สงกรานต์เดินทางกลับไม่ประมาท เน้นย้ำป้องกันยาเสพติด ยุบสภาเพื่อความมีเสถียรภาพ น้ำท่วมใต้สถานการณ์ดีขึ้น ปรับกลไกหน่วยงานภัยพิบัติ ภัยแล้ง ๔๗ จังหวัด ตรึงน้ำมัน (๑๗ เม.ย.๕๔)

- สงกรานต์ขอให้ประชาชนไม่ประมาท มีความระมัดระวังในการเดินทางกลับ
- ยกย่องพลเมืองดี เยี่ยมเหยื่อคนร้ายติดยา ต้องปรับประสิทธิภาพ เน้นย้ำ ป้องกัน บำบัดยาเสพติด
- ยุบสภาเพื่อนำการเมืองไปสู่ความมีเสถียรภาพ ให้ ก.ก.ต.ออกกฎไม่ดึงสถาบันเกี่ยวข้องการเมือง
- ภัยแล้ง ๔๗ จังหวัด: ระดมช่วยเหลือเฉพาะหน้า มีเกณฑ์ใหม่ มองเชิงระบบ
- น้ำท่วมใต้สถานการณ์ดีขึ้น เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย เชื่อมทาง ที่อาศัย การเกษตร
- เพิ่มความคล่องตัว ยกระดับปรับกลไกหน่วยงานภัยพิบัติ
- ตามข่าว: ตรึงน้ำมันพร้อมขึ้นภาษีสรรพสามิตและโครงการธงฟ้า
- ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

  - สงกรานต์ขอให้ประชาชนไม่ประมาท มีความระมัดระวังในการเดินทางกลับ

...ภาพรวมเทศกาลสงกรานต์เป็นไปอย่างเรียบร้อย ขอให้ประชาชนไม่ประมาท มีความระมัดระวังในการเดินทางกลับ

อภิสิทธิ์ : "สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ คงไม่สายเกินไปนะครับที่จะกล่าวสวัสดีปีใหม่ และก็ในช่วงระยะเวลา ๓ - วันที่ผ่านมา พี่น้องประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ก็ได้มีโอกาสที่จะฉลองเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งถือเป็นปีใหม่ของไทย แล้วในช่วงวันหยุดยาวนั้นเรามีการกำหนดเป็นวันผู้สูงอายุและวันครอบครัวด้วย ซึ่งต้องเรียนครับว่าปีนี้เป็นปีที่หวังว่าพี่น้องประชาชนทุกคนได้มีโอกาสที่จะมีความสุขกับเทศกาลสงกรานต์ หลังจากที่ในช่วง ๒ ปีก่อนหน้าเรามีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา ซึ่งก็ทำให้เกิดปัญหาที่กระทบกับทั้งเรื่องของการใช้ชีวิตของพี่น้องประชาชน และรวมไปถึงเรื่องของการท่องเที่ยว

ในภาพรวมของปีนี้ก็ต้องถือว่าการฉลองเทศกาลสงกรานต์ต่าง ๆ นั้นก็มีความคึกคักและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่ว่าแน่นอนครับก็ยังมีบางเรื่องซึ่งมีความไม่เหมาะสม และมีเหตุการณ์ที่มีผลทำให้พี่น้องประชาชนสะเทือนใจนะครับ ซึ่งผมจะได้พูดคุยในเรื่องนี้ต่อไป

  •  แต่ว่าอย่างไรก็ตามครับในช่วงวันนี้คงจะเป็นวันที่พี่น้องประชาชนจำนวนมากเดินทางกลับ อาจจะกลับมาที่กรุงเทพฯ เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งขอให้ระมัดระวังอย่างยิ่งในเรื่องของการสัญจร ในเรื่องของการเดินทาง
  • แม้ว่าปีนี้ขณะนี้ตัวเลขสถิติมาเป็นระยะเวลา ๖ วันที่มีการจัดเก็บตัวเลขกัน ๗ วันอันตรายที่ว่า ตัวเลขในเรื่องของผู้เสียชีวิต อุบัติเหตุ และผู้ได้รับบาดเจ็บจะลดลงในระดับหนึ่ง

แต่ว่าไม่ต้องการให้พี่น้องประชาชนประมาท และเราก็ไม่ต้องการที่จะให้มีการสูญเสียเลย เพราะฉะนั้นขอให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ความระมัดระวัง อย่าประมาท เพื่อที่จะได้เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ และพร้อมที่จะทำงานกันในวันพรุ่งนี้ต่อไปครับ"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ยกย่องพลเมืองดี เยี่ยมเหยื่อคนร้ายติดยา ต้องปรับประสิทธิภาพ เน้นย้ำ ป้องกัน บำบัดยาเสพติด

...แสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย - ชื่นชมผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ เสียสละเป็นพลเมืองดีในเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้น

อภิสิทธิ์ : "สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดความสะเทือนขวัญให้กับพี่น้องประชาชนจำนวนมาก สะเทือนใจพี่น้องประชาชนจำนวนมากก็คงจะหนีไม่พ้นเหตุการณ์ที่มีชายคนหนึ่งได้เข้ามาทำร้าย ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต

  • ทั้งในส่วนของคนขับรถแท็กซี่ ทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปจนถึงมีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเป็นเรื่องเป็นราวเป็นข่าวใหญ่โต

ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสียและครอบครัวทุกราย และขอแสดงความชื่นชมบุคคลที่ได้ปฏิบัติหน้าที่หรือเสียสละเป็นพลเมืองดี ในการที่จะช่วยให้บ้านเมืองของเรานั้นมีความสงบเรียบร้อย

ผมเองได้มีโอกาสไปเยี่ยมบุคคลที่ได้รับบาดเจ็บ ทั้งในส่วนของตำรวจและคุณหมอ ซึ่งพูดง่าย ๆ ก็คือว่าเป็นตัวประกันนะครับและได้รับบาดเจ็บ ทั้งสองรายนั้นถือได้ว่ามีความเข้มแข็งอย่างมาก และกำลังใจดีครับ และตอนนี้ปลอดภัย

ผมอยากจะเรียนว่าบุคคลทั้งสองนั้นรวมทั้งผู้ที่เสียชีวิตครับ คือบุคคลที่ได้เป็นพลเมืองดี และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละและความเข้มแข็ง สมควรที่จะได้รับการชื่นชมยกย่องจากสังคม

นอกจากนั้นขอเรียนครับว่าในแง่ของการช่วยเหลือ ทั้งครอบครัวของผู้เสียชีวิตก็ดี และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บนั้นก็กำลังดำเนินการกันอย่างเต็มที่

  • หลักเกณฑ์ที่มีอยู่ทางราชการก็ดี หรือการใช้มูลนิธิและองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องก็กำลังมีการดำเนินการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวผู้เสียชีวิตนั้นก็ต้องการที่จะดูแลในเรื่องของความมั่นคงในชีวิตให้กับทางครอบครัว
  • ซึ่งในส่วนของทางตำรวจนั้นก็คงไม่ค่อยมีปัญหานะครับเพราะว่าสามารถที่จะดำเนินการได้ ผมเองก็ได้ให้ผู้แทนนั้นไปพูดคุยเพื่อให้ความมั่นใจในเรื่องของภรรยาและลูก ในเรื่องของที่อยู่อาศัย การประกอบอาชีพต่าง ๆ

 ขณะเดียวกันครับในส่วนของคนขับรถแท็กซี่ ก็เป็นเรื่องซึ่งผมจะมีการนำไปปรึกษาหารือกัน เพราะว่าคงจะต้องดูช่องทางเพิ่มเติมในการที่จะช่วยเหลือครอบครัวของแท็กซี่ผู้เสียชีวิตและถือว่าเป็นพลเมืองดีจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

ในอีกด้านหนึ่งครับ ปัญหานี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของปัญหายาเสพติด ซึ่งยังมีการดำรงอยู่อย่างต่อเนื่อง

  • ซึ่งผมเองนั้นได้เน้นย้ำมาตลอดว่าเราพยายามที่จะทั้งป้องกันและปราบปรามในเรื่องของปัญหายาเสพติด พยายามทำอย่างครบวงจร ๒ ปีกว่า ๆ ที่ผ่านมานั้นตัวเลขของการปราบปรามก็สูงมาก
  • ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นความเอาจริงเอาจังของทางเจ้าหน้าที่ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความแพร่หลายของปัญหาซึ่งยังมีอยู่มาก และมีความพยายามในการที่จะไปทำลายเครือข่ายของผู้ค้า โดยเฉพาะผู้ค้ารายใหญ่ แต่ก็คงจะต้องมีการปรับปรุงประสิทธิภาพในเรื่องของการแก้ไขปัญหาทางด้านยาเสพติดเพิ่มขึ้นอีก

ขณะเดียวกันนะครับในเรื่องของการที่จะบำบัดดูแลผู้เสพซึ่งเราถือว่าเป็นผู้ป่วย ก็เช่นเดียวกันครับ แม้ว่าเราได้มีการพยายามที่จะเร่งรัดขึ้นมาทั้งในส่วนที่เป็นการบำบัดหลังจากที่ถูกดำเนินคดี หรือจากในส่วนที่เป็นการบำบัดโดยสมัครใจ แต่ก็ยังไม่เพียงพอครับ

ซึ่งจริง ๆ แล้วหลังสงกรานต์นี้ผมก็มีความตั้งใจที่จะมีการนัดประชุม เรื่องนี้เป็น ๑ ใน ๓ เรื่องที่จะมีการพูดคุยกันเป็นการเร่งด่วน ในเรื่องของยาเสพติดนี้ในสัปดาห์ที่จะถึงนี้จะได้เชิญทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูว่าเราจะทำอะไรเพิ่มเติมได้อีก

ในการที่จะดูแลแก้ไขปัญหาเพื่อที่จะทำให้การดำเนินการตามนโยบายในเรื่องนี้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะถือได้ว่ายาเสพติดนั้นเป็นปัญหาที่ทำลายทั้งครอบครัว ทั้งบุคคล ทั้งสังคม หรือแม้กระทั่งความมั่นคงของประเทศ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ก็เป็นการเตือนใจอีกครั้งหนึ่งถึงอันตรายและความเสียหายที่เกิดขึ้นจากปัญหายาเสพติดครับ"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ยุบสภาเพื่อนำการเมืองไปสู่ความมีเสถียรภาพ ให้ ก.ก.ต.ออกกฎไม่ดึงสถาบันเกี่ยวข้องการเมือง

...รัฐบาลในฐานะที่เป็นผู้กุมอำนาจรัฐนั้นจะไม่มีการเอารัดเอาเปรียบในเรื่องของการหาเสียง เพื่อที่จะให้การเลือกตั้งนั้นสุจริตเที่ยงธรรม และไม่ดึงสถาบันเกี่ยวข้องการเมือง

อภิสิทธิ์ : " ในเรื่องของการเมือง ก็มีเรื่องที่อยากจะเรียนกับพี่น้องประชาชนว่า แม้ว่าจะมีข่าวสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสถานการณ์ทางการเมือง มักจะมีการวิเคราะห์ มักจะมีการพูดเลยเถิดกันไปถึงเรื่องการปฏิวัติรัฐประหารหรือเรื่องอื่น ๆ ผมก็ยังขอยืนยันนะครับว่าผมมั่นใจครับว่าขณะนี้สังคมของเรานั้นกำลังเดินไปสู่ลักษณะของการที่จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และความสงบได้

ซึ่งกลไกสำคัญหรือกระบวนการสำคัญส่วนหนึ่งก็คือเกิดการเดินเข้าสู่กระบวนการของการเลือกตั้ง ผมคิดว่าสถานการณ์ที่มีการผ่อนคลายไปในปีนี้ เทียบกับ ๒ ปีที่ผ่านมาส่วนหนึ่งก็เพราะว่าขณะนี้มีความชัดเจนแล้วนะครับว่าเรากำลังมุ่งสู่เรื่องของการเลือกตั้งครับ ซึ่งขณะนี้ปัญหาที่อาจจะยังติดขัดอยู่ก็คือเรื่องของกฎหมายของกฎหมายลูก ๓ ฉบับ

  • ซึ่งแม้ว่าจริง ๆ แล้วเราสามารถที่จะเข้าสู่การเลือกตั้งโดยไม่ต้องรอให้กฎหมายทั้ง ผ่านก็ได้ เพราะว่ารัฐธรรมนูญที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมนั้นเปิดช่องเอาไว้แล้ว ให้ ก.ก.ต. สามารถที่จะออกระเบียบมาเพื่อใช้ให้เกิดการเลือกตั้งได้
  • อย่างไรก็ตามครับผมก็ขอความร่วมมือสมาชิกวุฒิสภาทุกท่านครับ ซึ่งรวมถึงสมาชิกใหม่ที่เพิ่งเข้ามาจากการสรรหา ให้เร่งผ่านทางกฎหมายลูกทั้ง ๓ ฉบับโดยเร็ว เพื่อที่จะนำไปสู่ตารางเวลาที่ได้มีการกำหนดเอาไว้ว่าผมจะนำเรื่องของการยุบสภาฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ ภายในสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม

ผมขอเรียนว่าการเดินไปเช่นนี้จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในทุก ๆ ด้าน แม้ว่าจะไม่ใช่คำตอบในเรื่องทุกสิ่งทุกอย่าง และก็ไม่ได้หมายความว่าปัญหาทุกอย่างจะหมดไป แต่การนำเข้าสู่กระบวนการของการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยนั้นก็จะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมากในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นที่ประชาคมโลกมีต่อสถานการณ์ในประเทศไทย และผมก็มั่นใจด้วยว่ารัฐบาลหลังจากการเลือกตั้งเมื่อได้รับฉันทานุมัติจากพี่น้องประชาชนในสถานการณ์ซึ่งเปลี่ยนแปลงไป บางเรื่องคลี่คลายลง บางเรื่องก็มีปัญหาใหม่ ๆ เข้ามา ก็จะสามารถนำพาให้เกิดความมีเสถียรภาพ และมีความมั่นคงในเรื่องของระบบการเมือง เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป

สำหรับเรื่องของการเลือกตั้งนั้นก็มีเรื่องที่ผมคงจะต้องมีการดำเนินการหารือกับทางคณะกรรมการการเลือกตั้งเรื่องหนึ่งก็คือว่า เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม แนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายบริหารหรือรัฐบาล ในช่วงที่มีการยุบสภาฯ จะเป็นเรื่องที่ผมพร้อมที่จะพูดคุยกับทาง ก.ก.ต. เพื่อให้เกิดความกระจ่าง และเพื่อให้ทุกพรรคการเมืองมีความมั่นใจครับว่า รัฐบาลในฐานะที่เป็นผู้กุมอำนาจรัฐนั้นจะไม่มีการเอารัดเอาเปรียบในเรื่องของการหาเสียง ในเรื่องของการรณรงค์ ในเรื่องของการเลือกตั้ง เพื่อที่จะให้การเลือกตั้งนั้นสุจริตเที่ยงธรรม และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายอย่างแท้จริง

ขอให้สลค. ทำหนังสือถึง ก.ก.ต. ในการออกกฎ ระเบียบ ให้พรรคการเมือง-นักการเมืองปฏิบัติ ไม่ให้มีการดึงสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาเกี่ยวข้องกับการแข่งขันทางการเมือง

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งซึ่งผมได้ขอให้ทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีการหารือไปยังทาง คณะกรรมการการเลือกตั้งเช่นเดียวกันนะครับ ด้วยความไม่สบายใจ ก็คือปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการที่มักจะมีการดึงสถาบันพระมหากษัตริย์ลงมาเกี่ยวข้องกับในเรื่องของการเมือง เพราะว่าโดยข้อเท็จจริงแล้วสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นอยู่เหนือการเมืองครับ และไม่พึงที่จะมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนำไปสู่เรื่องของความขัดแย้งทางการเมือง ผู้ใดที่ละเมิดกฎหมาย แน่นอนไม่ว่าจะเป็นการละเมิดกฎหมายโดยทั่วไป หรือไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองก็จะถูกดำเนินการ ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ ซึ่งขณะนี้ก็มีการดำเนินการอยู่

สำหรับกรณีที่มีการละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ขณะเดียวกันครับที่มีความห่วงใยว่าถ้ามีการเมืองหรือพรรคการเมืองจะดึงสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องของพรรคการเมือง หรือการเมืองในด้านหนึ่งด้านใด ขณะนี้ผมได้ขอให้ทางสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีทำหนังสือถึง ก.ก.ต. นะครับ หวังว่าทาง ก.ก.ต. นั้นจะสามารถออกมาเป็นกฎ ระเบียบ แนวทาง เพื่อที่จะให้พรรคการเมืองและนักการเมืองนั้นได้ปฏิบัติอย่างเสมอภาคกัน ไม่ให้มีการดึงเอาสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องของการแข่งขันทางการเมืองหรือการโจมตีทางการเมือง เพราะว่าผมมั่นใจครับว่าพี่น้องประชาชนคนไทยนั้นมีความจงรักภักดีและปรารถนาที่จะเห็นสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นอยู่เหนือความขัดแย้งในทุก ๆ เรื่อง อันนี้ก็เป็นเรื่องที่อยากจะเรียนให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบต่อแนวทางการทำงานของรัฐบาล ทั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาและในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ในนโยบายสำคัญ ๆ ที่อยู่ในความสนใจ "

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ภัยแล้ง ๔๗ จังหวัด: ระดมช่วยเหลือเฉพาะหน้า มีเกณฑ์ใหม่ มองเชิงระบบ

...อภิสิทธิ์ :  "แต่ว่าวันนี้ที่คงจะต้องมาคุยกันเพราะว่าในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาคนอาจจะมองข้ามไปว่าเรามีภัยแล้งเกิดขึ้นอยู่ ๔๗ จังหวัด ขณะนี้ที่ถือว่าประสบกับปัญหาภัยแล้งอยู่ อยากให้ท่านอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาได้ช่วยลองให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจว่าสถานการณ์ในปัจจุบันและต่อเนื่องไปจนถึงอนาคตโดยเฉพาะในปีนี้แนวโน้มจะเป็นอย่างไร เพราะว่าปีที่แล้ว ก็เหมือนกันครับเรามีน้ำท่วมใหญ่ปลายปี คนก็ลืมไปว่าก่อนหน้านั้นเรามีภัยแล้งค่อนข้างรุนแรงเทียบกันแล้วปีนี้แนวโน้มน่าจะเป็นอย่างไร"

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา (นายต่อศักดิ์ วานิชขจร):  "ผมขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับ เอาจากเหตุการณ์น้ำท่วมทางใต้ก่อน ผมจะไล่จากภาคใต้ขึ้นมาภาคเหนือ

  • ภาคใต้ของเราในขณะนี้ทั้งสองฝั่งถือว่าฝนปกติแล้ว จะเริ่มเข้าฤดูฝนโดยเริ่มจาก
    • ภาคใต้ฝั่งตะวันตกหรือทางฝั่งอันดามันก่อนในช่วงของปลายเดือนเมษายน ส่วนทางด้านภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยหรือฝั่งตะวันออกนั้นจะขาดฝนหรือฝนตกน้อยไปจนถึงเดือนเกือบจะเดือนตุลาคม เพราะฉะนั้น
    • ภาคใต้ฝั่งตะวันออกหรือฝั่งอ่าวไทยจะต้องเตรียมตัวเรื่องการบริหารจัดการน้ำให้ดีโดยเฉพาะเรื่องของการขาดน้ำหรือภัยแล้ง ส่วนด้านภาคใต้ฝั่งตะวันตกหรือฝั่งอันดามัน จะต้องเข้าสู่ฤดูฝนตามปกติของเขา แต่ว่าฝนก็ยังไม่น่าจะมากถึงขนาดเกิดอุทกภัยซ้ำขึ้นมาอีก
  • จากนั้นจะมีฝนเคลื่อนขึ้นมาสู่ภาคกลางในเดือนพฤษภาคมและเคลื่อนเข้าสู่ภาคเหนือ โดยเฉพาะทางด้านตะวันตกของประเทศจะต้องมีฝนตกมากในช่วงของเดือนพฤษภาคม

ส่วนต่อจากนั้นในช่วงของมิถุนายน กรกฎาคม สิงหาคม จะมีช่วงที่เรียกว่าฝนทิ้งช่วงสามารถที่จะเกิดภัยแล้งขึ้นหลาย ๆ จังหวัด โดยเฉพาะตอนบนของประเทศทางภาคเหนือทางภาคอีสาน

  • ซึ่งอีสานตอนนี้บางที่ค่อนข้างจะแล้งมาก ๆ ดังนั้นเราต้องเตรียมตัวรับมือ เพราะว่าฝนที่จะเข้ามาอีกช่วงหนึ่งนั้นจะเป็นช่วงของกันยายน อันนั้นต้องระมัดระวังเรื่องของอุทกภัยอีกครั้งหนึ่ง ส่วนช่วงนี้ถึงช่วงเดือนกันยายนจะต้องรับมือเรื่องภัยแล้ง ซึ่งฝนที่เข้ามานั้นจะมีบ้างแต่ไม่เพียงพอกับการเกษตร อันนี้ต้องเตรียมรับมือ "

...จัดสรรน้ำสำหรับนาปรัง ดีกว่าปีที่แล้ว กรมชลประทานก็พยายามจะบริหารจัดการตรงนี้ด้วยความระมัดระวัง
อภิสิทธิ์: 
 "ท่านอธิบดีฯ และท่านอธิบดีกรมชลฯ ช่วยลองให้เห็นภาพนิดหนึ่งนะครับ ว่าเทียบกับปีที่แล้ว เทียบกับปีปกติระดับน้ำในอ่างตอนนี้เป็นอย่างไร การจัดสรรน้ำในเรื่องของนาปรังจะทำกันอย่างไรขณะนี้ "

อธิบดีกรมชลประทาน:" การจัดสรรน้ำสำหรับนาปรังที่ผ่านมานี้เราพยายามจะจัดสรรน้ำตามน้ำที่มีอยู่ ในช่วงที่เราเริ่มจัดสรรเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เรามีน้ำอยู่ ๓๑,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรโดยประมาณ
     -  เราได้จัดสรรให้สำหรับใช้ในช่วงปลูกฤดูแล้งประมาณ ๒๐,๑๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร
     - 
โดยประมาณ ขณะนี้ใช้แล้วประมาณ ๑๘,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร
     - 
มีน้ำเหลืออยู่ตอนนี้ประมาณ ๑,๖๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ๑,๖๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร
     - 
จะใช้ไปอีกสักประมาณ ๑๓ วัน จะสิ้นฤดูแล้งแล้ว

คิดว่าการดำเนินการตรงนี้ที่เราผ่านมาก็จะเป็นไปตามแผน เพราะว่าเราโชคดีอย่างหนึ่งว่าช่วงที่ผ่านมานี้เราได้ฝนลงมาช่วย จะมีพื้นที่ที่ฝนน้อยก็ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือแถวนครพนม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธรและอำนาจเจริญ เท่านั้นเอง ถึงปัจจุบันนี้ถ้าเทียบกับปีที่แล้วเราจะมีน้ำมากกว่าปีที่แล้วประมาณ ๖๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่อย่างไรก็ตามในปริมาณน้ำที่มีมากกว่าปีที่แล้ว ๖๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ก็ต้องถือว่าน้อยมากเพราะว่า ๒- ปีที่ผ่านมาเราใช้น้ำที่ต้นทุนที่เราเก็บสำรองไว้ไปตลอด แล้วจนปีที่แล้วเราไม่มีเลย ปีที่แล้วเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ ตอนปลายฤดูแล้งเรามีแค่ ๑,๗๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้นเอง ขณะนี้เราคาดการณ์ว่าถึงปลายฤดูแล้งแล้ว ณ วันที่ ๑ พฤษภาคม เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เราจะมีน้ำที่ใช้งานได้ประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งก็ดีกว่าปีที่แล้ว"

อภิสิทธิ์ :"ดีกว่าปีที่แล้ว แต่ก็ไม่ถือว่าดีมาก"

อธิบดีกรมชลประทาน:" แต่ก็ไม่ถือว่าดีมาก ต้องระวังครับ ต้องระวัง ขณะเดียวกันนี้ ที่ท่านอธิบดีกรมอุตุฯ พูดถึงเรื่องสภาพอากาศตรงนี้ละครับ ก็คงจะต้องระวังเรื่องนี้ด้วย และในลักษณะที่อากาศที่แปรผันอยู่ตลอดเวลาในช่วงปีนี้ที่ผ่านมา กรมชลประทานก็พยายามจะบริหารจัดการตรงนี้ด้วยความระมัดระวัง เราคงบริหารจัดการในภาพรวมไม่ได้ เราต้องบริหารจัดการในลักษณะเขื่อนใครเขื่อนมัน โดยดูสภาวะอากาศเป็นช่วง ๆ ไป "

อภิสิทธิ์:" เพราะเราต้องทำประชาคมแต่ละประชาคม นาปรังรอบสอง"

อธิบดีกรมชลประทาน:" นาปรังรอบสองเกินแผนครับ เกินแผน แต่โชคดี "

...แนวทางช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนควรทำอย่งไร
อภิสิทธิ์
:"ต้องพูดกันให้ชัด เพราะว่าตรงนี้จะเป็นปัญหาอยู่ตลอดเวลา ทีนี้สำหรับในแง่ของ ในส่วนของพี่น้องประชาชนหลายจังหวัดขณะนี้ที่ประสบกับปัญหาความเดือดร้อนจากภัยแล้ง ทาง ปภ. ทางกรมส่งเสริมฯ แนวทางการช่วยเหลือคืออะไร อย่างไร และพี่น้องประชาชนจะแนะนำอย่างไรครับในช่วงนี้ เพราะบางจังหวัดก็ประสบกับปัญหาที่รุนแรงมาก ในช่วงที่ผ่านมาก็อาจจะไม่ได้เป็นข่าวคราวมากนัก แต่ว่าเราก็รับทราบปัญหากันอยู่ "

ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย :"โดยใน ๔๗ จังหวัดที่มีการประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ภัยแล้ง โดยหลักการช่วยเหลือก็เหมือนกับภัยอื่น ๆ คือรัฐบาลเองจะมีระเบียบกระทรวงการคลังรองรับไว้ เพื่อมีเงินสำรองให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดในการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เบื้องต้นให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งในส่วนนี้ก็จะดูว่า
- ถ้าหากหมู่บ้านไหน ตำบลไหนขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค

  • เบื้องต้นจะให้ทาง อ.บ.ต. หรือทางเทศบาลตำบลเข้าไปดูแลก่อน
  •  ในส่วนที่เกินกำลังจากนั้นท่านนายอำเภอจะเข้าไปหนุนช่วยให้ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดจะจัดสรรเงินบางส่วนให้นายอำเภอไปเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหา
  • และถ้าเกินกำลังจากนั้นจะร้องขอมาที่จังหวัด อันนี้จะเป็นการช่วยเหลือเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค

ส่วนทางด้านการเกษตรนั้นเรื่องระยะเวลาของการเสียหายทางการเกษตร บางทีต้องอาศัยเวลาเหมือนกันนะครับ บางทีที่เราเห็นพืชใบเหลืองแล้วบางครั้งอาจจะยังไม่สูญเสีย ซึ่งทางเกษตรจะมีวิธีการในการประเมินอีกวิธีหนึ่งว่า เมื่อจะต้องดำเนินการชดเชย ช่วยเหลือจะมีการตั้งกรรมการออกไปดูในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ทีนี้

  • ถ้าส่วนไหนที่สามารถใช้เงินทดรองราชการผู้ว่าราชการจังหวัดช่วยเหลือได้ ก็จะดำเนินการช่วยเหลือ
  • ส่วนที่เกินกำลังก็จะขอมาที่รัฐบาล อันนี้ก็เป็นหลักการปกติทั่วไป

แต่ในเรื่องของการน้ำอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ย้ำให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการแก้ไขปัญหา

  • ก็คือจะเน้นย้ำว่าโดยเฉพาะในเขตชุมชนเมือง ทางการประปาจะเป็นแหล่งที่สำรองน้ำทั้งในเรื่องของ
    • การแจกจ่ายในชุมชนเมือง
    • และบริการสำหรับชุมชนอื่น ๆ ที่ขาดแคลนน้ำ
  • การประปาส่วนภูมิภาคจะเป็นแม่ข่ายหลักอยู่ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ตอนนี้ก็ต้องดูว่า
  • ต้นทุนน้ำที่เป็นน้ำดิบ ที่เป็นน้ำประปา จังหวัดที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
    • เช่น ประจวบคีรีขันธ์ก็ต้องเข้าไปให้การช่วยเหลือ เพราะน้ำต้นทุนเหลือน้อยแล้ว
      • ส่วนในพื้นที่ชนบท ประปาชนบท อันนี้ก็ทราบว่าหลายแหล่งน้ำเริ่มขาดแคลนแล้ว ต้องเอาน้ำรถน้ำเข้าไปแจกเสริม อันนี้คือเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค

ส่วนเรื่องเกี่ยวกับการเกษตร พืช สัตว์ต่าง ๆ จะให้ทางปศุสัตว์ ท่านผู้ว่าราชการฯ ได้มอบปศุสัตว์อำเภอหรือเกษตรอำเภอเป็นผู้เข้าไปช่วยดูแล ซึ่งจะเป็นหลักการที่ดำเนินการกันมาเป็นประจำทุกปี ขณะนี้จังหวัดที่น่าจะต้องดูแลติดตามอย่างใกล้ชิดคือประจวบคีรีขันธ์ซึ่งตอนนี้ทางการประปาเองยังต้องจ่ายน้ำเป็นเวลา เนื่องจากน้ำต้นทุนค่อนข้างน้อยมาก "

อภิสิทธิ์ :"ถามท่านอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยานิดหนึ่งครับ ประจวบคีรีขันธ์มีปัญหามาต่อเนื่องมากเลยครับ เพราะว่าตั้งแต่ช่วงที่น้ำท่วมกันรอบที่แล้ว เขาก็บ่นอยู่แล้วว่าเขามีปัญหาภัยแล้ง และกระทบมาอย่างต่อเนื่อง แนวโน้มจะเป็นอย่างนี้ "

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา :"แนวโน้มประจวบคีรีขันธ์ยังเป็นที่น่าห่วง เพราะว่าฝนที่จะเข้ามาเดือนหน้าคงเติมได้ไม่มาก ส่วนใหญ่จะเป็นด้านตะวันตกของภูเขาหรือทางด้านตะวันตกของประเทศมากกว่า อันนี้ต้องระมัดระวัง แต่ว่าจะมีฝนเข้ามาตั้งแต่ปลายเดือนนี้เป็นต้นไป"

อภิสิทธิ์ :"พี่น้องที่ประจวบคีรีขันธ์มาถามผมอยู่เรื่อยว่าทำไมมาทีก็ตกอยู่ทางใต้เขาบ้าง เหนือเขาบ้าง"

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา:" ต้อนนี้ต้องรีบเก็บ เพราะว่าฝนมาเท่าไรต้องรีบเก็บในช่วงปลายเดือนนี้ "

อภิสิทธิ์ :"ซึ่งก็มีโครงการต่าง ๆ ที่เสนอมา ผมเองก็กำลังพยามยามดูว่าในส่วนของประจวบคีรีขันธ์จะมีแนวทางในการเพิ่มในเรื่องของโครงการที่จะเก็บน้ำอะไรต่าง ๆ ได้อย่างไร"

อธิบดีกรมชลประทาน:"  ผมขอเรียนเพิ่มเติมครับท่านนายกฯ ทางประจวบคีรีขันธ์มีเขื่อนอยู่ ๒ เขื่อน คือเขื่อนปรานบุรีกับเขื่อนคลองบึง ขณะนี้เขื่อนปรานบุรียังมีน้ำอยู่ประมาณ ๒๙ ล้านลูกบาศก์เมตร และมีการประชุมประชาคมต่าง ๆ ว่าจะไม่มีการทำการเกษตร จะใช้น้ำสำหรับอุปโภคบริโภคและการรักษาระบบนิเวศ ส่วนอ่างคลองบึง ซึ่งตรงนี้มีน้ำเหลือน้อยแล้วประมาณ ๓๘๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ตรงนี้เราจะใช้สำหรับประปา และในขณะเดียวกันมีการประสานกับทางจังหวัดกับทางการประปา โดยการประปาได้วางท่อมาที่แม่น้ำกุยบุรี ซึ่งกุยบุรีจะมีเขื่อนพระดำริอยู่ ๒ เขื่อน ก็คือเขื่อนยางชุมกับเขื่อน... ถ้าน้ำทางด้านคลองบึงกับปรานบุรีไม่พอ ก็จะสามารถเอาตรงนี้ไปช่วยได้ครับ "

อภิสิทธิ์: " ท่านรองอธิบดีฯ มีอะไรจะเสริมหรือไม่ครับ ในส่วนของการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน"

รองอธิบดีกรมสงเสริมการเกษตร :"ตอนนี้เรื่องของไม้ผลที่ประสบภัยแล้ง เราจะให้อำเภอลงไปดู โดยเฉพาะเรื่องศัตรูพืช เช่น ประจวบคีรีขันธ์ เรื่องหนอนหัวดำ ว่าพอแล้งจัดศัตรูพืชเริ่มระบาดต้องดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกร โดยมีการสำรวจ ดูแล และให้ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน และบริหารศัตรูพืชที่กรมส่งเสริมการเกษตรมีอยู่ ให้เข้าไปดำเนินการช่วยเหลืออย่างโดยด่วนเลยครับ"

อภิสิทธิ์ :"ตอนนี้จริง ๆ แล้วหลายพื้นที่พออากาศเปลี่ยนแปลง ก็มีปัญหา ผมพบกับพี่น้องเกษตรกรที่เป็นชาวนาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บังเอิญส่วนหนึ่งก็มารับเงินชดเชยในส่วนที่ถูกฉ้อโกง บ่นเรื่องเพลี้ยกันมากตอนนี้"

รองอธิบดีกรมสงเสริมการเกษตร:" อันนี้มีเรื่องของพืชฤดูแล้งคือเรื่องของนาปรัง เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลเริ่มระบาดเยอะ ก็ดำเนินการช่วยเหลือ กรมส่งเสริมการเกษตรผลิต.... ช่วยเหลือประมาณ ๑๐ ตัน ฉีดพ่นและใช้ไฟล่อแมลง ใช้วิธีกลต่าง ๆ ให้เกษตรกรใช้ยาสารเคมีอย่างถูกต้อง เพราะว่าการปลูกพืชโดยเฉพาะข้าวปลูกกันต่อเนื่อง ทำให้แมลงย้ายที่อยู่อาศัยไปเรื่อย ๆ ต้องดูแลอย่างเร่งด่วน"

...ช่วยเหลือเชิงระบบ
อภิสิทธิ์
: "จริง ๆ เมื่อพูดถึงเรื่องของปัญหาการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจากภัยแล้งก็ดี น้ำท่วมก็ดี ผมอยากจะถือโอกาสใช้เวลาที่เหลือในวันนี้มามองในเชิงระบบ เพราะว่าในช่วงที่ผมเข้ามารับตำแหน่ง ในสมัยก่อนแน่นอนนะครับ เวลาเกิดภัยแล้ง เวลาเกิดน้ำท่วม
-  การระดมความช่วยเหลือเฉพาะหน้าก็จะเป็นอย่างที่เราปฏิบัติกันอยู่ คือ
          -  มีเงินทดรองจ่ายของทางจังหวัดและ
          -  หน่วยงานภาครัฐ
              - 
ภาคเอกชน
จะระดมความช่วยเหลือเข้าไป แต่ว่าสุดท้ายจะมีการสำรวจเพื่อที่จะชดเชยความเสียหาย ผมจำได้ว่าสมัยก่อนช้ามาก จนในสภาฯ จะพูดกันอยู่เสมอว่าเงินภัยแล้งได้ตอนน้ำท่วม เงินน้ำท่วมได้ตอนภัยแล้ง และบางทีค้างกันเป็นปี ๆ ผมจำได้ว่าตอนที่ผมเข้ามายังมีปัญหาตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ - ๕๐ - ๕๑ ก็ยังไม่มีการจ่ายเงิน ทีนี้

  • ต่อมาเราก็พยายามที่จะปรับปรุงตรงนี้และมีเกณฑ์พิเศษขึ้นมา ยกตัวอย่างเช่นตอนนี้ที่พูดถึงมากเรื่องเงิน ๕,๐๐๐ สมัยก่อนก็ไม่มีเลย
    • จะเป็นการช่วยเหลือว่าที่อยู่อาศัยเสียหายทั้งหลังได้ ๓๐,๐๐๐ บาท
    • ถ้าหากว่าเสียหายบางส่วนก็ไปสำรวจตามความเป็นจริงไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท บางทีจะใช้เวลามาก
  • ตอนนี้มีเกณฑ์ใหม่เข้ามาว่า
    • ถ้าน้ำท่วมฉับพลันจนพี่น้องประชาชนไม่สามารถขนย้ายได้ทัน
    • ถ้าน้ำท่วมขังเป็นเวลานานทรัพย์สินเสียหายหรือว่าถ้ามีภัยพิบัติ
      เช่น พายุดินถล่มอะไรต่าง ๆ ก็จะมีเงิน ๕,๐๐๐ บาท ที่มีการสำรวจและมีการเร่งจ่ายไป อันนั้นก็จะส่วนหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่เข้ามา

ขณะเดียวกันเช่นเดียวกันเมื่อปลายปีที่แล้ว ตอนที่พืชผลทางการเกษตรเสียหายค่อนข้างจะมาก เพราะว่าเราเจอกับภัยทั้งสิ้น ๖๕ จังหวัด แทบจะเรียกได้ว่าเกือบทั้งประเทศ มีการวิจารณ์กันมานานแล้วครับว่า

  • เราช่วยเหลือไร่ละ ๖๐๐ กว่าบาท ๕๐๐ กว่าบาท ๖๐๐ กว่าบาทมันไม่พอ
  • ปีที่แล้วมีเกณฑ์พิเศษในเรื่องของ ๒,๐๐๐ บาท
  • และมีเกณฑ์พิเศษสำหรับกรณีของสวนยางเช่นเดียวกันซึ่งมีกลไกกองทุนของเขาอยู่ และในรอบนี้ที่เกิดขึ้นที่ภาคใต้ก็จะใช้หลักเกณฑ์คล้ายคลึงกัน

ขณะเดียวกันพอรัฐบาลเปลี่ยนแปลงนโยบายในเรื่องของการแทรกแซงราคาพืชผลทางการเกษตรมาเป็นเรื่องของการประกันรายได้ ก็ทำให้มีช่องทางที่พี่น้องประชาชนได้รับการบรรเทาความเดือดร้อนอีกทางหนึ่ง ซึ่งอาจจะถือว่าได้เป็นผลพลอยได้ก็ได้ เพราะความจริงไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักของโครงการ
     - 
นั่นก็คือว่าถ้าได้ขึ้นทะเบียนเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าพืชผลจะเสียหายเนื่องจากโครงการประกันรายได้ไม่ได้ผูกติดอยู่กับการที่จะต้องเอาสินค้ามาจำหน่าย หรือมาจำนำและมารับเงินชดเชยแต่ว่าสามารถที่จะใช้สิทธิที่เป็นส่วนต่างระหว่างราคาอ้างอิงกับราคาประกัน
     - 
ทำให้พี่น้องประชาชนพูดกันว่าน้ำท่วม ฝนแล้ง แมลงพืชผลต่าง ๆ เกิดความเสียหายแต่ยังสามารถที่จะใช้สิทธิตามโครงการประกันรายได้อยู่ เพราะฉะนั้นพี่น้องเกษตรกรซึ่งปลูกข้าว เวลาน้ำท่วม เวลาเกิดภัยแล้ง หรือปลูกกินเองหรือแมลงเข้ามาทำลาย ยังสามารถที่จะใช้สิทธิได้เงินในเรื่องของการชดเชยประกันรายได้อยู่ แต่ว่าตรงนี้ไม่ใช่วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้

และที่สำคัญพอปีนี้พี่น้องซึ่งปลูกข้าวโพด ปลูกมันสำประหลัง ปรากฏว่าราคาตลาดสูงกว่าราคาประกันเพราฉะนั้นจริง ๆ ถ้าเกิดมีความเสียหาย ก็ไม่สามารถจะเอาโครงการตัวนี้ไปช่วยได้ ผมเองได้พูดถึงเรื่องของโครงการประกันภัยพืชผล มาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่ว่ายังมีรายละเอียดหลายย่างซึ่งกำลังพยายามคำนวณกันอยู่ แต่ว่าล่าสุดทาง ธ.ก.ส. ซึ่งกำลังจะเตรียมนำเสนอโครงการนี้ต่อรัฐบาล ไม่แน่ใจว่าน่าจะใช้ได้ประมาณปลายปีเป็นต้นไป อยากให้ท่านผู้จัดการ ธ.ก.ส. อธิบายหลักคิดนิดหนึ่งครับว่า นอกจากเรื่องประกันรายได้ซึ่งทำกันอยู่ และหวังว่าจะมีการดำเนินการต่อเนื่องต่อไปกันนี้ การประกันภัยพืชผลหลักคิดคืออะไร แล้วเราจะแก้ปัญหาให้ดีกว่า คล่องตัวกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันได้อย่างไร"

ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร: " ขออนุญาตท่านนายกฯ นิดหนึ่งนะครับ เล่าถึงเรื่องของการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรทางภาคใต้ด้วยนะครับ ในส่วนของ ธ.ก.ส. มี ๒ ส่วน
ส่วนแรกก็คือเรื่องภาระหนี้สินจะมีอยู่ ๓ กรณี
     -  กรณีแรกคือลูกค้าเสียชีวิต เราก็ปลดหนี้ให้ ลูกหลานของลูกค้า หรือคนในครอบครัวต้องการมาเป็นลูกค้าเรายินดีรับ
     - 
กรณีที่สองคือเสียหายร้ายแรง และต้องการทำกินต่อ เราจะพักหนี้ให้ ๓ ปีในช่วง ๓ ปีทางรัฐบาลก็มีแนวทางที่ชัดเจนในการที่จะจัดสรรงบประมาณมาชำระดอกเบี้ยแทน เพราะฉะนั้นภาระหนี้สินเดิมที่มีอยู่ก็ไม่ต้องเป็นกังวลใจ จะได้รับการผลัดไป ในขณะเดียวกัน
     - 
หลังจากที่น้ำลดแล้วถ้ามีความจำเป็นต้องพื้นฟูเราก็เตรียมวงเงินใหม่ให้ อันนี้ก็เป็นแพ็คเกจที่เราเตรียมไว้สำหรับลูกค้าที่ประสบกับภัยน้ำท่วม

สำหรับเรื่องของการที่จะเข้าไปช่วยเหลือ ในเรื่องของการโอนเงินอยากจะเรียนท่านนายกฯ ว่า

  • ภัยแล้งได้มีการโอนไปแล้วทั้งสิ้นแสนกว่าราย ๑๓๐,๐๐๐ กว่าราย เป็นเงินประมาณเก้าร้อยล้านบาท อุทกภัยปลายปีโอนไปทั้งสิ้นประมาณเกือบเก้าแสนราย เป็นเงินหนึ่งหมื่นเจ็ดพันล้านบาท
  • ขณะนี้ทางรัฐบาลก็เตรียมเงินผ่านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้อีกสามพันสองร้อยล้านสำหรับภาคใต้ อันนี้ก็จะโอนต่อไป เป็นเรื่องของการให้ความช่วยเหลือ

ถ้าพูดถึงว่าเป็นการช่วยเหลือในเชิงรับก็น่าจะถูกต้อง เพราะว่าเกิดภัยแล้วเราถึงเข้ามาช่วย แต่สิ่งที่ทางท่านนายกฯ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านกรณ์ฯ กับรองนายกรัฐมนตรีไตรรงค์ สุวรรณคีรี อยากจะทำงานในเชิงรุก ก็คือสร้างระบบการคุ้มครองให้กับพี่น้องเกษตรกร จะเห็นได้ว่ามีระบบการคุ้มครองระบบหนึ่ง ซึ่งพี่น้องเกษตรกรก็ดีใจ คือเรื่องของโครงการประกันรายได้ อันนั้นเป็นการคุ้มครองทางด้านความผันผวนของราคา
     -  แต่ว่าเมื่อไม่มีผลผลิตแล้ว แน่นอนรายได้ของพี่น้องเกษตรกรก็เสียหาย และเราก็มาชดเชยเชิงรับไป
     -  แต่ว่าถ้าเรามองว่าถ้าเงินที่เราชดเชยในเชิงรับ ถ้าเปลี่ยนมาเป็นระบบที่จะสร้างความคุ้มครองให้กับพี่น้องเกษตรกร อันนี้เป็นเรื่องที่นานาอารยประเทศเขาทำกัน เพราะฉะนั้นก็เลยเป็นแนวความคิดว่าเราอยากจะมีระบบการประกันภัยพืชผลขึ้นมา

  • เพื่อเสริมระบบประกันรายได้ ซึ่งจะทำให้พี่น้องเกษตรกรได้รับการคุ้มครองทางด้านรายได้
  • ทางด้านราคากับเรื่องของภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงหลัง

แนวความคิดอยากจะให้มีการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนก็คือบริษัทประกันวินาศภัย และพี่น้องเกษตรกรได้มีส่วนร่วมในการทำงาน เพื่อให้ระบบนี้มีความยั่งยืน ในส่วนของภาครัฐที่คุยกันไว้ในขณะนี้ก็คือว่า ในส่วนที่เป็นการจ่ายชดเชยความเสียหายขั้นพื้นฐานตามหลักเกณฑ์ที่เรามีอยู่ก็จะไม่ทิ้ง จะทำต่อไป"

อภิสิทธิ์ : " ๖๐๐ กว่าบาทต่อไร่ ที่ว่านี้เวลาที่มีภัยแล้ง น้ำท่วมสำรวจเสร็จ เสียหายเท่าไหร่ก็จ่ายตามนั้น อันนี้ก็คือทุกคนได้"

ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร : "ก็จะเป็นการทำงานของทางกระทรวงเกษตรฯ และจะมาเสริมอยู่ในโครงการนี้ แต่ว่าถ้าส่วนที่เพิ่มขึ้นมา ก็อยากให้พี่น้องเกษตรกรได้เข้ามาร่วมในโครงการ เพื่อที่จะให้บริษัทประกันวินาศภัยมารับประกัน พี่น้องเกษตรกรก็จะเป็นผู้เอาประกัน ซึ่งก็จะมีการเสียเบี้ยประกันบ้าง ซึ่งในชั้นนี้ที่คุยกันในชุดของท่านรองนายกฯไตรรงค์ ก็จะมีการอุดหนุนเบี้ยประกันเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้เข้ามาร่วมในโครงการให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะมันเป็นการบริหารความเสี่ยงครับท่านนายกฯ

  • คือถ้าพี่น้องเกษตรกรเข้ามาร่วมมากเท่าไหร่ ความเสี่ยงก็จะกระจายตัว
  • และก็จะมี ธ.ก.ส.เข้าไปมีส่วนร่วมด้วยในแง่ของการเป็นผู้ที่จะเป็นตัวแทนของระบบ สร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องเกษตรกรในการเข้าร่วมโครงการ

และที่สำคัญที่สุดคือว่า ในการประเมินความเสียหายเพื่อให้เกิดความโปร่งใสมากที่สุด จะทำในรูปของคณะกรรมการร่วมกัน จะมีทางกระทรวงเกษตรกรฯ มี ธ.ก.ส. และก็มีผู้หลักผู้ใหญ่ที่อยู่ในชุมชน มาช่วยในกรณีที่เราเห็นว่าจะเสียหายไหม หรือไม่เสียหาย ก็จะเกิดความชัดเจน ซึ่งตรงนี้จะถือวาเป็นคล้าย ๆ เหมือนกับคณะกรรมการร่วมสร้างความชัดเจน แต่ว่าถ้าเป็นกรณีที่เสียหายโดยสิ้นเชิง เช่น น้ำท่วมข้าวเกินกว่า ๒ อาทิตย์ อันนี้ไม่ต้องไปสำรวจ อันนี้ถือว่าเราสามารถใช้เทคโนโลยีในการดูได้"

อภิสิทธิ์ : "อย่างกรณีแล้ง เราใช้เกณฑ์น้ำฝนได้ไหมครับ กรมอุตุนิยมฯ บอกได้เลยพื้นที่นี้ตกเท่านี้ถือว่าแล้งเสียหายแล้ว"

ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร :" ซึ่งเรื่องนี้เราก็ทำทดลองมาอยู่ เป็นดัชนีภูมิอากาศ ซึ่งตอนนี้ก็ช่วยในแง่ของการลดต้นทุนของระบบด้วย และสร้างความมั่นใจด้วย และใช้เทคโนโลยีในการที่จะทำให้เกิดความชัดเจนโปร่งใสด้วย อันนี้ก็ที่คุยกันไว้ในชุดของท่านไตรรงค์ ก็อยากจะทำในข้าวนาปี ปีหน้า ซึ่งก็ยังพอมีเวลาในกาที่จะวางระบบ และคิดว่าเบี้ยประกันที่ขณะนี้เป็นตัวที่ทางภาคเอกชนจะต้องไปดูว่าจะเป็นเท่าไหร่ และภาครัฐจะดูแลเท่าไหร่ อันนี้ก็คงจะได้หาข้อยุติ และนำเสนอท่านรัฐมนตรีต่อไปครับ"

อภิสิทธิ์: " แต่ว่าหลักง่าย ๆ ให้พี่น้องประชาชนเข้าใจก็คือว่า ปัจจุบันนี้สมมุติว่าเกิดภัยต่าง ๆ

  • ก็ต้องรอหน่วยงานสำรวจ และ
  • ก็จ่ายอาจจะ ๖๐๐ บาทตามเกณฑ์ ต่อไปนี้เราก็จะบอกว่า ที่ประชาชนบอก ๒,๐๐๐ บาทมันใช้ได้
  • ก็หมายความว่าใครมาซื้อประกันก็จะได้อีก ๑,๔๐๐

ถูกไหมครับ ถ้าได้รับความเสียหาย "

ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร: " ถูกต้องครับ"

อภิสิทธิ์: " เพียงแต่ว่าตอนนี้ที่คำนวณเบี้ยประกันออกมา บ่งบอกพี่น้องได้ว่าออกมาประมาณ ๑๕๐ บาท

  • สมมุติว่าต้องจ่าย ๑๕๐ บาทถ้าเกิดเสียหายจะได้ ๒,๐๐๐ บาท คือ ๖๐๐ บาทได้อยู่แล้ว กับ ๑,๔๐๐ บาท
  • ส่วนใครไม่ซื้อก็ได้แค่ ๖๐๐ บาท แนวคิดขณะนี้เป็นอย่างนี้อยู่

ส่วนว่าสมมุติ ๑๕๐ บาท พี่น้องจะต้องออกเองทั้งหมด หรือว่ารัฐบาลจะสมทบส่วนหนึ่ง หรือ ธ.ก.ส. จะใจดีมีแรงจูงใจพี่น้องที่มีบัญชีอยู่ว่าจะทำไร ก็กำลังจะคำนวณกันว่ามีทางเลือกอะไรอย่างไรบ้าง ขณะเดียวกันการบริหารมีทั้งสองแบบที่ยังพิจารณาอยู่
(๑) ทั้งที่มีบริษัทประกันภัยเข้ามา กับ
(๒) ทั้งที่อาจจะเป็นกองทุนของรัฐบาลเอง
และก็วิธีการคำนวณความเสียหายก็จะมีหลากหลาย เพราะว่าถ้าภัยแล้งก็ทางกรมอุตุฯ อาจจะมีวิธีการในการที่จะชี้ได้เลยว่าอันนี้ถือว่าแล้งแล้ว เสียหายเท่าไหร่ทางกระทรวงเกษตรฯ ก็อาจจะมีตัวเลขอยู่ และอาจจะยึดตามที่เราขึ้นทะเบียนการประกันรายได้ แต่น้ำท่วมยากหน่อยใช่ไหมครับ เพราะว่าอาจจะต้องดูว่าท่วมนานเท่าไหร่ ถือว่าเสียหายอะไรอย่างไร"

ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร : "มีประเด็นเรื่องของน้ำหลากด้วย อะไรด้วยครับ อันนี้ต้องดูให้ระเอียด"

อภิสิทธิ์ : "เพราะฉะนั้นถ้าหากว่า ตรงนี้เราก็จะพยายามเร่งหาข้อยุติ แต่ตั้งเป้าไว้ก็คือว่าปลายปี สามารถที่จะเริ่มต้นใช้ได้เป็นครั้งแรก ก็จะทำให้พี่น้องประชาชนต่อไปนี้ที่อยู่ในภาคการเกษตรมีความมั่นคงมากขึ้น เพราะว่าพอขึ้นทะเบียนแล้ว ทั้งประกันรายได้และถ้ายอมจ่ายเบี้ยตรงนี้ส่วนหนึ่งก็ประกันภัยพิบัติด้วย และนอกจากนั้นถือโอกาสเรียนว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักการกองทุนสวัสดิการชาวนา นั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งถ้าพี่น้องประชาชนขายข้าวเก็บรายได้ไว้ส่วนหนึ่งเข้ากองทุนก็จะมีเงินสมทบเช่นเดียวกันมาหนุน มาเสริมทั้งกองทุนเงินออมแห่งชาติ ทั้งประกันสังคมตามมาตรา ๔๐ ที่กำลังเร่งทำกันอยู่ ผมไม่ทราบว่าท่านอื่นมองอย่างไรในเรื่องการประกันภัยตรงนี้"

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา: " การประกันภัยตอนนี้กรมอุตุฯ กับ ธ.ก.ส. ดำเนินการ แต่ว่ายังไม่เข้ากระจายทั่วทุกพื้นที่ เพราะเราขาดเครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ที่จะกระจายตัวออกไป"

อภิสิทธิ์ : "ปัจจุบันสถานีสำรวจได้ละเอียดแค่ไหนครับ ในเรื่องของน้ำฝน"

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา : "ไม่มากครับ เพราะว่าเรากำลังจะปรับใช้เรดาร์รวมกับตัวถังวัดน้ำฝน เพื่อจะดูพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งโครงการเรดาร์เองก็จะเข้า ครม.ในอาทิตย์ที่จะถึงนี้ครับ"

อภิสิทธิ์ : "ผมจำได้ว่าแม้กระทั่งตอนหนาวก็มีคนบ่นว่าไปวัดอุณหภูมิ บางทีวัดอยู่ข้างล่างไม่วัดข้างบน ทำให้ประกาศเขตภัยพิบัติภัยหนาว"

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา :"อันนี้ต้องใช้งบประมาณพอสมควรซึ่งกรมอุตุฯ เองก็ลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อยู่แล้วนะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามกรมอุตุฯ ก็อยากให้เกิดระบบการเตือนภัยที่ดี การสร้างองค์ความรู้ให้ประชาชนให้รู้สถานการณ์ รู้การเข้าสู่ภัยได้อย่างไรเป็นระบบ นั้นคือสิ่งที่เราต้องการ อย่างเช่นว่าในช่วงของปลายฤดูฝน เราต้องเก็บน้ำไว้ใช้ฤดูแล้งอย่างไร หรือว่าฤดูแล้งเราจะต้องระมัดระวังเรื่องการปลูกอย่างไร มีการคิดต่าง ๆ อย่างปีที่ผ่านมาเรามีการเลื่อนการเพาะปลูกไป ๑๕ วัน อะไรทำนองนี้ เราก็จะเพิ่มข้อมูลพวกนี้มากขึ้น การใช้เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ข้อมูลต่าง ๆ เข้ามาส่วนนี้มากขึ้น อันนี้ก็เสนอโครงการไปทางรัฐบาลอยู่ครับ"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- น้ำท่วมใต้สถานการณ์ดีขึ้น เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย เชื่อมทาง ที่อาศัย การเกษตร

...เหตุน้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย เร่งติดตามช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ดูแลความเป็นอยู่ เชื่อมทางขาด สร้างที่อยู่อาศัย ฟื้นฟูการเกษตร ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจช่วยเหลือผู้ประสบภัย

อภิสิทธิ์: "วันนี้ผมมาที่กรมชลประทานครับ เพราะว่าในช่วงที่ ๒ ของรายการนั้น จะมีการสนทนากับผู้แทนจากหลายหน่วยงานครับที่เกี่ยวข้องกับปัญหาในเรื่องของดิน ฟ้า อากาศ ครับ ไม่ว่าจะเป็น
   - ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งสถานการณ์แม้ว่าจะคลี่คลายไปแล้ว ก็ยังไม่จบลงเสียทั้งหมด และยังมีปัญหาเรื่องอื่น ๆ ที่จะต้องมีการติดตาม ไปจนถึง
   - เรื่องของภัยแล้ง ซึ่งเนื่องจากว่ามีข่าวสารในเรื่องน้ำท่วมมาก พี่น้องประชาชนจำนวนหนึ่งก็อาจจะไม่ทราบว่ามีหลายสิบจังหวัดที่ประสบกับปัญหาภัยแล้งอยู่ ซึ่งจะต้องมีการเตรียมการในการรองรับปัญหาต่าง ๆ ที่พี่น้องประชาชนจะต้องเผชิญกับความเดือดร้อน
ก่อนที่จะไปพูดคุยสนทนานะครับ ก็ขอเรียนว่าผมได้

  • ติดตามสถานการณ์ของการทำงาน การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง และ
  • ต้องขอขอบคุณหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรภาคประชาชนที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันในช่วยเหลือจนทำให้สถานการณ์ต่าง ๆ นั้นคลี่คลายไปมากแล้ว
    • ขณะนี้ต้องถือว่าระดับน้ำที่ยังท่วมขังอยู่ ก็จะเป็นบริเวณริมแม่น้ำ โดยเฉพาะริมแม่น้ำตาปีบางส่วนเท่านั้นเอง ส่วนสถานการณ์ที่อื่นนั้นก็ถือว่าคลี่คลายกลับเข้าสู่ภาวะปกติเป็นส่วนใหญ่
    • เส้นทางคมนาคมหลักถ้าเป็นเรื่องของทางหลวง ถ้าเป็นเรื่องของรถไฟ ถ้าเป็นเรื่องของสนามบิน ก็สามารถที่จะเปิดใช้ได้แล้ว เช่นเดียวกับ
    • เรื่องของประปา ไฟฟ้าจะมีอยู่เพียงบางส่วนเท่านั้นเอง ซึ่งมีปัญหาจากพื้นที่ซึ่งอาจจะได้รับการชำรุดจากผลกระทบจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้น แต่ว่าโดยรวมก็กลับมาทำงานได้เป็นส่วนใหญ่
    • ส่วนเส้นทางคมนาคมไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสะพาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทางหลวงชนบท หรือทางของท้องถิ่น ต้องขอขอบคุณเป็นพิเศษก็คือทางกองทัพ ซึ่งได้ส่งกำลังพลเข้าไปช่วยดูแลเชื่อมต่อได้เป็นส่วนใหญ่ บางพื้นที่หรือบางเส้นทางก็อาจจะเป็นในลักษณะชั่วคราวอยู่ แต่ก็มีการดำเนินการกันอย่างเต็มที่
    • ส่วนการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนไม่ว่าจะเป็นเงินที่จะเป็นเรื่องของการเยียวยาความเสียหายต่อทรัพย์สินที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาคการเกษตรก็มีการเร่งสำรวจ เพื่อจะได้มีการเร่งจ่ายเงินต่อไป ซึ่งอีกสักครู่คงจะได้มีการพูดคุยในเรื่องนี้ด้วย
    • นอกจากนั้นครับในเรื่องของความช่วยเหลือในเรื่องของที่อยู่อาศัย
      • ขอเรียนว่าในบางจังหวัด เช่น จังหวัดกระบี่ ยกเว้นในพื้นที่ซึ่งพี่น้องประชาชนนั้นอาจจะยังไม่สามารถที่จะกลับไปอยู่ที่เดิมได้ ขณะนี้ในเรื่องของการช่วยเหลือก็จะเป็นในลักษณะของการก่อสร้างที่อยู่อาศัยชั่วคราว จะเป็นบ้านน็อคดาวน์ จะเป็นเต็นท์ จะเป็นเรือนแถว กำลังมีการดำเนินการอยู่ และกำลังจะเร่งทั้งในส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสุราษฎร์ธานี
      • ต่อเนื่องต่อไป ส่วนการก่อสร้างหรือช่วยเหลือในเรื่องของที่อยู่อาศัยที่เป็นการถาวร ก็จะต้องมีการไปกำหนดเรื่องของพื้นที่ เพราะว่าหลายพื้นที่นั้นคงจะไม่เหมาะสมหรือไม่ปลอดภัยที่จะกลับไป หรือในบางพื้นที่นั้นพี่น้องประชาชนเองก็อาจยังเห็นไม่ตรงกับหน่วยงานของภาครัฐอยู่นะครับ เช่น บางพื้นที่อยากจะกลับไปอยู่ที่เดิม แต่ว่าทางการนั้นเห็นว่าอาจจะไม่ปลอดภัย หรือในบางที่ถึงแม้ว่าทางการเห็นว่าปลอดภัย แต่ว่าพี่น้องประชาชนมีความวิตกกังวลไม่สบายใจ ตรงนี้ก็จะเร่งหาคำตอบ
      • แต่ว่าอย่างไรก็ตาม เรื่องของที่อยู่ชั่วคราวก็จะเร่งดำเนินการให้เสร็จให้เร็วที่สุด เพราะว่ายังมีจุดที่พี่น้องประชาชนไปอาศัยอยู่เป็นจุดอพยพ เช่น ที่โรงเรียน ซึ่งอีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะเปิดเทอมแล้ว ขอเรียนว่าทุกหน่วยงานยังระดมกำลังกันอย่างเต็มที่ในการที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ คลี่คลายสถานการณ์เรื่องนี้ให้กลับเข้าสู่ความเป็นปกติโดยเร็วที่สุดต่อไป

เดี๋ยวอีกสักครู่ครับ เราจะไปสนทนากับผู้แทนของหน่วยงานสำคัญ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาในเรื่องของภัยพิบัติต่าง ๆ ทั้งจะคุยกันในเรื่องของน้ำท่วม คุยกันในเรื่องของภัยแล้ง และการดูแลแก้ไขปัญหานี้ในระยะยาวต่อไปด้วยครับ"

อภิสิทธิ์: "ผมยังคงนั่งอยู่ที่กรมชลประทานในช่วงที่ ๒ ของรายการนี้จะได้เชิญหลายท่านมาร่วมสนทนาต่อปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม ภัยพิบัติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทางซ้ายของผมนั้นก็มีท่าน อธิบดีกรมชลประทานซึ่งถือว่าเป็นเจ้าบ้าน เจ้าภาพ คุณชลิต ดำรงศักดิ์ ถัดไปมีท่านรองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร คุณกมล เกษมสุข ส่วนทางขวาของผม ท่านอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ท่านอธิบดีต่อศักดิ์ วานิชขจร มีท่านผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบรรเทาสารธารณภัย ท่านผู้อำนวยการภานุฯ นะครับ และท่านผู้จัดการ ธ.ก.ส. ครับนั่งอยู่ที่นี่ คงจะเริ่มต้นจากเรื่องของสถานการณ์น้ำท่วมที่พี่น้องประชาชนยังมีความเป็นห่วงอยู่ คงจะต้องสอบถามท่านอธิบดีกรมชลประทานนะครับว่า ตกลงขณะนี้ระดับน้ำที่เราเห็นอยู่ที่สุราษฎร์ฯ หรือที่ปากพนัง ถือว่าปกติหรือไม่ปกติอย่างไร แนวโน้มจะเป็นอย่างไรต่อไปครับ"

อธิบดีกรมชลประทาน (นายชลิต ดำรงศักดิ์): "สถานการณ์น้ำถึงปัจจุบันโดยภาพรวมแล้วเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ยกเว้นที่ลุ่มต่ำ เช่น ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ซึ่งในส่วนนี้ได้มีการประชุมชาวบ้าน ว่าตรงนี้ชาวบ้านต้องการจะเก็บไว้ในส่วนนี้เพื่อทำการเพาะปลูกรอบใหม่ต่อไป"

อภิสิทธิ์: "เดี๋ยวเราคุยกันท่านอธิบดีกรมอุตุฯ คงจะพูดถึงสถานการณ์ภัยแล้ง แต่สำหรับการช่วยเหลืออยากจะให้ทางท่านรองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ท่านผู้อำนวยการในส่วนของ ปภ. ยืนยันนะครับว่า พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเสียหาย จะเป็นไร่นา จะเป็นสวนยางจะเป็นอะไร ได้รับการช่วยเหลืออย่างแน่นอน เพราะว่าตอนนี้อยู่ในช่วงของการสำรวจใช่ไหมครับ"

ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย (นายภาณุ แย้มศรี): "ในส่วนของการช่วยเหลือในเรื่องของอุทกภัยภาคใต้ใน ๑๐ จังหวัด ซึ่งขณะนี้สถานการณ์ได้คลี่คลายเกือบทั้งหมดแล้ว ยังเหลือเพียงบางอำเภอของสุราษฎร์ธานีเท่านั้นเอง ในการช่วยเหลือคงจะมีอยู่ - ส่วนหลัก ๆ

ส่วนแรกคือเรื่องของความเป็นอยู่ การดำรงชีพประจำวัน อันนี้คือทางจังหวัดและภาครัฐทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการช่วยเหลือไปมากพอสมควรแล้ว 
   -
ในเรื่องของระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ไฟฟ้า ขณะนี้ทางการไฟฟ้ายืนยันว่าเหลือเพียงนิดเดียวประมาณ ๑,๐๐๐ กว่ารายเท่านั้นที่ยังเข้าไปดำเนินการซ่อมบำรุง เพื่อจ่ายระบบไฟฟ้าไม่ได้
   -
ส่วนประปาทางการประปาส่วนภูมิภาคได้ยืนว่าได้ดำเนินการจ่ายเต็ม๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว

ส่วนระยะต่อไปคือเรื่องบ้าน เรียนเพิ่มเติมจากที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้เรียนท่านผู้ชมสักครู่ว่า
   - กรณีที่ตำบล อำเภอเขาพนม ทางมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภา) ฯ สภากาชาดไทย และกรม ปภ. ได้ดำเนินการสร้างบ้านพักชั่วคราว เรียกว่าบ้านน็อคดาวน์ ที่ตำบล อำเภอเขาพนมทั้งหมด ๖๐ หลัง ตอนนี้สร้างไปแล้วประมาณ ๓๐ กว่าหลัง
   -
และที่อ่าวลึกกับที่อำเภอเมือง ก็ดำเนินการสร้างเป็นเต็นท์ยกพื้นให้ เพื่อให้พักอาศัยอยู่ชั่วคราว 
   -
และระยะยาวคงจะดำเนินการก่อสร้างตามที่ทางรัฐบาลได้ระดมกำลังจากทางฝ่ายทหารและหน่วยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งดำเนินการช่วยเหลือต่อไป

ส่วนเรื่องทางด้านการเกษตร ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดจะมีเงินทดรองราชการอยู่ในมืออยู่ ตอนนี้แต่ละจังหวัดก็ขยายวงเงินมากกว่า ๑๐๐ ล้านบาทแล้ว ทางด้านการเกษตรจะช่วยเหลือในระยะต่อไป ถ้าเงินไม่พอยังไงทางจังหวัดก็จะขอเงินจากเงินงบกลางรัฐบาลต่อไปครับ"

อภิสิทธิ์: "เชิญครับ"

รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร (นายกมล เกษมสุข): "กรมส่งเสริมการเกษตรได้ให้เจ้าหน้าที่การเกษตรทุกท่านได้สำรวจ
     - เกษตรกรที่มีผลกระทบ มีประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ราย
     - มีผลกระทบในเรื่องของพื้นที่การเกษตรประมาณ ๑,๑๐๐,๐๐๐ ไร่
จะดำเนินการสำรวจและผ่านคณะกรรมการระดับอำเภอ คณะกรรมการระดับจังหวัดให้เสร็จภายในเดือนพฤษภาคมนี้ และดำเนินการช่วยเหลือตามเกณฑ์ที่ ครม.ได้อนุมัติ กรอบวงเงินที่เราขอประมาณ ,๐๐๐ ล้าน"

อภิสิทธิ์: "ประมาณการเบื้องต้นบอกว่า๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ใช่ไหมครับ แต่ว่า

    • ผมดูเวลาที่ประมาณการตัวเลขมา ธ.ก.ส. ก็ดี ปภ. ก็ดี ของกระทรวงเกษตรฯ ก็ดี มักจะไม่ค่อยตรงกัน
    • คงจะต้องใช้เวลาอีกนิดหนึ่งในการที่จะดูว่า ความเสียหายที่มีหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่แท้จริงจะเป็นอย่างไร อันนี้ก็เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนได้มั่นใจนะครับ

ในส่วนของพี่น้องที่ประสบปัญหาอุทกภัยที่ภาคใต้ ว่าทุกหน่วยงานก็เดินหน้าในการที่จะดูแลแก้ไขปัญหา และบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนต่อไป"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- เพิ่มความคล่องตัว ยกระดับปรับกลไกหน่วยงานภัยพิบัติ

...รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการในการพิจารณาที่จะยกระดับและปรับกลไกหน่วยงานต่างๆที่จะเข้าไปช่วยเหลือด้านภัยพิบัติ

อภิสิทธิ์ : " สุดท้ายเพราะว่าเวลาใกล้จะหมดก็มีเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือว่าในแง่ของภาพรวมของปัญหาภัยพิบัติทั้งหมด จริง ๆ ขณะนี้กลไกต่าง ๆ เมื่อกี้ได้เห็นภาพในระดับหนึ่ง แต่ว่าในส่วนของ ปภ. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เป็นหน่วยงานระดับกรมมาเข้าสู่ประมาณปีที่ ๑๐ ขณะนี้ก็ยังมีความรู้สึกว่าอาจจะต้องมีการหากลไก หรือยกระดับกลไกตรงนี้ขึ้นมาอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

  • ประการแรกก็คือความคล่องตัว เพราะว่าตัวกรมเองก็ยังอยู่ในระบบราชการ ตอนนี้ความยืดหยุ่นที่มีอยู่จะอาศัยในส่วนของจังหวัด เงินทดรองอะไรต่าง ๆ ซึ่งกำลังมีความคิดในเรื่องของการที่จะต้องตั้งเป็นลักษณะของกองทุนเวลาเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ จะมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น และอาจต้องพิจารณาถึงแหล่งที่มาของเงินที่จะทำให้ตรงนี้สามารถที่จะเข้าไปช่วยเหลือดูแลทั้งในเชิงรุกเชิงรับ กับปัญหาภัยพิบัติได้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น
  • อีกด้านหนึ่งก็คือว่า ตัวภัยพิบัตินั้นเรายังมีหน่วยงานที่ยังอยู่ที่อื่นอีก จะอยู่ที่ศูนย์เตือนภัยบ้าง ศูนย์ข้อมูลอะไรต่าง ๆ บ้าง ซึ่งน่าจะบูรณาการเข้ามาโดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือว่าภัยพิบัติที่เกิดขึ้นทั่วโลกตอนนี้ทำให้พี่น้องประชาชนรู้สึกหวั่นไหวพอสมควรนะครับ ไม่ใช่เฉพาะภัยแล้ง น้ำท่วม ไม่ว่าจะรุนแรงกว่าปกติ ซึ่งก็ว่าหนักแล้ว แต่ว่าทั้งสึนามิ ทั้งแผ่นดินไหวทั้งอะไรต่อมิอะไร เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะเป็นเรื่องซึ่งทางรัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการในการพิจารณาที่จะยกระดับและปรับกลไกตรงนี้ ไม่ทราบท่านผู้อำนวยการฯ มีอะไรที่อยากจะ

ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย : " ในส่วนนี้ ก็คงคิดว่าสิ่งที่ท่านนายกฯได้เรียนมา ก็คงมีนักวิชาการรวมทั้งท่านผู้ที่สนใจหลายท่านก็พูดอยู่เช่นเดียวกัน ในส่วนเรื่องกองทุน กับเรื่องบริษัทประกันภัยความเสี่ยงด้านที่เกี่ยวกับภัยพิบัติ ก็คงมี ประเด็นที่อยากกราบเรียนเพิ่มเติม คือ

หนึ่ง ในส่วนของเกษตรกรที่อาจจะไม่ได้เป็นลูกค้าของ ธ.ก.ส. ส่วนนี้ก็คงต้องเติมเข้ามาด้วยเช่นเดียวกันด้วยกระบวนการ

อันที่สองในเรื่องของการดูแล ในเรื่องของจะเป็นกองทุนก็แล้วแต่ หรือจะเป็นบริษัทประกันก็แล้วแต่ ก็มีทั้งมิติในเรื่องของการเกษตร เรื่องของปศุสัตว์ เรื่องของประมง เช่นเดียวกันในเรื่องของบ้านเรือนและทรัพย์สินประชาชน อันนี้ก็เป็นอีกตัวหนึ่งที่คิดว่าเราคงจะต้องมาดูเพิ่มเติม เพราะว่า แนวโน้มขณะนี้ภัยพิบัติมีความถี่มากขึ้น ดังที่ท่านนายกฯ ได้เรียนไปแล้ว เพราะฉะนั้นทำอย่างไรที่เราจะมาเติมตรงนี้ให้มากขึ้น อาจจะเป็นรูปของบริษัทประกันภัย รัฐบาลอาจจะมาอุดหนุนเอง หรือจัดตั้งขึ้นมาเอง หรือร่วมมือกับบริษัทประกันวินาศภัยก็สุดแท้แต่ หรือจะเป็นกองทุน กองทุนตรงนี้อาจจะใช้วิธีการเพิ่มภาษี SIN TAX ต่าง ๆ หรือเก็บส่วนเพิ่มจากการประกันบริษัทกลางอะไรต่าง ๆ ที่จะมาลงขันกัน เพื่อดูแลตรงนี้ก็คงเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งที่กรมได้พยายามจะผลักดัน และคิดว่าระยะต่อไปคงจะได้กราบเรียนทางรัฐบาลพิจารณา เพื่อจะสร้างระบบของการดูแลภัยพิบัติที่ยั่งยืน และมีความครอบคลุมหลาย ๆ เรื่อง ดังที่ท่านนายกฯ เรียนมาครับ "

อภิสิทธิ์ : " พอดีสัปดาห์นี้เวลาหมดลงแล้ว ก็อยากจะเน้นย้ำกับพี่น้องประชาชนทุกคคนนะครับและพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะด้วยว่า การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความเดือดร้อนนั้น เราก็ยังเร่งเดินหน้าอย่างเต็มที่พร้อม ๆ กันไปเรากำลังพยายามที่จะสร้างกลไก สร้างระบบที่จะมาดูแลให้พี่น้องประชาชนทุกคนมีหลักประกันมีความมั่นคงมากขึ้น ท่ามกลางสภาวะที่เปลี่ยนแปลงไปในเรื่องของภัยพิบัติและก็ภัยต่าง ๆ ซึ่งอาจจะมาถึง

เพราะว่าสิ่งที่เราต้องการคือให้พี่น้องประชาชนมีความมั่นคงในระดับหนึ่ง และสามารถที่จะมีส่วนร่วม มีการเตรียมการล่วงหน้า และทำให้การช่วยเหลือเมื่อภัยเกิดขึ้นเป็นไปอย่างคล่องตัว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่อยากจะได้มีโอกาสพูดคุยกับพี่น้องประชาชนในเช้าวันอาทิตย์ในสัปดาห์นี้ และต้องขอขอบคุณท่านผู้ที่มาร่วมรายการทุกท่านจากหน่วยงานต่าง ๆ ในวันหยุด และก็ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ได้ติดตามรายการในวันนี้ พบกันใหม่ในสัปดาห์หน้าในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ สวัสดีครับ "

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ตามข่าว: ตรึงน้ำมันพร้อมขึ้นภาษีสรรพสามิตและโครงการธงฟ้า

...พร้อมติดตามปัญหาเศรษฐกิจ เตรียมหารือรมว.พลังงาน-รมว.คลัง เพื่อดูแลปัญหาต้นทุนค่าขนส่ง-หามาตรการเสริม

อภิสิทธิ์ : " ส่วนอีก ๒ เรื่องที่ผมเตรียมการในการที่จะมีการพูดคุยประชุมกันก็หนีไม่พ้นในเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งยังคงมีเรื่องราวที่จะต้องมีการติดตาม เรื่องแรกคือปัญหาราคาน้ำมัน ซึ่งรัฐบาลนั้นได้ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ไม่ให้เกินลิตรละ ๓๐ บาท เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาในเรื่องของค่าขนส่ง และราคาของสินค้าตัวอื่น ๆ นั้นจะต้องปรับขึ้นตามต้นทุน

อย่างไรก็ตามครับการใช้เงินกองทุนน้ำมันเข้ามาทำงานเพื่อที่จะตรึงราคาทางด้านนี้ ขณะนี้นั้นต้องถือว่าระดับของเงินในกองทุนขณะนี้ลดต่ำลงมาต่ำกว่า ๑ หมื่นล้าน ยังเป็นบวกอยู่นะครับ เพราะว่าในช่วงก่อนหน้านี้เราได้มีการเก็บเงินสะสมเข้าไว้ แต่ว่าลำพังกองทุนน้ำมันนั้นคงจะรับมือได้ถึงประมาณเพียงสิ้นเดือนนี้เท่านั้นเอง

เพราะฉะนั้นในวันพรุ่งนี้ผมจะได้นัดหมายพูดคุยกับทั้งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพราะว่าอีกด้านหนึ่งที่เราได้ดำเนินการมาก่อนหน้านี้ก็คือการขึ้นภาษีสรรพสามิต โดยเฉพาะในส่วนของน้ำมันดีเซล เพราะฉะนั้นก็จะเชิญทั้งสองท่านมาพูดคุยกันว่า ความพยายามในการที่จะดูแล

  • ไม่ให้ต้นทุนในเรื่องของการขนส่ง และต้นทุนในเรื่องของสินค้าจะทำกันอย่างไรต่อไป เพราะว่าจะหวังพึ่งเพียงเรื่องของเงินของกองทุนน้ำมันนั้นคงจะทำไม่ได้เกินเลยไปกว่าประมาณสิ้นเดือนนี้
  • ถ้าไม่มีการปรับหรือหามาตรการทางด้านอื่นเข้ามาเสริม เพราะว่าขณะนี้สถานการณ์ในเรื่องของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก หรือราคาน้ำมันดีเซลในตลาดที่อ้างอิงอยู่นั้นก็ยังมีลักษณะของการแกว่งตัวและเคลื่อนไหว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งตราบเท่าที่สถานการณ์ในเรื่องของตะวันออกกลาง สถานการณ์ที่ลิเบียยังไม่นิ่ง ปัญหาในเรื่องของการเก็งกำไร หรือปัญหาผลกระทบในเชิงจิตวิทยาก็ส่งผลให้เรื่องของราคาน้ำมันดิบนั้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งนะครับซึ่งจะได้มีการนัดหมายในการประชุมกันในวันพรุ่งนี้ เพื่อที่จะมีคำตอบในการที่จะดูแลพี่น้องประชาชน

ขณะเดียวกันก็จะดูแลไม่ให้กระทบในเรื่องของ

  • สถานะของเงินกองทุนน้ำมัน และในเรื่องของสถานะทางการเงินการคลัง
  • ซึ่งเราก็ต้องดูแลในเรื่องของประมาณการการขาดดุลต่าง ๆ ไม่ให้เสียวินัยทางการเงินการคลังด้วย

แต่ว่าก็ขอยืนยันครับว่าความตั้งใจนั้นก็จะดูแลบนความเหมาะสมครับ เพราะว่าในขณะที่เราไม่ต้องการให้กระทบวินัยทางการเงินการคลัง เราก็มีหน้าที่ในการที่จะดูแลไม่ให้เศรษฐกิจ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนนั้นถ้าหากว่าประสบกับปัญหาความเดือดร้อนจากราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง ก็จะมีผลกระทบต่อเรื่องของเศรษฐกิจในภาพรวมเช่นเดียวกัน เพราะว่าจะไปกระทบต่อความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนในการจับจ่ายใช้สอย

ขณะเดียวกันถ้าปล่อยให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น มาตรการในการเข้มงวดทางด้านการเงินซึ่งตามมา ก็จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นก็จะต้องอยู่บนความพอดี และขอยืนยันครับว่าการตัดสินใจของรัฐบาลนั้นจะเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน และขณะเดียวกันก็จะสามารถรักษาระบบ ดูแลในเรื่องของฐานะทางการเงินการคลังของรัฐบาลให้มีความยั่งยืนไปพร้อม ๆ กัน

...เมื่อพูดถึงต้นทุนสินค้านะครับ มีเรื่องของราคาปุ๋ย ซึ่งขณะนี้ขยับที่จะขึ้นราคาตามต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นครับ เพียงแต่ว่าขณะนี้ที่มีการชะลอตัวการเพิ่มของราคานั้น ก็เพื่อที่จะให้รัฐบาลได้มีมาตรการในการที่จะรองรับพี่น้องเกษตรกร ซึ่งเบื้องต้นขณะนี้ทางกระทรวงพาณิชย์ก็ได้มีการนำเสนอว่า จะมีทั้งเรื่องของโครงการธงฟ้า และมีความคิดในเรื่องของการที่จะมีการอุดหนุนชดเชยส่วนต่างในเรื่องของราคาปุ๋ยบางส่วนอีกจำนวนหนึ่ง

โดยเฉพาะที่จะใช้กันในช่วงเดือนพฤษภาคมกับมิถุนายน อย่างไรก็ตามครับเพื่อความรอบคอบ ผมได้ขอให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีไตรรงค์ สุวรรณคีรี ได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะนำเสนอเพื่อหาข้อยุติสำหรับให้คณะรัฐมนตรีได้มีการตัดสินใจ ซึ่งจะมีการประชุมกันในวันพุธนี้เช่นเดียวกันครับ

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่จะมีการประชุมก็คือเรื่องของปัญหาค่าแรง เพราะว่าหลังจากที่ผมได้เน้นย้ำหลายครั้งว่า ในเรื่องของราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นนั้น หลายตัวนั้นเราคงไม่สามารถที่จะทัดทานได้ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาถ้าติดตามข่าวก็จะเห็นครับว่าในโลกนั้น องค์กรระหว่างประเทศต่าง ๆ ก็ได้เตือนถึงสภาพปัญหาที่รุนแรงขึ้นในเรื่องของราคาอาหารที่เพิ่มสูงขึ้นในโลก หลายตัวอย่างที่ผมเรียนแล้วนะครับ ตัวไหนที่เราดูแลได้เราก็จะพยายามดูแลครับ

  • แนวทางที่ดีที่สุดในการที่จะช่วยให้พี่น้องประชาชนสู้กับเรื่องของปัญหาของแพงก็คือการเพิ่มรายได้ ซึ่งในส่วนของพี่น้องผู้ใช้แรงงานนั้นเรื่องของค่าแรงก็ได้มีการพูดคุยสนทนากันหลายรอบ ส่วนหนึ่งก็คือว่าอยากจะให้มีการปรับขึ้น เพื่อที่จะสอดคล้องกับปัญหาค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งผมจะได้เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพูดคุยสนทนากันในวันพรุ่งนี้เช่นเดียวกันนะครับ
  • อันนี้ยังไม่นับในเรื่องของการปรับในเชิงของโครงสร้าง ซึ่งได้มีการพูดกันแล้วว่าในระยะยาวนั้นเราคงต้องการที่จะเห็นเศรษฐกิจของเรานั้นมีความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น และพี่น้องประชาชนที่พึ่งในเรื่องของค่าแรง หรือพึ่งของแรงงานในการเป็นแหล่งรายได้นั้น จะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนที่มีความเป็นธรรมมากขึ้น และมีส่วนร่วมในการที่จะช่วยประคับประคองการเติบโตของเศรษฐกิจ

โดยเฉพาะการเพิ่มความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศต่อไป ซึ่งเรื่องนี้จะได้มีการพูดคุยประชุมกันเช่นเดียวกัน เพื่อที่จะให้นำไปสู่คำตอบ มีการวางแผนสำหรับทั้งระยะเฉพาะหน้า และระยะยาวต่อไป อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปัญหาในเชิงนโยบายและปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งพี่น้องประชาชนนั้นก็ยังได้รับผลกระทบ และเราจะมีการดูแลอย่างต่อเนื่องต่อไปครับ "

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

จากรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เวลา ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐น.

คลิ๊ก เพื่ออ่านคำต่อคำ

คลิ๊ก เพื่อชม VDO ควบคุมดูแลราคาน้ำมัน , ติดตามสถานการณ์การเมือง


(กลับไปด้านบน)