ร่วมสร้างสังคมสวัสดิการ ผลสำเร็จต้นกล้าฯเสริมความสุข วิคเตอร์ บูท รัฐฯไม่แทรกแซง ๒กิจการมาบตาพุด ไม่ต้องทำEIA ๑ก.ย.พร้อมออกอากาศทีวีคูร ขอบคุณสภาผ่านงบฯ๕๔(๒๙ ส.ค. ๕๓)

- สู่สังคมสวัสดิการหลากหลาย รัฐฯต้องบริหารอย่างกลมกลืน
- โครงการต้นอาชีพ ดีใจประชาชนมีงานทำ และมีความสุข
- วิคเตอร์ บูท: รบ. ยึดกม. สากล ไม่แทรกแซงศาล ถือประโยชน์ประเทศเป็นหลัก
- มาบตาพุด: คณะกรรมการ สวล.เห็นต่าง ๒ กิจการ ไม่ต้องทำ EIA
- ปฎิรูปการศึกษาทศวรรษ ๒: Thai Teacher TV พลังขับเคลื่อนครู
- ตามข่าว: อากาศแปรปรวน ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.ก.- ส.ข. เที่ยวงาน OTOP สภาฯ เห็นชอบงบฯ ปี ๕๔
- ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

  - สู่สังคมสวัสดิการหลากหลาย รัฐฯต้องบริหารอย่างกลมกลืน

...งานสมัชชาสวัสดิการชุมชน : ปฎิรูปชุมชนจากรากฐาน สร้างสังคมสวัสดิการ เน้น "การให้อย่างมีคุณค่า รับอย่างมีศักดิ์ศรี" แก้ปัญหาอย่างเชื่อมโยง ช่วยสร้างชุมชนเข้มแข็ง อยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูล

อภิสิทธิ์: "กราบนมัสการพระคุณเจ้า
ท่านที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี/ประธานกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คณะกรรมการส่งเสริมพัฒนาการจัดสวัสดิการชุมชน
คณะกรรมการสนับสนุนการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนจังหวัดและกรุงเทพมหานคร
ผู้ว่าราชการจังหวัด
ผู้แทนองค์กรชุมชน
ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่าน

ผมมีความยินดีที่ได้มาพบกับผู้แทนองค์กรสวัสดิการชุมชนจากทั่วประเทศในวันนี้ งานสมัชชาสวัสดิการชุมชน : ปฏิรูปสังคมจากฐานราก

เป็นงานที่แสดงออกถึงพลังและความมุ่งมั่นร่วมกันระหว่าง

  • องค์กรของชุมชน
  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • หน่วยงานภาครัฐและ
  • รัฐบาล

ในการสร้างหลักประกันที่มั่นคงในชีวิตให้แก่ประชาชน ผ่านโครงการสนับสนุนเพื่อจัดสวัสดิการชุมชน

จากรายงานของท่านประธานกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติ และผู้แทนองค์กรชุมชน ผมมีความรู้สึกยินดีที่ได้รับทราบถึงความก้าวหน้าของการดำเนินงานทางด้านสวัสดิการชุมชน

ทั้งในส่วนที่เป็นการขยายจำนวนกองทุนในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้สามารถที่จะครอบคลุมไปได้กว่า ๑,๐๐๐ องค์กร และจำนวนพี่น้องประชาชนที่เข้ามาเป็นสมาชิกหรือได้ประโยชน์จากระบบสวัสดิการชุมชนขณะนี้ก็ขยับเข้าใกล้ตัวเลข ๑ ล้านคน จากเกือบทุกจังหวัดทั่วประเทศ และในบางจังหวัดนั้นก็สามารถที่จะดำเนินการจนแทบจะเรียกได้ว่าครอบคลุมทั้งพื้นที่ด้วย

สิ่งสำคัญไปกว่าตัวเลขของการขยายตัวในเรื่องกองทุนสวัสดิการชุมชนก็คือหลักคิดอุดมการณ์ที่เป็นเรื่องที่น่ายินดีว่าผู้แทนขององค์กรชุมชนได้ตอกย้ำอีกครั้งหนึ่งถึงการรักษาไว้ซึ่งอุดมการณ์ของการทำงานในระบบของสวัสดิการชุมชน การเน้นในเรื่องการให้อย่างมีคุณค่า การรับอย่างมีศักดิ์ศรี

  • การมองประหนึ่งการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน
  • เพื่อสร้างพลังของความสามัคคี
  • ความสมานฉันท์ในชุมชน และ
  • นำไปสู่ชุมชนที่จะมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งและ
  • เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและ
  • สังคมที่ยั่งยืน

ดังจะเห็นได้ว่านอกเหนือจากจำนวนพื้นที่หรือจำนวนกองทุนแล้ว ความหลากหลายที่มีขึ้นในส่วนของระบบ

- สวัสดิการ หรือ
- สวัสดิการที่มีการจัดให้ทั้งแก่

  • สมาชิกและ
  • ในบางกรณีให้ผู้ด้อยโอกาสที่ไม่ได้เป็นสมาชิก

เป็นตัวอย่างที่ดีที่ชี้ให้เห็นว่าเมื่อเราสามารถที่จะรวมกลุ่มพี่น้องประชาชนมาทำงานร่วมกันบนหลักการของการเคารพให้เกียรติและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

    • เราก็จะสามารถมีแนวคิดใหม่ ๆ
    • มีนวัตกรรม
    • มีความริเริ่ม
    • มีความสร้างสรรค์ในการที่จะทำสิ่งดี ๆ
      • เพื่อส่วนรวม และ
      • เพื่อเพื่อนร่วมชาติ หรือ
      • เพื่อนของเราในชุมชนด้วยกัน

พร้อม ๆ กันนั้นก็เป็นที่น่ายินดีครับว่า การบริหารจัดการก็มีการพัฒนาขึ้นมาในลักษณะของการเป็นเครือข่าย มีระบบบริหารที่จะเชื่อมโยงขึ้นมาจนถึง

- ในระดับจังหวัด และ
- ก้าวเข้ามาสู่ในระดับชาติ

ซึ่งตรงนี้จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการที่จะต้องมีการเดินหน้าขยายตัวในส่วนของโครงการสวัสดิการชุมชนต่อไป

ผมอยากจะเรียนกับท่านทั้งหลายครับว่า รัฐบาลนี้ได้ประกาศชัดเจนว่าต้องการที่จะเริ่มต้นในการวางรากฐานให้ประเทศไทยนั้น

  • ก้าวเข้าสู่ระบบที่เป็นสังคมสวัสดิการ และ
  • เป็นสังคมสวัสดิการที่ไม่ได้พึ่งพาเฉพาะรายได้ของภาครัฐ
  • แต่จะเป็นระบบสวัสดิการที่มีความหลากหลาย
  • มีส่วนร่วมของหลาย ๆ ภาคส่วน และ
  • สามารถที่จะตอบสนองความต้องการที่มีความหลากหลาย
    • ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของกลุ่มประชากร หรือ
    • ในระดับของพื้นที่ได้

ดังนั้น การเดินหน้าของรัฐบาลในการสนับสนุนโครงการสวัสดิการชุมชน ก็จะต้องทำต่อไป รวมไปถึงการรับข้อเสนอทั้งหลายที่ได้มีการกล่าวมาเมื่อสักครู่

...ผลักดันกฎหมายกองทุนเงินออมแห่งชาติ ไม่ลดสวัสดิการชุมชน

แต่พร้อม ๆ กันไปนั้นในช่วง ๑ ปีข้างหน้า สิ่งที่จะมีการขยายตัวในเรื่องของนโยบายสวัสดิการก็จะมีทั้งในส่วนของการที่รัฐบาลกำลังจะเสนอกฎหมายกองทุนเงินออมแห่งชาติ เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ซึ่งผมขอยืนยันว่าการผลักดันกฎหมายฉบับนี้ และ

  • เป็นการเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนสามารถออมเงิน และ
  • ได้รับการสมทบเงินจากทางรัฐบาลนั้น

จะเป็นอีกส่วนสำคัญในการสร้างหลักประกันความมั่นคงให้กับพี่น้องประชาชน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมาลดความสำคัญของระบบสวัสดิการชุมชน ที่แต่ละชุมชนได้ริเริ่มขึ้น และได้มีการดำเนินการอยู่แล้ว

นอกจากนั้นยังมีอีกหลายกลุ่ม ซึ่งขณะนี้มีความสนใจในการที่จะสร้างระบบสวัสดิการเฉพาะขึ้นมา เช่น กรณีของชาวนา

ซึ่งรัฐบาลก็อยู่ในช่วงของการยกร่างกฎหมายกองทุนสวัสดิการชาวนา ที่จะหักเงินจากการขายข้าวของชาวนา มีเงินสมทบจากรัฐบาลเพื่อนำไปสู่การจัดระบบสวัสดิการเช่นเดียวกัน

ที่กล่าวมานี้เพื่อที่จะยืนยันกับทุกท่านว่าทิศทางในเรื่องของการพัฒนาระบบสวัสดิการของรัฐบาลมีความชัดเจน พร้อม ๆ กันไประบบที่

  • มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น หรือ
  • มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น

ทำให้การทำงานของทุกฝ่ายทุกภาคส่วนนั้นคำนึงถึงระบบที่กำลังมีวิวัฒนาการ และจะต้องมีความสัมพันธ์ระหว่าง

    • กองทุนหรือ
    • ระบบสวัสดิการต่าง ๆ

เพื่อมิให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง และเพื่อให้การทำงานในทุก ๆ ด้านนั้น

  • สามารถที่จะนำมาสู่ความกลมกลืนในเรื่องของการทำงานในส่วนของผู้ปฏิบัติ และ
  • ในส่วนที่ไปกระทบกับพี่น้องประชาชนโดยตรง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นข้อเสนอที่ได้มีการประกาศไปเมื่อสักครู่นั้น อยากจะขอถือโอกาสนี้เรียนอย่างนี้ครับ

...เตรียมยกร่างฯ เพื่อสร้างชุมชนเข้มแข็ง

ประการแรก ในส่วนของรัฐบาลเอง ผมรับข้อสังเกตว่า นโยบายของรัฐบาลและรวมไปถึงการผลักดันให้เกิดการสนับสนุนทางด้านงบประมาณจากรัฐสภา ที่ทำมาในปีที่แล้วประมาณ ๗๐๐ ล้าน ปีนี้อีก ๘๐๐ ล้านบาท ก็มีข้อสังเกตเมื่อสักครู่ว่า

      • จะมีความถาวร
      • มีความต่อเนื่อง
      • มีความมั่นคงมากน้อยแค่ไหนเพียงไร

สิ่งที่ผมคิดว่าคงจะสร้างความสุขใจให้กับท่านทั้งหลายที่อยู่ในระบบของสวัสดิการชุมชนได้ ก็คือการทำตรงนี้ขึ้นมาให้มีระบบที่มีระเบียบหรือกฎหมายที่จะสามารถรองรับให้เกิดความยั่งยืนได้

ก็ขอเรียนว่าเรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีอิสสระ สมชัย รับที่จะไปดำเนินการในการที่จะดูความเป็นไปได้ ในการที่จะยกร่างและนำเสนอกฎหมายต่อสภาฯ ต่อไป เพราะจะอย่างไรก็ตาม ในช่วง ๑ ปีข้างหน้า รัฐบาลก็ต้องเสนอกฎหมายคล้าย ๆ กันใน

  • ส่วนของกองทุนเงินออมแห่งชาติก็ดี
  • ในส่วนของกองทุนสวัสดิการชาวนาก็ดีอยู่แล้ว

เพราะฉะนั้น เรารับข้อสังเกตตรงนี้ไปเพื่อที่จะมีการผลักดันต่อไป

ในส่วนที่ ๒[ประการที่สอง] ซึ่งเป็นการพูดถึงว่าทำอย่างไรระบบการสนับสนุนจะสามารถพุ่งตรงไปที่

- ตัวชุมชนได้ หรือ
- ตัวองค์กรของสวัสดิการชุมชนแต่ละแห่งได้

อันนี้คงจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องไปพิจารณาในแง่ของกฎหมายและกฎระเบียบ แต่ขอยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีข้อขัดข้องในแนวคิดที่จะให้การทำงานนั้นเป็นระบบที่มีการกระจายอำนาจมากยิ่งขึ้น

สำหรับในส่วนที่ไปเกี่ยวข้องกับองค์กรอื่น ๆเช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในฐานะที่ผมเป็นประธานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็จะเอาข้อเสนอนี้ไปนำเสนอต่อที่ประชุม เพื่อที่จะให้ที่ประชุมได้สามารถที่จะพิจารณาได้ว่าทำอย่างไรจะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ นั้น ออกข้อบัญญัติที่จะทำให้การสนับสนุนสวัสดิการชุมชน

  • นั้นมีความต่อเนื่อง และ
  • มีความยั่งยืนเช่นเดียวกัน

สำหรับในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการปฏิรูปซึ่งได้มีการจัดตั้งขึ้นมา ก็ขอเรียนว่ารัฐบาลจะได้ให้ผู้ประสานงานกับคณะกรรมการเหล่านี้ จะมีทั้ง

    • ท่านที่ปรึกษาของผม คือคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ และ
    • จะมีทั้งท่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ

ก็คงจะได้นำเอาข้อเสนอเหล่านี้ไปนำเสนอต่อคณะกรรมการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย 

...ปัญหาสวัสดิการชุมชนแก้ปัญหาอย่างเชื่อมโยง ทั้งโฉนดชุมชน และหนี้นอกระบบ ด้วยรูปแบบต้นกล้าอาชีพ

ผมขอเรียนว่าการแก้ปัญหาในเรื่องของสวัสดิการชุมชนที่จะไปเชื่อมโยงกับปัญหาอื่น ๆ ก็เป็นอีกด้านหนึ่งที่ผมหวังจะเห็นการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาลกับท่านทั้งหลาย

ยกตัวอย่างเช่นเมื่อสักครู่ผมยินดีที่ได้รับทราบว่ากองทุนสวัสดิการชุมชนในบางแห่งขณะนี้ได้เข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องของที่ทำกินของพี่น้องประชาชน เช่น

  • สามารถที่จะรวบรวมหรือนำที่ดิน
    • ซึ่งอาจจะอยู่กับทางสถาบันการเงิน หรือ
    • อยู่ที่ไหน คืนมา

เพื่อที่จะไม่ให้หลุดไปจากมือของพี่น้องประชาชนในชุมชนมาเป็นของตัวกองทุนและมาบริหารจัดการ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งก็ขอเรียนว่าท่านสามารถที่จะนำเอาการแก้ปัญหาในลักษณะนี้ไปเชื่อมโยงกับนโยบายโฉนดชุมชนของรัฐบาล ซึ่งกำลังมีการเดินหน้าเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้การแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับหนี้นอกระบบ การแก้ไขปัญหาในเรื่องของอาชีพ ซึ่งแม้ว่าโครงการต้นกล้าอาชีพจะยุติลงไป แต่ว่ารูปแบบ วิธีการทำงาน ของต้นกล้าอาชีพนั้น จะนำไปสู่โครงการต่าง ๆ ที่หน่วยงานราชการทั้งหลายได้มีการดำเนินการอยู่ในเรื่องของการฝึกอบรม

ก็จะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ถ้าสามารถเข้ามาเชื่อมโยงกับการทำงานของกองทุนสวัสดิการชุมชนได้ ดังนั้น ข้อสรุปและข้อเสนอของการประชุมสมัชชาในครั้งนี้

  • ผมอยากให้ท่านทั้งหลายมีความสบายใจและ
  • มีความมั่นใจว่าจะได้รับการเอาใจใส่ และ
  • จะมีการติดตามในการทำงานเพื่อให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นต่อไป 

...โครงการมั่นคง ถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาชาติ

ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพครับ นับตั้งแต่วันที่ผมได้เดินทางไปที่จังหวัดสงขลา และได้รับข้อเสนอที่จะดำเนินการนโยบายในเรื่องนี้ ให้เป็นเรื่องระดับชาติและมีการผลักดันอย่างจริงจัง ผมคิดว่าเราได้เดินทางมาไกลพอสมควร ตัวเลขที่เป็นความสำเร็จในแง่ของการเติบโตขององค์กรสวัสดิการชุมชนเป็นเครื่องยืนยันได้

แต่อย่างที่ผมได้กล่าวมาแล้วคุณค่าและประโยชน์ของโครงการนี้คงไม่ได้อยู่ที่เพียงจำนวน แต่อยู่ที่การที่เราสามารถนำเอาพลังของชุมชน ทุนทางสังคมมาใช้ในการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน

ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำเรื่องของหลักประกันความมั่นคงแล้ว จะถือเป็นการวางรากฐานที่สำคัญของการสร้างสังคมที่ดี ซึ่งเป็นเป้าหมายสุดท้ายของการปฏิรูปหรือการปฏิรูปประเทศไทยที่มีการพูดกันในวันนี้

เราคงจะต้องเผชิญกับปัญหาอุปสรรคสิ่งท้าทายที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต ก็คงจะเป็นเรื่องธรรมดา แต่ผมคิดว่าถ้าเรายึดมั่นในแนวทางอุดมการณ์ที่ได้ทำกันมา ผมก็มีความมั่นใจว่าการดำเนินการทางด้านนี้จะสามารถฟันฝ่าปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ได้ และจะประสบความสำเร็จในที่สุด

ผมขอเป็นกำลังใจให้กับทุก ๆ ท่านไม่ว่าจะเป็น

  • ผู้นำชุมชน
  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • ข้าราชการ และ
  • เจ้าหน้าที่ในส่วนราชการและ
  • หน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ และ
  • ผู้ที่เกี่ยวข้อง

ที่จะช่วยกันผลักดันงานในด้านนี้อย่างต่อเนื่องต่อไป และขอถือโอกาสนี้ขอบคุณท่านอธิการบดีที่ได้เอื้อเฟื้อสถานที่ในการจัดประชุมสมัชชาในครั้งนี้

สุดท้ายนี้ก็ขออวยพรให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข ความเจริญ และความสำเร็จก้าวหน้าตามที่ปรารถนาทุกประการโดยทั่วกัน ขอขอบคุณครับ

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- โครงการต้นอาชีพ ดีใจประชาชนมีงานทำ และมีความสุข

...ปิดฉากโครงการต้นกล้าฯ นายกฯ ปลาบปลื้ม ต้นกล้าอาชีพช่วยประชาชนให้มีความมั่นคง มีความสุข มีรายได้ เบื้องต้นจะนำแนวโครงการไปใช้ในหน่วยงานต่างๆ เพื่อขยายผลต่อไปและหากจำเป็นก็ไม่ยากที่จะฟื้นโครงการขึ้นมาใหม่

ผู้ดำเนินรายการ (นายบัญชา ชุมชัยเวทย์):
"ครับท่านผู้ชมครับ ขณะนี้ผมยืนอยู่ภายในบริเวณงาน ซึ่งวันนี้จะมีการแถลงปิดตัวโครงการที่เรียกกันว่าต้นกล้าอาชีพนะครับ ๑ ปีเต็ม ๆ สำหรับโครงการที่ถูกพัฒนาขึ้นมาจากความร่วมมือทุกฝ่าย เพื่อจะแก้ไขปัญหาของคนที่ตกงาน ย้อนกลับไปเมื่อ ๒ ปีที่แล้วว่าเศรษฐกิจโลกนั้นมีปัญหา แล้วก็ทำให้เศรษฐกิจในประเทศไทยมีปัญหาไปด้วย คนตกงานจากโรงงานหลายแห่งครับ โดยที่จำเป็นที่จะต้องเป็นอย่างนั้น เนื่องจากว่าภาคธุรกิจจำเป็นจะต้องควบคุมต้นทุนอยู่ เพราะฉะนั้นต้นกล้าอาชีพเกิดขึ้นด้วยความจะบอกว่าทุกลักทุเลก็เป็นไปได้ เนื่องจากว่ามีระยะเวลาของโครงการอยู่เพียงชั่วคราว ๑ ปีที่ผ่านมาทั้งหมดนั้นพิสูจน์ชัดเจนชัดเจนแล้วนะครับว่า มีอยู่ ๘๐๐,๐๐๐ คน คัดกรองลงทะเบียน ๕๐๐,๐๐๐ แล้วในที่สุดฝึกอบรมสร้างอาชีพ กลับไปมีงานทำ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าคน สิ่งที่ค้นพบในโครงการต้นกล้าอาชีพก็คือต้นกล้าต้นแบบ ฉากหลังที่คุณผู้ชมเห็นอยู่ตรงนี้คือตัวอย่างของคนที่เคยตกงาน แต่มาเข้าโครงการ แล้วก็พบวิธีคิดไปประยุกต์ใช้ ทุกวันนี้บางคนเป็นเจ้าของกิจการ บางคนสามารถหาเลี้ยงชีพตัวเองได้ และบางคนถ่ายทอดประสบการณ์นั้นเพื่อต่อยอดในชุมชนของตัวเอง นี่คือความสำเร็จส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้น เราจะไปติดตามความคืบหน้าในประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ในงานโครงการต้นกล้าอาชีพกันเลยครับ"

ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี: "นี่เป็นสถิติตัวเลขครับท่านนายกฯ ครับ ก็

    • ผู้สมัครทั้งหมด ๘๐๐,๐๐๐ คน
    • ผู้เข้าอบรม ๕๐๖,๐๐๐ คน และ
    • สร้างงานอีก ๔๐๐,๐๐๐ กว่าตำแหน่ง
    • ใช้เงินทั้งหมดประมาณ ๖,๙๐๐ ล้าน

ครับ อันนี้เป็นโครงการคืนครูให้นักเรียนที่ส่วนราชการของโครงการพิเศษ ชะลอเลิกจ้าง เราเลยเปลี่ยนเป็นเรียกพิเศษ ๒ ภาคเอกชนที่เข้ามาร่วมมือกับเรา ตัวเลขที่คนบ่นกันว่าล่าช้า ขณะนี้

    • เดือนที่หนึ่งเราจ่ายไป ๙๗ เปอร์เซ็นต์
    • เดือนที่สอง ๘๔ และ
    • เดือนที่สาม ๗๐ เปอร์เซ็นต์ "

ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี: "คุณจิรภัทรที่เป็นคนพิการครับ"

อภิสิทธิ์: "เล่าให้ฟังหน่อยครับเป็นอย่างไรมายังไง แล้วตอนนี้ทำอะไร"

คุณจิรภัทร: "เป็นช่างซ่อมครับ"

อภิสิทธิ์: "เปิดเป็นร้านหรือรับจ้างหรือยังไง"

คุณจิรภัทร: "ทั่วไปครับ"

อภิสิทธิ์: "แล้วมีงานเข้ามาไหม"

คุณจิรภัทร: "มีครับ"

ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี: "พิการแต่ไม่ยอมแพ้ครับ"
 
อภิสิทธิ์: "ดีครับ จะได้เป็นกำลังใจให้คนอื่นด้วย"

ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี: "คุณจตุพร คนนี้เป็นผู้สื่อข่าว"

คุณจตุพร: "ค่ะ ตอนนี้ก็ได้เป็นผู้ประกาศและเป็นผู้สื่อข่าวของช่องแมงโก้ทีวี ที่เป็นช่องบันเทิงน้องใหม่ของเนชั่นทีวีแล้วค่ะ"

อภิสิทธิ์: "แล้วก่อนหน้าที่จะมาอบรมนี้ทำอะไร"

คุณจตุพร: "ก็ทำงานอยู่โรงแรมเพนินซูล่าค่ะ เป็นโฮสเตทอยู่ที่นั่น จากนั้นก็ว่างงานไปประมาณ ๖ เดือน"

อภิสิทธิ์: "ว่างงานอยู่"

คุณจตุพร: "ขายของด้วยใช่ค่ะ แล้วก็เห็นหลักสูตรนี้ก็เลยมาเข้ามาเรียน เพราะใฝ่ฝันอยากจะเป็นผู้สื่อข่าว ขอบคุณนะคะ"

ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี: "คุณนงลักษณ์ครับ"

อภิสิทธิ์: "สวัสดีครับ"

คุณนงลักษณ์: "ต้นกล้าอาชีพของศูนย์คำแสด ศูนย์คำแสดของเรานะคะอันนี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดำเนินการทำแล้วขายได้แล้วนะคะ"

อภิสิทธิ์: "มีอะไรบ้างเอ่ย"

คุณนงลักษณ์: "ก็มีแชมพูอัญชันนะคะ แล้วก็สบู่ข้าว และอันนี้เป็นสบู่เหลวดอกปีบค่ะ"

ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี: "คุณนงลักษณ์เป็นแม่บ้าน"

คุณนงลักษณ์: "เป็นแม่บ้านทหารค่ะ อยู่ค่ายสุรสีห์"

อภิสิทธิ์: "อยู่ค่าย ก่อนหน้าที่จะมาอบรมได้ทำบ้างหรือเปล่า หรือไม่ได้ทำ"

คุณนงลักษณ์: "ก่อนหน้านี้ไม่ได้ทำเลยค่ะ"

อภิสิทธิ์: "แล้วก็มาเข้าอบรม"

คุณนงลักษณ์: "เข้าฝึกอบรมค่ะ เพราะว่า"

อภิสิทธิ์: "หลักสูตรนานเท่าไร"

คุณนงลักษณ์: "๒๐ วัน"

อภิสิทธิ์: "๒๐ วัน"

คุณนงลักษณ์: "แต่ประกอบอาชีพได้ค่ะ"
 
อภิสิทธิ์: "ตอนนี้ขายอยู่ในค่ายหรือเปล่า"

คุณนงลักษณ์: "ขายอยู่ในค่ายและก็ที่ศูนย์คำแสดเรานะคะ อยากจะฝากท่านนายกฯ ไว้นิดหนึ่งว่าอยากให้มีโครงการต้นกล้าสานต่อนะคะ และยังมีอีกเยอะนะคะที่อยากจะเรียนรู้เกี่ยวกับต้นกล้า"

ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี: "คุณนิราศอยู่สุพรรณฯ ครับ"

อภิสิทธิ์: "เล่าให้ฟังหน่อยเป็นยังไง"

คุณนิราศ: "เป็นเครื่องพ่นยาในภาคเกษตร เช่น พ่นข้าว ไร่อ้อย พวกพืชผักสวนครัว"

อภิสิทธิ์: "อันนี้เข้ามาอยู่ในโครงการยังไง"

คุณนิราศ: "ก็เดิมทำแอร์บ้านในรถยนต์อยู่ สนใจว่าจะไปเพิ่มเป็นอาชีพได้ ก็ลดต้นทุน"

อภิสิทธิ์: "แล้วอบรม ใครอบรมให้"

คุณนิราศ: "สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค ๒ สุพรรณบุรีครับ"

อภิสิทธิ์: "อบรมกันหลายคนไหมตอนนั้นรุ่นหนึ่ง"

คุณนิราศ: "ร่วม ๒๐ คน"

อภิสิทธิ์: "ตอนนี้ทุกคนก็ออกไปทำ"

คุณนิราศ: "ไปทำแอร์ด้วยครับ เครื่องด้วย คือเขาเอามาที่บ้าน"

อภิสิทธิ์: "ยินดีด้วยครับ"

ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี: "ท่านนายกฯ ครับ ทางด้านนี้คุณฉัตรชัยยครับ น้ำที่อบรม คุณศักดิ์ชัยเล่าให้ฟังหน่อยครับ"

อภิสิทธิ์: "เป็นน้ำอะไรครับ"

คุณฉัตรชัย: "เป็นน้ำของเกษตรต้นกล้า อบรมที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขนครับ เริ่มต้นจากทำงานกราฟฟิคมาครับ"

อภิสิทธิ์: "ทำงานกราฟฟิค"

คุณฉัตรชัย: "ใช่ครับ มาอบรมทางเรื่องการแปรรูปเกษตร  ก็เลยหันมาทำน้ำเป็นอาชีพ ได้ผลมาจากต้นกล้าอาชีพ"

อภิสิทธิ์: "อันนี้ขายที่ไหนครับ"

คุณฉัตรชัย: "ส่งตามร้านอาหารทั่วไปครับ แล้วก็เป็นลักษณะของออกงานโอท็อปต่าง ๆ และวิสาหกิจชุมชนด้วยครับ และมีออกตามกระทรวงต่าง ๆ"

อภิสิทธิ์: "แล้วงานเดิมทำไหม"

คุณฉัตรชัย: "ไม่ได้ทำแล้วครับ แต่ก็ยังใช้วิชาชีพควบคู่กันไปโดยการออกแบบ"

ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี: "อันนี้โครงการพระราชดำริ"

รองเลขาธิการ กปร.: "เราคงได้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงงานเริ่มจากในพระราชวัง และขยายไปสู่ทั้ง ๖ ภูมิภาค โดยใช้ทั้ง ๖ ศูนย์การศึกษาเป็นฐานขยายผลให้กับพี่น้องประชาชน โดยร่วมกับโครงการต้นกล้าอาชีพ ก็มีประชาชนสมัครเข้ามาเพื่อที่จะอบรม ๘๐๐ กว่าคน"

อภิสิทธิ์: "เราได้ติดตามใช่ไหมครับว่าอบรมแล้วออกไป"

รองเลขาธิการ กปร.: "ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกษตรผสมผสาน ทฤษฎีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำหลาย ๆ อย่างผสมผสานและเกื้อหนุนกัน"

ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี: "อันนี้เป็นโครงการของสมเด็จพระนางเจ้าฯ ครับ คุณมณี ปลูกฝรั่งไร้สารพิษ"

คุณมณี: "ค่ะอบรมโครงการต้นกล้าอาชีพจากโครงการฟาร์มตัวอย่างตามแนวพระราชดำริ ที่บ้านเหนือ อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา ตอนนี้กลับมาปลูกฝรั่ง เกษตรอินทรีย์ที่บ้านค่ะ"

อภิสิทธิ์: "ก่อนหน้าที่จะเข้าอบรมทำอะไรอยู่"

คุณมณี: "เป็นพนักงานออฟฟิศค่ะ"
 
อภิสิทธิ์: "เป็นพนักงาน แล้วทำไมถึงมาเข้าโครงการ"

คุณมณี: "ก็อยากจะเป็นนายของตัวเองค่ะ"

อภิสิทธิ์: "ตอนนี้พอใจ"

คุณมณี: "พอใจค่ะ"

อภิสิทธิ์: "ยินดีด้วยครับ"

อภิสิทธิ์: "สวัสดีครับ คุณเพ็ญประภา อยู่ที่ไหนเอ่ย"

คุณเพ็ญประภา: "อยู่สมุทรสาครค่ะ"
 
อภิสิทธิ์: "ก่อนเข้าโครงการทำอะไร"

คุณเพ็ญประภา: "ทำบัญชี เป็นพนักงานบัญชีค่ะ เป็นบริษัทญี่ปุ่นแล้วเขาปิดกิจการ"

อภิสิทธิ์: "ปิดกิจการก็เลยมาเข้าโครงการ"

คุณเพ็ญประภา: "พอดีอายุเยอะแล้วไปสมัครงานคงไม่ได้"

อภิสิทธิ์: "ทำอะไรเอ่ย"

คุณเพ็ญประภา: "ขายเครื่องสกรีน"

อภิสิทธิ์: "แล้วตอนนี้"

คุณเพ็ญประภา: "ทำอยู่ค่ะ"

อภิสิทธิ์: "ขายอยู่ ขายดีไหม"

คุณเพ็ญประภา: "ก็พอได้ แต่ว่าตอนนี้จะไม่ได้ลงทุนเยอะแล้ว รับทำ อย่างมีโรงเรียนมาจ้างทำเสื้อกีฬา ทำเสื้อทีมของเด็ก  ๆ"
  
อภิสิทธิ์: "รับทำ"

น้องมะเหน่ง จากนนทบุรี เป็นผู้นำเยาวชน: "ตอนนี้เราได้นำการอบรมของโครงการต้นกล้าอาชีพ ไปทำเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงที่ฟาร์มพอเพียง คือตอนนี้เราจะสร้างบ้านเอง เรามีโครงการเพราะว่าไม่ได้รับการสนับสนุนจากที่ไหน ที่เราทำตอนนี้คือปลูกข้าว ปลูกป่า ๓ อย่าง ปลูกกล้วย  เราจะสร้างบ้านเองกันตอนตุลาฯ นี้"
 
อภิสิทธิ์: "ทำที่ไหนครับน้องมะเหน่ง  ทำที่จันทบุรี  เป็นพื้นที่รกร้างครับ เราเข้าไปพัฒนาและบำรุง ๘๔ ไร่"
 
อภิสิทธิ์: "ทำกันกี่คน"

น้องมะเหน่ง: "ผมมีทีมเยาวชน ตอนนี้อยู่แบบเป็นทีม ทำงานประมาณ ๑๕๐ คน แล้วก็มีเครือข่ายร่วม ๑,๐๐๐ คนครับ เป็นจังหวัดครับ"

คุณดนัย: "ไหมไทยที่เพชรบูรณ์"

ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี: "คุณดนัย เล่าให้ท่านนายกฯ ฟังสิว่าก่อนหน้านี้ทำอะไร ก่อนที่จะมาเข้าต้นกล้าอาชีพ และเดี๋ยวนี้เป็นอย่างไรบ้าง"

คุณดนัย: "ก่อนหน้านั้นผมไปทำงานที่กรุงเทพฯ โรงงานเฟอร์นิเจอร์ อยู่ได้ประมาณ ๖ ปีกว่า  แล้วก็กลับมาอยู่บ้าน  และก็ไปเป็น รปภ.อยู่ที่ชลบุรี  พอไปตรงนั้นอยู่ได้ประมาณสัก ๗ ปี ผมก็กลับมาอยู่บ้าน แต่ตรงนี้ครับเป็นจุดเปลี่ยนของผมที่มาเจอโครงการต้นกล้าอาชีพเข้าพอดี และผมได้เข้าไปสมัคร เข้ารับการฝึกอบรม ๒๘ วัน"

อภิสิทธิ์: "ที่ไหนใครเป็นคนฝึกให้  ใครเป็นคนทำ  อบรมที่ไหน"

คุณดนัย: "อบรมที่มูลนิธิจุลไหมไทย ๒๘ วัน"

ผู้เข้าร่วม: " ไม่มีเสาร์-อาทิตย์นะครับ  และไม่ใช่ ๘ โมงเช้าเลิก ๕ โมงเย็นนะครับ  บางทีตี ๓ ตี ๔  ก็ต้องไป"

คุณดนัย: "กลางคืนก็ออกมาทำงานกันต่อ  เพราะมันเป็นช่วงรอยต่อของการทำงาน"
  
ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี: "แล้ววันนี้รายได้เป็นอย่างไรครับ"

คุณดนัย: "ตอนนี้รายได้ต่อไหม ๑ กล่อง  ๖,๕๐๐-๗,๐๐๐ บาท ความเป็นอยู่ของครอบครัวก็ดีขึ้น ทุกวันนี้หลังจากที่เข้าอบรมโครงการต้นกล้าอาชีพ  และผมก็อยากจะให้มีโครงการนี้ต่อไปอีกในภายภาคหน้า  เพราะเกษตรกรที่บ้านถามมาเยอะว่าจะเปิดอีกไหม เขาอยากจะให้มีอีกครับ"

ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี: "คุณนุสราครับ"

คุณนุสรา: "เรียนเพ้นท์ติ้ง  พอเรียนออกมาก็ได้เป็นผลงานอันนี้  อันนี้ส่งกับบริษัทชิโน-ไทย คือเป็นความภูมิใจของหนู  หนูต้องขอบคุณท่านนายกฯ ด้วยที่ทำให้หนูมีวันนี้"
  
อภิสิทธิ์: "ตอนนี้เป็นยังไงครับ"

คุณนุสรา: "ก็ได้เงินมาหลายแสนแล้ว"

อภิสิทธิ์: "ยินดีด้วย  แล้วก่อนมาทำนี้ทำอะไร"

คุณนุสรา: " ก็เป็นเบื้องหลังละครอยู่บริษัทโพลีพลัส  พอจบงานละครก็"

อภิสิทธิ์: "ไม่มีงาน"
 
คุณนุสรา: "ทิ้งช่วงนานหนูก็เลยได้มีโอกาสเรียนต้นกล้า"

อภิสิทธิ์: "แล้วเรียนนานเท่าไร"
 
คุณนุสรา: "เรียน ๑ เดือน"

อภิสิทธิ์: "ยินดีด้วยครับ"

ผู้ประกอบการ: "อันนี้จากเชียงรายค่ะ  เป็นรีสอร์ตเชียงรายค่ะ  ของเราก็จะเป็นตัวแทนในส่วนของโรงแรมที่ได้เข้าร่วมโครงการต้นกล้าอาชีพ  ก็ต้องของขอบคุณทางรัฐบาลที่ได้กรุณาจัดโครงการนี้ขึ้นมา  ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากกับผู้ประกอบการในส่วนของโรงแรม"
  
อภิสิทธิ์: "ส่วนใหญ่หลักสูตรจะเน้นอันไหนที่เป็นที่ต้องการ"

ผู้ประกอบการ: "ตอนที่ผ่านมา คือโครงการแรกจะเป็นในส่วนของการฝึกภาษาอังกฤษ"

อภิสิทธิ์: "ภาษาอังกฤษ"

ผู้ประกอบการ: "ใช่ค่ะ แต่ว่าต่อไปก็น่าจะเป็นในส่วนของการพัฒนาบุคลิกภาพหรือว่าการให้ความรู้ในส่วนทฤษฎีอะไรต่าง ๆ กับพนักงาน  เพื่อที่จะได้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวที่จะมีเพิ่มขึ้นมามากขึ้นได้"
 
อภิสิทธิ์: "ใครทำหลักสูตรให้"

ผู้ประกอบการ: "ทางโครงการเสนอเข้ามา  แล้วก็จะถามว่าผู้ประกอบการต้องการโครงการแบบไหนบ้าง  เขาก็จะมีหลักสูตร ๑-๒-๓"
 
อภิสิทธิ์: "ให้เลือก"
  
ผู้ประกอบการ: "ใช่ค่ะ"
 
ผู้ร่วมชี้แจง: "ก็จะมีราชภัฏเพชรบุรีบ้าง ที่สอนโรงแรมโดยตรงบ้าง แล้วแต่ว่าแต่ละที่จะประสานงานไปตรงไหน"

ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี: "คุณปาริชาติจากเชียงใหม่"

คุณปาริชาติ:  "ทำธุรกิจกาแฟค่ะ  ทางสถาบันคณะบริหารธุรกิจ ของราชมงคลล้านนา วิทยาเขตเชียงใหม่ สอนทุกสูตร ทั้งกาแฟสด กาแฟโบราณ ชาโบราณ เนสกาแฟ ก็คือครบสูตร เลยได้เอาไปปรับปรุงโดยใส่ขวด แต่ขึ้นเครื่องมาไม่ได้ค่ะ  ต้องเอาออกหมดเลย"
 
อภิสิทธิ์: "แล้วตอนนี้ขายอยู่"

คุณปาริชาติ: "ก็ขายอยู่ ขายอยู่ที่บ้าน  เป็นหอพักของแฟนที่เขาซื้อกิจการมา  แล้วพอดีช่วงนี้ได้มีโอกาสไปอบรม เป็นส่วนประกอบ  เป็นเบเกอรี่ เป็นคัพเค้กเพื่อสุขภาพ  อันนี้คณะอุตสาหกรรมการเกษตร ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เปิดอบรม จะใช้พวกธัญพืช  พืชผักผลไม้ มาเป็นส่วนประกอบเพื่อลดแคลอรี่  เพื่อลดไขมัน  ก็เลยคิดว่าน่าจะไปกันได้"
 
อภิสิทธิ์: "ขายดีไหม"

ต้นกล้าต้นแบบ: "ก็พอสมควร พอดีก็มีโครงการจัดจำหน่าย แต่ยังไม่ได้ทุน พอดีทำคนเดียวน่ะค่ะ"
  
อภิสิทธิ์: "ไปทีละขั้น"

ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี: "คุณลัดดาวัลย์  อยู่นนทบุรีครับ"

อภิสิทธิ์: "สวัสดีครับ  ก่อนหน้านี้ทำอะไร"

คุณลัดดาวัลย์: "ก่อนหน้านี้ทำงานสายการบินอยู่ค่ะ  แต่ตอนนี้ได้กลับไปเข้าการทำงานแล้วค่ะ  กลับไปได้เดือนหนึ่ง  แต่ก็ไม่ได้ทิ้งงานตรงนี้นะคะ  ก็ยังทำอยู่เหมือนเดิม"

อภิสิทธิ์: "มีรายได้สองทางเลย"

คุณลัดดาวัลย์: "ได้สองทางเลย  ต้องขอบคุณมาก ๆ ค่ะ  อยากให้มีโครงการแบบนี้เกิดขึ้นอีก"
 
อภิสิทธิ์: "ครับ ยินดีด้วยครับ"
 
ต้นกล้าต้นแบบ: "อันนี้เป็นผักไร้สารพิษของวังน้ำเขียว  เราได้ไปฝึกอบรมเรื่องนี้มา แล้วก็ได้มาทำต่อยอดกับเรื่องนี้ค่ะ  วันนี้โอกาสดีมาก  อยากจะร้องไห้ด้วยซ้ำไปได้เจอนายกฯ  กราบ ขอบพระคุณ มากวันนี้ที่ให้วันนี้ค่ะ  ท่านนายกฯ จะรับหรือไม่เป็นไรค่ะ  แต่ว่ามอบให้ด้วยใจจริงค่ะ"
 
อภิสิทธิ์: "ขอบคุณมาก ส่งขายที่ไหนตอนนี้"

ต้นกล้าต้นแบบ: "ตอนนี้ให้กับสหกรณ์กสิกรรมไร้สารพิษ ในเขตปฏิรูปที่ดินค่ะ"

ต้นกล้าต้นแบบ: "หลักสูตรต่อยอดของโครงการต้นกล้าอาชีพ โดยการที่ว่าติดต่อกับกลุ่มที่เขาผลิตสมุนไพรที่ทำความสะอาดบ้าน  น้ำยาล้างจานที่เป็นนักเรียน ของโครงการต้นกล้าฯ  แล้วไปสั่งออร์เดอร์พวกน้ำยานั้นมาใช้ในงาน  เท่ากับเราไปสร้างงานต่อให้เขาอีกต่อหนึ่งค่ะ"
  
อภิสิทธิ์: "ตอนนี้มีพนักงานกี่คนครับ"

ต้นกล้าต้นแบบ: "ตอนนี้ขึ้นมาที่ ๒๐ คนแล้วค่ะ"

ต้นกล้าต้นแบบ: "อยู่ที่ชัยภูมิ"

อภิสิทธิ์: "ทำอะไรเอ่ย  ขายปาท่องโก๋"

ต้นกล้าต้นแบบ: "ขายน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ ขนมปังสังขยา"

อภิสิทธิ์: "ตอนนั้นเข้าหลักสูตร"

ต้นกล้าต้นแบบ: "อบรมระยะสั้น"

อภิสิทธิ์: "อบรมกี่วันครับ"

ต้นกล้าต้นแบบ: "๒๐ วัน"

อภิสิทธิ์: "แล้วตอนนี้ขายดี"

ต้นกล้าต้นแบบ: "ก็ขายดีค่ะ"

อภิสิทธิ์: "ดีใจด้วยครับ"

ต้นกล้าผู้ประกอบการ: "ท่ามะขาม  โครงการนี้นอกจากทำให้ชาวบ้านได้มีรายได้เพิ่มขึ้น  เป็นโครงการที่ดี"

อภิสิทธิ์: "มีกี่คนที่เข้าร่วม"

ต้นกล้าผู้ประกอบการ: "๑,๕๐๐ คน แต่ว่า ๑๒ ศูนย์ในเครือข่ายของเรา"

อภิสิทธิ์: "มี อบต.มาด้วยใช่ไหม"

ต้นกล้าผู้ประกอบการ: "มาด้วยค่ะ ถือว่าประสบความสำเร็จ"

อภิสิทธิ์: "ยินดีด้วยครับ"

สมาคมเคเบิลทีวี: "เราไปทำสกู๊ปพิเศษมาหลายจังหวัดมาก ตอนนี้ได้ออนแอร์ไปในเคเบิลทีวีทั่วประเทศไทย กำลังจะคัดเลือกมาออกในเคเบิลทีวีของ KBS ออกไปทั่วประเทศไทยอีกครั้งหนึ่งครับ เอาที่ประสบความสำเร็จจริง ๆ ที่ผ่านการอบรมจากต้นกล้าอาชีพ ได้ร่วมมือกับท่านอาจารย์ดร.กนก  ต่อไปทางรัฐบาลอาจจะใช้สื่อเคเบิลทีวีในการเผยแพร่ต่อให้กับประชาชนอีกทางหนึ่งครั้ง"

อภิสิทธิ์: "ขอบคุณมากครับ"
  
ผู้ดำเนินรายการ: "เป็นอย่างไรครับท่านนายกฯ เหนื่อยไหมครับ"

อภิสิทธิ์: "ดีใจครับที่ได้เจอความหลากหลายของผู้คนที่ได้เข้าโครงการ  แล้วก็ได้ทำในสิ่งที่ทำให้เขามีความมั่นคง มีความสุข มีรายได้"

ผู้ดำเนินรายการ: "๑ ปีเต็ม ๆ โครงการนี้  ท่านนายกฯ มาถึงจุดนี้เห็นหลายบูธนะครับ ต้นกล้าต้นแบบเมื่อสักครู่มีหลากหลายอาชีพที่เขาเข้าโครงการนี้  พบอะไรสักอย่างในตัวเขาครับ  นายกฯ มองว่านี่เป็นจุดที่สะท้อนให้เห็นถึงทั้งวิธีคิดกับอะไรบ้างครับ"

อภิสิทธิ์: "ผมคิดว่าถ้าเรามองย้อนกลับไปนะครับ  ตอนแรกพูดตรง ๆ ตอนที่เราคิดเรื่องนี้ 
เราคิดแต่ปัญหาในเชิงภาพรวมของปัญหาการว่างงาน  ที่คนกลัวว่ามันจะรุนแรงมากจากวิกฤต  ตอนนั้นมีคนพูดถึง ๒ ล้านด้วยซ้ำ เราก็เพียงแต่คิดว่า

  • ทำอย่างไรถึงจะให้เขาสามารถที่จะมีงานทำได้  ซึ่งก็มีความคิดหลากหลายเข้ามา  แต่ว่าตอนนั้นที่เราเริ่มต้นตั้งแต่แรกเราก็คิดว่าเราจะ
  • พยายามทำไม่เหมือนกับในอดีต  ไม่เหมือนกับในอดีตก็คือว่า 
    • การที่จะให้มีการฝึกอบรมหรือทักษะ  มันจะต้องมีเป้าหมายปลายทางที่เขามีชัด  มีโอกาสค่อนข้างสูง  เพราะว่า
    • ที่ผ่านมาเราต้องยอมรับว่าบางทีมันทำงานแยกส่วนกัน  ใช่ไหมครับ  คนฝึกก็ฝึกไป  ไปหางานก็ไปหากัน  แล้วก็ความต้องการต่าง ๆ ก็อาจจะขาดความเหมาะสม 

ก็เปิดหลักสูตรนี้มา  พอเราเห็นตัวเลขนะครับ ส่วนหนึ่งก็จากการที่มีคนได้งานไป  จบจากหลักสูตรการฝึกอบรมแล้วไปมีงานทำ  ในสัดส่วน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ค่อนข้างสูงนี้เราก็ดีใจ  แล้วก็จำนวนในภาพรวมก็เป็นหลักหลายแสน  ๓ แสน ๔ แสน  เราก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ดี  แต่ว่าวันนี้ที่ดีใจเป็นพิเศษก็เห็นความหลากหลาย  คือที่เราคุยเมื่อสักครู่กับต้นกล้ากล้าแบบนี้ 

    • เขาไม่ได้พูดแค่ว่าเขามีรายได้   บางคนไม่พูดเรื่องรายได้ด้วยซ้ำไป 
    • เขาพูดแต่ว่าชีวิตเขาดีขึ้น  เขามีความสุข  เขาค้นพบอะไรบางอย่าง  หรือว่า
    • เขาสามารถที่จะอยู่ใน  กลับไปอยู่ในท้องถิ่น  อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่เขาสบายใจกว่า  มากกว่าการที่จะดิ้นรนอยู่กับการแข่งขันทางเศรษฐกิจ"

ผู้ดำเนินรายการ: "มีหลายคนถามท่านนายกฯ ว่า  ทำต่อได้ไหมสำหรับโครงการนี้"
 
อภิสิทธิ์: "คือที่จริงนี้เราต้องระมัดระวังนะครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วอย่างที่บอกก็คือโครงการนี้ตอนคิดขึ้นมานี้มันเหมือนกับเฉพาะกิจ  แต่ว่าขณะเดียวกันเราก็เห็นแล้วว่าการทำอันนี้จะเป็นสร้างโอกาสได้อีกเยอะ  ใจเราจริง ๆ  ขณะนี้คือ

  • อยากให้หน่วยงานที่ทำงานที่เกี่ยวข้องกับทางด้านนี้ใช้อันนี้เป็นต้นแบบในการทำงาน   คือไม่ได้เป็นโครงการพิเศษอีกต่อไป แต่ว่า
  • ไปแฝงอยู่กับการทำงานของกระทรวงแรงงานบ้าง  กรมอาชีวะฯ หรือใครต่อใคร 

ให้เขาเอาแนวทางแบบนี้เพื่อที่จะไปขยายผลต่อไป"

ผู้ดำเนินรายการ: "นายกฯ คาดหวังว่าถ้าตรงนี้จะไปทำที่อื่นต่อ  แฝงในแต่ละจุด  น่าจะเริ่มได้เร็วที่สุดเมื่อไร  หรือต้องพิจารณา"

อภิสิทธิ์: "ที่จริงขณะนี้ก็จะเริ่มมีนะครับ  เพราะว่าเราจะมีความต้องการขึ้นมาเป็นครั้ง ๆ เช่น หลังจากเกิดเหตุการณ์วิกฤตการเมือง

  • ทางฝ่ายท่องเที่ยวนี้ยังต้องการ เพราะว่ามันมีช่วงที่หลาย ๆ พื้นที่เขายังประสบความยากลำบากอยากจะชะลอการเลิกจ้าง 
    • อยากจะใช้โอกาสนี้ในการเพิ่มทักษะ  และเขาระบุเลยเขาบอกว่า  ขอต้นกล้าได้ไหม  เราก็บอก ได้
    • เราก็ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศในเรื่องภาษากับหน่วยงานต่าง  ๆ ให้เข้าไปทำตรงนี้"

ผู้ดำเนินรายการ: "เพราะฉะนั้นโครงการนี้ถ้าวันนี้จะต้องปิดตัวไปเพราะด้วยชื่อก็แล้วแต่  แต่วิธีคิดของโครงการยังอยู่ใช่ไหมครับ"
 
อภิสิทธิ์: "ก็ชื่อก็คงอยู่ได้มั้งครับ  แต่ว่า

  • จะเป็นเรื่องที่เราพยายามให้กระจายไปยังหน่วยงานต่าง ๆ มากขึ้น  ให้หน่วยงานที่ทำงานตามปกติรับเรื่องนี้ไป  แต่ว่า
  • ถ้ายังมีความจำเป็นว่าจะต้องมีการบริหารในรูปแบบพิเศษในสถานการณ์ใด  ผมคิดว่าการจะรื้อฟื้นขึ้นมา  หรือการจะต่อไปคงจะไม่ยาก  เหมือนกับครั้งแรกที่เราเริ่มทำ 

เพราะตั้งแต่เริ่มแรกก็จะมีงานที่อาจจะต้องกว่าจะลงตัว ต้องใช้เวลา  อย่างช่วงแรกก็มีการต่อว่าเยอะ  โครงการนี้คนไม่สมัครหรือเปล่า  สมัครแล้วทำไมยังไม่ได้เข้าอบรมสักที  อบรมแล้วทำไม่ยังไม่จ่ายเงินอะไรต่าง ๆ แต่ว่าพอมาถึงประมาณ  พูดง่าย ๆ คือพอครบสูตรของมันนี้  อันสุดท้ายก็เห็นผลชัดเจนนะครับว่าเป็นไปอย่างที่เราตั้งเป้าเอาไว้นะครับ และอาจจะบางเรื่องก็เกินคาดด้วย"

ผู้ดำเนินรายการ: "ถ้าคะแนนเต็ม ๑๐ นายกฯ ให้เท่าไร"

อภิสิทธิ์: "ผมไม่ให้คะแนนตัวเองครับ"
            
(นายกรัฐมนตรีกล่าวมอบโอวาทในพิธีมอบรางวัลและสรุปผลโครงการต้นกล้าอาชีพ)

อภิสิทธิ์: "วันนี้ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลโครงการต้นกล้าอาชีพ  แม้ว่าโครงการนี้ซึ่งเป็นโครงการที่ริเริ่มและดำเนินการขึ้นมาภายใต้สถานการณ์หนึ่ง  แต่

  • หลักคิดและรูปแบบของโครงการนี้จะเป็นแนวทางที่ผมคิดว่าหน่วยงานทั้งภาคราชการและเอกชนจะสามารถนำไปใช้ได้อย่างต่อเนื่องในหลากหลายโครงการ  ในหลากหลายสถานการณ์  และก็
  • ขอให้ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากโครงการนี้  ที่สำคัญที่สุดก็คือบรรดาต้นกล้าต่าง ๆ เป็นทั้งกำลังใจและแรงบันดาลใจให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยอีกจำนวนมาก  ซึ่ง
  • ถ้าหากว่าเราได้รับโอกาส ได้รับความรู้  ได้รับทักษะ  ก็จะสามารถเป็นทรัพยากรที่ไม่เพียงแต่มีคุณค่าอย่างยิ่งในแง่ของการที่จะมีความเจริญก้าวหน้าในด้านอาชีพการงาน  แต่จะเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพสำหรับสังคมไทยและประเทศไทยโดยส่วนรวม"


ผู้ดำเนินรายการ: "และนี่ก็คือวันปิดโครงการต้นกล้าอาชีพที่ดำเนินตามนโยบายของรัฐบาลมาเป็นเวลา ๑ ปีเต็ม  แม้ว่าจะเป็นในเชิงนโยบายที่ปิดตัวลงไปแล้ว  แต่ว่าวิธีคิดของโครงการนี้กำลังจะถูกพัฒนาต่อยอดต่อไป  ซึ่งเราก็ต้องจับตามองกันต่อไปนะครับ  และทั้งหมดนี้ก็คือต้นกล้าอาชีพใน ๑ ปีที่ผ่านมานะครับ  เป็นกำลังใจให้กับทุกท่านที่ประสบความสำเร็จและช่วยพัฒนาเศรษฐกิจไทยกันต่อไป  วันนี้ผมลาไปก่อน สวัสดีครับ"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- วิคเตอร์ บูท: รบ. ยึดกม. สากล ไม่แทรกแซงศาล ถือประโยชน์ประเทศเป็นหลัก

... รบ. ดำเนินตามกลัก กม. ในและสากล คำนึงถึงความสัมพันธ์ เร่งก. ต่างประเทศหาช่องทางทำความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนต่างๆ ของไทยกับ ๒ ประเทศ ยืนยันฝ่ายบริหารไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ไม่ส่งตัววิเตอร์ บูท จนกว่าจะมีการถอนคดี 

อภิสิทธิ์:
" สุดท้ายครับขอใช้เวลาสั้น ๆ ในการที่จะชี้แจงประเด็นที่อยู่ในความสนใจอย่างมากในสื่อสารมวลชน ก็คือเรื่องของคดีของนายวิคเตอร์ บูท และจะต้องมีการส่งผู้ร้ายข้ามแดน สิ่งที่ผมอยากจะสรุปก็คือว่า

  • ความจริงการจับกุมหรือการเริ่มต้นคดีนี้นั้นเริ่มต้นมาตั้งแต่ก่อนที่รัฐบาลนี้จะเข้ามา แต่ว่าในภาวะซึ่งทั้งสหรัฐอเมริกาและรัสเซีย ให้ความสำคัญกับคดีนี้มาก เพราะฉะนั้นก็อยู่ในความสนใจและรัฐบาลไทยก็ได้ยืนยันกับทั้ง ๒ ประเทศว่ากระบวนการยุติธรรมของเรานั้นจะไม่มีการให้ฝ่ายบริหารเข้าไปแทรกแซง
  • ขณะเดียวกันการพิจารณาต่าง ๆ ของเราก็จะยึดถือเอาตามกฎหมายภายในประเทศ สนธิสัญญา หลักสากล และ
  • ที่สำคัญก็คือจะคำนึงถึงความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้ง ๒ ประเทศ

บังเอิญศาลชั้นต้นในเบื้องต้นตัดสินว่า

- คดีนี้เป็นคดีการเมือง จึงได้มีคำพิพากษาว่าไม่ต้องส่งตัว

- แต่ว่าในช่วงที่ผ่านมาเร็ว ๆ นี้นี่เองครับปรากฏว่าเมื่อศาลอุทธรณ์มาพิจารณานั้นได้กลับคำพิพากษา และเห็นว่าให้ส่งตัวได้ ซึ่งตามกฎหมายจะต้องส่งตัวภายใน ๓ เดือน 

- ทีนี้ขณะเดียวกันทางสหรัฐอเมริกาได้ยื่นขอ และ

- อัยการได้ยื่นฟ้องเพื่อให้มีการส่งตัวเป็นคดีที่ ๒ เพราะฉะนั้นคดีที่ ๒ เมื่อยังอยู่ในการพิจารณาของศาล ก็ทำให้การส่งตัวจะยังทำไม่ได้ สหรัฐอเมริกาตอนนี้ก็แสดงความจำนงที่จะขอถอนคดีดังกล่าว

ซึ่งการถอนคดีนั้นก็จะเป็นหน้าที่ของศาลที่จะเป็นผู้พิจารณาใช้ดุลพินิจต่อไป เพราะฉะนั้นในชั้นนี้ต้องเรียนว่ายังส่งตัวไม่ได้ จนกว่าจะมีการถอนคดี

ขณะเดียวกันระหว่างนี้รัฐบาลก็จะทำหน้าที่

  • ในการทำความเข้าใจที่ดีกับทางสหรัฐอเมริกา และรัสเซีย เกี่ยวกับขั้นตอนต่าง ๆ และ
  • ขอยืนยันครับว่ารัฐบาลจะดำเนินการเรื่องนี้ตามหลักสากล ตามหลักกฎหมาย ยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติ และจะรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้ง ๒ ประเทศ
  • ซึ่งผมได้ขอให้กระทรวงการต่างประเทศเร่งหาช่องทางให้ ๒ ประเทศนั้นได้คุยกันเองในเรื่องนี้เพื่อที่ให้มีความเข้าใจที่ตรงกัน และไม่มีปัญหาต่อกัน และไม่มีปัญหากับประเทศไทยด้วย

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าจะมีเรื่องของการเมือง

- เรื่องการที่รัฐบาลเข้าไปแทรกแซงคดีนี้หรือไม่อย่างไร ก็ขอยืนยันง่าย ๆ สั้น ๆ เลยครับว่าไม่มีแน่นอน และ

- จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาไม่มีใครมีความมั่นใจเลยครับว่าการพิพากษาของศาลจะออกมาอย่างไร โดยเฉพาะถ้าไปกล่าวหาว่าฝ่ายบริหารไปแทรกแซงเพื่อที่จะเอาใจสหรัฐอเมริกา หรือแสดงความไม่พอใจกับฝ่ายรัสเซียนั้น คงเป็นไปไม่ได้ครับ เพราะว่ามิฉะนั้นแล้วคงจะไม่มีการยื่นการขอตัวในคดีที่ ๒ ไป เพราะการยื่นนั้นค่อนข้างจะเป็นที่ชัดเจนว่ายื่นไปเพราะว่ามีความกังวลว่าศาลอุทธรณ์นั้นจะยืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น อย่างนี้เป็นต้น 

- ก็ขอให้ความมั่นใจว่ารัฐบาลจะดูแลผลประโยชน์ของประเทศอย่างดีที่สุดครับ 

สำหรับช่วงที่เหลือของรายการจะเป็นเรื่องของการไปติดตามดูความคืบหน้าของโครงการต้นกล้าอาชีพ และโครงการสวัสดิการชุมชน พร้อมทั้งสกู๊ป ๖ วัน ๖๓ ล้านความคิดครับ"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- มาบตาพุด: คณะกรรมการ สวล.เห็นต่าง ๒ กิจการ ไม่ต้องทำ EIA

... พิจารณาแผนป้องกันสาธารณภัยจากเคมี มีจุดอ่อนที่ต้องแก้ รวบรวมข้อคิดเห็นปชช. นำเสนอเพื่อปรับปรุงแผน

อภิสิทธิ์:
" เรื่องที่ ๒ ที่จะต้องรายงานคือความคืบหน้าในเรื่องของการแก้ไขปัญหาในส่วนของมาบตาพุด ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นก็มีการประชุมที่สำคัญ ๒ เรื่อง

เรื่องแรกเป็นการประชุมของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติที่ได้มีการพิจารณาในเรื่องของแผนเกี่ยวกับการป้องกันสาธารณภัยที่เกิดขึ้นจากสารเคมี  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่มาบตาพุด พื้นที่จังหวัดระยองได้เกิดอุบัติเหตุ ๒-๓ ครั้งในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างน้อย แล้ว

  • ทำให้เราได้เห็นว่ายังมีจุดอ่อนในเรื่องของระบบการเตือนภัย ในเรื่องของการฝึกซ้อม ในเรื่องของการให้ข้อมูล และในเรื่องของการบริหารสถานการณ์จริง
  • ก็ได้มีการรวบรวมเอาข้อสังเกต โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากภาคประชาชน จากพี่น้องในชุมชนมารวบรวม
  • แล้วจะได้มีการนำเสนอเพื่อให้คณะกรรมการที่ดูแลในเรื่องของการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในระดับชาติไปดำเนินการปรับปรุงแผน และจะเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป 

... คณะกรรมการ สวล. เห็นต่าง ๔ ฝ่าย ๒ กิจการ ไม่ต้องทำ EIA มีกระบวนการวิเคราะห์ผลกระทบ สวล. อยู่แล้ว

[เรื่องที่ ๒] ขณะเดียวกันก็ได้มีการดูแลในเรื่องของการที่จะกำหนดกิจการที่ถือว่ามีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชุมชน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ค้างคากันมา คณะกรรมการ ๔ ฝ่ายเสนอมา ๑๘ ประเภทกิจการ และทางคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้มีการพิจารณากันอย่างละเอียด โดย

    • ยึดถือหลักทางด้านวิชาการ
    • ประกอบกับความกังวลของพี่น้องประชาชน และ
    • ดูถึงมาตรฐานที่กำหนดเอาไว้ในประเทศต่างๆ
    • โดยสรุปแล้วก็จะได้มีการนำเสนอประกาศต่อคณะรัฐมนตรีในวันอังคารนี้ และ
    • ได้มีการพยายามที่จะยึดเอาตาม ๑๘ ประเภทกิจการให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และถือว่าปฏิบัติได้

แต่จะมีสิ่งที่แตกต่างไปจากมติของคณะกรรมการ ๔ ฝ่าย โดยสรุปก็คือมี ๒ กิจการ ที่ในที่สุดแล้วคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมฯ เห็นว่า ไม่น่าจะต้องประกาศ

กิจการแรกคือเรื่องของการสูบน้ำเกลือจากใต้ดิน เหตุผลก็เพราะว่าขณะนี้จะไม่มีการอนุญาตให้ประกอบการอีกแล้ว เพราะฉะนั้นก็จะมีเฉพาะผู้ประกอบการรายเดิม ซึ่งขณะนี้มีการนำเรื่องไปฟ้องร้องศาลปกครองอยู่แล้วว่าจะสามารถดำเนินการต่อได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องประกาศ เพราะว่าถือว่ามีกระบวนการในการที่จะแก้ไขปัญหานี้อยู่แล้ว 

อีกกิจการหนึ่งที่ทางคณะกรรมการ ๔ ฝ่ายเสนอมานั้นคือเรื่องการชลประทาน ซึ่งทางคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมฯ เห็นว่าเนื่องจากกรณีของเขื่อนก็ดี เนื่องจากกรณีของประตูน้ำก็ดี เป็นกิจการที่จะต้องมีเรื่องของการวิเคราะห์ผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม ทั้งที่รุนแรงและไม่รุนแรงอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องประกาศ

นอกจากนั้นจะมีบางกิจการซึ่งปัจจุบันไม่ได้ต้องทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมเลย เราก็จะขยับขึ้นมาให้มีการจัดทำรายงานดังกล่าวก่อน ไม่ใช่เป็นเรื่องของการที่ประกาศว่าเป็นกิจการที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงไปเลย ตรงนี้ก็จะมี

      • ในส่วนของเตาเผาขยะติดเชื้อ
      • ในส่วนของประตูน้ำที่ขวางกั้นลำน้ำต่าง ๆ 
      • นอกจากนั้นก็จะมีข้อเสนอที่บอกว่ากิจการที่มีการผันน้ำข้ามลุ่มน้ำหลัก ก็เช่นเดียวกันครับ 

เพราะฉะนั้น  ๓ กิจการนี้ก็จะเริ่มต้นจากการที่จะให้มีการทำ EIA หรือรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมก่อน 

... ๔ ฝ่าย เสนอกิจการพื้นที่ละเอียดอ่อน ถ้าทำ EIA ถือว่ากระทบรุนแรง ในส่วนอื่นอาจต้องมีการปรับปรุงเพิ่ม

นอกจากนั้นที่คณะกรรมการ ๔ ฝ่ายเสนอว่าโครงการที่ต้องทำ EIA อยู่แล้ว แต่ไปอยู่ในพื้นที่บางพื้นที่ที่มีความละเอียดอ่อน เช่น พื้นที่มรดกโลก อุทยานประวัติศาสตร์ หรือถ้ากรณีเป็นการตั้งสิ่งก่อสร้างลงไปในทะเลที่เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวหรืออะไรต่าง ๆ เนื่องจากว่าพื้นที่ที่ระบุมาจะกว้างเกินไป มีขอบเขตที่ไม่ชัดเจน เพราะฉะนั้นวิธีที่เราจะทำก็คือ

- จะประกาศว่ากิจการเหล่านี้ทางคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมฯ หรือคณะผู้ชำนาญการที่พิจารณารายงานผลวิเคราะห์หรือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนั้น สามารถที่จะออกประกาศเป็นพื้นที่ ๆ ไปเพื่อที่จะกำหนดในพื้นที่นั้น ถ้ามีโครงการที่ต้องทำ EIA นั้น ถือว่าเป็นโครงการที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงด้วย

- ส่วนที่เหลือนั้นจะเป็นการปรับเงื่อนไขในรายละเอียด เช่น ขนาดของโรงงาน เรื่องของโรงไฟฟ้าว่าใช้เชื้อเพลิงประเภทใดอย่างไร 

แต่โดยรวมแล้ว ในวันอังคารนี้จะสามารถนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี  เมื่อประกาศออกมาแล้วก็ต้องถือว่าขณะนี้มีความชัดเจนในการที่จะปฏิบัติตามมาตรา ๖๗ วรรคสอง ในทุกขั้นตอน เพียงแต่ว่าในบางเรื่องซึ่งเราใช้ระเบียบอยู่ อาจจะถือว่าเป็นการชั่วคราว ก็ต้องรอการผ่านกฎหมายจากสภาฯ ต่อไป แต่น่าจะมีความชัดเจน ที่ทำให้เกิดความมั่นใจได้ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของภาคประชาชนเอง และในส่วนของภาคธุรกิจหรือภาคอุตสาหกรรมด้วย  "

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ปฎิรูปการศึกษาทศวรรษ ๒: Thai Teacher TV พลังขับเคลื่อนครู

...การให้โอกาสและการพัฒนาทักษะครูตลอดเวลาคือ สิ่งที่รัฐบาลสนับสนุนโดยเปิด Thai Teacher TV ออกอากาศผ่านดาวเทียม สามารถปรับคลื่นหาสัญญาณได้ไม่มีค่าใช้จ่าย หรือผ่านอินเตอร์เน็ต

อภิสิทธิ์:
"ส่วนเรื่องที่ ๓ ตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายนเป็นต้นไป  ก็จะมีเรื่องของการออกอากาศสถานีโทรทัศน์ที่เรียกว่า Thai Teachers TV ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายของรัฐบาล  จริง ๆ แล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมก็ได้ไปร่วมในงานวันครูโลก ที่จัดขึ้นในประเทศไทย และได้มีการจัดประชุม มีการระดมความคิดเห็นต่าง ๆ แต่ว่าในส่วนของการมีโทรทัศน์สำหรับครู ก็เป็นอีกหนึ่งนโยบายซึ่งรัฐบาลได้มีการผลักดันมา

  • จะเริ่มออกอากาศตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน 
  • จะเป็นการออกอากาศผ่านดาวเทียม พี่น้องประชาชนที่มีจานดาวเทียมที่เรียกว่าจานดำ อยู่ที่ช่อง๓๖
  • แต่ว่าไม่ว่าจะเป็นจานใดก็ตาม สามารถที่จะปรับคลื่นสัญญาณได้ เพราะว่าไม่ได้มีค่าใช้จ่ายใด ๆ และ
  • ถ้ามีระบบอินเตอร์เน็ตก็สามารถที่จะติดตามได้จาก www.thaiteachers.tv

ซึ่งสถานีโทรทัศน์ช่องนี้จะเป็นสถานีโทรทัศน์ที่มีรายการ ๓ ประเภทนะครับ
ประเภทแรก คือเป็นการพูดถึงนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน เพราะฉะนั้นจะเป็นประโยชน์สำหรับครูที่จะได้สามารถติดตามชม 
     -   อาจจะเป็นครูที่เป็นต้นแบบ
     -   เป็นคนที่มีเทคนิคในการเรียนการสอนที่มีความพิเศษออก
ซึ่งจะมีครอบคลุมทั้งหลายสาขาวิชา รายการ
ประเภทที่ ๒  จะเป็นเรื่องของนวัตกรรมเช่นเดียวกัน แต่จะเป็นเรื่องของการบริหาร เพราะฉะนั้นอันนี้
     -   จะเป็นประโยชน์กับทั้งครู และ
     -   โดยเฉพาะผู้ที่ทำหน้าที่ในการบริหารสถานศึกษาต่าง ๆ และสุดท้าย
ประเภทที่ ๓ จะเป็นรายการที่เหมือนกับเป็นการตอบคำถามเป็นประเด็นเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เกี่ยวข้องกับครู

ซึ่งการออกอากาศนี้จะทำตั้งแต่เช้าหกโมงไปจนถึงเวลาสี่ทุ่มทุกวัน  เริ่มต้นวันที่ ๑ กันยายนครับ อันนี้ก็ขอถือโอกาสประชาสัมพันธ์มาให้ผู้ที่สนใจ เพราะว่า

  • เรื่องของการพัฒนาครู และการสร้างโอกาสครู เพื่อให้มีการปรับปรุงคุณภาพ พัฒนาทักษะอยู่ตลอดเวลาเป็นเรื่องสำคัญ และ
  • ช่องทางนี้ก็เป็นช่องทางสำคัญที่เราได้ส่งเสริมสนับสนุน เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ ๒ ที่เราทราบดีครับว่าต้องอาศัยพลังจากครูกว่า ๖๐๐,๐๐๐ คนในการขับเคลื่อนในเรื่องนี้

สัปดาห์ที่ผ่านมามีการไปติดตามงานหลายด้าน หลังจากที่ผมพบกับพี่น้องประชาชนในช่วงแรกนี้แล้ว ก็จะมีการเก็บบรรยากาศมา ๒ ส่วน

ส่วนหนึ่ง จะเป็นงานของต้นกล้าอาชีพ ซึ่งมีการปิดโครงการเป็นทางการไปเรียบร้อยแล้ว แต่ได้สร้างสิ่งที่เรียกว่าเป็นต้นกล้าต้นแบบ และมีความสำเร็จที่จะนำไปขยายผลในโครงการต่อไปในอนาคต และ

ส่วนที่ ๒ คืองานที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนเรื่องของสวัสดิการชุมชน ที่ได้มีการสมทบเงินงบประมาณจากรัฐบาล และเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นสามารถสมทบเงินได้ไปยังกองทุนสวัสดิการชุมชน ที่พี่น้องประชาชนรวมตัวกันเอง ซึ่งก็มีความก้าวหน้าไปมากในช่วง ๑ ปีที่ผ่านมา และแน่นอนครับจะมีเรื่องของสกู๊ป ๖ วัน ๖๓ ล้านความคิด ประกอบไปด้วย"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ตามข่าว: อากาศแปรปรวน ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.ก.- ส.ข. เที่ยวงาน OTOP สภาฯ เห็นชอบงบฯ ปี ๕๔

...มีฝนตกหนัก อย่าประมาท ให้ติดตามพยากรณ์อากาศ  
อภิสิทธิ์: "สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักครับ กลับมาพบกันอีกครั้งนะครับในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ สำหรับช่วงนี้ดินฟ้าอากาศค่อนข้างที่จะแปรปรวน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็มีฝนตกหนักอยู่ในหลายพื้นที่ ขณะนี้ก็มีปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ซึ่งทาง

  • คณะรัฐมนตรีได้มีการกำชับให้ทุกหน่วยงาน และท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องนั้น
    • ได้ดูแลเอาใจใส่ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น
  • สิ่งที่อยากจะขอบอกกับท่านผู้ชมและพี่น้องประชาชนคือว่า
    • ขอให้ติดตามในเรื่องของการพยากรณ์อากาศ เพราะว่าเวลาที่มีฝนแรง มีพายุ
    • ก็มีความเสี่ยงต่อการที่จะเกิดอุบัติเหตุ อุบัติภัยต่าง ๆ และ
    • ขอให้ใช้ความระมัดระวังอย่าประมาทครับ

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>

เชิญชวนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ส.ก.-ส.ข.
วันนี้ก่อนที่จะพูดถึงเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องกับงานในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ขอที่จะประชาสัมพันธ์ ๒-๓ เรื่องครับ
เรื่องแรกคือวันนี้สำหรับพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร ก็เป็นวันที่มีความสำคัญ เพราะว่าเป็น

  • การเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.)และสมาชิกสภาเขต (ส.ข.) ซึ่งถือเป็นการปกครองท้องถิ่น และการมีกลไกในการที่จะดูแลให้คำปรึกษากับทางเขต ก็เป็นความสำคัญที่พี่น้องประชาชนจะออกไปเลือกตั้ง  ก็ขอเชิญชวนทุกคนไปใช้สิทธิ์โดยพร้อมเพรียงกัน

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>

เชิญเที่ยวงาน OTOP Midyear วันนี้เป็นวันสุดท้าย
เรื่องที่ ๒ คือวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่งาน OTOP Midyear ที่จัดขึ้นอยู่ที่เมืองทองธานี ซึ่งตลอดระยะเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ประสบความสำเร็จพอสมควร เพราะว่ามีการทำยอดขายได้ประมาณเกือบ ๗๐๐ ล้านบาทแล้ว เราก็ตั้งเป้าเอาไว้ว่าอยากจะให้ถึง ๘๐๐ ล้านบาท วันนี้ก็เป็นวันสุดท้าย ก็เป็นโอกาสที่พี่น้องประชาชนจะได้ไปที่เมืองทองธานี และได้ชมผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นไปชม ไปชิม หรือไปชอป ก็ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน เพราะว่าเป็นวันสุดท้ายแล้ว

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>

สภาฯ ให้ความเห็นชอบงบประมาณ ๕๔
สำหรับสิ่งที่จะขอรายงานพี่น้องประชาชนในช่วงแรกนั้น คงจะมีเพียง ๓ เรื่องครับ เรื่องแรกคือการที่สภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๔ ไปเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ถือโอกาสนี้

  • ขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และขอบคุณทางคณะกรรมาธิการที่ได้ใช้เวลากันมากในการพิจารณางบประมาณปี ๒๕๕๔
  • มีข้อเสนอแนะที่รัฐบาลจะนำเอาไปเป็นเครื่องมือในการประกอบพิจารณาในการบริหารงบประมาณ งบประมาณ ๒ ล้านกว่าล้านนั้น ก็จะได้
    • มีการดำเนินการอย่างดีที่สุด
    • อย่างมีประสิทธิภาพ
    • อย่างเป็นธรรม
    • อย่างโปร่งใส
  • กฎหมายนี้จะต้องไปผ่านวุฒิสภา ก่อนที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป  เพราะฉะนั้นจะเป็นช่วงต้นเดือนกันยายนที่กฎหมายฉบับนี้จะนำเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา เราก็หวังว่าจะสามารถประกาศเป็นกฎหมายได้ตามกรอบเวลา ก็คือปีงบประมาณนั้นจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ ๑ ตุลาคมครับ

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

จากรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เวลา ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐น.

คลิ๊ก เพื่ออ่านคำต่อคำ

คลิ๊ก เพื่อชม VDO งานโอท๊อป & ทีวีครู ,ระบบสวัสดิการชุมชน 


(กลับไปด้านบน)