... คณะกรรมการตั้งใจ ให้โอกาสพิสูจน์การทำงาน วอนทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนรวม
ผู้ดำเนินรายการ: " คือจากประสบการณ์ในช่วงม็อบที่ผ่านมานะครับ ผมในฐานะคนกรุงเทพฯ ตอนแรก ๆ ก็เป็นคนชั้นกลาง ก็ไม่เข้าใจว่าเขามาทำไมกัน แล้วก็พอวันดีคืนดีผมก็อยากเข้าใจ ผมก็ลงไปเดินแถว ๆ นี้นะครับ อยู่ใกล้ ๆ หอศิลป์นี่เอง แล้วก็ได้เข้าใจว่าในกลุ่มคนเสื้อแดงเองก็มีความหลากหลายทางความเห็นเยอะมาก ไม่ได้มาด้วยจุดประสงค์เดียวใด ๆ ทีนี้ก็เลยอยากถามท่านนายกฯ ครับว่าการตั้งคณะกรรมการเหล่านี้ แม้กระทั่งคนเสื้อแดงเองเขาก็มีความเห็นที่ต่างกัน อาจจะต้องมีคนเสนอที่เป็นตัวแทนของคนเสื้อแดงเองตั้งเยอะแล้ว แต่ว่าแน่นอนว่าประเทศไทยก็ไม่ได้มีแค่สองสีใดหนึ่ง แต่ว่ามีกลุ่มอื่นอีกมากมาย เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าคณะกรรมการทั้งหมดเป็นตัวแทนของเสียงของคนทั่วไปทั้งประเทศจริง ๆ"
อภิสิทธิ์: " คือผมได้เรียนว่าคนที่ผมเชิญมา หรือว่าที่ภาคประชาชนเขาขอให้ผมไปเชิญมานี้ ทุกท่านผมคิดว่า
- มีใจที่จะทำงานให้กับทุกคน ไม่ได้มีความคิดในการที่จะไปเป็นปฏิปักษ์ เป็นศัตรูอะไรกับใคร และ
- ประเด็นในการแก้ไขนี้เราไม่แยกหรอกครับ ผมยกตัวอย่างเช่นว่า คนที่เดือดร้อนจากปัญหาหนี้สิน คนเป็นหนี้จะมีความเชื่อทางการเมืองหรืออะไร เราก็ต้องแก้ให้เขาหมด แล้วก็แก้ในลักษณะที่เป็นมาตรฐานที่ใกล้เคียงกันหรือมาตรฐานเดียวกัน ขึ้นอยู่กับสภาพของปัญหาหนี้สินที่เกิดขึ้น ที่ทำกินก็เหมือนกัน หรือสมมติว่าเราบอกว่า ความเป็นธรรมในเรื่องของโครงสร้างภาษีนี้มันยังใช้ไม่ได้ รัฐบาลอยากจะทำภาษีทรัพย์สิน แต่อาจจะยังไม่พอในการที่จะทำให้เกิดความเป็นธรรม คือประเด็นเหล่านี้มันไม่ได้มีการไปเลือกอยู่แล้วว่า ถ้าคุณเป็นคนที่มีความคิดเห็นทางการเมืองอย่างนี้ คุณจะไม่ได้รับความช่วยเหลือ มันไม่มี เพราะฉะนั้นเบื้องต้นนี้โจทย์ที่มันตั้งมันเป็นคำตอบสำหรับทุกคนอยู่แล้ว
แต่แน่นอนนะครับ เวลานี้สังคมเรานี้ ทั้งสังคมความที่มันมีความแตกแยกกันค่อนข้างที่จะลึกมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พอเอ่ยชื่อคนนั้นคนนี้มาก็มีข้อสงสัย มีความหวาดระแวง ผมก็บอกว่า
๑. เราต้องให้คนเหล่านี้ทำงาน ถ้าเกิดว่าการทำงานของกรรมการชุดต่าง ๆ ทำไป ๒ เดือน ๓ เดือน เห็นได้ชัดว่าไม่สนใจความทุกข์ร้อนของคนกลุ่มนี้ มันก็จะชัดเจนออกมาเองว่าต้องแก้ไขแล้ว
๒.แต่ว่าถ้าหากว่าเขาทำงานแล้วเขาพยายามจะแก้ไขนี้ ผมคิดว่าวันนี้ทุกฝ่ายควรที่จะเข้ามามีส่วนร่วม คือทางการเมืองนี้ผมเข้าใจ เวลานี้ที่จะวิจารณ์แรงที่สุดก็จะมาจากฝ่ายผู้นำ หรือแกนนำมากกว่า ซึ่งถ้าเป็นธรรมดาเขาอาจจะยังมีความโกรธเคือง มีความรู้สึกที่เป็นลบอยู่ แต่ว่าเรากำลังจะบอกว่าจริง ๆ แล้วนี้ เราไม่ได้มาแก้ปัญหาปรองดองกับคนกลุ่มเล็ก ๆ นะครับ เรากำลังจะทำในเรื่องของการแก้ปัญหาให้กับทุกคน ไม่ว่าเขาจะมีความคิดเห็นทางการเมืองอย่างไร"
... ฟังปัญหาความเดือดร้อนของ ปชช. เป็นหลัก ใช้ลำดับขั้นตอนทางวิชาการ รบ. เป็นฝ่ายดำเนินการ
ผู้ดำเนินรายการ: " แต่นอกจากความเห็นของนักวิชาการเหล่านี้ คณะกรรมการเหล่านี้ ความเห็นของคนทั่วไปก็จะมีการรวบรวมด้วย ผ่านทางสื่อต่าง ๆ "
อภิสิทธิ์: " ใช่ครับ จริง ๆ หลักแล้วเราไม่ได้ต้องการให้คนเหล่านี้เป็นคนที่มากำหนดโจทย์เลยนะครับ รัฐบาลก็ไม่เข้าไปครอบงำ"
ผู้ดำเนินรายการ: " จะมีการสร้างสมดุลระหว่างความเห็นของคนทั่วไปกับความเห็นของคนที่เป็นคณะกรรมการต่าง ๆ อย่างไรบ้าง"
อภิสิทธิ์: " ผมว่าหลักเป็นอย่างนี้นะครับ ก็คือว่าในเชิงความต้องการ ความเดือดร้อน ความทุกข์นี้ ต้องฟังจากประชาชนนะครับ เอาละ ผม คุณ หรือนักวิชาการ อาจจะรู้หรือคิด มีความคิดของตัวเอง แต่ดีที่สุดคือให้เขาเข้ามามีส่วนร่วมโดยตรง ซึ่งเราทำหลายวิธีนะครับ อย่างที่เมื่อกี้เล่าให้ฟังว่า
- มีการไปสำรวจความคิดเห็นโดยสำนักงานสถิติฯ และจะมีสำนักสำรวจความคิดเห็นต่าง ๆ มาช่วยอีก
- เราจะมีศูนย์ที่รับเรื่องราว เป็นโทรศัพท์ เป็นสำนักงานนะครับ
- เราจะมีการไปจัดเป็นลักษณะของการทำสมัชชา สัมมนา ตามพื้นที่ต่าง ๆ เพราะตอนนี้ผมเองก็จะเดินสาย ร่วมกับทุกภาคส่วน เช่น ท้องถิ่นเขาก็จะจัดเวทีของเขา มหาวิทยาลัยก็จะจัดเวทีของเขา ผมก็จะเริ่มเข้าไปร่วมในสิ่งเหล่านี้
เพราะฉะนั้นความทุกข์ร้อนต่าง ๆ เหล่านี้ จะมาจากประชาชน แต่ว่าสิ่งที่เราได้จากทางวิชาการนี้ก็คือปัญญา ความคิด ประสบการณ์ในการที่จะบอกว่า เอาละ เมื่อปัญหาเป็นอย่างนี้ ทางออกมันมี ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ทางที่ ๑ เป็นอย่างไร ทางที่ ๒ เป็นอย่างไร เป็นทางเลือกมา แล้วเขาก็อาจจะมีข้อยุติ และถึงสุดท้ายก็ต้องมาบอกว่า ต้องมาใช้อำนาจรัฐ คือรู้วิธีแก้เสร็จ ปรากฏว่าคนมีอำนาจแก้นี้ยังเป็นหน่วยราชการอยู่ เขาก็จะส่งมาที่รัฐบาล รัฐบาลก็จะดำเนินการ"
... รัฐบาลแก้ปัญหาทั้งหมดไม่ได้ ทุกภาคส่วนในสังคมต้องมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา
ผู้ดำเนินรายการ: " ถ้าผมลองถามท่านนายกฯ อย่างนี้ดูครับ คิดว่าการปฏิรูปนี้ คำว่าปฏิรูปอาจจะแน่นอนท่านนายกฯ เป็นรัฐบาล ก็ต้องพูดถึงเรื่องการปฏิรูป เรื่องการเมือง มีการระดมความเห็นในการทำนโยบายต่าง ๆ ปัญหาของประเทศนี้จริง ๆ ก็ไม่ได้อยู่แค่ที่เรื่องการเมืองอย่างเดียว"
อภิสิทธิ์: " ถูกต้องครับ"
ผู้ดำเนินรายการ: " เพราะฉะนั้น อย่างเรื่องคำถามนี้ครับ ท่านนายกฯ คิดว่ารัฐแก้ได้ทุกปัญหาจริง ๆ หรือเปล่าครับ"
อภิสิทธิ์: " ไม่ครับ
[ข้อที่] ๑. เราคงไม่บอกว่ารัฐไปแก้ทุกปัญหา ผมพูดสองแง่มุม แง่มุมหนึ่งคือบางเรื่องอาจจะไม่เกี่ยวกับรัฐก็ได้ ตอนนี้ผมคุยกับภาคธุรกิจ ผมบอกอย่างปัญหาความเหลื่อมล้ำนี้ภาคธุรกิจเองต้องไปแก้ ยังมีความรู้สึกความเหลื่อมล้ำระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ระหว่างธุรกิจขนาดใหญ่กับธุรกิจขนาดเล็ก ระหว่างอุตสาหกรรมกับชุมชน เหมือนกับที่เกิดขึ้นที่มาบตาพุด ประเด็นอย่างนี้มันไม่ใช่เฉพาะภาครัฐที่จะไปแก้ได้นะครับ
ข้อที่ ๒. บางเรื่อง อย่างเช่นเราพูดถึงว่าอยากให้คนของเรามีสวัสดิการ มีความมั่นคง ผมก็ไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องที่ว่าจะให้รัฐไปทำทั้งหมด ไม่ใช่นะครับ เพราะว่าระบบสวัสดิการนี้พอรัฐแบกรับทั้งหมดนี้ หลายประเทศก็เห็นแล้ว อยู่ไม่ได้ ต้องเก็บภาษีสูงมาก หรือว่าในที่สุดก็หาสตางค์มาไม่ได้ ก็ต้องมีระบบของการมีส่วนร่วม อย่างเช่นที่รัฐบาลทำเรื่องสวัสดิการชุมชน หรือว่าการที่ชุมชนเองเข้ามาจัดการ อย่างที่ผมพูดเรื่องที่ทำกิน โฉนดชุมชน รัฐบาลเข้าไปแก้เองไม่ได้ ชาวบ้านต้องรวมตัวกันก่อน มีเป็นชุมชนขึ้นมา ที่จะสามารถบริหารในเรื่องของการใช้ที่ทำกินต่าง ๆ "
ผู้ดำเนินรายการ: " แต่ในทางหนึ่งเป็นเพราะว่าเรายังมีอุดมคติหรือว่าค่านิยมว่ารัฐบาลแก้ได้ทุกเรื่องอยู่หรือเปล่า "
อภิสิทธิ์: " นั่นก็เป็นปัญหาส่วนหนึ่งนะครับ เป็นปัญหาส่วนหนึ่งที่ผมคิดว่า ถ้าเราก้าวพ้นได้ก็จะดี เพราะว่าพอคิดอย่างนั้น
๑. ก็คือว่า ทุกคนก็เลยคิดว่า มาเรียกร้อง และ
๒. ก็มาแย่งชิงกัน เพราะคิดว่าใครได้อำนาจรัฐไปแล้วจะชี้เป็นชี้ตาย แก้ไขต่าง ๆ ได้ทุกเรื่อง
ผมคิดว่ากระบวนการที่ทำอยู่ทั้งหมดนี้ น่าจะเป็นตัวสะท้อนให้ประชาชนได้ตระหนักในที่สุด ว่าจริง ๆ แล้วมันไม่ใช่มีแต่รัฐบาลนะ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ เยาวชนคนรุ่นใหม่ มีส่วนร่วมได้เยอะ ผมก็ยังมีความคาดหวังมากนะครับว่า เที่ยวนี้เยาวชนคนรุ่นใหม่จะมีส่วนร่วมหลาย ๆ ทาง เพราะผมเห็นความตื่นตัวที่เกิดขึ้นในช่วงเหตุการณ์ด้วย
๑. อาจจะไปทำหน้าที่เหมือนกับเป็นอาสาลงไปในการที่จะสำรวจประสานงาน หรือ
๒. แม้กระทั่งการรวบรวมประมวลข้อมูลความคิดต่าง ๆ ด้วย"
ผู้ดำเนินรายการ: " นอกจากกระแสวิจารณ์ต่าง ๆ แล้วนี้นะครับ ผมรู้สึกว่าสังคมไทยบางครั้งมองคนรอบตัว ท่านนายกฯ ก็คงรู้สึกมาก ก็คือมีคนวิจารณ์เยอะ แต่คนทำน้อย ฐานะที่คนเป็นอยู่ตรงกลางรัฐบาลนี้ มีประชาชนที่นอกจากวิจารณ์แล้วเสนอตัวเข้ามาช่วยเหลือในการแก้ปัญหาเยอะไหมครับ"
อภิสิทธิ์: " มีครับ เที่ยวนี้ผมต้องเรียนว่าเห็นได้ชัดนะครับ อย่างน้อยที่สุด
- ผู้หลักผู้ใหญ่หลายท่านซึ่งความจริงท่านก็รู้ว่าถ้าท่านมาทำงานต่าง ๆ ที่กำลังจะทำนี้ มีแรงกดดันเยอะ มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็มาก ขนาดผมเชิญท่านเสร็จ นักข่าวถามผมว่าจะพาท่านมาเสียคนตอนแก่หรือเปล่า อะไรอย่างนี้ ซึ่งผมก็ต้องขอบคุณว่าท่านเหล่านี้ตั้งใจมาทำงานนี้เพื่อลูกหลาน เพื่ออนาคตของประเทศ และ
- ก็อย่างที่ผมบอกก็คือว่า มีอาสาสมัครที่อยากจะเข้ามาเยอะ มีการสอบถามเข้ามาเยอะผ่านทางภาคธุรกิจบ้าง เข้ามาโดยตรงบ้าง บอกว่าเขาทำอะไรได้บ้าง ผมว่านี่เป็นสัญญาณที่ดี ว่าต่อไปนี้การที่เราจะฟื้นฟูความมีจิตอาสาของคน ก็น่าจะทำให้ดีขึ้นนะครับ แต่ว่าแรงเสียดทานต้องมี เป็นธรรมชาติ"
... รัฐบาลสนับสนุน Generation R ให้หน่วยงานต่างๆ ใช้เยาวชนคนรุ่นใหม่ให้เป็นประโยชน์
ผู้ดำเนินรายการ: " เมื่อกี้นี้ท่านนายกฯ พูดถึงคนรุ่นใหม่และก็ได้ยินว่าวันก่อนพูดถึงคนรุ่นนี้ว่า Generation R หรือ ว่า Reform คิดอย่างไรกับคนรุ่นนี้ครับ และการเอา Social Media หรือ Internet มาใช้ในการระดมความเห็นทางการเมือง มีความเป็นไปได้อย่างไรบ้าง"
อภิสิทธิ์: " ผมว่าเราคงได้ยินการวิพากษ์วิจารณ์คนรุ่นใหม่มาพอสมควร"
ผู้ดำเนินรายการ: " มีแต่คนด่าครับเด็กสมัยนี้"
อภิสิทธิ์: " สมัยนี้ว่าไม่ได้สนใจอะไรต่าง ๆ แต่จริง ๆ แล้วผมก็เคยพูดมาตลอด ความจริงแก้ต่างให้มาตลอด ว่าคนแต่ละรุ่นเขาก็เติบโตมาในสภาวะแวดล้อมที่มันไม่เหมือนอดีต และยุคนี้ก็เป็นยุคที่มีการแข่งขันมากอะไรมาก ก็มีแรงกดดันในเรื่องของการที่จะต้องดูแลตัวเอง ในเรื่องของการศึกษา ในเรื่องของอาชีพ ในเรื่องของอะไร และขณะเดียวกันก็ความเจริญทางวัตถุมันก็มีทั้งข้อดีข้อเสียที่นำมากับเด็ก เยาวชน แต่ว่าสิ่งที่ผมเห็นก็คือว่า ยกตัวอย่างการใช้เครือข่ายทางสังคม ทางอินเตอร์เน็ต ที่เรียก Social Media อะไรต่าง ๆ เห็นชัดเจนครับเดี๋ยวนี้
-
มีกลุ่มที่เขาไม่ได้รู้จักกันเลย อยู่ดี ๆ ก็รวมตัวกันมาทำสิ่งดี ๆ เห็นไหมครับว่าตอนที่เหตุการณ์สงบลง หรือมีการเลิกการชุมนุม ก็มีการระดมคนบอกว่ามาฟื้นฟูพื้นที่กันไหม คนก็ออกมา ไม่ได้รู้จักกันส่วนตัว แต่รู้จักกันผ่านเครือข่ายเหล่านี้ ก็ออกมา
-
เห็นการรายงานข่าวไปยังต่างประเทศ ได้เห็นว่ากระทบภาพลักษณ์ เขาก็มาช่วยกันว่า ทำอย่างไรจะช่วยเข้าไปชี้แจงให้ชาวต่างประเทศเข้าใจว่า อะไรเกิดขึ้นในประเทศไทย
นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นสัญญาณที่ดี และผมคิดว่าจะมีในลักษณะนี้มากยิ่งขึ้น โครงการต่าง ๆ ที่จะมีการไปทำโดยหน่วยงานไหนก็ตามผมก็ได้ย้ำ ว่าขอให้ใช้เด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้เป็นประโยชน์"
... รัฐบาลนี้ไม่ผูกติด "ปฎิรูป" คนไทยทุกคนเป็นเจ้าของ ไม่ว่า รัฐบาลไหนต้องเดินต่อ
ผู้ดำเนินรายการ: " ท่านนายกฯ น่าจะเห็นด้วยถ้าบอกว่าการปฏิรูปคือการสร้างสังคมที่ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาลก็ไปต่อข้างหน้าได้"
อภิสิทธิ์: " ใช่ครับ"
ผู้ดำเนินรายการ: " ถูกไหมครับ"
อภิสิทธิ์: " ใช่ครับ ผมไม่มาผูกติด และผมยืนยันเลยนะครับงานนี้ผมและรัฐบาลไม่ต้องการเป็นเจ้าของ ผมต้องการให้คนไทยทั้งประเทศเป็นเจ้าของ แล้วมันจะได้เดินได้ เพราะผมรู้ว่าปัญหาเหล่านี้ เหมือนกับที่ผมเข้ามา แล้วผมมารับปัญหาเยอะแยะไปหมด มันก็จะมีปัญหาเหล่านี้ที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ภายในอายุของรัฐบาลชุดนี้ ถ้าเราคิดกันแต่ในมุมที่ว่าใครจะมาทำ ใครจะมาเป็นเจ้าของ ใครจะมาชี้ ใครจะมาสั่งนี้มันไม่จบนะครับ วันนี้เราต้องหากระบวนการที่มันสามารถที่จะเดินหน้าต่อเนื่องได้ คนไทยทุกคนเป็นเจ้าของ แล้วผมคิดว่าอย่างนี้ปัญหาจะแก้ได้"
ผู้ดำเนินรายการ: " แต่แน่นอนว่าแรงเสียดทานต้องมีอย่างที่ท่านบอก"
อภิสิทธิ์: " มีครับ"
ผู้ดำเนินรายการ: " แล้วท่านคิดจะจัดการกับแรงเสียดทานนี้อย่างไรครับ เพราะว่ามีคนที่ไม่เห็นด้วยแน่นอนอยู่แล้ว"
อภิสิทธิ์: " คือผมถือว่าอยู่ตรงนี้เป็นเรื่องปกติที่จะต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถูกตำหนิ และก็มีคนหวาดระแวง มีคนมอง ในทางใดก็ตาม"
ผู้ดำเนินรายการ: " ผมจำได้ก่อนท่านเป็นนายกฯ มีแต่คนชื่นชอบนะครับ"
อภิสิทธิ์: " ไม่จริงหรอกครับ อยู่ในการเมืองมานี้เราทราบนะครับ เพราะว่าอย่างน้อยที่สุดนี้
- การต่อสู้ในสภาฯ การต่อสู้ในเวทีเลือกตั้งนี้มันจะมีเสียงวิจารณ์มาตลอด
- แต่คนมาบริหารก็ต้องรับตรงนี้เป็นเบื้องต้น สิ่งสำคัญคือรับฟัง รับฟังอะไรที่มี เราเห็นได้ชัดว่าเขาเข้าใจผิดเพราะอย่างนั้นอย่างนี้เราก็ต้องพยายามชี้แจง อะไรที่มันเป็นมุมมองที่แตกต่างกัน บางทีก็ต้องมาทบทวนดู เขาก็มีเหตุมีผลนะ เราก็อาจจะต้องมาปรับปรุงแก้ไขบางสิ่งบางอย่าง
- ผมว่าเราต้องเปิดใจกว้างอย่างนี้แล้วก็ทำไป แต่เราไม่ควรที่จะไปบอกว่า คนวิจารณ์แล้วก็เลยไม่เอาแล้ว เดินหนีไป หรือไปประชด หรือไปบอกถ้าอย่างนี้เป็นศัตรูกัน ไม่ฟังกัน ไม่ได้ อย่างนั้นไม่ได้ "
ผู้ดำเนินรายการ: " วันนี้หมดเวลาลงแล้วนะครับ ขอบคุณท่านนายกฯ มากครับที่ให้โอกาสผมมาคุย ก็จะตั้งใจอาสามาทำงานอยู่ที่นี่นะครับ"
อภิสิทธิ์: " ก็ต้องขอบคุณนะครับ และก็อยากให้ชักชวนเพื่อน ๆ เข้ามาเยอะ ๆ นะครับ เพื่อที่จะมาช่วยกันเดินหน้าปฏิรูปเพื่อประเทศไทย"
ผู้ดำเนินรายการ: " ผมขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ"
<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>