ร่วมถวายพระพรออนไลน์ ๑๒ สิงหา พระวิหารภาครัฐภาคประชาชนเห็นตรงกัน ปฎิรูปการศึกษา ๑ จ. ๑สถาบัน อนุมัติ บึงกาฬจังหวัดใหม่ มาบตาพุดสร้างแนวกันชน พัฒนารถไฟ (๘ ส.ค. ๕๓)

- ๑๒ สิงหา ร่วมถวายพระพรออนไลน์ มหกรรมเทิดไท้ราชินีฯ ระดมความสามัคคี
- เขาพระวิหาร: หลากหลายความคิดรักษาประโยชน์ชาติ
- คลายข้อข้องใจและข้อดีของ MOU ปี ๔๓
- เดินหน้าปฎิรูป: ๑ จังหวัด ๑ สถาบัน ปรับหลักสูตรสร้างคน ลดความขัดแย้ง
- คมนาคม: พัฒนารถไฟไทย ใช้เทคโนโลยี นำร่องเครื่องกั้นอัตโนมัติ เพิ่มความปลอดภัย
- มาบตาพุด: สร้างแนวกันชน โรงงาน ชุมชน จัดการสิ่งแวดล้อม
- มติครม. อนุมัติ บึงกาฬ จังหวัดที่ ๗๗
- ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

  - ๑๒ สิงหา ร่วมถวายพระพรออนไลน์ มหกรรมเทิดไท้ราชินีฯ ระดมความสามัคคี

... เนื่องในวโรกาส ๑๒ ส.ค. รบ. ได้จัดงาน“มหกรรมเทิดไท้ราชินี สามัคคีทั่วแผ่นดิน” เปิดโอกาสให้พี่น้อง ปชช. แสดงความคิดสู่การบริหารงานและระดมกำลังในชุมชน เพื่อต่อต้านยาเสพติด และร่วมแสดงความจงรักภักดี ถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผ่านสื่อออนไลน์ และข้อความทาง SMS

อภิสิทธิ์:
" สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ  พบกันอีกครั้งนะครับในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ สำหรับเช้าวันอาทิตย์นี้นะครับ หลังจากที่ผมได้รายงานการทำงานของรัฐบาลในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว ก็จะมีช่วงที่ ๒ ที่เป็นการสนทนากับพิธีกรรับเชิญ สอบถามถึงปัญหาเรื่องราวต่าง ๆ ในบ้านเมืองที่อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน และช่วงท้ายของรายการไปดูบรรยากาศที่เมื่อวานนี้ผมได้เดินทางไปที่ประจวบคีรีขันธ์ไปที่สวนสนประดิพัทธ์ และก็เดินทางทางรถไฟจากสวนสนฯ มาที่สถานีรถไฟหัวหิน เพื่อที่จะไปเริ่มดำเนินการโครงการนำร่องในเรื่องของเครื่องกั้นอัตโนมัติ  ซึ่งเป็นปัญหาเรื่องของจุดตัดระหว่างถนนกับรถไฟ แล้วก็เป็นจุดเริ่มต้นก็ว่าได้ครับของการลงทุนครั้งประวัติศาสตร์ของรถไฟ ๑.๗ แสนล้านบาทที่จะทำให้รถไฟนั้นมีความรวดเร็วมากขึ้นและมีความปลอดภัย  นั่นจะเป็นช่วงท้ายของรายการและปิดท้ายเช่นเคยด้วยสกู๊ปที่เป็นผลสืบเนื่องมาจาก ๖ วัน ๖๓ ล้านความคิด ที่ไปติดตามพี่น้องประชาชนที่ได้ช่วยกันแสดงความคิดเห็น ระดมความคิดเห็นกันเข้ามา ในช่วงโครงการ ๖ วัน ๖๓ ล้านความคิด และเมื่อจบรายการนี้แล้วสำหรับวันนี้จะมีรายการพิเศษต่อเนื่องไปอีก ๓ ชั่วโมง เพื่อที่จะมาสนทนาไขข้อข้องใจกันในเรื่องของปัญหาปราสาทพระวิหาร และปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีกลุ่มเครือข่ายประชาชนซึ่งมีข้อสงสัยข้อเรียกร้องในเรื่องนี้ก็จะมาร่วมสนทนากับผม และทางท่านรัฐมนตรีและข้าราชการ เพื่อที่จะได้มีการแลกเปลี่ยนกัน นำไปสู่การระดมความคิดเห็นที่จะทำให้เราสามารถที่จะก้าวไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจในเรื่องของการปกป้องอธิปไตยของประเทศ และเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ดีระหว่างไทยกับกัมพูชาต่อไป  เพราะฉะนั้นถ้าพี่น้องประชาชนที่สนใจก็อย่าลืมติดตามหลังจากที่จบรายการนี้แล้ว

สำหรับในช่วงแรกก่อนจะพูดถึงสัปดาห์ที่ผ่านมาขออนุญาตพูดถึงวันที่ ๑๒ สิงหาคมที่จะมาถึง  ก็ถือว่าเป็นวันมหามงคลที่เวียนมาบรรจบครบรอบอีกวาระหนึ่ง  ซึ่งในปีนี้นอกเหนือจากการมีกิจกรรมที่พี่น้องประชาชนและภาครัฐได้จัดขึ้น อยากจะขอพูดถึง ๒ โครงการที่มีความเป็นพิเศษในปีนี้

โครงการแรกคือว่าทางรัฐบาลได้จัดให้มีการดำเนินการในเรื่องของโครงการถวายพระพรออนไลน์ เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนที่อยากจะแสดงความจงรักภักดี และถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ แต่อาจจะไม่รู้ว่าจะใช้วิธีไหนอย่างไรที่จะสะดวก เราก็จะเปิดโอกาสครับ  ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่

  • ขณะนี้การถวายพระพรออนไลน์ก็จะสามารถทำได้  ทำมาได้ตั้งแต่วันที่ ๕ สิงหาคม  และจะทำต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ ๑๒ สิงหาคม สำหรับพี่น้องประชาชนที่มีคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต สามารถที่จะเข้าไปสู่เว็บไซต์ของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ แล้วก็สามารถที่จะถวายพระพรโดยระบบออนไลน์ 
  • ขณะเดียวกันพี่น้องประชาชนที่ใช้โทรศัพท์มือถือ สามารถที่จะส่งข้อความสั้นหรือ SMS เบอร์ที่จะส่งไปคือ ๔๕๖๗๘๙๐ แล้วก็สามารถที่จะส่งข้อความเพื่อถวายพระพรได้  รัฐบาลจะรวบรวมข้อความทั้งหมดในทุกระบบนั้นนำขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อครบกำหนดตามโครงการ คือในวันที่ ๑๒  สิงหาคมต่อไป และ
  • นอกจากนี้ในส่วนของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่ได้จัดทำโครงการถวายพระพรออนไลน์  ก็ยังได้มีการจัดนิทรรศการที่ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ  ซึ่งพี่น้องประชาชนสามารถไปเยี่ยมชม และสามารถที่จะร่วมกิจกรรมในเรื่องของการถวายพระพรได้ 

โครงการที่ ๒ นั้นเป็นผลสืบเนื่องมาจากที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงห่วงใยปัญหายาเสพติด และพระองค์ท่านทรงมีแนวพระราชดำริว่าพลังของพี่น้องประชาชนในชุมชนหรือในหมู่บ้านเอง จะเป็นพลังที่มีความสำคัญที่สุดในการที่จะป้องกันในเรื่องของปัญหายาเสพติด นั่นก็เป็นที่มาที่ท่านได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งกองทุนแม่ของแผ่นดิน ซึ่งกองทุนนี้ก็นำไปสู่การบริหารงานในหมู่บ้านและชุมชนปัจจุบันกว่าหมื่นแห่งในการที่จะระดมกำลังของพี่น้องประชาชนในชุมชนด้วยกันเอง เพื่อที่จะต่อต้านยาเสพติด

- รัฐบาลจึงได้มีการจัดงานเป็นพิเศษขึ้นมาเป็นงานระดมทุน ระดมความสามัคคี ใช้ชื่อว่า “มหกรรมเทิดไท้ราชินี สามัคคีทั่วแผ่นดิน” โดยจะจัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ (๙ ส.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่ช่วงเย็นเป็นต้นไป และ

- ในงานนี้จะมีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์  ตั้งแต่เวลา ๒๑.๓๐ น. ไปจนถึงเวลา ๒๔.๐๐ น.

อันนี้ก็เป็นโครงการที่มีความสำคัญอีกโครงการหนึ่ง ที่ได้แสดงให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ก็อยากจะขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนในช่วงสัปดาห์ที่จะถึงนี้ในโอกาสอันเป็นมหามงคลนี้ได้มีส่วนร่วมกันถวายความจงรักภักดี และถวายพระพรครับ"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- เขาพระวิหาร: หลากหลายความคิดรักษาประโยชน์ชาติ

...เวทีชี้แจงกลุ่มหัวใจคนไทยรักชาติ นายกฯ ชี้แม้คิดเห็นต่าง แต่เป้าหมายเดียวกัน  โต้พรรคเพื่อไทย รัฐบาลไม่ซูเอี๋ยกับพันธมิตร

ผู้ดำเนินรายการ: "(อัญชลี ไพรรีรักษ์) สวัสดีค่ะอีกช่วงหนึ่งของรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ นะคะ เชื่อมั่นวันนี้รถไฟมาถึงก่อนเวลาค่ะ เข้าสถานีก่อนเวลาที่กำหนดเอาไว้ ต้องกราบขอประทานโทษนะคะ และตลอดสัปดาห์นี้ค่ะบ้านเมืองของเรามีเรื่องวุ่นวาย และก็มีประเด็นที่น่าสนใจไปพร้อม ๆ กัน ในเช้าวันนี้เราจะมาค้นหาคำตอบในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สวัสดีค่ะ"

อภิสิทธิ์: "สวัสดีครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: "เมื่อวานเป็นอย่างไรบ้างคะ"

อภิสิทธิ์: "เมื่อวานนี้เราก็ได้ไปพบกับผู้ที่เขามาเคลื่อนไหวเรื่องของปราสาทพระวิหาร ตอนแรกผมก็เป็นห่วงเพราะว่าทราบว่ามีการพูดคุยกับพี่น้องประชาชนไว้เยอะ พี่น้องประชาชนซึ่งเป็นห่วงเป็นใยเรื่องนี้ก็มากันเยอะแน่นอน ทุกสารทิศ"

ผู้ดำเนินรายการ: "และไปรวมกันที่หน้าทำเนียบฯ"

อภิสิทธิ์: "ตอนแรกบอกว่าจะไปรวมกันที่หน้าทำเนียบฯ ผมก็บอกว่ามันมีประกาศ มีพระราชกำหนดอยู่นะ แล้วก็มันจะผิดกฎหมายนะครับ และ

ทางศอฉ.เองเขาก็มีการกำหนดเรื่องเส้นทางที่จะห้ามผ่าน หวงห้ามอะไรต่าง ๆ นี้ จริง ๆ แล้วก็ไม่น่าที่จะต้องมีปัญหากัน

เพราะว่าถ้าหากว่าไปอยู่ตรงนั้นเดี๋ยวมันก็กระทบกระทั่งกัน เพราะทางเจ้าหน้าที่เขาก็ต้องทำหน้าที่ของเขา"

ผู้ดำเนินรายการ: "จะเป็นเรื่องเสียเปล่า ๆ"

อภิสิทธิ์: "ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วผมก็ยืนยันว่ารัฐบาลกับกลุ่มพี่น้องประชาชนก็ไม่ได้มีความต้องการต่างกัน เรื่องการรักษาประโยชน์ประเทศ ก็ต้องขอบคุณครับ

ก็มีตัวแทนของเครือข่ายที่มาพบผมที่ทำเนียบฯ ก่อน ๑ วัน คุณแซมดิน มาพบแล้วก็น่ารัก ก็คือคุยกันแล้วก็เข้าใจกันดี ตกลงก็บอกว่าอย่างนั้นเราก็ประสานงาน ไปไทย-ญี่ปุ่น ไปสนามกีฬา"

ผู้ดำเนินรายการ: "ใครเป็นเจ้าของแนวความคิดว่าเอาผู้ชุมนุมให้ออกจากหน้าทำเนียบแล้วย้ายไปอยู่ในสนามกีฬา"

อภิสิทธิ์: "คือเดิมทีนี้เราก็คุยกันบอกว่าความต้องการคืออะไร เขาก็บอกว่าประชาชนเคยมายื่นคำถามไว้ ๔ ข้อ อยากจะมาฟังคำตอบ ผมบอกเอ๊ะต้องตอบกันด้วยการจะชุมนุมอะไรกันหรือเปล่า เอาเข้ามาคุยกัน หาจัดเวทีได้ไหม

เพราะว่ารัฐบาลทำงานเรื่องนี้มันไม่ได้จบวันนี้อาทิตย์นี้อยู่แล้ว เราต้องทำงานต่อเนื่องไปในเรื่องนี้ ก็อยากจะหากระบวนการ ก็คุยกันว่าอยากจะมีรายการโทรทัศน์ ทีนี้ก็วันนั้นก็คุยกันก็บอกจะเอาวันศุกร์เลย เมื่อวานนี้หรืออะไร เขาบอกมันจัดไม่ทันหรอกเพราะว่าใครจะมาออก จะคุยเรื่องอะไร"

ผู้ดำเนินรายการ: "วันที่คุยกันคือเป็นศุกร์"

อภิสิทธิ์: "วันศุกร์"

ผู้ดำเนินรายการ: "ตอนบ่าย ๆ แล้ว"

อภิสิทธิ์: "วันศุกร์แล้วคือจะจัดศุกร์กลางคืนก็ไม่ทัน จะจัดเมื่อวานก็ไม่ทัน และทางพี่น้องประชาชนรู้สึกเริ่มออกเดินทางกันมาแล้ว ก็เลยบอกว่าเอาเร็วสุดในวันอาทิตย์ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวจบรายการนี้ก็จะมีรายการมาคุยกัน แต่ว่าเขาก็บอกว่าแล้วทำอย่างไรล่ะพี่น้องประชาชนมาแล้ว

ผมก็บอกเอาอย่างนี้สิ ใน พ.ร.ก. เขาไม่ได้ห้ามที่จะมาประชุมจัดกิจกรรมอะไรกันนะครับ แต่ว่าถ้าหากว่าไปกีดขวางทางจราจร ไปปิดสถานที่ราชการอะไรอย่างนั้นน่ะผิด ก็ลองคิดสิว่าจะไปที่ไหนกันได้ ก็คิดกันไปคิดกันมา คิดอยู่หลายที"

ผู้ดำเนินรายการ: "หารือร่วมกัน"

อภิสิทธิ์: "หารือร่วมกัน"

ผู้ดำเนินรายการ: "ก่อนหน้าที่จะเป็นสนามกีฬาเวศม์ มีการเสนอที่อื่นไหมคะ"

อภิสิทธิ์: "เยอะแยะครับ มีคนบอกว่าเอาโรงแรมไหม ไม่ไหวหรอกโรงแรมใครจะออกค่าใช้จ่าย หรือว่าตอนนั้นเขาบอกให้ไปหอประชุมใหญ่ธรรมศาสตร์ ปรากฏว่าตรวจสอบไปบอกมีซ้อมรับปริญญา สุดท้ายมาที่ไทย-ญี่ปุ่น ความจริงก็รู้สึกไม่ว่างเหมือนกัน"

ผู้ดำเนินรายการ: "รู้สึกจะมีแข่งฟุตบอลหรืออะไรสักอย่าง"

อภิสิทธิ์: "ขอร้องให้เขาย้ายสถานที่แข่งขันไป ทางกทม. ก็น่ารักครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: "ก็ลงตัวกันว่าจะเป็นสนามกีฬา แต่ว่าอีกกลุ่มหนึ่งน่ะค่ะ กลุ่มคุณการุณ ใสงาม คุณวีระ สมความคิด คุณชัยวัฒน์ บอกว่า มันไม่ใช่มติรวมกันของฉัน ไม่เป็นเอกฉันท์ ฉันจะไปละ"

อภิสิทธิ์: "คือตรงนั้นก็บอกว่าเจ้าหน้าที่ก็ดำเนินการไปนะครับ ซึ่งเจ้าหน้าที่เวลาเกิดเหตุอย่างนั้นขึ้น สิ่งแรกที่เขาต้องทำก็คือไปเจรจา ก็เห็นมาตลอดนะครับ เราก็จะใช้วิธีการแบบนี้

ก็รู้สึกว่าเจรจาเสร็จแล้วเขาก็ออกไปนอกบริเวณที่มีการประกาศนะครับ แต่ว่าล่าสุดผมยังไม่ทราบ แต่ผมก็บอกว่าถ้าทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการ ซึ่งเขาก็ดูแลอยู่ว่ามันต้องไม่ไปกีดขวางการจราจรอะไรต่าง ๆ ครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: "เมื่อวานนี้หลังจากที่ท่านนายกฯ ไปที่สนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดงแล้ว บรรยากาศที่เกิดขึ้นตลอด"

อภิสิทธิ์: "ผมไม่ได้อยู่ตลอด ผมไม่ทราบนะครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: "ตอนที่ท่านนายกฯ ยืนอยู่นี้เป็นอย่างไรบ้างครับ"

อภิสิทธิ์: "คือ หนึ่ง ผมคิดว่าประชาชนก็ให้โอกาสนะครับ อยากจะฟัง และผมก็พูด แต่ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมพูดนี้ก็ถูกใจบ้างไม่ถูกใจบ้าง"

ผู้ดำเนินรายการ: "ชัดว่ามีทั้งปรบมือและเสียงโห่"

อภิสิทธิ์: "ใช่ครับ ก็เป็นธรรมดา แต่ว่าผมถือว่าอันนี้ก็เป็นเรื่องปกติที่เราจะเห็นแตกต่างกันได้

แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากจะยืนยันก็คือว่าเราไม่ได้มีเป้าหมายแตกต่างกันนะครับ ส่วนพอใจไม่พอใจนี้มันต้องใช้เวลาอีกนานเหมือนกันในการทำความเข้าใจ"

ผู้ดำเนินรายการ: "เครียดไหมคะเมื่อวานตอนอยู่บนเวที"

อภิสิทธิ์: "ก็ไม่เชิงครับ ผมก็เคยอยู่บนเวทีที่มีบรรยากาศอย่างนี้มาก่อนอยู่แล้วนะครับ แต่ว่าเราก็เห็น เราก็กังวลเหมือนกันว่าหลายคนก็เหมือนกับมีความรู้สึกค่อนข้างที่จะรุนแรงนะครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: "ฉันจะต้องเอาอย่างนี้เดี๋ยวนี้ ตอนนี้"

อภิสิทธิ์: "แต่ว่าเราก็พยายามพูดว่าทุกอย่างถ้าเราเป้าหมายเดียวกันเราพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผล"

ผู้ดำเนินรายการ: "ในเป้าหมายเดียวกันท่านนายกรัฐมนตรีเช้าวันนี้มีเสียงจากสื่อมวลชนบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีพูดเมื่อวานนี้ว่ามีประชาชนกลุ่มหนึ่งขายชาติ"

อภิสิทธิ์: "ผมก็ยังงงอยู่ว่าไปเอามาจากไหนนะครับ เพราะว่าผมก็บอกว่า ผมเพียงแต่บอกว่าถ้าผมไปขายชาติ คือมีคนมาว่า ผมบอกว่ามีคนอยู่ดี ๆ มาว่าว่าผมขายชาติ ผมบอกว่ามันเป็นไปได้อย่างไร ผมจะไปแลกกับอะไร ผมไม่มีผลประโยชน์อื่น รัฐบาลนี้ไม่มีผลประโยชน์อื่น

แต่ผมบอกว่า ถ้าเกิดผม ผมยังพูดด้วยซ้ำว่าถ้าผมนี้ไปทำอะไรซึ่งเสียประโยชน์ของชาติ เอาดินแดนไปแลกกับอะไรนี้ อย่าว่าแต่เป็นนายกฯ เลย อยู่ในประเทศนี้ก็ไม่ควรอยู่ ถูกไหมครับ ผมพูดเท่านั้นเอง"

ผู้ดำเนินรายการ: "แต่ไม่ได้ไปพาดพิงถึงใครว่าใครขายชาติ"

อภิสิทธิ์: "ผมก็ยังงง ๆ อยู่ว่าไปพาดหัวหนังสือพิมพ์อะไรกันแปลก ๆ"

ผู้ดำเนินรายการ: "แต่อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยเองก็มองว่าท่านนายกรัฐมนตรีกับพันธมิตรจับมือกันซูเอี๋ยกัน เพราะว่าหาทางแก้ไขพระวิหารไม่ได้แล้ว คือไม่รู้จะไปอย่างไรแล้ว พอมันวนอยู่อย่างนี้ เอาละจับมือกับพันธมิตรแล้วกัน"

อภิสิทธิ์: "ก็เป็นวิธีการซูเอี๋ยที่แปลกประหลาดมากนะครับ เพราะต้องไปดูว่าที่วิพากษ์วิจารณ์ผมอยู่ในเว็บไซต์ แม้กระทั่งที่ sms มาเข้าโทรศัพท์ผมนี่รุนแรงมาก แต่ว่าหลายเรื่องก็จากความเข้าใจผิดนะครับ

เช่น ที่บอกว่าผมเคยพูดอะไรไว้ปี ๕๑ แล้วตอนนี้มันพูดไม่เหมือน ผมก็ยังหาไม่เจอเลยว่าที่ผมพูดไม่เหมือนนั้นคือตรงไหนนะครับ เพราะทุกอย่างเป็นจุดยืนเดิมทุกอย่าง ซึ่งเดี๋ยวก็ ๓ ชั่วโมงเต็มอิ่มเลยครับ ซักถามได้ว่ามันมีอะไรที่มันเปลี่ยนแปลงไปหรือเปล่า"

ผู้ดำเนินรายการ: "ใน ๓ ชั่วโมงเต็มอิ่มนี้ฝ่ายรัฐบาลจะมีใครบ้างคะ"

อภิสิทธิ์: "ขณะนี้ก็คงจะมีผมและมีท่านรัฐมนตรีสุวิทย์นะครับ เพราะท่านเดินทางไปที่คณะกรรมการมรดกโลก และ

  • ก็คงจะมีในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ และ
  • อาจจะมีนักวิชาการหรืออาจจะมีคนที่เคยทำงานในเรื่องนี้

จะดูก่อนครับ เดี๋ยวดูตามความเหมาะสมครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: "แล้วในกลุ่มของกลุ่มหัวใจคนไทยรักชาติละคะ"

อภิสิทธิ์: "ก็เป็นเรื่องของทางเครือข่ายเขาจะ"

ผู้ดำเนินรายการ: "ภาคีว่าจะจัดใครมา"

อภิสิทธิ์: "ผมไม่ไปก้าวก่าย"

ผู้ดำเนินรายการ: "นายกฯ ไม่ได้สเป็คลงไปว่าจะเป็นใครใช่ไหมคะ"

อภิสิทธิ์: "ไม่ละครับ จะเอาคุณสนธิ จะเอาใครต่อใครมาได้ตามสบายอยู่แล้ว ไม่ได้ว่ากัน แต่ว่าเขาเป็นคนจัดครับไม่ใช่ผม เพราะว่าถือว่าต้องให้เกียรติกัน"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- คลายข้อข้องใจและข้อดีของ MOU ปี ๔๓

... หัวใจของ MOU ปี ๔๓ คือหลีกเลี่ยงการปะทะจนกว่าจะมีการจัดทำหลักเขตแดนที่ยอมรับได้ทั้งสองฝ่าย รบ. ยืนยันเป้าหมายหลักห้ามใครรุกล้ำอธิปไตยของเรา แต่พร้อมหาข้อยุติและรักษาสิทธิ์ของทั้งสองฝ่ายดีที่สุด

ผู้ดำเนินรายการ: "เงื่อนไข ๔ ข้อที่ทางกลุ่มภาคีคนไทยหัวใจรักชาติได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้ตั้งแต่ครั้งเมื่อไปประท้วงที่หน้ายูเนสโก เรื่องแรกเลยซึ่งเป็นเรื่องที่พูดกันขรมหนาหูมากเลย เรื่อง MOU ๔๓ คือตอนนี้ทุกคนได้ยินหมด"

อภิสิทธิ์: "แต่อาจจะไม่รู้ เดี๋ยวเข้าใจผิด"

ผู้ดำเนินรายการ: "ตกลงมันคืออะไรกันแน่"

...MOU ปี ๔๓ เขียนเพื่ออะไร
อภิสิทธิ์:
"เอาอย่างนี้ดีกว่านะครับ เท่าที่ผมติดตามนี้ มีความกังวลกันมากว่า MOU ๔๓ หรือข้อตกลงที่มีการไปลงนามในปี ๒๕๔๓ ตอนนั้น

  • ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ฯ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปลงนามกัมพูชานี้
    • ไปยอมรับแผนที่ซึ่งทางกัมพูชาเขาเคยใช้ ตอนที่เขาฟ้องเอาปราสาทพระวิหารเป็นของเขาที่ศาลโลกนะครับ และ
    • ถ้าเอาแผนที่นี้ ไปยอมรับแผนที่นี้ จะทำให้เราเสียดินแดน พูดง่าย ๆ เรายึดถือตามสนธิสัญญาสันปันน้ำ เราก็จะสูญเสียดินแดนมหาศาลเลย

ผมก็เข้าใจเลยว่าถ้า MOU ตัวนี้ไปยอมรับอย่างนั้นไม่ดีแน่ แต่ผมก็ยืนยันว่า MOU นี้มันไม่ได้ไปยอมรับอย่างนั้น MOU นี้เขาเขียนเพื่ออะไร

  • ก็ต้องบอกว่าช่วงประมาณก่อนปี ๒๕๔๓ นี้ที่เรื่องนี้กลับมาเป็นปัญหา คือต้องเข้าใจนิดหนึ่งหลังจากที่ศาลโลกตัดสินไป มันมีระยะอยู่ช่วงนานมากที่กัมพูชาเขามีปัญหาภายใน สู้รบกันเอง เขมรหลายฝ่ายที่เราเคยได้ยินกัน
  • แต่พอมาช่วงประมาณ ๒๕๔๐ ช่วงนั้นเป็นต้นมา เหตุการณ์มันเริ่มสงบแล้ว เพราะฉะนั้นก็จะ
    • เริ่มมีความต้องการของคนที่จะไปเที่ยว
    • แล้วก็เลยทำให้มีหลายคนอยากจะไปค้าขาย ตั้งชุมชนอะไรต่าง ๆ
  • ทีนี้ก็ย้อนกลับไปเรื่องเดิมว่าเราก็ยึดสันปันน้ำ เขาก็พยายามจะเอาแผนที่เข้ามา
    • ทั้งสองฝ่ายก็เลยบอกว่าดีที่สุดก็คือว่าอย่าไปเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ที่เป็นอยู่ตอนนั้น หยุดไว้ก่อน
    • แล้วก็มาจัดทำหลักเขตแดนว่าตกลงเขตแดนนี้มันอยู่ตรงไหน

...หัวใจของ MOU ๔๓
ข้อตกลงใน MOU ๔๓ เนื้อหาสาระคืออย่างนี้
ว่า

  • พื้นที่ตรงนั้นอย่าให้ทั้งสองฝ่ายเข้าไปยุ่งนะครับ
    • เพราะว่ามาจัดทำหลักเขตแดนให้เรียบร้อยเสียก่อน
    • จะได้ไม่มีปัญหาว่ามากระทบกระทั่งปะทะสู้รบกัน"

ผู้ดำเนินรายการ: "นี่คือหัวใจของ MOU ๔๓"

อภิสิทธิ์: "นี่คือหัวใจของมัน"

ผู้ดำเนินรายการ: "เธอก็ออกไปจากตรงนี้ ฉันก็ออกมา"

อภิสิทธิ์: "คือจะถ้าจะอยู่"

ผู้ดำเนินรายการ: "ไม่โนแมนแลนด์หรือเปล่าค่ะ"

อภิสิทธิ์: "ก็ไม่เชิงครับ เพราะว่าตอนนั้นมันก็มีคล้าย ๆ เหมือนกับมีชุมชนอยู่"

ผู้ดำเนินรายการ: "อยู่ทั้งสองฝ่าย"

อภิสิทธิ์ : "ก็เพียงแต่บอกว่าอย่าไปทำอะไรเพิ่มนะครับ ทีนี้หลังจากนั้นมานี้มันก็

  • ต้องไปดูว่าตอนจัดทำหลักเขตแดนจะเอาอะไรเป็นหลัก เราก็เขียนเอาไว้ว่า
    • ๑. ต้องเอาสนธิสัญญาเป็นหลักอันนี้มาข้อแรก ทีนี้
    • ข้อ ๒. ก็เขียนเรื่องแผนที่ แผนที่นี้เราก็กำกับเอาไว้ว่าเป็นแผนที่
      • ซึ่งเป็นงานของกรรมาธิการร่วม
      • ซึ่งเกิดขึ้นตามสนธิสัญญาในการจัดทำหลักเขตแดน ปักปันหลักเขตแดนตามสนธิสัญญา
      • ซึ่งในตอนที่เราต่อสู้ในศาลโลกนี้ ไทยได้มีจุดยืนชัดเจนอยู่แล้วว่าแผนที่ที่เขาแนบท้ายไปนี้ มันไม่ใช่ผลงานของคณะกรรมาธิการ"

ผู้ดำเนินรายการ: "เราไม่ใช้ฉบับนี้อยู่ในคณะกรรมการ"

อภิสิทธิ์: "ใช่ครับ และศาลเองก็ยอมรับว่าแผนที่นี้กรรมการเขาไม่เคยรับรอง เพราะฉะนั้นผมก็ถือว่าตรงนี้มันไม่ใช่เป็นการไปรับรอง แล้วก็การที่เขาจะถ้าเขาจะอ้างนี้มันก็ต้องมาพิสูจน์อะไรกันต่าง ๆ รวมไปถึงว่า ไม่ใช่เอาแผนที่มาวางแล้วขีดตามนี้

  • มันมีสนธิสัญญาอยู่
  • มีสันปันน้ำอยู่

เราก็ต้องเอาตามเจตนารมณ์อยู่ดีนะครับ และถ้าเขาอยากจะเอาแผนที่มาใช้นี้ เขาก็ต้องลงมาสามารถทาบกับสภาพพื้นที่จริง ๆ ให้ได้ ว่ามันเป็นตามสันปันน้ำหรือเปล่า ถูกไหมครับ เพราะฉะนั้นเราก็ค่อนข้างมั่นใจว่าไม่มีปัญหาอะไรนะครับตรงนี้ แล้วก็สิ่งที่เราเห็นก็คือว่า การจัดทำหลักเขตแดนตรงนี้ ที่ตกลงใน MOU ๔๓ นี้ เมื่อกรรมการร่วมหรือ JBC นี้ ไปทำแล้ว เราจะรับหรือไม่รับนี้เป็นสิทธิ์ของเราอีก ใช่ไหมครับ พอปักออกมาอย่างนี้ ถ้าเราบอกนี่มันไม่ใช่นี้ เราก็ไม่นับ"

ผู้ดำเนินรายการ: "มันไม่แปลว่าจบ"

...ข้อดีของ  MOU ๔๓
อภิสิทธิ์:
"มันไม่ได้จบ เพราะอะไรครับ กระบวนการของเรานี้ ไม่แค่รัฐบาลนะครับ ต้องรัฐสภาด้วย จะเห็นได้ว่าเวลาที่ JBC ไปทำงานไปประชุมแต่ละครั้งตอนนี้ต้องเสนอกรอบเจรจาเข้าสภาฯ สภาฯ เห็นชอบไปเจรจามาแล้วก่อนลงนาม ต้องกลับให้สภาฯ เพราะฉะนั้นเรามีหลักประกันหลายอย่าง ทีนี้ถามว่าข้อดีของตรงนี้คืออะไร ข้อดีของตรงนี้ก็คือว่า

  • พอเรามี MOU ตรงนี้ เกิดปัญหาว่าใครรุกล้ำเข้ามา อย่างที่พูดกันว่ามีชุมชน มีถนน มีอะไรนี้
  • ถ้าไม่มี MOU ตัวนี้เลย และถ้าไม่สู้รบกันเลยเดี๋ยวก็จะอ้างหลักอีกว่า
    • ฉันเข้ามาครอบครองเหมือนมาครอบครองปรปักษ์
    • ครอบครองแล้วไม่มีท้วงใช่ไหมก็เป็นของฉัน ยึดกันไปยึดกันมา

แต่ตรงนี้มันก็ทำให้เป็นข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับแล้ว เวลาที่มีการรุกล้ำอะไรเข้ามานี้ ตั้งแต่ปี ๔๓ เป็นต้นมา ก็จะสามารถมีหลักฐานการประท้วงไม่ยอมรับ ว่าที่คุณทำนี้ผิด และบางครั้งก็กระทบกระทั่งถึงขั้นว่ามีปะทะกันก็มี แต่ก็หลีกเลี่ยงได้โดยการกลับมาตรงนี้

ทีนี้ผมเห็นประโยชน์อีกอันหนึ่งที่เห็นชัดเจนในช่วงที่ผ่านมาก็คือว่า พอมีปัญหาเรื่องซ้อนเข้ามาคือเรื่องมรดกโลก เราก็มีความกังวลว่ามรดกโลก ยูเนสโกก็ชอบพูดว่า

  • มรดกโลกนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องเขตแดน
    • แต่เราก็กลัวว่าตอนที่เราเคยแพ้คดีที่ศาลโลกนี้
      • เราก็เคยบอกว่าแผนที่อะไรต่าง ๆ ที่เคยใช้กันภายในนี้ มันไม่ใช่เรื่องเขตแดน แต่ศาลมาตัดสินบอกว่า คล้าย ๆ เหมือนกับรับไปโดยปริยาย ปิดปาก กฎหมายปิดปาก

เพราะฉะนั้นเราก็บอกว่าไม่ได้นะ

  • เดี๋ยวมาแบบเดียวกันอีกว่ามรดกโลก
    • บอกไม่เกี่ยวกับเขตแดน
      • เสร็จแล้วตอนหลังไปอ้างกันนี้แล้วอ้างว่า นี่ตอนมรดกโลกไม่เห็นว่าอะไรก็มีการท้วงติงกัน
      • ทีนี้กัมพูชาพยายามเอาแผนที่เข้ามาพ่วงท้ายเรื่องมรดกโลกอยู่ตลอด"

ผู้ดำเนินรายการ: "แผนที่ของเขานะคะ"

...เลขามรดกโลกยอมรับกัมพูชายังไม่ส่งแผนที่..เพราะติดการจัดหลักเขตแดนโดย JBC
อภิสิทธิ์:
"แผนที่ของเขา พอปี ๕๑ เขาก็พยายาม

  • ช่วงนั้นก็เป็นรัฐบาลท่านนายกฯ สมัคร และ
  • ก็มีออกแถลงการณ์ร่วมกัน
    • ตอนหลังก็ยกเลิกโมฆะไป

ก็ดีไปนะครับที่ยกเลิกไป แต่ล่าสุดที่ผมเห็นชัดก็คือเอกสารที่เขายื่นให้มรดกโลกตอนนี้ คือฝ่ายเลขามรดกโลกก็ยอมรับเองว่าแผนที่นี้ กัมพูชายังส่งไม่ได้หรอก ที่ส่งไม่ได้เพราะอะไร เพราะการจัดหลักเขตแดนโดย JBC นี้"

ผู้ดำเนินรายการ: "ยังไม่แล้วเสร็จ"

อภิสิทธิ์: "ยังไม่เสร็จ นั่นแสดงว่าอะไร นั่นแสดงว่า MOU ตัวนี้

    • เป็นการระงับไม่ให้กัมพูชาสามารถเอาแผนที่ไปใช้อ้างอิงได้ เพราะ
    • กัมพูชายอมรับเองว่าตรงนี้มันยังไม่จบ"

... กัมพูชาถือว่าปี ๕๑ กรรมการมรดกโลกรับจดทะเบียนแล้ว
ผู้ดำเนินรายการ: "แต่ ฮอร์ นัม ฮง ก็บอกว่า มันสายไปเสียแล้วท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ อย่าฝันไปเลย"

อภิสิทธิ์: "ทางฝั่งกัมพูชาเขาก็ถือว่าเมื่อปี ๕๑ มรดกโลกนี้ กรรมการมรดกโลกนี้รับจดทะเบียนไปแล้ว แต่สิ่งที่เราดูก็คือว่า คือ

  • ผมเข้ามารับหน้าที่นี้มันปลายปี ๕๑ มติตรงนั้นมันไปแล้ว
  • เรามาดูว่าการที่เขาจะไปบริหารจัดการอะไรเกี่ยวกับตัวปราสาทพระวิหาร
    • คือตัวปราสาทนี้เราก็เคารพคำตัดสินของศาลโลก
      • เราสงวนสิทธิ์ไว้แต่เราเคารพใช่ไหมครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: "แต่ดินแดนรอบ ๆ ปราสาท"

อภิสิทธิ์: "เราก็ต้องดูอย่างเดียวว่าการบริหารจัดการไม่ให้รุกล้ำเข้ามาในดินแดนของเรา"

ผู้ดำเนินรายการ: "แต่พี่น้องบอกว่า งั้นท่านนายกฯ ต้องเอาพี่น้องประชาชนของคนเขมรที่รุกล้ำ เข้ามาในเขตแดนไทยออกไปข้างนอก"

อภิสิทธิ์: "อันนี้ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งถัดมานะครับว่า ตรงนี้เอาให้ชัดเจนแล้วนะครับ ว่าตัว MOU มัน

  • ไม่ได้ไปยอมรับแผนที่ ไปยอมรับเขตแดน ไปอะไร แล้วเป็นตัวยันเอาไว้ และ
  • เป็นฐานของการที่เราจะโต้แย้งได้ตลอดเวลา

ทีนี้พอมีการละเมิดนะครับ อันนี้ก็ธรรมดาละครับเวลามีการละเมิดข้อตกลงกันมันก็มีทั้ง

    • การทูต ทั้ง
    • การทหาร

อย่างที่ผมบอกว่าช่วงที่ผ่านมาก็จะมี ส่วนใหญ่ก็จะใช้วิธี

    • การประท้วง
    • มีการเจรจากัน แต่
    • บางครั้งก็มีปัญหากัน

ซึ่งความจริงเราก็ไม่อยากให้มี"

ผู้ดำเนินรายการ: "เหมือนเรานี่หนักไปทางประท้วงการเจรจา แต่ขณะที่เขมรเขารุกเราหนักเหลือเกิน"

อภิสิทธิ์: "กรกฎา ๕๑ ก็มีการปะทะกันและมีการสูญเสียด้วย เมษา ๕๒ ก็มี คือผมอยากจะเรียนอย่างนี้นะครับว่า เราจะไปคิดว่า ใช้กำลังผลักดันแล้วก็สู้กันไปกันมานี้ ความจริงอันนั้นก็ไม่ได้เป็นประโยชน์นะครับ แต่เรารักษาสิทธิ์ของเรา"

ผู้ดำเนินรายการ: "ตอนนั้นที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่อยากให้เกิดสงครามใช่ไหมคะ"

...ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ ไม่อยากให้เกิดสงคราม
อภิสิทธิ์:
"ถูกต้องครับ ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ ก็ไม่อยากให้เกิดสงคราม"

ผู้ดำเนินรายการ: "แต่พวกเขามองว่าถ้าเราเป็นนักประท้วงเรื่องเจรจาอย่างเดียว เราก็แหมอ่อนแอเหลือเกิน ประเทศเราใหญ่กว่านะ ในมุมของชาวบ้าน"

อภิสิทธิ์: "คือในมุมของเราหลายคนก็คิดอย่างนั้น ทีนี้ผมก็อยากให้เราย้อนกลับไปบ้างว่าเคยฟังที่ทางฝั่งของกัมพูชาเขาพูดไหม"

ผู้ดำเนินรายการ: "กัมพูชาล่าสุดเจ้าศรีสวัสดิ์บอกว่าถ้าคุณใช้สันปันน้ำ เราจะใช้ชาติพันธุ์และ ภาษา ทีนี้มันก็เลยพูดกันไม่รู้เรื่องแล้ว"


อภิสิทธิ์:
"ยิ่งกว่านั้นก็คือว่านายกฯ กัมพูชา พูดบ่นหลายครั้งว่ารัฐบาลนี้ รัฐบาลผมนี้ทำงานได้ยากที่สุด เพราะไปรุกรานดินแดนเขา"

ผู้ดำเนินรายการ: "ท่านฮุนเซ็น"

อภิสิทธิ์: "ใช่นะครับ ก็พูดให้สัมภาษณ์อย่างนี้ แล้วก็เมื่อเร็ว ๆ นี้ยังให้สัมภาษณ์เหมือนกันบอกว่า คนกัมพูชาเข้ามานี้ถูกยิงตายไป"

ผู้ดำเนินรายการ: "กระทรวงการต่างประเทศหรือคะ"

อภิสิทธิ์: "ครับ เขาให้สัมภาษณ์ ผมถึงบอกว่าเรื่องละเลยเพิกเฉยนี้ไม่มีหรอกครับ แต่ว่าความเป็นจริงก็คือว่าความเป็นเพื่อนบ้านของสองประเทศ อย่างไรก็ต้องเป็นอย่างนี้ไปอีกละครับ"

... นายกเตือนคนไทยอย่าใจร้อน เรื่องปราสาทเขาพระวิหาร

ผู้ดำเนินรายการ: "แต่ตอนนี้คนไทยบางกลุ่มก็เริ่มโกรธนะ อย่ามาเรียกเขาว่าเพื่อนบ้านทีเดียว"

อภิสิทธิ์: "อันนี้ละที่ผมคิดว่าอันตรายนะครับ ผมคิดว่าเรารักษาสิทธิ์ของเราใช่ครับ แต่ว่าอย่าว่าแต่เรื่องแบบนี้เลยนะครับ เวลาที่มันมีข้อโต้แย้งกัน มันไม่มีใครเขาเริ่มต้นด้วยวิธีการด้วยการใช้พลังก่อน มันต้องใช้วิธีการอื่นนะครับ แล้วเราต้องไม่ลืมอีกอย่างนะครับว่า เราเห็นจากการทำงานในมรดกโลกเลยก็คือว่า

  • ประเทศอื่น ๆ เยอะแยะ เขาก็ไม่ค่อยคุ้นเคยหรือไม่ได้เข้าใจตรงนี้หรอก และก็
  • ที่สำคัญก็คือว่า เขาก็ฟังง่าย ๆ ว่าศาลโลกตัดสินให้กัมพูชาไปแล้วนี่
    • เพราะฉะนั้นเวลาไปทำอะไรนี่นะครับ กัมพูชาเขาก็จะไปฟ้องประเทศอื่น ๆ อีก

เราต้องระวังนะครับ

  • เราทำอะไรนี้ถ้าเกิดเราไปขัดแย้งกับกัมพูชาไม่พอ
  • ยังต้องไปขัดแย้งกับองค์กรระหว่างประเทศหรือประเทศอื่น ๆ อีก

นี้ ไม่ใช่ว่าเราจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ เพราะฉะนั้นนี่คือเหตุผลว่า

    • การดำเนินการหรือ
    • การวางยุทธศาสตร์นี้
      • มันต้องทำหลายทางควบคู่กันไป

อาจจะบางทีคนอาจจะใจร้อน หงุดหงิด แต่ผมยืนยันว่าไม่มีละครับที่เราจะละเลย และถ้าเราผลีผลามแล้วเราพลาดสิครับ เราจะมาเสียใจทีหลัง ว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่เราต้องการ ในที่สุดเราก็กลับพลาดไปเอง คือไม่อยากจะพูดเลยครับว่า

  • แค่เราไปประท้วงแสดงออกนิดหน่อยที่มรดกโลกบอกว่า ถ้าไม่ฟังเราสงสัยเราจะต้องวอล์กเอาท์ถอนตัว เห็นไหมครับ
  • ใครโผล่ออกมาว่าประเทศไทย นายอัมสเตอร์ดัม ทนายคุณทักษิณนี่แหละ ด่าเลยรัฐบาลไทยประเทศไทยทำตัวเป็นอันธพาลดูสิครับ

นี่ขนาดแค่บอกว่าจะวอล์กเอาท์หรือว่าอาจจะถอนตัว นี่คือวิธีการที่จะมีการใช้กระแสของต่างประเทศเข้ามา เพื่อที่จะมายุ่งทางเราด้วย เพราะฉะนั้น

  • เราทำเราต้องพยายามที่จะให้ต่างประเทศเขาเข้าใจเสียก่อนว่าทำไมเราถึงมีความชอบธรรมในการที่จะรักษาสิทธิ์ของเรา และ
  • เราได้พยายามใช้วิถีทางซึ่งสากลเขายอมรับในการที่จะดำเนินการเพื่อที่จะคลี่คลายข้อพิพาทเสียก่อน"

... การเจรจาและการประท้วงทางการทูต ถึงจุดสุดไม่มีใครไม่พร้อมสู้

ผู้ดำเนินรายการ: "สุดท้ายขอคำเดียวนะคะ ท่ามกลางการเจรจาและการประท้วงทางการทูตต่อไปนี้ พอถึงจุดที่สุดแล้วท่านนายกฯ พร้อมที่จะสู้ไหมคะ"

อภิสิทธิ์: "ผมคิดว่ามันไม่มีใครไม่พร้อมหรอกครับ หน่วยงานต่าง ๆ เขาพร้อมหมด ผมเองเรื่องนี้ก็เอาเข้าที่ประชุมสภาความมั่นคงไป ทุกหน่วยงานก็พร้อมครับ"

ผู้ดำเนินรายการ: "ทหารของท่านนายกรัฐมนตรีพร้อมที่จะสู้ไหมครับ"

อภิสิทธิ์: "พร้อมครับ ทหารไม่ใช่ของผมครับ ทหารของประเทศ"

ผู้ดำเนินรายการ: "เขาพร้อมไหมคะ"

อภิสิทธิ์: "พร้อมครับ ทุกคนพร้อมหมดครับ แต่ทุกคน"

ผู้ดำเนินรายการ: "ได้มีการพูดกันไหมคะว่าระดับของการพร้อมนี้พร้อมถึงแค่ไหน ปะทะกันไหม"

อภิสิทธิ์: "พร้อมนะครับ แต่ว่าเราก็ให้

    • ทางกระทรวงการต่างประเทศกับ
    • กระทรวงกลาโหมกับ
    • ทางกองทัพเขา

คุยกัน แล้วเรื่องแบบนี้ไม่มีใครเขาเอาออกมาพูดว่า จะทำตรงนั้นจะทำตรงนี้ เอาเป็นว่าทางรัฐบาลไม่เพิกเฉยแน่นอน และ

    • ผมเข้าใจความรู้สึกความอึดอัด ความหงุดหงิด ของประชาชนจำนวนมาก และ
    • รู้ว่าประชาชนเหล่านี้ก็มีเจตนาที่ดี

นะครับ แต่ว่าอย่างที่บอกก็คือว่าสบายใจได้เถอะว่ารัฐบาลไม่มีผลประโยชน์อื่นนะครับ ผลประโยชน์เราตรงกันคือประโยชน์ของชาติ แต่วิธีการ รายละเอียด ความเข้าใจ คงต้องมาช่วยกันคุย เพราะว่าอะไรครับ ผมอยากจะบอกว่า

    • สิ่งที่จะช่วยประเทศไทยมากที่สุดคือความมีความสามัคคี ความมีเอกภาพ
    • ถ้าปรากฏว่า เราเถียงกันเอง ไม่จบไม่สิ้น ผมก็นึกภาพว่าทางกัมพูชาเขาคงดูเรา เราก็คงหัวเราะอยู่ว่าทำไมพวกคุณกันเองยังอะไรกันไม่ได้ ตกลงกันไม่ได้ จะมาแก้ปัญหาได้อย่างไร"

ผู้ดำเนินรายการ: "แล้วจะมาสู้กับฉันได้อย่างไร ถ้าคุณฮอร์ นัม ฮง บอกว่าฝันไปเถอะคุณอภิสิทธิ์ คุณอภิสิทธิ์เจอคุณฮอร์ นัม ฮง จะบอกว่า"

อภิสิทธิ์: "ผมเป็นคนไม่ไปต่อสู้อะไรอย่างนี้ครับ ผมคิดว่าผมยังยืนยันว่าเป้าหมายของเราควรจะเป็นว่าไม่มีใครมารุกล้ำอธิปไตยของเรา

    • เรารักษาสิทธิ์ของเรา
    • เราใช้มาตรการทั้งการทูต
    • ทั้งการทหาร และ
    • การตอบโต้

แต่เราต้องการจะเป็นเพื่อนบ้านที่ดี ผมยืนยันครับ และผมเชื่อว่า

    • การเป็นเพื่อนบ้านที่ดีจะเกิดประโยชน์กับทั้งสองประเทศ และ
    • สำคัญที่สุดคือจะเกิดประโยชน์กับประชาชน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือ ประชาชนที่เขาต้องอยู่ในบริเวณนั้น ผมเชื่อว่าเราคงไม่ต้องการให้มีพื้นที่ตรงไหนในประเทศไทยครับ ที่คนจะต้องอยู่ในภาวะซึ่งเหมือนกับว่าจะต้องมีสงครามหรือไม่อย่างไร ถ้าเราสามารถที่จะหาข้อยุติ ที่ทั้งสองฝ่ายรักษาสิทธิ์ของตัวเอง หรือมีข้อตกลงบางอย่าง ผมว่าน่าจะดีที่สุดครับ:

ผู้ดำเนินรายการ: "ค่ะ วันนี้เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ กับเรื่องที่ร้อนที่สุดสำหรับสัปดาห์นี้และน่าจะร้อนในสัปดาห์หน้า กราบขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีค่ะ พบกับรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ ได้ใหม่ในสัปดาห์หน้า และต่อจากนี้มีหลายคำตอบพบกันนะคะ ในช่วงการเจรจากันของสองฝ่ายค่ะ วันนี้สวัสดีค่ะ"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- เดินหน้าปฎิรูป: ๑ จังหวัด ๑ สถาบัน ปรับหลักสูตรสร้างคน ลดความขัดแย้ง

... ระดมความคิดเห็นสถาบันอุดมศึกษา ปรับหลักสูตร สร้างคน ขับเคลื่อน โดยกำหนดให้ ๑ จังหวัด ๑ สถาบัน
อภิสิทธิ์: " สัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีงานหลายด้านของรัฐบาลที่มีความสำคัญ มีความคืบหน้าไป งานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูป ผมได้มีโอกาสไปร่วมรับฟังความคิดเห็นและระดมความคิดในส่วนของสถาบันอุดมศึกษา หรือบรรดามหาวิทยาลัยต่าง ๆ นั่นเอง

  • ในการประชุมสัมมนากันทั้งวัน  มีการระดมความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวางและเป็นที่น่ายินดีว่ามหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยที่ยังเป็นส่วนราชการอยู่ มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ มหาวิทยาลัยเอกชน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของราชภัฏ ราชมงคล ล้วนแล้วแต่มีความคิดเห็นที่สอดคล้องกัน ต้องการที่จะมาสนับสนุนกระบวนการของการปฏิรูป

  • ในส่วนของการทำงานของบรรดามหาวิทยาลัยหรือสถาบันเหล่านี้เอง ก็ได้มีการพูดถึงเรื่องของการที่จะต้องมีการไปปรับปรุงในเรื่องของหลักสูตร ระบบการประเมินต่าง ๆ เพื่อที่จะให้การสร้างคนที่ออกมาจากระบบมหาวิทยาลัย มีจิตอาสา มีจิตสาธารณะ มีความสำนึกในเรื่องของคุณธรรมจริยธรรม และมีค่านิยมที่ส่งเสริมในเรื่องของความสามัคคี ความปรองดอง ลดความขัดแย้งต่าง ๆ โดยจะมีการทำโครงการต่าง ๆเพื่อเปิดโอกาสให้คนหนุ่มคนสาวของเรานิสิตินักศึกษา สามารถร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ในลักษณะนี้ได้ 

  • ที่สำคัญไปกว่านั้นคือว่าในบรรดามหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็ยังได้มีความเห็นคล้องต้องกันว่ามหาวิทยาลัยเองนั้นจะมีส่วนร่วมอย่างสำคัญในการที่จะช่วยเรื่องของการปฏิรูป เช่น

    • โครงการที่จะนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โครงการที่จะสร้างโอกาส ในการพัฒนานั้น หากว่าได้มีการเชื่อมโยงเข้ามากับทางภาควิชาการคือภาคมหาวิทยาลัย โดยโยงเข้ามา จะเป็นทางท้องถิ่น จะโยงเข้ามาทางภาคธุรกิจเอกชน หรือภาคประชาชนก็ตาม เอาความรู้ เอาวิชาการ เอาเทคโนโลยีไปช่วยสนับสนุน ก็จะสร้างโอกาส สร้างรายได้ สร้างอาชีพ และลดความเหลื่อมล้ำได้ และ
    • เพื่อให้เป็นรูปธรรมทางด้านนี้  สิ่งที่สำคัญที่ได้มีการตกลงกันในวันนั้นคือว่าจะมีการแบ่งพื้นที่ความรับผิดชอบของบรรดามหาวิทยาลัยต่าง ๆ หรือสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ซึ่งในประเทศไทยขณะนี้มีมากกว่า ๑๐๐ แห่งเกือบ ๒๐๐ แห่งแล้วด้วยซ้ำ

      • เพราะฉะนั้นจึงได้มีการกำหนดว่าในทุกจังหวัดจะต้องมี ๑ มหาวิทยาลัย หรือ ๑ สถาบันอุดมศึกษานั้น ซึ่งเป็นเจ้าภาพในการที่จะขับเคลื่อนเรื่องนี้  อันนี้ก็เป็นอีกภาคส่วนหนึ่ง  ซึ่งเข้ามาสนับสนุนการทำงานของการปฏิรูปและการปรองดอง "

... ครม.รับทราบข้อเสนอ คอป. ยกเลิก พ.ร.ก. สร้างบรรยากาศปรองดอง ใช้อำนาจ โปร่งใส ตรวจสอบได้
ในวันอังคารที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีการรับทราบบรรดามติของคณะกรรมการปฏิรูปและคณะกรรมการที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ความปรองดอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือ

- คณะกรรมการเหล่านี้ต้องการที่จะเห็นรัฐบาลช่วยลดปัญหาความขัดแย้งหรือบรรยากาศของความขัดแย้ง และสร้างบรรยากาศของการปรองดอง 

- เพราะฉะนั้นได้ให้ข้อสังเกตมาในเรื่องของการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ของรัฐในระหว่างที่ยังมีการใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ซึ่งควรจะได้มีการยกเลิกโดยเร็วต่อไป ว่าไม่ให้มีปัญหาที่จะทำให้เกิดความรู้สึกถึงความขัดแย้งต่าง ๆ

- ซึ่งผมก็ขอยืนยันว่าได้นำเอาข้อสังเกตทั้งหมด และข้อมติหรือข้อยุติทั้งหลายเสนอต่อคณะรัฐมนตรี  กำชับให้การปฏิบัติทุกอย่างต้องเป็นไปตามหลักสากล และ

- ทางศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เองก็มีความพร้อม และจะได้มีการเปิดเผยข้อมูลเพื่อที่จะให้ทุกฝ่ายมีความมั่นใจว่าการใช้อำนาจต่าง ๆ ในขณะนี้นั้นเป็นไปตามกระบวนการ มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้

ขณะเดียวกันครับสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีการเปิดสมัยประชุมรัฐสภาเป็นสมัยประชุมนิติบัญญัติ แต่ว่าทุกสัปดาห์ก็ยังมีการตอบกระทู้ถาม เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านก็มีความต้องการที่จะถามเรื่องนี้เช่นเดียวกัน ผมได้ยืนยันไปแล้วว่า

  • ขณะนี้เรากำลังทยอยยกเลิกภาวะฉุกเฉินในจังหวัดต่าง ๆ และจะทำอย่างต่อเนื่อง แล้ว
  • ขณะเดียวกันการใช้กฎหมายพิเศษอยู่ในขณะนี้นั้นจะมีความโปร่งใสในเรื่องของการใช้อำนาจ และ
  • ทุกอย่างตรวจสอบได้ ดำเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรม

ซึ่งในที่สุดแล้วข้อยุติต่าง ๆ จะเป็นอย่างไร ไม่ได้ขึ้นอยู่กับฝ่ายรัฐบาล แต่ว่าขึ้นอยู่กับฝ่ายศาล หรือฝ่ายตุลาการ นั่นเอง

... ระดมความคิดเห็นจัดทำแผนพัฒนาฯ ๑๑ เน้นการมีส่วนร่วม สร้างหลักประกันคนไทย แก้ปัญหาต่างๆ ในสังคม 
ในสัปดาห์ที่ผ่านมายังมีงานอีกหลายด้านที่ความจริงอยากจะได้พูดคุยกับพี่น้องประชาชน เช่น

เรื่องของการที่จะเชื่อมโยงกระบวนการการปฏิรูปทั้งหมดเข้าสู่เรื่องของการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑ ที่มีการประชุมประจำปีของทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือสภาพัฒน์ฯ มีการระดมความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง

    • แล้วจากวันนี้ไปอีกประมาณ ๑ ปี จะเป็นกระบวนการที่เราจะสามารถจัดทำแผนฉบับที่ ๑๑ และประกาศใช้เดือนตุลาคมปีหน้า  ก็มุ่งเน้นในเรื่องของการที่ประเทศไทยจะต้องฟันฝ่าปัญหาที่ท้าทายต่าง ๆ ซึ่งนอกเหนือจากปัญหาความขัดแย้งในประเทศแล้ว ก็ยังมีปัญหาความท้าทายจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ปัญหาในเรื่องของสภาวะแวดล้อม การแปรปรวนของภูมิอากาศไปจนถึงปัญหาอื่น ๆ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในช่วง ๕-๖ ปีข้างหน้า
    • แต่สิ่งที่ผมได้เน้นย้ำไปก็คือว่าในการจัดทำแผนครั้งนี้ต้องให้มีการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง และต้องสร้างหลักประกันความมั่นคงให้กับคนไทยในการฟันฝ่าปัญหาต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมาทั้งหมด และ
    • ใช้ศักยภาพของประเทศ เช่น เรื่องของการเกษตร เพื่อมาตอบโจทย์ในเรื่องของปัญหาความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน ไม่ใช่เฉพาะสำหรับประเทศไทย แต่อาจจะเป็นสำหรับภูมิภาคและสำหรับโลกด้วยซ้ำไป"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- คมนาคม: พัฒนารถไฟไทย ใช้เทคโนโลยี นำร่องเครื่องกั้นอัตโนมัติ เพิ่มความปลอดภัย

...ทุ่มงบ ๑ แสน ๗ หมื่นล้าน นำร่องเครื่องกั้นอัตโนมัติพัฒนาระบบเทคโนโลยีรถไฟให้รวดเร็วและปลอดภัย

ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ :กล่าวต้อนรับ  "ในนามของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ขอต้อนรับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (นายโสภณ ซารัมย์) พร้อมคณะ  ขอกราบขอบพระคุณ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่กรุณาจัดสรรงบประมาณจัดทำเครื่องต้นแบบระบบเครื่องกั้นถนนอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการป้องกันอุบัติเหตุแก่พี่น้องประชาชน "

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม: "วันนี้เป็นโครงการหนึ่งในสามโครงการที่ใช้เงินแสน ๗ หมื่นกว่าล้าน ก็คือเรื่องความปลอดภัย การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ร่วมกับบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด(บวท.) ที่จะทำเครื่องกั้นอัตโนมัติในการที่จะนำร่อง โดยเลือกใช้

  • จังหวัดประจวบคีรีขันธ์และ
  • สถานีรถไฟหัวหิน
    • เริ่มจากสถานีสวนสนประดิพัทธ์เป็นจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดที่สถานีรถไฟหัวหิน"

อภิสิทธิ์: "นอกเหนือจากแผนตรงนี้ซึ่งจะใช้เงินทั้งสิ้นถึง ๑ แสน ๗ หมื่นล้าน เราก็ยังมีการเดินหน้าในการแสวงความร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ อย่างเช่นขณะนี้คือประเทศจีนที่เข้ามาเจรจาในการที่จะดำเนินการดูลู่ทางความเป็นไปได้ที่จะทำรถไฟความเร็วสูง ก็ประมาณ ๒๐๐ กว่ากิโลเมตรต่อชั่วโมง

ทั้งที่เป็นเส้นทางพิเศษเช่น

  • กรุงเทพฯ-ระยอง และ
  • เส้นทางต่าง ๆ ทั่วประเทศด้วย

เพื่อเชื่อมโยงกับภูมิภาค สำหรับในวันนี้ที่ได้มีการมาเริ่มต้นในโครงการนำร่อง ก็ต้องขอขอบคุณทางวิทยุการบินที่ได้ให้การสนับสนุนในเรื่องของเทคโนโลยี

เพราะฉะนั้นความสำเร็จจากการเริ่มต้นโครงการนี้ก็จะนำไปสู่การขยายผลที่จะนำไปสู่การที่เราสามารถที่จะ

  • มีระบบรถไฟที่ครอบคลุมทั่วถึง
  • มีความเร็วเป็นที่พึงพอใจของประชาชนมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือ
  • มีความปลอดภัย และสามารถที่จะลดอุบัติเหตุ ลดความสิ้นเปลือง หรือความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการเดินทางได้

ผมก็ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการผลักดันโครงการนี้ และขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่จะต้องช่วยกันผลักดันให้การลงทุนครั้งประวัติศาสตร์ในการที่จะปรับปรุงรถไฟของไทยนั้นเป็นไปตามเป้าหมายซึ่งรัฐบาลได้วางไว้ และเชื่อมั่นว่าเป็นความต้องการของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศต่อไป"

 จากนั้นนายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะ ทดลองนั่งรถไฟเที่ยวพิเศษจากสวนสนประดิพัทธ์มายังสถานีรถไฟหัวหิน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม: "ผมเรียนท่านนายกฯอย่างนี้ว่าที่การรถไฟฯ ทำ ๓ เรื่อง จุดตัด ๒,๐๐๐ กว่าจุด เราตั้งใจว่าอันนี้นำร่อง โครงการนี้ถ้าท่านนายกฯ ประเมินแล้วว่างานนี้เหมาะสมปลอดภัยเราจะได้เดินหน้าต่อในเรื่องความปลอดภัย"

อภิสิทธิ์:  "เป้าหมายรัฐบาลประกาศไว้ชัดเจนว่าต้องการเห็น

  • รถไฟปลอดภัย และ
  • เพิ่มความเร็วได้

 ซึ่งจะเพิ่มความเร็วได้ก็ต้องไปทำเรื่องของรางในจุดที่ยังจะต้องสับหลีกกันอยู่  เพราะฉะนั้นเดิมมันก็มีเฉพาะบางเส้นทางเท่านั้นที่ทำรางคู่ที่อยู่ในระหว่างดำเนินการ ซึ่งจะอยู่แถวกรุงเทพฯ แหลมฉบัง แต่ว่าเราต้องการทำในเส้นทางเดิมทั่วประเทศ 

ซึ่งเราก็จัดลำดับความสำคัญเอาไว้ ๘๐๐ กว่ากิโลฯ ทีนี้ล่าสุดแม้ว่าจะมีข้อเสนอจากทางจีนซึ่งทางเขาเริ่มไปทำในลาวแล้ว ก็อยากจะมาเชื่อมโยงกับเรา ก็ได้พูดคุยกันแล้วว่ามันก็เป็นส่วนต่างหาก เพราะว่าจะเป็นรางอีกประเภทความเร็วอีกแบบ และตรงนั้นเนื่องจากต้องใช้เวลาในการที่จะต้องหารูปแบบการดำเนินการ คือจะอย่างไรก็ตามการที่เราจะต้องเน้นในเรื่องความปลอดภัย และปรับปรุงก็ต้องทำอยู่แล้ว"

(ชมวีดิทัศน์)

อภิสิทธิ์:  "ทีนี้อย่างตอนที่อุบัติเหตุปีที่แล้ว พอรถเริ่มมีความเร็วผิดปกติมา  ตรงนี้เราจะมีจุดที่บอกตำแหน่งได้เร็วขึ้นไหม"

กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (กก.ผอ.บวท): "ได้เร็วขึ้นครับ และนอกจากนั้นแล้วตัวระบบนี้ถ้าพัฒนาต่อไปสามารถควบคุมความเร็วรถได้ อย่างเมื่อสักครู่ที่เห็นที่มีสัญญาณเสียง เราจะ...เข้ากับระบบวิทยุ FM. สมมติว่าคนขับเปิดวิทยุ FM. อยู่มันจะแทรกเข้ามา... เข้าไปเพื่อให้รู้ว่าตอนนี้จะผ่านตรงเครื่องกั้น"

อภิสิทธิ์:  "จุดต่อไปเราจะไปเจอไม้กั้น"

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม:  "อันนี้อยู่หน้าพขร. ตรงนี้กี่กิโลฯ"

กก.ผอ.บวท.: "ที่กล้อง เราติดไว้ในระยะห่าง"

ปลัดกระทรวงคมนาคม: "มองเห็นข้างหน้าสักกี่กิโลฯที่จะมองเห็นชัดเจน"

กก.ผอ.บวท.: "สักประมาณ ๒-๓๐๐ เมตรได้ล่วงหน้า เพราะโฟกัส ๒ กล้อง"

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม:  "แล้วเบรกทันไหม สมมติมีรถฝืนมา ๓๐๐ เมตรเนี่ย"

ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.): "ปกติการหยุดรถประมาณ ๗-๘๐๐ เมตร ถ้าวิ่งธรรมดา  ถ้าเร็ว ๆ ต้อง ๑ กิโลเมตร"

ปลัดกระทรวงคมนาคม: "แต่จริง ๆ แล้วถ้าเกิดมีรถสวนหรือเครื่องกั้นไม่ลง คนขับจะรู้ไหม"

กก.ผอ.บวท.: "รู้ครับ จะมีสัญญาณแจ้ง"

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม:  "ชาวบ้านชอบฝืนเครื่องกั้นและไปรถเสียบ้างอะไรบ้างที่ขวางทางอยู่หรือมีสิ่งที่กีดขวาง เรามองเห็นไหม"

กก.ผอ.บวท.: "ขณะนี้ด้วยเครื่องกั้นใหม่เราจะทำไม้กั้น ๒ ข้างให้เกยกัน  เมื่อก่อนนี้จะห่างทำให้รถขยับเข้ามา พอโอเวอร์แล็บกันแล้ว เขาจะไม่กล้า เพราะสาเหตุที่ตอนนั้น  ตรงนี้ก็เหมือนกับว่ากรณีขัดข้อง ถ้ารถจะติดเขาก็ให้หลบได้  บางทีไม้กั้นไม่ทำงานหรืออะไร หรือลงแล้วไม่ขึ้น"

อภิสิทธิ์:  "ที่รัฐมนตรีบอกว่าไม่มีรั้ว"

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม: "มันอาจจะมีสิ่งขวางกั้นอยู่"

อภิสิทธิ์:  "สมมติมีอะไรเสียอยู่ ค้างอยู่  อันนี้ก็รู้อยู่แล้วใช่ไหม"

กก.ผอ.บวท.: "อันนี้เวลาขัดข้องจะรายงานไปที่ พขร. เขาสามารถที่จะเบรกห้าม ของเรา ๓๐๐ เมตร"

ผู้ว่ารฟท.: "ถ้าเส้นทางตรงคงไม่มีปัญหา บางส่วนเส้นทางโค้ง พอโค้งปั๊บเจอทางตัด"

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม: "โค้งก็ว่ากันไป แต่ในทางตรง เพราะว่าอนาคตเราไม่สามารถที่จะทำรั้วตลอดแนวได้ในการพัฒนาถ้าจะให้ได้ประโยชน์ก็คือสามารถเบรกรถทันถ้ามีสิ่งขวางกั้น"

กก.ผอ.บวท.: "เดี๋ยวผมปรับตรวจการซ่อม"

ปลัดกระทรวงคมนาคม:  "ท่านนายกรัฐมนตรี คืออย่างนี้ครับ ถ้าอย่างนั้นตรงจุดที่จะเป็นจุดตัดก็มีกล้องให้เห็นว่าสภาพของจุดตัดเป็นอย่างไร แล้วส่งให้ พ.ข.ร. เห็นนี้ เขาจะเห็นชัดเจนเลย ถึงแม้ว่าจะมาความเร็วจะทันไม่ทันอย่างไรก็ส่งสัญญาณหรือว่าจะต้องเริ่มเบรกได้"

อภิสิทธิ์: "คือมีอยู่ใช่ไหม กล้องบันทึกภาพ"

ปลัดกระทรวงคมนาคม:   "มีครับ แล้วส่งสัญญาณกลับเข้ามาที่หัวรถจักร"

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม:  "ปกติถ้าเราไม่ติด...ที่ พ.ข.ร. จะมีรายงานว่าระยะทางอะไรเท่าไร เหมือนเครื่องบินเลย ปกติมีไหม"

ผู้ว่าฯ รฟท.: "ปกติไม่มีครับ ส่วนใหญ่เราจะมีความเร็ว ระยะทางจะไม่มี"

ปลัดกระทรวงคมนาคม: "อันนี้ใช้คำนวณจากระบบดาวเทียม"

อภิสิทธิ์:  "ใช้จีพีเอสคำนวณไปเลย"

ปลัดกระทรวงคมนาคม:  "ที่สถานีหัวหินจะมีระบบจีพีเอสเหมือนกัน รู้ตำแหน่งกัน"

อภิสิทธิ์: "ตรงนี้จุดตัดหรือเปล่า"

ปลัดกระทรวงคมนาคม:  "จุดลักผ่านครับ"

อภิสิทธิ์:  "ทั่วประเทศเลยทำอย่างไรนี่"

ปลัดกระทรวงคมนาคม:  "๑,๔๐๐ แห่งที่เป็นทางผ่าน"

ผู้ว่าฯ รฟท.:  "ทั้งหมดมี ๒,๔๖๔ ทั่วประเทศ  และมีทางที่เราจะทำ ๙๘๘ แห่ง คือเป็นทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่มีเครื่องกั้น ทางลักผ่าน ๕๔๐ แห่ง มีอย่างนี้ ๕๔๐ แห่งอย่างน้อย และจะมีเพิ่มเรื่อย ๆ ครับ"

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม: "เพื่อแก้ไขปัญหาเราก็ MOU ร่วมกับมหาดไทย ที่จะให้ทางมหาดไทยร่วมกับท้องถิ่น  ถ้าต่อไปคุณจะตัดถนน คุณจะต้องมีมาตรการลงทุนเรื่องจุดตัดให้ด้วย"

ปลัดกระทรวงคมนาคม:  "และที่เป็นของทางหลวง ๑๑๓ แห่งได้งบที่ท่านให้เพิ่มอีก ๑๙,๐๐๐ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบทจะไปทำให้เสร็จในปี ๒๕๕๖  ๑๑๓ แห่ง"

อภิสิทธิ์:  "มีคนเสนอให้ทำถนนหลังหัวหินตามแนวทางรถไฟ"

ปลัดกระทรวงคมนาคม:  "ปัญหาคือตอนนี้ที่ชาวบ้านที่บุกรุกที่เขตรถไฟ มันค่อนข้างที่จะเป็นปัญหาเพราะปล่อยกันมานาน"

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม:  "คืออย่างนี้เรียนจะได้เข้าใจ เรื่องมาตรการช่วยเหลือผู้บุกรุกรถไฟ ท่านนายกฯ ทำตัวอย่างที่"

อภิสิทธิ์:  "ตอนนี้ไปทำที่สายสีแดงไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ เราไปไล่อย่างเดียว เราก็ไปดูว่า"

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม:  "ถ้าเราปล่อยปัญหาอย่างนี้คาราคาซัง"

อภิสิทธิ์: "หรือเจรจากัน ถ้าจะอยู่จะอยู่อย่างไร ไม่กระเทือนกับโครงการของรถไฟแค่นั้น สายสีแดงเขาไปทำมาแล้วที่บางซื่อ"

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม: "ตอนนี้ผมสั่งให้ชะลอเรื่องต่อสัญญา เรื่องปัญหาเรื่องที่ดิน เพราะว่าเรากำลังจะมีบียู"

ปลัดกระทรวงคมนาคม:  "บียู คือวันที่ ๑ ตุลานี้เริ่มเข้าแล้วนะครับ ระบบการทำงานระบบใหม่ เป็น ๓ บียู

  • มีบียูเรื่องเดินรถ
  • เรื่องปรับปรุงเครื่องจักรกล แล้วก็
  • เรื่องทรัพย์สิน แอร์พอร์ตลิงก์เป็นบริษัทลูก"

อภิสิทธิ์: "แล้วจะเดินเมื่อไร"

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม: "๒๓ นี้เก็บเงินแล้วครับ  ตอนนี้คนขึ้นประมาณ ๑๔,๐๐๐ คน"

ผู้ว่าฯ รฟท.: "เป็นช่วงนะครับ ช่วงเช้า ๓ ชั่วโมง บ่าย ๓ ชั่วโมง ไม่ใช่ทั้งวัน บางคนตกใจประตูแทบปิดไม่ได้"

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม: "หลังจากวันที่ ๒๓ ไปจะได้รู้ว่าประตูปิดได้ไหม"

ปลัดกระทรวงคมนาคม:  "แต่ว่าจะมีช่วงโปรโมชั่นให้ ๑๕ บาทก่อนตลอดสาย และถ้าเป็น Express Line ก็ ๑๐๐ บาทไป - กลับ หมายถึงว่าถ้าฝรั่งมาเขานั่ง Express มา  มาถึงขากลับเขานั่งฟรีกลับเลยครับ"

อภิสิทธิ์:  "ภายในเท่าไร ไป-กลับ"

ปลัดกระทรวงคมนาคม:  "ยังไม่ได้กำหนดเวลา ท่านผู้ว่าฯ บอกถ้ากำหนดเวลาแล้วมันจะเป็นปัญหาต้องมาตรวจ แต่พวกนี้คงมาอยู่ภายใน ๑๕ วัน"

ผู้ว่าฯ รฟท.: "ผมเอาวันเดียว"

ปลัดกระทรวงคมนาคม:  "ถึงสิ้นปีครับ แล้วพอปีหน้าก็เริ่มเก็บตามปี"

ผู้ว่าฯ รฟท.: "กลางเดือนรับรอง เขาขอให้ทำบันไดหนีไฟที่มักกะสันให้เสร็จ  นี่เร่งทำแล้วครับ"

อภิสิทธิ์:  "เส้นนี้ขนาดรางเท่าไหร่"

ผู้ว่าฯ รฟท.:  "๑ เมตร ๔๐ standard ครับ"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- มาบตาพุด: สร้างแนวกันชน โรงงาน ชุมชน จัดการสิ่งแวดล้อม

...เร่งดำเนินข้อเสนอคณะกรรมการ ๔ ฝ่าย นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าสร้างแนวกันชนจัดการสิ่งแวดล้อม ระว่างเขตชุมชนและเขตอุตสาหกรรมไม่ให้ชุมชนได้รับผลกระทบ

อภิสิทธิ์: "ผมยังได้มีการประชุมในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เร่งดำเนินการตามข้อเสนอของคณะกรรมการ ๔ ฝ่ายในเรื่องของพื้นที่มาบตาพุด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการที่จะต้องมาดูแลในเรื่องของสิ่งแวดล้อม

  • การปรับปรุงคุณภาพมาตรฐาน
  • ระบบการรายงานในเรื่องของมลพิษสารพิษ 
  • การเตรียมความพร้อมแผนเวลาเกิดสถานการณ์ที่เป็นความฉุกเฉินเร่งด่วนขึ้นมา
    • ซึ่งทั้งกระทรวงอุตสาหกรรม
    • ทั้งกระทรวงสาธารณสุข
      ขณะนี้ก็ผลักดันอย่างเต็มที่ 

จะมีอยู่เรื่องเดียวครับที่ยังเป็นปัญหาที่อาจจะยังค้างอยู่  ก็คือการที่จะพยายามสร้างแนวเขตกันชน ในส่วนที่เป็นแนวคุ้มครองที่ติดระหว่างโรงงานกับชุมชนนั้นเดินหน้าไปได้

แต่ว่าการจะมีเขตกันชนเลยระหว่างชุมชนกับโรงงานหรือนิคมอุตสาหกรรมขณะนี้ ยังจะต้องทำงานกันอย่างต่อเนื่อง เพราะว่าในสภาพพื้นที่จริง ๆ ขณะนี้ไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้ง่ายนัก ผมได้ให้นโยบายไปว่าเรื่องนี้จะต้องดึง

  • เอาทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และทาง
  • กระทรวงมหาดไทย

เร่งในการเข้ามาตกลงร่วมกันกับภาคประชาชนว่าจะสร้างแนวกันชนอย่างไร  เพื่อที่จะดูแลชีวิตความเป็นอยู่และคุณภาพ 

โดยเฉพาะทางด้านสิ่งแวดล้อมของพี่น้องประชาชนมากขึ้น แต่ข้อเสนออื่น ๆ เช่น

  • การจะมุ่งไปสู่การตั้งสถาบันอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม และ
  • การตรวจสุขภาพ
    • การติดตาม
    • การมีข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน

สำหรับประชาชนในการติดตามในเรื่องของมลพิษนั้นมีความคืบหน้าไปมาก และคงจะเป็นไปได้ตามข้อสรุปของคณะกรรมการ ๔ ฝ่าย

ส่วนรายชื่อกิจการที่มีผลกระทบร้ายแรงนั้น วันที่ ๒๓ สิงหาคม คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติจะมีการประชุมกัน และคิดว่าจะได้ข้อยุติอย่างแน่นอน เพื่อที่จะมีประกาศที่ออกมาสร้างความชัดเจนในเรื่องนี้ต่อไป" 

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- มติครม. อนุมัติ บึงกาฬ จังหวัดที่ ๗๗

...ครม.อนุมัติตรา พ.ร.บ. จังหวัดบึงกาฬ เป็นจังหวัดที่ ๗๗ ของไทย

อภิสิทธิ์: "สุดท้ายนะครับสัปดาห์ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักการในการที่จะตราพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดใหม่ ๑ จังหวัดคือจังหวัดบึงกาฬ  ก็จะเป็นการแยกออกมาจากจังหวัดหนองคาย

  • เหตุผลเพราะว่าจังหวัดหนองคายนั้นมีลักษณะพิเศษคือว่าเป็นจังหวัดที่มีความยาวมาก
  • เพราะฉะนั้นความไม่สะดวกของพี่น้องประชาชนในการเดินทางเป็นหลายร้อยกิโลฯ

การที่จะแยกจังหวัดนี้ออกมา ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการที่ไปตรวจสอบสอบถามจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่แล้ว

จึงเป็นสิ่งที่จะอำนวยความสะดวกและทำให้บริการพี่น้องประชาชนนั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

แต่เรื่องนี้ต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาต่อไป เพราะว่าจะต้องตราเป็นพระราชบัญญัติ

พักกันสักครู่นะครับเดี๋ยวกลับมาพบกับพิธีกรรับเชิญสนทนาในเรื่องปัญหาของบ้านเมืองก่อนที่จะไปดูเรื่องของรถไฟในช่วงสุดท้ายของรายการนี้ครับ"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>
 


(กลับไปด้านบน)

- ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

จากรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เวลา ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐น.

คลิ๊ก เพื่ออ่านคำต่อคำ

คลิ๊ก เพื่อชม VDO มาบตาพุด จังหวักบึงกาฬ เขาพระวิหาร


(กลับไปด้านบน)