ตอบโต้สมระดับไม่ตกหลุมกัมพูชา ส่งออกท่องเที่ยวดี ปรับค่าแรงขั้นต่ำอีก ตัดสัญญานมือถือในเรือนจำ ตรวจพื้นที่ทุกวัน ปชช.มีส่วนร่วมเป็นทีมเดียวกับรัฐ ลงเสาเอกเรือนน้ำใจ (๒๔ เม.ย.๕๔)

- กัมพูชา : รัฐบาลกับทหารเป็นเอกภาพ ตอบโต้สมระดับ ไม่ตกหลุมกัมพูชา
- เศรษฐกิจส่งออกท่องเที่ยวดี แก้ต้นทุนของแพง ลดสรรพสามิตตรึงดีเซล ไม่กระทบคลัง
- จะปรับค่าแรงขั้นต่ำอีก รัฐได้เพิ่มเงินในกระเป๋า ปชช.แล้วกว่า ๓,๕๐๐ บาทต่อเดือน
- ยาเสพติด : ตัดสัญญาณมือถือผู้ค้าในเรือนจำ พร้อมยึดทรัพย์ไปแล้วกว่า ๒๕๐ ล้านบาท
- ยาเสพติด : ยุทธการ ๓-๑-๕ ตรวจพื้นที่เป้าหมายทุกวัน เข้าทันที่เมื่อแจ้งสายด่วน ๑๓๖๘
- ยาเสพติด : เสริมรั้วชุมชนกันปัญหากลับ ให้ ปชช.มีส่วนร่วม เป็นทีมเดียวกับรัฐ
- ตามข่าว : ลงเสาเอกเรือนน้ำใจ ที่อยู่ถาวร ๘๐๐ ครอบครัวที่บ้านถูกทำลาย
- ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

  - กัมพูชา : รัฐบาลกับทหารเป็นเอกภาพ ตอบโต้สมระดับ ไม่ตกหลุมกัมพูชา

... การดำเนินการทุกอย่างขณะนี้ เป็นไปอย่างมีเอกภาพ มีนโยบายที่ชัดเจนสอดคล้องกับหลักของสากล ไม่ต้องการให้ประเทศที่สามหรือประเทศต่างๆนั้น เข้ามาแทรกแซงในกิจการต่างๆของเราได้

อภิสิทธิ์ : " ผมขอเน้นย้ำนะครับว่า จุดยืนของรัฐบาลไทยของเรานั้น มีความชัดเจนครับ เราไม่มีการไปดำเนินการในการที่จะรุกรานใคร แต่เรามีความจำเป็นอย่างเต็มที่ในการที่จะต้องปกป้องอธิปไตยของเรา เหตุการณ์ใน ๒ วัน ที่ผ่านมานั้น ก็เกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวของกำลังของทางฝ่ายกัมพูชา และก็เมื่อมีการดำเนินการ

  • ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการยิงเข้ามา ฝ่ายไทยก็มีความจำเป็น ครับ ในการที่จะต้องตอบโต้ เพื่อรักษาอธิปไตย นะครับ
  • ไม่ให้มีการดำเนินการเข้ามายึดพื้นที่ และไม่ให้มีการเข้ามาดำเนินการแล้วเกิดความเสียหายกับพี่น้องประชาชนคนไทย

จากการปะทะในทั้ง ๒ วัน นั้น ก็มีกำลังพลของเรา คนของเราที่สูญเสียครับ ผมขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของบุคคลผู้กล้าหาญเหล่านี้ ที่ได้ทำหน้าที่ของตนเองในการปกป้องอธิปไตยของเรา ผมขอเรียนว่า ในขณะนี้การดำเนินการเพื่อที่จะรองรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ได้มีการอพยพพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงนะครับ

ซึ่งหลังจากที่เราเคยเกิดเหตุการณ์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาก็ได้มีการจัดวางระบบ และก็มีการซักซ้อมกันไว้ ทำให้การอพยพพี่น้องประชาชนไปชั่วคราวขณะนี้ก็เกือบ ๓๐,๐๐๐ คน นั้นก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย อย่างไรก็ตามในบ่ายวันนี้ ผมก็จะได้มีการประชุมทางไกลไปยังที่จุดอพยพ นะครับ เพื่อที่จะพูดคุย

  • ทั้งกับแม่ทัพ ทั้งกับผู้ว่าราชการจังหวัด
  • และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ซึ่งผมได้มอบหมายให้เข้าไปดูแลในเรื่องนี้ตั้งแต่ ๒ วันที่ผ่านมา
  • และก็มีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายสุวิทย์ คุณกิตติ นั้น ในวันแรกก็ได้มีการเดินทางไปดูพื้นที่ด้วยเช่นเดียวกันครับ

โดยจะให้เกิดความมั่นใจนะครับว่า พี่น้องประชาชนทุกคนนั้นปลอดภัย และได้รับการดูแล
ขณะเดียวกันในส่วนของทางกองทัพนะครับ ผมได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านผู้บัญชาการทหารบก ท่านแม่ทัพภาคที่สอง นะครับ และก็ให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนครับว่าขวัญและกำลังใจของคนของเราที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้น มีขวัญกำลังใจดี และมีความพร้อมในการที่จะปกป้องอธิปไตยและพี่น้องประชาชนคนไทยครับ ผมขอเน้นย้ำครับว่า

    • นโยบายของรัฐบาลให้การสนับสนุนทางกองทัพอย่างเต็มที่ในการปกป้องอธิปไตยครับ
    • และแนวทางของการปฏิบัติของประเทศก็ชัดเจนว่าการดำเนินการใด ๆ นั้น อยู่ในกรอบของกฎหมายระหว่างประเทศ

การตอบโต้นั้น เราจะตอบโต้ไปยังที่เป้าหมายทางทหารเท่านั้น นะครับ และก็จะตอบโต้เหมาะสมกับการดำเนินการของฝ่ายของกัมพูชา

ขณะเดียวกันทางด้านการต่างประเทศ นะครับ ซึ่งเราวิเคราะห์กันค่อนข้างชัดเจนว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง ๒ วัน ที่ผ่านมา ก็เป็นความพยายามอีกครั้งหนึ่งของกัมพูชาที่จะยกระดับความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชานั้น เข้าไปสู่เวทีสากล สังเกตได้ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเช้า นะครับ ก็มีการดำเนินการทำหนังสือไปที่สหประชาชาติและก็มีการเดินทางของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชารวดเร็วมากนะครับ ไปที่ยุโรป ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่เราก็ได้มีการดำเนินการให้ข้อเท็จจริงเหล่านี้อย่างทันควัน กระทรวงการต่างประเทศโดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนั้น ได้ทำหนังสือทั้งประท้วงกัมพูชา ต่อการที่ได้ใช้กำลังก่อนกับทางไทย

ขณะเดียวกันก็ได้มีการทำหนังสือถึงประธานอาเซียน คือ ทางอินโดนีเซีย นะครับ เพื่ออธิบายเล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง และก็เน้นย้ำครับว่า โดยข้อเท็จจริงแล้วอาเซียนก็ได้มีการกำหนดแนวทางชัดเจนว่า ปัญหาในเรื่องของเขตแดน ปัญหาในเรื่องของความขัดแย้งระหว่างระหว่างไทยกับพูชานั้น พึงที่จะแก้ไขกันในระดับของทวิภาคีนะครับ

ซึ่งอินโดนีเซียก็เพิ่งอำนวยความสะดวกให้ทั้งสองฝ่ายนั้น ได้มีการเจรจาคณะกรรมการธิการร่วมที่เรียกว่า เจบีซี ไปเมื่อไม่นานมานี้เอง และขณะนี้ประเทศพร้อมครับ

  • ที่จะจัดให้มีการประชุมความร่วมมือสองฝ่าย เพื่อคลี่คลายปัญหาไม่ว่าจะเป็นการประชุมที่เรียกว่า จีบีซี ซึ่งมีทางฝ่ายกองทัพเป็นผู้ดำเนินการ
  • และก็ที่ประชุมในระดับที่เรียกว่า อาร์บีซี คือในระดับของภาค นะครับ

ซึ่งจะประชุมที่พนมเปญ จะประชุมที่กรุงเทพมหานคร หรือในไทยหรือกัมพูชานั้น ประเทศไทยพร้อมนะครับ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจและความจริงใจของประเทศไทยในการที่จะคลี่คลายปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในระดับทวิภาคี

ขณะเดียวกัน ครับ ผมก็ได้ให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้สั่งการไปยังคนของเรา ไม่ว่าจะอยู่ที่ปารีส ไม่ว่าจะอยู่ที่นิวยอร์ก นะครับ และในที่ตั้งขององค์การระหว่างประเทศต่าง ๆ ให้เร่งทำความเข้าใจและชี้แจงข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เป้าหมายของเรา ต้องการให้เหตุการณ์สงบโดยเร็ว พี่น้องประชาชนของเราสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติครับ และแน่นอนที่สุดก็คือเราสามารถที่จะปกป้องดินแดนอธิปไตยของเราได้อย่างเต็มที่

ผมต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน นะครับ ผมทราบดีว่าพี่น้องประชาชนทุกคนมีความรักชาติและก็มีความห่วงใย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องทหารของเรา แต่ให้ความมั่นใจครับว่า การดำเนินการทุกอย่างขณะนี้ เป็นไปอย่างมีเอกภาพ มีนโยบายที่ชัดเจนสอดคล้องกับหลักของสากล และไม่มีอะไรเลยครับ ที่จะทำให้ทหารหรือกองทัพนั้น ไม่สามารถที่จะปฏิบัติการในการปกป้องอธิปไตยและดินแดนของเราได้อย่างเต็มที่ ที่ผมไม่สบายใจเพราะว่าช่วงวันสองวันที่ผ่านมาบางทีก็มีการออกข่าวในลักษณะที่เสมือนกับว่าทางกองทัพติดปัญหาในเรื่องของนโยบายติดปัญหาในเรื่องของกฎหมายหรือข้อตกลงอะไรต่าง ๆ ไม่มีเลย ขอยืนยันได้และผมเองก็ได้คุยกับทางกองทัพอยู่ตลอดเวลานะครับ

เราทราบดีครับว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนในการที่จะปกป้องอธิปไตยพร้อม ๆ กันไปครับเราก็ต้องไม่ไปตกหลุมของทางฝ่ายกัมพูชาที่พยายามที่จะให้ภาพของความขัดแย้งความรุนแรงเกิดขึ้นขยายวงนะครับ หรืออ้างว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชานั้น เกินไปกว่าที่จะแก้ไขในระดับทวิภาคีโดยหวังที่จะทำให้เรื่องเหล่านี้ กลายเป็นประเด็นของนานาชาติและก็เปิดโอกาสให้ประเทศที่สามหรือประเทศต่าง ๆ นั้น เข้ามาแทรกแซงในกิจการต่าง ๆ ของเราได้ นะครับ ซึ่งเราจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นโดยเด็ดขาดครับ ในบ่ายวันนี้ ผมก็จะได้มีการประชุมทางไกลเพื่อติดตามสถานการณ์เรื่องนี้อีกครั้งหนึ่งครับ

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- เศรษฐกิจส่งออกท่องเที่ยวดี แก้ต้นทุนของแพง ลดสรรพสามิตตรึงดีเซล ไม่กระทบคลัง

...ภาวะเศรษฐกิจเป็นตามคาด ส่งออกดีเกินเป้า ท่องเที่ยวไตรมาสแรกมากกว่า ๕ ล้านคน ควบคุมต้นทุนสินค้า พร้อมยกเว้นการเก็บภาษีสรรพสามิต เพื่อตรึงน้ำมันดีเซล ย้ำไม่ประสงค์ที่จะให้กองทุนน้ำมันติดลบเหมือนอดีต ยืนยันตัดสินใจรอบคอบไม่ได้สร้างปัญหาระยะยาว

อภิสิทธิ์: "ส่วนในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมานะครับ ในแง่ของการติดตามการแก้ไขปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ก็ได้มีการดำเนินการในหลาย ๆ ด้าน นะครับ ความจริงแล้ว

  • ภาพรวมของตัวเลขเศรษฐกิจในขณะนี้ก็ถือว่าอยู่ในภาวะที่เป็นไปตามการคาดการณ์ นะครับ
  • อาจจะมีการเติบโตสูงกว่าที่คาดการณ์ในบางเรื่อง ตัวเลขที่เข้ามาทั้งในส่วนของการส่งออก ทั้งในส่วนของการท่องเที่ยวยังเป็นไปด้วยดี จะเห็นได้ว่า
    • การส่งออกก็ยังขยายตัวโดยเฉลี่ยแล้วสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้
    • ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวในไตรมาสแรกของปีนี้ ๓ เดือนแรกของปีนี้จากต่างประเทศเข้ามา มากกว่า ๕ ล้านคน นะครับ

ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากและเราก็สามารถที่จะยกเลิกมาตรการชั่วคราวหลายมาตรการก่อนหน้านี้ นะครับ ซึ่งเราได้มีการออกไปในช่วงที่ประชาคมโลกขาดความมั่นใจในเรื่องของสถานการณ์ภายในประเทศ เพราะฉะนั้นขณะนี้มาตรการเหล่านี้ก็แทบจะไม่จำเป็นแล้วก็มีการยกเลิกไปเกือบหมดแล้ว แล้วก็ยังสามารถที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาได้

ขณะเดียวกันครับ สิ่งที่เป็นปัญหาทางด้านเป็นเศรษฐกิจก็ยังคงปัญหาในเรื่องของแพง เรื่องของเงินเฟ้อ ธนาคารแห่งประเทศไทยโดยคณะกรรมการนโยบายการเงินจึงได้มีการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นไปในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ว่าสิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอย่างเต็มที่อย่างที่เคยได้ย้ำกับพี่น้องประชาชนก็มี ๒ ทาง ครับ ทางที่หนึ่งก็คือว่า มีต้นทุนสินค้าอะไรที่เราสามารถที่จะควบคุมดูแลได้ มีกำลังที่จะไปช่วยพี่น้องประชาชนเราก็จะทำ นั้นคือที่มาว่า ทำไมในสัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลได้ตัดสินใจอย่างชัดเจนในการที่จะอาจจะใช้คำว่ายกเว้นการเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล นะครับ เก็บเอาไว้เพื่อเป็นเทคนิคทางกฎหมายอยู่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเองนะครับ ครึ่งสตางค์ หนึ่งสตางค์ แต่ว่าก็เหมือนกับเป็นการยกเว้นไป เพราะว่าเดิมนั้นเก็บอยู่ที่ประมาณ ๕ บาท ๓๐ สตางค์ นะครับ ที่ทำเช่นนี้เพราะว่า

  • ที่ผ่านมาเราได้ใช้เงินกองทุนน้ำมัน ซึ่งผมย้ำว่า เราได้สะสมเงินนี้ในช่วงที่ราคาน้ำมันถูกออกมาใช้ช่วยพี่น้องประชาชนเพื่อพยุราคาคือป้องกันไม่ให้ราคาน้ำมันดีเซลเกิน ๓๐ บาท ที่ทำอย่างนี้เพราะว่า
    • ถ้าเกิน ๓๐ บาท เมื่อไร นะครับ ข้อตกลงซึ่งเคยทำกันไว้กับบรรดาบริษัทขนส่งก็จะทำให้เกิดปัญหาการขึ้นราคาค่าขนส่งและราคาสินค้า นะครับ
    • แต่ถ้าเราตรึงไว้ที่ ๓๐ บาท สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ไปซ้ำเติมพี่น้องประชาชนในเรื่องของราคาสินค้าต่าง ๆ
  • เราใช้เงินกองทุนน้ำมันมาขณะนี้กองทุนน้ำมันก็ใกล้จะหมด นะครับ ผมก็ได้พูดชัดเจนว่าไม่ประสงค์ที่จะให้กองทุนน้ำมันนั้น เป็นหนี้เป็นสินติดลบเหมือนกับที่เคยทำกันมาในอดีตเกือบแสนล้าน นะครับ ก็ต้องมาแก้ไขปัญหากันภายหลัง
    • เราก็ได้ตัดสินใจว่าจะให้กองทุนน้ำมันนั้น สามารถที่จะหยุดที่จะเข้าไปช่วยเหลือตรงนี้ โดยเอาเรื่องของภาษีสรรพสามิตเข้ามาแทน ซึ่งก็เคยทำกันมาในอดีต นะครับ
    • ปี ๒๕๕๑ เมื่อวันที่ราคาน้ำมันดิบสูงเกินร้อยเหรียญต่อบาร์เรลก็เคยมีการดำเนินการเช่นนี้ เพียงแต่ว่า เมื่อเหตุการณ์คลี่คลายลงรัฐบาลก็กลับมาจัดเก็บภาษีสรรพสามิต อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก็เป็นไปตามหลักการของการรักษาเสถียรภาพของราคา นะครับ
    • มีบางฝ่ายไปพูดถึงเรื่องการบิดเบือนกลไกตลาด ความจริงแล้วการไม่เก็บภาษีการไม่เอากองทุนเข้าไปแทรกแซงนี่ละครับก็คือราคาตลาดที่แท้จริงของน้ำมัน

ส่วนผลกระทบทางด้านการเงินการคลัง นะครับ

    • เมื่อเราตัดสินใจเช่นนี้ โดยจะทำไปถึงสิ้นเดือนกันยายนก่อน นะครับ เพื่อจะประเมินอีกครั้งหนึ่งเมื่อสิ้นปีงบประมาณนี่
    • งบประมาณหรือรายได้ที่จัดเก็บที่สูญเสียไปประมาณ ๔ หมื่นกว่าล้าน ครับ ไม่กระทบกระเทือนกับกรอบการบริหารนโยบาย เพราะ ๔ หมื่นล้านนั้นก็จะประมาณใกล้เคียงกับการจัดเก็บภาษีที่เกินเป้าในขณะนี้

เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ขอให้การยืนยันว่า การตัดสินใจครั้งนี้ได้ทำด้วยความรอบคอบ และไม่ได้สร้างปัญหาระยะยาวใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ว่าพยายามที่จะให้เราสามารถฟันฝ่าสถานการณ์ปัจจุบัน นะครับ ซึ่งราคาน้ำมันนั้น ไม่มีใครตอบได้หรอกครับว่าที่ยืนอยู่ในราคานี้ ขณะนี้ จะถาวรหรือจะชั่วคราว ยาวนานแค่ไหน เพราะว่าส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางด้านตะวันออกกลาง ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูงเราก็จะติดตามอย่างต่อเนื่องต่อไป

ส่วนราคาไข่ ราคาปุ๋ย ได้มีการมอบหมายท่านรองนายกรัฐมนตรี นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี อย่างกำลังเดินหน้าในการรวบรวมข้อมูลอย่างเต็มที่แล้วก็จะมีมาตรการที่นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีได้ ก็คาดว่าจะเป็นในสัปดาห์ที่จะถึงนี้"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- จะปรับค่าแรงขั้นต่ำอีก รัฐได้เพิ่มเงินในกระเป๋า ปชช.แล้วกว่า ๓,๕๐๐ บาทต่อเดือน

...ช่วงกลางปีควรปรับขึ้นค่าแรง เพื่อให้ปชช.สามารถสู้สินค้าแพงได้ ค่านิตยภัตสงฆ์ปรับขึ้นแล้ว อีกสองสัปดาห์พิจารณาปรับขึ้นท้องถิ่น ปัจจุบันปัญหาของแพงเป็นทั่วโลกแต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พร้อมเดินหน้านโยบายเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายปชช.ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

อภิสิทธิ์: "นอกจากนั้น นะครับ การดูแลในเรื่องของการเพิ่มรายได้ก็มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่
   - พี่น้องข้าราชการ นะครับ
   - ลูกจ้าง
   - พนักงานรัฐวิสาหกิจ
   - โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย
ได้รับการปรับเพิ่มนั้น

  • ขณะนี้นี้ในเรื่องของค่าแรงก็ได้มีการมอบหมายทางกระทรวงแรงงานให้ไปดูว่าในช่วงกลางปีนี้ สมควรที่จะมีการปรับค่าแรงขึ้น เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนนั้น สามารถที่จะสู้กับราคาสินค้าของแพงได้ นะครับ ซึ่งในช่วงที่สองของรายการก็จะให้ไปดูตอนที่ผมได้เดินทางไปเยี่ยมโรงงาน คุยกับพี่น้องผู้ใช้แรงงานในเรื่องของค่าแรงที่ควรจะต้องมีการปรับขึ้นไม่ใช่เฉพาะในเรื่องค่าครองชีพ แต่ในเชิงโครงสร้างต่อไป นะครับ
  • นอกจากนั้นคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ยังอนุมัติให้มีการปรับขึ้นค่านิตยภัตสำหรับพระสงฆ์ และ
  • ใน ๒ สัปดาห์ข้างหน้า ครับ กลุ่มอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งยังตกหล่นไปก็คือเรื่องของคนทำงานในท้องถิ่น นะครับ โดยเฉพาะในส่วนของเทศบาล อบจ. และกรุงเทพฯ ในส่วนของ ส.ก. ส.ข. ส.จ. ส.ท. นะครับ ซึ่งยังไม่ได้รับการปรับขึ้น ก็จะได้มีการพิจารณา นะครับ ก็จะดูตัวเลขให้มีความเหมาะสมให้เกิดความเป็นธรรมที่จะรับมือกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นได้

ขอย้ำครับว่า รัฐบาลตระหนักถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน นะครับ และจะทำทุกวิถีทางทั้งในด้านของการที่จะดูแลกำกับราคาสินค้า ...ตอนนี้พักไปดูในเรื่องของการเยี่ยมโรงงานคุยกับพี่น้องผู้ใช้แรงงานในเรื่องค่าครองชีพกับค่าแรงก่อนครับ"

อภิสิทธิ์: "ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณทั้งพนักงานและผู้บริหาร นะครับ ที่ให้การต้อนรับผมอย่างอบอุ่น ความจริงหลายคนอาจจะทราบ นะครับว่า ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมมาที่นี่ แต่ว่าหลายคนบอกว่าจำไม่ได้ เมื่อกี้นั่งทานข้าวอยู่เขาบอกว่าตอนผมมาครั้งที่แล้วก็เพิ่งเกิดเอง อยากจะบอกว่าวันนี้ที่ผมได้เดินทางมานั้น ก็มีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายกรณ์ จาติกวณิช ขึ้นมาหน่อยครับ เดี๋ยวคนไม่เห็น นะครับ ในฐานะที่เป็นรัฐบาลบริหารบ้านเมืองนี่ ทราบดีว่าขณะนี้ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดก็คือเรื่องของค่าครองชีพ เป็นปัญหาของแพง ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจะบอกว่าทั่วโลกก็พูดได้ นะครับ แต่ว่าก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะนิ่งนอนใจ แล้วอยู่เฉย ๆ

การทำงานตรงนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเลี้ยงชีพของตนเอง แต่พวกเราก็คือคนที่สร้างเศรษฐกิจไทยจริง ๆ บริษัทนี้มีประวัติยาวนาน นะครับ ผลิตชุดชั้นใน เป็นระบบอุตสาหกรรมเป็นแห่งแรกของประเทศถึงเวลานี้ก็หลาย ๑๐ ปี นะครับ ๔๐ ปี แล้ว และก็ผลิตทั้งเพื่อขายในประเทศด้วย และส่งออกด้วย นะครับ ถือว่าเป็นส่วนสำคัญของการที่พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศทั้งเอาเงินรายได้เข้ามา ทั้งทำให้พวกเราทุกคนนั้นมีค่าแรง มีรายได้ มีอาชีพ ขณะนี้พอของแพงขึ้นทุกคนก็เดือดร้อนไปหมด

ผมก็อยากจะยืนยันว่า ผมเองและรัฐบาล พวกเราทุกคนเข้าใจดีว่าความเดือดร้อนนี้เป็นอย่างไร ผมมานั่งทานข้าวตรงนี้ เมื่อกี้ตอนที่เดินเยี่ยมในโรงงานนี่ก็คุยกันในเรื่องเหล่านี้ พอนั่งปั๊บเขาก็ชวนทางข้าว นะครับ สักพักหนึ่งมีคนเอาไข่มา สิ่งแรกที่บอกผมเลยก็บอกว่า นายกรัฐมนตรีทานของแพง วันนี้ถามมาทุกคนบ่นแต่เรื่องไข่แพง"

อภิสิทธิ์: "ผมตอนที่คุยอยู่ในโรงงานนี่ก็คุยเรื่องค่าแรง"

เจ้าของโรงงาน: "พนักงานเข้าใหม่ตอนนี้เลย ขั้นต่ำ ๒๑๕ บาท ตอนนี้ขั้นสูงของเรา เราไม่มีเพดานนะคะ ๒๙๐ บาท แต่ว่าถ้าพนักงานมีประสบการณ์มาเราก็บวกอีก ๑๕ บาท"

อภิสิทธิ์: "ตรงโน้นเมื่อกี้ ๓๐๐ กว่า เพราะว่าอยู่มานานแล้ว"

เจ้าของโรงงาน: "ค่ะ เราจะปรับอันนี้ แต่ก็ยังเอาไว้"

อภิสิทธิ์: "อย่างคราวที่แล้วที่ปรับขึ้นมา ๑๐ ยังไม่ได้ขึ้น"

เจ้าของโรงงาน: "เราปรับขึ้นส่วนเดียวเอง ค่ะ คือเราค่อย ๆ ปรับ การปรับค่าแรงก็คิดว่าเป็นสิ่งดี เพราะว่าจริง ๆ เป็นการยกระดับรายได้ของประชาชนที่สูงขึ้น และเมื่อเขามีรายได้มากขึ้นความเป็นอยู่ทุกอย่างเขาก็จะดีขึ้น ซึ่งตรงกับนโยบายของโรงงาน แต่ทีนี้ก็จะทำให้ต้นทุนของบริษัทสูงขึ้น"

อภิสิทธิ์: "มีต้นทุนตัวไหนที่คิดว่าอยากจะให้รัฐบาลช่วย เพื่อที่จะสามารถทำไม่ให้ต้นทุนเรื่องค่าแรงสูงขึ้นได้"

เจ้าของโรงงาน: "ต้นทุนที่เป็นค่าแรงเอง การลดภาระภาษี"

อภิสิทธิ์: "มีหลายเรื่องซึ่งทำให้เราจำเป็นต้องดำเนินนโยบายหลายอย่าง เพื่อไม่ให้เดือดร้อนมากไปกว่านี้ หรือลดภาระให้กับพี่น้องประชาชน นะครับ เช่น เมื่อเร็ว ๆ นี้ก็มีข่าวว่าเราจำเป็นที่จะต้องลดภาษีน้ำมันดีเซล เพื่อไม่ให้น้ำมันดีเซลเกิน ๓๐ บาท ถ้าน้ำมันดีเซลขึ้น ค่าขนส่งจะขึ้นหมด สินค้าทุกตัวที่เราใช้ก็จะขึ้นราคาอีก อันนี้คือตัวอย่างว่า เราจำเป็นที่จะต้องเข้ามาดูแลในช่วงที่เราเห็นว่ากำลังประสบความยากลำบาก และมีนโยบายหลายเรื่องซึ่งขณะนี้ลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชนอยู่ เช่น
            - ค่าไฟ สำหรับคนที่ใช้ไฟน้อย
            - รถเมล์ นะครับ ถ้าเป็นรถร้อนก็ฟรีอยู่ นะครับ
            - แล้วเราก็มีโครงการเรียนฟรี
            - ถ้าพวกเรา ส่วนใหญ่มีประกันสังคมก็ได้รับการดูแลเรื่องทางการรักษาพยาบาล แต่ว่าเพื่อน ๆ เราหลายคนที่ไม่ได้อยู่ในประกันสังคมตอนนี้ก็มีโครงการรักษาฟรี 
และก็ยังมีอีกหลายเรื่องนะครับ ซึ่งเราดูแลเป็นการเฉพาะอยู่ เช่น ก๊าซหุงต้ม นะครับ

ผมลองให้คำนวณดูว่า แต่ละครอบครัวนี่
   - ที่ไม่ต้องจ่ายค่าไฟ
   - ที่ไม่ต้องจ่ายค่าน้ำมันหรือค่าขนส่งแพงขึ้น
   - ที่ไม่ต้องจ่ายค่าแก๊สแพงขึ้น
   - ที่ได้ช่วยในเรื่องของลูกหลาน นะครับ
   - บวกกับว่า ถ้าครองครัวไหนดูแล คุณพ่อ คุณแม่ คนเฒ่าคนแก่ ตอนนี้เรามีเบี้ยยังชีพให้เดือนละ ๕๐๐ บาท
   - และมี อสม. ที่อยู่ต่างจังหวัด ก็มีค่าตอบแทนได้

เสร็จแล้วโดยเฉลี่ยขณะนี้ เราดูแลอยู่ประมาณเดือนละอาจจะ ๓,๖๐๐ - ๓,๗๐๐ บาท ก็อยากจะบอกว่านโยบายเหล่านี้ตั้งใจที่จะทำต่อไปให้นานที่สุด แต่ปัญหาก็คือที่ทำอยู่แล้ว พวกเราก็คงมีความรู้สึกว่าคงจะต้องทำให้ได้มากกว่านี้ ถามว่าเพราะอะไร หลายคนนี่ วันนี้ผมพบ นะครับ บางคนก็เริ่มเข้ามาใหม่ ๆ ค่าแรงขั้นต่ำ นานสุดเมื่อกี้อยู่มา ๓๐ ปี ได้ ๓๐๐ กว่าบาท แต่ว่าก็ต้องทำโอที บอกไม่อย่างนั้นอยู่ไม่ไหว นะครับ

เพราะฉะนั้นนโยบายที่เราตั้งใจจะทำต่อที่ผมพูดไว้แล้วก็คือเรื่องค่าแรง จำเป็นจะต้องปรับขึ้นอีก นะครับ

  • เมื่อตอนต้นปีก็เป็นชุดแรกในรอบหลายปีที่เราปรับขึ้นค่อนข้างมาก ปกติค่าแรงปรับกันทีละบาท สองบาท สามบาท ก็ปรับขึ้นมา ๑๐ บาท คนที่ได้ค่าแรงขั้นต่ำก็ได้ไปเต็ม ๆ คนที่ได้มากกว่านั้นก็อาจจะลดหลั่นลงไปแต่ปรับขึ้นมา
  • แต่ตอนนี้ดูแล้วก็เห็นว่ายังไม่น่าจะพอ ผมก็เลยขณะนี้ กระทรวงแรงงานเริ่มพูดคุยกับคณะกรรมการ ๓ ฝ่าย นายจ้างลูกจ้าง ข้าราชการผู้ทรงคุณวุฒิก็ว่า ช่วงกลางปีขอให้ปรับอีกครั้งหนึ่งก่อน ได้เท่าไรเหมาะสมแค่ไหน เขากำลังไปดูอยู่
    • ตั้งใจว่าประมาณสักช่วงเดือนพฤษภา - มิถุนายน อยากให้ปรับได้อีกครั้งหนึ่ง
    • แต่ว่าตั้งใจหลังจากนั้นไปก็คือว่า อยากให้เพิ่มขึ้นภายใน ๒ ปี ให้ได้สัก ๒๕ เปอร์เซ็นต์ นะครับ

ได้ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ค่าแรงขั้นต่ำ พอพูดอย่างนี้ปั๊บหลายคนก็อาจจะดีใจ หลายคนก็อาจจะบอกยังไม่พอ แต่ว่าผู้บริหารเริ่มคิ้วขมวดแล้ว คือ ผมก็ต้องพูดตามความเป็นจริงว่า ถามว่าในใจพวกเราทุกคนแม้แต่นายจ้างนี่ ถ้าให้ได้สูง ๆ ก็อยากให้ด้วยกันทั้งนั้น แต่ค่าจ้างที่สูงขึ้นก็ไปทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ราคาสินค้าก็สูงขึ้น ทีนี้ถ้าเกิดของแพงเกินไป คนไม่ซื้ออีก ทีนี้บอกค่าจ้างสูงแต่ว่าตกงาน เพราะว่านายจ้างก็จ้างไม่ไหว

ผมอยากจะยืนยันว่าค่าจ้างที่เราคำนวณ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เราเห็นว่าสมเหตุสมผล แต่ว่าค่อยเป็นค่อยไปแล้วก็ปรับขึ้นเวลาสัก ๒ ปี คือถ้าผมอยากจะบอว่า เอาตัวเลขสูง ๆ เลย พูดง่าย ๆ มาหาเสียงกันแล้วไม่ต้องสนใจนี่พูดได้ 

    • แต่หนึ่งจะทำได้หรือเปล่าก็ไม่รู้
    • และสองหรือทำได้แต่ปรากฏว่าในที่สุดพวกเราไม่ได้ค่าแรง เพราะตกงานกันก็ไม่มีประโยชน์อะไร

สิ่งที่เรายืนยันก็คือว่า ตัวเลข ๒๕ เปอร์เซ็นต์คำนวณมาแล้ว และจะมีแผนที่จะช่วยลดต้นทุนทางด้านอื่นให้กับบริษัท อันนี้คือสิ่งที่เป็นความตั้งใจที่เรามาทำ และเตรียมทำที่เป็นนโยบาย เพื่อพี่น้องประชาชนจริง ๆ ทีนี้การทำตัวนี้ ไม่ได้หมายความว่ามีเรื่องนี้เรื่องเดียว นะครับ เราก็พยายามจะดูแลในทุก ๆ ด้านโดยเฉพาะเรื่องของสวัสดิการ และเรื่องของความมั่นคง ในชีวิตของพวกเราทุกคน มีประกันสังคมแล้วก็จริง

  • ตอนนี้เราก็ยังมีกองทุนเงินออมที่กำลังจะออกมา ใครอยากจะออมเงินเพิ่ม มีบำเหน็จ บำนาญประชาชนในอนาคตก็จะมีหลักประกันมากขึ้น

และที่สำคัญก็คือเรื่องของสวัสดิการ นะครับ ผมต้องขอบคุณที่นี่ นะครับ เพราะว่าเมื่อกี้พูดคุยกัน มีเรื่องหนึ่งซึ่งผมผลักดันมาตั้งแต่เป็นนายกรัฐมนตรี ก็คือว่า โดยเฉพาะถ้าพูดที่นี่ นะครับ คนงานส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงก็คือว่า

  • อยากให้สถานประกอบการมีที่ดูแลเลี้ยงดูเด็กเล็ก ไม่อย่างนั้นผู้หญิงพอมีลูกปั๊บก็มีปัญหา นะครับ ใครจะดูแลลูกหลานของตัวเอง และเดี๋ยวนี้ก็เลยมีแต่ส่งกลับไปอยู่กับคุณยายและก็มีปัญหาอื่น ๆ ตามมาเยอะแยะ แต่ว่าที่นี่ทำแล้ว นะครับ
    • ผมก็บอกว่า รัฐบาลนี้ตอนนี้ให้หักภาษีได้ ใครลงทุนทำศูนย์เลี้ยงเด็กในสถานประกอบการมาหักภาษีไปเลย ของแบบนี้เราจะทำมากขึ้น

และที่นี่ ที่นั่งกันอยู่นี้ นะครับ ก็ต้องขอขอบคุณครับ เพราะว่า เห็นบอกว่าทานกันกับหนึ่งอย่างก็ ๑๕ บาท แต่ถ้าเดินออกไปนอกรั้วนี้ ซื้อไม่ได้หรอกครับ ๑๕ บาท ๓๐ บอกว่า ๓๐ บาท นะครับ ผมจึงอยากจะบอกว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ผมต้องการที่จะมาบอกกับพวกเราและมาฟังจากพวกเราโดยตรงว่านี่คือสภาพปัญหาที่อยู่ในใจของตัวเอง มีอีกหลายเรื่อง ครับ ที่เราจะต้องทำต่อ เช่น

  • เรียนฟรี เราทำแล้ว ตอนนี้หลายคน นะครับ ที่อายุมากหน่อยลูกจะเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว เริ่มเป็นห่วงว่า เอ๊ะเรียนฟรี ๑๕ ปี จบแล้วจะเรียนต่อไหวไหม
    • ก็กำลังจะขยายเรื่องของเงินกองทุนกู้ยืม นะครับ จะได้หมายความว่าลูกหลานเราพอจบมัธยมหรือจบม.ต้น จะขึ้นม.ปลาย มีโอกาสกู้ยืมจะได้เรียนต่อได้สูงขึ้น อย่างนี้เป็นต้น

และยังมีเรื่องอื่น ๆ อีกที่เราอยากจะดูแล ผมจะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้พูดในรายละเอียดในวันข้างหน้า เพราะว่าจะพูดทุกเรื่องวันนี้คงไม่ไหว แต่ว่ายกตัวอย่างเช่น 

  • อยากจะสนับสนุนให้ทุกคนมีบ้านเป็นของตนเอง นะครับ ก็จะไปดูเงื่อนไขว่า
    • ทำอย่างไร สามารถที่จะผ่อนบ้านได้ในเงื่อนไขที่ดี เช่น ๒ ปี แรกไม่ต้องเสียดอกเบี้ย นะครับ
    • และระยะเวลาผ่อนยาว จำนวนเงินที่ส่งก็สมเหตุสมผลสำหรับบ้านราคาไม่มากนัก สำหรับคนที่มีรายได้น้อยรายได้ปานกลาง นะครับ
    • หรือทำแบบที่เราทำกับแท็กซี่ไปแล้วก็คือว่า เปลี่ยนจากสิ่งที่เขาเคยเสียเป็นค่าเช่ามาเป็นค่าผ่อน แต่ว่าสุดท้ายก็ได้รถเป็นของตนเอง

มีหลายคนเมื่อกี้คุยอยู่ก็เช่าบ้านเช่นเดียวกัน ก็อยากจะมาขอบคุณ นะครับ เพราะว่า วันนี้มาก็ได้ประโยชน์มาก ได้พูดคุยกับพวกเราหลายคน และยืนยันว่าเดินหน้าในการที่จะช่วยดูแลความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนทุกคน นะครับ อยากให้มั่นใจว่า เราอยู่กับความเป็นจริงครับ อะไรที่พูดในวันนี้ ที่กำลังเดินหน้านี่มีแผนที่รองรับ และจะเดินหน้าทำต่อไป และก็ขอขอบคุณอีกครั้งหนึ่งนะครับ ที่ต้อนรับอย่างดี ก็คงจะได้มีโอกาสแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนกันอีก และอยากจะบอกว่าจริง ๆ แล้ว พวกเรามีปัญหาอะไร รัฐบาลมีช่องทางเยอะ ที่จะให้สื่อสารถึงกัน นะครับ วันนี้มาคุยกันเรื่องค่าครองชีพเรื่องค่าแรง แต่ในใจยังมีอีกหลายเรื่อง ผมรู้ เรื่องยาเสพติดตอนนี้ ตู้ม้า บ่อนการพนันนี่ เดี๋ยวอาทิตย์หน้าจะมีการดำเนินการเพิ่มขึ้นอีก เข้มข้นขึ้นอีก เพราะว่าตอนนี้ภายในวันนี้เขาจะต้องส่งมาให้ผมว่าจะจัดกำลังพิเศษเพื่อเข้าไปดูแลอย่างไร เพราะว่าหลายชุมชน รวมถึงแถวนี้ด้วยร้องเรียนผมมา นะนครับ ว่ามีอยู่ก็จะดำเนินการต่อไป ต้องขอขอบคุณอีกครั้งหนึ่งครับ สวัสดี ครับ"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ยาเสพติด : ตัดสัญญาณมือถือผู้ค้าในเรือนจำ พร้อมยึดทรัพย์ไปแล้วกว่า ๒๕๐ ล้านบาท

...ทดลองนำเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มาใช้ในเรือนจำกลางเขาบินเป็นแห่งแรกก่อนที่จะขยายไปอีก ๖ แห่งเพื่อตัดวงจรการซื้อขายยาในเรื่อนจำ และป.ป.ส.สั่งอายัดทรัพย์สินไปแล้วมากว่า ๕๐๐ ราย

อภิสิทธิ์ : "สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านครับ ขณะนี้ผมอยู่ที่เรือนจำเขาบิน จังหวัดราชบุรี นะครับ วันนี้ได้เดินทางมาที่นี่ และอีกสักครู่จะได้มีการสนทนากับอีกหลาย ๆ ท่าน ในเรื่องของการแก้ไขปัญหายาเสพติด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่ปัจจุบันนั้นก็ยังมีการค้าขายยาเสพติดโดยอาศัยเครือข่ายที่อยู่ในเรือนจำ ซึ่งรัฐบาลก็ได้มีการดำเนินการในการที่จะเร่งแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นระบบควบคู่ไปกับมาตรการที่จะเสริมเข้ามา โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือการเพิ่มความเข้มข้นในเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับของชุม ครับ

กราบเรียนพี่น้องที่เคารพครับ ปัญหายาเสพติดเป็นอีกปัญหาหนึ่งนะครับ ที่พี่น้องประชาชนยังมีการร้องเรียนเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ความจริงแล้วในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา

รัฐบาลได้มีการดำเนินการนโยบายในเรื่องของการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในลักษณะที่เป็นการทำงานครบวงจร ภายใต้นโยบายที่เราเรียกว่า ๕ รั้ว และก็ทำมาตั้งแต่ระยะที่ ๑ ระยะที่ ๒ ระยะที่ ๓ การจับกุมในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมานั้นก็จับกุมได้มาก และที่สำคัญก็คือว่ามีการจับกุมผู้ค้ารายใหญ่ได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การร้องเรียนการมีปัญหาอยู่ในชุมชนอย่างต่อเนื่อง ก็ทำให้ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ได้มีการเร่งรัดในเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ และก็ทำให้มีการดำเนินการเข้มข้นมากยิ่งขึ้น

  • แต่ว่าเรื่องนี้ก็ยังไปเกี่ยวโยงกับอีกหลาย ๆ เรื่อง เช่น เรื่องของอบายมุขอื่น ๆ สถานบันเทิง บ่อนการพนัน ตู้ม้า ซึ่งก็ยังมีการร้องเรียนมาอย่างต่อเนื่อง
  • เพราะฉะนั้นขณะนี้ก็กำลังมีการดำเนินการเสริมความเข้มข้นในเรื่องของรั้วชุมชน

และอีกสักครู่จะได้มีการมาคุยกับผู้เกี่ยวข้องว่าจะทำอย่างไร แต่วันนี้ที่ผมมานั่งอยู่ตรงนี้ คือ ที่เรือนจำนะครับ พี่น้องประชาชนก็อาจจะสงสัยว่า ทำไมถึงมาที่เรือนจำ เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องของปัญหายาเสพติด

ข้อเท็จจริงปรากฏว่า การจับกุมคดีต่าง ๆ โดยเฉพาะรายใหญ่ ๆ ที่ผ่านมา เมื่อมีการสอบสวน มีการขยายผล แล้วพบว่ากลับมาเชื่อมโยงกับเครือข่ายของการประสานงานติดต่อค้าขายผ่านคนในเรือนจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือหลังจากที่โทรศัพท์มือถือมีขนาดที่เล็กลง และมีการดำเนินการใช้โทรศัพท์นั้น เข้ามาติดต่อเพื่อค้าขายในเรื่องของเครือข่ายของยาเสพติด

วันนี้จึงได้มีการเข้ามาตรวจโครงการที่เราจะมีการดำเนินการป้องกันแก้ไขปัญหานี้นะครับ ผมมีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านรัฐมนตรีพีระพันธุ์ ท่านอยู่ที่นี่ ท่านรัฐมนตรีเชิญครับ เล่าให้พี่น้องประชาชนทราบว่า ที่ต้องเข้ามาตรงนี้ เพื่อที่จะเข้ามาดำเนินการ ที่มาที่ไป และแนวคิดต่อจะทำกันอย่างไร"

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม : "ครับ อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวเมื่อสักครู่ จากการสืบสวนสอบสวนจับกุมขยายผล โดยเฉพาะในนโยบาย ๕ รั้วป้องกันของนายกรัฐมนตรี

ซึ่งมีการบูรณาการการทำงานอย่างต่อเนื่องหลายส่วน เมื่อจับกุมรายใดมาได้จะมีการขยายผลต่อเนื่องทันที พบว่ามีหลายราย บ่อยครั้งที่มีการขยายผล เพราะว่ามีการสั่งการจากนักโทษที่ติดคุกอยู่แล้วในเรือนจำ

ตรงนี้ก็เป็นประเด็นปัญหาในเมื่อไปดูสถิติ เห็นว่ามีการพบลักษณะนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ ขึ้นมาเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นตรงนี้ทางกระทรวงยุติธรรมซึ่งดูแลในเรื่องของสำนักงาน ป.ป.ส. และประสานงานกับทาง บช.ปส. ของตำรวจอยู่ กระทรวงยุติธรรมพยายามแก้ไขปัญหาเครือข่ายยาเสพติดในเรือนจำ

  • เราได้ตระหนักถึงเรื่องนี้ และพยายามหาทางแก้ไข แต่ก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ได้ ๑๐๐% มาตลอด
  • ผมได้หารือกับท่านอธิบดีกรมราชทัณฑ์ว่าต้องร่วมมือกันทำงาน เพราะฉะนั้นท้ายที่สุดก็คิดว่า ถ้ามัวแต่ไล่จับกุมตรวจค้นหาแต่โทรศัพท์มือถือ มันไม่มีทางหมดหรอกครับ

เพราะฉะนั้นทางเดียวก็คือว่าทำอย่างไร จะไม่ให้สถานที่ลักษณะนี้ คือความจริงก็ได้ความคิดมาจากห้องประชุมคณะรัฐมนตรีครับ เพียงแต่ว่าห้องประชุมคณะรัฐมนตรีมันเป็นห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ

แต่ว่าบริเวณเรือนจำลักษณะอย่างนี้ มันเป็นพื้นที่กว้าง ๗๐-๘๐ ไร่อย่างน้อย และมีทั้งที่โล่ง มีทั้งอาคาร มีทั้งอะไร ซึ่งเขาสามารถไปหลบใช้โทรศัพท์กันได้

  • นั้นทำอย่างไรจะให้พื้นที่ทั้งหมดไม่มีสัญญาณเลย ใช้เวลาศึกษาอยู่ปีเศษครับ ท้ายที่สุดก็ได้มาลักษณะที่เป็นรูปแบบของเครือข่าย เป็นระบบซึ่งเราก็ทดลองที่เรือนจำกลางเขาบินเป็นแห่งแรก เมื่อประสบความสำเร็จแล้ว ก็กำลังเร่งดำเนินการอีก ๖ แห่งต่อไปครับ"

อภิสิทธิ์ : "ท่านอธิบดีครับ เมื่อตอนที่เข้ามา เขาก็พาผมไปดู เห็นว่าอุปกรณ์การพยายามในการลักลอบเอาโทรศัพท์เข้ามาพัฒนาไปมากทีเดียว และพอตอนนี้เรามาทำตรงนี้ก็ได้รับทราบว่า ปัญหาต่าง ๆ ก็ลดลงไปมาก อยากจะให้บอกกับพี่น้องประชาชนให้ความมั่นใจหน่อยว่า ตรงนี้มันนำไปสู่คือความเข้มข้นและการดูแลตรงนี้ สามารถทำได้จริง ๆ"

นายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ : "จากที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้กล่าวแล้วนะครับว่า หลังปี ๒๕๔๖ เป็นต้นมา ผู้ต้องขังในเรือนจำ นอกเหนือจากผู้ต้องขังทั่วไปแล้ว ยังมีนักค้ารายสำคัญที่เข้ามา แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ๔-๕ ปีที่ผ่านมา รัฐบาลก็เน้นในเรื่องของการขยายผล และตัวใหญ่ ๆ ก็จะมาอยู่ในเรือนจำมากขึ้น ประกอบกับความแออัดของเรือนจำในเขตกรุงเทพมหานครและใกล้เคียง ทำให้เราต้องระบายผู้ต้องขังคดียาเสพติดใหญ่ ๆ ตรงนี้ออกไปอยู่ต่างจังหวัด อันนี้ยิ่งไปซ้ำเติมครับ

  • เพราะว่าการขยายตัวของเครือข่ายยิ่งมากขึ้น ในขณะเดียวกันโทรศัพท์มือถือ ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การวางแผนชั่ว การวางแผนคบคิดยาเสพติดในเรือนจำ สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันการจับกุมได้ง่ายขึ้น

เลยทำให้การค้ายาเสพติดในเรือนจำมีมากขึ้น ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมท่านเห็นว่า ใน ๑๔๐ กว่าเรือนจำที่เรามีผู้ต้องขังอยู่ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคนนั้น มีไม่กี่เรือนจำครับ ที่เราสามารถที่จะเอาผู้ต้องขังพวกนี้ไปไว้ได้

ถึงได้มีความคิดที่จะทำให้เรือนจำมีความมั่นคงยิ่งขึ้น และทำให้เรือนจำ ๗-๘ แห่ง ในระดับแรกนี้ ให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้น นอกเหนือจากกายภาพแล้ว ทำอย่างไรที่จะไม่ให้มีคลื่นโทรศัพท์อยู่ข้างใน

กราบเรียนท่านนายกฯ ครับ ถึงแม้กายภาพจะดีอย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถที่จะคุมความรู้สึกนึกคิด และคุมสิ่งต่าง ๆ ของคนได้ทั้งหมด ข้าราชการของกรมราชทัณฑ์เองก็หลงไปกับสิ่งเหล่านั้นไม่น้อยเหมือนกัน

  • ดังนั้น นอกเหนือจากการที่เราจะให้เขาต้องทุ่มเทโดยที่ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือ คิดว่าการนำเครื่องของการตัดสัญญาณโทรศัพท์เข้ามาใช้น่าจะเป็นประโยชน์
  • และจากนี้ยกตัวอย่างเรือนจำกลางเขาบินนะครับ ในวันนี้เราสามารถตัดสัญญาณการใช้โทรศัพท์ได้ ตัดความสะดวกในการใช้โทรศัพท์ได้อย่างเต็มที่ กรมราชทัณฑ์เองได้รับนโยบายจากท่านนายกรัฐมนตรีว่า ตัวร้าย ๆ ที่อยู่ตามเรือนจำต่าง ๆ ในเบื้องแรกเอามาที่นี่ก่อน ในช่วง ๒ เดือนกว่าที่ผ่านมานะครับ เกือบประมาณ ๑๗๐ คน ซึ่งอันนี้น่าจะเป็นนโยบายและเป็นแนวทางที่เหมาะสม และสามารถที่จะแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว"

อภิสิทธิ์ : "เพื่อให้พี่น้องประชาชนเห็นภาพนะครับ ท่านอธิบดีคงเล่าให้ฟังได้นะครับว่า ในช่วง ๒-๓ ปี ก็มีเหตุการณ์จากเรื่องจลาจลต่าง ๆ มาจากเรื่องโทรศัพท์ พยายามไปยึดไปอะไรต่าง ๆ ตัวนี้มีผลมาก เข้าไปเกี่ยวข้องกับตัวเขามาก ในการที่ใช้ตรงนี้ พอเราไปเข้มงวดกวดขันเรื่องโทรศัพท์ก็มักจะเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา เดี๋ยวนี้เอาเทคโนโลยีมาใช้ น่าจะทำให้ดูแลกันได้ง่ายขึ้น ท่านเลขาฯ ป.ป.ส. อยู่ตรงนี้นะครับ สมมติว่าเราทำอย่างนี้ ในขณะนี้ที่เราทำไปแล้ว อย่างที่นี่เป็นจุดทดลองและเราจะขยายผลออกไปอีก ๖ แห่ง หลังจากที่เราทำตรงนี้ส่งผลต่อเรื่องของการค้าขาย โดยเฉพาะผู้ค้าที่เข้ามาเป็นเครือข่าย"

นางสุรีย์ประภา ตรัยเวช เลขาธิการ ป.ป.ส. : "เราได้เคยเปรียบเทียบนะค่ะ สำนักงาน ป.ป.ส. มองดูว่า ปัญหายาเสพติดไม่ว่าเกิดขึ้นที่ไหน แม้กระทั่งในเรือนจำก็เป็นภาระของ ป.ป.ส. เราลองเปรียบเทียบดูว่า จากปี พ.ศ. ๒๕๕๒-๒๕๕๓ คดียาเสพติดที่เกิดขึ้นในเรือนจำ

  • สมมติว่าเป็นยาบ้า เคยจับกุมในผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรือนจำ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าเม็ด พอปี ๕๓ เพิ่มขึ้นเป็น ๒ ล้านกว่าเม็ด ซึ่งถือว่าสูงมาก
  • เป็นนโยบายของท่านรัฐมนตรีและความร่วมมือของทางราชทัณฑ์ เมื่อเราดำเนินการใช้เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์นี้ เขาบินลดลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบสถิติกัน เลยเป็นแนวคิดที่ว่าเราควรจะขยายการดำเนินงานในลักษณะนี้ออกไปอีกในเรือนจำ ให้ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด"

อภิสิทธิ์ : "คือใน ครม. เราได้คุยกันนะครับว่า มันน่าเป็นห่วงมากว่า คนที่กระทำความผิดแล้วก็ยังไม่ลดละในเรื่องเหล่านี้ ส่วนใหญ่เขาก็บอกว่ามันคุ้ม เพราะฉะนั้นการขยายผลเพื่อจะไปยึดทรัพย์อะไรต่าง ๆ คงจะต้องทำกันเข้มข้น"

นางสุรีย์ประภา ตรัยเวช เลขาธิการ ป.ป.ส. : "ใช่ค่ะ ในช่วงที่รัฐบาลประกาศนโยบายเร่งรัด ๓ เดือน เรามีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์สินทั้งหมด ๕๐๐ กว่าราย และก็ยึดทรัพย์ได้ประมาณ ๒๕๐ ล้านบาท ซึ่งก็ถือว่าค่อนข้างสูง"

อภิสิทธิ์ : "ครับ ตรงนี้ก็คงต้องทำกันอย่างเข้มข้น ผู้ปฏิบัติที่สำคัญ ส่วนหนึ่งแน่นอนนะครับ คือฝ่ายปราบปรามยาเสพติดของทางตำรวจเอง ท่าน ผบ. อยู่ตรงนี้ มีอะไรที่อยากจะคุยในเบื้องต้นไหมครับ กับวงจรของการค้าขาย เข้ามาสู่เรือนจำและยังมีการค้าขายกันต่อไป และการจับกุม"

พล.ต.ท.อติเทพ ปัญจมานนท์ ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด : "ขอกราบเรียนอีกครั้งว่า ตั้งแต่ปี ๔๖ ที่ทางรัฐบาลไทยทำเรื่องของยาเสพติด ที่ตัวรายสำคัญที่เราจับมาประมาณ ๗๐ คน ซึ่งมีโทษสูงสุดของกระบวนการนี้

  • ที่อยู่ในเรือนจำ ซึ่งตอนช่วง ๔๗-๔๙ ลดลงไปพอสมควร แต่พอตอนหลังเมื่อมีเรื่องของโทรศัพท์เข้ามาเกี่ยวข้อง การค้ายาจากเรือนจำมากขึ้น รายสุดท้ายที่ไปจับมาเมื่อวานซืน ที่ปัตตานีนะครับ มีผู้ต้องหา ๓ คน แต่ว่าทางตำรวจออกหมายจับผู้ต้องหาถึงรายที่ ๔ คือเป็นนักโทษจากเรือนจำ ซึ่งขณะนี้พิสูจน์ได้เลยว่า คดีที่ตำรวจเรามีการสืบสวนขยายผล จากความร่วมมือจากกรมราชทัณฑ์ และ ป.ป.ส. มีคดีอยู่ประมาณเกือบ ๒๐ คดี ซึ่งเป็นนักโทษจากเรือนจำ ซึ่งกำลังออกหมายจับอยู่นะครับ

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ยาเสพติด : ยุทธการ ๓-๑-๕ ตรวจพื้นที่เป้าหมายทุกวัน เข้าทันที่เมื่อแจ้งสายด่วน ๑๓๖๘

...เข้มงวดกวดขันในเรื่องของแหล่งที่ยั่วยุให้เยาวชนไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมากขึ้น โดยจัดตั้งเป็นกำลังพิเศษเพื่อดูแล เอากรุงเทพฯและปริมณฑลเป็นโซนหลัก

อภิสิทธิ์ : "ครับ นี่นะครับเป็นเหตุผลว่าทำไมมาที่นี่ และเราก็หวังว่าตัวนี้จะเป็นกลไกหลักอีกตัวหนึ่งในการที่จะปรับวงจรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ในส่วนที่เราได้ประเมินสถานการณ์กันเมื่อวันอังคาร

ผมได้มีการประชุมกับหน่วยงานทั้งหลายที่เกี่ยวข้อง ร่วมทั้งท่านที่นั่งอยู่กับผมในวันนี้ สิ่งที่เราประเมินกันคือว่า นโยบาย ๕ รั้ว รั้วที่ยังดูว่าไม่เข้มแข็งเข้มข้นเท่าที่พี่น้องประชาชนอยากจะเห็น คือ ชุมชน เพราะว่าเราอาจจะไม่จับรายใหญ่ เราอาจจะเริ่มเข้าไปทะลายเครือข่ายต่าง ๆ ได้

  • แต่สิ่งที่เขาสัมผัสอยู่ โดยเฉพาะเวลามีการจับกุมมากคือว่า เราจับคนได้เราต้องแยกผู้เสพ ในฐานะที่เป็นผู้ป่วยกับผู้ค้า บางทีผู้ค้าเราจัดการได้ แต่ว่าผู้เสพกำลังในเรื่องของการบำบัดยังไม่พอ พอไม่พอสักพักคืนกลับเข้าไป ก็ยังกลายเป็นตลาดอยู่ ตรงนี้นะครับที่มันทำให้วงจรยังไม่จบ
  • ผมเองก็ย้ำมาตั้งแต่ต้นว่าพี่น้องประชาชนอยากเห็นความรวดเร็ว ความเด็ดขาดในการแก้ไขปัญหา แต่ต้องบอกนะครับว่า เราจะไปคิดถึงเฉพาะในมุมของการปราบปรามผู้ค้าอย่างเดียวนั้น มันไม่จบ ถ้ายังมีความต้องการ ยังมีผู้เสพอยู่ ตลาดมันมีแรงจูงใจ มันมีสิ่งล่อใจ มันมีเรื่องค่าตอบแทน สิ่งเหล่านี้ก็จะตามมา

เพราะฉะนั้นเราเข้ามาพยายามที่จะเข้ามาสู่ปัญหาตรงนี้ เราก็เริ่มต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็เข้มงวดกวดขันในเรื่องของแหล่งที่เป็นที่มาที่ยั่วยุให้เยาวชนไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ก็จับไปหลายพื้นที่ สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณ

และก็ต้องทำอย่างนี้ต่อเนื่องนะครับ คือที่ผ่านมาประชาชนจะต่อว่าอยู่เรื่อยว่า เดี๋ยวทำตอนนี้เดี๋ยวแผ่ว ๆ ผมก็พยายามเร่งมาตลอดตั้งแต่พฤศจิกายนไล่มา มาประเมินในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ บอกว่าดีขึ้น พอมีนาคมบอกว่าเริ่มปล่อยมืออีกแล้วหรือเปล่า ตอนนี้ก็กลับมาทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งซึ่งเราได้เห็นผลแล้ว

  • สิ่งที่เราคิดว่าจะทำมากขึ้นตอนนี้คือ เอาพื้นที่เป้าหมาย คือ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งคำนวณแล้วประมาณ ๑ ใน ๓ ของปัญหาทั้งหมด พูดง่าย ๆ คือ ๑ ใน ๓ ของตลาดของยาเสพติดทั้งประเทศ
  • มีกรุงเทพมหานครกับปริมณฑล ๕ จังหวัด เลยเกิดแนวคิดที่เราจะใช้คำว่ายุทธการ ๓๑๕ รหัสใหม่นะครับ ๓๑๕ ท่านรัฐมนตรีช่วยอธิบายนะครับว่า ๓๑๕ คืออะไร"

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม : "๓ คือ เป็นการปฏิบัติการร่วมกันของฝ่าย พลเรือนตำรวจ ทหาร"

อภิสิทธิ์ : "๓ ฝ่าย พลเรือน ตำรวจ ทหาร"

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม : "๑ คือพื้นที่กรุงเทพมหานครและ ๕ คือปริมณฑล ๕ จังหวัด"

อภิสิทธิ์ : "ใน ๓๑๕ แล้วทำยังครับ"

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม : "คือเราจะมีโครงสร้างใหม่ จะเป็นปฏิบัติการเฉพาะกิจคราวนี้เลย และจะเป็นการสนธิกำลังกันของ ๓ หน่วยงานหลักที่กราบเรียนเมื่อสักครู่

  • เราจะแบ่งการปฏิบัติงานอย่างเข้มข้น เอาในกรุงเทพมหานครก่อน กรุงเทพมหานครเรามีทั้งหมด ๘๘ สถานีตำรวจ ในแต่ละ สน. เราจะมีชุดเคลื่อนที่ปฏิบัติการลงตรวจสอบพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นชุมชน แหล่งบันเทิงทุกวัน ๘๘ ชุด และเสริมชุดเพิ่มเข้าไปบางพื้นที่ที่มีชุมชนมีแหล่งบันเทิงมาก ชุดเดียวไม่พอ

อภิสิทธิ์ : "บาง สน. ชุมชนนี้แหล่งบันเทิงเยอะ บาง สน.อาจจะน้อยเพราะฉะนั้นนอกจาก สน. ละชุดแล้วจะมีเสริมอีก"

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม : "สำหรับ สน.ที่มีความหนาแน่นทางชุมชนกับแหล่งบันเทิงอีก ๒๘ ชุม และจะมีในชุดของชุดใหญ่แบ่งตามกองกำกับการของนครบาล ๙ กองกำกับการจะมีอีก ๑๘ นครบาล ๑-๙ จะมีอีกนครบาลละ ๒ ชุด

  • และยังมีชุดกลางอีก ๒ ชุด ชุดหนึ่งจะเป็นชุดหาข่าวเช็คข้อมูลและอีกชุดเป็นชุดเคลื่อนที่เร็วปฏิบัติการพิเศษจะเป็นการทำงาน ๓ ระดับ ในปริมณฑลทำลักษณะคล้ายคลึงกับแต่ว่าเรามุ่งเน้นในอำเภอที่เป็นชุมชนแออัด ทั้งหมดจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ประมาณ ๒,๑๑๔ นาย"

อภิสิทธิ์ : "๒,๑๑๔ นายเหมือนกับเป็นกองกำลังชุดพิเศษที่จะเข้าไป คำว่า ๓ ฝ่าย อย่างชุดเล็กจะมีทั้งตำรวจ ทหาร และทาง ป.ป.ส. ทหารนี้มาในกรอบ กอ.รมน. เพราะว่าเป็นหน้าที่ของเขาอยู่แล้ว
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

เพราะว่าในส่วนของ กอ.รมน. เรามีการจัดสันว่า เรื่องยาเสพติดเป็นภัย และมีการจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะใน กอ.รมน. อยู่แล้ว คือ ส.ป.ป. ๑ เพราะฉะนั้นเป็นการสนธิกำลังเข้ามาจาก กอ.รมน. ในส่วนนี้"

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม : "ในโครงการยุทธการ ๓๑๕ ชุดที่จะลงไปปฏิบัติเป็นชุดในเชิงลักษณะปฏิบัติการแล้วสร้างขวัญกำลังใจด้วย คือลงไปเป็นมิตร ไปเป็นเพื่อและรับเรื่องราวต่าง ๆ ขณะเดียวกันถ้าพบการกระทำความผิดจะติดตามจับกุม"

อภิสิทธิ์ : "จะมีทุกมิติไม่ใช่ว่าไปปิดล้อมตรวจค้นอย่างเดียว"

อภิสิทธิ์ : "ทีนี้พอบูรณาการอย่างนี้แล้วทาง ป.ป.ส. ยังต้องเป็นเจ้าภาพหลัก เราต้องมีการประชุมใช่ไหมครับเพื่อที่จะให้บุคคลเหล่านี้ถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายใช่ไหมครับ ท่านเลขาอธิบายนิดหนึ่งครับ"

นางสุรีย์ประภา ตรัยเวช เลขาธิการ ป.ป.ส : "ในส่วนการทำงานยาเสพติดถ้าให้เกิดความคล่องตัวเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานน่าจะมีสิ่งที่เรียกว่า บัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. สำหรับทีมกำลังใหม่บางส่วนที่เป็นทหารหรือเป็นพลเรือนบางส่วนอาจจะไม่มี

เพราะฉะนั้นในวันที่ ๒๖ นี้ เรามีการประชุม ป.ป.ส. คือการที่จะได้รับอนุมัติให้เป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ต้องเสนอโดยคณะกรรมการ ป.ป.ส. หมายถึงคณะกรรมการ ป.ป.ส. เป็นผู้อนุมัติและจะมีการเสนอเข้าไปเพื่อให้ได้รับการอนุมัติ แต่ว่าบัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จะได้เฉพาะสัญญาบัตรส่วนถ้าไม่ใช่สัญญาบัตรเราให้เป็นผู้ช่วยพนักงาน คงจะมีเสนอเข้าไปประมาณ ๒๐๐ คน เพราะว่าถ้ากำลังตำรวจอย่างของท่านผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติดท่านมีอยู่แล้ว"

อภิสิทธิ์ : "ท่านผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติดจะมีอะไรเพิ่มเติมไหมครับว่าการทำงานจะทำอย่างไร ความจริงการมีชุดเฉพาะกิจชุดพิเศษที่เข้าไปอย่างนี้เข้าใจว่าเคยทำกันในช่วงปี ๒๕๕๐ ในสมัยท่านนายก พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เหมือนกัน ท่านลองอธิบายครับว่าระบบจะเชื่อมโยงเข้าไปยังไงกับตัวชุมชน สมมุติว่าพี่น้องประชาชนรู้เบาะแสจะมีความมั่นใจอย่างในการแจ้งเบาะแสต่าง ๆ เข้ามาและช่วยกันดูแล"

พล.ต.ต.อดิเทพ ปัญจมานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด : "คือทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มองว่าชุมชนนี้เป็นสองปัจจัยปัจจัยที่ ๑ เป็นแหล่งพักยาอีกปัจจัยหนึ่งคือเป็นแหล่งแพร่ระบาด

  • ซึ่งได้เคยทำผ่านมาในอดีตคือเคยทำเป็นต้นแบบคือที่ชุมชนคลองเตยตอนนั้นใช้ตำรวจตระเวนชายแดนตรึงกำลังตลอด เพราะฉะนั้นคนที่เสพ คนที่ค้ารายย่อยหรือเก็บตรงนั้นไม่สามารถที่จะทำได้
  • ในส่วนอีกระดับหนึ่งที่ท่านรัฐมนตรีได้ไปกำหนดไว้เป็น ๒-๓ ระดับ มีการตรวจสอบขยายผล ผมคิดว่าถ้าตรงนี้ออกไปรีบทำยิ่งดีเพราะว่าจะมีประโยชน์ต่อชุมชนจริง ๆ ครับ"

อภิสิทธิ์ : "ตรงนี้ในส่วนของความถูกต้องเรียบร้อยทางกฎหมายมีสถานะมีบัตรอะไรต่าง ๆ วันอังคารนี้ทางคณะกรรมจะได้มีการประชุมงบประมาณที่ใช้จะเป็นแค่เบี้ยเลี้ยงที่เพิ่มขึ้นมาเพียงเล็กน้อยคงไม่มีปัญหาอะไร คณะรัฐมนตรีคงจะได้มีการอนุมัติในเรื่องนี้ต่อไป

ซึ่งเราตั้งใจว่ากองกำลังชุดนี้จะเป็นอีกตัวหนึ่งซึ่งช่วยคลายความทุกข์ของประชาชนจำนวนมาก พ่อแม่ผู้ปกครองโดยเฉพาะที่ลูกหลานนั้นเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องของยาเสพติด อยากจะเรียนว่าจริง ๆ แล้วการที่จะต้องเข้าไปดูแลพี่น้องประชาชนเองจะมีส่วนร่วมได้ เรามีสายด่วนอยู่แล้ว"

นางสุรีย์ประภา ตรัยเวช เลขาธิการ ป.ป.ส : "เรามีสายด่วนของ ป.ป.ส. คือ ๑๓๖๖๘ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง และในช่วงที่ของปฏิบัติยุทธการ ๓๑๕ นี้ทันทีที่แจ้งชุดเคลื่อนที่ของ สน. ซึ่งมี ๘๘ บวกกับ ๒๘ จะเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ทุกวัน

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ยาเสพติด : เสริมรั้วชุมชนกันปัญหากลับ ให้ ปชช.มีส่วนร่วม เป็นทีมเดียวกับรัฐ

...เสริมสร้างรั้วชุมชนให้เข็มแข็งเพื่อป้องกันยาเสพติด โดยสร้างเครือข่ายให้ประชาชนในพื้นที่สอดส่องดูแลกันเองโดยภาครัฐมีหน้าที่สนับสนุนอีกทาง

อภิสิทธิ์ : "...ส่วนอีกปัญหาหนึ่ง ซึ่งหลักจากที่ได้ชมสกู๊ปที่ได้ไปเยี่ยมโรงงานแล้ว ที่จะมาพูดคุยกันก็คือการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งขณะนี้ก็ได้เพิ่มความเข้มข้น โดยเฉพาะในเรื่องของรั้วชุมชน ดังจะเห็นได้ว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีการเพิ่มความเข้มข้นอีกระดับหนึ่ง ครับ ในการที่จะเข้าไปตรวจสถานบันเทิงอบายมุข บ่อนการพนันซึ่งมาเชื่อมโยงกับเรื่องของยาเสพติด แต่ว่าเดี๋ยวมาคุยในรายละเอียดกัน นะครับ

อันนี้จะทำให้เรามีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าเราทิ้งงานในเรื่องของรั้วอื่น ๆ จริง ๆ เดี๋ยวพออัดรายการนี้เสร็จเราจะเดินทางไปที่จังหวัดนครปฐม ไปดูชุมชนเข้มแข็ง ซึ่งมีการทำเรื่องนี้เรียกว่าต่อเนื่องกันมาและที่สำคัญคือว่า

  • วิธีการไม่ใช่เพียงแค่ว่าจัดเป็นเครือข่ายประชาคมมีความเข้มแข็งขึ้นมาและแยกผู้ค้า ผู้เสพและได้รับมอบสัญลักษณ์ว่าชุมชนปลอดยาเสพติด
  • แต่ว่าสิ่งสำคัญหมายความว่าทุกเดือนจะต้องมีการมาประชุมเพื่อยืนยันว่ายังเป็นสถานะของความปลอดยาเสพติดอยู่

และเมื่อเร็ว ๆ นี้ช่วงของการเร่งรัดของนโยบายของรัฐบาลมีการไปประเมินอีกครั้ง อยากให้ท่านเลขากับท่านรัฐมนตรีได้พูดตรงนี้ย้ำหน่อยครับว่าพี่น้องประชาชนเองที่เดือดร้อนในเรื่องนี้ถ้าเราเอากำลังเฉพาะกิจต่าง ๆ เข้าไปแล้วและอยากให้เกิดความยั่งยืน แนะนำเขาอย่างไรว่าเราจะได้ช่วยทำให้ตรงนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ว่าผ่านไปแล้วอีก ๒-๓ เดือนย้อนกลับมาอีก"

นางสุรีย์ประภา ตรัยเวช เลขาธิการ ป.ป.ส : "คือว่าบางทีพอพูดถึงความร่วมมือที่ประชาชนจะมีต่อภาครัฐบาลอาจจะคิดแค่ว่าแจ้งข่าวสารแต่ว่าความจริงกระบวนการสร้างชุมชนเข้มแข็งแค่นั้นคงไม่พอปัญหาคือทำให้ประชาชนรู้สึกว่าโครงการนี้เป็นโครงการของเขาเอง คือเขาค้นหาผู้ค้า ผู้เสพและมีการติดตามด้วยโดยที่ทางภาครัฐบาลเป็นผู้ที่เขาสนับสนุน

  • ซึ่งชุมชนที่ท่านนายกจะไปดูคือชุมชนบ้านหนองโพธิ์ อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม มีการดำเนินการมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ พอรัฐบาลประกาศนโยบาย ๕ รั้ว ป้องกันและมีรั้วชุมชนทางสำนักงาน ป.ป.ส. เข้าไปแนะนำวิธีการดำเนินงานที่บอกว่าการที่ประชาชนจะเข้ามาร่วมกันในการค้นหาจะมีการดำเนินการอย่างไร
  • และเราใช้วิธีสันติวิธีคือ แทนที่จะจับแล้วลงโทษเขาเราจะให้โอกาสเขา
    • และทุกเดือนชุมชนไหน ครัวเรือนไหนที่ดีเราให้ธง
    • ชุมชนไหนที่ยังไม่ปลอดเราจะให้โอกาสเขา

ในลักษณะนี้จะทำให้ชาวบ้านดูกันและกันอยู่ตลอดเวลา แต่ว่าให้ไปแล้วเอาคืนนะคะถ้าไม่ดี เรามีการเอาคืนด้วยลักษณะนี้จะทำให้ชุมชนเกิดความรู้สึกว่าจะต้องดูแลและสอดส่องกัน อันนี้เป็นคร่าวๆ"

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม : "เราต้องสร้างความสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้สึกว่าเป็นทีมงานร่วมกันกับชุมชนเพื่อจะเข้ามาดำเนินการในส่วนนี้

  • ตอนนี้ผมได้มอบนโยบายให้ทาง ป.ป.ส. สร้างเครือข่ายประชาชนมากขึ้นเพื่อเป็นเครือข่ายของ ป.ป.ส. เองในการบูรณาการที่จะให้เข้ามามรส่วนร่วมกับโครงการต่าง ๆ เพื่อให้ถือว่าเป็นโครงการร่วมกันระหว่าภาครัฐกับภาคประชาชนในการป้องกันปราบปรามยาเสพติดอย่างแท้จริง"

อภิสิทธิ์ : "ความจริงมีอีกรั้วที่สำคัญที่ยังเป็นปัญหาอยู่เหมือนกันคือรั้วชายแดน ซึ่งพรุ่งนี้ผมจะเดินทางไปที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเพื่อไปติดตามเรื่องนี้"

พล.ต.ต.อดิเทพ ปัญจมานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด : "คือตอนนี้มีการประชุมร่วมกับท่านแม่ทัพภาคที่ ๓ ซึ่งท่านดูแลรั้วชายแดนตั้งแต่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย มีการแลกเปลี่ยนข่าวสารตลอดและวันศุกร์นี้ผมไปประชุมร่วมอีกครั้งหนึ่งครั้งหนึ่งเพื่อพูดถึงปัญหาเข้ามาทางตรงไหน และมาอย่างไร และทำอย่างไรครับ"

อภิสิทธิ์ : "ต้องยอมรับว่าปัญหาเรื่องของชนกลุ่มน้อยยังมีปัญหากันอย่างต่อเนื่อง เราพยายามจริง ๆ แล้วในด้านการต่างประเทศความร่วมมือกับทางรัฐบาล พม่า จีน เราเน้นย้ำเรื่องเหล่านี้มาโดยตลอด

แต่ด้วยสถานการณ์ซึ่งอาจจะยังไม่นิ่งในหลายพื้นที่โดยเฉพาะที่มีปัญหาชนกลุ่มน้อยยังเป็นปัญหาที่สืบเนื่องมาถึงเรื่องของยาเสพติด เช่นเดียวกัน วันนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมสนทนากับผมตรงนี้ในเรื่องของยาเสพติดครับ"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ตามข่าว : ลงเสาเอกเรือนน้ำใจ ที่อยู่ถาวร ๘๐๐ ครอบครัวที่บ้านถูกทำลาย

...เดินหน้าฟื้นฟูพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้ ลงเสาเอกเรินน้ำใจสร้างที่อยู่อาศัยถาวร ๘๐๐ ครัวเรือนที่เสียหาย
อภิสิทธิ์:
"อยากจะขอเรียนพี่น้องประชาชนครับว่า หลังจากรายการนี้จบจะมีการถ่ายทอดสดมาจาก อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช เรายังเดินหน้าในการที่จะฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้เป็นการไปถ่ายทอดพิธีลงเสาเอกโครงการที่เรียกว่าเรินน้ำใจ ซึ่งเป็นภาษาถิ่นสำหรับคำว่า " เรินน้ำใจ" เพราะว่า

  • ตอนนี้ที่เป็นปัญหาที่เราจะต้องเร่งทำอย่างต่อเนื่องคือการสร้างที่อยู่อาศัยถาวรให้แก่พี่น้องประชาชนที่สูญเสียบ้านเรือนไปกว่า ๘๐๐ ครัวเรือนและ
    • ที่ใดที่สามารถได้ข้อยุติในเรื่องของสถานที่การก่อสร้าง การระดมกำลังความช่วยเหลือเรื่องต่าง ๆไม่ได้เป็นปัญหา
    • ส่วนใหญ่แล้วเงื่อนไขขณะนี้ติดที่เรื่องของที่ดิน เนื่องจากว่าที่อยู่อาศัยหลายหลังที่สูญเสียไปนั้นตั้งอยู่ในที่ซึ่งอยากจะไม่ปลอดภัยแล้ว หรืออาจจะมีปัญหาในข้อกฎหมาย

ซึ่งขอยืนยันว่าคณะรัฐมนตรีมีการติดตามอย่างเต็มที่และมาตรการที่สืบเนื่องมาในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
  - ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของที่อยู่อาศัย
  - ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของธุรกิจ
ซึ่งรอบนี้เสียหายมากจะมีการนำเสนอให้ครบวงจรภายใน ๒ สัปดาห์ข้างหน้า เช่นเดียวกันครับ

สุดท้ายครับอยากจะขอเรียนพี่น้องประชาชนครับว่า เนื่องจากจะมีการยุบสภาในสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคมสัปดาห์หน้าคงจะเป็นรายการเชื่อมั่นประเทศไทยที่จัดขึ้นครั้งสุดท้ายในรัฐบาลชุดนี้
      - ผมเลยถือโอกาสใช้วิธีการเชิญพิธีกรซึ่งเคยร่วมในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยมานับได้แล้วในขณะนี้ ๑๙๐ คน จะถือโอกาสมาขอบคุณพิธีกรที่มาร่วมรายการกับผม 
      - และจะได้มีการสนทนาสอบถามพูดคุยกันถึงการทำงานของรัฐบาลตลอดระยะเวลา ๒ ปีที่ผ่านมา
จะเป็นรายการเชื่อมั่นประเทศไทยตอนสุดท้ายสำหรับรัฐบาลชุดนี้ในสัปดาห์หน้า พบกันเวลาเดิมเวลา ๙ นาฬิกาครับ วันนี้ต้องลาไปก่อนครับสวัสดีครับ"

<< แสดงความคิดเห็นของท่าน / ดูประเด็นต่อเนื่อง >>


(กลับไปด้านบน)

- ดู/อ่านรายการเต็ม (ประมาณ ๕๐ นาที)

จากรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เวลา ๐๙.๐๐-๑๐.๐๐น.

คลิ๊ก เพื่ออ่านคำต่อคำ

คลิ๊ก เพื่อชม VDO สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา , เพิ่มค่าแรงอย่างสมเหตุสมผลและเป็นไปได้ ,
ความคืบหน้าปัญหายาเสพติด ๑ , ความคืบหน้าปัญหายาเสพติด ๒


(กลับไปด้านบน)