...อยากให้ทุกคนในสังคมให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษา เพราะนี่คืออนาคตของเราทุกคน อนาคตของการที่จะมีสังคมที่ดี เศรษฐกิจที่ดี และก็ประเทศที่ดี
ผู้ดำเนินรายการ : " ท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เดินทางมาติดตามผลการดำเนินนโยบายเรียนฟรี ๑๕ ปี ในพื้นที่ของอำเภอเมืองจังหวัดราชบุรี และตอนนี้ให้เกียรติมาสนทนากันในห้องส่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง พร้อมกับมีในส่วนของทางท่านอธิการบดี และท่านรองผู้จัดการของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) พร้อม ๆ กับลูกค้าของ กยศ. ก็คือ น้อง ๆ นักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงด้วย นะคะ ลำดับแรกเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ฯ ก่อนเลยนะคะ ว่า ในส่วนของระดับอุดมศึกษา นโยบายด้านการศึกษาที่ท่านมีให้กับระดับนี้ มีอะไรบ้าง ค่ะ ท่านนายกรัฐมนตรี "
อภิสิทธิ์ : " ถ้าพูดเรื่องนโยบายคงจะมีเยอะ นะครับ แต่เอาหลัก ๆ ก่อน เมื่อกี้ตอนที่เราอยู่ที่โรงเรียนก็ได้คุยกับผู้ปกครอง ผู้ปกครองเขามีความต้องการ ส่วนใหญ่ก็ยังมีความต้องการอยากให้ลูกนี่เรียนสูงขึ้นไปอีก แต่ว่าบอกว่าเรียนจนจบมหาวิทยาลัยไหม ก็บอกว่ารัฐบาลคงไม่มีกำลังที่จะทำอย่างนั้น
เพราะฉะนั้นแนวคิดที่จะส่งเสริมหรือสร้างโอกาส ก็ทำมา สมัยนั้นก็ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย ก็คือทำเรื่องของกองทุนกู้ยืม กองทุนกู้ยืมหลักก็คือว่า เราก็ให้นักศึกษาที่มาจากครอบครัวที่รายได้ไม่ถึงเกณฑ์ที่เรากำหนด สามารถที่จะกู้ยืม นะครับ แล้วก็เรียนจนจบ กู้ยืมนี่ กยศ.ก็จะให้กู้ยืมได้ทั้งเรื่องของค่าเล่าเรียนและค่ากินอยู่
เอาง่าย ๆ นะครับ เสร็จแล้วก็เปิดโอกาสให้เขาไปหางาน เอาว่า ๒ ปี แล้วเสร็จแล้วถึงจะเริ่มใช้หนี้เป็นเวลา ๑๕ ปี ดอกเบี้ยก็ถูกมาก กับร้อยละ ๑ เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้ว ถ้าพูดไปแล้วไม่ใช่ถึงกับเงินกู้ทั้งหมดหรอกครับ ถ้าคิดถึงว่า ดอกเบี้ยถึงอะไรแล้วนี่ ก็เหมือนเป็นเงินที่ให้ส่วนหนึ่ง และก็มีเวลา ๑๕ ปี ในการที่ผ่อนชำระคืน ปัญหาก็ยังมีอยู่ นะครับ ก็คือเงินไม่พอ "
ผู้ดำเนินรายการ : " แล้วท่านนายกรัฐมนตรี ทำอย่างไรค่ะ "
อภิสิทธิ์ : " จริง ๆ แล้วเราก็พยายามที่จะเพิ่มเงินเข้าไปในกองทุน นั่นส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งที่เป็นปัญหาก็ต้องยอมรับก็คือว่าเงินที่ควรจะกลับมาจากเด็กที่จบไปแล้ว และทำงานยังน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ทีนี้ตรงนั้นก็ไปสร้างปัญหาใหม่อีก นะครับ เพราะว่าบางทีก็มีการไปฟ้องร้องกัน ซึ่งนโยบายของผมก็ให้ไปแล้วว่า ความพยายามนี่ควรจะฟ้องร้องให้น้อยที่สุด เพราะว่าพูดไปแล้วนะครับ เงินที่ได้คืนจากการฟ้องร้องกับค่าใช้จ่ายที่ฟ้องร้องนี่ พอ ๆ กัน นะครับ
และก็จริง ๆ นี่ สิ่งที่สำคัญก็คือว่า ถ้าเราช่วยหางานให้เขาทำได้ เขาก็จะจ่ายเงินเรา เพราะฉะนั้นตอนนี้นโยบายก็จะพยายามไปเชื่อมว่า ทำอย่างไร ถ้าเกิดมีปัญหาในเรื่องของการชำระคืน เพราะไม่มีงานทำนี่ ไปช่วยให้เขาได้มีงานทำดีกว่า มากกว่าที่จะฟ้องร้องเขา อันนี้ก็เป็นนโยบาย ทีนี้ประเด็นที่อยากจะพูดก็คือว่า
- พอเราทำการเรียนฟรี ๑๕ ปี ตอนนี้ เสียงเรียกร้องก็คือว่า ในระดับอุดมศึกษาจะขยายปรับปรุง กยศ. อย่างไร ก็เป็นโอกาสดี เพราะว่าวันนี้เรามานั่งกับคนที่เขาต้องใช้ประโยชน์จริงจากนโยบาย นะครับ และก็จะได้เห็นว่า จริง ๆ เรื่องโอกาสเป็นอย่างไร ขาดตก บกพร่องตรงไหน หรือว่าอยากจะแนะนำอะไรกับรัฐบาลว่า ในรุ่นต่อ ๆ ไป ที่จะได้ช่วยรุ่นน้องของเราให้มีโอกาสเหมือนกับเราควรจะทำอย่างไร "
ผู้ดำเนินรายการ : " ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวต้องฟังในส่วนของผู้ที่ทุน อย่างน้องแพทรียาฯ เรียนอยู่คณะ "
ตัวแทนนักศึกษา(น้องแพท) : " คณะวิทยาลัยมวยไทยศึกษาและการแพทย์แผนไทย ค่ะ "
ผู้ดำเนินรายการ : " ทุกวันนี้กู้ กยศ. เท่าไรค่ะ "
ตัวแทนนักศึกษา(น้องแพท) : " กู้ทั้งค่าเทอมและค่าครองชีพ "
ผู้ดำเนินรายการ : " ค่าเทอมและค่าครองชีพ ค่าเทอมเท่าไร และค่าครองชีพต่อเดือนเท่าไรค่ะ "
ตัวแทนนักศึกษา(น้องแพท) : " ค่าเทอม เทอมแรก ๑๖,๐๐๐ บาท แล้วเทอมต่อไป ตลอดจนจบ ปีการศึกษา ๑๒,๐๐๐ บาท แล้วก็ค่าครองชีพเดือนละ ๒,๒๐๐ บาท ค่ะ "
ผู้ดำเนินรายการ : " ๒,๒๐๐ บาท พอใช้ไหมค่ะ "
ตัวแทนนักศึกษา(น้องแพท) : " ไม่พอค่ะ "
ผู้ดำเนินรายการ : " แล้วทำอย่างไรค่ะ "
ตัวแทนนักศึกษา(น้องแพท) : " ต้องหางานทำเสริมค่ะ "
ผู้ดำเนินรายการ : " หางานทำเสริม นะคะ ท่านนายกรัฐมนตรี จะเห็นว่าในส่วนของค่าครองชีพนี่ บางทีได้เหมือนกัน แต่ก็ไม่เพียงพอนะคะ ๒,๒๐๐ บาท เรามีวิธีการช่วยเหลือ น้อง ๆ เหล่านี้อย่างไรค่ะ "
อภิสิทธิ์ : " ความจริงเรื่องของการเปิดโอกาสให้ทำงานก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ก็สามารถทำได้ และก็เป็นสิ่งที่หลายพื้นที่ก็สนับสนุน อันนี้ยังเป็นเรื่องที่ คือเราก็ต้องเลือกนะครับ เพราะว่าถ้าเราเพิ่มเงินที่ให้ จำนวนคนที่ให้ก็จะลดลง เพราะเงินนี่เราก็เพิ่มได้ระดับหนึ่งเท่านั้นเอง นี่เริ่มกู้ "
ตัวแทนนักศึกษา(น้องแพท) : " ปีหนึ่งค่ะ "
อภิสิทธิ์ : " ปีหนึ่ง ตอนมัธยมไม่ได้กู้ใช่ไหม ครับ แล้วรู้จักเพื่อน ๆ ที่กู้ตอนมัธยมไหม "
ตัวแทนนักศึกษา(น้องแพท) : " รู้จักค่ะ "
อภิสิทธิ์ : " จริง ๆ อยากให้กู้ตั้งแต่มัธยมหรืออยากให้เฉพาะ มีการเถียงกันมาก ณ ตอนนี้ว่า ควรจะเริ่มตอนไหน "
ผู้ดำเนินรายการ : " ถ้าอย่างนั้นถามความคิดเห็น น้องต้น คนจังหวัดสุรินทร์ แต่มาเรียนอยู่ที่ราชบุรี คิดว่าจะให้กู้ตอนไหนค่ะน้องต้น เสนอท่านนายกรัฐมนตรี ดู "
ตัวแทนนักศึกษา(น้องต้น) : " ก็คือถ้าจะเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาก็อยากจะให้กู้ตั้งแต่ช่วงอยู่มัธยมปลาย เพราะว่าเป็นช่วงรอยต่อระหว่างที่จะเรียนต่อศึกษาในระดับอุดมศึกษา ครับ เพื่อจะได้ไม่เป็นการยุ่งยากก็คือเป็นผู้กู้รายเก่า จะได้รับพิจารณา บริหารง่ายกว่า "
อภิสิทธิ์ : " บริหารง่ายกว่า "
ผู้ดำเนินรายการ : " นี่มีประสบการณ์ เรากู้ตั้งแต่ม.ปลายหรือเปล่าค่ะ "
ตัวแทนนักศึกษา(น้องต้น) : " ผมกู้ตั้งแต่ ม.๖ เลยครับ "
อภิสิทธิ์ : " จริง ๆ อยากจะบอกหลักคิดนิดหนึ่งว่าทำไมเป็น ม.ปลาย เพราะว่า คือการเรียนฟรีนี่ จริงอยู่เราบอกเราให้ค่าเล่าเรียน เราให้เสื้อผ้า ใช่ไหมครับ เราให้ตำราเรียน จริง ๆ ที่เรามาทำตอนหลัง นี่ แต่ว่าปัญหาก็คือว่า
- พอเด็กอายุประมาณ ๑๕ - ๑๖ ปี เข้าสู่ ม.ปลายนี่ มีการตัดสินใจที่สำคัญเกิดขึ้น ว่า ถ้าเขาเรียนต่อเขามีภาระ แต่ว่าเขาอาจจะถูกมีแรงกดดันไปทำงาน ซึ่งนอกจากจะไม่มีภาระนี่ เขามีรายได้ ใช่ไหมครับ ตรงนี้ที่เป็นการตัดสินใจที่ยากสำหรับหลายครอบครัว เพราะว่าใจหนึ่งก็อยากให้เรียนสูง และหวังว่าอนาคตจะดี แต่อีกใจหนึ่งก็เห็นความยากลำบากว่า จะส่งไหวไหมนะครับ และถ้าเอามา ออกจากโรงเรียนมา มาทำงานซะ นอกจากจะไม่มีภาระ ยังมาช่วยครอบครัวในการหารายได้ด้วย ตรงนี้คือเป็นที่มาว่าทำไม เราถึงตัดสินใจว่า ให้เริ่มตั้งแต่ ม.ปลาย เป็นแรงจูงใจอีกทางหนึ่งว่า ทำอย่างไรให้เด็กยังอยู่ในโรงเรียนเพื่อเรียนต่อให้สูงขึ้น "
ผู้ดำเนินรายการ : " นโยบายของรัฐบาลคิดต่อ นะคะ เพราะว่าเป้าหมายเรา เด็กเรียนจบเพื่อที่จะมีงานทำ เตรียมงานทำให้กับ เด็ก ๆ ที่จบ ที่เขายอมเรียนจนถึงปริญญาตรีอย่างไรค่ะ "
อภิสิทธิ์ : " จริง ๆ แล้ว เราจะต้องมีการติดตาม เมื่อกี้ก็แอบถามท่านอธิการบดีอยู่ บอกว่ารุ่นที่แล้วจบไปได้งานกี่เปอร์เซ็นต์ ก็ประมาณ ๘๐ ก็ต้องถามต่อว่า คณะไหน หรือสาขาไหน ออกไปแล้วมีงานทำ คณะไหนตกงานมากอะไรอย่างนี้ คร่าวๆ ก็อย่างเช่นว่า ถ้าเรียนครูก็ได้งานทำ คณะที่มีปัญหามากที่สุดก็ดูจะเป็นเรื่องการจัดการ "
ผู้ดำเนินรายการ : " ฉะนั้นถามในส่วนของน้องนักศึกษา นะคะ น้องต้นอีกนิดหนึ่งแล้วกัน เพราะว่าไปก็มาจากจังหวัดสุรินทร์ ใช่ไหมค่ะ เคยคิดไหมค่ะ ว่าจบมาแล้วเราจะทำงานที่ไหน จะหาโอกาสใช้หนี้คืน กยศ. อย่างไร"
ตัวแทนนักศึกษา(น้องต้น) : " ถ้าพูดถึง อันดับแรกก็คือ จบไปก็ต้องหางานไว้ก่อน ถ้าหางานไม่ได้ก็ต้องหาทุกวิถีทาง ครับ ก็คือใน ๒ ปีแรก ช่วงที่เขายังไม่คิดดอกเบี้ย ช่วงนี้เราก็ต้องเก็บเงินเพื่อไปใช้ส่วนนี้ก่อน เพราะว่าหลังจากนั้นเขาก็ต้องคิดดอกเบี้ยเราแล้วครับ "
ผู้ดำเนินรายการ : " เก็บเงินไว้ส่ง กยศ. คืน และอย่างน้องทัศน์ ถ้าหากว่าไม่มี กยศ. เราจะมีวิธีการหาเงินที่ไหนมาเรียนค่ะ "
ตัวแทนนักศึกษา (น้องทัศน์) : " ทางบ้านเขาบอกว่า ถ้าไม่มี กยศ. เขาก็ไม่รู้จะส่งเรียนอย่างไร "
ผู้ดำเนินรายการ : " ก็คือได้ กยศ. มาช่วย "
ตัวแทนนักศึกษา (น้องทัศน์) : " ใช่ครับ ถ้าไม่มี กยศ. ก็คงไม่ได้มาเรียนที่นี่ครับ "
ผู้ดำเนินรายการ : " อย่างน้องแพทนี่ ก็เหมือนกันใช่ไหมค่ะ ทุกวันนี้ใครส่งเสียเรื่องเรียนหนังสืออยู่ค่ะ "
ตัวแทนนักศึกษา(น้องแพท) : " แม่ค่ะ "
ผู้ดำเนินรายการ : " พอไหม คุณแม่ส่งเพียงพอไหม "
ตัวแทนนักศึกษา(น้องแพท) : " ไม่พอค่ะ ถ้าไม่มีทุน กยศ. ก็ไม่รู้จะได้มีโอกาสเรียนหรือเปล่า และหนูก็ชอบแพทย์ และค่าเทอมของแพทย์ก็แพง ค่อนข้างจะสูง ถ้าทางมหาวิทยาลัยไม่ให้กู้ ก็ไม่รู้ว่าจะไปเรียนที่ไหน ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เรียนหรือเปล่า "
อภิสิทธิ์ : " ๒ คนนี่ มาไกลเลยนะ สุรินทร์ อุดรฯ "
ผู้ดำเนินรายการ : " ค่ะ มาเรียนถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ค่ะถามในส่วนของทางท่านอธิการบดี บ้างค่ะ เด็ก ๆ ที่ใช้ กองทุน กยศ. จะสังเกตนะคะ ท่านนายกรัฐมนตรีส่วนมากก็จะเรียนมหาวิทยาลัยราชภัฎบ้าง เรียนมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลต่าง ๆ บ้าง นะคะ เรามีเด็กที่กู้ยืมมากน้อยขนาดไหนค่ะ อย่างที่มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ของเรา "
อธิการบดีฯ (ผศ.ดร.ชาญชัย ยมดิษฐ์ ) : " จำนวนทั้งหมด นะครับ ๓,๐๐๐ กว่าคน ครับ "
ผู้ดำเนินรายการ : " ๓,๐๐๐ กว่าคน จากทั้งมหาวิทยาลัย ทั้งหมดเท่าไรค่ะ นักศึกษาของเรา "
อธิการบดีฯ (ผศ.ดร.ชาญชัย ยมดิษฐ์ ) : " รวมภาคปกติ ๒,๘๐๐ , ๓,๐๐๐ รวมภาคพิเศษด้วยก็รวมทั้งหมดก็ ๔,๘๐๐ กว่าคน "
ผู้ดำเนินรายการ : " ก็เกินครึ่งเลย นะคะ ท่านนายกรัฐมนตรี ที่ใช้บริการของ กยศ. ตรงนี้ "
อภิสิทธิ์ : " แล้วที่ขอเท่าไร "
อธิการบดีฯ (ผศ.ดร.ชาญชัย ยมดิษฐ์ ) : " ที่ขอก็ ๓,๐๐๐ กว่าคน ๓,๓๖๒ คน ครับ "
อภิสิทธิ์ : " ก็ได้เกือบหมด "
อธิการบดีฯ (ผศ.ดร.ชาญชัย ยมดิษฐ์ ) : " ได้เกือบหมดครับ "
ผู้ดำเนินรายการ : " คราวนี้ถามทางท่านรองผู้จัดการ กยศ.ด้วย นะคะว่า เมื่อสักครู่นี้ ท่านนายกรัฐมนตรีพูดแล้ว ให้แนวนโยบายว่า การที่เด็กจะใช้เงินทุนคืน เรื่องฟ้องขอให้น้อยที่สุด หลายคนถามว่าท่านมีวิธีการทำไปถึงไหนแล้วค่ะ "
รองผู้จัดการ กยศ. : " ก่อนจะถึงเรื่องการชำระหนี้ ก็ต้องเรียนนิดหนึ่งว่า กยศ. ที่ให้โอกาสของการศึกษานี่ ตั้งแต่สมัยรัฐบาลปัจจุบันนี่ เดิมทีเรามีสามารถปล่อยกู้ได้ในปี ๕๑ ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ กว่าราย แต่ในปี ๕๔ เราจะสามารถปล่อยให้นักศึกษากู้ได้ทั้งผู้กู้รายเก่าและรายใหม่ถึง ๙๖๐,๐๐๐ กว่าราย "
อภิสิทธิ์ : " คือเราเพิ่มงบด้วย และก็ขอให้ปรับการบริหารจัดการคือมีเงินที่นิ่งอยู่ เฉย ๆ เราก็ดึงออกมา บอกว่าตรงนี้ควรจะเอามาช่วยนักศึกษา "
รองผู้จัดการ กยศ. : " คือในช่วงตั้งแต่ปี ๕๑ มา เราสามารถเพิ่มจำนวนผู้กู้ได้ถึงประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ราย ก็อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้เรียนก็คือว่า คือถ้าเกิดเราจะสามารถให้ผู้กู้ กู้ได้เต็มค่าใช้จ่ายนี่ จำนวนก็จะต้องถูกลดลง อันนี้เราก็ต้อง คือเราต้องช่วย ๆ กัน ก็คือตรงนี้เป็น พาสเซิ่นโลน คือทุกคนก็ต้องมามีส่วนที่ต้อง เป็นส่วนทำส่วนท่านเอง อันนี้ส่วนของการกู้ ทีนี้ส่วนของเรื่องของการติดหนี้ขณะนี้คณะกรรมการกองทุน หรือท่านปลัดกระทรวงการคลังก็ให้ความสำคัญตรงนี้มาก ก่อนอื่นเบื้องต้นเรามองไปที่เรื่องของการปล่อยกู้ก่อน คือการปล่อยกู้ ปล่อยกู้ในกลุ่มสาขาที่มีความจำเป็น โอกาสที่เด็กจะตกงาน โอกาสเด็กที่จะค้างชำระหนี้ก็จะน้อย อันนี้ก็กำลังศึกษาอยู่ว่ากลุ่มสาขาใดที่เราควรจะต้องเน้นเป็นพิเศษ แต่อย่างไรก็ตามเราก็ไม่ทิ้งกลุ่มสังคม ถึงอย่างไรก็ต้องมีด้วย และก็ในส่วนของการติดตามหนี้ ขณะนี้ก็กำลังดูว่าทำอย่างไรเราถึงจะมีกระบวนการก่อนที่จะฟ้องเขานี่ ให้สามารถที่จะไม่ฟ้องเขาได้ในเบื้องต้น เชื่อมโยงข้อมูล อาจจะเชื่อมโยงข้อมูลกับ กบข. ประกันสังคม เพื่อจะได้รู้ว่าเขาทำงานที่ไหนและไปติดตามตัวเขาได้ และกลุ่มที่เราไม่สามารถรู้ได้ก็จะเหลือกลุ่มน้อยลง เราก็ยังสามารถติดตามให้เขาได้และก็มีกระบวนการลดหย่อนหนี้ได้ ถ้าเกิดเขามีความจำเป็นจริง ๆ แต่เขาไม่สามารถ หรือไม่มีรายได้ ไม่มีงานทำ ตรงนั้นกฎหมายของกองทุนฯ เปิดช่องอยู่แล้วว่า คณะกรรมการกองทุนฯ สามารถลดหย่อนหนี้ได้ หรือขยายระยะเวลาการชำระหนี้ออกไปได้ ครับ ก็จะทำให้เราฟ้องเขาน้อยที่สุด "
ผู้ดำเนินรายการ : " ดีค่ะ น้องแพท คิดว่าจะใช้เวลากี่ปี ใช้ทุนหมดค่ะ "
ตัวแทนนักศึกษา(น้องแพท) : " คงจะไม่ถึง ๑๕ ปี ที่กำหนดไว้ค่ะ เพราะว่าคณะที่หนูเรียนก็เป็นคณะที่แน่นอน เพราะว่าจบไปก็มีงานทำแน่นอนรับราชการในโรงพยาบาลหรือศูนย์การแพทย์ต่าง ๆ เพราะว่าในขณะนี้ ทั้งทุกมหาวิทยาลัยในประเทศก็ยังต้องการคณะการแพทย์แผนไทยอยู่ค่ะ ตอนนี้เขาก็กำลังเปิดอนามัยชุมชนเป็นโรงพยาบาลประจำตำบลค่ะ ให้มีบรรจุโรงพยาบาลละ ๒-๓ ตำแหน่งค่ะ "
อภิสิทธิ์ : " โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล "
ผู้ดำเนินรายการ : " เรามองเห็นอนาคตเราแล้ว คือต้องเรียนท่านผู้ฟัง ทุก ๆ ท่าน นะคะ ว่า อย่างน้องแพท ขออนุญาต นะคะ คุณพ่อคุณแม่ก็ได้แยกทางกันไป น้องแพทก็อยู่กับคุณยาย คุณยายก็ไม่มีรายได้อะไร ฉะนั้นในการเรียนหนังสือนี่ เรื่องใหญ่ของครอบครัวที่ต้อง "
อภิสิทธิ์ : " พี่น้องกี่คน "
ตัวแทนนักศึกษา(น้องแพท) : " เป็นลูกคนเดียว "
อภิสิทธิ์ : " อ๋อ มีคนเดียว แต่ว่าเรียนเก่ง "
ผู้ดำเนินรายการ : " น้องตั้งใจ นะคะ ในห้องส่งของเรา นะคะ ท่านผู้ฟังค่ะ ยังมีในส่วนของ น้องๆ ที่เป็นนักศึกษาที่นี่ นะคะ และก็กู้ยืมทุน กยศ. ด้วย ฟังท่านนายกรัฐมนตรีคุย ฟังตัวแทนเพื่อน ๆ ของพวกเราคุยแล้ว อยากจะเสนอความคิดเห็นอะไรท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะได้ช่วยเหลือเด็กไทยให้ได้เรียนหนังสือดี ๆ ขอตัวแทนสักท่านหนึ่ง น้องคนนี้ก็ได้ค่ะ
ตัวแทนนักศึกษาที่อยู่ในห้องส่ง : " สำหรับดิฉันนะคะ มีความคิดว่าทุนกู้ยืม กยศ.มีประโยชน์มากมายนักศึกษา นะคะ เพราะว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นกำลังใจให้นักศึกษามีกำลังใจที่จะศึกษาต่อไป จากที่เรียนระดับมัธยมมา บางคนอาจจะคิดว่าไม่มีตังค์ที่จะศึกษาในอนาคตระดับอุดมศึกษาก็ทำให้เขาได้มีกำลังใจ เพื่อที่จะเรียนต่ออย่างน้อยก็จะมีทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาให้เขากู้ยืม และก็ได้ศึกษาต่อไป ค่ะ "
ผู้ดำเนินรายการ : " อันนี้ก็คงจะโจทย์ กยศ. ขอคิดคำตอบก่อนแล้วเดี๋ยวจะมาตอบท่านนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง นะคะ เอาละหนึ่งนาทีสุดท้ายตรงนี้ อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรี ได้พูดกับท่านผู้ชมที่ ท่านผู้ฟังที่ฟังรายการเราอยู่ทั่วประเทศเลย นะคะว่า ในเรื่องนโยบายการศึกษาตอนนี้ ก็คือปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่สอง เพิ่งปีกว่า ๆ นะคะ ทางรัฐบาลจะทำอะไรต่อ และประชาชนจะมีส่วนร่วมอย่างไร ได้บ้าง "
อภิสิทธิ์ : " มี ๒ เรื่องสำคัญ ที่เราอยากจะเดินหน้า นะครับ
- เรื่องแรกก็คือเรื่องของโอกาส คุณภาพสำคัญ แต่ว่าบางคนมองข้ามว่า เรายังมีเด็กอีกจำนวนมากซึ่งควรจะได้รับการศึกษาแต่ยังตกหล่นอยู่ นะครับ ตอนนี้มีทั้งเด็กที่โยกย้ายถิ่นฐานตามพ่อแม่ เด็กที่ถูกออกจากโรงเรียนไป นะครับ ขณะนี้ผมได้เร่งโครงการปฏิรูป สำรวจเด็กเหล่านี้ทั้งหมด และก็หาแผนรองรับในการกลับเข้ามารับการศึกษา
- ข้อที่สองก็คือเรื่องคุณภาพ นะครับ น่าเป็นห่วงมากขณะนี้ เพราะว่า เวลาเขามาประเมินทักษะของเด็กไทย เราก็อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ดีเลย นะครับ เราก็ต้องพยายามเร่งรัดตรงนี้ รัฐบาลก็จะต้องทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการที่จะพัฒนาคุณภาพการศึกษา ก็อยากจะบอกว่าความจริงแล้วนี่ เมื่อก่อนก็พูดถึงเรื่องของการปฏิรูปการศึกษาก็จะมี สองคำพูด นะครับ ที่บอกว่า การศึกษาสำหรับทุกคน ภาษาอังกฤษก็บอกว่า Education for all แต่อีกคำหนึ่งก็คือ All for Education คือทุกคนต้องมาร่วมทำเรื่องของการศึกษาด้วย
เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ผู้ปกครอง นักธุรกิจ ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะนี่คืออนาคตของเราทุกคน อนาคตของการที่จะมีสังคมที่ดี เศรษฐกิจที่ดี และก็ประเทศที่ดี "
ผู้ดำเนินรายการ : " ก็ต้องช่วยกันนะคะ แน่นอนเรื่องของนโยบายทางด้านการศึกษาก็เป็นที่ชัดเจน สำหรับประชาชนทุก ๆ ในยุคนี้ และคงจะเป็นกำลังใจให้กับท่านนายกรัฐมนตรี กับทุกที่ทำงานด้านการศึกษา เพราะผลประโยชน์นี่ละค่ะ น้อง ๆ ที่อยู่ในห้องนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง และก็ยังมีทั่วประเทศด้วย ต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ ฯ อย่างยิ่ง และขอบคุณท่านรองผู้จัดการ กยศ. และท่านอธิการบดีของมหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึงและน้อง ๆ ทุกคน ค่ะ
ความรู้สึกตัวแทนนักศึกษาต่าง ๆ เกี่ยวกับ กยศ. ก็อยากฝากบอกน้อง ๆ ทุกคนว่า ให้พยายามคิดและตั้งใจที่จะวางแผนอนาคตให้ดี ถือว่าจะเป็นหนึ่งแรงบันดาลใจส่วนหนึ่ง ที่ให้เด็กหลาย ๆ คน ที่จะศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาครับผม อย่าเพิ่งท้อใจนะ อย่างน้อยเราก็ยังมีทุน กยศ.เป็นปัจจัยหลักในการศึกษาของเราต่อไป เราสามารถเรียนต่อเข้าสู่ระดับมหาวิทยาลัยได้ ถ้าหากว่าเรามีความตั้งใจและขยัน ทำให้หนูรู้สึกอยากเรียนต่อ มีโครงการอย่างนี้ อยากให้มีต่อไป กยศ.ไม่ได้ทำให้เราเป็นหนี้ แต่ทำให้เรามีโอกาสทางการศึกษา ค่ะ ขอบคุณค่ะ ขอบคุณ ครับ "
<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>