...รัฐบาลไม่แทรกแซงการตั้งคกก.ปฎิรูปและคกก.สมัชชา จะดูในเรื่องบุคลากร งบประมาณ การเชื่อมโยง เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม ๓ ปีเป็นกรอบของเวลาไม่ให้ล่าช้า ภาคธุรกิจและสื่อสารมวลชน เข้ามามีส่วนร่วม การ"รับบริจาคความคิด" คือส่วนหนึ่งที่ปชช.ร่วมปฎิรูปประเทศไทยได้
อภิสิทธิ์: "พี่น้องประชาชนที่เคารพรักครับ พบกันเช่นเคยนะครับเช้าวันอาทิตย์ สำหรับสัปดาห์นี้ก็มีหลายเรื่องที่อยากจะรายงานให้กับพี่น้องประชาชนทราบถึงการทำงานของรัฐบาล ทั้งในเรื่องของแผนปฏิรูป ทั้งในเรื่องของปัญหาที่เป็นความเดือดร้อนเฉพาะหน้าของพี่น้องประชาชน ไปจนถึงเรื่องของปัญหาทางด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยในช่วงที่ ๒ ของรายการ จะเป็นการเก็บบรรยากาศในเรื่องของการสัมมนาเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาที่ทำกิน ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาที่มีความยืดเยื้อรื้อรังที่สุดปัญหาหนึ่ง และก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากในเรื่องของปัญหาความเหลื่อมล้ำที่มีอยู่ในสังคมของเรา โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ได้มีการจัดประชุมสัมมนาที่ทำเนียบรัฐบาล เดี๋ยวจะได้มีการดูบรรยากาศจากการสัมมนาใน ๒ วันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
... ระเบียบสำนักนายกฯ ในการตั้งคกก.ปฏิรูป-คกก.สมัชชาเข้าครม.อังคารนี้
ผมขอเริ่มต้นจากเรื่องของแผนการปฏิรูปก่อน เพราะว่ามีความคืบหน้าไปพอสมควรในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างก็คือว่าแผนปฏิรูปในส่วนที่จะมาแก้ไขปัญหาในเชิงโครงสร้าง ทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจและสังคม ที่ผมได้ไปนำเอาความต้องการของพี่น้องประชาชนไปบอกกล่าวกับผู้หลักผู้ใหญ่ คือท่านอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี นพ.ประเวศ วะสี และอีกหลาย ๆ ท่าน เพื่อที่จะมามีส่วนร่วมในเรื่องนี้ ขณะนี้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อตั้งคณะกรรมการปฏิรูป และคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป ผมได้ดูเรียบร้อยแล้ว พร้อมที่จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารนี้ หลักก็คือว่า จะมีการคณะกรรมการขึ้นมา ๒ คณะคือ
- คณะกรรมการปฏิรูป กับ
- คณะกรรมการสมัชชา
ที่มาดำเนินการในเรื่องของการรับฟังความคิดเห็น โดยในทั้งสองคณะจะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิมาเป็นประธาน และท่านประธานนั้นจะเป็นผู้ไปแต่งตั้งคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเอง
เพื่อให้เกิดความเป็นอิสระ ไม่มีการแทรกแซงการครอบงำจากในส่วนของรัฐบาล เพียงแต่ว่าฝ่าย
- รัฐบาลนั้นจะทำหน้าที่ในการสนับสนุนในเรื่องของบุคลากร
- ในเรื่องของงบประมาณเท่าที่จำเป็น และ
- จะมาเชื่อมโยงกับกลไกอื่น ๆ ของรัฐบาลที่จะทำงานคู่งานกันไปในเรื่องนี้
โดยตั้งเป้าเอาไว้อย่างนี้ครับว่าคณะกรรมการทั้งสองชุดนั้น จะมีอายุเพียง ๓ ปี ๓ ปีก็จะแสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องเกินเลยอายุของรัฐบาลนี้ครับ แต่ว่าก็มีการขีดเส้นเอาไว้ว่าไม่ให้การทำงานนั้นมีความล่าช้า หรือยืดเยื้อนะครับ หมายความว่างานในเชิงโครงสร้างทั้งหมดต้องมีข้อสรุปเพื่อที่จะดำเนินการได้ในระยะเวลาที่เราเห็นว่าเหมาะสม ก็คือ ๓ ปีนั่นเอง ซึ่งตรงนี้ก็เป็นความคืบหน้าที่สำคัญ
ภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมขับเคลื่อนแผนปรองดองและแผนปฏิรูป
อยากจะเรียนครับว่าจริง ๆ แล้วในขณะที่ตัวระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี และตัวคณะกรรมการยังไม่เกิดขึ้น เราก็มีความคืบหน้าของการทำงานในด้านนี้จากหลายต่อหลายภาคส่วนด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคส่วนที่ผมเคยเชิญมา ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของธุรกิจท้องถิ่น สื่อสารมวลชนและกลุ่มอื่น ๆ นั้น ล้วนแล้วแต่มีความคืบหน้าทั้งสิ้น อย่างในส่วนของ
ภาคธุรกิจครับ เมื่อปลายสัปดาห์นั้นทางหอการค้าทั่วประเทศ ก็ได้มีการจัดการประชุม ซึ่งเป็นการจัดการประชุมมาที่จะมาดูแลในเรื่องของการพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัด แต่ก็ได้ถือโอกาสนี้มาระดมความสมอง ระดมความคิดเห็นกัน ในเรื่องของการที่จะมีส่วนร่วมในการที่จะผลักดันเรื่องของแผนปรองดองและแผนการปฏิรูป และเป็นที่น่าดีใจครับว่าได้กำหนดแนวทางไว้อย่างน้อย ๆ ๔ แนวทางที่จะเป็นแนวทางสำคัญที่ภาคธุรกิจอยากจะเข้ามามีส่วนร่วม
ส่วนแรก(๑)ก็คือว่าทางภาคธุรกิจเองก็จะมาสนับสนุนส่งเสริมใช้เครือข่ายของตัวเองไปดูครับว่าจะแก้ปัญหาความแตกแยกทางความคิดได้อย่างไร นั่นก็หมายถึงว่าในส่วนของสมาชิกของหอการค้าทั่วประเทศเอง ก็จะไปมีบทบาทในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อลดช่องว่างในทางความคิดหรือความแตกแยกต่าง ๆ
ประการที่(ส่วน) ๒ ในแง่ของความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจสังคม ก็จะมีการดำเนินการในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งจะประสานกับหลายสิ่งหลายอย่างนะครับ ซึ่งทางรัฐบาลหรือว่าหน่วยงานอื่น ๆ กำลังดำเนินการอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความไม่เป็นธรรมทางเศรษฐกิจ ก็จะมีการตั้งโจทย์กันมา ดูว่าเราจะปรับโครงสร้างในส่วนของเศรษฐกิจเราอย่างไรที่จะเอื้อให้การพัฒนาและการเติบโตทางเศรษฐกิจนั้นมีความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น
ส่วนที่ ๓ ทางหอกการค้าเองจะช่วยส่งเสริมสนับสนุนแผนเฉพาะหน้าในเรื่องของการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย โดย
- เน้นในเรื่องของการใช้ของไทย และ
- การท่องเที่ยวในประเทศไทย
อันนี้ก็จะมีส่วนสำคัญในการประคับประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจให้เป็นไปด้วยดี และ
ส่วนสุดท้าย(๔) ครับซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจครับ คือทางภาคธุรกิจเสนอตัวเข้ามาว่าจะมาช่วยชำระสะสางปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยมีการยอมรับกันนะครับ ผมก็ไปพูดคุยกับเขา ยอมรับกันตรงไปตรงมาว่าปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นคงจะโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ละครับ มีทั้งส่วนของการเมือง มีทั้งส่วนของราชการ และก็มีส่วนของนักธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นการขับเคลื่อนในเรื่องของการที่จะมาชำระสะสางปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นก็จะเป็นอีกส่วนสำคัญของแผนการปฏิรูปที่ทางภาคธุรกิจเอกชนเขาได้เดินหน้า และอาสาตัวที่จะเข้ามาทำในเรื่องนี้
ปฏิรูปสื่อเพื่อให้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์
ส่วนในแผนปรองดองทางด้านอื่น ๆ ในส่วนของ
สื่อสารมวลชน การปฏิรูปสื่อนั้น หลังจากที่อาจจะมีความกังวลกันว่าการปฏิรูปสื่อ รัฐบาลจะเข้าไปชี้นำ สั่งการ แทรกแซง อะไร ขณะนี้ท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็เริ่มออกไปพบปะกับองค์กรวิชาชีพต่าง ๆ ซึ่งก็มีการทำความเข้าใจกันอย่างชัดเจนว่าเป้าหมายที่แท้จริงก็คือต้องการให้สื่อเป็นผู้ขับเคลื่อนหลักในการที่จะทำให้สื่อสารมวลชนของเราเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ระหว่างคนไทยด้วยกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็มีความคืบหน้าไปพอสมควร มีการจัดเวทีต่าง ๆ ซึ่งก็ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องต่อไป
เปิดคู่สายรับบริจาคความคิด
ในส่วนของรัฐบาลเองนะครับ การที่จะส่งเสริมสนับสนุนช่องทางการรับฟังความคิดเห็นอย่างที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมก็ไปคุยอยู่กับทางตัวแทนของอาสาสมัครที่จะเข้ามาทำงานในสำนักงาน ในสัปดาห์หน้าก็จะมีการเปิดในเรื่องของการทำเรื่องของการรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ผ่านทางโทรศัพท์ ซึ่งจะมีการเปิดคู่สายจำนวนมาก ใช้คำว่า รับบริจาคความคิด ในการที่จะมาร่วมกันในเรื่องของการทำงานทางด้านการปฏิรูป ซึ่งทั้งหมดนี้จะเห็นได้ชัดว่า แผนทุกด้านกำลังมีการขับเคลื่อนเดินไปข้างหน้า ซึ่งผมมั่นใจครับว่าการที่เราเดินหน้าไปอย่างนี้ก็จะช่วยลดเงื่อนไขต่าง ๆ ซึ่งเป็นปัญหาความขัดแย้ง
ประธานคกก.อิสระฯ เดินสายพบปะภาคส่วนต่าง ๆ ในสังคม
สำหรับในส่วนของการตรวจสอบเหตุการณ์ ท่านประธานคือ อ.คณิต ณ นคร นั้นขอขยายเวลาในการที่จะแต่งตั้งคณะกรรมการอีก ๑๕ วัน ในรายงานที่ท่านทำมาถึงคณะรัฐมนตรี ท่านก็เขียนชัดเจนนะครับว่าท่านตระหนักดีถึงสิ่งที่หลายฝ่ายเรียกร้องในเรื่องของความจำเป็นเร่งด่วนในการทำงานนี้ แต่ว่าท่านเห็นว่าการที่จะทำให้งานนี้ประสบความสำเร็จนั้นอยู่ที่ความยอมรับและความเชื่อถือ เพราะฉะนั้นท่านต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งนะครับ เหมือนกับที่ท่านได้ทำในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็คือ
- ไปเดินสายพบปะกับหลายต่อหลายฝ่ายในสังคม เพื่อที่จะยืนยันให้เห็นว่าท่านนั้นมีความพร้อมในการที่จะเปิดกว้างให้เกิดการมีส่วนร่วม เกิดการรับฟังเพื่อนำไปสู่ความเป็นกลางและความเป็นอิสระอย่างแท้จริง
- ส่วนความเห็นข้อสงสัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ
- องค์กรระหว่างประเทศ หรือ
- บรรดาองค์กรเอกชนต่าง ๆ ถ้าส่งเข้ามา เราก็จะมีการถ่ายทอดไปให้ท่านได้รับทราบ เพื่อให้เป็นการบ้านสำหรับคณะกรรมการชุดนี้ในการที่จะแสวงหาข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการปฏิรูปและการปรองดองต่อไป
อันนี้ก็เป็นความคืบหน้าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานะครับในแผนการขับเคลื่อนของรัฐบาลในเรื่องนี้"
<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>