พระองค์ภาฯ ทรงริเริ่มยกระดับมาตรฐานผู้ต้องขังหญิง Asem ผู้นำแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รอยต่อการเมือง ต้นทุนมาตฐาน รณรงค์กินไข่ Ideas ร่วมปฎิรูปประเทศไทย (๓ ต.ค. ๕๓)

- พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเดินงานต่อเนื่อง ยกระดับดูแลผู้ต้องขังหญิง
- Asem พัฒนาคุณภาพชีวิตและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อย่างยั่งยืนทุกมิติ
- บทบาท รองนายกฯ สุเทพ ช่วงรอยต่อหน้าที่ทางการเมือง
- แก้ปัญหาทุจริต : เร่งทำต้นทุนมาตฐาน กำหนดราคากลาง สร้างความเป็นธรรม
- ไทยเป็นเจ้าภาพประกาศเจตนารมณ์ ต่อสู้ปัญหาการทุจริต
- โครงการประกวดความคิดปฎิรูปประเทศไทย
- ตามข่าว: รณรงค์กินไข่ ความคืบหน้าไทย กัมพูชา
- ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

  - พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเดินงานต่อเนื่อง ยกระดับดูแลผู้ต้องขังหญิง

อภิสิทธิ์: " ... เสร็จจากกรุงบรัสเซลส์แล้ว ผมจะเดินทางไปที่นิวยอร์ก เพื่อไปร่วมงานครับเป็นงานที่มีการจัดนิทรรศการของสหประชาชาติที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานในเรื่องของผู้ต้องขังที่เป็นผู้หญิง 

- ซึ่งอันนี้เป็นงานที่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ได้ทรงงานมาเป็นระยะเวลากว่า ๑ หรือ ๒ ปีแล้ว

- ในการที่จะทำให้ทางสหประชาชาตินั้นได้มีการปรับปรุงในเรื่องของมาตรฐานของการดูแลผู้ต้องขัง  โดยเฉพาะผู้ต้องขังที่เป็นผู้หญิง ซึ่งมีความคืบหน้าไปมาก และ

- คาดว่าในปีนี้จะสามารถได้รับการรับรองเป็นปฏิญญากรุงเทพฯ หรือคำประกาศของกรุงเทพฯ ในเรื่องนี้ 

- ซึ่งถือว่าเป็นผลงานสำคัญที่จะช่วยไม่เพียงแต่ผู้ต้องขังที่เป็นผู้หญิงในประเทศของเรา แต่ว่าเป็นการยกระดับมาตรฐานสากล 

โดยเป็นการริเริ่มมาจากประเทศไทย และเป็นงานพระเจ้าหลานเธอได้ทรงงานมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความมุ่งมั่นครับ"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- Asem พัฒนาคุณภาพชีวิตและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อย่างยั่งยืนทุกมิติ

......ผู้นำร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น คุณภาพชีวิตและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เริ่มจากการสร้างระบบธรรมาภิบาลระบบการเงินจากวิกฤตเศรษฐกิจ การพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกๆมิติ การปรับกลไกความร่วมมือและการสร้างความใกล้ชิดระหว่างสองภูมิภาค

อภิสิทธิ์ :
" สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักครับ เชื่อมั่นประเทศไทยฯ

วันนี้เป็นการบันทึกเทปไว้นะครับตั้งแต่วันเสาร์ เพราะว่าในวันนี้ที่พี่น้องประชาชนกำลังชมรายการนี้อยู่นั้น  ผมอยู่ในช่วงที่กำลังจะออกเดินทางไปประเทศเบลเยียม เพื่อไปประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป หรือ ASEM ซึ่งมีการประชุมกันในวันจันทร์และวันอังคารที่จะถึงนี้

 - การประชุมครั้งนี้จะมีประเทศที่เข้าร่วมทั้งจากยุโรปและเอเชียเป็นจำนวนมาก

 - และมีการกำหนดหัวข้อสำคัญของการประชุมไว้ในเรื่องของคุณภาพชีวิตของประชาชน และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

ที่สำคัญคือว่าจะมีการแบ่งหัวข้อย่อยในการที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันระหว่างผู้นำในเอเชียและยุโรป ที่ครอบคลุม ๔ ประเด็นหลัก ๆ

ประเด็นแรก ก็คือเรื่องของการสร้างระบบธรรมาภิบาลในการกำกับดูแลเรื่องของระบบการเงิน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมา ที่ทุกประเทศก็กำลังพยายามที่จะหามาตรการในการวางมาตรฐาน เพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤตในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก

ประเด็นที่ ๒ ที่มีการกำหนดเอาไว้คือเรื่องของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ก็เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของทุกประเทศที่ต้องการที่จะเห็นกระบวนการของการพัฒนาในขณะนี้เป็นกระบวนการที่มีความสมดุลและมีความยั่งยืนในทุก ๆ มิติ

    • ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเสถียรภาพทางเศรษฐกิจเอง
    • ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการกระจายผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาเศรษฐกิจ
    • ไปจนถึงเรื่องของการเติบโตที่มีความสอดคล้องกับการดูแลรักษาระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ด้วย

ประเด็นที่ ๓ ที่จะได้มีการพูดคุยกันจะเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปัญหาในแต่ละภูมิภาคโดยเฉพาะ เช่น ในกรณีของอาเซียนหรือเอเชียเอง

ที่เรากำลังอยู่ในช่วงของการที่จะมีการปรับปรุงกลไกต่าง ๆ ของความร่วมมือในภูมิภาค โดยเฉพาะการขยายตัวของอาเซียนหรือเอเชียตะวันออกที่มีการพูดกันว่าจะเป็นอาเซียนบวก ๖ และจะไปเป็นบวก ๘ หรือจะบวกอะไรก็แล้วแต่ 

เช่นเดียวกันในส่วนของสหภาพยุโรปเองก็ยังอยู่ในช่วงที่กำลังมีการปรับตัว ปรับโครงสร้างอยู่ตลอดเวลา

ส่วนประเด็นสุดท้าย (๔) นั้นจะเป็นในเรื่องของการแลกเปลี่ยนกันในความเป็นไปได้ของการที่จะทำให้ประชาชนของทั้งสองภูมิภาคมีความใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น รวมถึงการทำงานของ ASEM ในภาพรวม

การประชุม ของ ASEM นั้นจะเกิดขึ้น ๒ ปีครั้ง เพราะฉะนั้น ต้องถือว่าเว้นระยะมานานพอสมควร  นับจากการประชุมครั้งที่แล้ว ซึ่งก็คงเป็นช่วงที่วิกฤตเศรษฐกิจหรือวิกฤตทางการเงินของโลกกำลังก่อตัวขึ้นพอดี

เพราะฉะนั้นครั้งนี้จะถือเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้นำของทั้ง ๒ ภูมิภาคจะได้มีการแลกเปลี่ยนกัน

 - โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามองในมุมของภาพรวมของเศรษฐกิจโลกขณะนี้ก็ต้องถือว่าในภูมิภาคเอเชียนั้น โดยเฉพาะประเทศไทยเองก็เช่นเดียวกัน กำลังอยู่ในช่วงของการฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจได้ค่อนข้างจะดี

 - ในขณะที่ยังมีความห่วงใยเกี่ยวกับเสถียรภาพของเศรษฐกิจในภูมิภาคยุโรปในบางประเทศ ที่ยังมีผลกระทบมาในเรื่องของวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับหนี้สินโดยเฉพาะหนี้สาธารณะ

เพราะฉะนั้น การแลกเปลี่ยนในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ในการที่จะประสานความร่วมมือในการที่จะฟันฝ่าปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจโลก  ซึ่งสำหรับหลายประเทศนั้นอาจจะยังไม่ผ่านพ้นไปเสียทีเดียว พร้อม ๆ กันไปก็จะเป็นโอกาสดีที่จะได้มีการพูดถึงการขยายความร่วมมือ  โดยเฉพาะทางด้านการค้าการลงทุน

...หารือทวิภาคี ทำอย่างไรไม่ให้มีการใช้มาตรการกีดกันการค้า
ตัวผมเองนั้น นอกจากเข้าร่วมประชุมแล้ว คงจะใช้โอกาสนี้ในการหารือทวิภาคี ทั้งในส่วนของสหภาพยุโรป ที่จะมีทั้งประธานคณะมนตรีสหภาพยุโรป และประธานคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป

โดยจะเน้นในเรื่องของการที่ทำอย่างไรจะไม่ให้มีการใช้มาตรการในการกีดกันการค้า ซึ่งหลายครั้งจะเป็นในรูปของเรื่องของ

  • มาตรฐานทางด้านสุขอนามัยหรือ
  • สิ่งแวดล้อม
  • และมากระทบกับการส่งออกของประเทศไทย

พร้อม ๆ กันไปครับรัฐบาลไทยเองก็อยู่ในช่วงที่กำลังจัดเตรียมกรอบในเรื่องของการเจรจา ในเรื่องของการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป หรือในกรอบของอาเซียนกับสหภาพยุโรปด้วย เพราะฉะนั้น จะได้มีการหารือทวิภาคี ถ้าจะเรียกว่าเป็นทวิภาคีเพราะเป็นการหารือกับทั้งตัวสหภาพยุโรปในโอกาสนี้ด้วย"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- บทบาท รองนายกฯ สุเทพ ช่วงรอยต่อหน้าที่ทางการเมือง

...ทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนไปประชุม อาเซ็ม ถึงแนวทางการใช้ พรก.ฉุกเฉินฯ และ การทำงานของ รองนายก สุเทพ เทือกสุบรรณ รวมไปถึงการติดตามประชาชนที่ถูกคุมขังอยู่ หลังจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง

อภิสิทธิ์: "เพราะฉะนั้น ในสัปดาห์หน้านี้ผมจะไม่ได้อยู่ในประเทศไทยนะครับ  ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ จะทำหน้าที่ในการรักษาการนายกรัฐมนตรี

ก่อนที่ท่านจะลาออกไปสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) อย่างที่ทราบกันดี  ซึ่งในช่วงนี้ก็จะเป็นช่วงรอยต่อพอดีครับ ที่เราจะต้องมีการพิจารณาในเรื่องของการประกาศภาวะฉุกเฉิน

สัปดาห์ที่ผ่านมานั้นผมได้มีการยกเลิกการประกาศภาวะฉุกเฉินใน ๓ จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เหลืออยู่ ก็คือ

  • อุดรธานี
  • ขอนแก่น และ
  • นครราชสีมา

ซึ่งเป็นการเลิกก่อนจะครบกำหนด และถือว่าสถานการณ์ในขณะนี้แม้ว่าอาจจะมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองอยู่บ้าง ก็เป็นความเคลื่อนไหวซึ่งไม่น่าเป็นห่วงอะไร  ก็สามารถทำให้ประกาศยกเลิกภาวะฉุกเฉินใน ๓ จังหวัดนี้ได้

เพราะฉะนั้น ณ วันนี้จะมีการประกาศภาวะฉุกเฉินอยู่ใน ๔ จังหวัดด้วยกัน คือ

  • กรุงเทพฯ

กับ ๓ จังหวัดรอบ ๆ คือ

    • สมุทรปราการ
    • นนทบุรี และ
    • ปทุมธานี 

ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ ๖ ตุลาคมนี้  ในวันที่ ๕ ตุลาคม ทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเป็นผู้พิจารณาว่าจะมีการต่อการประกาศภาวะฉุกเฉินใน ๔ จังหวัดนี้หรือไม่อย่างไร

แต่ว่าถ้าถามความเห็นของหน่วยงานความมั่นคงในเบื้องต้นขณะนี้ ก็เห็นสมควรว่าให้ยกเลิกเฉพาะ ๓ จังหวัดที่ผมได้ประกาศยกเลิกไปแล้ว

แต่อย่างไรก็ตามนะครับ รัฐบาลได้รับฟังข้อห่วงใยที่เกี่ยวข้องกับการใช้กฎหมายพิเศษ หรือการประกาศใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน มาโดยตลอด

...มอบทุกหน่วยงานศึกษาแนวทางที่จะใช้อำนาจ-กลไกที่มีอยู่โดยไม่พึ่งพากฎหมายพิเศษ
เพราะฉะนั้น ก่อนที่ผมจะเดินทางไป ก็ได้มีการเรียกประชุมเพื่อทำความเข้าใจและซักซ้อมความเข้าใจ ๒ ส่วนด้วยกัน

ส่วนแรก นั้นคือว่าการประกาศภาวะฉุกเฉินในขณะนี้ก็เป็นผลสืบเนื่องมาจาก ยังมีเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวในลักษณะของการก่อความวุ่นวาย เช่นที่เป็นข่าวในเรื่องของ

  • ระเบิดในสถานที่ต่าง ๆ ไปจนถึง
  • เรื่องของความเป็นไปได้ในการที่จะมีการชุมนุมเคลื่อนไหว และ
  • ทำให้การบริหารจัดการในเรื่องของความรุนแรงมีความยากลำบาก 

แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ผมได้ให้นโยบายไปครับว่ามาตรการหรืออำนาจที่เราใช้ตามการประกาศภาวะฉุกเฉินในขณะนี้เป็นไปในลักษณะที่จะป้องกันไม่ให้เหตุที่เกิดขึ้นมาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แล้วจะเป็นการใช้อำนาจในลักษณะที่จะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้าย เพื่อที่จะคุ้มครองความปลอดภัยของ

    • พี่น้องประชาชนทั่วไป  และ
    • ประโยชน์ของสาธารณะ

แต่ว่าได้ขอให้ทุกหน่วยงานไปศึกษาว่าอำนาจที่ใช้ และกลไกที่ใช้อยู่จะทำอย่างไรให้สามารถใช้ได้โดยไม่พึ่งการมีกฎหมายพิเศษ เพราะจะได้ปูทางไปสู่การยกเลิกการประกาศภาวะฉุกเฉินหรือการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในที่สุด อันนี้ก็ได้มีการแจ้งให้กับหน่วยงานความมั่นคง รวมทั้งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ซึ่งเป็นรองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (รองผอ.ศอฉ.) อยู่ในขณะนี้ก็ได้มีการรับแนวทางนี้ไปดำเนินการศึกษาอยู่


อีกด้านหนึ่ง [ส่วนที่สอง]  ผมได้มีการติดตามการที่มีประชาชนที่ถูกคุมขังอยู่ สืบเนื่องมาจากการกระทำความผิดในช่วงเหตุการณ์หรือหลังจากเหตุการณ์ในเดือนเมษายนหรือพฤษภาคม 

เพราะว่าเราต้องการที่จะสอบทานให้แน่ชัดว่าไม่มีปัญหาในเรื่องของการที่จะไปใช้อำนาจตามกฎหมาย

  • จะเป็นกฎหมายปกติ หรือ
  • กฎหมายพิเศษในทางที่ผิด และ
  • ต้องการที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

เพราะผมก็ยืนยันมาโดยตลอดว่ารัฐบาลไม่เคยมีนโยบายในการที่จะไปไล่ล่า และโดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่มีการไปดำเนินการกับใครเพราะความคิดเห็นทางการเมือง แต่ว่าความผิดที่เกิดขึ้นที่มีการแจ้งไป

    • จะเป็นในเรื่องของลักทรัพย์ หรือ
    • ไปอยู่ในเหตุการณ์ที่มีการเผา หรือ
    • จะเป็นในเรี่องของการฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าหน้าที่

ก็ต้องการให้สอบถามให้แน่ชัดว่าไม่มีความคลาดเคลื่อน ซึ่งในการประชุมกับหน่วยงานของกระทรวงยุติธรรม หน่วยงานความมั่นคง 

  • ผมก็ได้ขอข้อมูลและ
  • เชิญทางกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม  และ
  • ได้ตกลงกันอย่างนี้ครับว่าทางรัฐบาลเองจะให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
    • ของกระทรวงยุติธรรม ไปตรวจสอบให้ละเอียด

ในบรรดาคนที่ถูกคุมขังอยู่ในขณะนี้ ๑๘๔ คน  โดยขอความร่วมมือและขอข้อมูลจากทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ถ้ามีกรณีไหนมีความคลาดเคลื่อน โดยเห็นว่าจะมีแนวทางในการที่จะผ่อนปรนอะไรได้ รัฐบาลจะได้ดำเนินการต่อไป อันนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งซึ่งเราได้ให้ความสำคัญ

อีกด้านหนึ่งข้อมูลจากองค์กรของภาคเอกชนเอง ที่บอกว่ายังมีคนสูญเสียอยู่ ๒๕ คน ซึ่งคนที่สูญเสียที่มีการแจ้งมานี้ไม่ได้หมายความว่าจะเกี่ยวข้องกับการชุมนุมโดยตรง ต้องมีการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง อันนี้จะเป็นเรื่องที่ได้มีการมอบหมายให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปติดตามดูตามรายชื่อที่ไม่ได้มีการรวบรวมมา ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องการที่จะให้ความมั่นใจว่าการที่เราประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หรือใช้อำนาจต่าง ๆ ที่ผ่านมา เป็นไปเพื่อการคุ้มครองความปลอดภัย และความสงบเรียบร้อย  และไม่ต้องการที่จะไปใช้อำนาจพิเศษใด ๆ ในการที่จะไปละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน  การดำเนินการในเรื่องนี้จะมีอย่างต่อเนื่องต่อไป 

ส่วนเมื่อท่านรองนายกฯ สุเทพได้ลาออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็จะต้องมีการแต่งตั้ง

  • ผู้อำนวยการของ ศอฉ. และ
  • รวมทั้งผู้กำกับ
  • หัวหน้าผู้รับผิดชอบ

ซึ่งขณะนี้จะเป็นท่านผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ท่านใหม่ ซึ่งในเรื่องนี้ผมได้ขอให้ทางคณะรัฐมนตรีพิจารณาพร้อม ๆ ไปกับการจะต่ออายุการประกาศภาวะฉุกเฉินหรือพ.ร.ก. ในวันที่ ๕ ที่จะถึงนี้ อันนี้ก็เป็นเรื่องของความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินงานที่จะดูแลทางด้านความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย

ส่วนเหตุการณ์ระเบิดต่าง ๆ นั้น ทางตำรวจได้มีการแถลงไปพอสมควรถึงการปรับแนวทาง

      • ทั้งการทำงานในเชิงรุก
      • ทั้งการดูแลพื้นที่ต่าง ๆ ให้ละเอียดรอบคอบมากยิ่งขึ้น
      •  รวมไปถึงการขอความร่วมมือจากหน่วยงานอื่น ๆ ภาครัฐ

ในการที่จะมาสนับสนุนการดูแลความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- แก้ปัญหาทุจริต : เร่งทำต้นทุนมาตฐาน กำหนดราคากลาง สร้างความเป็นธรรม

...ต้นทุนมาตรฐาน คือสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำเพื่อไม่ให้เสียงบประมาณโดยไม่จำเป็นและป้องกันไม่ให้มีการกำหนดราคากลางที่สูงเกินจริง ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยปรับปรุงระบบการจัดซื้อ กำหนดคุณลักษณะของสินค้า รวมถึงที่ปรึกษาที่เอื้อประโยชน์และทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่สมบูรณ์

อภิสิทธิ์:
" สัปดาห์ที่ผ่านมานอกจากเรื่องนี้แล้ว ก็มีอีกเรื่องหนึ่งซึ่งผมได้มีการประชุมร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรอิสระ นั่นคืองานที่เกี่ยวข้องกับการที่จะแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้ก็มีความริเริ่มอยู่ ๓-๔ เรื่องที่อยากจะเล่าให้ฟัง 

เรื่องแรก คือการปรับปรุงระบบการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

  • ความเหมาะสมในการที่จะใช้ระบบการจัดซื้อจัดจ้างอิเล็กทรอนิกส์หรือการประมูลงานอิเล็กทรอนิกส์  ก็
    • จะมีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับภาวะของการจัดซื้อจัดจ้างในแต่ละเรื่อง  เพราะว่าในบางเรื่องนั้นก็เหมาะที่จะใช้รูปแบบวิธีนี้  ซึ่ง
    • จะต้องดูแลว่ามีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรมอย่างแท้จริง แต่
  • บางเรื่องก็ไม่เหมาะ  ก็จะต้องมีการวางแนวทางที่เหมาะสมในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริต 

ประการที่ ๒ ว่าปัญหาการทุจริตในขณะนี้ก็เกิดขึ้นจากเรื่องของ

  • การกำหนดราคากลาง หรือบางครั้งก็เป็น
  • การกำหนดคุณลักษณะของสินค้า
    • ซึ่งนำไปสู่การสมยอมในการเสนอราคา

ตรงนี้ครับขณะนี้กำลังเร่งให้มีการจัดทำในเรื่องของต้นทุนมาตรฐาน ซึ่งสามารถที่จะเทียบเคียงได้ โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อป้องกันไม่ให้มีการกำหนดราคากลางที่สูงเกินความเป็นจริงครับ 

    • เพราะว่าตรงนี้แหละครับที่เป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้เกิดการสูญเสียงบประมาณโดยไม่จำเป็น อันนี้
    • ทางสำนักงบประมาณก็ดี กรมบัญชีกลางก็ดี และการประสานงานกับภาคเอกชนเอง ก็น่าจะนำมาสู่ข้อเสนอที่จะช่วยอุดรูรั่วหรืออุดช่องว่างตรงนี้ที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน 

ส่วนที่ ๓ ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการขนาดใหญ่ ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการที่เราอาจจะสูญเสียจากการทุจริตคอร์รัปชั่นในรูปแบบที่มาจากการที่มีการจ้างที่ปรึกษา และ

    • ที่ปรึกษานั้นก็พูดง่าย ๆ ก็คือไปกำหนดรายละเอียดต่าง ๆ ของโครงการซึ่งไปเอื้อต่อผู้ที่เข้าประมูลงานรายใดรายหนึ่ง ก็ทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่สมบูรณ์ 
    • อันนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ได้มีการดำเนินการในขณะนี้ที่จะปรับปรุงการแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการจ้างที่ปรึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการขนาดใหญ่" 

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ไทยเป็นเจ้าภาพประกาศเจตนารมณ์ ต่อสู้ปัญหาการทุจริต

...ระดมทุกภาคส่วนหยุดยั้งพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชั่น เพื่อวางรากฐานที่ดีและป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่นในอนาคต

...โยกย้ายแต่งตั้งและคณะกรรมการสรรหาควรให้คนภายนอกเข้ามามีส่วนร่วม

อภิสิทธิ์:  "...นอกจากนั้นจะมีปัญหาในเรื่องของการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการที่ได้มีการปรึกษาหารือกัน

    • และเห็นพ้องต้องกันว่าจะต้องมีการปรับระบบในเรื่องของการโยกย้ายแต่งตั้ง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระบวนการของการคัดเลือกที่มีลักษณะของคณะกรรมการสรรหาหรือกรรมการคัดเลือกที่ควรจะเปิดโอกาสให้คนภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้นเพราะว่ายังมีเสียงร้องเรียนมาอยู่เป็นประจำว่าในกระบวนการของการคัดเลือกหรือสรรหานั้น ก็ยังจำกัดอยู่ในวงแคบ ๆ และท้ายที่สุดก็เป็นไปตามความต้องการของผู้บริหารระดับสูง

  • ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายประจำหรือ
  • ฝ่ายการเมือง
  • มากกว่าจะเป็นกระบวนการของการคัดเลือกสรรหา

อย่างที่เราต้องการจะเห็นอย่างแท้จริง เรื่องเหล่านี้ครับเป็นเรื่องที่เราจะมีการพยายามปรับปรุงแก้ไข เพื่อวางรากฐานที่ดีและป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่นในอนาคตต่อไป ที่สำคัญคือว่าเราจะมีการเชิญชวนทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นใน

- ภาคเอกชน
- องค์กรอิสระ

และโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือว่า มาทำข้อตกลงกัน  ว่าต่อไปนี้การปฏิบัติหน้าที่จากภาครัฐเอง และการเข้ามาร่วมงานของภาครัฐของภาคเอกชนนั้น เราจะไประดมบรรดาบริษัท ห้างร้าน หรือองค์กรต่าง ๆ ที่ไจะมาร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ในการที่จะหยุดยั้งพฤติกรรมที่เป็นลักษณะของการทุจริตคอร์รัปชั่นทั้งหมด

โดยในเดือนพฤศจิกายนนี้เองประเทศไทยโดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) จะเป็นเจ้าภาพในการประชุมระดับโลก หรือนานาชาติว่าด้วยเรื่องของการต่อต้านการทุจริต ซึ่งจะเป็นโอกาสดีที่จะใช้ในเดือนพฤศจิกายนนี้ในการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกัน และผลักดันมาตรการต่าง ๆ ออกมาให้เรามีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นในเรื่องของการต่อสู้กับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- โครงการประกวดความคิดปฎิรูปประเทศไทย

...ร่วมรับฟังแลกเปลี่ยน "ไอเดีย" ปฎิรูปประเทศไทยกับ ผู้ผ่านการเข้ารอบการประกวด ไอเดีย ทั้ง ๒๐ คน เพื่อนำไปต่อยอดสร้างเป็นนโยบายต่อไป

อภิสิทธิ์: "กลับมาในช่วงที่ ๒ ของรายการนะครับ เมื่อสักครู่ผมได้พูดไปแล้วว่าจะมาพบกับเจ้าของความคิดดี ๆ ๒๐ ท่านที่ได้มีการร่วมโครงการในการเสนอ

  • ความคิดในการแก้ไขปัญหา หรือ
  • ปฏิรูปประเทศไทยมา

ก็อยากจะได้ให้แต่ละท่านได้มีโอกาส ได้นำเสนอความคิด

    • ต่อพี่น้องประชาชน และ
    • อาจจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันสั้น ๆ

กับผมนะครับ ผมก็ขอเริ่มต้นจากเจ้าของความคิดที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและการสื่อสาร การสารสนเทศก่อนนะครับ"

เจ้าของไอดี: "ไอดีที่ ๑ ค่ะ นั่งแท็กซี่สบายใจไอทีช่วยได้ แนวคิดคือนำระบบสารสนเทศเข้ามาช่วยให้ผู้ที่กำลังประสบภัยในแท็กซี่ ส่งข้อความแจ้งภัยไปยังศูนย์ แนวคิดของโครงการนี้ก็คือเป็นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคมที่เรามีอยู่แล้วนี้ เอามาสร้างเป็นระบบงาน เป็นระบบที่ช่วยผู้ที่ใช้บริการแท็กซี่นะคะ ที่อาจจะเกิดเหตุภายในแท็กซี่ ผู้ที่ตกเป็นเหยื่ออาจจะเป็นผู้โดยสาร หรือเป็นคนขับแท็กซี่ก็ได้ โดยการติดตั้งอุปกรณ์ทางด้านไอทีและสื่อสารโทรคมนาคมบางอย่างในรถแท็กซี่ไว้ แล้วผู้ที่ประสบเหตุที่อยู่ในแท็กซี่ก็สามารถส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือของตนเองไปยังศูนย์ และศูนย์ก็จะแจ้งตำรวจ ตำรวจก็จะมา โดยมีอุปกรณ์มือถือเป็นอุปกรณ์สำคัญในการป้องกันภัย และช่วยชีวิตตนได้ค่ะ"

อภิสิทธิ์: "ความจริงขณะนี้เราก็ใช้ไอทีอยู่นะครับ แม้กระทั่งการเชื่อมต่อการสื่อสาร แท็กซี่เองเราก็มีระบบวิทยุ มีอะไรกัน ในการติดต่อสื่อสาร แต่ว่าถ้าทำเป็นระบบได้

ก็เป็นความหวังว่าอยากจะเห็นในเรื่องของการที่จะนำมาสู่การดูแลความปลอดภัย แล้วก็ทำให้ผู้โดยสารทุกคนมีความมั่นใจ ว่าขึ้นแท็กซี่ไม่ว่าจะเป็นคันไหนก็ตาม มีระบบที่เป็นมาตรฐานรองรับใช่ไหมครับ อันนี้เป็นความคิดที่เป็นความคิดที่ดีนะครับ"

เจ้าของไอดี: "ไอดี ๒ จิตสำนึกไทยไทยแลนด์ครับ เป็นการสร้างภาพยนตร์กึ่งสารคดี เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจในวงกว้าง ให้คนไทยทุกคนลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงประเทศกัน  แนวคิดก็จะคล้ายกับหนังเรื่อง An inconvenient Truth  นะครับ ที่คุณอัล กอร์ เคยสร้างขึ้นมา ที่พูดถึงเรื่องภาวะโลกร้อน ซึ่งหนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จมาก และกระจายเป็นวงกว้าง ผมเลยคิดว่าสื่อภาพยนตร์ปัจจุบันมีอิทธิพลมากกับคนในหมู่มาก ถ้าเราจะสร้างหนังสักเรื่องหนึ่งที่พูดถึงแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่ ๆ เพื่อต่อยอดไอเดียให้คนไทยทุกคนปลุกกระแสขึ้นมา ๆ ช่วยกันเปลี่ยนประเทศกัน น่าจะเป็นอะไรที่มันดีครับ"

อภิสิทธิ์:  "ผมก็เรียนนะครับว่าขณะนี้ความจริงความคิดนี้ผมไม่แน่ใจว่าส่งมาตอนไหนนะครับ แต่ว่าแว่ว ๆ มาว่าทางรัฐบาลเองโดยทางที่ปรึกษาของผมก็ได้มีแนวคิดที่จะผลักดันโครงการในลักษณะนี้อยู่

ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อไปนะครับ อันนั้นก็เป็น ๒ โครงการนะครับที่ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องเทคโนโลยีกับเรื่องของสารสนเทศนะครับ ลองมาดูความคิดทางด้านเศรษฐกิจบ้างนะครับ"

เจ้าของไอดี: "ไอดีที่ ๓ ชื่อไอเดียสร้างระบบเกษตรกรรมไทยให้เป็นหนึ่งในโลก แนวคิดนี้ก็เป็นแนวคิดในเรื่องของการนำการจัดการซึ่งเป็นวิทยาการสมัยใหม่ เพื่อลงไปสู่ รวมกับภูมิปัญญาชุมชนของเกษตรกรท้องถิ่นทั่วประเทศไทยนะคะ โดยที่อยากให้มีนักศึกษาเป็นสื่อกลางนำความรู้ วิทยาการสมัยใหม่พวกนี้เข้าไปจัดการระบบเกษตรกรรมของไทย เพื่อที่ว่าเมื่อเรากลับมาทำระบบเกษตรกรรมของเราให้แข็งแรงแล้วนี้ มันก็จะเป็นก้าว step ต่อไปที่แข็งแรง ที่จะทำให้เราก้าวไปสู่เวทีโลกได้ค่ะ"

อภิสิทธิ์: "จะบอกว่าไม่มีใครทำเลยคงไม่ได้นะครับ เดี๋ยวนี้ เพราะว่าเราทราบว่าในหลายพื้นที่ก็มีการพัฒนาระบบขึ้นมา

  • ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของมาตรฐาน
  • ไม่ว่าจะเป็นที่เขาเรียกว่าตรวจสอบย้อนกลับนะครับ

ให้ทราบว่าแหล่งที่มาของสินค้าเกษตรเป็นอย่างไร แต่ว่าที่เสนอมานี้ก็มีสิ่งที่เพิ่มเข้ามาก็คือบทบาทของภาควิชาการ ความจริงรัฐบาลมองไปในจุดของการวิจัยพัฒนานะครับ แต่ว่าถ้า

    • มีนิสิต
    • นักศึกษา
    • คนหนุ่มสาว

เข้าไปทำเรื่องนี้มากขึ้น ก็จะช่วยอีกด้านหนึ่ง ก็คือขณะนี้เราก็ต้องการให้คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจกับการพัฒนาภาคการเกษตรมากขึ้น ลองมาฟังความคิดต่อไปนะครับ"

เจ้าของไอดี: "ไอดี ๔ ไอเดียพื้นที่ ๙๙ บาทเพื่อการกุศล ให้หน่วยงานรัฐจัดพื้นที่ให้เช่าราคาต่ำ สำหรับธุรกิจเพื่อสังคม"

อภิสิทธิ์: "ให้เช่าเดือนละ ๙ บาทเหรอครับ"

เจ้าของไอดี: "ใช่ครับเป็นเลขสวย ๆ" 

อภิสิทธิ์: "๙ บาทนี่ใหญ่แค่ไหนครับ เรื่องกิจการทางสังคมนะครับ ผมก็อธิบายนิดหนึ่งนะครับ มันก็คาบเกี่ยวกันอยู่ ก็คือที่ผ่านมานี้เราอาจจะนึกถึงเรื่องของกิจกรรมที่เรียกว่า CSR ความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเดี๋ยวก็จะมีคนที่เสนอความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้

แต่นั่นคือกรณีที่ทางบริษัท ภาคธุรกิจเอกชน เขาต้องการที่จะคืนกำไรให้ แต่กิจการเพื่อสังคมนี้มันไปอีกขั้นหนึ่งนะครับ

ก็คือเป็นองค์กรที่มีจุดมุ่งหมายในเรื่องสาธารณะประโยชน์ แต่คือบริหารแบบธุรกิจ ที่ผ่านมาเราจะแยกใช่ไหมครับว่า ธุรกิจก็ทำกำไรไป อาจจะคืนกำไรให้สังคมบ้าง แล้วเราก็นึกถึงองค์กรการกุศลต่าง ๆ ซึ่งก็ให้เปล่า

แต่ว่าจริง ๆ แล้วขณะนี้ในหลายประเทศเขาส่งเสริมสิ่งที่เรียกว่ากิจการเพื่อสังคม ซึ่งมาทำงานแบบธุรกิจคือเลี้ยงตัวเองได้ แต่ว่าสิ่งที่เขาทำทั้งหมดนี้เป็นการสร้างสาธารณะประโยชน์พร้อม ๆ กันไปด้วย ซึ่งความคิดตรงนี้ก็คือว่า จะช่วยทำอย่างไรให้กิจการสังคมตรงนี้เกิดได้ ก็คิดถึงเรื่องของค่าเช่าราคาถูกนะครับ ก็เป็นความคิดที่ดีความคิดหนึ่งครับ พูดถึง CSR แล้วก็มาถึงคุณพิพัฒน์นะครับ ซึ่งได้เสนอเรื่องนี้เข้ามาครับ"

เจ้าของไอดี: "ไอเดียกระจายเศรษฐกิจเพื่อสังคม ระดมทั้ง ๗๖ จังหวัด เป็นการกระจายความมั่งคั่งของเศรษฐกิจ เพื่อคนในท้องที่ทั้ง ๗๖ จังหวัดทั่วประเทศครับ ที่ผ่านมา ๒ ปีนี้ ทางทีมงานของเราก็ได้มีโอกาสไปเดินสายถ่ายทอดความรู้เรื่อง CSR ให้กับคนในพื้นที่ ๗๖ จังหวัด เราก็ได้ฟังแนวคิดหรือข้อเสนอต่าง ๆ ที่มาจากทั้ง ๗๖ จังหวัดนะครับ ก็เลยเห็นว่าโครงการไอเดียประเทศไทย น่าจะเป็นส่วนที่จะทำให้ความคิดของผู้ประกอบการในภาคเอกชนของทุก ๆ จังหวัด ร่วมกับภาคท้องถิ่น ได้มีโอกาสขยายผลเป็นลักษณะของการขับเคลื่อนจริง ๆ ก็นั่นหมายความว่าถ้าหากว่าโครงการ CSR ๗๖ จังหวัดได้เข้าสู่กระบวนการถัดไป ก็จะทำให้ทั้ง ๗๖ จังหวัดมีกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นจากความคิดของคนในท้องถิ่นเอง ร่วมเสนอโดยคนในท้องถิ่นเอง และก็ร่วมทำโดยคนในท้องถิ่นเองด้วยนะครับ"

อภิสิทธิ์: "อย่างที่พูดไปเมื่อสักครู่นะครับว่า กิจกรรม CSR ก็เติบโตค่อนข้างรวดเร็ว แต่หลายคนส่วนใหญ่จะจับตาไปที่บริษัทหรือองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่ในส่วนกลาง

เพราะฉะนั้นความคิดนี้ก็คือความคิดเหมือนกับกระจัดกระจายให้ไปทั่วภูมิภาคทุกภูมิภาค และที่สำคัญก็คือให้ธุรกิจของท้องถิ่นเองได้เข้ามามีบทบาท มีส่วนร่วมทางด้านนี้นะครับ"

เจ้าของไอดี: "ไอดี ๖ สร้างส่วนรวมศึกษาช่วยเหลือเกษตรกรชายแดนใต้ ตั้งศูนย์การเรียนรู้ให้กับเกษตรกรที่อยากจะรู้เกี่ยวกับการทำผลผลิต ลดต้นทุนต่ำ จะได้มีสินค้าที่ราคาได้ดี แนวคิดของโครงการนี้อยากจะให้เกษตรกรได้เป็นผู้ที่นำสินค้าเกษตรมาขายเองนะครับ โดยมีศูนย์รวมสินค้าเฉพาะ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ ลดปัญหาความไม่ปลอดภัย เนื่องจากว่า พ่อค้าแม่ค้าต่างที่ไม่กล้าเข้าไปซื้อถึงที่"

อภิสิทธิ์: "ข่าวคราวก็ช่วงสัปดาห์ สองสัปดาห์ที่ผ่านมานี้สอดคล้องกับการมองปัญหาอย่างยิ่งเลยนะครับในเรื่องนี้ ซึ่งเราจะต้องเร่งแก้ไข และก็ความจริงที่ผ่านมานี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ เองก็มีพระมหากรุณาธิคุณนะครับ ทรงริเริ่มโครงการ เช่น

    • ฟาร์มตัวอย่าง หรือ
    • ความพยายามในการรวบรวมสินค้าในขณะนี้

แต่ว่าก็คงจะต้องทำกันมากขึ้นนะครับ ลองมาฟังความคิดในหมวดสุขภาพ ศิลปะ วัฒนธรรม บ้างนะครับ"

เจ้าของไอดี: "ไอดี ๗ ไอเดียโครงการกองทุนอาหารก่อนวันหมดอายุครับ รวบรวมอาหารที่มันใกล้จะหมดอายุ มารวมกัน ณ จุดใดจุดหนึ่ง แล้วส่งต่อไปยังปลายทางสถานพินิจ บ้านพักคนชรา เรือนจำ และผู้ยากไร้ ลักษณะของไอเดียตามแนวคิดของผมก็คืออาหารสด ผลไม้ โดยรวบรวมจากห้างร้าน ร้านค้า มินิมาร์ท แม้กระทั่งร้านโอท็อป หรือร้านค้าทั่ว ๆ ไป รวมไปถึงห้างสรรพสินค้า รวบรวมเสร็จเราก็จะมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วในการที่จะเอาอาหารพวกนั้นไปให้กับกลุ่มเป้าหมาย ก็อาจจะเป็นในส่วนของคนที่อยู่ในบ้านพักคนชรา หรืออาจจะเป็นสถานพินิจ หรืออาจจะเป็นเรือนจำ หรืออาจจะเป็นคนที่เขา ผู้ที่ยากจนในหมู่บ้านในชุมชน ให้เขาได้กิน เป็นการช่วยประหยัดงบประมาณในการเลี้ยงดูคนจำนวนนี้ และเป็นการลดปริมาณขยะด้วย และเป็นการใช้ทรัพยากรอาหารอย่างคุ้มค่าครับ"

อภิสิทธิ์: "ก็เป็นแนวความคิดที่ดีครับ แต่ว่าผมก็คิดว่าก็ต้องระมัดระวังนิดหนึ่ง เพราะว่ากลัวว่าการบริหารจัดการถ้าเกิดผิดพลาดขึ้นมา กลายเป็นอาหารหมดอายุแล้วก็จะยุ่งเหมือนกันนะครับ

เพราะว่ามีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นอยู่บ่อย ๆ แต่ว่าก็ถือว่าเป็นความคิดที่ดีครับ และก็

  • ถ้ามีการจัดระบบรวบรวมได้นะครับ
  • แล้วก็มีการบริหารจัดการที่ดี

ก็คงจะเป็นอย่างที่ว่านะครับ สามารถที่จะประหยัดและก็ลดในเรื่องของขยะได้ด้วยนะครับ"

เจ้าของไอดี: "ไอดี ๘ ไอเดียคนไทยสบายดีหรือเปล่า Concept ของไอเดียนะครับ ก็คือเราจะเพิ่มความสุขให้ประเทศไทย โดยการทำดัชนีชี้วัดที่ทำได้ง่าย ๆ เพื่อที่จะพัฒนาความสุขของคนทั้งประเทศ ซึ่งวันนี้เราก็วิธีการทางเทคโนโลยีเข้ามาช่วยด้วยนะครับ อย่าง Social Network Website อย่างเช่น Facebook นะครับ เราก็จะสามารถที่จะทำตรงนี้ลดต้นทุนได้ แล้วในขณะเดียวกันเราก็สร้างระบบซึ่งให้รัฐบาลส่งเสริมให้ระบบการเก็บข้อมูลผ่านทาง อบต. ได้ด้วย ก็เป็นการรวบรวมข้อมูลในมาตรฐานเดียวกัน เพื่อที่จะสร้างกิจกรรม แก้ปัญหาให้คนแต่ละกลุ่มครับ"

อภิสิทธิ์: "บางหน่วยงานพยายามทำอยู่ เช่น

  • สำนักสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ผมเข้าใจว่าทั้ง
    • สวนดุสิต ทั้ง
    • เอแบค

ก็มีการสำรวจเรื่องดัชนีความสุขอยู่เป็นระยะ ๆ แต่ว่าเรียนตรง ๆ ก็ยังเหมือนกับยังไม่ลงตัวเท่าที่ควรนะครับ แล้วก็มีหลายประเทศที่เขาพยายามเสนอแนวคิดอันนี้ หัวใจคือ

  • มาตรฐานของตัวแบบสอบถาม และ
  • วิธีการใช่ไหมครับในการระดม"

เจ้าของไอดี: "จริง ๆ สิ่งที่เราเน้นก็คือว่าทำให้มันที่ ๆ ต่างจากที่อื่นนะครับ ของเราเน้นว่าทำให้มันง่าย แล้วก็ทำให้มันเหมือนกับว่าพอเราส่งต่อให้เพื่อน กับครอบครัวแล้วนี้ เกิดประโยชน์ตั้งแต่ชุมชนเล็ก ๆ ครับ โดยไม่ต้องรอให้เป็นระดับใหญ่ และก็ค่อยขยายผลไปอย่างนี้ครับ"

เจ้าของไอดี: "ไอดี ๙ Share to patient หรือว่าไอเดียปันสู่ผู้ป่วย นำอุปกรณ์มือสองสำหรับผู้ป่วยในครอบครัวหนึ่งมาให้กับผู้ป่วยอีกครอบครัวหนึ่ง แล้วก็หมุนเวียนกันใช้ต่อไปค่ะ เป็นไอเดียที่จะนำอุปกรณ์การแพทย์มือสองสำหรับผู้ป่วยจากครอบครัวหนึ่งมาสู่อีกครอบครัวหนึ่ง เพื่อนำมาใช้หมุนเวียน และสนับสนุนการดูแลให้ต่อเนื่องกันไปค่ะ"

อภิสิทธิ์: "อันนี้ก็เป็นความคิดที่น่าสนใจนะครับว่าจริง ๆ แล้วนี้ถ้าเรามีระบบการแบ่งปันที่ดี ก็น่าจะเป็นอีกโครงการหนึ่งซึ่งทำให้หลายครอบครัวสามารถเข้าถึงการมีอุปกรณ์เหล่านี้ได้นะครับ ลองมาฟังเรื่องทางศิลปวัฒนธรรมบ้างนะครับ"

เจ้าของไอดี: "ไอดีที่ ๑๐ ถนนสายภูมิปัญญาครับ จุดมุ่งหมายของไอเดียนี้คือเพื่อพลิกฟื้นอนุรักษ์ และเน้นการพัฒนานวัตกรรมจากภูมิปัญญาของคนไทยเอง แนวดำเนินการคือจะให้จังหวัดต่าง ๆ ๗๖ จังหวัดเป็นคนรวบรวมคลังภูมิปัญญาของท้องถิ่นมา และก็นำมาเสนอเพื่อคัดเลือกเป็นประติมากรรม มาสร้างขึ้น และก็ติดตั้งไว้ตามริมถนนนะครับ และเราก็จะได้คลังภูมิปัญญานี้เอาไปแนะนำให้ชุมชนท้องถิ่นจดทะเบียนสิทธิบัตรภูมิปัญญา หรือขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์นะครับ"


อภิสิทธิ์: "ก็เป็นเรื่องของการที่จะต้องสนับสนุนการเปิดพื้นที่ เพราะว่าอันนี้ความจริงแล้ว โยงกับหลายเรื่องเลยนะครับ ตั้งแต่

  • Creative Economy หรือ
  • เศรษฐกิจสร้างสรรค์

ที่รัฐบาลก็ยืนยันว่าความจริงในบ้านเมืองของเรามีสิ่งดี ๆ เยอะ ซึ่งยังไม่ได้ถูกนำออกมาแสดงให้เกิด

    • การรับรู้ หรือ
    • นำไปต่อยอด หรือ
    • ไปใช้ให้เกิดประโยชน์นะครับ

ขณะเดียวกันคงไม่ได้มองทางด้านเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่เป็นกระบวนการทางสังคม เพื่อให้เราสามารถที่จะสืบทอด สืบสานสิ่งดี ๆ ที่มีอยู่ในชุมชนนะครับ

และจริง ๆ แล้วผมเองคงจะสนับสนุนให้เป็นโครงการที่เชื่อมกับเยาวชนด้วย เพราะว่าเราต้องการเปิดพื้นที่สร้างสรรค์ให้กับเด็กและเยาวชนนะครับ

  • เพื่อต่อสู้กับพื้นที่ที่ไม่ดี หรือ
  • สิ่งยั่วยวนทั้งหลาย

ซึ่งมีอยู่ค่อนข้างจะมากในปัจจุบัน เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาทางด้านสังคมด้วยนะครับ มีความคิดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมหลายความคิดเลยนะครับ"

เจ้าของไอดี: "ไอดี ๑๑ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าจากน้ำฝน ผลิตสิ่งที่ไร้ประโยชน์ให้มีประโยชน์ หลัก ๆ เลยก็คืออยากให้เริ่มมีน้ำฝนตกลงมาครับ เกิดการสร้างไฟฟ้าได้เมื่อเวลาเกิดฉุกเฉินไฟดับ หรือทุกบ้านเราไม่ต้องการเปิดพัดลมเวลาฝนตกหรอกครับ ก็คือเราต้องการประหยัดไฟฟ้าได้ด้วยครับ"

อภิสิทธิ์: "เรื่องพลังงานนี่ก็จะเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกประเทศขณะนี้ก็ตื่นตัวกันมากขึ้น ในเรื่องของการหาช่องทางที่จะใช้พลังงานทางเลือก พลังงานทดแทน แล้วก็เป็น

  • การประหยัดทั้งในแง่ของการนำเข้าบ้าง และ
  • ที่สำคัญก็คือผลต่อสิ่งแวดล้อม

ผมไม่แน่ใจว่าที่เสนอมานี้มองเป็นภาพของขนาดเล็ก ๆ ใช่ไหมครับที่กระจายอยู่ หรือยังไงครับ"

เจ้าของไอดี: "อันนี้ก็คือติดตั้งไว้ตามบ้านครับ เป็นโมเดลแรกที่สร้างขึ้นมาครับผม"

อภิสิทธิ์: "อันนี้ก็เป็นอีกความคิดนะครับที่น่าสนใจทีเดียวในการที่จะมาดูแลในเรื่องของ

  • พลังงาน และ
  • ก็เรื่องของสิ่งแวดล้อมด้วยนะครับ"

เจ้าของไอดี: "ไอดี ๑๒ ไอเดียพฤกษชาติแนวดิ่ง สำหรับโครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการเพิ่มพื้นที่ในการปลูกต้นไม้นะคะ เป็นการเพิ่มช่องทางในการปลูกต้นไม้ในเมือง มันมีความโชคดีมาก ๆ อยู่ตรงที่ว่าในประเทศไทยเรานี้มีการวิจัย ทางด้านของการปลูกพวกพืชไม้เลื้อย พวกพืชคลุมดินมาบ้างแล้ว ที่จะสามารถปลูกขึ้นในประเทศเราได้ ตัวนี้มันจะทำให้เราสามารถที่จะไปเพิ่มช่องทางในการปลูกต้นไม่บนตึกได้ หรืออาจจะเป็นแนวดิ่งทั้งหลาย ตามสะพาน ตามอะไรก็แล้วแต่ได้ค่ะ แล้วตัวนี้เราคิดว่ามันเป็นประโยชน์อย่างหนึ่ง คือมันได้ทั้งธุรกิจ ได้ทั้งการให้สังคม ไม่ว่าจะเป็นในด้านของการท่องเที่ยว การสร้างภาพลักษณ์ให้กับประเทศไทย ถ้าสมมติว่าถ้าทำทั้งกลุ่ม ทั้งเมือง ในกลุ่มใหญ่ ๆ แถบใหญ่ ๆ นี้คือจะเป็นการสร้างเอกลักษณ์ของความเป็นไทยขึ้นมาทันที เพราะตัวตึกนี้สิ่งที่แตกต่างก็คือมันจะมีทางด้านเอกลักษณ์ความเป็นไทยด้วย อาจจะมีลวดลาย อาจจะมีรูปแบบการก่อสร้างที่แตกต่างไปจากชาวต่างประเทศ แล้วต้นทุนก็จะต่ำมากกว่าที่เราจะจ้างชาวต่างชาติค่ะ"

อภิสิทธิ์: "อันนี้ก็คนเมืองคงดีใจนะครับถ้าทำได้จริง ๆ เพราะว่าความแออัดและสภาพปัจจุบันก็บ่นกันมาก คนเครียดนะครับ อยู่กับ

  • ความร้อน
  • ความไม่ร่มรื่น

ความจริงผมทราบว่าบางหน่วยงานก็เริ่มทำกันนะครับ แม้กระทั่งไม่ใช่แนวดิ่งอย่างเดียว ใช้ดาดฟ้าให้เป็นประโยชน์นะครับ ซึ่งแม้กระทั่งสำนักงานเขต ผมจำเขตไม่ได้ครับ เป็นหลักสี่หรือที่ไหนเนี่ยครับก็มีการดำเนินการในเรื่องนี้อยู่ เป็นความคิดที่ดีอีกความคิดหนึ่งนะครับ"

เจ้าของไอดี: "ไอดี ๑๓ เอเดียชื่อว่าสระน้ำเกษตรกรสาธารณะ อยากจะมีสระน้ำสาธารณะเพื่อให้เกษตรกรได้มีน้ำฝนไว้ใช้ ช่วงที่ฝนแล้งหรือฝนขาดช่วงไป โดยเฉพาะพื้นที่ไหนที่ระบบชลประทานไปไม่ถึง แล้วเรามีการขุดสระน้ำในพื้นที่สาธารณะของแต่ละตำบล เพื่อให้รองรับน้ำฝนไว้ใช้ในฤดูกาลที่ฝนมาช้า แล้วมีกระบวนการจัดการที่ดีในการมีหน่วยงานสนับนสนุนในเรื่องของเครื่องสูบน้ำ หรือวัสดุอุปกรณ์ท่อพีวีซีต่าง ๆ ในการที่ให้ชาวบ้านยืม จัดคิวเรียงกัน แล้วก็ต่อท่อน้ำจากหนองน้ำนั้นไปยังที่นาของตัวเองเพื่อบรรเทาปัญหาในการขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร จนกว่าฝนจะมา"

อภิสิทธิ์: "ความคิดนี้เหมือนกับเป็นการขยายแนวพระราชดำริเรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ด้วยนะครับ และก็โดยข้อเท็จจริงก็อยากจะเรียนว่าปัญหาเรื่องแหล่งน้ำ ยังเป็นปัญหาใหญ่มาก แล้วก็นับวันก็ต้องบอกเหมือนกันนะครับ

รัฐบาลก็ประสบความยากลำบากที่จะไปสร้างโครงการขนาดใหญ่ แม้กระทั่งโครงการขนาดกลางเดี๋ยวนี้ก็เริ่มมีข้อถกเถียงกันมากนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าสามารถทำได้อย่างนี้จริง ๆ นะครับ ก็กระจายแหล่งน้ำไปได้ ก็คงจะเป็นคำตอบอย่างหนึ่งนะครับ

เจ้าของไอดี: "ไอดีที่ ๑๔ ชื่อไอเดีย คัดแยก ลดขยะ ลดภาวะโลกร้อน เรามีขบวนการรณรงค์ให้ความรู้ และก็มีการจัดทำแผนที่จะลดขยะในพื้นที่ให้ได้ ผมเคยเห็นโครงการดี ๆ ของกรุงเทพมหานครครั้งหนึ่ง ที่เกี่ยวกับการรณรงค์คัดแยกขยะ ที่เขาร้องเพลง ขออนุญาตครับ "ตาวิเศษ ตาวิเศษ เห็นนะ อ๊ะ อ๊ะ อย่าทิ้งขยะ ทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง" คือโฆษณาการสื่อทีวีตัวนี้ที่โฆษณาออกไปทำให้ประชาชน เยาวชน ได้ซึมซับแล้วเข้าใจว่า ขยะเราต้องรณรงค์แล้วเราต้องแยก เริ่มจากตัวเรา ทำให้บ้านเมืองไม่สะอาดกลับคืนมาสะอาดได้ก็เพราะโครงการดี ๆ เกี่ยวกับการรณรงค์คัดแยกขยะ ผมจึงอยากจะขยายให้ครอบคลุมทั้ง ๗๖ จังหวัดครับ"

อภิสิทธิ์: "คือการคัดแยกขยะก็อย่างที่ว่านะครับ ถ้าทำรณรงค์ให้ชาวบ้านทำแล้วท้องถิ่นก็ต้องแยกต่อนะครับ เพราะว่าหลายครั้งก็บอกว่า ประชาชนแยกเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่ามีการไปเทรวมกันใหม่ ที่สำคัญก็คือการกำจัดขยะในปัจจุบันก็คงจะต้องมีการทบทวนกันในหลายพื้นที่ที่เป็นปัญหากันอยู่

ขยะประเภทหนึ่งนะครับซึ่งเราคงต้องเร่งหาคำตอบก็คือ

  • ขยะอิเล็กทรอนิกส์
  • กับขยะ อย่างเช่น
    • เรื่องของถ่านไฟฉาย
    • แบตเตอรี่ซึ่งเป็นพิษด้วยนะครับในที่สุด

และโดยเฉพาะถ้าไปฝังกลบนะครับ ขณะนี้ก็เริ่มส่งผลต่อทั้ง

  • คุณภาพน้ำใต้ดิน
  • คุณภาพดิน และ
  • ก็จะเป็นปัญหาต่อไป

ซึ่งอันนี้ก็คงรัฐบาลกำลังหาแนวทาง และจะร่วมมือกับภาคเอกชนนะครับ หลายประเทศแล้วก็บางบริษัทก็เริ่มในเรื่องของ

      • การที่จะรับซื้อ หรือ
      • เอาของเก่าจำนวนหนึ่งไปแลกชของใหม่

ทำให้เป็นมูลค่าขึ้นมา ก็อาจจะเป็นคำตอบได้ในเรื่องนี้เช่นเดียวกันนะครับ"

เจ้าของไอดี: "ไอดี ๑๕ ไอเดียโรงเรียนรักษ์สิ่งแวดล้อม Concept ของไอเดียคือต้องการให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรแบบครบวงจร แนวความคิดของโครงการโรงเรียนรักษ์สิ่งแวดล้อมคือว่า ในโรงเรียนเราควรจะให้มีการให้ความรู้ ความเข้าใจแก่นักเรียน ไม่ใช่แค่เพียงว่าแยกขยะ เสร็จแล้วก็จบกัน นักเรียนไม่รู้ว่าขยะไปไหน เราจะต้องให้นักเรียนออกไปทัศนศึกษา ดูโรงหลอม โรงหลอมแก้ว โรงหลอมพลาสติก นอกจากขยะที่แยกได้ ขายได้ เอาเป็นรายได้ให้โรงเรียน นอกจากนั้นจะมีขยะบางส่วนที่แยกไม่ได้ เช่น ขยะชีวภาพ เราสามารถที่จะทำโรงแก๊สชีวภาพเล็ก ๆ ภายในโรงเรียนเพื่อให้นักเรียนเห็นว่า ขยะอาหาร เศษอาหารนี้เราสามารถสร้างเป็นโรงแก๊สเล็ก ๆ เอาแก๊สเป็นแก๊สหุงต้ม ต้มน้ำร้อนเพื่อใช้ในโรงเรียน หรือเอาแก๊สไปใช้ปั่นไฟเพื่อใช้ในโรงเรียนได้ หรือขยะบางส่วนที่ไม่สามารถเอาไปทำแก๊สได้ ก็เอาไปเผา ก็คือให้มีการสร้างโรงเผาเล็ก ๆ ภายในโรงเรียน พลังงานที่ได้จากการเผาขยะใช่ไหมครับ เอามาเป็นน้ำร้อนใช้ในการหุงต้ม ใช้ในการใช้ประโยชน์ในโรงเรียน นักเรียนเห็นภาพ นักเรียนรู้ว่าขยะส่วนหนึ่งแยกได้ ขยะส่วนหนึ่งแยกไม่ได้ ขยะที่แยกไม่ได้ทำอะไรได้บ้าง ขยะที่แยกได้เอาไปขายได้ ได้ประโยชน์นักเรียนเห็นภาพ ส่วนที่เหลือก็คือส่วนพื้นที่ว่างเปล่า อาจจะมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์หรือโซลาร์คาแรกเตอร์ เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าภายในโรงเรียนให้นักเรียนเห็นว่าเขาสามารถมีพลังงานเลือกอื่น ๆ นอกจากพลังงานที่เราเอามาจากโรงไฟฟ้าโดยตรง เรามีพลังงานจากเตาเผาขยะ เรามีพลังงานจากโซลาร์เซลล์เป็นพลังงานทางเลือก นักเรียนความรู้ไม่พอ นักเรียนอาจจะได้มีความรู้ มีบางส่วนก็คือนักเรียนสามารถที่จะเอาไปมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาเครื่องจักรด้วย ดูแลรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในโรงเรียนด้วย เช่น แผงโซลาร์เซลล์ นักเรียนชั้นโต ๆ อาจจะเรียนเรื่องไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ จะได้รู้ว่าหลักการทำงานของเตาเผาเป็นอย่างไร หลักการทำงานของโซลาร์เซลล์เป็นยังไง นี่คือไอเดียของโครงการครับ"

อภิสิทธิ์: "นี่เขาสรุปมาให้ผมว่าเป็นโครงการด้านสิ่งแวดล้อมนะครับ แต่ว่าถ้าผมฟังแล้วมันเป็นโครงการปฏิรูปการศึกษา

เพราะว่าสิ่งรัฐบาลกำลังพยายามเร่งทำขณะนี้ก็คือการลดการเรียนในห้องเรียนสำหรับเด็ก แล้วก็ให้เรียนรู้จากกิจกรรมที่เชื่อมโยงเข้ามาเรื่องชีวิตจริง และผมคิดว่าความคิดนี้ถ้าเข้าไปอยู่ในลักษณะของหลักสูตรจะเป็นรูปธรรมมากที่สุด

ในเรื่องของการสร้างค่านิยมสำหรับเด็กในเรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แล้วก็การใช้ชีวิตแบบพอเพียงด้วย"

เจ้าของไอดี: "ไอดี ๑๖ ไอเดียชื่อสหกรณ์ขยะนะคะ ไอเดียสหกรณ์ขยะมี Concept ก็คือว่าอยากที่จะเอาระบบปันผลของสหกรณ์มาเป็นตัวโน้มน้าวจิตใจให้ประชาชนอยากที่จะแยกขยะก่อนที่จะทิ้งมากขึ้นค่ะ สำหรับไอเดียนี้มันเกิดขึ้นมาเพื่อที่เอาระบบสหกรณ์นี้มาใช้โน้มน้าวจิตใจของประชาชนให้อยากที่จะแยกขยะมากขึ้น โดยนำเอาส่วนปันผลของขยะมาเป็นตัวดึงดูดใจ ให้ประชาชนอยากที่จะแยกขยะ ซึ่งระบบสหกรณ์ของเรานอกจากจะจัดการพวกขยะรีไซเคิลแล้ว เรายังจะเอามาช่วยจัดการขยะอินทรีย์ด้วยนะคะ เพราะว่าเราจะเปลี่ยนขยะอินทรีย์ให้เป็นแหล่งพลังงานอีกทางเลือกหนึ่ง แล้วก็ทำให้มันกลับมามีมูลค่า และก็สามารถปันผลให้กับประชาชนได้ค่ะ"

อภิสิทธิ์: "อาจจะมีส่วนคล้ายกับความคิดก่อนหน้านี้นะครับ แต่อันนี้เอาเรื่องของระบบสหกรณ์เข้ามาจับด้วยนะครับ ซึ่งก็เป็นอีกเครือข่ายองค์กรหนึ่ง

ซึ่งก็ต้องถือว่าถ้าเราใช้ประโยชน์จากเครือข่ายองค์กรเหล่านี้มากขึ้น ก็จะช่วยแก้ปัญหาในชุมชนได้เช่นเดียวกันนะครับ มาดูทางด้านคุณภาพชีวิตนะครับ ก็มีอยู่หลายความคิดเช่นเดียวกันครับ เชิญคุณสุพัตราครับ"

เจ้าของไอดี: "ไอดี ๑๗  ไอเดียผู้นำรุ่นใหม่ เพื่อเพิ่มความรู้ความสามารถภาวะความเป็นผู้นำของเยาวชนเพื่อเป็นผู้นำที่ดีต่อไปในอนาคต  คือตอนนี้ปัญหาของสังคมเราก็คือในการพัฒนาคน ควรจะเริ่มจากเยาวชน เลยคิดไอเดียนี้ขึ้นมา คือการเลือกเยาวชนจากทุกจังหวัด ๗๗ จังหวัดให้รวมตั้งแคมป์อยู่ในกรุงเทพฯ และเราก็พัฒนาภาวะความเป็นผู้นำให้เขา รวมถึงความมีคุณธรรมจริยธรรมและความรู้สึกรับผิดชอบต่อสังคม หลังจากที่เขามีพื้นฐานความรู้ กระบวนการความคิดที่ดี เราก็จะให้เขาเหมือนกับว่าเป็นตัวแทนของทุกจังหวัดในการเอาปัญหาของจังหวัดตัวเอง ๑ คนต่อ ๑ ปัญหา  และเราก็จัดให้มีกลุ่มกัน  กลุ่มละ ๗-๘ คน และ ๑ คนแทน ๑ ปัญหา พอเสร็จทุกคนก็มาร่วมกันระดมความคิด สมมติว่า ๑ คนจะได้รับการแก้ปัญหาโดย ๗ คน  คือเหมือนกับว่าไม่ใช่คนเดียวนั่งดูแต่ปัญหาของตัวเอง เพราะฉะนั้น ก็จะเกิดความคิดที่หลากหลาย และทำให้เขาได้รับรู้ทั้งกลุ่ม หลังจากนั้นก็คือมารวมกลุ่มใหญ่ก็เป็น ๗๗ จังหวัด คือ ๗๗ ปัญหา อันนี้เป็นแค่เหมือนกับเป็นไอเดียที่สะท้อนมาจากเยาวชนของแต่ละจังหวัด และเราก็ส่งไปที่ตัวแทนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สานต่อโครงการนี้ต่อไป"

อภิสิทธิ์: "น่าจะดีเหมือนกันนะครับ ถ้าหากว่าแทนที่เราจะมีรายการประกวดในเรื่องของบันเทิง เราคนรุ่นใหม่ คนหนุ่มคนสาว มาแข่งกันเป็นผู้นำทางความคิดในการแก้ไขปัญหา อันนี้จะเป็นสิ่งที่ช่วยเรื่องของการการเมืองภาคพลเมืองต่อไปได้เป็นอย่างดี"

เจ้าของไอดี: "ไอดี ๑๘  เจ้าของไอเดียธนาคารความดี เพื่อให้ประชาชนทำความดี เห็นได้ จับต้องได้ และกินได้ด้วย โดยใช้กิจกรรมที่เกิดขึ้นในชนบท  สืบเนื่องจากชนบทปัจจุบันนี้มีความอ่อนแอด้านจิตใจ และเรื่องความเอื้ออาทรก็หมดไป เนื่องจากปัญหาคือทางระบบวัด บ้าน โรงเรียน ไม่มีความสัมพันธ์กัน ในชุมชนนั้นเขาเลยกำหนดว่าเราควรจะทำเป็นระบบธนาคารความดี คือให้ทำกิจกรรมภายในหมู่บ้านแล้ว ให้จดบันทึกเป็นรหัสความดี มีการฝากเป็นบัญชี โดยใช้ระบบของกิจกรรมในชุมชนหรือว่ากิจกรรมที่รัฐบาลมีอยู่แล้ว เช่น สาธารณสุข การศึกษา และสาธารณะประโยชน์ทั่วไป  หากมีการจดบันทึกและใช้รหัสความดี เช่น ปลูกป่า ๑ ต้นต่อ ๒๐ ความดี เป็นรหัสเก็บความดีไว้ เพื่อที่จะให้คนมีความสะดวกในการทำกิจกรรม เพราะฉะนั้น เมื่อเขาทำกิจกรรมฝากความดีแล้ว และมีการตอบแทนคือเชิดชูคนดี ก็สามารถนำเอาความดีนั้นไปแลกเป็นสิ่งของได้"

อภิสิทธิ์:  "ทราบว่าจริง ๆ เริ่มมีการดำเนินการอยู่บางพื้นที่"

เจ้าของไอดี:  "ประมาณปี ๕๐ เป็นต้นมาครับ"

อภิสิทธิ์: "ก็มีหลายรูปแบบของการที่จะเอาความดีนี้ไปช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องการเงิน เรื่องอะไรก็มี  ผมเพิ่งฟังมาจากกาญจนบุรีก็มี และเข้าใจว่าทางเชียงรายก็มีการทำเรื่องนี้อยู่เช่นเดียวกัน"

เจ้าของไอดี:  "จะหมดคนสุดท้ายแล้ว ผมชวนนายกฯ คุยแบบเก๋ ๆ หน่อยครับ ผมในฐานะที่เป็นนักออกแบบ เราจะเห็นว่านักออกแบบสามารถสร้างสรรค์อะไรได้มากมาย สร้างสิ่งสวยงามให้โลกเรามากมาย แต่ปัญหาอย่างหนึ่งในประเทศเราคือไม่มีนักออกแบบคนไหนได้มีโอกาสออกแบบประเทศสักครั้ง คือในระบบการพัฒนาสร้างสรรค์ปฏิรูปหรือว่าปกครองประเทศ  ผมว่ามันขาดไปจุดหนึ่งคือความคิดสร้างสรรค์จากนักออกแบบ  ผมเชื่อว่าวันหนึ่งถ้านักออกแบบได้มีโอกาสที่จะเข้ามา จะมีส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศ เช่น จะสร้างอะไร มีเหตุผลอะไร เกิดเพราะอะไร และใช้ความสามารถทักษะในการนำเสนองาน ในการวิเคราะห์ปัญหาของนักออกแบบ มาช่วยรัฐบาลในการที่จะสร้างสรรค์อะไรใหม่ ผมว่าเป็นจุดใหม่ของประเทศเรา โดยที่ผมก็อยากให้ทุก Process ของการทำงาน ประชาชนได้รู้ คือในปัจจุบันไม่ว่าโครงการอะไรเกิดขึ้นมา ก็รู้อีกทีก็คือสร้างแล้วทำแล้ว แต่เราไม่รู้ว่ามันเกิดจากอะไร  มันขึ้นมาทำไม  ผมก็อยากทำให้เรื่องพวกนี้เข้าถึงคนมากกว่า  ผมเห็นคุณแม่ผมดู Reality Show แล้วร้องไห้  ทำไม  ผมก็ไม่เข้าใจไปอินอะไรมาก ถ้าแทนที่เราจะอินกับการปั้นดาราสักคนหนึ่ง แต่ใช้เวลาช่วงนั้นมาปั้นประเทศของเรา มาช่วยกันดูว่าประเทศเราจะเกิดอย่างนี้ ๆ ชอบไหม ชอบ โหวต ๆๆๆ เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ผมก็เข้าถึงประชาชนได้ดี และคิดว่าผลลัพธ์น่าจะเห็นรูปชัดเจน ผมว่าถ้าประเทศเรามีจุดนี้ก็เก๋มากครับ"

อภิสิทธิ์: "รัฐสภาใหม่เขาก็มีประกวดเหมือนกันนะครับ ตอนนั้นที่จะให้มีการออกแบบมา แต่ว่าก็เป็นเรื่องสำคัญ

ความจริงแล้ว คนที่มีความคิดสร้างสรรค์ก็ควรจะได้มีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนามากกว่าที่เป็นอยู่ อันนี้ก็เป็นความคิดที่ไปในทิศทางนั้นด้วย"

เจ้าของไอดี: "๒๐ ไอเดียสุนทรียสนทนา เปลี่ยนคนร้ายกลายเป็นดี เอาครอบครัวของเยาวชนที่ถูกพิพากษาในคดีที่ไม่อุกฉกรรจ์ เข้ามาผ่านกระบวนการสุนทรียสนทนา ทั้งครอบครัว เปิดโอกาสให้ครอบครัวพ่อแม่และลูกได้หันเข้ามาหากันอีกครั้งหนึ่ง แนวความคิดนี้เกิดขึ้นเนื่องจากด้วยหลักความคิดที่ว่ามนุษย์ทุกคนย่อมเคยก้าวพลาด และครั้งหนึ่งเราเป็นคนที่พลาด สิ่งที่เราคาดหวังจากสังคมคืออะไร ถ้าไม่ใช่การให้อภัย ความคิดนี้ก็คือการนำเด็กที่ก้าวพลาด แทนที่เราจะส่งเขาเข้าสถานกักกันหรือสถานพินิจ ซึ่งเราพบว่าแค่เพียงส่งเด็กเยาวชนเพียง ๔๐ คนเข้าสถานพินิจเป็นระยะเวลา ๑ ปี รัฐบาลต้องใช้งบประมาณถึง ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท ในการดูแล นั่นเป็นประเด็นรองด้วยซ้ำ ประเด็นหลักคือเราสร้างเด็กกลุ่มหนึ่งที่มีบาดแผลของชีวิต การเข้าไปอยู่ในสถานที่เหล่านั้นด้วยพื้นที่ที่รองรับคนเพียง ๓๐ คน แต่ต้องอยู่กันถึง ๖๐-๘๐ คน เขาทุกข์ทรมานมาก และมีบาดแผลเกิดขึ้นกับชีวิต  โครงการนี้ก็คือการที่เราจะจัดกิจกรรมอันหนึ่งเพื่อทำให้เขาได้มาเรียนรู้ นอกจากการให้อภัยเขาแล้ว สิ่งหนึ่งก็คือการมอบปัญญากลับคืนสู่ครอบครัว และเยาวชนให้หันกลับมารู้จักปัญญาแห่งความรัก และการให้อภัย"

อภิสิทธิ์: "อันนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญ และกระบวนการในการฟื้นฟูในจิตใจของคนซึ่งอาจจะ

  • ก้าวพลาดไป หรือ
  • มีปัญหาก็เป็นกระบวนการสำคัญ

ก็มีการตื่นตัวมากขึ้นนะครับ ปัจจุบันในหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงยุติธรรมเองก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้  พูดง่าย ๆ  จะสร้างชีวิตใหม่ให้กับหลาย ๆ คน ก็เป็นอีกความคิดหนึ่ง ซึ่งก็คงจะมีส่วนช่วยบ้านเมือง"

เจ้าของไอดี:  "ไอเดียนี้ได้ผ่านการทำงานจริงมาแล้วถึง ๘ ครั้งที่จังหวัดนครสวรรค์ หรือร่วมมือระหว่างศาลเยาวชนกับอบจ.ก็พบว่าเรายังไม่เคยเจอเยาวชนที่ผ่านกระบวนการนี้แล้วกลับไปทำผิดซ้ำ และครอบครัวก็มีความสุขมากขึ้น"

อภิสิทธิ์:  "นี่ก็เป็นอีกหนึ่งความคิด ๒๐ ความคิดนะครับ วันนี้ได้มีโอกาสในเวลาที่จำกัดมานำเสนอต่อพี่น้องประชาชนด้วย และในโครงการนี้จะมีการจัดให้ประชาชน

ท่านผู้ชมมีส่วนร่วมในการที่จะสนับสนุนความคิดเหล่านี้ ซึ่งมีการคัดเลือกในรอบสุดท้ายแล้ว ก็จะมีการนำไปสานต่อ ขยายผลปฏิบัติจริงในภาครัฐ และอีกส่วนหนึ่งก็คือ ความคิดที่เข้ารอบท้าย ๆ มา ๕๐ ,๒๐ ความคิด ก็จะมีการประสานงานไปยังหน่วยงานภาคเอกชนที่สนใจในการที่จะทำงานความรับผิดชอบต่อสังคม ที่จะมาช่วยขยายผลตรงนี้

วันนี้ผมต้องขอขอบคุณทั้ง ๒๐ ท่าน ความจริงไม่ได้ขอบคุณเฉพาะในแง่ของการที่นำเสนอความคิด แต่ผมคิดว่าการนำเสนอความคิดต่อประชาชนวันนี้ หวังว่าจะไปกระตุ้นให้อีกหลายล้านคน มีความคิด ซึ่งผมเชื่อว่ามีอยู่แล้วแต่อาจจะมองข้ามบทบาทว่าทุกคนที่เป็นคนไทยสามารถที่จะคิดจะอ่าน และนำเสนอสิ่งดี ๆ ให้กับ

    • ส่วนรวม และ
    • บ้านเมืองของเราไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง เป็นของพวกเราทุกคน

ฉะนั้น ผมก็อยากจะขอถือโอกาสนี้ขอบคุณทุกคน รวมทั้งเจ้าของความคิดอีกประมาณ ๓,๐๐๐ ความคิด ที่ไม่ได้มีโอกาสมานั่งตรงนี้ แต่ได้แสดงเจตนาของการที่ต้องการที่จะมีส่วนร่วม แสดงความเป็นเจ้าของบ้านเมือง ซึ่งผมคิดว่าถ้าเราทุกคนทำอย่างนี้ได้

ผมมั่นใจว่าบ้านเมืองของเราจะสามารถพัฒนาไปในทิศทางที่สอดคล้องกับความต้องการของทุกคน มีแต่

  • ความสงบสุข และ
  • มีแต่ความก้าวหน้าของบ้านเมือง

วันนี้เวลาของรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ หมดแล้วนะครับ และผมจะเดินทางไปต่างประเทศ กลับมาก็จะมาพบกับประชาชนเช่นเคยนะครับในเชื่อมั่นประเทศไทยฯ ในวันอาทิตย์หน้าครับ วันนี้ขอลาไปก่อนครับ  สวัสดีครับ"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ตามข่าว: รณรงค์กินไข่ ความคืบหน้าไทย กัมพูชา

อภิสิทธิ์: " ความจริงมีอีกหลายเรื่องครับที่สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้มีการทำงาน จะเป็นในสภาฯ ที่มีการผ่านกฎหมายไปหลายฉบับมาก รวมทั้งการผ่านกฎหมายสภาเกษตรกรแล้ว  ไปจนถึงเรื่องที่ได้รับร้องเรียนเรื่องหนึ่งก็คือ

ขณะนี้กลายเป็นว่าผู้ประกอบการในเรื่องของไข่

  • เริ่มกังวลว่าราคาไข่จะลดลง  โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลกินเจ โดยเฉพาะในช่วงของการปิดภาคเรียน
  • ก็บังเอิญว่าในวันที่ ๘ จะเป็น เขาเรียกว่า World Egg Day  เป็นวันที่ผู้ประกอบการหรืออุตสาหกรรมไข่ไก่ทั่วโลก เขาใช้เป็นวันรณรงค์ให้ประชาชนได้เห็นถึงคุณค่าของไข่ 

ซึ่งผมเองเป็นคนที่ยืนยันมาโดยตลอดว่า ไข่นั้นเป็นอาหารที่มีประโยชน์มาก  มีโปรตีน มีวิตามิน แร่ธาตุ ที่เป็นประโยชน์มากมาย  ที่สำคัญถ้ามองไปแล้วจะเป็นโปรตีนในราคาที่แทบจะเรียกได้ว่าถูกที่สุดสำหรับประชาชนทั่วไป  ทางอุตสาหกรรมก็กังวลว่าราคาไข่จะตกต่ำ ก็อยากจะเชิญชวนให้ประชาชนได้สนับสนุน อุดหนุนบริโภคไข่ไก่ด้วย เพื่อแก้ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจากราคาที่เริ่มลดลงของไข่ไก่ "

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>

...ความร่วมมือแต่ละด้านคืบหน้าไปมากน้อยแค่ไหนอย่างไร
 
อภิสิทธิ์ : " นอกจากนั้นก็เป็นปกติธรรมดาครับ เมื่อมีผู้นำประเทศต่าง ๆ ไปร่วมประชุมพร้อม ๆกันก็ คงจะได้ใช้โอกาสนี้ในการพบปะหารืออย่างไม่เป็นทางการกับผู้นำอีกหลายประเทศ

ซึ่งหนึ่งในนั้นก็จะเป็นท่านนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา เพราะว่าได้พูดคุยกันไว้แล้วว่าหลังจากที่พบปะกันที่นิวยอร์ก  จะพบกันที่กรุงบรัสเซลส์ด้วย เพื่อที่จะได้มีการมาสอบถามกันนะครับว่าสิ่งที่ได้พูดว่าจะมีการเพิ่มพูนความร่วมมือแต่ละด้านนั้นมีความคืบหน้าไปมากน้อยแค่ไหนอย่างไร  ซึ่งในส่วนของไทยเองก็ได้มีการริเริ่มดำเนินการหลายเรื่องที่ได้พูดคุยกันไว้ไปค่อนข้างมากในช่วงสัปดาห์ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา

แต่จะมีผู้นำประเทศอื่น ๆ ซึ่งผมอาจจะยังไม่ได้มีโอกาสได้พบ เพราะว่าเข้ารับตำแหน่งในภายหลัง ก็จะได้ใช้โอกาสนี้ในการพูดคุยด้วย"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน //  ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

จากรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เวลา ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐น.

คลิ๊ก เพื่ออ่านคำต่อคำ

คลิ๊ก เพื่อชม VDO , ประชุมอาเซมยกเลิก พ.ร.ก ฉุกเฉิน , แก้ทุจริต


(กลับไปด้านบน)