แก้ปัญหาประเทศ ไม่ใช่เพียงราชประสงค์ ภาพปัญหาชัด เตรียมการแก้ไขต่อเนื่อง ปัญหาการเมือง ไม่ใช่แค่ยุบสภา แต่จะมีปฏิรูปใหญ่ บทบาท ผบ.ทบ. กองทัพทำเพื่อใคร?(๒๕ เม.ย.๕๓)

- คืนพื้นที่ราชประสงค์เป็นเป้าหมายหนึ่ง แต่เป้าสุดท้ายคือความสงบสุขของสังคมไทย
- ภาพปัญหาชัดสมบูรณ์ เตรียมการแก้ไขต่อเนื่อง แต่ต้องอาศัยจังหวะเวลา
- บทบาท ผบ.ทบ. กองทัพทำเพื่อใคร? เอกภาพ? ดาบอาญาสิทธิ์ ?
- มีอะไรพลาดพลั้งที่ผ่านมา ?
- ปัญหาการเมือง ไม่ใช่แค่ยุบสภา แต่จะมีปฏิรูปใหญ่
- เยียวยาผู้บาดเจ็บ ผู้ถูกกระทบ: ลูกจ้าง ผู้ประกอบการ
- ผลกระทบเศรษฐกิจภาพรวม รัฐบาลยังคงแก้ปัญหาต่างๆอย่างต่อเนื่อง
- ผ่านภาษีที่ดินสร้างความเป็นธรรม เพิ่มรายได้ท้องถิ่น
- ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

  - คืนพื้นที่ราชประสงค์เป็นเป้าหมายหนึ่ง แต่เป้าสุดท้ายคือความสงบสุขของสังคมไทย

... เป้าหมายในการแก้ปัญหา คือนำความปกติสุขสู่สังคมไทยโดยรวม ไม่ใช่เพียงคืนพื้นที่ราชประสงค์ แต่ต้องรักษาความเป็นนิติรัฐ ปกป้องสถาบันหลักของชาติ นายกรัฐมนตรีไม่ได้รับผิดชอบแต่เฉพาะประชาชนที่อยู่ตรงนั้น แต่รับผิดชอบกับสังคมทั้งสังคม และสังคมในอนาคต

อภิสิทธิ์:  " ผมว่าเมษายนขณะนี้ คนเห็นคลิปเยอะมากแล้วนะครับ ที่เราเห็นภาพชัดเจนว่ากลุ่มคนเสื้อดำปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่  และก็อยู่ในวงล้อมของกลุ่มผู้ชุมนุมส่วนหนึ่ง  ผมยังยืนยันว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเราไปเหมารวมว่าเขาเหมือนกันหมดไม่ได้ แต่อยู่ตรงนั้น กรณีของสีลม ผมคิดว่าข้อมูลที่เรามีที่ละเอียดที่สุดล่าสุดก็น่าจะบ่งบอกว่ามีการยิงออกมาจาก ๒ จุด และหนึ่งในจุดนั้นก็ชัดเจนว่าอยู่ในกลุ่มของพื้นที่ของการชุมนุม 

เพราะฉะนั้นเราจะเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นที่เป็นกระบวนการ มองในแง่ร้ายก็บอกภาพมันน่ากลัวมากขึ้น  แต่อีกแง่หนึ่งพัฒนาการของการแก้ปัญหา

  • จากการที่เราใช้กฎหมายความมั่นคง และต่อมาก็มาใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขณะนี้ต้องบอกว่า 
  • การทำความเข้าใจกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับประเทศไทย ทำได้มากขึ้น เดิมทีมีเครือข่ายของสถานีโทรทัศน์ วิทยุ ซึ่งให้ข้อมูลในลักษณะที่ยุยงระดมปลุกปั่นทั่วประเทศ ในขณะนี้ผมคิดว่าประชาชนทั่วประเทศได้รับข้อมูลข่าวสารที่มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงคืออะไร

เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่าลักษณะของปัญหาที่มันเหมือนกับแพร่กระจายไป และก็ทำให้สถานการณ์ของการชุมนุมนั้น ควบคุมค่อนข้างจะได้ยาก มันเริ่มเปลี่ยนไปในลักษณะที่ถูกขีดวงจำกัดวงมากขึ้น แน่นอนครับบังเอิญการจำกัดวง หัวใจของมันตรงนี้มาอยู่ที่สี่แยกราชประสงค์  ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางทางเศรษฐกิจการค้าของกรุงเทพฯ ของประเทศไทย  มันก็ทำให้เกิดความเดือดร้อนมาก แต่ผมก็อยากจะย้ำว่าตรงนี้ที่ขณะนี้ที่เป็นปัญหาก็คือว่า สังคมได้รับข่าวสารมุ่งที่สี่แยกนี้ และก็มีความคิด ว่า การแก้ปัญหา พูดง่าย ๆ ก็บอกรอคอยการสลายการชุมนุม และน้ำหนักก็ทิ้งมาที่ทางกองทัพเป็นพิเศษ 

  • ผมอยากจะบอกว่าแนวการแก้ปัญหาที่เราทำมาตลอดเดือนกว่า ๆ มันเป็นการแก้ปัญหาของประเทศ  และวันนี้ปัญหาของการเคลื่อนไหว การก่อการร้ายต่าง ๆ มันไม่ใช่ปัญหาของราชประสงค์ มันเป็นปัญหาของประเทศ  เพราะฉะนั้นการจะดำเนินการอะไรเพื่อแก้ปัญหา เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่ว่าแค่มีว่าพื้นที่ราชประสงค์กลับคืนสู่ภาวะปกติ  เป้าหมายจะเป็นของรัฐบาล จะเป็นของ ศอฉ. ก็คือนำความปกติและความสงบกลับคืนมา ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าจะทำหรือไม่ทำอะไร  แต่อยากจะบอกว่าจะทำหรือไม่ทำอะไร เป้าหมายสุดท้ายไม่ได้อยู่ที่แค่สี่แยกราชประสงค์อยู่ที่ความสงบสุขของสังคมไทย

เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เป็นจุดที่ผมต้องยืนยันนะครับ
- กฎหมายพิเศษจำเป็น ขณะนี้ยังจำเป็นอยู่
- การที่เราต้องตั้งด่านแข็งแรงเพื่อที่ทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนซึ่งอาจจะถูกชักจูงเข้ามา เราก็จำเป็นต้องใช้ 
- การที่จะช่วยไม่ให้มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารกระทบกับความมั่นคง กระทบต่อสถานการณ์ฉุกเฉินจำเป็นต้องใช้"

...ผู้ดำเนินรายการ: " ดูเหมือนว่าภาพต่อของสิ่งที่ท่านนายกฯ บอกว่าจะต้องแก้ปัญหาให้ได้ ทั้งระบบแบบเบ็ดเสร็จก็คือก่อการร้าย อันนี้คือท่านนายกรัฐมนตรีเชื่อมโยงกลุ่มผู้ชุมนุมและการขับเคลื่อนเป็นกระบวนการกับการก่อการร้าย"

อภิสิทธิ์:  " คือผมบอกได้เลยนะครับว่าชื่อต่าง ๆ ที่ปรากฏออกมาในเหตุการณ์มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือต่างคนต่างทำ จะเป็นชื่อเสธ.แดง จะเป็นชื่อพล.อ.ชวลิต จะเป็นชื่อแกนนำผู้ชุมนุม  เหตุการณ์ต่าง ๆ  ที่เกิดขึ้น ผมคิดว่าขณะนี้เราเห็นชัดว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ไม่ใช่ว่าคนนี้วันนี้เกิดมาทำอย่างนี้  วันนี้อีกคนมาทำอีกอย่าง ไม่ใช่  มันเชื่อมโยงกัน ด้วยเหตุผลนี้เราจะเห็นว่าการแก้ปัญหามันจึงไม่ใช่เฉพาะปัญหาในพื้นที่การชุมนุม

มันมีพื้นที่สื่อ สื่อต่างประเทศบ้าง นักการทูตบ้าง  พื้นที่สื่อในประเทศ พื้นที่ที่เกี่ยวกับมวลชนในภูมิภาค  ตรงนี้ครับการแก้ปัญหา ถ้าเราคิดว่าไปแก้ที่จุดใดจุดหนึ่ง  มันไม่ใช่ ผมแก้ สมมตินะครับแก้ตรงราชประสงค์  ผมก็ต้องดูแลด้วยว่าไม่ใช่ไปเกิดในพื้นที่สื่อต่างประเทศ  ไปเกิดพื้นที่ในสภาฯ  ซึ่งทำให้สถานการณ์ไม่สงบ  และรุนแรงมากขึ้น  เราจึงจำเป็นจะต้องแก้ให้มันครบทั้งวงจรตรงนี้"

...อภิสิทธิ์: " ที่อยากจะย้ำก็คือผมไม่เคยปฏิเสธการที่จะหาคำตอบทางการเมือง แต่ต้องเข้าใจอย่างน้อย ๆ ๒ ประเด็น

[ประเด็นที่ ๑] คือว่าการหาคำตอบทางการเมืองต้องไม่สร้างบรรทัดฐานทางการเมืองว่าต่อไปนี้การใช้วิธีการของการก่อการร้าย  การใช้ความรุนแรง การข่มขู่คุกคาม นำมาสู่คำตอบทางการเมืองภายใต้การกดดัน ข่มขู่ คุกคามอย่างนี้ ผมว่าอันนี้ต้องเข้าใจ เพราะว่าอันนี้เกี่ยวข้องกับการอนาคตของสังคมประชาธิปไตยอย่างชัดเจน ไม่ได้เกี่ยวกับตัวผม ผมได้ย้ำมาเสมอนะครับ ขณะนี้ที่ผมบอกว่าผมไม่สามารถที่อยู่ดี ๆ ไปเดินบอก ว่าคุณเรียกร้องอย่างนี้  ถ้าผมทำแล้วหยุด เพราะผมไม่ต้องการให้มันเป็นบรรทัดฐานของสังคม และผมมั่นใจด้วยว่าคนจำนวนมากซึ่งขณะนี้ออกมาชุมนุม จะเรียกว่าคนหลากสีหรือกลุ่มต่าง ๆ ที่เขามาชุมนุม และบอกว่าอย่ายุบสภา มันไม่ใช่เพราะว่าเขารักนายอภิสิทธิ์  แต่เขาบอกว่าสังคมไทย ประชาธิปไตยไทยจะจำนนต่อวิธีการเรียกร้องหรือข่มขู่คุกคามอย่างนี้ไม่ได้ นั่นประเด็นที่ ๑

[ประเด็นที่ ๒] ข้อเรียกร้องทางการเมืองที่มีการชูขึ้นมา มันมีหลายครั้งที่มันบ่งบอกว่าจริง ๆ มันไม่ใช่เป้าหมายสุดท้าย  ยุบสภา ลาออก ดูจะไม่ใช่เป้าหมายสุดท้าย มันมีไกลกว่านั้น ไกลกว่านั้นอีกหน่อยก็เป็นเรื่องการชิงอำนาจรัฐ ไกลกว่านั้นไปอีก ก็ว่าชิงไปเพื่ออะไร  เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับใคร  และไปไกลกว่านั้นก็คือการที่เริ่มมีคำพูดเรื่องรัฐไทยใหม่ มีกระบวนการซึ่งกระทบกับสถาบันหลักของชาติ

เพราะฉะนั้นที่อยากจะย้ำคือว่าความมั่นคง หน่วยงานรัฐบาลทั้งฝ่ายการเมือง ฝ่ายประจำ ก็แก้ไข ปัญหาทางการเมืองก็แก้ไข แต่ว่าถ้าบอกว่าแก้เพียงด้านใดด้านหนึ่ง ไม่ใช่  ถ้าจะบอกว่าเหตุการณ์สงบลงแล้ว ไม่ต้องหาคำตอบทางการเมืองกัน ไม่ใช่นะครับ

- ผมทราบดีในฐานะนักการเมืองซึ่งอยู่กับการเมืองมานาน เห็นสถานการณ์อย่างนี้  เห็นความแยกในทางความคิด ผมรู้ว่าอย่างไรก็ต้องมีคำตอบทางการเมือง และไม่ใช่เฉพาะเรื่องว่าจะยุบสภากันเมื่อไหร่  มันมีประเด็นโครงสร้าง ความไม่เป็นธรรม ประเด็นว่ากฎหมายที่บังคับใช้ทำอย่างไรให้คนมั่นใจมีมาตรฐานเดียว ซึ่งก็ต้องทำไป 

- แต่ในทางกลับกันครับ วันนี้จะบอกว่ามีคำตอบทางเมืองแล้ว  เราละเลยได้ว่าเราปล่อยให้มีการเคลื่อนไหว มีการใช้ความรุนแรง มีการใช้การก่อการร้าย  มีการใช้อาวุธสงคราม แล้วมาเป็นตัวชี้ว่าการเมืองเดินไปไหน  เราก็ปล่อยให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้"

...อภิสิทธิ์: " ผมอยากจะย้ำว่าภารกิจรัฐบาลวันนี้มันยิ่งใหญ่ไปกว่าการที่จะบอกว่าตกลงราชประสงค์เคลียร์หรือยัง  ภารกิจรัฐบาลวันนี้ คือ

  • ดำรงความเป็นนิติรัฐ และนิติรัฐรวมถึงการที่รัฐเองต้องปฏิบัติตามกฎหมาย  และ
  • ภารกิจวันนี้คือการปกป้องสถาบันหลักของชาติ ไม่ให้ถูกดึงลงมาสู่ความขัดแย้ง และไม่ให้เกิดความแตกแยกของประชาชน  ซึ่งอาจจะยังไม่แสดงออกวันนี้ แต่ไปฝังลึกอยู่ในใจ 
  • ผมไม่ได้รับผิดชอบแต่เฉพาะประชาชนที่อยู่ตรงนั้น ผมรับผิดชอบกับสังคมทั้งสังคม และสังคมในอนาคต และลูกหลานคนไทยทุกกลุ่มทุกฝ่ายในวันนี้ด้วย

เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาตรงนี้ผมยืนยันว่าไม่นิ่งเฉยล่ะครับ ถามว่าในใจนี่ร้อนไหม ผมบอกได้เลยครับไม่มีใครอยากจะนั่งอยู่ในสภาพอย่างนี้นานล่ะครับ และถามว่าวันนี้ถ้าใครเป็นอุปสรรคในเจ้าหน้าที่รัฐ แล้วผมจะปล่อยเฉยไหม ผมไม่ปล่อยเฉยล่ะครับ 

แต่วันนี้ที่อยากจะมาซักซ้อมความเข้าใจกันก็คือว่าการทำงานมีความเป็นเอกภาพ และมันคิดตรงกันในขณะนี้ว่าความมั่นคงแก้อย่างไร การเมืองแก้อย่างไร และเราก็กำลังเดินไปข้างหน้า  เราขอความเข้าใจจากประชาชน และเรารับรู้ตลอดเวลาถึงอารมณ์ความรู้สึก  ซึ่งมันก็คงถูกใจบางคน ไม่ถูกใจบางคน และที่ผมพูดไปวันก่อนตีความกันไปต่าง ๆ นานา

ที่ผมบอกว่าถ้าผมแก้ปัญหาไม่ได้ ผมไม่อยู่  ผมพูดจริง  พูดจริงนี่ไม่ใช่ถอดใจ ไม่ใช่ประชด ไม่ใช่อะไรครับ  แต่ผมรู้ว่าผมอยู่  ผมมีหน้าที่ทำอะไร ถ้าผมทำหน้าที่นั้นไม่ได้  ผมไม่ควรอยู่  เพราะฉะนั้นตราบที่ผมอยู่  คือผมทำทุกวัน  ทำตามหน้าที่ และเป้าหมายของผมยืนยันเลยว่าไม่เกี่ยวกับตัวผม แต่ว่าเกี่ยวกับอนาคตของสังคมประเทศชาติและลูกหลานคนไทยทุกคน

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ภาพปัญหาชัดสมบูรณ์ เตรียมการแก้ไขต่อเนื่อง แต่ต้องอาศัยจังหวะเวลา

... ๔๐ วันผ่านไป ภาพรวมของปัญหาได้ปรากฏชัดเจน เช่น ความเชื่อมโยงของการชุมนุมกับพรรคฝ่ายค้านและการก่อความรุนแรง รัฐบาลได้เตรียมแก้ไขอย่างต่อเนื่องทั้งวงจร แต่ต้องพยายามลดการสูญเสีย จึงต้องอาศัยจังหวะเวลา กอ.รมน.ทำความเข้าใจกับประชาชนพื้นที่ต่างๆเพื่อลดการเข้าร่วมชุมนุม  อภิสิทธิ์ทำงานอย่างน้อยวันละ ๑๔ชั่วโมง ประชุมอย่างน้อย ๒ ครั้งต่อวัน เร่งติดตามขยายผลหาผู้ก่อการร้าย ศาลแพ่งไม่ได้ห้ามสลายชุมนุม แต่มาตราการที่ใช้ต้องเหมาะสมกับสถานการณ์

...ผู้ดำเนินรายการ: "ตั้งแต่วันที่ ๑๔  มีนาคม ที่มีการมาชุมนุมรวมตัวกันของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือว่ากลุ่มเสื้อแดง ผ่านมา ๔๒ วันแล้ว และทางรัฐบาลก็รับมือด้วยการใช้กฎหมายพิเศษ

    • เริ่มตั้งแต่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
    • ขยับมาเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 

แต่มาถึงวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีประเมินอย่างไรในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายก็ดี รวมไปถึงการมองปัญหาและควบคุมปัญหาด้วยเครื่องมือต่าง ๆ  ที่มี มันสมเหตุสมผลแล้วหรือยังคะ"

... ความชัดเจนของปัญหาปรากฏขึ้นตามลำดับ  เตรียมการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง

อภิสิทธิ์:
 
"ผมคิดว่าเราอยากจะให้เห็นภาพรวมอย่างนี้ก่อนนะครับ ภาพที่ชัดเจนหลังจากเหตุการณ์ผ่านมา ๔๐ กว่าวันหรือจะนานกว่านั้นแล้ว เราต้องยอมรับว่ามันเริ่มมีภาพเล็ก ๆที่มาประติดประต่อกันชัดเจนขึ้น 

  • ช่วงแรกจำได้ไหมครับมันจะมีการชุมนุมในทางการเมืองอยู่  ก็ไม่ค่อยชัดเจนนักว่ากลุ่มนี้โยงกับกลุ่มไหนอย่างไรบ้าง และการทำงานของสภาฯ ก็มีฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และก็มีคนไปยิงระเบิด ยิงเอ็ม ๗๙ หรือไปวางระเบิดตามที่ต่าง ๆ ก็อาจจะยังไม่ค่อยชัดเจนว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น
  • แต่ต่อมาก็ชัดเจนมากยิ่งขึ้นแล้ว ฝ่ายค้านก็ขึ้นเวที พูดง่าย ๆ ก็เป็นประกาศในการที่จะร่วมทำงานการต่อสู้พร้อม ๆ กันนั้น
  • เหตุการณ์อย่างน้อย ๆ ๒ เหตุการณ์ในระยะหลัง ๑๐ เมษายนแน่นอน และเมื่อ ๒ วันก่อนที่สีลม เห็นได้ชัดเจนว่ากลุ่มที่ใช้กำลัง ใช้อาวุธสงคราม อยู่ในพื้นที่ของการชุมนุม และก็มีการแสดงความรุนแรง"

... เหตุต่างๆ มีความเชื่อมโยงกัน ต้องแก้ให้ครอบคุมทั้งวงจร

ผู้ดำเนินรายการ: "ดูเหมือนว่าภาพต่อของสิ่งที่ท่านนายกฯ บอกว่าจะต้องแก้ปัญหาให้ได้ ทั้งระบบแบบเบ็ดเสร็จก็คือก่อการร้าย อันนี้คือท่านนายกรัฐมนตรีเชื่อมโยงกลุ่มผู้ชุมนุมและการขับเคลื่อนเป็นกระบวนการกับการก่อการร้าย"

อภิสิทธิ์: "คือผมบอกได้เลยนะครับว่าชื่อต่าง ๆ ที่ปรากฏออกมาในเหตุการณ์มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือต่างคนต่างทำ จะเป็นชื่อเสธ.แดง จะเป็นชื่อพล.อ.ชวลิต จะเป็นชื่อแกนนำผู้ชุมนุม 

เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ผมคิดว่าขณะนี้เราเห็นชัดว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ไม่ใช่ว่าคนนี้วันนี้เกิดมาทำอย่างนี้ วันนี้อีกคนมาทำอีกอย่าง ไม่ใช่  มันเชื่อมโยงกัน ด้วยเหตุผลนี้เราจะเห็นว่าการแก้ปัญหามันจึงไม่ใช่เฉพาะปัญหาในพื้นที่การชุมนุม 
มันมีพื้นที่สื่อ สื่อต่างประเทศบ้าง นักการทูตบ้าง พื้นที่สื่อในประเทศ พื้นที่ที่เกี่ยวกับมวลชนในภูมิภาค 

ตรงนี้ครับการแก้ปัญหา ถ้าเราคิดว่าไปแก้ที่จุดใดจุดหนึ่ง  มันไม่ใช่ ผมแก้ สมมตินะครับแก้ตรงราชประสงค์ ผมก็ต้องดูแลด้วยว่าไม่ใช่ไปเกิดในพื้นที่สื่อต่างประเทศ ไปเกิดพื้นที่ในสภาฯ  ซึ่งทำให้สถานการณ์ไม่สงบและรุนแรงมากขึ้น เราจึงจำเป็นจะต้องแก้ให้มันครบทั้งวงจรตรงนี้"

... ผู้ดำเนินรายการ:
 " ด้วยการควบคุมที่มีเนื้อหาที่"

อภิสิทธิ์: "เราไม่ใช้คำว่าควบคุมสื่อล่ะครับ อำนาจตามกฎหมายจะเขียนชัดว่าไม่ให้มีการเสนอข่าวสารที่กระทบต่อหรือทำให้สถานการณ์ฉุกเฉินหรือความมั่นคงกระทบกระเทือนในทางที่เสียหาย

เพราะฉะนั้นสถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ โดยทั่ว ๆ ไปก็เสนอรายงานตามปกติ ระมัดระวังเพียงแต่ว่าอย่าไปเป็นเหยื่อของคนที่มาปลุกปั่นให้สถานการณ์เลวร้ายลง

แม้กระทั่งการออกข่าวจากที่นี่  ผมก็จะต้องคุยกัน  ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์จะต้องระมัดระวังมากว่าไม่ใช่อะไร ๆ ก็ทีวีพูล ๆ บางครั้งการให้ข่าวของผมก็ให้สัมภาษณ์บ้าง จัดเป็นรายการเฉพาะบ้าง แต่ว่าไม่จำเป็นต้องเป็นพูลเสมอไป 

ที่ให้เห็นภาพตรงนี้ก็อยากจะบอกว่าอยากจะให้เห็นว่าพัฒนาการของสถานการณ์และการแก้ไขปัญหา  ผมยืนยันว่าขณะนี้พอความชัดเจนของปัญหามันปรากฏขึ้นโดยลำดับ  ผมคิดว่าขณะนี้ภาพต่อสมบูรณ์แล้ว 

การแก้ไขปัญหามีการวางแนวการเตรียมการการวางแผนอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ว่ามันคงไม่ถูกใจทุกฝ่ายที่คิดว่ามันแก้ได้โดยวิธีนี้  มันแก้ได้โดยวิธีนั้น ซึ่งการคิดร่วมกันและการที่จะปฏิบัติไปสู่เป้าหมายตรงนี้ รัฐบาลก็ดี และก็ไม่ใช่เฉพาะกองทัพ วันนี้และเมื่อสองวันนี้ในส่วนของตำรวจก็ดี  ในส่วนของฝ่ายปกครองก็ดี รัฐบาลกำลังดำเนินการให้สอดรับถึงความพร้อมในการที่จะดำเนินการในขั้นต่อไป"

... เป้าหมาย คืนพื้นที่ให้ประชาชน ต้องอาศัยจังหวะเวลา

อภิสิทธิ์: "... บางคนถึงขั้นต่อว่าต่อขาน ตำหนิติติงว่ารัฐบาลจะปล่อยให้เกิดการสูญเสียของผู้บริสุทธิ์อย่างนี้อีกเท่าไหร่อย่างไร ผมยืนยันนะครับว่าไม่มีใครต้องการที่จะเห็นอย่างนั้นแน่นอน  แต่ว่าอย่างที่ผมย้ำอีกครั้งครับ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่สี่แยกราชประสงค์อย่างเดียว

และผมยืนยันว่าข่าวคราวที่มันสับสน  บางทีอาจจะต้องสอบถามจากท่านเอง ที่บอกว่าตกลงสลาย ไม่สลาย ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น

ประเด็นอยู่ว่าจะแก้ปัญหาต้องทำอะไรบ้าง   ยิ่งเป้าหมายสุดท้ายเป้าหมายหนึ่งแน่นอน คือการคืนพื้นที่ให้กับประชาชน  แต่อะไรก่อนหลัง จังหวะเวลาทำเมื่อไหร่  อันนี้ไม่ใช่สิ่งที่สามารถที่จะมาตอบกันตรงนี้ได้ว่าคืนนี้ พรุ่งนี้เจ็ดโมงเช้าจะต้องแล้ว ไม่ใช่อย่างนั้น"

ผู้ดำเนินรายการ: "๑-๒-๓ บอกไม่ได้ แต่ก็ประเมินสถานการณ์การพัฒนาการแบบวันต่อวัน"

อภิสิทธิ์: "แต่ไม่ใช่ว่านั่งอยู่เฉย ๆ นะครับ ไม่ใช่ว่านั่งอยู่เฉย ๆ ไม่ทำอะไร ผมก็นั่งทำงานอยู่  ผมว่าแต่ละวันไม่น่าจะต่ำกว่า ๑๔-๑๕ ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย"

... ผู้ก่อการร้ายคือใคร ?

... ผู้ดำเนินรายการ: "ผ่านมาหลายวันแล้วพอจะบอกได้บ้างหรือยังว่า

  • กองกำลังดังกล่าวคือใคร
  • กลุ่มไหนอย่างไร
  • รวมไปถึงอาวุธสงครามเหล่านั้น

หรือว่าเรามีภาพ ๆ หนึ่งให้ประชาชนหวาดกลัวมากว่าตอนนี้กำลังมีผู้ก่อการร้าย  เรากำลังถูกคุกคาม เราไม่ปลอดภัยในประเทศเรา และเราต้องอยู่ภายใต้กฎหมายที่เข้มแข็ง  แล้วผู้ก่อการร้ายคือใคร ตรงนี้พอจะมี

อภิสิทธิ์: "เราคงพูดได้ในระดับหนึ่ง
[ข้อแรก] คือว่ามีบางคนเขาเปิดตัวเขาเองมาตลอด ถูกต้องไหมครับ เขาประกาศมาตั้งแต่อาจจะปลายปีที่แล้วว่าเขากำลังฝึกกองกำลังคนนั้นคนนี้อยู่มาเชื่อมโยงกับทางการชุมนุมทางการเมือง เละผมก็ว่ามีการทำงานที่ตอนหลังก็เปิดเผยพอสมควร ตรงนั้นก็เป็นส่วนหนึ่ง 

[อีกส่วนหนึ่ง] ก็คือจากการที่เราจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในวันที่ ๑๐ และก็มีการครอบครองอาวุธ  ขณะนี้การสอบสวนก็มีการดำเนินการอยู่  ก็น่าจะสามารถที่จะขยายผลไปได้  และก็ปฏิบัติการต่าง ๆ แนวทางต่าง ๆ เราเริ่มเห็นชัดเจนมากยิ่งขึ้น

แม้กระทั่งในเหตุการณ์ที่สีสมเมื่อวันที่ ๒๒ ผมเรียนได้เลยเหตุการณ์เกิดขึ้นก็ตอนช่วงหัวค่ำ  แต่ว่าผมกับ ท่านผบ.นั่ง และก็มีการติดตามเหตุการณ์อยู่ถึงประมาณตีสามตีสี่  เพราะเราเห็นการเคลื่อนไหวอะไรหลายอย่าง 

และก็มีความพยายาม  เพราะว่ามีข่าวด้วยซ้ำว่าจริง ๆ จะไม่หยุดอยู่เท่านั้น จะมีเพิ่ม แต่ก็ต้องมีมาตรการในการ ที่จะเข้าไปเพื่อปรามไม่ให้มันเกิดขึ้นต่อเนื่อง และเราก็มองเห็นว่ามันมีอะไรบ้างที่จำเป็นที่จะต้องดำเนินการเพื่อไม่ให้การเผชิญหน้าในลักษณะนี้นำไปสู่การสูญเสีย  ก็พยายาม 

วันรุ่งขึ้นก็จะเห็นว่าทางตำรวจเขาก็ไปทำหน้าที่ในการที่จะทำอย่างไรก็ตามให้มีการร่นถอย ไม่ให้เกิดการใกล้กัน และก็สามารถที่จะตรวจสอบได้มากขึ้น ก็จะต้องพยายามต่อไป ไม่ให้มีการเอาอาวุธต่าง ๆ มาใช้"

... ผู้เกี่ยวข้องเข้าประชุมพร้อมเพียง แยกแยะภารกิจนี้ทำเพื่อชาติบ้านเมือง ไม่ขอเกี่ยวประเด็นการเมือง

... อภิสิทธิ์: "ผมเล่าให้ฟังนิดหนึ่งนะครับบางที  คือผมกับคนที่ทำงานตรงนี้อยู่ในเหตุการณ์ อยู่ในสถานที่ก็ไม่ทราบว่าข้างนอกรู้ไม่รู้อะไร เล่าให้ฟังอย่างนี้ก็ได้ว่า

แต่ละวันอย่างน้อย ๆ ที่สุดก็ต้องมีการมาประชุมเป็นประจำในเชิงการติดตามสถานการณ์ ๒ ครั้ง อย่างน้อยนะครับ เช้าครั้งและค่ำครั้ง 

และอย่างน้อย ๑ ครั้ง ผู้บัญชาการเหล่าทัพต่าง ๆ อยู่ครบในฐานะที่เป็นกรรมการของ ศอฉ. และก็เรียกว่าเกือบจะตลอดเวลา ท่านผบ.ทบ. ท่านรองผบ.ทบ. เสธ. ต่าง ๆ อยู่กันครบถ้วน

    • และทุกคนเข้าใจดีว่าภารกิจที่ทำในส่วนของเจ้าหน้าที่คือเรื่องสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง  คือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของชาติ  คือการปกป้องสถาบันหลักของชาติ และเราก็แยกกัน
    • ส่วนเรื่องการเมืองตรงนี้ท่านไม่ต้องเสี่ยง การเมืองก็แก้ด้วยการเมือง คำว่าแก้ด้วยการเมือง"

ผู้ดำเนินรายการ: "ท่านไม่อยากเกี่ยวอยู่แล้ว"

... ต่างความคิดได้ แต่ต้องไม่รุนแรง

... ผู้ดำเนินรายการ:
 "ทีนี้ท่านนายกฯ คะในระหว่างนี้กลุ่มต่าง ๆ ที่ออกมาแสดงพลัง เขาก็บอกว่าอยากจะใช้สิทธิ ตามระบอบประชาธิปไตย  อยากจะแสดงพลังเหมือนกัน ไม่อยากให้ยุบสภา อย่างนั้นอย่างนี้ ในภาพของกระแสที่ออกมา บางทีก็ออกมาด้วยอารมณ์ที่โกรธเกรี้ยวกันอะไรต่าง ๆ  ท่านนายกฯ จะมีวิธีบรรเทาอารมณ์ของแต่ละกลุ่ม ไม่ว่าจะรัก จะชัง หรือจะออกมาต่อต้าน หรือสนับสนุนอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดการที่แต่ละฝ่ายจะปะทะกันในที่สุด"
 

อภิสิทธิ์: "เป็นปัญหาที่ผมหนักใจ และบอกตรงๆ ว่าก็เป็นเรื่องที่เราต้องแบกรับอยู่ทุกวัน เดี๋ยวนี้ยุคของโลกของการสื่อสารจริง ๆ ผมเอาเฉพาะว่า SMS กับ E-mail ที่เข้ามาถึงผมทุกวันในทุกอารมณ์นะครับ

    • ตั้งแต่ฝ่ายที่เป็นชุมนุมเสื้อแดง
    • เสื้อหลากสี  
    • คนที่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรเลยกับเหตุการณ์ทั้งหมด

ความแตกต่างมีมาก สิ่งเดียวที่เราต้องย้ำคือว่าใครจะมีความคิดเห็นอย่างไร  เราต้องปฏิเสธความรุนแรง  ทีนี้ถามว่าบริหารอย่างไร ดีที่สุดคือเราก็พยายามสื่อสารตรงไปตรงมา เราคิดอะไรอยู่  เราพยายามทำอะไรอยู่  เราเปิดเผยได้ไหมทั้งหมด  โดยเฉพาะปฏิบัติการต่าง ๆ ถึงท่านผบ.ทบ.จะมีครบถ้วนอย่างไร ท่านก็เปิดเผยให้หมดไม่ได้หรอกครับว่าจะเป็นอย่างไร  อันนี้ผมว่าคนเข้าใจนะครับ  ก็ต้องมีการพยายามสื่อสาร เพื่อบรรเทาตรงนี้ลงไป 

ความรุนแรงที่เราพูดคือว่ามันไม่ควรจะเกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่มประชาชน  เพราะฉะนั้นดีที่สุด ใครอยากจะแสดงออกจากกิจกรรมอะไร  อยากให้หลีกเลี่ยงการนำไปสู่ความเสี่ยงต่อความรุนแรงต่อกัน  รัฐก็มีหน้าที่ เจ้าหน้าที่ก็พยายาม อย่างที่ผมเรียนว่าที่เราทุกข์ใจเมื่อคืนวันที่ ๒๒ เมษายนคือว่าเราไม่ได้คาดคิดว่ามันจะใช้วิธีการกันถึงขั้นนี้  เราก็วางมาตรการเอาไว้ในอีกระดับหนึ่ง  ซึ่งอันนี้ก็เป็นบทเรียนราคาแพง  คือเราก็ต้องกลับมาทบทวนในการทำงาน"

...ใช้กลไก กอ.รมน.สร้างความเข้าใจปัญหาที่แท้จริง

...ผู้ดำเนินรายการ :  "ต้องเรียนถามท่านพล.อ.อนุพงษ์บ้างนะคะ เพราะว่าก่อนหน้านี้ก็มองว่าทาง ศอฉ. ก็มีมาตรการในการที่จะกดดันผู้ชุมนุม  เราอาจจะบอกว่าขอคืนพื้นที่อะไรต่าง ๆ  มันก็เริ่มมีความรุนแรงเกิดขึ้น ตั้งแต่วันที่ ๑๐ เมษายนมาจนกระทั่ง ๒๒ ก็ดี หรือว่าตลอดระยะเวลาของการที่กลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ตรงแยกราชประสงค์  ก็มีข่าวหนาหู  เดี๋ยวจะวันนั้น เดี๋ยวจะวันนี้จะขอคืนพื้นที่หรือจะสลายไม่สลาย นับตั้งแต่ท่านผู้บัญชาการทหารบกมาดูแลเรื่องนี้ มีความคิดหรือว่ามีจุดยืนในเรื่องของการที่จะทำให้การชุมนุมนั้นหมดไปอย่างไรคะ"

ผู้บัญชาการทหารบก :  "โดยในกรอบใหญ่ที่ท่านนายกฯได้เรียนให้ทราบเมื่อสักครู่นี้ว่า ถ้าการทำอะไรมันทำแล้วให้มันหมดไปคือความสงบสุขคืนสู่สังคมเราก็จะทำในเรื่องนั้นตามกรอบนโยบายของรัฐบาล ซึ่งในขณะนี้ถ่ายทอดลงมาในกรอบของศอฉ.อยู่ขณะนี้ รวมกันเป็นว่าเราพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ทุกอย่างมันกลับคืนสู่สภาพความสงบสุข อันนี้เป็นหลักสำคัญอย่างยิ่งนะครับ

ทีนี้ถามว่าจะทำหรือไม่ทำอะไรนั้นจะเป็นภาพใหญ่อย่างที่ท่านนายกฯได้เรียนให้ทราบแล้วนะครับ  ผมจะพูดเพิ่มเติมของท่านนายกฯ  เพราะท่านอธิบายไปเยอะแล้วนะครับ เพียงเกี่ยวกับการสร้างความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง โดยสื่อหรืออะไรก็แล้วแต่มีมาตรการอีกส่วนหนึ่งซึ่งผมอดจะพูดไม่ได้คือในส่วนของภูมิภาคแน่นอนว่า
คนที่อยู่ที่สี่แยกราชประสงค์นั้นไม่ได้มาจากกรุงเทพมหานครเพียงอย่างเดียว มาจากปริมณฑลจังหวัดใกล้เคียงรวมทั้งภูมิภาคด้วย

เพราะฉะนั้นเราก็ใช้กลไกของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้ช่วยสร้างความเข้าใจให้กับคนในชาติว่าปัญหาที่แท้จริงนั้นมันเป็นอย่างไรแล้วก็ความถูกต้องมันเป็นอย่างไรสิ่งที่เขาได้ยินมาไม่ถูกต้องเป็นอย่างไร ซึ่งผมเชื่อมั่นว่า
ถ้าทุกคนเข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริง และเข้าใจจุดยืนของรัฐบาลที่ต้องการที่จะสร้างความสงบสุข  ก็คงจะไม่เกิดปัญหา

และเมื่อเป็นเช่นนั้นผมก็เชื่อมั่นว่าที่สี่แยกราชประสงค์ก็คงจะใช้คำว่า คงจะไม่มีความชอบธรรมก็ได้ หรือว่ามันคงจะลดลงไป หรือจะใช้คำว่า มันหดตัวลงไป  ซึ่งในตอนนั้นถึงขั้นนั้นถ้าประชาชนผู้บริสุทธิ์เขาไม่อยู่ในกลุ่มนี้  และเราก็สามารถดำเนินการบังคับใช้กฎหมายได้เต็มที่ต่อผู้ที่ยังอยู่ หรือว่าผู้ที่ผิดกฎหมายก็ต้องใช้เจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติจับกุมทำอะไร ก็จะสามารถทำได้ สรุปแล้วก็คือจะทำในสิ่งที่มันทำให้ประเทศชาตินั้นเกิดความสงบสุข ไม่เกิดความสูญเสีย และเป็นไปตามกรอบของนโยบายของรัฐบาล"

ผู้ดำเนินรายการ : 
 "การใช้อาวุธกับความชำนาญผ่านการฝึกทางยุทธวิธี"

ผู้บัญชาการทหารบก : 
 " อาวุธนี้ใช้คำว่าคงจะมีประสบการณ์ก็แล้วกันนะครับ แล้วอาจจะมีการฝึกการใช้กันอยู่ จึงสามารถใช้ได้"

... อภิสิทธิ์:  "ผมให้เห็นภาพเพิ่มเติมคือว่าที่ท่านผบ.ทบ.ได้พูดไป

มันก็มีอีกส่วนหนึ่ง[๑]ที่บางทีบางครั้งสังคมอาจจะมองข้ามว่าภารกิจเรามันมีในลักษณะที่ต้องไปป้องกันเหตุเหล่านี้ด้วย เพราะฉะนั้นไม่ใช่ภาพที่เห็นอยู่เฉพาะที่เป็นข่าว แต่ว่ามีทั้งตำรวจ ทั้งทหาร ที่ต้องคอยเฝ้าระวัง พื้นที่เป้าหมายหรือสถานที่เป้าหมายที่เรามีรายงานข่าวมา อันนี้ก็ทำให้กำลังของเราต้องถูกดึงถูกกระจายออกไปอีก

ส่วนที่สอง[๒] คือหลังเหตุการณ์วันที่ ๑๐ มา มันจะมีอาวุธส่วนหนึ่งที่ถูกยึดไป  ซึ่งขณะนี้ยังคืนไม่ครบ  อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องมีการติดตามต่อไปด้วย"

... ศาลแพ่งไม่ได้ห้ามสลายการชุมนุม สามารถทำได้โดยยึดหลักกม.และความเหมาะสมกับเหตุการณ์

... อภิสิทธิ์: "มีข่าวเมื่อเร็ว ๆ นี้เรื่องศาลแพ่ง  ผมคิดว่าจริง ๆ ดูคำวินิจฉัยของศาลแพ่งก็ดี  แล้วก็คำวินิจฉัยศาลปกครอง ซึ่งเราอ้างอิงมาตั้งแต่ต้นก่อนหน้านี้มันจะเป็นคำตอบ  คือคนที่มีอารมณ์ความรู้สึกรุนแรง ก็จะบอกว่าสู้กับคนที่เขาใช้วิธีการ ซึ่งเราเห็นว่าอำมหิตอย่างนี้ เราต้องทำแบบเดียวกันหรือเปล่า ไม่มีที่ไหนล่ะครับอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ของรัฐไปใช้วิธีการนอกกฎหมายได้ 

คำวินิจฉัยศาลแพ่งเพื่อไม่ให้มีการไปเข้าใจผิดด้วยนะครับที่มีการยื่นร้องมา 

  • ท่านไม่ได้บอกว่าห้ามสลายการชุมนุม 
  • ขณะเดียวกันท่านก็ไม่ได้บอกว่ารัฐบาลสลายการชุมนุมได้ตามใจชอบ ซึ่งเป็นหลักของกฎหมาย ความหมายก็คือว่าการจะใช้มาตรการอะไร ต้องใช้ให้เหมาะสมกับเหตุกับสถานการณ์
  • และเราต้องคำนึงว่าคนที่อยู่ในนั้นสถานะไม่ได้เหมือนกันหมด บางคนมีหมายจับ บางคนกำลังอาจจะทำความผิดซึ่งหน้า ใช้ความรุนแรงใช้อาวุธอยู่ แต่บางคนก็เป็นชาวบ้าน  ซึ่งอยู่ตรงนั้น เอาล่ะบางคนบอกสนับสนุน ไม่สนับสนุนก็ตอบยาก 

การที่เราจะไปปฏิบัติโดยเหมือนกันหมด ผมว่าไม่ใช่สิ่งที่กฎหมายอนุญาต กฎหมายบอกว่าทำได้เท่าที่จำเป็น และจะทำมีมาตรฐานสากล มีขั้นตอนปฏิบัติที่ต้องทำ ซึ่งจะต้องทำจากเบาไปหาหนัก ศาลย้ำอันนี้ทั้งศาลปกครอง ทั้งศาลแพ่ง

รัฐบาลอยู่เหนือกฎหมายไม่ได้ แม้จะต่อสู้กับคนที่ทำผิดกฎหมาย รัฐบาลก็ไม่มีสิทธิ์อยู่เหนือกฎหมาย และผมต้องย้ำว่าถ้ารัฐบาลคิดใช้วิธีเหนือกฎหมาย สังคมไม่สงบสุขครับ สังคมไม่มีวันสงบสุขได้ ถ้ารัฐบาลใช้วิธีเหนือกฎหมาย สังคมไม่สงบสุข สังคมไม่มีวันสงบสุขได้ถ้ารัฐบาลใช้วิธีเหนือกฎหมายเพียงเพื่อแก้สถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่งในห้วงเวลาใดห้วงเวลาหนึ่ง ...เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาตรงนี้ผมยืนยันว่าไม่นิ่งเฉยล่ะครับ 
                  - ถามว่าในใจนี่ร้อนไหม ผมบอกได้เลยครับไม่มีใครอยากจะนั่งอยู่ในสภาพอย่างนี้นานล่ะครับ 
                  - และถามว่าวันนี้ถ้าใครเป็นอุปสรรคในเจ้าหน้าที่รัฐ แล้วผมจะปล่อยเฉยไหม ผมไม่ปล่อยเฉยล่ะครับ 

แต่วันนี้ที่อยากจะมาซักซ้อมความเข้าใจกันก็คือว่า การทำงานมีความเป็นเอกภาพ และมันคิดตรงกันในขณะนี้ว่าความมั่นคงแก้อย่างไร การเมืองแก้อย่างไร และเราก็กำลังเดินไปข้างหน้า  เราขอความเข้าใจจากประชาชน และเรารับรู้ตลอดเวลาถึงอารมณ์ความรู้สึก  ซึ่งมันก็คงถูกใจบางคน ไม่ถูกใจบางคน

และที่ผมพูดไปวันก่อนตีความกันไปต่าง ๆ นานา ที่ผมบอกว่าถ้าผมแก้ปัญหาไม่ได้ ผมไม่อยู่  ผมพูดจริง  พูดจริงนี่ไม่ใช่ถอดใจ ไม่ใช่ประชด ไม่ใช่อะไรครับ 

แต่ผมรู้ว่าผมอยู่  ผมมีหน้าที่ทำอะไร ถ้าผมทำหน้าที่นั้นไม่ได้  ผมไม่ควรอยู่  เพราะฉะนั้นตราบที่ผมอยู่  คือผมทำทุกวัน  ทำตามหน้าที่ และเป้าหมายของผมยืนยันเลยว่าไม่เกี่ยวกับตัวผม แต่ว่าเกี่ยวกับอนาคตของสังคมประเทศชาติและลูกหลานคนไทยทุกคน"

ผู้ดำเนินรายการ: "อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีเคยพูดว่าท่านจะเป็นนายกรัฐมนตรีของทุกคน เพราะฉะนั้นไม่ว่าสถานการณ์จะพัฒนาการไปอย่างไร กลุ่มประชาชนไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหน จะรักหรือจะไม่รักท่านนายกฯ อย่างไรก็คงจะคาดหวังให้รัฐบาลปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างเท่าเทียมกัน และกองทัพก็คงจะเป็นกองทัพของประชาชน  จริง ๆ แล้วก็มีข้อสงสัยอีกมากมายนะคะ แต่ว่าด้วยเวลาอันเหมาะสมเพียงเท่านี้ ๑ ชั่วโมง ก็คงจะได้รับเกียรติจากท่านนายกรัฐมนตรี และท่านผู้บัญชาการทหารบก ชี้แจงทำความเข้าใจ และพูดถึงจุดยืนของทั้งสองท่าน ซึ่งก็หมายรวมไปถึงคณะกรรมการและผู้ที่เกี่ยวข้องในการดูแลความสงบเรียบร้อยอยู่ตอนนี้ในภาพรวมได้พอสมควรทีเดียวนะคะ ขอบพระคุณทั้งสองท่านค่ะ ท่านผู้บัญชาการทหารบก ท่านนายกรัฐมนตรี "

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- บทบาท ผบ.ทบ. กองทัพทำเพื่อใคร? เอกภาพ? ดาบอาญาสิทธิ์ ?

... กองทัพทำเพื่อใคร ?

... ผู้ดำเนินรายการ: "สวัสดีค่ะท่านผู้มีเกียรติคะดิฉัน สายสวรรค์  ขยันยิ่ง วันนี้ทำหน้าที่ดำเนินรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์” โดยได้รับเกียรติให้มาสัมภาษณ์ทั้งท่านนายกรัฐมนตรี และท่านผู้บัญชาการทหารบก ในกรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์ ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์บัญชาการในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่นี่  รวมไปถึงการทำงานของคณะรัฐบาล ก็ยังใช้สถานที่ภายในกรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์  ดำเนินการต่าง ๆ อยู่อย่างต่อเนื่อง

วันนี้ต้องขอกราบขอบพระคุณทั้งสองท่านค่ะที่ให้เกียรติมาสัมภาษณ์ในวันนี้  เพราะเชื่อเหลือเกินว่าหลาย ๆ ท่านจะมีคำถามอยากได้ยินคำตอบและการชี้แจงในหลาย ๆ ประการท่ามกลางพัฒนาการของการชุมนุมประท้วงรัฐบาล ซึ่งก็ดำเนินมาเกิน ๑ เดือนเข้าไปแล้ว  ท่านอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อยู่ตรงนี้ รวมไปถึงท่านผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา  ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน 

ท่านนายกฯ คะวันนี้ปรากฏตัวพร้อมกับท่านผบ.ทบ. จัดลำดับโครงสร้างศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ตกลงท่านผบ.ทบ.มีอำนาจเด็ดขาดแค่ไหนอย่างไรคะ"

... ตั้งพล.อ.อนุพงษ์ เป็นหัวหน้ารับผิดชอบ เพื่อสั่งการกระชับและพร้อมกับสถานการณ์ที่พัฒนาไป
อภิสิทธิ์:
"หลักง่าย ๆ นะครับ คือว่าการบริหารราชการแผ่นดิน ผมเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร เป็นนายกรัฐมนตรี การบริหารงานต่าง ๆ ก็ดำเนินการไปตามปกติ

ผมต้องย้ำนะครับวันนี้ปัญหาของประเทศ ไม่ใช่มีเฉพาะสถานการณ์ฉุกเฉิน มีปัญหาทุกปัญหา ผมทำหน้าที่ไป ในการประกาศภาวะฉุกเฉินจะต้องมีทั้งหน่วยงานที่เข้ามาแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน และโครงสร้างของการจัดลำดับความรับผิดชอบ

  • ในส่วนของบนที่สุดก็จะต้องเป็นฝ่ายการเมือง ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ทำหน้าที่ในการกำกับการปฏิบัติงาน และผมเองนั้นแม้ว่ามอบอำนาจท่านรองนายกฯ สุเทพในฐานะที่ดูแลฝ่ายความมั่นคงหรือว่าเป็นในฐานะผู้กำกับตามกฎหมายฉบับนี้ก็ตาม เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญ ผมก็ยังติดตามและช่วยในการทำงานในการดูแลทุกอย่าง
  • ทีนี้พอถัดลงมาก็จะเป็นสิ่งที่กฎหมายเรียกว่าหัวหน้าผู้รับผิดชอบ  หัวหน้าผู้รับผิดชอบก็จะเป็นผู้ที่จะมีอำนาจในการสั่งการหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะในระดับเจ้าหน้าที่ที่จะเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ในขณะนี้ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลง เดิมนั้นท่านรองนายกฯ สุเทพท่านรับหมดเลยงานที่จะทำตรงนี้  แต่พอสถานการณ์มันมีพัฒนาการไป  โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีพฤติกรรมของการก่อการร้าย  จากเดิมซึ่งเหมือนกับเป็นการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งอาจจะมีความรุนแรง แต่มันพัฒนามาเป็นลักษณะของการก่อการร้าย  ก็ได้ตัดสินใจว่าถ้าเช่นนั้นการกระชับการทำงานในระดับล่าง ในระดับของเจ้าหน้าที่มีความจำเป็น  เพราะเห็นว่าผู้ที่มีความเหมาะสมที่จะมาทำหน้าที่ตรงนี้ คือท่านผู้บัญชาการทหารบก

ซึ่งวันนี้ท่านก็มาร่วมรายการด้วย  เพราะผมคิดว่ามันก็มีอยู่หลายเรื่องซึ่งพี่น้องประชาชนก็ตั้งคำถามบ้าง  สงสัยบ้าง  และมีความไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานในภาพรวมด้วย ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่เป็นสถานการณ์ปัจจุบันด้วย  และบางคนก็คิด บางทีก็คิดกันไปต่าง ๆ นานา เรื่องกองทัพ เรื่องรัฐบาล  ก็คิดว่าเป็นโอกาสดีที่มานั่งคุยกันเพื่อให้เห็นภาพว่า 

                   - สิ่งที่เรากำลังทำเป็นอย่างไร 
                   - ทั้งรัฐบาลทั้งกองทัพ หรือ ศอฉ. มองสถานการณ์อย่างไร 
                   - และจะแก้ไขกันอย่างไร"

...ผู้ดำเนินรายการ :  "ต้องเรียนถามท่านพล.อ.อนุพงษ์บ้างนะคะ เพราะว่าก่อนหน้านี้ก็มองว่าทาง ศอฉ. ก็มีมาตรการในการที่จะกดดันผู้ชุมนุม  เราอาจจะบอกว่าขอคืนพื้นที่อะไรต่าง ๆ  มันก็เริ่มมีความรุนแรงเกิดขึ้น ตั้งแต่วันที่ ๑๐ เมษายนมาจนกระทั่ง ๒๒ ก็ดี หรือว่าตลอดระยะเวลาของการที่กลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ตรงแยกราชประสงค์  ก็มีข่าวหนาหู  เดี๋ยวจะวันนั้น เดี๋ยวจะวันนี้จะขอคืนพื้นที่หรือจะสลายไม่สลาย นับตั้งแต่ท่านผู้บัญชาการทหารบกมาดูแลเรื่องนี้ มีความคิดหรือว่ามีจุดยืนในเรื่องของการที่จะทำให้การชุมนุมนั้นหมดไปอย่างไรคะ"

ผู้บัญชาการทหารบก :  "โดยในกรอบใหญ่ที่ท่านนายกฯได้เรียนให้ทราบเมื่อสักครู่นี้ว่า ถ้าการทำอะไรมันทำแล้วให้มันหมดไปคือความสงบสุขคืนสู่สังคมเราก็จะทำในเรื่องนั้นตามกรอบนโยบายของรัฐบาล ซึ่งในขณะนี้ถ่ายทอดลงมาในกรอบของศอฉ.อยู่ขณะนี้ รวมกันเป็นว่าเราพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ทุกอย่างมันกลับคืนสู่สภาพความสงบสุข อันนี้เป็นหลักสำคัญอย่างยิ่งนะครับ

ทีนี้ถามว่าจะทำหรือไม่ทำอะไรนั้นจะเป็นภาพใหญ่อย่างที่ท่านนายกฯได้เรียนให้ทราบแล้วนะครับ  ผมจะพูดเพิ่มเติมของท่านนายกฯ  เพราะท่านอธิบายไปเยอะแล้วนะครับ เพียงเกี่ยวกับการสร้างความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง โดยสื่อหรืออะไรก็แล้วแต่มีมาตรการอีกส่วนหนึ่งซึ่งผมอดจะพูดไม่ได้คือในส่วนของภูมิภาคแน่นอนว่า
คนที่อยู่ที่สี่แยกราชประสงค์นั้นไม่ได้มาจากกรุงเทพมหานครเพียงอย่างเดียว มาจากปริมณฑลจังหวัดใกล้เคียงรวมทั้งภูมิภาคด้วย

เพราะฉะนั้นเราก็ใช้กลไกของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้ช่วยสร้างความเข้าใจให้กับคนในชาติว่าปัญหาที่แท้จริงนั้นมันเป็นอย่างไรแล้วก็ความถูกต้องมันเป็นอย่างไรสิ่งที่เขาได้ยินมาไม่ถูกต้องเป็นอย่างไร ซึ่งผมเชื่อมั่นว่า
ถ้าทุกคนเข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริง และเข้าใจจุดยืนของรัฐบาลที่ต้องการที่จะสร้างความสงบสุข  ก็คงจะไม่เกิดปัญหา

และเมื่อเป็นเช่นนั้นผมก็เชื่อมั่นว่าที่สี่แยกราชประสงค์ก็คงจะใช้คำว่า คงจะไม่มีความชอบธรรมก็ได้ หรือว่ามันคงจะลดลงไป หรือจะใช้คำว่า มันหดตัวลงไป  ซึ่งในตอนนั้นถึงขั้นนั้นถ้าประชาชนผู้บริสุทธิ์เขาไม่อยู่ในกลุ่มนี้  และเราก็สามารถดำเนินการบังคับใช้กฎหมายได้เต็มที่ต่อผู้ที่ยังอยู่ หรือว่าผู้ที่ผิดกฎหมายก็ต้องใช้เจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติจับกุมทำอะไร ก็จะสามารถทำได้ สรุปแล้วก็คือจะทำในสิ่งที่มันทำให้ประเทศชาตินั้นเกิดความสงบสุข ไม่เกิดความสูญเสีย และเป็นไปตามกรอบของนโยบายของรัฐบาล"

ผู้ดำเนินรายการ :  "ท่านผบ.ทบ.คะหลังจากที่เกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน และทางกองทัพก็ต้องเสียมือดีในกองทัพไป กองทัพได้บทเรียนอะไรจากตรงนั้น และหลังจากนั้นมาคาดคิดไหมคะว่าจะเกิดแบบนั้นขึ้นมาอีก"

ผู้บัญชาการทหารบก :  "สิ่งซึ่งเราไม่เคยคาดคิดเลยก็คือว่าในความขัดแย้งในชาติของเราซึ่งมีคนมีความเห็นแตกต่างกัน จะมีการใช้กองกำลังซึ่งมีอาวุธ ติดอาวุธแล้วก็ใช้ ไม่ใช่ติดอย่างเดียวเท่านั้น และใช้อาวุธอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลยกระทำต่อทั้งทหารซึ่งไม่สามารถจะใช้อาวุธได้เลย  เพราะเจ้าหน้าที่ของเราที่รอดจากการเสียชีวิตได้บอกว่าก็เห็นคนที่อยู่ในกลุ่มของประชาชน อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถจะใช้อาวุธได้เลย เพราะว่าก็วิ่งกันไปวิ่งกันมา ถ้ายิงก็เกิดโอกาสที่จะพลาดไปโดนประชาชนมีสูง  เขาจึงตัดสินใจที่ไม่ใช้ นั่นเป็นเรื่องซึ่งเป็นสิ่งที่ดีของกำลังพลของเรา ซึ่งเขาไม่อยากทำให้ปัญหาลุกลามบานปลายต่อไป  สิ่งนั้นเป็นสิ่งซึ่งเราไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นในวันที่ ๑๐ การดำเนินการในช่วงนั้นเราก็ได้แต่ประคองสถานการณ์ให้มันไม่เกิดเหตุรุนแรงเกิดขึ้น และก็ถอนกำลังออกมา 

แล้วเชื่อว่าสังคมนั้นคงจะได้เชื่อในสิ่งที่ทางสื่อต่าง ๆ ได้เสนอ อันนี้ผมยืนยันว่าสื่อต่าง ๆ ที่ได้ให้ภาพมานั้น มีทั้งสื่อภายในประเทศ สื่อต่างประเทศ  เป็นสิ่งยืนยันได้ว่าเขาใช้อาวุธอย่างรุนแรง อันนั้นเป็นสิ่งที่ผมอยากเรียนให้ทราบ  ต่อเหตุการณ์เมื่อ ๒-๓  วันที่ผ่านมา ก็มีการใช้อาวุธดังกล่าวอีก ในวันนั้นท่านนายกฯ ได้เรียนให้ทราบแล้วว่าเราได้รับมอบภารกิจให้ดูแลย่านสีลม  ไม่ให้เกิดการบุกรุกเข้าไปมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ  ทหารก็วางกำลัง รวมทั้งการป้องกันตนเองจากบทเรียนในวันที่ ๑๐ ที่ผ่านมา ว่าป้องกันไม่ให้เขามายิงที่ตั้งของทางทหารได้ และแบ่งหน้าที่อีกส่วนหนึ่งให้ตำรวจได้ดูแลมวลชนสองกลุ่ม ซึ่งมาแสดงความคิดของตัวเอง ค่อนข้างจะมาเผชิญหน้ากัน ตำรวจก็ได้วางกำลังในส่วนนี้และก็ดูแล 

อย่างไรก็ตามผมเข้าใจว่าตำรวจเอง และเราเองก็ไม่คาดคิดว่าจะมีคนจิตใจอำมหิตที่จะใช้อาวุธยิงเข้าไปในกลุ่มประชาชนได้  และอย่างที่ทราบบางคนนั้นไม่ได้อยู่ในการชุมนุมด้วย  แต่บ้านเรือนเขาอยู่แถวนั้น ก็ได้รับผลกระทบ  อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ที่มีจริง และต้องยอมรับว่าขณะนี้มันมีกองกำลัง เพราะฉะนั้นมาตรการทางทหารก็ต้องมีมาตรการเข้มข้นขึ้น และต้องรัดกุมด้วย"

ผู้ดำเนินรายการ :  "จริง ๆแล้วคนที่เปิดตัวและสามารถที่จะเชื่อมโยง หรืออาจจะมีน้ำหนักพอที่นำมาเชื่อมโยงได้ว่าอยู่ในความเกี่ยวข้องกับกระบวนการต่าง ๆ ถ้าเกิดเป็นทหาร กองทัพทำอย่างไรได้คะ"

ผู้บัญชาการทหารบก :  "ในเรื่องนี้ผมขอเรียนนะครับว่าเป็น ๒ ส่วนก็แล้วกัน
  

  • ในส่วนของอาวุธและยุทโธปกรณ์คือพวกกระสุน 
  • อีกส่วนหนึ่งคือบุคลากรหรือบุคคลที่ไปทำ ในการควบคุมของเราทางด้านอาวุธยุทโธปกรณ์  อันนี้เราตรวจสอบแน่ชัดแล้วว่าอาวุธที่เอาไปใช้ หน่วยต่างๆ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง หมายความว่า
              -อาวุธของทุกหน่วยยังอยู่ในสภาพที่อยู่ในคลังโดยการควบคุมของเราตามกฎระเบียบอยู่  เพราะฉะนั้นอาวุธส่วนนี้เป็นอาวุธสงคราม
              -แต่ไม่ได้อยู่ในความครอบครองของเราแน่นอน จะเข้ามาจากทางใดนั้น ประเด็นสำคัญคือสังคมจะต้องใช้กฎหมายทำไม่ให้มี  ถ้าเรายังยอมให้มีอาวุธสงครามอยู่ในบ้านในเมืองอย่างนี้ และก็มีกลุ่มคนที่มีความอำมหิต มีความไม่กลัวเกรงต่อกฎหมายและไปใช้ ก็จะเกิดขึ้นได้
    เพราะฉะนั้นในเรื่องของอาวุธยุทโธปกรณ์ก็เรียนด้วยความมั่นใจว่าไม่มี"

ผู้ดำเนินรายการ :  "แต่ว่าอย่างเอ็ม ๗๙ ๔๐ กว่าครั้งคือไม่ได้หลุดรอดไปจากคลังอาวุธของกองทัพหรือคะ อย่างอาร์พีจีวันก่อน คืนวันที่ ๒๑ ที่คลังน้ำมันปตท."

ผู้บัญชาการทหารบก :  "อยากจะเรียนว่าก่อนหน้าวันนั้นเราก็ได้รับข่าว อันนี้เป็นเรื่องความเป็นจริง  และท่านนายกฯ ก็ได้ทราบแล้ว ท่านรองนายกฯ สุเทพก็ทราบแล้วว่าจะมีการเอาอาวุธอาร์พีจีเข้ามาจำนวนหนึ่ง  อันนี้ด้วยความเป็นจริง และเราก็พยายามให้หน่วยนี้ได้สกัดกั้น ไม่ทราบว่าจะเป็นจำนวนเดียวกันหรือไม่อย่างไรก็ตาม และมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ถ้าถามว่าอาวุธยุทโธปกรณ์ บ้านเมืองนี้ก็ต้องใช้กฎหมาย เราเป็นทหารก็จะช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มความสามารถ ที่จะช่วยกันกำจัดอาวุธสงครามเหล่านี้ให้หมดจากสังคมไป อันนั้นคือเรื่องตัวอาวุธ 

ส่วนในเรื่องของตัวบุคคลนั้น ก็ทราบๆ กันอยู่ว่ามีการจัดตั้งกันขึ้นมาอย่างที่ท่านนายกฯ เรียนแล้วนะครับ บางคนก็ยังอยู่ในกองทัพ แต่ว่าไม่มีตำแหน่งหน้าที่เท่าที่ทราบ ส่วนที่เหลือนั้นคาดว่าคงจะไม่ใช้ อาจจะเป็นอดีตหรือเป็นผู้ที่เคยเป็นข้าราชการที่เคยใช้อาวุธมา"

ผู้ดำเนินรายการ :  "การใช้อาวุธกันชำนาญผ่านการฝึกทางยุทธวิธี"

ผู้บัญชาการทหารบก :  " อาวุธนี้ใช้คำว่าคงจะมีประสบการณ์ก็แล้วกันนะครับ แล้วอาจจะมีการฝึกการใช้กันอยู่ จึงสามารถใช้ได้"

อภิสิทธิ์:  "ผมให้เห็นภาพเพิ่มเติมคือว่าที่ท่านผบ.ทบ.ได้พูดไป

มันก็มีอีกส่วนหนึ่ง[๑]ที่บางทีบางครั้งสังคมอาจจะมองข้ามว่าภารกิจเรามันมีในลักษณะที่ต้องไปป้องกันเหตุเหล่านี้ด้วย เพราะฉะนั้นไม่ใช่ภาพที่เห็นอยู่เฉพาะที่เป็นข่าว แต่ว่ามีทั้งตำรวจ ทั้งทหาร ที่ต้องคอยเฝ้าระวัง พื้นที่เป้าหมายหรือสถานที่เป้าหมายที่เรามีรายงานข่าวมา อันนี้ก็ทำให้กำลังของเราต้องถูกดึงถูกกระจายออกไปอีก

ส่วนที่สอง[๒] คือหลังเหตุการณ์วันที่ ๑๐ มา มันจะมีอาวุธส่วนหนึ่งที่ถูกยึดไป  ซึ่งขณะนี้ยังคืนไม่ครบ  อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องมีการติดตามต่อไปด้วย"


... เอกภาพเหล่าทัพ ยังมีอยู่หรือไม่ ? อย่างไร ?

ผู้ดำเนินรายการ : 
 "หลายคนก็วิพากษ์วิจารณ์ว่ากองทัพมีเอกภาพหรือเปล่า มีการขบเกลียวกันอยู่ระหว่างกลุ่มโน้นกลุ่มนี้ภายในกองทัพหรือเปล่า ตรงนี้ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรคะท่านผบ.ทบ."

ผู้บัญชาการทหารบก :  "คืออยากเรียนสังคมให้เชื่อมั่นว่ากองทัพของเรายังเป็นกองทัพของชาติ กองทัพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นของประชาชนอยู่ เราจะปฏิบัติหน้าที่และทุกอย่างโดยไม่ได้มีฝักมีฝ่าย จะทำตามแน่ ๆ เลยต้องทำตามนโยบายรัฐบาล  เพื่อให้เกิดผลประโยชน์กับประเทศชาติเป็นหลัก อันนี้เป็นสิ่งที่กองทัพยืนยันว่าทำ

ในส่วนของความแตกแยกถ้าจะคิดว่าเป็นบุคคลแน่นอนองค์กรที่มีความใหญ่โต  ผมว่าอาจจะเป็นไปได้  มันก็มี จะ ๑-๒-๓-๔-๕ แต่ผมคิดว่าจำนวนตัวเลขตรงปริมาณดังกล่าวไม่มีนัยยะที่จะมาพูดได้ว่ามีความแตกแยกในกองทัพ จะเห็นว่าขณะนี้เราจัดกำลังมาจากกองทัพภาคต่าง ๆ ทุกคนก็ทำเต็มความสามารถ ช่วยกันดูแลบ้านเมือง เขาก็มาทุ่มเทอยู่กันมาเป็นเดือน ไม่มีความย่อท้อ ที่สำคัญเขาทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาได้อย่างเคร่งครัด ในขณะนี้ทุกอย่างพร้อม และเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่ากองทัพเป็นหนึ่งเดียวกันทั้ง ๓ กองทัพ บก เรือ อากาศ ก็มีความเห็นเช่นเดียวกัน ช่วยกันทำให้สถานการณ์บ้านเมืองได้สู่ความสงบ"

อภิสิทธิ์:  "ผมเล่าให้ฟังนิดหนึ่งนะครับบางที  คือผมกับคนที่ทำงานตรงนี้อยู่ในเหตุการณ์ อยู่ในสถานที่ก็ไม่ทราบว่าข้างนอกรู้ไม่รู้อะไร เล่าให้ฟังอย่างนี้ก็ได้ว่า

  • แต่ละวันอย่างน้อย ๆ ที่สุดก็ต้องมีการมาประชุมเป็นประจำในเชิงการติดตามสถานการณ์ ๒ ครั้ง อย่างน้อยนะครับ เช้าครั้งและค่ำครั้ง 
  • และอย่างน้อย ๑ ครั้ง ผู้บัญชาการเหล่าทัพต่าง ๆ อยู่ครบในฐานะที่เป็นกรรมการของ ศอฉ.
  • และก็เรียกว่าเกือบจะตลอดเวลา ท่านผบ.ทบ. ท่านรองผบ.ทบ. เสธ. ต่าง ๆ อยู่กันครบถ้วน

และทุกคนเข้าใจดีว่าภารกิจที่ทำในส่วนของเจ้าหน้าที่ คือเรื่องสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง  คือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของชาติ  คือการปกป้องสถาบันหลักของชาติ  และเราก็แยกกัน  ส่วนเรื่องการเมืองตรงนี้ท่านไม่ต้องเสี่ยง การเมืองก็แก้ด้วยการเมือง  คำว่าแก้ด้วยการเมือง"

...อภิสิทธิ์:  "...ท่านก็ไม่ควรจะเกี่ยวนะครับ เพราะว่าอันนี้คือบทบาทของกองทัพ ที่จะต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ส่วนการเมืองมันเป็นประเด็นที่เหมือนกับถูกชูขึ้นมา ซึ่งตรงนั้นก็จะเห็นว่าผมก็พยายามไปเจรจาก็เคยไปเจรจามา ๒ รอบ ปัจจุบันก็มีกลุ่มเยอะแยะไปหมดเลย  สันติวิธี  ก็อยากที่จะให้มีข้อตกลงทางการเมืองกัน..."

... ดาบอาญาสิทธิ์ คืออะไร ? ใช้กับใคร ?
  
ผู้ดำเนินรายการ :  "ถ้าอย่างนั้นต้องเรียนถามท่านผบ.ทบ.ในฐานะที่เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบ ศอฉ.แล้วเหมือนกับว่าดาบอาญาสิทธิ์อยู่ในมือท่าน การปฏิบัติการภายใต้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ภายใต้ท่านเป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติการ จะออกมาในรูปไหนคะ"

ผู้บัญชาการทหารบก :  "แน่ ๆ เลยหนักเกณฑ์อะไรง่าย ๆ พึงไปตามกฎหมาย อันนี้ต้องพยายามทำให้ได้  ตอนนี้ ศอฉ. เองมีแนวทางที่ให้หน่วยปฏิบัติพยายามจะรักษากฎหมายให้เป็นกฎหมาย ต้องทำให้ได้ เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ก็จะเพิ่มความเข้ม มีในการที่จะต้องมีการประสานงานกับทางตำรวจที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมายทำงานร่วมกัน"

ผู้ดำเนินรายการ :  "เชื่อมประสานกันดีไหมคะระหว่างทหารกับตำรวจ"

ผู้บัญชาการทหารบก :  "ผมคาดว่าในช่วงสัปดาห์ต่อไปคงจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเพราะมาทำงานใกล้ชิดกันมากขึ้น และมีการจัดกำลังสนับสนุนซึ่งกันและกัน ทำงานร่วมกัน และพยายามจะทำให้กฎหมายเป็นกฎหมาย ทั้งนี้จะไม่ใช้ความรุนแรง แต่อย่างไรก็ตามอย่างที่ผมเรียนแล้วว่าเนื่องจากสถานการณ์มันพัฒนาไป มีการใช้ความรุนแรงมากขึ้น  มาตรการทางทหารก็จะต้องมีความเข้มข้นขึ้น แต่อย่างไรก็ตามจะขอเรียนสังคมให้ทราบว่าเจตนาของเจ้าหน้าที่ทุกคนมิได้ประสงค์ที่จะทำร้ายประชาชน  จะใช้มาตรการต่าง ๆ เท่าที่จำเป็น

ผู้ดำเนินรายการ :  "มีข่าวออกมาบางที่ท่านเรียกประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.) และมีหลายกระแสที่อาจจะดูเหมือนข้อความอาจจะคลาดเคลื่อนกันไป  ผบ.ทบ.บอกต้องมีการสลายการชุมนุม  สลายแล้วจะต้องมีการเจ็บเสียหายอย่างหนักแน่นอน แต่ขณะที่บางคนก็บอกว่าท่านก็มีขั้นตอนของท่านอยู่ รวมไปถึงก่อนหน้านี้ดูเหมือนว่าการประชุมแต่ละครั้งของการประชุม ศอฉ. ก็ดี นขต.ก็ดี ก็มีข้อมูลไปให้ทางกลุ่มผู้ชุมนุมไปอธิบายอยู่เสมอ ตรงนี้เอาให้ชัดที่สุดเลย นโยบายท่านเป็นอย่างไร"

ผู้บัญชาการทหารบก :  "ข้อมูลที่ออกไปบางทีเขาก็จับกลางอากาศเหมือนกันครับ   ไปเขียนกันอย่างไรว่ากันเอง ก็มีเยอะแยะ ก็ต้องให้สังคมฟังให้ดี 

  • ในส่วนของการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ผมต้องทำให้กองทัพบกทั้งหมด ซึ่งมีกำลังที่ตั้งทหารอยู่ทั่วประเทศได้ทราบสถานการณ์ทั้งหมดเป็นอย่างไร เหมือนกับที่เราคุยกันทั้งหมดว่า ศอฉ.ทำอะไร มีบทบาทภารกิจอย่างไร กองทัพเข้าไปทำอะไรบ้าง จนกระทั่งตัวเขาเองต้องทำตัวอย่างไรบ้าง อันนี้ผมอธิบาย มันก็ยังมีรายละเอียดมาก
  • ในส่วนนี้ผมขอเรียนง่าย ๆ ว่าสลายไม่สลาย ผมเรียนครั้งหนึ่งว่ากองทัพจะทำตามกรอบนโยบายของรัฐบาล  ขณะนี้ผ่านมาทางกรอบของ ศอฉ. ตามกฎหมาย แล้วการดำเนินการเป็นไปตามที่ท่านนายกฯ เรียนแล้ว คำตอบไม่ได้อยู่ที่วันใด หรือเวลาใด มันอยู่บริบททั้งหมดว่าถ้าทำแล้วมันเกิดประโยชน์ สังคมสงบสุขก็ต้องทำ ทำอะไรบ้างเรียงลำดับอย่างไรมันก็ต้องมาพิจารณากันในรายละเอียด"

ผู้ดำเนินรายการ :  "แต่กองทัพไม่ได้เกียร์ว่างอย่างที่มีผู้วิพากษ์วิจารณ์ใช่ไหมคะ"

ผู้บัญชาการทหารบก :  "เกียร์ว่างนี่ผมพูดชัดว่าถ้ารัฐบาลกำหนดนโยบายมา เราปฏิบัติ แล้วก็ปฏิบัติตามกรอบที่ได้รับนโยบายมาอย่างเคร่งครัด"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- มีอะไรพลาดพลั้งที่ผ่านมา ?

ผู้ดำเนินรายการ :  "ที่ผ่านมามีจุดไหนไหมคะที่ท่านนายกรัฐมนตรีมองว่าเป็นจุดที่อาจจะพลาดพลั้งไป หรือว่าเป็นจุดที่รัฐบาลอาจจะตัดสินใจคลาดเคลื่อนไปจนเป็นเหตุให้มีพัฒนาการมากขึ้น หรือรุนแรงขึ้น มีจุดไหนไหมคะที่ผ่านมา"

อภิสิทธิ์:  "ผมไม่ได้มองในเชิงรุนแรงมากขึ้น แต่ว่าถ้าถามว่ามีจุดไหนบ้าง  ซึ่งเรามองย้อนกลับไป จริง ๆ ผมก็แสดงความเสียใจต่อสาธารณะอย่างชัดเจนเลย"

ผู้ดำเนินรายการ :  " ขอโทษไหมคะ"

อภิสิทธิ์:  " คือทุกครั้งที่มีความสูญเสียเกิดขึ้น  ทีนี้ความเสียใจ  และถ้าบอกว่ามีความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้น ผมก็ต้องยืนยันว่าเป็นเรื่องของการประเมินต่ำเกินไป เช่น 

  • ในเหตุการณ์วันที่ ๑๐ เมษายน  ยอมรับว่าไม่เคยคิดครับว่าจะมีกองกำลังซึ่งเตรียมความพร้อม ๆ ที่จะมีการดำเนินการจนกระทั่งสูญเสียทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่และฝ่ายประชาชน 
  • และล่าสุดที่สีลม  เราก็เป็นห่วงอยู่แล้วในแง่ว่าเมื่อมีกลุ่มคนสองกลุ่มอยู่ใกล้กัน  ก็วางมาตรการ คืนแรกดูแล้วยังมีปัญหา  คืนที่สองก็กำชับชัดเจนมากขึ้นว่าทำอย่างไรมีระยะห่าง มีคนกั้นอยู่ 
    • แต่ประเมินนึกไม่ถึงครับว่าจะมีคนสามารถที่จะใช้อาวุธแบบนี้ทำกับประชาชนที่เขามาชุมนุมหรือมาอยู่อย่างบริสุทธิ์  โดยที่ไม่มีเหตุการณ์ของการที่เรียกว่าชุลมุนกันในจุดที่ว่าปะทะกันเลย คิดไม่นึกครับ ยอมรับอันนี้
    • และผมคิดว่าทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี้ก็เสียใจด้วยกันทั้งสิ้น  และก็มีความทุกข์ และผมก็ทราบดีเลยว่าทำให้เกิดอารมณ์กับสังคมในวงกว้าง  บางคนถึงขั้นต่อว่าต่อขาน ตำหนิติติงว่ารัฐบาลจะปล่อยให้เกิดการสูญเสียของผู้บริสุทธิ์อย่างนี้อีกเท่าไหร่อย่างไร

ผมยืนยันนะครับว่าไม่มีใครต้องการที่จะเห็นอย่างนั้นแน่นอน  แต่ว่าอย่างที่ผมย้ำอีกครั้งครับ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่สี่แยกราชประสงค์อย่างเดียว และผมยืนยันว่าข่าวคราวที่มันสับสน  บางทีอาจจะต้องสอบถามจากท่านเอง ที่บอกว่าตกลงสลาย ไม่สลาย ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น ประเด็นอยู่ว่าจะแก้ปัญหาต้องทำอะไรบ้าง   ยิ่งเป้าหมายสุดท้ายเป้าหมายหนึ่งแน่นอน คือการคืนพื้นที่ให้กับประชาชน  แต่อะไรก่อนหลัง จังหวะเวลาทำเมื่อไหร่  อันนี้ไม่ใช่สิ่งที่สามารถที่จะมาตอบกันตรงนี้ได้ว่าคืนนี้ พรุ่งนี้เจ็ดโมงเช้าจะต้องแล้ว ไม่ใช่อย่างนั้น"

<<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ปัญหาการเมือง ไม่ใช่แค่ยุบสภา แต่จะมีปฏิรูปใหญ่

... การยุบสภาเลือกตั้งจะมีความหมาย ก็เมื่อได้สร้างบรรยากาศที่มีการแข่งขันเสรีทั่วไป ปราศจากความรุนแรง ไม่ใช่กำหนดว่า จะต้องเลือกภายในกี่วัน กี่เดือน ซึ่งในส่วนของข้อเสนอ นปช. ก็สับสน  ที่สำคัญยิ่งกว่าคือ การแก้ปัญหาด้านโครงสร้าง เพื่อแก้ไขความไม่เป็นธรรมในสังคม ซึ่งรัฐบาลก็ได้เริ่มทำระดับหนึ่งแล้วในปีที่ผ่านมา  การหาคำตอบทางการเมืองทุกฝ่ายต้องมีส่วนร่วม

ผู้ดำเนินรายการ:
" ฟังอย่างนี้เหมือนกับว่าท่านนายกฯ ก็คงจะไม่มีแนวคิดในการไม่ว่าจะลาออกหรือยุบสภาภายใต้สถานการณ์การชุมนุม ณ ปัจจุบัน ใช่ไหมคะ"


อภิสิทธิ์:  " ผมได้บอกไปแล้วว่าถ้าเห็นว่าอยากจะให้เลือกตั้งกันใหม่  ผมก็บอกว่าก่อนจะเลือกตั้ง

  • เราต้องทำอะไรบ้างบ้านเมืองถึงจะสงบสุขจริง  เราต้องมาคุยกันในเรื่องของกติกา เราต้องมาคุยกันในเรื่องของการทำบรรยากาศของบ้านเมือง  ไม่ให้การเลือกตั้งเป็นการเลือกตั้งเลือด หรือการเลือกตั้งซึ่งไม่สามารถให้ผู้ที่ลงสนามเลือกตั้งไปแข่งขันกันอย่างเสรีอย่างที่ควรจะเป็นในสังคมประชาธิปไตย อย่างนี้เป็นต้น  และขณะเดียวกัน
  • ปัญหาของประเทศขณะนี้ก็ไม่ใช่มีเฉพาะเรื่องการเมือง  ยิ่งการเมืองมากระทบเศรษฐกิจ ผมก็ได้พูดชัดเจน ปัญหาเรื่องงบประมาณขณะนี้ที่เป็นปัญหามาก ถ้าหากว่ากระบวนการงบประมาณไม่สามารถเดินได้ตามปฏิทินปกติ  นี่ก็เป็นตัวอย่าง

เพราะฉะนั้นผมจึงบอกว่าใครจะมาบอกมา มาเถียงกันมา ๑๕ วัน ๓๐ วัน ๓ เดือน ๖ เดือน ๙ เดือน ปี ๘ เดือนหรืออะไร  ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขตัวนั้น ประเด็นมันอยู่ที่ว่าถ้าเราต้องการความปรองดอง สมานฉันท์ ความสงบสุขในบ้านเมือง เราต้องทำอะไรกันบ้าง เอาตัวนั้นเป็นตัวตั้ง และเราจะหาคำตอบได้เองว่าเมื่อสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ต้องทำร่วมกัน อะไรทำก่อน อะไรทำหลัง อะไรทำได้ทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้ง เราก็จะมีคำตอบในตัวเอง ว่าการเลือกตั้งที่เหมาะสม ที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติสูงสุดมันอยู่ที่ไหน"

ผู้ดำเนินรายการ: " ควรจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ถ้าอย่างนั้นตอบให้ชัด เพราะข้อเสนอของทางแกนนำ นปช. เพิ่งบอกมาเมื่อคืนนี้เอง คือบอกว่าอยากจะให้ยุบสภาภายในเวลา ๓ เดือน รักษาการอีก ๖ เดือน ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งกันใหม่ และก็มีการเจรจากัน"

อภิสิทธิ์:  " คงไม่มีใครรักษาการ ๖ เดือนได้หรอกครับ ที่จริงขณะนี้สับสนเพราะว่าคุณวีระ มุสิกพงศ์ พูด ๓๐ วัน  มีบางคนพูด ๕ เดือน  มีบางคนพูด ๖ เดือน ผมไม่ทราบ แต่อย่างที่ผมบอกครับ ผมตอบไม่ได้ล่ะครับ  ๓๐ วัน ๖ เดือน  ๘ เดือนก็สาระไม่ได้อยู่ตรงนั้น  สาระอยู่ในสิ่งที่จะทำ แต่ถ้าให้ตอบเร็ว ๆ ก็บอก ๓๐ วันไม่ต้องพูด มีใครคิดบ้างว่ายุบสภา ๓๐ วันแล้วบ้านเมืองสงบจริง แก้ปัญหาต่าง ๆ ที่มีการเรียกร้องถกเถียงกันมาได้จริง ผมว่าน้อยมากครับที่คิดว่ายุบสภา ๓๐ วันแล้วเป็นคำตอบสำหรับประเทศ"

ผู้ดำเนินรายการ:  " ถ้าตัดข้อที่กำหนดเงื่อนเวลาว่า ๓๐ วันออกไป แล้วเขายื่นมือมาว่าอยากจะขอเปิดทางในการเจรจาอีกสักรอบหนึ่ง  ตรงนี้ท่านนายกฯ มองอย่างไรคะ"

อภิสิทธิ์:  " คือการหาคำตอบทางการเมือง ผมต้องย้ำด้วยว่ามันไม่ใช่สิทธิที่ผูกขาดระหว่างรัฐบาลกับคนที่ ชุมนุม  สังคมที่เขาไม่ชุมนุม หรือปัจจุบันเขาเริ่มชุมนุมในอีกทางหนึ่ง  เขามีสิทธิไม่น้อยกว่าคนเหล่านี้  เพราะฉะนั้นจะมาบอกว่าเพื่อให้รัฐบาลอยู่สบาย ๆ และเพื่อให้คุณก็มีทางลงในการชุมนุม เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน นั่นเป็นการตัดสินใจที่ไม่รับผิดชอบต่อสังคมประเทศชาติ  ผมก็ยืนยันว่าเราต้องฟังทุกฝ่าย คงไม่ใช่เรื่องที่ว่าบอกว่ามานั่งโต๊ะกันสองฝ่าย ตกลงกัน และคนอื่นก็ช่วยไม่ได้  เสร็จแล้วเราก็รอว่าตกลงกัน ๒ กลุ่มนี้ ปรากฏว่ากลุ่มที่ ๓ กลุ่มที่ ๔ มาชุมนุมใหม่ และเราจะแก้ปัญหากันอย่างไร "

...อภิสิทธิ์: " สำหรับการหาคำตอบทางการเมืองนะครับ เมื่อเช้านี้ก็คงจะมีข่าวคราวไปแล้ว แต่ข่าวคราวที่เสนอนี้เป็นการพูดถึงว่า

  • รัฐบาลหรือตัวผมนั้นไม่ยอมรับเงื่อนไขที่เป็นลักษณะของการยื่นคำขาดของผู้ชุมนุม ผมก็ต้องยืนยันนะครับเหมือนกับที่คุยไปในช่วงต้นของรายการ เหตุผลที่เราไม่สามารถที่จะไปรับข้อเสนอเงื่อนไข จากกลุ่มคนซึ่งใช้วิธีการข่มขู่ หรือใช้ความรุนแรงคุกคามนะครับ ความจริงขณะนี้ไม่ใช่คุกคามรัฐเท่านั้น แต่ว่ามีปัญหาของการไปคุกคามทำร้ายพี่น้องประชาชนทั่วไปด้วย อันนี้เป็นจุดยืนที่เราต้องดำรงไว้ครับ แต่ขณะเดียวกันนี้การหาคำตอบทางการเมืองนั้น
  • รัฐบาลจะไม่ลดละความพยายาม มีคนกลาง มีฝ่ายการเมืองที่จะต้องมีการปรึกษาหารืออย่างต่อเนื่องต่อไป และผมย้ำอีกครั้งว่า
  • คำตอบทางการเมืองที่เหมาะสมนั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องของการมาถกเถียงกันว่า ผมหรือรัฐบาลอยู่ในตำแหน่งนานเท่าไร แต่เป็นคำตอบที่ต้องบอกว่า รัฐบาลจะต้องทำงานร่วมกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ทำอะไรบ้างเพื่อให้บ้านเมืองนั้นมีความสงบสุข นำไปสู่การเลือกตั้งที่เป็นคำตอบหรือการแก้ปัญหาของประเทศอย่างแท้จริง ตรงนี้กระบวนการนี้ยังไม่หยุดครับ แต่เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายจะต้องมาใช้วิธีการที่เหมาะสมครับ
  • ส่วนในส่วนของผู้ชุมนุนั้นครับก็จำเป็นที่จะต้องมีการดำเนินการตามหลักของกฎหมาย ตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

ทั้งหมดนี้เป็นงานที่ผมอยากจะยืนยันครับว่ารัฐบาลกำลังมีการทำงานดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ผมทราบดีถึงความทุกข์ใจ ความร้อนใจ ของพี่น้องประชาชนจำนวนมาก และไม่เพิกเฉยต่อความรู้สึกเหล่านั้น รัฐบาลมุ่งมั่นในการที่จะเดินหน้า เพียงแต่อยากจะย้ำอีกครั้งครับว่า พลังที่สำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหานี้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเกือบทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ของประเทศ ต้องการดำรงความเป็นรัฐที่มีกฎหมาย ที่มีความศักดิ์สิทธิ์นั้น พลังสำคัญที่สุดคือพลังของความสมัครสมานสามัคคี ความเป็นเอกภาพ ผมทราบดีครับ แม้แต่คนที่มีเป้าหมายเดียวกันก็มีความคิดที่แตกต่างกันไปว่า จะต้องแก้ไขปัญหาอย่างไร แต่ว่าถ้าหากว่าเราไม่มารวมพลังกัน ให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน การแก้ปัญหาก็จะยากลำบากมากขึ้น

ผมย้ำอีกครั้งครับ ผมตระหนักดีถึงความรับผิดชอบ ความคาดหวังที่พี่น้องประชาชนจำนวนมาก ที่ให้กำลังใจ ให้ข้อคิด ให้ข้อเสนอแนะ แม้กระทั่งตำหนิติติงมา ผมพร้อมที่จะทำหน้าที่ตรงนี้อย่างดีที่สุดต่อไป และหวังจะได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง สัปดาห์นี้เวลาของรายการหมดแล้วนะครับ ผมจะรายงานสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ เป็นลำดับ ๆ ต่อไป และสัปดาห์หน้ากลับมาพบกันใหม่ในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ ครับ สวัสดีครับ"

...อภิสิทธิ์: " ... เพราะฉะนั้นที่อยากจะย้ำคือว่าความมั่นคง หน่วยงานรัฐบาลทั้งฝ่ายการเมือง ฝ่ายประจำ ก็แก้ไข ปัญหาทางการเมืองก็แก้ไข แต่ว่าถ้าบอกว่าแก้เพียงด้านใดด้านหนึ่ง ไม่ใช่  ถ้าจะบอกว่าเหตุการณ์สงบลงแล้ว ไม่ต้องหาคำตอบทางการเมืองกัน ไม่ใช่นะครับ ผมทราบดีในฐานะนักการเมืองซึ่งอยู่กับการเมืองมานาน เห็นสถานการณ์อย่างนี้  เห็นความแยกในทางความคิด ผมรู้ว่าอย่างไรก็ต้องมีคำตอบทางการเมือง และไม่ใช่เฉพาะเรื่องว่าจะยุบสภากันเมื่อไหร่ 

  • มันมีประเด็นโครงสร้าง ความไม่เป็นธรรม
  • ประเด็นว่ากฎหมายที่บังคับใช้ทำอย่างไรให้คนมั่นใจมีมาตรฐานเดียว ซึ่งก็ต้องทำไป  แต่ในทางกลับกันครับ

วันนี้จะบอกว่ามีคำตอบทางเมืองแล้ว  เราละเลยได้ว่าเราปล่อยให้มีการเคลื่อนไหว มีการใช้ความรุนแรง มีการใช้การก่อการร้าย  มีการใช้อาวุธสงคราม แล้วมาเป็นตัวชี้ว่าการเมืองเดินไปไหน  เราก็ปล่อยให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้"

... อภิสิทธิ์: " ผมเรียนครับว่าการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาความยากจน หรือปัญหาโครงสร้างหรือความไม่เป็นธรรมนั้น รัฐบาลได้ทำมาโดยลำดับ ระบบสวัสดิการที่เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาจากนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการรักษาฟรี การเรียนฟรี เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้กำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญครับว่า
ทำไมเราจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดว่าปฏิทินงบประมาณสำหรับปีต่อไป

งบประมาณต่อไป จะต้องดำเนินการเป็นปกติ เพราะถ้าหากว่ากระบวนการงบประมาณตรงนี้ชะงักงัน นโยบายต่าง ๆ ที่ได้ริเริ่มและทำไป ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับพี่น้องประชาชนคนยากคนจนผู้ด้อยโอกาส หรือผู้มีรายได้น้อย จะสะดุดหยุดลง เพราะฉะนั้นตรงนี้คือสิ่งที่รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการ

นอกจากนั้นครับ ความคิดเห็นขององค์กรต่าง ๆ ขณะนี้หลั่งไหลเข้ามามากครับ มองเห็นว่า

- การแก้ปัญหาสถานการณ์ปัจจุบันไม่ได้มีคำตอบปลายทางอยู่ที่เรื่องของการจะยุบสภาหรือไม่ยุบสภา แต่

- ต้องการที่จะใช้โอกาสนี้ในการพลิกไปสู่การแก้ไขปัญหาเรื่องของโครงสร้างความไม่เป็นธรรม อย่างเป็นระบบ

ผมได้มีโอกาสพบปะกับหลายกลุ่มที่เป็นองค์กรภาคประชาชน และทำข้อเสนอมา เขาจะใช้คำว่าการปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งผมได้ตอบรับในหลักการว่าเรื่องนี้ต้องดำเนินการครับ แม้ว่าจะไม่เสร็จอยู่ในอายุของรัฐบาลชุดนี้ แต่รัฐบาลพร้อมที่จะเริ่มต้นกระบวนการนี้ให้เกิดความเข้มแข็งที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนคนทั่วไปอย่างยั่งยืน อย่างแท้จริง ซึ่งขณะนี้ก็จะมีการระดมกำลังของภาคประชาชนในส่วนต่าง ๆ นั้น จัดทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องต่อไป"

 <<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- เยียวยาผู้บาดเจ็บ ผู้ถูกกระทบ: ลูกจ้าง ผู้ประกอบการ

อภิสิทธิ์:  " สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ ที่ชมไปเมื่อสักครู่นั้นเป็นการบันทึกเทปเมื่อวานนี้นะครับ ซึ่งท่านผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินได้มาร่วมบันทึกรายการ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจถึงหลักคิด และแนวทางการปฏิบัติของรัฐบาลในปัจจุบันเพื่อแก้ไขสถานการณ์ ผมถือโอกาสนี้เรียนครับว่า ทราบครับเมื่อเช้านี้ในช่วงที่มีการออกอากาศรายการ ซึ่งได้บันทึกเทปไว้เมื่อวานนี้ ก็มีการก่อกวนสัญญาณนะครับ ซึ่งขณะนี้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งสอบสวนและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

...ครม.อนุมัติหลักการชดเชยเยียวยาผู้สูญเสีย บาดเจ็บจากการชุมนุมเบื้องต้น ตามหลักเกณฑ์วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑
ผมขอเรียนกับพี่น้องประชาชนครับว่า นอกเหนือจากสิ่งที่ได้พูดไปในรายการที่ท่านเพิ่งได้ชมไปเมื่อสักครู่นี้ การทำงานของรัฐบาลที่เกี่ยวเนื่องกับผลกระทบทางด้านการชุมนุมนั้นก็ทำอย่างต่อเนื่อง สัปดาห์ที่ผ่านมานั้นคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติในหลักการว่า ในเบื้องต้นนั้น

  • การชดเชยการเยียวยากับผู้สูญเสีย 
  • ผู้ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

      ไม่ว่าจะเป็นก่อนหรือในช่วงวันที่ ๑๐ เมษายน และแน่นอนล่าสุดก็คือวันที่ ๒๒ นั้นก็จะมีการดำเนินการชดเชยเยียวยาตามหลักเกณฑ์ ซึ่งได้เคยกำหนดเอาไว้ ที่ใช้สำหรับเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ และเหตุการณ์ในเดือนเมษายนปีที่แล้วนะครับ อันนี้จะเป็นในเรื่องของการช่วยเหลือชดเชย เยียวยา ในเบื้องต้น

      ...เตรียมเสนอครม. วันอังคารนี้ เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประกอบการ ผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมพื้นที่ราชประสงค์
      นอกจากนั้นครับ ในแง่ของปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการพ่อค้า แม่ค้า และผู้ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านเศรษฐกิจจากพื้นที่ราชประสงค์นั้น ครม.เศรษฐกิจ และการประชุมร่วมระหว่างภาครัฐกับเอกชนก็ได้กำหนดแนวทางเบื้องต้นนะครับ ซึ่งผมจะนำเสนอต่อครม.เศรษฐกิจ และครม.ในวันสองวันข้างหน้านี้ เพื่อที่จะเร่งให้การช่วยเหลือ
      กลุ่มที่เราจะให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นนั้นก็คือ

    • กลุ่มแรกคือลูกจ้างนะครับ โดยเฉพาะลูกจ้างที่เป็นการ
       - จ้างแบบรายวัน หรือ
       - จ้างแบบเฉพาะกิจแล้วก็ถูกเลิกจ้าง หรือไม่มีการจ้างไป เนื่องจากว่ากิจการต่าง ๆ นั้นปิดอยู่นะครับ กลุ่มนี้ก็จะต้องเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับการช่วยเหลือ
    • ขณะนี้เราได้มีการปรึกษาหารือกับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง ที่บริเวณที่สี่แยกราชประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ
       - ธุรกิจโรงแรม
       - ธุรกิจร้านค้าต่าง ๆ และได้มีการนำข้อเสนอมาแล้ว ว่าความเดือดร้อนประมาณการความเสียหายเป็นอย่างไร วันสองวันข้างหน้านั้นสิ่งแรกที่เราคิดว่าจะสามารถดำเนินการได้ก็คือ
    • เรื่องของการช่วยเหลือที่เกี่ยวข้องกับทางด้านสภาพคล่อง
    • และรวมไปถึงกรณีของสินค้าบางประเภท ซึ่งมีอายุจำกัดในการที่จะต้องเร่งขาย หรือเร่งระบายออกไป

        ก็จะเป็นการหาแนวทางในการที่จะช่วยเหลือตรงนี้ และบรรเทาความเดือดร้อน นอกจากนั้นในส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้นในภาพรวมนั้น ก็จะเร่งหาแนวทางที่เห็นว่ามีความเหมาะสม ยุติธรรม ในการที่จะแก้ไขปัญหานี้ให้กับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ทั้งหมด

         <<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


      • (กลับไปด้านบน)

        - ผลกระทบเศรษฐกิจภาพรวม รัฐบาลยังคงแก้ปัญหาต่างๆอย่างต่อเนื่อง

        เศรษฐกิจไทยกำลังอยู่ในช่วงขยายตัวได้เกินเป้าหมาย ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์การชุมนุม
        ...อภิสิทธิ์: 
         "ผมก็เลยถือโอกาสเรียนครับว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นก็ได้มีการประเมินในเรื่องของเศรษฐกิจในภาพรวมครับ ที่จริงเป็นที่น่าเสียดายมากว่าก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ หรือการชุมนุมทั้งหลายนั้น เศรษฐกิจไทยนั้นกำลังอยู่ในช่วงที่ขยายตัวได้เกินเป้าหมายครับ หลายท่านอาจจะจำได้นะครับ ก่อนหน้านี้มีการประมาณการณ์ว่าเศรษฐกิจจะเติบโตในปีนี้ประมาณร้อยละ ๓.๕ - ๔.๕ แต่พอตัวเลขในเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ หรือครึ่งเดือนแรกของเดือนมีนาคมออกมา ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับ
         -
        การจับจ่ายใช้สอย
         - การใช้กำลังการผลิต 
         - เศรษฐกิจไทยในปีนี้น่าจะสามารถเติบโตได้ถึงร้อยละ ๖.๒
        แต่ว่าหลังจากเกิดการชุมนุมขึ้น และเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ จวบจนถึงปัจจุบันนี้ และมีแนวโน้มว่าถ้ามีการดำรงต่อไปนั้น ก็ทำให้หน่วยงานของทางราชการเอง ยังไม่สามารถที่จะปรับตัวเลขขึ้นไปอย่างที่มีการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ได้ ในทางตรงกันข้ามนะครับ คงจะต้องดูผลกระทบอย่างชัดเจนที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนนี้และเดือนที่ผ่านมา รวมทั้งสถานการณ์ต่อไปว่า จะต้องมีการปรับตัวเลขการประมาณการอย่างไร

        งานด้านต่าง ๆ ของรัฐบาลยังคงมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
        ขณะเดียวกันงานทางด้านสังคมนั้น ไม่ว่าจะเป็นงานทางด้านการปฏิรูปการศึกษา งานที่เกี่ยวข้องกับระบบสุขภาพนะครับ สัปดาห์ที่ผ่านมาผมก็มีการประชุมเป็นปกติ ในส่วนของคณะกรรมการนโยบายการปฏิรูปการศึกษาก็ดี ในเรื่องของคณะกรรมการนโยบายสุขภาพแห่งชาติก็ดี เพราะฉะนั้นทุกปัญหามีการแก้ไขโดยรัฐบาลและส่วนราชการตามปกติ สำหรับในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจหรือโครงสร้างต่าง ๆ นั้นก็เช่นเดียวกันครับ

        ผมเรียนครับว่าการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาความยากจน หรือปัญหาโครงสร้างหรือความไม่เป็นธรรมนั้น รัฐบาลได้ทำมาโดยลำดับ ระบบสวัสดิการที่เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาจากนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการรักษาฟรี การเรียนฟรี เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้กำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญครับว่า ทำไมเราจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดว่าปฏิทินงบประมาณสำหรับปีต่อไป งบประมาณต่อไป จะต้องดำเนินการเป็นปกติ เพราะถ้าหากว่ากระบวนการงบประมาณตรงนี้ชะงักงัน นโยบายต่าง ๆ ที่ได้ริเริ่มและทำไป ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับพี่น้องประชาชนคนยากคนจนผู้ด้อยโอกาส หรือผู้มีรายได้น้อย จะสะดุดหยุดลง เพราะฉะนั้นตรงนี้คือสิ่งที่รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการ "

        เร่งชี้แจงต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เห็นเป้าหมายในการดำรงความเป็นนิติรัฐ และการปกป้องระบอบการปกครองของประเทศ
        งานของรัฐบาลนั้นผมอยากจะเรียนครับว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ใช่เฉพาะเรื่องเศรษฐกิจครับ ไม่ว่าจะเป็น

      • เรื่องการต่างประเทศ
      • เรื่องสังคม หรือ
      • ปัญหาใหญ่ ๆ ในเชิงโครงสร้างนั้น

          มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่น เรื่องงานต่างประเทศนั้นก็ขอเรียนว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาก็ยังมีการมาเยือนของนายกรัฐมนตรีของจอร์เจีย และความจริงในสัปดาห์ต่อ ๆ ไปนี้ยังมีผู้นำประเทศ ซึ่งมีกำหนดการที่จะเดินทางมานะครับ แต่ว่าก็คงจะรอดูสถานการณ์อีกระยะหนึ่ง เพราะฉะนั้น

          งานทางด้านการต่างประเทศเองก็มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีไตรรงค์ สุวรรณคีรี ได้มีโอกาสเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์ที่กรุงวอชิงตันนั้น ก็ได้มีโอกาสพบปะกับผู้นำประเทศต่าง ๆ ค่อนข้างที่จะเป็นจำนวนมาก

        • ได้มีโอกาสที่จะได้ทำความเข้าใจกับสถานการณ์เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะฉะนั้น
        • ต่างประเทศก็มีความเข้าใจที่ดีพอสมควรเกี่ยวกับสถานการณ์ในปัจจุบัน
        • และคงเป็นเรื่องที่เราก็จะต้องมีการชี้แจงอย่างต่อเนื่องต่อไป
        • เพื่อให้เห็นถึงเป้าหมายของรัฐบาลในการดำรงความเป็นนิติรัฐ และการปกป้องระบอบการปกครองในปัจจุบันของประเทศนะครับ
        • <<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


          จะเร่งแก้ไขผลกระทบเรื่องการท่องเที่ยว - อุปสรรคด้านการลงทุน
          ผมเรียนชัดครับว่าขณะนี้ สิ่งที่กระทบชัดเจนแล้วก็คือเรื่องของการท่องเที่ยว อาจจะไม่ใช่ในช่วงที่ผ่านมานะครับ เพราะว่ายังมีนักเดินทางที่เดินทางเข้ามาสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง แต่ขณะนี้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นก็เริ่มมีคำเตือนหรือคำแนะนำจากรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางเข้ามาประเทศไทย และเราได้เห็นการยกเลิกการจองในเรื่องของการเดินทางก็ดี ในเรื่องของโรงแรมก็ดี มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่เหลือของเดือนนี้ ไปจนถึงเดือนพฤษภาคมนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เป็น

          ความเสียหายที่เราจะต้องเร่งบรรเทาแก้ไข
           - ครม.เศรษฐกิจเองนั้นก็ได้มีมติที่จะต่ออายุมาตรการบางมาตรการ เช่น การรับประกันสินเชื่อของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่องต่าง ๆ ขณะเดียวกัน
           - อุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนทั้งหลาย ก็กำลังดำเนินการแก้ไข ความจริงต้องเรียนนะครับว่ายังมีบริษัทใหญ่ ๆ ที่แสดงความสนใจที่จะมาลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และช่วงนี้ก็คงจะต้องมีการรอดูสถานการณ์ ซึ่งรัฐบาลก็จะเร่งแก้ไขนะครับ และขณะเดียวกัน
           - ปัญหาที่ยังค้างคามา เช่น กรณีมาบตาพุดนั้น ผมก็เรียนครับว่า ผมจะได้มีการประชุมอย่างต่อเนื่องเพื่อคลี่คลายปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ให้การดำเนินการในส่วนของผู้ประกอบการ และการดูแลผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่มาบตาพุดและจังหวัดระยอง ได้รับการดูแล มีโครงการที่เข้าไปแก้ไขปัญหาเรื่องมลพิษอย่างต่อเนื่องนะครับ

          <<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


          (กลับไปด้านบน)

          - ผ่านภาษีที่ดินสร้างความเป็นธรรม เพิ่มรายได้ท้องถิ่น

          ...อภิสิทธิ์: "ครม.ได้มีมติสำคัญนะครับ ในเรื่องของการที่จะนำเอาเรื่องของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เข้ามาทดแทนภาษีโรงเรือน ภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งจะมีรายละเอียดเพิ่มเติม หลังจากที่มีการรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติม รวมไปถึงการให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามาดำเนินการเพื่อที่จะตรวจสอบรายละเอียดต่าง ๆ

          กฎหมายฉบับนี้ผมอยากจะเรียนสาระสำคัญนะครับ ก็คือ
           - เป็นกฎหมายที่เป็นเครื่องมือ ซึ่งหลายประเทศใช้ครับ ในการสร้างความเป็นธรรม ทำอย่างไรที่จะให้การใช้ที่ดินนั้นเป็นประโยชน์สูงสุด
           - ไม่ปล่อยให้มีคนจำนวนน้อย ๆ สามารถที่จะสะสมที่ดินเป็นจำนวนมากได้ ในขณะที่มีประชาชนจำนวนมากขาดที่ทำกิน เพราะฉะนั้นหลักก็คือการ

          • จะใช้เครื่องมือทางด้านภาษี เป็นตัวที่จูงใจให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดิน รวมไปถึง
          • การนำเอารายได้นั้นไปให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
          • และการมีกองทุนในเรื่องของธนาคารที่ดินไว้แก้ปัญหาสำหรับพี่น้องประชาชน คนยากคนจนที่ไม่มีที่ทำกิน

          แต่ภาษีตัวนี้นั้นจะมีข้อยกเว้นสำคัญที่พอเหมาะพอควร ก็คือ สำหรับเกษตรกร และสำหรับเรื่องของที่อยู่อาศัยขนาดเล็กซึ่งรายละเอียดว่าจะเป็นอย่างไร การยกเว้นนั้นจะยกเว้นที่อยู่อาศัยพื้นที่เท่าไร หรือมูลค่าเท่าไรนั้นเป็นเรื่องที่จะมีการรับฟังและประชาพิจารณ์ เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้มุ่งสำคัญคือเรื่องของความเป็นธรรม และการมีรายได้ให้กับท้องถิ่น รวมไปถึงการมีเงินสำหรับที่จะมาแก้ไขปัญหาในเรื่องของที่ทำกินของพี่น้องประชาชน"

          <<  แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


          (กลับไปด้านบน)

          - ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

          จากรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เวลา ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐น.



          คลิ๊ก เพื่ออ่านคำต่อคำ


          คลิ๊ก เพื่อชม VDO จุดยืนกองทัพ, จุดพลาดพลั้ง, บทบาท ผบ.ทบ,รายการเต็ม


          (กลับไปด้านบน)