...อภิสิทธิ์ : "แต่ว่าวันนี้ที่คงจะต้องมาคุยกันเพราะว่าในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาคนอาจจะมองข้ามไปว่าเรามีภัยแล้งเกิดขึ้นอยู่ ๔๗ จังหวัด ขณะนี้ที่ถือว่าประสบกับปัญหาภัยแล้งอยู่ อยากให้ท่านอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาได้ช่วยลองให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจว่าสถานการณ์ในปัจจุบันและต่อเนื่องไปจนถึงอนาคตโดยเฉพาะในปีนี้แนวโน้มจะเป็นอย่างไร เพราะว่าปีที่แล้ว ก็เหมือนกันครับเรามีน้ำท่วมใหญ่ปลายปี คนก็ลืมไปว่าก่อนหน้านั้นเรามีภัยแล้งค่อนข้างรุนแรงเทียบกันแล้วปีนี้แนวโน้มน่าจะเป็นอย่างไร"
อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา (นายต่อศักดิ์ วานิชขจร): "ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับ เอาจากเหตุการณ์น้ำท่วมทางใต้ก่อน ผมจะไล่จากภาคใต้ขึ้นมาภาคเหนือ
- ภาคใต้ของเราในขณะนี้ทั้งสองฝั่งถือว่าฝนปกติแล้ว จะเริ่มเข้าฤดูฝนโดยเริ่มจาก
- ภาคใต้ฝั่งตะวันตกหรือทางฝั่งอันดามันก่อนในช่วงของปลายเดือนเมษายน ส่วนทางด้านภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยหรือฝั่งตะวันออกนั้นจะขาดฝนหรือฝนตกน้อยไปจนถึงเดือนเกือบจะเดือนตุลาคม เพราะฉะนั้น
- ภาคใต้ฝั่งตะวันออกหรือฝั่งอ่าวไทยจะต้องเตรียมตัวเรื่องการบริหารจัดการน้ำให้ดีโดยเฉพาะเรื่องของการขาดน้ำหรือภัยแล้ง ส่วนด้านภาคใต้ฝั่งตะวันตกหรือฝั่งอันดามัน จะต้องเข้าสู่ฤดูฝนตามปกติของเขา แต่ว่าฝนก็ยังไม่น่าจะมากถึงขนาดเกิดอุทกภัยซ้ำขึ้นมาอีก
- จากนั้นจะมีฝนเคลื่อนขึ้นมาสู่ภาคกลางในเดือนพฤษภาคมและเคลื่อนเข้าสู่ภาคเหนือ โดยเฉพาะทางด้านตะวันตกของประเทศจะต้องมีฝนตกมากในช่วงของเดือนพฤษภาคม
ส่วนต่อจากนั้นในช่วงของมิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม จะมีช่วงที่เรียกว่าฝนทิ้งช่วงสามารถที่จะเกิดภัยแล้งขึ้นหลาย ๆ จังหวัด โดยเฉพาะตอนบนของประเทศทางภาคเหนือทางภาคอีสาน
- ซึ่งอีสานตอนนี้บางที่ค่อนข้างจะแล้งมาก ๆ ดังนั้นเราต้องเตรียมตัวรับมือ เพราะว่าฝนที่จะเข้ามาอีกช่วงหนึ่งนั้นจะเป็นช่วงของกันยายน อันนั้นต้องระมัดระวังเรื่องของอุทกภัยอีกครั้งหนึ่ง ส่วนช่วงนี้ถึงช่วงเดือนกันยายนจะต้องรับมือเรื่องภัยแล้ง ซึ่งฝนที่เข้ามานั้นจะมีบ้างแต่ไม่เพียงพอกับการเกษตร อันนี้ต้องเตรียมรับมือ "
...จัดสรรน้ำสำหรับนาปรัง ดีกว่าปีที่แล้ว กรมชลประทานก็พยายามจะบริหารจัดการตรงนี้ด้วยความระมัดระวัง
อภิสิทธิ์: "ท่านอธิบดีฯ และท่านอธิบดีกรมชลฯ ช่วยลองให้เห็นภาพนิดหนึ่งนะครับ ว่าเทียบกับปีที่แล้ว เทียบกับปีปกติระดับน้ำในอ่างตอนนี้เป็นอย่างไร การจัดสรรน้ำในเรื่องของนาปรังจะทำกันอย่างไรขณะนี้ "
อธิบดีกรมชลประทาน:" การจัดสรรน้ำสำหรับนาปรังที่ผ่านมานี้เราพยายามจะจัดสรรน้ำตามน้ำที่มีอยู่ ในช่วงที่เราเริ่มจัดสรรเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เรามีน้ำอยู่ ๓๑,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรโดยประมาณ
- เราได้จัดสรรให้สำหรับใช้ในช่วงปลูกฤดูแล้งประมาณ ๒๐,๑๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร
- โดยประมาณ ขณะนี้ใช้แล้วประมาณ ๑๘,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร
- มีน้ำเหลืออยู่ตอนนี้ประมาณ ๑,๖๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ๑,๖๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร
- จะใช้ไปอีกสักประมาณ ๑๓ วัน จะสิ้นฤดูแล้งแล้ว
คิดว่าการดำเนินการตรงนี้ที่เราผ่านมาก็จะเป็นไปตามแผน เพราะว่าเราโชคดีอย่างหนึ่งว่าช่วงที่ผ่านมานี้เราได้ฝนลงมาช่วย จะมีพื้นที่ที่ฝนน้อยก็ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือแถวนครพนม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธรและอำนาจเจริญ เท่านั้นเอง ถึงปัจจุบันนี้ถ้าเทียบกับปีที่แล้วเราจะมีน้ำมากกว่าปีที่แล้วประมาณ ๖๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่อย่างไรก็ตามในปริมาณน้ำที่มีมากกว่าปีที่แล้ว ๖๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ก็ต้องถือว่าน้อยมากเพราะว่า ๒-๓ ปีที่ผ่านมาเราใช้น้ำที่ต้นทุนที่เราเก็บสำรองไว้ไปตลอด แล้วจนปีที่แล้วเราไม่มีเลย ปีที่แล้วเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ ตอนปลายฤดูแล้งเรามีแค่ ๑,๗๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้นเอง ขณะนี้เราคาดการณ์ว่าถึงปลายฤดูแล้งแล้ว ณ วันที่ ๑ พฤษภาคม เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เราจะมีน้ำที่ใช้งานได้ประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งก็ดีกว่าปีที่แล้ว"
อภิสิทธิ์ :"ดีกว่าปีที่แล้ว แต่ก็ไม่ถือว่าดีมาก"
อธิบดีกรมชลประทาน:" แต่ก็ไม่ถือว่าดีมาก ต้องระวังครับ ต้องระวัง ขณะเดียวกันนี้ ที่ท่านอธิบดีกรมอุตุฯ พูดถึงเรื่องสภาพอากาศตรงนี้ละครับ ก็คงจะต้องระวังเรื่องนี้ด้วย และในลักษณะที่อากาศที่แปรผันอยู่ตลอดเวลาในช่วงปีนี้ที่ผ่านมา กรมชลประทานก็พยายามจะบริหารจัดการตรงนี้ด้วยความระมัดระวัง เราคงบริหารจัดการในภาพรวมไม่ได้ เราต้องบริหารจัดการในลักษณะเขื่อนใครเขื่อนมัน โดยดูสภาวะอากาศเป็นช่วง ๆ ไป "
อภิสิทธิ์:" เพราะเราต้องทำประชาคมแต่ละประชาคม นาปรังรอบสอง"
อธิบดีกรมชลประทาน:" นาปรังรอบสองเกินแผนครับ เกินแผน แต่โชคดี "
...แนวทางช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนควรทำอย่งไร
อภิสิทธิ์ :"ต้องพูดกันให้ชัด เพราะว่าตรงนี้จะเป็นปัญหาอยู่ตลอดเวลา ทีนี้สำหรับในแง่ของ ในส่วนของพี่น้องประชาชนหลายจังหวัดขณะนี้ที่ประสบกับปัญหาความเดือดร้อนจากภัยแล้ง ทาง ปภ. ทางกรมส่งเสริมฯ แนวทางการช่วยเหลือคืออะไร อย่างไร และพี่น้องประชาชนจะแนะนำอย่างไรครับในช่วงนี้ เพราะบางจังหวัดก็ประสบกับปัญหาที่รุนแรงมาก ในช่วงที่ผ่านมาก็อาจจะไม่ได้เป็นข่าวคราวมากนัก แต่ว่าเราก็รับทราบปัญหากันอยู่ "
ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย :"โดยใน ๔๗ จังหวัดที่มีการประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ภัยแล้ง โดยหลักการช่วยเหลือก็เหมือนกับภัยอื่น ๆ คือรัฐบาลเองจะมีระเบียบกระทรวงการคลังรองรับไว้ เพื่อมีเงินสำรองให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดในการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เบื้องต้นให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งในส่วนนี้ก็จะดูว่า
- ถ้าหากหมู่บ้านไหน ตำบลไหนขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค
- เบื้องต้นจะให้ทาง อ.บ.ต. หรือทางเทศบาลตำบลเข้าไปดูแลก่อน
- ในส่วนที่เกินกำลังจากนั้นท่านนายอำเภอจะเข้าไปหนุนช่วยให้ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดจะจัดสรรเงินบางส่วนให้นายอำเภอไปเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหา
- และถ้าเกินกำลังจากนั้นจะร้องขอมาที่จังหวัด อันนี้จะเป็นการช่วยเหลือเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค
ส่วนทางด้านการเกษตรนั้นเรื่องระยะเวลาของการเสียหายทางการเกษตร บางทีต้องอาศัยเวลาเหมือนกันนะครับ บางทีที่เราเห็นพืชใบเหลืองแล้วบางครั้งอาจจะยังไม่สูญเสีย ซึ่งทางเกษตรจะมีวิธีการในการประเมินอีกวิธีหนึ่งว่า เมื่อจะต้องดำเนินการชดเชย ช่วยเหลือจะมีการตั้งกรรมการออกไปดูในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ทีนี้
- ถ้าส่วนไหนที่สามารถใช้เงินทดรองราชการผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยเหลือได้ ก็จะดำเนินการช่วยเหลือ
- ส่วนที่เกินกำลังก็จะขอมาที่รัฐบาล อันนี้ก็เป็นหลักการปกติทั่วไป
แต่ในเรื่องของการน้ำอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ย้ำให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการแก้ไขปัญหา
- ก็คือจะเน้นย้ำว่าโดยเฉพาะในเขตชุมชนเมือง ทางการประปาจะเป็นแหล่งที่สำรองน้ำทั้งในเรื่องของ
- การแจกจ่ายในชุมชนเมือง
- และบริการสำหรับชุมชนอื่น ๆ ที่ขาดแคลนน้ำ
- การประปาส่วนภูมิภาคจะเป็นแม่ข่ายหลักอยู่ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ตอนนี้ก็ต้องดูว่า
- ต้นทุนน้ำที่เป็นน้ำดิบ ที่เป็นน้ำประปา จังหวัดที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
- เช่น ประจวบคีรีขันธ์ก็ต้องเข้าไปให้การช่วยเหลือ เพราะน้ำต้นทุนเหลือน้อยแล้ว
- ส่วนในพื้นที่ชนบท ประปาชนบท อันนี้ก็ทราบว่าหลายแหล่งน้ำเริ่มขาดแคลนแล้ว ต้องเอาน้ำรถน้ำเข้าไปแจกเสริม อันนี้คือเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค
ส่วนเรื่องเกี่ยวกับการเกษตร พืช สัตว์ต่าง ๆ จะให้ทางปศุสัตว์ ท่านผู้ว่าราชการฯ ได้มอบปศุสัตว์อำเภอหรือเกษตรอำเภอเป็นผู้เข้าไปช่วยดูแล ซึ่งจะเป็นหลักการที่ดำเนินการกันมาเป็นประจำทุกปี ขณะนี้จังหวัดที่น่าจะต้องดูแลติดตามอย่างใกล้ชิดคือประจวบคีรีขันธ์ซึ่งตอนนี้ทางการประปาเองยังต้องจ่ายน้ำเป็นเวลา เนื่องจากน้ำต้นทุนค่อนข้างน้อยมาก "
อภิสิทธิ์ :"ถามท่านอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยานิดหนึ่งครับ ประจวบคีรีขันธ์มีปัญหามาต่อเนื่องมากเลยครับ เพราะว่าตั้งแต่ช่วงที่น้ำท่วมกันรอบที่แล้ว เขาก็บ่นอยู่แล้วว่าเขามีปัญหาภัยแล้ง และกระทบมาอย่างต่อเนื่อง แนวโน้มจะเป็นอย่างนี้ "
อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา :"แนวโน้มประจวบคีรีขันธ์ยังเป็นที่น่าห่วง เพราะว่าฝนที่จะเข้ามาเดือนหน้าคงเติมได้ไม่มาก ส่วนใหญ่จะเป็นด้านตะวันตกของภูเขาหรือทางด้านตะวันตกของประเทศมากกว่า อันนี้ต้องระมัดระวัง แต่ว่าจะมีฝนเข้ามาตั้งแต่ปลายเดือนนี้เป็นต้นไป"
อภิสิทธิ์ :"พี่น้องที่ประจวบคีรีขันธ์มาถามผมอยู่เรื่อยว่าทำไมมาทีก็ตกอยู่ทางใต้เขาบ้าง เหนือเขาบ้าง"
อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา:" ต้อนนี้ต้องรีบเก็บ เพราะว่าฝนมาเท่าไรต้องรีบเก็บในช่วงปลายเดือนนี้ "
อภิสิทธิ์ :"ซึ่งก็มีโครงการต่าง ๆ ที่เสนอมา ผมเองก็กำลังพยามยามดูว่าในส่วนของประจวบคีรีขันธ์จะมีแนวทางในการเพิ่มในเรื่องของโครงการที่จะเก็บน้ำอะไรต่าง ๆ ได้อย่างไร"
อธิบดีกรมชลประทาน:" ผมขอเรียนเพิ่มเติมครับท่านนายกฯ ทางประจวบคีรีขันธ์มีเขื่อนอยู่ ๒ เขื่อน คือเขื่อนปรานบุรีกับเขื่อนคลองบึง ขณะนี้เขื่อนปรานบุรียังมีน้ำอยู่ประมาณ ๒๙ ล้านลูกบาศก์เมตร และมีการประชุมประชาคมต่าง ๆ ว่าจะไม่มีการทำการเกษตร จะใช้น้ำสำหรับอุปโภคบริโภคและการรักษาระบบนิเวศ ส่วนอ่างคลองบึง ซึ่งตรงนี้มีน้ำเหลือน้อยแล้วประมาณ ๓๘๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ตรงนี้เราจะใช้สำหรับประปา และในขณะเดียวกันมีการประสานกับทางจังหวัดกับทางการประปา โดยการประปาได้วางท่อมาที่แม่น้ำกุยบุรี ซึ่งกุยบุรีจะมีเขื่อนพระดำริอยู่ ๒ เขื่อน ก็คือเขื่อนยางชุมกับเขื่อน... ถ้าน้ำทางด้านคลองบึงกับปรานบุรีไม่พอ ก็จะสามารถเอาตรงนี้ไปช่วยได้ครับ "
อภิสิทธิ์: " ท่านรองอธิบดีฯ มีอะไรจะเสริมหรือไม่ครับ ในส่วนของการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน"
รองอธิบดีกรมสงเสริมการเกษตร :"ตอนนี้เรื่องของไม้ผลที่ประสบภัยแล้ง เราจะให้อำเภอลงไปดู โดยเฉพาะเรื่องศัตรูพืช เช่น ประจวบคีรีขันธ์ เรื่องหนอนหัวดำ ว่าพอแล้งจัดศัตรูพืชเริ่มระบาดต้องดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกร โดยมีการสำรวจ ดูแล และให้ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน และบริหารศัตรูพืชที่กรมส่งเสริมการเกษตรมีอยู่ ให้เข้าไปดำเนินการช่วยเหลืออย่างโดยด่วนเลยครับ"
อภิสิทธิ์ :"ตอนนี้จริง ๆ แล้วหลายพื้นที่พออากาศเปลี่ยนแปลง ก็มีปัญหา ผมพบกับพี่น้องเกษตรกรที่เป็นชาวนาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บังเอิญส่วนหนึ่งก็มารับเงินชดเชยในส่วนที่ถูกฉ้อโกง บ่นเรื่องเพลี้ยกันมากตอนนี้"
รองอธิบดีกรมสงเสริมการเกษตร:" อันนี้มีเรื่องของพืชฤดูแล้งคือเรื่องของนาปรัง เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเริ่มระบาดเยอะ ก็ดำเนินการช่วยเหลือ กรมส่งเสริมการเกษตรผลิต.... ช่วยเหลือประมาณ ๑๐ ตัน ฉีดพ่นและใช้ไฟล่อแมลง ใช้วิธีกลต่าง ๆ ให้เกษตรกรใช้ยาสารเคมีอย่างถูกต้อง เพราะว่าการปลูกพืชโดยเฉพาะข้าวปลูกกันต่อเนื่อง ทำให้แมลงย้ายที่อยู่อาศัยไปเรื่อย ๆ ต้องดูแลอย่างเร่งด่วน"
...ช่วยเหลือเชิงระบบ
อภิสิทธิ์ : "จริง ๆ เมื่อพูดถึงเรื่องของปัญหาการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจากภัยแล้งก็ดี น้ำท่วมก็ดี ผมอยากจะถือโอกาสใช้เวลาที่เหลือในวันนี้มามองในเชิงระบบ เพราะว่าในช่วงที่ผมเข้ามารับตำแหน่ง ในสมัยก่อนแน่นอนนะครับ เวลาเกิดภัยแล้ง เวลาเกิดน้ำท่วม
- การระดมความช่วยเหลือเฉพาะหน้าก็จะเป็นอย่างที่เราปฏิบัติกันอยู่ คือ
- มีเงินทดรองจ่ายของทางจังหวัดและ
- หน่วยงานภาครัฐ
- ภาคเอกชน
จะระดมความช่วยเหลือเข้าไป แต่ว่าสุดท้ายจะมีการสำรวจเพื่อที่จะชดเชยความเสียหาย ผมจำได้ว่าสมัยก่อนช้ามาก จนในสภาฯ จะพูดกันอยู่เสมอว่าเงินภัยแล้งได้ตอนน้ำท่วม เงินน้ำท่วมได้ตอนภัยแล้ง และบางทีค้างกันเป็นปี ๆ ผมจำได้ว่าตอนที่ผมเข้ามายังมีปัญหาตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ - ๕๐ - ๕๑ ก็ยังไม่มีการจ่ายเงิน ทีนี้
- ต่อมาเราก็พยายามที่จะปรับปรุงตรงนี้และมีเกณฑ์พิเศษขึ้นมา ยกตัวอย่างเช่นตอนนี้ที่พูดถึงมากเรื่องเงิน ๕,๐๐๐ สมัยก่อนก็ไม่มีเลย
- จะเป็นการช่วยเหลือว่าที่อยู่อาศัยเสียหายทั้งหลังได้ ๓๐,๐๐๐ บาท
- ถ้าหากว่าเสียหายบางส่วนก็ไปสำรวจตามความเป็นจริงไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท บางทีจะใช้เวลามาก
- ตอนนี้มีเกณฑ์ใหม่เข้ามาว่า
- ถ้าน้ำท่วมฉับพลันจนพี่น้องประชาชนไม่สามารถขนย้ายได้ทัน
- ถ้าน้ำท่วมขังเป็นเวลานานทรัพย์สินเสียหายหรือว่าถ้ามีภัยพิบัติ
เช่น พายุดินถล่มอะไรต่าง ๆ ก็จะมีเงิน ๕,๐๐๐ บาท ที่มีการสำรวจและมีการเร่งจ่ายไป อันนั้นก็จะส่วนหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่เข้ามา
ขณะเดียวกันเช่นเดียวกันเมื่อปลายปีที่แล้ว ตอนที่พืชผลทางการเกษตรเสียหายค่อนข้างจะมาก เพราะว่าเราเจอกับภัยทั้งสิ้น ๖๕ จังหวัด แทบจะเรียกได้ว่าเกือบทั้งประเทศ มีการวิจารณ์กันมานานแล้วครับว่า
- เราช่วยเหลือไร่ละ ๖๐๐ กว่าบาท ๕๐๐ กว่าบาท ๖๐๐ กว่าบาทมันไม่พอ
- ปีที่แล้วมีเกณฑ์พิเศษในเรื่องของ ๒,๐๐๐ บาท
- และมีเกณฑ์พิเศษสำหรับกรณีของสวนยางเช่นเดียวกันซึ่งมีกลไกกองทุนของเขาอยู่ และในรอบนี้ที่เกิดขึ้นที่ภาคใต้ก็จะใช้หลักเกณฑ์คล้ายคลึงกัน
ขณะเดียวกันพอรัฐบาลเปลี่ยนแปลงนโยบายในเรื่องของการแทรกแซงราคาพืชผลทางการเกษตรมาเป็นเรื่องของการประกันรายได้ ก็ทำให้มีช่องทางที่พี่น้องประชาชนได้รับการบรรเทาความเดือดร้อนอีกทางหนึ่ง ซึ่งอาจจะถือว่าได้เป็นผลพลอยได้ก็ได้ เพราะความจริงไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักของโครงการ
- นั่นก็คือว่าถ้าได้ขึ้นทะเบียนเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าพืชผลจะเสียหายเนื่องจากโครงการประกันรายได้ไม่ได้ผูกติดอยู่กับการที่จะต้องเอาสินค้ามาจำหน่าย หรือมาจำนำและมารับเงินชดเชยแต่ว่าสามารถที่จะใช้สิทธิที่เป็นส่วนต่างระหว่างราคาอ้างอิงกับราคาประกัน
- ทำให้พี่น้องประชาชนพูดกันว่าน้ำท่วม ฝนแล้ง แมลงพืชผลต่าง ๆ เกิดความเสียหายแต่ยังสามารถที่จะใช้สิทธิตามโครงการประกันรายได้อยู่ เพราะฉะนั้นพี่น้องเกษตรกรซึ่งปลูกข้าว เวลาน้ำท่วม เวลาเกิดภัยแล้ง หรือปลูกกินเองหรือแมลงเข้ามาทำลาย ยังสามารถที่จะใช้สิทธิได้เงินในเรื่องของการชดเชยประกันรายได้อยู่ แต่ว่าตรงนี้ไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้
และที่สำคัญพอปีนี้พี่น้องซึ่งปลูกข้าวโพด ปลูกมันสำประหลัง ปรากฏว่าราคาตลาดสูงกว่าราคาประกันเพราฉะนั้นจริง ๆ ถ้าเกิดมีความเสียหาย ก็ไม่สามารถจะเอาโครงการตัวนี้ไปช่วยได้ ผมเองได้พูดถึงเรื่องของโครงการประกันภัยพืชผล มาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่ว่ายังมีรายละเอียดหลายย่างซึ่งกำลังพยายามคำนวณกันอยู่ แต่ว่าล่าสุดทาง ธ.ก.ส. ซึ่งกำลังจะเตรียมนำเสนอโครงการนี้ต่อรัฐบาล ไม่แน่ใจว่าน่าจะใช้ได้ประมาณปลายปีเป็นต้นไป อยากให้ท่านผู้จัดการ ธ.ก.ส. อธิบายหลักคิดนิดหนึ่งครับว่า นอกจากเรื่องประกันรายได้ซึ่งทำกันอยู่ และหวังว่าจะมีการดำเนินการต่อเนื่องต่อไปกันนี้ การประกันภัยพืชผลหลักคิดคืออะไร แล้วเราจะแก้ปัญหาให้ดีกว่า คล่องตัวกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันได้อย่างไร"
ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร: " ขออนุญาตท่านนายกฯ นิดหนึ่งนะครับ เล่าถึงเรื่องของการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรทางภาคใต้ด้วยนะครับ ในส่วนของ ธ.ก.ส. มี ๒ ส่วน
ส่วนแรกก็คือเรื่องภาระหนี้สินจะมีอยู่ ๓ กรณี
- กรณีแรกคือลูกค้าเสียชีวิต เราก็ปลดหนี้ให้ ลูกหลานของลูกค้า หรือคนในครอบครัวต้องการมาเป็นลูกค้าเรายินดีรับ
- กรณีที่สองคือเสียหายร้ายแรง และต้องการทำกินต่อ เราจะพักหนี้ให้ ๓ ปีในช่วง ๓ ปีทางรัฐบาลก็มีแนวทางที่ชัดเจนในการที่จะจัดสรรงบประมาณมาชำระดอกเบี้ยแทน เพราะฉะนั้นภาระหนี้สินเดิมที่มีอยู่ก็ไม่ต้องเป็นกังวลใจ จะได้รับการผลัดไป ในขณะเดียวกัน
- หลังจากที่น้ำลดแล้วถ้ามีความจำเป็นต้องพื้นฟูเราก็เตรียมวงเงินใหม่ให้ อันนี้ก็เป็นแพ็คเกจที่เราเตรียมไว้สำหรับลูกค้าที่ประสบกับภัยน้ำท่วม
สำหรับเรื่องของการที่จะเข้าไปช่วยเหลือ ในเรื่องของการโอนเงินอยากจะเรียนท่านนายกฯ ว่า
- ภัยแล้งได้มีการโอนไปแล้วทั้งสิ้นแสนกว่าราย ๑๓๐,๐๐๐ กว่าราย เป็นเงินประมาณเก้าร้อยล้านบาท อุทกภัยปลายปีโอนไปทั้งสิ้นประมาณเกือบเก้าแสนราย เป็นเงินหนึ่งหมื่นเจ็ดพันล้านบาท
- ขณะนี้ทางรัฐบาลก็เตรียมเงินผ่านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้อีกสามพันสองร้อยล้านสำหรับภาคใต้ อันนี้ก็จะโอนต่อไป เป็นเรื่องของการให้ความช่วยเหลือ
ถ้าพูดถึงว่าเป็นการช่วยเหลือในเชิงรับก็น่าจะถูกต้อง เพราะว่าเกิดภัยแล้วเราถึงเข้ามาช่วย แต่สิ่งที่ทางท่านนายกฯ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านกรณ์ฯ กับรองนายกรัฐมนตรีไตรรงค์ สุวรรณคีรี อยากจะทำงานในเชิงรุก ก็คือสร้างระบบการคุ้มครองให้กับพี่น้องเกษตรกร จะเห็นได้ว่ามีระบบการคุ้มครองระบบหนึ่ง ซึ่งพี่น้องเกษตรกรก็ดีใจ คือเรื่องของโครงการประกันรายได้ อันนั้นเป็นการคุ้มครองทางด้านความผันผวนของราคา
- แต่ว่าเมื่อไม่มีผลผลิตแล้ว แน่นอนรายได้ของพี่น้องเกษตรกรก็เสียหาย และเราก็มาชดเชยเชิงรับไป
- แต่ว่าถ้าเรามองว่าถ้าเงินที่เราชดเชยในเชิงรับ ถ้าเปลี่ยนมาเป็นระบบที่จะสร้างความคุ้มครองให้กับพี่น้องเกษตรกร อันนี้เป็นเรื่องที่นานาอารยประเทศเขาทำกัน เพราะฉะนั้นก็เลยเป็นแนวความคิดว่าเราอยากจะมีระบบการประกันภัยพืชผลขึ้นมา
- เพื่อเสริมระบบประกันรายได้ ซึ่งจะทำให้พี่น้องเกษตรกรได้รับการคุ้มครองทางด้านรายได้
- ทางด้านราคากับเรื่องของภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงหลัง
แนวความคิดอยากจะให้มีการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนก็คือบริษัทประกันวินาศภัย และพี่น้องเกษตรกรได้มีส่วนร่วมในการทำงาน เพื่อให้ระบบนี้มีความยั่งยืน ในส่วนของภาครัฐที่คุยกันไว้ในขณะนี้ก็คือว่า ในส่วนที่เป็นการจ่ายชดเชยความเสียหายขั้นพื้นฐานตามหลักเกณฑ์ที่เรามีอยู่ก็จะไม่ทิ้ง จะทำต่อไป"
อภิสิทธิ์ : " ๖๐๐ กว่าบาทต่อไร่ ที่ว่านี้เวลาที่มีภัยแล้ง น้ำท่วมสำรวจเสร็จ เสียหายเท่าไหร่ก็จ่ายตามนั้น อันนี้ก็คือทุกคนได้"
ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร : "ก็จะเป็นการทำงานของทางกระทรวงเกษตรฯ และจะมาเสริมอยู่ในโครงการนี้ แต่ว่าถ้าส่วนที่เพิ่มขึ้นมา ก็อยากให้พี่น้องเกษตรกรได้เข้ามาร่วมในโครงการ เพื่อที่จะให้บริษัทประกันวินาศภัยมารับประกัน พี่น้องเกษตรกรก็จะเป็นผู้เอาประกัน ซึ่งก็จะมีการเสียเบี้ยประกันบ้าง ซึ่งในชั้นนี้ที่คุยกันในชุดของท่านรองนายกฯไตรรงค์ ก็จะมีการอุดหนุนเบี้ยประกันเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้เข้ามาร่วมในโครงการให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะมันเป็นการบริหารความเสี่ยงครับท่านนายกฯ
- คือถ้าพี่น้องเกษตรกรเข้ามาร่วมมากเท่าไหร่ ความเสี่ยงก็จะกระจายตัว
- และก็จะมี ธ.ก.ส.เข้าไปมีส่วนร่วมด้วยในแง่ของการเป็นผู้ที่จะเป็นตัวแทนของระบบ สร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องเกษตรกรในการเข้าร่วมโครงการ
และที่สำคัญที่สุดคือว่า ในการประเมินความเสียหายเพื่อให้เกิดความโปร่งใสมากที่สุด จะทำในรูปของคณะกรรมการร่วมกัน จะมีทางกระทรวงเกษตรกรฯ มี ธ.ก.ส. และก็มีผู้หลักผู้ใหญ่ที่อยู่ในชุมชน มาช่วยในกรณีที่เราเห็นว่าจะเสียหายไหม หรือไม่เสียหาย ก็จะเกิดความชัดเจน ซึ่งตรงนี้จะถือวาเป็นคล้าย ๆ เหมือนกับคณะกรรมการร่วมสร้างความชัดเจน แต่ว่าถ้าเป็นกรณีที่เสียหายโดยสิ้นเชิง เช่น น้ำท่วมข้าวเกินกว่า ๒ อาทิตย์ อันนี้ไม่ต้องไปสำรวจ อันนี้ถือว่าเราสามารถใช้เทคโนโลยีในการดูได้"
อภิสิทธิ์ : "อย่างกรณีแล้ง เราใช้เกณฑ์น้ำฝนได้ไหมครับ กรมอุตุนิยมฯ บอกได้เลยพื้นที่นี้ตกเท่านี้ถือว่าแล้งเสียหายแล้ว"
ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร :" ซึ่งเรื่องนี้เราก็ทำทดลองมาอยู่ เป็นดัชนีภูมิอากาศ ซึ่งตอนนี้ก็ช่วยในแง่ของการลดต้นทุนของระบบด้วย และสร้างความมั่นใจด้วย และใช้เทคโนโลยีในการที่จะทำให้เกิดความชัดเจนโปร่งใสด้วย อันนี้ก็ที่คุยกันไว้ในชุดของท่านไตรรงค์ ก็อยากจะทำในข้าวนาปี ปีหน้า ซึ่งก็ยังพอมีเวลาในกาที่จะวางระบบ และคิดว่าเบี้ยประกันที่ขณะนี้เป็นตัวที่ทางภาคเอกชนจะต้องไปดูว่าจะเป็นเท่าไหร่ และภาครัฐจะดูแลเท่าไหร่ อันนี้ก็คงจะได้หาข้อยุติ และนำเสนอท่านรัฐมนตรีต่อไปครับ"
อภิสิทธิ์: " แต่ว่าหลักง่าย ๆ ให้พี่น้องประชาชนเข้าใจก็คือว่า ปัจจุบันนี้สมมุติว่าเกิดภัยต่าง ๆ
- ก็ต้องรอหน่วยงานสำรวจ และ
- ก็จ่ายอาจจะ ๖๐๐ บาทตามเกณฑ์ ต่อไปนี้เราก็จะบอกว่า ที่ประชาชนบอก ๒,๐๐๐ บาทมันใช้ได้
- ก็หมายความว่าใครมาซื้อประกันก็จะได้อีก ๑,๔๐๐
ถูกไหมครับ ถ้าได้รับความเสียหาย "
ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร: " ถูกต้องครับ"
อภิสิทธิ์: " เพียงแต่ว่าตอนนี้ที่คำนวณเบี้ยประกันออกมา บ่งบอกพี่น้องได้ว่าออกมาประมาณ ๑๕๐ บาท
- สมมุติว่าต้องจ่าย ๑๕๐ บาทถ้าเกิดเสียหายจะได้ ๒,๐๐๐ บาท คือ ๖๐๐ บาทได้อยู่แล้ว กับ ๑,๔๐๐ บาท
- ส่วนใครไม่ซื้อก็ได้แค่ ๖๐๐ บาท แนวคิดขณะนี้เป็นอย่างนี้อยู่
ส่วนว่าสมมุติ ๑๕๐ บาท พี่น้องจะต้องออกเองทั้งหมด หรือว่ารัฐบาลจะสมทบส่วนหนึ่ง หรือ ธ.ก.ส. จะใจดีมีแรงจูงใจพี่น้องที่มีบัญชีอยู่ว่าจะทำไร ก็กำลังจะคำนวณกันว่ามีทางเลือกอะไรอย่างไรบ้าง ขณะเดียวกันการบริหารมีทั้งสองแบบที่ยังพิจารณาอยู่
(๑) ทั้งที่มีบริษัทประกันภัยเข้ามา กับ
(๒) ทั้งที่อาจจะเป็นกองทุนของรัฐบาลเอง
และก็วิธีการคำนวณความเสียหายก็จะมีหลากหลาย เพราะว่าถ้าภัยแล้งก็ทางกรมอุตุฯ อาจจะมีวิธีการในการที่จะชี้ได้เลยว่าอันนี้ถือว่าแล้งแล้ว เสียหายเท่าไหร่ทางกระทรวงเกษตรฯ ก็อาจจะมีตัวเลขอยู่ และอาจจะยึดตามที่เราขึ้นทะเบียนการประกันรายได้ แต่น้ำท่วมยากหน่อยใช่ไหมครับ เพราะว่าอาจจะต้องดูว่าท่วมนานเท่าไหร่ ถือว่าเสียหายอะไรอย่างไร"
ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร : "มีประเด็นเรื่องของน้ำหลากด้วย อะไรด้วยครับ อันนี้ต้องดูให้ระเอียด"
อภิสิทธิ์ : "เพราะฉะนั้นถ้าหากว่า ตรงนี้เราก็จะพยายามเร่งหาข้อยุติ แต่ตั้งเป้าไว้ก็คือว่าปลายปี สามารถที่จะเริ่มต้นใช้ได้เป็นครั้งแรก ก็จะทำให้พี่น้องประชาชนต่อไปนี้ที่อยู่ในภาคการเกษตรมีความมั่นคงมากขึ้น เพราะว่าพอขึ้นทะเบียนแล้ว ทั้งประกันรายได้และถ้ายอมจ่ายเบี้ยตรงนี้ส่วนหนึ่งก็ประกันภัยพิบัติด้วย และนอกจากนั้นถือโอกาสเรียนว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา
คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักการกองทุนสวัสดิการชาวนา นั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งถ้าพี่น้องประชาชนขายข้าวเก็บรายได้ไว้ส่วนหนึ่งเข้ากองทุนก็จะมีเงินสมทบเช่นเดียวกันมาหนุน มาเสริมทั้งกองทุนเงินออมแห่งชาติ ทั้งประกันสังคมตามมาตรา ๔๐ ที่กำลังเร่งทำกันอยู่ ผมไม่ทราบว่าท่านอื่นมองอย่างไรในเรื่องการประกันภัยตรงนี้"
อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา: " การประกันภัยตอนนี้กรมอุตุฯ กับ ธ.ก.ส. ดำเนินการ แต่ว่ายังไม่เข้ากระจายทั่วทุกพื้นที่ เพราะเราขาดเครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ที่จะกระจายตัวออกไป"
อภิสิทธิ์ : "ปัจจุบันสถานีสำรวจได้ละเอียดแค่ไหนครับ ในเรื่องของน้ำฝน"
อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา : "ไม่มากครับ เพราะว่าเรากำลังจะปรับใช้เรดาร์รวมกับตัวถังวัดน้ำฝน เพื่อจะดูพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งโครงการเรดาร์เองก็จะเข้า ครม.ในอาทิตย์ที่จะถึงนี้ครับ"
อภิสิทธิ์ : "ผมจำได้ว่าแม้กระทั่งตอนหนาวก็มีคนบ่นว่าไปวัดอุณหภูมิ บางทีวัดอยู่ข้างล่างไม่วัดข้างบน ทำให้ประกาศเขตภัยพิบัติภัยหนาว"
อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา :"อันนี้ต้องใช้งบประมาณพอสมควรซึ่งกรมอุตุฯ เองก็ลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อยู่แล้วนะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามกรมอุตุฯ ก็อยากให้เกิดระบบการเตือนภัยที่ดี การสร้างองค์ความรู้ให้ประชาชนให้รู้สถานการณ์ รู้การเข้าสู่ภัยได้อย่างไรเป็นระบบ นั้นคือสิ่งที่เราต้องการ อย่างเช่นว่าในช่วงของปลายฤดูฝน เราต้องเก็บน้ำไว้ใช้ฤดูแล้งอย่างไร หรือว่าฤดูแล้งเราจะต้องระมัดระวังเรื่องการปลูกอย่างไร มีการคิดต่าง ๆ อย่างปีที่ผ่านมาเรามีการเลื่อนการเพาะปลูกไป ๑๕ วัน อะไรทำนองนี้ เราก็จะเพิ่มข้อมูลพวกนี้มากขึ้น การใช้เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ข้อมูลต่าง ๆ เข้ามาส่วนนี้มากขึ้น อันนี้ก็เสนอโครงการไปทางรัฐบาลอยู่ครับ"
<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>