... ๔๐ วันผ่านไป ภาพรวมของปัญหาได้ปรากฏชัดเจน เช่น ความเชื่อมโยงของการชุมนุมกับพรรคฝ่ายค้านและการก่อความรุนแรง รัฐบาลได้เตรียมแก้ไขอย่างต่อเนื่องทั้งวงจร แต่ต้องพยายามลดการสูญเสีย จึงต้องอาศัยจังหวะเวลา กอ.รมน.ทำความเข้าใจกับประชาชนพื้นที่ต่างๆเพื่อลดการเข้าร่วมชุมนุม อภิสิทธิ์ทำงานอย่างน้อยวันละ ๑๔ชั่วโมง ประชุมอย่างน้อย ๒ ครั้งต่อวัน เร่งติดตามขยายผลหาผู้ก่อการร้าย ศาลแพ่งไม่ได้ห้ามสลายชุมนุม แต่มาตราการที่ใช้ต้องเหมาะสมกับสถานการณ์
...ผู้ดำเนินรายการ: "ตั้งแต่วันที่ ๑๔ มีนาคม ที่มีการมาชุมนุมรวมตัวกันของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือว่ากลุ่มเสื้อแดง ผ่านมา ๔๒ วันแล้ว และทางรัฐบาลก็รับมือด้วยการใช้กฎหมายพิเศษ
- เริ่มตั้งแต่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
- ขยับมาเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
แต่มาถึงวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีประเมินอย่างไรในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายก็ดี รวมไปถึงการมองปัญหาและควบคุมปัญหาด้วยเครื่องมือต่าง ๆ ที่มี มันสมเหตุสมผลแล้วหรือยังคะ"
... ความชัดเจนของปัญหาปรากฏขึ้นตามลำดับ เตรียมการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง
อภิสิทธิ์: "ผมคิดว่าเราอยากจะให้เห็นภาพรวมอย่างนี้ก่อนนะครับ ภาพที่ชัดเจนหลังจากเหตุการณ์ผ่านมา ๔๐ กว่าวันหรือจะนานกว่านั้นแล้ว เราต้องยอมรับว่ามันเริ่มมีภาพเล็ก ๆที่มาประติดประต่อกันชัดเจนขึ้น
- ช่วงแรกจำได้ไหมครับมันจะมีการชุมนุมในทางการเมืองอยู่ ก็ไม่ค่อยชัดเจนนักว่ากลุ่มนี้โยงกับกลุ่มไหนอย่างไรบ้าง และการทำงานของสภาฯ ก็มีฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และก็มีคนไปยิงระเบิด ยิงเอ็ม ๗๙ หรือไปวางระเบิดตามที่ต่าง ๆ ก็อาจจะยังไม่ค่อยชัดเจนว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น
- แต่ต่อมาก็ชัดเจนมากยิ่งขึ้นแล้ว ฝ่ายค้านก็ขึ้นเวที พูดง่าย ๆ ก็เป็นประกาศในการที่จะร่วมทำงานการต่อสู้พร้อม ๆ กันนั้น
- เหตุการณ์อย่างน้อย ๆ ๒ เหตุการณ์ในระยะหลัง ๑๐ เมษายนแน่นอน และเมื่อ ๒ วันก่อนที่สีลม เห็นได้ชัดเจนว่ากลุ่มที่ใช้กำลัง ใช้อาวุธสงคราม อยู่ในพื้นที่ของการชุมนุม และก็มีการแสดงความรุนแรง"
... เหตุต่างๆ มีความเชื่อมโยงกัน ต้องแก้ให้ครอบคุมทั้งวงจร
ผู้ดำเนินรายการ: "ดูเหมือนว่าภาพต่อของสิ่งที่ท่านนายกฯ บอกว่าจะต้องแก้ปัญหาให้ได้ ทั้งระบบแบบเบ็ดเสร็จก็คือก่อการร้าย อันนี้คือท่านนายกรัฐมนตรีเชื่อมโยงกลุ่มผู้ชุมนุมและการขับเคลื่อนเป็นกระบวนการกับการก่อการร้าย"
อภิสิทธิ์: "คือผมบอกได้เลยนะครับว่าชื่อต่าง ๆ ที่ปรากฏออกมาในเหตุการณ์มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือต่างคนต่างทำ จะเป็นชื่อเสธ.แดง จะเป็นชื่อพล.อ.ชวลิต จะเป็นชื่อแกนนำผู้ชุมนุม
เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ผมคิดว่าขณะนี้เราเห็นชัดว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ไม่ใช่ว่าคนนี้วันนี้เกิดมาทำอย่างนี้ วันนี้อีกคนมาทำอีกอย่าง ไม่ใช่ มันเชื่อมโยงกัน ด้วยเหตุผลนี้เราจะเห็นว่าการแก้ปัญหามันจึงไม่ใช่เฉพาะปัญหาในพื้นที่การชุมนุม มันมีพื้นที่สื่อ สื่อต่างประเทศบ้าง นักการทูตบ้าง พื้นที่สื่อในประเทศ พื้นที่ที่เกี่ยวกับมวลชนในภูมิภาค
ตรงนี้ครับการแก้ปัญหา ถ้าเราคิดว่าไปแก้ที่จุดใดจุดหนึ่ง มันไม่ใช่ ผมแก้ สมมตินะครับแก้ตรงราชประสงค์ ผมก็ต้องดูแลด้วยว่าไม่ใช่ไปเกิดในพื้นที่สื่อต่างประเทศ ไปเกิดพื้นที่ในสภาฯ ซึ่งทำให้สถานการณ์ไม่สงบและรุนแรงมากขึ้น เราจึงจำเป็นจะต้องแก้ให้มันครบทั้งวงจรตรงนี้"
... ผู้ดำเนินรายการ: " ด้วยการควบคุมที่มีเนื้อหาที่"
อภิสิทธิ์: "เราไม่ใช้คำว่าควบคุมสื่อล่ะครับ อำนาจตามกฎหมายจะเขียนชัดว่าไม่ให้มีการเสนอข่าวสารที่กระทบต่อหรือทำให้สถานการณ์ฉุกเฉินหรือความมั่นคงกระทบกระเทือนในทางที่เสียหาย
เพราะฉะนั้นสถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ โดยทั่ว ๆ ไปก็เสนอรายงานตามปกติ ระมัดระวังเพียงแต่ว่าอย่าไปเป็นเหยื่อของคนที่มาปลุกปั่นให้สถานการณ์เลวร้ายลง
แม้กระทั่งการออกข่าวจากที่นี่ ผมก็จะต้องคุยกัน ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์จะต้องระมัดระวังมากว่าไม่ใช่อะไร ๆ ก็ทีวีพูล ๆ บางครั้งการให้ข่าวของผมก็ให้สัมภาษณ์บ้าง จัดเป็นรายการเฉพาะบ้าง แต่ว่าไม่จำเป็นต้องเป็นพูลเสมอไป
ที่ให้เห็นภาพตรงนี้ก็อยากจะบอกว่าอยากจะให้เห็นว่าพัฒนาการของสถานการณ์และการแก้ไขปัญหา ผมยืนยันว่าขณะนี้พอความชัดเจนของปัญหามันปรากฏขึ้นโดยลำดับ ผมคิดว่าขณะนี้ภาพต่อสมบูรณ์แล้ว
การแก้ไขปัญหามีการวางแนวการเตรียมการการวางแผนอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ว่ามันคงไม่ถูกใจทุกฝ่ายที่คิดว่ามันแก้ได้โดยวิธีนี้ มันแก้ได้โดยวิธีนั้น ซึ่งการคิดร่วมกันและการที่จะปฏิบัติไปสู่เป้าหมายตรงนี้ รัฐบาลก็ดี และก็ไม่ใช่เฉพาะกองทัพ วันนี้และเมื่อสองวันนี้ในส่วนของตำรวจก็ดี ในส่วนของฝ่ายปกครองก็ดี รัฐบาลกำลังดำเนินการให้สอดรับถึงความพร้อมในการที่จะดำเนินการในขั้นต่อไป"
... เป้าหมาย คืนพื้นที่ให้ประชาชน ต้องอาศัยจังหวะเวลา
อภิสิทธิ์: "... บางคนถึงขั้นต่อว่าต่อขาน ตำหนิติติงว่ารัฐบาลจะปล่อยให้เกิดการสูญเสียของผู้บริสุทธิ์อย่างนี้อีกเท่าไหร่อย่างไร ผมยืนยันนะครับว่าไม่มีใครต้องการที่จะเห็นอย่างนั้นแน่นอน แต่ว่าอย่างที่ผมย้ำอีกครั้งครับ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่สี่แยกราชประสงค์อย่างเดียว
และผมยืนยันว่าข่าวคราวที่มันสับสน บางทีอาจจะต้องสอบถามจากท่านเอง ที่บอกว่าตกลงสลาย ไม่สลาย ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น
ประเด็นอยู่ว่าจะแก้ปัญหาต้องทำอะไรบ้าง ยิ่งเป้าหมายสุดท้ายเป้าหมายหนึ่งแน่นอน คือการคืนพื้นที่ให้กับประชาชน แต่อะไรก่อนหลัง จังหวะเวลาทำเมื่อไหร่ อันนี้ไม่ใช่สิ่งที่สามารถที่จะมาตอบกันตรงนี้ได้ว่าคืนนี้ พรุ่งนี้เจ็ดโมงเช้าจะต้องแล้ว ไม่ใช่อย่างนั้น"
ผู้ดำเนินรายการ: "๑-๒-๓ บอกไม่ได้ แต่ก็ประเมินสถานการณ์การพัฒนาการแบบวันต่อวัน"
อภิสิทธิ์: "แต่ไม่ใช่ว่านั่งอยู่เฉย ๆ นะครับ ไม่ใช่ว่านั่งอยู่เฉย ๆ ไม่ทำอะไร ผมก็นั่งทำงานอยู่ ผมว่าแต่ละวันไม่น่าจะต่ำกว่า ๑๔-๑๕ ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย"
... ผู้ก่อการร้ายคือใคร ?
... ผู้ดำเนินรายการ: "ผ่านมาหลายวันแล้วพอจะบอกได้บ้างหรือยังว่า
- กองกำลังดังกล่าวคือใคร
- กลุ่มไหนอย่างไร
- รวมไปถึงอาวุธสงครามเหล่านั้น
หรือว่าเรามีภาพ ๆ หนึ่งให้ประชาชนหวาดกลัวมากว่าตอนนี้กำลังมีผู้ก่อการร้าย เรากำลังถูกคุกคาม เราไม่ปลอดภัยในประเทศเรา และเราต้องอยู่ภายใต้กฎหมายที่เข้มแข็ง แล้วผู้ก่อการร้ายคือใคร ตรงนี้พอจะมี
อภิสิทธิ์: "เราคงพูดได้ในระดับหนึ่ง
[ข้อแรก] คือว่ามีบางคนเขาเปิดตัวเขาเองมาตลอด ถูกต้องไหมครับ เขาประกาศมาตั้งแต่อาจจะปลายปีที่แล้วว่าเขากำลังฝึกกองกำลังคนนั้นคนนี้อยู่มาเชื่อมโยงกับทางการชุมนุมทางการเมือง เละผมก็ว่ามีการทำงานที่ตอนหลังก็เปิดเผยพอสมควร ตรงนั้นก็เป็นส่วนหนึ่ง
[อีกส่วนหนึ่ง] ก็คือจากการที่เราจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในวันที่ ๑๐ และก็มีการครอบครองอาวุธ ขณะนี้การสอบสวนก็มีการดำเนินการอยู่ ก็น่าจะสามารถที่จะขยายผลไปได้ และก็ปฏิบัติการต่าง ๆ แนวทางต่าง ๆ เราเริ่มเห็นชัดเจนมากยิ่งขึ้น
แม้กระทั่งในเหตุการณ์ที่สีสมเมื่อวันที่ ๒๒ ผมเรียนได้เลยเหตุการณ์เกิดขึ้นก็ตอนช่วงหัวค่ำ แต่ว่าผมกับ ท่านผบ.นั่ง และก็มีการติดตามเหตุการณ์อยู่ถึงประมาณตีสามตีสี่ เพราะเราเห็นการเคลื่อนไหวอะไรหลายอย่าง
และก็มีความพยายาม เพราะว่ามีข่าวด้วยซ้ำว่าจริง ๆ จะไม่หยุดอยู่เท่านั้น จะมีเพิ่ม แต่ก็ต้องมีมาตรการในการ ที่จะเข้าไปเพื่อปรามไม่ให้มันเกิดขึ้นต่อเนื่อง และเราก็มองเห็นว่ามันมีอะไรบ้างที่จำเป็นที่จะต้องดำเนินการเพื่อไม่ให้การเผชิญหน้าในลักษณะนี้นำไปสู่การสูญเสีย ก็พยายาม
วันรุ่งขึ้นก็จะเห็นว่าทางตำรวจเขาก็ไปทำหน้าที่ในการที่จะทำอย่างไรก็ตามให้มีการร่นถอย ไม่ให้เกิดการใกล้กัน และก็สามารถที่จะตรวจสอบได้มากขึ้น ก็จะต้องพยายามต่อไป ไม่ให้มีการเอาอาวุธต่าง ๆ มาใช้"
... ผู้เกี่ยวข้องเข้าประชุมพร้อมเพียง แยกแยะภารกิจนี้ทำเพื่อชาติบ้านเมือง ไม่ขอเกี่ยวประเด็นการเมือง
... อภิสิทธิ์: "ผมเล่าให้ฟังนิดหนึ่งนะครับบางที คือผมกับคนที่ทำงานตรงนี้อยู่ในเหตุการณ์ อยู่ในสถานที่ก็ไม่ทราบว่าข้างนอกรู้ไม่รู้อะไร เล่าให้ฟังอย่างนี้ก็ได้ว่า
แต่ละวันอย่างน้อย ๆ ที่สุดก็ต้องมีการมาประชุมเป็นประจำในเชิงการติดตามสถานการณ์ ๒ ครั้ง อย่างน้อยนะครับ เช้าครั้งและค่ำครั้ง
และอย่างน้อย ๑ ครั้ง ผู้บัญชาการเหล่าทัพต่าง ๆ อยู่ครบในฐานะที่เป็นกรรมการของ ศอฉ. และก็เรียกว่าเกือบจะตลอดเวลา ท่านผบ.ทบ. ท่านรองผบ.ทบ. เสธ. ต่าง ๆ อยู่กันครบถ้วน
- และทุกคนเข้าใจดีว่าภารกิจที่ทำในส่วนของเจ้าหน้าที่คือเรื่องสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง คือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของชาติ คือการปกป้องสถาบันหลักของชาติ และเราก็แยกกัน
- ส่วนเรื่องการเมืองตรงนี้ท่านไม่ต้องเสี่ยง การเมืองก็แก้ด้วยการเมือง คำว่าแก้ด้วยการเมือง"
ผู้ดำเนินรายการ: "ท่านไม่อยากเกี่ยวอยู่แล้ว"
... ต่างความคิดได้ แต่ต้องไม่รุนแรง
... ผู้ดำเนินรายการ: "ทีนี้ท่านนายกฯ คะในระหว่างนี้กลุ่มต่าง ๆ ที่ออกมาแสดงพลัง เขาก็บอกว่าอยากจะใช้สิทธิ ตามระบอบประชาธิปไตย อยากจะแสดงพลังเหมือนกัน ไม่อยากให้ยุบสภา อย่างนั้นอย่างนี้ ในภาพของกระแสที่ออกมา บางทีก็ออกมาด้วยอารมณ์ที่โกรธเกรี้ยวกันอะไรต่าง ๆ ท่านนายกฯ จะมีวิธีบรรเทาอารมณ์ของแต่ละกลุ่ม ไม่ว่าจะรัก จะชัง หรือจะออกมาต่อต้าน หรือสนับสนุนอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดการที่แต่ละฝ่ายจะปะทะกันในที่สุด"
อภิสิทธิ์: "เป็นปัญหาที่ผมหนักใจ และบอกตรงๆ ว่าก็เป็นเรื่องที่เราต้องแบกรับอยู่ทุกวัน เดี๋ยวนี้ยุคของโลกของการสื่อสารจริง ๆ ผมเอาเฉพาะว่า SMS กับ E-mail ที่เข้ามาถึงผมทุกวันในทุกอารมณ์นะครับ
- ตั้งแต่ฝ่ายที่เป็นชุมนุมเสื้อแดง
- เสื้อหลากสี
- คนที่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรเลยกับเหตุการณ์ทั้งหมด
ความแตกต่างมีมาก สิ่งเดียวที่เราต้องย้ำคือว่าใครจะมีความคิดเห็นอย่างไร เราต้องปฏิเสธความรุนแรง ทีนี้ถามว่าบริหารอย่างไร ดีที่สุดคือเราก็พยายามสื่อสารตรงไปตรงมา เราคิดอะไรอยู่ เราพยายามทำอะไรอยู่ เราเปิดเผยได้ไหมทั้งหมด โดยเฉพาะปฏิบัติการต่าง ๆ ถึงท่านผบ.ทบ.จะมีครบถ้วนอย่างไร ท่านก็เปิดเผยให้หมดไม่ได้หรอกครับว่าจะเป็นอย่างไร อันนี้ผมว่าคนเข้าใจนะครับ ก็ต้องมีการพยายามสื่อสาร เพื่อบรรเทาตรงนี้ลงไป
ความรุนแรงที่เราพูดคือว่ามันไม่ควรจะเกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่มประชาชน เพราะฉะนั้นดีที่สุด ใครอยากจะแสดงออกจากกิจกรรมอะไร อยากให้หลีกเลี่ยงการนำไปสู่ความเสี่ยงต่อความรุนแรงต่อกัน รัฐก็มีหน้าที่ เจ้าหน้าที่ก็พยายาม อย่างที่ผมเรียนว่าที่เราทุกข์ใจเมื่อคืนวันที่ ๒๒ เมษายนคือว่าเราไม่ได้คาดคิดว่ามันจะใช้วิธีการกันถึงขั้นนี้ เราก็วางมาตรการเอาไว้ในอีกระดับหนึ่ง ซึ่งอันนี้ก็เป็นบทเรียนราคาแพง คือเราก็ต้องกลับมาทบทวนในการทำงาน"
...ใช้กลไก กอ.รมน.สร้างความเข้าใจปัญหาที่แท้จริง
...ผู้ดำเนินรายการ : "ต้องเรียนถามท่านพล.อ.อนุพงษ์บ้างนะคะ เพราะว่าก่อนหน้านี้ก็มองว่าทาง ศอฉ. ก็มีมาตรการในการที่จะกดดันผู้ชุมนุม เราอาจจะบอกว่าขอคืนพื้นที่อะไรต่าง ๆ มันก็เริ่มมีความรุนแรงเกิดขึ้น ตั้งแต่วันที่ ๑๐ เมษายนมาจนกระทั่ง ๒๒ ก็ดี หรือว่าตลอดระยะเวลาของการที่กลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ตรงแยกราชประสงค์ ก็มีข่าวหนาหู เดี๋ยวจะวันนั้น เดี๋ยวจะวันนี้จะขอคืนพื้นที่หรือจะสลายไม่สลาย นับตั้งแต่ท่านผู้บัญชาการทหารบกมาดูแลเรื่องนี้ มีความคิดหรือว่ามีจุดยืนในเรื่องของการที่จะทำให้การชุมนุมนั้นหมดไปอย่างไรคะ"
ผู้บัญชาการทหารบก : "โดยในกรอบใหญ่ที่ท่านนายกฯได้เรียนให้ทราบเมื่อสักครู่นี้ว่า ถ้าการทำอะไรมันทำแล้วให้มันหมดไปคือความสงบสุขคืนสู่สังคมเราก็จะทำในเรื่องนั้นตามกรอบนโยบายของรัฐบาล ซึ่งในขณะนี้ถ่ายทอดลงมาในกรอบของศอฉ.อยู่ขณะนี้ รวมกันเป็นว่าเราพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ทุกอย่างมันกลับคืนสู่สภาพความสงบสุข อันนี้เป็นหลักสำคัญอย่างยิ่งนะครับ
ทีนี้ถามว่าจะทำหรือไม่ทำอะไรนั้นจะเป็นภาพใหญ่อย่างที่ท่านนายกฯได้เรียนให้ทราบแล้วนะครับ ผมจะพูดเพิ่มเติมของท่านนายกฯ เพราะท่านอธิบายไปเยอะแล้วนะครับ เพียงเกี่ยวกับการสร้างความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง โดยสื่อหรืออะไรก็แล้วแต่มีมาตรการอีกส่วนหนึ่งซึ่งผมอดจะพูดไม่ได้คือในส่วนของภูมิภาคแน่นอนว่าคนที่อยู่ที่สี่แยกราชประสงค์นั้นไม่ได้มาจากกรุงเทพมหานครเพียงอย่างเดียว มาจากปริมณฑลจังหวัดใกล้เคียงรวมทั้งภูมิภาคด้วย
เพราะฉะนั้นเราก็ใช้กลไกของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้ช่วยสร้างความเข้าใจให้กับคนในชาติว่าปัญหาที่แท้จริงนั้นมันเป็นอย่างไรแล้วก็ความถูกต้องมันเป็นอย่างไรสิ่งที่เขาได้ยินมาไม่ถูกต้องเป็นอย่างไร ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าถ้าทุกคนเข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริง และเข้าใจจุดยืนของรัฐบาลที่ต้องการที่จะสร้างความสงบสุข ก็คงจะไม่เกิดปัญหา
และเมื่อเป็นเช่นนั้นผมก็เชื่อมั่นว่าที่สี่แยกราชประสงค์ก็คงจะใช้คำว่า คงจะไม่มีความชอบธรรมก็ได้ หรือว่ามันคงจะลดลงไป หรือจะใช้คำว่า มันหดตัวลงไป ซึ่งในตอนนั้นถึงขั้นนั้นถ้าประชาชนผู้บริสุทธิ์เขาไม่อยู่ในกลุ่มนี้ และเราก็สามารถดำเนินการบังคับใช้กฎหมายได้เต็มที่ต่อผู้ที่ยังอยู่ หรือว่าผู้ที่ผิดกฎหมายก็ต้องใช้เจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติจับกุมทำอะไร ก็จะสามารถทำได้ สรุปแล้วก็คือจะทำในสิ่งที่มันทำให้ประเทศชาตินั้นเกิดความสงบสุข ไม่เกิดความสูญเสีย และเป็นไปตามกรอบของนโยบายของรัฐบาล"
ผู้ดำเนินรายการ : "การใช้อาวุธกับความชำนาญผ่านการฝึกทางยุทธวิธี"
ผู้บัญชาการทหารบก : " อาวุธนี้ใช้คำว่าคงจะมีประสบการณ์ก็แล้วกันนะครับ แล้วอาจจะมีการฝึกการใช้กันอยู่ จึงสามารถใช้ได้"
... อภิสิทธิ์: "ผมให้เห็นภาพเพิ่มเติมคือว่าที่ท่านผบ.ทบ.ได้พูดไป
มันก็มีอีกส่วนหนึ่ง[๑]ที่บางทีบางครั้งสังคมอาจจะมองข้ามว่าภารกิจเรามันมีในลักษณะที่ต้องไปป้องกันเหตุเหล่านี้ด้วย เพราะฉะนั้นไม่ใช่ภาพที่เห็นอยู่เฉพาะที่เป็นข่าว แต่ว่ามีทั้งตำรวจ ทั้งทหาร ที่ต้องคอยเฝ้าระวัง พื้นที่เป้าหมายหรือสถานที่เป้าหมายที่เรามีรายงานข่าวมา อันนี้ก็ทำให้กำลังของเราต้องถูกดึงถูกกระจายออกไปอีก
ส่วนที่สอง[๒] คือหลังเหตุการณ์วันที่ ๑๐ มา มันจะมีอาวุธส่วนหนึ่งที่ถูกยึดไป ซึ่งขณะนี้ยังคืนไม่ครบ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องมีการติดตามต่อไปด้วย"
... ศาลแพ่งไม่ได้ห้ามสลายการชุมนุม สามารถทำได้โดยยึดหลักกม.และความเหมาะสมกับเหตุการณ์
... อภิสิทธิ์: "มีข่าวเมื่อเร็ว ๆ นี้เรื่องศาลแพ่ง ผมคิดว่าจริง ๆ ดูคำวินิจฉัยของศาลแพ่งก็ดี แล้วก็คำวินิจฉัยศาลปกครอง ซึ่งเราอ้างอิงมาตั้งแต่ต้นก่อนหน้านี้มันจะเป็นคำตอบ คือคนที่มีอารมณ์ความรู้สึกรุนแรง ก็จะบอกว่าสู้กับคนที่เขาใช้วิธีการ ซึ่งเราเห็นว่าอำมหิตอย่างนี้ เราต้องทำแบบเดียวกันหรือเปล่า ไม่มีที่ไหนล่ะครับอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ของรัฐไปใช้วิธีการนอกกฎหมายได้
คำวินิจฉัยศาลแพ่งเพื่อไม่ให้มีการไปเข้าใจผิดด้วยนะครับที่มีการยื่นร้องมา
- ท่านไม่ได้บอกว่าห้ามสลายการชุมนุม
- ขณะเดียวกันท่านก็ไม่ได้บอกว่ารัฐบาลสลายการชุมนุมได้ตามใจชอบ ซึ่งเป็นหลักของกฎหมาย ความหมายก็คือว่าการจะใช้มาตรการอะไร ต้องใช้ให้เหมาะสมกับเหตุกับสถานการณ์
- และเราต้องคำนึงว่าคนที่อยู่ในนั้นสถานะไม่ได้เหมือนกันหมด บางคนมีหมายจับ บางคนกำลังอาจจะทำความผิดซึ่งหน้า ใช้ความรุนแรงใช้อาวุธอยู่ แต่บางคนก็เป็นชาวบ้าน ซึ่งอยู่ตรงนั้น เอาล่ะบางคนบอกสนับสนุน ไม่สนับสนุนก็ตอบยาก
การที่เราจะไปปฏิบัติโดยเหมือนกันหมด ผมว่าไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายอนุญาต กฎหมายบอกว่าทำได้เท่าที่จำเป็น และจะทำมีมาตรฐานสากล มีขั้นตอนปฏิบัติที่ต้องทำ ซึ่งจะต้องทำจากเบาไปหาหนัก ศาลย้ำอันนี้ทั้งศาลปกครอง ทั้งศาลแพ่ง
รัฐบาลอยู่เหนือกฎหมายไม่ได้ แม้จะต่อสู้กับคนที่ทำผิดกฎหมาย รัฐบาลก็ไม่มีสิทธิ์อยู่เหนือกฎหมาย และผมต้องย้ำว่าถ้ารัฐบาลคิดใช้วิธีเหนือกฎหมาย สังคมไม่สงบสุขครับ สังคมไม่มีวันสงบสุขได้ ถ้ารัฐบาลใช้วิธีเหนือกฎหมาย สังคมไม่สงบสุข สังคมไม่มีวันสงบสุขได้ถ้ารัฐบาลใช้วิธีเหนือกฎหมายเพียงเพื่อแก้สถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่งในห้วงเวลาใดห้วงเวลาหนึ่ง ...เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาตรงนี้ผมยืนยันว่าไม่นิ่งเฉยล่ะครับ
- ถามว่าในใจนี่ร้อนไหม ผมบอกได้เลยครับไม่มีใครอยากจะนั่งอยู่ในสภาพอย่างนี้นานล่ะครับ
- และถามว่าวันนี้ถ้าใครเป็นอุปสรรคในเจ้าหน้าที่รัฐ แล้วผมจะปล่อยเฉยไหม ผมไม่ปล่อยเฉยล่ะครับ
แต่วันนี้ที่อยากจะมาซักซ้อมความเข้าใจกันก็คือว่า การทำงานมีความเป็นเอกภาพ และมันคิดตรงกันในขณะนี้ว่าความมั่นคงแก้อย่างไร การเมืองแก้อย่างไร และเราก็กำลังเดินไปข้างหน้า เราขอความเข้าใจจากประชาชน และเรารับรู้ตลอดเวลาถึงอารมณ์ความรู้สึก ซึ่งมันก็คงถูกใจบางคน ไม่ถูกใจบางคน
และที่ผมพูดไปวันก่อนตีความกันไปต่าง ๆ นานา ที่ผมบอกว่าถ้าผมแก้ปัญหาไม่ได้ ผมไม่อยู่ ผมพูดจริง พูดจริงนี่ไม่ใช่ถอดใจ ไม่ใช่ประชด ไม่ใช่อะไรครับ
แต่ผมรู้ว่าผมอยู่ ผมมีหน้าที่ทำอะไร ถ้าผมทำหน้าที่นั้นไม่ได้ ผมไม่ควรอยู่ เพราะฉะนั้นตราบที่ผมอยู่ คือผมทำทุกวัน ทำตามหน้าที่ และเป้าหมายของผมยืนยันเลยว่าไม่เกี่ยวกับตัวผม แต่ว่าเกี่ยวกับอนาคตของสังคมประเทศชาติและลูกหลานคนไทยทุกคน"
ผู้ดำเนินรายการ: "อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีเคยพูดว่าท่านจะเป็นนายกรัฐมนตรีของทุกคน เพราะฉะนั้นไม่ว่าสถานการณ์จะพัฒนาการไปอย่างไร กลุ่มประชาชนไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหน จะรักหรือจะไม่รักท่านนายกฯ อย่างไรก็คงจะคาดหวังให้รัฐบาลปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างเท่าเทียมกัน และกองทัพก็คงจะเป็นกองทัพของประชาชน จริง ๆ แล้วก็มีข้อสงสัยอีกมากมายนะคะ แต่ว่าด้วยเวลาอันเหมาะสมเพียงเท่านี้ ๑ ชั่วโมง ก็คงจะได้รับเกียรติจากท่านนายกรัฐมนตรี และท่านผู้บัญชาการทหารบก ชี้แจงทำความเข้าใจ และพูดถึงจุดยืนของทั้งสองท่าน ซึ่งก็หมายรวมไปถึงคณะกรรมการและผู้ที่เกี่ยวข้องในการดูแลความสงบเรียบร้อยอยู่ตอนนี้ในภาพรวมได้พอสมควรทีเดียวนะคะ ขอบพระคุณทั้งสองท่านค่ะ ท่านผู้บัญชาการทหารบก ท่านนายกรัฐมนตรี "
<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>