...นายกฯ เตรียมลงพื้นที่ซักซ้อมการเตือนภัย และ การอพยพ พร้อม ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดปทุมธานี โดยผู้ว่าราชการจังหวัดและที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี
...อภิสิทธิ์: "ในช่วงบ่ายผมจะได้ไปเยี่ยมและตรวจพื้นที่
เพื่อที่จะไปดูการเตรียมการ การป้องกันตรงนี้ รวมไปถึงการที่จะให้พื้นที่นั้นจะต้องมีการซักซ้อมในเรื่องของ
- การเตือนภัยหรือ
- ในกรณีที่มีความจำเป็น
ซักซ้อมทำความเข้าใจเกี่ยวข้องกับการอพยพ เพราะฉะนั้น ทั้งหมดนี้เป็นภาพรวมของสถานการณ์ ๑ สัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ผมได้พยายามอย่างเต็มที่ในการระดมกำลังในการที่จะแก้ไขปัญหา"
ผู้ดำเนินรายการ: "ต่อไปเราจะไปตรวจสอบสถานการณ์กันต่อที่จังหวัดปทุมธานี ที่นี่ก็เป็นอีกที่หนึ่งที่สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยานั้นสร้างผลกระทบให้พอสมควร โดนทั้งน้ำเหนือและน้ำหนุนไม่ต่างจากกรุงเทพมหานครเช่นกันครับ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ตอนนี้สถานการณ์ที่ปทุมธานีเป็นอย่างไรบ้างครับ"
นายธานี สามารถกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี: "สำหรับสถานการณ์ของน้ำที่จังหวัดปทุมธานีขณะนี้ผมกราบเรียนว่าเรายังสามารถรักษาพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดปทุมธานี คือประมาณร้อยละ ๙๕ ของพื้นที่จังหวัดปทุมธานีประมาณ ๙ แสนไร่เรายังรักษาไม่ให้ท่วมได้ โดยเรามี
- คันกั้นน้ำตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่ง
- ใช้ถนนเป็นคันกั้นน้ำยาว ๓๐ กว่ากิโลเมตร
- ทีนี้คันกั้นน้ำของเราเดิมทีระดับอยู่ที่ ๒.๓๐-๒.๕๐ เมตร
ขณะนี้เมื่อวันที่ ๑๔,๑๕,๑๖ ตอนที่น้ำท่วมที่โคราชของเราระดับน้ำขึ้นมาประมาณ ๒ เมตร เราได้สั่งให้ทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเสริมคันกั้นน้ำขึ้นไปอีก ๕๐ เซนติเมตร ไปอยู่ ๒.๘๐ เมตร
เมื่อวานนี้เองวันที่ ๒๓ ตุลาคม น้ำเพิ่มขึ้นสูงอีก ๒๔ เซนติเมตร ทำให้ระดับน้ำบางจุดล้นคันกั้นน้ำเข้ามาท่วม เมื่อวานเราใช้เวลาทั้งวันจนถึงประมาณ ๒๑.๐๐ น. ก็กอบกู้ทุกพื้นที่กลับคืนมาได้
โดยขณะนี้เร่งเสริมคันกั้นน้ำให้ไปอยู่ที่ประมาณ ๓ เมตรถึง ๓.๑๐ เมตร ผมได้รับรายงานจากท่านชลประทานจังหวัดว่าในวันนี้ช่วง ๑๑.๐๐ น. เป็นช่วงพีคของวันนี้ ซึ่งน้ำอาจจะเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณสัก ๑๐-๒๐ เซนติเมตร ถ้าเพิ่มอยู่ในระดับนี้และมีน้ำเหนือจากที่เราประสานกับประตูน้ำบางไทรตลอดเวลาทุกวัน
ขณะนี้ที่ประตูน้ำบางไทร ๓,๒๐๐ กว่าลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ถ้าน้ำมาในระดับนี้ ผมคิดว่าคันกั้นน้ำของจังหวัดปทุมธานียังสามารถต้านทานไว้ได้ และยังสามารถรักษาพื้นที่ส่วนใหญ่ของปทุมธานีไว้ได้
แต่ว่าพี่น้องประชาชนจังหวัดปทุมธานีที่อยู่นอกคันกั้นน้ำประมาณ ๑๓,๐๐๐ กว่าครัวเรือนต้องถูกน้ำท่วมไปแล้ว และเป็นน้ำท่วมที่ทำให้ได้รับความเดือดร้อนมาก แม้ว่าบ้านเรือนริมแม่น้ำของเราจะเป็นบ้านเรือนที่เป็นบ้านไม้ยกพื้น ๒ ชั้น
แต่ตอนนี้น้ำได้ท่วมพื้นเข้าไปแล้ว ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ก็ลำบาก ทางราชการก็เข้าไปช่วยเหลือ
- จัดเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเคลื่อนย้ายของขึ้นสู่ที่สูง ไม่ให้เสียหาย
- ย้ายสวิตซ์ไฟหรืออาจจะต้องตัดไฟบางจุด
- แล้วจัดหาพื้นที่ปลอดภัยให้สำหรับเก็บของมีค่าและ
- จัดเวรยามเฝ้าให้
แต่ว่าพี่น้องส่วนใหญ่จะใช้เวลาในตอนกลางวันอยู่ที่ที่พักอาศัย ส่วนในตอนกลางคืนเรามีเวรยามเฝ้าให้ และพี่น้องก็ไปอาศัยนอนอยู่ที่บ้านของญาติ
การบรรเทาทุกข์ตอนนี้ก็จัดประกอบเลี้ยง เพราะว่าการแจกข้าวสารอาหารแห้ง พี่น้องที่อยู่ริมน้ำก็ไม่สามารถที่จะปรุงอาหารได้เอง เพราะว่าอุปกรณ์เครื่องเรือนต่าง ๆ ใช้ไม่ได้ ไฟฟ้าก็ใช้ไม่ได้ เราจึงจัดหาสถานที่และเริ่มทำการประกอบเลี้ยงในวันนี้ เพราะน้ำเพิ่งมาเมื่อวาน
ส่วนการสัญจรไปมาตอนนี้ได้รับความลำบาก หลายแห่งได้ทำสะพานไม้ชั่วคราว เพื่อให้ได้ออกมาซื้อหา
- อาหาร หรือ
- สิ่งจำเป็น และ
- ออกไปทำงานให้ได้ตามปกติ
แต่หลายแห่งเป็นพื้นที่ริมน้ำที่มีระดับสูงมาก ๆ และจำเป็นต้องใช้เรือ ตอนนี้เราขาดแคลนเรือ เมื่อวานนี้ก็มีผู้มาบริจาคให้ ๕ ลำ เราได้ส่งลงไปในพื้นที่อำเภอสามโคกแล้ว
ผมคิดว่าถ้าสถานการณ์น้ำเหนือส่งลงมาในระดับนี้ทางจังหวัดปทุมธานียังสามารถจะต้านทานโดยใช้แนวคันกั้นน้ำของเรารักษาพื้นที่ส่วนใหญ่ไว้ได้ แต่ถ้าสูงกว่านี้ ขณะนี้เราก็ตรวจอยู่ตลอด ๒๔ ชั่วโมง มีสายตรวจทั้ง
- สายตรวจในแม่น้ำ และ
- สายตรวจบนบก
ก็จะต้องเฝ้าระวัง สูงขึ้นอยู่ก็ต้องเสริมคันกั้นน้ำให้สูงขึ้นไปอีก ซึ่งก็เป็นความเสี่ยง
- ถ้าคันกั้นน้ำสูง footing ก็ต้องแผ่ออกมากว้าง
- การแผ่ออกมากว้างก็จะทำให้การจราจรเริ่มติดขัด
- ก็ต้องขออภัยพี่น้องประชาชนที่จะใช้เส้นทางสัญจร
- ก็ขอให้สัญจรด้วยความระมัดระวัง
เพราะถ้าไปกระทบคันกั้นน้ำเข้า คันกั้นน้ำเกิดชำรุดแตกขึ้นมา จะทำให้สูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจมากมาย เมื่อวานนี้มีเรือกระแทกคันกั้นน้ำแตกที่ตลาดเขตเทศบาลปทุมธานี น้ำเข้ามาท่วมก็เสียหายไปหลายล้านบาท ใช้เวลา ๑๐ ชั่วโมงกว่าจะกอบกู้คันกั้นน้ำกลับมาได้ และ
ขณะนี้ยังต้องสูบน้ำออกจากพื้นที่อีก ๒ วัน สถานการณ์ในอนาคตผมคิดว่าจังหวัดอยุธยายังต้องรองรับน้ำอีก ๓๐ วัน ผมก็คิดว่าปทุมธานีคงต้องรองรับน้ำอีกประมาณ ๓๐ วันเช่นเดียวกัน แต่ช่วงที่จะเป็นช่วงวิกฤตอีกช่วงหนึ่งคือช่วงน้ำทะเลหนุนในวันที่ ๖ และวันที่ ๑๑ พฤศจิกายนอีกครั้งหนึ่งที่เราจะต้องต่อสู้กันตลอด ๒๔ ชั่วโมง"
ผู้ดำเนินรายการ: "ท่านผู้ว่าฯ ครับนับจากนี้เพราะว่าน้ำเพิ่งจะไปยังปทุมธานี ดังนั้นพี่น้องชาวปทุมธานีจะต้องรับฟังการแจ้งเตือนภัยอย่างไร และฟังจากที่ไหนครับ"
ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี: "เรามี
- สายตรวจที่ตรวจคันกั้นน้ำ
- และจะเป็นหน่วยประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนภัยไปในตัว ทั้ง
เพราะว่าจะเป็น
- สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล
- สมาชิกสภาเทศบาล
ซึ่งเขารับผิดชอบต่อกันเป็นช่วง ๆ ตลอดความยาว ๓๐ กิโลเมตร จะมีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบตลอด โดยใช้จักรยานยนต์ และแจ้งข่าวสารให้พี่น้องทราบ เพราะว่าผู้ที่ทำคันกั้นน้ำนอกจากจะเป็นเจ้าหน้าที่ทหารจาก
- ศูนย์ซ่อมสร้าง
- ทหารสื่อสาร
ที่มาช่วยเราเป็นประจำทุกวันแล้ว ยังมีนักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี ยังมีผู้ต้องขังชั้นดีจากทุกทัณฑสถานของจังหวัดปทุมธานี ที่สำคัญคือพี่น้องประชาชนทุกท่านที่ได้รับแจ้งข่าวแล้วมีบ้านอยู่หลังคันกั้นน้ำ ก็จะออกมาช่วย แม้ว่าพี่น้องจะไปทำงาน พอเย็นกลับมาก็เปลี่ยนเสื้อผ้ามาช่วยกันเป็นพัน ๆ คน เพราะว่าความยาวของคันกั้นน้ำนั้นยาวมาก
เพราะฉะนั้น ทุกคนก็ได้รับแจ้งข่าวสารวันต่อวันตลอดเวลา และเราก็จะประสานกับทางชลประทานว่าเวลาที่น้ำขึ้นสูงสุดประมาณกี่โมง และเราจะให้เจ้าหน้าที่ออกไปเฝ้าระวัง ถ้าคันกั้นน้ำตรงไหนต่ำหรือทรุดลง เราก็จะใช้กระสอบทรายซึ่งเราสำรองทั้งทรายทั้งกระสอบไว้พร้อมแล้ว ก็เรียกระดมกำลังไปช่วยกันต้านทานไว้"
ผู้ดำเนินรายการ: "เรียกง่าย ๆ คือว่าตอนนี้สถานการณ์ พี่น้องชาวปทุมธานีควรจะต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพราะว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน ถ้าร่วมประสานกันเป็นเครือข่ายเพื่อจะแจ้งข่าวกันได้ก็จะเป็นการดีในการที่จะป้องกันปัญหาเรื่องของอุทกภัย เดี๋ยวท่านผู้ว่าฯ ทั้ง ๔ จังหวัดยังคงอยู่กับเราร่วมรายการต่อเนื่อง ตอนนี้เราจะกลับมาที่ห้องส่งช่อง ๑๑ เพื่อจะดูว่าตอนนี้การช่วยเหลือท่านอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การช่วยเหลือเท่าที่เราดูจากภาพที่ท่านนายกฯ ปูพื้นเบื้องต้นไปตั้งแต่ตอนแรก ดูจากสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ตอนนี้ลำดับของการช่วยเหลือนับจากนี้ต่อไปจะเป็นอย่างไร "
อภิสิทธิ์: "คือผมคิดว่าต้องย้ำอีกครั้งนะครับสถานการณ์ยังไม่นิ่ง เพราะฉะนั้น บ่ายนี้ผมจะไปทั้งที่
เพราะว่าจะต้องดูแนวป้องกัน ซึ่งตรงนั้นระดับน้ำแม้ว่าจะมีความพยายามที่จะคำนวณให้ดีที่สุด และมีการวางแนวป้องกันเอาไว้ เราก็ต้องระมัดระวัง
อย่างเมื่อสักครู่ที่ผู้ว่าฯ ปทุมธานีบอกว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาเรือไปชนหรืออะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้น จะบอกว่าเวลานี้นิ่งอยู่ตัวทั้งหมดไม่ได้ ผมคิดว่าในส่วนของจังหวัดเหล่านี้จะต้องทำงานแบบหนึ่ง"
ผู้ดำเนินรายการ : "เราจะไปดูที่ปทุมธานีบ้าง ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ท่านเห็นว่าสิ่งที่ทางพวกเราคุยกันอยู่ ทางปทุมธานีมีอะไรจะขอเพิ่มเติมไหม เดี๋ยวท่านจะเจอน้ำเยอะแล้วครับ"
ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี: "สำหรับจังหวัดปทุมธานีในตอนนี้คือ น้ำเพิ่งเข้ามาถึงจังหวัดปทุมธานี สิ่งที่เราต้องการคือ ๒ กำลัง
- กำลังหนึ่งก็คือ กำลังคน เพราะผมคิดว่าตลอดความยาว ๓๒ กิโลเมตรทั้งสองข้างก็ ๖๔ กิโลเมตร ถ้าระดับน้ำสูงมากกว่า ๒.๘๘ เมตร ขณะนี้ถ้าจะต้องเสริมคันกั้นน้ำขึ้นไปอีกต้องใช้กำลังคนจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้เราพยายามประสานทาง
- หน่วยทหาร และ
- วิทยาลัยเทคนิคที่มีกำลังอยู่มาก ทราบว่าได้ส่งขึ้นไปช่วยสถานการณ์ที่
- จังหวันครราชสีมา
- จังหวัดสระบุรี
- จังหวัดลพบุรีอยู่เป็นส่วนใหญ่
แต่ว่าทางผู้บังคับบัญชาของหน่วยทหารก็กำลังที่จะเรียกกลับมาบ้างเพื่อที่จะมาสมทบกำลังของเรา เพราะว่าวิธีการเดียวที่จะได้ผลคือ การกรอกทรายลงไปแล้วทำแนวกั้นน้ำ
- กำลังที่ ๒ คือ กำลังใจ ผมคิดว่าปทุมธานี เราไม่ได้ป้องกันรักษาเฉพาะพื้นที่ของปทุมธานี เรามีความจำเป็นที่จะต้องรักษาเช่น
- พื้นที่ตำบลสำแลหรือวัดสำแลก็เป็นจุดเริ่มต้นของการส่งน้ำดิบให้การประปานครหลวง ตรงนี้เราก็ต้องล้อมไว้ให้ได้เพื่อไม่ให้จากแม่น้ำลงไปในแหล่งน้ำดิบตรงนี้ และ
- ยังเป็นแนวป้องกันน้ำสำหรับจังหวัดนนทบุรีอีกส่วนหนึ่งด้วย ไม่ว่าจะเป็น
- อำเภอปากเกร็ดหรือ
- อำเภอเมือง ผมกำลังประสานงานอยู่
ส่วนที่เราขาดแล้วเราอยากจะขอรับบริจาคจากจังหวัดที่น้ำท่วมไปแล้ว แล้วใช้เสร็จแล้วคือ เรือขนาดเล็กเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนที่ถูกน้ำท่วมแล้วได้รับความสะดวกเพราะเราหาซื้อ
เราทราบว่ามีผู้ซื้อไปบริจาคทางจังหวัดที่ถูกน้ำท่วมไปแล้วมากจนไม่มีขาย เราก็พยายามระดมจากหน่วยข้างเคียงของเราที่ยังไม่ถูกน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นจากจังหวัดทางภาคตะวันออกที่พอมีอยู่ เราก็ขอมาสนับสนุน ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่จังหวัดปทุมธานีกำลังเฝ้าติดตามแล้วก็ดำเนินการอยู่"
ผู้ดำเนินรายการ: "ตอนนี้พลังน้ำใจถ้าฟังจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี คือว่าพลังน้ำใจตอนนี้ของคนไทยเรากำลังหลั่งไหลมาเยอะเลย ที่นี้เราจะจัดการอย่างไรเพราะว่าอย่างปทุมธานีก็ยังขาดบอกว่าแรงงานเราจะจัดการอย่างไรดีครับ"
ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี: "(๑.) ตรงนี้ก็จะเป็นทั้งในส่วนที่ทางพี่น้องประชาชนได้ร่วมบริจาคเงินมา แล้วก็
- มีกองทุนมีคณะกรรมการที่จะดูแล และ
- ในส่วนนี้ทางศูนย์เองจะได้ประสานงานทำงานใกล้ชิดกับพื้นที่
อย่างกรณีจะเป็นปทุมธานีก็ดีหรือในจังหวัดอื่นๆ จะเป็นชัยภูมิ ที่โคราช ที่กำลังเร่งฟื้นฟูเพื่อที่จะจัดสรรในเรื่องของความช่วยเหลือ กับ
๒. คือจะเชื่อมโยงในเรื่องของอุปกรณ์ต่างๆ ในกรณีเร่งด่วนจะเป็นเรื่อง
- เรือก็ดี
- จะเป็นอุปกรณ์อื่นๆ
ที่มีความจำเป็นในพื้นที่ เพราะฉะนั้น ตรงนี้คงจะเป็นในเรื่องของการเร่งประสานงาน เพราะว่าในส่วนของตัวศูนย์ประสานงานเองจะมีเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการต่างๆ หรือแม้แต่ตัวแทนของภาคประชาชนแล้วก็องค์กรเอกชนจะมานั่งทำงานอยู่ที่ศูนย์ด้วยเลย เพราะฉะนั้น สามารถที่จะแจ้งตรงมาได้เลยศูนย์จะเร่งประสานให้ความช่วยเหลือต่อไป"
<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>