ปฏิรูปคืบหน้า รับบริจาคความคิด แก้หนี้นอกระบบ กองทุนฟื้นฟู กม.บัตรเครดิต แก้ความเหลื่อมล้ำ โฉนดชุมชน ธ.ที่ดิน ยุทธศาสตร์ยาเสพติด ฟอร์ดเพิ่มลงทุนสะท้อนเชื่อมั่นไทย (๒๗ มิ.ย. ๕๓)

- ปฏิรูปคืบหน้า รับบริจาคความคิด กรรมการข้อเท็จจริงยังเดินสาย
- แก้หนี้ ปชช.ครั้งใหญ่สุด : นอกระบบ กองทุนฟื้นฟู กม.บัตรเครดิต
- ปัญหาที่ทำกิน : แก้ด้วยโฉนดชุมชน ระบบภาษี ธนาคารที่ดิน
- ปัญหาที่ทำกิน : ความเหลื่อมล้ำใหญ่สุด ผู้เดือดร้อนมีส่วนร่วมในทางแก้
- ยาเสพติด : ยุทธศาสตร์ระยะ๒ เล็งกำหนดพื้นที่เป้าหมาย
- ฟอร์ดขยายลงทุนกว่าหมื่นล้าน สะท้อนความเชื่อมั่น ไทยเป็นศูนย์ผลิต
- ตามข่าว : ธกส.ช่วยภัยแล้ง แก้ไข่แพง ปัญหาบัตร ปชช.
- ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

  - ปฏิรูปคืบหน้า รับบริจาคความคิด กรรมการข้อเท็จจริงยังเดินสาย

...รัฐบาลไม่แทรกแซงการตั้งคกก.ปฎิรูปและคกก.สมัชชา จะดูในเรื่องบุคลากร งบประมาณ การเชื่อมโยง  เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม ๓ ปีเป็นกรอบของเวลาไม่ให้ล่าช้า ภาคธุรกิจและสื่อสารมวลชน เข้ามามีส่วนร่วม การ"รับบริจาคความคิด" คือส่วนหนึ่งที่ปชช.ร่วมปฎิรูปประเทศไทยได้

อภิสิทธิ์:
"พี่น้องประชาชนที่เคารพรักครับ พบกันเช่นเคยนะครับเช้าวันอาทิตย์ สำหรับสัปดาห์นี้ก็มีหลายเรื่องที่อยากจะรายงานให้กับพี่น้องประชาชนทราบถึงการทำงานของรัฐบาล ทั้งในเรื่องของแผนปฏิรูป ทั้งในเรื่องของปัญหาที่เป็นความเดือดร้อนเฉพาะหน้าของพี่น้องประชาชน ไปจนถึงเรื่องของปัญหาทางด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยในช่วงที่ ๒ ของรายการ จะเป็นการเก็บบรรยากาศในเรื่องของการสัมมนาเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาที่ทำกิน ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาที่มีความยืดเยื้อรื้อรังที่สุดปัญหาหนึ่ง  และก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากในเรื่องของปัญหาความเหลื่อมล้ำที่มีอยู่ในสังคมของเรา โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ได้มีการจัดประชุมสัมมนาที่ทำเนียบรัฐบาล  เดี๋ยวจะได้มีการดูบรรยากาศจากการสัมมนาใน ๒ วันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

... ระเบียบสำนักนายกฯ ในการตั้งคกก.ปฏิรูป-คกก.สมัชชาเข้าครม.อังคารนี้
ผมขอเริ่มต้นจากเรื่องของแผนการปฏิรูปก่อน เพราะว่ามีความคืบหน้าไปพอสมควรในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างก็คือว่าแผนปฏิรูปในส่วนที่จะมาแก้ไขปัญหาในเชิงโครงสร้าง ทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจและสังคม ที่ผมได้ไปนำเอาความต้องการของพี่น้องประชาชนไปบอกกล่าวกับผู้หลักผู้ใหญ่ คือท่านอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี นพ.ประเวศ วะสี  และอีกหลาย ๆ ท่าน  เพื่อที่จะมามีส่วนร่วมในเรื่องนี้  ขณะนี้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อตั้งคณะกรรมการปฏิรูป และคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป ผมได้ดูเรียบร้อยแล้ว พร้อมที่จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารนี้ หลักก็คือว่า จะมีการคณะกรรมการขึ้นมา ๒ คณะคือ
  -  คณะกรรมการปฏิรูป กับ
  -  คณะกรรมการสมัชชา
ที่มาดำเนินการในเรื่องของการรับฟังความคิดเห็น  โดยในทั้งสองคณะจะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิมาเป็นประธาน และท่านประธานนั้นจะเป็นผู้ไปแต่งตั้งคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเอง

เพื่อให้เกิดความเป็นอิสระ ไม่มีการแทรกแซงการครอบงำจากในส่วนของรัฐบาล  เพียงแต่ว่าฝ่าย

  • รัฐบาลนั้นจะทำหน้าที่ในการสนับสนุนในเรื่องของบุคลากร
  • ในเรื่องของงบประมาณเท่าที่จำเป็น และ
  • จะมาเชื่อมโยงกับกลไกอื่น ๆ ของรัฐบาลที่จะทำงานคู่งานกันไปในเรื่องนี้ 

โดยตั้งเป้าเอาไว้อย่างนี้ครับว่าคณะกรรมการทั้งสองชุดนั้น จะมีอายุเพียง ๓  ปี ๓ ปีก็จะแสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องเกินเลยอายุของรัฐบาลนี้ครับ แต่ว่าก็มีการขีดเส้นเอาไว้ว่าไม่ให้การทำงานนั้นมีความล่าช้า หรือยืดเยื้อนะครับ  หมายความว่างานในเชิงโครงสร้างทั้งหมดต้องมีข้อสรุปเพื่อที่จะดำเนินการได้ในระยะเวลาที่เราเห็นว่าเหมาะสม ก็คือ ๓ ปีนั่นเอง ซึ่งตรงนี้ก็เป็นความคืบหน้าที่สำคัญ

ภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมขับเคลื่อนแผนปรองดองและแผนปฏิรูป
อยากจะเรียนครับว่าจริง ๆ แล้วในขณะที่ตัวระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี และตัวคณะกรรมการยังไม่เกิดขึ้น เราก็มีความคืบหน้าของการทำงานในด้านนี้จากหลายต่อหลายภาคส่วนด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคส่วนที่ผมเคยเชิญมา ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของธุรกิจท้องถิ่น สื่อสารมวลชนและกลุ่มอื่น ๆ นั้น ล้วนแล้วแต่มีความคืบหน้าทั้งสิ้น อย่างในส่วนของ

ภาคธุรกิจครับ เมื่อปลายสัปดาห์นั้นทางหอการค้าทั่วประเทศ ก็ได้มีการจัดการประชุม ซึ่งเป็นการจัดการประชุมมาที่จะมาดูแลในเรื่องของการพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด  แต่ก็ได้ถือโอกาสนี้มาระดมความสมอง ระดมความคิดเห็นกัน ในเรื่องของการที่จะมีส่วนร่วมในการที่จะผลักดันเรื่องของแผนปรองดองและแผนการปฏิรูป และเป็นที่น่าดีใจครับว่าได้กำหนดแนวทางไว้อย่างน้อย ๆ ๔ แนวทางที่จะเป็นแนวทางสำคัญที่ภาคธุรกิจอยากจะเข้ามามีส่วนร่วม 

ส่วนแรก(๑)ก็คือว่าทางภาคธุรกิจเองก็จะมาสนับสนุนส่งเสริมใช้เครือข่ายของตัวเองไปดูครับว่าจะแก้ปัญหาความแตกแยกทางความคิดได้อย่างไร นั่นก็หมายถึงว่าในส่วนของสมาชิกของหอการค้าทั่วประเทศเอง ก็จะไปมีบทบาทในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อลดช่องว่างในทางความคิดหรือความแตกแยกต่าง ๆ

ประการที่(ส่วน)ในแง่ของความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจสังคม ก็จะมีการดำเนินการในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน  ซึ่งจะประสานกับหลายสิ่งหลายอย่างนะครับ  ซึ่งทางรัฐบาลหรือว่าหน่วยงานอื่น ๆ กำลังดำเนินการอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจ ก็จะมีการตั้งโจทย์กันมา ดูว่าเราจะปรับโครงสร้างในส่วนของเศรษฐกิจเราอย่างไรที่จะเอื้อให้การพัฒนาและการเติบโตทางเศรษฐกิจนั้นมีความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น

ส่วนที่ ๓ ทางหอกการค้าเองจะช่วยส่งเสริมสนับสนุนแผนเฉพาะหน้าในเรื่องของการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย โดย 
     - เน้นในเรื่องของการใช้ของไทย และ
     - การท่องเที่ยวในประเทศไทย
อันนี้ก็จะมีส่วนสำคัญในการประคับประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจให้เป็นไปด้วยดี  และ

ส่วนสุดท้าย(๔) ครับซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจครับ คือทางภาคธุรกิจเสนอตัวเข้ามาว่าจะมาช่วยชำระสะสางปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยมีการยอมรับกันนะครับ  ผมก็ไปพูดคุยกับเขา  ยอมรับกันตรงไปตรงมาว่าปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นคงจะโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ละครับ  มีทั้งส่วนของการเมือง มีทั้งส่วนของราชการ และก็มีส่วนของนักธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นการขับเคลื่อนในเรื่องของการที่จะมาชำระสะสางปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นก็จะเป็นอีกส่วนสำคัญของแผนการปฏิรูปที่ทางภาคธุรกิจเอกชนเขาได้เดินหน้า และอาสาตัวที่จะเข้ามาทำในเรื่องนี้

ปฏิรูปสื่อเพื่อให้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์
ส่วนในแผนปรองดองทางด้านอื่น ๆ ในส่วนของ
สื่อสารมวลชน การปฏิรูปสื่อนั้น หลังจากที่อาจจะมีความกังวลกันว่าการปฏิรูปสื่อ รัฐบาลจะเข้าไปชี้นำ สั่งการ แทรกแซง อะไร ขณะนี้ท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ท่านคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็เริ่มออกไปพบปะกับองค์กรวิชาชีพต่าง ๆ ซึ่งก็มีการทำความเข้าใจกันอย่างชัดเจนว่าเป้าหมายที่แท้จริงก็คือต้องการให้สื่อเป็นผู้ขับเคลื่อนหลักในการที่จะทำให้สื่อสารมวลชนของเราเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ระหว่างคนไทยด้วยกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็มีความคืบหน้าไปพอสมควร มีการจัดเวทีต่าง ๆ ซึ่งก็ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องต่อไป

เปิดคู่สายรับบริจาคความคิด
ในส่วนของรัฐบาลเองนะครับ การที่จะส่งเสริมสนับสนุนช่องทางการรับฟังความคิดเห็นอย่างที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  ผมก็ไปคุยอยู่กับทางตัวแทนของอาสาสมัครที่จะเข้ามาทำงานในสำนักงาน ในสัปดาห์หน้าก็จะมีการเปิดในเรื่องของการทำเรื่องของการรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ผ่านทางโทรศัพท์  ซึ่งจะมีการเปิดคู่สายจำนวนมาก  ใช้คำว่า “รับบริจาคความคิด” ในการที่จะมาร่วมกันในเรื่องของการทำงานทางด้านการปฏิรูป  ซึ่งทั้งหมดนี้จะเห็นได้ชัดว่า แผนทุกด้านกำลังมีการขับเคลื่อนเดินไปข้างหน้า  ซึ่งผมมั่นใจครับว่าการที่เราเดินหน้าไปอย่างนี้ก็จะช่วยลดเงื่อนไขต่าง ๆ ซึ่งเป็นปัญหาความขัดแย้ง

ประธานคกก.อิสระฯ เดินสายพบปะภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคม
สำหรับในส่วนของการตรวจสอบเหตุการณ์ ท่านประธานคือ อ.คณิต ณ นคร นั้นขอขยายเวลาในการที่จะแต่งตั้งคณะกรรมการอีก ๑๕ วัน ในรายงานที่ท่านทำมาถึงคณะรัฐมนตรี ท่านก็เขียนชัดเจนนะครับว่าท่านตระหนักดีถึงสิ่งที่หลายฝ่ายเรียกร้องในเรื่องของความจำเป็นเร่งด่วนในการทำงานนี้  แต่ว่าท่านเห็นว่าการที่จะทำให้งานนี้ประสบความสำเร็จนั้นอยู่ที่ความยอมรับและความเชื่อถือ เพราะฉะนั้นท่านต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งนะครับ เหมือนกับที่ท่านได้ทำในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็คือ

  • ไปเดินสายพบปะกับหลายต่อหลายฝ่ายในสังคม เพื่อที่จะยืนยันให้เห็นว่าท่านนั้นมีความพร้อมในการที่จะเปิดกว้างให้เกิดการมีส่วนร่วม  เกิดการรับฟังเพื่อนำไปสู่ความเป็นกลางและความเป็นอิสระอย่างแท้จริง  
  • ส่วนความเห็นข้อสงสัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ
    • องค์กรระหว่างประเทศ หรือ
    • บรรดาองค์กรเอกชนต่าง ๆ ถ้าส่งเข้ามา เราก็จะมีการถ่ายทอดไปให้ท่านได้รับทราบ เพื่อให้เป็นการบ้านสำหรับคณะกรรมการชุดนี้ในการที่จะแสวงหาข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการปฏิรูปและการปรองดองต่อไป

อันนี้ก็เป็นความคืบหน้าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานะครับในแผนการขับเคลื่อนของรัฐบาลในเรื่องนี้"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- แก้หนี้ ปชช.ครั้งใหญ่สุด : นอกระบบ กองทุนฟื้นฟู กม.บัตรเครดิต

... แก้ปัญหาหนี้นอกระบบครั้งใหญ่สุด ดำเนินการคืบหน้าแล้ว ๒ แสนราย ออกมาตรการเสริมช่วยผู้ประสบปัญหาเพิ่ม

อภิสิทธิ์:
"... แก้ปัญหาในการหาบุคคลหรือหลักทรัพย์มาค้ำประกันในการจะปรับเปลี่ยนหนี้เข้าสู่ระบบ
สำหรับปัญหาหนี้สินโดยทั่วไป ความคืบหน้าของการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ก็ได้มีการสรุปมายังคณะรัฐมนตรีโดยในเบื้องต้นพบว่า

[หนึ่ง] มีพี่น้องประชาชนที่มาขึ้นทะเบียนมากกว่า ๑ ล้านรายซึ่งความจริงนั้นก็เกินจากที่เราได้ตั้งเป้าเอาไว้ ใน ๑ ล้านกว่ารายนี้ ต่อมาก็จะมีส่วนหนึ่งซึ่งสมัครใจที่จะไม่เข้าร่วมโครงการ แต่ที่เข้าร่วมโครงการนั้นก็จะเป็นส่วนใหญ่

[สอง] และก็มีการเดินหน้าในการจัดให้พบปะระหว่างทางเจ้าหนี้ ลูกหนี้ มีกระทรวงมหาดไทย หรือว่ามี กทม.เป็นผู้ประสานงาน และเชื่อมเข้ามากับทางธนาคารต่าง ๆ ที่เป็นธนาคารของรัฐ

[สาม] ก็ปรากฏครับว่าในขณะนี้ที่ดำเนินการแก้ไขไปได้แล้ว ประมาณ ๒ แสนราย หมายถึงว่ามีการตกลงกันได้ว่าจะปรับโครงสร้างหนี้กันอย่างไร เข้าไปขออนุมัติสินเชื่อจากธนาคารและได้รับอนุมัติไปแล้ว ซึ่งตัวเลขนี้จะสามารถเพิ่มขึ้นไปได้ถึงประมาณ ๓-๔ แสนรายในเดือนข้างหน้า

ก็ปราฏว่าจะมีพี่น้องประชาชนที่เป็นหนี้นอกระบบที่สมัครใจเข้ามาร่วมโครงการ แล้วก็ยังไม่สามารถได้รับการแก้ไขปัญหาได้อีก ๒ กลุ่มใหญ่ ๆ

    • [กลุ่มแรก] ก็คือมีปัญหาในเรื่องของการหาบุคคลมาค้ำประกัน ตรงนี้ก็เป็นปัญหาใหญ่ซึ่งยังมีเสียง บ่น เข้ามามาก ทางคณะรัฐมนตรีจึงได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังไปพิจารณาว่าในกรณีเช่นนี้จะมีทางในการที่จะหาองค์กรหรือสถาบันใด ๆ ในส่วนของภาครัฐเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาเพื่อให้เป็นหลักประกันหรือความมั่นใจสำหรับธนาคารที่ปล่อยกู้

      เพราะฉะนั้นทางกระทรวงการคลังคงจะใช้เวลานะครับ ขอไว้อีกประมาณ ๑ เดือนเพื่อที่จะมาแก้ไขปัญหาสำหรับพี่น้องในส่วนที่มีปัญหาในการหาบุคคลหรือหลักทรัพย์มาค้ำประกันในการที่จะปรับเปลี่ยนหนี้เข้าสู่ระบบ 
    • [ส่วนกลุ่มที่ ๒] คือกลุ่มที่ยังไม่มีรายได้ ซึ่งทำให้ธนาคารนั้นไม่อนุมัติสินเชื่อ อันนี้ก็เช่นเดียวกันนะครับก็ได้มีการมอบหมายให้ทางกระทรวงการคลังประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะไปดูในเรื่องของการฝึกอาชีพ ซึ่งถ้าหากว่าตรงนี้สามารถฝึกอาชีพและมีรายได้แล้ว  ก็จะสามารถนำมาสู่การแก้ไขปัญหาในการที่จะโอนหนี้เข้าสู่ระบบได้ต่อไป 

 เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เป็นความคืบหน้าที่มีความสำคัญ เพราะฉะนั้นการดำเนินการทั้งหมดนี้ ถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาสำหรับหนี้สินนอกระบบครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ที่มีการแก้ไขปัญหากันมา แล้วถ้าหากว่าใน ๒ มาตรการเสริมที่ทำตรงนี้ได้สำเร็จก็จะยิ่งทำให้การแก้ไขปัญหานี้ค่อนข้างที่จะครอบคลุมเกินเป้าที่รัฐบาลกำหนดไว้ในระยะเวลาที่เราเริ่มต้นโครงการนี้"

... พักชำระหนี้ให้เกษตรกรที่เป็นสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ

อภิสิทธิ์:
"นอกจากนั้นครับก็มีหนี้สินของพี่น้องอีกส่วนหนึ่งก็คือพี่น้องเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เป็นหนี้เสีย

ขณะนี้ก็มีแนวทางมาตรการที่ชัดเจนตกลงกับ ๔ ธนาคารแล้วในการที่จะแก้ไขปัญหานี้

      • โดยการที่จะมีการพักชำระหนี้เงินต้นทั้งหมดและดอกเบี้ยครึ่งหนึ่ง
      • ส่วนอีกครึ่งหนึ่งนั้นจะมีการดำเนินการชำระกันไปภายในระยะเวลา ๑๕ ปี

โดยดอกเบี้ยที่คิดจะเป็น MRR-๓ อันนี้ก็เป็นการแก้ไขปัญหาสำหรับพี่น้องเกษตรกรที่เป็นหนี้เสีย และเป็นสมาชิกของกองทุนฟื้นฟูฯ ซึ่งจะมีพี่น้องเกษตรกรที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อยู่จำนวนมากพอสมควร

เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหา

  • ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภัยแล้ง
  • ไม่ว่าจะเป็นหนี้นอกระบบ
  • ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของหนี้สินของเกษตรกร

ตรงนี้กำลังเกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนหลายล้านคน และเราก็เชื่อว่าจะเป็นการบรรเทาภาระทั้งที่เกิดขึ้นจากปัญหาเฉพาะหน้า  ทั้งที่เกิดขึ้นจากปัญหาที่เรื้อรังมาพอสมควร อันนี้ก็เป็นความก้าวหน้าในการแก้ปัญหาในเรื่องนี้

... อนุมัติกฎหมาย สร้างกลไกกำกับดูแลธุรกิจบัตรเครดิต

นอกจากนั้นคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ผ่านมายังได้อนุมัติหลักการของกฎหมายที่จะมาดูแลในเรื่องของธุรกิจบัตรเครดิต ซึ่งเดิมนั้นไม่มีกฎหมายเฉพาะในเรื่องนี้  อันนี้ก็เพื่อที่จะให้เกิดความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้นกับพี่น้องประชาชนที่ใช้บัตรเครดิตเนื่องจากปัจจุบันนั้น กลไกการกำกับดูแลไม่ได้มีกลไกหรือกฎหมายเฉพาะในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน แต่ว่ากฎหมายฉบับนี้ก็ต้องไปผ่านตามขั้นตอนต่าง ๆ และจะนำไปสู่การนำเสนอต่อสภาฯ ต่อไป"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ปัญหาที่ทำกิน : แก้ด้วยโฉนดชุมชน ระบบภาษี ธนาคารที่ดิน

... โฉนดชุมชน จัดระบบกรรมสิทธิ์อิงกับชุมชน โดยการจัดสรรที่ดิน ใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ เป็นที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย เครือข่ายชุมชนดูแล แก้ปัญหาการเปลี่ยนมือ ไม่นำไปสู่วงจรเดิมๆ

ผู้ดำเนินรายการ: "ผมประพจน์ ภู่ทองคำ ทำหน้าที่ดำเนินรายการในช่วงพิธีเปิดงานเสวนาประชาชน เรื่อง การจัดการที่ดินทำกิน : ปัญหาและทางออก เรื่องของการแก้ปัญหาที่ดินทำกินที่สร้างความทุกข์ให้กับชาวบ้านนั้นมีมานานหลายสิบปีแล้ว แต่รัฐบาลชุดปัจจุบันก็มีความพยายามในการแก้ปัญหาเรื่องของที่ดินทำกินมาโดยตลอด วันนี้จึงเป็นอีกเวทีหนึ่งที่เป็นเวทีที่สำคัญที่จะนำไปสู่การคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้น ทุกข์ของชาวบ้านจะได้รับการแก้ไข ทุกข์ของชาวบ้านจะได้รับความสนใจ ในลำดับแรกครับขอเรียนเชิญท่านรัฐมนตรี"


ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย: "ขึ้นกล่าวรายงาน ขอเรียนเชิญครับ
รัฐมนตรีประสำนักนายกรัฐมนตรี (นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย)  ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินเป็นปัญหาพื้นฐานที่สุดที่ยังคงเป็นปัญหามายาวนาน มีความหลากหลาย และมีความสลับซับซ้อน ทั้งยังเป็นเรื่องที่ทำให้มีความขัดแย้งและเป็นข้อพิพาทกัน ไม่ว่าระหว่างรัฐกับประชาชน รัฐกับรัฐ รวมถึงเอกชนกับเอกชน ในเวลาที่คนไร้ที่ทำกินยังมีอยู่จำนวนมาก แต่คนอีกส่วนหนึ่ง จะมีที่ดินมากมายจนเหลือเฟือ เกิดเป็นปัญหาเรื่องของการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม ตลอดระยะเวลา ๑ ปีเศษมีข้อสรุปว่า ประเด็นที่มีการร้องเรียนของชาวบ้านมากกว่าร้อยละ ๘๐ ต้องการให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเรื่องของที่ดินทำกิน เรื่องไร้ที่ดินทำกิน รวมถึงการขอให้รัฐจัดที่ดินทำกินให้ การจัดงานครั้งนี้ น่าจะทำให้ทุกฝ่ายได้รับทราบถึงแนวทางนโยบายและร่วมกันหาทางออกเพื่อสร้างความเป็นธรรมในเรื่องการจัดการที่ดินในโอกาสต่อไป"

อภิสิทธิ์: " ปัญหาในเรื่องของการถือครองที่ดินในประเทศไทย ต้องถือว่าเป็นรูปธรรมที่สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำค่อนข้างชัด เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ครับว่าปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย และเป็นเรื่องที่มีการถกเถียงค้างคากันมาเป็นระยะเวลานานพอสมควร เมื่อตอนที่ผมได้มีการพบปะกับพี่น้องประชาชนซึ่งได้รับความเดือนร้อนและก็มาเรียกร้องเคลื่อนไหวอยู่ สิ่งหนึ่งซึ่งเราได้พยายามคิดก็คือ

- เราต้องจะหาทางซึ่ง เป็นวิธีการในการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐกับภาคประชาชนในรูปแบบใหม่ ที่จะสร้างความวางใจ ความยอมรับ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาในทุกพื้นที่ และมีกรอบแนวคิดกติกาที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาในอนาคตอย่างยั่งยืนด้วย

ความสำคัญของการแก้ไขปัญหาโดยใช้แนวทางของโฉนดชุมชนนั้น ผมคิดว่ามีความสำคัญมากไปกว่าการเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาที่จุดใดจุดหนึ่ง

  • ส่วนแรกคือหลักการของการยอมรับการมีส่วนร่วมของประชาชน และใช้ประโยชน์จากเครือข่ายของประชาชน ความหมายก็คือว่า การที่จะไปผลักดันออกโฉนดชุมชนในที่ใดก็ตามจะไม่สามารถดำเนินการได้เลยถ้าหากว่าการรวมตัวของชุมชนไม่มีความเข้มแข็งเป็นระบบ
  • ประการที่สองที่เป็นสิ่งสำคัญจากนโยบายโฉนดชุมชน ก็คือหลักคิดที่เราสามารถนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาที่ทำกิน โดยไม่กลับเข้าไปสู่วงจรเดิม ๆ ของการที่มีการออกเอกสารสิทธิ์ให้กับพี่น้องประชาชนซึ่งอาจจะเป็นคนยากคนจน คนด้อยโอกาส เกษตรกร แล้วพบภายหลังว่า เอกสารสิทธิ์เหล่านั้นสุดท้ายก็เปลี่ยนมือไปอีก แต่การจัดระบบกรรมสิทธิ์โดยอิงกับชุมชน จะเป็นวิธีการที่ทำให้เราสามารถดูแลว่า

    • เมื่อมีการจัดสรรที่ดินไปแล้ว การใช้จะอยู่ในวัตถุประสงค์ซึ่งตรงกับการแก้ไขปัญหาในตอนต้น นั่นก็คือการดูแลให้พี่น้องประชาชนนั้นใช้ประโยชน์ในเรื่องของการเป็นที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย หรือการประกอบอาชีพเกษตรกรรม แล้วก็ตัวเครือข่ายชุมชนซึ่งเป็นเจ้าของไม่ใช่ตัวบุคคลก็จะช่วยดูแลไม่ให้สิ่งเหล่านี้หลุดมือเปลี่ยนมือ แล้วก็นำไปสู่วงจรของปัญหาเดิม ๆ

เพราะฉะนั้นเรื่องของโฉนดชุมชนนั้น นอกจากจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่รัฐบาลชุดปัจจุบันได้นำเข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาแล้ว ผมคิดว่าเป็นการสะท้อนหลักคิดที่มีความสำคัญในการแก้ไขปัญหานี้และปัญหาอื่น ๆ อย่างยั่งยืนด้วย

... ปรับปรุงระบบภาษี สร้างความเป็นธรรม นำไปสู่แรงจูงใจ การกระจายถือครองที่ดิน
 เครื่องมือที่สองที่รัฐบาลชุดนี้เดินหน้าผลักดันอย่างจริงจังเพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหา ก็คือการพยายามที่จะปรับปรุงระบบภาษีให้มาเป็นเครื่องมือเพื่อสร้างความเป็นธรรมด้วย แล้วก็นำไปสู่การสร้างแรงจูงใจให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดินให้เกิดความเป็นมากยิ่งขึ้น นั่นก็คือ

- การที่เราการผลักดันภาษีทรัพย์สิน และที่ดิน สิ่งปลูกสร้างมาทดแทนระบบภาษีบำรุงท้องที่และภาษีโรงเรือนในปัจจุบัน หลักการของมันก็จะทำให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีเพื่อสร้างแรงจูงใจให้มีการใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด

- แต่ต้องยอมรับว่าในอดีตรัฐบาลหลายชุดเมื่อหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาในที่สุดแล้วก็ไม่ตัดสินใจในการเดินหน้าในเรื่องนี้ เพราะอาจจะไปกระทบกระเทือนกับบุคคลซึ่งมีกำลังทางเศรษฐกิจ มีการถือครองทรัพย์สิน โดยเฉพาะที่ดินเป็นจำนวนมาก แต่รัฐบาลชุดปัจจุบันได้มีมติชัดเจนแล้วนะครับ และขณะนี้กฎหมายก็อยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา แล้วเราก็จะพยายามเร่งรัดเพื่อนำเสนอต่อรัฐสภาต่อไป

... ธนาคารที่ดิน กลไกสำคัญ เพื่อสำรวจความต้องการที่ทำกิน จัดสรรได้อย่างเหมาะสม
หนึ่งในบทบัญญัติที่เราตั้งใจจะใส่ไว้ในกฎหมายภาษีในเรื่องนี้ก็จะเป็นเรื่องที่สามนะครับ ที่เราถือว่าจะเป็นเรื่องที่มีการผลักดันอย่างจริงจังในรัฐบาลชุดนี้ก็คือธนาคารที่ดิน คือ

  • นอกจากการเอารายได้ส่วนหนึ่ง หรือส่วนใหญ่ให้กับท้องถิ่นแล้ว จะมีการกันรายได้ที่เก็บจากภาษีที่ดินมาเป็นกองทุนในเรื่องของธนาคารที่ดิน
  • เรื่องของธนาคารที่ดินก็จะเป็นกลไกสำคัญอีกกลไกหนึ่งต่อไปในอนาคต ที่จะได้มีการดำเนินการ เพื่อให้เกิดการสำรวจความต้องการในเรื่องของที่ทำกินกับความเป็นไปได้ในการนำพื้นที่ต่าง ๆ ที่มีความเหมาะสม สามารถมารวบรวมโดยภาครัฐและสามารถที่จะจัดสรรได้

ประเด็นเหล่านี้ครับคงเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นที่รัฐบาลได้มีการดำเนินการมา และมีความตั้งใจในการที่จะดำเนินการต่อไป แต่ผมเชื่อว่าท่านทั้งหลายซึ่งมากันอย่างหลากหลายในวันนี้ ก็คงจะมีมุมมอง ประสบการณ์ แง่คิดที่จะเป็นประโยชน์ในการที่ให้ข้อเสนอแนะ ปรับปรุงมาตรการหรือเพิ่มพูนมาตรการต่าง ๆ ซึ่งผมและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง พร้อมที่จะรับฟัง ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านทั้งหลายจะใช้เวทีเสวนาอย่างคุ้มค่า นำไปสู่แนวทางที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหา และก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีประจำสำนักสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ได้มีส่วนสำคัญร่วมกับที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีในการจัดเวทีเสวนาในวันนี้ ขอบคุณท่านรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการที่มาร่วมรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน และก็ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนจากทุกเครือข่ายที่สละเวลาอันมีค่ามาร่วมกันระดมความคิดเห็น เพื่อขับเคลื่อนการบริหารจัดการที่ดินของประเทศไทยให้ส่งผลดีต่อการให้โอกาสพี่น้องประชาชนและลูกหลานของเราต่อไป บัดนี้ ได้เวลาอันสมควรแล้ว ผมขอเปิดการจัดงานเวทีเสวนาประชาชน เรื่อง "การจัดการที่ดินเพื่อการทำกิน : ปัญหาและทางออก" และขออวยพรให้การจัดงานประสบผลสำเร็จตามเจตนารมณ์ทุกประการ และขอให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข ความเจริญ โดยทั่วกัน

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ปัญหาที่ทำกิน : ความเหลื่อมล้ำใหญ่สุด ผู้เดือดร้อนมีส่วนร่วมในทางแก้

...พระราชบัญญัติฉบับนี้จะเป็นคำตอบที่แท้จริงให้กับสังคมไทย
ผศ. อิทธิพล ศรีเสาวภาคย์:
"ผมศึกษาในเรื่องเกี่ยวกับสิทธิชุมชนมาพอสมควรนะครับ และพบว่ากฎหมายของเรารับรองสิทธิในที่ดินอยู่สองกลุ่มเท่านั้นเองก็คือ ที่ดินเอกชนกับที่ดินของรัฐ ไม่มีกฎหมายฉบับใดที่รองรับสิทธิชุมชน"

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายถาวร เสนเนียม): "นับจากนี้ไปผม
      -  จะนำเสนอถึงรูปแบบโครงสร้างขององค์กร
      -   บทบาทขององค์กร
      -   อำนาจหน้าที่องค์กร
ที่จะสนองต่อความต้องการของพี่น้องประชาชนที่จะได้เห็นนโยบายที่ว่าด้วยธนาคารที่ดินของรัฐบาลชุดนี้อย่างไร ถูกใจหรือไม่ถูกใจวิจารณ์กันได้ตั้งแต่วันนี้ วันพรุ่งนี้ จนกระทั่งเรามาร่วมกันยกร่างพระราชกฤษฎีกา เพื่อที่จะขับเคลื่อนนโยบายนี้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (นายกรณ์ จาติกวณิช)อกาสการเข้าถึงที่ดินทำมาหากิน
     -   คนไทยโดยรวมประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ คือ ๙๐ คนจาก ๑๐๐ มีที่ไม่เกินโดยเฉลี่ยนะครับ คนละ ๑ ไร่ ในขณะที่
     -   ส่วนอีก ๑๐ คนหรือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ จาก ๑๐๐ ที่เหลือ มีที่โดยเฉลี่ยคนละกว่า ๑๐๐ ไร่ ก็คือคนส่วนใหญ่มีที่นิดเดียวพูดง่าย ๆ พระราชบัญญัติฉบับนี้จะเป็นคำตอบที่แท้จริงให้กับสังคมไทย"

...ประชาธิปไตยของแท้คือให้ประชาชนเดินหน้าจัดการทรัพยากร
นายไพโรจน์ พลเพชร:
"ในอดีตเราให้รัฐมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดจัดการ ตอนนี้ไม่ใช่ครับ รัฐจัดการไม่ได้ จะต้องเพิ่มพื้นที่ให้กับประชาชนที่เขาเติบโตขึ้นมา นี่คือประชาธิปไตยของแท้ครับ นี่คือประชาธิปไตยของจริง จับต้องได้กินได้ คือประชาธิปไตยที่ให้ประชาชนเดินหน้าจัดการทรัพยากร คือของแท้และของจริง"

...แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงจะเดินคู่ไปกับโฉนดชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล
นายสุวโรช พะลัง: "ผมเชื่อว่าแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางอันหนึ่ง ที่จะเดินคู่ไปกับโฉนดชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล และผมเชื่อว่าหลักประกันในสินทรัพย์สิทธิลงทุนตรงนี้จะเป็นส่วนหนึ่ง ที่สามารถมาแปลงสินทรัพย์ตรงนั้นให้มาเป็นทุนในวันข้างหน้าได้เช่นเดียวกัน"

ผู้ดำเนินรายการ: "และในช่วงนี้นะครับผมมีโอกาสที่จะได้พูดคุยกับท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี"

ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย: "สวัสดีครับท่านรัฐมนตรีครับ"

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี: "ครับสวัสดีครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: "เวลาพูดถึงการที่รัฐบาลเข้ามาบริหาร ในฐานะที่ต้องดูแลคนทั้งประเทศ ถามจริง ๆ ครับ
ท่านรัฐมนตรี เรื่องที่สำคัญที่รัฐบาลชุดปัจจุบันที่ได้ดำเนินการและถูกอกถูกใจชาวบ้าน เรื่องอะไรครับ"

...เรื่องสังคมสวัสดิการ แก้ไขปัญหาพื้นฐานให้ชาวบ้าน
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี:
"ผมคิดว่าเรื่องของการดูแลเรื่องสวัสดิการสังคมนะครับ หรือว่าสังคมสวัสดิการ แก้ไขปัญหาพื้นฐานให้กับชาวบ้าน"

ผู้ดำเนินรายการ: "สวัสดิการสังคมมีความก้าวหน้าอย่างไรบ้างครับ"

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี: "มีความก้าวหน้าไปเยอะนะครับ มีการดูแลคนเรียกว่าตั้งแต่เกิดไปจนกระทั่งถึงตายว่าอย่างนั้นเถอะ และก็ผมว่าความก้าวหน้าก็คือว่า เราได้หยิบยกเอาเรื่องซึ่งหลาย ๆ รัฐบาลอาจจะยังไม่ได้ทำอย่างเต็มที่ มาทำให้เป็นสิทธิ์ของเขา เช่น
   -   เรื่องของเรียนฟรี ๑๕ ปี
   -   เบี้ยรักษาฟรีให้การดูแลผู้สูงอายุ
   -   เบี้ยยังชีพ แม้แต่กระทั่งตอนหลังก็คือ
   -   เรื่องของเงินออมที่ลงมาสู่ชุมชน ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น"

ผู้ดำเนินรายการ: "ซึ่งตรงนี้เปลี่ยนแนวคิดจากเดิมที่ภาคประชาชนจะต้องคอยพึ่งพาจากรัฐ รัฐก็สนับสนุนโดยตรง ตอนนี้มีสวัสดิการภาคประชาชนที่เป็นสามขาร่วมกัน ที่ภาคประชาชนสมทบ ๑ บาท ท้องถิ่น ๑ บาท และรัฐบาลก็เติมมาให้อีก ๑ บาท อันนี้ถือว่าเป็นความก้าวหน้ามาก"

...สวัสดิการภาคประชาชน รัฐสนับสนุน ประชาชนดำเนินการ
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี: "ใช่ครับ เพราะผมคิดว่ารัฐบาลนี้ก็เปลี่ยนวิธีคิดจากการที่รัฐบาลเป็นฝ่ายให้อย่างเดียว ก็สร้างความมีส่วนร่วมแก่ภาคประชาชน ซึ่งก็จะทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นด้วย และรัฐมีหน้าที่สนับสนุน ให้ภาคประชาชนเป็นผู้ดำเนินการ แล้วรัฐเป็นผู้สนับสนุน"

ผู้ดำเนินรายการ: "แล้วอย่างวันนี้ละครับ วันที่วันนี้รัฐบาลได้เปิดเวทีที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการแก้ไขปัญหาจัดการที่ดินทำกินกับชาวบ้าน รู้สึกว่าหนึ่งในนโยบายของรัฐบาลที่ท่านนายกฯ ได้พูดเมื่อสักครู่ ก็คือเรื่องของโฉนดชุมชน ตอนนี้การดำเนินการเรื่องโฉนดชุมชนไปถึงขั้นไหนแล้วครับ"

...โฉนชุมชนตอนนี้เป็นจริงแล้ว
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี:
"โฉนดชุมชนตอนนี้ผมคิดว่าเป็นความจริงแล้วนะครับ หลังจากที่หลายรัฐบาลพูดกัน ความจริงภาคประชาชนเขาก้าวหน้า โฉนดชุมชนตอนนี้ถึงขั้นที่ออกระเบียบสำนักนายกฯ แล้ว ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ก็อยู่ในขั้นตั้งคณะกรรมการ และตอนนี้มีที่ดินที่พร้อมที่จะมาเป็นพื้นที่นำร่อง เสนอมาแล้ว ๘๑ ชุมชน แต่ว่าตามระเบียบนี้เรายังทำไม่ได้ก่อน ๓๐ นะครับ จากวันนี้ไปสัก ๒ เดือนน่าจะออกได้ก่อน ใน ๒ - ๓ ที่ซึ่งเตรียมไว้แล้ว เช่น ที่
    -  คลองโยง นครปฐม
    -  พิชัยภูเบนทร์ ที่อุตรดิตถ์ แล้วก็มีอีกหลายพื้นที่ที่เราไปดูไว้แล้ว"

ผู้ดำเนินรายการ: "ทำไม่รัฐบาลไม่เลือกที่จะทำเต็มพื้นที่ทั้งประเทศพร้อมกัน แต่เลือกที่จะทำตามพื้นที่ที่มีความก้าวหน้าเป็นรูปธรรมก่อน"

...หัวใจของโฉนดชุมชนคือของความเข้มแข็งของชุมชน ไม่ได้อยู่ที่การให้กรรมสิทธิ์ที่ดิน
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี:
"คือเรื่องโฉนดชุมชนนี้หลายที่ที่เสนอเข้ามานะครับ มันก็เป็นพื้นที่ที่จริง ๆ แล้วมีความพร้อมที่จะทำได้ แต่ในการไปทำนี้ วิธีการทำกรรรมการจะต้องไปดูเรื่องของความพร้อมของที่นั่น คือหลักโฉนดชุมชนไม่ได้อยู่ที่การให้กรรมสิทธิ์ที่ดิน แต่หลักใหญ่ใจความที่เป็นหัวใจคือของความเข้มแข็งของชุมชน ในการที่มีความเข้มแข็ง กรรมสิทธิ์หรือว่ารูปแบบโฉนดชุมชนรองรับสิทธิของชุมชนของเขาได้ทันที"

...โฉนดชุมชนเปลี่ยนมิติของการพัฒนา
ผู้ดำเนินรายการ: "ข้อเท็จจริงแล้วโฉนดชุมชนก็เปลี่ยนมิติของการพัฒนา ที่เปลี่ยนเรื่องของการถือสิทธิครอบครองในส่วนของบุคคล เป็นสิทธิร่วมกันของคนหลาย ๆ คน"

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี: "ใช่ครับ เพราะว่าอันนี้มีสองมิติที่น่าสนใจ

  • หนึ่ง เวลาเราพูดถึงกรรมสิทธิ์ที่ดิน เราพูดถึงกรรมสิทธิ์รัฐกรรมสิทธิ์เอกชน แต่วันนี้มีกรรมสิทธิ์ชุมชน
  • สอง เมื่อก่อนเราพูดถึงสิทธิในที่ดิน สิทธิของรัฐ กับสิทธิปัจเจก แต่วันนี้เราพูดถึงสิทธิชุมชน เพราะเราเชื่อว่ากระบวนการชุมชนที่เข้มแข็งนี้ จะทำให้คนที่อยู่ร่วมกันมีความรับผิดชอบร่วมกัน และก็มีวินัยที่เกิดขึ้นจากกระบวนการชุมชน ซึ่งตอนนี้มันน่าจะยั่งยืนกว่าในแง่ของการจัดการ"

ผู้ดำเนินรายการ: "ซึ่งจริง ๆ แล้วเมื่อสักครู่ที่ท่านนายกฯ พูดก็ยังมีอีกหลายมาตรการ ที่จะสร้างความเป็นธรรมและเท่าเทียมให้กับคนไทย ลดความเหลื่อมล้ำของสังคมของคนไทย เช่น
   - มาตรการเชิงภาษีที่จะทำให้ทุกคน คนไทยที่มีที่ดินทำกิน หรือ
   - มีที่ดินเอกสารสิทธิ์ ใช้ประโยชน์จากที่ดินให้คุ้มค่า หรือเรื่องของการที่จะมี
   - ธนาคารที่ดินด้วยใช่ไหมครับ อันนี้มีอีกหลายมาตรการไหมครับ"

...ปัญหาที่ทำกินเป็นการเหลื่อมล้ำเห็นได้ชัดเจนที่สุด
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี:
"คือจริง ๆ แล้วเรื่องของการแก้ไขปัญหาที่ดิน ว่ามันเป็นเรื่องที่ดินเหลื่อมล้ำนี่เห็นได้ชัดเจนที่สุด

  • คนประเทศนี้ใน ๑๐๐ คนนี้นะครับมี ๘๕ เปอร์เซ็นต์ ที่เข้าใจว่าครอบครองที่ดินในอัตราเฉลี่ยที่ถือว่าต่ำมาก ในขณะที่
  • คนอีก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ครอบครองที่ดินมากกว่า ๑๐๐ ไร่ แล้วก็บางคนอาจจะมีที่ดินเป็นหมื่นไร่ด้วยซ้ำไป

ในเวลากับที่ข้อมูลของการลงทะเบียนความยากจนปี ๔๗ มีคน ๔.๕ ล้านคนที่ลงทะเบียนแล้วบอกว่าต้องการที่ดินทำกิน
    -  ปัญหาคนไร้ที่ดินทำกิน
    -  ปัญหาคนที่มีที่ดินแล้วต้องละทิ้ง ต้องขายทิ้ง ต้องไปบุกรุกที่ป่านี้ สูงมากขึ้นทุกปี
เพราะฉะนั้นการที่มีมาตรการเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาตรงนี้ จะเป็นการลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างแท้จริง และทำให้การเข้าถึงทรัพยากรที่ดินของคนยากคนจนที่เขาจำเป็น เข้าถึงได้อย่างแท้จริง"


...ปัญหาเรื่องที่ดิน  ยังเชื่อมโยงการแก้ปัญหาความยากจนได้ด้วย
ผู้ดำเนินรายการ:
"เพราะหลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าที่ดินเรื่องเดียว แต่มันสามารถที่จะเชื่อมโยงการแก้ปัญหาความยากจนของชาวบ้านได้อีก"

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี: "เยอะมากครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: "เช่น เป็นหลักค้ำประกัน เป็นหลักทรัพย์ในการที่จะดูแลเรื่องของการเพิ่มผลผลิต ในการกู้เงินต่าง ๆ ที่มาลงทุน อีกหลายเรื่องตามมา"

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี: "ถ้าอย่างที่นายกฯ พูดวันนี้ที่ชัดเจนที่สุดก็คือว่า โอเค เมื่อมีการจัดการกรรมสิทธิ์รูปแบบโฉนดชุมชนให้เขาไปแล้ว ทำอย่างไรให้เขาอยู่ที่ดินนั้นได้ และสามารถทำกินได้อย่างสมประโยชน์เต็มที่ ซึ่งรัฐบาลจะต้องเข้าไปสนับสนุนไปดูแลด้วย"

ผู้ดำเนินรายการ: "เราพูดกันอย่างนี้ แหมบางทีก็รู้สึกว่า ชาวบ้านบางทีเขาจะได้รับประโยชน์จริง ๆ หรือเปล่า เขาจะได้รับประโยชน์จริงจังหรือเปล่า ท่านรัฐมนตรีครับ เราลองไปฟังชาวบ้านดีไหมที่เขาได้ประโยชน์จากนโยบายรัฐบาลที่ได้ดำเนินการมาแล้ว ว่าเขาคิดกันอย่างไรจริง ๆ ไปติดตามเลยครับ"

...ฟังชาวบ้านเล่าประโยชน์จากนโยบายรัฐบาลที่ได้ดำเนินการมาแล้ว 
อ.ชัยพันธ์ ประภาสะวัต: "กรณีของนางไฮ ขันจันทา นี้นะครับ เป็นกรณีเรื้อรังซึ่งจริง ๆ แล้วแกได้รับผลกระทบมาเป็นเวลา ๓๐ กว่าปี แต่ที่แกต่อสู้นี้ด้วยการเรียกร้องนี้ประมาณ ๒๗ คือแกเป็นคนที่ไม่รู้หนังสือนะครับ และก็เขียนหนังสือไม่ได้ อ่านไม่ออก เป็นชาวบ้านธรรมดา จากคนที่เคยมีกินเป็นคนจน ต้องไปเก็บหาของกิน ไปขอข้าวคนอื่น นี้คือสิ่งที่เจ็บปวดที่แม่ไฮต่อสู้มา รัฐที่ยอมรับในรัฐบาลที่ผ่านมา ก็ยอมที่จะทุบเขื่อนทิ้ง ยอมรับว่าตรงนี้คือสร้างผิดที่ เพื่อจะคืนที่นาให้กับแม่ไฮ

การชดเชยตรงนี้ไม่ใช่มาคิดเอาเองนะครับ มีนักวิชาการทั้งหมด 
   -   ทางเศรษฐศาตร์ รัฐศาสตร์ มานั่งรวมคำนวณกันว่า เวลาที่แกทำนา ๒๐ กว่าปีนี้นะครับ สูญเสียไปนี้แกควรจะได้ข้าวเท่าไร เพราะฉะนั้นก็จึงมาชดเชยในรัฐบาลท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ ได้ให้เงินเพื่อเป็นการเยียวยาและชดเชยในสิ่งที่สูญเสียในอดีต อย่างน้อยที่สุดในวันนี้ก็เห็นได้ว่า
   -   รัฐบาลก็มีความพยายาม และจริงใจที่จะเข้าไปแก้ปัญหาทุกปัญหา ถึงแม้อาจจะแก้ไม่ได้ทั้งหมด
แต่คิดว่าจุดเริ่มต้นที่เห็นเป็นตัวอย่างของกรณีของนางไฮ ขันจันทา

นี้ เป็นเรื่องที่ประชาชนก็ยอมรับนะครับ ว่าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง และก็เป็นผลงานซึ่งรัฐบาลได้ช่วยเหลือคนยากคนจนเป็นเบื้องต้น และก็หวังว่าต่อจากนี้ไป จากกรณีที่ดินอื่น ๆ รัฐบาลจะจริงจังในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนที่เดือดร้อนเช่นนี้ ถึงแม้จะยากเย็นอย่างไร ถ้ามีการเริ่มต้นก็หวังว่าจะมีการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องอื่น ๆ ที่ได้รับความเดือดร้อน เช่นเดียวกับกรณีของแม่ไฮ ขันจันทา เช่นเดียวกัน"

...ชุมชนบ้านทัพยาง ขอบคุณรัฐบาลอภิสิทธิ์
คุณทัศนา นาเวศน์:
"ชุมชนบ้านทัพยางนะคะ สิ่งที่เกิดก็คือชาวบ้านทั้งชุมชนถูกฟ้องจากนายทุน บังคับคดีนะคะ ในที่อื่นชาวบ้านก็แพ้ทั้งชุมชนนะคะ จนต่อมาก็มีการร้องเรียน มีการจับกลุ่มกองทุนกันขึ้นมา รวมตัวกันของชาวบ้านที่ไม่รู้จะไปไหนน่ะค่ะ ถึงที่สุดก็รวมตัวกันก็จ้างทนายต่อสู้คดี ถึงในที่สุดก็เป็นเวรกรรมของชาวบ้านนะคะ ก็ถูกทนายหลอกลวง ก็ถูกโกงเอาพูดง่าย ๆ ก็ถูกโกง ทีนี้เราก็ถูกแพ้คดี และจำยอมต้องไปทำสัญญายอมในชั้นศาล ในปีนั้นนะคะ ใน ๒๕๓๘ ทั้งหมดก็ ๒๐๐ กว่าครอบครัวนะคะ ก็ต้องขอบคุณนะคะ รัฐบาลท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ และท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย และทางทีมท่านสาธร ท่านภูเบศร์ นะคะ ก็คงจะมีเป็นความหวังของประชาชนหรือชุมชนรากหญ้านะคะ ที่ไม่มีโอกาสในส่วนตรงนี้ค่ะ ก็ต้องขอขอบคุณทีมรัฐบาลชุดนี้มากนะคะ จากชุมชนทับยางและเครือข่ายที่ดิน จังหวัดพังงา ค่ะ"

...รัฐบาลช่วยแก้ปัญหาโฉนดชุมชนในที่ดินเอกชน อำเภอคลองโยง
นายประยงค์ ดอกลำใย:
"อำเภอคลองโยง นี่จริง ๆ เป็นเรื่องของพื้นที่โฉนดชุมชนในที่ดินเอกชน ซึ่งมีเอกสารสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายที่ดิน
   -  รัฐบาลชุดนี้ได้เข้ามาดำเนินการก็คือว่าได้ตรวจสอบพบข้อเท็จจริงว่าจริง ๆ ที่ดินแปลงนี้เป็นของสหกรณ์โดยชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว ไม่ใช่เป็นที่ราชพัสดุ
   -   สหกรณ์จะทำหน้าที่ในการบริหารจัดการก็คือ จัดสรรที่ดินตามสิทธิที่ชาวบ้านได้ใช้อยู่เดิม ในรูปแบบของกรรมสิทธิ์ชุมชน หรือกรรมสิทธิ์ของกลุ่ม

    • ก็จะสอดคล้องกับนโยบายเรื่องโฉนดชุมชน และจะ
    • ทำให้ชุมชนผืนนี้มีความมั่นคงในเรื่องของการใช้ที่ดิน
    • ทำให้ชาวบ้านที่นี่ประมาณ ๒๐๐ ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และ
    • มีความมั่นคงในเรื่องของการถือครองที่ดิน และถือว่า
    • เป็นการกระจายการถือครองที่ดินตามนโยบายของรัฐบาล ที่มีรูปธรรมที่ชัดเจนมากครับ"

นายบุญลือ เจริญมี: "ก็คิดว่าเรา เราก็โชคดีที่มาเจอรัฐบาลชุดนี้ ที่เขาสนใจในเรื่องการจัดหาที่ดิน แล้วก็พบชาวนา หรือพบผู้ที่มีปัญหาเรื่องที่ดิน และก็ฟังแนวทางออก วัตถุประสงค์ของพวกเรา แล้วอีกอย่างหนึ่งชุมชนของเราคือ ถ้าทำเป็นระบบสหกรณ์ การควบคุมชุมชนก็จะดีขึ้น"

...รัฐบาลร่วมแก้ปัญหา ช่วยเหลือชาวบ้านที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม
นายพงษ์ศักดิ์ สายวรรณ์:
"หลังจากที่วิทยาได้ไปขุดที่ของตัวเอง ขุดบ่อในที่ของตัวเองนะครับ ก็ถูกนายทุนฟ้องดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ หลังจากนั้นวิทยาถูกสั่งจำคุก ถูกตัดสินคดีและสั่งจำคุก ประมาณ ๑ ปี ๒ เดือน เพราะฉะนั้นผมอยากให้กรณีวิทยาเป็นกรณีตัวอย่างหนึ่ง ที่ให้เป็นบรรทัดฐานในเรื่องของการต่อสู้ของภาคประชาชน เกี่ยวกับเรื่องที่ดิน กรณีคนที่บุกรุกที่ตัวเอง ไม่สมควรที่จะติดคุกแม้แต่ ๑ วัน ในกรณีนี้ก็ดำเนินการต่อครับ ก็มีเรื่องของการตรวจสอบหาหลักฐานข้อเท็จจริง ว่าการออกเอกสารสิทธิ์ของนายทุนนี้ออกโดยชอบหรือไม่ ตามกฎหมายหรือไม่ ก็มีการตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ รัฐบาลเองก็ร่วมแก้ไขปัญหาเรื่องนี้"

...แนวนโยบายผู้เข้าร่วมสัมมนา...สร้างศูนย์สาธิต เชื่อมโยงภาครัฐและภาคประชาชน
ผู้เข้าร่วมการสัมมนา:
"ผมมีแนวนโยบายที่จะสร้างศูนย์สาธิตครับ คือนโยบายของผม ศูนย์สาธิต หรือศูนย์เรียนรู้ระดับในแต่ละจังหวัดครับ จังหวัดละ ๑ ศูนย์ เพื่อให้พี่น้องในแต่ละจังหวัดมาเข้าร่วมประชุม หรือสัมมนา หรือศึกษา ค้นคว้า ในทางที่จะเป็นไปได้ที่สุดครับ มันเป็นศูนย์ที่เชื่อมโยงระหว่างภาครัฐและภาคประชาชนเข้าด้วยกัน จะเป็นแนวทางที่ให้พี่น้องเกษตรกรได้มาเรียนรู้ในศูนย์นะครับ"

...แนวนโยบายผู้เข้าร่วมสัมมนา...จัดประชุมแจ้งผลการทำงาน
ผู้เข้าร่วมการสัมมนา:
"คือโฉนดชุมชนหรือว่าภาษีที่ว่าเก็บภาษีที่จะมาช่วยคนยากคนจนนี้ มันดีทั้งนั้นครับ แต่ขณะนี้ขอให้พวกเราทุกคนและรัฐบาลร่วมมือร่วมใจกันทำงานแบบจริงจังนะครับ ใช้ระยะเวลาสัก ๓ เดือน หรือ ๖ เดือน เรามาจัดประชุมใหญ่กันอย่างนี้อีกครั้งหนึ่งเพื่อรายงานผลที่เราดำเนินงานกันมา ๓ เดือน ๖ เดือน ว่าภาคไหนติดขัดตรงไหน อะไรอย่างไร เราจะได้มาเสริมกัน แล้วก็จัดทีมหนุนเสริมขึ้นไปหนุนเสริมแต่ละจังหวัด ให้ผลมันเกิดให้ได้ครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: "เชิญกลุ่มที่สองครับ"

...ผู้เข้าร่วมสัมมนาอยากให้รัฐบาลให้ความช่วยเหลือต่างๆ
ผู้เข้าร่วมการสัมมนา:
"แนวทางการแก้ไขปัญหานะคะ ทางกลุ่มของดิฉันก็ใช้ชื่อกลุ่มว่า ถูกผีหลอก นะคะ ข้อ ๑๔ ค่าชดเชยนะคะ คือให้จ่ายตามความเป็นจริงนะคะ ตามราคาท้องตลาด ขายราคาเท่าใดก็คือให้จ่ายเท่านั้น ไม่ใช่ว่าจะไปเอาราคาเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วมาจ่ายให้กับชาวบ้าน ชาวบ้านก็ไม่สามารถที่จะเอาไปซื้อที่มาชดเชยให้ได้ใหม่ได้นะคะ คืออยากให้จ่ายค่าเสียโอกาสด้วยถ้าเกิดชาวบ้านไม่ได้ทำกินมา ๕ ปี ๑๐ ปี ๒๐ ปี ตรงนี้ก็อยากให้รัฐบาลช่วยจ่ายค่าเสียโอกาสให้ด้วยค่ะ"

ผู้เข้าร่วมการสัมมนา: "ถ้าหากมีการจับกุมพ่อแม่พี่น้องในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ หรือป่าสงวนนะคะ ก็ขอให้ท่านช่วยเหลือในการประกันตัวคนระดับรากหญ้านะคะ ไม่ใช่นายทุนนะคะ แล้วก็ขอให้รัฐบาล และหน่วยงานต่าง ๆ ให้ออกเป็นหลักฐานนะคะ เป็นโฉนดที่ดินหรือสปก. เอกสารสิทธิ์ให้กับประชาชน ได้มีที่ทำกินตลอดไปนะคะ"

ผู้ดำเนินรายการ: "กลุ่มตะเกียงครับ เชิญครับ"

...ผู้เข้าร่วมการสัมมนา กลุ่มตะเกียง
ผู้เข้าร่วมการสัมมนา:
"มันเป็นปัญหาเก่า ๆ เพียงแต่วันนี้เราชาวบ้านเองนี้ มาเปลี่ยนวรรณกรรมใหม่ให้มันทันสมัยขึ้นมาอีกนิดหนึ่ง และขอบคุณอีกอย่างหนึ่งคือรัฐบาลเองไม่เคยที่ท่านไม่ลืมนะครับ นโยบายที่ท่านพูดไว้ว่าประชาชนต้องมาก่อน เรามาแล้วครับ มาถึงที่นี่แล้วครับ เรามาคุยกันประเด็นข้อที่เกี่ยวกับว่าการอ้างสิทธิ์ทับซ้อนในที่ดินระหว่างรัฐกับชาวบ้านนะครับ ควรที่จะดูสิทธิ์อย่างไร เราคุยกันนะครับ ประเด็นปัญหาเราคุยกันว่า ปัญหาทุกอย่างนี้เวลาแก้ไขไปแล้วเข้าสู่กระบวนการเจรจาแล้วนี้ รัฐเองจะอ้างว่าติดกฎหมายป่าไม้ กฎหมายอุทยาน ติดโน่นติดนี่ เราเลยเสนอว่ายกเลิกไปเลย เราเลยว่าเพื่อความปรองดองแห่งชาตินี้ เราเสนอว่าให้รัฐบาลเองแจ้งไปยังหน่วยงานและก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องป่าไม้ที่ดิน ว่าให้ยุติการดำเนินการการจับกุมชาวบ้าน ที่มีความขัดแย้งเรื่องที่ดินหรือเรื่องป่า เรื่องอะไร ทุกกรณีไว้ก่อน ในระหว่างที่อยู่ในการดำเนินการแผนปรองดองนะครับ สำหรับผมเองก็มีแค่นี้ครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: "ขอบพระคุณครับ ขอเชิญกลุ่มรัฐสวัสดิการครับ"

...ผู้เข้าร่วมการสัมมนา กลุ่มรัฐวิสาหกิจ
ผู้เข้าร่วมการสัมมนา:
"มาจากอุบลฯ ครับผม ประเด็นที่ผมเตรียมที่จะมานำเสนอ ก็คือข้อที่ ๗ นะครับ เกี่ยวกับเรื่องการชดเชยที่เหมาะสม เมื่อชดเชยแล้วนะครับก็ควรจะจัดหาสิ่งที่สูญเสียไปในอดีต เป็นต้นว่าที่ดินที่เขาเคยใช้เป็นที่อยู่อาศัย และเป็นที่ทำกิน อันนี้ผมก็มองว่าจะต้องดูเรื่องคุณภาพ ความเหมาะสม ถ้าจะเป็นในส่วนที่เป็นที่อยู่อาศัย ก็ต้องดูว่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ จะต้องมีพร้อม หรือถ้าไม่มีอย่างไรนะครับ ก็ควรจะจัดการให้เลยนะครับ เพราะว่ามันจะได้ทันกับสถานการณ์จริงและการดำรงอยู่"

ผู้ดำเนินรายการ: "ต่อไปเป็นกลุ่มผ่องไทยนะครับ เชิญครับ"

...ผู้เข้าร่วมการสัมมนากลุ่มผ่องไทย
ผู้เข้าร่วมการสัมมนา:
"พวกเราได้มาร่วมกันขับเคลื่อนในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับปัญหาของที่ดิน ปัญหาของประเทศ ทีนี้ส่วนธนาคารที่ดิน ตรงนี้ผมเห็นด้วยและพวกผมทำอยู่ด้วย พวกผมนึกถึงคนที่ไม่มีที่ทำกินเยอะแยะเลย และก็รวมกองทุนคนละ ๑,๐๐๐ บาท เมื่อได้ ๑,๐๐๐ บาทไปประมูลซื้อมา ประมูลซื้อมาแล้วผมก็แบ่งให้ผู้ที่ไม่มีที่ดินทำกิน ไม่มีที่อยู่อาศัยก่อน ทำแล้วครับ แต่ว่าเราทำแบบประชาชน แต่ถ้ารัฐบาลทำจริงผมเชื่อว่า ที่บสก. มาซื้อไป ที่นายทุนหรือว่าธนาคารไปช้อนซื้อ ซื้อกลับให้หมด แล้วก็เอามาผ่อนในภาคประชาชน นำคนที่เดือดร้อนตามมูลฐานจริงมาผ่อน ผมเชื่อว่าแก้ปัญหาตรงนี้ได้แน่นอนครับ"

ผู้เข้าร่วมการสัมมนา:  "ต้องกำหนดในเรื่องของการครอบครองที่ดินนะครับ เช่น ใช้มาตรการกำหนดเลยว่า ระหว่างผู้มีโอกาสและผู้ด้อยโอกาส หรือคนรวยคนจนนี้ เพื่อลดการเหลื่อมล้ำทางการถือครองที่ดินระหว่างคนรวย คนจน น่าจะถือครองได้รายละเท่าไร ต้องจัดโซนนิ่งในพื้นที่ของการทำเกษตรว่าตรงไหน พื้นที่อุตสาหกรรมตรงไหน พื้นที่ชุมชนตรงไหน พื้นที่ในการทำประโยชน์หรือใช้ในราชการตรงไหน หลาย ๆ พื้นที่ที่บอกว่าโรงงานอุตสาหกรรมไปคุกคามสิทธิของพื้นที่ทำการเกษตรของพี่น้อง เพราะเมืองไทยเราไม่ได้กำหนดเป็นโซนนิ่งเหมือนต่างประเทศเลย ก็ต้องหามาตรการในการกำหนดพื้นที่ที่ชัดเจน หรือว่าโซนนิ่งพื้นที่ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่าที่สุด"

ผู้ดำเนินรายการ: "เชิญกลุ่มที่เหลือนะครับ เชิญด้านหน้านะครับ มีใครจะแสดงความเห็นเพิ่มเติมตอนนี้ก่อนที่อีก ๖ กลุ่มจะนำเสนอนะครับ ผมขอยกมือคนที่จะแสดงสิทธิ์ แสดงความเห็นเพิ่มเติมนะครับ"

ผู้เข้าร่วมการสัมมนา: "ผมมีอยู่นอกประเด็นที่อาจารย์ชัยธรรมนะครับ วันนี้ถ้าจะคิดจัดการที่ดินเพื่อทำกิน ปัญหาและทางออก เพราะฉะนั้นปัญหาต้องกลับไปอยู่ที่พื้นที่ เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีน่าจะสั่งไปที่ผู้ว่าให้จัดการเรื่องที่ดินของภาคประชาชนทุกพื้นที่ ทุกภาคส่วน ไม่ว่าปรับเป็นที่ของรัฐ ที่สาธารณูประโยชน์ เสนอมายังสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นภาพรวมที่จะมาสรุปปัญหาอีกครั้งหนึ่ง เพราะวันนี้มันไม่มี และบางจังหวัดไม่ได้มา"

ผู้เข้าร่วมการสัมมนา: "โฉนดชุมชนจะเดินหน้าไปได้อย่างไรถ้ามีแต่ส่วนภาครัฐบาลกับประชาชน ซึ่งมันต้องมีส่วนราชการที่ต้องเดินร่วมไปกับพวกเราด้วยนะคะ อยากจะให้ปฏิรูปราชการด้วยค่ะ"

ผู้ดำเนินรายการ: "ขอเชิญกลุ่มที่เหลืออีก ๖ กลุ่มนะครับที่จะนำเสนอ และช่วงท้ายผมจะเปิดโอกาสให้พื้นที่ได้มีโอกาสแสดงความเห็นกันอีกนะครับ ขอเชิญกลุ่มพิทักษ์สิทธิชุมชน ๔ ภาคครับ เชิญครับ"

...ผู้เข้าร่วมสัมมนา จากพื้นที่เกาะเสม็ด
ผู้เข้าร่วมการสัมมนา:
"ดิฉัน ดลหทัย นาวาพาณิช จากพื้นที่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง เรื่องโฉนดชุมชนนี้ต้องมีกฎหมายรองรับโฉนดชุมชนในระดับ พ.ร.บ. เพื่อที่จะมีศักดิ์ศรี พูดง่าย ๆ คือไปสู้กับ พ.ร.บ. ฉบับอื่นได้ เช่น พ.ร.บ. อุทยาน พ.ร.บ. ป่าไม้ เป็นต้นนะคะ แล้วก็เพื่อไม่ให้นโยบายโฉนดชุมชนนี้เปลี่ยนแปลงไปตามนโยบายการเมือง"

...ผู้เข้าร่วมการสัมมนา...ธนาคารที่ดิน...ต้องทำควบคู่ไปกับโฉนดชุมชน
ผู้เข้าร่วมการสัมมนา:
"ในส่วนของธนาคารที่ดินนะครับ กระบวนการทำงานต้องทำควบคู่ไปกับโฉนดชุมชนนะครับ ส่วนหน้าที่ของธนาคารที่ดินคือซื้อที่ดินที่หลุดจำนองมาบริหารจัดการใหม่นะครับ ซื้อที่ดินเมืองที่มีกรณีพิพาทมาจัดสรรให้แก่สมาชิกชุมชน ซื้อหรือผ่อนในระยะยาวนะครับ และก็ซื้อที่ดินว่างเปล่ามาจัดสรรให้ผู้ที่ไม่มีที่ดินทำกิน สำหรับที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ต้องเข้าเกณฑ์ของโฉนดชุมชน จึงจะเข้าร่วมโครงการธนาคารที่ดินได้นะครับ การบริหารงานต้องมีผู้แทนภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยมากกว่ากึ่งหนึ่งนะครับ"

ผู้เข้าร่วมการสัมมนา: "เรื่องการจัดเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้า ถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกมา ท่านไม่ต้องเก็บภาษีธรรมดานะ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ต้องเก็บภาษีแบบอัตราก้าวหน้า ใครมีที่ดินไม่ใช้ ว่างเปล่า ท่านก็เก็บภาษี ปีหน้าไม่ใช้ เก็บมากขึ้น ปีต่อไปเก็บมากขึ้น ๆ พวกพันไร่ หมื่นไร่ ไม่มีสิทธิ์ได้ถือครองที่ดินในประเทศนี้ ถ้ากฎหมายนี้ออกมา ท่านจะไม่สามารถที่จะมาจ่ายภาษี จ่ายค่าปรับได้เลย ในที่สุดนายทุนก็ต้องทิ้งดิน อุ้มอยู่หมื่นไร่ก็ต้องทิ้ง รัฐบาลก็เอาเงินรัฐบาลไปซื้อที่ดินมา ท่านอยากจะให้ประชาชนฟรี ๆ ก็แจกเลย เพราะว่ารัฐบาลซื้อ หรือถ้าจะให้ประชาชนมาซื้อต่อถูก ๆ ท่านก็ให้ซื้อต่อถูก ๆ"

ผู้เข้าร่วมการสัมมนา: "ปัญหาที่ดินที่เกี่ยวกับพี่น้องที่เป็นพี่น้องชนกลุ่มน้อยและพี่น้องที่เป็นพี่น้องชนเผ่าและชาติพันธุ์นะครับ บางส่วนได้รับสัญชาติแล้ว บางส่วนยังไม่ได้รับ อยู่ในระหว่างกระบวนการพิสูจน์สิทธิ์ ทางกลุ่มเรามีข้อเสนอว่า การจะแก้ไขปัญหาที่ดินนี้เราต้องเดินมาด้วยกันทั้งหมด ไม่ใช่ว่าเราไปเฉพาะคนส่วนใหญ่ แต่ว่าคนส่วนน้อยที่เป็นพี่น้องชาติพันธุ์และชนเผ่าต้องให้เขามีส่วนร่วมในการเข้ามาได้รับสิทธิ์ในการแก้ไขปัญหาที่ดินของเราด้วยนะครับ"

ผู้เข้าร่วมการสัมมนา: "ปัญหาการจัดการที่ดินเมืองนะคะ มันก็จะมีสองระยะคือ ระยะสั้นกับระยะยาว
ระยะสั้นนี้ - อันดับแรก ทางรัฐบาลกับชาวบ้านต้องร่วมกันนะคะ พิสูจน์ข้อมูลที่เป็นจริงเลย ทั้งผู้เดือดร้อนทั้งเมืองเลยนะคะ
               - ข้อสอง จัดตั้งคณะกรรมการที่แก้ไขปัญหา อันนี้จะประกอบด้วยผู้เดือดร้อนรวมถึงชาวบ้าน หน่วยงานรัฐ ภาคีท้องถิ่นและเจ้าของที่ดินด้วยนะคะ ส่วนข้อเสนอของ
ระยะยาว  - ก็จะมีการแก้ไขปัญหากองทุนเมืองเรื่องที่อยู่อาศัย อยากให้ท่านบรรจุไปในแผนพัฒนาเลย หรือดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่รัฐบาลท่านนายกฯ อภิสิทธิ์นะคะ
               - ทุกรัฐบาลที่เข้ามาเป็นรัฐบาลต้องดำเนินการอย่างจริงจัง เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของคนจนเมืองนะคะ"

ผู้เข้าร่วมการสัมมนา: "จะทำอย่างไรให้กระบวนการยุติธรรมทั้ง ๓ ส่วน คือ ตำรวจ อัยการ และศาล ช่วยลดผลกระทบหรือแนวทาง หรือทางออกให้กับประชาชนได้มากที่สุดในคดีที่เกี่ยวข้องกับที่ดินและป่า ให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการร่วม ระหว่างสำนักนายกฯ กับชุมชน เพื่อสอบสวนสิทธิ์นะครับว่าข้อเท็จจริงนี้ ชาวบ้านมีสิทธิ์ตรงนั้นหรือเปล่านะครับ จะได้หาข้อสรุปร่วมกัน เผื่อจะเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่อไปนะครับ"

ผู้เข้าร่วมการสัมมนา: "ท้องถิ่นเขาสะท้อนมานะคะ พวก อปท. เขาบอกว่า เขามีเงินอยู่ในอปท. เยอะ แต่ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร เพราะว่าเอาไปทำอะไรก็ไม่ได้ ผิดกฎหมาย แล้วชาวบ้านเราคิดแต่เรื่องวัตถุ อยากจะได้แต่ถนนหนทาง ไฟฟ้า ไม่ได้นึกถึงเรื่องที่อยู่อาศัย หรือว่าเรื่องที่ทำกินนะคะ เขามีเงินอยู่ในมือเยอะ อปท. เขาบอกว่าเขาอยากจะทำเรื่องนี้บ้าง แต่ว่าเขาทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นรัฐควรจะต้องออกกฎหมายรองรับให้พวกเขา ว่าสามารถที่จะมีกองทุนสามารถที่จะไปทำในเรื่องของที่ดินนี้ได้นะคะ หรือจะไปทำเป็นสวัสดิการอะไรนี้ ตรงนี้เขาบอกมาว่าต้องจัดการนะคะเรื่องกฎหมาย ขอบคุณค่ะ"

ผู้ดำเนินรายการ: "ขอบพระคุณครับ ผลผลิตทั้งหมดที่พี่น้องได้คิดและเป็นข้อเสนอนี้ หลาย ๆ เรื่องก็มีส่วนที่คล้ายคลึงกันทับซ้อนกัน บางเรื่องแต่ละกรณีก็มีความแตกต่างหลากหลาย เพราะฉะนั้นถือว่าเป็นการกลั่นความคิดมาจากพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง แต่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังของกระบวนการที่ทำให้ชาวบ้านนั้น กลั่นประสบการณ์ ดึงตัวเองออกจากปัญหาที่มีอยู่ นำมาสู่การมีข้อเสนอเชิงนโยบายนั้น ผมต้องขออนุญาตเรียนเชิญ อาจารย์ชัยวัฒน์ ธีรพันธ์ และคณะจากสถาบันการเรียนรู้และพัฒนาประชาสังคมนะครับ ซึ่งอยู่เบื้องหลังการถอดบทเรียนและข้อเสนอ ที่เป็นนโยบายต่อท่านรัฐมนตรี ขอเรียนเชิญอาจารย์ชัยวัฒน์ และคณะมาให้ความเห็นในเวทีการระดมความเห็นเวทีประชาชนครั้งนี้ครับ ขอเรียนเชิญครับ"

อ.ชัยวัฒน์: "เริ่มต้นด้วยสุภาพสตรีก่อนนะครับ ขอเชิญคุณสุภาพ ช่วยสะท้อนความเห็นหน่อย"

คุณสุภาพ: "ค่ะ ต้องบอกว่าวันนี้ตัวเองภูมิใจและดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเวทีประวัติศาสตร์นี้ เพราะตามสโลแกนของภาคประชาสังคม เรามักจะพูดว่าสังคมดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องร่วมสร้าง"

ผู้เข้าร่วมการสัมมนา: "นอกเหนือจากผลผลิตทางความคิดและข้อมูลมากมายนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นในเวทีแห่งนี้สองวันก็คือกระบวนการสนทนาระหว่างประชาชนกับรัฐ ซึ่งเป็นการสนทนาอย่างสันติภาพ ไม่ต้องรอให้ประชาชนมาประท้วงที่หน้าทำเนียบฯ แต่เปิดประตูทำเนียบฯ ให้ประชาชนมายึดตึกสันติไมตรี คุยกัน อยากให้เกิดแบบนี้เรื่อย ๆ"

ผู้เข้าร่วมการสัมมนา: "ได้เห็นว่าบรรยากาศตั้งแต่เมื่อวานจนกระทั่งวันนี้ มันเป็นบรรยากาศแห่งการแลกเปลี่ยนพูดคุยกันอย่างมิตร และผมเชื่อมั่นว่านี่คือทางออกของบ้านเมืองครับ ขอบคุณครับ"

ผู้เข้าร่วมการสัมมนา: "ผมคิดว่าเราต้องใช้ ๓ เรื่องมาสัมพันธ์กัน เรื่องแรก นะครับ อำนาจรัฐเป็นอำนาจที่สำคัญ เพราะถ้าไม่มีอำนาจรัฐมันรักษากฎระเบียบวินัยไว้ไม่ได้ แต่อำนาจรัฐนั้นต้องระวัง อย่าเป็นอำนาจรัฐที่ปราศจากหัวใจ มีแต่กฎหมายดิบ ๆ ปราศจากหัวใจ อันตรายที่สุดครับ แต่เมื่อคุณเอาหัวใจ เอาความรัก เอาความเมตตา ยืนบนหลักธรรมเข้าไปนี้ ไม่มีวันพลาดนะครับ อันนี้ฝากไว้ข้อที่ ๒ ข้อที่ ๓ นะครับ เราเห็นชัดเจนว่างานเรื่องที่ดิน เรื่องปัญหาของชาวบ้านทั้งหลายมีการค้นคว้าวิจัยมากมาย ข้อมูลมันล้นไปหมดแล้ว ทำอย่างไรให้ข้อมูลเหล่านี้มันเป็นระบบที่เชื่อมโยงสรรพสิ่งต่าง ๆ เข้าด้วยกัน แต่ที่สำคัญก็คือว่า ทางด้านหน่วยราชการต้องบูรณาการกันก่อน ต้องมาคุยเรื่องนี้ก่อน เมื่อหน่วยราชการคุยกันชัดเจนว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้เพราะเหตุใด แล้วคุยกับภาคประชาชน โดยมีการแบ็คอัพจากข้างบน ผมเชื่อว่าเรื่องนี้จะคลี่คลายได้เร็วนะครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: "และช่วงต่อไปนะครับ เป็นช่วงที่ทุกท่านก็รอคอยว่าข้อเสนอที่เราระดมความเห็น กลั่นจากประสบการณ์ จากความทุกข์ความยาก ทั้งน้ำตา ทั้งรอยยิ้มนี้ ท่านรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย จะรับข้อเสนอเหล่านี้นำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างไร ขอเรียนเชิญท่านรัฐมนตรีครับ"

...รับฟังทุกข้อเสนอ ส่งต่อผู้เกี่ยวข้อง
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี:
 "ทุกข้อเสนอที่เสนอมาวันนี้ผมได้ฟังตั้งแต่กลุ่มแรกจนถึงกลุ่มสุดท้าย ผมจะเรียนว่ากระบวนการต่อไปที่เราจะทำก็คือ ข้อเสนอที่เป็นเอกสารทุกท่าน เสนอมานี้จะมีการจัดพิมพ์ โดยการพิมพ์ออกมาเป็นรูปเล่มนะครับ เป็นปึกสำเนาเอกสารและส่งให้กับผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน

  • เราจะมีฝ่ายของนักวิชาการซึ่งจะทำหน้าที่ในการที่จะสรุปความเห็น เป็นการประมวลความเห็นของทุกกลุ่มนี้นะครับ
  • แล้วทำเป็นเอกสารข้อเสนอเชิงนโยบาย เสนอไปยังท่านนายกรัฐมนตรี กับคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

ผมรับอาสาท่านนายกฯ มาทำเรื่องนี้ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันยากเย็นแสนเข็ญนะครับ แต่ว่าเชื่อว่าปัญหาเรื่องที่ดินทำกินในประเทศ เป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุดที่สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำที่สุดของประเทศนี้ มัน
     -  ต้องมีเจ้าภาพในการดำเนินการ มัน
     -  ต้องมีความมุ่งมั่น มีความตั้งใจ และ
     -  ที่สำคัญมันต้องมีพลังหนุนเสริมจากทุกภาคส่วน มันถึงเดินหน้าไปได้

แนวคิดโฉนดชุมชน แนวคิดธนาคารที่ดิน หรือกระทั่งแนวคิดเรื่องมาตรการภาษีอัตราก้าวหน้า ไม่ได้เกิดจากรัฐ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์หรอกครับ หลายที่ในประเทศนี้เดินหน้าไปแล้ว โฉนดชุมชนคนแรก ๆ ทำกันมาตั้งแต่หลายสิบปีที่ผ่านมา แต่มันไม่ได้เป็นกระบวนการรองรับในฐานะที่เป็นนโยบายของรัฐที่ชัดเจน วันนี้มันถูกยกขึ้นมา เป็นสถานะที่เป็นนโยบายของรัฐที่ชัดเจน แต่ในการแก้ไขปัญหามันรอไม่ได้

...โฉนดชุมชนอะไรทำได้ทำเลย ไม่รอ....เปิดสำนักงานเรื่องโฉนดชุมชน ๕ กรกฎาคม นี้
ผมเรียนท่านนายกฯ และเราตกลงในกระบวนการข้อหนึ่งว่า อะไรที่ทำได้ทำไปเลย ไม่รอ รัฐบาลนี้จะทำงานเหมือนกับว่าจะยุบสภาในอีกสักวันสองวันข้างหน้า ไม่นับว่าต้องอยู่ครบ ๑ ปีแล้วค่อยทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ แต่เราทำเหมือนกับว่าจะยุบกันในอีกวันสองวันข้างหน้า แล้วทุกคนจะทำจนลืมตัวกลัวตาย เพราะฉะนั้นมาตรการเรื่องโฉนดชุมชนนี้นะครับ วันที่ ๕ กรกฎาคม เราจะเปิดสำนักงานเรื่องโฉนดชุมชน ที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล

ผมมีความเชื่อครับว่าด้วยพลังความร่วมมือของเราทั้งหลาย การปฏิรูปประเทศไทยและการนำไปสู่ความปรองดองของประเทศจะเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง โดยกระบวนการที่เราทำด้วยกันในวันนี้ครับ ขอถือโอกาสนี้ได้ขอบคุณและขอปิดการเสวนาเวทีประชาชน เรื่อง การจัดการที่ดินเพื่อการทำกิน ปัญหาและทางออก ไว้ในโอกาสนี้เลยครับ ขอบคุณนะครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: "ครับคุณผู้ชมครับ ปิดลงไปแล้วนะครับสำหรับการสัมมนาประชาชน เรื่องของการจัดการที่ดินเพื่อการทำกิน ปัญหาและทางออก ที่ทำเนียบรัฐบาล นะครับ สองวันที่ผ่านมาได้เห็นภาพบรรยากาศในการเรียนรู้ร่วมกันของชาวบ้านนะครับ หลายคนทุกข์ร้อน หลายคนที่มีปัญหาคาใจในพื้นทีนั้น นำมาสู่การแลกเปลี่ยนระดมความเห็นอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นภาคประชาชน ภาคราชการ หรือว่าภาคการเมืองนะครับ ได้นำสู่ข้อเสนอที่เป็นเชิงนโยบายที่จะหาทางออกให้กับการแก้ปัญหาที่ดิน เพื่อความสุขของคนไทย วันนี้แนวนโยบายของการปฏิรูปประเทศไทยได้เริ่มขึ้นแล้วครับ วันนี้ทุกคนได้ร่วมกันจุดเทียนคนละเล่ม เพื่อนำไปสู่ความสันติสุขของสังคมไทยที่เกิดขึ้นแล้วครับ สำหรับรายการในวันนี้ต้องขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตาม และหวังว่าการดำเนินการต่อไปของรัฐบาลนั้น จะได้รับการสนับสนุนการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องต่อไปด้วย วันนี้ผม ประพจน์ ภู่ทองคำ และทีมงาน ต้องลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ยาเสพติด : ยุทธศาสตร์ระยะ๒ เล็งกำหนดพื้นที่เป้าหมาย

... รบ. ขับเคลื่อนแก้ปัญหายาเสพติดต่อเนื่อง ยุทธศาสตร์ระยะ ๒ แผน ๕ รั้วป้องกัน เน้นการมีส่วนร่วมปชช. และชุมชน กำหนดพื้นที่เป้าหมาย นำผู้เสพบำบัดด้วยความสมัครใจ

อภิสิทธิ์
: " อย่างไรก็ตามครับยังมีอีกหลายปัญหาที่พี่น้องประชาชนยังร้องเรียนเข้ามาอยู่สม่ำเสมอ และมีการเดินหน้าทำงานหรือพยายามจะแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเช่น ปัญหายาเสพติด ซึ่งในสัปดาห์ที่ผ่านมาเช่นเดียวกันครับ  เราก็ได้ใช้โอกาสของวันต่อต้านยาเสพติด มีการมอบรางวัลให้กับบุคคลและองค์กรที่ได้ทำงานทางด้านการป้องกันปราบปรามหรือนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด ก็ขอเรียนนะครับว่ารัฐบาลยังมีความแน่วแน่ในการขับเคลื่อนนโยบายในเรื่องนี้ต่อ โดยกำลังเข้าสู่ยุทธศาสตร์ระยะที่ ๒ ของแผน ๕ รั้วป้องกัน โดยจะต้องเน้นมากขึ้นก็คือ

  • การกำหนดพื้นที่เป้าหมายในการที่จะลดปัญหาการลักลอบ การค้าขาย หรือเครือข่ายยาเสพติด ซึ่งมีการกำหนดพื้นที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น พร้อม ๆ กันไปนั้นก็คือ
  • การระดมการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนมากขึ้น ทั้งในการป้องกัน ปราบปราม และ
  • นำเอาบุคคลเข้าสู่การบำบัดด้วยความสมัครใจ 

ซึ่งอันนี้ก็เป็นงานสำคัญที่รัฐบาลไม่ได้เพิกเฉย และยังติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะทราบดีว่าในหลายชุมชนนั้นความวิตกกังวลของพี่น้องประชาชนในเรื่องนี้ยังมีอยู่มาก เรามีตัวเลขที่มีการสำรวจจากสำนักงานสถิติแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่มองเห็นว่าปัญหานี้ดูเหมือนกับว่าเมื่อปลายปีที่แล้ว พี่น้องประชาชนมองว่ามีการแก้ไขปัญหา และเริ่มจะดีขึ้นมา แต่พอมาต้นปีนี้ความวิตกกังวลหรือการแพร่ระบาดนั้น เริ่มจะมีแนวโน้มกลับมาอีก และมีแนวโน้มบางเรื่องซึ่งน่าเป็นห่วง เช่น การที่ผู้ค้าหรือผู้เกี่ยวข้องพร้อมที่จะใช้ความรุนแรงในการตอบโต้ทางเจ้าหน้าที่มากยิ่งขึ้น  ซึ่งรัฐบาลจะได้เร่งแก้ไขปัญหาต่อไป"

<<แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ฟอร์ดขยายลงทุนกว่าหมื่นล้าน สะท้อนความเชื่อมั่น ไทยเป็นศูนย์ผลิต

... บ.ฟอร์ดขยายการลงทุนในไทย ถือเป็นโอกาสที่ดี สร้างความเชื่อมั่น สร้างงาน ตอกย้ำศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ในภูมิภาค
 
อภิสิทธิ์:
" ก่อนที่จะไปพบกับปัญหาเรื่องของที่ทำกินในช่วงที่ ๒ ของรายการ ก็จะทิ้งท้ายด้วยข่าวดีในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ๑ ข่าว ที่ทางบริษัทฟอร์ดได้ตัดสินใจเข้ามาขยายการลงทุนในประเทศไทยในการผลิตรถยนต์มีมูลค่าการลงทุนถึง ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท  ซึ่งความจริงการลงทุนอันนี้

- ผมได้ไปชักชวนตั้งแต่ครั้งที่เดินทางไปสหรัฐฯ เมื่อประมาณเดือนกันยายนปีที่แล้ว  เดิมทีก็คาดว่าเขาจะเข้ามาลงทุนได้ตั้งแต่ช่วงปลายปี หรือประกาศการลงทุนได้ แต่ปรากฏว่าไปติดขัดปัญหาในเรื่องของมาบตาพุด ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งคลี่คลาย และสัปดาห์หน้าคณะกรรมการ ๔ ฝ่ายก็จะทำงานเสร็จสิ้นเรียบร้อย วันจันทร์ผมก็จะไปร่วมประชุมครั้งสุดท้าย และต่อมาก็มีประเด็นปัญหาความไม่สงบทางการเมืองที่เกิดขึ้น

บัดนี้เขาก็ได้ตัดสินใจแล้วและได้มีการประกาศการลงทุนแล้ว ซึ่งถือว่าเป็น

  • การแสดงออกถึงความเชื่อมั่นที่นักลงทุนรายใหญ่จากต่างประเทศมีต่อประเทศไทย
  • เชื่อในศักยภาพพื้นฐานของเศรษฐกิจไทย และพี่น้องประชาชนคนไทย 
  • ก็ถือเป็นข่าวดีครับ เพราะว่าการขยายการลงทุนในเรื่องนี้นอกจากจะเป็นการสร้างงานแล้ว
  • ยังเป็นการตอกย้ำการเป็น ศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ในภูมิภาคนี้ของประเทศไทยด้วย ซึ่งก็มีแนวโน้มที่ดี และ
  • เป็นอุตสาหกรรมหนึ่งซึ่งยังคงเป็นเป้าหมายสำคัญที่ทางรัฐบาลยังเดินหน้าสนับสนุนต่อไป 

ทั้งหมดนี้ก็เป็นช่วงที่ผมอยากจะรายงานในเรื่องของการทำงานในสัปดาห์ที่ผ่านมานะครับ พักกันสักครู่นะครับ เดี๋ยวไปพบกับเรื่องของการแก้ไขปัญหาที่ทำกินครับ"

<< แสดงความคิดเห็นส่วนตัว // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ตามข่าว : ธกส.ช่วยภัยแล้ง แก้ไข่แพง ปัญหาบัตร ปชช.

... เกษตรกรที่เลื่อนการทำนาและมีหนี้สินกับ ธ.ก.ส.ให้เลื่อนการชำระหนี้ออกไป ๑ เดือน
อภิสิทธิ์:
" สำหรับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะนโยบายสำคัญของรัฐบาลทางด้านเศรษฐกิจ นอกเหนือจากเรื่องที่ทำกิน  ซึ่งจะได้ชมกันในช่วงที่ ๒ ของรายการแล้ว เรื่องที่เป็นปัญหาในเรื่องของภัยแล้งกับเรื่องของการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ก็มีความชัดเจน มีความคืบหน้าไปอีก เรื่องของปัญหาภัยแล้งนั้น อย่างที่เคยได้บอกกล่าวก่อนหน้านี้ว่า เราก็มีความห่วงใยว่าจากสภาพปัญหาในเรื่องของน้ำที่เกิดขึ้นในขณะนี้  ทำให้การทำนาของพี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่จะต้องมีการเลื่อนออกไป จากเดิมซึ่งอาจจะเริ่มต้นทำกันแล้ว ก็มีหลายพื้นที่ครับก็คงจะต้องไปเริ่มต้นกันประมาณกลางเดือนกรกฎาคม ซึ่งก็หมายความว่าในช่วงระยะเวลาอาจจะประมาณเดือนครึ่ง  พี่น้องประชาชนที่จำเป็นจะต้องเลื่อนการทำนาออกไป ก็ถือว่าประสบกับปัญหาการขาดแคลนในเรื่องของรายได้ คณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติว่า จะมีแนวทางการช่วยเหลือก็คือว่า

  • บรรดาเกษตรกรซึ่งไปกู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อมาประกอบอาชีพ แต่ปรากฏว่าในช่วง ๑ เดือนครึ่งนี้ ประสบกับความล่าช้าออกไป  คณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติให้การช่วยเหลือโดยให้ทาง ธ.ก.ส. และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปสำรวจว่าพี่น้องประชาชนครัวเรือนใดบ้างที่จำเป็นต้องเลื่อนการทำนาออกไป และมีภาระหนี้สินอยู่กับธ.ก.ส.นั้นทาง ธ.ก.ส.ก็จะเลื่อนระยะเวลาการชำระหนี้ออกไป ๑ เดือน และก็
  • งดการเก็บดอกเบี้ยไป ๑ เดือนครึ่ง โดยคิดจากมูลหนี้ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาทต่อคร้วเรือน โดยทางรัฐบาลนั้นก็จะไปชดเชยในเรื่องของภาระดอกเบี้ยให้กับทาง ธ.ก.ส.

 อันนี้ก็จะเป็นมาตรการที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนสำหรับครอบครัวของพี่น้องเกษตรกร ที่ประสบกับปัญหาภัยแล้ง และต้องเลื่อนระยะเวลาการทำนาออกไป ก็เป็นข้อยุติหลังจากที่เราก็พยายามที่จะค้นหามาตรการที่คิดว่าจะตรงที่สุดกับการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในกลุ่มนี้"

... เตรียมพิจารณาต่ออายุมาตรการค่าครองชีพ
อภิสิทธิ์:
" มีเรื่องของค่าครองชีพ ซึ่งพี่น้องประชาชนก็บ่นกันมาก ความจริงแล้วมาตรการที่จะช่วยบรรเทาปัญหาค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน ในสัปดาห์หน้ารัฐบาลจะได้มีการพิจารณาในเรื่องของการต่ออายุ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของไฟฟ้า รถเมล์ รถไฟ และเรื่องของเอ็นจีวีและแอลพีจีหรือก๊าซหุงต้ม ซึ่งในวันจันทร์ก็จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ  วันอังคารก็จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี ก็สอบถามจากหน่วยงานแล้วจะได้นำเสนอในการที่จะต่ออายุมาตรการเพื่อบรรเทาค่าครองชีพของพี่น้องประชาชนต่อไป"

... รบ. เดินหน้าแก้ปัญหาราคาไข่แพง เกษตรกรเลี้ยงไก่ไข่ ได้ค่าตอบแทนเหมาะสม ไม่เดือดร้อนผู้บริโภค
อภิสิทธิ์: " ที่บ่นกันมากเป็นพิเศษตอนนี้ก็คือราคาไข่  ซึ่งขึ้นมาสูงมากนะครับ เรื่องนี้ผมก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ขณะนี้ได้เรียกเอาข้อเท็จจริงมาดู ปัญหานี้ก็มีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง

  • ส่วนหนึ่งก็เป็นปัญหาที่เรื้อรังมาจากปัญหาไข้หวัดนก ซึ่งทำให้ขณะนั้นเรียกว่าอุตสาหกรรมประสบกับปัญหามาก อุตสาหกรรมไก่และไก่ไข่ประสบกับปัญหามาก ก็มีการพยายามที่จะฟื้นฟูขึ้นมา และปรากฏว่าเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ราคาไข่ก็ตกต่ำลงมา ก็กระทบกระเทือนกับพี่น้องเกษตรกร จึงมีความพยายามในการที่จะจัดวางระบบใหม่เพื่อที่จะทำให้ไม่เกิดปัญหาไปกระทบกระเทือนกับพี่น้องเกษตรกร
  • แต่จากวันนั้นมาถึงวันนี้เมื่อสภาวะเปลี่ยนแปลงไปด้วย เพราะว่ามีปัญหาภัยแล้ง และปัญหาอื่น ๆ รวมกับการที่ระบบยังไม่ลงตัว  ก็เลยทำให้มีผลให้ราคาไข่ขณะนี้สูงขึ้น

ในสัปดาห์หน้าผมจะเดินหน้าในการที่จะให้มีการปรับระบบอีกครั้งหนึ่ง  ในเรื่องของการค้าขายในส่วนนี้ และจะหาความสมดุลให้ได้ ก็คือว่า

- พี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงไก่ไข่ ก็จะได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม และขณะเดียวกันไม่เดือดร้อนผู้บริโภคจนเกินไป เรื่องนี้จะต้องไปดู เพราะมีโครงสร้างตามระเบียบสำนักรัฐมนตรี  ผมได้ดูข้อกฎหมายได้ดูข้อเท็จจริงในเบื้องต้นแล้ว และจะพยายามเร่งคลี่คลายปัญหาให้ได้ในสัปดาห์หน้า"

... คลี่คลายปัญหาบัตร ปชช. ใช้เวลาอีก ๑ เดือน เร่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน
อภิสิทธิ์: " อีกปัญหาหนึ่งที่พี่น้องประชาชนบ่นมาด้วย อันนี้ไม่ได้เป็นเรื่องของค่าครองชีพครับ  แต่ปัญหาเรื่องของบัตรประชาชนตามที่มีข่าวออกไป เรื่องนี้ก็ได้พบความเป็นจริงครับว่า

  • การผลิตบัตรประชาชนที่จะมาส่งให้เพื่อที่จะให้กับพี่น้องประชาชนในขณะนี้ไปเจอปัญหาว่า บัตรที่ผลิตออกมานั้นไม่ตรงตามกฎกระทรวง เพราะฉะนั้นตอนนี้ผมก็ได้สั่งการให้มีการแก้ไขแล้ว
  • ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ขณะนี้ทางกระทรวงมหาดไทยมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเช่นเดียวกัน  ผมก็จะเร่งนะครับ
  • ทางกระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อที่จะเร่งรัดคลี่คลายปัญหานี้ คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ ๑ เดือน เพื่อที่จะให้มีบัตรให้กับพี่น้องประชาชนใช้ในการที่จะไปทำบัตรหรือไปต่ออายุบัตร "

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง  >>


(กลับไปด้านบน)

- ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

จากรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เวลา ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐น.

คลิ๊ก เพื่ออ่านคำต่อคำ

คลิ๊ก เพื่อชม


(กลับไปด้านบน)