งบฯ ๕๕ ปรับสู่สมดุลย์ เพิ่มงบกลางปีชดใช้คงคลัง สน.ประชาชนแก้ยาเสพติด เชื่อมโยงเอกชนลดอาญชากรรม ภาคใต้ยึดการพัฒนายึดความยุติธรรม เร่งช่วยอีก ๒ คนไทยกลับ (๒๓ ม.ค. ๕๔)

- รัฐบาลจัดงบประมาณชดใช้เงินคงคลัง ถือว่าปลดภาระให้รัฐบาลชุดต่อไป
- ยาเสพติด: ร่วมมือร่วมใจ ตำรวจประชาชนคือหัวใจแก้อย่างยั่งยืน
- อาชญากรรม: ปรับจุดสายตรวจ CCTV เชื่อมโยงเอกชน ทุกภาคส่วนร่วมสอดส่องดูแล
- ชายแดนใต้: ยึดการพัฒนาและอำนวยความยุติธรรม แก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
- กรณี ๗ คนไทย: กลับถึงไทยแล้ว ๕ รัฐฯ เดินช่วยเหลืออีก ๒
- ตามข่าว: นายกติดตามงานปฏิรูปฯ ๒ ชม.ต่อสัปดาห์ ๗๐/๓๐ ดึง ปชช.นอกระบบเข้าสู่ประกันสังคม
- ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

  - รัฐบาลจัดงบประมาณชดใช้เงินคงคลัง ถือว่าปลดภาระให้รัฐบาลชุดต่อไป

...ในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมานั้น แม้จะต้องมีการใช้งบประมาณขาดดุล มีการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่สามารถทำให้เศรษฐกิจขยายตัวและจัดเก็บรายได้เกินเป้าหมาย ทำให้มีความมั่นคงทางด้านการเงินการคลังมากขึ้น

อภิสิทธิ์ : " สำหรับการทำงานในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานะครับ เรื่องที่มีความสำคัญเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการเตรียมการจัดทำงบประมาณครับ งบประมาณในที่นี้ก็มี ๒ ส่วนด้วยกันครับ

ส่วนแรกก็คือเรื่องของงบประมาณกลางปี คืองบประมาณเพิ่มเติม มีการตั้งคำถามหรืออาจจะมีข้อสงสัยกันมากว่า รัฐบาลทำไมจึงจะมีการจัดทำงบประมาณกลางปีหรืองบประมาณเพิ่มเติม คำตอบก็คือว่าในช่วง ๔ เดือนแรกของปีงบประมาณนี้หรือในไตรมาสแรก ๓ เดือนแรกนี้ ตัวเลขที่มีการยืนยันในเรื่องของการจัดเก็บรายได้ มีความชัดเจนมากครับว่าเกินเป้าหมายที่ได้คาดการณ์เอาไว้ในการนำเสนองบประมาณประจำปีเมื่อช่วงปีที่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือว่ามีการคำนวณกันคร่าว ๆ จากตัวเลข ๓ เดือน ๔ เดือนที่ผ่านมาว่า ตลอดทั้งปีในที่สุดแล้วเราจะสามารถจัดเก็บรายได้เกินเป้าหมายถึงประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็ถือว่าเป็นเงินจำนวนมากพอสมควร

เมื่อเราสามารถเก็บเงินได้เพิ่มขึ้น ก็จะมีการจัดทำงบประมาณกลางปีครับ แต่ว่าเป็นการทำงบประมาณกลางปีเพื่อที่จะดูแลในเรื่องของวินัย ความหมายก็คือว่าการจัดงบประมาณกลางปีนั้นรายการใหญ่ที่เป็นรายการสำคัญที่สุดในงบประมาณกลางปี คือการจัดงบประมาณชดใช้เงินคงคลัง พูดง่าย ๆ ก็คือว่า

  • ในช่วงที่เราประสบกับวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ เราได้มีการจัดทำงบประมาณขาดดุล ก็ทำให้มีหนี้หรือมีการเอาเงินออกมาใช้ ซึ่งต้องมีการชดใช้เงินคงคลัง เพราะฉะนั้นการจัดงบประมาณกลางปีที่เรามีเงินเพิ่มขึ้นมาประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านนั้น ๘๔,๐๐๐ ล้านจะนำไปชดใช้เงินคงคลัง ซึ่งหมายความว่าเมื่อเราทำสิ่งนี้แล้ว
  • เวลาที่เราจัดทำงบประมาณสำหรับปีหน้าซึ่งเป็นปีงบประมาณปีหน้าก็คือเริ่มต้นตุลาคมในปีนี้ เราก็จะไม่มีภาระในเรื่องของการที่จะต้องเอางบประมาณมาชดใช้เงินคงคลังตรงนี้ถึง ๘๔,๐๐๐ ล้าน

เพราะฉะนั้นงบประมาณปี ๕๕ ซึ่งจะเริ่มต้นตุลาคม ๕๔ แล้วพูดกันตามตรงก็คือน่าจะเป็นงบประมาณซึ่งรัฐบาลชุดต่อไปจะเป็นผู้นำเอาไปใช้ รัฐบาลชุดต่อไปก็จะได้หมดจากภาระในเรื่องของการที่จะต้องตั้งเงินชดใช้เงินคงคลัง ตรงนี้ถือว่าเป็นการแสดงความรับผิดชอบของรัฐบาลนี้ ในการที่จะปลดเปลื้องภาระตรงนี้ออกไปเสีย เพื่อที่จะให้การจัดงบประมาณในปีหน้า ซึ่งเป็นเรื่องของรัฐบาลใหม่ที่จะต้องเข้ามาใช้นี้ จะได้สามารถปลอดภาระจากตรงนี้ได้ และก็เป็นการยืนยันให้เห็นว่าการทำงานของรัฐบาลในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมานั้น แม้ว่าเราจำเป็นจะต้องมีการใช้งบประมาณขาดดุล มีการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เราสามารถทำให้เศรษฐกิจขยายตัวและจัดเก็บรายได้เกินเป้าหมาย จนสามารถทำให้เรามีความมั่นคงมากขึ้นในเรื่องของฐานะทางด้านการเงินการคลัง


เมื่อเรามีการจัดตั้งงบประมาณกลางปีตรงนี้แล้วนะครับ ๘๔,๐๐๐ ล้านจะไปชดใช้เงินคงคลังนั้น ตามกฎหมายนี้รัฐบาลจะต้องมีการจัดเงินให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย ก็บังเอิญว่าเรามีตัวเลขครับว่าเงินที่ในปีงบประมาณนี้จัดไว้สำหรับเรื่องของเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยคนพิการนั้น มีการมาขึ้นทะเบียนเกินกว่าจำนวนที่ตั้งไว้ในงบประมาณ

  • เพราะฉะนั้นในส่วนของเงินที่จะจัดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตรงนี้ก็คือเพื่อที่จะไปสนับสนุนให้สามารถจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและคนพิการได้อย่างครบถ้วน
  • และเป็นไปตามกฎหมายในเรื่องของสัดส่วนของเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ว่าอย่างไรก็ตามพอเข้าสู่ปีงบประมาณปี ๒๕๕๕ ผมก็จะได้เริ่มถอดรายการเหล่านี้ออกมาจากการนับเป็นเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลา ๒ ปีงบประมาณในการที่จะถอดตัวเลขตรงนี้ออกมา เพราะว่าเนื่องจากว่าทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็มองว่าแม้จะเป็นผู้ที่บริหารเงินในส่วนนี้อยู่ก็ตาม แต่ว่าก็เป็นเงินที่จ่ายตามนโยบายของรัฐบาลกลาง ซึ่งเราก็จะดำเนินการไป แต่สำหรับปีนี้เมื่อตั้งเอาไว้ในส่วนของท้องถิ่น และมีความจำเป็นในการจัดงบประมาณกลางปี ก็จะได้มีการดำเนินการจัดเพิ่มงบเพิ่มเติมเพื่อให้ครบถ้วนสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ

นอกจากนั้นครับ ทางคณะรัฐมนตรีก็เห็นชอบว่ามีโครงการที่จะต้องมีการใช้เงินในการฟื้นฟูจากปัญหาน้ำท่วม ซึ่งพี่น้องประชาชนคงจำได้นะครับว่าผมได้ขอให้ทุกหน่วยราชการไปปรับลดงบประมาณหรือไปปรับเงินงบประมาณซึ่งกันไว้เหลื่อมปี เพื่อที่จะมาสนับสนุนการฟื้นฟูโครงการต่าง ๆ และได้ให้มีการส่งโครงการทั้งหมดไปที่คณะกรรมการ ที่ดูแลในเรื่องของการน้ำท่วม ซึ่งมีท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เป็นประธานอยู่ เพราะฉะนั้นโครงการที่เรามาพิจารณาเพื่อที่จะจัดสรรงบประมาณกลางปีนั้น จะเป็นโครงการซึ่งมีการเสนอไว้ต่อคณะกรรมการชุดนั้น ก่อนวันที่ ๓๑ ธันวาคมทั้งสิ้น โดยเฉพาะในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ถ้าจะมีเพิ่มเติมหลังจาก ๓๑ ธันวาคม จะมีเฉพาะกรณีที่ได้ไปจัดทำแผนในเรื่องของการป้องกันน้ำท่วมสำหรับที่ลพบุรี ที่โคราช และที่หาดใหญ่ แต่ว่าที่เหลือนั้นจะต้องเป็นโครงการซึ่งเคยเสนอไว้แล้ว และได้ดูกันอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าไม่สามารถที่จะปรับงบปกติจากหน่วยงานต่าง ๆ มาได้ และที่สำคัญก็คือจะต้องมีการดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีงบประมาณนี้เท่านั้น ซึ่งล่าสุดนี้ผมได้รับรายงานมาว่า ตัวเลขจะอยู่ที่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้าน เพราะฉะนั้นงบประมาณกลางปีนี้ตัวเลขทั้งหมดจะอยู่ที่ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้าน บวกลบเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง ซึ่งก็ถือว่าน้อยกว่าการจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นคือ ๑๒๐,๐๐๐ ล้าน ส่วนในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ นั้น ก็ชัดเจนเช่นเดียวกันครับว่า ทางกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ ได้มีการพิจารณากันแล้วก็กำหนดเอาไว้ว่าจะมีการปรับลดการขาดดุลงบประมาณ ทั้งตัวเลขที่เป็นสัดส่วนเทียบกับงบประมาณ เทียบกับ GDP ทั้งตัวเลขที่ขาดดุลจริง ปีที่แล้วมีการตั้งงบประมาณขาดดุลไว้ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านนะครับ

ปีนี้ขณะนี้ล่าสุดก็ตกลงกันแล้วครับ จะลดลงมาอยู่ที่ ๓๕๐,๐๐๐ ล้าน เพราะฉะนั้นก็จะเป็นไปตามแนวทางซึ่งรัฐบาลได้กำหนดไว้ครับว่า เรากำลังจะปรับงบประมาณให้เข้าสู่การสมดุล ซึ่งตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะสามารถทำได้ภายใน ๔ ปีข้างหน้า เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนว่าตรงนี้เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เห็นนะครับ และมั่นใจว่าในแง่ของเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ หลังจากที่เราได้กอบกู้ผ่านพ้นวิกฤตมา ขณะนี้การมุ่งเข้าสู่การปรับให้มีวินัยทางการเงินการคลังนั้นรัฐบาลเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง "

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง  >>


(กลับไปด้านบน)

- ยาเสพติด: ร่วมมือร่วมใจ ตำรวจประชาชนคือหัวใจแก้อย่างยั่งยืน

...สน.ประชาชน อาสาพิพักษ์ยุติธรรม ตำรวจใกล้ชิดประชาชน ผู้นำชุมชุม ผู้นำศาสนา พี่น้องมีส่วนร่วม คือ นโยบายการแก้ปัญหายาเสพติดแบบยั่งยืน

ผู้ดำเนินรายการ
.....(เสียงหาย) "ที่นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ประกาศ นะครับ อาจจะต้องกวดล้างปัญหายาเสพติด และอบายมุขให้สิ้นซากนี่นะครับ ทางตำรวจก็มีการใช้มาตรการที่เข้มงวดมากขึ้น นะครับ อย่างที่เห็นอยู่ด้านหลังผมนี้ นะครับ สน.ประชาชน (นวลจิต) ซึ่งเป็นจุดตั้งอยู่ภายในชุมชนนวลจิตแห่งนี้ เป็นจุดตรวจและเป็นด่านให้ชาวบ้านสามารถเข้ามาร้องเรียนในเรื่องต่าง ๆ แจ้งเบาะแสปัญหาอบายมุข ยาเสพติดต่าง ๆ ได้ ซึ่งหลักจากที่ทางตำรวจนั้น มีมาตรการที่เข้มข้นมากขึ้น เห็นชาวบ้านบอกนะครับว่า ช่วงหลังปัญหายาเสพติดที่นี่ลดน้อยลงที่เดียว ความน่าสนใจของชุมชนแห่งนี้เป็นแบบไหนอย่างไร ติดตามได้ในช่วงนี้ครับ

พื้นที่ชุมชนนวลจิตแห่งนี้ เป็นชุมชนใจกลางเมืองหลวงที่มีชาวบ้านอาศัยอยู่มาพอสมควรอีกชุมชนหนึ่ง และที่ผ่านมาก็มักมีปัญหายาเสพติดระบาดอยู่ภายในชุมชน"

ประธานชุมชนนวลจิต" (นายมูฮำหมัด รื่นสุข) - ในชุมชนของเรามีประชาครัวเรือนก็ ๗๐๐ กว่า หลังคาเรือน มีประชากรครัวเรือน ๑,๐๐๐ กว่าครัวเรือน และมีประชากรในชุมชุนก็มี ๒,๕๐๐ กว่าคน ในลักษณะของปัญหายาเสพติดถ้าเฉลี่ยเป็นหลังคาเรือนแล้วก็มีไม่กี่หลังคาเรือนเท่านั้นเอง"

ผู้ดำเนินรายการ "  ที่ผ่านมาเยาวชนในชุมชนนี่คือมีปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติดก็คือเด็กไปติดยา ไปชักชวนกันเสพยานี่เยอะไหม"

ประธานชุมชนนวลจิต" มีตอนช่วงนั้น ก็มีพอสมควร ไม่เยอะอะไรมาก แต่ทีนี้การเป็นห่วงของพี่น้องประชาชนในชุมชน เขาก็เห็นว่า ถ้าเกิดเราปล่อยปละละเลยตรงส่วนนี้จนเกินไป อาจจะเกิดปัญหาแพร่ระบาดหนักนะ อะไรอย่างนี้ ก็อยากที่จะมาร้องเรียนเพื่อจะให้ประธานชุมชนรับทราบด้วย และให้ทางผู้หลักผู้ใหญ่ในเขตพื้นที่เรารับทราบด้วย ก็มีการมามีมาตรการ ซึ่งก็ดีที่ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านก็ได้เห็นความสำคัญ ที่มีปัญหาอยู่ชุมชนและทุกสถานที่ในพื้นที่ของประเทศไทยของเรา"

ผู้ดำเนินรายการ "  ที่บ้านของคุณป้าสุนา กวนแก้ว นี่นะครับ เป็นตัวอย่างบ้านหลังหนึ่งภายในชุมชนนวลจิตแห่งนี้ ที่คุณป้าบอกว่า ลูกชายของเธอนั้น ติดยาเสพติด แต่ว่าก็พยายามที่จะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู จนในที่สุดก็สามารถเลิกยาเสพติดได้ นะครับ เดี๋ยวเราจะไปคุยกับคุณป้าสุนาฯ ในบ้านหลังนี้"

คุณป้าสุนาฯ "ต้องประสบกับมรสุมครั้งใหญ่ในชีวิต หลังรู้ว่าลูกชายคนเล็กอายุ ๑๗ ปี ของเธอ ติดยา แม้ชีวิตความเป็นอยู่ของเธอค่อนข้างลำบาก เพราะต้องทำงานเก็บของเก่าขายเลี้ยงครอบครัว แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เธอต้องย่อท้อในชีวิต แต่เมื่อรู้ว่าลูกติดยา หัวอกของคนเป็นแม่ก็แทบแตกสลาย สุดท้ายเธอจึงตัดสินใจแจ้งตำรวจจับลูกชายตัวเธอเอง เพื่อหวังให้ลูกได้หลุดพ้นจากวงจรยาเสพติด "

ผู้ดำเนินรายการ "  ลูกติดยาอยู่นานไหมครับ"

ป้าสุนาฯ " ปีกว่า ๆ"

ผู้ดำเนินรายการ " เป็นปีเลยนะครับ คือชาวบ้านที่ก็รู้หมดแล้วว่าที่ไหนขายยา ไปเอายาจากตรงไหน อย่างไร"

ป้าสุนาฯ " ใช่ค่ะ , ใช่ค่ะ เด็กเขาจะรู้ แต่เราไม่รู้เรื่องกับเขา แต่เราไม่รู้เรื่องพวกนี้เราไม่ชอบ เราไม่ชอบที่สุด"

ผู้ดำเนินรายการ "  ก็ดูเหมือนว่าปัญหานี้ ในชุมชนนี้มีเยอะ "

ป้าสุนาฯ " เยอะ ค่ะ เยอะมาก และเราก็เลยทนไม่ไหว ทนพฤติกรรมตรงนี้ไม่ไหว ต้องไปหากรรมการชุม ลุงป๊อกคนรู้จักกัน บอกให้มาช่วยเด็กที เพราะว่าเราก็ต้องใจเด็ดเดี่ยวที่จะช่วยเขาในทุกวิถีทาง เพื่อจะให้เขาได้เลิกจากตรงนี้ ก็เลยต้องไปหาคนที่เหลือเขาได้"

ป้าสุนาฯ " ความรู้สึกนะ เสียใจ แล้วก็บอกว่าเราจนแต่เราก็ยังมีคุณธรรมว่า ไม่ลักไม่ขโมย ไม่ทำผิดศีลธรรม เราดีใจตรงนี้ ว่า เราเก็บขยะขายเราก็ไม่อายฟ้าดินว่า เราไม่คดโกง เราไม่ได้ทำผิดศีลธรรม "

ผู้ดำเนินรายการ " เข้าไปในวงการตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไร "

ลูกป้าสุนาฯ  "เข้าไปตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วครับ"

ผู้ดำเนินรายการ "  ตั้งแต่เด็ก ๆ อายุเท่าไร"

ลูกป้าสุนาฯ  " ๑๐ ขวบ ผมลองดู"

ผู้ดำเนินรายการ "  เห็นเพื่อนเสพ"

ลูกป้าสุนาฯ  " ครับผม "

ผู้ดำเนินรายการ " ติดยา เยอะไหม เริ่มจากอะไร "

ลูกป้าสุนาฯ  "  ก็เริ่มจากยาบ้า ครับ "

ผู้ดำเนินรายการ " ตอนนั้นคุณแม่ยังไม่รู้"

ลูกป้าสุนาฯ  "  ครับผม "

ผู้ดำเนินรายการ " แม่มารู้ตอนไหน ครับ"

ลูกป้าสุนาฯ  "  ตอนหลัง"

ผู้ดำเนินรายการ " ตอนที่ติดนานหรือยัง"

ลูกป้าสุนาฯ  "  ไม่นานมาก"

ผู้ดำเนินรายการ " ตอนนั้นที่แม่รู้ นี่คือแม่พูดว่าอย่างไรบ้าง"

 ลูกป้าสุนาฯ  "  แม่ก็พูดว่า แม่พาบำบัดเถอะ "

ผู้ดำเนินรายการ "  แม่บอกไหมว่า เลิกเถอะลูก"

ลูกป้าสุนาฯ  "  บอกครับ"

ผู้ดำเนินรายการ " แล้วตอนนั้นบอกว่าอย่างไร"

ลูกป้าสุนาฯ  "  ก็สงสารแม่ด้วย ก็เลยไปครับ"

ผู้ดำเนินรายการ " เคยขอไหม บอกลูก เลิกเถอะ"

ป้าสุนาฯ " ขอ ๆ ค่ะ"

ผู้ดำเนินรายการ " ลูกว่าอย่างไร"

ป้าสุนาฯ " เราก็เข้าใจในสภาวะของเขา เด็กนะ นี่แหละเราถึงได้พยายามที่จะช่วยเขา ผลักดันให้เขาไปอยู่ในที่ห่าง ๆ ไกลจากตรงนี้ เข้าไปอยู่ในมูลนิธิคุณพุ่มได้เดือนกว่า พอดีเขาก็ดีขึ้น กลับมาที่นี่เขาก็ดีขึ้นเยอะเลย เขาก็ช่วยงานแม่ แต่ก่อนพอเขาติด เขาจะเอะอะโวยวาย แต่ทีนี้เขากลับมาตรงนี้ เขาก็ช่วยงานได้เยอะ แต่เราก็ไม่อยากให้เขาอยู่ตรงนี้ เราก็อยากให้เขาออกไปสู่สภาวะที่ดีกว่านี้ "

ผู้ดำเนินรายการ " ที่ตัดสินใจเลิกเพราะใคร"

ลูกป้าสุนาฯ  " หลายอย่าง เพราะแม่ เพราะอะไรด้วย"

ผู้ดำเนินรายการ " เพราะแม่เป็นหลัก"

ลูกป้าสุนา " ครับ"

ผู้ดำเนินรายการ "  เห็นแม่บอกว่าก็เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กคนเดียว คุณพ่อเลิกกันไปแล้ว"

ลูกป้าสุนา "ครับผม"

ผู้ดำเนินรายการ " สัญญากับแม่หรือเปล่าว่า ต่อไปนี้จะไม่ยุ่งอีกแล้ว"

ลูกป้าสุนา "ไม่ได้สัญญา แค่คิดว่าในใจ ครับ"

ผู้ดำเนินรายการ "   แล้วตอนนี้เราเลิกได้แล้วนี่ ยังไง"

 ลูกป้าสุนา "มันก็แก้ไขได้ ถ้าคนเราคิดจะแก้ไข มันผ่านมาแล้วเราก็อย่าไปคิดถึงมัน ครับ"

ผู้ดำเนินรายการ " สิ่งทีผ่านไปแล้วอย่าไปคิดถึง"

ลูกป้าสุนา " ครับ"

ผู้ดำเนินรายการ " ไม่ได้ยาก"

ลูกป้าสุนา " ครับ ไม่ยากครับ"

ป้าสุนาฯ " ทุกคนก็ไม่ใช่จะดีหมด แต่ว่าความดีตรงนี้ เราอย่าได้ลดละ พยายามให้ถึงที่สุดของที่สุด"

ผู้ดำเนินรายการ "  ที่สุดของที่สุด "

ป้าสุนาฯ "ใช่ค่ะ"

ผู้ดำเนินรายการ " ๒-๓ เดือนมานี้ดีขึ้น "

ป้าสุนาฯ "ใช่ค่ะ"

ผู้ดำเนินรายการ " อะไรที่ทำให้รู้สึกว่าดี"

ป้าสุนาฯ " ไม่เจี๊ยวจ้าว ไม่มานั่งประชุมกัน "

ผู้ดำเนินรายการ " แสดงว่ามีการตรวจตรามากขึ้น "

ป้าสุนาฯ " ใช่ ๆ"

ผู้ดำเนินรายการ " ตอนนี้ สภาพทุกอย่างดีขึ้นไหมครับ หลังจากที่ถ้าเทียบกับเมื่อก่อน"

ลูกป้าสุนาฯ  " ก็ดีขึ้น ก็ต่างกันเยอะ "

ผู้ดำเนินรายการ " ต่างกันอย่างไร "

ลูกป้าสุนาฯ  "ก็ดีขึ้น"

ผู้ดำเนินรายการ " จากเมื่อก่อนเป็นอย่างไร "

ลูกป้าสุนาฯ  "เมื่อก่อนไปที่ไหนก็มี"

ผู้ดำเนินรายการ " ไปที่ไหนก็มีหมายความว่าอย่างไร "

ลูกป้าสุนาฯ  "ก็มีเยอะ"

ผู้ดำเนินรายการ " เดินไปซอยก็มี"

ลูกป้าสุนาฯ  "ก็น่าจะประมาณนั้น ครับ"

ผู้ดำเนินรายการ "  สภาพแวดล้อมก็ดีขึ้น ตัวเองก็ใจเด็ดขึ้น นะครับ ขอบคุณครับ"

ผู้ดำเนินรายการ " วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีกำหนดการลงตรวจเยี่ยมชุมชนนวลจิต ซึ่งตั้งอยู่ในเขตวัฒนา ภายในพื้นที่ของ สน.คลองตัน นะครับ เพื่อมาดูเรื่องของปัญหาอาชญากรรม เดี๋ยวผมจะทักทายท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ฯ นะครับ ในช่วงนี้ สวัสดีครับท่านนายกรัฐมนตรี ครับ"

อภิสิทธิ์ :  "สวัสดีครับ"

ผู้ดำเนินรายการ " วันนี้ชาวชุมชนนวลจิต รอต้อนรับท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะมาดูนะครับ ถึงจุดที่ทางตำรวจ สน.คลองตันจะเปิดแล้ว "สน.ประชาชน (ชุมชนนวลจิต)" อันนี้ก็เป็นหนึ่งในแนวนโยบายที่ท่านนายกรัฐมนตรี ประกาศไว้บอกว่า จะต้องจัดการกับปัญหายาเสพติดอบายมุขในชุมชนให้ได้"

อภิสิทธิ์ :  " ที่จริงเป็นนโยบายหลายเรื่องที่มาบรรจบกันเพราะว่า หนึ่งในแผนของการปฏิรูปที่พูดถึงก็คือ ปัญหาเรื่องความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ปัญหาอาชญากรรม ที่เราประกาศว่า "ภายใน ๖ เดือน จะต้องลดลงร้อยละ ๒๐" ขณะเดียวกันเป็นที่ทราบกันดีว่า พี่น้องประชาชนหลายชุมชนบ่นกันมากในเรื่องของปัญหาตู้ม้า ยาเสพติด

    • โดยประสบการณ์เนื่องจากผมเองเคยเป็นผู้แทนราษฎรที่นี่ด้วย จำได้ว่ามักจะมีการร้องเรียนเข้ามา พอเจ้าหน้าที่ไปจัดการสักพักหนึ่งก็กลับมาใหม่ เป็นอย่างนี้ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า
    • ครั้งนี้เราก็ได้เชิญท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทางนครบาลมาคุย บอกว่า สภาพอย่างนี้ทำให้ประชาชนเขาอดคิดไม่ได้ครับว่า เอ๊ะ ต้องมีใครที่ไปเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่หรือเปล่า มันถึงกลับมาได้ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า

เพราะฉะนั้นอันนี้ก็จึงเป็นแนวทางที่เราบอกว่า จำเป็นจะต้องแก้ไข ขณะเดียวกันในแผนของการปฏิรูปที่เราพูดถึง เราบอกว่าการแก้ปัญหาอาชญากรรมคงไม่ใช่ไล่ปราบปรามอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนจะต้องมีส่วนร่วม ชุมชนจะต้องมีส่วนร่วม ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีนะครับว่า 
     - ในส่วนของตำรวจเอง คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ นะครับ ก็เสนอมา ก.ต.ช.ก็เห็นชอบว่าต่อไปนี้ การทำงาน คือ สถานีตำรวจต้องใกล้ชิดกับประชาชน
     - ทางท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ท่านก็มีแนวทางอยู่แล้วว่า บุคลากรของท่านซึ่งอยู่สัมผัสกับพี่น้องประชาชนต้องมาช่วย ทำงานทางด้านนี้ด้วย
     - ขณะเดียวกันกระทรวงยุติธรรมก็มีแนวคิดเรื่องของอาสาพิทักษ์ยุติธรรม สน.ยุติธรรม
     - แล้วก็พี่น้องประชาชนเองก็มีกลุ่มอาสาสมัครจำนวนมาก กลุ่มหนึ่งก็เพิ่งไปพบผม เมื่อประมาณเดือนธันวาคม จากที่นี่ละครับ จากที่คลองตันนี่ บอกว่า เขาก็อยากจะเข้ามามีส่วนร่วมแล้วทำให้จริงจังเสียทีหนึ่ง "

ผู้ดำเนินรายการ "  ชุมชนนวลจิตจะเป็นชุมชนต้นแบบสำหรับชุมชนอื่น ๆ ในอนาคตไหมครับ

อภิสิทธิ์ :  "หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น นะครับ เพราะว่ามีอีกหลายชุมชน ซึ่งผมคิดว่าขณะนี้ก็เริ่มมีความตื่นตัวขึ้นมา โดยเฉพาะเมื่อเห็นนโยบายที่ชัดเจน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ และรวมทั้งท้องถิ่น รวมทั้งกลุ่มอาสาสมัคร รวมทั้งกระทรวง ทบวงกรมอื่น ๆ ซึ่งอาจจะไม่ได้มีหน้าที่ความรับผิดชอบโดยตรงนี่ ยอมรับแล้วว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราจะต้องมาสะสางกัน"

ผู้ดำเนินรายการ "  และวันนี้ก็เป็นเกียรติมากนะครับ ที่ท่านนายกรัฐมนตรี เดินทางมาตรวจเยี่ยม มาดูแลประชาชนในชุมชนนวลจิตแห่งนี้ และสักครู่หนึ่ง ท่านนายกรัฐมนตรีก็จะทำพิธีเปิดป้าย "สน.ประชาชน (ชุมชนนวลจิต)" เพื่อทีจะลดปัญหาอาชญากรรมให้ได้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ภายใน ๖ เดือน

อภิสิทธิ์ :  " ครับ"

ผู้ดำเนินรายการ "  เดี๋ยวเชิญท่านนายกรัฐมนตรี เลยครับ"

ผู้ดำเนินรายการ " และหลังจากที่นายกรัฐมนตรี ได้ทักทายกับชาวบ้านในชุมชนนวลจิตแห่งนี้ นะครับ ช่วงนี้นายกรัฐมนตรีก็จะเดินเข้ามา ภายในศาลาแห่งนี้นะครับ เพื่อที่จะพูดคุยกับครอบครัวของคุณป้าสุนาฯ"

อภิสิทธิ์ :  "คุณป้าครับ สวัสดีครับ"

ป้าสุนา :" - สวัสดีค่ะ

ผู้ดำเนินรายการ "  ท่านนายกรัฐมนตรี ครับ นี่เป็นหนึ่งตัวอย่างของครอบครัวที่ต้องประสบกับปัญหายาเสพติด เนื่องจากว่าลูกชายคนเล็กของคุณป้า อายุ ๑๗ ปี เท่านั้นเองครับ ต้องไปติดยาเสพติด แต่ว่าท้ายที่สุดคุณป้าด้วยความเป็นหัวอกคุณแม่ทนไม่ไหวก็เลยแจ้งทางตำรวจจับลูกชายตัวเอง แล้วก็เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู จนตอนนี้ สามารถที่จะเลิกยาได้แล้ว นะครับ"

อภิสิทธิ์ :  "เริ่มต้นรู้ได้อย่างไร ว่าเขาติด
ป้าสุนาฯ - รู้ เพราะว่ามีเพื่อนมาหาเขาที่บ้านค่ะ ท่าน แล้วได้กินกัญชา จากกัญชาเราก็เลยตัดไฟแต่ต้นลมว่า ไม่อยากให้เขามาลามปามไปกันอีก "

อภิสิทธิ์ :  "เพื่อนเขาที่ไหน เพื่อนที่โรงเรียนหรือเพื่อนที่นี่ ในชุมชนด้วยกัน"

ป้าสุนาฯ " เพื่อนที่นี่ละค่ะท่าน ชุมชนนี้เยอะค่ะท่าน แต่ตอนนี้กำลังเริ่มดีขึ้น เพราะหน่วยงานของประธานชุมชนให้ความร่วมมือ"

อภิสิทธิ์ :  " พอคุณป้ารู้ คุณป้า"

ป้าสุนาฯ "  ก็โทรให้ตำรวจ สน. มาเอาตัวไป "

อภิสิทธิ์ :  "มีใครแนะนำไหมครับ "

ป้าสุนาฯ " ไม่มีค่ะ แต่ว่าเราตัดสินใจด้วยตัวเอง ว่าเราต้องช่วย จะลูกใครเราก็ต้องช่วยเขา เพราะว่าเราอยากให้สังคมนี้ ให้เด็กเป็นอนุชนรุ่นหลัง"

อภิสิทธิ์ :  "ตัดสินใจเอง แล้วรู้ไหมครับว่า ตำรวจเอาลูกไปแล้วเขาต้องไปทำอะไร อย่างไร"

ป้าสุนาฯ "  เราก็บอกว่าเขาก็ต้องทำดีที่สุด เพราะว่าเราก็ต้องให้เด็กไปอยู่ที่ดี ๆ ก่อนที่เขาจะถลำตัวไปมากว่านี้"

อภิสิทธิ์ :  " เขาเอาสตางค์ที่ไหนไปซื้อ"

ป้าสุนาฯ " ก็ไม่รู้เขาเหมือนกันค่ะ บางทีก็อาจจะขโมยของคุณแม่ก็ได้ค่ะท่าน ก็อย่างนี้แหละเด็กค่ะ"

ผู้ดำเนินรายการ "  คุณป้าสุนาฯ คือมีอาชีพหาของเก่าขาย ก็คงจะไม่สตางค์มากและเลี้ยงดูลูกนี่คือเป็นคุณแม่คนเดียวเลย เพราะว่าคุณพ่อเลิกทางกันไปนานแล้ว"

อภิสิทธิ์ :  "คือจริง ๆ ก็อยากบอกพี่น้องประชาชน นะครับว่า คุณป้าก็เป็นตัวอย่างที่ว่า ตัดสินใจด้วยตัวเอง แต่จริง ๆ แล้วพี่น้องจำนวนมากอาจจะไม่ทราบ นะครับว่า

    • สมมติว่าลูกเป็นผู้เสพนะ ไม่ใช่ผู้ค้า เป็นผู้เสพ เป็นเยาวชนด้วย สามารถที่จะเข้าไปสู่กระบวนการบำบัดนะครับ คือเราถือว่าคนที่เสพเป็นคนป่วย เหมือนคนป่วยเราก็จะพาไปบำบัดก็จะฟื้นฟูให้เขาเลิกติดแล้วก็กลับออกมา เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเราทำตั้งแต่ต้น ๆ ก็จะช่วยให้ลูกหลานเราพ้นออกมาได้
    • เพราะส่วนใหญ่ถ้าเสพไปมาก ๆ ก็ไม่มีสตางค์ ไม่มีสตางค์ก็กลายเป็นผู้ค้า เป็นผู้ค้าคราวนี้คนละเรื่องแล้วนะครับ ท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันได้ ว่าเป็นผู้ค้านี่ก็กลายเป็นเรื่องต้องดำเนินคดี จับกุม เข้าสู่กระบวนการของคดีอาญา

แต่ว่าเขาเป็นผู้เสพนี่ เราเปิดโอกาสนะครับ เพราะตอนนี้เราก็พยายามเชิญชวนว่า ใครรู้จัก ลูกหลานตัวเอง เพื่อนฝูงนี่ พยายามชักชวนว่าสมัครใจเข้ามาบำบัดเถอะ สลัดตัวเองให้หลุดพ้นจากวงจรตรงนี้ "

อภิสิทธิ์ :  " นอกจากยาเสพติด มีอะไรอีกแถวนี้ "

ป้าสุนาฯ "  ก็มีค่ะ"

อภิสิทธิ์ :  "ไม่อยากพูด ผมได้เรื่องร้องมา เรื่องตู้ม้า เรื่องบ่อน เรื่องอะไร แต่ว่าในที่สุดแล้วท่าน ผบ.ทางนครบาลใช่ไหมครับ ก็ต้องตัดสินใจโยกย้ายกันไป สน.นี่ เพื่อที่จะมาร่วมมือกัน แต่ว่าก่อนหน้านั้นประมาณก่อนปีใหม่ ก็มีพรรคพวกเราแถวนี้ที่ไปพบผมที่ทำเนียบรัฐบาลด้วย เพื่อที่จะบอกว่าอยากจะเห็นการรวบตัวกันของทุกฝ่ายมากับเรื่องนี้ ต้องขอบคุณ คุณป้ามากนะ ที่ตัดสินใจแล้วก็ช่วยกระตุ้นให้ทุกฝ่ายทำงาน"

ผู้ดำเนินรายการ "  คุณป้าดีใจไหมครับ

ป้าสุนาฯ " ดีใจค่ะ"

ผู้ดำเนินรายการ " เอาละครับ เดี๋ยวช่วงนี้ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ก่อนนะครับ และเดี๋ยวเราจะไปคุยกันต่อนะครับในวงเสวนา นะครับ ขอบพระคุณนะครับ ขอบพระคุณคุณป้าด้วย นะครับ" 

ป้าสุนาฯ "  ขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี มากเลย"

ผู้ดำเนินรายการ " ครับ สวัสดี นะครับ สำหรับชาวชุมชนนวลจิต ทุกท่าน นะครับ วันนี้เรื่องที่เราจะมาสนทนากันก็อย่างที่ได้เกริ่นไปตั้งแต่ต้นรายการ ก็คือเรื่องของปัญหาอาชญากรรม ผมนี่ทำข่าวเรื่องของอาชญากรรมมาพอสมควร นะครับ ก็ได้ไปเจอเกี่ยวกับปัญหากับอบายมุข ปัญหาอาชญาอากรรมในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร มีปัญหาค่อนข้างมากที่เดียว ตามชุมชนต่าง ๆ ใจกลางเมืองนี่นะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี เคยระบุเลย ในพื้นที่ สน.คลองตันมีเรื่องร้องเรียนปัญหาอบายมุข ท่านนายกรัฐมนตรี ต้องการที่จะให้ชุมชนแห่งนี้เป็นต้นแบบในการเปลี่ยนแปลงเป็นชุมชนสีขาวอย่างไรบ้างครับ"

อภิสิทธิ์ :  "คือถ้าเท้าความต้องบอกว่าผมเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ที่นี่ตั้งแต่สมัยนั้นที่ผมเป็น ส.ส. ก็ช่วงระหว่างปี ๒๕๓๘-๒๕๔๔ ก็จะมีหลายชุมชนในเขตเลือกตั้งที่จะมีการร้องเรียนนะครับ เรื่องบ่อนบ้าง เรื่องอบายมุขบ้าง แม้กระทั่งที่นี่เอง ผมจำได้ว่า สมัยหนึ่งสถานีโทรทัศน์เคยมาเปิดโปงเรื่องของบ่อน และก็จะมีการมาดำเนินการ แต่เราก็สังเกตหลายครั้ง ครับ เหมือนกับหลาย ๆ พื้นที่ที่ร้องเรียนมาก็คือว่า การเอาจริงเอาจังนี่ พอทำไปพักหนึ่งหยุดไป สักพักหนึ่งสภาพต่าง ๆ ก็กลับไปเหมือนเดิม นะครับ แต่คนที่เดือดร้อนที่สุดก็คือพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราพยายามทำนี่เป็นแนวทางมาโดยตลอดก็คือว่า ทำอย่างไรเราแก้ปัญหาแบบยั่งยืน ซึ่ง

    • แน่นอนหลายคนจะเพ่งเล็งไปที่งานปราบปรามเพียงอย่างเดียว แต่จริง ๆ แล้วงานที่จะทำให้สิ่งเหล่านี้หายไป ไม่ใช่เฉพาะการที่มาไล่จี้ทางเจ้าหน้าที่ให้มาทำช่วงนั้น ช่วงนี้
    • แต่ว่าทำอย่างไรในชุมชนหรือในองค์กรหลัก ๆ ของชุมชนไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นผู้นำทางศาสนา ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชนเองที่มีกลุ่มอาสาสมัครเป็นหูเป็นตา ติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง และสามารถที่จะเชื่อมมายังเจ้าหน้าที่

ถ้าเราไม่สามารถทำอันนี้ได้ ผมคิดว่าสุดท้ายสภาพก็จะกลับไปเหมือนเดิม "

ผู้ดำเนินรายการ "  คือถ้าปล่อยให้ตำรวจทำงานอย่างเดียวนี่เหนื่อยแน่ "

อภิสิทธิ์ :  "ถูกต้องครับ"

ผู้ดำเนินรายการ "  ต้องให้มีชาวบ้าน มีผู้นำชุมชนร่วมทำงานกับตำรวจด้วย"

อภิสิทธิ์ :  "เช่นเดียวกัน ผู้นำชุมชน ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่พร้อมจะทำ แต่ต้องมั่นใจว่าตำรวจร่วมทำด้วย เพราะฉะนั้นก็เป็นเรื่องที่ว่า ทำอย่างไรจะจับ ๒ ส่วนนี้เข้ามาหากัน นะครับ"

ผู้ดำเนินรายการ "  วันนี้เรามีทั้งอดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน) และท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนปัจจุบัน (ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร) นั่งอยู่ด้วย ซึ่งก็ต้องดูแลในเขตต่าง ๆ ในกรุงเทพมหานครด้วย อยากให้ท่านอภิรักษ์ฯ ได้พูดถึงเรื่องของปัญหาตรงนี้ สักเล็กน้อยนะครับ เชิญครับ"

นายอภิรักษ์ฯ " ประเด็นที่มีความสำคัญก็คือในเรื่องของการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในชุมชน ซึ่งจริง ๆ แล้วในหลายพื้นที่ก็จะมีความเข้มแข็ง มีการรวมตัวเป็นอาสาสมัครในชุมชน มีการให้การสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแม่ของแผ่นดิน โครงการ TO BE NUMBER ONE ซึ่งก็เป็นโครงการที่เข้ามาช่วยในเรื่องของประชาชนที่เข้ามามีส่วนร่วม นอกจากนั้นก็มีแนวนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีเอง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของรั้วโรงเรียน รั้วครอบครัว รั้วชุมชน รั้วสังคม ซึ่งก็เป็นประเด็นที่มีความสำคัญ นะครับ เหมือนในวันนี้ ที่ท่านนายกรัฐมนตรี มาจัดเวทีและเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาร่วมในการที่จะรวมพลังในการที่จะป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งผมคิดว่าอันนี้ก็เป็นประเด็นที่มีความสำคัญมากนะครับ"

ผู้ดำเนินรายการ " ประเด็นเรื่องยาเสพติดก็ต้องบรูณาการทุกภาคส่วน ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ท่านม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เองก็ประกาศแล้วบอกว่า กทม.เองก็พร้อมสนับสนุนการทำงานในการปราบปรามยาเสพติด ครับ เป็นอย่างไรบ้างครับตอนนี้ ทางกทม. ทำอะไรบ้างครับ"

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร: "กทม.สนับสนุนการทำงานของรัฐบาล สนับสนุนการนำนโยบายของรัฐบาลไปปฏิบัติอย่างเต็มที่นะครับ แต่ว่าผมยังมองว่า หน้าที่หลักของ กทม. นั้นอาจจะเรียกว่าอยู่ที่ปลายน้ำก็ว่าได้ หน้าที่ของ กทม. ต้องช่วยเหลือหน่วยราชการอื่นทุกส่วนครับ อย่างเช่น เราก็จะพยายามดูในโรงเรียนในชุมชนว่าปัญหาเป็นอย่างไร แล้วก็ให้ข้อมูลต่อหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง แต่ว่าที่สำคัญนะครับ เรามีภารกิจในการสร้างสภาพแวดล้อมทางสังคม สภาพแวดล้อมทางจิตวิทยา สภาพแวดล้อมทางกายภาพที่จะช่วยจำกัดการขยาย การแพร่ระบาดของปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการให้พี่น้องชาวชุมชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาตรงนี้ เครือข่ายชุมชนคือจุดเด่นของ กทม. และอีกเรื่องหนึ่งที่เราทำในแง่ของการทำให้สภาพแวดล้อมทางจิตใจ ทางกายภาพ ทางสังคมให้จำกัดการขยายตัวของปัญหายาเสพติด คือเรามี โครงการที่เราเรียกว่าอาสาสมัครพิทักษ์คนเมือง เราได้ฝึกอาสาสมัครไปแล้ว ๑๓,๐๐๐ คน เมื่อปีที่แล้ว ปีนี้เราจะฝึกอีก ๑๓,๐๐๐ คน เป้าหมายคือมีเครือข่ายอาสาสมัคร ๓๐๐,๐๐๐ คน ช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับบ้านเมือง นะครับ และภารกิจของ กทม.ในส่วนของยาเสพติด เป็นเรื่องของปลายน้ำอีกส่วนหนึ่งครับ คือ บำบัดเยียวยา เมื่อปีที่แล้ว ทั่วกรุงเทพฯ นี่ถ้าผมจำไม่ผิดมีผู้รับการบำบัดประมาณ ๑๓,๕๐๐ คน จะเป็นอยู่ในความรับผิดชอบของ กทม. ในฐานะหน่วยงานประมาณ ๙,๐๐๐ คน ซึ่งหมายความว่า กทม. ดูแลในเรื่องของการบำบัดเป็นส่วนใหญ่ ทาง ผบ.ตร.ท่านใหม่ ท่านได้กรุณาส่งผู้ใหญ่มาคุยกับผม นะครับว่าจะร่วมมือกันอย่างไร จะทำงานเชิงบูรณาการมากกว่าเดิมอย่างไร ผมก็เรียนท่านว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เรากับ บ.ชน. ร่วมมือกันดีแต่ยังไม่เป็นระบบสิ่งที่จำเป็นคือต้องร่วมมือกันอย่างเป็นระบบและผมได้มีโครงการนำร่องเมื่อ ๒ วันนี้ มีการประชุมเชิงปฏิบัติการที่กรุงเทพฯ ตะวันออก ซึ่งมี ๙ เขตปกครองด้วยกัน และ ๒๒ สน. มาอยู่ด้วยกัน ๓ วัน หารือกัน ๓ วัน ว่าจะทำงานด้วยกันอย่างไรครับ"

ผู้ดำเนินรายการ " คือพอทางตำรวจจับปั๊บ ถ้าเกิดว่าจับเยอะไป ก็มีปัญหาเรื่องจำนวนผู้ที่ถูกจับกุมอีก ดังนั้น กทม.ก็สนับสนุนเรื่องของการที่จะบำบัดฟื้นฟูให้บุคคลเหล่านี้ออกจากวงจรยาเสพติดไปเลย แนวคิดนี้ก็ดีนะครับท่านนายกรัฐมนตรี "
 
อภิสิทธิ์ :  "จริงๆ แล้วเรื่องการบำบัดเป็นแนวคิดซึ่งใช้กันมาเป็นเวลาระยะหนึ่งแล้ว แต่ว่าตอนที่เข้ามารับหน้าที่นี่มีแนวโน้มที่น่าเป็นห่วงอย่างหนึ่งก็คือว่า

    • การเข้าบำบัดโดยสมัครใจนี่ค่อนข้างจะหายไป พูดง่าย ๆ ก็คือว่าจะเป็นเฉพาะคนที่ปราบกับถูกจับ ถูจับแล้วถึงจะไปบำบัด
    • ซึ่งในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมาเราจึงพยายามที่จะสร้างเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อที่ระดม นะครับว่า ช่วยกั้นสอดส่องและสามารถชี้ทางว่า ถ้าใครอยากที่จะสมัครใจเข้ามาบำบัดให้เข้ามาเถอะ เพื่อหลุดไปจากวงจร "

ผู้ดำเนินรายการ " อย่างวันนี้ที่ท่านนายกรัฐมนตรี มาที่ชุมชนนวลจิตนี่นะครับ มีจุดน่าสนใจจุดหนึ่งก็คือ ทางตำรวจเขามาเปิด สน.ประชาชนฯ สน.ประชาชนแห่งนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี มองว่าจะเกิดประโยชน์อย่างไรบ้างกับชาวชุมชนแห่งนี้"

อภิสิทธิ์ :  " คือที่ผมได้พูดตอนที่เราเปิดป้าย นะครับว่า ทางคณะกรรมการนโยบายตำรวจเอง ก.ต.ช.นี่ได้รับข้อเสนอมาว่า ที่สุดแล้วที่สิ่งที่เราต้องการให้เกิดขึ้นในการทำงานของตำรวจคือการอยู่ใกล้ชิดกับประชาชน ให้ประชาชนมีความอบอุ่นใจ เพราะฉะนั้นการที่เรามีช่องทางที่ตำรวจกับประชาชนสัมผัสกันในพื้นที่ แล้วก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ต้องเหมือนกับมาระแวงซึ่งกันและกัน นะครับ เป็นเรื่องของการร่วมมือกันนี่ ผมคิดว่าจะเป็นหัวใจสำคัญในการได้ความร่วมมือ อย่างวันนี้จะเห็นนะครับว่า นั่งอยู่ล้อมวงกันนี่ ความจริงผมก็ไม่ทราบว่าใครจะมาบ้างนะครับ แต่ผมก็ดีใจว่า มี ส.ส. มีท้องถิ่นคือท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มี ส.ก. มีท่าน ส.ข.ก็มี ตำรวจก็มา เครือข่ายของประชาชนก็มา โรงเรียนก็มา ผู้นำศาสนาก็มา ผมเชื่อว่าถ้าชุมชนต่าง ๆ จับมือทุกภาคส่วนอย่างนี้ ปัญหาอย่างนี้จะแก้ได้ ครับ"

ผู้ดำเนินรายการ "  เดี๋ยวผมจะให้ทางชาวชุมชนนวลจิตได้มีโอกาส สะท้อนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้าน ท่านประธานชุมชนนวลจิต คุณมูฮำหมัด รื่นสุข เชิญครับ"

ประธานชุมชนนวลจิต :" กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรี ในส่วนนี้นะครับ หลังจากที่นายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายเรื่องปราบปรามยาเสพติด หลังจากตรงนี้มาสภาพในชุมชนฯ นั้นดีขึ้นตามลำดับ ขณะนี้นั้นเราทำงานร่วมกัน ร่วมแรงร่วมใจ เราทำกันแบบลักษณะบูรณาการเพื่อที่จะต้องฝ่ายนั้น ได้เข้ามามีส่วนร่วม โดยภาครัฐนั้นให้การสนับสนุน ในส่วนนี้เราก็พยายามที่จะผลักดันและสร้างความเข้าใจให้แก่ภาคประชาชนที่เกี่ยวข้อง อย่างปัญหายาเสพติด และปัญหาความยากจนอื่น ๆ ไปด้วย ควบคู่กันไป และรวมไปทั้งการพัฒนาและการป้องปรามยาเสพติดอย่างยั่งยืน ตรงนี้เรามีในที่ประชุมในชุมชนของผมก็พยายามที่จะเชิญผู้หลักผู้ใหญ่ในพื้นที่เข้ามาเป็นพี่เลี้ยงและนำนโยบายต่าง ๆ เข้าสู่ชุมชน และพยายามให้ในชุมชน คณะกรรมการทุกฝ่ายมาร่วมกันและพยายามที่จะสร้างความเข้มแข็งภายในชุมชนของเรา พึ่งตนเอง นะครับ"

ผู้ดำเนินรายการ "  ตรงนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ตั้งใจไว้แล้ว บอกว่า หลังจากนี้ไปชุมชนนวลจิตจะเป็นต้นแบบของชุมชนอื่น ๆ ทั่วประเทศด้วย นะครับ"

อภิสิทธิ์ :  " ความจริงขณะนี้ ผมเชื่อว่าในหลายชุมชนเขากำลังดำเนินการอยู่แล้ว หลังจากที่มีการส่งสัญญาณไปชัดเจน การติดตามงาน เนื่องจากท่าน ผบ.ตร.เองตอนคุยกับทางรัฐบาล รัฐบาลบอกว่า ๖ เดือน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แน่นะ ท่านก็บอกว่าทำได้ ก็แปลว่าท่านเองท่านก็ต้องมั่นใจละครับ เพราะว่าถ้ามาทำอยู่แค่ชุมชนสองชุมชนนี่ให้ลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เราอยากจะให้อยู่ในระดับที่มีความสำคัญ แต่ไม่เกินจริง พูดตรง ๆ ถ้าไปทำบอก ๓๐, ๔๐,๕๐ เปอร์เซ็นต์ ฟังดูสะใจฟังดูดี แต่ผมกลัวว่า เดี๋ยวจะมีการตกแต่งตัวเลขบ้าง อะไรบ้าง เพื่อให้ทำได้ เพราะว่าเราต้องถามผู้ปฏิบัติ นะครับ จริง ๆ แล้วถ้าให้เขาเลือกเขาอาจจะอยากต่ำกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เราบอกเอาน่าต้องดันขึ้นไปอีกหน่อย นะครับ แต่ถ้าไปบอก ๔๐,๕๐ เปอร์เซ็นต์นี่ พูดได้นะครับ แต่จะไม่เป็นจริงเอา"

ผู้ดำเนินรายการ " ท่าน ผบ.ตร. พอจะสะท้อนตรงนี้ได้อย่างไรบ้าง ครับ

ผบ.ตร. :" กราบเรียนยืนยันนะครับ ว่า ในการที่วิเคราะห์จริง ๆ แล้วนี่

    • ทางฝ่ายคณะวิเคราะห์ยืนยันว่าภายใน ๓ เดือนจะลด ๑๕ เปอร์เซ็นต์ และภายใน ๖ เดือน ๓๐ เปอร์เซ็นต์
    • แต่ท่านนายกรัฐมนตรี กรุณานะครับว่า เพื่อไม่ให้เกินจริง ท่านกรุณาบอก เอาแค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ทำให้ได้ก็แล้วกัน เพราะยืนยันว่าทำได้ครับ

แต่ปัญหาว่า ทำอย่างไรจะให้ยั่งยืน ก็ด้วยการสร้างชุดความร่วมมือของประชาชน แสวงหาความร่วมมือของประชาชน สร้างชุมชนให้เข้มแข็งครับ"

อภิสิทธิ์ :  "ท่านบอกจริง ๆ นี่นะ ยิ่งสั้นท่านยิ่งทำง่าย

    • ท่านบอกก็ทำมาบ่อยแล้วประเภทว่าให้ลุยเดือนหนึ่งเดี๋ยวก็หายไป ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์นี่ แต่เสร็จแล้วก็พอเดือนที่ ๒ ก็ปล่อยไม่ยั่งยืน
    • ท่านบอกอย่าไปทำอย่างนั้นเลย นี่ท่านเป็นคนบอกเอง บอกว่าอย่างน้อย ๆ ต้องครึ่งปีละ ถ้าครึ่งปีหมายความว่าต้องต่อเนื่อง

แต่ว่าจริง ๆ ผมไม่อยากจะบอกว่าตำรวจเหนื่อยนะครับ ผมอยากจะมองว่าจริง ๆ ผมเชื่อว่าตำรวจ ดี ๆ เยอะแยะทั่วประเทศ จริง ๆ เห็นการทำงานอย่างนี้ เขามีความรู้สึกดีใจภูมิใจว่า เขาได้ทำสิ่งที่เขาอยากจะทำ นะครับ แต่ว่าถ้ามาบอกกดดันว่าทำเดือนสองเดือนมันคนละเรื่องกัน แล้วถ้าเราทำอันนี้ยั่งยืนจริง ๆ ในระยะยาวตำรวจจะเหนื่อยน้อยลงนะครับ เพราะตำรวจก็มีผู้ช่วยมาอีกเยอะแยะเลยที่จะมาทำเรื่องนี้ด้วยกัน"

ผู้ดำเนินรายการ " เดี๋ยวผมจะให้ทางผู้นำศานาในชุมชน ได้สะท้อนมุม ในฐานะที่อยู่ในชุมชนด้วยนะครับ ท่านโต๊ะอิหม่าม  

โต๊ะอิหม่าม :" ในส่วนของสยิดเองนะครับ นับได้ว่าเป็นองค์กรศาสนาที่มีบทบาทสำคัญนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี เนื่องจากว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชนนวลจิตและนวลน้อยนี่ ๘๐ เปอร์เซ็นต์เป็นชาวมุสลิม อีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์เป็นพวกที่นับถือศาสนาอื่น พุทธก็ดี คริสต์ก็ดี ซิกข์ก็ดี ฮินดูก็ดี นะครับ แล้วในบรรดาชาวบ้านหมู่นี้จะมีประมาณ ๕๐๐ ครอบครัวที่เป็นมุสลิม หลักสอนของอิสลามนี่เราเน้นเรื่องการปฏิบัติตนให้ถูกต้อง เพื่อที่จะรับผลการสอบสวนในวันโลกหน้า ทุก ๆ

    • วันศุกร์จะมีการขึ้นธรรมาสน์ คนไหนที่ทำดีเมื่อสิ้นชีวิตไปเขาก็จะต้องรับผลพลอยตอบแทนในการสอบสวน ผลดีก็จะได้ขึ้นสวรรค์ ถ้าคนไหนทำชั่วเขาก็จะต้องลงนรก
    • เมื่อรัฐบาลมีนโยบายในการป้องกันยาเสพติด ทุก ๆ วันศุกร์เราก็จะมีการสอดแทรกนโยบายเกี่ยวกับโทษของยาเสพติด ผลร้ายของยาเสพติด ทำอย่างไร ที่เป็นผลอย่างไรที่ทำให้ชาวบ้านเขาเดือดร้อน ใช้หลักทางศาสนาเป็นตัวนำ เขาเรียกว่า "บรม" บ้าน โรงเรียน มัสยิด ตรงข้ามกับ "บวร" บ้าน วัด และโรงเรียน เน้นหลักการเดียวกัน"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง  >>


(กลับไปด้านบน)

- อาชญากรรม: ปรับจุดสายตรวจ CCTV เชื่อมโยงเอกชน ทุกภาคส่วนร่วมสอดส่องดูแล

... ปรับบริหารจุดสายตรวจ ระดมอาสาสมัครจากส่วนต่างๆ ร่วมสอดส่องดูแล ประสานงานเอกชนเชื่อมโยงระบบกล้องวงจรปิด CCTV และไฟส่องสว่าง ปัญหาอาชญากรรม ไม่ได้อยู่ที่ตำรวจ  แต่ทุกภาคส่วนในสังคมต้องร่วมกันแก้

ผู้ดำเนินรายการ: “ ก็ใช้ศาสนามาปลอบทางจิตใจ เรื่องปัญหายาเสพติดเราก็ให้ความสำคัญ แต่ว่าเรื่องของปัญหาอาชญากรรม อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรี บอกไปว่า อาชญากรรมก็ไม่ได้มีแค่ยาเสพติด โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนที่มีผู้คนอาศัยอยู่ และก็อยู่ใจกลางเมืองนี่ มีปัญหาเรื่องการลักชิง วิ่งราว ความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชนด้วย ท่านนายกรัฐมนตรีจะใช้มาตรการแบบไหน อย่างไร ในการลดปัญหาพวกนี้บ้าง”

อภิสิทธิ์: “ สิ่งที่เราทำในช่วงที่มาระดมกันในเรื่องนี้ในพื้นที่เมือง

สิ่งแรก คือ เอาสถิติมาดู นะครับว่า การฉกชิง วิ่งราว ปล้นทรัพย์ โดยเฉพาะเวลากลางคืนซึ่งจะมีมากนี่ จะเกิดอยู่ที่ไหน แล้วเราก็จะได้สถิติที่ออกมาน่าสนใจว่า จะมีอยู่กี่ร้อยจุดก็แล้วแต่ที่จะเป็นที่ที่เกิดขึ้นชุก คือพูดง่าย ๆ จริง ๆ แล้วไม่ได้กระจายทั่วไปหรอก เพราะจะมีบางจุดซึ่งกลายเป็นจุดที่เป็นจุดล่อแหลมอยู่เป็นประจำ เรื่องหลัก ๆ ก็จะมี ๒ เรื่องก็คือเรื่องคนกับเรื่องของเทคโนโลยี

  • เรื่องคนความหมายก็คือว่า ถ้าเราสามารถที่จะมีสายตรวจหรือบุคคลที่คอยสอดส่องดูแล ในบริเวณเหล่านั้นได้ เราก็จะสามารถลดปัญหาได้
    • ทีนี้แน่นอนถ้าจะพึ่งเฉพาะตำรวจฝ่ายเดียวกำลังพลก็มีอยู่เท่าที่มี นะครับ จริงอยู่อาจจะปรับการบริหาร อาจจะโยกย้ายบางจุดซึ่งมีปัญหาน้อยมาได้บ้าง แต่คงไม่พอ
    • เพราะฉะนั้นหลักคิดก็คือการระดมเอาอาสาสมัคร ระดมเอาบุคลากรจากส่วนอื่น ๆ เขาก็จะเข้ามาช่วยตรงนี้ และเราก็จะพยายามที่จะใช้บุคคลเหล่านี้แล้วบูรณาการกันเข้ามา นั่นด้านที่หนึ่ง
  • ด้านที่สองก็เป็นเรื่องของเทคโนโลยี นะครับ จริง ๆ สำคัญที่สุดก็คือ
    • ไฟฟ้า ไฟส่องสว่างกับเรื่องของกล้องวงจรปิด CCTV ไฟฟ้าก็เป็นนโยบายที่ทำมาตั้งแต่สมัยท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อภิรักษ์ ฯ ต่อเนื่องมาถึงท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ฯ นะครับก็ต้องทำไป
    • ส่วน CCTV นี่ ประเด็นก็คือว่า จริง ๆ มีอยู่เยอะ แต่ไม่ใช่ของทางการทั้งหมด ใช้ได้บ้าง ใช้ไม่ได้บ้าง แล้วที่ผ่านมาส่วนใหญ่ก็คือเกิดเรื่องแล้วก็มาไล่ขอกัน ครั้งนี้ก็คือ แนวทางก็คือเราจะให้ไปมีการประสานงานภาคเอกชนเขาก็จะร่วมมือดี ว่าเป็นไปได้ไหมว่า แทนที่จะรอเกิดเรื่องนี่ สามารถมาเชื่อมโยงระบบเข้าหากัน เราก็จะได้ลงทุนด้วยตัวเองทั้งหมด แต่ว่าอาศัยเครือข่ายของเอกชนที่เขามีอยู่แล้วก็จะทำให้เรามีความสามารถในการป้องกันมากขึ้น”

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร: “เดิมผมได้ตั้งเป้าไว้ว่า ๔ ปี ของวาระผมจะเพิ่มอีก ๑๐,๐๐๐ ตัว แต่ว่าหลังจากนั้นก็ได้เพิ่มเป็น ๒๐,๐๐๐ ตัว ตอนนี้ในที่สุดแล้วคงจะเพิ่ม ๓๐,๐๐๐ ตัวภายใน ๔ ปี นะครับ ที่สำคัญครับ กล้องวงจรปิดรุ่นเดิมนี่เป็นสำหรับการจราจร อย่างนั้นภาพจะไม่ชัด ก็มีคนบ่นว่ากล้อง กทม.ใช้ไม่ได้เพราะสภาพไม่ชัด รุ่นใหม่สำหรับเรื่องความปลอดภัยโดยเฉพาะ แน่นอนครับในเมื่อมีกล้อง กล้องดีแล้วก็ทำอย่างอื่นได้เหมือนกันไม่ใช่เรื่องความปลอดภัยอย่างเดียว”

ผู้ดำเนินรายการ:“ ซึ่งกล้องนี้ก็สำคัญ เพราะว่าจะช่วยป้องปรามคนร้ายไม่ให้กล้าลงมือ และถ้าหากมีคดีเกิดขึ้นก็จะทำให้การติดตามความคืบหน้าคดีนั้นรวดเร็วขึ้น ท่านนายกรัฐมนตรี ก็บอกว่าเอาละ ทำทั้งยาเสพติด ทำทั้งปัญหาอาชญากรรมต่าง ๆ ด้วย ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๖ เดือน ตรงนี้ ชุมชนนวลจิตที่ท่านบอกจะเป็นชุมชนสีขาวนี่ ให้เส้นตายไว้ไหมครับว่าเดี๋ยวจะมาดูอีกทีเมื่อไร “

อภิสิทธิ์: “ จริง ๆ แล้วนี่ ๖ เดือน ต้องถือว่าประเมินกันทั้งหมดอยู่แล้ว “

ผู้ดำเนินรายการ: “ ทั้งหมดอยู่ภาพรวม”

อภิสิทธิ์: “ แต่ว่าจริง ๆ นี่ ผมก็อาศัยว่ามีบุคคลที่อยู่ในชุมชนคุ้นเคยกับผมอยู่จากตั้งแต่ที่เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นผมรับรองได้นะครับว่า ถ้าไม่เอาจริง เดี๋ยวก็มาแล้วครับ SMS เข้ามาแล้วไหนว่าปราบแล้วไง ซอยนั้น ซอยนี้ บอกจุดเรียบร้อยครับ ยังมีอย่างนั้น อย่างนี้อยู่ ผมก็จะมีตัวนี้คอยช่วยผมด้วยครับ “

ผู้ดำเนินรายการ: “ SMS แจ้งเหตุ นะครับ”

นายอภิรักษ์ฯ: “ ขออนุญาตเพิ่มเติมนิดหนึ่งครับ ประเด็นที่ท่านนายกรัฐมนตรี พูดเมื่อสักครู่นี้ จริง ๆ แล้วก็มีแนวทางที่ท่านได้เคยให้นโยบายในเรื่องของการเพิ่มพื้นที่ดี ลดพื้นที่เสี่ยง จริง ๆ แล้วนี่ไม่ว่าจะเป็นปัญหายาเสพติดก็ดีหรืออาชญากรรม จริง ๆ จุดเริ่มต้นก็เริ่มจากทั้งในบริเวณพื้นที่ที่อยู่ในชุมชน อยู่ใกล้บ้าน อยู่ใกล้โรงเรียน เช่นวันนี้เราเห็นปัญหาเด็กติดเกมส์ ปัญหาอบายมุข ปัญหาร้านขายเครื่องดื่ม ขายสุรา ซึ่งก็เป็นพื้นที่ที่ได้มีการสำรวจทั้งในระดับของกรุงเทพมหานครก็ดี หรือหน่วยงานของรัฐนี่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าเราสามารถที่จะช่วยกันผลักดัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเพิ่มพื้นที่ดี เช่น ที่ผ่านมาหรือต่อเนื่อง ทาง กทม. ก็จะมีการเพิ่มพื้นที่ลานกีฬา เพิ่มพื้นที่ส่วนหย่อม สวนสาธารณะใกล้บ้าน ส่งเสริมกิจกรรมต่าง ๆ เป็นทางเลือก แทนที่จะไปมั่วสุมตามร้านเกมส์ ไปเที่ยวเตร่ พอเวลาติดเกมส์ ติดอบายมุขก็จะต่อเนื่องนะครับ ไม่มีเงินก็ไปวิ่งฉกชิงวิ่งราว เล็กๆ น้อย ๆ อีกหน่อยก็เป็นอาชญากรรมขนาดใหญ่ ไม่มีเงินก็ไป.....(เสียงหาย) อันนี้ก็เป็นประเด็นหนึ่งนะครับที่ชุมชนก็ดีหรือว่าแม้แต่โรงเรียน แม้แต่เครือข่ายต่าง ๆ ก็จะได้ช่วยกันในการที่จะเพิ่มพื้นที่ดี ๆ แล้วก็ลดพื้นที่เสี่ยงต่าง ๆ ออกไป นะครับ”

ผู้ดำเนินรายการ: “ ผมเรียนเชิญนะครับ ท่านผู้อำนวยการโรงเรียนวิจิตรวิทยา เรียนเชิญครับ “

ผู้อำนวยการโรงเรียนวิจิตรวิทยา: “ ในส่วนของโรงเรียนนะคะ ก็เป็นหน้าที่ของโรงเรียนที่จะดูแลเยาวชน ให้เติบโตเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศ นะคะ และก็คาดหวังว่าสักวันหนึ่งนักเรียนโรงเรียนวิจิตรวิทยา อาจจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้นะคะ ในส่วนของโรงเรียน นะคะ เห็นนโยบายของทางรัฐบาลคือนโยบายยุทธศาสตร์ ๕ รั้วป้องกัน ทาง กทม.เองก็ได้วางมาตรการที่เข้มแข็งลงมาให้โรงเรียนดำเนินการ และโรงเรียนก็สึกอบอุ่นใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากว่าทางสำนักงานเขตวัฒนาเองก็มีนโยบายต่าง ๆ และให้การสนับสนุนที่จะให้โรงเรียนดูแลนักเรียนได้อย่างเต็มที่ จากยุทธศาสตร์นี้ ทางโรงเรียนก็ได้ร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษาซึ่งวันนี้ก็มาร่วมด้วยนะคะ คือคุณสมร มะหมัดกุล คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง ในการที่จะวางมาตรการเราประชุมปรึกษาหารือกัน น้อมน้ำเอาแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา มาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาเยาวชน โดยเฉพาะเรื่องของการป้องกันสิ่งเสพติด ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญโดยความมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยดูแลกันอย่างมากค่ะ”

ผู้ดำเนินรายการ: “ อันนี้ก็เป็นเสียงสะท้อนจากผู้อำนวยการโรงเรียนฯ นะครับ คุณทรายทอง ตรีสัตยกุล ตรงนี้อยากจะให้ท่านผู้น้ำท้องถิ่นอย่างท่าน ส.ก. กษิต รักสรา เขตวัฒนา ได้มีโอกาสพูดตรงนี้หน่อยนะครับ”

นายกษิตฯ (ก.ก.เขตวัฒนา): “ ผมขออนุญาตกราบเรียนนิดหนึ่งว่า จริง ๆ แล้วการเป็นนักการเมืองก็ถือว่าเป็นคนกลางที่จะนำนโยบายจากส่วนรัฐบาลก็ดี ส่วน กทม.ก็ดี เพื่อนำมาสู่ชุมชน ฉะนั้นในฐานะที่เป็นคนกลางก็จะนำปัญหาของชุมชนนำเสนอให้กับส่วนของ กทม. หรือส่วนของรัฐบาลเพื่อดำเนินการแก้ไข นะครับ ส่วนหนึ่งในฐานะที่ ผมเป็นมุสลิม การดำเนินการแก้ไข และป้องกันปราบปรามเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดนั้น ผมก็ใช้หลักการของศาสนาเหมือนกับท่านโต๊ะอิหม่ามสมหวัง นะครับ และอีกส่วนหนึ่งในฐานะที่ผมเป็นนักกฎหมายด้วย วิธีการที่จะบังคับผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดนั้น ถ้าเกิดทราบว่า บ้านใดหลังใด เกี่ยวข้องกับยาเสพติดผมก็ใช้วิธีการบังคับโดยฟ้องศาล เพื่อให้ศาลบังคับบอกเลิกสัญญาเช่า และก็ได้ผลมาหลายชุมชนแล้ว สามารถดำเนินการเอาผู้ค้ายาเสพติดออกจากชุมชนนี้ได้”

ผู้ดำเนินรายการ: “ คือถ้ารู้ก็อย่าไปส่งเสริม และก็ต้องกดดันเขาด้วย ขอบคุณมากนะครับ ท่าน ส.ก.เขตวัฒนา เอาละครับ ในช่วงท้ายของรายการเชื่อมมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ วันนี้นะครับ ที่เรากำลังพูดคุยกันอยู่เกี่ยวกับเรื่องของปัญหาอาชญากรรม ยาเสพติดอบายมุขต่าง ๆ อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ยืนยันอย่างชัดเจนและมั่นใจให้กับพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ รวมทั้งชุมชนชาวนวลจิตแห่งนี้ด้วยนะครับว่า นโยบายของรัฐบาลตรงนี้ ทำอย่างต่อเนื่องและจริงจังแบบไหนอย่างไร ครับ”


อภิสิทธิ์: “ ผมอยากจะสรุปสุดท้ายนี่นะครับว่า ผมไปพูดทุกเวทีสิ่งหนึ่งที่ผมจะพูดเสมอก็คือว่า บ้านเมืองเราจะเข้มแข็งได้คนของเราต้องเข้มแข็ง ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่คนของเราจะเข้มแข็งถ้าหากว่ามีแต่เรื่องของยาเสพติดอบายมุข อยู่ภายใต้ความกลัวในเรื่องอาชญากรรม ไม่มีโอกาสในการที่จะได้รับการฝึกอบรม มีค่านิยมที่ดี นะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นหัวใจของการพัฒนาประเทศ แต่สิ่งที่เราฟังจากทุกภาคส่วนจะเห็นตรงกันว่า งานแบบนี้ไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำได้โดยลำพัง อยู่ที่ความร่วมมือกัน อยู่ที่การสร้างสภาวะแวดล้อมและค่านิยม จึงจะเป็นคำตอบในระยะยาว

เพราะฉะนั้นวันนี้ ผมไม่อยากให้เรากดดัน โดยเฉพาะไปที่ตำรวจ เราต้องบอกว่า จริง ๆ โรงเรียนด้วย สถาบันศาสนาด้วย นักการเมืองด้วย ทุกฝ่ายจะต้องมาช่วยกันจริง ๆ นะครับ และถ้าทำไม่สำเร็จ เราอย่าไปชี้แต่ว่าเป็นความผิดของตำรวจ เราต้องบอกว่า ทั้งสังคมนี่เรายังไม่จริงจังเพียงพอ แต่แน่นอนครับ ความรับผิดชอบเบื้องต้นอยู่ที่ฝ่ายนโยบาย ฝ่ายการเมือง สิ่งใดที่ท่านทั้งหลายที่อยู่ภาคส่วนไหนก็ตาม อยากจะทำค่อยสนับสนุนเรื่องนี้พบว่ามีปัญหา มีอุปสรรค ต้องแจ้งเรามา นะครับ เราก็จะเข้าไปแก้ไข และผมคิดว่าถ้าเกิดเราสามารถที่จะเริ่มต้นวางรากฐานตรงนี้ได้ นั่นจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกหลานของเรา และสำหรับประเทศของเราในอนาคต ครับ

ผู้ดำเนินรายการ: “ วันนี้ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มากนะครับ ขอเสียงปรบมือนะครับ นี่เป็นเสียงปรบมือของชาวชุมชนนวลจิต ในเขตวัฒนาแห่งนี้ นะครับ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของ สน.คลองตันด้วยนะครับ ก็คาดหวังนะครับว่า ชุมชนแห่งนี้จะเป็นโมเดลสำคัญ เป็นต้นแบบสำคัญในอนาคตข้างหน้าสำหรับชุมชนอื่น ๆ ทั่วประเทศ ที่จะได้เห็นนะครับ ทุกฝ่ายมานั่งล้อมวงแล้วก็พูดคุยกันระดับรัฐบาล ระดับนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปฏิบัติการ อย่างตำรวจก็นั่งอยู่ รวมไปถึงผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา ตัวแทนจากโรงเรียนต่าง ๆ ทุกชุมชนล้อมวงกันแบบนี้ แล้ววันหนึ่งไม่แน่นะครับ ท่านนายกรัฐมนตรี อาจจะไปนั่งอยู่ด้วยในชุมชนแห่งนั้นด้วย ใช่ไหมครับ ท่าน ยืนยันนะครับ วันนี้ขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ ฯ มากนะครับ ขอบคุณครับ”

ผู้ดำเนินรายการ: “ แล้วทั้งหมดนี้ก็เป็นรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ นะครับ ประจำสัปดาห์นี้นะครับ วันนี้ขอบคุณสำหรับการติดตามนะครับ สวัสดีครับ”

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ชายแดนใต้: ยึดการพัฒนาและอำนวยความยุติธรรม แก้ปัญหาอย่างยั่งยืน

อภิสิทธิ์: "สัปดาห์ที่ผ่านมาครับมีข่าวปัญหาที่เกิดขึ้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการถูกโจมตีฐานของทหาร ซึ่งผมก็

  • ขอถือโอกาสนี้แสดงความเสียใจมายังครอบครัวผู้สูญเสียอีกครั้งหนึ่ง
  • อยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่าปัญหาที่เกิดขึ้นตรงนั้นนะครับ เป็นจุดซึ่งรัฐบาลตระหนักดี และทางกองทัพก็ทราบนะครับว่ายังมีปัญหาอยู่เพราะว่า โดยเงื่อนไขของภูมิประเทศ และโดยเงื่อนไขของสภาพพื้นที่ การปรับวางกำลังนั้นจำเป็นจะต้องมีการปรับปรุง ซึ่งขณะนี้ทางกองทัพก็จะได้มีการดำเนินการ
  • แต่อย่างไรก็ตามในภาพรวมของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี้รัฐบาลยังเดินหน้าตามแนวทางซึ่งเรามั่นใจว่าเป็นแนวทางที่จะแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนก็คือการยึดในเรื่องของการพัฒนา และยึดในเรื่องของการที่จะอำนวยความยุติธรรม

สิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ สัปดาห์ที่ผ่านมาเช่นเดียวกันครับ ผมก็ได้ไปลงพื้นที่ที่จังหวัดปัตตานี

    • ส่วนหนึ่งก็ไปร่วมในงานระลึกถึงคุรุวีระชน ก็คือบรรดาครูที่ได้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบในตลอดระยะเวลา ๕ - ๖ ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีแล้วถึง ๑๓๘ ราย
    • แต่ว่าขณะเดียวกันก็เดินทางไปที่อำเภอแม่ลาน ซึ่งขณะนี้ได้มีการยกเลิกการประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นอำเภอแรกใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้
    • แล้วก็ได้ไปดำเนินการติดตามโครงการที่รัฐบาลดำเนินการทั้งที่ทำในรัฐบาลนี้ ทั้งที่ทำต่อเนื่องมาจากปี ๒๕๕๐ ก็คือโครงการที่เขาเรียกสั้น ๆ ว่า พนม. คือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในหมู่บ้าน
      • ซึ่งมีการโอนเงินให้กับหมู่บ้านต่าง ๆ ใน ๕ จังหวัดภาคใต้ หมู่บ้านละ ๒๐๐,๐๐๐ บาทโดยประมาณ 
      • แล้วก็มีการดำเนินการให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เองนั้นเลือกและตัดสินใจว่าจะใช้เงินไปในลักษณะของการพัฒนาพื้นที่อย่างไร

ผมได้มีโอกาสไปในงานดังกล่าว มีคนมาร่วมงานจำนวนมาก และหลายหมู่บ้านก็ได้มาแสดงถึงความสำเร็จของการนำเงินในโครงการนี้ไปใช้ ไม่ว่าจะเป็นการทำผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการเสริมความปลอดภัยในแต่ละหมู่บ้านและชุมชน ซึ่งผมก็ขอยืนยันว่าแนวทางนี้ก็ทำให้
   - ปัจจุบันนั้นสถิติในเรื่องของความถี่และเหตุการณ์ความรุนแรงนั้นลดลง แม้ว่ายังไม่มากอย่างที่เราต้องการนะครับ แต่มีแนวโน้มลดลงอย่างชัดเจน
   - และหลายพื้นที่ขณะนี้ทำให้ได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนอย่างมาก และก็สามารถทำให้การดูแลความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยนั้นทำได้ดีขึ้น

แต่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่นราธิวาสก็

  • ยอมรับครับว่ายังเป็นเหตุการณ์ซึ่งยังเกิดขึ้นอยู่ในหลายพื้นที่ใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ
  • โดยเฉพาะในช่วงนี้ฝ่ายตรงกันข้ามก็มีความพยายามในการที่จะยั่วยุ และทำให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงเพราะว่าจะพยายามนำเรื่องนี้ไปเป็นเงื่อนไขในการปะชุม OIC หรือประชุมของประเทศมุสลิมนะครับ ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม

อย่างไรก็ตามครับทางรัฐบาลและโดยเฉพาะทางกองทัพได้พูดคุยหารือกันอย่างชัดเจนว่า

    • แนวทางของเรานั้นจะไม่ไขว้เขวครับ และจะไม่ตกเป็นเหยื่อของการยั่วยุ
    • แต่การปรับปรุงประสิทธิภาพในการที่จะดูแลความมั่นคงและความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นของประชาชนทั่วไปและของกำลังพลเองก็มีการปรับตามหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น

ซึ่งเรื่องนี้ทางกองทัพก็จะได้มีการดำเนินการ และรัฐบาลจะได้มีการติดตามต่อไป ขณะเดียวกันครับกฎหมายใหม่ ว่าด้วยการบริหารงานจังหวัดชายแดนภาคใต้มีผลบังคับใช้แล้ว วันจันทร์นี้จะเป็นครั้งแรกครับที่ผม
   - จะได้มีการประชุมกลไกซึ่งจะเป็นกลไกหลักในการดูแลนโยบายของ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้
   - และระเบียบต่าง ๆ ซึ่งจะออกมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือระเบียบที่จะให้เลขา ศอ.บต. สามารถที่จะเอาข้าราชการซึ่งปฏิบัติตนไม่ดี ไม่เป็นธรรม ไปรังแกพี่น้องประชาชนในพื้นที่ออกจากพื้นที่ได้ ระเบียบนี้และอีก ๒ ระเบียบจะนำเข้าสู่การพิจารณาในวันพรุ่งนี้เป็นครั้งแรก
อันนี้ก็เป็นความก้าวหน้าของแนวทางของการที่เราเดินหน้าในการที่จะปรับนโยบาย และแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างยั่งยืนครับ"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง  >>


(กลับไปด้านบน)

- กรณี ๗ คนไทย: กลับถึงไทยแล้ว ๕ รัฐฯ เดินช่วยเหลืออีก ๒

...๗ คนไทยที่ถูกจับในกัมพูชา ถูกปล่อยตัวกลับถึงประเทศไทยแล้ว ๕ คน ส่วนที่เหลือรัฐฯก็จะเดินหน้าช่วยเหลือต่อไป  ส่วน ๒ ทุ่มครึ่งวันนี้จะมีรายการพิเศษเพื่อชี้แจงเกี่ยวกับปัญหาระหว่างไทย-กัมพูชา

อภิสิทธิ์: "สุดท้ายครับเรื่องของกัมพูชายังอยู่ในความสนใจอย่างแน่นอนนะครับ

  • ขณะนี้ ๕ คนไทยจาก ๗ คนก็ได้เดินทางกลับมาถึงประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว 
  • ส่วนอีก ๒ คนนั้นก็ยังต่อสู้คดีอยู่ในกัมพูชา ซึ่งรัฐบาลก็จะต้องเดินหน้าในการให้การช่วยเหลือต่อไป

เพียงแต่ว่าผมอยากจะเรียนครับว่าในค่ำวันนี้ เป็นเวลา ๒ ทุ่มครึ่งจะมีรายการที่

    • ผมจะขออนุญาตชี้แจงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ที่ ๗ คนไทยถูกจับกุม เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงที่ได้มีการตรวจสอบมาโดยตลอด
    • แล้วก็ขณะเดียวกันจะได้ให้พี่น้องมีความมั่นใจถึงแนวทางของรัฐบาลและของกองทัพ ในการที่จะรักษาอธิปไตย สิทธิของคนไทย และการแก้ไขปัญหาต่อไป

เวลา ๒ ทุ่มครึ่งวันนี้ก็จะมีรายการพิเศษเพื่อที่จะได้ชี้แจงในเรื่องนี้ แต่เมื่อเช้านี้หนังสือพิมพ์หลายฉบับนะครับได้ลงอีกปัญหาหนึ่งในอีกพื้นที่หนึ่ง ก็คือการไปขึ้นป้ายของทางฝ่ายกัมพูชา บริเวณปราสาทพระวิหารครับ ผมเรียนว่าเรื่องนี้หลังจากที่ความจริงปรากฏเป็นข่าวก่อนหน้านี้ ผมก็ได้สั่งการ และทางท่านผู้บัญชาการทหารบกก็ยืนยันกับผมเมื่อเช้าว่าจะดำเนินการเพื่อให้มีการรื้อถอนป้ายดังกล่าวออกไป และก็คาดว่าไม่มีปัญหาอะไร เมื่อเช้านี้ท่านเพิ่งรายงานผมมา เพราะว่าได้สั่งการเรื่องนี้ไปตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่แล้ว เอาละครับวันนี้หมดเวลาในช่วงแรกนะครับ ในช่วงที่ ๒ ไปดูชุมชนนวลจิตครับ ที่ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน และพบปะกับคนทำงานตั้งแต่ท่านผู้ว่าฯ กทม. ไปจนถึงท่าน ผบ.ตร. และพี่น้องประชาชนในชุมชน ที่จะช่วยกันลดปัญหาอาชญากรรม ปัญหายาเสพติด และอบายมุขครับ"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง  >>


(กลับไปด้านบน)

- ตามข่าว: นายกติดตามงานปฏิรูปฯ ๒ ชม.ต่อสัปดาห์ ๗๐/๓๐ ดึง ปชช.นอกระบบเข้าสู่ประกันสังคม

... ขับเคลื่อนปฏิรูปฯ ครม. อนุมัติ สูตร ๗๐/๓๐ ดึง ปชช.นอกระบบประกันสังคมให้เข้าสู่ระบบ
อภิสิทธิ์: “ สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ เชื่อมั่นประเทศไทยฯ วันนี้นะครับ หลังจากที่ผมได้สนทนาถึงการทำงานในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้ว ในช่วงที่ ๒ ของรายการจะเป็นการไปดูบรรยากาศที่ผมได้ไปลงพื้นที่ทีชุมชนนวลจิต เขตวัฒนา ที่ได้ไปดูแลในเรื่องของปัญหายาเสพติด หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศแผน ไม่เพียงแต่การเข้มงวดกวดขันเรื่องของยาเสพติด อบายมุข แต่ว่าเรื่องของการที่จะลดอาชญากรรม ๒๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ซึ่งแนวทางก็จะเป็นแนวทางของการทีที่จะให้ทั้งตำรวจ ทั้งท้องถิ่น ในกรณีนี้ก็คือกรุงเทพมหานคร และที่สำคัญที่สุดก็คือภาคประชาชน มามีส่วนร่วมกันในการดูแลความเป็นอยู่ในชุมชน และร่วมมือกันในการลดปัญหาอาชญากรรม ลดปัญหาในเรื่องของอบายมุขในสังคมของเรา ซึ่งอันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการที่เราเดินหน้าติดตามแผนปฏิรูป ที่ผมได้ประกาศมาตั้งแต่ช่วงต้นปีนะครับ ทั้งในช่วงของวันปีใหม่

และในวันที่ ๙ มกราคม ที่ผ่านมา การติดตามเรื่องงานปฏิรูปนะครับก็อยากจะเรียนว่า ทุกเรื่องครับขณะนี้มีการเดินหน้าขับเคลื่อนกันอย่างเต็มที่ ยกตัวอย่างเช่น แผนที่จะให้พี่น้องประชาชนซึ่งอยู่นอกระบบประกันสังคม มีทางเลือกในการที่จะเข้ามาสู่ระบบประกันสังคม และมีการสมทบเงิน โดยได้รับการสมทบเงินจากรัฐบาล ในสูตรที่เรียกว่า ๗๐/๓๐ หรือ ๑๐๐ กับ ๕๐ บาท

  • วันอังคารที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติหลักการในร่างพระราชกฤษฎีกา ที่เปลี่ยนแปลงในเรื่องของกติกา ของการสมทบเงินและการเข้าสู่ระบบประกันสังคมตามมาตรา ๔๐ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างให้เห็นว่าแผนที่ได้ประกาศไปนั้นเราเร่งรัดอย่างเต็มที่
  • กรณีนี้กระทรวงแรงงานก็รวดเร็วมากในการที่จะไปยกร่างการปรับแก้พระราชกฤษฎีกา และมีการดำเนินการเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีทันที เหมือนกับที่ผมไปติดตามงานทางด้านยาเสพติดนะครับ

ในส่วนของตำรวจและในส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็เดินหน้าจะทำไม่ใช่เฉพาะที่ชุมชนใดชุมชนหนึ่งครับ แต่ว่าเป็นแผนที่จะต้องทำกันทั่วประเทศนะครับ เพียงแต่ว่าที่จะให้มาดูบรรยากาศในวันนี้ก็จะเป็นตัวอย่างของชุมชนหนึ่ง ซึ่งตั้งแต่ต้นก็เป็นที่มาของการที่เราจะต้องทำแผนนี้ เพราะว่ามีการให้ข้อมูลผม มีการร้องเรียนเข้ามา และมีเครือข่ายของประชาชนเองที่ได้มาพบปะกับผมที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อช่วงปีที่แล้วนะครับ”

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>

... ๒ ชม.ต่อสัปดาห์ นายกฯเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าพบ เร่งรัดและติดตามงานปฏิรูปฯ เห็นผลเป็นรูปธรรม
แต่ว่างานทางด้านการปฏิรูปทางด้านอื่น ๆ นั้นก็ขอเรียนว่า

- จากนี้ไปผมจะมีการเชิญบุคคลที่ถูกมอบหมายให้ไปขับเคลื่อนงานแต่ละด้านมาพบกับผม ในทุกสัปดาห์อย่างน้อย ๒ วัน ๆ ละ ๑ ชั่วโมง ก็คือจะเป็นช่วงของวันจันทร์ อาจจะเป็นช่วงประมาณเที่ยงหลังจากที่ผมประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจหรือคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเป็นประจำทุกวันจันทร์

- ยกเว้นสัปดาห์นี้ก็จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันจันทร์ เนื่องจากสภาฯ จะประชุมในวันอังคาร และก็วันพุธในช่วงเช้าอีก ๑ ชั่วโมง

เพราะฉะนั้นในทุกสัปดาห์จากนี้ไป อย่างน้อย ๒ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ครับ ผมจะเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมา เพื่อติดตามดูแลว่างานการปฏิรูปทั้งหลายที่ผมได้มีการแถลงไปก่อนหน้านี้นั้น มีความคืบหน้ามีความชัดเจนเป็นรูปธรรม มีปัญหาอุปสรรคอะไร เพื่อจะได้สามารถที่จะสั่งการเพื่อให้มีการแก้ไขปัญหาได้ทันที เพื่อเร่งรัดแผนปฏิบัติการต่าง ๆ ให้ประสบผลสำเร็จเป็นรูปธรรม

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

จากรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เวลา ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐น.

คลิ๊ก เพื่ออ่านคำต่อคำ 

คลิ๊กเพื่อชม VDO ติดตามการปฎิรูปทุกสัปดาห์ , จัดทำงบกลางปี , ดูแล ๓ จังหวัดใต้ , เปิด สน.ประชาชน


(กลับไปด้านบน)