิ์ มีสิทธิ์อยู่ครบเทอม ตามรธน.
-ถ้าเรามีความจริงใจในกระบวนการประชาธิปไตย
การเคลื่อนไหวชุมนุมในทางการเมือง ต่างฝ่ายต่างก็มีสิทธิและหน้าที่ของตัวเองนะครับ

-ถ้าพูดถึงสิทธิตามรัฐธรรมนูญผมก็ต้องบอกความจริงผมมีสิทธิ์ที่จะอยู่ครบเทอม ผมก็มาในระบบเดียวกันกับท่านนายกฯ สมัคร ท่านนายกฯ สมชาย ผมก็มีสิทธิ์ที่จะอยู่ครบเทอมครับ แต่ผมก็พูดมาตลอดว่าอยู่ครบเทอมหรือไม่ไม่มีใครพูดล่วงหน้าได้

-การยุบสภาฯ การลาออกเป็นเรื่องปกติของวิถีทางประชาธิปไตยที่เกิดขึ้นได้ แต่ต้องมีเหตุมีผล และเหตุและผลที่ผมจะใช้ก็คือประโยชน์ของประเทศ ก่อนหน้านี้ผมบอกว่าถ้าไปยุบสภาฯ ช่วงที่เศรษฐกิจยังเปราะบางคงไม่ดี บัดนี้ผมก็บอกได้ว่าเรื่องนี้ก็เป็นปัญหาน้อยลง แต่
ผมยังมีความห่วงใยอยู่นะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่
[หนึ่ง]ถ้าการยุบสภาฯ แล้วปรากฏว่ายังมีความขัดแย้ง ยังมีการเคลื่อนไหวในลักษณะที่ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปอย่างสงบ กลายเป็นการเลือกตั้งที่เสี่ยงต่อความรุนแรง อันนั้นไม่ดีกับประเทศ
[สอง] ถ้ายังเป็นการเลือกตั้งซึ่งบางฝ่ายคลางแคลงใจว่ากติกาที่ใช้ในการเลือกตั้งดีหรือไม่ดี เสร็จแล้วปรากฏว่าเลือกตั้งเสร็จเกิดการไม่ยอมรับกันอีกในเรื่องของกติกา
-อย่างเช่นที่มาโจมตีว่าการที่ผมเข้ามาไม่เป็นไปตามกติกา ความจริงนี้เป็นไปตามกติกา เนื่องจากพรรคที่ชนะเลือกตั้งครั้งที่แล้วนี้ถูกวินิจฉัยว่าทุจริตเลือกตั้ง แล้วก็มีบทลงโทษที่ชัดเจน ซึ่งพรรคนั้นก็ทราบ  ตั้งแต่ตอนลงสมัครรับเลือกตั้งนะครับ

อย่างนี้ถ้าเกิดมาย้อนกลับมาอย่างนี้ก็ไม่ใช่การแก้ไขปัญหาอีก และทางผู้ชุมนุมเองก็คงจะต้องอธิบายละครับว่าการพูดจาปราศรัยในประเด็นต่าง ๆ บางทีขณะนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการยุบสภาฯ เลยนะครับ ก้าวล่วงไปถึงสถาบันอื่น ๆ ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าถ้าจะมีการยื่นข้อเรียกร้องเป็นทางการ ซึ่งผมยังไม่ทราบว่าคืออะไร ก็ต้องพูดคุยกัน ต้องพูดคุยกัน คงไม่ใช่เรื่องที่จะมาบอกว่ายื่นคำขาด ต้องออกภายในวันนั้นวันนี้ คือจริง ๆ ถ้าตามระบบขณะนี้การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาฯ ก็กำลังจะเกิดขึ้น เราก็ว่ากันไป ผมคิดว่าผมก็จะใช้แนวทางนี้ ผมไม่ได้ว่าปิดหูปิดตา ผมฟัง ผมไม่ปฏิเสธอะไรล่วงหน้า ผมไม่รับอะไรล่วงหน้า ผมดูจากเหตุและผลที่ต้องมาแลกเปลี่ยนกัน

...ถ้ามีปฎิวัติรัฐประหาร รัฐบาลไม่ได้บริหารราชการแผ่นดินต่อ
แต่เรื่องปฏิวัติรัฐประหารนี้ครับผมอยากจะเรียนว่าผมไม่เคยยอมรับนะครับ ผมไม่เคยยอมรับ โจมตีรัฐบาลนี้มากนะครับแต่ย้อนกลับไปดูเถอะครับวันที่ ๑๙ กันยายนที่เคยเกิดปฏิวัติรัฐประหารครั้งสุดท้ายนี้ วันที่ ๒๐ หัวหน้าพรรคการเมืองคนแรกที่บอกว่าไม่เห็นด้วยคือผมครับ คือผม เพียงแต่ว่าผมคิดต่างจากกลุ่มคนเสื้อแดงตอนนั้น กลุ่มคนเสื้อแดงอยากจะเคลื่อนไหวทันทีเพื่อต่อต้านการรัฐประหาร ในขณะที่ผมมองว่ากลุ่มที่เขาทำรัฐประหารนี้ ผมก็บอกว่าเขาควรจะมีการประกาศชัดเจนว่าเขาจะคืนอำนาจกลับมาให้ประชาชนเมื่อไร และเมื่อเขาบอกว่าเขาจะใช้เวลาประมาณปีคร่าว ๆ ก็ประมาณปีหนึ่งนะครับ ผมก็บอกว่าดีที่สุดก็คือว่าดูว่าเขาดำเนินการตามนั้น และที่สุดก็ดำเนินการตามนั้น จะมีการเลือกตั้ง และทุกพรรคการเมืองก็กลับเข้ามาสู่กระบวนการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นก็เป็นความแตกต่างในเรื่องของมุมมอง แต่สิ่งหนึ่งซึ่งผมคิดว่าการพูดถึงเรื่องการรัฐประหารนี้ครับ มันเป็นการต้องเรียนรู้ว่าการรัฐประหารในขณะนี้ไม่อาจเป็นคำตอบให้ใครได้เลยนะครับ เพราะแน่นอนครับฝ่ายรัฐบาลเองถ้ามีการรัฐประหารก็คือไม่ได้มาบริหารราชการแผ่นดินต่อ "

ผู้ดำเนินรายการ: "ก็ต้องเปลี่ยนคน "

ผู้ดำเนินรายการ:
 " ท่านนายกฯ ถ้าฟังน้ำเสียงของท่านนายกฯ วันนี้ดูแล้วโอกาสที่กลุ่ม นปช. จะได้รับสิทธิ์ตามข้อเรียกร้องที่ออกมาเรียกร้องวันนี้แทบจะไม่มีเลยนะครับ ถ้าอย่างนั้นแล้วการเมืองจะ"

อภิสิทธิ์: " ผมไม่ได้มองอย่างนั้น เอาอย่างนี้ดีกว่านะครับ ผมก็ไม่ทราบว่าติดตามการเมืองมานานแค่ไหนนะครับ กรณีที่มีการเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี รัฐบาลชุดใดชุดหนึ่งลาออก ยุบสภาฯ นี้ ผมว่ามีมา ไม่แน่ใจว่าทุกยุค เอาว่าเกือบทุกยุคมีสถานการณ์ ถามว่าเคยได้ยินนายกรัฐมนตรีคนไหนบ้างครับที่พูดบอกว่าการยุบสภาฯ ก็เป็นไปได้ ขอให้มาคุยกัน ไม่เคยได้ยินหรอกครับ น้อยครับ ผมนี่ละทั้ง ๆ ที่มีสิทธิ์ที่บอกว่าจะอยู่ครบเทอม  ผมยังบอกว่ามาดูนี่  ผมเคยเสนอบอกว่ามาตกลงกันสิ เรื่องกติกาการเลือกตั้งอะไรต่าง ๆ ให้เรียบร้อย  แต่ว่าในที่สุดพรรคฝ่ายค้านเขาก็ถอนตัวไป อย่างนี้เป็นต้น  เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องที่ว่าผมมานั่งคิดแต่ว่าผมจะอยู่ในตำแหน่งหรืออะไรเลยไม่เกี่ยวเลยครับ  อยู่ที่ว่าในความเห็นของผมซึ่งผมมีความรับผิดชอบ ในฐานะที่ขณะนี้ทำหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศ ของประชาชน ของส่วนรวม  เราต้องมาว่ากันด้วยเหตุด้วยผล"

ผู้ดำเนินรายการ: " การเจรจาวันนี้จะเกิดขึ้นไหมครับท่านนายกฯ "

อภิสิทธิ์: " ผมยังไม่ได้พูดถึงการเจรจาละครับ  ผมคิดว่า

ขณะนี้ที่เราต้องทำก่อน คือบริหารสถานการณ์ให้เกิดความเรียบร้อย  ไม่ใช่ไม่สำคัญนะครับ  เดี๋ยวบางคนมาบอกว่ามีเรื่องใหญ่กว่านั้น  มาพูดเรื่อง  อย่างที่ผมบอกแล้วนะครับ 
-ถ้าสมมติว่ามีความเข้าใจผิดกันนิดหนึ่ง  เกิดบาดเจ็บ เกิดล้มตายกันขึ้นมา  สำหรับผมเป็นเรื่องซึ่งเราไม่ต้องการให้เกิดขึ้นเลย ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่  หรือไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับผู้ชุมนุม  เราก็ต้องทำงานตรงนี้ 
-ส่วนข้อเรียกร้องทางการเมืองอย่างที่ผมเรียน  จริง ๆ ผมบอกว่า สมมติบอกผมไม่ตอบสนอง  ถามว่าผมเป็นนายกรัฐมนตรีตลอดไปไหมครับ  ก็ไม่ใช่  ถ้ายาวนานที่สุดก็คืออยู่ครบวาระก็ปลายปีหน้า ถูกไหมครับ  ระหว่างทางมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีอะไรก็ไม่ทราบ ตามวิถีทางของระบบรัฐสภา อาจจะมีการยุบสภาฯ ก่อนก็ได้ อาจจะมีการลาออก ไม่มีใครทราบ นี่คือระบอบประชาธิปไตย มันไม่ใช่ระบบที่เรากำลังจะบอกว่า ถ้าไม่มาเคลื่อนไหวกันแล้ว  นายอภิสิทธิ์ก็จะอยู่  อยู่กันไม่จบไม่สิ้น มันไม่ใช่อย่างนั้น  ถูกไหมครับ  เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่าเราต้องดูภาพรวมของเรื่องนี้ด้วย

...สองมาตรฐาน..ความเข้าใจคลาดเคลื่อน
ส่วนข้อคับข้องใจในเรื่องอื่นนะครับ หลายเรื่องบางทีก็ต้องมาพูดคุยกัน สองมาตรฐานเนี่ย บางทีก็ใช้กันเยอะนะครับ และก็มาดูว่าเรื่องไหนเป็นอย่างไร บางเรื่องอาจจะเป็นไปได้ว่าเขาเข้าใจคลาดเคลื่อน บางเรื่องผมอาจจะมองไม่เห็นบางมุม ก็เอามาสิครับ มาพูดคุยกัน แต่บางเรื่องผมต้องยืนยันนะครับ อย่างที่เมื่อกี้ก็พูดไปในรายการว่าอยู่ดี ๆ วันดีคืนดีเอาเสียงผมไปตัดต่อเป็นคลิป แล้วก็เอาอันนี้ไปเผยแพร่และทำให้คนมาโกรธมาเกลียดว่าผมไปสั่งฆ่าประชาชน อย่างนี้ไม่ถูกต้อง ความจริงคนที่ทำเรื่องนี้ก็ถูกฟ้องร้องนะครับ ศาลก็ประทับรับฟ้องไปหมดแล้ว ผมก็ยังไม่ไปตอบโต้เรื่องอื่น ผมก็ใช้สิทธิของผมตามกฎหมาย ใช่ไหมครับ ถ้าผมเป็นคนที่ต้องการเห็นความรุนแรงผมก็ไม่ใช้วิธีการนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างผมเรียนยืนยันครับว่าผมเข้ามา  ผมเข้ามาในช่วงที่ผมรู้ว่าสังคมขัดแย้งกันมาก และผมก็รู้ว่าบางคนบางกลุ่มอาจจะมีวัตถุประสงค์แอบแฝงอะไรต่าง ๆ ซึ่งมีผลกระทบกับผลประโยชน์ส่วนรวม  ผมบริหารเพื่อให้ทุกอย่างราบรื่นเดินหน้าไปได้ ยืนยันว่าทำอย่างนี้ และผมให้ความสำคัญกับเสียงทุกเสียง ชีวิตของคนทุกคน "

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ชุมนุมเสื้อแดง: ทหารมืออาชีพ รับใช้รัฐ ไม่ใช่รัฐบาลอภิสิทธิ์

...ความเป็นมืออาชีพของ แม่ทัพนายกอง ราชการทุกหน่วยรวมถึงทหารตำรวจ คือการปฏิบัติหน้าที่ตามหน้าที่ ในการรับใช้รัฐไม่ใช่รัฐบาลไม่เกี่ยวกับบุคคล ทำงานเพื่อรักษาระบบของบ้านเมือง  สนับสนุนรัฐบาลไทย และระบอบการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  ถ้ารัฐบาลจงใจทำร้ายประชาชน จะไม่ได้รับการสนับสนุน จากทหารตำรวจ เพราะขัดกับสำนึกของความเป็นมืออาชีพ

...อภิสิทธิ์
: " ก็ต้องเปลี่ยน ฝ่ายผู้ชุมนุมเองก็บอกเคลื่อนไหวต่อต้านความคิดเรื่องรัฐประหารอยู่แล้ว ถามว่าแล้วฝ่ายไหนละครับอยากจะรัฐประหาร แล้วถ้าฝ่ายนั้นรัฐประหารไม่ยิ่งขัดแย้งกันมากยิ่งขึ้นหรือ และการรัฐประหารไม่เป็นคำตอบ ถ้าจะมีใครอยากให้รัฐประหารต้องเป็นการคาดหวังว่ารัฐประหารแล้วจะวุ่นวายมากขึ้น แล้วก็นำไปสู่การล้มกระดาน ซึ่งในความหมายล้มกระดานนี้อาจจะกินความหมายกว้าง ความหมายแคบ แล้วแต่สถานการณ์ เพื่อหวังผลไปสู่เรื่องอื่น ๆ อีก เพราะฉะนั้นผมบอกได้เลยว่า

การรัฐประหารนี้ไม่ใช่ประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ในประเทศอย่างแน่นอนนะครับ เพราะฉะนั้นไม่มีเหตุผลที่ใครจะไปสนับสนุนนะครับ รัฐบาลก็ไม่สนับสนุน ผู้ชุมนุมก็ไม่สนับสนุน

ผมพูดนะครับว่าขณะนี้ผมต้องทำงานใกล้ชิดกับบรรดาผู้นำเหล่าทัพ กับทางตำรวจ กับทางเจ้าหน้าที่ของรัฐ ผมไม่ได้ยินใครที่บอกว่าอยากจะเห็นรัฐประหาร ขณะนี้ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ และผมก็ดีใจเวลาผมได้ยินนะครับว่า

  • แม่ทัพนายกองกับตำรวจพูดว่า วันนี้ที่เขาทำงานทั้งหมดนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องการทำงานให้นายอภิสิทธิ์ เป็นการทำงานเพื่อรักษาระบบของบ้านเมืองนะครับ ไม่เกี่ยวกับนายอภิสิทธิ์ เกี่ยวกับระบบของบ้านเมือง

ผู้ดำเนินรายการ :"นายกฯ กำลังจะหมายความว่าวันนี้เหล่าทัพยังคงให้การสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลภายใต้ประชาธิปัตย์อย่าง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์"

อภิสิทธิ์: " ไม่ใช่เรื่องว่าเป็นรัฐบาลประชาธิปัตย์ เป็นเรื่องของเหล่าทัพได้แสดงออกถึงการที่จะปฏิบัติหน้าที่เพื่อสนับสนุนรัฐบาลไทย และระบอบการปกครองของไทยที่เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่ได้เกี่ยวกับตัวบุคคล เป็นหน้าที่ แล้วก็จะเห็นว่าจริง ๆ ที่ผ่านมานี้ทางเจ้าหน้าที่ก็พยายามทำอย่างนี้ อาจจะมีความเข้าใจผิดบ้าง เชื่อไหมครับผมเข้ามานี้ผมพูดคุยกับฝ่ายความมั่นคงหลายครั้ง

ผมรู้ว่าความแตกแยกทางการเมืองนี้มีผลอย่างมากต่อภาพลักษณ์ เพราะว่าเดี๋ยวนี้ก็จะมีการบ่นกันนะครับ บอกแม้กระทั่งตำรวจก็มีสี สีนั้นสีนี้ สิ่งหนึ่งที่ผมบอกครับผมพูดเสมอนะครับ จริง ๆ แล้วในใจของคนทุกคน คือความฝักใฝ่ทางการเมืองมันมีได้ ถูกไหมครับ เราจะไปบอกคนเป็นข้าราชการ คนเป็นทหาร คนเป็นตำรวจ คุณไม่มีสิทธิ์ชอบพรรคการเมืองนี้ มันเป็นไปไม่ได้ แต่สิ่งที่เราต้องการคืออะไรครับ ความเป็นมืออาชีพ

  • ความเป็นมืออาชีพของราชการทุกหน่วยรวมไปถึงตำรวจ ทหาร ก็คือว่าเขาปฏิบัติหน้าที่ตามหน้าที่ของเขา

ถ้ารัฐบาลเป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามระบบ ปฏิบัติหน้าที่แล้วก็เห็นได้ชัดว่าทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ในใจเขาชอบไม่ชอบก็ต้องสนับสนุนให้ทำงาน เช่นเดียวกันเวลาที่จะต้องมีการไปดำเนินคดีหรือไปดำเนินการกับใครในเรื่องความมั่นคง ในเรื่องคดีความในเรื่องกฎหมาย ผมก็บอกเขาบอกว่ามันเป็นเรื่องของการรักษาระบบความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย ไม่ใช่ว่าเพราะคนนั้นอยู่ฝ่ายนี้ เพราะคนนี้อยู่ฝ่ายนั้น อันนี้ก็เน้น

และผมได้พูดสำคัญที่สุดผมย้ำเสมอคือว่า ผมจะไม่เอาบุคลากรทางด้านความมั่นคงมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมือง ผมทำงานกับเขานี้เพื่อให้เขาทำหน้าที่ของเขา ตามที่เขาได้ปวารณาตัว บางกรณีก็ต้องถวายสัตย์ฯ ในการที่จะรักษาระบบประเทศชาติบ้านเมือง เพราะฉะนั้นสบายใจได้ว่าเราไม่เอาการเมืองไปปะปนสับสนกับความมั่นคง หรือให้ความมั่นคงมาสับสนว่ากำลังทำงานเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

ผมเชื่อนะครับ ถ้ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่จงใจจะไปทำร้ายประชาชนนี้ ตำรวจ ทหาร เขาก็จะรู้ครับว่ารัฐบาลที่ทำร้ายประชาชนไม่ใช่รัฐบาลที่กำลังดำเนินการอย่างถูกต้อง เขาก็จะไม่ต้องสนับสนุนละครับ

ผู้ดำเนินรายการ :"เขาจะต่อต้านโดยธรรมชาติ "

อภิสิทธิ์: " เขาจะไม่ไปทำตามคำสั่งที่ผิดกฎหมาย เขาจะไม่ไปทำอะไรซึ่งมันเป็นนอกการปฏิบัติหน้าที่ของเขา เพราะ
๑. ตัวเขาเองก็จะมีความเสี่ยง และสำคัญกว่านั้นผมเชื่อคือ
๒. คือว่ามันขัดกับสำนึกของความเป็นมืออาชีพของคนที่เป็นเจ้าหน้าที่ ว่าเขามีหน้าที่ในการรับใช้รัฐ รัฐนะครับไม่ใช่รัฐบาล "

อภิสิทธิ์: " ครับ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ อันนี้ต้องบอกว่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์จริง ๆ คือซักซ้อมกันมาตลอด และขณะนี้เจ้าหน้าที่ก็มีความคุ้นเคยมากขึ้น เพราะว่ารัฐบาลนี้ก็บริหารงานมา ๑ ปีเศษ ๆ แล้วก็ผ่านเหตุการณ์การบริหารการชุมนุมต่าง ๆ มามาก เพราะฉะนั้นทุกคนดูจะเข้าใจแนวทางดี แต่ว่าแน่นอนครับคนจำนวนมากเกิดมีอารมณ์ขึ้นมาก็ต้องช่วยกันดูแล

แต่ประชาชนช่วยได้เยอะครับ
-ประชาชนช่วยได้เยอะนะครับการที่ประชาชนมาให้ขวัญกำลังใจกับเจ้าหน้าที่
-การที่ประชาชนเองก็มีท่าทีถ้อยทีถ้อยอาศัยกับทางผู้ชุมนุมในกรณีที่เห็นไม่ตรงกัน
-ประชาชนที่ชุมนุมส่วนใหญ่ซึ่งรักสันติ ถ้าช่วยกันเตือน ๆ เพื่อนฝูงว่าเอาละ ถึงแม้ว่าบางทีการพูดจาปราศรัยมันก็ต้องมีความดุเดือดมีอะไร 

แต่อย่าลืมนะครับว่ามาชุมนุมโดยสันติ  ผมว่าถ้าทุกคนทำอย่างนี้เหมือนกันหมด เราก็ผ่านได้ และเจ้าหน้าที่ซักซ้อมกันตลอด ตั้งแต่ระดับสุดสุด  ผู้บังคับบัญชาไปจนถึงเจ้าหน้าที่ระดับล่าง"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ชุมนุมเสื้อแดง: ระวังข่าวลือ รัฐบาลเปิดเวปสื่อสารกับพี่น้อง

... ข่าวลือที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง รัฐบาลจะสื่อสารกับพี่น้องประชาชนตลอดเวลา  เพื่อที่จะให้ทราบว่าข้อเท็จจริง ส่วนเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับข่าวลือ จะมีการดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ วอนปชช.ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐ ถึงมีความคิดเห็นทางการเมืองอย่างไร  ขอให้ยับยั้งอารมณ์ สู่สถานการณ์ที่เรียบร้อย

ข่าวลือที่เกิดขึ้นมุ่งทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชน
อภิสิทธิ์: " ซึ่งผมอยากจะเรียนว่านอกเหนือจากสิ่งเหล่านี้แล้ว บรรดาข่าวลือต่าง ๆ ในช่วง ๒-๓ วันที่ผ่านมา  มีมาก แต่จะเห็นว่าข่าวลือหลายครั้งที่มุ่งจะทำให้เกิดความขัดแย้งกัน  ระหว่างรัฐกับประชาชน  ระหว่างรัฐบาลกับทหาร  ทหารกับตำรวจ  ประชาชนกับประชาชน  หรืออะไรก็ตาม  ที่สุดก็พิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นความจริง  เช่น ข่าวลือว่าจะมีการเอารถถังมาปิด  จะมีการสร้างสถานการณ์ตรงนั้นตรงนี้  ผมขอเรียนว่ารัฐบาลจะสื่อสารกับพี่น้องประชาชนอยู่ตลอดเวลา  เพื่อที่จะให้ทราบว่าข้อเท็จจริงต่าง ๆ นั้นเป็นอย่างไร  เราอย่าไปหลงเชื่อข่าวลือ  อย่าไปเป็นเหยื่อของผู้ที่ประสงค์จะให้เกิดความรุนแรงขึ้น  เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะเรียนก็คือว่าในส่วนของเว็บไซต์ที่จะเข้ามาทำงานทางด้านนี้ที่เกี่ยวข้องกับข่าวลือ เดี๋ยวก็จะมีตัววิ่งว่าเป็นเว็บไซต์ชื่ออะไร  www.capothai.org  และตั้งแต่บ่ายวันนี้เป็นต้นไปก็จะมีการดำเนินการอย่างเป็นทางการเต็มรูปแบบ"

ประชาชนทุกคนที่ต้องการเห็นประเทศเดินหน้า
อภิสิทธิ์: "ผมเรียนว่าพี่น้องประชาชนทุกคน  ผมเชื่อว่าต้องการที่จะเห็นประเทศไทยของเรานั้นเดินไปข้างหน้า  ผมได้เรียนแล้วว่าถ้าเป็นเรื่องของการเมือง  เรามีวิถีทางตามระบอบประชาธิปไตย  ผมเองก็มาจากการเลือกโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาฯ เช่นเดียวกัน ชุดเดียวกันกับรัฐบาลก่อนหน้าผม ๒ ชุดที่มาจากการเลือกตั้งในปี ๒๕๕๐ เป็นไปตามกติกาของสากลระบบรัฐสภาทุกประการ และ ๑ ปีที่ผ่านมาก็มีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ  ปีนี้ก็จะมีอีก เพราะฉะนั้นกระบวนการรัฐสภาสามารถที่จะตรวจสอบดำเนินการต่าง ๆ  ได้  แต่แม้ว่าจะมีประเด็นอะไรซึ่งอยากจะนำเสนอสะท้อนมานั้น  ผมได้พูดเสมอครับว่าไม่ว่าจะเป็นคนหนึ่งคนหรือคนแสนคนนั้น  เราก็ต้องรับฟัง  และการรับฟังก็พร้อมที่จะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่าง ๆ เพื่อให้ได้ข้อยุติที่ดี" 

ที่สำคัญที่สุดคือว่าพี่น้องประชาชนทุกคนที่ต้องการเห็นประเทศเดินหน้า  ต้องการรักษาชื่อเสียงของประเทศไทยที่เป็นประเทศที่รักความสงบ  มีความสันติ ต้องการที่จะเห็นประเทศไทยนั้นก้าวไปอีกขั้นหนึ่งของการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยที่สามารถอยู่กับความขัดแย้ง ความหลากหลายได้  เช่นเดียวกับอารยประเทศ  ทุกคนร่วมมือกันได้ครับ  เห็นอะไรผิดปกติขอให้แจ้งทางการ  ขอให้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ  เวลาเราให้คำแนะนำในเรื่องต่าง ๆ และที่สำคัญที่สุดไม่ว่าท่านจะมีความคิดเห็นทางการเมืองอย่างไร  ขอให้ระงับยับยั้งอารมณ์ทำสถานการณ์ให้เย็นลง  ผมเชื่อว่าถ้าทุกคนทำเช่นนี้ได้  เราก็จะมีส่วนสำคัญครับที่จะให้ประเทศไม่เพียงแต่ผ่านสถานการณ์เฉพาะหน้า  ซึ่งหลายคนวิตกกังวลว่าเป็นสถานการณ์ที่ยากทั้งนั้น  แต่จะทำให้ในสายตาของชาวโลกนั้น  เราได้หลุดพ้นจากวงจรและวิกฤตในทางการเมืองอย่างแท้จริงต่อไป  พักกันสักครู่ครับเดี๋ยวผมจะกลับมาคุยกับพิธีกรรับเชิญครับ"

...จลาจล..หมายจับอริสมัน...ทักษิณเคลื่อนไหว
ผู้ดำเนินรายการ: " ท่านนายกฯ การชุมนุมวันนี้หลายคนกังวลใจมากนะครับ เรื่องของการก่อวินาศกรรม เรื่องของการก่อจลาจลต่าง ๆ ถ้าหากจะต้องยืดเยื้อยาวนานออกไปจนถึงสัปดาห์หน้า หรือถึงปลายเดือนนี้ด้วยซ้ำ  ท่าทีของรัฐบาลวางเอาไว้อย่างไรครับ "

อภิสิทธิ์: " อย่างที่ผมเรียนนะครับ คือว่าการชุมนุมเป็นสิทธิ์ตราบเท่าที่อยู่ในกรอบที่เมื่อสักครู่นี้เราคุยกันว่า  สงบ ปราศจากอาวุธ ไม่มีการไปก่อความเดือดร้อน

๑. มันเป็นสิทธิของเขา อยู่ ๑ วัน อยู่ ๑ สัปดาห์ อยู่ ๑ เดือน เป็นสิทธิของประชาชน

๒. ตราบที่เขาอยู่ รัฐบาลก็จะดูแลอย่างเต็มที่ว่ามันไม่นำไปสู่อะไรที่นอกกรอบ

เพราะฉะนั้นปัญหาการป้องกันการวินาศกรรม การขอความร่วมมือประชาชน การขอความร่วมมือผู้ชุมนุม การทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติก็ต้องทำอย่างต่อเนื่อง"

ผู้ดำเนินรายการ: " แต่การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ดูเหมือนจะรุนแรงเช่นกัน เรื่องของการเตรียมอุจจาระ ขออภัยนะครับ เดี๋ยวอุจจาระมา "

อภิสิทธิ์: " คือเราต้องเข้าใจนะครับ ผู้ชุมนุมเองถ้าเขามีความเชื่อว่าจะมีคนไปใช้กำลังรุนแรงกับเขา เขาก็มีความรู้สึกเขาก็ต้องเตรียมป้องกันตัวเอง ผมก็พยายามจะสื่อสารถึงเขาตลอดเวลาว่ารัฐบาลชุดนี้ นายกรัฐมนตรีคนนี้ไม่ทำแน่นอน แต่ว่าเราต้องมาช่วยกันดู เพราะมันมีคนที่ชอบอยากให้เราทะเลาะกัน เราก็ต้องมาตรวจตราด้วยการไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกันระดับหนึ่ง แล้วให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน อย่างเช่นเรามีการข่าวปั๊บ เราประสานไป ขอความกรุณาให้ความร่วมมือกับเรา และจะเห็นว่าที่ผ่านมาการตรวจด่านก็ดี การตั้งเวที การตรวจอาวุธ แม้กระทั่งมีงานทำบุญอะไรเมื่อวานนี้ ถ้าเราร่วมมือกันทุกอย่างก็จะเรียบร้อยราบรื่น"

ผู้ดำเนินรายการ: "พรก.ฉุกเฉินจะมีโอกาสหยิบขึ้นมาใช้ในสถานการณ์ช่วงนี้ไหมครับ"

อภิสิทธิ์: " ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ครับ อย่างที่ผมบอกไปแล้ว ไม่ใช่ว่าผมอยากใช้ก็ใช้ ไม่อยากใช้ก็ไม่ใช้ มันไม่ใช่ มันต้องมีเหตุตามเงื่อนไขของกฎหมายครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: " ท่านนายกฯ ครับ ในส่วนของการออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องขออนุญาตเอ่ยชื่อ คุณอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ถือเป็นแกนนำคนสำคัญเหมือนกันนะครับ จะถือว่าเป็นการไปเร่งเร้าอารมณ์ของผู้ชุมนุมหรือว่าสถานการณ์ให้มันยกระดับขึ้นไหมครับ"

อภิสิทธิ์: " คือเรื่องของหมายจับนี้กรณีคุณอริสมันต์นี้มันไม่ใช่เหตุที่มันเกี่ยวข้องกับช่วง ๑ - ๒ วันนี้นะครับ มันเป็นเรื่องการไปพูดจา ซึ่งเราเห็นว่ามัน คือทางเจ้าหน้าที่เขาเห็นว่ามันเข้าข่ายของการที่จะไปทำให้เกิดความรุนแรงได้ ก็ดำเนินการไปนะครับ บังเอิญศาลอนุมัติหมายออกมาในช่วงนี้ เจ้าหน้าที่ก็มีหน้าที่ในการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่แน่นอนครับ เจ้าหน้าที่ก็ต้องการปฏิบัติเท่าที่ปฏิบัติได้ และไม่ไปทำให้เกิดปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น เพราะอย่างที่ผมเรียนก็คือว่าวัตถุประสงค์ของรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องที่จะไปเอาชนะคะคาน วัตถุประสงค์ของเจ้าหน้าที่ยิ่งไม่ใช่ใหญ่ เพราะเขาไม่ได้มีความฝักใฝ่ทางการเมืองในลักษณะที่จะมากระทบกับการทำหน้าที่ของเขา หน้าที่ของเราก็คือว่าดูแลให้เกิดความสงบ และดูแลให้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ เพราะฉะนั้นก็จะปฏิบัติตามแนวนี้"

ผู้ดำเนินรายการ: " เท็จจริงอย่างไรครับ กรณีการเคลื่อนไหวของอดีตนายกรัฐมนตรีที่บอกว่าถูกขับออกจากดูไบ เพราะไปใช้พื้นที่ประเทศเขาในการเคลื่อนไหวทางการเมือง แล้วอาจจะมาพำนักอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้านที่เรากำลังมีปัญหากันอยู่"

อภิสิทธิ์: " คือเรื่องของการอยู่ที่ดูไบนะครับ เราก็ประสานงานมาโดยตลอด ว่าขออย่าให้มีการใช้พื้นที่ตรงนั้นแล้วมาเคลื่อนไหวในลักษณะที่กระทบกระเทือนกับความมั่นคง ทีนี้ในช่วงที่ผ่านมานี้ก็ค่อนข้างชัดว่าท่านอยู่ที่นั่น แล้วก็มีการพูดจาและรวมถึงมีคนที่ไปพบท่าน และกลับมาพูดจาซึ่งรุนแรงมาก และขณะนี้ก็โดนดำเนินคดีอยู่ เราก็แจ้งไป และตอนนี้เจ้าตัวก็ยืนยันว่าไม่ได้อยู่แล้ว นี่ก็คือข้อเท็จจริงที่เราทราบ ผมไม่ไปก้าวล่วงหรอกว่าออกมาเพราะว่าออกเอง เชิญออก ไล่ออกอะไร เอาว่านี่คือข้อเท็จจริง"

ผู้ดำเนินรายการ: "ถ้ามาอยู่ใกล้ ๆ เรา ดำเนินการอย่างไรครับ"

อภิสิทธิ์: " จะอยู่ที่ไหนก็แล้วแต่นะครับก็ต้องเป็นไปตามกติกา และผมคิดว่ามิตรประเทศส่วนใหญ่คงไม่ต้องการที่จะมาสร้างปัญหาให้กับประเทศเรา "

ผู้ดำเนินรายการ: " ท่านนายกรัฐมนตรีครับสถานการณ์ที่ห่วงที่สุดในวันนี้ คืนนี้ หรืออาจจะต่อเช้าพรุ่งนี้ ถ้าหากจำเป็นนะครับ ขออนุญาตเรียนถามว่าถ้าหากจะต้องมีการใช้ พ.ร.บ. ฉุกเฉิน และนำไปสู่การสลายการชุมนุม วิธีการปฏิบัติของรัฐบาลที่ได้บทเรียนจากที่ผ่าน ๆ มาจะดำเนินการอย่างไรครับ"

อภิสิทธิ์: " คือหนึ่งนะครับต้องมีเหตุก่อน เมื่อมีเหตุแล้วก็จะมีการประกาศ แม้มีการประกาศแล้วแนวปฏิบัติก็ยังต้องเป็นไปตามหลักสากล ตั้งแต่การแจ้งว่าจะมีการทำอะไร ขอความร่วมมือจากผู้ชุมนุมอย่างไร แต่ว่าถ้าเป็นเรื่องการจลาจล เช่น มีการใช้ความรุนแรงจากใครก็แล้วแต่ ก็ต้องเข้าไประงับเหตุตรงนั้น นี่คือหลัก มีเท่านี้ครับ เพราะฉะนั้นอยากจะให้ทุกคนมองนะครับว่านี่คือแนวทางที่เราทำ เพราะฉะนั้นเรานี้จริง ๆ แล้วแม้กระทั่งกฎหมายความมั่นคงนี้พยามหลีกเลี่ยงมาโดยตลอดที่จะไม่ประกาศ จนกระทั่งมีการพูดจากันในลักษณะที่ทำให้หลายฝ่ายวิตกกังวลว่า ถ้าไม่มีการช่วยกันเอา พ.ร.บ. นี้มาใช้เพื่อประโยชน์ในการบูรณาการการทำงานของเจ้าหน้าที่ แล้วก็มาบริหารจัดการนี้มันอาจจะวุ่นวาย เราก็เอาเข้ามา เข้ามาก็เห็นนะครับผ่านมา ๒ - ๓ วันไม่มีอะไรครับ เจ้าหน้าที่ทหารขณะนี้ก็ไม่มีอาวุธ ไม่มีอะไรนะครับ อยู่มาเพื่อที่จะดูแลความเรียบร้อย"

ผู้ดำเนินรายการ: "กฎหมาย ๑๘ ฉบับที่ประกอบอยู่ใน พ.ร.บ. ความมั่นคงที่นำมาใช้ในระหว่างนี้ เยอะไปไหมครับ "

อภิสิทธิ์: " จริง ๆ แล้วนี้นะครับมันเป็นวิธีการในการที่จะทำให้เราสามารถใช้กฎหมายได้อย่างสะดวกรวดเร็วขึ้นเท่านั้นเอง แต่ว่าใช้น้อยมากครับแทบจะไม่ได้ใช้ครับ แต่ว่าต้องมีพร้อมไว้ครับ "

ผู้ดำเนินรายการ:  "ท่านนายกรัฐมนตรี ต่างประเทศมองเข้ามาในบ้านเราช่วง ๑ - ๒ วันนี้ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เรื่องของสนามบิน ชุมนุมถึงขนาดที่ต้องปิดสนามบิน รัฐบาลจะยอมให้เกิดขึ้นไหมครับ"

อภิสิทธิ์: " คือรัฐบาลก็ขีดเส้นตามที่ศาลปกครองวินิจฉัย ซึ่งชัดเจนนะครับว่าอะไรที่คือการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ ถ้าไปปิดล้อมสถานที่ใดก็ตาม ถ้าไปข่มขู่คุกคามใครก็ตามนี้ถือว่าไม่ใช่การชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ"

...โลกออนไลน์
ผู้ดำเนินรายการ:  "ท่านนายกฯ อีกเรื่องหนึ่งที่ห่วงกันเหมือนกันคือเรื่องของโลกออนไลน์ ใน Social Network เรื่องของข่าวลือ เยอะมากครับ เพราะใน Social Network  คุยกันหนาหูมาก ในเน็ต ส่ง SMS ส่ง E-Mail Face Book Twitter Block อะไรต่าง ๆ รัฐบาลตอบโต้อย่างไร ให้เร็วที่สุด"

อภิสิทธิ์: " มันไม่ใช่เรื่องตอบโต้ครับ มันเป็นเรื่องการชี้แจง ทีนี้ผมถึงได้เรียนนะครับว่าผมย้ำ แล้วย้ำอีกวันนี้รัฐบาลไม่ได้ไปต่อสู้กับใคร ไม่ได้ไปขัดแย้งกับใคร รัฐบาลมีหน้าที่ไม่ให้คนที่อยากให้มันวุ่นวายมาทำให้สังคมเดินต่อไม่ได้ เพราะฉะนั้นข่าวสารอะไรก็ตามที่ท่านได้รับมา ขอให้ท่านได้คิดเสียก่อนว่า รัฐบาลเขาจะทำไปทำไม ผู้ชุมนุมเขาจะทำไปทำไม เช่นบอกว่ารัฐบาลจะแกล้ง อย่างเอารถบัสไปรับ บอกว่าจะขับไปที่อื่นอะไรอย่างนี้ ท่านคิดดูสิครับว่าคนขับ ๑ คน แล้วมีคนนั่งอยู่ตั้งกี่สิบคน ถ้าไปในที่ที่คนนั่งไม่อยากไป คิดดูสิครับว่าอะไรจะเกิดขึ้น แล้วทำทำไมครับ หรือบอกว่าอยู่ดีๆ  จะเอารถถังมาปิดถนน  ก็รัฐบาลเองพยายามจะขอร้องว่าอย่ามีการปิดถนน รัฐบาลทำเอง ทำเพื่ออะไร  ซึ่งมันไม่มีเหตุผลอย่างที่ผมบอก รัฐบาลนี้ไม่มีประโยชน์อะไรเลยนะครับถ้าเกิดความรุนแรงอะไรขึ้นมา เพราะฉะนั้นไม่ทำ และอยู่ดี ๆ บอกจะให้รัฐประหาร  ไม่มีที่ไหนละครับ  รัฐประหารตัวเองหรือครับ  จะทำทำไม  และผมบอกได้เลยนะครับประวัติผม  ผมไม่มาจากการเลือกตั้ง  ผมไม่รับตำแหน่งในทางการบริหาร ตั้งแต่ชีวิตการเมืองผมไปดูเถอะครับ เทียบได้กับนักการเมืองอื่นทุกคนเลยครับ  มีบางคนลับนะครับ แต่ผมเนี่ยไม่ลับ  และมีจุดยืนผมชัดเจน"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >> 


(กลับไปด้านบน)

- ร่วมอาลัย พล ต.อ.สมเพียร ตร.แบบอย่าง เสียชีวิตหลัง กตร.เห็นชอบโยกย้าย

... ครม.เร่งโครงการพัฒนาภาคใต้ ร่วมอาลัย พ.ต.อ.สมเพียร การสูญเสียนายตำรวจผู้มุ่งมั่น รัฐฯเยียวยา รับบุตรเข้าราชการตำรวจ เหตุเกิดช่วงหาตำแหน่ง หลัง กตร.เห็นชอบโยกย้ายให้

อภิสิทธิ์: "สุดท้ายอีกประเด็นหนึ่งก็คือในส่วนภาคใต้ ซึ่งในการประชุมในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ก็ได้มีการประชุมในส่วนของครม.ที่ดูแลเรื่องการพัฒนาภาคใต้ก็ได้มีการเร่งรัดบรรดาโครงการ และมาตรการในการพัฒนา เพื่อที่จะให้มีผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน รวดเร็วขึ้น เป็นไปตามเป้าหมาย ก็เลยถือโอกาสนี้เรียนครับว่า

  • เหตุการณ์ซึ่งก็จะสะเทือนใจพี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศ ก็คือการสูญเสียของ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา หรือที่รู้จักกันว่า “จ่าเพียรขาเหล็ก” ซึ่งเป็นนายตำรวจซึ่งได้รับใช้บ้านเมืองด้วยความมุ่งมั่น ด้วยความตั้งใจมาเป็นอย่างดี เป็นที่ทราบโดยทั่วกันในหมู่พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะล่าสุดอยู่ที่บันนังสตานั้นว่า ท่านก็เป็นบุคลากรของรัฐที่เป็นแบบอย่างของการทำงานอย่างจริงจัง และพยายามที่จะระดมให้พี่น้องประชาชนนั้นเข้ามาร่วมมือ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นผมก็ขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวอีกครั้งหนึ่งนะครับ ในนามของพี่น้องประชาชนคนไทย 
    • เมื่อวานนี้ผมก็ได้มีโอกาสที่จะไปร่วมในงานสวดอภิธรรมศพ ซึ่งได้พบกับครอบครัว
    • และทางการนั้นก็จะได้มีการดำเนินการเยียวยา นอกจากตามกฎเกณฑ์ กฎระเบียบแล้ว ก็ต้องขอขอบคุณครับว่ามีพี่น้องประชาชนก็ดี สื่อมวลชนก็ดี ได้ร่วมกันในการที่จะมอบความช่วยเหลือให้กับครอบครัว ซึ่งในส่วนของระเบียบราชการนั้น ส่วนหนึ่งก็คือการที่จะมีการรับบุตรอีก ๑ คน คือมี ๑ คนรับราชการตำรวจอยู่แล้วให้เข้ามารับราชการได้ด้วย
       
  • ผมอยากจะเรียนครับว่ากรณีที่เกิดขึ้นนั้นก็มีการพูดถึงว่าจริง ๆ นั้น เจ้าตัวได้ร้องขอความเป็นธรรมในเรื่องของการโยกย้ายเพื่อที่จะออกมาจากพื้นที่ ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียใจจริง ๆ ครับ เพราะว่าเรื่องนี้หลังจากที่มีการร้องเรียนมาแล้ว ก็ได้มีการนำเข้าสู่ที่ประชุมของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) ซึ่งได้มีการเห็นชอบในหลักการแล้วในการที่จะมีการเยียวยาในเรื่องของการโยกย้ายให้ แต่ว่าอยู่ในช่วงของการที่จะหาตำแหน่งก็มาเกิดเหตุเสียก่อน ผมก็ขอถือโอกาสนี้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- เศรษฐกิจ: สัญญาณฟื้นต่อเนื่อง ญี่ปุ่นขอรับส่งเสริมเพิ่มขึ้น

... ผลสำรวจเพิ่มขึ้นชัดเจน ทั้งจ้างงาน และมาบตาพุดญี่ปุ่นขอรับส่งเสริมการลงทุน อันดับคอร์รัปชั่นไทยกระเตื้องดีขึ้น เชื่อมั่นรัฐบาลทำเพื่อประชาชนทุกกลุ่ม

อภิสิทธิ์: "ต้องพูดเรื่องนี้เพราะว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เราก็มีตัวเลขเพิ่มเติมเรื่องของเศรษฐกิจว่าเราอยู่ในช่วงของการฟื้นตัวอย่างชัดเจน ในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนนั้น เราก็มีตัวเลขเพิ่มเติมเข้ามา ตัวเลขแรกก็เป็นการสำรวจภาวะที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการจ้างงานของบรรดาบริษัทที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย 

  • ซึ่งผลของการสำรวจปีนี้แตกต่างกับปีที่แล้ว เวลาเดียวกันโดยสิ้นเชิง 
    • ปีที่แล้วมีแต่บริษัท ห้างร้านที่บอกว่าไม่ปรับลดคนงานก็จะจ้างงานเท่าเดิม 
    • แต่ปีนี้นั้นส่วนใหญ่จะไปแนวโน้มที่บอกว่าจะต้องมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น มีบางส่วนที่บอกว่าเท่าเดิม และมีน้อยบริษัทมากครับ แทบจะนับว่าเป็นหลักหน่วยได้ ที่บอกว่าอาจจะต้องมีการปรับลดพนักงานลง
  • ขณะเดียวกันการลงทุนจากต่างประเทศ แม้กระทั่งประเทศญี่ปุ่นซึ่งหลายคนกังวลว่าในกรณีของมาบตาพุดจะมีผลกระทบ ก็ปรากฏว่า ๒ เดือนแรกนั้น นักลงทุนจากญี่ปุ่นก็ได้ขอรับส่งเสริมการลงทุนเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว ในระยะเวลาเดียวกัน อย่างนี้เป็นต้น 
  • เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะเรียนว่าตรงนี้ก็เป็นจุดหนึ่งซึ่งมองเห็นความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เช่นเดียวกันครับการสำรวจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่นก็ดูว่าขณะนี้อันดับของประเทศไทยก็เริ่มกระเตื้องขึ้นมา 

ผมอยากจะเรียนว่าทั้งหลายทั้งปวงนี้ก็เป็นตัวที่บ่งบอกว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังบริหารงาน เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น รัฐบาลกำลังบริหารงานเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนทุกกลุ่มนั้นได้รับการดูแลแก้ไขในปัญหาต่าง ๆ"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ประกันรายได้: ปรับระบบแก้ตลาดผันผวน ประกาศอ้างอิงข้าวทุก ๗ วัน

... แก้ปัญหาตกค้าง มันสำปะหลัง ข้าวโพด ครม.ปรับระบบ กันตลาดข้าวผันผวน ประกาศราคาอ้างอิงจาก ๑๕ วันเป็น ๗ วัน รัฐบาลชัดเจนเริ่มเยียวยา เกษตรกรขายข้าวเดือนกุมภาฯ

อภิสิทธิ์: "เช่นเดียวกับในภาคการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ

  • การแก้ปัญหาตกค้างเกี่ยวกับการประกันรายได้ของพี่น้องเกษตรกร ที่ปลูกมัน ปลูกข้าวโพด ก็ได้มีมติคณะรัฐมนตรีแก้ไข ซึ่งน่าจะครอบคลุมกับพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มแล้วนะครับที่ยังคิดว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคในการได้รับเงินชดเชยในส่วนของโครงการประกันรายได้ 
  • และในส่วนของข้าวเองก็มีการปรับระบบ ในเรื่องของการประกาศราคาอ้างอิง ซึ่งเดิมนั้นประกาศทุก ๑๕ วัน แต่ว่าเมื่อเจอกับภาวะซึ่งตลาดค่อนข้างจะผันผวน ก็เปลี่ยนมาเป็นประกาศทุก ๗ วัน แล้วก็ได้มีการประกาศราคาอ้างอิงใหม่ตั้งแต่วันที่ ๘ – ๑๔ มีนาคมไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะทำให้มีเกษตรกรซึ่งได้รับเงินชดเชยจากโครงการประกันรายได้เป็นจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้น 
  • ขณะเดียวกันในช่วงปลายสัปดาห์ผมได้เชิญทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งได้มีการประเมินเบื้องต้นถึงปริมาณข้าวที่ได้มีการซื้อขายกันในช่วงครึ่งเดือนหลังของเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งมีปัญหาที่ได้ราคาไม่ตรงกับราคาอ้างอิง ขณะนี้ก็เริ่มได้ตัวเลขที่มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และก็จะสามารถประกาศในเรื่องของความช่วยเหลือเยียวยา สำหรับพี่น้องเกษตรกรที่ประสบกับปัญหาการขายข้าวในช่วงนั้นได้ในเร็ว ๆ นี้เช่นเดียวกัน นี่ก็เป็นงานซึ่งรัฐบาลได้มีการดำเนินการไป" 

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ภัยแล้ง: รัฐบาลยังตามดู ไทยเตรียมประชุมลุ่มน้ำโขง เชิญคู่เจรจาจีน

... รัฐไม่ละเลย ดำเนินการต่อเนื่อง มองโอกาสทำฝนหลวง พบ ผช.รมต.จีน บริหารจัดการน้ำแก้ปัญหา ไทยเตรียมประชุมลุ่มน้ำโขง เชิญคู่เจรจาจีน

อภิสิทธิ์: "สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพครับ กลับมาพบกันอีกครั้งนะครับในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ ครับ ผมทราบดีครับว่าขณะนี้พี่น้องประชาชนนั้นก็คงมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การชุมนุมใหญ่ทางการเมืองซึ่งกำลังมีขึ้นอยู่ในปัจจุบัน และในช่วงที่ ๒ นั้น ผมจะมีพิธีกรรับเชิญซึ่งมาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของเหตุการณ์สถานการณ์ต่าง ๆ และในช่วงท้ายช่วงแรกของรายการนั้น ผมคงได้ลำดับให้เห็นถึงการทำงานของรัฐบาลในเรื่องนี้ด้วย 

แต่ว่าอย่างไรก็ตามครับ อยากจะขอเรียนว่าแม้ว่าหลายคนใจจดใจจ่ออยู่กับเรื่องนี้ ก็ต้องเรียนว่าการทำงานของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาของประชาชนในหลาย ๆ กลุ่มนั้นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ผมอยากให้ความมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนทุกคน ทุกกลุ่ม ซึ่งมีความเดือดร้อน มีปัญหาอยู่หลายปัญหานั้น รัฐบาลไม่ได้ละเลยในเรื่องนี้เลย ไม่ว่าจะเป็นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นในช่วงปัจจุบัน และรวมไปถึงการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่รัฐบาลจะต้องทำในสัปดาห์หน้าด้วย ยกตัวอย่างเช่นในเรื่องของปัญหาที่พี่น้องประชาชนเกือบทุกภาคแล้วในขณะนี้ 

    • แม้กระทั่งภาคใต้แล้วเริ่มเดือดร้อน นั่นคือปัญหาเรื่องภัยแล้ง การติดตามสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับน้ำ การติดตามสถานการณ์ความช่วยเหลือที่จะต้องให้กับพี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่ ซึ่งกำลังขาดแคลนในเรื่องนี้นั้นมีการดำเนินการ มีการสั่งการอย่างต่อเนื่อง 
    • ในภาคเหนือเองก็มีปัญหาจากเรื่องของหมอกควัน ก็มีการติดตามเรื่องนี้เช่นเดียวกันในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ได้พูดถึงการที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะในช่วงโอกาสที่มีความเป็นไปได้ในการที่จะทำฝนหลวง เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างนี้เป็นต้น 
    • และสำหรับพี่น้องประชาชนซึ่งได้รับผลกระทบจากการที่แม่น้ำโขงได้ประสบกับปัญหาซึ่งมีความแล้ง หรือ แห้งขอดเป็นพิเศษ ก็อยากจะเรียนครับว่าเรื่องนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจเช่นเดียวกัน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมานั้น ผมได้มีโอกาสคุยกับทางผู้ช่วยรัฐมนตรีของจีนซึ่งได้เดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อที่จะทำความเข้าใจร่วมกันในกลุ่มประเทศต่าง ๆ ที่ใช้แม่น้ำโขง ว่าจะมีการบริหารจัดการน้ำกันอย่างไรเพื่อที่จะแก้ไขปัญหา เรื่องนี้ ซึ่งในประเทศไทยเองก็จะมีการประชุมกลุ่มประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง แล้วจะมีการเชิญทางประเทศ จีน ในฐานะประเทศคู่เจรจามาด้วย อย่างนี้เป็นต้นนะครับ 

นี่ก็เป็นปัญหาซึ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมา และในปัจจุบันนั้นรัฐบาลก็ยังติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน" 

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- มุมอภิสิทธิ์ : โลกมอง ปชต.ไทยพัฒนา ขอโทษเพื่อนร่วมซอย

... โลกมองวุฒิภาวะของระบบประชาธิปไตย ชาวต่างประเทศรักไทยมีเยอะ อย่าทำลายโอกาสของตัวเอง

อภิสิทธิ์: "งานทางด้านการต่างประเทศ ผู้ช่วยรัฐมนตรีของสหรัฐอเมริกาก็เพิ่งมาเยือนประเทศไทย ก็ได้พูดคุยกันแลกเปลี่ยนถึงสถานการณ์ต่างๆ ผมอยากจะเรียนด้วยครับว่าในบรรดาแขกต่างประเทศที่ได้เดินทางเข้ามานั้น ผมก็ถือโอกาสทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องสถานการณ์เหตุการณ์ของบ้านเมือง ซึ่ง

  • ทุกประเทศล้วนแล้วแต่มีความชัดเจนว่ามีความเข้าใจว่าการชุมนุมเคลื่อนไหวนั้น ก็เป็นส่วนหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย ตราบเท่าที่เป็นการชุมนุมซึ่งไม่มีความรุนแรงเข้ามาเกี่ยวข้อง 
  • ทุกประเทศในโลกเข้าใจดีถึงจุดยืนของรัฐบาลชุดปัจจุบันในการเคารพเรื่องของสิทธิของผู้ชุมนุม และได้ยอมรับการบริหารจัดการสถานการณ์ตั้งแต่ช่วงปีที่แล้ว ในช่วงเดือนเมษายนก็ดีหรือช่วงอื่น ๆ ก็ดี 

และผมก็ได้ให้ความมั่นใจกับคนเหล่านั้นอีกครั้งหนึ่ง และก็จะเห็นว่าหลายประเทศได้ออกมา ได้ขอความร่วมมือจากทางผู้ชุมนุมเช่นเดียวกัน เพื่อที่จะให้เหตุการณ์ต่างๆ นั้นผ่านพ้นไปด้วยดี ผมคิดว่าเรื่องที่หลายประเทศเขาเฝ้ามองอยู่นั้น ก็คงจะมีผลต่อความเชื่อมั่นในระยะสั้นอยู่บ้าง 
       แต่ว่าถ้าเราบริหารจัดการสถานการณ์ได้ ผมคิดว่าจะเป็นอีกจุดหนึ่งซึ่งทำให้สังคมโลกเริ่มมองเห็นการเติบโตในเชิงวุฒิภาวะของระบอบประชาธิปไตยของไทยในการบริหารจัดการ

ผู้ดำเนินรายการ:"ท่านนายกรัฐมนตรี ต่างประเทศมองเข้ามาในบ้านเราช่วง ๑ - ๒ วันนี้ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เรื่องของสนามบิน ชุมนุมถึงขนาดที่ต้องปิดสนามบิน รัฐบาลจะยอมให้เกิดขึ้นไหมครับ"

อภิสิทธิ์: "คือรัฐบาลก็ขีดเส้นตามที่ศาลปกครองวินิจฉัย ซึ่งชัดเจนนะครับว่าอะไรที่คือการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ ถ้าไปปิดล้อมสถานที่ใดก็ตาม ถ้าไปข่มขู่คุกคามใครก็ตาม นี้ถือว่าไม่ใช่การชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ"

ผู้ดำเนินรายการ:"ต้องขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีด้วย คุณผู้ชมครับ ต้องย้ำกับคุณผู้ชม นะครับว่าวันนี้สถานการณ์ที่มันเกิดขึ้น ผมเชื่อมั่นอย่างเช่นผู้นำประเทศของเราเหมือนกันนะครับ ว่าวันนี้คนไทยต้องแสดงออกซึ่งความรัก รักประเทศชาติ รักแผ่นดินที่เกิด คิดต่างได้นะครับแต่ต้องไม่ใช้ความรุนแรง แล้วผมเชื่อมั่นเหมือนกันนะครับว่านโยบาย หรือว่าแนวทางที่รัฐบาลวางไว้ในการรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ชาติของเราจะผ่านพ้นวิกฤตไปได้ บ้านเราเพิ่งได้รับข่าวดีครับท่านนายกฯ เป็นประเทศที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุดในโลก และสนามบินอันดับ ๑ ของเอเชีย ไม่อยากจะให้เกิดอะไรแบบนี้ ท่านนายกฯ ทิ้งท้ายให้กับพี่น้องประชาชน"

อภิสิทธิ์: "ก็อยากจะบอกอีกครั้งนะครับว่า เราพูดถึงว่า

  • คนของเราต้องรักบ้านเมือง ความจริงเราน่าจะภูมิใจนะครับ ชาวต่างประเทศที่รักประเทศไทยมีเยอะเหลือเกิน ธันวาคม มกราคม กุมภาพันธ์ เศรษฐกิจโลกทำท่าจะกระดิกตัวฟื้นขึ้นมานิดหนึ่ง นักท่องเที่ยวหลั่งไหลกันเข้ามาเดือนหนึ่ง ๑ ล้าน ๑.๕ ล้านอะไรอย่างนี้เป็นต้นนะครับ
  • เพราะฉะนั้นเราอย่าทำลายโอกาสของตัวเอง ผมเชื่อมั่นครับว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนต้องการที่จะให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า เพียงแต่ว่าบางครั้ง บางเรื่องอาจจะมากระตุกให้เราเกิดความเห็นที่ไม่ตรงกันบ้าง แต่ธรรมดาครับอย่างที่ผมเคยพูด คนในครอบครัวเดียวกันครับ บางทีก็มีปากมีเสียงกัน"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>

... รัฐบาลนี้ทำทุกอย่างให้คนของเราอยู่ด้วยกันได้สงบสุข รักษากฎหมายกติกา ความรับผิดชอบ บ้านเมืองสำคัญกว่าตัวเราเยอะ อภิสิทธิ์แสดงออก ขออภัยพี่น้องร่วมซอย เห็นใจเจ้าหน้าที่

ผู้ดำเนินรายการ:"คุยกันไม่ได้เรื่องการเมือง"

อภิสิทธิ์: "แต่ว่าเราก็ต้องอยู่ด้วยกันให้ได้ครับเพราะเราคนไทยด้วยกัน รัฐบาลนี้จะทำทุกอย่างครับที่จะทำให้คนของเราอยู่ด้วยกันได้สงบสุข รักษากฎหมายกติกา เพราะว่ากฎหมายกติกาบางคนบอกเป็นนามธรรมหรือเปล่า ทำไมไม่มาตกลง ตกลงกันอย่างนี้แล้วให้พ้น ๆ ไป ไม่ใช่ครับ สิ่งที่จะทำให้เราอยู่ร่วมกันได้ ไม่ใช่เฉพาะวันนี้ อาทิตย์นี้ เดือนนี้ ตลอดไปในฐานะสังคมที่สงบสุข คือการรักษากฎ กติกา และระบบครับ" 

ผู้ดำเนินรายการ:"เรื่องความปลอดภัยของตัวท่านนายกฯ กังวลใจครอบครัวแสดงออกอย่างไรครับ"

อภิสิทธิ์: "เราเป็นอาสาสมัครเข้ามาทำหน้าที่ รามีความรับผิดชอบ บ้านเมืองสำคัญกว่าตัวเราเยอะ ความจริงความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวผมหรอก มันไปอยู่ที่ว่าตำแหน่งผมเท่านั้นเอง ว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้นมันก็นำไปสู่เงื่อนไขความวุ่นวาย ความขัดแย้งได้ เราก็ระมัดระวังตัวตามสมควร ผมก็ต้องขออภัยนะครับ ถือโอกาสขออภัยเลยว่า บางทีผมก็ไม่รู้ อย่างวันสองวันนี้ไปปิดจราจรแถวบ้านผม ขอโทษพี่น้องชาวสุขุมวิท ซอยสวัสดี ซอยพร้อมพงศ์ 

พอผมรู้ ผมบอกว่าไม่จำเป็นหรอก ถึงขนาดนั้นเลย แต่ผมก็เห็นใจเจ้าหน้าที่ คือเจ้าหน้าที่เขาก็พยายามผ่อนปรน พอผ่อนปรนปั๊บไปเกิดเหตุคนปาเข้าไป ๒ ครั้งแล้ว อะไรอย่างนี้ เขาก็อาจจะมีความกังวล ก็อย่างที่ผมเรียนครับ แม้กระทั่งเรื่องของขบวนรถ เรื่องอะไร ตอนที่ผมเข้ามา ใครจำเมื่อต้นปีที่แล้วได้ ผมก็พยายามที่จะทำให้มันง่ายที่สุด แต่สุดท้ายไปถูกทุบรถที่พัทยา ไปเกิดเหตุที่นั่นที่นี่ และก็มีบางคนประกาศบนเวทีเลยว่าจะจับตัวผม จะให้ไปไล่ล่า อย่างนี้ทางเจ้าหน้าที่เขาก็ต้องดูแล 

ผมขออภัยจริง ๆ นะครับไปสร้างความไม่สะดวกให้กับใคร ผมก็อยากจะเรียนว่าจริง ๆ แล้วถ้าเราทำให้ทุกอย่างมันเป็นปกติ ทุกคนเคารพกติกา เรื่องเหล่านี้ก็จะไม่จำเป็น" 

ผู้ดำเนินรายการ:"เมื่อคืนนี้ที่ผ่านมาหลับฝันดีไหมครับ"

อภิสิทธิ์: "ผมไม่ได้ฝันครับ"

ผู้ดำเนินรายการ:"ไม่ได้ฝันเลย"

อภิสิทธิ์: "ไม่ได้ฝันครับ อาจจะเป็นเพราะว่าทำงานพอหลับก็ยาวเลยครับ แล้วก็ตื่นขึ้นมา นาน ๆ ฝันทีครับ เมื่อคืนก็ไม่ได้ฝันอะไรครับ พักผ่อนเรียบร้อยดีครับ"

ผู้ดำเนินรายการ:"คุณผู้ชมครับวันนี้ต้องขอบพระคุณทุกท่านนะครับสำหรับการติดตามรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ในวันนี้ ได้ฟังเสียงของท่านนายกฯ ได้ฟังความเห็นความคิดของท่านผู้นำประเทศ ในภาวะวิกฤตของบ้านเมืองแบบนี้ ผมเชื่อมั่นเช่นกันว่าพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วทั้งประเทศจะร่วมกันนำพาชาติของเราฝ่าวิกฤตไปให้ได้ วันนี้ต้องกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขอบคุณครับ ขอบคุณสำหรับการติดตามด้วยนะครับคุณผู้ชมครับ แล้วพบกันใหม่กับรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ในสัปดาห์หน้านะครับ วันนี้ลาคุณผู้ชมไปแล้ว สวัสดีครับ"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

จากรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เวลา ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐น.

คลิ๊ก เพื่ออ่านคำต่อคำ

คลิ๊ก เพื่อชม VDO รายการเต็ม


(กลับไปด้านบน)