รัฐบาลขอบคุณทุกฝ่าย ชุมนุมสงบแต่หลายอย่างน่าห่วง ยินดีเจรจาเพื่อส่วนรวม ข้อเรียกร้องที่ไกลเกินยุบสภา นำการชุมนุมสู่ภาวะปกติ แก้ปัญหาพี่น้องต่อเนื่อง (๒๑ มี.ค. ๕๓)

- ชุมนุมที่ผ่านมา ไม่มีปะทะ แต่หลายอย่างน่าเป็นห่วง
- เรียกร้องยุบสภาฯ หลักกม. แรก สู่รัฐไทยใหม่?
- รัฐบาลยินดีเจรจา แต่ต้องมีเหตุผล ยึดถือประโยชน์ส่วนรวม
- เทียบกับอังกฤษ เรายืดหยุ่น คุมสถานการณ์ได้พอประมาณ
- ชุมนุมจากวันนี้ ต้องนำพาบ้านเมือง กลับสู่ภาวะปกติ
- มุมอภิสิทธิ์: ถอดความรู้สึก ยอมให้เทเลือด หลีกเลี่ยงจลาจล
- ท่ามกลางวิกฤต รัฐบาลยังแก้ปัญหาประชาชนอย่างต่อเนื่อง
- ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

  - ชุมนุมที่ผ่านมา ไม่มีปะทะ แต่หลายอย่างน่าเป็นห่วง

...ภาพรวมเหตุการณ์การชุมนุมเรียบร้อย  ขอบคุณทุกฝ่าย ผู้ชุมนุมที่ชุมนุมโดยสงบ  จนท.ตำรวจ ทหาร ที่อยู่ในพื้นที่ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง อดทน และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างปชช.ในพื้นที่กับผู้ชุมนุน แต่ก็มีความน่าเป็นห่วง ในเรื่องของระเบิด  การชุมนุมซึ่งอาจเปลี่ยนรูปแบบในทางที่ไม่ชอบด้วยกม. และการสร้างความเกลียดชังระหว่างปชช.ด้วยกันเอง   

ภัทร:  " แต่ถ้าประเมินจากภาพรวมเหตุการณ์เมื่อวานนี้  ซึ่งทางกลุ่มผู้ชุมนุมมีการเคลื่อนขบวนไปกรุงเทพฯ และรวมถึงการประกาศจุดยืนล่าสุดเมื่อช่วงเย็น ท่านประเมินสถานการณ์แล้วคิดว่าเป็นอย่างไรบ้างครับ"


อภิสิทธิ์:  " ผมคิดว่าใน ๗-๘ วันที่ผ่านมาก็มี ๒ ด้านที่อยากจะเรียน  ด้านแรกก็คือในด้านที่ดีก่อน

- ด้านที่ดี คืออยากจะขอบคุณหลาย ๆ ฝ่ายที่ช่วยกันดูแลให้เหตุการณ์ที่หลายคน เมื่อสัก ๙ วัน ๑๐ วันที่แล้ว กลัวกันมากว่าจะเกิดความวุ่นวายอย่างนั้นอย่างนี้  เอาล่ะเวลาคนมาชุมนุมเยอะ ๆ มีกิจกรรม มีการเคลื่อน  ก็ต้องมีความไม่สะดวกอยู่  แต่ว่าสิ่งที่กลัวที่สุดของเราคือว่าเดี๋ยวจะมีการปะทะกัน  มีการใช้ความรุนแรง ตรงนี้ไม่ได้เกิดขึ้น  ผมก็อยากจะขอขอบคุณหลาย ๆ ฝ่าย ผู้ชุมนุมเองที่ตั้งใจมาชุมนุมโดยสงบ  เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ที่อยู่ในพื้นที่ ซึ่งคอยช่วยสอดส่องดูแล และเท่าที่ได้มีการติดตามสอบถามก็ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง  ด้วยความอดทน และหลายคนก็สามารถที่จะมีความสัมพันธ์ที่ดี  ทั้งกับประชาชนในพื้นที่ ทั้งกับผู้ชุมนุมด้วย อันนี้ก็อยากจะขอบคุณเพราะว่าคนเหล่านี้ก็เหนื่อย  เพราะว่าต้องอยู่กับสถานการณ์ตรงนั้น และบางทีอยู่ตรงนั้นตลอดเวลาก็มีความเครียดขึ้นมาได้"

นารากร:   " นี่ถือว่าเป็นเรื่องดีที่เกิดขึ้น"

อภิสิทธิ์:  " พี่น้องประชาชนเอง โดยเฉพาะพี่น้องชาวกรุงเทพฯ  ซึ่งมีทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยกับผู้ชุมนุม ต่างก็หลีกเลี่ยงในการที่จะทำให้มีปัญหากัน "

ภัทร:  " ส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ในกรอบ"

อภิสิทธิ์:  " ใช่ครับ  ก็อยากจะขอบคุณ  ทีนี้ต้องไม่ละเลยว่ายังมีเหตุการณ์บางเหตุการณ์ที่น่าเป็นห่วง เมื่อคืนนี้ก็จะมีระเบิด มีการยิง เข้าใจว่าเป้าหมายน่าจะเป็นกระทรวงกลาโหม ก่อนหน้านี้ก็คือที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อคืนนี้เหมือนกัน  แต่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็จะมีที่ยิงลงมาจากโทลล์เวย์  อย่างนี้เป็นต้น  เหตุการณ์อย่างนี้ก็ยังเป็นตัวบ่งบอกว่ายังมีคนตั้งใจที่จะฉกฉวยโอกาสจากสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวายขึ้น  เพราะฉะนั้นผมอยากให้เราเห็นภาพทั้งสองด้าน จะได้มองเห็นว่าการบริหารจัดการมันจะต้องเป็นอย่างไร นอกจากนั้นที่น่าเป็นห่วงในแง่ของการชุมนุม ก็จะมีอยู่

  • ประเด็นแรกก็คือ รูปแบบการชุมนุม  ซึ่งแม้ว่าในปัจจุบันก็ได้พูดว่าเป็นการชุมนุมโดยสงบ แต่ขณะเดียวกันก็ได้มีการประกาศชัดเจนเหมือนกันว่าจะขัดขวางการปฏิบัติของผม ตรงนี้ที่ผมคิดว่าอยากจะทำความเข้าใจทั้งกับผู้ชุมนุมเอง ทั้งกับสังคม ว่าโดยข้อเท็จจริงแล้วการกระทำดังกล่าว มันเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ก็คือรัฐธรรมนูญบอกว่าอยากแสดงออกทางการเมือง ชุมนุมได้ สงบ ปราศจากอาวุธ และก็ต้องไม่ไปกระทบกับสิทธิเสรีภาพของคนอื่น  การปฏิบัติหน้าที่ของผมความจริงไม่ใช่สิทธิของผมอย่างเดียว มันเป็นสิทธิของคนไทยทั้งประเทศที่จะต้องได้รับการดูแลในแง่ของการบริหารงานต่าง ๆ สัปดาห์ที่ผ่านมาเราก็ไม่อยากที่จะไปเพิ่มเงื่อนไขในภาวะซึ่งคนกำลังอาจจะมีความสับสน ยังมีความไม่แน่ใจ  เราก็บอกว่าอย่าไปเพิ่มเงื่อนไขให้เกิดความตึงเครียด  แต่เราก็คิดว่าจะเป็นอย่างนี้ตลอดไปไม่ได้  เพราะฉะนั้นการที่ผมจะต้องเริ่มต้นนำให้สภาวะกลับเข้าสู่ความเป็นปกติ  ผมก็อยากจะย้ำว่าผู้ชุมนุมก็ควรที่จะได้เคารพเรื่องของการชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง  ซึ่งก็จะต้องว่ากันไป ต้องบริหารกันไป ในสัปดาห์ที่จะถึงนี้
  • ส่วนที่ ๒ ก็คือในแง่ของเนื้อหาสาระบนเวที  ผมได้ย้ำเสมอว่าการเรียกร้องเรื่องความเป็นธรรม เรื่องประชาธิปไตย การจะโจมตีนโยบาย การจะโจมตีตัวผม หรืออะไรก็ทำได้  แต่ว่าที่ไม่พึงกระทำก็คือลักษณะของการสร้างความเกลียดชัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการใช้เรื่องที่เป็นเท็จ  ชัดเจนที่สุดก็คือกรณีการใช้คลิปเสียงตัดต่อ ซึ่งพิสูจน์กันแล้วพิสูจน์กันเล่า ฟ้องร้องกันไปแล้วด้วย แต่ก็ยังมาใช้เพื่อหวังประโยชน์ในการที่จะปลุกให้คนมีความเกลียดชังผม เพราะมีความเข้าใจว่าผมไปสั่งฆ่าประชาชนเมื่อเดือนเมษายน ซึ่งเป็นความเท็จทั้งสิ้น อันนี้ก็เช่นเดียวกันครับ ต้องดำเนินการทางกฎหมาย ซึ่งก็มีการดำเนินการอยู่  และในช่วง ๓-๔ วันที่ผ่านมา ก็จะมีเรื่องของการพูดเรื่องสงครามชนชั้น  ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องที่ไม่ดี  เพราะว่าเป็นการสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้น"

ภัทร:  " ตรงนี้ท่านนายกฯ ต้องทำความเข้าใจเป็นพิเศษ"

อภิสิทธิ์:  " ถูกต้องครับ เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่าในด้านหนึ่งก็ต้องบอกว่าเหตุการณ์ก็โดยรวมผ่านมา ๗-๘ วันภาพรวมเรียบร้อย  แต่มีความน่าเป็นห่วงอยู่  

[ประเด็นที่ ๑] ก็คือเรื่องระเบิด 

[ประเด็นที่ ๒.] คือการชุมนุมซึ่งอาจจะเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นรูปแบบที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย  ก็อยากทำความเข้าใจ  เพราะว่าพี่น้องประชาชนที่มาบางครั้งอาจจะไม่ทราบว่า ก็อยู่ที่นี่ก็ได้  ก็ไปล้อมก็ได้อะไรทำนองนี้ซึ่งมันไม่เหมือนกัน  และ

ประเด็นที่ ๓ ก็คือประเด็นที่ใช้ในการสร้างความเกลียดชังระหว่างคน ประชาชนคนไทยด้วยกันเอง ไม่อยากให้ทำ อยากให้พูดในเนื้อหาสาระ ความเห็นทางการเมืองไม่ตรงกัน อยากจะเรียกร้องความเป็นธรรมในประเด็นไหนอย่างไร ก็ทำไป"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >> 


(กลับไปด้านบน)

- เรียกร้องยุบสภาฯ หลักกม. แรก สู่รัฐไทยใหม่?

...รัฐบาลนี้มาโดยระบบรัฐสภาอย่างถูกต้องตามวิถีประชาธิปไตย การเรียกร้องบนเวทีหลายอย่างเกินเลยไปจากการยุบสภาฯมาก หากยุบสภาฯ ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และไม่มีเรื่องอื่นแอบแฝง  รัฐบาลทำงานโดยไม่มีการแทรงแซงจากใคร ไม่เคยมี"อำมาตย์"ไหนมาขัดขวางโครงการช่วยเหลือคนจนต่างๆ ซึ่งไม่เคยมีความก้าวหน้าเท่ากับที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน 

...ยุบสภาฯ ใครได้ประโยชน์...จุดยืนของรัฐบาล
นารากร
: " นี่เป็นการประเมินจากสัปดาห์หนึ่งที่ผ่านมา แต่ว่าตอนนี้หลักใหญ่ของสังคมคือว่าและเราจะเดินไปข้างหน้าอย่างไร  ทางออกของปัญหา  ท่านมองว่า หนึ่ง ถ้าทางออกของปัญหาต้องเป็นการเจรจา เมื่อวานนี้เขาก็มีข้อเรียกร้องว่าผู้ที่จะเจรจาต้องเป็นท่านนายกรัฐมนตรีคนเดียว และต้องยุบสภาก่อน นี่เป็นเงื่อนไขที่พอจะทำได้ไหมคะ"

อภิสิทธิ์ : "ผมจะไม่บอกว่าเจรจาพูดคุยหรืออะไรนะครับ แต่หลักก็อย่างนี้ก่อน  คือถ้าฝ่ายหนึ่งมีข้อเรียกร้องและบอกต้องทำตามข้อเรียกร้องก่อน ผมไม่เรียกว่าเจรจานะครับ ใช่ไหมครับ  ผมจะขอจากคุณภัทร และคุณภัทรบอกว่ามาคุยกันก่อน ผมว่าไม่ได้  คุณทำตามผมก่อน แล้วคุณภัทรจะคุยอะไรกับผม "

นารากร: " มันต้องไม่มีเงื่อนไข

อภิสิทธิ์ : " เพราะฉะนั้นประเด็นของผมก็คือว่าเงื่อนไข  เราอย่าไปเรียกว่าเป็นเงื่อนไข  เราพูดถึงว่าจุดยืนเบื้องต้นหรือข้อเรียกร้องผมรับทราบแล้วว่าเขาต้องการเรียกร้องให้ยุบสภา "

ผมก็ได้แสดงจุดยืนไปว่าในเบื้องต้น

  • การยุบสภาไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่สิ่งที่ผมบอกว่าจะไม่มีวันเกิดขึ้น 
  • ผมก็มีความเห็นของผมว่าการยุบสภาที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชน  ที่จะเป็นประโยชน์กับระบอบประชาธิปไตยของไทย
  • มันน่าจะต้องมีสภาวะแวดล้อม บรรยากาศอะไรบ้าง
  • กติกาควรจะเป็นอย่างไรถึงจะเป็นประโยชน์อย่างแท้จริง 

ก็มาคุยกัน ซึ่งตรงนี้ก็เป็นจุดที่ผมคิดว่ากรรมการสิทธิมนุษยชนซึ่งก็ไปพบกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก่อนเมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม  ก็ได้นำเอาความเป็นไปได้ของการพูดคุยกันมาคุยกับผมวันที่ ๑๘ มีนาคม

หลักก็คือว่าตกลงกันว่าจะคุยกันอย่างไรก่อน 
-อย่าเพิ่งบอกว่าก่อนจะคุยกันต้องอย่างนั้นอย่างนี้ 
-มาคุยกรอบว่าจะคุยกันในสถานการณ์อย่างไร 

เพราะฉะนั้นเรื่องยุบสภาถ้ามาตั้งบอกว่ายุบก่อนแล้วค่อยคุย  เพราะผมยุบสภา  ผมก็ไปหาเสียงล่ะครับ  ผมไม่รู้จะไปคุยอะไรแล้วนะครับ  และนปช.ลงเลือกตั้งหรือเปล่า หรือ นปช.กับเพื่อไทยคือกลุ่มเดียวกันหรืออะไร ใช่ไหมครับ มันไม่สามารถตอบได้ และที่สำคัญคือว่าที่บอกยุบสภาแล้วมาคุยกัน มันก็เป็นตัวบ่งบอกอย่างหนึ่งว่าเขาเองก็ไม่ชัดเจนว่ายุบสภาคือข้อเรียกร้องสุดท้าย 

...รัฐบาลนี้มาโดยระบบรัฐสภา
ผมคิดว่าในวันนี้รัฐบาลนี้มาโดยระบบรัฐสภา เหมือนกับประเทศที่เป็นประชาธิปไตยอื่น ๆ ซึ่งในสภาฯ ชุดหนึ่งเลือกตั้งกันเข้ามา ไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมาก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็มีสิทธิในการตัดสินใจว่าจะสนับสนุนรัฐบาลใด

พรรคพลังประชาชนได้เป็นรัฐบาลมาแล้ว ๒ ครั้ง
ปรากฏว่าบริหารงานมีปัญหา  ขณะเดียวกันปรากฏว่า
-พรรคพลังประชาชนที่ได้คะแนนเข้ามา มีการทุจริตเลือกตั้งด้วย ก็ต้องถูกลงโทษตามกติกา ถูกยุบไป  สภาฯ ก็มีการเปลี่ยนแปลงตัวเลข
-สมาชิกส่วนใหญ่ก็กลับมาสนับสนุนรัฐบาลชุดปัจจุบัน  ก็เป็นไปตามหลักของสากล หลายประเทศก็เกิดอย่างนี้  อิสราเอลก็เกิดอย่างนี้ ประเทศอื่น ๆก็เกิดอย่างนี้ ที่สุดก็หมายความว่ารัฐบาลนี้สามารถบริหารได้ไปถึงสิ้นปีหน้า  สิ้นปีหน้าก็คือยังไงก็ต้องเลือกตั้งทุกอย่าง เพราะฉะนั้นมาเรียกร้องว่าอยากให้เลือกตั้งก่อน ผมก็ต้องบอกว่าอะไรเป็นเหตุผล  เหตุผลที่ผมคิดว่ามีน้ำหนักที่สุด

  • ก็คือบอกว่าถ้าเลือกตั้งแล้ว ทุกคนมีความรู้สึกว่ามันกลับไปสู่ภาวะของการแข่งขันตามระบอบประชาธิปไตยและก็จะทำให้เหตุการณ์สงบ 

...หลักกิโลเมตรแรก มีเรื่องอื่นอีก
ทีนี้ข้อสังเกตก็มีอยู่ว่าในขณะที่พูดอย่างนี้ก็มีแกนนำพูดบนเวทีว่าที่จริงยุบสภา หลักกิโลเมตรแรก ความหมายก็คือมีเรื่องอื่นอีกนะ และเราก็จะได้ยินมาตลอด มีถ้อยคำเช่น

  • อำมาตย์
  • รัฐไทยใหม่
  • สงครามชนชั้น 

ถามว่า ๓ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับยุบสภา และไม่ยุบสภาอย่างไร

ภัทร  :"คือท่านอยากให้คุยเรื่องพวกนี้ให้ได้ความชัดเจนก่อน"

อภิสิทธิ์ : "  ถูกต้องครับ ไม่ใช่ว่ายุบสภาเสร็จ ก็เลือกตั้งกันกลับเข้ามา มามีการกล่าวหาอีกว่าอำมาตย์ยังเกี่ยวข้อง ชุมนุมกันต่อ "

นารากร: "  เพราะฉะนั้นทางออกก็คือจะต้องมีการเจรจา"

อภิสิทธิ์ : "  ต้องคุยกันก่อน ถ้ามาบอกว่ายุบสภาแล้วมาคุยกัน  ไม่ต้องคุยแล้วสิครับ
ทีนี้การคุยกัน ก็ต้องมาพูดต่อว่า
-ใครจะคุยกับใคร
-เงื่อนไขคืออะไร
เบื้องต้นขณะนี้ผมบอกว่าผมไม่ได้ขัดข้อง
-แกนนำนปช.จะคุยกับผม คุยได้
-แต่ว่าก่อนที่จะถึงตรงนั้นก็มีตัวแทนไปคุยกันก่อนว่าวิธีการคุยจะคุยกันอย่างไร 

...อภิสิทธิ์ มีทีมปรึกษา ไม่ได้ปรึกษาองคมนตรี
ภัทร : ท่านนายกฯ ในสถานการณ์แบบนี้ ท่านมีโอกาสได้ปรึกษาผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองท่านไหนเป็นพิเศษบ้างไหมครับ ท่านประธานองคมนตรี ท่านประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ "

อภิสิทธิ์ : " ไม่ละครับ คืออย่างนี้ครับ ทุกคนทำหน้าที่
การปรึกษานี้ผมมีทั้งที่
-ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค
-พรรคก็มีสภาที่ปรึกษา
ก็พูดคุยกันไปนะครับ แต่ว่ากรณีของท่านประธานองคมนตรี คงไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ อันนี้คือสิ่งที่เป็นระบบที่ผมทำงานมาโดยตลอด

...อำมาตย์ไม่เคยแทรงแซงการทำงานรัฐบาล
ก็เลยต้องถือโอกาสบอกว่าเขาก็จะพูดว่า อำมาตย์มาแทรกแซง อำมาตย์มาขัดขวางการทำงานเพื่อคนจน หรือว่าไพร่หรืออะไรที่เขาใช้ถ้อยคำอื่น ๆ ผมก็ต้องยืนยันและก็อยากจะทวงถามหลักฐานว่าตรงไหน ใครเข้ามาแทรกแซงกับการทำงานของรัฐบาล ใครมาขัดขวางการทำงานของรัฐบาล โดยเฉพาะถ้าพูดเรื่อง

ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคนจนยากคนจน งานเดิมซึ่งรัฐบาลคุณทักษิณเคยทำไว้ผมเห็นว่าเป็นประโยชน์ผมไม่ได้เลิก ผมทำต่อ

  • กองทุนหมู่บ้านนี้ยืดหนี้ เพิ่มทุน
  • โอท็อปก็สนับสนุนเรื่องการตลาด
  • เรื่องมาตรฐาน รักษา ๓๐ บาทตอนนี้เป็นรักษาฟรี ก็มาดูแลจัดงบประมาณต่อหัวให้สูงที่สุดตั้งแต่มีโครงการมา และใกล้เคียงกับที่คนทำงานเขาขอมากที่สุด

ของใหม่ ๆ ซึ่งเป็นการช่วยคนยากคนจนจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็น

  • เรียนฟรี
  • เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
  • ประกันรายได้เกษตรกร
  • กำลังเดินแก้ปัญหาหนี้นอกระบบอยู่ในขณะนี้
  • โครงการที่อยู่อาศัยประเภทชนบทชุมชน บ้านมั่นคง

ไม่เคยมีความคืบหน้าก้าวหน้าเท่ากับที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ที่จะหาคำตอบถาวรเลยให้กับประชาชนซึ่งถือว่าด้อยโอกาสยากจนที่สุด ผมทำมานี้ไม่มีใครอำมาตย์ไม่อำมาตย์ ที่มาบอกว่าไม่ให้ทำ "

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- รัฐบาลยินดีเจรจา แต่ต้องมีเหตุผล ยึดถือประโยชน์ส่วนรวม

...การเจรจาพูดคุยเป็นกระบวนการส่งเสริมให้สังคมหาทางออกด้วยวิธีที่เป็นประชาธิปไตยคือความสันติและเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง การเจรจาต้องเปิดกว้าง ไม่มีเงื่อนไขผูกมัด รัฐบาลกังวลว่าคุณทักษิณคงไม่ค่อยอยากให้เจรจา จึงขึ้นกับนปช. ถ้ามาคือสนใจเรื่องประชาธิปไตย เรื่องความสงบเรียบร้อย ถ้าไม่มาคำตอบคือนปช.มีหน้าที่ทำตามที่คุณทักษิณสั่งอย่างเดียว

ภัทร:
 " ก็คือวันพรุ่งนี้ที่จะมีการคุยกันก่อน "

อภิสิทธิ์ : " ก็คือวันพรุ่งนี้ เข้าใจว่านปช.จะส่งนพ.เหวง โตจิราการ นายจรัล ดิษฐาอภิชัย เบื้องต้นเดิมผมบอกว่าท่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ กับรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แต่อาจจะเปลี่ยนแล้ว ตอนนี้อาจจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการชินวรณ์  บุณยเกียรติ แทนรัฐมนตรีสาทิตย์  ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร เป็นเรื่องรายละเอียดตัวบุคคลที่จะคุยกัน 
ทีนี้คนที่เป็นคนอำนวยความสะดวกให้เกิดการคุยกันตอนนี้ 
-ก็มีทั้งสมาชิกวุฒิสภาส่วนหนึ่ง
-และก็มีกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ส่วนหนึ่ง

...คุยได้ยุบสภาก่อน...เลิกชุมนุมแล้วค่อยคุยได้ไหม
ทีนี้ผมก็แปลกใจว่าตอนกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ไปพบนปช. เขาก็จะมีคล้าย ๆ
กรอบกติกาของการชุมนุม
  เช่น
-ฝ่ายรัฐควรจะหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง ควรจะปฏิบัติตามหลักสากล อะไรต่าง ๆ
-ส่วนฝ่ายผู้ชุมนุมก็ควรจะปฏิบัติตามกฎหมาย  ก็จะรวมถึงว่าชุมนุมได้ แต่ไม่ควรไปปิดล้อม ไม่ควรไปขัดขวาง ไม่ควรจะไปข่มขู่คุกคามใคร ผมว่าเป็นกรอบที่ดี

คือบางคนบอกให้รัฐบาลไปบอกว่าคุยได้  คุณเลิกชุมนุมก่อน  ผมก็ว่าถ้าผมจะพูดอย่างนั้นผมก็พูดได้ใช่ไหมครับ เหมือนเขาพูดว่าคุยได้ยุบสภาก่อน  แต่ผมคิดว่าผมมีเหตุมีผล  ถ้าอยู่ดี ๆ ผมไปบอกทางแกนนำนปช.ว่าคุณเลิกชุมนุมก่อน แล้วค่อยคุยกัน นปช.ก็ต้องคิดว่าผมนี่เล่ห์เหลี่ยม ยื้อเวลา คนเขามาแล้วส่งคนเข้ากลับไป  เกิดมีอะไรขึ้นมาก็ระดมคนมาอีก ก็ไม่เป็นธรรม ผมก็ยังไม่เรียกร้องอย่างนั้นเลย  ผมก็บอกว่าไม่เป็นไร ระหว่างคุยชุมนุมได้  แต่ขอให้ชุมนุมตามกติกา และที่ผมว่ากรรมการสิทธิฯ เขาวางกรอบเสนอว่าผมว่าใช้ได้"

...เจรจาเปิดกว้าง หลีกเลี่ยงผูกมัดตั้งเป็นเงื่อนไข
นารากร และกรอบนี่จะมีกรอบอีกไหมคะว่าการเจรจาวันจันทร์นี้ควรจะได้ข้อสรุปเมื่อไหร่ เพื่อนำสู่การเจรจาที่แท้จริง

อภิสิทธิ์ : " คือวันนั้นที่คุยกับทางกรรมการสิทธิฯ ซึ่งไปคุยกับนปช.มาก่อนแล้ว คือขณะนี้อะไรที่มันเป็นเหมือนกับรายละเอียด และจะต้องไปผูกมัดตั้งเป็นเงื่อนไข เลี่ยงดีกว่า เดี๋ยวมีปัญหากัน  เอาว่ามาคุยกัน "

ภัทร : "ก็คือเปิดกว้าง ๆ  เลย และกำหนดกรอบเลย"

อภิสิทธิ์ : " เปิดกว้าง ๆ ก่อน แต่เรารู้อยู่แล้วว่าข้อเรียกร้องที่จะมาคุยกันประเด็นหลักที่ผมยอมรับให้คุยได้คือว่าเราจะยุบสภาเมื่อไหร่ อย่างไร ที่คิดว่าเหมาะสม "

...ยุบสภาฯ ใครได้ประโยชน์ เพื่อประชาชนจริงหรือ? 
ภัทร : " เราจะปิดประเด็นเรื่องการยุบสภา"

อภิสิทธิ์ : "  ผมไม่ได้ปิดประเด็น  อย่างนี้คุยได้ และผมก็บอกว่ากรอบในการคุยกัน และเขาจะตั้งเงื่อนไขว่าผมจะคุยเอง ผมก็ไม่ขัดข้อง เพราะผมเข้าใจดีว่า ถ้าข้อเรียกร้องเป็นการยุบสภา ผมก็จะต้องเป็นคนที่ดำเนินการ  ทีนี้ถ้าบอกว่าผมต้องไปคุยที่ไหน วันเวลาไหน  อันนี้ก็รู้สึกว่าอาจจะเริ่มเป็นปัญหาแล้ว หรือผมไปเริ่มเรียกร้องเขาบ้างว่า นปช.ส่งคนนี้มาได้ ห้ามส่งคนนี้มา มันก็คงจะเป็นปัญหาเปล่า ๆ 

แต่ที่ผมแปลกใจก็คือว่าพอทันทีที่กระบวนการนี้ทำท่าจะเริ่มขึ้นได้  คุณทักษิณก็มาจากต่างประเทศเลย บอกว่ากรรมการสิทธิฯ ไม่เป็นกลาง มานั่งอยู่กับผม แล้ววันที่นั่งอยู่กับนปช. ทำไมผมไม่เห็นต้องระแวงเลยว่ากรรมการสิทธิฯ เข้าข้างนปช. จริง ๆ ไปพบนปช.ก่อนพบผมอีก ไปนั่งอยู่ด้วยกันเหมือนกัน 

ฉะนั้นผมก็เลยมีความกังวลว่าสรุปแล้วคือคุณทักษิณมาฟังดูแล้วคงไม่ค่อยอยากให้เจรจา ทีนี้ผมต้องถามนปช.ว่าตกลงนปช.
-ถ้าอยากจะคุยเรื่องยุบสภาเพื่อช่วยกันบริหารจัดการในข้อเรียกร้องที่มีเหตุมีผล ที่เป็นเรื่องของคนส่วนรวม คือการพัฒนาประชาธิปไตยจะคุยไหม
-หรือในที่สุด  มีเรื่องอื่นอยู่  ต้องทำงานให้คนอื่นอยู่ก็คือทักษิณ

เพราะฉะนั้นก็เลยไม่ยอมคุยเรื่องนี้  เพราะกลัวว่าถ้าคุยเรื่องนี้ในที่สุดเรามีทางออกเรื่องประชาธิปไตยกัน  มันไม่สมกับประโยชน์ของคุณทักษิณ ก็ต้องพิสูจน์กันละครับ 

  • ถ้ามา ก็คือเราแสดงให้เห็นว่านปช.สนใจเรื่องประชาธิปไตย เรื่องความสงบเรียบร้อย
  • ถ้าไม่มาผมก็ต้องตอบได้อย่างเดียวก็คือว่านปช.มีหน้าที่อย่างเดียวคือทำตามที่คุณทักษิณสั่ง"

ภัทร แสดงว่าท่านกำลังจะบอกว่าคนไทยฝากความหวังกับการเจรจาครั้งนี้อยู่ที่ว่าทางกลุ่มผู้ชุมนุมจะเอาด้วยกับทางรัฐบาลหรือเปล่า

...หลากหลายความคิด ต้องฟังไม่น้อยกว่านปช.
อภิสิทธิ์
 : "  ผมเชื่อว่า

  • คนส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะให้มีการพูดคุย จริงๆ  ผมไม่บอกว่าทุกคนนะ และจริง ๆ ก็จำเป็นต้องพูดเหมือนกัน  ในขณะที่เราบอกมี
  • คนเรียกร้องให้ยุบสภาจำนวนพอสมควร ไม่น้อยหรอก ผมก็ไม่เคยบอกว่าน้อย ผมก็บอกได้เช่นเดียวกันว่ามี
  • คนที่เขาแสดงออกด้วยวิธีการต่าง ๆ เหมือนกัน บอกอย่ายุบสภา เขาไม่เห็นด้วย และเขาก็อาจจะไม่เห็นด้วยกับผู้ชุมนุม แต่เขาบอกเขาไม่แสดงออก เพราะว่าถ้าเขาแสดงออกมา ในสถานการณ์แบบนี้บางครั้งมันอาจจะทำให้ปัญหาลุกลามได้

ผมก็มีหน้าที่ต้องฟังคนเหล่านี้ ไม่น้อยไปกว่าที่จะฟังนปช. "

นารากร : " คือสถานการณ์บ้านเมืองเราในช่วง ๓ ปีที่ผ่านมา "

อภิสิทธิ์ : "ความเห็นแตกต่างกันอยู่แล้ว  และบางคนจุดยืนไกลถึงขั้นบอกว่าไม่ควรจะพูดคุยด้วย แต่ผมก็บอกเรื่องการพูดคุยยังไงก็อยากจะให้ทุกฝ่ายสนับสนุน"

ภัทร : "รอมชอมกันดีกว่า"

อภิสิทธิ์ : "  คือเป็นเรื่องของกระบวนการที่มันส่งเสริมให้สังคมหาทางออกกันด้วยวิธีการที่เป็นประชาธิปไตยและสันติ  อันนี้คือความสันติและเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง"

...ถ้ามีโอกาสเจอทักษิณ อยากบอกอะไร
ภัทร :
" ถ้าเกิดท่านนายกฯ ได้มีโอกาสไปเจอกับทางอดีตนายกฯ ทักษิณ ถ้าเป็นไปได้เกิดขึ้นมา มีอะไรที่ท่านอยากจะพูดคุยกันแล้วหวังว่าทำให้บ้านเมืองมันดีขึ้นบ้างไหม "

อภิสิทธิ์ : " ผมก็ย้ำจุดเดิมนะครับ ไม่มีเรื่องอะไรส่วนตัวกับคุณทักษิณอยู่แล้ว ก็อยากจะบอกว่า
๑. อยากให้เห็นแก่ส่วนรวม อยากให้ประเทศไทยเดินหน้า
๒. คืออยากให้ยอมรับกฎ กติกาของบ้านเมืองเช่นเดียวกับคนไทยอื่น ๆ อย่ามีสิทธิพิเศษว่าเมื่อศาลตัดสินแล้วนี้ไม่ยอมรับกระบวนการของศาล และประการที่
๓ คือถ้ายอมรับสองอย่างนี้ผมมั่นใจว่าสังคมไทยเป็นสังคมที่ให้อภัย ก็จะสามารถมีวิธีการในการแสดงออกหรือการให้อภัยกันได้ แล้วก็จะเดินไปข้างหน้าได้ นี่คือความเชื่อของผม "

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- เทียบกับอังกฤษ เรายืดหยุ่น คุมสถานการณ์ได้พอประมาณ

... สื่อ ตปท.มีหน้าที่ตรวจสอบ อาจเกิดความไม่เข้าใจ เนื่องด้วยระบอบการปกครองหรือข้อกฎหมายที่แตกต่าง แต่พอได้รับคำอธิบายก็เข้าใจ ถ้ามองในมุมกลับกัน การเคลื่อนไหวหลายๆอย่างของผู้ชุมนุม จะทำไม่ได้ในประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นแม่บทระบบรัฐสภา เพราะผิดกฎหมาย

นารากร:  " คือทางออกหนึ่งก็คือต้องเป็นประชาธิปไตย คือตรงกลางระหว่างคนที่มีความเห็นแตกต่างกัน  แต่ถ้าดูจากสื่อต่างชาติที่มาคุยกับท่านในช่วง ๒ วันที่ผ่านมานี้ ดิฉันดูจากเนื้อหา ถ้าจะตั้งคำถามถึงที่มาของรัฐบาลชุดนี้ว่ามาจากประชาธิปไตย ทำไมต่างชาติยังสงสัยอยู่"

อภิสิทธิ์:  " ซึ่งผมอธิบายไปเมื่อสักครู่  เอาอย่างนี้ดีกว่าครับ คือส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะว่าบางคนก็เข้าใจผิด บางทีเขียนกันไปเหมือนกับรัฐบาลนี้มาจากการปฏิวัติ และผมไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง" 

นารากร:  " ซึ่งท่านก็ชี้แจงอย่างนี้ไปแล้วใช่ไหมคะ"

อภิสิทธิ์: " ซึ่งบางคนก็ไม่ทราบ หรือว่าบางคนคุ้นกับระบบประธานาธิบดี  ก็ไม่เข้าใจว่าในระบบรัฐสภาเวลามันไม่มีพรรคไหนได้เสียงข้างมาก เป็นเรื่องปกติที่บางครั้งรัฐบาลมีการเปลี่ยนแปลงกันได้ระหว่างอายุของสภาฯ แต่ว่าผมว่าอย่างนี้ดีกว่าครับ

ถ้ารัฐบาลนี้ไม่เป็นประชาธิปไตยจริง ๑ ปีกับ ๓ เดือนที่ผ่านมา ที่ผมไปทำงานในนามของประเทศไทย ในนามของประธานอาเซียน ผมไม่เชื่อว่าทำได้ เพราะว่า
- รัฐบาลหลังการรัฐประหารจะเห็นได้ชัดเลยครับว่าหลายประเทศในยุโรปจะตั้งเงื่อนไขเลย  จำได้ไหมครับว่าต้องคืนอำนาจสู่ประชาชนก่อน แต่เอาละบางคนก็อาจจะสงสัยเพราะว่าไม่ค่อยเข้าใจ อย่างเช่นประเด็นเรื่องของการวินิจฉัยของศาล
- เช่น กรณีท่านนายกฯ สมัคร เป็นเรื่องของกฎหมาย ผลประโยชน์ขัดกันภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Conflict of Interest แต่ไปฟังจากบางคนเขาบอกทำไมคุณสมัครทำกับข้าวออกทีวี แล้วเป็นนายกฯ ไม่ได้ ก็ไปเขียนกันเหมือนกับว่าประเทศไทยนายกฯ ทำกับข้าวออกทีวีไม่ได้ อะไรทำนองนั้น  แต่ความจริงถ้าเข้าใจตัวกฎหมายก็จะรู้ว่ากติการะบบมันเป็นอย่างไร

ทีนี้ในทางกลับกัน ผมถามว่าถ้าคุณทักษิณถูกมองว่าเป็นประชาธิปไตยจริง ถามว่าทำไมคุณทักษิณอยู่แต่มอนเตเนโกร กับดูไบ  เพราะฉะนั้นอันนี้มันเป็นสิ่งที่เป็นตัวบ่งบอกอยู่แล้ว แต่สื่อต่างประเทศเขาก็มีหน้าที่ในการตรวจสอบ เขาก็ซักถามเป็นเรื่องปกติธรรมดา และบางคนไม่เข้าใจ  แต่พอเราอธิบายแล้วมานั่งคุยกัน หลายคนก็เข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร"

ภัทร:  " แต่สื่อต่างชาติชอบเชื่อมโยงรัฐบาลชุดนี้กับทหาร อย่างเช่นที่มาของรัฐบาล หรือแม้กระทั่งปัจจุบันที่เราสัมภาษณ์กันอยู่ก็อยู่ในราบ ๑๑ อันนี้พอจะอธิบายอย่างไรให้ประชาชนเข้าใจ"

อภิสิทธิ์:  " ก็ไม่เห็นแปลกนี่ครับ  เพราะว่าเวลารัฐบาลทำงานก็ต้องมีเรื่องของการทำงานบริหารราชการแผ่นดิน อยู่ภายใต้ความสงบเรียบร้อย ทหารก็มีหน้าที่ในการที่จะช่วย ตำรวจก็ต้องทำ ในเรื่องการดูแลความสงบเรียบร้อย  บังเอิญสภาพของพื้นที่เราในเรื่องของบ้าน การทำงานของรัฐบาล  มันไม่เหมือนหลายประเทศ หลายประเทศคือพูดง่าย ๆ คือว่าที่ทำงาน บ้าน ผู้นำรัฐบาล ถูกแยกส่วนไปเลย รั้วรอบขอบชิด อยู่บนเขาบ้าง อะไรบ้าง และก็รักษาได้ ของเราบังเอิญมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น  มีการเดินทางไปมีการเดินทางมา ผู้ชุมนุมประกาศว่าจะไล่บ้าง ปิดล้อมบ้าง ถ้าผมท้าทาย คือถ้าผมไปแล้วก็มีการปิดล้อม เดี๋ยวก็หาว่าผมท้าทายในบรรยากาศที่ผ่านมา  แต่สุดท้ายในที่สุดเราก็ต้องกลับไปสู่ภาวะปกติ ผมพูด

  • ในทางกลับกันต่างชาติมาบอกว่ากฎหมายความมั่นคงมีทหารเข้ามาอะไรต่าง ๆ แต่เชื่อไหมครับว่าเอาประเทศอังกฤษ แม่บทระบบรัฐสภา กิจกรรมที่ผู้ชุมนุมทำมา สัปดาห์ที่ผ่านมาหลายวัน ในอังกฤษทำไม่ได้นะครับ ผิดกฎหมายการชุมนุมสาธารณะ ที่เขาเรียกว่า  Public Assembly"

ภัทร:  " ผิดในแง่ประเด็นไหนบ้างครับ"

อภิสิทธิ์:  " ผิดก็คือว่าการเคลื่อนไหวยกตัวอย่างเช่น

- การที่ไปบ้านผม หรือพรรคประชาธิปัตย์  นั่นคือการไปละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เพราะว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็ดี  บ้านผมก็ดี  ไม่ใช่สถานที่ราชการ และหลักเดียวกันเลยครับ 
- การไปปิดล้อม การจะไปขัดขวางการทำงาน  ทำไม่ได้ 
- แม้กระทั่งเวลาจะเดินขบวนในต่างประเทศเขาต้องกำหนดเส้นทางชัดเจนเลยว่าจะเดินไปไหนอย่างไร

ประเด็นของผมก็คือบอกว่า บางทีมองกันผิวเผิน เขาบอกกฎหมายความมั่นคงมีทหาร ผมยังเคยถามเขาเลย ปีที่แล้ว ไม่ใช่กฎหมายความมั่นคงด้วยซ้ำ พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน มีการเข้ามาเพื่อจะคลี่คลายสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะมีการจลาจล ไม่มีคนเสียชีวิตจากการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เลย  แต่ที่ประเทศอังกฤษผมไปประชุม G20 ไม่มีทหาร ไม่มีอะไรเลย แต่ว่าผู้ชุมนุมตาย ๑ คน โดยน้ำมือของเจ้าหน้าที่ของรัฐ คือถ้าเราเอารายละเอียดมาดู และก็มาทำความเข้าใจลึกซึ้งจริง ๆ มันไม่ได้มีอะไรผิดปกติเลย 

ถามว่ารัฐบาลนี้บอกทหารตั้ง ผมว่าอันนี้ก็เป็นการดูถูกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เขาลงมติ  และอย่าลืมว่ารัฐบาลนี้อยู่มาปีกับ ๓ เดือน ไม่ใช่ว่าพอตั้งเสร็จปั๊บอยู่ได้ตลอด ไม่ใช่  ปีที่แล้วก็โดนอภิปรายไม่ไว้วางใจ สมาชิกเขาก็ใช้ดุลพินิจของเขาในการสนับสนุนรัฐบาลนี้  อันนี้ก็ชัดเจน  นอกจากนั้นตั้งแต่ผมมาเป็นรัฐบาลมีการเลือกตั้งซ่อม  ผมเข้าใจว่า ๓๐ กว่าเขต รัฐบาลก็ชนะตั้ง ๒๐ กว่าเขต เป็นส่วนใหญ่ของการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นไม่ได้มีอะไรที่ผิดปกติเลย เพียงแต่ว่าข้อกล่าวหาของกลุ่มผู้ชุมนุมยังมีความไม่พอใจกับการรัฐประหารเมื่อปี ๒๕๔๙ แล้วก็เห็นว่ามันเชื่อมโยงมาถึงรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ บ้าง เชื่อมโยงมาถึงเรื่ององค์กรอิสระบ้าง เชื่อมโยงมาถึงเรื่องอื่น ๆ บ้าง เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็นสิทธิซึ่งผมคิดว่ามันก็ต้องทำความเข้าใจกัน"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ชุมนุมจากวันนี้ ต้องนำพาบ้านเมือง กลับสู่ภาวะปกติ

... เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ การชุมนุมต้องเป็นไปตามแนวทางคำวินิฉัยศาลปกครอง รัฐบาลไม่ใช่คนเขียนกติกา แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานสากล กม.มั่นคงอาจต่อเฉพาะจุดที่จำเป็น ประชาชนทั้งประเทศก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับการดูแลการบริหารจัดการ โดยรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ  

นารากร:  "ในฐานะที่ยังเป็นรัฐบาลอยู่ ยังไงต้องดำเนินต่อไป การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) การทำงานต่าง ๆ ดำเนินไปตามปกติได้ไหม เพราะว่าสัปดาห์ที่แล้วเราก็ไม่มีการประชุมครม."

อภิสิทธิ์:
  "บังเอิญสัปดาห์ที่แล้วก็มีความสับสนนิดหน่อย เพราะท่านประธานสภาฯ นัดประชุมสภาร่วมขึ้นมา อย่างที่ผมเรียนครับ การตัดสินใจของวิปสัปดาห์ที่แล้วที่ไม่เข้าประชุมสภาฯ เพราะไม่ต้องการสร้างเงื่อนไขความขัดแย้ง แต่จากนี้เป็นต้นไปเราจะทำความเข้าใจแล้วกับผู้ชุมนุมว่าการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ การชุมนุมที่เรียกว่าเป็นการชุมนุมโดยสันติวิธีนี้ การชุมนุมที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

อะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ และไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลเป็นคนมาเขียนกติกาเอง เราจะยึดตามคำวินิจฉัยของศาลปกครองกลาง ซึ่งได้มีไว้แล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๑ เพราะฉะนั้นถ้าสมมติว่าผมไปประชุมครม.

ถ้าผมเข้าไปประชุมวิปที่สภาฯ แล้วมีการปิดล้อมนี้ ศาลบอกว่าผิด สลายการชุมนุมได้

ทีนี้การสลายการชุมนุมก็ไม่ใช่หมายความว่ารัฐบาลอยากจะสลายวิธีใดก็ได้ ต้องปฏิบัติตามมาตรการ มาตรฐานสากล มีการเตือนนะครับว่าขอให้เปิดทาง ขอให้อะไร ถ้าไม่เปิดอาจจะต้องมีการใช้อุปกรณ์อะไรก็ว่ากันไป ประเด็นก็มีอยู่เพียงว่าผมก็ต้องชั่งน้ำหนักให้เกิดความเข้าใจที่ดีก่อนแล้วทำ

ถ้าผมทำก่อนก็จะมีคนกล่าวหาว่าท้าทาย ทำไมอยู่ดี ๆ เขากำลังชุมนุมนสงบดี ๆ จะไปมีเรื่องกัน แต่ผมกำลังจะบอกว่าบ้านเมืองต้องเดินไปข้างหน้า รัฐบาลก็ต้องบริหาร ปัจจุบันรัฐบาลก็บริหารโดยอาจจะเปลี่ยนสถานที่ เปลี่ยนอะไรไปก่อนเพื่อไม่ให้ตึงเครียดเกินไป แต่ผมไม่ทำอย่างนี้ตลอดไปแน่นอน

แล้วอยากจะบอกด้วยว่ามีประชาชนจำนวนมาก อีกด้านหนึ่งที่หงุดหงิดอยู่ ส่งข้อความมาถึงผมเหมือนกัน ว่าไม่เห็นด้วยกับผู้ชุมนุมเรื่องยุบสภาฯ ก็ส่งข้อความมาบอกว่า คือถ้าต้องสลายก็สลาย ผมก็อยากจะขอร้องว่าอย่าใจร้อน อย่าใจร้อนนะครับ

  • ถ้าดีที่สุดนี้ผมถึงบอกไงครับ ชุมนุมไป มาคุยกัน คู่ขนานกันไป อย่างนี้บ้านเมืองก็เดินไปข้างหน้าได้ ถ้าทุกฝ่ายมีความจริงใจอย่างนี้นะครับผมว่าต้องทำอย่างนี้
  • แต่ถ้าเขาปฏิเสธอีก ผมก็ต้องคิดว่าจะเดินหน้าอย่างไรต่อไปที่จะเหมาะสม"

อภิสิทธิ์:  "สำหรับในสัปดาห์ที่จะถึงนี้นะครับ แน่นอนครับพี่น้องประชาชนก็ยังมีความวิตกกังวลอยู่เกี่ยวกับสถานการณ์ของการชุมนุมและการบริหารจัดการ ผมยืนยันครับว่าหลังจากวันนี้เป็นต้นไปคือรัฐบาลจะพยายามที่จะพูดคุยกับผู้ชุมนุมครับ ทำอย่างไรให้เราสามารถที่จะให้งานต่าง ๆ เดินได้ตามปกติ แล้วทุกคนใช้สิทธิเสรีภาพอยู่ในขอบเขตที่ควรจะเป็น 

ไม่มีการล้ำในเรื่องของการชุมนุมมซึ่งไปกระทบกระเทือนสิทธิเสรีภาพของคนอื่น ซึ่งรวมถึงพี่น้องประชาชนทั้งประเทศที่มีสิทธิ์ที่จะได้รับการดูแลการบริหารจัดการ โดยรัฐบาลและหน่วยงานต่าง ๆ

มีการพูดถึงเรื่องของการใช้กฎหมายความมั่นคง ซึ่งจะสิ้นสุดในวันอังคารนี้ ก็ขอเรียนครับว่าขณะนี้ได้ให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบฝ่ายความมั่นคงนั้นไปประเมินมาว่ามีการต่ออายุในเรื่องของการประกาศพื้นที่ความมั่นคงหรือไม่

ถ้าหากยังมีการชุมนุมซึ่งมีคนจำนวนมากอยู่ ก็คงจะประกาศต่อไปอีกระยะหนึ่งครับ แต่ว่าจะพยายามให้เป็นระยะเวลาที่เหมาะสมนะครับ ไม่ประกาศล่วงหน้านานจนเกินไป และขณะเดียวกันครับคราวที่แล้วที่เราประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงนั้น เราก็ได้คำนึงถึงเรื่องของการเดินทางเข้ามาจากต่างจังหวัดนะครับ มีเรื่องการตั้งด่าน

เพราะฉะนั้นการประกาศเขตพื้นที่

- รอบที่แล้วค่อนข้างที่จะกว้าง คือนอกจากกรุงเทพมหานครก็จะมีนนทบุรีทั้งจังหวัดและมีอีกหลายอำเภอในจังหวัดใกล้เคียงนะครับ ไม่ว่าจะเป็น พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ อย่างนี้เป็นต้น
- รอบนี้ก็เชื่อว่าถ้าจะมีการต่ออายุกฎหมายความมั่นคงออกไปนั้นก็คงจะเป็นการประกาศซึ่งมีพื้นที่จำกัดลงมา เพราะสถานการณ์ก็ได้การเปลี่ยนแปลงไประดับหนึ่ง

แล้วนอกจากนั้นการคืนพื้นที่ วันนี้ครับก็จะขอความร่วมมือผู้ชุมนุมอย่างต่อเนื่อง ในเรื่องของงานกาชาดก็ดี และการอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียงในเรื่องการสัญจรไปมาและการจราจรให้มีผลกระทบน้อยลงนะครับ อันนี้ก็จะมีการเดินหน้าในการพูดคุยเจรจา

ผมขอเรียนสุดท้ายครับว่า ผมต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่และพี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่ง เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งตลอดระยะเวลา ๗ - ๘ วันที่ผ่านมา และยังจะต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

กฎหมายความมั่นคงที่หลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ก่อนหน้านี้ว่าใช้แล้วจะเป็นการละเมิดลิดรอนสิทธิ์ ผมคิดว่าได้พิสูจน์นะครับว่าได้ช่วยจำกัดไม่ให้การชุมนุมนั้นมีคนมาฉกฉวยสถานการณ์โอกาสสร้างความวุ่นวายได้ มีพอสมควรนะครับ แม้ว่าจะมีบางเหตุที่เราก็ยังจับตาเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด อย่างเช่น กรณีระเบิดที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา

แต่อย่างไรก็ตามครับผมเรียนว่าเครื่องมือทางกฎหมายก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่หัวใจของความสำเร็จนั้นก็อยู่ที่การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ด้วย ผมต้องขอแสดงความขอบคุณบุคลากรเหล่านี้ และที่สำคัญก็คือว่า ลำพังเจ้าหน้าที่เอง การจะทำงานให้ราบรื่นได้ก็ต้องได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องในชุมชนใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องที่ชุมนุมอยู่ คนเสื้อแดงไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชนทั่วไป ผมขอขอบคุณที่บรรยากาศระหว่างประชาชน ไม่ว่าจะเป็นผู้ชุมนุมหรือในชุมชนกับเจ้าหน้าที่ในช่วง ๗ - ๘ วันที่ผ่านมานั้น เป็นบรรยากาศที่ดีนะครับ
       และขอขอบคุณที่พี่น้องประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับผู้ชุมนุม ได้หลีกเลี่ยงในการที่จะทำให้เกิดสถานการณ์ของการเผชิญหน้า

ผมย้ำครับว่าสัปดาห์ถัดจากนี้ไป รัฐบาลจะพยายามดำเนินการเพื่อที่จะนำภาวะของบ้านเมืองนั้นกลับเข้าสู่ความเป็นปกติ จะใช้วิธีการพูดคุย ถ้าถูกปฏิเสธการพูดคุยก็จะมีการบังคับใช้กฎหมาย

  • แต่จะคำนึงถึงการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่ทำให้บรรยากาศตรึงเครียดหรือเกิดความเสียหาย หรือนำไปสู่ความรุนแรง รัฐบาลได้แสดงออกอย่างชัดเจนครับ ว่าเราถือว่าเราเป็นรัฐบาลของพี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศ ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล
  • เพราะฉะนั้นการปฏิบัติใด ๆ ก็ตามจะยึดประโยชน์ส่วนรวม จะเคารพสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชนทุกคน
  • แต่ขณะเดียวกันก็ต้องยืนยันครับว่ารัฐบาลมีความจำเป็นในการดูแลความสงบเรียบร้อย ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย
  • และดูแลว่าการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อประโยชน์ของคนทั้งประเทศนั้นสามารถดำเนินการต่อไปได้"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- มุมอภิสิทธิ์: ถอดความรู้สึก ยอมให้เทเลือด หลีกเลี่ยงจลาจล

... ยอมรับว่ารู้สึกไม่ดี แต่ในฐานะนายกฯต้องถอดความรู้สึกตรงนั้นออกไป ยอมให้เทเลือดหน้าบ้าน ดีกว่าเกิดการจลาจลขึ้น สิ่งที่ยึดถือมาตลอดในการทำงานคือ บ้านเมืองและส่วนรวม ครอบครัวเป็นห่วงแต่เข้าใจดี

...นารากร: "สัปดาห์เต็ม ๆ แล้วนะคะที่ท่านอยู่ที่ราบ ๑๑ รู้สึกผิดแปลกไป แต่เดิมที่เป็นคนที่ปกติชอบอยู่บ้าน"

อภิสิทธิ์: "ความจริงก็เตรียมตัวไว้แล้วครับ  เพราะทราบว่าครั้งนี้การเคลื่อนไหวชุมนุมใหญ่ก็คงจะมีสถานการณ์ที่ต้องติดตามค่อนข้างใกล้ชิด จึงมีศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) อยู่ที่นี่ ผมเองก็เป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดในรัฐบาลด้วย ในแง่ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ซึ่งเรามีการใช้กฎหมายความมั่นคงด้วย ต้องฟังการสรุปสถานการณ์ทุก ๆ กี่ชั่วโมง  เพราะฉะนั้นก็รู้อยู่แล้วว่าจำเป็นจะต้องมาติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด"

...นารากร: "จะมีเรื่องของความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวไหมคะในการเจรจา เพราะว่าตัวท่านเองก็เคยมีเป้าหมายหนึ่งที่เขามีการโจมตีบนเวทีเหมือนกัน"

อภิสิทธิ์: "เอาอย่างนี้นะครับ คือถ้าผม เรื่องอารมณ์นี้มันห้ามกันไม่ได้หรอกนะครับ

  • สองท่านนี้ถ้าถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกรทุกวัน ๆ ๆ ๆ ก็คงมีคนเกลียดเยอะ
  • สองท่านถ้าเห็นคนมาเทเลือดที่บ้านก็คงไม่บอกว่าไม่เป็นไรหรอก

มันก็รู้สึกครับ ไม่ใช่ไม่รู้สึก เราไม่โกหกกัน แต่ว่าสิ่งหนึ่งซึ่งผมได้ยึดถือมาตลอดในการทำงานตั้งแต่ปีที่แล้วมาจนถึงปีนี้ก็คือว่า

สิ่งที่มันยิ่งใหญ่กว่าตัวเราคือบ้านเมืองคือส่วนรวม ตัวผมในฐานะนายอภิสิทธิ์ จะโกรธจะเคืองอะไรนี้ผมก็เป็นปุถุชน ก็ว่าไป แต่ตัวผมในฐานะที่เป็นอภิสิทธิ์ต้องถอดความรู้สึกตรงนั้นออกไป ในการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับส่วนรวม

ผมใช้วิธีนี้มาตลอด และก็ยังใช้วิธีนี้ เพราะฉะนั้นจะเห็นนะครับว่าหลายคนซึ่งก็มีความผูกพันกับผมสนับสนุนผม ก็มีความเป็นเดือดเป็นร้อน และก็บอกว่ายอมเขาได้อย่างไร ยอมเขาได้อย่างไร แม้กระทั่งวันนั้นที่ไปที่บ้านก็มีหลายคนบอกว่าอย่าไปยอมนะ อย่าให้ไปถึงหน้าบ้าน เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะมาทำอย่างนั้น แต่ผมก็คิดว่าถ้าวันนั้นเราตัดสินใจบอก ไม่เอาแล้ว ผมไม่อยากให้มันเกิดขึ้น เพราะมันบ้านผมนะ ต้องสั่งตำรวจบอกยังไงก็ไม่ให้เข้า อะไรจะเกิดขึ้น ผมก็ชั่งน้ำหนักดูแล้วผมก็บอกว่า มันคงไม่คุ้มสำหรับบ้านเมือง ผมก็เลยบอกว่าเอาเถอะ ถ้าเขา อยากจะมาเทอยู่หน้าบ้าน ปล่อยให้เขาทำไป ดีกว่าเห็นภาพมาตีกัน เกิดการจลาจลขึ้น แต่ว่ามันก็ต้องขีดเส้น ขีดเส้นอย่างที่ว่าว่าถ้าเกิดเป็นเรื่องของการที่จะไปปิดล้อมสภาฯ หรือบุกเข้าไปจะยึดทำเนียบฯ ซึ่งก็จะเป็นเรื่องที่ผิดนี้ อย่างนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเดี๋ยวจะมีคนบอกอีกว่า แล้วสมัยที่เขาเป็นรัฐบาล มีกลุ่มคนไปยึดทำเนียบฯ ยึดอะไรนี่ ผมก็บอกได้เลยว่าเอาเทปมาดูเลยครับ ทุกครั้งที่มีการทำอย่างนั้นผมพูดชัดเจนว่าผมไม่เห็นด้วย ไม่ว่าจะเป็นทำเนียบรัฐบาล หรือแม้กระทั่งสนามบิน หรือแม้กระทั่งวันแรกเลยที่มีกลุ่มไป ถ้าผมจำไม่ผิดที่กระบี่ คุณเฉลิม รัฐมนตรีฯ มหาดไทยในขณะนั้นท่านไปตรวจราชการ และก็ไปขับไล่ ไม่ให้ไป ผมนี่เป็นคนแรกเลยที่ให้สัมภาษณ์ว่าผมไม่เห็นด้วยกับการกระทำอย่างนี้ ตอนนั้นผมก็ถูกฝ่ายที่เขาชุมนุมเขาก็ต่อว่า ทำไมละ ถ้าผมบอกว่าการขัดขวางการทำงานมันไม่ควร แล้วหลักประชาธิปไตยนี้แข่งขันกันไป คนทำงานก็ทำงานไป คนตรวจสอบก็นำเสนอข้อมูลของตัวไป ทำหน้าที่กันไป แล้วก็แข่งขันกันอย่างนี้ถึงเป็นประชาธิปไตยจริง แต่ถ้าว่าไม่ให้คนหนึ่งทำงาน มันไม่เป็นประชาธิปไตย ถ้าว่าไม่ให้คนหนึ่งเข้าพื้นที่นี้  นั่นไม่เป็นประชาธิปไตย  ถ้าว่าเข้าไปข่มขู่ไม่ให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ อันนั้นไม่ใช่ประชาธิปไตย"

...นารากร: "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ครอบครัวท่านได้รับผลกระทบด้วย ท่านคุยกับครอบครัวอย่างไรคะ"

อภิสิทธิ์: "ก็คุยทุกวันครับ"

นารากร: "อย่างเช่นคุยกับคุณพ่อด้วย คุยกับภรรยา ลูก ๆ ด้วย"

อภิสิทธิ์:  "ก็โทรศัพท์พูดคุยกัน"

นารากร: "บอกเขาอย่างไรว่าต้องให้กำลังใจเขาหรือว่าเขาเป็นฝ่ายให้กำลังใจเราคะ"

อภิสิทธิ์: "จริง ๆ ก็ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน แต่ว่าบนความเข้าใจที่ไม่ได้มีปัญหาอยู่แล้วตั้งแต่ต้น ก็คือคุณพ่อจริง ๆ ท่านให้สัมภาษณ์ไปเพราะว่าหลังจากที่ผู้ชุมนุมไปที่บ้านก็มีคนไปให้กำลังใจ ท่านก็ออกมาสัมภาษณ์ก็ชัดเจน แล้วท่านก็บอกว่าเราก็มีหน้าที่ในการอดทน เราเข้ามาเพื่อทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ เพราะฉะนั้นเราจะมาถือเป็นเรื่องเป็นอารมณ์เป็นความหงุดหงิดหรืออะไรต่าง ๆ คงไม่ได้

ส่วนครอบครัวนี้ผมก็ขอบคุณเขามาโดยตลอด คือผมเลือกเข้ามาทำงานนี้ ถ้าเขาเลือกได้ผมคิดว่าเขาคงไม่เลือกให้ผมมาทำงานนี้"

นารากร: "ห้ามไหมคะ ภรรยาห้ามไหมคะ"

อภิสิทธิ์: "คงสายครับ สายเกินไปแล้วครับ มันมาไกลครับ คือถ้าห้ามได้คงห้ามตั้งแต่ต้นครับ อาจจะหลวมตัวปล่อยมาทำตั้ง ๑๗ - ๑๘ ปีแล้ว แต่เมื่อมาถึงจุดนี้เขาก็บอกว่าผมต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ทำให้ดีที่สุด ส่วนผลกระทบมันก็เป็นสิ่งที่เราต้องยอมรับ ทุกคนก็ใช้คำว่าทำใจก็ได้หรือยอมรับได้

สุดท้ายจริง ๆ ครับ ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนจำนวนมากที่ตลอด ๗ - ๘ วันที่ผ่านมาได้ให้กำลังใจผม ในสถานการณ์นี้ และขอยืนยันครับว่าผมจะอดทนอดกลั้นยึดมั่นในผลประโยชน์ของประเทศชาติส่วนรวม ในการตัดสินใจในทุก ๆ เรื่องต่อไป ให้พี่น้องสบายใจได้ครับ ขอขอบคุณครับ"

  <<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ท่ามกลางวิกฤต รัฐบาลยังแก้ปัญหาประชาชนอย่างต่อเนื่อง

... งานทุกด้าน เดินต่ออย่างปกติ

นารากร:  "อย่างนั้นขอคำตอบว่าวันอังคารนี้คณะรัฐมนตรีจะมีการประชุมทำงานตามปกติไหม"

อภิสิทธิ์:
  "มีการประชุมคณะรัฐมนตรี"

นารากร:  "ยังมีการประชุม แต่ว่าที่ไหน"

อภิสิทธิ์:  "ก็จะดูสถานการณ์ก่อนแล้วจะกำหนดให้เหมาะสม"

นารากร:
  "ถ้ามาถึงตรงนี้แล้วก็มองว่าทางออกของปัญหาคือจะมีการเจรจาก่อน เพื่อวางกรอบว่าท่านนายกรัฐมนตรียินดีที่จะไปเจรจาใช่ไหมคะ ในเรื่องอะไรกว้าง ๆ แต่ปัญหาอื่น ๆ ที่ยังมีอยู่นี้ ปัญหาภัยแล้ง สัปดาห์ที่แล้วท่านก็ไปตรวจปัญหาภัยแล้ง ปัญหาภาคใต้ อย่างนี้ล่ะค่ะ การทำงานจะมีอุปสรรคไหมคะ"


อภิสิทธิ์:  "งานทุกด้านเดินต่ออย่างปกติครับ งานเอกสารก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว"

นารากร:  "ท่านเซ็นที่นี่หรือคะ"

อภิสิทธิ์:  "ปกติเดิมผมก็เซ็นทุกที่อยู่แล้วครับ เพราะว่าอยู่ที่กรุงเทพฯ ก็เซ็นที่บ้านจนถึง ๕ ทุ่มเกือบทุกคืนอยู่แล้วนะครับ ส่วนเรื่องของการประชุมนี้ซึ่งยังขลุกขลักอยู่บ้าง ก็ติดตามใกล้ชิด สัปดาห์ที่ผ่านมานอกจากไปดูเรื่องภัยแล้งแล้วนี้ ก็ติดตามใกล้ชิดนโยบายทั้งเรื่องการต่างประเทศ เศรษฐกิจเพื่อนบ้าน งานของ สสส. ซึ่งมีโครงการใหม่ ๆ มีการอนุมัติ ผมติดตามอยู่ตลอด แล้วก็รวมทั้งสถานการณ์เศรษฐกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมด้วย"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>

... ภาพรวมสถานการณ์ภัยแล้ง ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเตือนนาปรังรอบ ๒ น้ำไม่พอ ก.เกษตรฯ เร่งคิดโครงการช่วงพักนาตัดวงจรเพลี้ย

อภิสิทธิ์:
 "กลับมาพบกันต่อนะครับ อยากจะถือโอกาสนี้ในช่วงท้ายของรายการได้เรียนถึงทั้งปัญหาสำคัญที่พี่น้องประชาชนคนไทยเผชิญอยู่คือเรื่องของภัยแล้งส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นเรื่องของการพูดคุยถึงการบริหารสถานการณ์ที่มีการชุมนุมต่อไป

ในส่วนของภัยแล้งนั้นนะครับในสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นผมก็ได้มีโอกาสเดินทางไปเพื่อตรวจระดับน้ำในเขื่อนหลัก คือเขื่อนภูมิพล และได้ดูสถานการณ์ภาพรวมของประเทศด้วย ขอย้ำนะครับว่าปีนี้ได้มีการพยากรณ์มีการคาดการณ์ว่าจะเป็นปีที่ค่อนข้างจะแล้งมากจากปรากฏการณ์ที่เขาเรียกว่าเอลนิโญ

เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนทั่วประเทศจะต้องประสบกับปัญหาภัยแล้ง แม้กระทั่งขณะนี้ในภาคใต้ซึ่งผมได้มีโอกาสเดินทางลงไปที่สงขลาในสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วยนั้น ก็จะเริ่มมีปัญหาภัยแล้งเกิดขึ้นแล้ว

ฉะนั้นน้ำในเขื่อนซึ่งขณะนี้ได้รับผลกระทบจะมีอยู่บางจุด ซึ่งผมเคยได้พูดคุยกับพี่น้องประชาชนร่วมกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ อธิบดีกรมชลประทานไปแล้วในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ นะครับ แต่ว่าขณะนี้ที่คาดว่าจะกระทบหนักคือลุ่มน้ำเจ้าพระยา ระดับน้ำในเขื่อนอนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งเป็นสองเขื่อนหลักในขณะนี้จะเหลืออยู่ประมาณร้อยละ ๔๐ กว่า ๆ ซึ่งมาถึงใช้งานได้ประมาณร้อยละ ๒๐ กว่า ๆ โดยที่เราคาดการณ์นะครับว่าน้ำจำนวนนี้จะต้องมีการบริหารรจัดการเพื่อใช้ในช่วงเดือนนี้ เดือนเมษายน แล้วก็ต่อเนื่องไปถึงเดือนพฤษภาคมนะครับ เพราะว่าเราก็ต้องระมัดระวังในกรณีที่มีปัญหาฝนทิ้งช่วงด้วย

สิ่งที่อยากจะย้ำคืออย่างนี้ครับว่า น้ำจะมีเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภค และการเกษตรโดยเฉพาะในเรื่องของนาปีบวกกับนาปรัง ๑ ครั้ง แม้ว่าขณะนี้การทำนาปรังในรอบแรกของนาปรังในปีนี้จะเกินจากพื้นที่ที่ได้มีการกำหนด หรือได้ขอความร่วมมือเอาไว้ก็ตาม แต่คิดว่าการบริหารจัดการน้ำในส่วนนี้ยังพอทำได้ แต่สิ่งที่ผมดูแล้วก็คือว่าปริมาณน้ำไม่เพียงพอแน่นอนที่เป็นการทำนาปรังรอบ ๒

สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือว่า ในช่วงที่ผมเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปที่เขื่อนภูมิพลนั้น ได้ผ่านพื้นที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดพิษณุโลก ในจังหวัดสุโขทัยครับ ผมเริ่มเห็นแล้วว่ามีพี่น้องเกษตรกรบางส่วนเริ่มเข้าสู่การทำนาปรังรอบสอง อยากจะขอเตือนครับว่า

  • เราจะมีปัญหานะครับในการที่จะส่งน้ำให้กับนาปรังรอบสอง
  • ซึ่งเราได้บอกแล้วด้วยว่าจะเป็นการเพาะปลูกซึ่งจะไม่ได้รับการสนับสนุนในเรื่องของโครงการประกันรายได้นะครับ เพราะว่าเราจะให้สิทธิในเรื่องของการประกันรายได้สำหรับเกษตรกรรายละ ๒ ครั้งต่อปีเท่านั้น

เพราะฉะนั้นอยากจะขอความร่วมมือตรงนี้จริง ๆ และผมก็ได้ขอให้ทางกระทรวงเกษตรฯ ครับไปเร่งคิดในการเสนอโครงการที่จะจูงใจ แล้วก็มีทางเลือกให้กับพี่น้องเกษตรกรในลุ่มน้ำเจ้าพระยาว่า ในการที่จะไม่ทำนาปรังรอบ ๒ จะให้ทำอะไร แล้วตรงนี้จะเป็นอีกตัวหนึ่งนะครับที่จะช่วยตัดวงจรและแก้ปัญหาเรื่องเพลี้ยได้ด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องของสถานการณ์ภัยแล้งนี้ผมยังจะติดตามอย่างใกล้ชิด และไม่ใช่เฉพาะในลุ่มน้ำเจ้าพระยานะครับ

... แม่น้ำโขง เมษาฯ ไทยเตรียมประชุมลุ่มน้ำ ต่อเนื่องอาเซียน

ปัญหาในเรื่องของแม่น้ำโขงที่ขอดแห้งลงไปในหลายช่วง ก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมจะติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งก็จะนำไปสู่การประชุมในเรื่องของประเทศในลุ่มแม่น้ำโขงในช่วงต้นเดือนเมษายน และต่อเนื่องด้วยการประชุมอาเซียนด้วยในเดือนเมษายนเช่นเดียวกัน อันนี้ก็เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องเกษตรกร และปัญหาของพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่นะครับ ซึ่งผมยืนยันว่าผมยังเดินหน้าติดตามอย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะเข้าไปสั่งการให้หน่วยงานต่าง ๆ ได้เข้าไปช่วยเหลือพี่น้องที่ได้รับผลกระทบ

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>

... ประกันรายได้ เดินต่อเนื่อง สร้างแรงจูงใจโรงสี

ส่วนปัญหาของพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะเกษตรกรที่ปลูกข้าวนะครับ ในเรื่องของโครงการการประกันรายได้นั้นก็ขอเรียนว่า แต่หลังจากที่ได้มีการปรับในเรื่องของอัตราราคาอ้างอิง และอัตราการชดเชยถี่ขึ้น มีโครงการการแทรกแซง และขณะนี้ก็มีแนวทางในการจูงใจให้โรงสีต่าง ๆ เข้ามาร่วม สถานการณ์ก็ดูจะผ่อนคลายลงไปบ้าง แต่ก็ยังจะมีการติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>

... การท่องเที่ยวถูกกระทบ ตั้งศูนย์ฯ ดูแลนักท่องเที่ยว

ภัทร:  "ท่องเที่ยช่วงนี้กระทบหนักเหมือนกัน"

อภิสิทธิ์:  "ท่องเที่ยวนี้ผมก็ดูตัวเลขนะครับ

๑. ก็คือคนที่เข้ามาในสนามบินสุวรรณภูมิก็ลดลง ลดน้อยนะครับ ส่วนที่ไปตรงประเภทไปใต้เลยไปเหนือเลยไม่ค่อยกระทบ

๒. การยกเลิกการจองนะครับ ในช่วงตั้งแต่นี้ไปจนถึงประมาณเมษายนมีบ้าง ตลาดที่กระทบมากที่สุดก็คือเอเชีย คนที่มาจากจีน มาจากญี่ปุ่น มาเกาหลี ก็ดูละเอียดครับ แล้วก็ขอให้เขาส่งข้อมูลมาทั้งจากของททท.เอง ทั้งจากสมาคมโรงแรม

ด้วยความเป็นห่วงเป็นใย แล้วก็ได้มีการสั่งการไปถึงท่านรัฐมนตรีให้ดำเนินการในด้านต่าง ๆ เช่น รัฐมนตรีท่องเที่ยวก็คุยกันว่าให้มีศูนย์เฉพาะกิจอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว เพราะว่าบางครั้งตอนนี้เขาวางแผนมาเที่ยวก็เรื่องหนึ่ง แต่ว่าอาจจะมีแผนของผู้ชุมนุม ว่าสมมติวันนี้อาจจะไปวัดพระแก้ว วันนี้อาจจะไปอะไรนี้ เปลี่ยนเส้นทางกันไปอะไรกัน ต้องประชาสัมพันธ์ให้เขาทราบ ให้มีศูนย์ที่บริการเขาได้ว่าถ้าอย่างนั้นเปลี่ยนโปรแกรมอย่างนี้ได้ไหม"  

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

จากรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เวลา ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐น.

คลิ๊ก เพื่ออ่านคำต่อคำ

คลิ๊ก เพื่อชม ขอบคุณทุกฝ่าย,ที่มาของรัฐบาลยุบสภาฯเพื่อประโยชน์พี่น้อง, VDO รายการเต็ม


(กลับไปด้านบน)