ตรวจห้างฯ ปาล์มเริ่มคลี่คลาย ยันอยู่ที่ ๔๗ บ.น้ำตาลมีเพียงพอ เตรียมหารือ กกต. กำหนดยุบสภาฯ ชี้แจงเงินกองทุนน้ำมันเหลือ ๗,๐๐๐ ล. เดินหน้าต่อเนื่องช่วยแรงงานไทยในลิเบีย (๖ มี.ค.๕๔)

- วิกฤตโคม่าผ่านมาได้ ต้องขึ้นค่าแรง แต่จะช่วยธุรกิจลดต้นทุน+แก้โครงสร้างราคา
- นายกฯ บุกถึงครัว ตรวจห้างฯ เร่งรัดออกฝาชมพู ซื้อไม่จำกัดอย่าตุน
- ตรึงดีเซลไม่เกิน ๓๐ บาท เงินกองทุนฯเหลือ ๗,๐๐๐ ล. ผลจากหักเงินชดเชยถึง มิ.ย.
- น้ำตาลมีเพียงพอ ไม่ขาดแคลน ป้องกันพวกลักลอบขายออกนอกประเทศ
- แรงงานไทยในลิเบีย เดินหน้าช่วยกลับ ดูแลหางานให้
- เตรียมหารือ กกต.กำหนดยุบสภาฯ
- ราคาประกันข้าวปรับขึ้นตามต้นทุน ปลายปีจะเริ่มประกันดินฟ้าอากาศ
- ประกันสังคมจ่าย ๗๐ รัฐช่วย ๓๐ เริ่ม ๑ พ.ค.+ เรียนฟรี
- มุมอภิสิทธิ์: เหนื่อยไหมที่มาเป็นนายกฯ
- ตามข่าว: เมษาขึ้นเงินเดือนข้าราชการ งบกลางปีผ่านสภาฯ ผู้แทนยูเนสโกเห็นร่วมลดตึงเครียด
- ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

  - วิกฤตโคม่าผ่านมาได้ ต้องขึ้นค่าแรง แต่จะช่วยธุรกิจลดต้นทุน+แก้โครงสร้างราคา

...ประเทศที่เจริญแล้วของเขาแพงกว่าเรา แต่คนเขารายได้มากกว่าเรา ทำอย่างไรให้พี่น้องประชาชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้น และก็ไปลดรายจ่ายพวกเขาอย่างเรียนฟรี ๑๕ ปี

ผู้ดำเนินรายการ (นางสาวปราย ธนาอัมพุช) : “ สวัสดีค่ะ ดิฉันปราย ธนาอัมพุช ค่ะ ”

ผู้ดำเนินรายการ (นายชาญชัย กายสิทธิ์) : “ และผมชาญชัย กายสิทธิ์ ครับ ขอต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่ช่วงเวลาของรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ครับ ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ วันนี้เรามา ณ สถานที่ มาอยู่ที่ชุมชนอุทิศอนุสรณ์ ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ เป็นหนึ่งในโครงการบ้านมั่นคง ซึ่งชาวบ้านอยู่ในชุมชนกันมากมายมาเลยทีเดียวนะครับ มาเพื่อที่จะมา ถามถึงคำถามสำคัญของสังคมในขณะนี้ ว่าทำไมของถึงแพง ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ จะซื้อไข่ จะซื้อน้ำมัน ซื้อน้ำตาล ตอนนี้หลายคนบ่นทั้งนั้น ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ บางคนบอกมีตังค์ ซื้อไม่ได้นะ ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ เพราะ... ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ มีไม่พอ หรือว่ายังไม่ไม่ถึง หรือว่าไปแย่งซื้อกับเขาไม่ได้ บางคนก็กลัวว่าอย่างน้ำมันขาดตลาด กว่าจะซื้อได้ กว่าจะมีฝาสีชมพู กว่าจะมีฝาสีฟ้า สีฟ้ามาก่อนสีชมพูมาทีหลัง ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ จะมีฝาสี่อื่นมาอีกหรือเปล่า ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ เพราะว่าฝาสีชมพูขนาดซื้อจำกัดจำนวน บางคนก็ยังซื้อไม่ได้อีก เพราะคนซื้อกันยกขวดลัง อย่างนี้เป็นต้น ก็กลัวไปถึงน้ำตาล ว่าต่อไปจะมีการจำกัดจำนวนซื้อ หากันยาก มีการเก็งราคาหรือไม่ ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ นี่เป็นปัญหาที่สำคัญมาก ๆ ของคนในประเทศไทยตอนนี้ เป็นเรื่องที่ต้องคุยกันเลย ถามไถ่กันเลย เพราะฉะนั้นวันนี้นอกจากจะถามไถ่คนในชุมชนแล้ว เราก็จะถามไถ่กับท่านนายกรัฐมนตรีด้วย ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ ถูกต้องครับ เพราะฉะนั้นต้องอาศัยเวลาก่อนที่ท่านจะมาถึง ขออนุญาตไปสำรวจชาวชุมชนกันก่อนครับ ว่าเขาอยู่กินกันอย่างไร ไปกันเลยครับ ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ มาเจอร้านส้มตำ ของโปรดของปราย ธนาอัมพุช เลยนะครับ ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ น่ารับประทานมากเลยนะค่ะ ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ สวัสดีครับ ประธานชุมชน และสาว ๆ หนุ่ม ๆ ข้างหลังนี่ครับ ลูก ๆ หลาน ๆ

ประธานชุมชน : " ค่ะ ลูก ๆ หลาน ๆ ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ พี่ละออง เสียงสิริ ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ ชุมชนนี้มีกันกี่ครัวเรือนครับ ”

ประธานชุมชน : “ ของเดิมมัน ๑๘๖ สร้างเสร็จมันจะเป็น ๑๐๔ หลัง ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ สร้างเสร็จในที่นี้คือ สร้างบ้านมั่นคง อย่างที่บอกใช่ไหมค่ะ คือเมื่อก่อนตรงนี้จะไม่ใช่แบบนี้เลย เป็นแบบไหนค่ะ ”

ประธานชุมชน : “ ในรูปภาพ ตรงนั้น ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ เป็นบ้าน ซ้อน ๆ กัน ติด ๆ กัน ชุมชนแออัดว่าอย่างนั้นเถอะ ปัจจุบันก็ได้กลายเป็นแบบนี้ “

ผู้ดำเนินรายการ : “ ชีวิตความเป็นอยู่ก็ดีขึ้นไหมพี่ ”

ประธานชุมชน : “ น่าอยู่ขึ้น เพราะของเดิมมันไม่สวย ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ สภาพความเป็นอยู่ดีขึ้น สภาพจิตใจดีขึ้น แล้วในเรื่องอของวิถีชีวิต ในเรื่องของการทำงาน การเงิน มันดีขึ้นตามไปด้วยไหมค่ะ ”

ประธานชุมชน : “ ก็อันนี้ แบบยังไงละ ก็แล้วแต่ว่าบางคนเขาทำงาน กทม. ก็ต้องประหยัดขึ้นอีกหน่อยหนึ่ง เพราะจะเอามาส่งบ้าน แต่ก็ไม่มากเท่าไหร่ เดือนหนึ่งแค่พันกว่าบาท ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ ก็สบาย ชีวิตก็ดีขึ้น ”

ประธานชุมชน : “ ดีกว่าเช่าบ้านอยู่ ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ แล้วมีอาชีพเสริม ตำส้มตำ มีน้ำแข็งใส เดือน ๆ หนึ่ง พอกินไหมพี่ ”

ประธานชุมชน : “ พอ เพราะว่าอย่างคนงานจะมีพวกถุง พวกขวด มาเก็บขายอีก สินค้าเอามาขายได้อีก และเย็นพอเลิกงานงานมา เขาก็ขายของ ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ ก็สบายขึ้น ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ ในฐานะที่เป็นประธานชุมชน ดูจากสภาพสีหน้าของคนในชุมชน เขายิ้มแย้มแจ่มใสมากขึ้นไหมค่ะ "

ประธานชุมชน : " ก็ดีขึ้นค่ะ ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ เอาอย่างนี้ดีกว่า เดี๋ยวนายกฯ จะมา อยากจะฝากถามอะไรท่านบ้าง ถามได้ ท่านบอกถามได้เต็มที่ ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ เป็นโอกาส ”

ประธานชุมชน : “ เดี๋ยวให้ลูกบ้านถามกันเอง อยากถามอะไรถามเลย ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ อันนี้สงวนท่าที สงวนท่าทีนิดหนึ่ง เดี๋ยวเราถามให้ ตอนนี้อาจจะยังเขิน ๆ อยู่ "

ผู้ดำเนินรายการ : “ แต่ที่แน่ ๆ เรื่องปากท้องต้องถาม ต้องคุยแน่นอน ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ สวัสดีค่ะ สวัสดีครับท่านนายกฯ ”

อภิสิทธิ์ : “ สวัสดีครับ ช้าไปนิดหนึ่ง ไปติดบรรยายอยู่ ๒ งาน เมื่อเช้า ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ ทำงานเหนื่อยไหมครับช่วงนี้ ”

อภิสิทธิ์ : “ ธรรมดาครับ ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ วันนี้ขอโอกาสพาท่านนายกฯ มาเยี่ยมเยียนชาวบ้านถึงก้นครัว บ้านนี้.. สวัสดีครับคุณยายครับ ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ คุณยายกับคุณพี่อัมพร สวัสดีค่ะ ”

อภิสิทธิ์ : “ สวัสดีครับ ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ คุณยายอำไพ จะเป็นท่านที่อยู่ชุมชนนี้ตั้งแต่แบบแรก ๆ เลยครับท่านนายกฯ ”
อภิสิทธิ์ :
“ กี่ปีแล้วครับ ”

คุณยายอำไพ : “ ๕๐ ปี ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๒ ”

อภิสิทธิ์ : “ สมัยนั้นยังเป็นทุ่งอยู่เลยแถวนี้ ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ เมื่อก่อนคุณยายมีที่นาอยู่ในมือ ใช่ไหมครับ ”

คุณยายอำไพ : “ มี ...เอาไปทำเป็นสนามกอล์ฟ ”

อภิสิทธิ์ : “ อ๋อ กลายเป็นสนามกอล์ฟไปแล้ว ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ แต่พอ ๕๐ ปีที่ผ่านมา ที่นี่เป็นที่อยู่อาศัยกันมานาน มีครอบครัว ลูกหลาน ”

อภิสิทธิ์ : “ หลานมีกี่คนครับ ”

อัมพร แสงสุวรรณ : “ หลานมีเยอะค่ะ หลานมี ๖ คน คนนี้เหลน ลูก ๆ หลาน ๆ ก็ออกไปทำงานกัน ”

อภิสิทธิ์ : “ แล้วอยู่โรงเรียนแถวนี้หมด ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ ทั้ง ๒ หลังนี้ติดกัน นี่คือครอบครัวเดียวกันหมดหรอครับ ”

อัมพร แสงสุวรรณ : “ ค่ะ นี่บ้านหลาน ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ คุณพี่พาเข้าเยี่ยมในบ้าน จะได้ดูบรรยากาศ ว่าทำอะไรกันอยู่ พี่อัมพรครับในบ้านหลังนี้อยู่กันทั้งหมดกี่คน ”

อัมพร แสงสุวรรณ : “ คนค่ะ พ่อแม่ ลูก ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ ทำอาชีพ... เย็บผ้า ”

อภิสิทธิ์ : “ รายได้เป็นอย่างไรบ้าง ช่วงหลัง ”

ประชาชน : “ ก็ลงทุนเยอะ ได้ไม่มาก.... ”

อภิสิทธิ์ : “ ได้น้อยลง ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ ทำไมได้ราคาน้อยลงครับพี่ ”

ประชาชน : “ เจ้าของงานบอกว่าตัวนี้เขารับมาน้อย เขาก็เลยจ่ายน้อย... ”

อภิสิทธิ์ : “ ราคาของเขาเอง แล้วมาลงที่เราอีกทีหนึ่ง แล้วจำนวนละ มีงานตลอดไหม ”

ประชาชน : “....”

อภิสิทธิ์ : “ ช่วงนี้ ๒-๓ ปีที่ผ่านมา มีตลอด แต่รายได้ไม่พอ ได้ทุนกู้ยืมไหม ”

ประชาชน : “ ยังไม่ได้ ”

อภิสิทธิ์ : “ สมัครไปไหมครับ ”

ประชาชน : “ ไม่มี.... ”

อภิสิทธิ์ : “ แล้วคนอื่นละ ”

ประชาชน : “ .....”

อภิสิทธิ์ : “ อ๋อ ยังเรียนประถม มัธยมอยู่ ”

ประชาชน : “ ..... ”

อภิสิทธิ์ : “ แต่วันนี้เป็นอย่างไร ข้าวของแพง อะไรแพงบ้าง ไหนลองเล่าให้ฟังให้หมด ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ เย็บผ้า มีอะไรให้ใช้จ่ายบ้าง ”

ประชาชน : “ (ระบบเสียงขัดข้อง) "

ผู้ดำเนินรายการ : “ ราคาขึ้นเยอะไหมครับ ”

ประชาชน : “ (ระบบเสียงขัดข้อง) ”

อัมพร แสงสุวรรณ : “ ธรรมดา ๒๕ บาท... ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ และก็ได้ค่าแรงน้อยด้วยครับท่านายกฯ ตอนนี้ เราไปคุยกันข้างนอก ขอบคุณนะครับ ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ แวะมาอีกหนึ่งหลังก็ได้ค่ะ นี้คือชีวิตความเป็นอยู่ของ... รายได้หลักมาจากไหน ”

ประชาชน : “ รายได้หลักของลูกชาย ”

อภิสิทธิ์ :
“ ลูกชายทำอะไรครับ ”

ประชาชน : “ รับจ้างที่กระทรวงพาณิชย์ ”

อภิสิทธิ์ :“ เป็นลูกจ้างที่กระทรวงพาณิชย์ เงินเดือนเท่าไหร่ ”

ประชาชน : “ หมื่นกว่าบาท  ”

ผู้ดำเนินรายการ  : “ เลี้ยงกี่ชีวิตคะ ”

ประชาชน : “ ๔ ชีวิต ”

อภิสิทธิ์ : “ แล้วลูกจ้างข้าราชการก็ไม่ได้ขึ้นมา เดี๋ยว ๑ เมษายนนี้ ก็ขยับให้ข้าราชการ ลูกจ้างกันก่อน ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ พอหนึ่งบาทไม่พอ พี่ต้องทำอะไรเป็นรายได้เสริม ”

ประชาชน : “ รีดผ้า และเย็บผ้าโหลค่ะ... ”

อภิสิทธิ์ :
“ ทำหลายอย่างเลย และรายได้เป็นอย่างไรบ้าง ”

ประชาชน : “ ..... ”

อภิสิทธิ์ :“ ยังไม่ดี ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ นี่แหละค่ะเป็นประเด็นวันนี้ที่เราจะคุยกัน เดี๋ยวเราไปนั่งคุยกันดีกว่าด้านนอก ”
ผู้ดำเนินรายการ : “ เป็นอย่างไรบ้างครับท่านนายกฯ เห็นสภาพจริงของครอบครัวนี้ ”

อภิสิทธิ์ : “ ก็อย่างที่ผมได้พยายามบอกว่า ๒ ปีก่อน เราก็กังวลกันมากเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจ ก็พยายามประคับประคองกันมา จริง ๆ แล้วภาพรวมก็ฟื้นตัวขึ้นมา ตอนนั้นคนกังวลว่าเศรษฐกิจจะวิกฤต ตกงานอะไรต่าง ๆ ก็ฟันฝ่ากันมาได้ แต่พอมาถึงวันนี้ คนก็บ่นว่าทำไมเศรษฐกิจฟื้นตัว แต่ว่ารายรายจ่ายมันไม่สัมพันธ์กัน ”

ผู้ดำเนินรายการ : " คุณพี่ฟังแล้วเป็นอย่างไรบ้างคะ รู้สึกสบายใจขึ้นไหมคะ ก่อนหน้านี้กังวลเรื่องอะไรบ้างค่ะ "

อัมพร แสงสุวรรณ : " ข้าวของเครื่องใช้ที่แพงขึ้นค่ะ"

อภิสิทธิ์ :  “เราต้องพูดกันต่อก็คือว่า จะไปไล่คุมกันทุกตัว ยาก ถ้าสมมติว่าพื้นฐานของมันในตลาดในโลกมันขึ้น ที่นี้ต้องกลับมาคิดอย่างเดียวว่า ต้องหาทางเพิ่มรายได้ และก็ลดรายจ่าย เหมือนกับว่าคุณยายคงจะได้เบี้ยยังชีพนะครับ "

ผู้ดำเนินรายการ : " คุณยายมีเรื่องค้างคาใจมาก"

อภิสิทธิ์ :  “ มีเรื่องปัญหาอะไรครับ"

ผู้ดำเนินรายการ : " ๕๐๐ บาท คุณยายได้มา ได้ใช้เองบ้างไหม"

คุณยายอำไพ : " ได้ใช้บ้าง ก็แบ่งให้ลูกให้หลานกินขนมบ้าง"

ผู้ดำเนินรายการ : " แล้ว ๕๐๐ บาท พอไหมครับ "

คุณยายอำไพ : " ไม่พอ"

ผู้ดำเนินรายการ : " อยากได้เพิ่มไหมครับ"

คุณยายอำไพ : " อยากได้เหมือนกัน ได้ก็ดี "

ผู้ดำเนินรายการ : " อยากได้กี่บาท "

คุณยายอำไพ : " ให้ยายพูดเหรอ ..."

ผู้ดำเนินรายการ : " แล้วเวลาคุณยายไปหาหมอ คุณยายเอาเงินที่ไหน หรือว่าตอนนี้รักษาฟรี ๖๐ บาท โครงการบัตรประชาชน "

คุณยายอำไพ : " รักษาฟรี ลูกชายเบิกได้"

อภิสิทธิ์ : " ลูกชายอยู่ในระบบราชการ เบิกได้ "

คุณยายอำไพ : " ลูกชายเป็นทหาร"

อภิสิทธิ์ : " คืออันนี้ที่ผมจะบอกว่า ไปไล่แก้ของแพงไปก็อาจจะทำไม่ได้ผล ทำไม่ได้ร้อย เหมือนกับที่ตรงนี้รับเย็บผ้าอะไรต่าง ๆ ถ้าต้นทุนขึ้นในที่สุด ราคาของที่เราขายมันก็ต้องขึ้น มิเช่นนั้นมันไม่ไหว คราวนี้ของขึ้นกันหมด ทำอย่างไรคนมีรายได้มากขึ้น

เพราะ ๑ เมษายนนี้ระบบข้าราชการได้ขึ้นเงินเดือน ค่าแรงตอนนี้ผมก็เริ่มส่งสัญญาณแล้วว่า ที่เพิ่งขึ้นไปมันไม่พอ เพราะที่เพิ่งขึ้นไปเมื่อตอนต้นปี มันไม่ได้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เพราะฉะนั้นก็ต้องคุยกัน แต่ว่าภาคธุรกิจต้องทำความเข้าใจกับเขา ว่าเราจะหวังพึ่งค่าแรงถูก ๆ มันคงไม่ได้หรอก คนของเราไม่ไหว แต่ว่าเราต้องช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพ ปรับปรุงโครงสร้าง อาจจะได้ลดภาษีอะไร เดี๋ยวมาคุยกัน แต่ผมคิดว่าค่าแรงต้องขึ้น "

ผู้ดำเนินรายการ : " แต่ว่าเรื่องขึ้นค่าแรงหลายคน เขาบอกว่าทำให้เกิดวัฏจักรเหมือนกันทำให้ผู้ประกอบไปการผลักภาระในส่วนของราคา "

อภิสิทธิ์ :
" จริง ๆ แล้วถ้าเราคำนวณค่าแรงสมมติว่าจะขึ้นไปถึงกี่บาทก็แล้วแต่ มันทำให้ต้นทุนของขึ้นจริงมันก็ไม่ได้ขึ้นมากหรอกครับ มันไม่ได้เป็นส่วนมาก แต่ถ้าถามว่ามีการฉวยโอกาสไหม มีครับ แต่ว่าฉวยโอกาสตลอดไปไหม มันไม่น่าจะได้ ถ้ามันแข่งขันกัน หมายความว่าถ้าใครมาอ้างว่าค่าแรงขึ้น ฉันต้องขายแพง ถ้ามันมีรายอื่นบอกความจริงมันไม่ได้แพงอย่างนั้น เขาก็มาขายตัดราคา"

ผู้ดำเนินรายการ : " เอากลไกตลาด..."

อภิสิทธิ์ : " ต้องใช้ตัวช่วย และต้องมีหน่วยงานไปตามดู ว่าไม่มีใครมาเอารัดเอาเปรียบ มาสมคบกันขึ้นราคา แต่คือที่จะกลับมาคือเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย "

ผู้ดำเนินรายการ : " ทำอย่างไรครับ "

อภิสิทธิ์ : " ในส่วนของระบบราชการกำลังจะขึ้น ค่าแรงเรากำลังจะดู เกษตรกรเดี๋ยววันพรุ่งนี้ ออกอากาศวันอาทิตย์ใช่ไหม

  • วันจันทร์ผมจะเรียกประชุมแล้ว ว่าต้นทุนเขาขึ้น ราคาประกันต้องขยับ เราก็จะได้ช่วยเขาได้ด้วย ส่วนการลดรายจ่าย
  • หรือว่าการมาเพิ่มรายได้ส่วนอื่น อย่างเช่น เบี้ยยังชีพ เรียนฟรี ก็ช่วยได้ในระดับหนึ่ง มีเรื่องทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา เราก็จะเพิ่มตัวนี้ให้ได้ เพื่อจะลดภาระส่วนหนึ่ง

...ผู้ดำเนินรายการ : " เพิ่มฐานเงินเดือนขั้นต่ำให้สูงขึ้นได้ไหม "

อภิสิทธิ์ :
"นี่แหละคือสิ่งที่พยายามขยับอยู่ บอกว่าค่าแรงขั้นต่ำน่าจะต้องปรับขึ้นอีก ตอนนี้ข้าราชการที่แรกเข้า เราเพิ่มอัตราที่รับแรกเข้ามาโดยลำดับ เพราะว่าเป็นเหตุผลทางระบบด้วย เพราะตอนหลัง ๆ คนหนุ่มคนสาวจบมาใหม่ ๆ เงินเดือนห่างจากเอกชนมาก เป็นปัญหา "

ผู้ดำเนินรายการ : " ฐานเงินเดือนพยาบาลรัฐบาลน้อย ๗,๐๐๐ กว่าบาท ช่วยหน่อยค่ะ "

อภิสิทธิ์ : " ตอนนี้จริง ๆ แล้ว คนที่เงินเดือนต่ำมาก ๆ จะมีระบบคล้าย ๆ กับเงินเสริม ค่าครองชีพ แต่ไม่นับเป็นฐานเงินเดือน เพราะถ้านับเป็นฐานเงินเดือน จะไปมีผลกระทบกับการคำนวณบำเหน็จบำนาญต่าง ๆ เพราะฉะนั้นจะมีสนับสนุนอยู่ ใครไม่ถึงจะได้ ๑๐,๐๐๐ กว่าๆ

...เราต้องขึ้นค่าแรงเพื่อดึงดูดให้เด็กหันมาเรียนสายอาชีวะเพิ่มมากขึ้น เพราะตลาดกำลังต้องการเด็กที่จบแล้วสามารถทำงานได้เลย

...อภิสิทธิ์ : " ถึงเวลาแล้วที่บอกว่า เราหลุดพ้นหรือยัง จากที่บอกว่า ค่าแรงต้องถูกกดอยู่อย่างนี้นะ ธุรกิจถึงจะอยู่ได้ มันไม่ได้แล้ว ต่อไปนี้ไม่ได้แล้ว ต้องให้ค่าแรงเพิ่มขึ้น ตอนนี้ผมพึ่งไปประชุมเรื่องการศึกษา เราอยากให้เด็กเรียนอาชีวะมากขึ้น เพราะตอนนี้เราเห็นได้ชัดว่า เด็กไปเรียนปริญญากันมากแล้วตกงาน

ผู้ดำเนินรายการ : " แล้วเด็กตีกัน ไม่กล้ามาเรียน "

อภิสิทธิ์ : "แต่นี่เป็นปัญหาเรื่องภาพลักษณ์ ผมต้องแก้ตัวให้อาชีวะ เด็กที่ตีกันเป็นกลุ่มน้อย เด็กตั้งมากมาย ที่ขณะนี้เขามีฝีมือ แล้วเวลานี้เป็นที่ต้องการ เอกชนเขาบอกว่าเป็นที่ต้องการ แต่คนยังไม่ค่อยอยากเรียน มีเรื่องภาพลักษณ์ส่วนหนึ่ง "

ผู้ดำเนินรายการ : "  เรื่องเด็กตีกัน ขออนุญาตสัมภาษณ์ "

อภิสิทธิ์ : "ได้ ๆ ผมจะบอกว่า แต่ถ้าเรากดค่าแรงอย่างนี้ ใครอยากจะเรียนแล้วมาเอาค่าแรงอย่างนี้ เราต้องเปลี่ยนแล้วตอนนี้ เราต้องพยายามให้ทุกคนมีรายได้ดี

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>

 


(กลับไปด้านบน)

- นายกฯ บุกถึงครัว ตรวจห้างฯ เร่งรัดออกฝาชมพู ซื้อไม่จำกัดอย่าตุน

... ฝาสีชมพูเริ่มออก ซื้อขายไม่จำกัดปริมาณ ขอความร่วมมือปชช. ไม่กักตุน ขายต่อแพงผิด กม. สามารถแจ้งข้อมูล กรณีไม่เพียงพอ

อภิสิทธิ์: " สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักครับ ภาพเมื่อสักครู่นี้คือภาพที่ผมได้เดินทางไปที่ชุมชนอุทิศอนุสรณ์ ที่เขตบางเขนนะครับ เพื่อที่จะไปพบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชน ในปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสภาวะของแพง ซึ่งมีอยู่ในปัจจุบัน บุกกันถึงครัวเลยนะครับ ที่บ้านของคุณยายอำไพ ซึ่งมีลูกสาวชื่อคุณอัมพร และได้มีการนั่งพูดคุยสนทนากันถึงปัญหาข้าวของแพงในปัจจุบัน ซึ่งพี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้มีการร้องเรียนเข้ามา เพราะฉะนั้นช่วงที่ ๒ ของรายการก็จะได้ไปฟังการสนทนาและการพูดคุยกันในบรรยากาศที่เป็นกันเอง ซึ่งถือโอกาสนี้ขอบคุณคุณยายอำไพ ลูก ๆ หลาน ๆ อีกครั้งหนึ่งที่ให้การต้อนรับผมอย่างดียิ่ง เมื่อวานนี้นะครับมีโอกาสที่จะเลี้ยงข้าวกลางวันผมด้วย ๑ มื้อ ข้าวไข่เจียว ก่อนที่ผมจะเดินทางไปที่จังหวัดอุดรธานีเมื่อวานนี้นะครับ

พี่น้องที่เคารพครับปัญหาเรื่องของแพงยังคงเป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชนร้องเรียนเข้ามามากที่สุด เพราะว่าขณะนี้เป็นปรากฏการณ์ซึ่งกำลังเกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของราคาของสินค้าที่เป็นต้นทุนพื้นฐานต่าง ๆ นั้นขยับขึ้นสูงขึ้นอยู่เกือบตลอดเวลา ซึ่งปัญหานี้อย่างที่ผมได้เน้นย้ำนะครับว่า ในสินค้าหลัก ๆ หรือสินค้าที่เราพยายามที่จะเข้าไปบริหารจัดการควบคุมได้ ดูแลได้นี้ เราก็จะมีการดำเนินการติดตามอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นกรณีของน้ำมันปาล์ม ซึ่งได้มีปัญหาเรื่องของความขาดแคลนและของแพงมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง และ

- รัฐบาลก็ได้มีมาตรการในเรื่องของการที่จะหมุนเอาน้ำมันทั้งในส่วนที่เคยไปผลิตในสาขาพลังงานคือไบโอดีเซล
- และมีการนำเข้ามาเพื่อนำมาผลิตนะครับ
- แล้วก็มีการดำเนินการที่จะเร่งรัดให้มีการจัดจำหน่ายไปทั่วประเทศ

เพราะฉะนั้นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเองนี้ผมก็พยายามไปตรวจเยี่ยมดูว่า ขณะนี้ตามห้างต่าง ๆ นั้นสภาวะในเรื่องของน้ำมันพืชเป็นอย่างไร ขอเรียนครับว่าวันที่ผมไปนั้น

  • น้ำมันที่เป็นฝาสีชมพูหรือจุกสีชมพูซึ่งเป็นน้ำมันในโครงการที่เรามีการเร่งรัดการผลิตออกมานี้ยังไม่ได้ออกมา แต่ว่าในบางห้างนั้นขณะนั้นภาวการณ์เริ่มคลี่คลายครับ
  • ก็อยากจะเรียนว่าขณะนี้เมื่อเราวิเคราะห์ดูแนวโน้มของตลาดและราคาที่ปรากฏอยู่ในแง่ของการซื้อขายในตลาดโลกด้วย และรวมไปถึงการคาดการณ์เรื่องของผลผลิตของปาล์ม ซึ่งจะออกมาประมาณปลายเดือนนี้ถึงต้นเดือนหน้านี้ ขณะนี้ก็มั่นใจนะครับว่าภาวะจะเริ่มคลี่คลายลงครับ
  • แต่อย่างไรก็ตามนะครับ การเร่งรัดตามโครงการที่จะให้น้ำมันพืชซึ่งขาดแคลนมาระยะหนึ่งไปถึงมือพี่น้องประชาชน ในราคาซึ่งเรายังยืนยันอยู่ที่ ๔๗ บาทต่อขวด ก็มีการดำเนินการ

ผมขอเรียนว่าประมาณกลางถึงปลายสัปดาห์ น้ำมันฝาสีชมพูก็เริ่มออกไป และขณะนี้เราก็ได้บอกว่าการซื้อขายนี้ไม่ต้องมีการจำกัดในเรื่องของปริมาณ อย่างไรก็ตามครับยังพบเห็นพฤติกรรมหลายอย่างนะครับซึ่งทำให้ยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ ก็อยากจะขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนครับ ที่เราได้รับเรื่องร้องเรียนเข้ามาก็คือว่า

- พอไม่จำกัดจำนวนก็จะมีพี่น้องประชาชนบางส่วนซึ่งยังอาจจะตื่นตระหนกวิตกกังวล แทนที่จะซื้อเท่าที่จำเป็นหรือที่ใช้ตามปกติก็ซื้อเข้าไปเก็บ เพราะฉะนั้นก็จะทำให้บางภาวะเกิดความขาดแคลนได้อีก

- นอกจากนั้นครับยังมีบางส่วนที่ซื้อไปแล้ว แล้วเอาไปขายต่อในราคาที่สูงกว่า ก็ขอเรียนว่านั่นเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายนะครับ และทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการ เพราะฉะนั้นอยากจะขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนครับ

- และขอเรียนว่าที่พี่น้องประชาชนร้องเรียนเข้ามา ว่าพื้นที่นั้นสาขาห้างของบ้านของตัวเองยังไม่มีขาย หรือมีขายแล้วก็ยังไม่เพียงพอ สิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ส่งเข้ามาแล้วผมก็ดำเนินการในการที่จะกำชับเร่งรัด และให้การดำเนินการนั้นสามารถที่จะคลี่คลายให้พี่น้องประชาชนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

อันนี้ก็เป็นเรื่องของปัญหาน้ำมันพืชนะครับ ซึ่งผมก็เชื่อว่าในสัปดาห์ต่อไปนี้สถานการณ์จะคลี่คลายลงเป็นลำดับ

...ผู้ดำเนินรายการ : “ วันนี้ไปตลาดมา ทุกคนพูดเหมือนกันเลยว่าของทุกอย่างแพง ทำไมมันถึงแพง ”

อภิสิทธิ์ :
 “ คือจริง ๆ แล้ว มันก็จะมีหลายเรื่องผสมกัน แต่ว่าถ้าเราดูในภาพรวม ปัญหานี้กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก บางประเทศถึงขั้นประท้วงจลาจลอะไรกันไปวุ่นวาย ส่วนหนึ่งเพราะต้นทุนมันขึ้น ของหลายอย่าง ผมยกตัวอย่างว่า กะทิ มะพร้าวเกิดปัญหาขาดแคลน ซึ่งไม่เคยเกิดมาก่อน มีทั้งโรค มีทั้งแล้ง มีทั้งน้ำท่วมอะไรต่าง ๆ จนกระทั่งราคาเพิ่มไปไม่รู้กี่เท่าตัว เพราะของมันขาด ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ ของขาด ซื้อในตลาดก็ซื้อยากใช่ไหมครับ ”

อภิสิทธิ์ : “ ครับ ต้องนำเข้า และปาล์มน้ำมันพืชที่ได้รับผลกระทบจากปาล์มน้ำมัน ก็มีช่วงของการขาดแคลน ซึ่งตอนนี้คิดว่าน่าจะเริ่มดีขึ้น ขณะนี้ผมดูราคาล่วงหน้าที่เขาซื้อขายตลาดโลกต่าง ๆ ปาล์มก็จะเริ่มขาลง ผมคิดว่าพอเริ่มขาลง เดี๋ยวสักพักของอะไรต่าง ๆ จะเริ่มออกมา

ผู้ดำเนินรายการ : " ตกลงน้ำมันพืชตอนนี้ซื้อได้หรือยัง "

อัมพร แสงสุวรรณ : " ได้แล้วค่ะ "

ผู้ดำเนินรายการ : " ฝาสีฟ้า และสีชมพู "

อภิสิทธิ์ :
" ซื้อที่ไหนครับ "

อัมพร แสงสุวรรณ : " โลตัส.... "

อภิสิทธิ์ : "  โลตัสแถวนี้ สาขาอะไร "

ผู้ดำเนินรายการ : " โลตัสแถวนี้ บางเขน ครับ "

อภิสิทธิ์ : " อันนี้เพิ่งซื้อ "

อัมพร แสงสุวรรณ : " ค่ะ อันนี้เพิ่งซื้อ"

ผู้ดำเนินรายการ : " ต้องดูวันที่ไหมคะเนี่ย"

ผู้ดำเนินรายการ : " ๑๗ มีนาคม ยังอยู่ในระยะ "

อภิสิทธิ์ : "  มีบางช่วงไหมที่ซื้อไม่ได้ "

อัมพร แสงสุวรรณ : " มีค่ะ "


อภิสิทธิ์ : " แล้วทำอย่างไรตอนนั้น "

อัมพร แสงสุวรรณ : " ซื้อน้ำมันหมูมาเจียว "

ผู้ดำเนินรายการ : " วันนี้ไหน ๆ มาเยี่ยมถึงชุมชน มาเยี่ยมครัวเรือน พากินสักหน่อยดีไหมค่ะ วันนี้ชาญชัยขอนำเสนอเมนูก็คือ... "

ผู้ดำเนินรายการ :
" ขออนุญาตทอดไข่ น้ำมัน ๔๗ บาท กับไข่เท่าไหร่นะครับ ๑๕ ฟอง ๕๗ บาท เดี๋ยวท่านนายกฯ รบกวนนั่งรอแป๊บหนึ่ง "

ผู้ดำเนินรายการ : " นี่เป็นอาหารที่เป็นพื้นฐานของประชาชนเลย น้ำมัน ไข่ "


อภิสิทธิ์ : " นี่เป็นตัวที่เราพยายามจะดูแล อย่างก๊าซหุงต้ม มีความพยายามที่จะเสนอให้ปรับราคาอยู่เรื่อย ๆ ผมก็ได้พยายามทำระบบใหม่ให้เห็นว่าเรามีก๊าซที่เป็นธรรมชาติของเรา สัดส่วนที่ใช้ในครัวเรือนต่าง ๆ มันก็พอกับที่เรามีอยู่ ไม่ต้องที่จะมาคิดราคาแพง แต่แก๊สใช้ในที่อื่นค่อยมาว่ากัน จะไปใช้ในอุตสาหกรรมจะขึ้นราคา จะอะไรกำลังอิงโครงสร้าง "

ผู้ดำเนินรายการ : " ขณะนี้คุณพี่ซื้อราคาเท่าไหร่ "

อัมพร  แสงสุวรรณ  : " ๓๐๐ "

ผู้ดำเนินรายการ : " ๓๐๐ บาท ใช้ได้นานไหมคะ "

อัมพร  แสงสุวรรณ : " ประมาณ ๒ เดือนกว่า ๆ "

อภิสิทธิ์ : " อย่างน้ำมันพืช เป็นเรื่องที่เดือดร้อนกันมาก ๆ คือจริง ๆ ตอนนั้นถ้าสมมติว่าจะไม่ให้เกิดปัญหาขาดเลย อาจจะต้องตัดสินใจว่า เดิม ๓๘ บาท ให้ขึ้นไป ๖๐ บาทเลย ถามคุณยายว่า ไหวไหม แต่จริง ๆ ต้นทุนขณะนี้ ๕๐ กว่า "

ผู้ดำเนินรายการ : " ให้เป็นไปตามกลไกตลาด ใช่ไหมคะ "

อภิสิทธิ์ : " ที่มันหายไปเพราะว่าคนไม่ยอมขาย ๔๗ เพราะต้นทุน ๕๐ กว่า "

ผู้ดำเนินรายการ : " และราคาจะอยู่ที่ ๔๗ อีกนานไหม "

อภิสิทธิ์ :
" ตอนนี้เรายังคงอยู่ เพราะว่าเราค่อนข้างมั่นใจว่าผลปาล์มเริ่มออกมาเป็นภาวะปกติ ประมาณเดือนเมษายน "

ผู้ดำเนินรายการ : " ขอถามว่า นอกจากน้ำมันปาล์มแล้ว เมื่อก่อนเรายังใช้น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันรำข้าว แต่น้ำมันถั่วเหลือง ปรากฏว่าหายไปจากท้องตลาด จาก shelf เยอะอยู่ แต่ว่าทำไมหายไปได้ "

อภิสิทธิ์ :
" เมื่อก่อนน้ำมันปาล์มอยู่ที่ ๓๘ ถั่วเหลืองอยู่ ๔๖ เพราะฉะนั้นคนส่วนใหญ่จึงเลือกใช้น้ำมันปาล์ม "

ผู้ดำเนินรายการ : " เพราะราคาถูก "

อภิสิทธิ์ :
" ทีนี้พอปาล์มขึ้นไปเป็น ๔๗ ถั่วเหลือง ๔๖ มันเจอปัญหาคือว่า หลายคนซื้อถั่วเหลือง ยิ่งตอนปาล์มขาด "

ผู้ดำเนินรายการ : " คนไปซื้อถั่วเหลือง "

อภิสิทธิ์ : " แล้วตอนนี้ถั่วเหลืองเขาจะเริ่มบ่น ๆ ว่า เมื่อก่อนเขาแพงกว่าปาล์มอยู่ ต้นทุนเขาสูงกว่า แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าราคาเขาต่ำกว่า ๔๖-๔๗ เพราะฉะนั้นถั่วเหลืองก็มีปัญหามากขึ้น "

ผู้ดำเนินรายการ : " ไม่ได้เกี่ยวข้องว่า จะมีคนที่คิดว่า พอน้ำมันปาล์มขึ้น น้ำมันถั่วเหลืองขอเก็บไว้ก่อน "

อภิสิทธิ์ : " เราจะดูต้นทุน ไม่ใช่ว่าจะไปทำวิธีนี้แล้ว เราจะยอมไม่ได้ เพราะถ้ากักตุน เราจะต้องเล่นงาน "

ผู้ดำเนินรายการ : " พวกซอส อุปกรณ์พวกนี้ราคาจะขึ้นหรือไม่ "

อภิสิทธิ์ : " แล้วแต่ต้นทุนอย่างที่บอก เพราะว่าเราจะต้องพยายามเจาะไปให้ถึงว่า ต้นทุนขึ้นหรือไม่ขึ้นอย่างไร แล้วพยายามที่จะกำกับไม่ให้มีการเอารัดเอาเปรียบ แต่อย่างที่ผมบอกว่า ถ้าเราไล่ไปจริง ๆ ต้นทุนหลายตัวขึ้น แล้วต้องยอมรับว่าระบบของเรา บางทีเราก็ไปขอร้องเขาว่า ช่วงนี้อย่าพึ่งขึ้นได้ไหม ประชาชนเดือดร้อน แล้วก็ขอร้อง ๆ พอถึงจุดหนึ่งเขาก็บอกว่าไม่ไหวเหมือนกัน ผมถึงบอกว่าในที่สุดหนีไม่พ้นว่า พอของเริ่มขึ้น เราต้องให้คนมีรายได้เพิ่มขึ้น ให้ทันเท่านั้นเอง "

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ตรึงดีเซลไม่เกิน ๓๐ บาท เงินกองทุนฯเหลือ ๗,๐๐๐ ล. ผลจากหักเงินชดเชยถึง มิ.ย.

... เงินกองทุนน้ำมันเหลือ ๗,๐๐๐ ล. เป็นผลคำนวณจากการหักเงินชดเชยในส่วนตรึงก๊าซหุงต้ม LPG และอุดหนุน NGV ไปถึงมิ.ย. เตรียมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพูดคุย เพื่อกำหนดมาตรการที่ชัดเจน รบ.ติดตามราคาสินค้าใกล้ชิด ลดความเดือดร้อนของปชช.

พี่น้องที่เคารพครับราคาสินค้าต่าง ๆ ที่เป็นปัญหาในขณะนี้ ส่วนหนึ่งก็มาจากปัญหาในเรื่องของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้นด้วย มาตรการที่รัฐบาลได้ดำเนินการในเรื่องของน้ำมันดีเซล ได้ย้ำกับพี่น้องประชาชนมาหลายครั้งว่า ขณะนี้เราได้ใช้เงินกองทุนน้ำมันในการตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน ๓๐ บาทต่อลิตร เนื่องจากว่า

- เมื่อใดก็ตามที่ขึ้นถึง ๓๐ บาทก็จะมีปัญหาตามมาในเรื่องของการขึ้นค่าขนส่งครับ

- อย่างไรก็ตามการใช้เงินกองทุนตัวนี้ เดิมเราก็คำนวณเอาไว้ว่าจะสามารถมีเงินกองทุนที่จะเข้ามาช่วยดูแลตรงนี้ได้ถึงสิ้นเดือนเมษายนครับ

- แต่ว่าก็มีมติเอาไว้เพื่อความรอบคอบว่าเมื่อใดก็ตามที่เงินกองทุนเหลือน้อยกว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะมีการมาพิจารณาว่าจะมีการดำเนินการต่อเนื่องจากมาตรการนี้อย่างไร

สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ครับมีการประชุมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วก็บอกว่ากองทุนน้ำมันฯ นี้มีการให้ข่าวครับว่ากองทุนน้ำมันฯ นี้เหลืออยู่ประมาณ ๗,๐๐๐ ล้าน และก็กังวลว่าอาจจะไม่สามารถที่จะดำเนินการไปได้ถึงกรอบเวลาเดิม คือสิ้นเดือนเมษายนหรือแม้กระทั่งในเดือนมีนาคมด้วยซ้ำ ผมได้ตรวจสอบเรื่องนี้ครับ

  • ตัวเลขที่บอกว่ากองทุนน้ำมันนั้นเหลือ ๗,๐๐๐ ล้านนั้นมีการหักเงินที่รัฐบาลใช้ในการชดเชย เพื่อตรึงราคาก๊าซหุงต้ม อย่าลืมว่ารัฐบาลได้มีนโยบายชัดเจนนะครับว่า ไม่ต้องการให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนจากก๊าซหุงต้มขึ้นราคา เพราะฉะนั้นก็มีการอุดหนุนเรื่องของก๊าซหุงต้มในครัวเรือน
    • ทีนี้ก็มีการไปคำนวณว่าเงินที่จะต้องใช้ในการอุดหนุนเรื่องของก๊าซหุงต้ม ถ้าคำนวณไปถึงเดือนมิถุนายน
    • ซึ่งรวมไปถึงการตรึงราคาแอลพีจีหรือก๊าซนี้สำหรับอุตสาหกรรม และสำหรับภาคขนส่งด้วย
    • รวมไปถึงที่เราอุดหนุนเรื่องของเอ็นจีวีอยู่

ก็จะทำให้เงินในกองทุนนี้เหลือ ๗,๐๐๐ ล้าน ตรงนี้ก็เลยทำให้เกิดความสับสนขึ้นมานะครับ เพราะเท่ากับว่าตอนนี้เราคำนวณโดยเอาเงินซึ่งมีภาระหนี้สินล่วงหน้าไปจนถึงเดือนมิถุนายนมาคำนวณ

  • เพราะฉะนั้นในวันพรุ่งนี้ผมจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่งครับว่า การคำนวณเงินกองทุนจะเอาหลักเกณฑ์อะไร เพราะถ้าพูดถึงเงินสดขณะนี้เงินสดยังมีอยู่ประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้าน และเรื่องของหนี้สินจะคำนวณล่วงหน้า หรือจะเอาเฉพาะเดือนต่อเดือนอย่างไร เพื่อที่จะให้มีความชัดเจนครับในมาตรการของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันดีเซลต่อไป

ซึ่งผมขอยืนยันนะครับว่าแนวคิดของรัฐบาลก็คือว่า เราต้องการที่จะลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด ไม่ต้องการให้การขึ้นราคาน้ำมันดีเซลเป็นตัวที่เป็นชนวนทำให้เกิดการขึ้นราคาในเรื่องของค่าขนส่งและสินค้าอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง แต่ว่าอย่างไรก็ตามเราต้องประเมินว่า ราคาในตลาดโลกจะเป็นอย่างไร ตอนนี้ต้องยอมรับครับว่าราคาในตลาดโลกได้รับผลกระทบจากปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศลิเบียและประเทศใกล้เคียง ซึ่งเราก็ต้องดูว่าภาวะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นไปตรงนี้เป็นภาวะชั่วคราว หรือจะมีแนวโน้มที่จะอยู่ในระดับนี้เป็นเวลานาน อย่างไรก็ตามครับผมก็ให้ทุกหน่วยงานที่จะมีเครื่องไม้เครื่องมือในการที่อาจจะมาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้ รวมไปถึงกระทรวงการคลัง ขณะนี้กำลังดำเนินการที่จะวิเคราะห์ตัวเลขต่าง ๆ และจะนำเสนอผมในวันพรุ่งนี้อีกครั้งหนึ่ง อันนี้ก็เป็นเรื่องที่อยากจะเรียนพี่น้องประชาชนครับว่า รัฐบาลติดตามเอาใจใส่ในเรื่องของปัญหาต้นทุน และเรื่องของค่าครองชีพและราคาของสินค้าครับ"

มันก็เป็นเรื่องธรรมชาติของกลไกตลาดตรงนี้ ซึ่งเราก็พยายามเข้าไปแก้ไขเฉพาะหน้า ควบคุม กำกับดูแล แต่ก็ต้องยอมรับว่า เราไม่สามารถที่จะทำได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ และมันก็จะมีปัญหาที่เกิดขึ้นแทรกซ้อนขึ้นมาเป็นระยะ ๆ น้ำมันก็เต็มที่ ขณะนี้เรากำลังยันให้อยู่ ๓๐ บาท เฉพาะดีเซล เบนซินต้องปล่อย แต่ว่าดีเซลขณะนี้เงินที่เราใช้ไปยัน ก็ใกล้จะหมด วันจันทร์นี่ผมต้องประชุมกันใหม่ว่าจะแก้ปัญหา... ”

...ผู้ดำเนินรายการ : “ มีคนถามว่าตกลงขณะนี้ยังเป็น ๓๐ บาท อยู่เหมือนเดิมหรือเปล่า ”

อภิสิทธิ์ : “ ขณะนี้ยังเป็นอยู่ พยายามยันให้ถึงที่สุด เรารู้ว่าพอเกิน ๓๐ บาท ทางขนส่งก็จะขอขึ้น ทีนี้พอขนส่งขึ้นก็จะไปอีกหลายเรื่อง ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ แต่มีคนบอกว่าคนที่ได้รับผลดีจริง ๆ ก็คือคนที่มีรถสปอร์ตหรู ๆ แต่ใช้เครื่องดีเซลด้วย ”

อภิสิทธิ์ :  “ คือย่างนี้นะครับ เราก็ต้องยอมรับว่ามันก็ทำได้ ๒ แบบ ถ้าจะให้ไปละเอียดพิถีพิถันบอกเฉพาะจะให้คนนั้น ไม่ให้คนนี้ ผมก็ถามว่าจะแยกกันอย่างไร พอทำอย่างนั้น ก็จะมี ๒ ปัญหา ประเภทว่าคนที่ควรจะได้ก็ไม่ได้ เดี๋ยวตกหล่น บางคนก็เสนอให้ไปแจกคูปองได้ไหม ไปแจกคูปองเดี๋ยวก็มีคนบอกฉันควรจะได้ เดี๋ยวมีบางคนไม่ควรได้ก็ได้อีก มันก็วุ่นวาย ผมบอกว่าดีเซล ก็คิดหยาบนิดหนึ่งก็ได้ ว่าเบนซินคือคนที่มีฐานะดีกว่าใช้ ดีเซลเป็นน้ำมันที่ใช้ในการขนส่งสินค้า น้ำมันที่ใช้ในการเกษตรอะไรต่าง ๆ เราก็ถือว่าส่วนใหญ่เป็นความจำเป็น เราจึงยันดีเซลไว้ แต่ว่าเรายันไว้ตลอดเวลา หากราคาน้ำมันในโลกเป็นอย่างนี้อยู่ เราก็ลำบาก ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ นี่คือท่านส่งสัญญาณแล้วว่าดีเซลกำลังจะขึ้น ”

อภิสิทธิ์ :  “ ไม่ ๆ ยังไม่ได้พูดอย่างนั้น คือเราจะใช้กองทุนน้ำมันยันอยู่ ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ ใกล้หมดแล้วหรือยังครับ ถามจริง ๆ ”

อภิสิทธิ์ : “ เวลานี้ เดิมเขาบอกผมว่าอยู่ถึงสิ้นเมษายน แต่ล่าสุดมาบอกผมว่าอาจจะไม่ถึงสิ้นเมษายน ”

ผู้ดำเนินรายการ : “ ถ้าไม่ถึงสิ้นเมษายนก็จะมีมาตรการ... ”

อภิสิทธิ์ :
 “ แต่ผมกำลังจะบอกว่าที่เขาบอกว่าไม่ถึงสิ้นเมษายน ตัวเลขกองทุนฯ มันลดไป เขาไปคิดถึงการที่เราตรึงก๊าซหุงต้ม กับเอ็นจีวีไปจนถึงสิ้นมิถุนายน เพราะว่าการชดเชยเดือนมีนาคม เมษายน มิถุนายน มาหักจากเงินกองทุนตรงนี้ก่อนเลย

 - ผมต้องเรียกประชุมว่าตกลงเราจะคิดกันแบบไหน จะมีคิดล่วงหน้าด้วยหรือเปล่า คิดย้อนหลังหรืออะไร ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมจะพยายามทุกวิถีทางอยู่แล้ว ว่าอะไรที่ทำได้ โดยไม่เสียวินัย เพราะว่ากองทุนเราเก็บเงินเอาไว้ร่วม ๒ ปี ... ตอนนี้มันยังบวกอยู่ ก็เอามาใช้ช่วยพี่น้องที่ได้รับความเดือดร้อน

 - แต่ที่ยันไว้แน่ ๆ คือ ก๊าซหุงต้ม เพราะถ้าขึ้นนี่ถือว่าเดือดร้อนที่สุด ไม่มีทางหนีเลย น้ำมันดีเซลก็จะพยายามให้นานที่สุด จะไปดูว่าเรามีเครื่องมืออะไรอย่างไร แต่ก็อยากจะบอกว่าเวลาเราทำ... ไม่ใช่ง่าย อย่างน้ำตาลขณะนี้ปรากฏว่ารอบบ้านเราแพงกันหมดเลย การลักลอบ การอะไรต่าง ๆ เกิดขึ้น ”

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- น้ำตาลมีเพียงพอ ไม่ขาดแคลน ป้องกันพวกลักลอบขายออกนอกประเทศ

... ไทยน้ำตาลถูก อาจเกิดการลักลอกออกไปขาย หวังผลขึ้นราคาในประเทศ ก.อุตฯและพาณิชย์กำลังดำเนินการ ไม่ให้น้ำตาลขาดแคลนแน่นอน

อย่างไรก็ตามครับมีสินค้าตัวอื่นซึ่งก็มีเสียงร้องเรียนเข้ามา อย่างเช่นข่าวคราวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีเรื่องของน้ำตาล ตรงนี้ผมขอเรียนยืนยันนะครับว่าสภาวะการขาดแคลนน้ำตาลนี้ไม่มี เพราะว่าผลผลิตอ้อยแม้กระทั่งเรื่องของความหวาน ปีนี้หรือปีที่ผ่านมานี้ไม่ได้อยู่ในภาวะที่ขาดแคลนเลยนะครับ มีเพียงพอ ปัญหาก็จะมีอยู่ว่า ในบ้านเรานั้นเราควบคุมราคาน้ำตาลครับ ทำให้ราคาน้ำตาลของเราในขณะนี้ถูกกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ถูกกว่าราคาในตลาดโลกค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นก็อาจจะมีบางส่วนนะครับ

  • ที่มีการพยายามที่จะลักลอบน้ำตาลออกไปขายในตลาดที่มีราคาสูงกว่า
  • หรือหวังผลในการที่จะได้น้ำตาลไปขายในราคาที่สูงกว่า
  • หรือจะขึ้นราคาภายในประเทศ

ตรงนี้ทั้งกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพาณิชย์กำลังดำเนินการที่จะไม่ให้เกิดการกระทำเช่นนั้นได้ และขอเรียนว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ได้เดินทางไปในโกดังและมีการจัดสรรเรื่องของโควตาต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าภาวะในเรื่องของน้ำตาลขาดแคลนนั้นไม่มีอย่างแน่นอนครับ"

...ผู้ดำเนินรายการ : “ คือกำลังจะถามต่อไปว่าน้ำตาลน่าจะเป็นสินค้าตัวต่อไปที่ขาดตลาด และมีการกักตุน ”

อภิสิทธิ์ :
 “ ไม่ครับ รับรองได้ อันนี้รับรองเลยนะครับ ขอยืนยันว่าน้ำตาลปีนี้มีพอ ผลผลิตปีนี้ดี และความหวานก็เพิ่มขึ้น ”

ผู้ดำเนินรายการ : " แล้วราคาละค่ะ "

อภิสิทธิ์ :
 “ ราคาก็คุมอยู่ ขอยืนยันว่าตรงนี้ยืนยัน หากว่ามีการขึ้นราคาแสดงว่าผิดปกติ ตอนนี้ผมก็ให้ทางเจ้าหน้าที่เข้าไปติดตามอยู่ "

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- แรงงานไทยในลิเบีย เดินหน้าช่วยกลับ ดูแลหางานให้

..แรงงานไทยในลิเบีย ครึ่งหนึ่งทำงานในพื้นที่ปลอดภัย อีกครึ่งทยอยรับกลับ แล้วจะดูแลในเรื่องโอกาสในการทำงานต่อไป

อภิสิทธิ์: "พี่น้องที่เคารพครับปัญหาอื่น ๆ ที่รัฐบาลเร่งแก้ไขที่เป็นปัญหาเฉพาะหน้าอยู่ในความสนใจก็คือพี่น้องผู้ใช้แรงงานที่เดินทางไปทำงานลิเบีย ขอเรียนให้ทราบว่าโดยรวมแล้วจะมีพี่น้องคนไทยที่อยู่ที่ลิเบียประมาณ ๒๐,๐๐๐ คน แต่ว่าในจำนวน ๒๐,๐๐๐ คนนี้ครับจะแบ่งออกเป็นประมาณครึ่งต่อครึ่งครับ 

  • ครึ่งหนึ่งจะอยู่ในพื้นที่ซึ่งขณะนี้ยังถือว่ามีความปลอดภัยอยู่ และยังทำงานตามปกติ แต่อาจจะมีปัญหาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภายในอยู่บ้าง
  • แต่ว่าอีกครึ่งหนึ่งคือประมาณ ๑๐,๐๐๐ คนนี้ คือผู้ที่มีความเดือดร้อนและได้รับผลกระทบแน่นอนจากการสู้รบ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในตอนเหนือของประเทศลิเบีย
    • สถานะล่าสุดนะครับ ขณะนี้ใน ๑๐,๐๐๐ คนนี้เราได้ดำเนินการจนสามารถกลับมาประเทศไทยได้อย่างปลอดภัยแล้ว ๔,๐๐๐ กว่าคน
    • และอีกประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าคนขณะนี้ได้ไปอยู่ในที่ปลอดภัย เช่น จะเป็นที่อียิปต์หรือตูนีเซีย แล้วก็จะมีการดำเนินการดำเนินการทยอยนำคนเหล่านี้กลับมาสู่ประเทศไทย

เมื่อกลับมาแล้วนะครับนอกจากการดูแลในเรื่องของสิทธิที่พึงได้ตามกฎหมาย การมีค่ารถค่าราเพื่อจะกลับบ้าน ก็ขอเรียนว่าทางกระทรวงแรงงานจะมีการแยกแยะคนเหล่านี้ออกไป ไม่ว่าจะเป็น
     - กลุ่มซึ่งไม่ประสงค์จะกลับไปลิเบียอีกแล้ว และอาจจะกลับไปถิ่นฐานของตนเอง เพื่อจะช่วยที่จะให้ดูแลให้ได้ว่ามีงานทำ
     - อีกกลุ่มหนึ่งก็อาจจะเป็นกลุ่มซึ่งจะหางานอื่น
     - และมีกลุ่มที่ ๓ ซึ่งอาจจะรอคอยการเดินทางกลับไปยังประเทศอื่น ๆ
 เพราะฉะนั้นขณะนี้ทางกระทรวงแรงงานก็ยังเดินหน้าในการช่วยเหลือพี่น้องเหล่านี้กลับมา แล้วก็จะดูแลในเรื่องของโอกาสในการทำงานต่อไปครับ"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- เตรียมหารือ กกต.กำหนดยุบสภาฯ

...รัฐธรรมนูญจะประกาศในราชกิจนุเบกษาแล้ว เตรียมหารือ กกต.เพื่อกำหนดวันยุบสภาฯ

อภิสิทธิ์: "และในสัปดาห์หน้านี้
     -  เมื่อทางรัฐธรรมนูญขณะนี้ทรงลงพระปรมาภิไธย และจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
     - ผมก็จะได้ไปหารือกับทางคณะกรรมการการเลือกตั้งครับว่า การเตรียมการในส่วนของ กกต. เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้ง จะต้องมีขั้นตอนเวลาเท่าไรอย่างไร
เพื่อที่จะได้สามารถกำหนดวันที่จะยุบสภาฯ แล้วก็มีการเลือกตั้งต่อไปได้ในอนาคต"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ราคาประกันข้าวปรับขึ้นตามต้นทุน ปลายปีจะเริ่มประกันดินฟ้าอากาศ

...ประกันราคาข้าวเพิ่มตามสัดส่วนต้นทุนที่สูงขึ้น นัดประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติหาข้อยุติ

อภิสิทธิ์: "อย่างที่ผมได้พูดไปหลายครั้งในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาก็คือว่า ถ้าหากว่าต้นทุนต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาของสินค้าในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอยู่ตลอดเวลา คงเป็นไปไม่ได้หรอกครับที่เราจะไปควบคุมหรือตรึงราคาสินค้าต่าง ๆ ไว้ได้ตลอดเวลา นั่นหมายความว่าแนวทางของการที่จะต้องช่วยเหลือพี่น้องประชาชนก็คือ ทำอย่างไรเราจะสามารถเพิ่มรายได้ให้แก่พี่น้องประชาชนด้วย มีพี่น้องประชาชนกลุ่มหนึ่งครับซึ่งขณะนี้ก็จะมาเรียกร้องในเรื่องของรายได้ที่จะเพิ่มขึ้น นั่นก็คือกรณีของพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือชาวนาที่ปลูกข้าว ว่าหลังจากที่เราได้ทำโครงการประกันรายได้เกษตรกร และกำหนดราคาประกันข้าวออกไปนี้ หลังจากนั้นมาต้นทุนในการทำการเกษตรเพิ่มสูงขึ้น เพราะฉะนั้นในวันพรุ่งนี้ครับ ผมได้มีการนัดประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติครับ

  • โดยให้ทางกระทรวงเกษตรฯ ทำตัวเลขมาครับว่าต้นทุนนี้เพิ่มขึ้นไปมากน้อยแค่ไหน และ
    • ขณะนี้เบื้องต้นที่ได้ตัวเลขกลับมานี้ ต้นทุนขึ้นไปจริง ๆ เพราะฉะนั้นก็จะมีการปรับขึ้นราคาประกันข้าว ราคาประกันของข้าวนี้ให้เป็นไปตามสัดส่วนของต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
  • ขณะเดียวกันครับก็จะดูด้วยว่าข้อเรียกร้องอื่นของพี่น้องเกษตรกร เช่น จำนวนปริมาณที่จะมีการรับประกัน ซึ่งเดิมจำกัดเอาไว้ที่ ๒๕ กิโลฯ ก็จะเพิ่มเป็น ๔๐ หรือไม่อย่างไรอย่างนี้เป็นต้นครับ

ซึ่งจะเป็นเรื่องที่พรุ่งนี้จะได้ข้อยุติในคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติครับ"

...อภิสิทธิ์ : " ผมถึงต้องปรับ สมัยก่อนที่เขาใช้ระบบจำนำข้าว ชาวนาที่ปลูกข้าว แล้วกินข้าวที่ตัวเองปลูก ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยจากนโยบายแบบนั้น เพราะไม่ได้ไปขาย ไม่ได้ไปจำนำ แต่ตอนนี้พอเราประกันรายได้เกษตรกร ขอให้ปลูกแล้วช่วย ถึงแม้ว่าปลูกเอง มาขึ้นทะเบียนให้เรียบร้อย จะไปขายแล้วเก็บส่วนหนึ่งไว้ทานเอง เราสนับสนุนให้ประกันรายได้ทั้งหมด เราพยายามที่จะหาวิธีการเปลี่ยนนโยบายต่าง ๆ ที่จะมาช่วยประชาชนให้ครอบคลุมให้ตรงจุดมากขึ้น "

ผู้ดำเนินรายการ : " เรื่องของพืชผลการเกษตร ตอนนี้มีเรื่องของยางพาราที่ราคาขึ้น มีหอม กระเทียมราคาขึ้น แต่มีความแตกต่างของกะหล่ำปลี เมื่อคืนผมอ่านข่าว ชาวบ้านขนกะหล่ำปลีมาเทอยู่ที่หน้าศาลากลางจังหวัดน่าน ๘๐ สตางค์ต่อกิโลกรัม "

อภิสิทธิ์ : " คือทั้งหมดอยู่ที่สภาพความเป็นจริง ว่าผลผลิตออกมาเท่าไร ความต้องการมีเท่าไร เวลาผลผลิตเยอะ ๆ ราคาตก เวลาขาดของก็แพง เป็นธรรมชาติของกลไกตรงนี้ เราต้องพยายามให้มันไม่หวือหวามากเกินไป แล้วตอนนี้ถ้าเป็นพืชหลัก ๆ ตอนนี้ไปได้ คือมีประกันรายได้ ข้าวยังมีปัญหานิดหน่อย เพราะบ่นว่าต้นทุนเพิ่ม ยังไม่ได้เพิ่มราคาประกันให้ เดี๋ยววันพรุ่งนี้ดูแลให้ มันสำปะหลัง ข้าวโพด ตอนนี้โอเค ไม่มีปัญหาเลย ตอนนี้มีประกันรายได้แต่ไม่ต้องจ่ายเลย เพราะว่าราคาจริงสูงกว่า ยางพารา ตอนผมมาเป็นนายกรัฐมนตรี ๓๐ บาท ตอนนี้เกือบ ๒๐๐ ปาล์มไม่ต้องพูดถึง ก็ขึ้น มันจะมีทั้งที่ขึ้น แล้วมีตัวที่เป็นปัญหา แต่ว่าพวกผัก ผลไม้ เราทำโครงการ เราแทรกแซงยาก เพราะว่าออกมาเร็ว เน่าเสียง่าย ไม่สามารถทำให้เราเข้าไปดูแลได้ตลอดเวลา แต่เราพยายาม อย่างตอนนี้เรื่องของผัก ผลไม้ เราจะใช้วิธีว่า ถ้ามารอส่วนกลาง กว่าจะรอประเมินดูตัวเลขราคา ไม่ทันการณ์ วิธีคือต้องพยายามนำเงินไปฝากไว้ตามท้องถิ่น อบจ. อบต. เทศบาล ถ้าจำเป็นต้องแทรกแซง ให้เขาทำไปได้เลย มีแนวคิดเป็นอย่างนั้น "

ผู้ดำเนินรายการ : " แต่ว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุหรือไม่ เพราะว่าปลูกล้น ๆ แล้วแทรกแซงไป ทำไมไม่บริหารจัดการตั้งแต่แรกว่า ที่นี้ปลูกเท่านี้ เท่านั้น "

อภิสิทธิ์ : " เราพูดได้ แต่เราบังคับไม่ได้ ผมยกตัวอย่างว่า เวลาหน้าแล้งมาทุกปี เราจะมีปัญหา เราจะขอร้องชาวนาว่า น้ำไม่พอนะ ทำนาปรัง ทีนี้เวลาเราขอร้องอย่างนั้น เราบอกได้ แต่ว่าเราทำได้หรือไม่ เช่น สมมติว่าเขาอยู่ในพื้นที่ชลประทาน เราบอกเขาว่าปีนี้เราไม่มีน้ำปล่อยให้เขา "

ผู้ดำเนินรายการ : " แต่ว่ายังอยากให้น้ำไหลอยู่ "

อภิสิทธิ์ : " ไม่ อย่าไปทำ พอเขาปลูก มันแล้งจะตาย เขาบอกว่าขอปล่อยน้ำให้เขาได้ไหม เราก็ต้องปล่อย จะเป็นอย่างนี้นะส่วนใหญ่ จะมาบอกว่าตกลงกันแล้วนะ ยาก แถมบางทีมีการเปรียบเทียบอีก คือคนร่วมมือเลยไม่มีรายได้ คนไม่ร่วมมือปลูก "

ผู้ดำเนินรายการ : " ใช่ "

อภิสิทธิ์ : " เป็นปัญหาที่ยาก เพราะฉะนั้นผมก็พยายามที่จะหาทางดูแลว่าจะทำอย่างไร ต่อไประบบประกันรายได้เป็นส่วนที่เราจะใช้ อย่างตอนนี้เราจะไม่ยอมที่ประกันรายได้ข้าวที่คุณภาพต่ำ ประเภทที่ปลูกแล้ว เร็วอายุสั้น ปีหนึ่ง ๓ รอบ ๒ ปี ๗ รอบจะทำให้ข้าวไทยคุณภาพต่ำลง ผลกระทบต่อดินไม่ดี อย่างนี้เราจะบอกว่าไม่ประกันรายได้ให้ เราจะใช้ตัวนี้ส่งเป็นสัญญาณ ต่อไปเราอาจจะทำเป็นพื้นที่ ๆ มากขึ้น ปลายปีนี้ถ้าผมได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีก ได้หรือไม่ก็ไม่รู้ ปลายปีนี้ตั้งใจไว้ว่าจะเริ่มทำเรื่องประกันดินฟ้าอากาศ "

ผู้ดำเนินรายการ : " เป็นยังไง ตอนนี้ฝนฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลง "

อภิสิทธิ์ : " หมายความว่า ถ้าสมมติว่าแล้งหรือน้ำท่วม แล้วมาขึ้นทะเบียนไว้ ซื้อประกัน เราจะจ่าย จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้ คือว่าเอาเป็นระบบประกัน ผมยกตัวอย่างว่า ปัจจุบันถ้าสมมติว่าแล้งหรือน้ำท่วม เขาจะชดเชยไร่ละ ๖๐๐ บาท เราจะบอกว่า ใครไม่อยากจะเสียเบี้ยประกัน ก็รับ ๖๐๐ แต่ถ้าจ่ายเบี้ยประกันได้ ๒,๐๐๐ เหมือนตอนน้ำท่วมที่เราทำเป็นกรณีพิเศษ อย่างนี้ให้เกษตรกรเลือกเอา แต่ถ้าเกิดจ่าย ๑๐๐ บาทแล้วมันไม่แล้งไม่ท่วม ก็ต้องเสีย ๑๐๐ บาทไปเหมือนเราซื้อประกัน ระบบอย่างนี้จะทำให้เราเริ่มที่จะบริหารเรื่องพวกนี้ได้ดีขึ้น โดยที่ว่าไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะมาอยู่ที่ว่างบประมาณจ่ายออกไปอย่างเดียว

...ผู้ดำเนินรายการ : " อันนี้สด ๆ ร้อน ๆ เพราะเมื่อคืนผมจัดรายการวิทยุ แม่ค้าขายผลไม้ ผลไม้แพง ขึ้นทุกอย่าง รับมาแพง แต่ไม่กล้าขายแพงกลัวลูกค้าหนี เดี๋ยวนี้ลูกค้านับลูกซื้อกันแล้ว จะทำอย่างไรให้ของในตลาดถูกลง "

อภิสิทธิ์ :
"เรื่องผัก ผลไม้ต่าง ๆ มันตามฤดูกาล ตามปัญหาต่าง ๆ อย่างที่บอกว่า พอถูกก็เจอปัญหากับชาวสวน เราพยายามที่จะดู หาความสมดุลอย่างไร อย่างที่บอกว่า ปลายทางสุดท้ายกลับมาเรื่องเดิม ต้องเพิ่มเงินคนในกระเป๋าให้ได้ "

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ประกันสังคมจ่าย ๗๐ รัฐช่วย ๓๐ เริ่ม ๑ พ.ค.+ เรียนฟรี

...
อภิสิทธิ์ :
" แล้ววันข้างหน้าก็จะต้องคิดถึงเรื่องหลักประกัน อย่างตอนนี้ที่ทำนโยบายว่าจะให้คนเข้าประกันสังคมได้ ไม่รู้สนใจหรือเปล่าก็ไม่รู้ ที่บอกว่าจ่าย ๗๐ บาท รัฐเพิ่มให้ ๓๐ บาท เป็นเดือนละ ๑๐๐ บาท หรือจ่ายเดือนละ ๑๐๐ บาท รัฐเพิ่มให้ ๕๐ บาท เป็น ๑๕๐ บาท ต่างกันก็คือถ้าจ่าย ๗๐ บาท จะได้สิทธิเงินทดแทนรายได้เวลาเจ็บป่วย เกิดอันตราย ทุพพลภาพถึงชีวิต แต่ว่าถ้าจ่าย ๑๐๐ บาท จะได้เรื่องบำเหน็จชราภาพ "

ผู้ดำเนินรายการ : " ถามพี่อัมพรเลยดีกว่า พี่อัมพรสนใจไหมถ้าระบบนี้มีการทำขึ้นมาจริง ๆ "

อัมพร แสงสุวรรณ : " สนใจค่ะ เพราะว่าเอานโยบายเขามาดูแล้ว ชอบแบบ ๑๐๐ บาท "

อภิสิทธิ์ : " ต้องดูกำลังก่อนว่าไหวหรือเปล่า สมัยก่อนมัน ๒๘๐ บาท ไม่มีใครเข้าเลย เพราะว่าไม่มีกำลังส่ง ๒๘๐ บาท/เดือน แต่ก่อนนี้ให้จ่ายเป็นปียิ่งหนักเข้าไปใหญ่ ต้องจ่าย ๓,๐๐๐ กว่าบาท นี่เราก็พยายามไปพูดคุย และก็ปรับลงมา ก็ต้องให้พิจารณาดูสิทธิประโยชน์ พูดตรง ๆ เราคิดว่าน่าจะสมเหตุสมผล ลองดูคิดว่าน่าจะเริ่มต้นวันที่ ๑ พฤษภาคม น่าจะมีคนเข้าสัก ๔๐๐,๐๐๐ คน "

ผู้ดำเนินรายการ : " ไม่รู้รวมที่นี่ด้วยหรือเปล่า "

อัมพร แสงสุวรรณ : " เข้าคนเดียว "

ผู้ดำเนินรายการ : " คุณยายได้เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ คุณพี่เข้าประกันสังคม"

อัมพร แสงสุวรรณ : " หลาน ๆ ก็เรียนฟรีอยู่ "

ผู้ดำเนินรายการ : " เรียนฟรีนี่เรียนฟรีแค่ไหน เล่าต้องเล่า"

อภิสิทธิ์ : " เพราะส่วนใหญ่เขาก็จะบอกว่าโดนเก็บเงินอยู่อีก ค่าอะไรบ้าง "

อัมพร แสงสุวรรณ : " ก็มีค่าสมุด ค่าอะไรแบบนี้ก็จะเก็บอยู่เรื่อย แล้วก็หนังสือไม่พอก็จะต้องให้ซื้อ "

อภิสิทธิ์ :
" ก็เงินที่ส่งให้ซื้อเป็นเงินค่าอุปกรณ์ ค่าตำรายังไม่พอใช่ไหม ยังขาดอยู่ ชุดนักเรียนปีหนึ่งได้กี่ชุด "

อัมพร แสงสุวรรณ : " ๑ ชุด บางทีก็ไม่ได้ใส่ หลานตัวโต "

ผู้ดำเนินรายการ : " จะมีแบบโครงการเอาไปเปลี่ยนได้ไหมคะ"

อภิสิทธิ์ : "  ไม่หรอกครับ เงินที่เราให้ก็เป็นเงินค่าอุปกรณ์ ค่าตำราเรียน เครื่องแบบนักเรียน แค่ว่าการบริการจัดการแบบนี้ละครับ ต้องเล่าให้ฟัง เราก็จะต้องมาติดตามหลายเรื่อง พอลงมารายละเอียดก็จะมีปัญหาอย่างนี้ "

ผู้ดำเนินรายการ : " นี่คือแผนระยะยาว เพราะหลายคนบอกว่า พอไปปิดตรงนี้ อุดตรงนี้ ตรงนี้โปร่ง มันไม่จบสักที "

ผู้ดำเนินรายการ : "คุณยายครับ ผมสงสัยอยู่เรื่องหนึ่ง คุณยายยิ้มได้ไหมครับ คุณยายยังฟันดำอยู่ แสดงว่ายังกินหมากอยู่ คือมันจะพ้องกับคำที่ว่า ข้าวยากหมากแพงหรือไม่ ตอนนี้หมากเป็นอย่างไร"

คุณยาย : " หมากแห้ง ๔๕๐ "

ผู้ดำเนินรายการ : " กิโลละ "

คุณยาย : " กิโลละ "

ผู้ดำเนินรายการ : "แล้วแต่เดิมเราเสียเท่าไหร่ "

คุณยาย : " ๒๐-๓๐ บาท ก็กินได้ "

ผู้ดำเนินรายการ : " เมื่อกี่ปีก่อน "

คุณยาย : " เมื่อไม่กี่ปีมานี้ "

ผู้ดำเนินรายการ : " ขึ้นขนาดนั้นเลยหรอ "

คุณยาย : " เพิ่งมาแพงเข้า ๒ ปีนี้ แต่ปีนี้แพงมากที่สุด "

ผู้ดำเนินรายการ : " นี่คือหมากแห้ง แล้วหมากสดลูกละเท่าไหร่ "

คุณยาย : " หมากสดลูกละ ๗.๕๐ บาท "

ผู้ดำเนินรายการ : " แล้วเมื่อก่อนเท่าไหร่ "

คุณยาย : " ลูกละบาท ลูกละสลึง "

ผู้ดำเนินรายการ : " ขึ้นมา ๗ เท่า แล้วพลู "

คุณยาย : " พลูเอาน้ำ ใบขายแล้ว "

ผู้ดำเนินรายการ : " ใบขายแล้วครับท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าเกิดมีคนบอกว่า ยุคนี้เป็นยุคข้าวยากหมากแพง ท่านนายกรัฐมนตรีว่าเป็นจริงไหม "

อภิสิทธิ์ :
" ผมบอกแล้วว่า ปัญหาของแพง เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริง แล้วเกิดขึ้นทั่วโลกขณะนี้ ทุกคนวิตกกังวลมาก เพราะว่าเรื่องของราคาอาหารเดี๋ยวนี้ ไปสัมพันธ์กับเรื่องราคาน้ำมัน "

คุณยาย : "ของเดี๋ยวนี้ไม่ได้ขึ้นที ๑-๒ บาท ขึ้นที ๕-๑๐ บาท "

อภิสิทธิ์ : " นี่แหละที่เรากังวลอยู่ ตอนนี้มีสินค้าบางตัวที่เราจะทำในเชิงโครงสร้างมากขึ้น คือเรื่องไก่ เรื่องหมู เพราะพวกนี้ไปพันกับเรื่องของอาหารสัตว์ ตอนนี้ตามแผนปฏิรูป เรากำลังไปไล่ดูโครงสร้างต้นทุน แล้วส่งเสริมให้รายย่อย มีโอกาสมีทางเลือกมากขึ้น เพื่อลดต้นทุนของพวกนี้ลงมา แล้วระบบการกำกับดูแลเรื่องไข่ เรื่องไก่ เรื่องหมู อะไรต่าง ๆ ได้มีการปรับระบบให้สมดุลมากขึ้น ให้มีฝ่ายต่าง ๆ เข้าไปร่วมมากขึ้น "

ผู้ดำเนินรายการ : "มีคนเคยบ่นว่า อย่างกรณีของสัตว์ เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงไก่ คนที่บ่นเก่ง ๆ ปรากฏว่าเป็นผู้ค้าอาหารสัตว์ คนที่บอกว่าปลูกข้าว คนที่โดนปรากฏว่าเป็นคนขายปุ๋ย อันนี้ทำไมถึงเป็นแบบนั้น "

อภิสิทธิ์ : " นี่แหละที่ผมบอกว่า เรากำลังไปดูในเชิงโครงสร้างปัจจัยการผลิต เพราะว่าอย่างเกษตรกรรายย่อย เขาบอกว่า ต้นทุนเขาสูง เขาไม่ค่อยมีทางเลือก เขาต้องไปซื้อปัจจัยการผลิตจากเจ้านั้นเจ้านี้ ถ้าเราไล่สามารถทำให้ตรงนี้มีการแข่งขันมากขึ้น จะลดกำไรตรงนี้ลงได้ "

ผู้ดำเนินรายการ : " ไม่เป็นการผูกขาด "

อภิสิทธิ์ : " ไม่เป็นการผูกขาด เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา เลยทำให้บางคนบอกว่าไปทำแต่เรื่องไข่ชั่งกิโล แต่ความจริงไม่ใช่เลย เป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่มีการพูดขึ้นมาว่า ตรงนี้ถ้าเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนได้ ก็เพิ่มทางเลือกไป แต่ที่จะไปดูตลอดทางที่กำลังทำอยู่คือเรื่องนี้ ไปลดโครงสร้างการผูกขาด ไปดูต้นทุน ไปดูตั้งแต่เรื่องอาหารสัตว์ พันธุ์สัตว์ และเรื่องอื่น ๆ "

ผู้ดำเนินรายการ : " ถ้าพูดให้ตรงๆ ต่อจากนี้ไป เราอาจไม่ได้เจอของถูกอีกต่อไปแล้วหรือไม่ "

อภิสิทธิ์ : " ถามคุณยายสิครับ อยู่มา ๗๐ กว่าปี เคยเห็นของลงบ้างไหม "

คุณยาย : " ขึ้น ๆ ลง ๆ "

อภิสิทธิ์ :
" ไม่ค่อยลงครับ มันขึ้น ๆ "

ผู้ดำเนินรายการ : " คุณยายเล่าให้ฟังได้ไหมว่า สมัยก่อนเราอยู่กินกันยังไง ซื้อของอย่างไร กับข้าวเราต้องซื้อตลอด หรือว่าหาตามท้องทุ่งยังไงก็ได้ "

คุณยาย : " แต่ก่อนอยู่ท้องนา ทำนากินเอง แล้วเรื่องผักเรื่องปลา ไม่ต้องซื้อ จะซื้อน้ำมันหมูอย่างเดียว "

ผู้ดำเนินรายการ : " ปลูกกินเองได้หมด กุ้งก็ช้อนจากคลองทั้งหมด "

คุณยาย : " กุ้ง ปลา หากินเองได้ตลอด แม้แต่กบ ปลาไหล นก หมู ไม่ต้องซื้อ "

ผู้ดำเนินรายการ : " แล้วเดี๋ยวนี้ซื้อหมดทุกอย่าง "

คุณยาย : " ทุกอย่าง ขยับไม่ได้เลย "

อภิสิทธิ์ : "  อย่าว่าแต่คุณยายที่ถือว่าอยู่ในเมืองแล้วนะ เมื่อก่อนอาจจะเป็นทุ่งอยู่ ประชาชนที่เป็นชาวนา ปลูกข้าวเดี๋ยวนี้ต้องซื้อข้าวแพง "

คุณยาย : " เรียกว่าไม่เคยรู้ว่ากินข้าวสารเดือนละเท่าไหร่ "

ผู้ดำเนินรายการ : " ทีนี้นโยบายหลัก ๆ "

ผู้ดำเนินรายการ : " ทีนี้ผมย้อนกลับมาที่ครอบครัวนี้ ถามคุณพี่ครับว่า คนที่ทำรายได้หลัก ๆ ของบ้านนี้มีกี่คน "

อัมพร : " ๒ คน คือ ลูกชายและลูกสะใภ้ "

ผู้ดำเนินรายการ : " รวมกันแล้ว ๒ คน เงินในกระเป๋าใหญ่ที่สุดได้กี่บาท "

อัมพร : " ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท "

ผู้ดำเนินรายการ : " ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท พอไหม "

อัมพร : " พอ "

ผู้ดำเนินรายการ : " ยังมีอะไรต้องขาด ต้องประหยัดอย่างไรบ้าง วิธีการใช้จ่าย "

อัมพร : " ต้องประหยัดสุด ๆ กับข้าวเดี๋ยวนี้ซื้อแกงเป็นถุง "

ผู้ดำเนินรายการ : " กับข้าวเดี๋ยวนี้ถุงเท่าไร "

อัมพร : " ๒๕ บาท "

ผู้ดำเนินรายการ : " แล้วพอเพิ่มเสร็จ ทั้งเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ ทั้งเพิ่มเงินเดือนข้าราชการ สินค้าขึ้นไปรอแล้ว "

อภิสิทธิ์ : "เราต้องบอกอย่างนี้ว่า ถ้าจะฉกฉวยกันแบบนั้น แล้วมันไม่ได้เป็นต้นทุนจริง มันจะต้องมีคนมาขายตัดราคาได้ ถ้าไม่อย่างนั้นกลายเป็นว่า พอของแพง พอผมจะขึ้นเงินเดือน มาบอกผมว่า ไม่ให้ขึ้น จริง ๆ แล้ว คนที่ไม่ให้ขึ้นเดือดร้อนอยู่แล้ว "

คุณยาย : " บอกว่าจะขึ้น แต่ของขึ้นไปก่อนเลย "

ผู้ดำเนินรายการ : " พ่อค้าขายปาท่องโก๋ เขาบอกว่า น้ำมันปี๊บเมื่อไรราคาจะลง เมื่อก่อนปี๊บหนึ่ง ๑๓ กิโล ๕๐๐ กว่าบาท ตอนนี้ ๘๘๐ ขึ้นมา ๒๒๐ บาท "

อภิสิทธิ์ : "ผมอยากจะย้ำอีกครั้งว่าขณะนี้เราทำนโยบาย ของที่ออกมาจะมีพอ ท่านอย่าตื่นตระหนก เพราะถ้าท่านตื่นตระหนก แล้วท่านไปซื้อเก็บไว้ ของจะขาด แล้วอย่าไปเชื่อคนที่พยายามจะกักตุน แล้วไปขายแพง บอกว่าไม่มีแล้ว มีแต่ราคาลง ใจแข็งไว้ ของกำลังออกมาแน่นอน "

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- มุมอภิสิทธิ์: เหนื่อยไหมที่มาเป็นนายกฯ
...ผู้ดำเนินรายการ : " มีคำถามจาก facebook ด้วย ก่อนมาจัดรายการผมบอกว่า พรุ่งนี้ผมสัมภาษณ์นายกฯ มีอะไรจะฝากถามบ้าง ถามมาว่า เมื่อไรของจะถูก อยากรู้ว่าเมื่อไรของจะถูกลง อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีปลอมตัวมาจ่ายตลาดบ้าง จะได้รู้ว่าสินค้าราคาแพง "

อภิสิทธิ์ :
"ผมได้บอกไปแล้วว่า ผมยอมรับเลยว่า ตอนนี้ของแพง อะไรที่เรายันไว้ได้ เราก็จะยันไว้ ของที่ไม่ขึ้นคนจะไม่พูดเป็นธรรมดา เรายันไว้ แต่อย่างที่ผมบอก ผมดูแล้วสภาพธรรมชาติของมัน เราไปไล่ตาม ไล่เท่าไรก็ไม่หมด เราต้องมีทางขึ้นรายได้ เพิ่มรายได้ให้คน "

ผู้ดำเนินรายการ : "คำถามที่บอกว่าหนักใจมีหลายข้อมาก เช่น ถามว่าบางคนอาจจะมองว่ารัฐบาลทำงานช้า บางคนบอกว่ารัฐบาลไม่สามารถทำตามสัญญาที่ให้กับประชาชนได้ บางคนบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีพูดได้ แต่ว่าทำได้จริงอย่างที่พูดหรือไม่ บางคนบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ใช่เทวดา จะได้เสกได้ทุกอย่าง บางคนเห็นใจท่านนายกรัฐมนตรีมาบอกว่า ท่านเครียดไหม เหนื่อยไหม ที่มาเป็นท่านนายกรัฐมนตรีในสถานการณ์แบบนี้ "

อภิสิทธิ์ : " ไม่หรอกครับ คือผมย้ำทุกครั้งว่า ไม่มีใครบังคับให้ผมมาเป็น ผมอาสาตัวมา มีปัญหาผมมีหน้าที่แก้ไข แต่ผมยืนยันว่า สิ่งที่เคยพูดว่าจะทำนั้น ทำทั้งสิ้น เรื่องโครงการเรียนฟรี เรื่องเบี้ยผู้สูงอายุ เรื่อง อสม. ประกันรายได้เกษตรกร แต่ถามว่าพอใจหมดไหม ไม่พอใจ มีปัญหาอีกมากมาย วันนี้ไม่ได้คุยกัน

  • ที่ยังไม่พอใจมียาเสพติด ปัญหาการทุจริต ยังไม่พอใจ ต้องปรับปรุงการทำงาน บางเรื่องช้าไหม เร็วไหม แล้วแต่มุมมอง แต่มันธรรมดา คนทำงานมันจะมีบทเศร้าก็ต้องมี ทุกคนที่พูดมาก็ถูกหมด บอกว่าบางเรื่องในสุดทำไม่ได้ อย่างที่อยากจะทำ บางเรื่องช้า แล้วไม่ใช่เทวดา พูดถูกแน่ ก็ธรรมดา ผมมีหน้าที่แก้ไขไป และมั่นใจว่าทุกปัญหา ถ้าเรารับรู้ รับทราบ เราเดินหน้าแก้ไข ผมยืนยันว่า ผมไม่มีผลประโยชน์อื่น ๆ ผมทำให้ดีที่สุด แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน "

ผู้ดำเนินรายการ :   " ณ เวลานี้ ท่านยังเหลืออะไรอีก ที่ยังคาใจ และยังไม่ได้ช่วยเหลือประชาชนเรื่องของปากท้อง "

อภิสิทธิ์ : " ถามว่าคาใจอะไร ยังอีกมากมาย ที่จริงผมพยายามพูดมาวันนี้ทั้งหมดเรื่องของการเพิ่มรายได้ให้ประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องหลัก ผมมองว่าต่อไปนี้ เราต้องพยายามช่วยกันคิดว่า คือถ้าเทียบกันจริง ๆ คือหลายคนจะพูดอย่างนี้ อันนี้ของแพง น้ำมันแพง น้ำตาลแพง เชื่อไหมว่าประเทศอื่น ๆ รอบบ้านเรา ของพวกนี้หนักกว่าเรา แพงกว่าเราทั้งนั้น แต่ประเทศที่เจริญแล้ว ของเขาแพงกว่าเรา แต่คนเขารายได้มากกว่าเรา "

ผู้ดำเนินรายการ :   "เขามีอำนาจซื้อ ไปในทิศทางเดียวกัน "

ผู้ดำเนินรายการ : "  เพราะว่าพันกันไปหมดเลย "

อภิสิทธิ์ : "ตรงนี้แหละที่บอกว่า 2 ปีที่ผ่านมา เราเจอวิกฤตมากมาย ผมขอบคุณประชาชนว่า เราช่วยกันฟันฝ่ามาได้มาก 2 ปีหลายเรื่องเลย ส่วนเรื่องประเทศจะอยู่ขั้นวิกฤต โคม่า ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง ผ่านมาได้ แต่วันนี้ปัญหาพี่น้องประชาชนมากมาย เรื่องรายได้ไม่พอรายจ่าย "

ผู้ดำเนินรายการ : " ท่านคาใจแล้ว แต่ต้องบอกว่าวันนี้ที่เรามาอยู่ในชุมชนอุทิศอนุสรณ์ เป็นอีกบรรยากาศหนึ่ง ที่ท่านนายกฯ อาจจะได้เข้ามาถึงบุกครัวเลย ได้มาสัมผัสชีวิตของประชาชนจริง ๆ เลย ถามถึงเรื่องไข่ เรื่องน้ำมัน แต่อีกมุมหนึ่งเราจะได้เห็นภาพการทำงานของรัฐบาลที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น คือ โครงการไทยเข้มแข็ง เอามาสร้างบ้านใช่ไหม โครงการบ้านของเขา "

อภิสิทธิ์ :   " ตรงนี้มีหลายเรื่องที่เข้ามาทำ มีเรื่องบ้านมั่นคง เรื่องของการเพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้าน รู้สึกว่าทำไปได้มาก การสนับสนุนการลงตัวของชุมชนในการแก้ปัญหาต่าง ๆ

ผู้ดำเนินรายการ : " ถ้าอย่างนั้นคงต้องบอกว่า รบกวนลาช่วงนี้ไปก่อน ถ้าเกิดมีโอกาส มีเวลาคงจะได้คุยถึงเรื่องของชุมชนไทยเข้มแข็ง บ้านมั่นคง ที่เราทำกันอยู่ตรงนี้ ที่เรานั่งกันอยู่ ณ ตรงนี้ด้วย วันนี้ขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีเป็นอย่างสูงด้วย ที่ได้ให้เกียรติมาคุย "

อภิสิทธิ์ :  "ขอบคุณอาหารกลางวันด้วย "

ผู้ดำเนินรายการ : "  ยินดีครับ เป็นเกียรติอย่างสูง ขอบคุณคุณพี่ ขอบคุณคุณยายด้วย แล้วขอบพระคุณคุณผู้ชมที่ติดตามรับชมกันมาถึง ณ เวลานี้ นี่คือทั้งหมดของรายการเชื่อมั่นประเทศกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ประจำสัปดาห์นี้ "

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ตามข่าว: เมษาขึ้นเงินเดือนข้าราชการ งบกลางปีผ่านสภาฯ ผู้แทนยูเนสโกเห็นร่วมลดตึงเครียด

...เมษายนจะปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ทำความเข้าใจภาคเอกชนปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ
อภิสิทธิ์:
"ผมขอเรียนครับว่านอกเหนือจากพี่น้องเกษตรกรแล้วแน่นอนใน
     - เดือนเมษายนในส่วนของภาคราชการ ก็จะมีการปรับขึ้นเงินเดือนครับ และ
     - ขณะนี้ผมก็คิดว่าพยายามที่จะทำความเข้าใจกับภาคเอกชนเช่นเดียวกัน ว่าค่าแรงขั้นต่ำคงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับขึ้นอีกเช่นเดียวกัน
เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนนั้นมีรายได้เพียงพอที่จะต่อสู้กับปัญหาข้าวของแพง ซึ่งปรากฏอยู่และประสบกันอยู่ถ้วนหน้าในปัจจุบัน"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>

...งบกลางปีผ่านสภาฯ ต่อไปรอผ่านวุฒิสภา
อภิสิทธิ์: "สำหรับการทำงานในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านในส่วนอื่น ๆ ก็ขอขอบคุณทางสภาผู้แทนราษฎรครับ ที่ขณะนี้ได้ผ่านงบประมาณกลางปี ซึ่งผมได้เคยเรียนให้ทราบแล้วว่าเป็นงบที่จะมี
     - ส่วนใหญ่ก็คือไปใช้หนี้
     - อีกส่วนหนึ่งก็คือเป็นเงินสำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ
     - และอีกส่วนหนึ่งก็คือไปฟื้นฟูบูรณะโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
ก็ขอความร่วมมือจากทางวุฒิสภาในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ เพื่อเร่งผ่านงบประมาณตัวนี้ออกมา ส่วนสัปดาห์หลังจากนั้นจะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นี่เป็นการคาดการณ์ขึ้นอยู่กับท่านประธานรัฐสภา เพื่อที่จะให้มีการตรวจสอบตามระบบรัฐสภาต่อไป"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>

...ยูเนสโกเห็นร่วมมรดกโลกเป็นเหตุตึงเครียด นำข้อเสนอแจ้งทุกฝ่ายทราบ เพื่อให้มีแผนตรงกัน
อภิสิทธิ์: "สุดท้ายนะครับขอเรียนครับว่าสัปดาห์ที่แล้ว ทางผู้แทนพิเศษของยูเนสโกก็กลับมาพบผมอีกครั้งหนึ่ง และ

  • ยังยืนยันในจุดยืนที่ขณะนี้น่าจะเห็นร่วมกันว่าจะต้องลดความตึงเครียดและความกดดันที่เกิดขึ้นจากปัญหาการเสนอแผนบริหารจัดการมรดกโลกของพระวิหาร
  • และได้เดินทางกลับไปที่ฝรั่งเศสครับ แล้วก็จะนำเอาข้อเสนอจากผู้อำนวยการของยูเนสโก แจ้งให้กับทุกฝ่ายทราบ เพื่อที่จะว่าจะได้มีแผนตรงกันในการที่จะลดปัญหาความตึงเครียดหรือปัญหาที่เกี่ยวข้องกับปราสาทพระวิหาร และพื้นที่รอบ ๆ ซึ่งที่ผ่านมานี้ทำให้เกิดการปะทะกัน"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน // ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

จากรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เวลา ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐น.

คลิ๊ก เพื่ออ่านคำต่อคำ

คลิ๊ก เพื่อชมคลิป VDO แก้ของแพง , ภาพรวม ปาล์ม น้ำตาล ราคาข้าว , มุมอภิสิทธิ์ ผมขอบทานเค็ม , ไม่มีใครบังคับ ผมขอมาทำเอง


(กลับไปด้านบน)